{i1:1} คน ยูดาห์ กับ คน สิ เม โอน ชนะ กษัตริย์ อา โด นีเบเซก และ คน คา นา อัน {1:1} อยู่ มา เมื่อ โย ชู วา สิ้น ชีพ แล้ว คน อิสราเอล ทูล ถาม พระ เยโฮวาห์ ว่า “ ใคร ใน พวก ข้า พระองค์ ทั้งหลาย จะ ขึ้น ไป ก่อน เพื่อ สู้ รบ กับ คน คา นา อัน” {1:2} พระ เยโฮวาห์ ตรัส ว่า “ ยูดาห์ จะ ขึ้น ไป ดู เถิด เรา ได้ มอบ แผ่นดิน นั้น ไว้ ใน มือ เขา แล้ว” {1:3} ยูดาห์ จึง พูด กับ สิ เม โอน พี่ ของ ตน ว่า “ จง ขึ้น ไป กับ ฉัน ใน เขต แดน ที่ กำหนด ให้ แก่ ฉัน เพื่อ เรา จะ ได้ รบ สู้ กับ คน คา นา อัน และ ฉัน จะ ไป ร่วม รบ ใน เขต แดน ที่ กำหนด ให้ แก่ ท่าน นั้น ด้วย” สิ เม โอน ก็ ไป กับ เขา {1:4} แล้ว ยูดาห์ ก็ ขึ้น ไป และ พระ เยโฮวาห์ ทรง มอบ คน คา นา อัน และ คน เปริส ซี ไว้ ใน มือ ของ เขา และ เขา ก็ ประหาร คน ที่ เมือง เบเซก หนึ่ง หมื่น คน {1:5} และ เขา ทั้งหลาย พบ อา โด นีเบเซกในเมืองเบเซก และ สู้ รบ กับ ท่าน เขา ได้ ประหาร คน คา นา อัน และ คน เปริสซี {1:6} อา โด นีเบเซกหนีไป แต่ พวก เขา ตาม จับ ได้ และ ได้ ตัด นิ้ว หัว แม่ มือ และ นิ้ว หัว แม่ เท้า ของ ท่าน ออก เสีย {1:7} อา โด นีเบ เซ กก ล่า วว่า “ มี กษัตริย์ เจ็ด สิบ องค์ ที่ หัว แม่ มือ และ หัว แม่ เท้า ของ เขา ถูก ตัด ออก เก็บ เศษ อาหาร อยู่ ใต้ โต๊ะ ของ เรา เรา กระทำ แก่ เขา อย่างไร พระเจ้า ก็ ทรง กระทำ แก่ เรา อย่าง นั้น” เขา ทั้งหลาย ก็ คุม ตัว ท่าน มา ที่ กรุง เยรูซาเล็ม และ ท่าน ก็ สิ้น ชีวิต ที่ นั่น {1:8} และ คน ยูดาห์ ได้ เข้า โจมตี เมือง เยรูซาเล็ม และ ยึด เมือง ได้ จึง ฆ่า ฟัน ชาว เมือง เสีย ด้วย คม ดาบ และ เอา ไฟ เผา เมือง เสีย {1:9} ภายหลัง คน ยูดาห์ ได้ ลง ไป สู้ รบ กับ คน คา นา อัน ผู้ ซึ่ง ตั้ง อยู่ ใน แดน เทือกเขา ใน ภาค ใต้ และ ใน หุบเขา {1:10} และ ยูดาห์ ได้ ไป สู้ รบ กับ คน คา นา อัน ผู้ อยู่ ใน เฮ โบ รน (เมือง เฮ โบ รน นั้น แต่ ก่อน มี ชื่อ ว่า คีริยาทอารบา) และ เขา ทั้งหลาย ได้ ประหาร เชชัย อา หิมาน และ ทัลมัย {1:11} เขา ทั้งหลาย ยก จาก ที่ นั่น ไป สู้ รบ กับ ชาว เมือง เด บีร์ เมือง เด บีร์ นั้น แต่ ก่อน มี ชื่อ ว่า คีริยาทเสเฟอร์ {1:12} และ คา เลบกล่าวว่า “ ใคร โจมตี เมือง คีริยาทเสเฟอร์ และ ยึด ได้ เรา จะ ยก อัคสาห์ บุตร สาว ของ เรา ให้ เป็น ภรรยา” {1:13} และ โอ ทนีเอล บุตร ชาย เค นัส น้อง ชาย ของ คา เลบ ตี เมือง นั้น ได้ ท่าน จึง ยก อัคสาห์ บุตร สาว ของ ตน ให้ เป็น ภรรยา {1:14} อยู่ มา เมื่อ แต่งงาน กัน แล้ว นาง จึง ชวน สามี ให้ ขอ ที่ นา ต่อ บิดา นาง ก็ ลง จาก หลัง ลา และ คา เลบ ถาม นาง ว่า “ เจ้า ต้องการ อะไร” {1:15} นาง จึง ตอบ ท่าน ว่า “ ขอ ของขวัญ ให้ ลูก สัก อย่าง หนึ่ง เถิด เมื่อ พ่อ ให้ ลูก มา อยู่ ใน แผ่นดิน ภาค ใต้ แล้ว ลูก ขอ น้ำพุ ด้วย” และ คา เลบ ก็ ยก น้ำพุ บน และ น้ำพุ ล่าง ให้ แก่ นาง {1:16} คน เค ไนต์ พ่อตา ของ โมเสส ได้ ขึ้น ไป จาก เมือง ดง อินทผลัม พร้อม กับ คน ยูดาห์ มา ถึง ถิ่น ทุรกันดาร ยูดาห์ ซึ่ง อยู่ ใน ภาค ใต้ ใกล้ อา ราด และ เขา ก็ เข้า ไป ตั้ง อยู่ กับ ชน ชาติ นั้น {1:17} และ ยูดาห์ ก็ ยก ไป ร่วม กับ สิ เม โอน พี่ ของ เขา ประหาร คน คา นา อัน ซึ่ง อยู่ ใน เมือง เศฟัท และ ทำลาย เมือง นั้น เสีย อย่าง สิ้นเชิง ชื่อ เมือง นั้น จึง เรียก ว่า โฮ รมาห์ {1:18} ยูดาห์ ได้ ยึด เมือง กาซา พร้อม ทั้ง อาณาเขต และ เมือง อัช เค โลน พร้อม ทั้ง อาณาเขต และ เมือง เอ โค รน พร้อม ทั้ง อาณาเขต ไว้ ด้วย {1:19} และ พระ เยโฮวาห์ ทรง สถิต กับ ยูดาห์ เขา จึง ขับ ไล่ ชาว แดน เทือกเขา ออก ไป แต่ จะ ขับ ไล่ ชาว เมือง ที่ อยู่ ใน หุบเขา นั้น ไม่ ได้ เพราะ พวก เหล่า นั้น มี รถ รบ เหล็ก {1:20} เมือง เฮ โบ รน นั้น เขา ยก ให้ คา เลบ ดัง ที่ โมเสส ได้ กล่าว ไว้ คา เลบ จึง ขับ ไล่ บุตร ชาย ทั้ง สาม คน ของ อา นาค ออก ไป เสีย {i1:21} คน เบน ยา มิ น มิ ได้ ขับ ไล่ คน เย บุ สอ อก จาก กรุง เยรูซาเล็ม {1:21} แต่ คน เบน ยา มิ น มิ ได้ ขับ ไล่ คน เย บุ ส ผู้ อยู่ ใน เยรูซาเล็ม ให้ ออก ไป ดังนั้น คน เย บุ ส จึง อาศัย อยู่ กับ คน เบน ยา มิ น ใน เยรูซาเล็ม จน ถึง ทุก วัน นี้ {1:22} อนึ่ง วงศ์วาน ของ โย เซฟ ได้ ขึ้น ไป สู้ รบ เมือง เบธเอลด้วย และ พระ เยโฮวาห์ ทรง สถิต กับ พวก เขา {1:23} วงศ์วาน โย เซฟ ได้ ใช้ คน ไป สอดแนม เมือง เบธเอล (แต่ ก่อน เมือง นี้ ชื่อ ลูส) {1:24} และ ผู้ สอดแนม เห็น ชาย คน หนึ่ง เดิน ออก มา จาก เมือง จึง พูด กับ เขา ว่า “ ขอ ชี้ ทาง เข้า เมือง นี้ ให้ แก่ เรา และ เรา จะ ปรานี เจ้า” {1:25} ชาย คน นั้น ก็ ชี้ ทาง เข้า เมือง ให้ และ เขา ประหาร เมือง นั้น ทำลาย เสีย ด้วย คม ดาบ แต่ เขา ปล่อย ให้ ชาย คน นั้น และ ครอบครัว ทั้งสิ้น ของ เขา รอด ไป {1:26} ชาย คน นั้น ก็ เข้า ไป ใน แผ่นดิน ของ คน ฮิต ไทต์ และ สร้าง เมืองขึ้น เมือง หนึ่ง เรียก ชื่อ ว่า เมือง ลูส ซึ่ง เป็น ชื่อ อยู่ จน ทุก วัน นี้ {i1:27} คน มนัส เสห์ กับ ตระกูล อื่นๆ มี ชัย ชนะ ใน บาง แห่ง {1:27} มนัส เสห์ มิ ได้ ขับ ไล่ ชาว เมือง เบธ ชาน และ ชาว ชนบท ของ เมือง นั้น ให้ ออก ไป หรือ ชาว เมือง ทา อา นาค กับ ชาว ชนบท ของ เมือง นั้น หรือ ชาว เมือง โดร์ กับ ชาว ชนบท ของ เมือง นั้น หรือ ชาว เมือง อิบเลอัม กับ ชาว ชนบท ของ เมือง นั้น หรือ ชาว เมือง เม กิด โด กับ ชาว ชนบท ของ เมือง นั้น แต่ คน คา นา อัน ยัง ขืน อาศัย อยู่ ใน แผ่นดิน นั้น {1:28} อยู่ มา เมื่อ คน อิสราเอล มี กำลัง เข้มแข็ง ขึ้น ก็ บังคับ คน คา นา อัน ให้ ทำงาน โยธา แต่ มิ ได้ ขับ ไล่ ให้ เขา ออก ไป เสีย อย่าง สิ้นเชิง {1:29} และ เอฟ รา อิม มิ ได้ ขับ ไล่ คน คา นา อัน ผู้ อาศัย อยู่ ใน เมือง เก เซอร์ ให้ ออก ไป แต่ คน คา นา อัน ยัง อาศัย อยู่ ใน เมือง เก เซอร์ ท่ามกลาง เขา {1:30} เศบูลุน มิ ได้ ขับ ไล่ ชาว เมือง คิทโรน หรือ ชาว เมือง นา หะ โลล แต่ คน คา นา อัน ได้ อาศัย อยู่ ท่ามกลาง เขา และ ถูก เกณฑ์ ให้ ทำงาน โยธา {1:31} อา เชอร์ มิ ได้ ขับ ไล่ ชาว เมือง อัคโค หรือ ชาว เมือง ไซ ดอน หรือ ชาว เมือง อัคลาบ หรือ ชาว เมือง อัคซิบ หรือ ชาว เมือง เฮ ลบาห์ หรือ ชาว เมือง อา ฟิก หรือ ชาว เมือง เร โหบ {1:32} แต่ คน อา เชอร์ ได้ อาศัย อยู่ ท่ามกลาง คน คา นา อัน ชาว แผ่นดิน นั้น เพราะ ว่า เขา ทั้งหลาย มิ ได้ ขับ ไล่ ให้ ออก ไป เสีย {1:33} นัฟ ทา ลี มิ ได้ ขับ ไล่ ชาว เมือง เบธเชเมช หรือ ชาว เมือง เบธานาท แต่ อาศัย อยู่ ใน หมู่ คน คา นา อัน ชาว แผ่นดิน นั้น แต่ อย่างไร ก็ ดี ชาว เมือง เบธเชเมช และ ชาว เมือง เบธา นาท ก็ ถูก เกณฑ์ ให้ ทำงาน โยธา {1:34} คน อา โม ไรต์ ได้ ขับ ดัน คน ดาน ให้ กลับ เข้า ไป ใน แดน เทือกเขา ไม่ ยอม ให้ ลง มา ยัง หุบเขา {1:35} คน อา โม ไรต์ ยัง ขืน อาศัย อยู่ ที่ ภูเขา เฮ เร สในเมืองอัยยาโลน และ ใน เมือง ชา อัลบิม แต่ มือ ของ วงศ์วาน โย เซฟ เหนือ กว่า มือ เขา ทั้งหลาย เขา จึง ถูก เกณฑ์ ให้ ทำงาน โยธา {1:36} อาณาเขต ของ คน อา โม ไรต์ ตั้งต้น แต่ ทางข้าม เขา อัครับบิม ตั้งแต่ ศิลา เรื่อย ขึ้น ไป {i2:1} ชน ชาติ ต่างๆ ใน แผ่นดิน คา นา อัน ที่ ไม่ เชื่อ ว่า มี พระเจ้า เป็น บ่วง แร้ว ต่อ คน อิสราเอล {2:1} ฝ่าย ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ของ พระ เยโฮวาห์ ได้ ขึ้น ไป จาก กิล กาล ถึง โบ คิม และ กล่าว ว่า “ เรา ได้ ให้ เจ้า ทั้งหลาย ขึ้น ไป จาก อียิปต์ และ ได้ นำ เจ้า เข้า มา ใน แผ่นดิน ซึ่ง เรา ปฏิญาณ ไว้ แก่ บรรพบุรุษ ของ เจ้า และ เรา กล่าว ว่า ‘ เรา จะ ไม่ หัก พัน ธ สัญญา ที่ เรา ได้ มี ไว้ กับ เจ้า เลย {2:2} และ เจ้า ทั้งหลาย อย่า ทำ พัน ธ สัญญา กับ ชาว แผ่นดิน นี้ เจ้า ต้อง ทำลาย แท่น บูชา ของ เขา เสีย’ แต่ เจ้า มิ ได้ เชื่อฟัง เสียง ของ เรา เจ้า ทำ อะไร เช่น นี้ เล่า {2:3} ฉะนั้น เรา กล่าว ด้วย ว่า ‘ เรา จะ ไม่ ขับ ไล่ เขา เหล่า นั้น ออก ไป ให้ พ้น หน้า เจ้า แต่ เขา จะ เป็น เช่น หนาม อยู่ ที่ สีข้าง ของ เจ้า และ พระ ของ เขา จะ เป็น บ่วง ดัก เจ้า’” {2:4} อยู่ มา เมื่อ ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ กล่าว คำ เหล่า นี้ แก่ บรรดา คน อิสราเอล แล้ว ประชาชน ก็ ส่งเสียง ร้องไห้ {2:5} และ เขา เรียก ที่ ตำบล นั้น ว่า โบ คิม และ เขา ทั้งหลาย ได้ ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระ เยโฮวาห์ ที่ นั่น {2:6} เมื่อ โย ชู วา ปล่อย ประชาชน ไป แล้ว คน อิสราเอล ต่าง ก็ เข้า ไป อยู่ ใน มรดก ที่ดิน ของ ตน เพื่อ ยึดครอง {2:7} ประชาชน ทั้งหลาย ได้ ปรนนิบัติ พระ เยโฮวาห์ ตลอด สมัย ของ โย ชู วา และ ตลอด สมัย ของ พวก ผู้ใหญ่ ผู้ มี อายุ ยืน นาน กว่า โย ชู วา ผู้ ซึ่ง ได้ เห็น ปวง มห กิจ ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ ได้ ทรง กระทำ เพื่อ อิสราเอล {2:8} โย ชู วา บุตร ชาย นูน ผู้ รับใช้ ของ พระ เยโฮวาห์ สิ้น ชีวิต เมื่อ อายุ ได้ หนึ่ง ร้อย สิบ ปี {2:9} และ เขา ทั้งหลาย ก็ ฝัง ท่าน ไว้ ใน ที่ดิน มรดก ของ ท่าน ที่ เมือง ทิม นาท เฮ เร ส ใน แดน เทือกเขา แห่ง เอฟ รา อิม ทิศ เหนือ ของ ยอด เขา กา อัช {2:10} และ ยุค รุ่น นั้น ทั้งสิ้น ก็ ถูก รวบ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา อีก ยุค หนึ่ง ก็ เกิด ขึ้น ตาม มา เขา ไม่ รู้จัก พระ เยโฮวาห์ หรือ รู้ พระ ราชกิจ ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง กระทำ เพื่อ อิสราเอล {2:11} คน อิสราเอล ก็ กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ และ ปรนนิบัติ พระ บา อัล {2:12} เขา ได้ ละทิ้ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง บรรพบุรุษ ของ เขา ผู้ ทรง นำ เขา ออก มา จาก แผ่นดิน อียิปต์ และ เขา ทั้งหลาย ติดตาม พระ อื่น ซึ่ง เป็น พระ ของ ชน ชาติ ทั้งหลาย ที่ อยู่ ล้อม รอบ เขา กราบ ไหว้ พระ เหล่า นั้น กระทำ ให้ พระ เยโฮวาห์ ทรง พระ พิโรธ {2:13} เขา ทั้งหลาย ละทิ้ง พระ เยโฮวาห์ ไป ปรนนิบัติ พระ บา อัล และ พวก พระ อัชทาโรท {2:14} ดังนั้น พระ พิโรธ ของ พระ เยโฮวาห์ จึง พลุ่ง ขึ้น ต่อ อิสราเอล พระองค์ จึง ทรง มอบ เขา ไว้ ใน มือ พวก ปล้น ผู้ ปล้น เขา และ ทรง ขาย เขา ไว้ ใน มือ ของ บรรดา ศัตรู ที่ อยู่ รอบ เขา ทั้งหลาย ดังนั้น เขา ทั้งหลาย จึง ต่อต้าน พวก ศัตรู ของ เขา ทั้งหลาย ต่อ ไป ไม่ ได้ {2:15} เขา ทั้งหลาย ออก ไป รบ เมื่อไร พระ หัตถ์ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ ต่อต้าน เขา กระทำ ให้ เขา พ่าย แพ้ ดัง ที่ พระ เยโฮวาห์ ได้ ตรัส ไว้ แล้ว และ ดัง ที่ พระ เยโฮวาห์ ทรง ปฏิญาณ ไว้ กับ เขา และ เขา ทั้งหลาย ก็ มี ความ ทุกข์ ยิ่งนัก {i2:16} พระเจ้า ทรง ให้ เกิด ผู้ วินิจฉัย เพื่อ ติเตียน และ ช่วย คน อิสราเอล ให้ รอด {2:16} อย่างไร ก็ ตาม พระ เยโฮวาห์ ทรง ให้ เกิด ผู้ วินิจฉัย ผู้ ช่วย เขา ทั้งหลาย ให้ พ้น มือ ของ ผู้ ที่ ปล้น เขา {2:17} แต่ เขา ทั้งหลาย ก็ ยัง ไม่ เชื่อฟัง ผู้ วินิจฉัย ทั้งหลาย ของ เขา เพราะ เขา ทั้งหลาย เล่นชู้ กับ พระ อื่น และ กราบ ไหว้ พระ อื่น ไม่ ช้า เขา ก็ หัน ไป เสีย จาก ทาง ซึ่ง บรรพบุรุษ ของ เขา ได้ ดำเนิน ผู้ ได้ เชื่อฟัง พระ บัญญัติ ของ พระ เยโฮวาห์ แต่ เขา ทั้งหลาย มิ ได้ กระทำ ตาม {2:18} พระ เยโฮวาห์ ทรง ตั้ง ผู้ วินิจฉัย ขึ้น เมื่อไร พระ เยโฮวาห์ ก็ ทรง สถิต กับ ผู้ วินิจฉัย นั้น เมื่อนั้น และ พระองค์ ทรง ช่วย เขา ทั้งหลาย ให้ พ้น จาก เงื้อมมือ ของ ศัตรู ตลอด ชีวิต ของ ผู้ วินิจฉัย นั้น เพราะ พระ เยโฮวาห์ ทรง กลับ พระทัย สงสาร เขา ทั้งหลาย เมื่อ ทรง ฟัง เสียง คร่ำครวญ ของ เขา เนื่อง ด้วย ผู้ ข่มเหง และ บีบ บังคับ {2:19} แต่ อยู่ มา เมื่อ ผู้ วินิจฉัย นั้น สิ้น ชีวิต เขา ทั้งหลาย ก็ หัน กลับ ประพฤติ ชั่ว ร้าย เสีย ยิ่ง กว่า บิดา ของ เขา หลง ไป ติดตาม ปรนนิบัติ และ กราบ ไหว้ พระ อื่น เขา มิ ได้ เคย งดเว้น การ กระทำ ของ เขา หรือ หาย จาก ทาง ดื้อดึง ของ เขา {i2:20} ชน ชาติ ต่างๆ ที่ ไม่ เชื่อ ว่า มี พระเจ้า ได้ ทดสอบ ความ สัตย์ ซื่อ ของ คน อิสราเอล {2:20} ดังนั้น พระ พิโรธ ของ พระ เยโฮวาห์ จึง พลุ่ง ขึ้น ต่อ อิสราเอล และ พระองค์ ตรัส ว่า “ เพราะ ประชาชน นี้ ได้ ละเมิด ต่อ พัน ธสัญญา ซึ่ง เรา ได้ บัญชา ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา และ ไม่ ยอม ฟัง เสียง ของ เรา {2:21} ดังนั้น ตั้งแต่ นี้ ต่อ ไป เรา จะ ไม่ ขับ ไล่ ประชาชาติ ใด ใน บรรดา ประชาชาติ ซึ่ง โย ชู วา ทิ้ง ไว้ เมื่อ เขา สิ้น ชีวิต นั้น ให้ พ้น หน้า {2:22} เพื่อ เรา จะ ใช้ ประชาชาติ เหล่า นั้น ทั้งสิ้น ทดสอบ อิสราเอล ว่า เขา จะ รักษา พระ มรรคา ของ พระ เยโฮวาห์ และ ดำเนิน ตาม อย่าง บรรพบุรุษ ของ เขา หรือ ไม่” {2:23} ดังนั้น พระ เยโฮวาห์ ทรง ปล่อย ประชาชาติ เหล่า นั้น ไว้ ไม่ ทรง ขับ ไล่ ให้ ออก ไป เสีย โดย เร็ว และ พระองค์ มิ ได้ ทรง มอบ เขา ทั้งหลาย ไว้ ใน มือ ของ โย ชู วา {3:1} ต่อ ไป นี้ เป็น ประชาชาติ ที่ พระ เยโฮวาห์ ทรง ให้ เหลือ ไว้ เพื่อ ใช้ ทดสอบ บรรดา คน อิสราเอล คือ คน อิสราเอล คน ใด ซึ่ง ยัง ไม่ เคย ประสบ สงคราม ทั้งหลาย ใน คา นา อัน {3:2} แต่ เพียง ทรง ให้ เชื้อสาย คน อิสราเอล เข้าใจ เรื่อง การ สงคราม เพื่อ อย่าง น้อย พระองค์ จะ ได้ ทรง สอน แก่ ผู้ ที่ ยัง ไม่ ทราบ มา ก่อน {3:3} คือ เจ้านาย ทั้ง ห้า ของ คน ฟีลิสเตีย คน คา นา อัน ทั้งหมด ชาว ไซ ดอน และ คน ฮีไวต์ ผู้ อาศัย อยู่ บน ภูเขา เลบานอน ตั้งแต่ ภูเขา บา อัลเฮอร์โมน จน ถึง ทาง เข้า เมือง ฮา มัท {3:4} เหลือ คน เหล่า นี้ อยู่ เพื่อ ทดสอบ คน อิสราเอล เพื่อ ให้ ทราบ ว่า อิสราเอล จะ เชื่อฟัง พระ บัญญัติ ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง พระองค์ ทรง บัญชา ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา โดย โมเสส นั้น หรือ ไม่ {3:5} ดังนั้น แหละ คน อิสราเอล จึง อาศัย อยู่ ใน หมู่ คน คา นา อัน คน ฮิต ไทต์ คน อา โม ไรต์ คน เปริสซี คน ฮีไวต์ และ คน เย บุ ส {3:6} เขา ไป สู่ขอ บุตร สาว ชน เหล่า นั้น มา เป็น ภรรยา และ ยก บุตร สาว ของ ตน ให้ แก่ บุตร ชาย ของ คน เหล่า นั้น และ ได้ ปรนนิบัติ พระ ของ เขา เหล่า นั้น {3:7} คน อิสราเอล ได้ กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ ลืม พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ตน เสีย ไป ปรนนิบัติ พระ บา อัล และ เสา รูป เคารพ {3:8} เพราะ ฉะนั้น พระ พิโรธ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ พลุ่ง ขึ้น ต่อ อิสราเอล และ พระองค์ ทรง ขาย เขา ไว้ ใน มือ คู ชัน ริ ชา ธาอิม กษัตริย์ เมือง เมโสโปเตเมีย และ คน อิสราเอล ได้ ปฏิบัติ คู ชัน ริ ชา ธาอิมแปดปี {i3:9} ผู้ วินิจฉัย โอ ทนีเอล ได้ ช่วย คน อิสราเอล ให้ รอด {3:9} แต่ เมื่อ คน อิสราเอล ร้อง ทูล พระ เยโฮวาห์ พระ เยโฮวาห์ ทรง ให้ เกิด ผู้ ช่วย แก่ คน อิสราเอล ผู้ ได้ ช่วย เขา ทั้งหลาย ให้ รอด คือ โอ ทนีเอล บุตร ชาย เค นัส น้อง ชาย ของ คา เลบ {3:10} พระ วิญญาณ ของ พระ เยโฮวาห์ ทรง สถิต กับ โอ ทนีเอล และ ท่าน จึง วินิจฉัย คน อิสราเอล และ ออก ไป กระทำ สงคราม และ พระ เยโฮวาห์ ทรง มอบ คู ชัน ริ ชา ธาอิม กษัตริย์ เมือง เมโสโปเตเมีย ไว้ ใน มือ ของ ท่าน และ มือ ของ ท่าน ชนะ คู ชัน ริ ชา ธาอิม {3:11} ดังนั้น แผ่นดิน จึง ได้ หยุด พัก สงบ อยู่ สี่ สิบ ปี แล้ว โอ ทนีเอล บุตร ชาย เค นัส ก็ สิ้น ชีวิต {i3:12} เอ ฮูด ได้ ช่วย คน อิสราเอล ให้ รอด จาก คน โม อับ {3:12} และ คน อิสราเอล กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ อีก พระ เยโฮวาห์ จึง ทรง เสริม กำลัง เอก โลน กษัตริย์ เมือง โม อับ เพื่อ ต่อสู้ อิสราเอล เพราะ ว่า เขา ทั้งหลาย ได้ ประพฤติ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ {3:13} ท่าน จึง ได้ ให้ คน อัมโมน และ คน อา มา เลข มา สมทบ ยก ไป โจมตี อิสราเอล และ ได้ ยึด เมือง ดง อินทผลัม ไว้ {3:14} และ คน อิสราเอล จึง ปฏิบัติ เอก โลน กษัตริย์ เมือง โม อับ อยู่ ถึง สิบ แปด ปี {3:15} แต่ เมื่อ คน อิสราเอล ร้อง ทูล พระ เยโฮวาห์ พระ เยโฮวาห์ ทรง ให้ เกิด ผู้ ช่วย คน หนึ่ง แก่ เขา ทั้งหลาย ชื่อ เอ ฮูด บุตร ชาย เก- รา คน เบน ยา มิ น คน ถนัด มือ ซ้าย คน อิสราเอล ให้ ท่าน เป็น ผู้นำ ส่วย ไป มอบ แก่ เอก โลน กษัตริย์ เมือง โม อับ {3:16} เอ ฮูด ได้ ทำ ดาบ สอง คม ไว้ ประจำ ตัว เล่ม หนึ่ง ยาว ศอก หนึ่ง เหน็บ ไว้ ใต้ ผ้า ที่ ต้น ขา ขวา {3:17} เขา ก็ นำ ส่วย ไป มอบ แก่ เอก โลน กษัตริย์ เมือง โม อับ ฝ่าย เอก โลน เป็น คน อ้วน มาก {3:18} และ เมื่อ เอ ฮู ดม อบ ส่วย เสร็จ แล้ว ท่าน จึง ไป ส่ง คน ที่ หาบ หาม ส่วย นั้น {3:19} แล้ว ตัว ท่าน กลับ ไป จาก รูป เคารพ สลัก ที่ อยู่ ใกล้ กิล กาล ทูล ว่า “ โอ ข้า แต่ กษัตริย์ ข้า พระองค์ มี ข้อ ราชการ ลับ ที่ จะ กราบ ทูล ให้ ทรง ทราบ” กษัตริย์ จึง มี บัญชา ว่า “ เงียบๆ” บรรดา มหาดเล็ก ที่ เฝ้า อยู่ ก็ ทูล ลาออก ไป หมด {3:20} และ เอ ฮูด ก็ เข้า ไป เฝ้า ท่าน ขณะ นั้น ท่าน ประทับ อยู่ ลำพัง ใน ห้อง เย็น ชั้น บน ของ ท่าน และ เอ ฮูดทูลว่า “ ข้า พระองค์ มี พระ ดำรัส จาก พระเจ้า ถวาย พระองค์” ท่าน จึง ลุก ขึ้น จาก พระ ที่นั่ง {3:21} เอ ฮูด ก็ ยื่น มือ ซ้าย ชัก ดาบ นั้น ออก จาก ต้น ขา ขวา แทง เข้า ไป ใน ท้อง ของ เอก โลน {3:22} ดาบ จม เข้า ไป หมด ทั้ง ด้าม ไขมัน หุ้ม ดาบ ไว้ ท่าน ก็ ชัก ดาบ ออก จาก ท้อง ของ ท่าน ไม่ ได้ แล้ว ของ โสโครก ออก มา {3:23} แล้ว เอ ฮูด ออก ไป ที่ เฉลียง ปิด ทวาร ห้อง ชั้น บน ลั่น กุญแจ เสีย {3:24} เมื่อ เอ ฮูด ไป แล้ว มหาดเล็ก ก็ เข้า มา ดู เถิด เมื่อ เขา เห็น ว่า ทวาร ห้อง ชั้น บน ปิด ใส่ กุญแจ อยู่ เขา ทั้งหลาย คิด ว่า “ พระองค์ ท่าน กำลัง ทรง ส่ง ทุกข์ อยู่ ที่ ใน ห้อง เย็น” {3:25} เมื่อ คอย อยู่ ช้านาน จน รำคาญ ดู เถิด ไม่ เห็น มี ใคร เปิด ทวาร ห้อง ชั้น บน เขา จึง เอา กุญแจ มา ไข เปิด ออก ดู เถิด เห็น เจ้านาย ของ ตน นอน สิ้น ชีวิต อยู่ บน พื้น {3:26} เมื่อ เขา ต่าง ก็ คอย กัน อยู่ นั้น เอ ฮูด ก็ หนี ไป พ้น รูป เคารพ หิน สลัก รอด มา ได้ ถึง เส อี ราห์ {3:27} ต่อ มา เมื่อ ท่าน มา ถึง แล้ว จึง เป่า แตร ขึ้น ใน แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม แล้ว คน อิสราเอล ก็ ยก ลง ไป กับ ท่าน จาก แดน เทือกเขา และ ท่าน นำ เขา {3:28} ท่าน จึง สั่ง เขา ว่า “ จง ตาม เรา มา เถิด เพราะ พระ เยโฮวาห์ ทรง มอบ ศัตรู ของ ท่าน คือ ชน โม อับ ไว้ ใน มือ ของ ท่าน แล้ว” เขา ทั้งหลาย จึง ลง ตาม ท่าน ไป และ ยึด ท่า ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน สกัด คน โม อับ ไว้ ไม่ ยอม ให้ ใคร ข้าม ไป ได้ สัก คน เดียว {3:29} ใน คราว นั้น เขา ประหาร คน โม อับ เสีย ประมาณ หนึ่ง หมื่น คน ล้วน แต่ คน ฉกรรจ์ และ ล่ำสัน ทั้งสิ้น ไม่ พ้น ไป ได้ สัก คน เดียว {3:30} โม อับ จึง พ่าย แพ้ อยู่ ใต้ มือ ของ อิสราเอล ใน วัน นั้น และ แผ่นดิน นั้น ก็ ได้ หยุด พัก สงบ อยู่ แปด สิบ ปี {i3:31} ผู้ วินิจฉัย ชัมการ์ ได้ ช่วย คน อิสราเอล ให้ รอด จาก คน ฟีลิสเตีย {3:31} ภายหลัง เอ ฮูด มี ชัมการ์ บุตร ชาย อา นาท ผู้ ใช้ ประตัก วัว ฆ่า คน ฟีลิสเตีย เสีย หก ร้อย คน ท่าน ก็ เป็น ผู้ ช่วย อิสราเอล ให้ รอด ด้วย เหมือน กัน {i4:1} ยา บิน กษัตริย์ เมือง คา นา อัน ได้ กดขี่ คน อิสราเอล {4:1} ครั้น เอ ฮูด สิ้น ชีวิต แล้ว คน อิสราเอล ก็ ประพฤติ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ อีก {4:2} พระ เยโฮวาห์ จึง ทรง ขาย เขา ไว้ ใน มือ ของ ยา บิน กษัตริย์ เมือง คา นา อัน ผู้ ครอบครอง อยู่ ณ กรุง ฮา โซร์ แม่ทัพ ของ ท่าน ชื่อ สิ เส รา ผู้ ซึ่ง อาศัย อยู่ ที่ เมือง ฮา โร เชธ ของ คน ต่าง ชาติ {4:3} แล้ว คน อิสราเอล ก็ ร้องทุกข์ ถึง พระ เยโฮวาห์ เพราะ ว่า กษัตริย์ ยา บิน มี รถ รบ เหล็ก เก้า ร้อย คัน และ ได้ บีบ บังคับ คน อิสราเอล อย่าง ร้าย ถึง ยี่ สิบ ปี {i4:4} ผู้ พยากรณ์ หญิง เด โบ ราห์ ขอ ให้ บา รา ค ช่วย สู้ รบ กับ สิ เส รา ที่ ภูเขา ทา โบร์ {4:4} คราว นั้น ผู้ พยากรณ์ หญิง คน หนึ่ง ชื่อ เด โบ ราห์ ภรรยา ของ ลัปปิโดท เป็น ผู้ วินิจฉัย คน อิสราเอล สมัย นั้น {4:5} นาง เคย นั่ง อยู่ ใต้ ต้น อินทผลัม เด โบ ราห์ ที่ อยู่ ระหว่าง รา มาห์ และ เบธเอล ใน แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม และ คน อิสราเอล ก็ ขึ้น มา หา นาง ที่ นั่น เพื่อ ให้ ชำระ ความ {4:6} นาง ใช้ คน ไป เรียก บา รา ค บุตร ชาย อา บี โน อัม ให้ มา จาก เค เดช ใน นัฟธา ลี และ กล่าว แก่ เขา ว่า “ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล มิ ได้ ทรง บัญชา ท่าน หรือ ว่า ‘ ไป ซิ รวบรวม พล ไว้ ที่ ภูเขา ทา โบร์ จง เกณฑ์ จาก คน นัฟ ทา ลี และ คน เศบูลุน หนึ่ง หมื่น คน {4:7} และ เรา จะ ชักนำ สิ เส รา แม่ทัพ ของ ยา บิน ให้ มา พบ กับ เจ้าที่ แม่น้ำ คีโชน พร้อม กับ รถ รบ และ กอง ทหาร ของ เขา และ เรา จะ มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ เจ้า’” {4:8} บา รา ค จึง ตอบ นาง ว่า “ ถ้า แม้ นาง ไป กับ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จะ ไป แต่ ถ้า แม้ นาง ไม่ ไป กับ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ก็ ไม่ ไป” {4:9} นาง จึง ตอบ ว่า “ ดิฉัน จะ ไป กับ ท่าน แน่ แต่ว่า ทาง ที่ ท่าน ไป นั้น จะ ไม่ นำ ท่าน ไป ถึง ศักดิ์ศรี เพราะ ว่า พระ เยโฮวาห์ จะ ขาย สิ เส รา ไว้ ใน มือ ของ หญิง คน หนึ่ง” แล้ว นาง เด โบ ราห์ ก็ ลุก ขึ้น ไป กับ บา รา ค ถึง เมือง เค เดช {4:10} บา รา คจึงเรียกเศบูลุนกับนัฟ ทา ลี ให้ ไป ที่ เค เดช มี คน หนึ่ง หมื่น เดิน ตาม ขึ้น ไป และ นาง เด โบ ราห์ ก็ ไป ด้วย {4:11} มี ชาย คน หนึ่ง ชื่อ เฮ เบอร์ คน เค ไนต์ คือ จาก ลูกหลาน ของ โฮ บับ พ่อตา ของ โมเสส ได้ แยก ออก จาก คน เค ไนต์ทั้งหลาย มา ตั้ง เต็นท์ อยู่ ไกล ออก ไป ถึง ที่ราบ ศานันนิม ซึ่ง อยู่ ใกล้ เมือง เค เดช {4:12} เมื่อ มี คน ไป แจ้ง แก่ สิ เส รา ว่า บา รา ค บุตร ชาย อา บี โน อัม ขึ้น ไป ที่ ภูเขา ทา โบร์แล้ว {4:13} สิ เส รา ก็ เรียก รถ รบ ทั้งหมด ของ ท่าน ออก มา เป็น รถ เหล็ก เก้า ร้อย คัน รวม กับ เหล่า ทหาร ทั้งหมด ที่ ไป ด้วย ยก ไป จาก เมือง ฮา โร เชท ของ คน ต่าง ชาติ ไป ถึง แม่น้ำ คีโชน {4:14} นาง เด โบ ราห์ จึง กล่าว แก่ บา รา คว่า “ ลุก ขึ้น เถิด เพราะ ว่า นี่ เป็น วัน ที่ พระ เยโฮวาห์ ทรง มอบ สิ เส รา ไว้ ใน มือ ของ ท่าน พระ เยโฮวาห์ เสด็จ นำ หน้า ท่าน ไป มิ ใช่ หรือ” บา รา ค จึง ลง ไป จาก ภูเขา ทา โบร์ พร้อม กับ ทหาร หนึ่ง หมื่น คน ติดตาม ท่าน ไป {4:15} พระ เยโฮวาห์ ทรง กระทำ ให้ สิ เส รา พร้อม กับ รถ รบ ทั้งสิ้น ของ ท่าน และ กองทัพ ทั้งหมด ของ ท่าน แตกตื่น พ่าย แพ้ ด้วย คม ดาบ ต่อ หน้า บา รา ค แล้ว สิ เส รา ก็ ลง จาก รถ รบ วิ่ง หนี ไป {4:16} และ บา รา ค ได้ ไล่ ติดตาม รถ รบ ทั้งหลาย และ กองทัพ ไป จน ถึง ฮา โร เชท ของ คน ต่าง ชาติ และ กองทัพ ทั้งหมด ของ สิ เส รา ก็ ล้ม ตาย ด้วย คม ดาบ ไม่ เหลือ สัก คน เดียว {i4:17} ยา เอ ล ภรรยา ของ เฮ เบอร์ ฆ่า สิ เส รา {4:17} ฝ่าย สิ เส รา วิ่ง หนี ไป ถึง เต็นท์ ของ ยา เอ ล ภรรยา ของ เฮ เบอร์ คน เค ไนต์ เพราะ ว่า ยา บิน กษัตริย์ เมือง ฮา โซร์ เป็น ไมตรี กัน กับ วงศ์วาน เฮ เบอร์ คน เค ไนต์ {4:18} ยา เอ ล จึง ออก ไป ต้อนรับ สิ เส รา เรียน ว่า “ เจ้านาย ของ ดิฉัน เจ้าข้า เชิญ แวะ เข้า มา เชิญ แวะ เข้า มา พัก กับ ดิฉัน อย่า กลัว อะไร เลย” สิ เส รา จึง แวะ เข้า ไป ใน เต็นท์ และ นาง ก็ เอา ผ้าห่ม มา คลุม ตัว ให้ {4:19} ท่าน จึง พูด กับ นาง ว่า “ ขอ น้ำ ให้ เรา กิน สัก หน่อย เพราะ เรา กระหาย น้ำ” นาง ก็ เปิด ถุง น้ำนม ให้ ท่าน ดื่ม และ เอา ผ้า คลุม ท่าน ไว้ {4:20} สิ เส รา จึง บอก แก่ นาง อีก ว่า “ ขอ ยืน เฝ้า ที่ ประตู เต็นท์ ถ้า มี ผู้ ใด มา ถาม ว่า ‘ มี ใคร มา พัก ที่ นี่ บ้าง หรือ’ จง บอก ว่า ‘ ไม่ มี’” {4:21} แต่ ยา เอ ล ภรรยา ของ เฮ เบอร์ หยิบ หลัก ขึง เต็นท์ ถือ ค้อน เดิน ย่อง เข้า มา ตอก หลัก เข้า ที่ ขมับ ของ สิ เส รา ทะลุ ติด ดิน ขณะ เมื่อ สิ เส รา กำลัง หลับ สนิท อยู่ เพราะ ความ เหน็ดเหนื่อย แล้ว สิ เส รา ก็ สิ้น ชีวิต {4:22} และ ดู เถิด บา รา ค ไล่ ติดตาม สิ เส รามา ถึง ยา เอ ล ก็ ออก ไป ต้อนรับ เรียน ท่าน ว่า “ เชิญ เข้า มา เถิด ดิฉัน จะ ชี้ ให้ ท่าน เห็น คน ที่ ท่าน ค้น หา อยู่ นั้น” พอ บา รา ค ก็ เข้า ไป ใน เต็นท์ แล้ว ดู เถิด สิ เส รา นอน สิ้น ชีวิต อยู่ มี หลัก เต็นท์ ใน ขมับ {4:23} ดังนี้ แหละ ใน วัน นั้น พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ ยา บิน กษัตริย์ คา นา อัน นอบน้อม ต่อ หน้า คน อิสราเอล {4:24} และ มือ ของ คน อิสราเอล ก็ กระทำ ต่อ ยา บิน กษัตริย์ เมือง คา นา อัน หนัก ขึ้น ทุกที จน เขา ทั้งหลาย ได้ ทำลาย ยา บิน กษัตริย์ เมือง คา นา อัน เสีย {i5:1} บทเพลง ของ นาง เด โบ ราห์ กับ บา รา ค {5:1} แล้ว นาง เด โบ ราห์ กับ บา รา ค บุตร ชาย อา บี โน อัม จึง ร้อง เพลง ใน วัน นั้น ว่า {5:2} “ จง สรรเสริญ พระ เยโฮวาห์ เพราะ พระองค์ ทรง แก้ แค้น คน อิสราเอล เมื่อ ประชาชน สมัครใจ ช่วย {5:3} โอ บรรดา กษัตริย์ ขอ ทรง สดับ โอ เจ้านาย ทั้งหลาย ขอ จง เงี่ยหู ฟัง ข้าพเจ้า นี่แหละ จะ ร้อง เพลง ถวาย พระ เยโฮวาห์ ข้าพเจ้า จะ ร้อง เพลง สรรเสริญ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล {5:4} ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ เมื่อ พระองค์ เสด็จ ออก จาก เส อีร์ เมื่อ พระองค์ เสด็จ จาก ท้องถิ่น เอ โดม แผ่นดิน ก็ หวาดหวั่น ไหว ท้อง ฟ้า ก็ ปล่อย ลง มา เออ เมฆ ก็ ปล่อย ฝน ลง มา {5:5} ภูเขา ก็ ละลาย ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ รวม ทั้ง ภูเขา ซี นาย ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล {5:6} ใน สมัย ชัมการ์ บุตร ชาย อา นาท สมัย ยา เอ ล ทางหลวง ก็ หยุด ชะงัก ผู้ สัญจร ไป มา ก็ หลบ ไป เดิน ตาม ทาง ซอย {5:7} ชาว ไร่ ชาว นา ใน อิสราเอล ก็ หยุด ยั้ง เขา หยุด ยั้ง จน ดิฉัน เด โบ ราห์ขึ้นมา จน ดิฉัน ขึ้น มา เป็น อย่าง มารดา อิสราเอล {5:8} เมื่อ เลือก นับถือ พระ ใหม่ สงคราม ก็ ประชิด เข้า มา ถึง ประตู เมือง เห็น มี โล่ หรือ หอก สัก อัน หนึ่ง ใน พล อิสราเอล สี่ หมื่น คน หรือ {5:9} จิตใจ ของ ข้าพเจ้า นิยม ชม ชอบ ใน บรรดา เจ้า เมือง ของ อิสราเอล ผู้ อาสา สมัคร ท่ามกลาง ประชาชน จง ถวาย สาธุการ แด่ พระ เยโฮวาห์ {5:10} บรรดา ท่าน ผู้ ที่ ขี่ ลา เผือก จง บอกกล่าว ให้ ทราบ เถิด ทั้ง ท่าน ผู้ ที่นั่ง พิพากษา และ ท่าน ที่ สัญจร ไป มา {5:11} คน ที่ รอด พ้น จาก เสียง นัก ธนู ณ ที่ ตัก น้ำ เขา กล่าว ถึง กิจการ อัน ชอบธรรม ของ พระ เยโฮวาห์ คือ กิจการ อัน ชอบธรรม ต่อ ชาว ไร่ ชาว นา ใน อิสราเอล แล้ว ชน ชาติ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ เดิน ไป ที่ ประตู เมือง {5:12} ตื่น เถิด ตื่น เถิด เด โบ ราห์เอ๋ย ตื่น เถิด ตื่น มา ร้อง เพลง ลุก ขึ้น เถิด บา รา ค บุตร ชาย อา บี โน อัมเอ๋ย พา พวก เชลย ของ ท่าน ไป {5:13} ครั้ง นั้น พระองค์ ทรง กระทำ ให้ ผู้ ที่ เหลือ อยู่ ปกครอง พวก ขุนนาง ของ ประชาชน พระ เยโฮวาห์ ทรง กระทำ ให้ ข้าพเจ้า ปกครอง ผู้ มี กำลัง {5:14} ผู้ ที่ มี ราก อยู่ ใน อา มา เลข ได้ ลง มา จาก เอฟ รา อิม เขา เดิน ตาม ท่าน นะ เบน ยา มิ น ท่ามกลาง ประชาชน ของ ท่าน ผู้บังคับบัญชา เดิน ลง มา จาก มา คีร์ และ ผู้ บันทึก รายงาน ของ จอมพล ออก มา จาก เศบูลุน {5:15} เจ้านาย ทั้งหลาย ของ อิสสา คาร์ มา กับ เด โบ ราห์ และ อิสสา คาร์ กับ บา รา คด้วย เขา เร่ง ติดตาม ท่าน ไป ใน หุบเขา มี ความ ตั้งใจ อย่าง ยิ่ง เพื่อ กองพล คน รู เบน {5:16} ไฉน ท่าน จึง รั้งรอ อยู่ ที่ คอก แกะ เพื่อ จะ ฟัง เสียง ปี่ ที่ เขา เป่า ให้ แกะ ฟัง เพื่อ กองพล คน รู เบน มี การ พิจารณา ความ มุ่งหมาย ของ จิตใจ {5:17} กิเล อาด อยู่ ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ข้าง โน้น ส่วน ดาน อาศัย อยู่ กับ เรือกำปั่น ทำไม เล่า อา เชอร์ นั่ง เฉย อยู่ ที่ ฝั่ง ทะเล ตั้ง บ้านเรือน อยู่ ตาม ท่า จอด เรือ ของ เขา {5:18} เศบูลุนกับนัฟ ทา ลี เป็น คน ที่ เสี่ยง ชีวิต เข้า สู่ ความ ตาย ณ ที่ สูง ใน สนาม รบ {5:19} พอ บรรดา กษัตริย์ มา ถึง ก็ รบ กัน บรรดา กษัตริย์ คา นา อัน ก็ รบ ที่ ทา อา นาค ริม ห้วงน้ำ เม กิด โด โดย มิ ได้ ริบ เงิน เลย {5:20} ดวง ดาว ก็ สู้ รบ จาก สวรรค์ จาก วิถี ของ มัน มัน ทั้งหลาย รบ กับ สิ เส รา {5:21} แม่น้ำ คี โชน พัด กวาด เขา ไป เสีย คือ แม่น้ำ คีโชน แม่น้ำ โบราณ นั้น โอ จิต ของ ข้าพเจ้า เอ๋ย เจ้า ได้ เหยียบ ย่ำ ด้วย กำลัง แข็งขัน {5:22} แล้ว เสียง กีบ ม้า ก็ กระทบ แรง โดย ม้า ของ เขา วิ่ง ควบ ไป ม้า ที่ มี อำนาจ ใหญ่ โต วิ่ง ควบ ไป {5:23} ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ กล่าว ว่า ‘ จง สาปแช่ง เม โร สเถิด จง สาปแช่ง ชาว เมือง ให้ หนัก เพราะ เขา ไม่ ได้ ออก มา ช่วย พระ เยโฮวาห์ คือ ช่วย พระ เยโฮวาห์ สู้ ผู้ มี กำลัง มาก’ {5:24} หญิง ที่ น่า สรรเสริญ มาก ที่สุด ก็ คือ ยา เอ ล ภรรยา ของ เฮ เบอร์ คน เค ไนต์ เป็น หญิง ที่ น่า สรรเสริญ มาก ที่สุด ที่ อยู่ เต็นท์ {5:25} เขา ขอ น้ำ นาง ก็ ให้ น้ำนม นาง เอา นมข้น ใส่ ชาม หลวง มา ยื่น ให้ {5:26} นาง เอื้อม มือ หยิบ หลัก เต็นท์ ข้าง มือ ขวา ของ นาง ฉวย ตะลุมพุก นาง ตอก สิ เส รา เข้าที หนึ่ง นาง บี้ ศีรษะ ของ สิ เส รา นาง ตี ทะลุ ขมับ ของ เขา {5:27} เขา จม ลง เขา ล้ม เขา นอน ที่ เท้า ของ นาง ที่ เท้า ของ นาง เขา จม ลง เขา ล้ม เขา จม ลง ที่ไหน ที่ นั่น เขา ล้ม ลง ตาย {5:28} มารดา ของ สิ เส รา มอง ออก ไป ตาม ช่อง หน้าต่าง นาง มอง ไป ตาม บานเกล็ด ร้อง ว่า ‘ ทำไม หนอ รถ รบ ของ เขา จึง มา ช้า เหลือเกิน ทำไม ล้อ รถ รบ ของ เขา จึง เนิ่น ช้า อยู่’ {5:29} บรรดา สตรี ผู้ ฉลาด ของ นาง จึง ตอบ นาง เปล่า ดอก นาง นึก ตอบ เอา เอง ว่า {5:30} ‘ เขา ทั้งหลาย ยัง ไม่ พบ และ ยัง ไม่ แบ่ง ของ ที่ ริบ มา ได้ หรือ หญิง คน หนึ่ง หรือ สอง คน ได้แก่ ชาย คน หนึ่ง สิ่งของ ย้อม สี ที่ ริบ มา เป็น ของ สิ เส รา ของ ย้อม สี ที่ ปัก ลวดลาย ของ ย้อม สี ที่ ปัก ลวดลาย สอง หน้า สำหรับ พัน คอ ของ ข้า เป็น ของ ที่ ริบ’ {5:31} โอ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ ขอ ศัตรู ทั้งปวง ของ พระองค์ พินาศ สิ้น ดังนี้ แต่ ขอ ให้ ผู้ ที่ รัก พระองค์ เปรียบ ดัง ดวง อาทิตย์ เมื่อ โผล่ ขึ้น ด้วย อานุภาพ” และ แผ่นดิน ก็ หยุด พัก สงบ อยู่ สี่ สิบ ปี {i6:1} คน มีเดีย นก ด ขี่ คน อิสราเอล {6:1} และ คน อิสราเอล ก็ ได้ กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ และ พระ เยโฮวาห์ ทรง มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ คน มีเดีย นเจ็ดปี {6:2} และ มือ ของ คน มีเดีย น ก็ มี ชัย ชนะ ต่อ อิสราเอล เพราะ เหตุ คน มีเดีย น ประชาชน อิสราเอล จึง ต้อง ทำ ที่ หลบ ซ่อน ซึ่ง อยู่ ใน ภูเขา ให้ แก่ ตนเอง คือ ถ้ำ และ ที่ กำบัง ที่ เข้มแข็ง {6:3} เพราะ ว่า คน อิสราเอล หว่าน พืช เมื่อไร คน มีเดีย น และ คน อา มา เลข และ ชาว ตะวัน ออก ก็ ขึ้น มา สู้ รบ กับ เขา {6:4} เขา มา ตั้ง ค่าย ไว้ แล้ว ทำลาย พืช ผล แห่ง แผ่นดิน เสีย ไกล ไป ถึง เมือง กาซา ไม่ ให้ มี เครื่อง บริโภค เหลือ ใน อิสราเอล เลย ไม่ ว่า แกะ หรือ วัว หรือ ลา {6:5} เพราะ ว่า คน เหล่า นั้น จะ ขึ้น มา พร้อม ทั้ง ฝูง สัตว์ และ เต็นท์ เขา มา เหมือน ตั๊กแตน เป็น ฝูงๆ ทั้งคน และ อูฐ ก็ นับ ไม่ ถ้วน เมื่อ เขา เข้า มา เขา ก็ ทำลาย แผ่นดิน เสีย อย่าง นี้ แหละ {6:6} พวก อิสราเอล จึง ตกต่ำ ลง มาก เพราะ คน มีเดีย น คน อิสราเอล ก็ ร้องทุกข์ ถึง พระ เยโฮวาห์ {6:7} ต่อ มา เมื่อ คน อิสราเอล ร้องทุกข์ ถึง พระ เยโฮวาห์ เพราะ คน มีเดีย น {6:8} พระ เยโฮวาห์ ก็ ทรง ใช้ ผู้ พยากรณ์ คน หนึ่ง ให้ มา หา คน อิสราเอล ผู้ นั้น พูด กับ เขา ทั้งหลาย ว่า “ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล ตรัส ดังนี้ ว่า ‘ เรา ได้ นำ พวก เจ้า ขึ้น มา จาก อียิปต์ นำ เจ้า ออก มา จาก เรือน ทาส {6:9} และ เรา ได้ ช่วย เจ้า ให้ พ้น จาก เงื้อมมือ ของ ชาว อียิปต์ และ ให้ พ้น จาก มือ ของ บรรดา ผู้ ที่ บีบ บังคับ เจ้า และ ขับ ไล่ เขา ให้ ออก ไป เสีย ให้ พ้น หน้า เจ้า และ มอบ แผ่นดิน ของ เขา ให้ แก่ เจ้า {6:10} และ เรา บอก กับ เจ้า ว่า “ เรา คือ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เจ้า เจ้า อย่า เกรงกลัว พระ ของ คน อา โม ไรต์ ใน แผ่นดิน ของ เขา ซึ่ง เจ้า อาศัย อยู่ นั้น” แต่ เจ้า ทั้งหลาย หา ได้ เชื่อฟัง เสียง ของ เรา ไม่’” {i6:11} ทรง เรียก กิ เด โอน มา ช่วย คน อิสราเอล ให้ รอด {6:11} ฝ่าย ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ของ พระ เยโฮวาห์ มา นั่ง อยู่ ที่ ใต้ ต้น โอ๊ก ที่ ตำบล โอ ฟราห์ ซึ่ง เป็น ของ โย อา ช คน อา บี เย เซอร์ ฝ่าย กิ เด โอน บุตร ชาย ของ ท่าน กำลัง นวด ข้าว สาลี อยู่ ใน บ่อ ย่ำ องุ่น เพื่อ ซ่อน ให้ พ้น ตา คน มีเดีย น {6:12} ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ ปรากฏ แก่ กิ เด โอน พูด กับ เขา ว่า “ เจ้า บุรุษ ผู้ กล้า หาญ เอ๋ย พระ เยโฮวาห์ ทรง สถิต กับ เจ้า” {6:13} กิ เด โอน จึง ทูล ท่าน ผู้ นั้น ว่า “ โอ ท่าน เจ้าข้า ถ้า พระ เยโฮวาห์ ทรง สถิต กับ พวก เรา แล้ว ไฉน เหตุ เหล่า นี้ จึง เกิด ขึ้น แก่ เรา เล่า และ การ อัศจรรย์ ทั้งหลาย ของ พระองค์ ซึ่ง บรรพบุรุษ เคย เล่า ให้ เรา ฟัง ว่า ‘ พระ เยโฮวาห์ ทรง นำ เรา ออก จาก อียิปต์ มิ ใช่ หรือ’ แต่ สมัย นี้ พระ เยโฮวาห์ ทรง ทอดทิ้ง เรา เสีย แล้ว และ ทรง มอบ เรา ไว้ ใน มือ ของ พวก มีเดีย น” {6:14} และ พระ เยโฮวาห์ ทรง หัน มา หา เขา ตรัส ว่า “ จง ไป ช่วย คน อิสราเอล ให้ พ้น จาก เงื้อมมือ พวก มีเดีย น ด้วย กำลัง ของ เจ้า นี่แหละ เรา ใช้ เจ้า ให้ ไป แล้ว มิ ใช่ หรือ” {6:15} กิ เด โอน จึง กราบ ทูล ว่า “ โอ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ข้า พระองค์ จะ ช่วย อิสราเอล ได้ อย่างไร ดู เถิด ครอบครัว ของ ข้า พระองค์ ต่ำต้อย ที่สุด ใน คน มนัส เสห์ และ ตัว ข้า พระองค์ ก็ เป็น คน เล็กน้อย ที่สุด ใน วงศ์วาน บิดา ของ ข้า พระองค์” {6:16} พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ เขา ว่า “ แต่ เรา จะ อยู่ กับ เจ้า แน่ และ เจ้า จะ ได้ โจมตี คน มีเดีย นอ ย่าง กับ ตี คน คน เดียว” {6:17} เขา ก็ ทูล พระองค์ ว่า “ ถ้า บัดนี้ ข้า พระองค์ ได้ รับ พระ กรุณา ใน สาย พระ เนตร ของ พระองค์ ขอ ทรง โปรด สำแดง หมาย สำคัญ อย่าง หนึ่ง แก่ ข้า พระองค์ ว่า พระองค์ เอง ตรัส กับ ข้า พระองค์ {6:18} ขอ พระองค์ อย่า เสด็จ ไป เสีย จาก ที่ นี่ จน กว่า ข้า พระองค์ จะ กลับ มา หา พระองค์ และ นำ ของ มา ตั้ง ถวาย ต่อ พระ พักตร์” และ พระองค์ ตรัส ว่า “ เรา จะ คอย อยู่ จน กว่า เจ้า จะ กลับ มา อีก” {6:19} กิ เด โอน ก็ กลับ เข้า บ้าน จัด ลูก แพะ ตัว หนึ่ง กับ แป้ง เอ ฟาห์ หนึ่ง ทำ ขนม ไร้ เชื้อ เขา เอา เนื้อ ใส่ กระจาด ส่วน น้ำ แกง ใส่ ใน หม้อ นำ สิ่ง เหล่า นี้ มา ถวาย พระองค์ ที่ ใต้ ต้น โอ๊ก {6:20} และ ทูต สวรรค์ ของ พระเจ้า บอก เขา ว่า “ จง เอา เนื้อ และ ขนม ไร้ เชื้อ วาง ไว้ บน ศิลา นี้ เท น้ำ แกง ราด ของ เหล่า นั้น” กิ เด โอน ก็ กระทำ ตาม {6:21} แล้ว ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ เอา ปลาย ไม้ ที่ ถือ อยู่ แตะ ต้อง เนื้อ และ ขนม ไร้ เชื้อ และ มี ไฟ ลุก ขึ้น มา จาก ศิลา ไหม้ เนื้อ และ ขนม ไร้ เชื้อ จน หมด และ ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ หาย ไป พ้น สายตา ของ เขา {6:22} กิ เด โอน ก็ ทราบ ว่า เป็น ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ของ พระ เยโฮวาห์ จริง และ กิ เด โอน พูด ว่า “ โอ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า เจ้าข้า บัดนี้ ข้า พระองค์ ได้ เห็น ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ของ พระ เยโฮวาห์ ต่อ หน้า ต่อ ตา อนิจจา เอ๋ย” {6:23} แต่ พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ กิ เด โอน ว่า “ สันติภาพ จง มี อยู่ แก่ เจ้า เจ้า อย่า กลัว เลย เพราะ เจ้า จะ ไม่ ตาย” {6:24} ฝ่าย กิ เด โอน ก็ สร้าง แท่น บูชา แท่น หนึ่ง ถวาย พระ เยโฮวาห์ ที่ นั่น และ เรียก ตำบล นั้น ว่า พระ เยโฮวาห์ ชา โลม ทุก วัน นี้ แท่น นั้น ก็ ยัง อยู่ ที่ โอ ฟราห์ ซึ่ง เป็น ของ คน อา บี เย เซอร์ {6:25} อยู่ มา ใน คืน วัน นั้น พระ เยโฮวาห์ ตรัส สั่ง กิ เด โอน ว่า “ จง เอา วัว หนุ่ม ของ บิดา คือ วัว ผู้ ตัว ที่ สอง ที่ มี อายุ เจ็ด ปี มา ไป พัง แท่น พระ บา อัล ซึ่ง บิดา ของ เจ้า มี อยู่ นั้น ลง เสีย จง โค่น เสา รูป เคารพ ซึ่ง อยู่ ข้างๆ แท่น เสีย ด้วย {6:26} และ สร้าง แท่น บูชา ถวาย แด่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เจ้าที่ บน ป้อม นี้ ใช้ ก้อน หิน ก่อ ให้ เป็น ระเบียบ แล้ว นำ วัว ตัว ที่ สอง นั้น ฆ่า เสีย ถวาย เป็น เครื่อง เผา บูชา เผา ด้วย ไม้ เสา รูป เคารพ ซึ่ง เจ้า โค่น มา นั้น” {6:27} กิ เด โอน จึง นำ คนใช้ สิบ คน ไป กระทำ ตาม ที่ พระ เยโฮวาห์ ตรัส สั่ง แก่ เขา แต่ เพราะ กิ เด โอน กลัว ครอบครัว บิดา ของ ตน และ กลัว ชาว เมือง จน ไม่ กล้า ทำ กลางวัน จึง กระทำ ใน เวลา กลางคืน {6:28} เมื่อ ชาว เมือง ตื่น ขึ้น ใน เช้าตรู่ วัน รุ่งขึ้น ดู เถิด แท่น บูชา พระ บา อัลพังทลาย และ เสา รูป เคารพ ที่ อยู่ ข้างๆ ก็ ถูก โค่น ลง และ มี วัว ผู้ ตัว ที่ สอง วาง บูชา อยู่ บน แท่น ที่ สร้าง ขึ้น ใหม่ นั้น {6:29} เขา จึง พูด กัน และ กัน ว่า “ ใคร ทำ อย่าง นี้ นะ” เมื่อ เขา ได้ สืบ ถาม แล้ว เขา ทั้งหลาย จึง กล่าว ว่า “ กิ เด โอน บุตร ชาย ของ โย อา ช ได้ กระทำ สิ่ง นี้” {6:30} แล้ว ชาว เมือง จึง บอก โย อา ชว่า “ จง มอบ ลูก ของ เจ้า นั้น มา ให้ ประหาร ชีวิต เสีย เพราะ เขา ได้ พัง แท่น ของ พระ บา อัล และ โค่น เสา รูป เคารพ ที่ อยู่ ข้าง แท่น นั้น” {6:31} แต่ โย อา ช ได้ ตอบ คน ที่ มา ฟ้อง นั้น ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย จะ เป็น พยาน แทน พระ บา อัลหรือ จะ สู้ ความ แทน หรือ ผู้ ใด ที่ เป็น ทนาย แทน พระ บา อัล จะ ต้อง ถูก ประหาร ชีวิต เช้า นี้ แหละ ถ้า พระ บา อัล เป็น พระ แท้ ก็ ให้ สู้ คดี เอง เถิด เพราะ มี คน มา พัง แท่น ของ ท่าน ลง” {6:32} วัน นั้น เขา จึง ตั้ง ชื่อ ท่าน ว่า เย รุ บบาอัล ใจความ ว่า “ ให้ บา อัล สู้ คดี เอง” เพราะ เขา พัง แท่น ของ ท่าน {6:33} ครั้ง นั้น บรรดา คน มีเดีย น และ คน อา มา เลข และ ชาว ตะวัน ออก ก็ รวม กัน ยก ทัพ ข้าม ไป ตั้ง ค่าย อยู่ ใน หุบเขา ยิสเรเอล {6:34} แต่ พระ วิญญาณ ของ พระ เยโฮวาห์ ทรง สถิต กับ กิเดโอน ท่าน ก็ เป่า แตร เรียก คน อา บี เย เซอร์ ให้ มา ติดตาม ท่าน {6:35} และ ท่าน ส่ง ผู้ สื่อสาร ไป ทั่ว มนัส เสห์ เรียก ให้ เขา ยก ติดตาม ท่าน ไป ด้วย และ ท่าน ส่ง ผู้ สื่อสาร ไป ยัง อา เชอร์ เศบูลุน และ นัฟทาลี คน เหล่า นี้ ก็ ขึ้น มา ปะทะ ข้าศึก ด้วย {6:36} กิ เด โอน จึง ทูล พระเจ้า ว่า “ ถ้า พระองค์ จะ ช่วย อิสราเอล ให้ พ้น ด้วย มือ ของ ข้า พระองค์ ดัง ที่ พระองค์ ตรัส แล้ว นั้น {6:37} ดู เถิด ข้า พระองค์ ได้ วาง กลุ่ม ขน แกะ ไว้ ที่ ลาน นวด ข้าว แม้ มี น้ำค้าง เฉพาะ ที่ กลุ่ม ขน แกะ เท่านั้น ส่วน ที่ พื้น ดิน โดย รอบ นั้น แห้ง ข้า พระองค์ ก็ จะ ทราบ ว่า พระองค์ จะ ทรง ช่วย อิสราเอล ให้ พ้น ด้วย มือ ของ ข้า พระองค์ ดัง ที่ พระองค์ ตรัส นั้น” {6:38} ก็ เป็น ไป ดังนั้น เมื่อ กิ เด โอน ตื่น ขึ้น ใน วัน รุ่งเช้า ก็ บีบ กลุ่ม ขน แกะ เขา บีบ ได้ น้ำค้าง จาก กลุ่ม ขน แกะ จน เต็ม ชาม {6:39} แล้ว กิ เด โอน จึง ทูล พระเจ้า ว่า “ ขอ อย่า ให้ พระ พิโรธ พลุ่ง ขึ้น ต่อ ข้า พระองค์ ขอ ข้า พระองค์ ทูล อีก สัก ครั้ง เดียว ขอ ข้า พระองค์ ทดลอง ด้วย กลุ่ม ขน แกะ นี้ อีก ครั้ง หนึ่ง เถิด คราว นี้ ขอ ให้ แห้ง เฉพาะ ที่ กลุ่ม ขน แกะ ส่วน ที่ พื้น ดิน นั้น ให้ มี น้ำค้าง โดย ทั่วไป” {6:40} ใน คืน วัน นั้น พระเจ้า ก็ ทรง กระทำ ตาม ที่ ขอ คือ กลุ่ม ขน แกะ นั้น แห้ง อยู่ แต่ มี น้ำค้าง อยู่ ทั่ว พื้น ดิน {i7:1} พระเจ้า ทรง บัญชา ให้ ลด จำนวน ทหาร น้อย ลง {7:1} เย รุ บบาอัล คือ กิเดโอน และ บรรดา คน ที่ อยู่ กับ ท่าน ก็ ลุก ขึ้น ตั้งแต่ เช้าตรู่ ไป ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ ริม น้ำพุ ฮา โร ด ฝ่าย ค่าย ของ พวก มีเดีย นอ ยู่ ทาง เหนือ ของ เขา อยู่ ใน หุบเขา ที่ ภูเขา โม เรห์ {7:2} พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ กิ เด โอน ว่า “ คน ที่ อยู่ กับ เจ้า ยัง มี มาก เกิน ที่ เรา จะ มอบ คน มีเดีย น ไว้ ใน มือ ของ เขา เกรง ว่า อิสราเอล จะ ทะนง ตัว ต่อ เรา โดย กล่าว ว่า ‘ มือ ของ เรา เอง ได้ ช่วย เรา ให้ พ้น’ {7:3} เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ จง ประกาศ ให้ เข้า หู คน ทั้งปวง ว่า ‘ ผู้ ใด ที่ กลัว และ สั่นเทิ้ม อยู่ ก็ ให้ ผู้ นั้น กลับ เสีย และ ไป จาก ภูเขา กิเล อาด โดย เร็ว’” และ มี คน กลับ ไป สอง หมื่น สอง พัน คน และ ยัง เหลือ อยู่ หนึ่ง หมื่น คน {7:4} พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ กิ เด โอน ว่า “ ประชาชน ยัง มาก อยู่ จง พา เขา ลง ไป ที่ น้ำ และ เรา จะ ทำ การ ทดสอบ เขา ให้ เจ้าที่ นั่น ผู้ ที่ เรา จะ บอก เจ้า ว่า ‘ ให้ คน นี้ ไป กับ เจ้า’ ผู้ นั้น ต้อง ไป กับ เจ้า ผู้ ที่ เรา บอก ว่า ‘ คน นี้ อย่า ให้ ไป’ ผู้ นั้น ไม่ ต้อง ไป” {7:5} ท่าน จึง พา ประชาชน ลง ไป ที่ น้ำ พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ กิ เด โอน ว่า “ ทุก คน ที่ ใช้ ลิ้น เลีย น้ำ ดัง สุนัข จง รวม เขา ไว้ พวก หนึ่ง ทุก คน ที่ คุกเข่า ลง ดื่ม น้ำ จง รวม ไว้ อีก พวก หนึ่ง ดุจ กัน” {7:6} จำนวน คน ที่ ใช้ มือ วัก น้ำ ขึ้น เลีย มี สาม ร้อย คน แต่ ประชาชน นอก นั้น คุกเข่า ลง ดื่ม น้ำ {i7:7} กิ เด โอน ได้ รับ กำลังใจ เพิ่ม ขึ้น พระเจ้า ทรง ให้ ความ กลัว ของ คน มีเดีย นปรากฏ {7:7} พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ กิ เด โอน ว่า “ เรา จะ ช่วย เจ้า ทั้งหลาย ให้ พ้น ด้วย จำนวน คน สาม ร้อย ที่ เลีย น้ำ นั้น และ มอบ คน มีเดีย น ไว้ ใน มือ ของ เจ้า นอก นั้น ให้ กลับ ไป บ้านเมือง ของ ตน ทุก คน” {7:8} ประชาชน จึง ถือ เสบียง และ แตร ไว้ และ ท่าน สั่ง ให้ อิสราเอล ที่ เหลือ อยู่ กลับ ไป ยัง เต็นท์ ของ ตน ทุก คน แต่ ให้ สาม ร้อย คน นั้น อยู่ และ ค่าย ของ มีเดีย น ก็ อยู่ ข้าง ล่าง ท่าน ใน หุบเขา {7:9} อยู่ มา ใน คืน วัน นั้น พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ ท่าน ว่า “ จง ลุก ขึ้น ลง ไป ยัง ค่าย เถิด ด้วย เรา มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ เจ้า แล้ว {7:10} แต่ ถ้า เจ้า กลัว ไม่ กล้า ลง ไป จง พา ปู ราห์ คนใช้ ของ เจ้า ไป ด้วย ให้ ถึง ค่าย นั้น {7:11} เจ้า จะ ได้ยิน ว่า เขา พูด อะไร กัน ภายหลัง มือ ของ เจ้า จะ มี กำลัง ขึ้น ที่ จะ ลง ไป ตี ค่าย นั้น” ท่าน จึง ไป กับ ปู ราห์ คนใช้ ของ ท่าน ไป ถึง ทหาร ถือ อาวุธ ด้าน นอก ซึ่ง อยู่ ใน ค่าย {7:12} ฝ่าย คน มีเดีย น และ คน อา มา เลข กับ บรรดา ชาว ตะวัน ออก นอน อยู่ ตาม หุบเขา เหมือน ตั๊กแตน เป็น ฝูงๆ ฝูง อูฐ ของ เขา ก็ นับ ไม่ ถ้วน มาก ดุจ เม็ด ทราย ที่ ฝั่ง ทะเล {7:13} ครั้น กิ เด โอน แอบ มา ดู เถิด มี ชาย คน หนึ่ง เล่า ความ ฝัน ให้ เพื่อน ฟัง ว่า “ ดู เถิด เรา ฝัน เรื่อง หนึ่ง ดู เถิด มี ขนม ข้าว บาร์เลย์ ก้อน หนึ่ง กลิ้ง เข้า มา ใน ค่าย ของ พวก มีเดีย น มา ถึง เต็นท์ โดน เต็นท์ ทำให้ เต็นท์ ล้ม ลง พลิก ขึ้น แล้ว ก็ ราบ ไป” {7:14} เพื่อน ของ เขา จึง ตอบ ว่า “ นี่ ไม่ ใช่ อื่น ไกล เลย นอกจาก ดาบ ของ กิ เด โอน บุตร ชาย โย อา ช บุรุษ ของ อิสราเอล พระเจ้า ได้ ทรง มอบ พวก มีเดีย น และ กองทัพ ทั้งสิ้น ไว้ ใน มือ ของ เขา แล้ว” {7:15} เมื่อ กิ เด โอน ได้ยิน เขา เล่า ความ ฝัน และ คำ แก้ ฝัน เช่น นั้น แล้ว ท่าน ก็ นมัสการ และ กลับ ไป สู่ ค่าย อิสราเอล สั่ง ว่า “ จง ลุก ขึ้น เถิด เพราะ ว่า พระ เยโฮวาห์ ทรง มอบ กองทัพ คน มีเดีย น ไว้ ใน มือ ของ ท่าน ทั้งหลาย แล้ว” {i7:16} คน อิสราเอล ชนะ โดย ใช้ แตร หม้อ เปล่า และ คบเพลิง {7:16} ท่าน จึง แบ่ง คน สาม ร้อย นั้น ออก เป็น สาม กอง ให้ ถือ แตร ทุก คน และ ถือ หม้อ เปล่า มี คบเพลิง อยู่ ข้าง ใน หม้อ นั้น {7:17} และ ท่าน สั่ง เขา ว่า “ จง คอย ดู เรา แล้ว ให้ ทำ เหมือน กัน และ ดู เถิด เมื่อ เรา ไป ถึง ค่าย ด้าน นอก แล้ว เรา กระทำ อย่างไร ก็ จง กระทำ อย่าง นั้น {7:18} ขณะ เมื่อ เรา เป่า แตร คือ ตัว เรา กับ บรรดา คน ที่ อยู่ กับ เรา เจ้า จง เป่า แตร รับ ให้ รอบ ค่าย ทั้งหมด แล้ว ร้อง ว่า ‘ ดาบ ของ พระ เยโฮวาห์ และ ของ กิเดโอน’” {7:19} กิ เด โอน กับ ทหาร หนึ่ง ร้อย คน ที่ อยู่ กับ ท่าน ก็ มา ถึง ด้าน นอก ค่าย ใน เวลา ต้น ยาม กลาง พึ่ง พลัด เวร ยาม ใหม่ เขา ก็ เป่า แตร ขึ้น และ ต่อย หม้อ ซึ่ง อยู่ ใน มือ ให้ แตก {7:20} ทหาร ทั้ง สาม กอง ก็ เป่า แตร และ ต่อย หม้อ มือ ซ้าย ถือ คบเพลิง มือ ขวา ถือ แตร จะ เป่า และ เขา ร้อง ขึ้น ว่า “ ดาบ ของ พระ เยโฮวาห์ และ ของ กิเดโอน” {7:21} ต่าง ก็ ยืน อยู่ ตาม ที่ ของ ตน เรียงราย รอบ ค่าย บรรดา กองทัพ ก็ ร้อง อื้ออึง วิ่ง หนี ไป {7:22} เมื่อ เขา เป่า แตร ทั้ง สาม ร้อย อัน นั้น พระ เยโฮวาห์ ทรง บันดาล ให้ เขา ฆ่า ฟัน กัน ทั่ว ทุก กอง กองทัพ ก็ แตกตื่น หนี ไป ถึง ตำบล เบธชิทธาห์ ทาง ไป เมือง เศเรราห์ ไกล ไป จน ถึง เขต เมือง อา เบลเมโฮลาห์ ที่ ตำบล ทับ บาท {7:23} คน อิสราเอล ถูก เรียก ออก มา จาก นัฟทาลี และ จาก อา เชอร์ และ จาก ทั่ว มนัส เสห์ และ พร้อม กัน ติดตาม พวก มีเดีย นไป {7:24} และ กิ เด โอน ก็ ใช้ ผู้ สื่อสาร ออก ไป ทั่ว แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม ประกาศ ว่า “ จง ลง มา รบ พวก มีเดีย น และ ยึด แคว ทั้งหลาย ไกล ไป ถึง ตำบล เบธบาราห์ และ แม่น้ำ จอร์แดน ด้วย” เขา ก็ เรียก บรรดา ทหาร เอฟ รา อิ มอ อก มา เขา ทั้งหลาย ยึด แคว ถึง เบธบาราห์ และ แม่น้ำ จอร์แดน ไว้ {7:25} จับ โอ เร บและเศเอบ เจ้านาย สอง คน ของ พวก มีเดีย นได้ เขา ฆ่า โอ เร บ เสีย ที่ ศิลา โอ เร บ และ ฆ่า เศเอบ เสีย ที่ บ่อ ย่ำ องุ่น ชื่อ เศเอบ แล้ว ก็ ไล่ ติดตาม พวก มีเดีย นไป และ เขา นำ เอา ศีรษะ โอ เร บและเศเอบมาให้กิ เด โอน ที่ ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ข้าง โน้น {i8:1} กิ เด โอน ไล่ ตาม จับ และ ฆ่า กษัตริย์ แห่ง พวก มีเดีย น {8:1} คน เอฟ รา อิม จึง พูด กับ ท่าน ว่า “ ทำไม ท่าน จึง กระทำ แก่ เรา อย่าง นี้ คือ เมื่อ ท่าน ยก ไป ต่อสู้ พวก มีเดีย นนั้น ท่าน ก็ ไม่ ได้ เชิญ เรา ให้ ไป รบ ด้วย” และ เขา ทั้งหลาย ก็ ต่อว่า ท่าน อย่าง รุนแรง {8:2} ท่าน จึง ตอบ เขา ทั้งหลาย ว่า “ สิ่ง ที่ เรา ทำ มา แล้ว จะ เปรียบเทียบ กับ สิ่ง ที่ ท่าน ทั้งหลาย ทำ แล้ว ได้ หรือ ผล องุ่น ที่ ชาว เอฟ รา อิม เก็บ เล็ม ก็ ยัง ดี กว่า ผล องุ่น ที่ อา บี เย เซอร์ เก็บเกี่ยว มิ ใช่ หรือ {8:3} พระเจ้า ประทาน โอ เร บและเศเอบ เจ้านาย มีเดีย น ไว้ ใน มือ ของ ท่าน ข้าพเจ้า สามารถ กระทำ อะไร ที่ จะ เทียบ กับ ท่าน ได้ เล่า” เมื่อ ท่าน พูด อย่าง นี้ เขา ทั้งหลาย ก็ หาย โกรธ {8:4} กิ เด โอน ก็ มา ที่ แม่น้ำ จอร์แดน และ ข้าม ไป ทั้ง ท่าน และ ทหาร สาม ร้อย คน ที่ อยู่ ด้วย ถึง จะ อ่อนเปลี้ย แต่ ก็ ยัง ติดตาม ไป {8:5} ท่าน จึง พูด กับ ชาว เมือง สุ คคทว่า “ ขอ ขนม ปัง ให้ คน ที่ ติดตาม เรา มา บ้าง เพราะ เขา อ่อนเปลี้ย เรา กำลัง ไล่ ติดตาม เศบาห์ และ ศัล มุ น นา กษัตริย์ แห่ง มีเดีย น” {8:6} เจ้านาย ของ เมือง สุ คคท จึง ตอบ ว่า “ มือ ของ เศบาห์ และ ของ ศัล มุ น นา อยู่ ใน มือ เจ้า แล้ว หรือ เรา จึง จะ เอา ขนม ปัง มา เลี้ยง กองทัพ ของ เจ้า” {8:7} กิ เด โอน จึง กล่าว ว่า “ ถ้า อย่าง นั้น เมื่อ พระ เยโฮวาห์ มอบ เศบาห์ และ ศัล มุ น นา ไว้ ใน มือ เรา แล้ว เรา จะ เอา หนาม ใหญ่ แห่ง ถิ่น ทุรกันดาร และ หนาม ย่อย มา นวด เนื้อ เจ้า ทั้งหลาย” {8:8} ท่าน ก็ ออก จาก ที่ นั่น ขึ้น ไป ยัง เมือง เปนูเอล และ พูด กับ เขา ใน ทำนอง เดียวกัน ชาว เมือง เปนูเอล ก็ ตอบ ท่าน อย่าง เดียว กับ ที่ ชาว เมือง สุ คคทตอบ {8:9} ท่าน จึง พูด กับ ชาว เมือง เปนูเอลด้วยว่า “ เมื่อ เรา กลับ มา ด้วย สันติภาพ เรา จะ พัง ป้อม นี้ ลง เสีย” {8:10} ฝ่าย เศบาห์ และ ศัล มุ น นา อาศัย อยู่ ที่ คา รโคร กับ กองทัพ มี ทหาร หนึ่ง หมื่น ห้า พัน คน เป็น กองทัพ ชาว ตะวัน ออก ที่ เหลือ อยู่ ทั้งหมด เพราะ ว่า ผู้ ที่ ถือ ดาบ ล้ม ตาย เสีย หนึ่ง แสน สอง หมื่น คน {8:11} กิ เด โอน ขึ้น ไป ตาม ทาง สัญจร ของ คน ที่ อาศัย ใน เต็นท์ ทิศ ตะวัน ออก ของ เมือง โน บาห์ และ เมือง โยก เบฮาห์ เข้า โจมตี กองทัพ ได้ แล้ว เพราะ ว่า กองทัพ คิด ว่า พ้น ภัย {8:12} เศบาห์ และ ศัล มุ น นา ก็ หนี ไป กิ เด โอน ก็ ไล่ ติดตาม ไป จับ เศบาห์ กับ ศัล มุ น นา กษัตริย์ พวก มีเดีย น ทั้ง สอง องค์ ได้ และ ทำ กองทัพ ทั้งหมด ให้ แตกตื่น {8:13} ฝ่าย กิ เด โอน บุตร ชาย โย อา ช ก็ กลับ จาก การ ศึก ก่อน ดวง อาทิตย์ ขึ้น {8:14} จับ ชาย หนุ่ม ชาว เมือง สุ คคท ได้ คน หนึ่ง จึง ซัก ถาม เขา ชาย คน นี้ ก็ เขียน ชื่อ เจ้านาย และ พวก ผู้ใหญ่ ของ เมือง สุ คคทให้ รวม เจ็ด สิบ เจ็ด คน ด้วย กัน {8:15} กิ เด โอน จึง มา หา ชาว เมือง สุ คคทกล่าวว่า “ จง มา ดู เศบาห์ และ ศัล มุ นนา ซึ่ง เมื่อ ก่อน เจ้า เยาะเย้ย เรา ว่า ‘ มือ ของ เศบาห์ และ ของ ศัล มุ น นา อยู่ ใน มือ เจ้า แล้ว หรือ เรา จะ ได้ เลี้ยง ทหาร ที่ เหน็ดเหนื่อย ของ เจ้า ด้วย ขนม ปัง’” {8:16} กิ เด โอน ก็ จับ พวก ผู้ใหญ่ ใน เมือง เอา หนาม ใหญ่ แห่ง ถิ่น กันดาร และ หนาม ย่อย ด้วย มา สั่งสอน ชาว เมือง สุ คคท {8:17} ท่าน ก็ พัง ป้อม เมือง เปนูเอล และ ประหาร ชีวิต ชาว เมือง เสีย {8:18} ท่าน จึง ถาม เศบาห์ และ ศัล มุ นนาว่า “ คน ที่ เจ้า ฆ่า เสีย ที่ ทา โบร์ เป็น คน แบบ ไหน” เขา ตอบ ว่า “ ท่าน เป็น อย่างไร เขา ก็ เป็น อย่าง นั้น เป็น เหมือน ราชบุตร ทุก คน” {8:19} กิ เด โอน จึง กล่าว ว่า “ คน เหล่า นั้น เป็น พี่น้อง ท้อง เดียวกัน กับ เรา พระ เยโฮวาห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ถ้า เจ้า ไว้ ชีวิต เขา เรา ก็ จะ ไม่ ประหาร ชีวิต เจ้า แน่ ฉัน นั้น” {8:20} แล้ว ท่าน สั่ง เย เธอร์ บุตร หัว ปี ของ ท่าน ว่า “ จง ลุก ขึ้น ฆ่า เขา ทั้ง สอง เสีย” แต่ หนุ่ม คน นั้น ไม่ ยอม ชัก ดาบ ออก ด้วย ว่า เขา กลัว เพราะ เขา ยัง หนุ่ม อยู่ {8:21} ฝ่าย เศบาห์ กับ ศัล มุ น นา จึง ว่า “ ท่าน ลุก ขึ้น ฟัน เรา เอง ซิ เป็น ผู้ใหญ่ เท่าใด กำลัง ก็ แข็ง เท่านั้น” กิ เด โอน ก็ ลุก ขึ้น ฆ่า เศบาห์ และ ศัล มุ นนาเสีย แล้ว เก็บ เครื่องประดับ ที่ คอ อูฐ ของ เขา ไว้ {8:22} ครั้ง นั้น คน อิสราเอล ก็ เรียน กิ เด โอน ว่า “ ขอ จง ปกครอง พวก ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เถิด ทั้ง ตัว ท่าน และ ลูกหลาน ของ ท่าน สืบ ไป ด้วย เพราะ ว่า ท่าน ได้ ช่วย เรา ทั้งหลาย ให้ พ้น จาก มือ ของ มีเดีย น” {8:23} กิ เด โอน จึง ตอบ เขา ทั้งหลาย ว่า “ เรา จะ ไม่ ปกครอง ท่าน ทั้งหลาย และ บุตร ชาย ของ เรา ก็ จะ ไม่ ปกครอง ท่าน ทั้งหลาย พระ เยโฮวาห์ จะ ทรง ปกครอง ท่าน ทั้งหลาย เอง” {8:24} กิ เด โอน ก็ บอก คน เหล่า นั้น ว่า “ เรา จะ ขอ สิ่ง หนึ่ง จาก ท่าน ทั้งหลาย คือ ขอ ให้ ทุก คน ถวาย ตุ้มหู ซึ่ง ริบ มา ได้ นั้น” (ด้วย ว่า คน เหล่า นั้น มี ตุ้มหู ทองคำ เพราะ เป็น ชน อิชมาเอล) {8:25} เขา ก็ เรียน ตอบ ท่าน ว่า “ เรา ทั้งหลาย เต็ม ใจ จะ ให้” เขา ก็ ปู ผ้า ลง วาง ตุ้มหู ซึ่ง ริบ มา ได้ นั้น ไว้ ที่ นั่น {8:26} ตุ้มหู ทองคำ ซึ่ง ท่าน ขอ ได้ นั้น มี น้ำหนัก หนึ่ง พัน เจ็ด ร้อย เชเขลทองคำ นอกจาก นี้ ยัง มี เครื่องประดับ จี้ และ ฉลอง องค์ สี ม่วง ซึ่ง กษัตริย์ พวก มีเดีย นทรง ทั้ง เครื่อง ผูก คอ อูฐ ด้วย {8:27} กิ เด โอน ก็ เอา ทองคำ นี้ ทำ เป็น รูป เอ โฟด เก็บ ไว้ ที่ เมือง ของ ท่าน คือ โอ ฟราห์ และ บรรดา คน อิสราเอล ก็ เล่นชู้ กับ รูป นี้ กระทำ ให้ เป็น บ่วง ดัก กิ เด โอน และ วงศ์วาน ของ ท่าน {8:28} ดังนี้ แหละ พวก มีเดีย น ก็ พ่าย แพ้ ต่อ หน้า คน อิสราเอล ไม่ อาจ ยก ศีรษะ ขึ้น อีก ได้ เลย และ แผ่นดิน ก็ พัก สงบ อยู่ ใน สมัย ของ กิ เด โอน ถึง สี่ สิบ ปี {8:29} ฝ่าย เย รุ บบาอัล บุตร ชาย ของ โย อา ช ก็ ไป อาศัย อยู่ ใน บ้าน ของ ตน {8:30} กิ เด โอน มี บุตร ชาย เกิด จาก บั้นเอว ของ ท่าน เจ็ด สิบ คน เพราะ ท่าน มี ภรรยา หลาย คน {8:31} เมียน้อย ของ กิ เด โอน ที่ อยู่ ณ เมือง เชเคม ก็ คลอด บุตร ชาย ให้ ท่าน คน หนึ่ง ด้วย ท่าน ตั้ง ชื่อ ว่า อา บี เม เลค {8:32} กิ เด โอน บุตร ชาย ของ โย อา ช มี อายุ ชรา ลง มาก ก็ สิ้น ชีวิต เขา ฝัง ท่าน ไว้ ที่ เมือง โอ ฟราห์ ของ คน อา บี เย เซอร์ ใน อุโมงค์ ฝัง ศพ โย อา ช บิดา ของ ท่าน {i8:33} คน อิสราเอล ไหว้ รูป เคารพ {8:33} อยู่ มา เมื่อ กิ เด โอน สิ้น ชีวิต แล้ว คน อิสราเอล ก็ หัน กลับ อีก และ เล่นชู้ กับ พระ บา อัล ถือ ว่า บา อัลเบรีท เป็น พระ ของ เขา ทั้งหลาย {8:34} คน อิสราเอล มิ ได้ ระลึก ถึง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ตน ผู้ ทรง ช่วย เขา ให้ พ้น มือ ศัตรู ทั้งหลาย รอบ ด้าน {8:35} เขา มิ ได้ แสดง ความ เมตตา แก่ ครอบครัว เย รุ บบาอัล คือ กิเดโอน เป็น การ ตอบแทน ความ ดี ทั้งสิ้น ซึ่ง กิ เด โอน ได้ กระทำ แก่ คน อิสราเอล {i9:1} อา บี เม เลค ฆ่า บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ กิเดโอน {9:1} ฝ่าย อา บี เม เลค บุตร ชาย เย รุ บบาอัล ก็ ขึ้น ไป หา ญาติ ของ มารดา ที่ เมือง เชเคม แล้ว พูด กับ เขา และ กับ ครอบครัว ที่ บ้าน ของ ตา ว่า {9:2} “ ขอบ อก ความ นี้ ให้ เข้า หู บรรดา ชาว เมือง เชเคมเถิดว่า ‘ จะ ให้ บุตร ชาย เย รุ บบาอัล ทั้ง เจ็ด สิบ คน ครอบครอง ท่าน ทั้งหลาย ดี หรือ จะ ให้ ผู้ เดียว ปกครอง ดี’ ขอ ระลึก ไว้ ด้วย ว่า ตัว ข้าพเจ้า นี้ เป็น กระดูก และ เนื้อ เดียว กับ ท่าน ทั้งหลาย” {9:3} ฝ่าย ญาติ ของ มารดา ของ เขา ก็ กล่าว คำ ทั้งหมด เหล่า นี้ ให้ เข้า หู บรรดา ชาว เชเคม จิตใจ ของ ชาว เมือง ก็ เอนเอียง เข้า ข้าง อา บี เม เลค ด้วย เขา กล่าว กัน ว่า “ เขา เป็น ญาติ ของ เรา” {9:4} เขา จึง เอา เงิน เจ็ด สิบ แผ่น ออก จาก วิหาร พระ บา อัลเบรีท มอบ ให้ อา บี เม เลค อา บี เม เลค ก็ เอา เงิน นั้น ไป จ้าง นักเลง หัว ไม้ ไว้ ติดตาม ตน {9:5} เขา จึง ไป ที่ บ้าน บิดา ของ เขา ที่ เมือง โอ ฟราห์ ฆ่า พี่น้อง ของ ตน คือ บุตร ชาย เย รุ บบาอัล ทั้ง เจ็ด สิบ คน ที่ ศิลา แผ่น เดียว เหลือ แต่ โยธา ม บุตร ชาย สุด ท้อง ของ เย รุ บบาอัล เพราะ เขา ซ่อน ตัว เสีย {9:6} ชาว เมือง เชเคม และ ชาว วงศ์วาน มิ ลโล ทั้งสิ้น ก็ มา ประชุม พร้อม กัน ตั้ง อา บี เม เลค ให้ เป็น กษัตริย์ ที่ ข้าง ที่ราบ แห่ง เสา สำคัญ ที่ อยู่ ใน เมือง เชเคม {9:7} เมื่อ มี คน ไป บอก โยธา ม เขา ก็ ขึ้น ไป ยืน อยู่ บน ยอด ภูเขา เก ริ ซิม แผด เสียง ร้อง ให้ เขา ทั้งหลาย ฟัง ว่า “ ชาว เมือง เชเคมเอ๋ย ขอ จง ฟัง ข้าพเจ้า เพื่อ พระเจ้า จะ ทรง ฟัง เสียง ของ ท่าน {9:8} ครั้ง หนึ่ง ต้นไม้ ต่างๆ ได้ ออก ไป เจิม ตั้งต้น ไม้ ต้น หนึ่ง ไว้ เป็น กษัตริย์ เขา จึง ไป เชิญ ต้น มะกอก เทศ ว่า ‘ เชิญ ท่าน ปกครอง เรา เถิด’ {9:9} แต่ ต้น มะกอก เทศ ตอบ เขา ว่า ‘ จะ ให้ เรา ทิ้ง น้ำมัน ของ เรา ซึ่ง เขา ใช้ ถวาย เกียรติ แด่ พระเจ้า และ แก่ มนุษย์ เพื่อ ไป กวัดแกว่ง อยู่ เหนือ ต้นไม้ ทั้งปวง หรือ’ {9:10} แล้ว ต้นไม้ เหล่า นั้น จึง ไป พูด กับ ต้น มะเดื่อ ว่า ‘ เชิญ ท่าน มา ปกครอง เหนือ เรา เถิด’ {9:11} แต่ ต้น มะเดื่อ ตอบ เขา ว่า ‘ จะ ให้ เรา ทิ้ง รส หวาน และ ผล ดี ของ เรา เสีย และ ไป กวัดแกว่ง อยู่ เหนือ ต้นไม้ ทั้งหลาย หรือ’ {9:12} ต้นไม้ เหล่า นั้น ก็ ไป พูด กับ เถา องุ่น ว่า ‘ เชิญ ท่าน มา ปกครอง เหนือ เรา เถิด’ {9:13} แต่ เถา องุ่น กล่าว แก่ เขา ว่า ‘ จะ ให้ เรา ทิ้ง น้ำ องุ่น ของ เรา อัน เป็น ที่ ชื่น ใจ พระเจ้า และ มนุษย์ ไป กวัดแกว่ง อยู่ เหนือ ต้นไม้ ทั้งหลาย หรือ’ {9:14} บรรดา ต้นไม้ ก็ ไป พูด กับ ต้น หนาม ว่า ‘ เชิญ ท่าน มา ปกครอง เหนือ เรา เถิด’ {9:15} ต้น หนาม จึง ตอบ ต้นไม้ เหล่า นั้น ว่า ‘ ถ้า แม้ ท่าน ทั้งหลาย จะ เจิม ตั้ง เรา ให้ เป็น กษัตริย์ ของ เจ้า ทั้งหลาย จริงๆ จง มา อาศัย ใต้ ร่ม ของ เรา เถิด มิ ฉะนั้น ก็ ให้ ไฟ เกิด จาก ต้น หนาม เผา ผลาญ ต้น สน สี ดาร์เล บา นอน เสีย’ {9:16} ฉะนั้น บัดนี้ ซึ่ง เจ้า ทั้งหลาย ตั้ง อา บี เม เลค เป็น กษัตริย์ นั้น ถ้า ทำ ด้วย ความ จริงใจ และ เที่ยงธรรม และ ถ้า ได้ กระทำ ให้ เหมาะ ต่อ เย รุ บบาอัล และ ครอบครัว ของ ท่าน สม กับ ความ ดี ที่ มือ ท่าน ได้ กระทำ ไว้ {9:17} (ด้วย ว่า บิดา ของ เรา ได้ รบ พุ่ง เพื่อ เจ้า ทั้งหลาย และ เสี่ยง ชีวิต ช่วย เจ้า ทั้งหลาย ให้ พ้น จาก มือ พวก มีเดีย น {9:18} แต่ ใน วัน นี้ เจ้า ทั้งหลาย ได้ ลุก ขึ้น ประทุษร้าย ต่อ ครอบครัว บิดา ของ เรา ได้ ฆ่า บุตร ชาย ทั้ง เจ็ด สิบ คน ของ ท่าน เสีย บน ศิลา แผ่น เดียว แล้ว ตั้ง อา บี เม เลค บุตร ชาย ของ สาว คนใช้ ขึ้น เป็น กษัตริย์ ปกครอง เหนือ ชาว เชเคม เพราะ ว่า เขา เป็น ญาติ ของ เจ้า ทั้งหลาย) {9:19} ถ้า เจ้า ทั้งหลาย ได้ กระทำ ด้วย ความ จริงใจ และ เที่ยงธรรม ต่อ เย รุ บบาอัล และ ครอง ครัว ของ ท่าน ใน วัน นี้ ก็ จง ชื่นชม ใน อา บี เม เลคเถิด และ ให้ เขา มี ความ ชื่นชม ยินดี ใน เจ้า ทั้งหลาย ด้วย {9:20} แต่ ถ้า ไม่ เป็น อย่าง นั้น ก็ ขอ ให้ ไฟ ออก มา จาก อา บี เม เลค เผา ผลาญ ชาว เมือง เชเคม และ วงศ์วาน มิ ลโล และ ให้ ไฟ ออก มา จาก ชาว เมือง เชเคม และ จาก วงศ์วาน มิ ลโล เผา ผลาญ อา บี เม เลคเสีย” {9:21} โยธา ม ก็ รีบ หนี ไป ยัง เบเออร์ อาศัย อยู่ ที่ นั่น เพราะ กลัว อา บี เม เลค พี่ ชาย ของ ตน {9:22} เมื่อ อา บี เม เลค ครอบครอง อิสราเอล อยู่ ได้ สาม ปี แล้ว {9:23} พระเจ้า ทรง ใช้ วิญญาณ ชั่ว เข้า แทรก ระหว่าง อา บี เม เลค กับ ชาว เมือง เชเคม ชาว เมือง เชเคม ก็ ทรยศ ต่อ อา บี เม เลค {9:24} เพื่อ ความ ทารุณ ที่ เขา ได้ กระทำ แก่ บุตร ชาย เจ็ด สิบ คน ของ เย รุ บบาอัลจะสนอง และ โลหิต ของ คน เหล่า นั้น จะ ได้ ตก แก่ อา บี เม เลค พี่น้อง ผู้ ได้ ประหาร เขา และ ตก แก่ ชาว เมือง เชเคม ผู้ เสริม กำลัง มือ อา บี เม เลค ให้ ฆ่า พี่น้อง ของ ตน {9:25} ชาว เมือง เชเคม ได้ วาง คน ซุ่ม ซ่อน ไว้ คอย ดัก อา บี เม เลค ที่ บน ยอด ภูเขา เขา ก็ ปล้น คน ทั้งปวง ที่ ผ่าน ไป มา ทาง นั้น และ มี คน บอก อา บี เม เลคให้ทราบ {9:26} ฝ่าย กา อัล บุตร ชาย เอ เบด กับ ญาติ ของ เขา เข้า ไป ใน เมือง เชเคม ชาว เชเคม ไว้ เนื้อ เชื่อใจ กา อัล {9:27} จึง พา กัน ออก ไป ใน สวน องุ่น เก็บ ผล มา ย่ำ ทำ การ เลี้ยง สมโภช ใน วิหาร พระ ของ เขา เขา รับประทาน และ ดื่ม และ ด่า แช่ง อา บี เม เลคด้วย {9:28} กา อัล บุตร ชาย เอ เบด จึง กล่าว ว่า “ อา บี เม เลคคือใคร และ เรา ชาว เชเคม เป็น ใคร กัน จึง ต้อง มา ปรนนิบัติ เขา เขา เป็น บุตร ชาย ของ เย รุ บบาอัล มิ ใช่ หรือ และ เศบุล เป็น เจ้าหน้าที่ ของ เขา มิ ใช่ หรือ จง ปรนนิบัติ คน ฮา โมร์ บิดา ของ เชเคมเถิด เรา จะ ปรนนิบัติ อา บี เม เลคทำไมเล่า {9:29} ถ้า คน เมือง นี้ อยู่ ใต้ ปกครอง เรา นะ เรา จะ ถอด อา บี เม เลคเสีย” เขา จึง ท้า อา บี เม เลคว่า “ จง เพิ่ม กองทัพ ของ ท่าน ขึ้น แล้ว ออก มา เถิด” {9:30} พอ เศบุล เจ้า เมือง ได้ยิน ถ้อยคำ ของ กา อัล บุตร ชาย เอ เบดก็โกรธ {9:31} จึง ส่ง ผู้ สื่อสาร ไป ยัง อา บี เม เล คอ ย่าง ลับๆ กล่าว ว่า “ ดู เถิด กา อัล บุตร ชาย เอ เบด และ ญาติ ของ เขา มา ที่ เมือง เชเคม ดู เถิด พวก เขา ยุแหย่ เมือง นั้น ให้ ต่อสู้ กับ ท่าน {9:32} ฉะนั้น บัดนี้ ขอ ท่าน จง ลุก ขึ้น ใน เวลา กลางคืน ทั้ง ท่าน และ คน ที่ อยู่ กับ ท่าน ไป ซุ่ม คอย อยู่ ใน ทุ่ง นา {9:33} รุ่งเช้า พอ ดวง อาทิตย์ ขึ้น ท่าน จง ลุก ขึ้น แต่ เช้าตรู่ รีบ รุก เข้า เมือง และ ดู เถิด เมื่อ กา อัล กับ กองทัพ ออก มา ต่อสู้ ท่าน ท่าน จง กระทำ แก่ เขา ตาม แต่ โอกาส จะ อำนวย” {9:34} ฝ่าย อา บี เม เลค และ กองทัพ ทั้งสิ้น ที่ อยู่ กับ ท่าน ก็ ลุก ขึ้น ใน เวลา กลางคืน แบ่ง ออก เป็น สี่ กอง ไป ซุ่ม คอย สู้ เมือง เชเคม {9:35} กา อัล บุตร ชาย เอ เบด ก็ ออก ไป ยืน อยู่ ที่ ทาง เข้า ประตู เมือง อา บี เม เลค ก็ ลุก ขึ้น พร้อม กับ กองทัพ ที่ อยู่ กับ ท่าน ออก มา จาก ที่ ซุ่ม ซ่อน {9:36} และ เมื่อ กา อัล เห็น กองทัพ จึง พูด กับ เศบุลว่า “ ดู เถิด กองทัพ กำลัง เคลื่อน ลง มา จาก ยอด ภูเขา” เศบุล ตอบ เขา ว่า “ ท่าน เห็น เงา ภูเขา เป็น คน ไป กระมัง” {9:37} กา อัล พูด ขึ้น อีก ว่า “ ดู ซิ กองทัพ กำลัง ออก มา จาก กลาง แผ่นดิน กอง หนึ่ง และ กองทัพ อีก กอง หนึ่ง กำลัง ออก มา จาก ทาง ที่ราบ เม โอ เนนิม” {9:38} เศบุล ก็ กล่าว แก่ กา อัลว่า “ ปาก ของ ท่าน อยู่ ที่ไหน เดี๋ยวนี้ ท่าน ผู้ ที่ กล่าว ว่า ‘ อา บี เม เลค คือ ผู้ ใด ที่ เรา ต้อง ปรนนิบัติ’ คน เหล่า นี้ เป็น คน ที่ ท่าน หมิ่น ประมาท มิ ใช่ หรือ จง ยก ออก ไป สู้ รบ กับ เขา เถิด” {9:39} กา อัล ก็ เดิน นำ หน้า กองทัพ เช เค มอ อก ไป ต่อสู้ กับ อา บี เม เลค {9:40} อา บี เม เลค ก็ ขับ ไล่ กา อัลหนีไป มี คน ถูก บาดเจ็บ ล้ม ตาย เป็น อัน มาก จน ถึง ทาง เข้า ประตู เมือง {9:41} ฝ่าย อา บี เม เลค ก็ อาศัย อยู่ ที่ อา รู มาห์ และ เศบุล ก็ ขับ ไล่ กา อัล กับ ญาติ ของ เขา ออก ไป ไม่ ให้ อยู่ ที่ เชเคมต่อไป {9:42} ต่อ มา รุ่งขึ้น มี ชาว เมือง ออก ไป ที่ ทุ่ง นา อา บี เม เลค ก็ ทราบ เรื่อง {9:43} ท่าน จึง แบ่ง คน ของ ท่าน ออก เป็น สาม กอง ซุ่ม คอย อยู่ ที่ ทุ่ง นา ท่าน มอง ดู ดู เถิด คน ออก มา จาก ใน เมือง ท่าน จึง ลุก ขึ้น ประหาร เขา {9:44} ส่วน อา บี เม เลค กับ ทหาร ที่ อยู่ ด้วย ก็ รุก ไป ยืน อยู่ ที่ ทาง เข้า ประตู เมือง ฝ่าย ทหาร อีก สอง กอง ก็ รุก เข้า โจมตี คน ทั้งหมด ที่ ใน ทุ่ง นา ประหาร เสีย {9:45} อา บี เม เลค โจมตี เมือง นั้น ตลอด วัน ยัง ค่ำ ยึด เมือง นั้น ได้ และ ฆ่า ฟัน ประชาชน ที่ อยู่ ใน เมือง นั้น เสีย ทั้ง ทำลาย เมือง นั้น เสีย ด้วย แล้ว ก็ หว่าน เกลือ ลง ไป {9:46} เมื่อ บรรดา ชาว บ้าน หอ เชเคม ได้ยิน เช่น นั้น ก็ หนี เข้า ไป อยู่ ใน ป้อม ใน วิหาร ของ พระ เบรีท {9:47} มี คน ไป เรียน อา บี เม เลคว่า บรรดา ชาว บ้าน หอ เชเคม ไป มั่วสุม กัน อยู่ {9:48} อา บี เม เลค ก็ ขึ้น ไป บน ภูเขา ศัล โม น ทั้ง ท่าน กับ บรรดา คน ที่ อยู่ ด้วย อา บี เม เลค ถือ ขวาน ตัด กิ่ง ไม้ ใส่ บ่า แบก มา ท่าน จึง บอก คน ที่ อยู่ ด้วย ว่า “ เจ้า เห็น ข้า ทำ อะไร จง รีบ ไป ทำ อย่าง ข้า เถิด” {9:49} ดังนั้น คน ทั้งปวง ก็ ตัด กิ่ง ไม้ แบก ตาม อา บี เม เลค ไป สุม ไว้ ณ ที่ ป้อม แล้ว ก็ จุด ไฟ เผา ป้อม นั้น ชาว บ้าน หอ เชเคม ก็ ตาย หมด ด้วย ทั้ง ชาย และ หญิง ประมาณ หนึ่ง พัน คน {i9:50} อา บี เม เลค ถูก ทำลาย {9:50} อา บี เม เลค ไป ยัง เมือง เธเบศ ตั้ง ค่าย ประชิด เมือง เธเบศไว้ และ ยึด เมือง นั้น ได้ {9:51} แต่ ใน เมือง มี หอ รบ แห่ง หนึ่ง ประชาชน เมือง นั้น ทั้งสิ้น ก็ หนี เข้า ไป อยู่ ใน หอ ทั้ง ผู้ชาย และ ผู้หญิง ปิด ประตู ขัง ตนเอง เสีย เขา ก็ ขึ้น ไป บน หลังคา หอ รบ {9:52} อา บี เม เลค ยก มา ถึง หอ รบ นี้ ได้ ต่อสู้ กัน จน เข้า มา ใกล้ ประตู หอ รบ ได้ จะ เอา ไฟ เผา {9:53} มี หญิง คน หนึ่ง เอา หิน โม่ ชิ้น บน ทุ่ม ศีรษะ อา บี เม เลค กะโหลก ศีรษะ ของ ท่าน แตก {9:54} ท่าน จึง รีบ ร้อง บอก คน หนุ่ม ที่ ถือ อาวุธ ของ ท่าน ว่า “ เอา ดาบ ฟัน เรา เสีย เพื่อ คน จะ ไม่ กล่าว ว่า ‘ ผู้หญิง คน หนึ่ง ฆ่า เขา ตาย’” ชาย หนุ่ม ของ ท่าน คน นั้น ก็ แทง ท่าน ทะลุ ถึง แก่ ความ ตาย {9:55} เมื่อ คน อิสราเอล เห็น ว่า อา บี เม เลค สิ้น ชีวิต แล้ว ต่าง คน ก็ กลับ ไป ยัง ที่ ของ ตน {9:56} ดังนี้ แหละ พระเจ้า ทรง สนอง ความ ชั่ว ที่ อา บี เม เลค ได้ กระทำ ต่อ บิดา ของ ตน ที่ ได้ ฆ่า พี่น้อง เจ็ด สิบ คน ของ ตน เสีย {9:57} และ พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ บรรดา ความ ชั่ว ร้าย ของ ชาว เชเคม กลับ ตก บน ศีรษะ ของ เขา ทั้งหลาย เอง คำ สาปแช่ง ของ โยธา ม บุตร ชาย เย รุ บบาอัล ก็ ตก อยู่ บน เขา ทั้งหลาย {i10:1} โท ลา กับ ยา อีร์ เป็น ผู้ วินิจฉัย ของ อิสราเอล {10:1} ต่อ จาก อา บี เม เลค มี คน ขึ้น มา ช่วย อิสราเอล ให้ พ้น ชื่อ โท ลา บุตร ชาย ของ ปู วาห์ ผู้ เป็น บุตร ชาย ของ โด โด คน อิสสา คาร์ และ เขา อยู่ ที่ เมือง ชา มีร์ ใน แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม {10:2} ท่าน วินิจฉัย อิสราเอล อยู่ ยี่ สิบ สาม ปี แล้ว ท่าน ก็ สิ้น ชีวิต เขา ฝัง ศพ ท่าน ไว้ ที่ เมือง ชา มีร์ {10:3} ต่อ มายา อีร์คนกิเล อาด ได้ ขึ้น มา และ ท่าน วินิจฉัย อิสราเอล อยู่ ยี่ สิบ สอง ปี {10:4} ท่าน มี บุตร ชาย สาม สิบ คน ขี่ ลูก ลา สาม สิบ ตัว และ มี เมือง อยู่ สาม สิบ หัว เมือง เรียก ว่า เมือง ฮา โว ทยาอีร์ จน ทุก วัน นี้ ซึ่ง อยู่ ใน แผ่นดิน กิเลอาด {10:5} ยา อีร์ ก็ สิ้น ชีวิต และ ถูก ฝัง ไว้ ที่ เมือง คา โม น {i10:6} พระเจ้า ทรง พระ พิโรธ คน ที่ ไหว้ รูป เคารพ {10:6} คน อิสราเอล ก็ กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ อีก ไป ปรนนิบัติ พระ บา อัล พระ อัชทาโรท พวก พระ ของ เมือง ซีเรีย พวก พระ ของ เมือง ไซ ดอน พวก พระ ของ เมือง โม อับ พวก พระ ของ คน อัมโมน พวก พระ ของ คน ฟีลิสเตีย และ ละทิ้ง พระ เยโฮวาห์ เสีย หา ได้ ปรนนิบัติ พระองค์ ไม่ {10:7} และ พระ พิโรธ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ พลุ่ง ขึ้น ต่อ อิสราเอล จึง ทรง ขาย เขา ไว้ ใน มือ ของ คน ฟีลิสเตีย และ ใน มือ ของ คน อัมโมน {10:8} เขา ได้ ข่มเหง และ บีบ บังคับ คน อิสราเอล ใน ปี นั้น คือ คน อิสราเอล ทั้งปวง ที่ อยู่ ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ข้าง โน้น ใน แผ่นดิน ของ คน อา โม ไรต์ ซึ่ง อยู่ ใน กิเล อาด สิบ แปด ปี {10:9} ทั้งคน อัมโมน ได้ ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน ไป ต่อสู้ กับ ยูดาห์ และ ต่อสู้ กับ เบน ยา มิ น และ ต่อสู้ กับ วงศ์วาน เอฟ รา อิม ดังนั้น อิสราเอล จึง เดือดร้อน อย่าง ยิ่ง {10:10} และ คน อิสราเอล ร้องทุกข์ ต่อ พระ เยโฮวาห์ ว่า “ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ได้ กระทำ บาป ต่อ พระองค์ เพราะ ว่า ข้า พระองค์ ได้ ทอดทิ้ง พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ เสีย และ ปรนนิบัติ พระ บา อัล” {10:11} และ พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ คน อิสราเอล ว่า “ เรา มิ ได้ ช่วย เจ้า ให้ พ้น จาก ชาว อียิปต์ จาก คน อา โม ไรต์ จาก คน อัมโมน และ จาก คน ฟีลิสเตียหรือ {10:12} ทั้งคน ไซ ดอน คน อา มา เลข และ ชาว มา โอน ได้ บีบ บังคับ เจ้า เจ้า ได้ ร้องทุกข์ ถึง เรา และ เรา ได้ ช่วย เจ้า ให้ พ้น มือ เขา ทั้งหลาย {10:13} แม้ กระนั้น เจ้า ทั้งหลาย ยัง ได้ ละทิ้ง เรา และ ปรนนิบัติ พระ อื่น ฉะนี้ เรา จึง จะ ไม่ ช่วย เจ้า ทั้งหลาย ให้ พ้น อีก ต่อ ไป {10:14} จง ไป ร้องทุกข์ ต่อ พระ ซึ่ง เจ้า ทั้งหลาย ได้ เลือก เถิด ให้ พระ เหล่า นั้น ช่วย เจ้า ให้ พ้น ใน ยาม ทุกข์ เดือดร้อน นี้” {10:15} และ คน อิสราเอล กราบ ทูล พระ เยโฮวาห์ ว่า “ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ได้ กระทำ บาป แล้ว ขอ พระองค์ ทรง กระทำ ตาม ที่ พระองค์ ทรง เห็น ชอบ ข้า พระองค์ ขอ วิงวอน เพียง ว่า ขอ ทรง ช่วย ข้า พระองค์ ให้ พ้น ใน วัน นี้ เถิด” {10:16} ดังนั้น เขา ทั้งหลาย จึง เลิก ถือ พระ อื่น และ ปรนนิบัติ พระ เยโฮวาห์ ฝ่าย พระองค์ ทรง เดือดร้อน พระทัย ด้วย ความ ทุกข์ เข็ญ ของ อิสราเอล {10:17} ฝ่าย คน อัมโมน ก็ ถูก เรียก ให้ มา พร้อม กัน เขา ได้ ตั้ง ค่าย ใน กิเลอาด และ คน อิสราเอล ก็ มา พร้อม กัน ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ มิส ปาห์ {10:18} และ ประชาชน กับ พวก ประมุข ของ คน กิเล อาด พูด กัน ว่า “ ผู้ ใด ที่ จะ เป็น คน แรก ที่ จะ เข้า ต่อสู้ กับ คน อัมโมน ผู้ นั้น จะ เป็น หัวหน้า ของ ชาว กิเล อาด ทั้งหมด” {i11:1} เย ฟธาห์ สู้ รบ กับ คน อัมโมน {11:1} เย ฟธาห์คนกิเล อาด เป็น ทแกล้ว ทหาร แต่ เป็น บุตร ชาย ของ หญิง แพศยา กิเล อาด ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ เย ฟธาห์ {11:2} ภรรยา แท้ ของ กิเล อาด คลอด บุตร ชาย หลาย คน และ เมื่อ พวก บุตร เหล่า นั้น โต ขึ้น แล้ว จึง ผลัก ไส เย ฟธาห์ ออก ไป เสีย โดย กล่าว ว่า “ เจ้า จะ มี ส่วน ใน มรดก ของ ครอบครัว บิดา เรา ไม่ ได้ เพราะ เจ้า เป็น ลูก ของ หญิง คน อื่น” {11:3} เย ฟธาห์ จึง หนี จาก พี่น้อง ของ ตน ไป อาศัย อยู่ ที่ แผ่นดิน โท บ พวก นักเลง ก็ มั่วสุม กับ เย ฟธาห์ และ ติดตาม เขา ไป {11:4} ต่อ มา ภายหลัง คน อัมโมน ได้ ทำ สงคราม กับ คน อิสราเอล {11:5} และ เมื่อ คน อัมโมน ทำ สงคราม กับ อิสราเอล นั้น พวก ผู้ใหญ่ ของ เมือง กิเล อาด ได้ ไป เพื่อ จะ พา เย ฟธาห์ มา จาก แผ่นดิน โท บ {11:6} เขา กล่าว แก่ เย ฟธาห์ว่า “ จง มา เป็น หัวหน้า ของ เรา เพื่อ เรา จะ ได้ ต่อสู้ กับ คน อัมโมน” {11:7} แต่ เย ฟธาห์ กล่าว แก่ พวก ผู้ใหญ่ ของ กิเลอาดว่า “ ท่าน ไม่ ได้ เกลียด ข้าพเจ้า และ ขับ ไล่ ข้าพเจ้า เสีย จาก ครอบครัว บิดา ของ ข้าพเจ้า ดอก หรือ เมื่อ คราว ทุกข์ ยาก ท่าน จะ มา หา ข้าพเจ้า ทำไม เล่า” {11:8} พวก ผู้ใหญ่ ของ กิเล อาด จึง กล่าว แก่ เย ฟธาห์ว่า “ เหตุ ที่ เรา กลับ มา หา ท่าน ณ บัดนี้ ก็ ด้วย ต้องการ ให้ ท่าน ไป กับ เรา สู้ รบ กับ คน อัมโมน แล้ว มา เป็น หัวหน้า ของ เรา ที่ จะ ปกครอง ชาว กิเล อาด ทั้งปวง” {11:9} เย ฟธาห์ จึง กล่าว แก่ พวก ผู้ใหญ่ ของ กิเลอาดว่า “ ถ้า ท่าน ให้ ข้าพเจ้า กลับ บ้าน เพื่อ ทำ ศึก กับ คน อัมโมน และ ถ้า พระ เยโฮวาห์ ทรง มอบ เขา ไว้ ต่อ หน้า ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จะ ได้ เป็น หัวหน้า ของ ท่าน หรือ เปล่า” {11:10} พวก ผู้ใหญ่ ของ กิเล อาด จึง ตอบ เย ฟธาห์ว่า “ พระ เยโฮวาห์ ทรง เป็น พยาน ระหว่าง เรา เรา จะ กระทำ ตาม ที่ ท่าน สั่ง ทุก ประการ” {11:11} เย ฟธาห์ จึง ไป กับ พวก ผู้ใหญ่ ของ กิเลอาด และ ประชาชน ก็ ตั้ง ท่าน ให้ เป็น หัวหน้า และ เป็น ประมุข ของ เขา แล้ว เย ฟธาห์ ก็ กล่าว คำ ที่ ตกลง กัน ทั้งสิ้น ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ ที่ เมือง มิส ปาห์ {11:12} เย ฟธาห์ จึง ส่ง ผู้ สื่อสาร ไป ยัง กษัตริย์ คน อัมโมนถามว่า “ ท่าน มี เรื่อง อะไร กับ ข้าพเจ้า ท่าน จึง ยก มา ต่อสู้ กับ แผ่นดิน ของ ข้าพเจ้า” {11:13} กษัตริย์ คน อัมโมน ตอบ ผู้ สื่อสาร ของ เย ฟธาห์ว่า “ เพราะ ว่า เมื่อ อิสราเอล ยก ออก มา จาก อียิปต์ ได้ ยึด แผ่นดิน ของ เรา ไป ตั้งแต่ แม่น้ำ อา ร โนน ถึง แม่น้ำ ยับ บอก และ ถึง แม่น้ำ จอร์แดน ฉะนั้น บัดนี้ ขอ คืน แผ่นดิน เหล่า นั้น เสีย โดย ดี” {11:14} และ เย ฟธาห์ ก็ ส่ง ผู้ สื่อสาร ไป หา กษัตริย์ คน อัมโมนอีก {11:15} ให้ กล่าว ว่า “ เย ฟธาห์ กล่าว ดังนี้ ว่า อิสราเอล มิ ได้ ยึด แผ่นดิน ของ โม อับ หรือ แผ่นดิน ของ คน อัมโมน {11:16} แต่ เมื่อ อิสราเอล ออก จาก อียิปต์ เขา ได้ เดิน ไป ทาง ถิ่น ทุรกันดาร ถึง ทะเล แดง และ มา ถึง คา เดช {11:17} อิสราเอล จึง ส่ง ผู้ สื่อสาร ไป ยัง กษัตริย์ เอ โดม กล่าว ว่า ‘ ข้าพเจ้า ขอ อนุญาต ยก ผ่าน แผ่นดิน ของ ท่าน ไป’ แต่ กษัตริย์ เอ โดม ไม่ ฟัง และ ก็ ได้ ส่ง คำ ขอ เช่น เดียวกัน ไป ยัง กษัตริย์ เมือง โม อับ ด้วย แต่ ท่าน ก็ ไม่ ตกลง ดังนั้น อิสราเอล จึง ยับยั้ง อยู่ ที่ คา เดช {11:18} แล้ว เขา ก็ เดิน ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร อ้อม แผ่นดิน เอ โดม และ แผ่นดิน โม อับ และ มา ทาง ด้าน ตะวัน ออก ของ แผ่นดิน โม อับ และ ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ ฟาก แม่น้ำ อา ร โนน ข้าง โน้น แต่ เขา มิ ได้ เข้า ไป ใน เขต แดน ของ โม อับ เพราะ ว่า แม่น้ำ อา ร โนน เป็น พรมแดน ของ โม อับ {11:19} อิสราเอล จึง ส่ง ผู้ สื่อสาร ไป หา สิ โหน กษัตริย์ คน อา โม ไรต์ กษัตริย์ กรุง เฮ ชโบน อิสราเอล เรียน ท่าน ว่า ‘ ขอ ให้ พวก ข้าพเจ้า ยก ผ่าน แผ่นดิน ของ ท่าน ไป ยัง สถานที่ ของ ข้าพเจ้า’ {11:20} แต่ สิ โหน ไม่ วางใจ ที่ จะ ให้ อิสราเอล ยก ผ่าน เขต แดน ของ ตน ฉะนั้น สิ โหน จึง ได้ รวบรวม ประชาชน ทั้งหมด ของ ท่าน ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ ยา ฮา ส และ สู้ รบ กับ อิสราเอล {11:21} และ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล ทรง มอบ สิ โหน และ ประชาชน ทั้งหมด ของ ท่าน ไว้ ใน มือ อิสราเอล คน อิสราเอล ก็ โจมตี เขา อิสราเอล จึง ยึดครอง แผ่นดิน ทั้งสิ้น ของ คน อา โม ไรต์ ผู้ ซึ่ง เป็น ชาว เมือง นั้น {11:22} และ เขา ยึด เขต แดน ทั้งหมด ของ คน อา โม ไรต์ ตั้งแต่ แม่น้ำ อา ร โนน ถึง แม่น้ำ ยับ บอก และ ตั้งแต่ ถิ่น ทุรกันดาร ถึง แม่น้ำ จอร์แดน {11:23} ดังนั้น พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล จึง ขับ ไล่ คน อา โม ไรต์ ออก เสีย ต่อ หน้า อิสราเอล ประชาชน ของ พระองค์ ฝ่าย ท่าน จะ มา ถือ เอา เป็น กรรมสิทธิ์ เช่น นั้น หรือ {11:24} ท่าน ไม่ ถือ กรรมสิทธิ์ สิ่ง ซึ่ง พระ เค โม ช พระ ของ ท่าน มอบ ให้ ท่าน ยึดครอง ดอก หรือ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เรา ขับ ไล่ ผู้ ใด ไป ให้ พ้น หน้า เรา เรา ก็ ยึดครอง ที่ ของ ผู้ นั้น {11:25} ฝ่าย ท่าน จะ ดี กว่า บา ลา ค บุตร ชาย สิ ปโปร์ กษัตริย์ เมือง โม อับ หรือ ท่าน เคย แข่งขัน กับ อิสราเอล หรือ ท่าน เคย ต่อสู้ กับ เขา ทั้งหลาย หรือ {11:26} เมื่อ อิสราเอล อาศัย อยู่ ใน กรุง เฮ ชโบน และ ชนบท ของ กรุง นั้น และ ใน เมือง อา โร เออร์ และ ชนบท ของ เมือง นั้น และ อยู่ ใน บรรดา หัว เมือง ที่ ตั้ง อยู่ ตาม ฝั่ง แม่น้ำ อา ร โนน ถึง สาม ร้อย ปี ทำไม ท่าน ไม่ เรียกคืน เสีย ภายใน เวลา นั้น เล่า {11:27} ฉะนี้ ข้าพเจ้า จึง มิ ได้ กระทำ ความ ผิด ต่อ ท่าน แต่ ท่าน ได้ กระทำ ความ ผิด ต่อ ข้าพเจ้า ใน การ ที่ ทำ สงคราม กับ ข้าพเจ้า ขอ พระ เยโฮวาห์ จอม ผู้พิพากษา เป็น ผู้ ทรง พิพากษา ระหว่าง คน อิสราเอล และ คน อัมโมน ใน วัน นี้” {11:28} แต่ กษัตริย์ ของ คน อัมโมน มิ ได้ เชื่อฟัง ใน คำ ของ เย ฟธาห์ ซึ่ง ท่าน ส่ง ไป ให้ {11:29} พระ วิญญาณ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ มา สถิต กับ เย ฟธาห์ ท่าน จึง ยก ผ่าน กิเล อาด และ มนัส เสห์ และ ผ่าน มิส ปาห์แห่งกิเลอาด และ จาก มิส ปาห์แห่งกิเลอาด ท่าน ยก ผ่าน ต่อ ไป ถึง ที่ คน อัมโมน {i11:30} คำ สาบาน อัน ไร้ ปัญญา ของ เย ฟธาห์ {11:30} และ เย ฟธาห์ ปฏิญาณ ต่อ พระ เยโฮวาห์ ว่า “ ถ้า พระองค์ ทรง มอบ คน อัมโมน ไว้ ใน มือ ของ ข้า พระองค์ แล้ว {11:31} ผู้ ใด ที่ ออก มา จาก ประตู เรือน ของ ข้า พระองค์ เพื่อ ต้อนรับ ข้า พระองค์ เมื่อ ข้า พระองค์ กลับ มา จาก คน อัมโมน นั้น ด้วย ความ สงบ แล้ว ผู้ นั้น จะ ต้อง เป็น ของ ของ พระ เยโฮวาห์ และ ข้า พระองค์ จะ ถวาย ผู้ นั้น เป็น เครื่อง เผา บูชา” {11:32} แล้ว เย ฟธาห์ จึง ยก ข้าม ไป สู้ รบ กับ คน อัมโมน และ พระ เยโฮวาห์ ทรง มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ ท่าน {11:33} และ ท่าน ได้ ประหาร เขา จาก อา โร เออร์ จน ถึง ที่ ใกล้ๆ เมือง มิ นนิท รวม ยี่ สิบ หัว เมือง และ ไกล ไป จน ถึง ที่ราบ แห่ง สวน องุ่น ผู้คน ล้ม ตาย มาก คน อัมโมน จึง พ่าย แพ้ ต่อ หน้า คน อิสราเอล {11:34} แล้ว เย ฟธาห์ ก็ กลับ มา บ้าน ที่ มิส ปาห์ ดู เถิด บุตร สาว ของ ท่าน ถือ รำมะนา เต้น โลด ออก มา ต้อนรับ ท่าน เธอ เป็น บุตร คน เดียว นอกจาก บุตร สาว คน นี้ ท่าน ไม่ มี บุตร ชาย และ บุตร สาว เลย {11:35} และ ต่อ มา เมื่อ ท่าน เห็น เธอ แล้ว ท่าน ก็ ฉีก เสื้อ ผ้า ของ ท่าน กล่าว ว่า “ อนิจจา ลูกสาว เอ๋ย เจ้า ให้ พ่อ แย่ แล้ว เพราะ เจ้า เป็น เหตุ ให้ พ่อ เดือดร้อน มาก ยิ่ง เพราะ พ่อ ได้ อ้า ปาก ปฏิญาณ ต่อ พระ เยโฮวาห์ ไว้ จะ คืน คำ ก็ ไม่ ได้” {11:36} เธอ จึง พูด กับ พ่อ ว่า “ คุณ พ่อ ขา เมื่อ คุณ พ่อ ออก ปาก สัญญา กับ พระ เยโฮวาห์ ไว้ อย่างไร ขอ คุณ พ่อ กระทำ กับ ลูก ตาม คำ ที่ ออก จาก ปาก ของ คุณ พ่อ เถิด เพราะ พระ เยโฮวาห์ ได้ ทรง แก้ แค้น คน อัมโมน ศัตรู เพื่อ คุณ พ่อ แล้ว” {11:37} และ เธอ พูด กับ บิดา ของ เธอ ว่า “ ขอ ให้ ลูก อย่าง นี้ เถิด ขอ ปล่อย ลูก ไว้ สัก สอง เดือน ลูก จะ ได้ จาก บ้าน และ ลง ไป บน ภูเขา ร้องไห้ คร่ำครวญ ถึง ความ เป็น พรหมจารี ของ ลูก ลูก กับ เพื่อนๆ ของ ลูก” {11:38} ท่าน จึง ตอบ ว่า “ ไป เถิด” และ ท่าน ก็ ปล่อย เธอ ไป สอง เดือน เธอ ก็ ออก ไป เธอ และ พวก เพื่อน ของ เธอ แล้ว ร้องไห้ คร่ำครวญ ถึง ความ เป็น พรหมจารี ของ เธอ บน ภูเขา {11:39} อยู่ มา เมื่อ ครบ สอง เดือน แล้ว เธอ ก็ กลับ มา หา บิดา ของ เธอ และ ท่าน ก็ กระทำ กับ เธอ ตาม คำ ปฏิญาณ ที่ ได้ ปฏิญาณ ไว้ เธอ ยัง ไม่ เคย สมสู่ กับ ชาย ใด เลย และ ก็ เป็น ธรรมเนียม ใน อิสราเอล {11:40} คือ ที่ บุตร สาว ชาว อิสราเอล ไป ร้องไห้ ไว้ทุกข์ ให้ บุตร สาว ของ เย ฟธาห์คนกิเล อาด ปี ละ สี่ วัน {i12:1} เย ฟธาห์ ชนะ คน เอฟ รา อิม {12:1} ฝ่าย คน เอฟ รา อิม มา พร้อม กัน ข้าม ไป ทาง เหนือ พูด กับ เย ฟธาห์ว่า “ เหตุ ใด ท่าน ยก ข้าม ไป รบ คน อัมโมน แต่ ไม่ เรียก เรา ไป ด้วย เรา จะ จุด ไฟ เผา เรือน ทับ ท่าน เสีย” {12:2} เย ฟธาห์ จึง ตอบ เขา ว่า “ ข้าพเจ้า กับ ประชาชน ติด การ ศึก ใหญ่ กับ คน อัมโมน เมื่อ ข้าพเจ้า เรียก ท่าน ให้ ช่วย ท่าน ไม่ ได้ ช่วย เรา ให้ พ้น มือ เขา {12:3} เมื่อ ข้าพเจ้า เห็น ว่า ท่าน ไม่ ช่วย ข้าพเจ้า แล้ว ข้าพเจ้า ก็ เสี่ยง ชีวิต ของ ข้าพเจ้า ข้าม ไป รบ กับ คน อัมโมน และ พระ เยโฮวาห์ ทรง มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ ข้าพเจ้า วัน นี้ ท่าน จะ ขึ้น มา ทำ ศึก กับ ข้าพเจ้า ด้วย เหตุ อัน ใด” {12:4} เย ฟธาห์ จึง รวบรวม บรรดา ชาว กิเล อาด สู้ รบ กับ คน เอฟ รา อิม คน กิเล อาด ก็ ประหาร คน เอฟ รา อิม เพราะ เขา กล่าว ว่า “ เจ้า ชาว กิเลอาด เจ้า เป็น คน หลบ หนี ของ ชาว เอฟ รา อิม ท่ามกลาง คน เอฟ รา อิมและมนัสเสห์” {12:5} ชาว กิเล อาด ก็ เข้า ยึด ท่า ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน ไว้ ไม่ ให้ คน เอฟ รา อิมข้าม เมื่อ คน เอฟ รา อิม ที่ หลบ หนี คน ใด มาบ อก ว่า “ ขอ ให้ ข้าม ไป ที เถิด” คน กิเล อาด จะ ถาม เขา ว่า “ เจ้า เป็น คน เอฟ รา อิมหรือ” เมื่อ เขา ตอบ ว่า “ เปล่า” {12:6} เขา จะ บอก ว่า “ จง ว่า คำ ว่า ชิ บโบเลท” คน นั้น จะ ว่า “ สิบ โบ เลท” เพราะ คน เอฟ รา อิ มอ อก เสียง คำ นี้ ไม่ ชัด เขา จึง จับ คน นั้น และ ฆ่า เสีย ที่ ท่า ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน คราว นั้น มี คน เอฟ รา อิม ตาย สี่ หมื่น สอง พัน คน {12:7} เย ฟธาห์ วินิจฉัย อิสราเอล อยู่ หก ปี แล้ว เย ฟธาห์ชาวกิเล อาด ก็ สิ้น ชีวิต และ ถูก ฝัง ไว้ ใน หัว เมือง หนึ่ง ใน กิเลอาด {i12:8} ผู้ วินิจฉัย อิบซาน เอ โลน และ อับ โดน {12:8} ถัด เย ฟธาห์มาคืออิบซานแห่งเบธเลเฮม ได้ วินิจฉัย อิสราเอล {12:9} ท่าน มี บุตร ชาย สาม สิบ คน และ บุตร สาว สาม สิบ คน ท่าน ให้ แต่งงาน กับ คน นอก ตระกูล ของ ท่าน และ ท่าน นำ บุตรี สาม สิบ คน ของ คน นอก ตระกูล มา ให้ แก่ บุตร ชาย ของ ท่าน ท่าน วินิจฉัย อิสราเอล อยู่ เจ็ด ปี {12:10} แล้ว อิบ ซาน ก็ สิ้น ชีวิต ถูก ฝัง ไว้ ที่ เบธเลเฮม {12:11} ถัด ท่าน มา เอ โลน คน เศบูลุน วินิจฉัย อิสราเอล และ ท่าน วินิจฉัย อิสราเอล สิบ ปี {12:12} แล้ว เอ โลน คน เศบูลุน ก็ สิ้น ชีวิต และ ถูก ฝัง ไว้ ที่ อัย ยา โลน ใน เขต แดน ของ คน เศบูลุน {12:13} ถัด ท่าน มา อับ โดน บุตร ชาย ฮิ ลเลลชาวปิราโธน วินิจฉัย อิสราเอล {12:14} ท่าน มี บุตร ชาย สี่ สิบ คน และ หลาน ชาย สาม สิบ คน ขี่ ลา เจ็ด สิบ ตัว ท่าน วินิจฉัย อิสราเอล อยู่ แปด ปี {12:15} แล้ว อับ โดน บุตร ชาย ฮิ ลเลลชาวปิราโธน ก็ สิ้น ชีวิต ถูก ฝัง ไว้ ที่ ปิราโธน ใน เขต แดน ของ เอฟ รา อิม ใน แดน เทือกเขา ของ คน อา มา เลข {i13:1} ความ บาป ของ คน อิสราเอล บิดา มารดา ของ แซม สัน {13:1} คน อิสราเอล ก็ กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ อีก พระ เยโฮวาห์ จึง ทรง มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ คน ฟีลิสเตีย สี่ สิบ ปี {13:2} มี ชาย คน หนึ่ง เป็น ชาว โศราห์ คน ครอบครัว ดาน ชื่อ มา โน อาห์ ภรรยา ของ ท่าน เป็น หมัน ไม่ มี บุตร เลย {13:3} ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ปรากฏ แก่ นาง นั้น กล่าว แก่ นาง ว่า “ ดู เถิด บัดนี้ เจ้า เป็น หมัน ไม่ มี บุตร แต่ เจ้า จะ ตั้ง ครรภ์ คลอด บุตร เป็น ชาย {13:4} ฉะนั้น บัดนี้ จง ระวัง อย่า ดื่ม เหล้า องุ่น หรือ เมรัย และ อย่า รับประทาน ของ มลทิน {13:5} เพราะ ดู เถิด เจ้า จะ ตั้ง ครรภ์ และ คลอด บุตร เป็น ชาย อย่า ให้ มีดโกน ถูก ศีรษะ ของ เขา เพราะ เด็ก คน นี้ จะ เป็น พวก นา ศีร์ แด่ พระเจ้า ตั้งแต่ อยู่ ใน ครรภ์ เขา จะ เป็น คน เริ่ม ช่วย คน อิสราเอล ให้ พ้น จาก เงื้อมมือ ของ คน ฟีลิสเตีย” {13:6} ฝ่าย หญิง นั้น จึง ไป บอก สามี ว่า “ มี บุรุษ ผู้ หนึ่ง ของ พระเจ้า มา หา ดิฉัน ใบหน้า ของ ท่าน เหมือน ใบหน้า ทูต สวรรค์ ของ พระเจ้า น่า กลัว นัก ดิฉัน ไม่ ได้ ถาม ท่าน ว่า ท่าน มา จาก ไหน และ ท่าน ก็ ไม่ บอก ชื่อ ของ ท่าน แก่ ดิฉัน {13:7} แต่ ท่าน บอก ดิฉัน ว่า ‘ ดู เถิด เจ้า จะ ตั้ง ครรภ์ และ คลอด บุตร ชาย ฉะนั้น อย่า ดื่ม เหล้า องุ่น หรือ เมรัย อย่า รับประทาน ของ มลทิน เพราะ เด็ก นั้น จะ เป็น พวก นา ศีร์ แด่ พระเจ้า ตั้งแต่ อยู่ ใน ครรภ์ จน วัน ตาย’” {13:8} แล้ว มา โน อาห์ ก็ วิงวอน พระ เยโฮวาห์ ทูล ว่า “ โอ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ ขอ บุรุษ ของ พระเจ้า ผู้ ซึ่ง พระองค์ ทรง ใช้ มา นั้น ปรากฏ แก่ ข้า พระองค์ ทั้ง สอง อีก ครั้ง หนึ่ง สั่งสอน ข้า พระองค์ ว่า ข้า พระองค์ ควร กระทำ อย่างไร แก่ เด็ก ที่ จะ เกิด มา นั้น” {13:9} และ พระเจ้า ทรง ฟัง เสียง ของ มา โน อาห์ และ ทูต สวรรค์ ของ พระเจ้า มา หา หญิง นั้น อีก เมื่อ นาง นั่ง อยู่ ใน ทุ่ง นา แต่ มา โน อาห์ สามี ของ นาง ไม่ ได้ อยู่ ด้วย {13:10} นาง ก็ รีบ วิ่ง ไป บอก สามี ว่า “ ดู เถิด บุรุษ ผู้ ที่ ปรากฏ แก่ ดิฉัน วัน นั้น ได้ มา ปรากฏ แก่ ดิฉัน อีก” {13:11} มา โน อาห์ ก็ ลุก ขึ้น ตาม ภรรยา ไป เมื่อ มา ถึง บุรุษ ผู้ นั้น เขา จึง ว่า “ ท่าน เป็น บุรุษ ผู้ ที่ พูด กับ ผู้หญิง คน นี้ หรือ” ผู้ นั้น ตอบ ว่า “ เรา เป็น ผู้ นั้น แหละ” {13:12} มา โน อาห์ จึง กล่าว ว่า “ บัดนี้ ขอ ให้ ถ้อยคำ ของ ท่าน เป็น ความ จริง ข้าพเจ้า ทั้ง สอง ควร สั่งสอน เด็ก คน นั้น อย่างไร และ ข้าพเจ้า ทั้ง สอง ควร กระทำ ต่อ เขา อย่างไร” {13:13} และ ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ บอก แก่ มา โน อาห์ว่า “ บรรดา สิ่ง ที่ เรา ได้ บอก แก่ หญิง แล้ว นั้น ให้ นาง ระวัง ให้ ดี {13:14} อย่า ให้ รับประทาน สิ่ง ใด ที่ ได้ มา จาก เถา องุ่น อย่า ให้ นาง ดื่ม เหล้า องุ่น หรือ เมรัย อย่า รับประทาน ของ มลทิน สิ่ง ใด ที่ เรา บัญชา นาง ไว้ ให้ นาง ปฏิบัติ ตาม ทุก ประการ” {13:15} มา โน อาห์ กล่าว แก่ ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ ว่า “ ขอ ท่าน รอ อยู่ ก่อน ข้าพเจ้า ทั้ง สอง จะ ไป เตรียม ลูก แพะ ตัว หนึ่ง ให้ ท่าน” {13:16} ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ บอก มา โน อาห์ว่า “ ถึง เจ้า จะ ให้ เรา รอ เรา จะ ไม่ รับประทาน อาหาร ของ เจ้า แต่ ถ้า เจ้า จะ จัด เครื่อง เผา บูชา เจ้า จง ถวาย แด่ พระ เยโฮวาห์” เพราะ ว่า มา โน อาห์ ไม่ ทราบ ว่า ท่าน ผู้ นั้น เป็น ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ของ พระ เยโฮวาห์ {13:17} มา โน อาห์ ถาม ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ ว่า “ ท่าน ชื่อ อะไร เพื่อ เมื่อ เป็น จริง ตาม ถ้อยคำ ของ ท่าน เรา จะ ได้ ให้ เกียรติ แก่ ท่าน” {13:18} ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ บอก มา โน อาห์ว่า “ ถาม ชื่อ เรา ทำไม ชื่อ ของ เรา เป็น ที่ ซ่อนเร้น อยู่” {13:19} มา โน อาห์ ก็ เอา ลูก แพะ กับ ธัญ ญ บูชา มา ถวาย บูชา บน ศิลา แด่ พระ เยโฮวาห์ และ ทูต สวรรค์ นั้น กระทำ การ มหัศจรรย์ มา โน อาห์ และ ภรรยา ก็ มอง ดู {13:20} และ อยู่ มา เมื่อ เปลว ไฟ จาก แท่น บูชา พลุ่ง ขึ้น ไป สวรรค์ ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ ขึ้น ไป ตาม เปลว ไฟ แห่ง แท่น บูชา ขณะ เมื่อ มา โน อาห์ และ ภรรยา คอย ดู อยู่ และ เขา ทั้ง สอง ก็ ซบ หน้า ลง ถึง ดิน {13:21} ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ ไม่ ปรากฏ แก่ มา โน อาห์ หรือ แก่ ภรรยา ของ เขา อีก เลย แล้ว มา โน อาห์ จึง ทราบ ว่า ผู้ นั้น เป็น ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ของ พระ เยโฮวาห์ {13:22} และ มา โน อาห์ พูด กับ ภรรยา ของ ตน ว่า “ เรา จะ ตาย เป็น แน่ เพราะ เรา ได้ เห็น พระเจ้า” {13:23} แต่ ภรรยา บอก เขา ว่า “ ถ้า พระ เยโฮวาห์ ทรง หมาย จะ ฆ่า เรา เสีย พระองค์ คง จะ ไม่ รับ เครื่อง เผา บูชา และ ธัญ ญ บูชา จาก มือ ของ เรา หรือ ทรง สำแดง สิ่ง ทั้งปวง เหล่า นี้ แก่ เรา หรือ ประกาศ เรื่อง เช่น นี้ แก่ เรา” {13:24} ผู้หญิง นั้น ก็ คลอด บุตร ชาย คน หนึ่ง เรียก ชื่อ ว่า แซม สัน เด็ก นั้น ก็ เติบ โต ขึ้น และ พระ เยโฮวาห์ ทรง อำนวย พระ พร แก่ เขา {13:25} และ พระ วิญญาณ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ ทรง เริ่ม เร้า ใจ เขา ที่ ค่าย ดาน ระหว่าง โศราห์ กับ เอช ทา โอ ล {i14:1} แซม สัน หลง รัก หญิง สาว คน ฟีลิสเตีย {14:1} แซม สัน ได้ ลง ไป ยัง เมือง ทิม นาห์ และ ได้ เห็น ผู้หญิง คน ฟีลิสเตีย คน หนึ่ง ที่ เมือง ทิม นาห์ {14:2} แล้ว ท่าน จึง ขึ้น มาบ อก บิดา มารดา ของ ตน ว่า “ ฉัน เห็น ผู้หญิง คน ฟีลิสเตีย คน หนึ่ง ที่ เมือง ทิม นาห์ ฉะนั้น ไป ขอ เขา ให้ เป็น ภรรยา ฉัน ที” {14:3} แต่ บิดา และ มารดา ของ ท่าน กล่าว แก่ ท่าน ว่า “ ไม่ มี ผู้หญิง สัก คน หนึ่ง ใน ท่ามกลาง บุตร สาว แห่ง ญาติ พี่น้อง ของ เจ้า หรือ ใน ท่ามกลาง ชน ชาติ ของ เรา หรือ เจ้า จึง ไป รับ ภรรยา จาก คน ฟีลิสเตีย ที่ ไม่ เข้า สุหนัต” แต่ แซม สัน กล่าว แก่ บิดา ว่า “ ไป ขอ หญิง นั้น ให้ ฉัน ที เพราะ เธอ เป็น ที่ พอใจ ฉัน มาก” {14:4} บิดา มารดา ของ ท่าน ไม่ ทราบ ว่า เรื่อง นี้ เป็น มา จาก พระ เยโฮวาห์ เพราะ พระองค์ ทรง หา ช่อง โอกาส ที่ จะ ต่อสู้ คน ฟีลิสเตีย ครั้ง นั้น คน ฟีลิสเตีย มี อำนาจ เหนือ อิสราเอล {i14:5} แซม สัน ฆ่า สิงโต ด้วย มือเปล่า {14:5} ฝ่าย แซม สัน ก็ ลง ไป ที่ เมือง ทิม นาห์ กับ บิดา มารดา ของ ตน แซม สัน มา ถึง สวน องุ่น ของ ทิม นาห์ ดู เถิด มี สิงโต หนุ่ม ตัว หนึ่ง คำราม เข้า ใส่ ท่าน {14:6} พระ วิญญาณ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ ทรง สถิต กับ แซม สัน อย่าง มาก ท่าน จึง ฉีก สิงโต ออก อย่าง คน ฉีก ลูก แพะ ทั้ง ที่ ไม่ มี อะไร ใน มือ แต่ ท่าน มิ ได้ บอก ให้ บิดา หรือ มารดา ของ ท่าน ทราบ ว่า ท่าน ได้ ทำ อะไร ไป {14:7} แซม สัน ก็ ลง ไป พูดจา กับ หญิง คน นั้น เธอ เป็น ที่ พอใจ แก่ แซม สัน มาก {i14:8} แซม สัน ทาย ปริศนา คน ฟีลิสเตีย {14:8} ต่อ มา ภายหลัง แซม สัน ก็ กลับ ไป เพื่อ รับ เธอ มา ท่าน ก็ แวะ ไป ดู ซาก สิงโต และ ดู เถิด มี ผึ้ง ฝูง หนึ่ง ทำ รัง อยู่ ใน ซาก สิงโต นั้น มี น้ำผึ้ง ด้วย {14:9} แซม สัน ก็ ยื่น มือ กวาด เอา รวงผึ้ง มา เดิน รับประทาน ไป พลาง จน มา ถึง บิดา มารดา ท่าน จึง แบ่ง ให้ บิดา มารดา รับประทาน ด้วย แต่ ท่าน มิ ได้ บอก ว่า น้ำผึ้ง นั้น มา จาก ซาก สิงโต {14:10} ฝ่าย บิดา ของ ท่าน ก็ ลง ไป หา หญิง คน นั้น และ แซม สัน จัดการ เลี้ยง ที่ นั่น ดัง ที่ คน หนุ่มๆ เขา กระทำ กัน {14:11} และ ต่อ มา เมื่อ ประชาชน เห็น ท่าน แล้ว จึง นำ เพื่อน สาม สิบ คน ให้ มา อยู่ ด้วย {14:12} แซม สัน กล่าว แก่ เขา ว่า “ ให้ ข้าพเจ้า ทาย ปริศนา ท่าน สัก ข้อ หนึ่ง เถิด ถ้า ทาย ได้ ก่อน จบ การ เลี้ยง เจ็ด วัน นี้ เรา จะ ให้ เสื้อ ป่าน สาม สิบ ชุด และ เสื้อ สาม สิบ ชุด ด้วย {14:13} แต่ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ทาย ไม่ ได้ ท่าน ต้อง ให้ เสื้อ ป่าน สาม สิบ ชุด กับ เสื้อ สาม สิบ ชุด แก่ ข้าพเจ้า” เขา ก็ ตอบ ท่าน ว่า “ ทาย มา เถิด เรา จะ ฟัง” {14:14} ฝ่าย แซม สัน จึง กล่าว แก่ เขา ว่า “ มี ของ กิน ได้ ออก มา จาก ตัวผู้ กิน เขา มี ของ หวาน ออก มา จาก ตัว ที่ แข็งแรง” ใน สาม วัน เขา ก็ ยัง แก้ ปริศนา นี้ ไม่ ได้ {14:15} ต่อ มา พอ ถึง วัน ที่ เจ็ด เขา จึง ไป อ้อนวอน ภรรยา ของ แซม สัน ว่า “ จง ลวง สามี ของ เจ้า ให้ แก้ ปริศนา นี้ ให้ เรา ฟัง มิ ฉะนั้น เรา จะ เอา ไฟ เผา เจ้า กับ บ้าน ครอบครัว บิดา ของ เจ้า เสีย เจ้า เชิญ เรา มา หวัง จะ ทำให้ เรา ยากจน หรือ” {14:16} ภรรยา ของ แซม สัน ไป ร้องไห้ กับ แซม สัน ว่า “ เธอ เกลียด ฉัน เธอ ไม่ รัก ฉัน เธอ ทาย ปริศนา แก่ ชาว เมือง ของ ฉัน และ เธอ ก็ ไม่ แก้ ปริศนา ให้ ฉัน ฟัง” แซม สัน จึง บอก ว่า “ ดู เถิด พ่อ แม่ ของ ฉัน ฉัน ยัง ไม่ บอก เลย จะ บอก เธอ อย่างไร ได้” {14:17} เธอ ร้องไห้ กับ แซม สัน ตลอด เจ็ด วัน ซึ่ง เป็น วัน เลี้ยง กัน นั้น และ ต่อ มา ใน วัน ที่ เจ็ด แซม สัน ก็ ต้อง แก้ ปริศนา ให้ เธอ ฟัง เพราะ เธอ กวน ท่าน มาก นัก และ นาง ก็ บอก แก้ ปริศนา ให้ ชาว บ้าน ของ นาง {14:18} พอ วัน ที่ เจ็ด ก่อน ดวง อาทิตย์ ตก ชาว เมือง จึง บอก แซม สัน ว่า “ มี อะไร หวาน กว่า น้ำผึ้ง มี อะไร แข็งแรง กว่า สิงโต” แซม สัน จึง บอก เขา ว่า “ ถ้า เจ้า ไม่ เอา แม่ วัว ของ เรา ช่วย ไถ เจ้า คง จะ แก้ ปริศนา ของ เรา ไม่ ได้” {i14:19} แซม สัน แก้ แค้น ให้ คน ฟีลิสเตีย {14:19} และ พระ วิญญาณ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ ทรง สถิต กับ แซม สัน อย่าง มาก ท่าน จึง ลง ไป ที่ อัช เค โลน ฆ่า ชาว เมือง นั้น เสีย สาม สิบ คน ริบ เอา ข้าวของ และ มอบ เสื้อ ให้ ผู้ ที่ แก้ ปริศนา แล้ว ให้ กลับ ไป บ้าน ของ บิดา ด้วย ความ โกรธ อย่าง มาก {14:20} ส่วน ภรรยา ของ แซม สัน นั้น ก็ ยก ให้ แก่ เพื่อน ซึ่ง เป็น เพื่อน เจ้าบ่าว นั้น เสีย {15:1} ครั้น ล่วง มา หลาย วัน ถึง ฤดู เกี่ยว ข้าว สาลี แซม สัน ก็ เอา ลูก แพะ ตัว หนึ่ง ไป เยี่ยม ภรรยา พูด ว่า “ ฉัน จะ เข้า ไป หา ภรรยา ของ ฉัน ที่ ใน ห้อง” แต่ พ่อตา ไม่ ยอม ให้ ท่าน เข้า ไป {15:2} พ่อตา จึง ว่า “ ข้า เข้าใจ จริงๆ ว่า เจ้า เกลียด ชัง นาง เหลือเกิน ข้า จึง ยก นาง ให้ แก่ เพื่อน ของ เจ้า ไป น้อง สาว ของ นาง ก็ สวย กว่า นาง มิ ใช่ หรือ ขอ จง รับ น้อง แทน พี่ เถิด” {i15:3} แซม สัน เผา ฟ่อน ข้าวของ คน ฟีลิสเตีย {15:3} แซม สัน จึง พูด เรื่อง พวก เขา ว่า “ คราว นี้ เรา จะ มี โทษ น้อย กว่า คน ฟีลิสเตีย ถึง แม้ ว่า เรา จะ ทำร้าย พวก เขา เสีย” {15:4} แซม สัน จึง ออก ไป จับ สุนัข จิ้งจอก สาม ร้อย ตัว ผูก หาง ติด กัน เป็น คู่ๆ แล้ว เอา คบเพลิง ผูก ติด ไว้ ระหว่าง หาง ทุกๆ คู่ {15:5} พอ จุด คบเพลิง แล้ว ก็ ปล่อย เข้า ไป ใน นา ของ คน ฟีลิสเตีย ที่ ข้าว ยัง ตั้ง รวง อยู่ ไฟ ก็ ไหม้ ฟ่อน ข้าว และ ข้าว ที่ ยัง ตั้ง รวง อยู่ นั้น ทั้ง สวน องุ่น และ ต้น มะกอก เทศ ด้วย {15:6} คน ฟีลิสเตีย จึง ถาม ว่า “ ใคร ทำ อย่าง นี้” เขา ตอบ ว่า “ แซม สัน บุตร เขย ชาว ทิม นาห์ เพราะ ว่า พ่อตา เอา ภรรยา ของ แซม สัน ยก ให้ เพื่อน เสีย” ชาว ฟีลิสเตีย ก็ ขึ้น มา เผา นาง กับ บิดา ของ นาง เสีย ด้วย ไฟ {15:7} แซม สัน จึง บอก พวก เหล่า นั้น ว่า “ เมื่อ เจ้า ทั้งหลาย ทำ อย่าง นี้ เรา จะ ต้อง แก้ แค้น เจ้า ก่อน แล้ว เรา จึง จะ เลิก” {15:8} แล้ว แซม สัน ก็ ฟัน คน เหล่า นั้น เสีย แหลก ที เดียว จน เขา ตาย เสีย เป็น อัน มาก แล้ว แซม สัน ก็ เข้า ไป อาศัย อยู่ ที่ ช่อง ศิลา เอ ตาม {15:9} ฝ่าย คน ฟีลิสเตีย ก็ ขึ้น ไป ตั้ง ค่าย อยู่ ใน เขต ยูดาห์ และ กระจาย กัน เข้า โจมตี เมือง เลฮี {15:10} พวก คน ยูดาห์ จึง ถาม ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย ขึ้น มา รบ กับ เรา ทำไม” พวก เหล่า นั้น ตอบ ว่า “ เรา ขึ้น มา มัด แซม สัน เพื่อ จะ ได้ กระทำ แก่ เขา อย่าง ที่ เขา ได้ กระทำ แก่ เรา” {15:11} คน ยูดาห์ สาม พัน คน ลง ไป ที่ ช่อง ศิลา เอ ตาม และ กล่าว แก่ แซม สัน ว่า “ ท่าน ไม่ ทราบ หรือ ว่า คน ฟีลิสเตีย เป็น ผู้ ครอบครอง เรา ท่าน ได้ กระทำ อะไร แก่ เรา เช่น นี้” แซม สัน จึง ตอบ เขา ว่า “ เขา ได้ กระทำ แก่ ข้าพเจ้า อย่างไร ข้าพเจ้า ก็ ต้อง กระทำ แก่ เขา อย่าง นั้น” {15:12} คน เหล่า นั้น จึง พูด กับ แซม สัน ว่า “ เรา จะ ลง มา มัด ท่าน เพื่อ มอบ ท่าน ไว้ ใน มือ ของ คน ฟีลิสเตีย” แซม สัน จึง บอก เขา ว่า “ ขอ ปฏิญาณ ให้ ซี ว่า พวก ท่าน เอง จะ ไม่ ทำร้าย ข้าพเจ้า” {15:13} เขา ทั้งหลาย จึง ตอบ ท่าน ว่า “ เรา จะ ไม่ ทำร้าย ท่าน เรา จะ มัด ท่าน มอบ ไว้ ใน มือ ของ เขา เท่านั้น เรา จะ ไม่ ฆ่า ท่าน เสีย” เขา จึง เอา เชือก พวน ใหม่ สอง เส้น มัด แซม สัน ไว้ และ พา ขึ้น มา จาก ศิลา นั้น {i15:14} แซม สัน ฆ่า คน ฟีลิสเตีย หนึ่ง พัน คน {15:14} เมื่อ ท่าน มา ถึง เลฮีแล้วคนฟีลิสเตีย ก็ ร้อง อึกทึก มา พบ ท่าน และ พระ วิญญาณ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ ทรง สถิต กับ แซม สัน อย่าง มาก เชือก พวน ที่ ผูก แขน ของ ท่าน ก็ เป็น ประดุจ ป่าน ที่ ไหม้ ไฟ เครื่อง จอง จำ นั้น ก็ หลุด ออก จาก มือ {15:15} ท่าน มา พบ กระดูก ขา กรรไกร ลา สดๆ อัน หนึ่ง จึง ยื่น มือ หยิบ มา และ ฆ่า คน เหล่า นั้น เสีย หนึ่ง พัน คน {15:16} แซม สัน กล่าว ว่า “ ด้วย ขา กรรไกร ลา เป็น กอง ซ้อน กอง ด้วย ขา กรรไกร ลา เรา ได้ ฆ่า คน หนึ่ง พัน เสีย” {15:17} อยู่ มา เมื่อ ท่าน กล่าว เช่น นั้น แล้ว ก็ โยน กระดูก ขา กรรไกร ลา ทิ้ง ไป ท่าน จึง เรียก ชื่อ ตำบล นั้น ว่า รามา ทเลฮี {15:18} แซม สัน กระหาย น้ำ มาก จึง ร้องทุกข์ ถึง พระ เยโฮวาห์ ว่า “ การ ช่วย ให้ พ้น อัน ยิ่งใหญ่ พระองค์ ประทาน ให้ สำเร็จ ด้วย มือ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ บัดนี้ ข้า พระองค์ จะ ตาย เพราะ อด น้ำ อยู่ แล้ว และ ตก อยู่ ใน มือ ของ ผู้ ไม่ เข้า สุหนัต มิ ใช่ หรือ พระเจ้า ข้า” {15:19} พระเจ้า จึง ทรง เปิด ช่อง ที่ กระดูก ขา กรรไกร ลา ให้ น้ำ ไหล ออก มา จาก ที่ นั้น ท่าน ก็ ได้ ดื่ม และ จิต วิญญาณ ก็ สดชื่น ฟื้น ขึ้น อีก เพราะ ฉะนั้น ที่ แห่ง นั้น ท่าน จึง เรียก ชื่อ ว่า เอน หัก โคร์ อยู่ ที่ เลฮี จน ถึง ทุก วัน นี้ {15:20} และ ท่าน วินิจฉัย อิสราเอล ใน สมัย ของ คน ฟีลิสเตีย ยี่ สิบ ปี {16:1} แซม สัน ไป ที่ เมือง กาซา พบ หญิง แพศยา คน หนึ่ง ก็ เข้า ไป นอน ด้วย {16:2} มี คน ไป บอก ชาว กาซา ว่า “ แซม สัน มา ที่ นี่ แล้ว” เขา ก็ ล้อม ที่ นั้น ไว้ และ คอย ซุ่ม ที่ ประตู เมือง ตลอด คืน เขา ซุ่ม เงียบ อยู่ คืน ยัง รุ่ง กล่าว ว่า “ ให้ เรา รอ อยู่ จน รุ่งเช้า แล้ว เรา จะ ฆ่า เขา เสีย” {16:3} แต่ แซม สัน นอน อยู่ จน ถึง เที่ยงคืน พอ ถึง เที่ยงคืน ท่าน ก็ ลุก ขึ้น ยก ประตู เมือง รวม ทั้ง เสา สอง ต้น พร้อม ทั้ง ดาล ประตู ใส่ บ่า แบก ไป ถึง ยอด ภูเขา ซึ่ง อยู่ ตรง หน้า เมือง เฮ โบ รน {i16:4} เด ลิ ลาห์ ล่อลวง และ จับ แซม สัน {16:4} อยู่ มา ภายหลัง แซม สัน ไป รัก ผู้หญิง คน หนึ่ง ที่ หุบเขา เมือง โสเรก ชื่อ เด ลิ ลาห์ {16:5} เจ้านาย ฟีลิสเตีย ก็ ขึ้น ไป หา นาง พูด กับ นาง ว่า “ จง ลวง เขา เพื่อ ดู ว่า กำลัง มหาศาล ของ เขา อยู่ ที่ไหน ทำ อย่างไร เรา จึง จะ มี กำลัง เหนือ เขา เพื่อ เรา จะ ได้ มัด เขา ให้ หมด ฤทธิ์ เรา ทุก คน จะ ให้ เงิน เจ้า คน ละ พัน หนึ่ง ร้อย แผ่น” {16:6} เด ลิ ลาห์ จึง พูด กับ แซม สัน ว่า “ ขอบ อก ดิฉัน หน่อย เถอะ ว่า กำลัง มหาศาล ของ เธอ อยู่ ที่ไหน จะ มัด เธอ ไว้ อย่างไร เธอ จึง จะ หมด ฤทธิ์” {16:7} แซม สัน จึง บอก นาง ว่า “ ถ้า เขา มัด ฉัน ด้วย สาย ธนู สด ที่ ยัง ไม่ แห้ง เจ็ด เส้น ฉัน จะ อ่อนเพลีย เหมือน กับ ชาย อื่นๆ” {16:8} แล้ว เจ้านาย ฟีลิสเตีย ก็ เอา สาย ธนู สด ที่ ยัง ไม่ แห้ง เจ็ด เส้น มา ให้ นาง นาง ก็ เอา มา มัด ท่าน ไว้ {16:9} นาง จัด คน ให้ ซุ่ม อยู่ ที่ ห้อง ชั้น ใน กับ นาง นาง ก็ บอก ท่าน ว่า “ แซม สัน จ๋า คน ฟีลิสเตีย มา จับ เธอ แล้ว” แซม สัน ก็ ดึง สาย ธนู ที่ มัด นั้น ขาด เหมือน เชือก ป่าน ขาด เมื่อ ได้ กลิ่น ไฟ เรื่อง กำลัง ของ ท่าน จึง ยัง ไม่ แจ้ง {16:10} เด ลิ ลาห์ พูด กับ แซม สัน ว่า “ ดู เถิด เธอ หลอก ฉัน และ เธอ มุสา ต่อ ฉัน บัดนี้ ขอบ อก ฉัน หน่อย เถอะ ว่า จะ มัด เธอ อย่างไร จึง จะ อยู่” {16:11} ท่าน ก็ ตอบ นาง ว่า “ ถ้า เอา เชือก ใหม่ ที่ ยัง ไม่ เคย ใช้ มา มัด ฉัน ฉัน ก็ จะ อ่อน กำลัง เหมือน ชาย อื่น” {16:12} เด ลิ ลาห์ จึง เอา เชือก ใหม่ มัด ท่าน ไว้ แล้ว บอก ท่าน ว่า “ แซม สัน จ๋า คน ฟีลิสเตีย มา จับ ท่าน แล้ว” และ คน ซุ่ม คอย อยู่ ใน ห้อง ชั้น ใน แต่ ท่าน ก็ ดึง เชือก ออก จาก แขน เหมือน ดึง เส้น ด้าย {16:13} เด ลิ ลาห์ พูด กับ แซม สัน ว่า “ เธอ หลอก ฉัน เรื่อย มา จน ถึง เดี๋ยวนี้ เธอ มุสา ต่อ ฉัน บอก ฉัน เถอะ ว่า จะ มัด เธอ อย่างไร จึง จะ อยู่” ท่าน จึง บอก นาง ว่า “ ถ้า เธอ เอา ผม ทั้ง เจ็ด แหยม ของ ฉัน ทอ เข้า กับ ด้าย เส้น ยืน กระทก ด้วย ฟืม ให้ แน่น” {16:14} เด ลิ ลาห์ จึง เอา ผม ทั้ง เจ็ด แหยม ทอ เข้า กับ ด้าย เส้น ยืน กระทก ด้วย ฟืม ให้ แน่น แล้ว นาง บอก ท่าน ว่า “ แซม สัน จ๋า คน ฟีลิสเตีย มา จับ ท่าน แล้ว” ท่าน ก็ ตื่น ขึ้น ดึง ฟืม หูก และ ด้าย เส้น ยืน ไป หมด {16:15} นาง จึง พูด กับ แซม สัน ว่า “ เธอ พูด ได้ อย่างไร ว่า ‘ ฉัน รัก เธอ’ เมื่อ จิตใจ ของ เธอ ไม่ ได้ อยู่ กับ ฉัน เลย เธอ หลอก ฉัน สาม ครั้ง แล้ว และ เธอ มิ ได้ บอก ฉัน จริงๆ ว่า กำลัง มหาศาล ของ เธอ อยู่ ที่ไหน” {16:16} อยู่ มา เมื่อ นาง พูด คาดคั้น ท่าน วัน แล้ว วัน เล่า และ ชักชวน ท่าน อยู่ ทุก วัน จิตใจ ของ แซม สัน ก็ เบื่อ แทบ จะ ตาย {16:17} จึง บอก ความ จริง ใน ใจ ของ ท่าน แก่ นาง จน สิ้น ว่า “ มีดโกน ยัง ไม่ เคย ถูก ศีรษะ ของ ฉัน เพราะ ฉัน เป็น พวก นา ศีร์ แด่ พระเจ้า ตั้งแต่ อยู่ ใน ครรภ์ ของ มารดา ถ้า โกน ผม ฉัน เสีย กำลัง ก็ จะ หมด ไป จาก ฉัน ฉัน ก็ จะ อ่อนเพลีย เหมือน ชาย อื่น” {16:18} เมื่อ เด ลิ ลาห์ เห็น ว่า ท่าน บอก ความ จริง ใน ใจ แก่ นาง จน สิ้น แล้ว นาง จึง ใช้ คน ไป เรียก เจ้านาย ฟีลิสเตียว่า “ ขอ จง ขึ้น มา อีก ครั้ง เดียว เพราะ เขา บอก ความ จริง ใน ใจ แก่ ฉัน จน สิ้น แล้ว” แล้ว เจ้านาย ฟีลิสเตีย ก็ ขึ้น มา หา นาง ถือ เงิน มา ด้วย {16:19} นาง ก็ ให้ แซม สัน นอน อยู่ บน ตัก ของ นาง แล้ว นาง ก็ เรียก ชาย คน หนึ่ง ให้ มา โกน ผม เจ็ด แหยม ออก จาก ศีรษะ ของ ท่าน นาง ก็ ตั้งต้น รบกวน แซม สัน กำลัง ของ แซม สัน ก็ หมด ไป {16:20} นาง จึง บอก ว่า “ แซม สัน จ๋า คน ฟีลิสเตีย มา จับ ท่าน แล้ว” ท่าน ก็ ตื่น ขึ้น จาก หลับ บอก ว่า “ ฉัน จะ ออก ไป อย่าง ครั้ง ก่อนๆ และ สลัด ตัว ให้ หลุด ไป” ท่าน หา ทราบ ไม่ ว่า พระ เยโฮวาห์ ได้ ทรง ละ ท่าน ไป เสีย แล้ว {16:21} คน ฟีลิสเตีย ก็ มา จับ ท่าน ทะลวง ตา ของ ท่าน เสีย นำ ท่าน ลง มา ที่ กาซา เอา ตรวน ทองสัมฤทธิ์ ล่าม ไว้ และ ให้ ท่าน โม่ แป้ง อยู่ ที่ ใน เรือนจำ {16:22} ตั้งแต่ โกน ผม แล้ว ผม ที่ ศีรษะ ของ ท่าน ก็ ค่อยๆ งอก ขึ้น มา {i16:23} แซม สัน มี การ ชัย ชนะ ตอน สิ้น ชีวิต {16:23} ฝ่าย เจ้านาย ฟีลิสเตีย ประชุม กัน เพื่อ ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา ยิ่งใหญ่ แก่ พระ ดา โกน พระ ของ เขา ทั้งหลาย และ ชื่นชม ยินดี เพราะ เขา กล่าว ว่า “ พระ ของ เรา ได้ มอบ แซม สัน ศัตรู ของ เรา ไว้ ใน มือ เรา แล้ว” {16:24} เมื่อ ประชาชน เห็น แซม สัน ก็ สรรเสริญ พระ ของ ตน ว่า “ พระ ของ เรา ได้ มอบ ศัตรู ผู้ ทำลาย แผ่นดิน ของ เรา ไว้ ใน มือ ของ เรา และ เขา ฆ่า พวก เรา เสีย เป็น อัน มาก” {16:25} ต่อ มา เมื่อ จิตใจ ของ เขา ร่าเริง เต็ม ที่ แล้ว เขา จึง พูด ว่า “ จง เรียก แซม สัน มา เล่น ตลก ให้ เรา ดู” เขา จึง ไป เรียก แซม สัน ออก มา จาก เรือนจำ แซม สัน ก็ มา เล่น ตลก ต่อ หน้า เขา เขา พา ท่าน มา ยืน อยู่ ระหว่าง เสา {16:26} แซม สัน จึง บอก เด็ก ที่ จูง มือ ตน มา ว่า “ ขอ พา ฉัน ให้ ไป คลำ เสา ที่ รองรับ ตึก นี้ อยู่ ฉัน จะ ได้ พิง เสา นั้น” {16:27} มี ผู้ชาย และ ผู้หญิง อยู่ เต็ม ตึก นั้น เจ้านาย ฟีลิสเตีย ก็ อยู่ ที่ นั่น ทั้งหมด นอกจาก นั้น ยัง มี ชาย หญิง ประมาณ สาม พัน คน บน หลังคา ตึก ดู แซม สัน เล่น ตลก {16:28} ฝ่าย แซม สัน ก็ ร้อง ทูล ต่อ พระ เยโฮวาห์ ว่า “ โอ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ขอ ทรง ระลึก ถึง ข้า พระองค์ ขอ ประทาน กำลัง แก่ ข้า พระองค์ ครั้ง นี้ อีก ครั้ง เดียว โอ ข้า แต่ พระเจ้า เพื่อ ใน เวลา นี้ ข้า พระองค์ จะ ได้ แก้ แค้น คน ฟีลิสเตีย เพื่อ ตา ทั้ง สอง ข้าง ของ ข้า พระองค์” {16:29} แซม สัน ก็ กอด เสา กลาง สอง ต้น ที่ รองรับ ตึก นั้น ไว้ และ พักพิง ที่ เสา นั้น มือ ขวา ยัน เสา ต้น หนึ่ง มือ ซ้าย ยัน เสา อีก ต้น หนึ่ง {16:30} แซม สัน กล่าว ว่า “ ขอ ให้ ข้า ตาย กับ คน ฟีลิสเตียเถิด” แล้ว ก็ โน้ม ตัว ลง ด้วย กำลัง ทั้งสิ้น ของ ตน ตึก นั้น ก็ พัง ทับ เจ้านาย และ ประชาชน ทุก คน ที่ อยู่ ใน นั้น ดังนั้น คน ที่ ท่าน ฆ่า ตาย เมื่อ ท่าน ตาย นี้ ก็ มาก กว่า คน ที่ ท่าน ฆ่า ตาย เมื่อ ท่าน ยัง มี ชีวิต อยู่ {16:31} แล้ว พี่น้อง และ บรรดา ครอบครัว บิดา ของ ท่าน ก็ ลง มา รับ ศพ ของ ท่าน และ ขึ้น ไป ฝัง ไว้ ระหว่าง โศราห์ กับ เอช ทา โอ ล ใน ที่ ฝัง ศพ ของ มา โน อาห์ บิดา ของ ท่าน ท่าน ได้ วินิจฉัย อิสราเอล อยู่ ยี่ สิบ ปี {i17:1} รูป เคารพ ใน เรือน ของ มี คาห์ {17:1} มี ชาย คน หนึ่ง เป็น ชาว แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม ชื่อ มี คาห์ {17:2} เขา พูด กับ มารดา ของ เขา ว่า “ เงิน หนึ่ง พัน หนึ่ง ร้อย แผ่น ซึ่ง มี คน ลัก ไป จาก แม่ และ แม่ ก็ ได้ สาปแช่ง และ พูด เข้า หู ฉัน นั้น ดู เถิด เงิน นั้น อยู่ ที่ ฉัน ฉัน เอา ไป เอง” มารดา ของ เขา จึง พูด ว่า “ ขอ พระ เยโฮวาห์ ทรง อำนวย พระ พร ให้ ลูก ของ แม่ เถิด” {17:3} เขา จึง นำ เงิน พัน หนึ่ง ร้อย แผ่น นั้น มา คืน ให้ แก่ มารดา และ มารดา ของ เขา พูด ว่า “ เงิน ราย นี้ แม่ ได้ ถวาย แล้ว แด่ พระ เยโฮวาห์ จาก มือ แม่ เพื่อ ลูก ให้ ทำ เป็น รูป แกะ สลัก และ รูป หล่อ บัดนี้ แม่ จึง คืน ให้ แก่ เจ้า” {17:4} เมื่อ มี คาห์ คืน เงิน ให้ แก่ มารดา แล้ว มารดา ก็ นำ เงิน สอง ร้อย แผ่น มอบ ให้ กับ ช่าง เงิน ทำ เป็น รูป แกะ สลัก และ รูป หล่อ รูป นั้น อยู่ ใน บ้าน ของ มี คาห์ {17:5} มี คาห์ คน นี้ มี เรือน พระ หลัง หนึ่ง เขา ทำ รูป เอ โฟด และ รูป พระ และ แต่งตั้ง ให้ บุตร ชาย คน หนึ่ง ของ เขา เป็น ปุโรหิต {17:6} ใน สมัย นั้น ยัง ไม่ มี กษัตริย์ ใน อิสราเอล ทุก คน ทำ ตาม อะไร ก็ ตาม ที่ ถูกต้อง ใน สายตา ของ ตนเอง {17:7} มี ชาย หนุ่ม คน หนึ่ง ชาว บ้าน เบธเลเฮมในยูดาห์ ครอบครัว ยูดาห์ เป็น พวก เลวี อาศัย อยู่ ที่ นั่น {17:8} ชาย นั้น เดิน ออก จาก บ้าน เบธเลเฮมในยูดาห์ เที่ยว หา ที่ เพื่อ พัก อาศัย เมื่อ เขา เดินทาง ไป นั้น ก็ มา ถึง แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม ถึง บ้าน ของ มี คาห์ {17:9} มี คาห์ จึง พูด กับ เขา ว่า “ ท่าน มา จาก ไหน” เขา ตอบ ว่า “ ข้าพเจ้า เป็น พวก เล วี ชาว บ้าน เบธเลเฮมในยูดาห์ ข้าพเจ้า เดินทาง เที่ยว หา ที่ พัก อาศัย” {17:10} มี คาห์ จึง กล่าว แก่ เขา ว่า “ จง อยู่ กับ ข้าพเจ้า เถิด เป็น อย่าง บิดา และ ปุโรหิต ของ ข้าพเจ้า ก็ แล้วกัน ข้าพเจ้า จะ จ่าย เงิน ให้ ปี ละ สิบ เชเขล ให้ เครื่อง แต่ง ตัว สำรับ หนึ่ง และ อาหาร รับประทาน ด้วย” เล วี คน นั้น จึง เข้า ไป {17:11} เล วี คน นั้น ก็ พอใจ ที่ จะ อยู่ กับ ชาย คน นั้น และ ชาย หนุ่ม คน นั้น ก็ เป็น เหมือน ลูก ของ เขา {17:12} มี คาห์ ก็ แต่งตั้ง เล วี คน นั้น และ ชาย หนุ่ม คน นั้น ก็ เป็น ปุโรหิต ของ เขา และ อยู่ ใน บ้าน ของ มี คาห์ {17:13} มี คาห์กล่าวว่า “ บัดนี้ ข้าพเจ้า ทราบ แล้ว ว่า พระ เยโฮวาห์ จะ ทรง ให้ ข้าพเจ้า อยู่ เย็น เป็น สุข เพราะ ว่า ข้าพเจ้า มี เล วี คน หนึ่ง เป็น ปุโรหิต” {i18:1} คน ตระกูล ดาน เอา ปุโรหิต ของ มี คาห์ ไป โดย ใช้ กำลัง {18:1} ใน สมัย นั้น ไม่ มี กษัตริย์ ใน อิสราเอล และ ใน สมัย นั้น คน ตระกูล ดาน ยัง เที่ยว หา ที่ดิน อัน จะ เป็น มรดก ของ ตน เพื่อ จะ ได้ พัก อาศัย เพราะ จน บัดนั้น แล้ว มรดก ใน หมู่ คน ตระกูล อิสราเอล ยัง ไม่ ตก แก่ เขา {18:2} ดังนั้น คน ดาน จึง ส่ง คน ห้า คน จาก จำนวน ทั้งหมด เป็น ชาย ฉกรรจ์ ใน ครอบครัว ของ ตน มา จาก โศราห์ และ จาก เอช ทา โอ ล ไป สอดแนม ดู แผ่นดิน และ ตรวจ ดู แผ่นดิน นั้น และ เขา ทั้งหลาย พูด แก่ เขา ว่า “ จง ไป ตรวจ ดู แผ่นดิน นั้น” เขา ก็ มา ถึง แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม ยัง บ้าน ของ มี คาห์ และ อาศัย อยู่ ที่ นั่น {18:3} เมื่อ เขา อยู่ ใกล้ บ้าน ของ มี คาห์ เขา ก็ จำ เสียง เล วี หนุ่ม คน นั้น ได้ จึง แวะ เข้า ไป ถาม ว่า “ ใคร พา ท่าน มา ที่ นี่ ท่าน ทำ อะไร ใน ที่ นี้ ท่าน ทำงาน อะไร ที่ นี่” {18:4} เขา ตอบ คน เหล่า นั้น ว่า “ มี คาห์ ทำ แก่ ข้าพเจ้า อย่าง นี้ อย่าง นี้ เขา จ้าง ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จึง เป็น ปุโรหิต ของ เขา” {18:5} คน เหล่า นั้น ก็ พูด กับ เขา ว่า “ ได้ โปรด ทูล ถาม พระเจ้า ให้ หน่อย เถิด เพื่อ เรา จะ ทราบ ว่า ทาง ที่ เรา จะ ออก เดิน ไป นี้ จะ สำเร็จ หรือ ไม่” {18:6} ปุโรหิต นั้น จึง ตอบ เขา ทั้งหลาย ว่า “ จง ไป เป็น สุข เถิด หนทาง ที่ ท่าน ไป จะ อยู่ ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์” {18:7} ชาย ทั้ง ห้า คน ก็ จาก ไป ถึง เมือง ลา อิช เห็น ประชาชน ที่ อยู่ ที่ เมือง นั้น เห็น ชาว เมือง อยู่ อย่าง ไร้ กังวล ตาม ลักษณะ คน ไซ ดอน อย่าง สงบ ไม่ หวาด ระแวง อะไร และ ใน แผ่นดิน นั้น ไม่ มี ผู้พิพากษา ที่ จะ ให้ เขา อับอาย ใน เรื่อง ใดๆ เขา อยู่ ห่าง ไกล จาก คน ไซ ดอน ไม่ มี เรื่อง เกี่ยวข้อง กับ คน อื่น เลย {18:8} เมื่อ คน ทั้ง ห้า กลับ มา ถึง ญาติ พี่น้อง ที่ โศราห์ และ เอช ทา โอ ล ญาติ พี่น้อง จึง ถาม เขา ว่า “ เจ้า จะ ว่า อะไร” {18:9} เขา ตอบ ว่า “ จง ลุก ขึ้น ให้ เรา ไป รบ กับ เขา เถิด เพราะ เรา ได้ เห็น แผ่นดิน นั้น แล้ว และ ดู เถิด เป็น แผ่นดิน ดี จริงๆ ท่าน ทั้งหลาย จะ ไม่ ทำ อะไร เลย หรือ อย่า ชักช้า ที่ จะ ไป กัน และ เข้า ยึดครอง แผ่นดิน นั้น {18:10} เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย ไป แล้ว จะ พบ ประชาชน ที่ ไม่ หวาด ระแวง อะไร เออ แผ่นดิน ก็ กว้าง ขวาง พระเจ้า ทรง มอบ ไว้ ใน มือ ของ ท่าน ทั้งหลาย แล้ว เป็น สถานที่ ซึ่ง ไม่ ขาด สิ่ง ใด ที่ มี ใน โลก” {18:11} คน ครอบครัว ดาน หก ร้อย คน สรรพ ด้วย เครื่อง อาวุธ ทำ สงคราม ยก ทัพ ออก จาก โศราห์ และ เอช ทา โอ ล {18:12} เขา ทั้งหลาย ยก ขึ้น ไป ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ คีริยาท เย อา ริม ใน ยูดาห์ เพราะ เหตุ นี้ เขา จึง เรียก ที่ นั่น ว่า มา หะ เนห์ดาน จน ถึง ทุก วัน นี้ ดู เถิด เมือง นี้ อยู่ ด้าน หลัง คีริยาท เย อา ริม {18:13} เขา ก็ ผ่าน จาก ที่ นั่น ไป ยัง แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม มา ถึง บ้าน ของ มี คาห์ {18:14} แล้ว ชาย ทั้ง ห้า คน ที่ ไป สอดแนม ดู เมือง ลา อิช ก็ บอก แก่ พี่น้อง ของ ตน ว่า “ ท่าน ทราบ ไหม ว่า ใน บ้าน เหล่า นี้ มี รูป เอ โฟด รูป พระ รูป แกะ สลัก และ รูป หล่อ ฉะนั้น บัดนี้ ขอ ใคร่ครวญ ว่า ท่าน ทั้งหลาย จะ ทำ ประการ ใด” {18:15} เขา ทั้งหลาย ก็ แวะ เข้า บ้าน ของ เล วี หนุ่ม คน นั้น คือ ที่ บ้าน ของ มี คาห์ ถาม ดู ทุกข์สุข ของ เขา {18:16} ฝ่าย คน ดาน ทั้ง หก ร้อย คน ถือ อาวุธ ทำ สงคราม ยืน อยู่ ที่ ทาง เข้า ประตู รั้ว {18:17} ชาย ทั้ง ห้า คน ที่ ออก ไป สอดแนม ดู บ้านเมือง ก็ เดิน เข้า ไป นำ เอา รูป แกะ สลัก รูป เอ โฟด รูป พระ และ รูป หล่อ ไป ฝ่าย ปุโรหิต ก็ ยืน อยู่ ที่ ทาง เข้า ประตู รั้ว กับ ทหาร ถือ อาวุธ ทำ สงคราม หก ร้อย คน นั้น {18:18} เมื่อ คน เหล่า นี้ เข้า ไป ใน บ้าน ของ มี คาห์ นำ เอา รูป แกะ สลัก รูป เอ โฟด รูป พระ และ รูป หล่อ นั้น ปุโรหิต ถาม เขา ว่า “ นั่น ท่าน ทำ อะไร” {18:19} คน เหล่า นั้น จึง ตอบ เขา ว่า “ เงียบๆ ไว้ เอา มือ ปิด ปาก เสีย มา กับ เรา เถิด มา เป็น บิดา และ ปุโรหิต ของ เรา จะ เป็น ปุโรหิต ใน บ้าน ของ ชาย คน เดียว ดี หรือ ว่า จะ เป็น ปุโรหิต ของ ตระกูล หนึ่ง และ ครอบครัว หนึ่ง ใน อิสราเอล ดี” {18:20} ใจ ของ ปุโรหิต ก็ ยินดี เขา จึง เอา รูป เอ โฟด รูป พระ และ รูป แกะ สลัก เดิน ไป ใน หมู่ ประชาชน {18:21} แล้ว เขา ก็ กลับ ออก เดิน ไป ให้ เด็ก ทั้ง ฝูง สัตว์ และ ข้าวของ เดิน ไป ข้าง หน้า {18:22} เมื่อ ไป ห่าง จาก บ้าน มี คาห์แล้ว คน ที่ อยู่ ใน บ้าน ใกล้ เคียง กับ บ้าน ของ มี คาห์ ก็ ร่วม ติดตาม ไป ทัน คน ดาน เข้า {18:23} จึง ตะโกน เรียก คน ดาน เขา ก็ หัน กลับ มา พูด กับ มี คาห์ว่า “ เป็น อะไร เล่า เจ้า จึง ยก คน มา มากมาย อย่าง นี้” {18:24} เขา ตอบ ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย นำ พระ ของ ข้าพเจ้า ซึ่ง ข้าพเจ้า สร้าง ขึ้น และ นำ ปุโรหิต ออก มา เสีย ข้าพเจ้า จะ มี อะไร เหลือ อยู่ เล่า ท่าน ทั้งหลาย ยัง จะ มา ถาม ข้าพเจ้า อีก ว่า ‘ เป็น อะไร เล่า’” {18:25} คน ดาน จึง ตอบ เขา ว่า “ อย่า ให้ เรา ได้ยิน เสียง ของ เจ้า เลย เกลือก ว่า คน ขี้ โมโห จะ เล่นงาน เจ้า เข้า เจ้า และ ครอบครัว ของ เจ้า ก็ จะ เสีย ชีวิต เปล่าๆ” {18:26} ฝ่าย คน ดาน ก็ เดิน ต่อ ไป เมื่อ มี คาห์ เห็น ว่า เขา เหล่า นั้น มี กำลัง มาก กว่า จึง หัน กลับ เดินทาง ไป บ้าน ของ ตน {18:27} คน ดาน นำ เอา สิ่ง ที่ มี คาห์สร้างขึ้น และ นำ ปุโรหิต ซึ่ง เป็น ของ เขา มา ด้วย ก็ เดินทาง มา ถึง ลา อิช มา ถึง ประชาชน ที่ อยู่ อย่าง สงบ และ ไม่ หวาด ระแวง อะไร จึง ประหาร คน เหล่า นั้น ด้วย คม ดาบ และ เอา ไฟ เผา เมือง เสีย {18:28} ไม่ มี ผู้ ใด มา ช่วยเหลือ เพราะ เขา อยู่ ไกล จาก เมือง ไซ ดอน และ ไม่ ได้ ทำ การ เกี่ยวข้อง กับ คน อื่น อยู่ ใน หุบเขา ซึ่ง อยู่ ใกล้ กับ เมือง เบธเรโหบ คน เหล่า นั้น ก็ สร้าง เมืองขึ้น และ อาศัย อยู่ ที่ นั่น {18:29} เขา ตั้ง ชื่อ เมือง นั้น ว่า ดาน ตาม ชื่อ ดาน บรรพบุรุษ ของ เขา ผู้ ซึ่ง เกิด กับ อิสราเอล แต่ ตอน แรก เมือง นั้น ชื่อ ว่า ลา อิช {i18:30} คน ตระกูล ดาน ไหว้ รูป เคารพ {18:30} คน ดาน ก็ ตั้ง รูป แกะ สลัก ไว้ ส่วน โย นา ธานบุตรชายเกอร์โชน บุตร ชาย ของ มนัส เสห์ ทั้ง ท่าน และ บรรดา บุตร ชาย ของ เขา ก็ เป็น ปุโรหิต ให้ แก่ คน ตระกูล ดาน จน ถึง สมัย ที่ แผ่นดิน ตก ไป เป็น เชลย {18:31} เขา ได้ ตั้ง รูป แกะ สลัก ซึ่ง มี คาห์ ได้ ทำ ไว้ นั้น ขึ้น นาน ตลอด เวลา ที่ พระ นิเวศ ของ พระเจ้า อยู่ ที่ ชี โลห์ {i19:1} ภรรยา น้อย ของ คน เล วี คน หนึ่ง ถูก ฆ่า {19:1} อยู่ มา ใน สมัย นั้น เมื่อ ไม่ มี กษัตริย์ ใน อิสราเอล มี คน เล วี คน หนึ่ง อาศัย อยู่ ที่ แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม แถบ ที่ ไกล ออก ไป โน้น เขา ได้ หญิง คน หนึ่ง จาก เบธเลเฮม ใน ยูดาห์ มา เป็น ภรรยา น้อย {19:2} ภรรยา น้อย นั้น เล่นชู้ จึง ทิ้ง สามี เสีย กลับ ไป อยู่ บ้าน บิดา ของ นาง ที่ เบธเลเฮมในยูดาห์ อยู่ ที่ นั่น สัก สี่ เดือน {19:3} สามี ของ นาง ก็ ลุก ขึ้น ไป ตาม นาง เพื่อ ไป พูด กับ นาง ด้วย จิต เมตตา และ จะ พา นาง กลับ เขา พา คนใช้ คน หนึ่ง และ ลา คู่ หนึ่ง ไป ด้วย นาง พา เขา เข้า ใน บ้าน บิดา ของ นาง เมื่อ บิดา ของ ผู้หญิง เห็น เข้า ก็ มี ความ ยินดี ต้อนรับ เขา {19:4} พ่อตา ของ เขา คือ บิดา ของ ผู้หญิง หน่วงเหนี่ยว เขา และ เขา พัก อยู่ ด้วย สาม วัน เขา ก็ กิน และ ดื่ม และ พัก นอน อยู่ ที่ นั่น {19:5} อยู่ มา ถึง วัน ที่ สี่ เขา ทั้งหลาย ก็ ตื่น ขึ้น แต่ เช้ามืด และ คน นั้น ลุก ขึ้น จะ ออก เดิน แต่ พ่อ ของ ผู้หญิง พูด กับ บุตร เขย ของ เขา ว่า “ จง รับประทาน อาหาร อีก สัก หน่อย หนึ่ง ให้ ชื่น ใจ แล้ว ภายหลัง จึง ค่อย ออก เดิน” {19:6} ชาย สอง คน นั้น ก็ นั่ง ลง รับประทาน และ ดื่ม ด้วย กัน และ บิดา ของ ผู้หญิง ก็ บอก ชาย นั้น ว่า “ จง ค้าง อีก สัก คืน เถิด กระทำ จิตใจ ให้ เบิกบาน” {19:7} เมื่อ ชาย คน นั้น ลุก ขึ้น จะ ออก เดิน พ่อตา ก็ ชักชวน ไว้ จน เขา ต้อง พัก อยู่ ที่ นั่น อีก {19:8} ใน วัน ที่ ห้า เขา ก็ ตื่น แต่ เช้าตรู่ เพื่อ จะ ออก เดินทาง ไป บิดา ของ หญิง นั้น พูด ว่า “ ขอ ให้ ชื่น ใจ เถิด” เขา ทั้ง สอง ก็ อยู่ จน เวลา บ่าย รับประทาน อยู่ ด้วย กัน อีก {19:9} เมื่อ ชาย คน นั้น และ ภรรยา น้อย กับ คนใช้ ลุก ขึ้น จะ ออก เดิน พ่อตา ของ เขา คือ บิดา ของ ผู้หญิง ก็ บอก เขา ว่า “ ดู เถิด นี่ ก็ บ่าย ใกล้ ค่ำ แล้ว ขอ ค้าง อยู่ อีก คืน หนึ่ง เถิด ดู เถิด จะ สิ้น วัน อยู่ แล้ว พัก นอน ที่ นี่ เถิด เพื่อ ใจ ของ เจ้า จะ เบิกบาน พรุ่งนี้ เช้า ขอ เจ้า ตื่น แต่ เช้า เพื่อ ออก เดินทาง เจ้า จะ ได้ ไป บ้าน” {19:10} แต่ ชาย คน นั้น ไม่ ยอม ค้าง อีก คืน หนึ่ง เขา จึง ลุก ขึ้น ออก เดินทาง ไป จน ถึง ตรง ข้าม กับ เมือง เย บุ ส คือ เยรูซาเล็ม เขา มี ลา สอง ตัว ที่ มี อาน และ ภรรยา น้อย ก็ ไป ด้วย {19:11} เมื่อ เขา มา ใกล้ เมือง เย บุ ส ก็ บ่าย มาก แล้ว คนใช้ จึง เรียน นาย ของ เขา ว่า “ มา เถิด ให้ เรา แวะ เข้า ไป พัก ใน เมือง ของ คน เย บุ สเถิด ค้างคืน อยู่ ใน เมือง นี้ แหละ” {19:12} นาย ของ เขา ตอบ ว่า “ เรา จะ ไม่ แวะ เข้า ไป ใน เมือง ของ คน ต่าง ด้าว ผู้ ที่ ไม่ ใช่ คน อิสราเอล เรา จะ ผ่าน ไป ถึง เมือง กิเบอาห์” {19:13} เขา จึง บอก คนใช้ ว่า “ มา เถิด ให้ เรา เข้า ไป ใกล้ ที่ เหล่า นี้ แห่ง หนึ่ง และ ค้าง อยู่ ที่ กิเบอาห์ หรือ ที่ รา มาห์” {19:14} เขา จึง เดินทาง ผ่าน ไป เมื่อ เขา มา ใกล้ กิเบอาห์ ซึ่ง เป็น ของ คน เบน ยา มิ น ดวง อาทิตย์ ก็ ตก แล้ว {19:15} เขา จึง แวะ เข้า ไป จะ ค้างคืน ที่ เมือง กิเบอาห์ เขา ก็ แวะ เข้า ไป นั่ง อยู่ ที่ ถนน ใน เมือง นั้น เพราะ ไม่ มี ใคร เชิญ ให้ เขา เข้า ไป ค้าง ใน บ้าน {19:16} ดู เถิด มี ชาย แก่ คน หนึ่ง เข้า มา เมื่อ เลิก จาก งาน นา เป็น เวลา เย็น แล้ว เขา เป็น ชาว แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม มา อาศัย อยู่ ใน เมือง กิเบอาห์ แต่ ชาว เมือง นั้น เป็น คน เบน ยา มิ น {19:17} เมื่อ เขา เงย หน้า ขึ้น เห็น ผู้ เดินทาง คน นั้น นั่ง อยู่ ที่ ถนน ใน เมือง ชาย แก่ คน นั้น ก็ ถาม ว่า “ ท่าน จะ ไป ไหน และ มา จาก ไหน” {19:18} ชาย คน นั้น จึง ตอบ เขา ว่า “ เรา เดินทาง จาก เบธเลเฮมในยูดาห์ จะ ไป ที่ แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม แถบ ที่ ไกล ออก ไป โน้น ซึ่ง ข้าพเจ้า มา จาก ที่ นั่น ข้าพเจ้า ไป เบธเลเฮม ใน ยูดาห์ มา และ ข้าพเจ้า จะ กลับ ไป พระ นิเวศ พระ เยโฮวาห์ ไม่ มี ใคร เชิญ ข้าพเจ้า เข้า ไป พัก ใน บ้าน {19:19} ฟาง และ อาหาร ที่ จะ เลี้ยง ลา พวก เรา ก็ มี พร้อม แล้ว ทั้ง อาหาร และ น้ำ องุ่น ที่ เลี้ยง ตน ทั้ง เลี้ยง หญิง คน นี้ และ ชาย หนุ่ม ที่ อยู่ กับ พวก ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ก็ มี อยู่ แล้ว ไม่ ขาด สิ่ง ใด เลย” {19:20} ชาย แก่ คน นั้น จึง พูด ว่า “ ขอ ท่าน เป็น สุข สบาย เถิด ถ้า ท่าน ขาด สิ่ง ใด ข้าพเจ้า ขอ เป็น ธุระ ทั้งสิ้น ขอ แต่ อย่า นอน ที่ ถนน นี้ เลย” {19:21} เขา จึง พา ชาย คน นั้น เข้า ไป ใน บ้าน เอา อาหาร ให้ ลา ต่าง ก็ ล้าง เท้า ของ ตน และ รับประทาน อาหาร และ ดื่ม {19:22} เมื่อ เขา กำลัง ทำให้ จิตใจ เบิกบาน ดู เถิด ชาว เมือง นั้น ที่ เป็น คน อันธพาล มา ล้อม เรือน ไว้ ทุบ ประตู ร้อง บอก ชาย แก่ ผู้ เป็น เจ้าของ บ้าน ว่า “ ส่ง ชาย ที่ เข้า มา อยู่ ใน บ้าน ของ แก มา ให้ เรา สังวาส” {19:23} ชาย ผู้ เป็น เจ้าของ บ้าน ก็ ออก ไป พูด กับ เขา ว่า “ อย่า เลย พี่น้อง ของ ข้าพเจ้า ขอ อย่า กระทำ การ ร้าย เช่น นี้ เลย เมื่อ ชาย คน นี้ มา อาศัย บ้าน ของ ข้าพเจ้า แล้ว ขอ อย่า กระทำ สิ่ง ที่ โง่เขลา นี้ เลย {19:24} ดู เถิด นี่ มี ลูกสาว พรหมจารี คน หนึ่ง และ เมียน้อย ของ เขา ข้าพเจ้า จะ พา ออก มา ให้ ท่าน เดี๋ยวนี้ จง กระทำ หยาม เกียรติ หรือ ทำ อะไร แก่ พวก เขา ตาม ชอบใจ เถิด แต่ ขอ อย่า ทำ ลามก กับ ชาย คน นี้ เลย” {19:25} แต่ คน เหล่า นั้น ไม่ ยอม ฟัง เสียง ชาย คน นั้น จึง ฉวย ภรรยา น้อย ของ ตน ผลัก นาง ออก ไป ให้ เขา เขา ก็ สมสู่ ทำ ทารุณ ตลอด คืน จน รุ่งเช้า พอ รุ่งสางๆ เขา ทั้งหลาย ก็ ปล่อย นาง ไป {19:26} พอ แจ้ง ผู้หญิง นั้น ก็ กลับ มา ล้ม ลง ที่ ประตู บ้าน ซึ่ง นาย ของ ตน พัก อยู่ จน สว่าง ดี {19:27} รุ่งเช้า นาย ของ นาง ก็ ลุก ขึ้น เมื่อ เปิด ประตู บ้าน จะ ออก เดินทาง ดู เถิด ผู้หญิง ซึ่ง เป็น ภรรยา น้อย ของ เขา ก็ นอน อยู่ ที่ ประตู บ้าน มือ เหยียด ออก ไป ถึง ธรณี ประตู {19:28} เขา จึง บอก นาง ว่า “ ลุก ขึ้น ไป กัน เถิด” แต่ ก็ ไม่ มี คำ ตอบ เขา จึง เอา นาง ขึ้น หลัง ลา ชาย นั้น ก็ ลุก ขึ้น เดินทาง ไป บ้าน ของ ตน {19:29} เมื่อ ถึง บ้าน แล้ว ก็ เอา มีด ฟัน ศพ ภรรยา น้อย ออก เป็น ท่อนๆ พร้อม กับ กระดูก สิบ สอง ท่อน ด้วย กัน ส่ง ไป ทั่ว เขต แดน อิสราเอล {19:30} ทุก คน ที่ เห็น ก็ พูด ว่า “ เรื่อง อย่าง นี้ ไม่ มี ใคร เคย เห็น ตั้งแต่ สมัย คน อิสราเอล ยก ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ จน ถึง วัน นี้ จง ตรึกตรอง ปรึกษา กัน ดู แล้ว ก็ ว่า กัน ไป เถิด” {i20:1} คน อิสราเอล ทั้งหมด สู้ รบ กับ คน ตระกูล เบน ยา มิ น {20:1} คน อิสราเอล ทั้งหมด ตั้งแต่ ดาน ถึง เบเออร์เชบา ทั้ง แผ่นดิน กิเล อาด ก็ ออก มา ชุมนุมชน นั้น ได้ ประชุม กัน เป็นใจ เดียวกัน ต่อ พระ เยโฮวาห์ ที่ เมือง มิส ปาห์ {20:2} หัวหน้า ประชาชน ทั้งสิ้น คือ ของ ตระกูล คน อิสราเอล ทั้งหมด เข้า มา ปรากฏ ตัว ใน ที่ ประชุม แห่ง ประชาชน ของ พระเจ้า มี ทหาร ราบ ถือ ดาบ สี่ แสน คน {20:3} (ครั้ง นั้น คน เบน ยา มิ น ได้ยิน ว่า คน อิสราเอล ได้ ขึ้น ไป ยัง มิส ปาห์) ประชาชน อิสราเอล กล่าว ว่า “ ขอบ อก เรา มา ว่า เรื่อง ชั่ว ร้าย นี้ เกิด ขึ้น มา อย่างไร กัน” {20:4} คน เล วี ซึ่ง เป็น สามี ของ หญิง ผู้ ที่ ถูก ฆ่า นั้น กล่าว ตอบ ว่า “ ข้าพเจ้า และ ภรรยา น้อย ของ ข้าพเจ้า มา ถึง เมือง กิเบอาห์ ซึ่ง เป็น ของ คน เบน ยา มิ น เพื่อ จะ ค้างคืน ที่ นั่น {20:5} เวลา กลางคืน ผู้ชาย ใน เมือง กิเบอาห์ ก็ ลุก ขึ้น ล้อม บ้าน ที่ ข้าพเจ้า พัก อยู่ เขา หมาย จะ ฆ่า ข้าพเจ้า เสีย เขา ข่มขืน ภรรยา น้อย ของ ข้าพเจ้า จน ตาย {20:6} ข้าพเจ้า จึง นำ ศพ ภรรยา น้อย ของ ข้าพเจ้า มา ฟัน ออก เป็น ท่อนๆ ส่ง ไป ทั่ว ประเทศ ที่ เป็น มรดก ของ อิสราเอล เพราะ พวก เขา ได้ กระทำ การ ลามก และ ความ โง่เขลา ใน อิสราเอล {20:7} ดู เถิด ท่าน ผู้ เป็น คน อิสราเอล ทั้งหลาย จง ให้ คำ ปรึกษา และ ความเห็น ณ ที่ นี่ เถิด” {20:8} ประชาชน ทุก คน ก็ ลุก ขึ้น กล่าว เป็นใจ เดียวกัน ว่า “ พวก เรา จะ ไม่ กลับ ไป เต็นท์ ของ เรา เรา จะ ไม่ กลับ ไป เรือน ของ เรา {20:9} แต่ บัดนี้ เรา จะ กระทำ กับ กิเบอาห์ดังนี้ เรา จะ จับ สลาก ยก ขึ้น ไป สู้ รบ กับ เขา {20:10} เรา จะ เลือก คน อิสราเอล ทุก ตระกูล คัด เอา ร้อยละ สิบ คน พัน ละ ร้อย หมื่น ละ พัน ให้ ไป หา เสบียง อาหาร มา ให้ ประชาชน เพื่อ เขา ทั้งหลาย จะ ตอบ สนอง บรรดา ความ โง่เขลา ซึ่ง พวก กิเบอาห์ กระทำ ขึ้น ใน อิสราเอล เมื่อ เขา ทั้งหลาย มา ถึง เมือง กิเบอาห์ ของ คน เบน ยา มิ น” {20:11} คน อิสราเอล ทั้งปวง ก็ ร่วม ยก ไป สู้ เมือง นั้น เป็น พรรคพวก ใจ เดียวกัน {20:12} ตระกูล คน อิสราเอล ก็ ส่ง คน ไป ทั่ว ตระกูล คน เบน ยา มิ นบ อก ว่า “ ทำไม การ ชั่วช้า นี้ จึง เกิด ขึ้น มา ได้ ใน หมู่ พวก ท่าน {20:13} เหตุ ฉะนั้น บัดนี้ จง มอบ ชาย คน อันธพาล ใน เมือง กิเบอาห์ มา ให้ เรา ประหาร ชีวิต เสีย จะ ได้ กำจัด ความ ชั่ว เสีย จาก คน อิสราเอล” แต่ คน เบน ยา มิ น ไม่ ยอม ฟัง เสียง คน อิสราเอล พี่น้อง ของ ตน {20:14} คน เบน ยา มิ น ก็ ออก มา จาก บรรดา หัว เมือง เข้า ไป สู่ กิเบอาห์ พร้อม กัน เพื่อ ยก ออก ไป กระทำ สงคราม กับ คน อิสราเอล {20:15} คราว นั้น คน เบน ยา มิ น รวม จำนวน ทหาร ถือ ดาบ ออก จาก บรรดา หัว เมือง ได้ สอง หมื่น หก พัน คน นอกจาก ชาว เมือง กิเบอาห์ ซึ่ง นับ ทหาร ที่ คัดเลือก แล้ว ได้ เจ็ด ร้อย คน {20:16} ใน จำนวน ทั้งหมด นี้ มี คน ที่ คัดเลือก แล้ว เจ็ด ร้อย คน ถนัด มือ ซ้าย ทุก คน เอา ส ลิง เหวี่ยง ก้อน หิน ให้ ถูก เส้น ผม ได้ ไม่ ผิด เลย {20:17} จำนวน คน อิสราเอล ที่ ถือ ดาบ ไม่ นับ คน เบน ยา มิ น ได้ สี่ แสน คน เหล่า นี้ เป็น ทหาร ทุก คน {20:18} คน อิสราเอล ก็ ลุก ขึ้น ไป ยัง พระ นิเวศ ของ พระเจ้า และ ทูล ถาม พระเจ้า ว่า “ ผู้ ใด ใน พวก ข้า พระองค์ ที่ จะ ขึ้น ไป สู้ รบ กับ คน เบน ยา มิ นก่อน” พระ เยโฮวาห์ ตรัส ว่า “ ให้ ยูดาห์ ขึ้น ไป ก่อน” {20:19} รุ่งเช้า คน อิสราเอล ก็ ลุก ขึ้น ตั้ง ค่าย ต่อสู้ เมือง กิเบอาห์ {20:20} คน อิสราเอล ออก ไป สู้ รบ กับ คน เบน ยา มิ น และ คน อิสราเอล ได้ วาง พล เรียงราย ต่อสู้ เขา ที่ เมือง กิเบอาห์ {20:21} ใน วัน นั้น คน เบน ยา มิ นอ อก มา จาก เมือง กิเบอาห์ ฆ่า ฟัน คน อิสราเอล ล้ม ตาย สอง หมื่น สอง พัน คน {20:22} แต่ ประชาชน คือ ผู้ชาย ชาว อิสราเอล ยัง หนุน ใจ กัน และ วาง พล เรียงราย อีก ครั้ง ใน ที่ ซึ่ง เขา วาง พล ใน วัน แรก {20:23} (และ คน อิสราเอล ก็ ขึ้น ไป ร้องไห้ คร่ำครวญ ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ จน ถึง เวลา เย็น เขา ทั้งหลาย ทูล ถาม พระ เยโฮวาห์ ว่า “ สมควร ที่ ข้า พระองค์ จะ เข้า ประชิด รบ กับ คน เบน ยา มิ น พี่น้อง ของ ข้า พระองค์ อีก หรือ ไม่” พระ เยโฮวาห์ ตรัส ว่า “ ไป สู้ เขา เถิด”) {20:24} คน อิสราเอล จึง ยก เข้า ประชิด คน เบน ยา มิ น ใน วัน ที่ สอง {20:25} และ ใน วัน ที่ สอง นั้น เบน ยา มิ น ก็ ยก ออก ไป จาก กิเบอาห์ ฆ่า ฟัน คน อิสราเอล ล้ม ตาย อีก หนึ่ง หมื่น แปด พัน คน ทุก คน เป็น ทหาร ถือ ดาบ {20:26} แล้ว บรรดา คน อิสราเอล คือ กองทัพ ทั้งหมด ได้ ขึ้น ไป ที่ พระ นิเวศ ของ พระเจ้า และ ร้องไห้ คร่ำครวญ เขา นั่ง เฝ้า พระ เยโฮวาห์ ณ ที่ นั่น และ อด อาหาร จน เวลา เย็น ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ สันติ บูชา ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ {20:27} คน อิสราเอล จึง ทูล ถาม พระ เยโฮวาห์ (เพราะ ใน สมัย นั้น หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระเจ้า อยู่ ที่ นั่น {20:28} และ ฟีเน หัส บุตร ชาย เอ เลอาซาร์ ผู้ เป็น บุตร ชาย อา โร น ก็ ปรนนิบัติ อยู่ หน้า หีบ นั้น ใน สมัย นั้น) เขา ทูล ถาม ว่า “ สมควร ที่ ข้า พระองค์ จะ ยัง ยก ไป สู้ รบ กับ เบน ยา มิ น พี่น้อง ของ ข้า พระองค์ อีก ครั้ง หนึ่ง หรือ ควร จะ หยุด เสีย” และ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ว่า “ จง ยก ขึ้น ไป เถิด เพราะ ว่า พรุ่งนี้ เรา จะ มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ เจ้า” {20:29} ดังนั้น อิสราเอล จึง ซุ่ม คน ไว้ รอบ เมือง กิเบอาห์ {20:30} และ ประชาชน อิสราเอล ก็ ขึ้น ไป สู้ รบ กับ คน เบน ยา มิ น ใน วัน ที่ สาม และ วาง พล เรียงราย ต่อสู้ เมือง กิเบอาห์ อย่าง คราว ก่อน {20:31} คน เบน ยา มิ น ก็ ยก ออก มา สู้ รบ กับ ประชาชน ถูก ลวง ให้ ห่าง ออก ไป จาก ตัว เมือง เขา ก็ เริ่ม ฆ่า ฟัน ประชาชน อย่าง คราว ก่อน คือ ตาม ถนน ซึ่ง สาย หนึ่ง ไป ยัง พระ นิเวศ ของ พระเจ้า อีก สาย หนึ่ง ไป กิเบอาห์ และ ที่ กลาง ทุ่ง แจ้ง อิสราเอล ล้ม ตาย ประมาณ สาม สิบ คน {20:32} คน เบน ยา มิน กล่าว กัน ว่า “ เขา แพ้ เรา อย่าง คราว ก่อน” แต่ คน อิสราเอล ว่า “ ให้ เรา ถอย นำ เขา ออก ห่าง จาก เมือง ไป ถึง ถนน หลวง” {20:33} คน อิสราเอล ทั้งหมด ก็ ลุก ออก จาก ที่ ของ ตน เรียงราย เข้า ไป ที่ บา อัลทามาร์ ส่วน คน อิสราเอล ที่ คอย ซุ่ม อยู่ ก็ ออก จาก ที่ ของ ตน คือ ออก จาก ทุ่ง หญ้า แห่ง เมือง กิเบอาห์ {20:34} จาก บรรดา คน อิสราเอล มี ทหาร ที่ คัดเลือก แล้ว หนึ่ง หมื่น คน รุก เข้า เมือง กิเบอาห์ การ สงคราม กำลัง ทรหด คน เบน ยา มิ น ไม่ ทราบ ว่า เหตุ ร้าย กำลัง มา ใกล้ ตน แล้ว {20:35} พระ เยโฮวาห์ ทรง ให้ คน เบน ยา มิ น พ่าย แพ้ คน อิสราเอล ใน วัน นั้น คน อิสราเอล ทำลาย คน เบน ยา มิ น เสีย สอง หมื่น ห้า พัน หนึ่ง ร้อย คน ทุก คน เหล่า นี้ เป็น ทหาร ถือ ดาบ {20:36} ดังนั้น คน เบน ยา มิ น จึง เห็น ว่า เขา แพ้ แล้ว คน อิสราเอล ทำ เป็น ล่า ถอย ต่อ เบน ยา มิ น เพราะ เขา วางใจ คน ที่ เขา ให้ ซุ่ม อยู่ รอบ เมือง กิเบอาห์ {20:37} คน ที่ ซุ่ม อยู่ ก็ รีบ รุก เข้า ไป ใน เมือง กิเบอาห์ ทหาร ที่ ซุ่ม อยู่ นั้น ก็ รุก ออก มา ประหาร เมือง ทั้งหมด นั้น เสีย ด้วย คม ดาบ {20:38} คน อิสราเอล และ คน ที่ ซุ่ม ซ่อน อยู่ นัด ให้ อาณัติ สัญญาณ ว่า ถ้า เห็น ควัน กลุ่ม ใหญ่ พลุ่ง ขึ้น มา จาก ใน เมือง {20:39} ก็ ให้ คน อิสราเอล หัน กลับ เข้า มา รบ ฝ่าย เบน ยา มิ น ได้ เริ่ม ฆ่า คน อิสราเอล ได้ สัก สาม สิบ คน ก็ พูด ว่า “ เขา ต้อง ล้ม ตาย ต่อ หน้า เรา อย่าง คราว ก่อน แน่ แล้ว” {20:40} แต่ อาณัติ สัญญาณ เป็น ควัน ไฟ ลุก พลุ่ง ขึ้น มา จาก ใน เมือง คน เบน ยา มิ น ก็ เหลียว หลัง มา ดู ดู เถิด ทั้ง เมือง ก็ มี ควัน พลุ่ง ขึ้น ถึง ท้อง ฟ้า {20:41} คน อิสราเอล ก็ หัน กลับ คน เบน ยา มิ น ก็ ท้อแท้ เพราะ เขา เห็น ว่า เหตุ ร้าย มา ใกล้ เขา แล้ว {20:42} เขา จึง หัน หลัง ให้ คน อิสราเอล หนี เข้า ไป ทาง ถิ่น ทุรกันดาร แต่ สงคราม ติดตาม เขา ไป อย่าง หนัก คน ที่ ออก มา จาก เมือง ก็ ทำลาย เขา ที่ อยู่ ท่ามกลาง {20:43} เขา ทั้งหลาย ล้อม คน เบน ยา มิ น และ ขับ ไล่ เขา ไป และ ชนะ เขา อย่าง ง่าย จน ไป ถึง ที่ ตรง ข้าม เมือง กิเบอาห์ ทาง ดวง อาทิตย์ ขึ้น {20:44} คน เบน ยา มิ น ล้ม ตาย หนึ่ง หมื่น แปด พัน คน ทุก คน เป็น ทแกล้ว ทหาร {20:45} เขา ก็ หัน กลับ หนี เข้า ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร ถึง ศิลา ริม โม น คน อิสราเอล ฆ่า เขา ตาย ตาม ถนน หลวง ห้า พัน คน และ ติดตาม อย่าง กระชั้น ชิด ไป ถึง กิโดม และ ฆ่า เขา ตาย สอง พัน คน {20:46} คน เบน ยา มิ น ที่ ล้ม ตาย ใน วัน นั้น เป็น ทหาร ถือ ดาบ สอง หมื่น ห้า พัน คน ทุก คน เป็น ทแกล้ว ทหาร {20:47} แต่ มี ทหาร หก ร้อย คน หัน กลับ หนี เข้า ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร ถึง ศิลา ริม โม น และ ไป อาศัย อยู่ ที่ ศิลา ริม โม นสี่เดือน {20:48} คน อิสราเอล ก็ หัน กลับ ไป สู้ คน เบน ยา มิ นอีก และ ได้ ประหาร เขา เสีย ด้วย คม ดาบ ทั้ง ชาว เมือง และ ฝูง สัตว์ และ บรรดา สิ่ง ที่ เขา เห็น ยิ่ง กว่า นั้น บรรดา เมือง ที่ เขา พบ เขา ก็ เอา ไฟ เผา เสีย ทั้งหมด {i21:1} คน อิสราเอล หา ภรรยา สำหรับ คน เบน ยา มิ น ที่ เหลือ {21:1} ฝ่าย คน อิสราเอล ได้ ปฏิญาณ ไว้ ที่ มิส ปาห์ว่า “ พวก เรา ไม่ มี ใคร สัก คน เดียว ที่ จะ ให้ บุตร สาว ของ ตน แต่งงาน กับ คน เบน ยา มิ น” {21:2} และ ประชาชน ก็ มา ที่ พระ นิเวศ ของ พระเจ้า นั่ง อยู่ ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า จน เวลา เย็น เขา ทั้งหลาย ก็ ร้องไห้ คร่ำครวญ หนักหนา {21:3} เขา กล่าว ว่า “ โอ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ทำไม เหตุการณ์ อย่าง นี้ จึง เกิด ขึ้น ใน อิสราเอล ซึ่ง วัน นี้ จะ มี คน อิสราเอล ขาด ไป ตระกูล หนึ่ง” {21:4} อยู่ มา รุ่งขึ้น ประชาชน ก็ ลุก ขึ้น แต่ เช้าตรู่ และ สร้าง แท่น บูชา แท่น หนึ่ง ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ เครื่อง สันติ บูชา {21:5} และ คน อิสราเอล กล่าว ว่า “ คน ใด ใน บรรดา ตระกูล ของ อิสราเอล ที่ มิ ได้ ขึ้น มา ประชุม ต่อ พระ เยโฮวาห์” เพราะ เขา ได้ ปฏิญาณ ไว้ แข็งแรง ถึง ผู้ ที่ มิ ได้ มา ประชุม ต่อ พระ เยโฮวาห์ ที่ มิส ปาห์ว่า “ ผู้ นั้น จะ ต้อง ถูก โทษ ถึง ตาย เป็น แน่” {21:6} และ ประชาชน อิสราเอล ก็ เสียใจ กับ เบน ยา มิ น น้อง ของ ตน กล่าว ว่า “ วัน นี้ ตระกูล หนึ่ง ถูก ตัดขาด จาก อิสราเอล เสีย แล้ว {21:7} เรา จะ ทำ อย่างไร เรื่อง หา ภรรยา ให้ คน ที่ ยัง เหลือ อยู่ ฝ่าย เรา ก็ ได้ ปฏิญาณ ใน พระ นาม พระ เยโฮวาห์ แล้ว ว่า เรา จะ ไม่ ยอม ยก บุตร สาว ของ เรา ให้ เป็น ภรรยา ของ เขา” {21:8} เขา ทั้งหลาย ถาม ขึ้น ว่า “ มี ตระกูล ใด ใน อิสราเอล ที่ มิ ได้ ขึ้น มา เฝ้า พระ เยโฮวาห์ ที่ มิส ปาห์” ดู เถิด ไม่ มี คน ใด จาก ยา เบชกิเล อาด มา ประชุม ที่ ค่าย เลย สัก คน เดียว {21:9} เพราะ ว่า เมื่อ เขา นับ จำนวน ประชาชน อยู่ นั้น ดู เถิด ไม่ มี ชาว เมือง ยา เบชกิเล อาด อยู่ ที่ นั่น เลย {21:10} ดังนั้น ชุมนุมชน จึง ส่ง ทหาร ผู้ กล้า หาญ ที่สุด หนึ่ง หมื่น สอง พัน คน แล้ว บัญชา เขา ว่า “ จง ไป ฆ่า ชาว ยา เบชกิเล อาด เสีย ด้วย คม ดาบ ทั้ง ผู้หญิง และ พวก เด็กๆ {21:11} เจ้า ทั้งหลาย จง กระทำ อย่าง นี้ คือ ผู้ชาย และ ผู้หญิง ทุก คน ที่ ได้ หลับ นอน กับ ผู้ชาย แล้ว จึง ฆ่า เสีย ให้ หมด” {21:12} ใน หมู่ ชาว ยา เบชกิเล อาด นั้น เขา พบ หญิง พรหมจารี สี่ ร้อย คน ผู้ ที่ ยัง ไม่ เคย ร่วม หลับ นอน กับ ชาย ใดๆ เลย เขา จึง พา หญิง เหล่า นั้น มา ที่ ค่าย ชี โลห์ ซึ่ง อยู่ ใน แผ่นดิน คา นา อัน {21:13} ชุมนุมชน ทั้งหมด ก็ ส่ง ข่าว ไป ที่ คน เบน ยา มิ น ซึ่ง อยู่ ที่ ศิลา ริม โม น ประกาศ ข่าว สงบสุข {21:14} คน เบน ยา มิ น ก็ กลับ มา ใน คราว นั้น แล้ว เขา ก็ มอบ ผู้หญิง ที่ เขา ไว้ ชีวิต ใน หมู่ ผู้หญิง แห่ง ยา เบชกิเลอาด แต่ ก็ ไม่ พอ แก่ กัน {21:15} ประชาชน ก็ สงสาร เบน ยา มิ น เพราะ ว่า พระ เยโฮวาห์ ทรง กระทำ ให้ เขา จะ ขาด ไป ตระกูล หนึ่ง จาก ตระกูล อิสราเอล {21:16} พวก ผู้ใหญ่ ของ ชุมนุมชน นั้น จึง กล่าว ว่า “ เมื่อ พวก ผู้หญิง ใน เบน ยา มิ น ถูก ทำลาย เสีย หมด เช่น นี้ แล้ว เรา จะ ทำ อย่างไร เรื่อง หา ภรรยา ให้ คน ที่ ยัง เหลือ อยู่” {21:17} เขา ทั้งหลาย กล่าว ว่า “ ต้อง มี มรดก ให้ แก่ คน เบน ยา มิ น ที่ รอดตาย เพื่อ ว่า คน ตระกูล หนึ่ง จะ มิ ได้ ลบล้าง เสีย จาก อิสราเอล {21:18} แต่ เรา จะ ยก บุตร สาว ของ เรา ให้ เป็น ภรรยา เขา ก็ ไม่ ได้” เพราะ คน อิสราเอล ได้ ปฏิญาณ ไว้ ว่า “ ผู้ ใด ให้ หญิง แก่ เบน ยา มิ น เป็น ภรรยา ขอ ให้ ถูก สาปแช่ง เถิด” {21:19} ดังนั้น เขา จึง กล่าว ว่า “ ดู เถิด ทุก ปี มี เทศกาล ถวาย พระ เยโฮวาห์ ที่ ชี โลห์ ใน สถานที่ ซึ่ง อยู่ เหนือ เบธเอล ทาง ทิศ ตะวัน ออก ของ ถนน ขึ้น จาก เบธเอลถึงเชเคม และ อยู่ ใต้ เลโบนาห์” {21:20} เขา จึง บัญชา สั่ง คน เบน ยา มิ นว่า “ จง ไป ซุ่ม อยู่ ใน สวน องุ่น {21:21} คอย เฝ้า ดู อยู่ และ ดู เถิด ถ้า บุตร สาว ชาว ชี โลห์ ออก มา เต้นรำ ใน พิธี เต้นรำ จง ออก มา จาก สวน องุ่น ฉุด เอา บุตร สาว ชาว ชี โลห์ คน ละ คน ไป เป็น ภรรยา ของ ตน แล้ว ให้ กลับ ไป แผ่นดิน เบน ยา มิ นเสีย {21:22} ถ้า บิดา หรือ พี่น้อง ของ หญิง เหล่า นั้น มา ร้องทุกข์ ต่อ เรา เรา จะ บอก เขา ว่า ‘ ขอ โปรด ยินยอม เพราะ เห็นแก่ เรา เถิด ใน เวลา สงคราม เรา ไม่ ได้ ผู้หญิง ให้ พอ แก่ ทุก คน ทั้ง ท่าน ทั้งหลาย เอง ก็ ไม่ ได้ ให้ แก่ เขา ถ้า มิ ฉะนั้น บัดนี้ พวก ท่าน ก็ จะ มี โทษ’” {21:23} คน เบน ยา มิ น ก็ กระทำ ตาม ต่าง ก็ ได้ ภรรยา ไป ตาม จำนวน คือ ได้ หญิง เต้นรำ ที่ เขา ไป ฉุด มา เขา ก็ กลับ ไป อยู่ ใน ที่ดิน มรดก ของ เขา สร้าง เมืองขึ้น ใหม่ และ อาศัย อยู่ ใน นั้น {21:24} ครั้ง นั้น ประชาชน อิสราเอล ก็ กลับ จาก ที่ นั่น ไป ยัง ตระกูล และ ครอบครัว ของ ตน ต่าง ก็ ยก กลับ ไป สู่ ดินแดน มรดก ของ ตน {21:25} ใน สมัย นั้น ไม่ มี กษัตริย์ ใน อิสราเอล ทุก คน ทำ ตาม อะไร ก็ ตาม ที่ ถูกต้อง ใน สายตา ของ ตนเอง