{i1:1} ดา วิด ทรง พระ ชรา {1:1} กษัตริย์ ดา วิด มี พระ ชนมายุ และ ทรง พระ ชรา มาก แล้ว แม้ เขา จะ ห่ม ผ้า ให้ พระองค์ มาก ก็ ยัง ไม่ อบอุ่น {1:2} เพราะ ฉะนั้น บรรดา ข้าราชการ ของ พระองค์ จึง กราบ ทูล ว่า “ ขอ เสาะ หา หญิง สาว พรหมจารี มา ถวาย กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ และ ขอ ให้ เธอ อยู่ งาน เฉพาะ พระ พักตร์ พระองค์ และ ดูแล พระองค์ ให้ เธอ นอน ใน พระ ทรวง ของ พระองค์ เพื่อ กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ จะ ได้ ทรง อบอุ่น” {1:3} เขา จึง ได้ แสวง หา นางสาว ที่ สวย งาม ตลอด ดินแดน อิสราเอล ได้ พบ นางสาว อา บี ชา ก หญิง ชาว ชู เนม จึง ได้ นำ เธอ มา เฝ้า กษัตริย์ {1:4} หญิง สาว คน นั้น งาม ยิ่งนัก เธอ ได้ ดูแล กษัตริย์ และ อยู่ ปรนนิบัติ พระองค์ แต่ กษัตริย์ หา ทรง ร่วม กับ เธอ ไม่ {i1:5} อา โด นียาห์ วาง แผนการ ให้ ตนเอง เป็น กษัตริย์ {1:5} ฝ่าย อา โด นียาห์ โอรส ของ พระนาง ฮัก กี ท ได้ ยก ตัวเอง ขึ้น กล่าว ว่า “ เรา เอง จะ เป็น กษัตริย์” และ ท่าน ได้ เตรียม รถ รบ และ พล ม้า กับ พล วิ่ง นำ หน้า ห้า สิบ คน ไว้ เพื่อ ตนเอง {1:6} พระ ราช บิดา ของ ท่าน ก็ ไม่ เคย ขัด ใจ ท่าน ด้วย ถาม ว่า “ ทำไม เจ้า กระทำ เช่น นี้ เช่น นั้น” ท่าน เป็น ชาย งาม ด้วย ท่าน เกิด มา ถัด อับ ซา โลม {1:7} ท่าน ได้ ปรึกษา กับ โย อาบ บุตร ชาย นาง เศรุยาห์ และ กับ อา บี ยา ธาร์ ปุโรหิต เขา ทั้ง สอง ก็ ติดตาม และ ช่วยเหลือ อา โด นียาห์ {1:8} แต่ ศาโดก ปุโรหิต และ เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา และ นา ธัน ผู้ พยากรณ์ กับ ชิ เม อี และ เร อี และ พวก ทแกล้ว ทหาร ของ ดา วิด มิ ได้ อยู่ ฝ่าย อา โด นียาห์ {1:9} อา โด นียาห์ ได้ ถวาย แกะ วัว และ สัตว์ อ้วนพี เป็น เครื่องบูชา ณ ศิลา แห่ง โศเฮเลท ซึ่ง อยู่ ข้างๆ เอน โร เก ล และ ท่าน ได้ เชิญ พี่น้อง ทั้งสิ้น ของ ท่าน คือ ราช โอรส ของ กษัตริย์ และ ประชาชน ทั้งสิ้น แห่ง ยูดาห์ ที่ เป็น ข้าราชการ ของ กษัตริย์ {1:10} แต่ ท่าน มิ ได้ เชิญ นา ธันผู้พยากรณ์ หรือ เบไนยาห์ หรือ พวก ทแกล้ว ทหาร หรือ ซา โลม อน อนุชา ของ ท่าน {i1:11} นา ธัน กับ พระนาง บัทเช บา วาง แผนการ {1:11} แล้ว นา ธัน ก็ ทูล พระนาง บัทเช บา พระ ชนนี ของ ซา โลม อนว่า “ พระองค์ ไม่ ทรง ได้ยิน หรือ ว่า อา โด นียาห์ โอรส ของ พระนาง ฮัก กี ท ได้ ทรง ราชย์ แล้ว และ ดา วิด เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ ก็ มิ ได้ ทรง ทราบ เรื่อง {1:12} เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ ขอ ข้า พระองค์ ถวาย คำ ปรึกษา เพื่อ พระองค์ จะ ได้ ทรง ช่วย ชีวิต ของ พระองค์ และ ชีวิต ของ ซา โลม อน โอรส ของ พระองค์ ไว้ {1:13} ขอ เสด็จ เข้า เฝ้า กษัตริย์ ดา วิด และ กราบ ทูล พระองค์ ว่า ‘ โอ กษัตริย์ เจ้านาย ของ หม่อมฉัน พระองค์ ได้ ทรง ปฏิญาณ กับ สาวใช้ ของ พระองค์ ไว้ มิ ใช่ หรือ ว่า “ ซา โลม อน บุตร ของ เจ้า จะ ครอง สมบัติ ต่อ จาก เรา แน่นอน และ จะ นั่ง บน บัลลังก์ ของ เรา” มิ ใช่ หรือ ไฉน อา โด นียาห์ จึง ทรง ครอง เล่า เพคะ’ {1:14} ดู เถิด ขณะ ที่ พระองค์ กราบ ทูล กษัตริย์ อยู่ ข้า พระองค์ จะ ตาม เข้า ไป เฝ้า และ สนับสนุน พระ เสาวนีย์ ของ พระองค์” {1:15} แล้ว พระนาง บัทเช บา ก็ เข้า ไป เฝ้า กษัตริย์ ที่ ห้อง บรรทม กษัตริย์ ทรง พระ ชรา มาก และ อา บี ชา กชาวชูเนม ก็ กำลัง อยู่ ปรนนิบัติ กษัตริย์ {1:16} เมื่อ พระนาง บัทเช บาก ราบ ถวาย บังคม กษัตริย์ แล้ว กษัตริย์ ก็ ตรัส ถาม ว่า “ เจ้า ประสงค์ สิ่ง ใด” {1:17} พระนาง ทูล พระองค์ ว่า “ ข้า แต่ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ พระองค์ ได้ ทรง ปฏิญาณ ใน พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ พระองค์ ต่อ สาวใช้ ของ พระองค์ ว่า ‘ ซา โลม อน บุตร ของ เจ้า จะ ครอง สมบัติ ต่อ จาก เรา แน่นอน และ เขา จะ นั่ง บน บัลลังก์ ของ เรา’ {1:18} ดู เถิด บัดนี้ อา โด นียาห์ ทรง ราชย์ แล้ว แม้ ว่า พระองค์ คือ กษัตริย์ เจ้านาย ของ หม่อมฉัน ก็ หา ทรง ทราบ ไม่ {1:19} เธอ ได้ ถวาย วัว สัตว์ อ้วนพี และ แกะ เป็น อัน มาก และ ได้ เชิญ บรรดา โอรส ของ กษัตริย์ กับ อา บี ยา ธาร์ ปุโรหิต กับ โย อาบ ผู้ บัญชาการ กองทัพ แต่ ซา โลม อน ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เธอ หา ได้ เชิญ ไม่ {1:20} โอ ข้า แต่ กษัตริย์ เจ้านาย ของ หม่อมฉัน อิสราเอล ทั้งสิ้น ก็ เพ่ง ดู พระองค์ เพื่อ พระองค์ จะ ตรัส แก่ เขา ว่า จะ ทรง ให้ ผู้ ใด นั่ง บน บัลลังก์ ของ กษัตริย์ เจ้านาย ของ หม่อมฉัน แทน พระองค์ {1:21} มิ ฉะนั้น จะ เป็น ดังนี้ คือ เมื่อ กษัตริย์ เจ้านาย ของ หม่อมฉัน ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ แล้ว หม่อมฉัน และ ซา โลม อน บุตร ของ หม่อมฉัน ก็ จะ ตก เป็น ฝ่าย ผิด” {1:22} ดู เถิด ขณะ เมื่อ พระนาง กำลัง กราบ ทูล กษัตริย์ อยู่ นา ธัน ผู้ พยากรณ์ ก็ เข้า มา {1:23} เขา ทั้งหลาย จึง กราบ ทูล กษัตริย์ ว่า “ ดู เถิด นา ธันผู้พยากรณ์” เมื่อ นา ธัน เข้า มา ต่อ พระ พักตร์ กษัตริย์ เขา ก็ ซบ หน้า ลง ถึง พื้น ถวาย คำนับ กษัตริย์ {1:24} และ นา ธัน กราบ ทูล ว่า “ โอ ข้า แต่ กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ พระองค์ รับสั่ง ไว้ หรือ ว่า ‘ อา โด นียาห์ จะ ครอง ต่อ จาก เรา และ จะ นั่ง บน บัลลังก์ ของ เรา’ {1:25} เพราะ วัน นี้ เธอ ได้ ลง ไป ถวาย วัว สัตว์ อ้วนพี และ แกะ เป็น อัน มาก และ ได้ เชื้อเชิญ บรรดา โอรส ของ กษัตริย์ ทั้ง ผู้ บัญชาการ กองทัพ และ อา บี ยา ธาร์ ปุโรหิต และ ดู เถิด เขา ทั้งหลาย กำลัง กิน ดื่ม ต่อ หน้า เธอ และ กล่าว ว่า ‘ ขอ กษัตริย์ อา โด นียาห์ ทรง พระ เจริญ’ {1:26} แต่ ส่วน ข้า พระองค์ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ ศาโดก ปุโรหิต กับ เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา และ ซา โลม อน ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เธอ หา ได้ เชิญ ไม่ {1:27} เหตุการณ์ ทั้งนี้ บังเกิด ขึ้น โดย กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ หรือ และ พระองค์ มิ ได้ ตรัส บอก แก่ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ว่า จะ ทรง ให้ ผู้ ใด นั่ง บน บัลลังก์ ของ กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ ต่อ จาก พระองค์” {1:28} แล้ว กษัตริย์ ดา วิด ตรัส ตอบ ว่า “ จง เรียก บัทเช บา ให้ มา หา เรา” พระนาง ก็ เสด็จ เข้า มา เฝ้า ต่อ พระ พักตร์ กษัตริย์ และ ประทับ ยืน อยู่ ต่อ พระ พักตร์ กษัตริย์ {1:29} แล้ว กษัตริย์ ทรง ปฏิญาณ ว่า “ พระ เยโฮวาห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด คือ พระองค์ ผู้ ทรง ไถ่ ชีวิต ของ เรา จาก บรรดา ความ ทุกข์ ยาก {1:30} เรา ได้ ปฏิญาณ ต่อ เจ้า ใน พระ นาม พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ว่า ‘ ซา โลม อน บุตร ของ เจ้า จะ ครอง สมบัติ ต่อ จาก เรา แน่นอน และ เธอ จะ นั่ง บน บัลลังก์ ของ เรา แทน เรา’ เรา ก็ จะ กระทำ อย่าง นั้น วัน นี้ แหละ” {1:31} แล้ว พระนาง บัทเช บา ก็ ซบ พระ พักตร์ ลง ถึง ดิน ถวาย บังคม กษัตริย์ และ กราบ ทูล ว่า “ ขอ กษัตริย์ ดา วิด เจ้านาย ของ หม่อมฉัน จง ทรง พระ เจริญ เป็น นิตย์” {1:32} กษัตริย์ ดา วิด รับสั่ง ว่า “ จง เรียก ศาโดก ปุโรหิต และ นา ธันผู้พยากรณ์ กับ เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา มา หา เรา” เขา ทั้งหลาย จึง เข้า มา เฝ้า กษัตริย์ {1:33} และ กษัตริย์ ตรัส สั่ง เขา ทั้งหลาย ว่า “ จง พา ข้าราชการ ของ เจ้านาย ของ เจ้า ไป จัด ให้ ซา โลม อน โอรส ของ เรา ขึ้น ขี่ ล่อ ของ เรา และ นำ เขา ลง ไป ที่ กี โฮ น {1:34} และ ให้ ศาโดก ปุโรหิต และ นา ธัน ผู้ พยากรณ์ เจิม ตั้ง เขา ไว้ เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล ที่ นั่น แล้ว ท่าน ทั้งหลาย จง เป่า แตร และ ประกาศ ว่า ‘ ขอ กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง พระ เจริญ’ {1:35} แล้ว ท่าน ทั้งหลาย จง ติดตาม เขา ขึ้น มา และ เขา จะ มา นั่ง บน บัลลังก์ ของ เรา เพราะ ว่า เขา จะ ได้ เป็น กษัตริย์ แทน เรา เรา ได้ กำหนด ตั้ง เขา ไว้ ให้ เป็น ผู้ ครอบครอง เหนือ อิสราเอล และ เหนือ ยูดาห์” {1:36} และ เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา ได้ กราบ ทูล ตอบ กษัตริย์ ว่า “ เอ เมน ขอ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ ตรัส ดังนั้น เทอญ {1:37} พระ เยโฮวาห์ ได้ ทรง สถิต กับ กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ มา แล้ว ฉัน ใด ก็ ขอ ทรง สถิต กับ ซาโล มอน ฉัน นั้น และ ขอ ทรง กระทำ ให้ พระ ที่นั่ง ของ พระองค์ ใหญ่ ยิ่ง กว่า พระ ที่นั่ง ของ กษัตริย์ ดา วิด เจ้านาย ของ ข้า พระองค์” {1:38} ดังนั้น ศาโดก ปุโรหิต นา ธันผู้พยากรณ์ และ เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา และ คน เค เร ธีกับคนเปเลท ได้ ลง ไป จัด ให้ ซา โลม อน ประทับ บน ล่อ พระ ที่นั่ง ของ กษัตริย์ ดา วิด และ ได้ นำ ท่าน มา ถึง กี โฮ น {i1:39} การ เจิม ตั้ง ซา โลม อน ไว้ ที่ กี โฮ น {1:39} แล้ว ศาโดก ปุโรหิต ได้ นำ เขา สัตว์ ที่ บรรจุ น้ำมัน มา จาก พลับพลา และ เจิม ตั้ง ซา โลม อนไว้ และ เขา ทั้งหลาย ก็ เป่า แตร และ ประชาชน ทั้งปวง กล่าว ว่า “ ขอ กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง พระ เจริญ” {1:40} และ ประชาชน ทั้งปวง ก็ ตาม เสด็จ ไป เป่า ปี่ และ เปรมปรีดิ์ ด้วย ความ ชื่นบาน ยิ่งนัก แผ่นดิน ก็ แยก ด้วย เสียง ของ เขา ทั้งหลาย {i1:41} แผนการ ของ อา โด นียาห์พ่ายแพ้ {1:41} อา โด นียาห์ และ บรรดา แขก ที่ อยู่ กับ ท่าน เมื่อ รับประทาน เสร็จ แล้ว ก็ ได้ยิน เสียง นั้น และ เมื่อ โย อาบ ได้ยิน เสียง แตร ก็ พูด ว่า “ เสียง อึกทึก ครึกโครม นี้ ที่ ใน กรุง หมายความ ว่า กระไร” {1:42} ขณะ ที่ เขา กำลัง พูด อยู่ ดู เถิด โย นา ธาน บุตร ชาย อา บี ยา ธาร์ ปุโรหิต ก็ มา ถึง และ อา โด นียาห์ ก็ กล่าว ว่า “ เข้า มา เถิด เพราะ เจ้า เป็น คน มี กำลัง มาก จึง นำ ข่าว ดี มา” {1:43} โย นา ธา นก ราบ เรียน อา โด นียาห์ว่า “ หา มิ ได้ เพราะ กษัตริย์ ดา วิด เจ้านาย ของ เรา ทั้งปวง ได้ ทรง กระทำ ให้ ซาโล มอน เป็น กษัตริย์ {1:44} และ กษัตริย์ ได้ รับสั่ง ให้ ศาโดก ปุโรหิต นา ธันผู้พยากรณ์ และ เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา กับ คน เค เร ธีและคนเปเลท ตาม ซา โลม อนไป และ เขา ทั้งหลาย ก็ ได้ จัด ให้ ซา โลม อน ประทับ บน ล่อ พระ ที่นั่ง ของ กษัตริย์ {1:45} และ ศาโดก ปุโรหิต กับ นา ธัน ผู้ พยากรณ์ ได้ เจิม ตั้ง ท่าน ไว้ ให้ เป็น กษัตริย์ ณ กี โฮ น และ เขา ทั้งหลาย ก็ ขึ้น มา จาก ที่ นั่น ด้วย ความ เปรมปรีดิ์ เพราะ ฉะนั้น ใน กรุง จึง อึกทึก ครึกโครม นี่ เป็น เสียง ที่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน {1:46} ซา โลม อน ได้ ทรง ประทับ บน พระ ราชบัลลังก์ ด้วย {1:47} ยิ่ง กว่า นั้น อีก บรรดา ข้าราชการ ของ กษัตริย์ ก็ เข้า ไป ถวาย พระ พร แด่ กษัตริย์ ดา วิด เจ้านาย ของ เรา ว่า ‘ ขอ พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ พระ นาม ของ ซา โลม อน บันลือ ไป ยิ่ง กว่า พระ นาม ของ พระองค์ และ ขอ ทรง กระทำ ให้ บัลลังก์ ของ ซา โลม อน ใหญ่ ยิ่ง กว่า บัลลังก์ ของ พระองค์’ แล้ว กษัตริย์ ก็ ทรง โน้ม พระ กาย ลง บน แท่น ที่ บรรทม {1:48} และ กษัตริย์ ก็ ตรัส ด้วย ว่า ‘ สาธุการ แด่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล ผู้ ได้ ทรง ประทาน ให้ มี คน หนึ่ง นั่ง บน บัลลังก์ ของ เรา ใน วัน นี้ ด้วย ตา ของ เรา เอง ได้ เห็น แล้ว’” {1:49} แล้ว บรรดา แขก ทั้งปวง ของ อา โด นียาห์ก็กลัว และ ลุก ขึ้น ต่าง คน ต่าง ไป ตาม ทาง ของ ตน {1:50} ฝ่าย อา โด นียาห์ ก็ กลัว ซา โลม อน จึง ลุก ขึ้น ไป จับ เชิง งอน ของ แท่น บูชา {1:51} มี คน ไป กราบ ทูล ซา โลม อนว่า “ ดู เถิด อา โด นียาห์ กลัว กษัตริย์ ซา โลม อน เพราะ ดู เถิด เธอ จับ เชิง งอน ที่ แท่น บูชา อยู่ กล่าว ว่า ‘ ขอ กษัตริย์ ซา โลม อน ได้ ปฏิญาณ แก่ ข้าพเจ้า ใน วัน นี้ ว่า พระองค์ จะ ไม่ ประหาร ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เสีย ด้วย ดาบ’” {1:52} และ ซาโล มอน ตรัส ว่า “ ถ้า แม้ เขา สำแดง ตัว ได้ ว่า เป็น คน ที่ สมควร ผม สัก เส้น เดียว ของ เขา จะ ไม่ ตกลง ยัง พื้น ดิน แต่ ถ้า พบ ความ ชั่ว อยู่ ใน ตัว เขา เขา จะ ต้อง ถึง แก่ ความ ตาย” {1:53} กษัตริย์ ซา โลม อน ตรัส สั่ง ให้ คน ไป นำ ท่าน ลง มา จาก แท่น บูชา และ ท่าน ก็ มาก ราบ ลง ต่อ กษัตริย์ ซา โลม อน และ ซา โลม อน ตรัส แก่ ท่าน ว่า “ จง กลับ ไป วัง ของ ท่าน เถิด” {i2:1} ดา วิด สั่งสอน ซา โลม อน {2:1} เมื่อ เวลา ที่ ดา วิด จะ สิ้น พระ ชนม์ ใกล้ เข้า มา พระองค์ ทรง กำชับ ซา โลม อน ราช โอรส ของ พระองค์ ว่า {2:2} “ เรา กำลัง จะ เป็น ไป ตาม ทาง ของ โลก แล้ว จง เข้มแข็ง และ สำแดง ตัว ของ เจ้า ให้ เป็น ลูกผู้ชาย {2:3} และ จง รักษา พระ บัญชา กำชับ ของ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เจ้า คือ ดำเนิน ใน บรรดา พระ มรรคา ของ พระองค์ และ รักษา กฎเกณฑ์ ของ พระองค์ พระ บัญญัติ ของ พระองค์ คำ ตัดสิน ของ พระองค์ และ พระ โอวาท ของ พระองค์ ดัง ที่ ได้ จารึก ไว้ ใน พระ ราช บัญญัติ ของ โมเสส เพื่อ เจ้า จะ ได้ จำเริญ ใน บรรดา การ ซึ่ง เจ้า ได้ กระทำ และ ใน ที่ ใดๆ ที่ เจ้า ไป {2:4} เพื่อ พระ เยโฮวาห์ จะ ได้ รักษา พระ วจนะ ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ตรัส เกี่ยว กับ เรา ว่า ‘ ถ้า ลูกหลาน ทั้งหลาย ของ เจ้า ระมัดระวัง ใน วิถีทาง ทั้งหลาย ของ เขา ที่ จะ ดำเนิน ต่อ หน้า เรา ด้วย ความ จริง อย่าง สุด จิต สุด ใจ ของ เขา (พระองค์ ตรัส ว่า) ราชวงศ์ จะ ไม่ ขาด ชาย ที่ จะ นั่ง บน บัลลังก์ ของ อิสราเอล’ {2:5} ยิ่ง กว่า นั้น อีก เจ้า ก็ รู้ อยู่ แล้ว ว่า โย อาบ บุตร นาง เศรุยาห์ ได้ กระทำ อะไร แก่ เรา คือ ว่า เขา ได้ กระทำ ประการ ใด แก่ ผู้ บัญชาการ ทั้ง สอง แห่ง กองทัพ ของ อิสราเอล คือ กระทำ แก่ อับ เนอร์บุตรเนอร์ และ แก่ อา มา สา บุตร เย เธอร์ ที่ โย อาบ ได้ ฆ่า เสีย ทำให้ โลหิต ที่ ตก ใน ยาม สงคราม ไหล ใน ยาม สันติ และ วาง โลหิต ที่ ตก ใน ยาม สงคราม ลง บน รัดประคด ที่ เอว ของ เขา และ ลง บน รองเท้า ของ เขา {2:6} เพราะ ฉะนั้น เจ้า จง กระทำ ให้ เหมาะสม ตาม ปัญญา ของ เจ้า อย่า ปล่อย ให้ ศีรษะ หงอก ของ เขา ลง ไป สู่ แดน คน ตาย อย่าง สันติ {2:7} แต่ จง ปฏิบัติ ด้วย ความ เมตตา ต่อ บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ บา รซิลลัยคนกิเลอาด จง ยอม ให้ เขา อยู่ ใน หมู่ คน ที่ รับประทาน อยู่ ที่ โต๊ะ ของ เจ้า เพราะ ว่า เมื่อ เรา หนี จาก อับ ซา โลม พี่ ชาย ของ เจ้า นั้น เขา ทั้งหลาย ได้ มา พบ กับ เรา ด้วย ความ เมตตา ดังนั้น แหละ {2:8} และ ดู เถิด มี ชิ เม อี บุตร เก- รา คน เบน ยา มิ น จาก บ้าน บา ฮู ริม อยู่ กับ เจ้า ด้วย เขา เป็น ผู้ ด่า เรา อย่าง น่า สลดใจ ใน วัน ที่ เรา เดิน ไป ยัง มา หะ นา อิม แต่ เขา มา ต้อนรับ เรา ที่ แม่น้ำ จอร์แดน และ เรา จึง ได้ ปฏิญาณ ต่อ เขา ใน พระ นาม พระ เยโฮวาห์ ว่า ‘ เรา จะ ไม่ ประหาร ชีวิต เจ้า ด้วย ดาบ’ {2:9} เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ เจ้า อย่า ถือ ว่า เขา ไม่ มี ความ ผิด เพราะ เจ้า เป็น คน มี ปัญญา เจ้า จะ ทราบ ว่า ควร จะ กระทำ ประการ ใด แก่ เขา และ เจ้า จง นำ ศีรษะ หงอก ของ เขา ลง ไป สู่ แดน คน ตาย พร้อม กับ โลหิต” {i2:10} ดา วิด สิ้น พระ ชนม์ ซา โลม อน ขึ้น ครอง ราชย์ (1 พศด 29:23-30) {2:10} แล้ว ดา วิด ก็ บรรทม หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ เขา ก็ ฝัง พระ ศพ ไว้ ใน นคร ดา วิด {2:11} และ เวลา ที่ ดา วิด ทรง ครอบครอง อยู่ เหนือ อิสราเอล นั้น เป็น สี่ สิบ ปี พระองค์ ทรง ครอบครอง ใน เฮ โบ รน เจ็ด ปี และ พระองค์ ทรง ครอบครอง ใน กรุง เยรูซาเล็ม สาม สิบ สาม ปี {2:12} ดังนั้น แหละ ซา โลม อน จึง ประทับ บน พระ ที่นั่ง ของ ดา วิด ราช บิดา ของ พระองค์ และ ราช อาณาจักร ของ พระองค์ ก็ ดำรง มั่นคง อยู่ {i2:13} อา โด นียาห์ ถูก ประหาร ชีวิต {2:13} แล้ว อา โด นียาห์ โอรส ของ พระนาง ฮัก กี ท ได้ เข้า เฝ้า พระนาง บัทเช บา พระ ชนนี ของ ซา โลม อน พระนาง มี พระ เสาวนีย์ ว่า “ เจ้า มา อย่าง สันติ หรือ” ท่าน ทูล ว่า “ อย่าง สันติ ขอ รับ กระหม่อม” {2:14} แล้ว ท่าน ทูล ว่า “ เกล้า กระหม่อม มี เรื่อง ที่ จะ ทูล พระองค์” พระนาง มี พระ เสาวนีย์ ว่า “ จง พูด ไป เถิด” {2:15} ท่าน จึง ทูล ว่า “ พระองค์ ทรง ทราบ แล้ว ว่า ราช อาณาจักร นั้น เป็น ของ กระหม่อม และ ว่า บรรดา ชน อิสราเอล ทั้งสิ้น ก็ หมายใจ ว่า กระหม่อม จะ ได้ ครอบครอง อย่างไร ก็ ดี ราช อาณาจักร ก็ กลับ กลาย มา เป็น ของ พระ อนุชา ของ กระหม่อม ด้วย ราช อาณาจักร เป็น ของ เธอ จาก พระ เยโฮวาห์ {2:16} บัดนี้ กระหม่อม ทูล ขอ แต่ ประการ เดียว ขอ พระองค์ อย่า ได้ ปฏิเสธ เลย” พระนาง มี พระ เสาวนีย์ ต่อ เธอ ว่า “ จง พูด ไป เถิด” {2:17} และ ท่าน ทูล ว่า “ ขอ พระองค์ ทูล กษัตริย์ ซา โลม อน (ท่าน คง ไม่ ปฏิเสธ พระองค์) คือ ทูล ขอ อา บี ชา กชาวชูเนม ให้ เป็น ชายา ของ กระหม่อม” {2:18} พระนาง บัทเช บา มี พระ เสาวนีย์ ว่า “ ดี แล้ว เรา จะ ทูล กษัตริย์ แทน เจ้า” {2:19} พระนาง บัทเช บา จึง เข้า เฝ้า กษัตริย์ ซา โลม อน เพื่อ ทูล พระองค์ ให้ อา โด นียาห์ และ กษัตริย์ ทรง ลุก ขึ้น ต้อนรับ พระนาง และ ทรง คำนับ พระนาง แล้ว ก็ เสด็จ ประทับ บน พระ ที่นั่ง ของ พระองค์ รับสั่ง ให้ นำ พระ เก้าอี้ มา ถวาย พระ ชนนี พระนาง ก็ เสด็จ ประทับ ที่ เบื้อง ขวา ของ พระองค์ {2:20} แล้ว พระนาง ทูล ว่า “ แม่ จะ ขอ จาก เธอ สัก ประการ หนึ่ง ขอ อย่า ปฏิเสธ แม่ เลย” และ กษัตริย์ ทูล พระนาง ว่า “ ขอ มา เถิด ผม จะ ไม่ ปฏิเสธ เสด็จ แม่” {2:21} พระนาง ทูล ว่า “ ขอ ยก อา บี ชา กชาวชูเนม ให้ กับ อา โด นียาห์ เชษฐา ของ เธอ ให้ เป็น ชายา เถิด” {2:22} กษัตริย์ ซา โลม อน ตรัส ตอบ พระ ชนนี ของ พระองค์ ว่า “ ไฉน เสด็จ แม่ จึง ขอ อา บี ชา กชาวชูเนม ให้ แก่ อา โด นียาห์เล่า น่า จะ ขอ ราช อาณาจักร ให้ เขา เสีย ด้วย เพราะ เขา เป็น พระ เชษฐา ของ ผม และ ฝ่าย เขา มี อา บี ยา ธาร์ ปุโรหิต และ โย อาบ บุตร นาง เศรุยาห์” {2:23} แล้ว กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง ปฏิญาณ ใน พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์ ว่า “ ถ้า ถ้อยคำ นี้ ไม่ เป็น เหตุ ให้ อา โด นียาห์ เสีย ชีวิต ของ เขา แล้ว ก็ ขอ พระเจ้า ทรง ลงโทษ ผม และ ให้ หนัก ยิ่ง กว่า {2:24} เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ พระ เยโฮวาห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด พระองค์ ผู้ ทรง สถาปนา ผม ไว้ และ ตั้ง ผม ไว้ บน บัลลังก์ ของ ดา วิด ราช บิดา ของ ผม และ ทรง ตั้ง ไว้ เป็น ราชวงศ์ ดัง ที่ พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ อา โด นียาห์ จะ ต้อง ตาย ใน วัน นี้ ฉัน นั้น” {2:25} ดังนั้น กษัตริย์ ซา โลม อน จึง รับสั่ง ใช้ เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา เขา ก็ ไป ประหาร ชีวิต อา โด นียาห์เสีย และ ท่าน ก็ ตาย {i2:26} อา บี ยา ธาร์ ถูก ไล่ออก จาก หน้าที่ ปุโรหิต {2:26} ส่วน อา บี ยา ธาร์ ปุโรหิต นั้น กษัตริย์ รับสั่ง ว่า “ จง ไป อยู่ ที่ อา นา โธท ไป สู่ ไร่ นา ของ เจ้า เพราะ เจ้า สมควร ที่ จะ ตาย แต่ ใน เวลา นี้ เรา จะ ไม่ ประหาร ชีวิต เจ้า เพราะ ว่า เจ้า หาม หีบ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ไป ข้าง หน้า ดา วิด ราช บิดา ของ เรา และ เพราะ เจ้า ได้ เข้า ส่วน ใน บรรดา ความ ทุกข์ ใจ ของ ราช บิดา เรา” {2:27} ซา โลม อน จึง ทรง ขับ ไล่ อา บี ยา ธาร์ เสีย จาก หน้าที่ ปุโรหิต ของ พระ เยโฮวาห์ กระทำ ให้ สำเร็จ ตาม พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง พระองค์ ตรัส เกี่ยว กับ วงศ์วาน ของ เอ ลี ที่ เมือง ชี โลห์ {i2:28} โย อาบ ถูก ประหาร ชีวิต เพราะ ท่าน ฆ่า อับ เนอร์ {2:28} เมื่อ ข่าว นี้ ทราบ ไป ถึง โย อาบ เพราะ แม้ ว่า โย อาบ มิ ได้ สนับสนุน อับ ซา โลม ท่าน ได้ สนับสนุน อา โด นียาห์ โย อาบ ก็ หนี ไป ที่ พลับพลา ของ พระ เยโฮวาห์ และ จับ เชิง งอน แท่น บูชา ไว้ {2:29} เมื่อ มี คน ไป กราบ ทูล กษัตริย์ ซา โลม อนว่า “ โย อาบ ได้ หนี ไป ที่ พลับพลา ของ พระ เยโฮวาห์ และ ดู เถิด เขา อยู่ ข้าง แท่น บูชา นั้น” ซาโล มอน รับสั่ง เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา ตรัส ว่า “ จง ไป ประหาร ชีวิต เขา เสีย” {2:30} เบไนยาห์ ก็ มา ยัง พลับพลา ของ พระ เยโฮวาห์ พูด กับ ท่าน ว่า “ กษัตริย์ มี รับสั่ง ว่า จง ออก มา เถิด” ท่าน ตอบ ว่า “ ไม่ ออก ไป ข้า จะ ตาย ที่ นี่” แล้ว เบไนยาห์ ก็ นำ ความ ไป กราบ ทูล กษัตริย์ อีก ว่า “ โย อาบ พูด อย่าง นี้ และ เขา ตอบ ข้า พระองค์ อย่าง นี้” {2:31} กษัตริย์ ตรัส ตอบ เขา ว่า “ จง กระทำ ตาม ที่ เขา บอก จง ประหาร เขา เสีย และ ฝัง เขา ไว้ ทั้งนี้ จะ ได้ เอา โลหิต ไร้ ความ ผิด ซึ่ง โย อาบ ได้ กระทำ ให้ ไหล นั้น ไป เสีย จาก เรา และ จาก วงศ์วาน บิดา ของ เรา {2:32} พระ เยโฮวาห์ ทรง ทำให้ โลหิต ของ เขา กลับ มา ตก บน ศีรษะ ของ เขา เอง เพราะ ว่า เขา ได้ โจมตี และ ฆ่า ชาย สอง คน ที่ ชอบธรรม และ ดี กว่า ตัว เขา ด้วย ดาบ โดย ที่ ดา วิด ราช บิดา ของ เรา หา ทรง ทราบ ไม่ คือ อับ เนอร์บุตรเนอร์ ผู้ บัญชาการ กองทัพ ของ อิสราเอล และ อา มา สา บุตร เย เธอร์ ผู้ บัญชาการ กองทัพ ของ ยูดาห์ {2:33} ดังนั้น ต้อง ให้ โลหิต ของ เขา ทั้ง สอง ตก บน ศีรษะ ของ โย อาบ และ บน ศีรษะ เชื้อสาย ของ เขา เป็น นิตย์ แต่ ส่วน ดา วิด และ เชื้อสาย ของ พระองค์ และ ราชวงศ์ ของ พระองค์ และ ราชบัลลังก์ ของ พระองค์ จะ มี สันติภาพ จาก พระ เยโฮวาห์ อยู่ เป็น นิตย์” {2:34} แล้ว เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา ก็ ขึ้น ไป ประหาร ชีวิต เขา เสีย และ ฝัง เขา ไว้ ใน บ้าน ของ เขา เอง ซึ่ง อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร {i2:35} เบไนยาห์ รับ ตำแหน่ง เป็น แม่ทัพ ศา โด กรับ ตำแหน่ง เป็น มหา ปุโรหิต {2:35} กษัตริย์ ได้ ทรง แต่งตั้ง เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา เหนือ กองทัพ แทน โย อาบ และ กษัตริย์ ก็ ทรง แต่งตั้ง ศาโดก ผู้ เป็น ปุโรหิต ไว้ ใน ตำแหน่ง ของ อา บี ยา ธาร์ {i2:36} ชิ เม อี ถูก ประหาร ชีวิต {2:36} แล้ว กษัตริย์ ทรง ใช้ คน ไป เรียก ชิ เม อี ให้ เข้า มา เฝ้า และ ตรัส กับ เขา ว่า “ ท่าน จง สร้าง บ้าน อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม และ อาศัย อยู่ ที่ นั่น อย่า ออก จาก ที่ นั่น ไป ที่ไหน เลย {2:37} เพราะ ใน วัน ที่ ท่าน ออก ไป และ ข้าม ลำธาร ขิด โร นนั้น ท่าน จง รู้ เป็น แน่ เถิด ว่า ท่าน จะ ต้อง ตาย แน่ แล้ว โลหิต ของ เจ้า จะ ต้อง ตก บน ศีรษะ ของ เจ้า เอง” {2:38} และ ชิ เม อี ทูล กษัตริย์ ว่า “ ที่ พระองค์ ตรัส นั้น ก็ ดี แล้ว ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ จะ กระทำ ตาม ที่ กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ ตรัส นั้น” ชิ เม อี จึง ได้ อาศัย อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม เป็น เวลา นาน {2:39} ต่อ มา เมื่อ ล่วง ไป สาม ปี แล้ว ทาส สอง คน ของ ชิ เม อี ได้ หลบ หนี ไป ยัง อา คีช โอรส ของ มา อา คาห์กษัตริย์เมืองกัท และ เมื่อ เขา มาบ อก ชิ เม อี ว่า “ ดู เถิด ทาส ของ ท่าน อยู่ ใน เมือง กัท” {2:40} ชิ เม อี ก็ ลุก ขึ้น ผูก อาน ขี่ ลา ไป เฝ้า อา คีชที่เมืองกัท เพื่อ เสาะ หา ทาส ของ ตน ชิ เม อี ได้ ไป นำ ทาส ของ ตน มา จาก เมือง กัท {2:41} และ เมื่อ มี ผู้ กราบ ทูล ซา โลม อน ว่า ชิ เม อี ได้ ไป จาก กรุง เยรูซาเล็ม ถึง เมือง กัท และ กลับ มา แล้ว {2:42} กษัตริย์ ก็ ทรง ใช้ ให้ เรียก ชิ เม อี มา เฝ้า และ ตรัส กับ เขา ว่า “ เรา ได้ ให้ ท่าน ปฏิญาณ ใน พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์ มิ ใช่ หรือ และ ได้ ตักเตือน ท่าน แล้ว ว่า ‘ ท่าน จง รู้ เป็น แน่ ว่า ใน วัน ที่ ท่าน ออก ไป ไม่ ว่า ไป ที่ ใดๆ ท่าน จะ ต้อง ตาย แน่’ และ ท่าน ก็ ได้ ตอบ เรา ว่า ‘ คำ ตรัส ที่ ข้า พระองค์ ได้ยิน นั้น ก็ ดี แล้ว’ {2:43} ทำไม ท่าน จึง ไม่ รักษา คำ ปฏิญาณ ไว้ ต่อ พระ เยโฮวาห์ และ รักษา คำ บัญชา ซึ่ง เรา ได้ กำชับ ท่าน นั้น” {2:44} กษัตริย์ ตรัส กับ ชิ เม อี ว่า “ ท่าน เอง รู้เรื่อง เหตุ ร้าย ทั้งสิ้น ซึ่ง อยู่ ใน ใจ ของ ท่าน ซึ่ง ท่าน ได้ กระทำ ต่อ ดา วิด ราช บิดา ของ เรา เพราะ ฉะนั้น พระ เยโฮวาห์ จะ ทรง นำ เหตุ ร้าย มาส นอง เหนือ ศีรษะ ของ ท่าน เอง {2:45} แต่ กษัตริย์ ซา โลม อน จะ ได้ รับ พระ พร และ พระ ที่นั่ง ของ ดา วิด จะ ตั้ง มั่นคง ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ อยู่ เป็น นิตย์” {2:46} แล้ว กษัตริย์ ทรง บัญชา เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา และ เขา ก็ ออก ไป ประหาร ชีวิต ชิ เม อี เสีย ดังนั้น ราช อาณาจักร ก็ ตั้ง มั่นคง อยู่ ใน พระ หัตถ์ ของ ซา โลม อน {i3:1} ซา โลม อน ทรง แต่งงาน กับ ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ {3:1} ซา โลม อน ได้ ทรง กระทำ ให้ เป็น ทอง แผ่น เดียวกัน กับ ฟาโรห์ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ โดย ได้ ทรง รับ ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ และ ทรง นำ พระนาง มา ไว้ ใน นคร ของ ดา วิด จน พระองค์ ทรง สร้าง พระ ราช วัง ของ พระองค์ และ ทรง สร้าง พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ และ กำแพง รอบ กรุง เยรูซาเล็ม สำเร็จ {3:2} อย่างไร ก็ ตาม ประชาชน ได้ ถวาย สัต วบูชา ณ ปู ชนียสถานสูง เพราะ ใน เวลา นั้น ยัง ไม่ ได้ สร้าง พระ นิเวศ เพื่อ พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์ {3:3} ซา โลม อน ทรง รัก พระ เยโฮวาห์ ทรง ดำเนิน ตาม กฎเกณฑ์ ของ ดา วิด ราช บิดา ของ พระองค์ เว้น แต่ พระองค์ ทรง ถวาย สัต ว บูชา และ เผา เครื่อง หอม ณ ปู ชนียสถานสูง {i3:4} กษัตริย์ ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา ที่ เมือง กิเบโอน (2 พศด 1:2-6) {3:4} และ กษัตริย์ เสด็จ ไป ที่ เมือง กิเบ โอน เพื่อ ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา ที่ นั่น เพราะ ที่ นั่น เป็น มหา ปู ชนียสถานสูง ซา โลม อน ทรง ถวาย เครื่อง เผา บูชา พัน ตัว บน แท่น บูชา นั้น {i3:5} ซา โลม อน ทูล ขอ สติปัญญา (2 พศด 1:7-13) {3:5} พระ เยโฮวาห์ ทรง ปรากฏ แก่ ซาโล มอน ที่ เมือง กิเบ โอน เป็น พระ สุบิน ใน กลางคืน และ พระเจ้า ตรัส ว่า “ เจ้า อยาก ให้ เรา ให้ อะไร เจ้า ก็ จง ขอ เถิด” {3:6} และ ซาโล มอน ตรัส ว่า “ พระองค์ ได้ ทรง สำแดง ความ เมตตา ยิ่งใหญ่ แก่ ดา วิด พระ ราช บิดา ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เพราะ ว่า เสด็จ พ่อ ดำเนิน ต่อ พระ พักตร์ พระองค์ ด้วย ความ จริง และ ความ ชอบธรรม ด้วย จิตใจ เที่ยงตรง ต่อ พระองค์ และ พระองค์ ทรง รักษา ความ เมตตา ยิ่งใหญ่ นี้ ไว้ เพื่อ เสด็จ พ่อ และ ได้ ทรง ประทาน บุตร ชาย คน หนึ่ง แก่ เสด็จ พ่อ ให้ นั่ง บน ราชบัลลังก์ ของ ท่าน ใน วัน นี้ {3:7} โอ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ ถึง แม้ ว่า ข้า พระองค์ เป็น แต่ เด็ก บัดนี้ พระองค์ ทรง กระทำ ให้ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เป็น กษัตริย์ แทน ดา วิด เสด็จ พ่อ ของ ข้า พระองค์ ข้า พระองค์ ไม่ ทราบ ว่า จะ เข้า นอก ออก ใน อย่างไร ถูก {3:8} และ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ก็ อยู่ ท่ามกลาง ประชาชน ของ พระองค์ ผู้ ซึ่ง พระองค์ ทรง เลือก ไว้ เป็น ชน ชาติ ใหญ่ ซึ่ง จะ นับ หรือ คำนวณ ประชาชน ก็ ไม่ ได้ {3:9} เพราะ ฉะนั้น ขอ พระองค์ ทรง ประทาน ความคิด ความ เข้าใจ แก่ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เพื่อ จะ วินิจฉัย ประชาชน ของ พระองค์ เพื่อ ข้า พระองค์ จะ ประจักษ์ ใน ความ ผิด แผก ระหว่าง ดี และ ชั่ว เพราะ ว่า ผู้ ใด เล่า จะ สามารถ วินิจฉัย ประชาชน ใหญ่ ของ พระองค์ นี้ ได้” {3:10} ที่ ซา โลม อน ทูล ขอ เช่น นี้ ก็ เป็น ที่ พอ พระทัย องค์ พระผู้เป็นเจ้า {3:11} พระเจ้า จึง ตรัส กับ ซา โลม อนว่า “ เพราะ เจ้า ได้ ขอ สิ่ง นี้ และ มิ ได้ ขอ ชีวิต ยืน ยาว หรือ ความ มั่งคั่ง หรือ ชีวิต ของ บรรดา ศัตรู ของ เจ้า เพื่อ ตัว เจ้า เอง แต่ เจ้า ขอ ความ เข้าใจ เพื่อ ตัว เจ้า เอง เพื่อ ให้ ประจักษ์ ใน การ วินิจฉัย {3:12} ดู เถิด เรา จะ กระทำ ตาม คำ ของ เจ้า ดู เถิด เรา ให้ จิตใจ อัน ประกอบ ด้วย ปัญญา และ ความ เข้าใจ เพื่อ ว่า จะ ไม่ มี ใคร ที่ เป็นอยู่ ก่อน เจ้า เหมือน เจ้า และ จะ ไม่ มี ใคร ที่ ขึ้น มา ภายหลัง เจ้า เหมือน เจ้า {3:13} เรา จะ ให้ สิ่ง ที่ เจ้า ไม่ ได้ ขอ แก่ เจ้า ด้วย ทั้ง ความ มั่งคั่ง และ เกียรติยศ เพื่อ ว่า ตลอด วัน เวลา ทั้งสิ้น ของ เจ้า จะ ไม่ มี กษัตริย์ องค์ อื่น เปรียบเทียบ กับ เจ้า ได้ {3:14} และ ถ้า เจ้า จะ ดำเนิน ตาม ทาง ของ เรา รักษา กฎเกณฑ์ ของ เรา และ บัญญัติ ของ เรา ดัง ดา วิด บิดา ของ เจ้า ได้ ดำเนิน นั้น เรา ก็ จะ ให้ วัน เวลา ของ เจ้า ยืน ยาว” {3:15} และ ซา โลม อน ก็ ตื่น บรรทม และ ดู เถิด เป็น พระ สุบิน แล้ว พระองค์ ก็ เสด็จ มา ที่ กรุง เยรูซาเล็ม และ ประทับ ยืน อยู่ หน้า หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระ เยโฮวาห์ และ ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ เครื่อง สันติ บูชา และ พระ ราช ทาน เลี้ยง แก่ บรรดา ข้าราชการ ของ พระองค์ {i3:16} การ พิสูจน์ สติปัญญา ของ ซา โลม อน {3:16} แล้ว หญิง แพศยา สอง คน มา เฝ้า กษัตริย์ และ ยืน อยู่ ต่อ พระ พักตร์ พระองค์ {3:17} หญิง คน หนึ่ง ทูล ว่า “ โอ ข้า แต่ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ ข้า พระองค์ และ ผู้หญิง คน นี้ อาศัย อยู่ ใน เรือน เดียวกัน และ ข้า พระองค์ ก็ คลอด บุตร คน หนึ่ง ขณะ ที่ นาง นั้น อยู่ ใน เรือน {3:18} ต่อ มา เมื่อ ข้า พระองค์ คลอด บุตร ได้ สาม วัน แล้ว นาง คน นี้ ก็ คลอด บุตร ด้วย และ ข้า พระองค์ ทั้ง สอง อยู่ ด้วย กัน ไม่ มี ผู้ ใด อยู่ กับ ข้า พระองค์ ทั้ง สอง ใน เรือน นั้น ข้า พระองค์ ทั้ง สอง นั้น อยู่ ใน เรือน นั้น {3:19} แล้ว บุตร ของ หญิง คน นี้ ก็ ตาย เสีย ใน กลางคืน ด้วย เขา นอน ทับ {3:20} พอ เที่ยงคืน นาง ก็ ลุก ขึ้น และ เอา บุตร ชาย ของ ข้า พระองค์ ไป เสีย จาก ข้าง ข้า พระองค์ ขณะ ที่ สาวใช้ ของ พระองค์ หลับ อยู่ และ วาง เขา ไว้ ใน อก ของ เธอ และ เธอ เอา บุตร ของ เธอ ที่ ตาย แล้ว นั้น ไว้ ใน อก ของ ข้า พระองค์ {3:21} เมื่อ ข้า พระองค์ ตื่น ขึ้น ใน ตอน เช้า เพื่อ ให้ บุตร ของ ข้า พระองค์ กิน นม ดู เถิด เขา ตาย เสีย แล้ว แต่ เมื่อ ข้า พระองค์ พินิจ ดู ใน ตอน เช้า ดู เถิด เด็ก นั้น ไม่ ใช่ บุตร ชาย ที่ ข้า พระองค์ คลอด มา” {3:22} แต่ หญิง อีก คน หนึ่ง พูด ว่า “ ไม่ ใช่ เด็ก ที่ เป็น เป็น บุตร ชาย ของ ฉัน เด็ก ที่ ตาย เป็น บุตร ชาย ของ เจ้า” หญิง คน ที่ หนึ่ง พูด ว่า “ ไม่ ใช่ เด็ก ที่ ตาย เป็น บุตร ชาย ของ เจ้า และ เด็ก ที่ เป็น เป็น บุตร ชาย ของ ฉัน” เขา ทั้ง สอง พูด กัน ดังนี้ ต่อ พระ พักตร์ กษัตริย์ {3:23} แล้ว กษัตริย์ ตรัส ว่า “ คน หนึ่ง พูด ว่า ‘ คน นี้ เป็น บุตร ชาย ของ ฉัน คือ เด็ก ที่ เป็นอยู่ และ บุตร ชาย ของ เจ้า ตาย เสีย แล้ว’ และ อีก คน หนึ่ง พูด ว่า ‘ ไม่ ใช่ แต่ บุตร ชาย ของ เจ้า ตาย เสีย แล้ว และ บุตร ชาย ของ ฉัน เป็น คน ที่ มี ชีวิต’” {3:24} และ กษัตริย์ ตรัส ว่า “ เอา ดาบ มา ให้ เรา เล่ม หนึ่ง” เขา จึง เอา พระ แสง ดาบ มา ไว้ ต่อ พระ พักตร์ กษัตริย์ {3:25} และ กษัตริย์ ตรัส ว่า “ จง แบ่ง เด็ก ที่ มี ชีวิต นั้น ออก เป็น สอง ท่อน และ ให้ คน หนึ่ง ครึ่ง หนึ่ง และ อีก คน หนึ่ง ครึ่ง หนึ่ง” {3:26} แล้ว หญิง คน ที่ บุตร ของ ตน ยัง มี ชีวิต อยู่ นั้น ทูล กษัตริย์ เพราะ ว่า จิตใจ ของ เธอ อาลัย ใน บุตร ชาย ของ เธอ เธอ ว่า “ โอ ข้า แต่ เจ้านาย ของ ข้า พระองค์ ขอ ทรง มอบ เด็ก ที่ มี ชีวิต นั้น ให้ เขา ไป และ ถึง อย่างไร ก็ ดี อย่า ทรง ฆ่า เสีย” แต่ หญิง อีก คน หนึ่ง ว่า “ อย่า ให้ ฉัน เป็น เจ้าของ หรือ ของ ฉัน ขอ ทรง แบ่ง เถิด เพคะ” {3:27} แล้ว กษัตริย์ ตรัส ตอบ เขา ว่า “ จง ให้ เด็ก ที่ มี ชีวิต นั้น แก่ คน นั้น อย่า ฆ่า เสีย เลย นาง เป็น มารดา ของ เด็ก นั้น” {3:28} อิสราเอล ทั้งปวง ได้ยิน เรื่อง การ พิพากษา ซึ่ง กษัตริย์ ประทาน การ พิพากษา นั้น และ เขา ทั้งหลาย ก็ เกรงกลัว กษัตริย์ เพราะ เขา ทั้งหลาย ประจักษ์ ว่า พระ สติปัญญา ของ พระเจ้า อยู่ ใน พระองค์ ที่ จะ ทรง วินิจฉัย {i4:1} ข้าราชการ ผู้ใหญ่ แห่ง อิสราเอล ใน อาณาจักร ของ ซา โลม อน {4:1} กษัตริย์ ซา โลม อน เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล ทั้งสิ้น {4:2} และ คน ต่อ ไป นี้ เป็น ข้าราชการ ผู้ใหญ่ ของ พระองค์ คือ อา ซา ริ ยาห์บุตรชายศาโดก เป็น ปุโรหิต {4:3} เอ ลี โฮ เร ฟและอาหิยาห์ บุตร ชาย ชิ ชา เป็น ราช เลขา เย โฮ ชา ฟัท บุตร ชาย อา หิลูด เป็น เจ้ากรม สารบรรณ {4:4} เบไนยาห์ บุตร ชาย เย โฮ ยาดา เป็น ผู้ บัญชาการ กองทัพ ศาโดก และ อา บี ยา ธาร์ เป็น ปุโรหิต {4:5} อา ซา ริ ยาห์ บุตร ชาย นา ธัน เป็น หัวหน้า ข้าหลวง ศบุด บุตร ชาย นา ธัน เป็น ข้าราชการ ผู้ใหญ่ และ เป็น พระ สหาย ของ กษัตริย์ {4:6} อา หิชาร์ เป็น เจ้ากรม วัง และ อา โด นี รัม บุตร ชาย อับ ดา เป็น ผู้ ควบคุม คน ที่ ทำงาน โยธา {i4:7} ข้าหลวง สิบ สอง คน เป็น ผู้ จัด หา เสบียง อาหาร สำหรับ กษัตริย์ สำนัก {4:7} ซา โลม อน ทรง มี ข้าหลวง สิบ สอง คน อยู่ เหนือ อิสราเอล ทั้งปวง เป็น ผู้ จัด หา เสบียง อาหาร สำหรับ กษัตริย์ และ สำหรับ กษัตริย์ สำนัก ข้าหลวง คน หนึ่ง จัด หา เสบียง อาหาร สำหรับ เดือน หนึ่ง ใน หนึ่ง ปี {4:8} ต่อ ไป นี้ เป็น ชื่อ ของ เขา คือ เบน เฮอร์ ประจำ แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม {4:9} เบน เด เคอร์ ประจำ ใน มา คาส และ ใน ชา อัลบิม เบธเชเมช และ เอ โลน เบธฮานัน {4:10} เบน เฮ เสด ประจำ ใน อา รุ บโบท โสโคห์ และ แผ่นดิน เฮ เฟอร์ ทั้งสิ้น ขึ้น อยู่ กับ เขา {4:11} เบน อา บี นา ดับ ประจำ ใน บริเวณ โดร์ทั้งหมด เขา มี ทา ฟัท ธิดา ของ ซา โลม อน เป็น ชายา {4:12} บา อา นา บุตร ชาย อา หิลูด ประจำ ใน ทา อา นาค เม กิดโดและเบธ ชาน ทั้งหมด ซึ่ง อยู่ ข้าง ศาเรธานเชิงเมืองยิสเรเอล และ ตั้งแต่ เบธ ชาน ถึง อา เบลเมโฮลาห์ ไป จน ถึง ฝาก ข้าง โน้น ของ โยก เนอัม {4:13} เบน เก เบอร์ ประจำ ใน รา โม ทกิเลอาด เขา มี เมือง ทั้งหลาย ของ ยา อีร์ บุตร ชาย มนัส เสห์ ซึ่ง อยู่ ใน กิเลอาด และ เขา มี ท้องถิ่น อา รโกบ ซึ่ง อยู่ ใน บา ชาน หัว เมือง ใหญ่ หก สิบ หัว เมือง ซึ่ง มี กำแพง เมือง และ ดาน ทองสัมฤทธิ์ ขึ้น อยู่ แก่ เขา {4:14} อา หิ นา ดับ บุตร ชาย อิด โด ประจำ ใน มา หะ นา อิม {4:15} อา หิมาอัส ประจำ ใน นัฟทาลี เขา ก็ เหมือน กัน ได้ บา เส มัท ธิดา ของ ซา โลม อน เป็น ชายา {4:16} บา อา นา บุตร ชาย หุชัย ประจำ ใน อา เชอร์และเบอาโลท {4:17} เย โฮ ชา ฟัท บุตร ชาย ปา รู อาห์ ประจำ ใน อิสสา คาร์ {4:18} ชิ เม อี บุตร ชาย เอ ลาห์ ประจำ ใน เบน ยา มิ น {4:19} เก เบอร์ บุตร ชาย อุ รี ประจำ ใน แผ่นดิน กิเลอาด ใน แผ่นดิน ของ สิ โหน กษัตริย์ ของ คน อา โม ไรต์ และ ของ โอก กษัตริย์ แห่ง เมือง บา ชาน ท่าน เป็น ข้าหลวง คน เดียว ที่ ประจำ ใน แผ่นดิน นั้น {4:20} คน ยูดาห์ และ คน อิสราเอล นั้น มี จำนวน มากมาย ดัง เม็ด ทราย ชายทะเล เขา ทั้งหลาย กิน และ ดื่ม และ มี จิตใจ เบิกบาน {4:21} และ ซา โลม อน ทรง ปกครอง เหนือ ราช อาณาจักร ทั้งสิ้น ตั้งแต่ แม่น้ำ ไป จน ถึง แผ่นดิน ฟีลิสเตีย และ ถึง พรมแดน อียิปต์ เขา ทั้งหลาย ถวาย ส่วย อากร และ ปรนนิบัติ ซา โลม อน ตลอด วัน เวลา แห่ง พระ ชนม์ ชีพ ของ พระองค์ {4:22} เสบียง อาหาร สำหรับ ซา โลม อน ใน วัน หนึ่ง นั้น คือ ยอด แป้ง สาม สิบ โค ระ และ แป้ง หก สิบ โค ระ {4:23} วัว อ้วน สิบ ตัว วัว จาก ทุ่ง หญ้า ยี่ สิบ ตัว แกะ หนึ่ง ร้อย ตัว นอกจาก นี้ มี กวาง ตัวผู้ เนื้อ สมัน อี เก้ง และ ไก่ อ้วน {4:24} เพราะ พระองค์ ทรง ครอบครอง เหนือ ท้องถิ่น ทั้งสิ้น ฟาก แม่น้ำ ข้าง นี้ ตั้งแต่ ทิฟสาห์ ถึง กาซา และ ทรง ครอบครอง เหนือ บรรดา กษัตริย์ ที่ อยู่ ฟาก แม่น้ำ ข้าง นี้ และ พระองค์ ทรง มี สันติภาพ อยู่ ทุก ด้าน รอบ พระองค์ {4:25} ยูดาห์ และ อิสราเอล ก็ อยู่ อย่าง ปลอดภัย ทุก คน ก็ นั่ง อยู่ ใต้ เถา องุ่น และ ใต้ ต้น มะเดื่อ ของ ตน ตั้งแต่ เมือง ดาน กระทั่ง ถึง เมือง เบเออร์เชบา ตลอด วัน เวลา ของ ซา โลม อน {4:26} ซา โลม อน ยัง มี คอก ขัง ม้า เดี่ยว อีก สี่ หมื่น สำหรับ รถ รบ ของ พระองค์ และ พล ม้า หนึ่ง หมื่น สอง พัน คน {4:27} และ บรรดา ข้าหลวง เหล่า นั้น ก็ จัด เสบียง อาหาร ส่ง กษัตริย์ ซา โลม อน และ เพื่อ ทุก คน ที่ มา ยัง โต๊ะ เสวย ของ กษัตริย์ ซา โลม อน ต่าง ก็ ส่ง ของ ตาม เดือน ของ ตน เขา ทั้งหลาย ไม่ ให้ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ขาด ไป เลย {4:28} ทั้ง ข้าว บาร์เลย์ และ ฟาง ข้าว สำหรับ ม้า และ ม้า อาชาไนย เขา นำ มา ยัง สถานที่ ของ ข้าหลวง เหล่า นั้น ตาม ที่ ได้ มี รับสั่ง แก่ ทุก คน {i4:29} สติปัญญา ของ ซา โลม อน มา จาก พระเจ้า {4:29} และ พระเจ้า ทรง ประทาน สติปัญญา และ ความ เข้าใจ แก่ ซา โลม อ นอ ย่าง เหลือ ประมาณ ทั้ง พระทัย อัน กว้าง ขวาง ดุจ เม็ด ทราย ที่ ชายทะเล {4:30} และ สติปัญญา ของ ซา โลม อน ล้ำ กว่า สติปัญญา ทั้งสิ้น ของ ชาว ตะวัน ออก และ กว่า บรรดา สติปัญญา ของ อียิปต์ {4:31} เพราะ พระองค์ ทรง มี สติปัญญา ฉลาด กว่า คน อื่น ทุก คน ทรง ฉลาด กว่า เอ ธานคนเอสราห์ และ เฮ มาน คา ลโคล์และดารดา บรรดา บุตร ชาย ของ มา โฮ ล และ พระ นาม ของ พระองค์ ก็ เลื่องลือ ไป ใน ทุก ประชาชาติ ที่ อยู่ ล้อม รอบ {4:32} พระองค์ ตรัส สุภาษิต สาม พัน ข้อ ด้วย และ บทเพลง ของ พระองค์ มี หนึ่ง พัน ห้า บท {4:33} พระองค์ ตรัส ถึง ต้นไม้ ตั้งแต่ ต้น สน สี ดาร์ ซึ่ง อยู่ ใน เลบานอน จน ถึง ต้น หุ สบ ซึ่ง งอก ออก มา จาก กำแพง พระองค์ ตรัส ถึง สัตว์ ป่า ด้วย ทั้ง บรรดา นก สัตว์ เลื้อยคลาน และ ปลา {4:34} และ คน มา จาก ชน ชาติ ทั้งหลาย เพื่อ ฟัง สติปัญญา ของ ซา โลม อน และ มา จาก บรรดา กษัตริย์ แห่ง แผ่นดิน โลก ผู้ ได้ยิน ถึง สติปัญญา ของ พระองค์ {i5:1} ซา โลม อน เตรียม สำหรับ การ สร้าง พระ วิหาร (2 พศด 2:1-16) {5:1} ฝ่าย ฮี ราม กษัตริย์ เมือง ไท ระ ได้ ส่ง ข้าราชการ ของ ท่าน มา เฝ้า ซา โลม อน เมื่อ ท่าน ได้ยิน ว่า เขา ได้ เจิม ตั้ง พระองค์ ไว้ เป็น กษัตริย์ แทน ราช บิดา ของ พระองค์ เพราะ ฮี ราม รัก ดา วิด อยู่ เสมอ {5:2} และ ซา โลม อน ได้ ส่ง พระ ดำรัส ไป ยัง ฮีรามว่า {5:3} “ ท่าน คง ทราบ อยู่ แล้ว ว่า ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า สร้าง พระ นิเวศ สำหรับ พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ พระองค์ ไม่ ได้ เพราะ การ สงคราม ซึ่ง อยู่ ล้อม รอบ พระองค์ ทุก ด้าน จน กว่า พระ เยโฮวาห์ จะ ทรง ปราบ เขา เสีย ให้ อยู่ ใต้ พระ บาท ของ พระองค์ {5:4} แต่ บัดนี้ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า ทรง ประทาน ให้ ข้าพเจ้า ได้ หยุด พักร อบ ด้าน ปฏิปักษ์ หรือ เหตุ ร้าย ก็ ไม่ มี {5:5} ดู เถิด ข้าพเจ้า จึง ประสงค์ จะ สร้าง พระ นิเวศ สำหรับ พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า ดัง ที่ พระ เยโฮวาห์ ได้ ตรัส ไว้ กับ ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า ว่า ‘ บุตร ชาย ของ เจ้า ผู้ ซึ่ง เรา จะ ตั้ง ไว้ บน บัลลังก์ แทน เจ้า จะ สร้าง พระ นิเวศ สำหรับ นาม ของ เรา’ {5:6} เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ ขอ ท่าน สั่ง ให้ ตัด ไม้ สน สี ดาร์ แห่ง เลบานอน เพื่อ ข้าพเจ้า และ ข้าราชการ ของ ข้าพเจ้า จะ สมทบ กับ พวก ข้าราชการ ของ ท่าน ข้าพเจ้า จะ มอบ เงิน ค่า จ้าง ข้าราชการ ของ ท่าน แก่ ท่าน ตาม ที่ ท่าน ตั้ง ไว้ เพราะ ท่าน คง ทราบ แล้ว ว่า ท่ามกลาง เรา นี้ ไม่ มี ผู้ ใด รู้จัก ตัด ไม้ เหมือน ชาว ซี โดน” {5:7} และ อยู่ มา เมื่อ ฮี ราม ได้ยิน ถ้อยคำ ของ ซา โลม อน ท่าน ก็ ชื่นชม ยินดี ยิ่งนัก และ ว่า “ สาธุการ แด่ พระ เยโฮวาห์ ใน วัน นี้ ผู้ ทรง ประทาน บุตร ชาย ที่ ฉลาด องค์ หนึ่ง แก่ ดา วิด ให้ อยู่ เหนือ ชน ชาติ ใหญ่ นี้” {5:8} และ ฮี ราม ก็ ใช้ คน ให้ มา ยัง ซาโล มอน ทูล ว่า “ ข้าพเจ้า ได้ พิจารณา สิ่ง ต่างๆ ซึ่ง ท่าน ส่ง ไป ยัง ข้าพเจ้า แล้ว ข้าพเจ้า พร้อม ที่ จะ กระทำ สิ่ง สารพัด ตาม ที่ ท่าน ปรารถนา ใน เรื่อง ไม้ สน สี ดาร์ และ ไม้ สน สาม ใบ {5:9} ข้าราชการ ของ ข้าพเจ้า จะ นำ ลง มา จาก เลบานอน ถึง ทะเล และ ข้าพเจ้า จะ ผูก แพ ล่อง มา ตาม ทะเล ถึง ที่ ที่ ท่าน จะ กำหนด ให้ และ ข้าพเจ้า จะ ให้ แก้ แพ ที่ นั่น ขอ ท่าน มา รับ เอา และ ขอ ท่าน ส่ง เสบียง อาหาร แก่ สำนัก วัง ของ ข้าพเจ้า ก็ แล้วกัน เป็น ที่ พอใจ ข้าพเจ้า แล้ว” {5:10} ฮี ราม จึง ได้ จัด ส่ง ไม้ สน สี ดาร์ และ ไม้ สน สาม ใบ ให้ แก่ ซา โลม อน ตาม ที่ พระองค์ มี พระ ประสงค์ ทุก ประการ {5:11} ฝ่าย ซา โลม อน ทรง ประทาน ข้าว สาลี ให้ เป็น อาหาร แก่ สำนัก วัง ของ ฮี ราม สอง หมื่น โค ระ และ น้ำมัน บริสุทธิ์ ยี่ สิบ โค ระ ซา โลม อน ทรง ประทาน แก่ ฮี ราม เป็น ปีๆ ไป อย่าง นี้ แหละ {5:12} และ พระ เยโฮวาห์ พระ ราช ทาน สติปัญญา แก่ ซา โลม อน ดัง ที่ พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ และ มี สันติภาพ ระหว่าง ฮี ราม และ ซา โลม อน และ ทั้ง สอง ก็ ทรง กระทำ สนธิสัญญา กัน {i5:13} พวก กรรมกร เพื่อ สร้าง พระ วิหาร {5:13} กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง เกณฑ์ แรงงาน จาก ชน อิสราเอล ทั้งปวง คน ที่ ถูก เกณฑ์ แรง นับ ได้ สาม หมื่น คน {5:14} และ พระองค์ ทรง ใช้ เขา ไป ยัง เลบานอน เวร ละ หนึ่ง หมื่น คน ต่อ เดือน เขา จะ อยู่ ที่ เลบานอน เดือน หนึ่ง และ อยู่ บ้าน สอง เดือน และ อา โด นี รัม เป็น ผู้บังคับบัญชา พวก ถูก เกณฑ์ แรง {5:15} ซา โลม อน มี คน ขน ของ หนัก เจ็ด หมื่น คน และ คน สกัด หิน ใน ถิ่น เทือกเขา แปด หมื่น คน {5:16} นอกจาก ข้าราชการ ผู้ใหญ่ ของ ซา โลม อน ซึ่ง เป็น ผู้ ดูแล การ งาน นี้ ก็ มี อีก สาม พัน สาม ร้อย คน ซึ่ง เป็น ผู้ปกครอง ดูแล ประชาชน ผู้ ดำเนิน งาน {5:17} กษัตริย์ ทรง บัญชา และ เขา ทั้งหลาย สกัด ก้อน หิน ใหญ่ มี ค่า ออก มา เพื่อ วาง รากฐาน ของ พระ นิเวศ ด้วย หิน ที่ แต่ง แล้ว {5:18} ดังนั้น พนักงาน ก่อสร้าง ของ ซา โลม อน และ พนักงาน ก่อสร้าง ของ ฮีราม และ ช่าง สลัก หิน ก็ แต่ง หิน เหล่า นั้น และ เตรียม ตัว ไม้ และ หิน เพื่อ สร้าง พระ นิเวศ {i6:1} การ เริ่ม สร้าง พระ วิหาร (2 พศด 3:1-2) {6:1} อยู่ มา ใน ปี ที่ สี่ ร้อย แปด สิบ หลัง จาก ที่ ชน อิสราเอล ออก มา จาก แผ่นดิน อียิปต์ ใน ปี ที่ สี่ แห่ง การ ที่ ซา โลม อ นคร อบ ครอง อิสราเอล ใน เดือน ศิฟ ซึ่ง เป็น เดือน ที่ สอง พระองค์ ทรง เริ่ม สร้าง พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ {i6:2} การ พรรณนา ถึง พระ วิหาร {6:2} พระ นิเวศ ซึ่ง กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง สร้าง สำหรับ พระ เยโฮวาห์ นั้น ยาว หก สิบ ศอก กว้าง ยี่ สิบ ศอก และ สูง สาม สิบ ศอก {6:3} มุข หน้า ห้องโถง ของ พระ นิเวศ นั้น ยาว ยี่ สิบ ศอก เท่ากับ ด้าน กว้าง ของ พระ นิเวศ และ ลึก เข้า ไป หน้า พระ นิเวศ สิบ ศอก {6:4} และ พระองค์ ทรง สร้าง หน้าต่าง สำหรับ พระ นิเวศ มี ขอบ สอบ ออก ข้าง นอก {6:5} พระองค์ ทรง สร้าง ห้อง ติด ผนัง พระ นิเวศ อยู่ รอบ ผนัง ของ พระ นิเวศ ทั้ง ที่ ห้องโถง และ ที่ ห้อง หลัง และ พระองค์ ทรง สร้าง ห้อง ระเบียง โดย รอบ {6:6} ห้อง ชั้น ล่าง ที่สุด กว้าง ห้า ศอก ชั้น กลาง กว้าง หก ศอก และ ชั้น ที่ สาม กว้าง เจ็ด ศอก เพราะ รอบ ด้าน นอก ของ พระ นิเวศ พระองค์ ทรง สร้าง หยัก บ่า ไว้ ที่ ผนัง เพื่อ ว่า ไม้ รอด จะ ไม่ ได้ ทะลวง เข้า ไป ใน ผนัง พระ นิเวศ {6:7} เมื่อ กำลัง สร้าง พระ นิเวศ นั้น ก็ สร้าง ด้วย ศิลา ซึ่ง เตรียม มา จาก บ่อ ศิลา เพราะ ฉะนั้น จึง ไม่ ได้ยิน เสียง ค้อน หรือ ขวาน หรือ เครื่องมือ เหล็ก ใดๆ ใน พระ นิเวศ ขณะ เมื่อ ทำ การ ก่อสร้าง {6:8} ทาง เข้า ห้อง ชั้น ล่าง อยู่ ทาง ด้าน ขวา ของ ตัว พระ นิเวศ และ คน ขึ้น ไป ยัง ห้อง ชั้น กลาง ทาง บันได เวียน และ ขึ้น จาก ห้อง ชั้น กลาง ไป ห้อง ชั้น ที่ สาม {6:9} พระองค์ ทรง สร้าง พระ นิเวศ ดังนี้ และ ทรง ให้ สำเร็จ และ พระองค์ ทรง สร้าง เพดาน ของ พระ นิเวศ มี ไม้ คร่าว และ กระดาน เป็น ไม้ สน สี ดาร์ {6:10} พระองค์ ทรง สร้าง ห้อง รอบ พระ นิเวศ สูง ห้า ศอก และ ติด กับ ตัว พระ นิเวศ ด้วย กระดาน ไม้ สน สี ดาร์ {6:11} และ พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ถึง ซา โลม อนว่า {6:12} “ เกี่ยว ด้วย พระ นิเวศ นี้ ซึ่ง เจ้า สร้าง อยู่ ถ้า เจ้า ดำเนิน ตาม กฎเกณฑ์ ของ เรา และ ประพฤติ ตาม คำ ตัดสิน ของ เรา และ รักษา บัญญัติ ของ เรา ทั้งสิ้น และ ดำเนิน ตาม เรา ก็ จะ กระทำ ถ้อยคำ ของ เรา กับ เจ้า ซึ่ง เรา พูด กับ ดา วิด บิดา ของ เจ้า นั้น ให้ สำเร็จ {6:13} และ เรา จะ อยู่ ใน หมู่ ชน อิสราเอล และ จะ ไม่ ทอดทิ้ง อิสราเอล ชน ชาติ ของ เรา เลย” {6:14} ซา โลม อน ได้ ทรง สร้าง พระ นิเวศ และ ทรง ให้ สำเร็จ {6:15} พระองค์ ทรง กรุ ผนัง ข้าง ใน พระ นิเวศ ด้วย กระดาน ไม้ สน สี ดาร์ ตั้งแต่ พื้น พระ นิเวศ จน ถึง ไม้ เพดาน พระองค์ ทรง กรุ ข้าง ใน ด้วย ไม้ และ พระองค์ ทรง ปู ปิด พื้น พระ นิเวศ ด้วย ไม้ สน สาม ใบ {6:16} พระองค์ ทรง สร้าง อีก ข้าง หนึ่ง ของ พระ นิเวศ ยี่ สิบ ศอก ด้วย กระดาน ไม้ สน สี ดาร์ จาก พื้น ถึง ไม้ เพดาน และ พระองค์ ทรง สร้าง ห้อง นี้ ภายใน ให้ เป็น ห้อง หลัง คือ ที่ บริสุทธิ์ ที่สุด {6:17} ตัว พระ นิเวศ คือ ห้องโถง ซึ่ง อยู่ ส่วน หน้า นั้น ยาว สี่ สิบ ศอก {6:18} มี ไม้ สน สี ดาร์ ที่ อยู่ ข้าง ใน พระ นิเวศ แกะ เป็น รูป ดอก ตูม และ ดอกไม้ บาน เป็น ไม้ สน สี ดาร์ทั้งสิ้น ใน ที่ นั่น แล ไม่ เห็น หิน เลย {6:19} พระองค์ ทรง จัด เตรียม ห้อง หลัง ไว้ ข้าง ใน พระ นิเวศ เพื่อ จะ วาง หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระ เยโฮวาห์ ไว้ ที่ นั่น {6:20} ส่วน ข้าง ใน ห้อง หลัง นั้น ยาว ยี่ สิบ ศอก กว้าง ยี่ สิบ ศอก และ สูง ยี่ สิบ ศอก และ พระองค์ ทรง บุ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ พระองค์ ทรง กรุ แท่น บูชา ด้วย ไม้ สน สี ดาร์ด้วย {6:21} และ ซา โลม อน ทรง บุ ข้าง ใน พระ นิเวศ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ และ พระองค์ ทรง ลาก โซ่ ทองคำ ข้าม ข้าง หน้า ห้อง หลัง และ บุ ด้วย ทองคำ {6:22} และ พระองค์ ทรง บุ พระ นิเวศ ทั้ง หลัง ด้วย ทองคำ จน พระ นิเวศ นั้น สำเร็จ ทั้งสิ้น แท่น บูชา ทั้ง แท่น ที่ เป็น ของ ห้อง หลัง พระองค์ ก็ ทรง บุ ด้วย ทองคำ {6:23} ใน ห้อง หลัง พระองค์ ทรง สร้าง เค รู บ สอง รูป ด้วย ไม้ มะกอก เทศ สูง รูป ละ สิบ ศอก {6:24} ปีก ข้าง หนึ่ง ของ เค รู บ ยาว ห้า ศอก ปีก อีก ข้าง หนึ่ง ของ เค รู บ ยาว ห้า ศอก จาก ปลาย ปีก ข้าง หนึ่ง ไป ถึง ปลาย ปีก อีก ข้าง หนึ่ง ยาว สิบ ศอก {6:25} เค รู บ อีก รูป หนึ่ง ก็ วัด ได้ สิบ ศอก ด้วย เค รู บ ทั้ง สอง มี ขนาด เท่า กัน และ รูป อย่าง เดียวกัน {6:26} ความ สูง ของ เค รู บ รูป หนึ่ง เป็น สิบ ศอก และ เค รู บ อีก รูป หนึ่ง ก็ เหมือน กัน {6:27} พระองค์ ทรง วาง เค รู บ ไว้ ใน ส่วน ชั้น ใน ที่สุด ของ พระ นิเวศ ปีก ของ เค รู บ นั้น กาง ออก เพื่อ ให้ ปีก หนึ่ง จด ผนัง ข้าง หนึ่ง และ ปีก ของ เค รู บ อีก รูป หนึ่ง จด ผนัง อีก ข้าง หนึ่ง ส่วน ปีก ข้าง อื่น ก็ มา จด กัน ตรง กลาง พระ นิเวศ {6:28} และ พระองค์ ทรง บุ เค รู บ ด้วย ทองคำ {6:29} พระองค์ ทรง สลัก ผนัง ของ พระ นิเวศ นั้น โดย รอบ ด้วย รูป แกะ สลัก เป็น รูป เค รู บ และ ต้น อินทผลัม และ ดอกไม้ บาน ทั้ง ข้าง ใน และ ข้าง นอก {6:30} พื้น ของ พระ นิเวศ นั้น พระองค์ ทรง บุ ด้วย ทองคำ ทั้ง ข้าง ใน และ ข้าง นอก {6:31} สำหรับ ทาง เข้า สู่ ห้อง หลัง พระองค์ ทรง สร้าง ประตู ด้วย ไม้ มะกอก เทศ กรอบ ประตู ชิ้น บน และ วงกบ ประตู รวม เข้า เป็น หนึ่ง ใน ห้า ของ ขนาด ของ ผนัง {6:32} พระองค์ ทรง สร้าง บาน ประตู ทั้ง สอง ด้วย ไม้ มะกอก เทศ แกะ รูป เค รู บ ต้น อินทผลัม และ ดอกไม้ บาน ทรง บุ ด้วย ทองคำ พระองค์ ทรง แผ่ ทองคำ หุ้ม เค รู บ และ ห้อม ต้น อินทผลัม {6:33} พระองค์ ทรง สร้าง วงกบ ประตู ทาง เข้า ห้องโถง ด้วย ไม้ มะกอก เทศ เป็น หนึ่ง ใน สี่ ของ ขนาด ของ ผนัง {6:34} และ ประตู สอง บาน ด้วย ไม้ สน สาม ใบ บาน สอง บาน ของ บาน ประตู หนึ่ง หมุน ได้ และ บาน อีก สอง บาน ของ บาน ประตู หนึ่ง ก็ หมุน ได้ {6:35} พระองค์ ทรง แกะ เค รู บ ต้น อินทผลัม และ ดอกไม้ บาน บนบาน ประตู นั้น และ พระองค์ ทรง บุ ด้วย ทองคำ สม่ำเสมอ กัน บน งาน แกะ สลัก นั้น {6:36} พระองค์ ทรง สร้าง ลาน ภายใน ด้วย กำแพง หิน สกัด สาม ชั้น และ ด้วย ไม้ สน สี ดาร์ชั้นหนึ่ง {6:37} ใน ปี ที่ สี่ ก็ ได้ วาง ราก พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ ใน เดือน ศิฟ {6:38} และ ใน ปี ที่ สิบ เอ็ด ใน เดือน บูล ซึ่ง เป็น เดือน ที่ แปด พระ นิเวศ นั้น ก็ สำเร็จ หมด ทุกๆ ส่วน และ สำเร็จ ตาม รายการ ทั้งสิ้น พระองค์ ทรง สร้าง พระ นิเวศ นั้น เจ็ด ปี {i7:1} การ พรรณนา ถึง พระ วิหาร และ เครื่อง ตกแต่ง ต่างๆ {7:1} ซา โลม อน ทรง สร้าง พระ ราช วัง ของ พระองค์ สิบ สาม ปี และ พระองค์ ทรง ให้ พระ ราช วัง ของ พระองค์ สำเร็จ ทั้งสิ้น {7:2} พระองค์ ทรง สร้าง พระ ตำหนัก พนา เลบานอน ยาว หนึ่ง ร้อย ศอก กว้าง ห้า สิบ ศอก และ สูง สาม สิบ ศอก อยู่ บน เสา ไม้ สน สี ดาร์สี่แถว มี คาน ไม้ สน สี ดาร์ อยู่ บน เสา {7:3} ชั้น บน มุง ด้วย ไม้ สน สี ดาร์บนห้อง ซึ่ง อยู่ บน เสา สี่ สิบ ห้า ห้อง แถว ละ สิบ ห้า ห้อง {7:4} มี กรอบ หน้าต่าง สาม แถบ หน้าต่าง อยู่ ตรง ข้าม หน้าต่าง ทั้ง สาม แถว {7:5} ประตู และ หน้าต่าง ทั้งหมด มี กรอบ สี่เหลี่ยม และ หน้าต่าง ก็ อยู่ ตรง ข้าม หน้าต่าง ทั้ง สาม แถว {7:6} และ พระองค์ ทรง สร้าง ท้อง พระ โรง เสา ยาว ห้า สิบ ศอก และ กว้าง สาม สิบ ศอก มี มุข ด้าน หน้า และ มี เสา กับ หลังคา ข้าง หน้า {7:7} และ พระองค์ ทรง สร้าง ท้อง พระ โรง พระ ที่นั่ง เป็น ที่ ซึ่ง พระองค์ ทรง ให้ คำ พิพากษา คือ ท้อง พระ โรง พินิศจัย ก็ ทำ ทั้ง ห้อง สำเร็จ ด้วย ไม้ สน สี ดาร์ด้วย {7:8} พระ ราช วัง ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ จะ ทรง ประทับ อยู่ นั้น มี ลาน อีก แห่ง หนึ่ง ซึ่ง อยู่ ภายใน ท้อง พระ โรง ก็ กระทำ ด้วย ฝีมือ ช่าง อย่าง เดียวกัน ซา โลม อน ได้ ทรง สร้าง วัง เหมือน ท้อง พระ โรง นี้ สำหรับ ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ ซึ่ง พระองค์ ทรง ได้ มา เป็น มเหสี {7:9} ทั้งสิ้น เหล่า นี้ สร้าง ด้วย หิน อัน มี ค่า สกัด ออก มา ตาม ขนาด ใช้ เลื่อย เลื่อย ทั้ง ด้าน หลัง และ ด้าน หน้า ตั้งแต่ ฐาน ถึง ยอด ผนัง และ มี ตั้งแต่ ข้าง นอก ถึง ลาน ใหญ่ {7:10} ฐาน นั้น ทำ ด้วย หิน มี ค่า หิน ก้อน มหึมา หิน ขนาด แปด และ สิบ ศอก {7:11} ข้าง บน ก็ เป็น หิน มี ค่า สกัด ออก มา ตาม ขนาด และ ไม้ สน สี ดาร์ {7:12} กำแพง ลาน ใหญ่ มี หิน สกัด สาม ชั้น โดย รอบ และ ไม้ สน สี ดาร์ชั้นหนึ่ง ลาน ชั้น ใน ของ พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ มี เหมือน กัน ทั้ง มุข พระ นิเวศ ด้วย {7:13} กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง ใช้ คน ให้ นำ ฮี ราม มา จาก เมือง ไท ระ {7:14} ท่าน เป็น บุตร ชาย ของ หญิง ม่าย ตระกูล นัฟทาลี และ บิดา ของ ท่าน เป็น ชาย ชาว เมือง ไท ระ เป็น ช่าง ทองสัมฤทธิ์ และ ท่าน ประกอบ ด้วย สติปัญญา ความ เข้าใจ และ ฝีมือ ที่ จะ ทำงาน ทุก อย่าง ด้วย ทองสัมฤทธิ์ ท่าน มา เฝ้า กษัตริย์ ซา โลม อน และ ทำงาน ทั้งสิ้น ของ พระองค์ {7:15} ท่าน ได้ ทำ เสา ทองสัมฤทธิ์ สอง เสา แต่ละ เสา สูง สิบ แปด ศอก วัด ขนาด เส้น รอบ แต่ละ เสา ได้ สิบ สอง ศอก {7:16} ท่าน ทำ บัว คว่ำ หัว เสา สอง อัน ด้วย ทองสัมฤทธิ์ หล่อ เพื่อ จะ วาง ไว้ บน ยอด เสา บัว คว่ำ หัว เสา อัน หนึ่ง สูง ห้า ศอก และ ความ สูง ของ บัว คว่ำ หัว เสา อีก อัน หนึ่ง ก็ ห้า ศอก {7:17} แล้ว มี ตาข่าย เป็น ตา หมากรุก ด้วย มาลัย โซ่ สำหรับ บัว คว่ำ ที่ อยู่ บน หัว เสา เจ็ด อัน สำหรับ บัว คว่ำ อัน หนึ่ง และ เจ็ด อัน สำหรับ บัว คว่ำ อีก อัน หนึ่ง {7:18} ท่าน ทำ เสา นั้น พร้อม ด้วย ลูก ทับทิม มี สอง แถว ล้อม ทับ ตาข่าย ผืน หนึ่ง เพื่อ คลุม บัว คว่ำ ที่ อยู่ ยอด เสา และ ท่าน ก็ ทำ เช่น เดียวกัน สำหรับ บัว คว่ำ อีก อัน หนึ่ง {7:19} ฝ่าย บัว คว่ำ ซึ่ง อยู่ บน ยอด เสา ที่ อยู่ ใน มุข นั้น เป็น ดอกบัว ขนาด สี่ ศอก {7:20} บัว คว่ำ ซึ่ง อยู่ บน เสา สอง ต้น นั้น มี ลูก ทับทิม ด้วย และ อยู่ เหนือ คิ้ว ซึ่ง อยู่ ถัด ตาข่าย มี ลูก ทับทิม สอง ร้อย ลูก อยู่ ล้อม รอบ เป็น สอง แถว บัว คว่ำ อีก อัน หนึ่ง ก็ มี เหมือน กัน {7:21} ท่าน ตั้ง เสา ไว้ ที่ มุข พระ วิหาร ท่าน ตั้ง เสา ข้าง ขวา ไว้ และ เรียก ชื่อ ว่า ยา คีน และ ท่าน ตั้ง เสา ข้าง ซ้าย ไว้ เรียก ชื่อ ว่า โบ อัส {7:22} และ บน ยอด เสา นั้น เป็น ลาย ดอกบัว งาน ของ เสา ก็ สำเร็จ ดังนี้ แหละ {7:23} แล้ว ท่าน ได้ หล่อ ขัน สาคร เป็น ขัน กลม วัด จาก ขอบ หนึ่ง ไป ถึง อีก ขอบ หนึ่ง ได้ สิบ ศอก สูง ห้า ศอก และ วัด โดย รอบ ได้ สาม สิบ ศอก {7:24} ใต้ ขอบ เป็น ลูกดอก ตูม ใน ระยะ หนึ่ง ศอก มี ลูกดอก ตูม สิบ ลูก อยู่ รอบ ขัน สาคร ดอก ตูม อยู่ สอง แถว หล่อ พร้อม กับ เมื่อ หล่อ ขัน สาคร {7:25} ขัน สาคร นั้น วาง อยู่ บน วัว สิบ สอง ตัว หัน หน้า ไป ทิศ เหนือ สาม ตัว หัน หน้า ไป ทิศ ตะวัน ตก สาม ตัว หัน หน้า ไป ทิศ ใต้ สาม ตัว หัน หน้า ไป ทิศ ตะวัน ออก สาม ตัว เขา วาง ขัน สาคร อยู่ บน วัว ส่วน หลัง ทั้งหมด ของ วัว อยู่ ด้าน ใน {7:26} ขัน สาคร หนา หนึ่ง คืบ ที่ ขอบ ของ ขัน ทำ เหมือน ขอบ ถ้วย เหมือน อย่าง ดอกบัว บรรจุ ได้ สอง พัน บัท {7:27} ท่าน ทำ แท่น ทองสัมฤทธิ์ สิบ อัน แท่น อัน หนึ่ง ยาว สี่ ศอก กว้าง สี่ ศอก สูง สาม ศอก {7:28} ท่าน สร้าง แท่น อย่าง นี้ แท่น นี้ มี แผง แผง นี้ ฝัง อยู่ ใน กรอบ {7:29} บน แผง ที่ ฝัง อยู่ ใน กรอบ นั้น มี รูป สิงโต วัว และ เค รู บ ข้าง บน กรอบ มี แท่น ที่ อยู่ เหนือ และ ใต้ สิงโต และ วัว มี ลวดลาย เป็น มาลัย ฝี ค้อน {7:30} แล้ว แท่น หนึ่งๆ มี ล้อ ทองสัมฤทธิ์ สี่ ล้อ และ มี เพลา ทองสัมฤทธิ์ ที่ มุม ทั้ง สี่ มี ที่ หนุน ขัน ที่ หนุน อัน หนึ่ง หล่อ มี มาลัย ห้อย ข้างๆ ทุก ข้าง {7:31} ช่อง เปิด อยู่ ใน บัว คว่ำ ซึ่ง ยื่น ขึ้น ไป หนึ่ง ศอก ช่อง เปิด นั้น กลม อย่าง ที่ เขา ทำ แท่น ลึก หนึ่ง ศอก คืบ ตรง ช่อง เปิด มี ลาย สลัก และ แผง นั้น ก็ สี่เหลี่ยม ไม่ กลม {7:32} ล้อ ทั้ง สี่ อยู่ ใต้ แผง เพลา ล้อ นั้น เป็น ชิ้น เดียว กับ แท่น ล้อ อัน หนึ่ง สูง หนึ่ง ศอก คืบ {7:33} ล้อ นั้น เขา ทำ เหมือน ล้อ รถ รบ ทั้งเพ ลา ขอบ ล้อ ซี่ และ ดุม ก็ หล่อ {7:34} แท่น หนึ่งๆ มี ที่ หนุน อยู่ ที่ มุม ทั้ง สี่ ที่ หนุน นี้ หล่อ เป็น ชิ้น เดียว กับ แท่น {7:35} ที่ บน ยอด แท่น มี แถบ กลม ยอด สูง คืบ หนึ่ง และ บน ยอด แท่น นั้น มี กรอบ และ แผง ติด เป็น อัน เดียว กับ แท่น {7:36} ที่ พื้น กรอบ และ พื้น แผง ท่าน สลัก เป็น รูป เค รู บ สิงโต และ ต้น อินทผลัม ตาม ที่ ว่าง ของ แต่ละ สิ่ง มี ลาย มาลัย รอบ {7:37} ท่าน ได้ ทำ แท่น สิบ แท่น ตาม อย่าง นี้ หล่อ เหมือน กัน หมด ทุก อัน ขนาด เดียวกัน และ รูป เดียวกัน {7:38} ท่าน ทำ ขัน ทองสัมฤทธิ์ สิบ ลูก ขัน ลูก หนึ่ง จุ สี่ สิบ บัท ขนาด ขัน ลูก หนึ่ง สี่ ศอก มี ขัน แท่น ละ ลูก ทั้ง สิบ แท่น {7:39} ท่าน วาง แท่น ขัน นั้น ไว้ ทาง ด้าน ขวา ของ พระ นิเวศ ห้า แท่น และ ทาง ด้าน ซ้าย ของ พระ นิเวศ ห้า แท่น และ ท่าน วาง ขัน สาคร ไว้ ที่ ด้าน ขวา พระ นิเวศ ทาง ทิศ ตะวัน ออก เฉียง ใต้ {7:40} ฮี ราม ได้ ทำ ขัน พลั่ว และ ชาม ด้วย ดังนั้น ฮี ราม ก็ เสร็จ งาน ทั้งสิ้น ซึ่ง เขา ต้อง กระทำ ถวาย กษัตริย์ ซา โลม อน สำหรับ พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ {7:41} เสา สอง ต้น คิ้ว ทั้ง สอง ของ บัว คว่ำ ที่ อยู่ บน ยอด เสา และ ตาข่าย สอง ผืน ซึ่ง คลุม คิ้ว ทั้ง สอง ของ บัว คว่ำ ซึ่ง อยู่ บน ยอด เสา {7:42} และ ลูก ทับทิม สี่ ร้อย สำหรับ ตาข่าย สอง ผืน ตาข่าย ผืน หนึ่ง มี ลูก ทับทิม สอง แถว เพื่อ คลุม คิ้ว ทั้ง สอง ของ บัว คว่ำ ซึ่ง อยู่ บน เสา {7:43} แท่น สิบ แท่น และ ขัน สิบ ลูก ซึ่ง อยู่ บน แท่น {7:44} และ ขัน สาคร ลูก หนึ่ง และ วัว สิบ สอง ตัว ที่ อยู่ ใต้ ขัน สาคร {7:45} หม้อ พลั่ว และ ชาม ภาชนะ ทั้งสิ้น เหล่า นี้ ใน พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง ฮี ราม ได้ ทำ ถวาย กษัตริย์ ซา โลม อน เป็น ของ ที่ ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ ขัด มัน {7:46} กษัตริย์ ทรง หล่อ สิ่ง เหล่า นี้ ใน ที่ราบ ลุ่ม ของ แม่น้ำ จอร์แดน และ ใน ที่ดิน โคลน ระหว่าง เมือง สุ คคทและศาเรธาน {7:47} ซา โลม อน ทรง หา ได้ ชั่ง เครื่อง ใช้ ทั้งหมด นี้ ไม่ เพราะ ว่า มี มาก ด้วย กัน จึง มิ ได้ หา น้ำหนัก ของ ทองสัมฤทธิ์ {7:48} ซา โลม อน ได้ ทรง กระทำ เครื่อง ใช้ ทั้งสิ้น ซึ่ง อยู่ ใน พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ คือ แท่น บูชา ทองคำ และ ทรง ทำ โต๊ะ ขนม ปัง หน้า พระ พักตร์ ด้วย ทองคำ {7:49} เชิง ประทีป ทำ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ อยู่ ทาง ด้าน ขวา ห้า อัน อยู่ ทาง ด้าน ซ้าย ห้า อัน ข้าง หน้า ห้อง หลัง ดอกไม้ ตะเกียง และ ตะไกร ตัด ไส้ ตะเกียง ทำ ด้วย ทองคำ {7:50} อ่าง ตะไกร ตัด ไส้ ตะเกียง ชาม ช้อน และ กระถาง ไฟ ทำ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ และ เดือย สำหรับ ประตู ของ ส่วน ชั้น ใน พระ นิเวศ คือ ที่ บริสุทธิ์ ที่สุด และ สำหรับ ประตู ห้องโถง ของ พระ วิหาร ก็ ทำ ด้วย ทองคำ {7:51} บรรดา กิจการ ซึ่ง กษัตริย์ ซา โลม อ นก ระ ทำ เกี่ยว ด้วย พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ ได้ สำเร็จ ดังนี้ และ ซา โลม อน ทรง นำ บรรดา สิ่ง ซึ่ง ดา วิด ราช บิดา ทรง ถวาย ไว้ เข้า มา คือ เครื่องเงิน เครื่อง ทองคำ และ เครื่อง ใช้ ต่างๆ และ เก็บ ไว้ ใน คลัง พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ {i8:1} หีบ พัน ธ สัญญา และ สง่าราศี ของ พระเจ้า ใน พระ วิหาร (2 พศด 5:2-14) {8:1} แล้ว ซา โลม อน ทรง ประชุม พวก ผู้ใหญ่ ของ อิสราเอล และ บรรดา หัวหน้า ของ ตระกูล คือ ประมุข ของ บรรพบุรุษ คน อิสราเอล ต่อ พระ พักตร์ กษัตริย์ ซา โลม อน ใน กรุง เยรูซาเล็ม เพื่อ จะ นำ หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระ เยโฮวาห์ ขึ้น มา จาก นคร ดา วิด คือ เมือง ศิโยน {8:2} และ ผู้ชาย ทั้งสิ้น ของ อิสราเอล ก็ ประชุม ต่อ พระ พักตร์ กษัตริย์ ซา โลม อน ณ การ เลี้ยง ใน เดือน เอ ธานิม ซึ่ง เป็น เดือน ที่ เจ็ด {8:3} พวก ผู้ใหญ่ ทั้งสิ้น ของ อิสราเอล มา และ พวก ปุโรหิต ก็ ยก หีบ {8:4} และ เขา ทั้งหลาย นำ หีบ ของ พระ เยโฮวาห์ และ พลับพลา แห่ง ชุมนุม และ เครื่อง ใช้ บริสุทธิ์ ทั้งสิ้น ซึ่ง อยู่ ใน พลับพลา ขึ้น มา ของ เหล่า นี้ บรรดา ปุโรหิต และ คน เล วี หาม ขึ้น มา {8:5} และ กษัตริย์ ซา โลม อน และ ชุมนุมชน อิสราเอล ทั้งสิ้น ที่ ได้ ประชุม กัน ต่อ พระองค์ อยู่ กับ พระองค์ ต่อ หน้า หีบ ได้ ถวาย แกะ และ วัว มากมาย ซึ่ง เขา จะ นับ หรือ เอา จำนวน ก็ ไม่ ได้ {8:6} แล้ว ปุโรหิต ก็ นำ หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระ เยโฮวาห์ มา ยัง ที่ ของ หีบ ที่ อยู่ ใน ห้อง หลัง ของ พระ นิเวศ คือ ใน ที่ บริสุทธิ์ ที่สุด ภาย ใต้ ปีก เค รู บ {8:7} เพราะ ว่า เค รู บ นั้น กาง ปีก ออก เหนือ ที่ ของ หีบ เค รู บ จึง เป็น เครื่อง คลุม เหนือ หีบ และ ไม้ คาน ของ หีบ {8:8} พวก เขา ดึง คานหาม ของ หีบ นั้น ออก บ้าง จึง เห็น ปลาย คานหาม ได้ จาก ที่ บริสุทธิ์ ที่สุด ซึ่ง อยู่ ข้าง หน้า ห้อง หลัง แต่ เขา จะ เห็น จาก ข้าง นอก ไม่ ได้ และ คานหาม ก็ ยัง อยู่ ที่ นั่น จน ทุก วัน นี้ {8:9} ไม่ มี สิ่ง ใด ใน หีบ นอกจาก ศิลา สอง แผ่น ซึ่ง โมเสส เก็บ ไว้ ณ โฮ เร บ เมื่อ พระ เยโฮวาห์ ทรง กระทำ พัน ธ สัญญา กับ ชน อิสราเอล เมื่อ เขา ทั้งหลาย ออก มา จาก แผ่นดิน อียิปต์ {8:10} และ อยู่ มา เมื่อ ปุโรหิต ออก มา จาก ที่ บริสุทธิ์ ที่สุด เมฆ มา เต็ม พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ {8:11} ปุโรหิต จึง ยืน ปรนนิบัติ อยู่ ไม่ ได้ เพราะ เมฆ นั้น เพราะ สง่าราศี ของ พระ เยโฮวาห์ เต็ม พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ {i8:12} ซา โลม อน ให้ พร แก่ ชุมนุมชน (2 พศด 6:1-11) {8:12} แล้ว ซาโล มอน ตรัส ว่า “ พระ เยโฮวาห์ ได้ ตรัส ว่า พระองค์ จะ ประทับ ใน ความ มืด ทึบ {8:13} ข้า พระองค์ ได้ สร้าง พระ นิเวศ อัน เป็น ที่ ประทับ สำหรับ พระองค์ เป็น สถานที่ ถาวร เพื่อ พระองค์ จะ ทรง สถิต อยู่ เป็น นิตย์” {8:14} แล้ว กษัตริย์ ก็ หัน มา และ ทรง ให้ พร แก่ ชุมนุมชน อิสราเอล ทั้งปวง (ขณะ ที่ ชุมนุมชน อิสราเอล ทั้งปวง ยืน อยู่) {8:15} พระองค์ ตรัส ว่า “ สาธุการ แด่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ผู้ ทรง กระทำ ให้ สำเร็จ ด้วย พระ หัตถ์ ของ พระองค์ ตาม ที่ พระองค์ ตรัส ไว้ ด้วย พระ โอษฐ์ ต่อ ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า ว่า {8:16} ‘ ตั้งแต่ วัน ที่ เรา ได้ นำ อิสราเอล ชน ชาติ ของ เรา ออก จาก อียิปต์ เรา มิ ได้ เลือก เมือง หนึ่ง เมือง ใด ใน ตระกูล อิสราเอล ทั้งสิ้น เพื่อ จะ สร้าง พระ นิเวศ เพื่อ นาม ของ เรา จะ อยู่ ที่ นั่น แต่ เรา ได้ เลือก ดา วิด ให้ อยู่ เหนือ อิสราเอล ชน ชาติ ของ เรา’ {8:17} ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า ทรง ตั้ง พระทัย แล้ว ที่ จะ สร้าง พระ นิเวศ สำหรับ พระ นาม แห่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล {8:18} แต่ พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า ว่า ‘ ที่ เจ้า ตั้งใจ สร้าง พระ นิเวศ สำหรับ นาม ของ เรา นั้น เจ้า ก็ ทำ ดี อยู่ แล้ว ใน เรื่อง ความ ตั้งใจ ของ เจ้า {8:19} อย่างไร ก็ ตาม เจ้า จะ ไม่ สร้าง พระ นิเวศ แต่ บุตร ชาย ของ เจ้า ผู้ ซึ่ง จะ ออก มา จาก บั้นเอว ของ เจ้า จะ สร้าง พระ นิเวศ เพื่อ นาม ของ เรา’ {8:20} บัดนี้ พระ เยโฮวาห์ ทรง ให้ พระ ดำรัส ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ตรัส นั้น สำเร็จ เพราะ ข้าพเจ้า ได้ ขึ้น มา แทน ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า และ นั่ง อยู่ บน บัลลังก์ ของ อิสราเอล ดัง ที่ พระ เยโฮวาห์ ได้ ทรง สัญญา ไว้ และ ข้าพเจ้า ได้ สร้าง พระ นิเวศ สำหรับ พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล {8:21} ข้าพเจ้า ได้ กำหนด ที่ ไว้ สำหรับ หีบ ที่ นั่น แล้ว ซึ่ง พัน ธ สัญญา ของ พระ เยโฮวาห์ อยู่ ใน นั้น ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง กระทำ ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เรา เมื่อ พระองค์ ทรง นำ เขา ทั้งหลาย ออก มา จาก แผ่นดิน อียิปต์” {i8:22} คำ อธิษฐาน เพื่อ ถวาย พระ วิหาร (2 พศด 6:12-42) {8:22} แล้ว ซา โลม อน ประทับ ยืน หน้า แท่น บูชา ของ พระ เยโฮวาห์ ต่อ หน้า ชุมนุมชน อิสราเอล ทั้งปวง และ กาง พระ หัตถ์ ของ พระองค์ ออก สู่ ฟ้า สวรรค์ {8:23} และ ทูล ว่า “ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ไม่ มี พระเจ้า องค์ ใด เหมือน พระองค์ ใน ฟ้า สวรรค์ เบื้องบน หรือ ที่ แผ่นดิน เบื้อง ล่าง ผู้ ทรง รักษา พัน ธสัญญา และ ทรง สำแดง ความ เมตตา แก่ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ซึ่ง ดำเนิน อยู่ ต่อ พระ พักตร์ พระองค์ ด้วย สิ้นสุด ใจ ของ เขา {8:24} พระองค์ ได้ ทรง กระทำ กับ ดา วิด บิดา ของ ข้า พระองค์ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ตาม บรรดา สิ่ง ซึ่ง พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ แก่ ท่าน พระองค์ ตรัส ด้วย พระ โอษฐ์ ของ พระองค์ และ พระองค์ ได้ ทรง กระทำ ให้ สำเร็จ ใน วัน นี้ ด้วย พระ หัตถ์ ของ พระองค์ {8:25} ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ ขอ ทรง รักษา สิ่ง ที่ พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ กับ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ราช บิดา ของ ข้า พระองค์ ว่า ‘ เจ้า จะ ไม่ ขาด ชาย ผู้ หนึ่ง ใน สายตา ของ เรา ที่ จะ นั่ง บน บัลลังก์ แห่ง อิสราเอล เพื่อ ว่า ลูกหลาน ทั้งหลาย ของ เจ้า จะ ระมัดระวัง ใน วิถีทาง ของ เขา ที่ เขา จะ ดำเนิน ไป ต่อ หน้า เรา อย่าง ที่ เจ้า ได้ ดำเนิน ต่อ หน้า เรา นั้น’ {8:26} เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ โอ ข้า แต่ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ขอ พระ วจนะ ของ พระองค์ จง ดำรง อยู่ ซึ่ง พระองค์ ได้ ตรัส กับ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ คือ ดา วิด บิดา ของ ข้า พระองค์ {8:27} แต่ พระเจ้า จะ ทรง ประทับ ที่ แผ่นดิน โลก หรือ ดู เถิด ฟ้า สวรรค์ และ ฟ้า สวรรค์ อัน สูง ที่สุด ยัง รับ พระองค์ อยู่ ไม่ ได้ พระ นิเวศ ซึ่ง ข้า พระองค์ ได้ สร้าง ขึ้น จะ รับ พระองค์ ไม่ ได้ ยิ่ง กว่า นั้น สัก เท่าใด {8:28} แต่ ขอ พระองค์ สน พระทัย ใน คำ อธิษฐาน ของ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ ใน คำ วิงวอน นี้ โอ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ ขอ ทรง สดับ เสียง ร้อง และ คำ อธิษฐาน ซึ่ง ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ อธิษฐาน ต่อ พระ พักตร์ พระองค์ ใน วัน นี้ {8:29} เพื่อ ว่า พระ เนตร ของ พระองค์ จะ ทรง ลืม อยู่ เหนือ พระ นิเวศ นี้ ทั้ง กลางคืน และ กลางวัน คือ สถานที่ ซึ่ง พระองค์ ได้ ตรัส ว่า ‘ นาม ของ เรา จะ อยู่ ที่ นั่น’ เพื่อ ว่า พระองค์ จะ ทรง สดับ คำ อธิษฐาน ซึ่ง ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ จะ ได้ อธิษฐาน ตรง ต่อ สถานที่ นี้ {8:30} และ ขอ พระองค์ ทรง สดับ คำ วิงวอน ของ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ ของ อิสราเอล ชน ชาติ ของ พระองค์ เมื่อ เขา อธิษฐาน ตรง ต่อ สถานที่ นี้ ขอ พระองค์ ทรง สดับ อยู่ ใน ฟ้า สวรรค์ อัน เป็น ที่ ประทับ ของ พระองค์ และ เมื่อ พระองค์ ทรง สดับ แล้ว ก็ ขอ พระองค์ ทรง ประทาน อภัย {8:31} เมื่อ ชาย คน ใด กระทำ การ ละเมิด ต่อ เพื่อนบ้าน ของ เขา และ ถูก บังคับ ให้ ทำ สัตย์ ปฏิญาณ และ เขา มา ให้ คำ ปฏิญาณ ต่อ หน้า แท่น บูชา ของ พระองค์ ใน พระ นิเวศ นี้ {8:32} ขอ พระองค์ ทรง สดับ ใน ฟ้า สวรรค์ และ ขอ ทรง กระทำ และ ทรง พิพากษา ผู้ รับใช้ ทั้งหลาย ของ พระองค์ กล่าวโทษ ผู้ กระทำ ความ ผิด และ ทรง นำ ความ ประพฤติ ของ เขา ให้ กลับ ตก บน ศีรษะ ของ ตัว เขา เอง และ ขอ ทรง ประกาศ ความ บริสุทธิ์ ของ ผู้ ชอบธรรม สนอง แก่ เขา ตาม ความ ชอบธรรม ของ เขา {8:33} เมื่อ อิสราเอล ชน ชาติ ของ พระองค์ พ่าย แพ้ ต่อ หน้า ศัตรู เพราะ เขา ได้ กระทำ บาป ต่อ พระองค์ ถ้า เขา หัน กลับ มา หา พระองค์ อีก และ ยอมรับ พระ นาม ของ พระองค์ และ อธิษฐาน และ กระทำ การ วิงวอน ต่อ พระองค์ ใน พระ นิเวศ นี้ {8:34} ก็ ขอ พระองค์ ทรง สดับ ใน ฟ้า สวรรค์ และ ประทาน อภัย แก่ บาป ของ อิสราเอล ชน ชาติ ของ พระองค์ และ ขอ ทรง นำ เขา กลับ มา ยัง แผ่นดิน ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง พระ ราช ทาน แก่ บรรพบุรุษ ของ เขา ทั้งหลาย {8:35} เมื่อ ฟ้า สวรรค์ ปิด อยู่ และ ไม่ มี ฝน เพราะ เขา ทั้งหลาย ได้ กระทำ บาป ต่อ พระองค์ ถ้า เขา ทั้งหลาย ได้ อธิษฐาน ต่อ สถานที่ นี้ และ ยอมรับ พระ นาม ของ พระองค์ และ หัน กลับ เสีย จาก บาป ของ เขา ทั้งหลาย เมื่อ พระองค์ ทรง ให้ เขา ทั้งหลาย รับ ความ ทุกข์ ใจ {8:36} ก็ ขอ พระองค์ ทรง สดับ ใน ฟ้า สวรรค์ และ ขอ ทรง ประทาน อภัย บาป ของ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ ของ อิสราเอล ประชาชน ของ พระองค์ เมื่อ พระองค์ ทรง สอน ทาง ดี แก่ เขา ซึ่ง เขา ควร จะ ดำเนิน และ ขอ ทรง ประทาน ฝน บน แผ่นดิน ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง พระ ราช ทาน แก่ ชน ชาติ ของ พระองค์ เป็น มรดก นั้น {8:37} ถ้า มี การ กันดาร อาหาร ใน แผ่นดิน ถ้า มี โรค ระบาด ข้าว ม้าน รา กิน ข้าว หรือ ตั๊กแตน วัย บิน หรือ ตั๊กแตน วัย คลาน หรือ ถ้า ศัตรู ของ เขา ทั้งหลาย ล้อม เมือง ของ เขา ไว้ รอบ ด้าน จะ เป็น ภัย พิบัติ อย่าง ใด หรือ ความ เจ็บ ไข้ อย่าง ใด มี ขึ้น ก็ ดี {8:38} ไม่ ว่า คำ อธิษฐาน อย่าง ใด หรือ คำ วิงวอน ประการ ใด ซึ่ง ประชาชน คน ใด หรือ อิสราเอล ประชาชน ของ พระองค์ ทั้งสิ้น ทูล ต่าง ก็ สำนึก ถึง เรื่อง ภัย พิบัติ แห่ง จิตใจ ของ เขา เอง และ ได้ กาง มือ ของ เขา สู่ พระ นิเวศ นี้ {8:39} ขอ พระองค์ ทรง สดับ ใน ฟ้า สวรรค์ อัน เป็น ที่ ประทับ ของ พระองค์ และ พระ ราช ทาน อภัย และ ทรง กระทำ และ ทรง ประทาน แก่ ทุก คน ซึ่ง พระองค์ ทรง ทราบ จิตใจ ตาม การ ประพฤติ ทั้งสิ้น ของ เขา (เพราะ พระองค์ คือ พระองค์ เท่านั้น ที่ ทรง ทราบ จิตใจ แห่ง บุตร ทั้งหลาย ของ มนุษย์) {8:40} เพื่อ ว่า เขา ทั้งหลาย จะ ได้ ยำเกรง พระองค์ ตลอด วัน เวลา ที่ เขา ทั้งหลาย อาศัย ใน แผ่นดิน ซึ่ง พระองค์ ทรง ประทาน แก่ บรรพบุรุษ ของ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย {8:41} ยิ่ง กว่า นั้น อีก เกี่ยว กับ ชน ต่าง ด้าว ผู้ ซึ่ง ไม่ ใช่ อิสราเอล ประชาชน ของ พระองค์ เมื่อ เขา มา จาก ประเทศ เมือง ไกล เพราะ เห็นแก่ พระ นาม ของ พระองค์ {8:42} (เพราะ เขา ทั้งหลาย จะ ได้ยิน ถึง พระ นาม ใหญ่ ยิ่ง ของ พระองค์ และ ถึง พระ หัตถ์ อัน มหิทธิ ฤทธิ์ ของ พระองค์ และ ถึง พระ กร ที่ เหยียด ออก ของ พระองค์) เมื่อ เขา มา อธิษฐาน ตรง ต่อ พระ นิเวศ นี้ {8:43} ก็ ขอ พระองค์ ทรง สดับ ใน ฟ้า สวรรค์ อัน เป็น ที่ ประทับ ของ พระองค์ และ ขอ ทรง กระทำ ตาม ทุก สิ่ง ซึ่ง ชน ต่าง ด้าว ได้ ทูล ขอ ต่อ พระองค์ เพื่อ ว่า ชน ชาติ ทั้งหลาย แห่ง แผ่นดิน โลก จะ รู้จัก พระ นาม ของ พระองค์ และ เกรงกลัว พระองค์ ดัง อิสราเอล ประชาชน ของ พระองค์ ยำเกรง พระองค์ อยู่ นั้น และ เพื่อ เขา ทั้งหลาย จะ ทราบ ว่า พระ นิเวศ นี้ ซึ่ง ข้า พระองค์ ได้ สร้าง ไว้ เขา เรียก กัน ด้วย พระ นาม ของ พระองค์ {8:44} ถ้า ประชาชน ของ พระองค์ ออก ไป ทำ สงคราม ต่อสู้ ศัตรู ของ เขา ทั้งหลาย จะ เป็น โดย ทาง ใดๆ ที่ พระองค์ ทรง ใช้ เขา ออก ไป ก็ ตาม และ เขา ทั้งหลาย ได้ อธิษฐาน ต่อ พระ เยโฮวาห์ ตรง ต่อ เมือง ซึ่ง พระองค์ ทรง เลือกสรร ไว้ และ ตรง ต่อ พระ นิเวศ ซึ่ง ข้า พระองค์ ได้ สร้าง สำหรับ พระ นาม ของ พระองค์ {8:45} ขอ พระองค์ ทรง สดับ คำ อธิษฐาน ของ เขา และ คำ วิงวอน ของ เขา ใน ฟ้า สวรรค์ และ ขอ ทรง ให้ สิทธิ อัน ชอบธรรม ของ เขา คง อยู่ {8:46} ถ้า เขา ทั้งหลาย กระทำ บาป ต่อ พระองค์ (เพราะ ไม่ มี มนุษย์ สัก คน หนึ่ง ซึ่ง มิ ได้ กระทำ บาป) และ พระองค์ ทรง กริ้ว ต่อ เขา และ ทรง มอบ เขา ไว้ กับ ศัตรู เขา จึง ถูก จับ ไป เป็น เชลย ยัง แผ่นดิน ของ ศัตรู นั้น ไม่ ว่า ไกล หรือ ใกล้ {8:47} แต่ ถ้า เขา สำนึก ผิด ใน ใจ ใน แผ่นดิน ซึ่ง เขา ได้ ถูก จับ ไป เป็น เชลย และ ได้ กลับ ใจ และ ได้ ทำ การ วิงวอน ต่อ พระองค์ ใน แผ่นดิน ของ ผู้ จับ เขา ไป เป็น เชลย ทูล ว่า ‘ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ได้ กระทำ บาป และ ได้ ประพฤติ ชั่ว ร้าย และ ได้ กระทำ ความ ชั่ว’ {8:48} ถ้า เขา ทั้งหลาย กลับ มา หา พระองค์ ด้วย สุด จิต สุด ใจ ของ เขา ใน แผ่นดิน แห่ง ศัตรู ทั้งหลาย ของ เขา ผู้ ซึ่ง จับ เขา ไป เป็น เชลย และ อธิษฐาน ต่อ พระองค์ ตรง ต่อ แผ่นดิน ของ เขา ซึ่ง พระองค์ ทรง ประทาน แก่ บรรพบุรุษ ของ เขา ทั้งหลาย คือ เมือง ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง เลือกสรร ไว้ และ พระ นิเวศ ซึ่ง ข้า พระองค์ ได้ สร้าง ไว้ เพื่อ พระ นาม ของ พระองค์ {8:49} ขอ พระองค์ ทรง สดับ คำ อธิษฐาน และ คำ วิงวอน ของ เขา ใน ฟ้า สวรรค์ อัน เป็น ที่ ประทับ ของ พระองค์ และ ขอ ทรง ให้ สิทธิ อัน ชอบธรรม ของ เขา คง อยู่ {8:50} และ ขอ ทรง ประทาน อภัย แก่ ประชาชน ของ พระองค์ ผู้ ได้ กระทำ บาป ต่อ พระองค์ และ ทรง ประทาน อภัย ต่อ การ ละเมิด ทั้งหลาย ของ เขา ซึ่ง เขา ได้ กระทำ ต่อ พระองค์ และ ให้ เขา เป็น ที่ เมตตา ของ คน เหล่า นั้น ที่ จับ เขา ทั้งหลาย ไป เป็น เชลย เพื่อ เขา ทั้งหลาย จะ ได้ รับ ความ เมตตา จาก เขา {8:51} เพราะ ว่า เขา ทั้งหลาย เป็น ประชาชน ของ พระองค์ และ เป็น มรดก ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ทรง นำ ออก มา จาก อียิปต์ จาก ท่ามกลาง เตา เหล็ก {8:52} ขอ พระ เนตร ของ พระองค์ จง ลืม อยู่ ต่อ คำ วิงวอน ของ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ ต่อ คำ วิงวอน ของ อิสราเอล ประชาชน ของ พระองค์ ขอ ทรง สดับ บรรดา เรื่อง ที่ เขา ทั้งหลาย ร้อง ต่อ พระองค์ {8:53} เพราะ พระองค์ ทรง แยก เขา จาก ท่ามกลาง ชน ชาติ ทั้งหลาย ของ แผ่นดิน โลก ให้ เป็น มรดก ของ พระองค์ ตาม ซึ่ง พระองค์ ตรัส ทาง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ โอ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ใน เมื่อ พระองค์ ทรง นำ บรรพบุรุษ ของ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ออก จาก อียิปต์” {i8:54} ซา โลม อน ตักเตือน และ ให้ พร แก่ ประชาชน {8:54} ครั้น ซา โลม อน ทรง จบ คำ อธิษฐาน และ คำ วิงวอน ทั้งสิ้น นี้ ต่อ พระ เยโฮวาห์ แล้ว ก็ ทรง ลุก ขึ้น จาก หน้า แท่น บูชา ของ พระ เยโฮวาห์ ที่ ซึ่ง ทรง คุกเข่า พร้อม กับ กาง พระ หัตถ์ สู่ ฟ้า สวรรค์ {8:55} และ พระองค์ ทรง ประทับ ยืน และ ทรง ให้ พร แก่ ชุมนุมชน อิสราเอล ทั้งสิ้น ด้วย เสียง ดัง ว่า {8:56} “ สาธุการ แด่ พระ เยโฮวาห์ ผู้ ทรง พระ ราช ทาน การ หยุด พัก แก่ อิสราเอล ประชาชน ของ พระองค์ ตาม ซึ่ง พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ ทุก ประการ พระ สัญญา อัน ดี ทั้งสิ้น ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ทรง สัญญา ทาง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ นั้น ไม่ ล้มเหลว สัก คำ เดียว {8:57} ขอ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เรา ทั้งหลาย สถิต กับ เรา ดัง ที่ พระองค์ ได้ สถิต กับ บรรพบุรุษ ของ เรา ขอ พระองค์ อย่า ทรง ละ เรา หรือ ทอดทิ้ง เรา เสีย {8:58} เพื่อ พระองค์ ทรง โน้ม จิตใจ ของ เรา ให้ มา หา พระองค์ ที่ จะ ดำเนิน ใน ทาง ทั้งสิ้น ของ พระองค์ และ รักษา บรรดา พระ บัญญัติ ของ พระองค์ กฎเกณฑ์ ของ พระองค์ และ คำ ตัดสิน ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ทรง บัญญัติ ไว้ แก่ บรรพบุรุษ ของ เรา {8:59} ขอ ให้ ถ้อยคำ เหล่า นี้ ของ ข้าพเจ้า ซึ่ง ข้าพเจ้า ได้ วิงวอน ขอ ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ ให้ อยู่ ใกล้ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ พวก เรา ทั้ง วัน และ คืน และ ขอ ให้ สิทธิ อัน ชอบธรรม ของ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ คง อยู่ และ ให้ สิทธิ อัน ชอบธรรม ของ อิสราเอล ประชาชน ของ พระองค์ คง อยู่ ตาม ต้องการ แต่ละ วัน {8:60} เพื่อ บรรดา ชน ชาติ ทั้งหลาย แห่ง แผ่นดิน โลก จะ ทราบ ว่า พระ เยโฮวาห์ นั้น เป็น พระเจ้า ไม่ มี องค์ อื่น เลย {8:61} เพราะ ฉะนั้น ขอ ให้ จิตใจ ของ ท่าน ทั้งหลาย บริสุทธิ์ ต่อ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เรา คือ ที่ จะ ดำเนิน อยู่ ใน กฎเกณฑ์ ของ พระองค์ และ รักษา พระ บัญญัติ ของ พระองค์ ดัง ใน เวลา นี้” {i8:62} การ ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา และ การ ฉลอง เทศกาล (2 พศด 7:4-10) {8:62} แล้ว กษัตริย์ และ ชน อิสราเอล ทั้งปวง ที่ อยู่ กับ พระองค์ ได้ ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ {8:63} และ ซา โลม อน ได้ ถวาย เครื่อง สันติ บูชา ซึ่ง พระองค์ ทรง ถวาย แด่ พระ เยโฮวาห์ คือ วัว สอง หมื่น สอง พัน ตัว และ แกะ หนึ่ง แสน สอง หมื่น ตัว กษัตริย์ และ คน อิสราเอล ทั้งปวง จึง อุทิศ ถวาย พระ นิเวศ แห่ง พระ เยโฮวาห์ {8:64} ใน วัน เดียวกัน นั้น กษัตริย์ ทรง ทำ พิธี ชำระ ส่วนกลาง ของ ลาน ซึ่ง อยู่ หน้า พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ เพราะ ว่าที่ นั่น พระองค์ ได้ ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ ธัญ ญบูชา และ ส่วน ไขมัน ของ สันติ บูชา เพราะ ว่า แท่น ทองสัมฤทธิ์ ซึ่ง อยู่ ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ นั้น เล็ก เกิน ไป ไม่ พอ รับ เครื่อง เผา บูชา และ ธัญ ญบูชา และ ส่วน ไขมัน ของ สันติ บูชา {8:65} ซา โลม อน จึง ทรง ฉลอง เทศกาล ใน เวลา นั้น พร้อม กับ อิสราเอล ทั้งปวง เป็น ชุมนุม มโหฬาร มี คน มา ตั้งแต่ ทาง เข้า เมือง ฮา มัท จน ถึง แม่น้ำ แห่ง อียิปต์ ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เรา เป็น เจ็ด วัน และ เจ็ด วัน คือ สิบ สี่ วัน {8:66} ใน วัน ที่ แปด พระองค์ ทรง ให้ ประชาชน กลับ เขา ทั้งหลาย ก็ ถวาย พระ พร แด่ กษัตริย์ และ กลับ ไป สู่ เต็นท์ ของ ตน ด้วย จิตใจ ชื่นบาน และ ยินดี เนื่อง ด้วย ความ ดี ทั้งสิ้น ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ ทรง กระทำ แก่ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ แก่ อิสราเอล ประชาชน ของ พระองค์ {i9:1} พัน ธ สัญญา ของ พระเจ้า กับ ซา โลม อน (2 พศด 7:12-22) {9:1} อยู่ มา เมื่อ ซา โลม อน ได้ สร้าง พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ และ พระ ราช วัง ของ กษัตริย์ และ บรรดา สิ่ง ที่ ซา โลม อน มี พระ ประสงค์ จะ สร้าง นั้น สำเร็จ แล้ว {9:2} พระ เยโฮวาห์ ทรง ปรากฏ แก่ ซา โลม อน เป็น ครั้ง ที่ สอง ดัง ที่ พระองค์ ทรง ปรากฏ แก่ ท่าน ที่ กิเบโอน {9:3} และ พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ ท่าน ว่า “ เรา ได้ยิน คำ อธิษฐาน ของ เจ้า และ คำ วิงวอน ของ เจ้า ซึ่ง เจ้า ได้ กระทำ ต่อ เรา นั้น แล้ว เรา ได้ รับ พระ นิเวศ ซึ่ง เจ้า ได้ สร้าง นี้ ไว้ เป็น สถาน บริสุทธิ์ และ ได้ ประดิษฐาน นาม ของ เรา ไว้ ที่ นั่น เป็น นิตย์ ตา ของ เรา และ ใจ ของ เรา จะ อยู่ ที่ นั่น ตลอด ไป {9:4} และ ถ้า เจ้า ดำเนิน ต่อ หน้า เรา ดัง ดา วิด บิดา ของ เจ้า ได้ ดำเนิน ด้วย ใจ ซื่อสัตย์ และ ด้วย ความ เที่ยงธรรม กระทำ ทุก อย่าง ตาม ที่ เรา ได้ บัญชา เจ้า ไว้ และ รักษา กฎเกณฑ์ ของ เรา และ คำ ตัดสิน ของ เรา {9:5} แล้ว เรา จะ สถาปนา ราชบัลลังก์ ของ เจ้า เหนือ อิสราเอล เป็น นิตย์ ดัง ที่ เรา ได้ สัญญา กับ ดา วิด บิดา ของ เจ้า ว่า ‘ เจ้า จะ ไม่ ขาด ชาย ผู้ หนึ่ง บน บัลลังก์ แห่ง อิสราเอล’ {9:6} แต่ ถ้า เจ้า หัน ไป จาก การ ติดตาม เรา ตัว เจ้า เอง หรือ ลูกหลาน ของ เจ้า ก็ ดี และ มิ ได้ รักษา บัญญัติ ของ เรา และ กฎเกณฑ์ ของ เรา ซึ่ง เรา ได้ ตั้ง ไว้ ต่อ หน้า เจ้า แต่ ไป ปรนนิบัติ พระ อื่น และ นมัสการ พระ นั้น {9:7} แล้ว เรา จะ ตัด อิสราเอล ออก เสีย จาก แผ่นดิน ซึ่ง เรา ได้ ให้ แก่ เขา ทั้งหลาย และ พระ นิเวศ นี้ ซึ่ง เรา ได้ กระทำ ให้ เป็น สถาน บริสุทธิ์ เพื่อ นาม ของ เรา เรา จะ เหวี่ยง ออก เสีย จาก สายตา ของ เรา และ อิสราเอล จะ เป็น คำ ภาษิต และ คำ ครหา ท่ามกลาง ชน ชาติ ทั้งปวง {9:8} และ พระ นิเวศ นี้ ซึ่ง จะ เห็น ได้ ทนโท่ ทุก คน ที่ ผ่าน ไป จะ ฉงน สนเท่ห์ และ เขา จะ เย้ยหยัน และ กล่าว ว่า ‘ เหตุ ไฉน พระ เยโฮวาห์ จึง ได้ กระทำ ดั่ง นี้ แก่ แผ่นดิน นี้ และ แก่ พระ นิเวศ นี้’ {9:9} แล้ว เขา จะ ตอบ ว่า ‘ เพราะ ว่า เขา ทั้งหลาย ได้ ทอดทิ้ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เขา ผู้ ได้ ทรง นำ บรรพบุรุษ ของ เขา ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ และ ได้ ยึดถือ พระ อื่น และ นมัสการ และ ปรนนิบัติ พระ นั้น เพราะ ฉะนั้น พระ เยโฮวาห์ ทรง นำ เหตุ ร้าย ทั้งสิ้น นี้ มา เหนือ เขา ทั้งหลาย’” {i9:10} กิตติศัพท์ แห่ง ซา โลม อน เลื่องลือ ไป ทั่ว (2 พศด 8:1-18) {9:10} อยู่ มา เมื่อ สิ้น ยี่ สิบ ปี ซึ่ง ซา โลม อน ได้ ทรง สร้าง อาคาร สอง หลัง คือ พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ และ พระ ราช วัง ของ กษัตริย์ {9:11} (ฮี ราม กษัตริย์ เมือง ไท ระ ได้ ส่ง ไม้ สน สี ดาร์ ไม้ สน สาม ใบ และ ทองคำ ให้ แก่ ซา โลม อน ตาม ที่ พระองค์ มี พระ ประสงค์ แล้ว) กษัตริย์ ซา โลม อน จึง ทรง ประทาน หัว เมือง ใน แผ่นดิน กา ลิ ลี ให้ แก่ ฮี ราม ยี่ สิบ หัว เมือง {9:12} แต่ เมื่อ ฮี ราม เสด็จ จาก เมือง ไท ระ เพื่อ ชม หัว เมือง ซึ่ง ซา โลม อน ประทาน แก่ ท่าน หัว เมือง เหล่า นั้น ไม่ เป็น ที่ พอ พระทัย ท่าน {9:13} เพราะ ฉะนั้น ท่าน จึง ว่า “ พระ อนุชา เอ๋ย เมือง ซึ่ง ท่าน ประทาน แก่ ข้าพเจ้า นั้น เป็น เมือง อะไร อย่าง นี้” เขา จึง เรียก เมือง เหล่า นั้น ว่า แผ่นดิน คาบูล จน ทุก วัน นี้ {9:14} ฮี ราม ได้ ส่ง ทองคำ หนึ่ง ร้อย ยี่ สิบ ตะ ลันต์ ให้ แก่ กษัตริย์ {9:15} นี่ เป็น เรื่อง แรงงาน เกณฑ์ ซึ่ง กษัตริย์ ซา โลม อน ได้ เกณฑ์ เพื่อ สร้าง พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ และ พระ ราช วัง ของ พระองค์ และ ป้อม มิ ลโล และ กำแพง กรุง เยรูซาเล็ม และ ฮา โซร์ และ เม กิดโด และ เก เซอร์ {9:16} ฟาโรห์ กษัตริย์ อียิปต์ ได้ ยก ทัพ ขึ้น มา ยึด เมือง เก เซอร์ และ เอา ไฟ เผา เสีย และ ได้ ฆ่า คน คา นา อัน ซึ่ง อยู่ ใน เมือง นั้น และ ได้ ยก เมือง นั้น ให้ แก่ ธิดา ของ ท่าน เป็น สินสมรส คือ มเหสี ของ ซา โลม อน {9:17} ซา โลม อน จึง สร้าง เก เซอร์ ขึ้น ใหม่ และ สร้าง เมือง เบธโฮโรนล่าง {9:18} ทั้ง เมือง บา อา ลัท และ เมือง ทัด โมร์ ใน ถิ่น ทุรกันดาร ใน แผ่นดิน {9:19} ทั้ง บรรดา หัว เมือง คลัง หลวง ที่ ซาโล มอน มี อยู่ และ หัว เมือง สำหรับ รถ รบ ของ พระองค์ และ หัว เมือง สำหรับ พล ม้า ของ พระองค์ และ สิ่ง ใดๆ ซึ่ง ซา โลม อน มี พระ ประสงค์ จะ สร้าง ใน กรุง เยรูซาเล็ม ใน เลบานอน และ ทั่ว แผ่นดิน ซึ่ง อยู่ ใน อาณาจักร ของ พระองค์ {9:20} ประชาชน ทั้งปวง ซึ่ง เหลือ อยู่ จาก คน อา โม ไรต์ คน ฮิต ไทต์ คน เปริสซี คน ฮีไวต์ และ คน เย บุ ส ผู้ ซึ่ง ไม่ ใช่ คน อิสราเอล {9:21} ลูกหลาน ของ เขา ที่ เหลือ อยู่ ใน แผ่นดิน ซึ่ง ประชาชน อิสราเอล ไม่ สามารถ จะ ทำลาย ให้ สิ้น ได้ บุคคล เหล่า นี้ ซา โลม อน ทรง เกณฑ์ ให้ เป็น ทาส อยู่ จน ทุก วัน นี้ {9:22} แต่ ประชาชน อิสราเอล นั้น ซา โลม อน หา ได้ ทรง กระทำ ให้ เป็น ทาส ไม่ เขา ทั้งหลาย เป็น ทหาร เป็น ข้าราชการ เป็น ผู้บังคับบัญชา ของ พระองค์ เป็น นาย ทหาร ของ พระองค์ เป็น ผู้ บังคับการ รถ รบ ของ พระองค์ และ เป็น พล ม้า ของ พระองค์ {9:23} เหล่า นี้ เป็น เจ้าหน้าที่ ชั้น ผู้ใหญ่ เหนือ พระ ราชกิจ ของ ซา โลม อน จำนวน ห้า ร้อย ห้า สิบ คน เป็น ผู้ ดูแล ประชาชน ที่ ทำงาน {9:24} แต่ ธิดา ของ ฟาโรห์ ได้ ขึ้น ไป จาก นคร ดา วิด ถึง พระ ตำหนัก ของ พระนาง เอง ซึ่ง ซา โลม อน ได้ สร้าง ให้ พระนาง แล้ว พระองค์ จึง สร้าง ป้อม มิ ลโล {9:25} ปี ละ สาม ครั้ง ซา โลม อน ได้ ทรง ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ เครื่อง สันติ บูชา บน แท่น บูชา ซึ่ง พระองค์ ทรง สร้าง ถวาย พระ เยโฮวาห์ ทรง เผา เครื่อง หอม บน แท่น บูชา ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ ดังนั้น พระองค์ จึง สร้าง พระ นิเวศ จน สำเร็จ {9:26} กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง สร้าง กอง เรือกำปั่น ที่ เอ ซี โอน เก เบอร์ ซึ่ง อยู่ ใกล้ เอ โลท บน ฝั่ง ทะเล แดง ใน แผ่นดิน เอ โดม {9:27} และ ฮี ราม ได้ ส่ง ข้าราชการ และ พล เรือ ผู้ ซึ่ง คุ้น เคย กับ ทะเล ไป กับ กอง กำปั่น พร้อม กับ ข้าราชการ ของ ซา โลม อน {9:28} เขา ทั้งหลาย ไป ถึง เมือง โอ ฟีร์ และ นำ ทองคำ มา จาก ที่ นั่น จำนวน สี่ ร้อย ยี่ สิบ ตะ ลันต์ และ นำ มา ถวาย กษัตริย์ ซา โลม อน {i10:1} พระ ราชินี แห่ง เช บาท รง เข้า เฝ้า กษัตริย์ ซา โลม อน (2 พศด 9:1-12) {10:1} เมื่อ พระ ราชินี แห่ง เช บาท รง ได้ยิน กิตติศัพท์ แห่ง ซา โลม อน เกี่ยว กับ พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์ พระนาง ก็ เสด็จ มา ทดลอง พระองค์ ด้วย ปัญหา ยุ่งยาก ต่างๆ {10:2} พระนาง เสด็จ มา ยัง กรุง เยรูซาเล็ม พร้อม ด้วย ข้า ราช บริพาร มากมาย มี ฝูง อูฐ บรรทุก เครื่องเทศ และ ทองคำ เป็น อัน มาก และ เพชร พลอย ต่างๆ และ เมื่อ พระนาง เสด็จ มา ถึง ซา โลม อนแล้ว พระนาง ก็ ทูล เรื่อง ใน พระทัย ต่อ พระองค์ ทุก ประการ {10:3} และ ซา โลม อน ตรัส ตอบ ปัญหา ของ พระนาง ทั้งสิ้น ไม่ มี สิ่ง ใด ที่ ซ่อน อยู่ พ้น กษัตริย์ ซึ่ง พระองค์ จะ ทรง อธิบาย แก่ พระนาง ไม่ ได้ {10:4} และ เมื่อ พระ ราชินี แห่ง เช บาท รง เห็น พระ สติปัญญา ทั้งสิ้น ของ ซา โลม อน และ พระ ราช วัง ที่ พระองค์ ทรง สร้าง {10:5} ทั้ง อาหาร ที่ โต๊ะ เสวย กับ การ เข้า เฝ้า ของ บรรดา ข้าราชการ และ การ ปรนนิบัติ รับใช้ ของ มหาดเล็ก ตลอด ทั้ง ภูษา อาภรณ์ ของ เขา และ พนักงาน เชิญ ถ้วย ของ พระองค์ และ การ ที่ พระองค์ เสด็จ ขึ้น ไป ใน พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ พระทัย ของ พระนาง ก็ สลด ลง ที เดียว {10:6} พระนาง ทูล กษัตริย์ ว่า “ ข่าวคราว ซึ่ง หม่อมฉัน ได้ยิน ใน ประเทศ ของ หม่อมฉัน ถึง พระ ราชกิจ และ พระ สติปัญญา ของ พระองค์ เป็น ความ จริง {10:7} แต่ หม่อมฉัน มิ ได้ เชื่อ ถ้อยคำ นั้น จน หม่อมฉัน มา เฝ้า และ ตา ของ หม่อมฉัน ได้ เห็น เอง และ ดู เถิด ที่ เขา บอก แก่ หม่อมฉัน ก็ ไม่ ถึง ครึ่ง หนึ่ง พระ สติปัญญา และ ความ มั่งคั่ง ของ พระองค์ ก็ มาก ยิ่ง กว่า ข่าวคราว ที่ หม่อมฉัน ได้ยิน {10:8} บรรดา คน ของ พระองค์ ก็ เป็น สุข บรรดา ข้าราชการ เหล่า นี้ ของ พระองค์ ผู้ อยู่ งาน ประจำ ต่อ พระ พักตร์ พระองค์ และ ฟัง พระ สติปัญญา ของ พระองค์ ก็ เป็น สุข {10:9} สาธุการ แด่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ พระองค์ ผู้ ทรง พอ พระทัย ใน พระองค์ และ ทรง แต่งตั้ง พระองค์ ไว้ บน บัลลังก์ แห่ง อิสราเอล เพราะ พระ เยโฮวาห์ ทรง รัก อิสราเอล เป็น นิตย์ พระองค์ จึง ทรง แต่งตั้ง ให้ พระองค์ เป็น กษัตริย์ เพื่อ ว่า พระองค์ จะ ทรง อำนวย ความ ยุติธรรม และ ความ เที่ยงธรรม” {10:10} แล้ว พระนาง ก็ ถวาย ทองคำ หนึ่ง ร้อย ยี่ สิบ ตะ ลันต์แด่กษัตริย์ ทั้ง เครื่องเทศ เป็น จำนวน มาก และ เพชร พลอย ต่างๆ ไม่ มี เครื่องเทศ มา มากมาย ดังนี้ อีก ดัง ที่ พระ ราชินี แห่ง เช บา ถวาย แด่ กษัตริย์ ซา โลม อน {10:11} ยิ่ง กว่า นั้น อีก กอง กำปั่น ของ ฮี ราม ซึ่ง ได้ นำ ทองคำ มา จาก โอ ฟีร์ ได้ นำ ไม้ จันทน์ แดง และ เพชร พลอย ต่างๆ จำนวน มาก หลาย มา จาก โอ ฟีร์ {10:12} และ กษัตริย์ ทรง ใช้ ไม้ จันทน์ แดง ทำ เสา พระ นิเวศ แห่ง พระ เยโฮวาห์ และ สำหรับ พระ ราช วัง ของ กษัตริย์ และ ทำ พิณ เขา คู่ และ พิณ ใหญ่ สำหรับ นัก ร้อง จน ทุก วัน นี้ ก็ ไม่ เคย มี ไม้ จันทน์ แดง มา หรือ เห็น อย่าง นี้ อีก {10:13} กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง พระ ราช ทาน ทุก อย่าง แก่ พระ ราชินี แห่ง เชบา ตาม ที่ พระนาง มี พระ ประสงค์ นอกจาก สิ่ง ที่ พระ ราช ทาน มา จาก ความ อุดม สมบูรณ์ ของ กษัตริย์ แล้ว สิ่ง ใดๆ ที่ พระนาง ทูล ขอ ซา โลม อน ก็ พระ ราช ทาน ดังนั้น พระนาง ก็ เสด็จ กลับ ไป ยัง แผ่นดิน ของ พระนาง พร้อม กับ ข้าราชการ ของ พระนาง {i10:14} ทรัพย์ สมบัติ และ ความ เจริญ รุ่งเรือง ของ ซา โลม อน (2 พศด 9:13-28) {10:14} น้ำหนัก ของ ทองคำ ที่ นำ มา ส่ง ซา โลม อน ใน ปี หนึ่ง นั้น เป็น ทองคำ หก ร้อย หก สิบ หก ตะ ลันต์ {10:15} นอกเหนือ จาก ทองคำ ซึ่ง มา จาก พ่อค้า และ จาก การ ค้า ของ พวก พ่อค้า และ จาก กษัตริย์ ทั้งปวง ของ ประเทศ อาระเบีย และ จาก บรรดา เจ้า เมือง แห่ง แผ่นดิน {10:16} กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง สร้าง โล่ ใหญ่ สอง ร้อย อัน ด้วย ทองคำ ทุบ โล่ อัน หนึ่ง ใช้ ทองคำ หก ร้อย เชเขล {10:17} และ พระองค์ ทรง สร้าง โล่ สาม ร้อย อัน ด้วย ทองคำ ทุบ โล่ อัน หนึ่ง ใช้ ทองคำ สาม มา เน และ กษัตริย์ ทรง เก็บ โล่ ไว้ ใน พระ ตำหนัก พนา เลบานอน {10:18} กษัตริย์ ทรง กระทำ พระ ที่นั่ง งาช้าง ขนาด ใหญ่ ด้วย และ ทรง บุ ด้วย ทองคำ อย่าง งาม ที่สุด {10:19} พระ ที่นั่ง นั้น มี บันได หก ขั้น พนัก หลัง ของ พระ ที่นั่ง นั้น กลม ข้าง บน และ สอง ข้าง พระ ที่นั่ง มี ที่ วาง พระ หัตถ์ มี สิงโต สอง ตัวยืน อยู่ ข้างๆ ที่ วาง พระ หัตถ์ {10:20} มี สิงโต อีก สิบ สอง ตัวยืน อยู่ ที่ นั่น บน หก ขั้น บันได ทั้ง สอง ข้าง เขา ไม่ เคย ทำ ใน ราช อาณาจักร ใดๆ เหมือน อย่าง นี้ {10:21} ภาชนะ ทั้งสิ้น สำหรับ เครื่อง ดื่ม ของ กษัตริย์ ซา โลม อน ทำ ด้วย ทองคำ และ ภาชนะ ทั้งสิ้น ของ พระ ตำหนัก พนา เลบานอน ทำ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ไม่ มี ที่ ทำ ด้วย เงิน เลย เงิน นั้น ถือ ว่า เป็น ของ ไม่ มี ค่า อะไร ใน สมัย ของ ซา โลม อน {10:22} เพราะ ว่า กษัตริย์ มี กอง กำปั่น เมือง ทา รชิช เดิน ทะเล พร้อม กับ กอง กำปั่น ของ ฮีราม กอง กำปั่น เมือง ทา รชิช นำ ทองคำ เงิน งาช้าง ลิง และ นกยูง มา สาม ปี ต่อ ครั้ง {10:23} ดังนี้ แหละ กษัตริย์ ซา โลม อน จึง ได้ เปรียบ กว่า บรรดา กษัตริย์ อื่นๆ แห่ง แผ่นดิน โลก ใน เรื่อง สมบัติ และ สติปัญญา {10:24} และ ทั่ว ทั้ง โลก ก็ แสวง หา ที่ จะ เข้า เฝ้า ซา โลม อน เพื่อ จะ ฟัง พระ สติปัญญา ซึ่ง พระเจ้า พระ ราช ทาน ไว้ ใน ใจ ของ ท่าน {10:25} ทุก คน ก็ นำ เครื่อง บรรณาการ ของ เขา มา เป็น เครื่อง ทำ ด้วย เงิน เครื่อง ทำ ด้วย ทองคำ เครื่อง แต่ง กาย เครื่อง อาวุธ เครื่องเทศ ม้า และ ล่อ ตาม จำนวน กำหนด ทุกๆ ปี {10:26} ซา โลม อน ทรง สะสม รถ รบ และ พล ม้า พระองค์ ทรง มี รถ รบ หนึ่ง พัน สี่ ร้อย คัน และ พล ม้า หนึ่ง หมื่น สอง พัน คน ซึ่ง พระองค์ ทรง ให้ ประจำ อยู่ ที่ หัว เมือง รถ รบ และ อยู่ กับ กษัตริย์ ใน กรุง เยรูซาเล็ม {10:27} และ กษัตริย์ ทรง กระทำ ให้ เงิน นั้น เป็น ของ สามัญ ใน กรุง เยรูซาเล็ม เหมือน ก้อน หิน และ ทรง กระทำ ให้ มี สน สี ดาร์ มากมาย เหมือน ไม้ มะเดื่อ แห่ง หุบเขา {10:28} ม้า อัน เป็น สินค้า เข้า ของ ซา โลม อน มา จาก อียิปต์ พร้อม ด้วย เส้น ด้าย สำหรับ ผ้าป่าน และ บรรดา พ่อค้า ของ กษัตริย์ รับ เส้น ด้าย สำหรับ ผ้าป่าน นั้น มา ตาม ราคา {10:29} จะ นำ รถ รบ คัน หนึ่ง เข้า มา จาก อียิปต์ ได้ ใน ราคา หก ร้อย เชเขลเงิน ม้า ตัว หนึ่ง หนึ่ง ร้อย ห้า สิบ ดังนั้น โดย ทาง พวก พ่อค้า เขา ก็ ส่ง ออก ไป ยัง บรรดา กษัตริย์ ทั้งปวง ของ คน ฮิต ไทต์ และ บรรดา กษัตริย์ ของ ซีเรีย {i11:1} มเหสี ทั้งหลาย ของ ซา โลม อน ไหว้ รูป เคารพ {11:1} แต่ กษัตริย์ ซา โลม อน ทรง รัก หญิง ต่าง ด้าว หลาย คน นอกจาก ธิดา ของ ฟาโรห์ มี หญิง คน โม อับ คน อัมโมน คน เอ โดม คน ไซ ดอน และ คน ฮิต ไทต์ {11:2} เป็น ของ ประชาชาติ ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ คน อิสราเอล ว่า “ เจ้า ทั้งหลาย อย่า เข้า ไป แต่งงาน กับ เขา ทั้งหลาย หรือ อย่า เข้า มา แต่งงาน กับ เจ้า เพราะ เขา จะ หัน จิตใจ ของ เจ้า ไป ตาม พระ ของ เขา เป็น แน่” ซา โลม อน ทรง ติดพัน กับ คน เหล่า นี้ ด้วย ความ รัก {11:3} พระองค์ ทรง มี มเหสี เจ็ด ร้อย คือ เจ้า หญิง และ นางห้าม สาม ร้อย และ บรรดา มเหสี ของ พระองค์ ก็ ทรง หัน พระทัย ของ พระองค์ ไป เสีย {11:4} เพราะ อยู่ มา เมื่อ ซา โลม อน ทรง พระ ชรา แล้ว มเหสี ของ พระองค์ ได้ หัน พระทัย ของ พระองค์ ให้ ไป ตาม พระ อื่น และ พระทัย ของ พระองค์ หา ได้ บริสุทธิ์ ต่อ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ พระองค์ ดัง พระทัย ของ ดา วิด ราช บิดา ของ พระองค์ ไม่ {11:5} เพราะ ซา โลม อน ทรง ดำเนิน ตาม พระ อัชโทเรท พระ แม่เจ้า ของ คน ไซ ดอน และ ตาม พระ มิ ล โคม สิ่ง ที่ น่า สะอิดสะเอียน ของ คน อัมโมน {11:6} ซา โลม อน จึง ทรง กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ และ มิ ได้ ทรง ติดตาม พระ เยโฮวาห์ อย่าง เต็ม กำลัง ดัง ดา วิด ราช บิดา ของ พระองค์ ได้ ทรง กระทำ มา แล้ว นั้น {11:7} แล้ว ซา โลม อน ได้ ทรง สร้าง ปู ชนีย สถาน สูง สำหรับ พระ เค โม ช สิ่ง ที่ น่า สะอิดสะเอียน ของ โม อับ ใน ภูเขา ที่ อยู่ หน้า กรุง เยรูซาเล็ม และ สำหรับ พระ โม เลค สิ่ง ที่ น่า สะอิดสะเอียน ของ คน อัมโมน {11:8} และ พระองค์ จึง ทรง กระทำ ดังนั้น เพื่อ มเหสี ต่าง ด้าว ของ พระองค์ ทั้งสิ้น ผู้ ที่ ได้ เผา เครื่อง หอม และ ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา แก่ บรรดา พระ ของ เขา {i11:9} พระเจ้า ทรง พระ พิโรธ และ ลงโทษ ซา โลม อน {11:9} พระ เยโฮวาห์ ทรง กริ้ว ต่อ ซา โลม อน เพราะ พระทัย ของ ท่าน ได้ หัน ไป เสีย จาก พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ผู้ ได้ ทรง ปรากฏ แก่ ท่าน สอง ครั้ง แล้ว {11:10} และ ได้ ทรง บัญชา ท่าน เกี่ยว กับ เรื่อง นี้ ว่า ท่าน ไม่ ควร ไป ติดตาม พระ อื่น แต่ ท่าน มิ ได้ รักษา พระ บัญชา ของ พระ เยโฮวาห์ {11:11} เพราะ ฉะนั้น พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ ซา โลม อนว่า “ เนื่อง ด้วย เจ้า ได้ กระทำ เช่น นี้ และ เจ้า มิ ได้ รักษา พัน ธ สัญญา ของ เรา และ กฎเกณฑ์ ของ เรา ซึ่ง เรา ได้ บัญชา เจ้า ไว้ เรา จะ ฉีก อาณาจักร เสีย จาก เจ้า เป็น แน่ และ ให้ แก่ ข้าราชการ ของ เจ้า {11:12} กระนั้น ก็ ดี เพราะ เห็นแก่ ดา วิด บิดา ของ เจ้า เรา จะ ไม่ กระทำ ใน วัน เวลา ของ เจ้า แต่ เรา จะ ฉีก ออก จาก มือ บุตร ชาย ของ เจ้า {11:13} อย่างไร ก็ ดี เรา จะ ไม่ ฉีก เสีย หมด อาณาจักร แต่ เรา จะ ให้ ตระกูล หนึ่ง แก่ บุตร ชาย ของ เจ้า เพื่อ เห็นแก่ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา และ เพื่อ เห็นแก่ เยรูซาเล็ม ซึ่ง เรา ได้ เลือก ไว้” {11:14} พระ เยโฮวาห์ ทรง ให้ ปฏิปักษ์ เกิด ขึ้น ต่อสู้ ซา โลม อน คือ ฮา ดัด คน เอ โดม ท่าน เป็น เชื้อสาย ราชวงศ์ แห่ง เอ โดม {11:15} เพราะ อยู่ มา เมื่อ ดา วิด อยู่ ใน เอ โดม และ โย อาบ ผู้ บัญชาการ กองทัพ ได้ ขึ้น ไป ฝัง ผู้ ที่ ถูก ฆ่า หลัง จาก เขา ได้ ฆ่า ผู้ชาย ทุก คน ใน เอ โดม เสีย {11:16} (เพราะ โย อาบ และ คน อิสราเอล ทั้งสิ้น ยัง อยู่ ที่ นั่น หก เดือน จน กว่า เขา ได้ ฆ่า ผู้ชาย ทุก คน ใน เอ โดม) {11:17} ฮา ดัด ได้ หนี ไป อียิปต์ พร้อม กับ คน เอ โดม บาง คน ผู้ เป็น ข้าราชการ ของ บิดา ของ ท่าน ครั้ง นั้น ฮา ดัด ยัง เป็น เด็ก เล็กๆ อยู่ {11:18} เขา ทั้งหลาย ยก ออก จาก มีเดีย น มา ยัง ปา ราน และ พา คน จาก ปา ราน มา กับ เขา และ มา ถึง อียิปต์ เฝ้า ฟาโรห์ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ ผู้ ประทาน เรือน หลัง หนึ่ง แก่ เขา และ กำหนด ให้ ได้ รับ ปัน เสบียง อาหาร และ ประทาน ที่ดิน ให้ เขา ด้วย {11:19} และ ฮา ดัด เป็น ที่ โปรดปราน ยิ่ง ใน สายตา ของ ฟาโรห์ ฟาโรห์ จึง ประทาน น้อง สาว ของ มเหสี ของ ท่าน เอง คือ ขนิษฐา ของ พระ ราชินี ทา เปเนส ให้ เป็น ภรรยา เขา {11:20} และ ขนิษฐา ของ ทา เปเนส ก็ ประสูติ เก นูบัท ให้ ท่าน เป็น บุตร ชาย ผู้ ซึ่ง ทา เปเนส ให้ หย่า นม ใน วัง ของ ฟาโรห์ และ เก นูบัท อยู่ ใน วัง ของ ฟาโรห์ ใน หมู่ ราช โอรส ของ ฟาโรห์ {11:21} แต่ เมื่อ ฮา ดัด อยู่ ใน อียิปต์ ได้ยิน ว่า ดา วิด ได้ ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ แล้ว และ โย อาบ ผู้ บัญชาการ กองทัพ ก็ สิ้น ชีวิต แล้ว ฮา ดัด จึง ทูล ฟาโรห์ ว่า “ ขอ ข้า พระองค์ ทูล ลา เพื่อ ข้า พระองค์ จะ กลับ ไป ยัง ประเทศ ของ ข้า พระองค์ เอง” {11:22} แต่ ฟาโรห์ ตรัส กับ ท่าน ว่า “ ท่าน อยู่ กับ เรา ขาด สิ่ง ใด หรือ ดู เถิด ท่าน จึง เสาะ หา ที่ จะ กลับ ไป ยัง ประเทศ ของ ท่าน” และ ท่าน ก็ ทูล พระองค์ ว่า “ ไม่ ขาด สิ่ง ใด พระเจ้า ข้า แต่ ขอ ให้ ข้า พระองค์ ไป เถิด” {11:23} พระเจ้า ได้ ทรง ให้ ปฏิปักษ์ เกิด ขึ้น ต่อสู้ ท่าน อีก คน หนึ่ง คือ เร โซน บุตร ชาย ของ เอ ลี ยาดา ผู้ ที่ หนี ไป จาก ฮา ดัด เอเซอร์ กษัตริย์ แห่ง โศบาห์ เจ้านาย ของ ตน {11:24} เมื่อ ดา วิด เข่น ฆ่า ชาว โศบาห์ เขา ก็ รวบรวม ผู้คน ให้ อยู่ กับ เขา กลาย เป็น หัวหน้า ของ กอง ปล้น และ เขา ทั้งหลาย ก็ ไป ยัง เมือง ดา มัสกัส อาศัย อยู่ ที่ นั่น และ ครอบครอง เมือง ดา มัสกัส {11:25} ท่าน เป็น ปฏิปักษ์ ของ อิสราเอล ตลอด วัน เวลา ของ ซา โลม อน นอกจาก เหตุ ร้าย ที่ ฮา ดัด ได้ กระทำ และ ท่าน เกลียด ชัง อิสราเอล และ ได้ ปกครอง อยู่ เหนือ ซีเรีย {i11:26} การ เลื่อน ตำแหน่ง ของ เย โร โบ อัม {11:26} เย โร โบ อัมบุตรชายเนบัท คน เอฟ รา อิม ชาว เมือง เศเรดาห์ ข้าราชการ คน หนึ่ง ของ ซา โลม อน มารดา ชื่อ เศรุวาห์ เป็น หญิง ม่าย ได้ ยก มือ ขึ้น ต่อสู้ กษัตริย์ ด้วย {11:27} ต่อ ไป นี้ เป็น สาเหตุ ที่ ท่าน ยก มือ ขึ้น ต่อสู้ กษัตริย์ คือ ซา โลม อน ทรง สร้าง ป้อม มิ ลโล และ อุด ช่อง กำแพง นคร ของ ดา วิด ราช บิดา ของ พระองค์ {11:28} เย โร โบ อัม เป็น ทแกล้ว ทหาร เมื่อ ซา โลม อน ทรง เห็น ว่า ชาย หนุ่ม คน นั้น เป็น คน ขยัน พระองค์ จึง ให้ ท่าน ดูแล เหนือ แรงงาน เกณฑ์ ทั้งสิ้น ของ วงศ์วาน โย เซฟ {11:29} และ อยู่ มา ใน คราว นั้น เมื่อ เย โร โบ อัม ออก ไป จาก กรุง เยรูซาเล็ม อา หิยาห์ ผู้ พยากรณ์ ชาว ชี โลห์ ได้ พบ ท่าน ที่ กลาง ทาง อา หิยาห์ สวม เสื้อ ใหม่ ตัว หนึ่ง และ คน ทั้ง สอง ก็ อยู่ ลำพัง ใน ทุ่ง นา {11:30} แล้ว อา หิยาห์ ก็ จับ เสื้อ ใหม่ ที่ สวม อยู่ ฉีก ออก เป็น สิบ สอง ชิ้น {11:31} และ ท่าน พูด กับ เย โร โบ อัมว่า “ ท่าน จง เอา ไป สิบ ชิ้น เพราะ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ตรัส ดังนี้ ว่า ‘ ดู เถิด เรา จะ ฉีก อาณาจักร จาก มือ ของ ซา โลม อน และ จะ ให้ เจ้า สิบ ตระกูล {11:32} (แต่ เขา จะ มี ตระกูล หนึ่ง เพื่อ เห็นแก่ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา และ เพื่อ เห็นแก่ เยรูซาเล็ม เมือง ซึ่ง เรา เลือก จาก ท่ามกลาง ตระกูล ทั้งปวง ของ อิสราเอล) {11:33} เพราะ เขา ทั้งหลาย ได้ ทอดทิ้ง เรา และ ได้ นมัสการ พระ อัชโทเรท พระ แม่เจ้า ของ ชาว ไซ ดอน เค โม ช พระ ของ โม อับ และ มิ ล โคม พระ ของ คน อัมโมน และ มิ ได้ ดำเนิน ใน ทาง ของ เรา เพื่อ จะ กระทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สายตา ของ เรา และ รักษา กฎเกณฑ์ ของ เรา และ คำ ตัดสิน ของ เรา อย่าง กับ ดา วิด บิดา ของ เขา ได้ กระทำ นั้น {11:34} ถึง กระนั้น ก็ ดี เรา จะ ไม่ เอา อาณาจักร ทั้งหมด ออก จาก มือ ของ เขา แต่ เรา จะ กระทำ ให้ เขา เป็น ผู้ ครอบครอง อยู่ ตลอด วัน เวลา แห่ง ชีวิต ของ เขา เพราะ เห็นแก่ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา ผู้ ซึ่ง เรา ได้ เลือก ไว้ เพราะ เขา ได้ รักษา บัญญัติ ของ เรา และ กฎเกณฑ์ ของ เรา {11:35} แต่ เรา จะ เอา อาณาจักร ออก จาก มือ บุตร ชาย ของ เขา และ จะ มอบ ให้ เจ้า สิบ ตระกูล {11:36} เรา ยัง จะ ให้ ตระกูล หนึ่ง แก่ บุตร ชาย ของ เขา เพื่อ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา จะ มี ประทีป ดวง หนึ่ง ต่อ หน้า เรา ใน กรุง เยรูซาเล็ม เสมอ เป็น เมือง ซึ่ง เรา ได้ เลือก เพื่อ ประดิษฐาน นาม ของ เรา ไว้ ที่ นั่น {11:37} เรา จะ เอา ตัว เจ้า และ เจ้า จะ ปกครอง ให้ กว้าง ขวาง ตาม ชอบใจ ของ เจ้า และ เจ้า จะ เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล {11:38} และ จะ เป็น ดังนี้ ว่า ถ้า เจ้า เชื่อฟัง ทุก สิ่ง ที่ เรา บัญชา แก่ เจ้า และ จะ ดำเนิน ใน ทาง ทั้งหลาย ของ เรา และ กระทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สายตา ของ เรา โดย รักษา กฎเกณฑ์ ของ เรา และ บัญญัติ ของ เรา ดัง ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา ได้ กระทำ เรา จะ อยู่ กับ เจ้า และ จะ สร้าง เจ้า ให้ เป็น ราชวงศ์ ที่มั่น คง ดัง ที่ เรา ได้ สร้าง เพื่อ ดา วิด มา แล้ว และ เรา จะ ให้ อิสราเอล แก่ เจ้า {11:39} ด้วย เหตุ นี้ เรา จะ ให้ ความ ทุกข์ ใจ แก่ เชื้อสาย ของ ดา วิด แต่ ไม่ เป็น นิตย์’” {11:40} ฉะนั้น ซา โลม อน จึง ทรง หา ช่อง จะ ประหาร เย โร โบ อัมเสีย แต่ เย โร โบ อัม ได้ ลุก ขึ้น หนี เข้า ไป ใน อียิปต์ ไป ยัง ชิ ชัก กษัตริย์ อียิปต์ และ อยู่ ใน อียิปต์ จน ถึง ซา โลม อน สิ้น พระ ชนม์ {i11:41} ซา โลม อน สิ้น พระ ชนม์ (2 พศด 9:29-31) {11:41} ส่วน พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ ซา โลม อน และ บรรดา สิ่ง ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ และ พระ สติปัญญา ของ พระองค์ มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พระ ราชกิจ ของ ซา โลม อนหรือ {11:42} และ เวลา ที่ ซา โลม อน ทรง ครอบครอง ใน เยรูซาเล็ม เหนือ อิสราเอล ทั้งสิ้น นั้น เป็น สี่ สิบ ปี {11:43} และ ซา โลม อน ก็ ล่วง หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ เขา ฝัง พระ ศพ พระองค์ ไว้ ใน นคร ของ ดา วิด ราช บิดา ของ พระองค์ และ เร โหโบอัม ราช โอรส ของ พระองค์ ก็ ขึ้น ครอง แทน {i12:1} ความ โง่เขลา ของ เร โหโบอัมคนหนุ่ม (2 พศด 10:1-11) {12:1} เร โหโบอัม ได้ ไป ยัง เมือง เชเคม เพราะ อิสราเอล ทั้งปวง ได้ มา ยัง เชเคม เพื่อ จะ ตั้ง ท่าน ให้ เป็น กษัตริย์ {12:2} และ อยู่ มา เมื่อ เย โร โบ อัมบุตรชายเนบัท ได้ยิน เรื่อง นั้น เพราะ ท่าน ยัง อยู่ ใน อียิปต์ (ที่ ซึ่ง ท่าน หนี ไป จาก พระ พักตร์ กษัตริย์ ซา โลม อน เย โร โบ อัม อาศัย อยู่ ใน อียิปต์) {12:3} เขา ทั้งหลาย ก็ ใช้ คน ไป เรียก ท่าน เย โร โบ อัม กับ ชุมนุมชน อิสราเอล ทั้งหมด ได้ มา ทูล เร โหโบอัมว่า {12:4} “ พระ ราช บิดา ของ พระองค์ ได้ กระทำ ให้ แอก ของ ข้า พระองค์ หนัก นัก เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ ขอ ทรง ผ่อน การ ปรนนิบัติ อย่าง ทุกข์ หนัก ของ พระ ราช บิดา ของ พระองค์ และ แอก อัน หนัก ของ พระองค์ เหนือ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ให้ เบา ลง เสีย และ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย จะ ปรนนิบัติ พระองค์” {12:5} พระองค์ ตรัส กับ เขา ว่า “ จง กลับ ไป เสีย สัก สาม วัน แล้ว จึง มา หา เรา อีก” ประชาชน จึง กลับ ไป {12:6} แล้ว กษัตริย์ เร โหโบอัม ก็ ทรง ปรึกษา กับ บรรดา ผู้ เฒ่า ผู้ อยู่ งาน ประจำ ซา โลม อน ราช บิดา ของ พระองค์ ขณะ เมื่อ พระองค์ ยัง ทรง พระ ชนม์ อยู่ ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย จะ แนะนำ เรา ให้ ตอบ ประชาชน นี้ อย่างไร” {12:7} เขา ทั้งหลาย ทูล พระองค์ ว่า “ ถ้า พระองค์ จะ ทรง เป็น ผู้ รับใช้ ประชาชน นี้ ใน วัน นี้ และ รับใช้ พวก เขา และ ตรัส ตอบ คำ ดี แก่ พวก เขา เขา ทั้งหลาย ก็ จะ เป็น ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เป็น นิตย์” {12:8} แต่ พระองค์ ทรง ทอดทิ้ง คำ ปรึกษา ซึ่ง ผู้ เฒ่า ถวาย นั้น เสีย และ ไป ปรึกษา กับ คน หนุ่ม ซึ่ง เติบ โต ขึ้น มา พร้อม กับ พระองค์ และ อยู่ งาน ประจำ พระองค์ {12:9} และ พระองค์ ตรัส กับ เขา ทั้งหลาย ว่า “ ท่าน จะ แนะนำ เรา อย่างไร เพื่อ พวก เรา จะ ตอบ ประชาชน นี้ ผู้ ที่ ทูล เรา ว่า ‘ ขอ ทรง ผ่อน แอก ซึ่ง พระ ราช บิดา ของ พระองค์ วาง อยู่ เหนือ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ให้ เบา ลง’” {12:10} และ คน หนุ่ม เหล่า นั้น ผู้ ได้ เติบ โต มา พร้อม กับ พระองค์ ทูล พระองค์ ว่า “ พระองค์ จง ตรัส ดังนี้ แก่ ประชาชน นี้ ผู้ ทูล พระองค์ ว่า ‘ พระ ราช บิดา ของ พระองค์ ได้ กระทำ ให้ แอก ของ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย หนัก แต่ ขอ พระองค์ ทรง ผ่อน แก่ ข้า พระองค์ ให้ เบา ลง’ นั้น พระองค์ จง ตรัส แก่ เขา ทั้งหลาย อย่าง นี้ ว่า ‘ นิ้ว ก้อย ของ เรา ก็ หนา กว่า เอว แห่ง ราช บิดา ของ เรา {12:11} ที่ พระ ราช บิดา ของ เรา วาง แอก หนัก บน ท่าน ทั้งหลาย ก็ ดี แล้ว เรา จะ เพิ่ม ให้ แก่ แอก ของ ท่าน ทั้งหลาย อีก พระ ราช บิดา ของ เรา ตี สอน ท่าน ทั้งหลาย ด้วย ไม้เรียว แต่ เรา จะ ตี สอน ท่าน ทั้งหลาย ด้วย แส้ แมลง ป่อง’” {12:12} เย โร โบ อัม กับ ประชาชน ทั้งปวง จึง เข้า มา เฝ้า เร โหโบอัม ใน วัน ที่ สาม ดัง ที่ กษัตริย์ รับสั่ง ว่า “ จง มา หา เรา อีก ใน วัน ที่ สาม” {12:13} และ กษัตริย์ ตรัส ตอบ ประชาชน อย่าง ดุดัน ทรง ทอดทิ้ง คำ ปรึกษา ซึ่ง ผู้ เฒ่า ได้ ถวาย นั้น เสีย {12:14} และ ตรัส กับ เขา ทั้งหลาย ตาม คำ ปรึกษา ของ พวก คน หนุ่ม ว่า “ พระ ราช บิดา ของ เรา ทำ แอก ของ ท่าน ทั้งหลาย ให้ หนัก แต่ เรา จะ เพิ่ม ให้ แก่ แอก ของ ท่าน ทั้งหลาย อีก พระ ราช บิดา ของ เรา ตี สอน ท่าน ทั้งหลาย ด้วย ไม้เรียว แต่ เรา จะ ตี สอน ท่าน ทั้งหลาย ด้วย แส้ แมลง ป่อง” {12:15} กษัตริย์ จึง มิ ได้ ฟัง เสียง ประชาชน เพราะ เหตุการณ์ นั้น เป็น มา แต่ พระ เยโฮวาห์ เพื่อ พระองค์ จะ ทรง กระทำ ให้ พระ วจนะ ของ พระองค์ ได้ สำเร็จ ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ ตรัส โดย อา หิยาห์ชาวชีโลห์ แก่ เย โร โบ อัมบุตรชายเนบัท {i12:16} อาณาจักร อิสราเอล ได้ แยก กัน {12:16} และ เมื่อ อิสราเอล ทั้งปวง เห็น ว่า กษัตริย์ มิ ได้ ทรง ฟัง เขา ทั้งหลาย ประชาชน ก็ ทูล ตอบ กษัตริย์ ว่า “ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย มี ส่วน อะไร ใน ดา วิด ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ไม่ มี ส่วน มรดก ใน บุตร ชาย ของ เจ สซี โอ อิสราเอล เอ๋ย กลับ ไป เต็นท์ ของ ตน เถิด ข้า แต่ ดา วิด จง ดูแล ราชวงศ์ ของ พระองค์ เอง เถิด” อิสราเอล จึง จาก ไป ยัง เต็นท์ ของ เขา ทั้งหลาย {12:17} แต่ เร โหโบอัม ทรง ปกครอง เหนือ ประชาชน อิสราเอล ผู้ อาศัย อยู่ ใน หัว เมือง ของ ยูดาห์ {12:18} แล้ว กษัตริย์ เร โหโบอัม ทรง ใช้ อา โด รัม นาย งาน เหนือ แรงงาน เกณฑ์ ไป และ อิสราเอล ทั้งปวง ก็ เอา หิน ขว้าง ท่าน ถึง ตาย แล้ว กษัตริย์ เร โหโบอัม ก็ ทรง รีบ ขึ้น รถ รบ ของ พระองค์ ทรง หนี ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม {12:19} อิสราเอล กบฏ ต่อ ราชวงศ์ ของ ดา วิด จน ทุก วัน นี้ {12:20} และ อยู่ มา เมื่อ อิสราเอล ทั้งปวง ได้ยิน ว่า เย โร โบ อัม ได้ กลับ มา แล้ว เขา ก็ ใช้ ให้ ไป เชิญ ท่าน มา ยัง ที่ ประชุม แล้ว ก็ ตั้ง ท่าน ให้ เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล ทั้งปวง ไม่ มี ผู้ ใด ติดตาม ราชวงศ์ ของ ดา วิด เว้น แต่ ตระกูล ยูดาห์ เท่านั้น {12:21} เมื่อ เร โหโบอัม มา ยัง กรุง เยรูซาเล็ม แล้ว พระองค์ ได้ เรียก ประชุม วงศ์วาน ยูดาห์ ทั้งหมด และ ตระกูล เบน ยา มิ น เป็น นักรบ ที่ คัดเลือก แล้ว หนึ่ง แสน แปด หมื่น คน เพื่อ จะ สู้ รบ กับ วงศ์วาน อิสราเอล เพื่อ จะ เอา ราช อาณาจักร คืน มา ให้ แก่ เร โหโบอัม โอรส ของ ซา โลม อน {12:22} แต่ พระ วจนะ ของ พระเจ้า มา ยัง เชไมอาห์ คน ของ พระเจ้า ว่า {12:23} “ จง ไป ทูล เร โหโบอัม โอรส ของ ซา โลม อน กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ และ บอก แก่ วงศ์วาน ทั้งสิ้น ของ ยูดาห์ และ ของ เบน ยา มิ น และ แก่ ประชาชน ที่ เหลือ อยู่ ว่า {12:24} ‘ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดังนี้ ว่า เจ้า อย่า ขึ้น ไป สู้ รบ กับ ประชาชน อิสราเอล ญาติ พี่น้อง ของ เจ้า เลย จง กลับ ไป ยัง บ้าน ของ ตน ทุก คน เถิด เพราะ สิ่ง นี้ เป็น มา จาก เรา’” เหตุ ฉะนี้ เขา จึง เชื่อฟัง พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ และ กลับ ไป บ้าน เสีย ตาม พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ {i12:25} เย โร โบ อัม นำ คน อิสราเอล ให้ ไหว้ รูป เคารพ {12:25} แล้ว เย โร โบ อัม ก็ สร้าง เมือง เชเคม ใน ถิ่น เทือกเขา เอฟ รา อิม และ อาศัย อยู่ ที่ นั่น และ พระองค์ ก็ ออก ไป จาก ที่ นั่น ไป สร้าง เมือง เปนูเอล {12:26} และ เย โร โบ อัม รำพึง ใน ใจ ว่า “ คราว นี้ ราช อาณาจักร จะ หัน กลับ ไป ยัง ราชวงศ์ ของ ดา วิด {12:27} ถ้า ชน ชาติ เหล่า นี้ ขึ้น ไป ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา ใน พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ ที่ กรุง เยรูซาเล็ม แล้ว จิตใจ ของ ชน ชาติ เหล่า นี้ จะ หัน กลับ ไป ยัง เจ้านาย ของ เขา ทั้งหลาย คือ หัน ไป ยัง เร โหโบอัม กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ และ เขา ทั้งหลาย จะ ฆ่า เรา เสีย และ กลับ ไป ยัง เร โหโบอัม กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์” {12:28} ดังนั้น กษัตริย์ จึง ทรง ปรึกษา และ ได้ ทรง สร้าง ลูก วัว สอง ตัว ด้วย ทองคำ และ พระองค์ ตรัส แก่ ประชาชน ว่า “ ที่ ท่าน ทั้งหลาย ขึ้น ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม นาน พอ อยู่ แล้ว โอ อิสราเอล เอ๋ย จง ดู พระ ของ ท่าน ดู เถิด พระองค์ ผู้ ทรง นำ ท่าน ทั้งหลาย ออก จาก ประเทศ อียิปต์” {12:29} และ พระองค์ ก็ ประดิษฐาน ไว้ ที่ เบธเอลรูปหนึ่ง และ อีก รูป หนึ่ง ทรง ประดิษฐาน ไว้ ใน เมือง ดาน {12:30} และ สิ่ง นี้ กลาย เป็น ความ บาป เพราะ ว่า ประชาชน ได้ ไป นมัสการ รูป หนึ่ง คือ ที่ เมือง ดาน {12:31} แล้ว พระองค์ ได้ ทรง สร้าง นิเวศ ที่ ปู ชนียสถานสูง ทรง กำหนด ตั้ง ปุโรหิต จาก หมู่ ประชาชน ทั้งปวง ผู้ มิ ได้ เป็น คน เลวี {12:32} และ เย โร โบ อัม ทรง กำหนด เทศกาล เลี้ยง ใน วัน ที่ สิบ ห้า ของ เดือน ที่ แปด เหมือน กับ การ เลี้ยง ที่ อยู่ ใน ยูดาห์ และ พระองค์ ทรง ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา บน แท่น บูชา พระองค์ ทรง กระทำ ใน เบธเอล ดังนี้ แหละ คือ ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา แก่ รูป ลูก วัว ที่ พระองค์ ได้ ทรง สร้าง ไว้ นั้น และ พระองค์ ทรง สถาปนา ปุโรหิต ใน เบธเอล ประจำ ที่ ปู ชนีย สถาน สูง ซึ่ง พระองค์ ทรง สร้าง ไว้ {12:33} พระองค์ ทรง ขึ้น ไป ยัง แท่น บูชา ซึ่ง พระองค์ ทรง สร้าง ไว้ ที่ เบธเอล ใน วัน ที่ สิบ ห้า เดือน ที่ แปด ใน เดือน ซึ่ง พระองค์ ทรง ดำริ เอง และ พระองค์ ทรง กำหนด เทศกาล เลี้ยง สำหรับ คน อิสราเอล และ ทรง ถวาย เครื่องบูชา บน แท่น และ เผา เครื่อง หอม {i13:1} คำ พยากรณ์ ได้ กล่าวโทษ แท่น บูชา ของ เย โร โบ อัม {13:1} และ ดู เถิด คน ของ พระเจ้า คน หนึ่ง ได้ ออก มา จาก ยูดาห์ โดย พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ไป ยัง ที่ เบธเอล เย โร โบ อัม ทรง ยืน อยู่ ที่ แท่น เพื่อ จะ เผา เครื่อง หอม {13:2} และ ชาย คน นั้น ได้ ร้อง กล่าวโทษ แท่น นั้น โดย พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ว่า “ โอ แท่น บูชา แท่น บูชา พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดังนี้ ว่า ‘ ดู เถิด โอรส องค์ หนึ่ง จะ ประสูติ มา ใน ราชวงศ์ ของ ดา วิด ชื่อ โย สิ ยาห์ และ บน เจ้า แท่น นี้ จะ ฆ่า ปุโรหิต แห่ง ปู ชนีย สถาน สูง ผู้ ซึ่ง เผา เครื่อง หอม บน เจ้า และ เขา จะ เผา กระดูก คน บน เจ้า’” {13:3} และ ท่าน ก็ ให้ หมาย สำคัญ ใน วัน เดียวกัน นั้น กล่าว ว่า “ นี่ เป็น หมาย สำคัญ ที่ พระ เยโฮวาห์ ได้ ตรัส ว่า ‘ ดู เถิด เขา จะ พัง แท่น บูชา ลง มา และ มูล เถ้า ซึ่ง อยู่ บน นั้น จะ ถูก เท ออก’” {i13:4} พระเจ้า ทรง ทำให้ พระ หัตถ์ กษัตริย์ เย โร โบ อัม เหี่ยวแห้ง ไป {13:4} และ อยู่ มา เมื่อ กษัตริย์ เย โร โบ อัม ทรง สดับ คำ กล่าว ของ คน ของ พระเจ้า ซึ่ง ร้อง กล่าวโทษ แท่น นั้น ที่ เบธเอล พระองค์ ก็ เหยียด พระ หัตถ์ ออก จาก ที่ แท่น กล่าว ว่า “ จง จับ เขา ไว้” และ พระ หัตถ์ ของ พระองค์ ซึ่ง เหยียด ออก ต่อ เขา นั้น ก็ เหี่ยวแห้ง ไป พระองค์ จะ ชัก กลับ เข้า หา ตัว อีก ก็ ไม่ ได้ {13:5} แท่น บูชา ก็ พัง ลง ด้วย และ มูล เถ้า ก็ ร่วง ลง มา จาก แท่น ตาม หมาย สำคัญ ซึ่ง คน ของ พระเจ้า ได้ ให้ ไว้ โดย พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ {13:6} และ กษัตริย์ ตรัส กับ คน ของ พระเจ้า ว่า “ จง วิงวอน ขอ พระ กรุณา แห่ง พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ขอ จง อธิษฐาน เพื่อ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จะ ชัก มือ กลับ เข้า หา ตัว ได้ อีก” และ คน ของ พระเจ้า ก็ วิงวอน ต่อ พระ เยโฮวาห์ และ กษัตริย์ ก็ ทรง ชักพระ หัตถ์ กลับ เข้า หา พระองค์ ได้ อีก และ เป็น เหมือน เดิม {13:7} และ กษัตริย์ ตรัส กับ คน ของ พระเจ้า ว่า “ เชิญ มา บ้าน กับ ข้าพเจ้า เถิด และ รับประทาน ด้วย กัน ข้าพเจ้า จะ ให้ รางวัล แก่ ท่าน” {13:8} และ คน ของ พระเจ้า ทูล กษัตริย์ ว่า “ ถ้า ท่าน จะ ให้ สัก ครึ่ง ราชสมบัติ ของ ท่าน ข้าพเจ้า จะ ไม่ ไป กับ ท่าน และ ข้าพเจ้า จะ ไม่ รับประทาน ขนม ปัง หรือ ดื่ม น้ำ ใน ที่ นี้ {13:9} เพราะ ว่า พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ บัญชา ข้าพเจ้า ไว้ อย่าง นั้น ว่า ‘ เจ้า อย่า กิน ขนม ปัง หรือ ดื่ม น้ำ หรือ กลับ ไป ตาม ทาง ที่ เจ้า มา นั้น’” {13:10} ดังนั้น ท่าน จึง ไป เสีย อีก ทาง หนึ่ง และ ไม่ กลับ ไป ตาม ทาง ที่ ท่าน มา ยัง เบธเอล {13:11} มี ผู้ พยากรณ์ แก่ คน หนึ่ง อาศัย อยู่ ใน เบธเอล และ บุตร ชาย ของ เขา ก็ ได้ มาบ อก เขา ถึง เรื่องราว ทั้งสิ้น ซึ่ง คน ของ พระเจ้า ได้ กระทำ ใน วัน นั้น ที่ เบธเอล ถ้อยคำ ซึ่ง ท่าน ได้ กล่าว แก่ กษัตริย์ เขา ทั้งหลาย ก็ ได้ เล่า ให้ บิดา ของ เขา ฟัง ด้วย {13:12} และ บิดา ของ เขา ได้ ถาม เขา ว่า “ ท่าน ไป ทาง ไหน” เพราะ บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ เขา ได้ เห็น ทาง ซึ่ง คน ของ พระเจ้า ผู้ มา จาก ยูดาห์ ได้ เดิน ไป นั้น {i13:13} ผู้ พยากรณ์ ของ พระเจ้า ไม่ เชื่อฟัง จึง เสีย ชีวิต {13:13} เขา จึง พูด กับ บุตร ชาย ของ เขา ว่า “ จง ผูก อาน ลา ให้ พ่อ” เขา ทั้งหลาย จึง ผูก อาน ลา ให้ เขา แล้ว เขา ก็ ขึ้น ขี่ {13:14} เขา ได้ ไป ตาม คน ของ พระเจ้า และ ได้ พบ ท่าน นั่ง อยู่ ใต้ ต้น โอ๊ก ต้น หนึ่ง เขา จึง พูด กับ ท่าน ว่า “ ท่าน เป็น คน ของ พระเจ้า ซึ่ง มา จาก ยูดาห์ หรือ” ท่าน ก็ ตอบ ว่า “ ใช่ แล้ว” {13:15} เขา จึง ตอบ ท่าน ว่า “ เชิญ มา บ้าน กับ ข้าพเจ้า เถิด และ มา รับประทาน อาหาร บ้าง” {13:16} ท่าน พูด ว่า “ ข้าพเจ้า จะ กลับ ไป กับ ท่าน หรือ เข้า ไป พัก กับ ท่าน ไม่ ได้ ข้าพเจ้า จะ ไม่ รับประทาน อาหาร หรือ ดื่ม น้ำ กับ ท่าน ใน ที่ นี้ {13:17} เพราะ พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ ข้าพเจ้า ว่า ‘ เจ้า อย่า รับประทาน อาหาร หรือ ดื่ม น้ำ ที่ นั่น หรือ กลับ โดย ทาง ที่ เจ้า ได้ มา’” {13:18} และ เขา จึง พูด กับ ท่าน ว่า “ ข้าพเจ้า ก็ เป็น ผู้ พยากรณ์ อย่าง ที่ ท่าน เป็น นั้น ด้วย มี ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง มาบ อก ข้าพเจ้า โดย พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ว่า ‘ จง นำ เขา กลับ มา กับ เจ้า ยัง เรือน ของ เจ้า เพื่อ เขา จะ ได้ รับประทาน อาหาร และ ดื่ม น้ำ’” แต่ เขา มุสา ต่อ ท่าน {13:19} ดังนั้น ท่าน จึง ไป กับ เขา และ ได้ รับประทาน อาหาร ใน เรือน ของ เขา และ ได้ ดื่ม น้ำ {13:20} และ ต่อ มา ขณะ ที่ พวก เขา นั่ง อยู่ ที่ โต๊ะ พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ยัง ผู้ พยากรณ์ ผู้ ที่ ได้ นำ ท่าน กลับ {13:21} และ เขา ร้อง ต่อ คน ของ พระเจ้า ผู้ มา จาก ยูดาห์ ว่า “ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดังนี้ ว่า ‘ เพราะ เจ้า ไม่ เชื่อฟัง พระ โอษฐ์ ของ พระ เยโฮวาห์ และ มิ ได้ รักษา พระ บัญญัติ ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เจ้า บัญชา เจ้า {13:22} แต่ เจ้า ได้ กลับ มา และ รับประทาน อาหาร และ ดื่ม น้ำ ใน ที่ ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ เจ้า ว่า “ อย่า รับประทาน อาหาร หรือ ดื่ม น้ำ” ศพ ของ เจ้า จะ มิ ได้ ไป ถึง อุโมงค์ ของ บรรพบุรุษ ของ เจ้า’” {13:23} และ อยู่ มา หลัง จาก ที่ ท่าน ได้ รับประทาน อาหาร และ ดื่ม น้ำ แล้ว เขา ก็ ผูก อาน ลา ให้ ผู้ พยากรณ์ ผู้ ซึ่ง เขา ได้ พาก ลับ มา {13:24} และ เมื่อ ท่าน ไป สิงโต ก็ ออก มา พบ ท่าน ที่ ถนน และ ฆ่า ท่าน เสีย และ ศพ ของ ท่าน ก็ ถูก ทิ้ง ไว้ ใน ถนน และ ลา ตัว นั้น ก็ ยืน อยู่ ข้างๆ ศพ นั้น สิงโต ก็ ยืน อยู่ ข้างๆ ศพ ด้วย {13:25} และ ดู เถิด มี คน ผ่าน ไป และ ได้ เห็น ศพ ทิ้ง อยู่ ใน ถนน และ สิงโต ยืน อยู่ ข้าง ศพ นั้น เขา ก็ มาบ อก กัน ใน เมือง ที่ ที่ ผู้ พยากรณ์ แก่ อยู่ นั้น {13:26} และ เมื่อ ผู้ พยากรณ์ ผู้ ที่ นำ ท่าน กลับ มา จาก ทาง ได้ยิน เรื่อง นั้น เขา พูด ว่า “ นั่น เป็น คน ของ พระเจ้า ผู้ ไม่ เชื่อฟัง พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ เพราะ ฉะนั้น พระ เยโฮวาห์ ได้ ทรง มอบ ท่าน ไว้ กับ สิงโต ซึ่ง ได้ ฉีก ท่าน และ ฆ่า ท่าน เสีย ตาม คำ ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ ท่าน” {13:27} เขา จึง พูด กับ บุตร ชาย ของ เขา ว่า “ จง ผูก อาน ลา ให้ พ่อ” แล้ว เขา ก็ ผูก อาน ลา ให้ {13:28} เขา จึง ไป และ พบ ศพ นั้น ทิ้ง อยู่ ใน ถนน และ ลา กับ สิงโต ก็ ยืน อยู่ ข้างๆ ศพ นั้น สิงโต มิ ได้ กิน ศพ นั้น หรือ ฉีก ลา นั้น {13:29} และ ผู้ พยากรณ์ ก็ ยก ศพ คน ของ พระเจ้า และ วาง ไว้ บน ลา นำ กลับ มา ยัง เมือง ของ ผู้ พยากรณ์ แก่ เพื่อ ไว้ทุกข์ ให้ และ ฝัง ท่าน เสีย {13:30} และ เขา วาง ศพ นั้น ใน ที่ ฝัง ศพ ของ ตนเอง และ เขา ทั้งหลาย ก็ ไว้ทุกข์ ให้ กล่าว ว่า “ อนิจจา พี่น้อง เอ๋ย” {13:31} ต่อ มา เมื่อ ได้ ฝัง ท่าน ไว้ แล้ว เขา จึง พูด กับ บุตร ชาย ของ ตน ว่า “ เมื่อ เรา ตาย จง ฝัง เรา ไว้ ใน ที่ ฝัง ศพ ซึ่ง ฝัง คน ของ พระเจ้า ไว้ นั้น จง วาง กระดูก ของ เรา ไว้ ข้าง กระดูก ของ ท่าน {13:32} เพราะ ว่า คำ พูด ซึ่ง ท่าน ได้ ร้อง โดย พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ กล่าวโทษ แท่น บูชา ใน เบธเอล และ ต่อ บรรดา นิเวศ แห่ง ปู ชนีย สถาน สูง ซึ่ง อยู่ ใน หัว เมือง สะ มา เรีย จะ สำเร็จ เป็น แน่” {i13:33} เย โร โบ อัม ได้ รับ คำ ตักเตือน แล้ว แต่ ไม่ กลับ จาก ความ บาป ของ ตน {13:33} ภายหลัง สิ่ง เหล่า นี้ เย โร โบ อัม มิ ได้ หัน กลับ จาก ทาง ชั่ว ของ พระองค์ แต่ จาก ท่ามกลาง ประชาชน ได้ สถาปนา บาง คน ให้ เป็น ปุโรหิต ประจำ ปู ชนีย สถาน สูง นั้น อีก ผู้ ใด ที่ พอใจ เป็น พระองค์ ก็ แต่งตั้ง เขา ให้ เป็น ปุโรหิต ประจำ บรรดา ปู ชนียสถานสูง {13:34} และ สิ่ง นี้ กลาย เป็น ความ บาป แก่ ราชวงศ์ เย โร โบ อัม เพื่อ จะ ตัด และ ทำลาย ราชวงศ์ นั้น เสีย จาก พื้น แผ่นดิน โลก {i14:1} พระเจ้า ทรง สาปแช่ง ราชวงศ์ ของ เย โร โบ อัม {14:1} ครั้ง นั้น อา บี ยาห์ โอรส ของ เย โร โบ อัมประชวร {14:2} และ เย โร โบ อัม รับสั่ง กับ มเหสี ของ พระองค์ ว่า “ จง ลุก ขึ้น ปลอม ตัว ของ เธอ อย่า ให้ รู้ ว่า เธอ เป็น มเหสี ของ เย โร โบ อัม และ จง ไป ยัง ชี โลห์ ดู เถิด อา หิยาห์ ผู้ พยากรณ์ อยู่ ที่ นั่น ผู้ ได้ กล่าว เรื่อง ฉัน ว่า ฉัน จะ ได้ เป็น กษัตริย์ เหนือ ชน ชาติ นี้ {14:3} เธอ จง เอา ขนม ปัง สิบ ก้อน และ ขนม หวาน บ้าง และ น้ำผึ้ง ไห หนึ่ง ไป หา ท่าน ท่าน จะ บอก เธอ ว่า อะไร จะ เกิด ขึ้น กับ เด็ก นั้น” {14:4} มเหสี ของ เย โร โบ อัม ก็ กระทำ ดังนั้น พระนาง ลุก ขึ้น เสด็จ ไป ยัง ชี โลห์ เสด็จ มา ถึง บ้าน ของ อา หิยาห์ ฝ่าย อา หิยาห์ มอง ไม่ เห็น เพราะ ว่า ตา ของ ท่าน แข็ง ด้วย อายุ ของ ท่าน {14:5} พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ อา หิยาห์ว่า “ ดู เถิด มเหสี ของ เย โร โบ อัม กำลัง มา เพื่อ จะ ถาม เจ้า ถึง เรื่อง โอรส ของ เขา เพราะ เด็ก นั้น ป่วย เจ้า จง บอก เธอ อย่าง นี้ๆ เพราะ เมื่อ พระนาง เสด็จ เข้า มา พระนาง ก็ แสร้ง กระทำ เป็น สตรี คน อื่น” {14:6} แต่ เมื่อ อา หิยาห์ ได้ยิน เสียง ฝี พระ บาท ของ พระนาง เมื่อ พระนาง เสด็จ มา ถึง ประตู ท่าน จึง พูด ว่า “ ขอ เชิญ พระ มเหสี ของ เย โร โบ อัม เสด็จ เข้า มา ข้าง ใน ไฉน พระองค์ จึง ทรง แสร้ง กระทำ เป็น คน อื่น เล่า เพราะ ข้า พระองค์ ได้ รับ พระ บัญชา ให้ ทูล ข่าว อัน น่า สลดใจ แก่ พระนาง {14:7} ขอ เสด็จ กลับ ไป ทูล เย โร โบ อัมว่า ‘ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ตรัส ดังนี้ ว่า เพราะ เรา ได้ เชิดชู เจ้า ขึ้น จาก ประชาชน และ ได้ กระทำ ให้ เจ้า เป็น ประมุข เหนือ อิสราเอล ประชาชน ของ เรา {14:8} และ ได้ ฉีก ราช อาณาจักร จาก ราชวงศ์ ของ ดา วิด มา ให้ แก่ เจ้า และ ถึง กระนั้น เจ้า ก็ ไม่ เป็น เหมือน ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา ผู้ ได้ รักษา บัญญัติ ทั้งหลาย ของ เรา และ ติดตาม เรา ด้วย สุด จิตใจ ของ เขา กระทำ สิ่ง ซึ่ง เป็น ที่ ถูกต้อง พอ ตา ของ เรา {14:9} แต่ เจ้า ได้ กระทำ ชั่ว ยิ่ง กว่า คน ทั้งปวง ที่ อยู่ ก่อน เจ้า และ ได้ ไป สร้าง พระ อื่น และ รูป หล่อ และ ได้ กระทำ ให้ เรา โกรธ และ ได้ เหวี่ยง เรา ไว้ เสีย เบื้องหลัง ของ เจ้า {14:10} เพราะ ฉะนั้น ดู เถิด เรา จะ นำ เหตุ ร้าย มา เหนือ ราชวงศ์ ของ เย โร โบ อัม และ จะ ตัด คน ที่ ปัสสาวะ รด กำแพง ได้เสีย จาก เย โร โบ อัม ทั้งคน ที่ ยัง อยู่ และ เหลือ อยู่ ใน อิสราเอล และ จะ ผลาญ คน ที่ เหลือ ใน ราชวงศ์ เย โร โบ อัม เสีย อย่าง สิ้นเชิง อย่าง คน ที่ ขน มูล สัตว์ ไป ทิ้ง จน หมด {14:11} ผู้ ใด ใน วงศ์ เย โร โบ อัม ที่ ตาย ใน เมือง สุนัข จะ กิน และ ผู้ ใด ที่ ตาย ใน ทุ่ง นก ใน อากาศ จะ กิน เพราะ พระ เยโฮวาห์ ทรง ลั่น พระ วาจา ไว้’ {14:12} เพราะ ฉะนั้น ขอ เชิญ เสด็จ กลับ ไป ยัง พระ ตำหนัก ของ พระนาง เมื่อ พระ บาท ของ พระองค์ เข้า เมือง กุมาร นั้น ก็ จะ ถึง แก่ มรณา {14:13} และ อิสราเอล ทั้งปวง จะ ไว้ทุกข์ ให้ เธอ และ จะ ฝัง ศพ เธอ ไว้ เพราะ เธอ ผู้ เดียว เท่านั้น ใน ราชวงศ์ เย โร โบ อัม ที่ จะ ไป ถึง หลุม ศพ เพราะ ใน ตัว เธอ นั้น ยัง เห็น บาง สิ่ง ที่ พอ พระทัย พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ใน ราชวงศ์ ของ เย โร โบ อัม {14:14} ยิ่ง กว่า นั้น อีก พระ เยโฮวาห์ จะ ทรง ตั้ง กษัตริย์ อีก องค์ หนึ่ง เหนือ อิสราเอล เพื่อ พระองค์ ผู้ ซึ่ง จะ ตัด ราชวงศ์ ของ เย โร โบ อัม เสีย ใน วัน นี้ แต่ นั่น อะไร ก็ เป็น เวลา นี้ {14:15} เพราะ พระ เยโฮวาห์ จะ ทรง ตี อิสราเอล ดุจ ไม้ อ้อ สั่น อยู่ ใน น้ำ และ จะ ทรง ถอน ราก อิสราเอล ออก เสีย จาก แผ่นดิน อัน ดี นี้ ซึ่ง พระองค์ ทรง ยก ให้ แก่ บรรพบุรุษ ของ เขา และ กระจาย เขา ไป ฟาก แม่น้ำ ข้าง โน้น เพราะ เขา ทั้งหลาย ได้ สร้าง เสา รูป เคารพ ของ เขา เป็น เหตุ ให้ พระ เยโฮวาห์ ทรง พระ พิโรธ {14:16} และ พระองค์ จะ ทรง มอบ อิสราเอล ไว้ เพราะ บาป ทั้งหลาย ของ เย โร โบ อัม ซึ่ง เขา ได้ กระทำ บาป และ กระทำ ให้ อิสราเอล ทำบาป ด้วย” {14:17} แล้ว มเหสี ของ เย โร โบ อัม ทรง ลุก ขึ้น เสด็จ ออก ไป และ มา ถึง เมือง ที รซาห์ และ เมื่อ พระนาง เสด็จ ถึง ธรณี ทวาร กุมาร ก็ ถึง แก่ มรณา {14:18} และ อิสราเอล ทั้งปวง ก็ ฝัง ศพ เธอ และ ไว้ทุกข์ ให้ เธอ ตาม พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง พระองค์ ตรัส โดย อา หิยาห์ ผู้ พยากรณ์ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ {i14:19} เย โร โบ อัม สิ้น พระ ชนม์ (2 พศด 13:20) {14:19} ฝ่าย ราชกิจ นอก นั้น ของ เย โร โบ อัม กล่าว ถึง ว่า พระองค์ ทรง ทำ ศึก และ ทรง ครอบครอง อย่างไร นั้น ดู เถิด ก็ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร แห่ง กษัตริย์ ประเทศ อิสราเอล {14:20} เวลา ที่ เย โร โบ อัม ครอบครอง นั้น เป็น ยี่ สิบ สอง ปี และ พระองค์ ก็ ล่วง หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ นา ดับ ราช โอรส ของ พระองค์ ก็ ขึ้น ครอง แทน {i14:21} เร โหโบอัม นำ คน ยูดาห์ ให้ กระทำ บาป (2 พศด 12:1) {14:21} ฝ่าย เร โหโบอัม ราช โอรส ของ ซา โลม อน ทรง ครอบครอง อยู่ ใน ยูดาห์ เมื่อ เร โหโบอัม ขึ้น ครอง นั้น มี พระ ชนมายุ สี่ สิบ เอ็ด พรรษา และ ทรง ครอง ใน เยรูซาเล็ม สิบ เจ็ด ปี เป็น นคร ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ ได้ ทรง เลือก จาก บรรดา ตระกูล อิสราเอล เพื่อ จะ สถาปนา พระ นาม ของ พระองค์ ที่ นั่น พระ ชนนี ของ กษัตริย์ มี พระ นาม ว่า นา อา มาห์ คน อัมโมน {14:22} และ ยูดาห์ ได้ กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ และ เขา ทั้งหลาย ได้ ยั่วยุ ให้ พระองค์ หวงแหน ด้วย บาป ทั้งหลาย ที่ เขา ได้ กระทำ ซึ่ง มาก กว่า บาป ทั้งสิ้น ที่ บรรพบุรุษ ของ เขา ได้ กระทำ เสีย อีก {14:23} เพราะ เขา ได้ สร้าง ปู ชนีย สถาน สูง ด้วย และ เสา ศักดิ์สิทธิ์ และ เสา รูป เคารพ สำหรับ ตัว เขา ไว้ บน เนิน เขา สูงๆ ทุก เนิน และ ใต้ ต้นไม้ เขียว ทุก ต้น {14:24} และ มี กะเทย ใน แผ่นดิน นั้น ด้วย และ เขา ได้ กระทำ ตาม บรรดา สิ่ง ที่ น่า สะอิดสะเอียน ของ ประชาชาติ ทั้งหลาย ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ ทรง ขับ ไล่ออก ไป ให้ พ้น หน้า ประชาชน อิสราเอล {i14:25} ชิ ชัก บุกรุก กรุง เยรูซาเล็ม (2 พศด 12:2-12) {14:25} ต่อ มา ใน ปี ที่ ห้า แห่ง กษัตริย์ เร โหโบอัม ชิ ชัก กษัตริย์ อียิปต์ ได้ ขึ้น มา รบ กรุง เยรูซาเล็ม {14:26} ท่าน ได้ เก็บ ทรัพย์ สมบัติ ใน พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ และ ทรัพย์ สมบัติ ใน พระ ราช วัง ของ กษัตริย์ ท่าน ได้ เก็บ ไป เสีย ทุก อย่าง และ ท่าน ได้ เก็บ โล่ ทองคำ ซึ่ง ซา โลม อน ได้ สร้าง นั้น ไป หมด ด้วย {14:27} และ กษัตริย์ เร โหโบอัม ได้ กระทำ โล่ ทองสัมฤทธิ์ แทน ไว้ และ มอบ ไว้ ใน มือ ของ พวก ทหาร รักษา พระองค์ ผู้ เฝ้า ทวาร พระ ราช วัง {14:28} เมื่อ กษัตริย์ เสด็จ เข้า ไป ยัง พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ ทหาร รักษา พระองค์ ก็ ถือ โล่ ออก แล้ว นำ กลับ ไป เก็บ ไว้ ใน ห้อง ทหาร รักษา พระองค์ ตาม เดิม {14:29} ฝ่าย พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ เร โหโบอัม และ สรรพ สิ่ง ที่ ทรง กระทำ มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร แห่ง กษัตริย์ ประเทศ ยูดาห์ หรือ {14:30} มี สงคราม ระหว่าง เร โหโบอัม และ เย โร โบ อัม เสมอ ไป {i14:31} เร โหโบอัม สิ้น พระ ชนม์ (2 พศด 12:13-16) {14:31} และ เร โหโบอัม ก็ ทรง ล่วง หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ เขา ก็ ฝัง ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ ใน นคร ดา วิด พระ นาม ของ พระ ชนนี ของ พระองค์ คือ นา อา มาห์ คน อัมโมน และ อา บี ยัม ราช โอรส ก็ ขึ้น ครอง แทน {i15:1} อา บี ยัม ได้ ขึ้น ครอง เหนือ ประเทศ ยูดาห์ (2 พศด 13:1-2) {15:1} ใน ปี ที่ สิบ แปด แห่ง รัชกาล กษัตริย์ เย โร โบ อัมบุตรชายเนบัท อา บี ยัม ได้ ขึ้น ครอง เหนือ ประเทศ ยูดาห์ {15:2} พระองค์ ทรง ครอง ใน เยรูซาเล็ม สาม ปี พระ นาม ของ พระ ชนนี คือ มา อา คาห์ ธิดา ของ อา บี ชา โลม {15:3} พระองค์ ดำเนิน ตาม การ บาป ทุก อย่าง ซึ่ง ราช บิดา ของ พระองค์ ได้ กระทำ ต่อ พระ พักตร์ พระองค์ และ พระทัย ของ พระองค์ ก็ ไม่ บริสุทธิ์ ต่อ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ พระองค์ ดัง พระทัย ของ ดา วิด บรรพบุรุษ ของ พระองค์ {15:4} อย่างไร ก็ ดี เพื่อ ทรง เห็นแก่ ดา วิด พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ พระองค์ ทรง ประทาน ประทีป แก่ พระองค์ ใน เยรูซาเล็ม คือ ทรง ตั้ง ราช โอรส แทน และ เพื่อ ทรง สถาปนา เยรูซาเล็ม {15:5} เพราะ ว่า ดา วิด ทรง กระทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ และ มิ ได้ ทรง หัน ไป จาก สิ่ง ใด ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ ทรง บัญชา แก่ พระองค์ ตลอด พระ ชนม์ ชีพ ของ พระองค์ นอกจาก เรื่อง อุ รี อาห์คนฮิตไทต์ {15:6} มี ศึก ระหว่าง เร โหโบอัม กับ เย โร โบ อัม ตลอด พระ ชนม์ ชีพ ของ พระองค์ {15:7} ราชกิจ นอก นั้น ของ อา บี ยัม และ สรรพ สิ่ง ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร แห่ง กษัตริย์ ประเทศ ยูดาห์ หรือ และ มี การ ศึก ระหว่าง อา บี ยัม และ เย โร โบ อัม {i15:8} อา บี ยัม สิ้น พระ ชนม์ อาสา ขึ้น ครอง (2 พศด 14:1) {15:8} และ อา บี ยัม ก็ ล่วง หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ เขา ทั้งหลาย ก็ ฝัง พระ ศพ พระองค์ ไว้ ใน นคร ดา วิด และ อาสา ราช โอรส ของ พระองค์ ก็ ขึ้น ครอง แทน {15:9} ใน ปี ที่ ยี่ สิบ แห่ง รัชกาล เย โร โบ อัม กษัตริย์ ของ อิสราเอล อาสา ได้ ขึ้น ครอง เหนือ ประเทศ ยูดาห์ {15:10} และ พระองค์ ทรง ครอง อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม สี่ สิบ เอ็ด ปี พระ อัยกี ของ พระองค์ คือ มา อา คาห์ ธิดา ของ อา บี ชา โลม {15:11} และ อาสา ทรง กระทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สาย พระ เนตร พระ เยโฮวาห์ ดั่ง ดา วิด บรรพบุรุษ ของ พระองค์ ได้ ทรง กระทำ นั้น {15:12} พระองค์ ทรง กวาด ล้าง กะเทย เสีย จาก แผ่นดิน และ รื้อถอน รูป เคารพ ทั้งสิ้น ซึ่ง บรรพบุรุษ ได้ กระทำ ไว้ นั้น เสีย {15:13} และ พระองค์ ทรง ถอด มา อา คาห์ พระ อัยกี เสีย จาก ตำแหน่ง พระ ราช ชนนี เพราะ พระนาง มี รูป เคารพ น่า เกลียด น่า ชัง สร้าง ไว้ ใน เสา รูป เคารพ และ อาสา ทรง ฟัน รูป เคารพ ของ พระนาง ลง และ ทรง เผา เสีย ที่ ลำธาร ขิด โร น {15:14} แต่ มิ ได้ ทรง รื้อ ปู ชนีย สถาน สูง เหล่า นั้น ถึง อย่าง นั้น พระทัย ของ อาสา ก็ บริสุทธิ์ ต่อ พระ เยโฮวาห์ ตลอด รัชสมัย ของ พระองค์ {15:15} พระองค์ ทรง นำ เงิน ทองคำ และ เครื่อง ใช้ ต่างๆ อัน เป็น สัญญา ถวาย ของ ราช บิดา ของ พระองค์ และ ของ สัญญา ถวาย ของ พระองค์ เอง มา ยัง พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ {i15:16} การ ศึก ระหว่าง อาสา และ บา อาชา (2 พศด 16:1-6) {15:16} มี การ ศึก ระหว่าง อาสา และ บา อาชา กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตลอด สมัย ของ พระองค์ ทั้ง สอง {15:17} บา อาชา กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ได้ ทรง ยก ไป ต่อสู้ กับ ยูดาห์ และ ได้ สร้าง เมือง รา มาห์ เพื่อ มิ ให้ ผู้ ใด เข้า ไป เฝ้า หรือ ออก มา จาก อาสา กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ {15:18} แล้ว อาสา ทรง นำ เงิน และ ทองคำ ซึ่ง เหลือ อยู่ ใน ทรัพย์สิน แห่ง พระ นิเวศ ของ พระ เยโฮวาห์ และ ทรัพย์สิน ของ พระ ราช วัง มอบ ไว้ ใน มือ ของ ข้าราชการ ของ พระองค์ และ กษัตริย์ อาสา ทรง ใช้ เขา ไป เฝ้า เบน ฮา ดัด โอรส ของ ทับ ริม โม น ผู้ เป็น โอรส ของ เฮ ซี โอน กษัตริย์ แห่ง ซีเรีย ผู้ อยู่ ใน เมือง ดา มัสกัสว่า {15:19} “ มี พันธมิตร ระหว่าง ข้า พระองค์ และ พระองค์ ระหว่าง พระ ชนก ของ ข้า พระองค์ และ พระ ชนก ของ พระองค์ ดู เถิด ข้า พระองค์ ได้ ส่ง บรรณาการ เป็น เงิน และ ทองคำ มา ยัง พระองค์ ขอ พระองค์ เสด็จ ไป เลิก พันธมิตร กับ บา อาชา กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล เสีย เพื่อ เขา จะ ได้ ยก ทัพ กลับ ไป เสีย จาก ข้า พระองค์” {15:20} แล้ว เบน ฮา ดัด ก็ ทรง ฟัง กษัตริย์ อาสา และ ส่ง ผู้บังคับบัญชา ทหาร ของ พระองค์ ไป รบ หัว เมือง อิสราเอล และ ได้ โจมตี เมือง อิโยน ดาน อา เบลเบธมาอาคาห์ และ หมด ท้องถิ่น คินเนโรท และ หมด ดินแดน นัฟทาลี {15:21} และ อยู่ มา เมื่อ บา อาชา ทรง ได้ยิน แล้ว พระองค์ ก็ ทรง หยุด สร้าง เมือง รา มาห์ และ พระองค์ ประทับ ที่ เมือง ที รซาห์ {15:22} แล้ว กษัตริย์ อาสา ทรง ประกาศ ไป ทั่ว ยูดาห์ ไม่ เว้น ผู้ ใด เลย เขา ทั้งหลาย ก็ มา รื้อ เอา หิน ของ เมือง รา มาห์ และ ตัว ไม้ ของ เมือง นั้น ซึ่ง บา อาชา ทรง สร้าง ค้าง อยู่ กษัตริย์ อาสา ก็ ทรง เอา มาส ร้าง เมือง เก บา แห่ง เบน ยา มิ น และ เมือง มิส ปาห์ {i15:23} อาสา สิ้น พระ ชนม์ เย โฮ ชา ฟัท ก็ ขึ้น ครอง แทน {15:23} พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ อาสา ทั้ง ยุทธ พลัง ทั้งสิ้น ของ พระองค์ และ บรรดา สิ่ง ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ และ หัว เมือง ซึ่ง พระองค์ ทรง สร้าง มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร ของ กษัตริย์ ประเทศ ยูดาห์ หรือ แต่ เมื่อ ทรง พระ ชรา แล้ว ก็ เกิด พระ โรค ขึ้น ที่ พระ บาท {15:24} และ อาสา ก็ ทรง ล่วง หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ เขา ฝัง ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ ที่ ใน นคร ดา วิด ราช บิดา ของ พระองค์ และ เย โฮ ชา ฟัท ราช โอรส ของ พระองค์ ก็ ขึ้น ครอง แทน {i15:25} นา ดับ ได้ ครอง เหนือ อิสราเอล {15:25} นา ดับ ราช โอรส ของ เย โร โบ อัม ได้ เริ่ม ครอง เหนือ อิสราเอล ใน ปี ที่ สอง แห่ง รัชกาล อาสา กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ และ พระองค์ ทรง ครอง เหนือ อิสราเอล สอง ปี {15:26} พระองค์ ทรง กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ และ ทรง ดำเนิน ใน ทาง แห่ง ราช บิดา ของ พระองค์ และ ใน บาป ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ ให้ อิสราเอล ทำบาป ด้วย {i15:27} บา อาชา กบฏ และ ยึด เอา อาณาจักร อิสราเอล {15:27} บา อาชา บุตร ชาย อา หิยาห์ วงศ์วาน ของ อิสสา คาร์ คิด กบฏ ต่อ พระองค์ และ บา อาชา ทรง ประหาร พระองค์ เสีย ที่ กิบเบโธน ซึ่ง เป็น แดน เมือง ของ ฟีลิสเตีย เพราะ นา ดับ และ คน อิสราเอล ทั้งสิ้น กำลัง ล้อม เมือง กิบเบโธนอยู่ {15:28} ดังนั้น บา อาชา จึง สำเร็จ โทษ พระองค์ เสีย ใน ปี ที่ สาม แห่ง รัชกาล อาสา กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ และ ขึ้น ครอง แทน {15:29} ต่อ มา พอ พระองค์ ทรง เป็น กษัตริย์ ก็ ทรง ประหาร ราชวงศ์ ของ เย โร โบ อัมเสียสิ้น ไม่ มี ผู้ ใด ของ เย โร โบ อัม รอด มา สัก คน เดียว เลย พระองค์ ทำลาย เสีย สิ้น ตาม พระ ดำรัส แห่ง พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง พระองค์ ตรัส โดย อา หิยาห์ชาวชีโลห์ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ {15:30} เป็น เพราะ บาป ทั้งหลาย ซึ่ง เย โร โบ อัม ได้ ทรง กระทำ และ ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง กระทำ ให้ อิสราเอล ทำบาป ด้วย และ เพราะ พระองค์ ทรง กระทำ ให้ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล ทรง พระ พิโรธ {15:31} ส่วน พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ นา ดับ และ บรรดา สิ่ง ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร ของ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล หรือ {i15:32} การ ศึก ระหว่าง อาสา และ บา อาชา {15:32} มี ศึก ระหว่าง อาสา และ บา อาชา กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตลอด สมัย ของ พระองค์ ทั้ง สอง {15:33} ใน ปี ที่ สาม แห่ง รัชกาล อาสา กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ บา อาชา บุตร ชาย อา หิยาห์ ได้ ทรง เริ่ม ครอบครอง เหนือ อิสราเอล ทั้งสิ้น ที่ เมือง ที รซาห์ และ ได้ ทรง ครอบครอง อยู่ ยี่ สิบ สี่ ปี {15:34} พระองค์ ทรง กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ และ ดำเนิน ใน มรรคา ของ เย โร โบ อัม และ ใน บาป ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ ให้ อิสราเอล ทำบาป ด้วย {i16:1} บา อาชา ถูก สาปแช่ง แล้ว จึง สิ้น พระ ชนม์ {16:1} พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ได้ มา ถึง เย ฮู บุตร ชาย ฮา นา นี กล่าวโทษ บา อาชา ว่า {16:2} “ ใน เมื่อ เรา ได้ เชิดชู เจ้า ขึ้น มา จาก ผง คลี และ กระทำ ให้ เจ้า เป็น ประมุข เหนือ อิสราเอล ประชาชน ของ เรา และ เจ้า ได้ ดำเนิน ตาม มรรคา ของ เย โร โบ อัม และ ได้ กระทำ ให้ อิสราเอล ประชาชน ของ เรา ทำบาป ด้วย กระทำ ให้ เรา โกรธ ด้วย บาป ของ เขา ทั้งหลาย {16:3} ดู เถิด เรา จะ กวาด ล้าง ผู้ อยู่ ภายหลัง บา อาชา และ ผู้ อยู่ ภายหลัง ราชวงศ์ ของ เขา เสีย อย่าง สิ้นเชิง และ กระทำ ให้ ราชวงศ์ ของ เจ้า เหมือน กับ ราชวงศ์ ของ เย โร โบ อัมบุตรเนบัท {16:4} ผู้ ใด ใน ราชวงศ์ บา อาชา ที่ ตาย ใน เมือง สุนัข จะ กิน และ ผู้ ใด ที่ ตาย ใน ทุ่ง นา นก ใน อากาศ จะ กิน” {16:5} ส่วน พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ บา อาชา และ บรรดา สิ่ง ที่ พระองค์ ได้ กระทำ และ ยุทธ พลัง ของ พระองค์ มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร แห่ง กษัตริย์ ประเทศ อิสราเอล หรือ {16:6} และ บา อาชา ก็ ล่วง หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ เขา ก็ ฝัง ไว้ ที่ เมือง ที รซาห์ และ เอ ลาห์ ราช โอรส ก็ ขึ้น ครอง แทน พระองค์ {16:7} นอกจาก นั้น พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ได้ มา ถึง โดย ผู้ พยากรณ์ เย ฮู บุตร ชาย ฮา นา นี กล่าวโทษ บา อาชา และ เชื้อ วงศ์ ของ พระองค์ ทั้ง เรื่อง ความ ชั่ว ทั้งสิ้น ซึ่ง พระองค์ กระทำ ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง เป็น การ ยั่วยุ ให้ พระองค์ ทรง กริ้ว โกรธ ด้วย พระ ราชกิจ จาก พระ หัตถ์ ของ พระองค์ ใน การ ที่ เหมือน กับ ราชวงศ์ ของ เย โร โบ อัม และ เพราะ พระองค์ ได้ ทรง ฆ่า เย โร โบ อัมด้วย {i16:8} เอ ลาห์ ได้ ขึ้น ครอง เหนือ อิสราเอล {16:8} ใน ปี ที่ ยี่ สิบ หก แห่ง รัชกาล อาสา กษัตริย์ ของ ยูดาห์ เอ ลาห์ โอรส บา อาชา ทรง เริ่ม ขึ้น ครอง เหนือ อิสราเอล ใน เมือง ที รซาห์ และ ทรง ครอบครอง อยู่ สอง ปี {16:9} แต่ ศิม รี ข้าราชการ ของ พระองค์ ผู้ บัญชาการ กอง รถ รบ ของ พระองค์ ครึ่ง หนึ่ง ได้ คิด กบฏ ต่อ พระองค์ เมื่อ พระองค์ ประทับ ที่ เมือง ที รซาห์ พระองค์ ทรง ดื่ม จน เมา ใน เรือน ของ อา ร ซา ผู้ ครอบครอง ราช สำนัก ใน ที รซาห์ {16:10} ศิม รี ได้ เข้า มา ฟัน พระองค์ ล้ม ลง และ ประหาร พระองค์ เสีย ใน ปี ที่ ยี่ สิบ เจ็ด แห่ง รัชกาล อาสา กษัตริย์ ของ ยูดาห์ แล้ว ก็ ขึ้น ครอง แทน พระองค์ {i16:11} ศิม รี เสด็จ ประทับ เหนือ ราชบัลลังก์ ของ อิสราเอล {16:11} และ อยู่ มา เมื่อ พระองค์ ทรง เริ่ม ครอง ราชย์ ทันที ที่ พระองค์ เสด็จ ประทับ บน ราชบัลลังก์ พระองค์ ทรง สังหาร ราชวงศ์ ของ บา อาชา เสีย สิ้น พระองค์ มิ ได้ ทรง เหลือ ไว้ สัก คน หนึ่ง ที่ ปัสสาวะ รด กำแพง ได้ ไม่ ว่า จะ เป็น ญาติ หรือ มิตรสหาย ของ บา อาชา {16:12} ศิม รี ทรง ทำลาย ราชวงศ์ ของ บา อาชา ทั้งหมด ดังนี้ แหละ ตาม พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง พระองค์ ตรัส โดย เย ฮู ผู้ พยากรณ์ กล่าวโทษ บา อาชา {16:13} เหตุ ด้วย บาป ทั้งสิ้น ของ บา อาชา และ บาป ของ เอ ลาห์ ราช โอรส ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ทั้ง สอง ได้ กระทำ บาป และ ซึ่ง พระองค์ ทั้ง สอง ได้ กระทำ ให้ ชน อิสราเอล ทำบาป ด้วย กระทำ ให้ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ทรง กริ้ว ด้วย เรื่อง ความ หยิ่ง ยโส ของ พระองค์ ทั้ง สอง นั้น {16:14} ส่วน พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ เอ ลาห์ และ บรรดา สิ่ง ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร แห่ง กษัตริย์ ประเทศ อิสราเอล หรือ {16:15} ใน ปี ที่ ยี่ สิบ เจ็ด แห่ง รัชกาล อาสา กษัตริย์ ประเทศ ยูดาห์ ศิม รี ทรง ครอบครอง เจ็ด วัน ณ เมือง ที รซาห์ ฝ่าย พวก พล ได้ ตั้ง ค่าย รบ เมือง กิบเบโธน ซึ่ง เป็น ของ คน ฟีลิสเตีย {16:16} และ พวก พล ซึ่ง ตั้ง ค่าย อยู่ นั้น ได้ยิน เขา กล่าว กัน ว่า “ ศิม รี ได้ กบฏ และ ท่าน ได้ ปลง พระ ชนม์ กษัตริย์ เสีย แล้ว” เพราะ ฉะนั้น อิสราเอล ทั้งปวง ก็ สถาปนา อม รี ผู้ บัญชาการ กองทัพ ให้ เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล ใน วัน นั้น ที่ ใน ค่าย {16:17} อม รี จึง เสด็จ ขึ้น ไป จาก กิบเบโธน และ อิสราเอล ทั้งปวง ก็ ขึ้น ไป ด้วย เขา ทั้งหลาย เข้า ล้อม เมือง ที รซาห์ {16:18} และ ต่อ มา เมื่อ ศิม รี ทรง เห็น ว่า เมือง นั้น ถูก ยึด แล้ว ก็ เสด็จ เข้า ไป ใน พระ ราช วัง แห่ง ราช สำนัก และ ทรง เผา ราช สำนัก คลอก พระองค์ เอง สิ้น พระ ชนม์ เสีย ใน กอง ไฟ นั้น {16:19} เหตุ ด้วย บาป ทั้งหลาย ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ ไว้ คือ ทรง กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ ดำเนิน อยู่ ใน มรรคา ของ เย โร โบ อัม และ ด้วย เหตุ บาป ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ คือ ทรง กระทำ ให้ อิสราเอล ทำบาป ด้วย {16:20} ส่วน พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ ศิม รี และ การ กบฏ ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร แห่ง กษัตริย์ อิสราเอล หรือ {i16:21} ทิบนี กับ อม รี ต่อสู้ เพื่อ ได้ ราชบัลลังก์ แล้ว ทิบนีสิ้นชีวิต {16:21} แล้ว ชน ชาติ อิสราเอล ก็ แบ่ง ออก เป็น สอง ส่วน ครึ่ง หนึ่ง ของ ประชาชน ติดตาม ทิบนี บุตร ชาย กี นัท เชิญ ท่าน ให้ เป็น กษัตริย์ และ อีก ครึ่ง หนึ่ง ติดตาม อม รี {16:22} แต่ ประชาชน ผู้ ติดตาม อม รี ได้ รบ ชนะ ประชาชน ผู้ ติดตาม ทิบนี บุตร ชาย กี นัท ทิบนี จึง สิ้น ชีวิต และ อม รี ก็ ขึ้น เป็น กษัตริย์ {i16:23} อม รี ตั้ง เมืองหลวง ไว้ ที่ สะ มา เรีย {16:23} ใน ปี ที่ สาม สิบ เอ็ด แห่ง รัชกาล อาสา กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ อม รี ได้ เริ่มต้น ครอบครอง อยู่ เหนือ อิสราเอล และ ทรง ครอบครอง อยู่ สิบ สอง ปี พระองค์ ทรง ครอบครอง ใน เมือง ที รซาห์หกปี {16:24} พระองค์ ทรง ซื้อ ภูเขา สะ มา เรียจากเชเมอร์ เงิน สอง ตะ ลันต์ และ พระองค์ ทรง เสริม ภูเขา นั้น ให้ เป็น ป้อม และ ทรง ขนาน นาม เมือง ที่ พระองค์ ทรง สร้าง นั้น ว่า สะ มา เรีย ตาม ชื่อ ของ เชเมอร์ ผู้ เป็น เจ้าของ ภูเขา นั้น {16:25} อม รี ได้ ทรง กระทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร พระ เยโฮวาห์ และ ทรง กระทำ เลว ทราม กว่า บรรดา กษัตริย์ ที่ อยู่ มา ก่อน พระองค์ {16:26} เพราะ ว่า พระองค์ ทรง ดำเนิน ตาม มรรคา ทั้งสิ้น ของ เย โร โบ อัมบุตรชายเนบัท และ ตาม บาป ซึ่ง พระองค์ กระทำ ให้ อิสราเอล ทำบาป ด้วย กระทำ ให้ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล พิโรธ ด้วย ความ หยิ่ง ยโส ของ เขา ทั้งหลาย {16:27} ส่วน พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ อม รี ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ และ ยุทธ พลัง ซึ่ง พระองค์ ทรง สำแดง มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร แห่ง กษัตริย์ ประเทศ อิสราเอล หรือ {i16:28} อา หับ ขึ้น ครอง แทน อม รี {16:28} และ อม รี ก็ ล่วง หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ เขา ฝัง ไว้ ใน สะ มา เรีย และ อา หับ ราช โอรส ของ พระองค์ ก็ ขึ้น ครอง แทน พระองค์ {16:29} ใน ปี ที่ สาม สิบ แปด แห่ง รัชกาล อาสา กษัตริย์ ของ ยูดาห์ อา หับ ราช โอรส ของ อม รี ได้ เริ่ม ครอบครอง เหนือ อิสราเอล และ อา หับ ราช โอรส ของ อม รี ได้ ครอง เหนือ อิสราเอล ใน เมือง สะ มา เรีย ยี่ สิบ สอง ปี {16:30} และ อา หับ โอรส ของ อม รี ได้ กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ มาก ยิ่ง เสีย กว่า บรรดา กษัตริย์ ที่ อยู่ ก่อน พระองค์ {i16:31} อา หับ แต่งงาน กับ เย เซ เบล {16:31} และ อยู่ มา ประหนึ่ง ว่า การ ที่ พระองค์ ดำเนิน ใน บาป ทั้งหลาย ของ เย โร โบ อัมบุตรชายเนบัท นั้น เป็น สิ่ง เล็กน้อย พระองค์ ทรง รับ เย เซ เบ ลพ ระ ราช ธิดา ของ เอ็ทบาอัล กษัตริย์ ของ ชาว ไซ ดอน มา เป็น มเหสี และ ไป ปรนนิบัติ พระ บา อัล และ นมัสการ พระ นั้น {16:32} พระองค์ ทรง สร้าง แท่น บูชา พระ บา อัล ใน พระ นิเวศ พระ บา อัล ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง สร้าง ไว้ ใน เมือง สะ มา เรีย {16:33} และ อา หับ ทรง สร้าง เสา รูป เคารพ อา หับ ทรง กระทำ การ ที่ กระทำ ให้ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ทรง พระ พิโรธ มาก ยิ่ง กว่า บรรดา กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ซึ่ง อยู่ มา ก่อน พระองค์ {16:34} ใน รัชกาล ของ พระองค์ ฮีเอลชาวเบธเอล ได้ สร้าง เมือง เย รี โค ท่าน ได้ วาง ราก เมือง นั้น โดย ต้อง เสีย อา บี รัม บุตร หัว ปี ของ ท่าน และ ตั้ง ประตู เมือง โดย ต้อง เสีย เส กุบ บุตร สุด ท้อง ของ ท่าน ตาม พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง พระองค์ ตรัส โดย โย ชู วา บุตร ชาย นูน {i17:1} เอ ลี ยาห์ พยากรณ์ ว่า จะ มี การ กันดาร เป็น เวลา สาม ปี {17:1} ฝ่าย เอ ลี ยาห์ชาวทิช บี ผู้ ซึ่ง ตั้ง อาศัย อยู่ ใน กิเลอาด ได้ ทูล อา หับ ว่า “ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ผู้ ซึ่ง ข้า พระองค์ ปฏิบัติ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด จะ ไม่ มี น้ำค้าง หรือ ฝน ใน ปี เหล่า นี้ นอกจาก ตาม คำ ของ ข้า พระองค์” {i17:2} นก กา เลี้ยง เอ ลี ยาห์ {17:2} แล้ว พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ยัง ท่าน ว่า {17:3} “ จง ออก ไป จาก ที่ นี่ และ หัน ไป ทาง ตะวัน ออก และ ซ่อน ตัว อยู่ ที่ ข้าง ลำธาร เค รี ท ซึ่ง อยู่ ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ข้าง นี้ {17:4} เจ้า จะ ดื่ม น้ำ จาก ลำธาร และ เรา ได้ บัญชา ให้ กา เลี้ยง เจ้าที่ นั่น” {17:5} ท่าน จึง ไป และ กระทำ ตาม พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ท่าน ไป อาศัย อยู่ ที่ ข้าง ลำธาร เค รี ท ซึ่ง อยู่ ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ข้าง นี้ {17:6} และ กา ก็ นำ ขนม ปัง และ เนื้อ มา ให้ ท่าน ใน เวลา เช้า และ นำ ขนม ปัง และ เนื้อ มา ใน เวลา เย็น และ ท่าน ก็ ดื่ม น้ำ จาก ลำธาร {17:7} และ ต่อ มา ภายหลัง ลำธาร ก็ แห้ง เพราะ ไม่ มี ฝน ใน แผ่นดิน {i17:8} หญิง ม่าย แห่ง เมือง ศาเรฟัท เลี้ยง เอ ลี ยาห์ {17:8} และ พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ยัง ท่าน ว่า {17:9} “ ลุก ขึ้น ไป ยัง เมือง ศาเรฟัทเถิด ซึ่ง ขึ้น แก่ เมือง ไซ ดอน และ อาศัย อยู่ ที่ นั่น ดู เถิด เรา ได้ บัญชา หญิง ม่าย คน หนึ่ง ที่ นั่น ให้ เลี้ยง เจ้า” {17:10} ท่าน จึง ลุก ขึ้น ไป ยัง เมือง ศาเรฟัท และ เมื่อ มา ถึง ประตู เมือง ดู เถิด หญิง ม่าย คน หนึ่ง ที่ นั่น กำลัง เก็บ ฟืน ท่าน จึง เรียก นาง ว่า “ ขอ น้ำ เล็กน้อย ใส่ ภาชนะ มา ให้ ฉัน เพื่อ ฉัน จะ ได้ ดื่ม น้ำ” {17:11} และ ขณะ เมื่อ นาง จะ ไป เอา น้ำ มา ท่าน ก็ เรียก นาง แล้ว บอก ว่า “ ขอ นำ อาหาร ใส่ มือ มา ให้ ฉัน สัก หน่อย หนึ่ง” {17:12} และ นาง ตอบ ว่า “ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ดิฉัน ไม่ มี อะไร ที่ ปิ้ง เสร็จ มี แต่ แป้ง สัก กำมือ หนึ่ง ใน หม้อ และ น้ำมัน เล็กน้อย ที่ ใน ไห ดู เถิด ดิฉัน กำลัง เก็บ ฟืน สอง ท่อน เพื่อ จะ เข้า ไป ทำ สำหรับ ตัว ดิฉัน และ บุตร ชาย ของ ดิฉัน เพื่อ เรา จะ ได้ กิน แล้ว ก็ จะ ตาย” {17:13} และ เอ ลี ยาห์ บอก นาง ว่า “ อย่า กลัว เลย จง ไป ทำ ตาม ที่ เจ้า พูด แต่ จง ทำ ขนม ก้อน เล็ก ให้ ฉัน ก่อน แล้ว เอา มา ให้ ฉัน ภายหลัง จึง ทำ สำหรับ ตัว เจ้า และ บุตร ชาย ของ เจ้า {17:14} เพราะ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล ตรัส ดังนี้ ว่า ‘ แป้ง ใน หม้อ นั้น จะ ไม่ หมด และ น้ำมัน ใน ไห นั้น จะ ไม่ ขาด จน กว่า จะ ถึง วัน ที่ พระ เยโฮวาห์ ทรง ส่ง ฝน ลง มา ยัง พื้น ดิน’” {17:15} นาง ก็ ไป กระทำ ตาม คำ ของ เอ ลี ยาห์ แล้ว นาง ตัว ท่าน และ ครอบครัว ของ นาง ก็ รับประทาน อยู่ หลาย วัน {17:16} แป้ง ใน หม้อ ก็ ไม่ หมด น้ำมัน ใน ไห ก็ ไม่ ขาด ตาม พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง ตรัส ทาง เอ ลี ยาห์ {i17:17} บุตร ชาย ของ หญิง ม่าย เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย {17:17} และ อยู่ มา ภายหลัง เหตุการณ์ เหล่า นี้ บุตร ชาย ของ หญิง คน นั้น ผู้ เป็น เจ้าของ บ้าน ก็ ล้ม ป่วย อาการ ป่วย นั้น ก็ สาหัส จน ไม่ มี ลมหายใจ เหลือ อยู่ แล้ว {17:18} นาง จึง กล่าว แก่ เอ ลี ยาห์ว่า “ โอ คน ของ พระเจ้า เจ้าข้า ฉัน มี เรื่อง อะไร เกี่ยวข้อง กับ ท่าน ท่าน ได้ มา หา ฉัน เพื่อ ฟื้น ให้ ทรง ระลึก ถึง ความ ผิด ของ ฉัน และ กระทำ ให้ บุตร ชาย ของ ฉัน ตาย หรือ” {17:19} และ ท่าน ก็ พูด กับ นาง ว่า “ เอา บุตร ชาย ของ เจ้า มา ให้ ฉัน เถิด” ท่าน ก็ นำ เขา ไป จาก อก ของ นาง อุ้ม ขึ้น ไป ที่ ห้อง ชั้น บน ที่ ท่าน อาศัย อยู่ และ วาง เขา ไว้ บน ที่นอน ของ ท่าน เอง {17:20} และ ท่าน ร้อง ทูล พระ เยโฮวาห์ ว่า “ โอ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ พระองค์ ทรง นำ เหตุ ร้าย มา จน กระทั่ง หญิง ม่าย นี้ ที่ ข้า พระองค์ อาศัย อยู่ ด้วย ที เดียว หรือ โดย ที่ ทรง ประหาร บุตร ชาย ของ นาง เสีย” {17:21} แล้ว ท่าน ก็ เหยียด ตัว ลง ทับ เด็ก นั้น สาม ครั้ง และ ร้อง ทูล พระ เยโฮวาห์ ว่า “ โอ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ ขอ ชีวิต ของ เด็ก คน นี้ มา เข้า ใน ตัว เขา อีก” {17:22} และ พระ เยโฮวาห์ ทรง ฟัง เสียง ของ เอ ลี ยาห์ และ ชีวิต ของ เด็ก นั้น มา เข้า ใน ตัว เขา อีก และ เขา ก็ ฟื้น ขึ้น {17:23} และ เอ ลี ยาห์ ก็ อุ้ม เด็ก นั้น นำ ลง มา จาก ห้อง ชั้น บน เข้า ไป ใน เรือน และ มอบ เขา ให้ แก่ มารดา ของ เด็ก และ เอ ลี ยาห์บอกว่า “ ดู ซิ บุตร ของ เจ้า ยัง มี ชีวิต อยู่” {17:24} และ หญิง นั้น พูด กับ เอ ลี ยาห์ว่า “ คราว นี้ ดิฉัน ทราบ แล้ว ว่า ท่าน เป็น คน ของ พระเจ้า และ พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง อยู่ ใน ปาก ของ ท่าน เป็น ความ จริง” {i18:1} เอ ลี ยาห์ จะ ไป เฝ้า กษัตริย์ อา หับ {18:1} และ อยู่ ต่อ มา หลาย วัน พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ถึง เอ ลี ยาห์ ใน ปี ที่ สาม ว่า “ ไป ซี และ แสดง ตัว ของ เจ้า ต่อ อา หับ และ เรา จะ ส่ง ฝน มา เหนือ พื้น ดิน” {18:2} เอ ลี ยาห์ ก็ ไป แสดง ตัว ต่อ อา หับ การ กันดาร อาหาร นั้น สาหัส มาก ใน สะ มา เรีย {i18:3} โอ บา ดีห์ ผู้ ที่ เชื่อ ใน พระเจ้า ได้ รับใช้ อา หับ {18:3} และ อา หับ รับสั่ง เรียก โอ บา ดีห์ ผู้ เป็น อธิบดี กรมวัง (ฝ่าย โอ บา ดีห์ นั้น เกรงกลัว พระ เยโฮวาห์ ยิ่งนัก {18:4} และ เมื่อ เย เซ เบล ขจัด ผู้ พยากรณ์ ของ พระ เยโฮวาห์ ออก ไป โอ บา ดีห์ ได้ นำ ผู้ พยากรณ์ หนึ่ง ร้อย คน ซ่อน ไว้ ตาม ถ้ำ แห่ง ละ ห้า สิบ คน และ เลี้ยง เขา ทั้งหลาย ด้วย ขนม ปัง และ น้ำ) {18:5} และ อา หับ รับสั่ง โอ บา ดีห์ว่า “ จง ไป ให้ ทั่ว พื้น แผ่นดิน ไป หา ธาร น้ำพุ และ ไป ให้ ทั่ว ทุก ลำธาร ชะรอย เรา จะ พบ หญ้า และ รักษา ชีวิต ม้า และ ล่อ ให้ คง อยู่ ได้ และ ไม่ ต้อง สูญเสีย สัตว์ ไป หมด” {18:6} ดังนั้น พวก เขา ก็ แบ่ง ดินแดน กัน เพื่อ จะ ออก ไป ค้น อา หับ เสด็จ ไป ทาง หนึ่ง ฝ่าย โอ บา ดีห์ ไป อีก ทาง หนึ่ง {18:7} เมื่อ โอ บา ดีห์ กำลัง ไป ตาม ทาง ดู เถิด เอ ลี ยาห์ ได้ พบ เขา และ โอ บา ดีห์ ก็ จำ ท่าน ได้ จึง ซบ หน้า ลง พูด ว่า “ เอ ลี ยาห์ เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า เป็น ตัว ท่าน เอง จริง หรือ” {18:8} และ ท่าน ก็ ตอบ เขา ว่า “ ตัว ฉัน เอง จง ไป บอก เจ้านาย ของ ท่าน ว่า ‘ ดู เถิด เอ ลี ยาห์ อยู่ ที่ นี่’” {18:9} และ เขา กล่าว ว่า “ ข้าพเจ้า ได้ กระทำ ผิด ประการ ใด ท่าน จึง จะ มอบ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ไว้ ใน พระ หัตถ์ ของ อา หับ ให้ ประหาร ข้าพเจ้า เสีย {18:10} พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ไม่ มี ประชาชาติ หรือ ราช อาณาจักร ใด ที่ เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า มิ ได้ ส่ง คน ไป เสาะ หา ท่าน และ เมื่อ เขา ทั้งหลาย กราบ ทูล ว่า ‘ เขา ไม่ อยู่ ที่ นี่ พระเจ้า ข้า’ พระองค์ ก็ ให้ ประชาชาติ หรือ ราช อาณาจักร ปฏิญาณ ว่า เขา ทั้งหลาย มิ ได้ พบ ท่าน {18:11} และ คราว นี้ ท่าน กล่าว ว่า ‘ จง ไป บอก เจ้านาย ของ ท่าน ว่า “ ดู เถิด เอ ลี ยาห์ อยู่ ที่ นี่”’ {18:12} อยู่ มา พอ ข้าพเจ้า ไป จาก ท่าน แล้ว พระ วิญญาณ ของ พระ เยโฮวาห์ จะ มา พา ท่าน ไป ณ ที่ ใด ข้าพเจ้า ก็ ไม่ ทราบ ฉะนั้น เมื่อ ข้าพเจ้า ไป ทูล อา หับ และ พระองค์ หา ท่าน ไม่ พบ พระองค์ ก็ จะ ทรง ประหาร ข้าพเจ้า เสีย ถึง แม้ ว่า ข้าพเจ้า ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ยำเกรง พระ เยโฮวาห์ ตั้งแต่ หนุ่มๆ มา {18:13} ไม่ มี ผู้ ใด เรียน เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า ดอก หรือ ว่า ข้าพเจ้า ได้ กระทำ สิ่ง ใด เมื่อ เย เซ เบล ประหาร ผู้ พยากรณ์ ของ พระ เยโฮวาห์ เสีย และ ข้าพเจ้า ได้ ซ่อน ผู้ พยากรณ์ หนึ่ง ร้อย คน ของ พระ เยโฮวาห์ ไว้ ตาม ถ้ำ แห่ง ละ ห้า สิบ คน และ เลี้ยง เขา ด้วย ขนม ปัง และ น้ำ {18:14} และ คราว นี้ ท่าน บอก ว่า ‘ จง ไป บอก เจ้านาย ของ ท่าน ว่า “ ดู เถิด เอ ลี ยาห์ อยู่ ที่ นี่”’ แล้ว พระองค์ จะ ทรง ประหาร ข้าพเจ้า เสีย” {18:15} และ เอ ลี ยาห์กล่าวว่า “ พระ เยโฮวาห์ จอม โยธา ผู้ ซึ่ง ข้าพเจ้า ปฏิบัติ อยู่ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ข้าพเจ้า จะ แสดง ตัว ของ ข้าพเจ้า แก่ อา หับ ใน วัน นี้ แน่” {18:16} โอ บา ดีห์ จึง ไป เฝ้า อา หับ และ ทูล พระองค์ อา หับ ก็ เสด็จ ไป พบ เอ ลี ยาห์ {i18:17} เอ ลี ยาห์ เข้า เฝ้า กษัตริย์ อา หับ แล้ว ท้าทาย พระองค์ {18:17} และ อยู่ มา เมื่อ อา หับ ทอด พระ เนตร เห็น เอ ลี ยาห์ อา หับ ก็ ตรัส กับ ท่าน ว่า “ นี่ ตัว เจ้า หรือ เจ้า ผู้ ทำ ความ ลำบาก ให้ อิสราเอล” {18:18} และ ท่าน จึง ทูล ว่า “ ข้า พระองค์ มิ ได้ กระทำ ความ ลำบาก แก่ อิสราเอล แต่ พระองค์ ได้ กระทำ และ ราชวงศ์ บิดา ของ พระองค์ เพราะ ว่า พวก พระองค์ ได้ ทอดทิ้ง พระ บัญญัติ ของ พระ เยโฮวาห์ และ ติดตาม พระ บา อัล {18:19} เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ ขอ ทรง สั่ง ให้ บรรดา ชน อิสราเอล มา พบ ข้า พระองค์ ที่ ภูเขา คา รเมล ทั้ง ผู้ พยากรณ์ ของ พระ บา อัล สี่ ร้อย ห้า สิบ คน นั้น และ ผู้ พยากรณ์ ของ เสา รูป เคารพ สี่ ร้อย คน นั้น ผู้ ซึ่ง รับประทาน ที่ โต๊ะ เสวย ของ พระนาง เย เซ เบล” {18:20} อา หับ จึง ทรง ส่ง ไป ยัง คน อิสราเอล ทั้งปวง และ ชุมนุม ผู้ พยากรณ์ ที่ ภูเขา คา รเมล {18:21} และ เอ ลี ยาห์ ก็ เข้า มา ใกล้ ประชาชน ทั้งปวง กล่าว ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย จะ ขยักขย่อน อยู่ ระหว่าง สอง ฝ่าย นี้ นาน สัก เท่าใด ถ้า พระ เยโฮวาห์ ทรง เป็น พระเจ้า จง ติดตาม พระองค์ แต่ ถ้า พระ บา อัลเป็น ก็ จง ตาม ท่าน ไป เถิด” และ ประชาชน ไม่ ตอบ ท่าน สัก คำ เดียว {18:22} แล้ว เอ ลี ยาห์ พูด กับ ประชาชน ว่า “ ตัว ข้าพเจ้า คือ ข้าพเจ้า แต่ ผู้ เดียว เป็น ผู้ พยากรณ์ ของ พระ เยโฮวาห์ ที่ เหลือ อยู่ แต่ ผู้ พยากรณ์ พระ บา อัล มี สี่ ร้อย ห้า สิบ คน {18:23} ขอ ให้ เขา มอบ วัว ผู้ แก่ เรา สอง ตัว แล้ว ขอ ให้ เขา ทั้งหลาย เลือก วัว เป็น ของ เขา ตัว หนึ่ง ฟัน เป็น ท่อนๆ วาง ไว้ บน กอง ฟืน แต่ อย่า ใส่ไฟ และ ข้าพเจ้า จะ เตรียม วัว ผู้ อีก ตัว หนึ่ง นั้น วาง ไว้ บน ฟืน และ ไม่ ใส่ไฟ {18:24} และ ท่าน ทั้งหลาย จง ร้อง ออก พระ นาม พระ ของ ท่าน และ ข้าพเจ้า จะ ร้อง ออก พระ นาม พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า องค์ ที่ ทรง ตอบ ด้วย ไฟ พระองค์ นั้น แหละ ทรง เป็น พระเจ้า” และ ประชาชน ทั้งปวง ก็ ตอบ ว่า “ อย่าง ที่ พูด ก็ ดี แล้ว” {i18:25} การ พิสูจน์ บน ภูเขา คา รเมล {18:25} แล้ว เอ ลี ยาห์ พูด กับ ผู้ พยากรณ์ ของ พระ บา อัลว่า “ จง เลือก วัว ผู้ ตัว หนึ่ง สำหรับ ท่าน และ ตระเตรียม เสีย ก่อน เพราะ พวก ท่าน มาก คน ด้วย กัน จง ร้อง ออก พระ นาม พระ ของ ท่าน แต่ อย่า ใส่ไฟ” {18:26} เขา ทั้งหลาย ก็ เอา วัว ผู้ ที่ เขา นำ มา ให้ และ เขา ทั้งหลาย ก็ จัด เตรียม และ ร้อง ออก พระ นาม พระ บา อัล ตั้งแต่ เวลา เช้า จน เที่ยง กล่าว ว่า “ โอ ข้า แต่ พระ บา อัล ขอ สดับ พวก ข้าพเจ้า เถิด” แต่ ก็ ไม่ มี เสียง และ ไม่ มี ใคร ตอบ และ เขา ก็ โขยกเขยก อยู่ รอบ แท่น ซึ่ง เขา ได้ สร้าง ขึ้น นั้น {18:27} ครั้น ถึง เวลา เที่ยง เอ ลี ยาห์ ก็ เย้ย เขา ทั้งหลาย ว่า “ ร้อง ให้ ดังๆ ซี เพราะ ท่าน เป็น พระองค์ หนึ่ง ท่าน กำลัง สนทนา อยู่ หรือ ท่าน กำลัง แอบ ซ่อน ตัว อยู่ หรือ ท่าน ไป เที่ยว หรือ ชะรอย ท่าน กำลัง หลับ อยู่ และ จะ ต้อง ปลุก” {18:28} เขา ทั้งหลาย ก็ ร้อง เสียง ดัง และ เชือด เฉือน ตัวเอง ตาม ธรรมเนียม ของ เขา ด้วย มีด และ หลาว จน โลหิต ไหล พุ่ง ออก มา ตาม ตัว {18:29} และ ต่อ มา เมื่อ ผ่าน เที่ยงวัน ไป แล้ว เขา ก็ ทำนาย จน ถึง เวลา ถวาย บูชา ตอน เย็น แต่ ไม่ มี เสียง ไม่ มี ใคร ตอบ ไม่ มี ใคร ฟัง {18:30} แล้ว เอ ลี ยาห์ พูด กับ ประชาชน ทั้งปวง ว่า “ จง เข้า มา ใกล้ ข้าพเจ้า” และ ประชาชน ทั้งปวง ก็ เข้า มา ใกล้ ท่าน และ ท่าน ก็ ซ่อม แท่น บูชา ของ พระ เยโฮวาห์ ที่ ถูก ทำลาย ลง นั้น {18:31} เอ ลี ยาห์ นำ ศิลา สิบ สอง ก้อน มา ตาม จำนวน ตระกูล ของ บุตร ชาย ของ ยา โค บ ผู้ ซึ่ง พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ถึง ว่า “ อิสราเอล จะ เป็น ชื่อ ของ เจ้า” {18:32} และ ท่าน ได้ สร้าง แท่น บูชา ด้วย ศิลา นั้น ใน พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์ และ ท่าน ได้ ขุด ร่อง รอบ แท่น ใหญ่ พอ จุ เมล็ด พืช ได้ สอง ถัง {18:33} และ ท่าน ก็ วาง ฟืน ไว้ เป็น ระเบียบ และ ฟัน วัว ผู้ นั้น เป็น ท่อนๆ และ วาง ไว้ บน กอง ฟืน และ ท่าน กล่าว ว่า “ จง เติม น้ำ ให้ เต็ม สี่ ไห และ เท ลง บน เครื่อง เผา บูชา และ บน กอง ฟืน” {18:34} และ ท่าน กล่าว ว่า “ จง กระทำ ครั้ง ที่ สอง” และ เขา ก็ กระทำ ครั้ง ที่ สอง และ ท่าน กล่าว ว่า “ จง กระทำ ครั้ง ที่ สาม” และ เขา ก็ กระทำ ครั้ง ที่ สาม {18:35} และ น้ำ ไหล รอบ แท่น บูชา และ ท่าน ใส่ น้ำ เต็ม ร่อง {18:36} และ อยู่ มา เมื่อ ถึง เวลา ถวาย บูชา ตอน เย็น เอ ลี ยาห์ ผู้ พยากรณ์ ก็ เข้า มา ใกล้ ทูล ว่า “ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อับราฮัม อิส อัค และ อิสราเอล ขอ ให้ ทราบ เสีย ทั่ว กัน ใน วัน นี้ ว่า พระองค์ คือ พระเจ้า ใน อิสราเอล และ ข้า พระองค์ เป็น ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ ข้า พระองค์ ได้ กระทำ บรรดา สิ่ง เหล่า นี้ ตาม พระ ดำรัส ของ พระองค์ {18:37} ขอ ทรง ฟัง ข้า พระองค์ โอ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ ขอ ทรง ฟัง ข้า พระองค์ เพื่อ ชน ชาติ นี้ จะ ทราบ ว่า พระองค์ คือ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า และ พระองค์ ทรง หัน จิตใจ ของ เขา ทั้งหลาย กลับ มา อีก” {18:38} แล้ว ไฟ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ ตกลง มา และ ไหม้ เครื่อง เผา บูชา และ ฟืน และ หิน และ ผง คลี และ เลีย น้ำ ซึ่ง อยู่ ใน ร่อง {18:39} และ เมื่อ ประชาชน ทั้งปวง ได้ เห็น เขา ก็ ซบ หน้า ลง และ ร้อง ว่า “ พระ เยโฮวาห์ พระองค์ ทรง เป็น พระเจ้า พระ เยโฮวาห์ พระองค์ ทรง เป็น พระเจ้า” {18:40} และ เอ ลี ยาห์ บอก เขา ว่า “ จง จับ ผู้ พยากรณ์ ของ พระ บา อัล อย่า ให้ หนี ไป ได้ สัก คน เดียว” และ เขา ทั้งหลาย ก็ ไป จับ เขา มา และ เอ ลี ยาห์ ก็ นำ เขา ลง ไป ที่ ลำธาร คี โชน และ ฆ่า เขา เสีย ที่ นั่น {18:41} เอ ลี ยาห์ ทูล อา หับ ว่า “ ขอ เชิญ เสด็จ ขึ้น ไป เสวย และ ดื่ม เถิด เพราะ มี เสียง ฝน กระหึ่ม มา” {i18:42} เอ ลี ยาห์ อธิษฐาน ขอ ให้ ฝน ตก {18:42} อา หับ ก็ เสด็จ ขึ้น ไป เสวย และ ดื่ม และ เอ ลี ยาห์ ก็ ขึ้น ไป ที่ ยอด ภูเขา คา รเมล ท่าน ก็ โน้ม ตัว ลง ถึง ดิน ซบ หน้า ระหว่าง เข่า {18:43} และ ท่าน สั่ง คนใช้ ของ ท่าน ว่า “ จง ลุก ขึ้น มอง ไป ทาง ทะเล” เขา ก็ ลุก ขึ้น มอง และ ตอบ ว่า “ ไม่ มี อะไร เลย” และ ท่าน บอก ว่า “ จง ไป ดู อีก เจ็ด ครั้ง” {18:44} และ อยู่ มา เมื่อ ถึง ครั้ง ที่ เจ็ด เขา บอก ว่า “ ดู เถิด มี เมฆ ก้อน หนึ่ง เล็ก เท่า ฝ่า มือ คน ขึ้น มา จาก ทะเล” และ ท่าน ก็ บอก ว่า “ จง ไป ทูล อา หับ ว่า ‘ ขอ ทรง เตรียม ราชรถ และ เสด็จ ลง ไป เพื่อ พระองค์ จะ ไม่ ติด ฝน’” {18:45} และ อยู่ มา อีก ครู่ หนึ่ง ท้อง ฟ้า ก็ มืด ไป ด้วย เมฆ และ ลม และ มี ฝน หนัก อา หับ ก็ ทรง รถ เสด็จ ไป ยัง เมือง ยิสเรเอล {18:46} และ พระ หัตถ์ ของ พระ เยโฮวาห์ ทรง สถิต อยู่ บน เอ ลี ยาห์ และ ท่าน ก็ คาด เอว ของ ท่าน ไว้ และ วิ่ง ขึ้น หน้า อา หับ ไป ถึง ทาง เข้า เมือง ยิสเรเอล {i19:1} เมื่อ เอ ลี ยาห์ หมด กำลัง ทูต สวรรค์ มา รับใช้ ท่าน {19:1} อา หับ จึง บอก เย เซ เบล ตาม การ ทั้งสิ้น ซึ่ง เอ ลี ยาห์ ได้ กระทำ และ เรื่อง ที่ ท่าน ได้ ฆ่า ผู้ พยากรณ์ ทั้งหมด เสีย ด้วย ดาบ {19:2} แล้ว เย เซ เบล ก็ รับสั่ง ให้ ผู้ สื่อสาร ไป หา เอ ลี ยาห์ว่า “ ถ้า พรุ่งนี้ เวลา นี้ เรา มิ ได้ กระทำ ชีวิต ของ เจ้า ให้ เหมือน อย่าง ชีวิต ของ คน เหล่า นั้น แล้ว ก็ ให้ พระ ทั้งหลาย ลงโทษ เรา และ ให้ หนัก ยิ่ง กว่า” {19:3} เมื่อ ท่าน ทราบ แล้ว ก็ ลุก ขึ้น หนี ไป เอา ชีวิต รอด และ มา ถึง เบเออร์เช บา เขต ประเทศ ยูดาห์ และ ละ คนใช้ ของ ท่าน ไว้ ที่ นั่น {19:4} แต่ ตัว ท่าน เอง ก็ เดิน เข้า ถิ่น ทุรกันดาร ไป เป็น ระยะ ทาง วัน หนึ่ง มา นั่ง อยู่ ที่ ใต้ ต้นไม้ จำพวก สน จู นิ เปอร์ และ ท่าน ทูล ขอ ให้ ตัว ท่าน ตาย เสียที ว่า “ พอ แล้ว พระองค์เจ้า ข้า โอ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ บัดนี้ ขอ เอา ชีวิต ของ ข้า พระองค์ ไป เสีย เพราะ ข้า พระองค์ ก็ ไม่ ดี ไป กว่า บรรพบุรุษ ของ ข้า พระองค์” {19:5} และ ท่าน ก็ นอน ลง หลับ อยู่ ใต้ ต้นไม้ จำพวก สน จู นิ เปอร์ ดู เถิด มี ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง มา ถูกต้อง ท่าน และ พูด กับ ท่าน ว่า “ ลุก ขึ้น รับประทาน ซี” {19:6} และ ท่าน ก็ มอง ดู ดู เถิด ตรง ที่ ศีรษะ ของ ท่าน มี ขนม ปัง ที่ ปิ้ง บน ก้อน หิน ร้อน และ มี ไห น้ำ ลูก หนึ่ง ท่าน ก็ รับประทาน และ ดื่ม และ นอน ลง อีก {19:7} และ ทูต สวรรค์ ของ พระ เยโฮวาห์ ก็ มา อีก เป็น ครั้ง ที่ สอง ถูกต้อง ท่าน แล้ว ว่า “ ลุก ขึ้น รับประทาน ซี เพราะ ว่า ทาง เดิน นั้น เกิน กำลัง ของ ท่าน” {i19:8} พระเจ้า ทรง ให้ เอ ลี ยาห์ ไป ทำงาน ใหม่ {19:8} และ ท่าน ก็ ลุก ขึ้น รับประทาน และ ดื่ม และ เดิน ไป ด้วย กำลัง ของ อาหาร นั้น สี่ สิบ วัน สี่ สิบ คืน ถึง โฮ เร บ ภูเขา ของ พระเจ้า {19:9} ที่ นั่น ท่าน มา ถึง ถ้ำ แห่ง หนึ่ง ก็ เข้า พัก อยู่ และ ดู เถิด พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ถึง ท่าน และ พระองค์ ตรัส กับ ท่าน ว่า “ เอ ลี ยาห์เอ๋ย เจ้า ทำ อะไร อยู่ ที่ นี่” {19:10} ท่าน ทูล ว่า “ ข้า พระองค์ ร้อนรน เพื่อ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า จอม โยธา ยิ่งนัก เพราะ ประชาชน อิสราเอล ได้ ทอดทิ้ง พัน ธ สัญญา ของ พระองค์ พัง แท่น บูชา ของ พระองค์ ลง เสีย และ ประหาร ผู้ พยากรณ์ ของ พระองค์ เสีย ด้วย ดาบ และ ข้า พระองค์ ข้า พระองค์ แต่ ผู้ เดียว เหลือ อยู่ และ เขา ทั้งหลาย แสวง หา ชีวิต ของ ข้า พระองค์ เพื่อ จะ เอา ไป เสีย” {19:11} และ พระองค์ ตรัส ว่า “ จง ออก ไป เถิด ไป ยืน อยู่ บน ภูเขา ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์” และ ดู เถิด พระ เยโฮวาห์ ทรง ผ่าน ไป และ ลม ใหญ่ อัน แรง กล้า ได้ พัด พัง ภูเขา และ ทำให้ หิน แตก เป็น ก้อนๆ ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ แต่ พระ เยโฮวาห์ มิ ได้ สถิต ใน ลม นั้น ภายหลัง ลม ก็ แผ่นดิน ไหว แต่ พระ เยโฮวาห์ หา ทรง สถิต ใน แผ่นดิน ไหว นั้น ไม่ {19:12} ภายหลัง แผ่นดิน ไหว ก็ เกิด ไฟ แต่ พระ เยโฮวาห์ หา ทรง สถิต ใน ไฟ นั้น ไม่ ภายหลัง ไฟ ก็ มี เสียง เบาๆ {19:13} และ เมื่อ เอ ลี ยาห์ได้ยิน ท่าน ก็ เอา ผ้า คลุม หน้า ไว้ ออก ไป ยืน อยู่ ที่ ปาก ถ้ำ และ ดู เถิด มี เสียง มา ถึง ท่าน ว่า “ เอ ลี ยาห์เอ๋ย เจ้า ทำ อะไร อยู่ ที่ นี่” {19:14} ท่าน ทูล ว่า “ ข้า พระองค์ ร้อนรน เพื่อ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า จอม โยธา ยิ่งนัก เพราะ ว่า ประชาชน อิสราเอล ได้ ทอดทิ้ง พัน ธ สัญญา ของ พระองค์ พัง แท่น บูชา ของ พระองค์ ลง เสีย และ ประหาร ผู้ พยากรณ์ ของ พระองค์ เสีย ด้วย ดาบ และ ข้า พระองค์ ข้า พระองค์ แต่ ผู้ เดียว เหลือ อยู่ และ เขา ทั้งหลาย แสวง หา ชีวิต ของ ข้า พระองค์ เพื่อ จะ เอา ไป เสีย” {19:15} และ พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ ท่าน ว่า “ ไป เถอะ จง กลับ ไป ตาม ทาง ของ เจ้า ถึง ถิ่น ทุรกันดาร ดา มัสกัส และ เมื่อ เจ้า ไป ถึง แล้ว เจ้า จง เจิม ฮา ซา เอ ล ไว้ ให้ เป็น กษัตริย์ เหนือ ประเทศ ซีเรีย {19:16} และ เย ฮูบุตรนิมซีนั้น เจ้า จง เจิม ให้ เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล และ เอ ลี ชา บุตร ชา ฟัทชาวอาเบลเมโฮลาห์ เจ้า จง เจิม ตั้ง ไว้ ให้ เป็น ผู้ พยากรณ์ แทน เจ้า {19:17} และ ต่อ มา ผู้ ที่ รอด จาก ดาบ ของ ฮา ซา เอ ล เย ฮู จะ ฆ่า เสีย และ ผู้ ที่ รอด จาก ดาบ ของ เย ฮู เอ ลี ชา จะ ฆ่า เสีย {19:18} แต่ เรา ยัง มี เหลือ เจ็ด พัน คน ไว้ ใน อิสราเอล คือ ทุก เข่า ซึ่ง มิ ได้ คุก ลง ต่อ พระ บา อัล และ ทุก ปาก ซึ่ง มิ ได้ จุบ รูป นั้น” {i19:19} เอ ลี ยาห์ เจิม ตั้ง เอ ลี ชา {19:19} ท่าน ก็ ออก ไป จาก ที่ นั่น พบ เอ ลี ชา บุตร ชาย ชา ฟัท ผู้ กำลัง ไถ นา อยู่ ด้วย วัว สิบ สอง คู่ เดิน อยู่ ข้าง หน้า และ ท่าน อยู่ กับ วัว คู่ ที่ สิบ สอง เอ ลี ยาห์ ก็ ผ่าน ไป ทิ้ง เสื้อ คลุม ลง บน ท่าน {19:20} ท่าน ก็ ละ วัว เหล่า นั้น วิ่ง ตาม เอ ลี ยาห์ ไป และ กล่าว ว่า “ ขอ ให้ ข้าพเจ้า ไป จุบ ลา บิดา มารดา ของ ข้าพเจ้า ก่อน และ ข้าพเจ้า จะ ติดตาม ท่าน ไป” เอ ลี ยาห์ จึง กล่าว กับ เอ ลี ชา ว่า “ กลับ ไป เถิด เพราะ ฉัน ได้ ทำ อะไร แก่ ท่าน” {19:21} และ เอ ลี ชา ก็ กลับ จาก ติดตาม เอ ลี ยาห์ จับ วัว คู่ นั้น ฆ่า เสีย เอา เครื่อง แอก ต้ม เนื้อ วัว และ ให้ แก่ ประชาชน และ เขา ก็ รับประทาน แล้ว เอ ลี ชา ก็ ลุก ขึ้น ตาม เอ ลี ยาห์ ไป และ ปรนนิบัติ ท่าน {i20:1} ครั้ง แรก ที่ อา หับ สู้ รบ กับ ประเทศ ซีเรีย {20:1} เบน ฮา ดัด กษัตริย์ ซีเรีย ได้ ประชุม กองทัพ ทั้งปวง ของ ท่าน มี กษัตริย์ สาม สิบ สอง องค์ ขึ้น กับ ท่าน ทั้ง ม้า และ รถ รบ และ ท่าน ก็ ขึ้น ไป ล้อม สะ มา เรีย สู้ รบ กับ เมือง นั้น {20:2} และ ท่าน ได้ ส่ง ผู้ สื่อสาร เข้า ไป ใน เมือง หา อา หับ กษัตริย์ อิสราเอล กล่าว แก่ พระองค์ ว่า “ เบน ฮา ดัด ว่า ดังนี้ ว่า {20:3} ‘ เงิน และ ทองคำ ของ ท่าน เป็น ของ เรา บรรดา ภรรยา และ เด็กๆ ที่ ดี ที่สุด ของ ท่าน ก็ เป็น ของ เรา ด้วย’” {20:4} และ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ทรง ตอบ ไป ว่า “ โอ ข้า แต่ กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า ดัง ที่ ท่าน ว่า มา นั่นแหละ ข้าพเจ้า เป็น ของ ท่าน ทั้ง ที่ ข้าพเจ้า มี อยู่ นั้น ด้วย” {20:5} บรรดา ผู้ สื่อสาร ได้ กลับ มา อีก กล่าว ว่า “ เบน ฮา ดัด กล่าว ดังนี้ ว่า ‘ ข้าพเจ้า ส่ง ข่าว มา ยัง ท่าน ว่า “ จง ส่ง เงิน และ ทองคำ ของ ท่าน ภรรยา และ เด็ก ของ ท่าน ไป ให้ ข้าพเจ้า” {20:6} แต่ ข้าพเจ้า จะ ส่ง ข้าราชการ ของ ข้าพเจ้า ไป หา ท่าน พรุ่งนี้ ประมาณ เวลา นี้ เขา ทั้งหลาย จะ ค้น วัง ของ ท่าน ทั้ง บ้านเรือน ข้าราชการ ของ ท่าน สิ่ง ใด ที่ เป็น ที่ ชอบ ตา ของ ท่าน เขา จะ หยิบ เอา ไป’” {20:7} แล้ว กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ก็ เรียก ประชุม พวก ผู้ใหญ่ ทั้งปวง ของ แผ่นดิน ตรัส ว่า “ ขอ ตรอง ดู เถิด ดู ว่า ชาย ผู้ นี้ หา ช่อง ก่อ ความ ลำบาก เพราะ เขา ให้ คน มา รับ เมีย และ ลูก ของ ฉัน ทั้ง เงิน และ ทองคำ ของ ฉัน และ ฉัน ก็ มิ ได้ ปฏิเสธ เขา” {20:8} บรรดา ผู้ใหญ่ และ ประชาชน ทั้งสิ้น ก็ ทูล พระองค์ ว่า “ ขอ อย่า ทรง ฟัง หรือ ทรง ยินยอม พ่ะย่ะค่ะ” {20:9} พระองค์ จึง รับสั่ง แก่ ผู้ สื่อสาร ของ เบน ฮา ดัด ว่า “ จง ไป ทูล กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า ว่า ‘ บรรดา สิ่ง ที่ ท่าน เอา จาก ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ใน ครั้ง แรก นั้น ข้าพเจ้า จะ กระทำ ตาม แต่ สิ่ง นี้ ข้าพเจ้า ปฏิบัติ ตาม ไม่ ได้’” และ ผู้ สื่อสาร ก็ จาก ไป และ กลับ มา รายงาน {20:10} เบน ฮา ดัด ส่ง ข่าว กลับ มา ว่า “ ถ้า ผง คลี แห่ง สะ มา เรีย จะ พอ แก่ คน ที่ ติดตาม ข้าพเจ้า มา สัก คน ละ หยิบมือ หนึ่ง ก็ ขอ ให้ พระ ทั้งหลาย ลงโทษ ข้าพเจ้า และ ให้ หนัก ยิ่ง กว่า” {20:11} และ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ทรง ตอบ ไป ว่า “ ขอ ทูล ท่าน ว่า ‘ ขอ ท่าน ผู้ ที่ สวม เกราะ อย่า อวดอ้าง อย่าง ผู้ ที่ ถอด เกราะ แล้ว เลย’” {20:12} ต่อ มา เมื่อ เบน ฮา ดัด ได้ยิน ข่าว นี้ ขณะ ที่ ดื่ม อยู่ กับ บรรดา กษัตริย์ ทั้งหลาย ที่ ใน ทับ อาศัย ท่าน ก็ สั่ง ข้าราชการ ของ ท่าน ว่า “ จง เข้า ประจำ ที่” และ เขา ทั้งหลาย ก็ เข้า ประจำ ที่ เพื่อ ต่อสู้ กับ เมือง นั้น {i20:13} พระเจ้า ทรง สัญญา ว่า อิสราเอล จะ ชนะ {20:13} ดู เถิด ผู้ พยากรณ์ คน หนึ่ง เข้า มา ใกล้ อา หับ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ทูล ว่า “ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดังนี้ ว่า เจ้า เห็น กองทัพ ใหญ่ นี้ หรือ ดู เถิด เรา จะ มอบ ไว้ ใน มือ ของ เจ้า ใน วัน นี้ เจ้า จะ ได้ รู้ ว่า เรา คือ พระ เยโฮวาห์” {20:14} และ อา หับ ตรัส ว่า “ ทรง ใช้ ใคร ทำ” เขา ทูล ว่า “ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดังนี้ ว่า ด้วย มือ ของ มหาดเล็ก ของ เจ้านาย ประจำ จังหวัด ทั้งหลาย” แล้ว พระองค์ ตรัส ว่า “ ใคร จะ เริ่ม รบ” เขา ทูล ตอบ ว่า “ พระองค์ พ่ะย่ะค่ะ” {i20:15} อา หับ ชนะ ชาว ซีเรีย {20:15} พระองค์ จึง ทรง จัด มหาดเล็ก ของ เจ้านาย ประจำ จังหวัด เหล่า นั้น ซึ่ง มี สอง ร้อย สาม สิบ สอง คน ด้วย กัน และ ภายหลัง ทรง จัด พล ทั้งหมด คือ บรรดา คน อิสราเอล รวมพล เจ็ด พัน คน {20:16} เขา ทั้งหลาย ยก ออก ไป ใน เวลา เที่ยงวัน ฝ่าย เบน ฮา ดัด กำลัง ดื่ม เมา อยู่ ใน ทับ อาศัย ทั้ง ท่าน และ กษัตริย์ อีก สาม สิบ สอง องค์ ที่ ช่วย ท่าน {20:17} พวก มหาดเล็ก ของ เจ้านาย ประจำ จังหวัด ได้ ยก ออก ไป ก่อน เบน ฮา ดัด ก็ ส่ง ออก ไป เขา ทั้งหลาย รายงาน ท่าน ว่า “ มี คน ยก ออก มา จาก สะ มา เรีย” {20:18} ท่าน จึง ว่า “ ถ้า เขา ออก มา ด้วย สันติ จง จับ เขา มา เป็นๆ หรือ ถ้า เขา ออก มา ทำ ศึก จง จับ เขา มา เป็นๆ” {20:19} คน เหล่า นี้ จึง ออก ไป จาก เมือง คือ พวก มหาดเล็ก ของ เจ้านาย ประจำ จังหวัด และ กองทัพ ซึ่ง ติดตาม คน เหล่า นี้ {20:20} และ ต่าง ก็ ฆ่า คู่ รบ ของ ตน คน ซีเรีย หนี และ คน อิสราเอล ไล่ ติดตาม เขา ไป แต่ เบน ฮา ดัด กษัตริย์ แห่ง ซีเรีย ทรง ม้า หนี ไป กับ ทหาร ม้า {20:21} กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ก็ ออก ไป โจมตี ม้า และ รถ รบ และ ประหาร ชน ซีเรีย เสีย อย่าง ใหญ่ โต {i20:22} อา หับ ได้ รับ คำ ตักเตือน ให้ เตรียม สำหรับ การ สู้ รบ อีก ครั้ง {20:22} แล้ว ผู้ พยากรณ์ ผู้ นั้น ได้ เข้า มา ใกล้ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ทูล พระองค์ ว่า “ มา เถิด ขอ เสริม กำลัง ของ พระองค์ และ ตรึกตรอง ดู ว่า พระองค์ จะ ทรง กระทำ ประการ ใด เพราะ สิ้น ปี นี้ กษัตริย์ แห่ง ซีเรีย จะ ยก กองทัพ มา สู้ กับ พระองค์ อีก” {i20:23} ครั้ง ที่ สอง ที่ อา หับ สู้ รบ กับ ประเทศ ซีเรีย {20:23} ข้าราชการ ของ กษัตริย์ แห่ง ซีเรีย ทูล ท่าน ว่า “ พระ ทั้งหลาย ของ เขา เป็น พระ แห่ง ภูเขา เขา ทั้งหลาย จึง แข็ง กว่า เรา แต่ ขอ ให้ เรา สู้ รบ กับ เขา ใน ที่ราบ แล้ว เรา จะ ต้อง แข็ง กว่า เขา แน่นอน ที เดียว {20:24} ขอ กระทำ อย่าง นี้ ขอ ปลด กษัตริย์ เสีย ทุก องค์ จาก ตำแหน่ง และ ตั้ง นาย ทหาร ขึ้น แทน {20:25} และ เกณฑ์ กองทัพ เข้า แทน ส่วน ที่ ล้ม ตาย ไป ใน คราว ก่อน ม้า แทน ม้า รถ รบ แทน รถ รบ แล้ว เรา ทั้งหลาย จะ สู้ รบ กับ เขา ใน ที่ราบ เรา จะ ต้อง แข็ง กว่า เขา แน่นอน ที เดียว” และ ท่าน ก็ ฟัง เสียง ของ เขา ทั้งหลาย และ กระทำ ตาม {20:26} และ อยู่ มา พอ สิ้น ปี แล้ว เบน ฮา ดัด ก็ เกณฑ์ ชน ซีเรีย ยก ขึ้น ไป ถึง เมือง อา เฟก เพื่อ สู้ รบ กับ อิสราเอล {20:27} และ ประชาชน อิสราเอล ก็ ถูก เกณฑ์ และ อยู่ พร้อม กัน หมด และ ยก ออก ไป ต่อสู้ กับ เขา ประชาชน อิสราเอล ตั้ง ค่าย ตรง หน้า เขา เหมือน อย่าง แพะ สอง ฝูง เล็กๆ แต่ คน ซีเรีย เต็ม ท้อง ทุ่ง ไป หมด {20:28} และ คน ของ พระเจ้า คน หนึ่ง ได้ เข้า ไป ใกล้ และ ทูล กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ว่า “ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดังนี้ ว่า เพราะ คน ซีเรีย ได้ กล่าว ว่า ‘ พระ เยโฮวาห์ เป็น พระเจ้า แห่ง ภูเขา พระองค์ มิ ได้ เป็น พระเจ้า แห่ง หุบเขา’ เพราะ ฉะนั้น เรา จะ มอบ ประชาชน หมู่ ใหญ่ นี้ ไว้ ใน มือ ของ เจ้า และ เจ้า จะ ได้ รู้ ว่า เรา คือ พระ เยโฮวาห์” {20:29} แล้ว เขา ก็ ตั้ง ค่าย ตรง ข้าม กัน อยู่ เจ็ด วัน แล้ว ใน วัน ที่ เจ็ด ก็ ปะทะ กัน ประชาชน อิสราเอล ก็ ฆ่า คน ซีเรีย ซึ่ง เป็น ทหาร ราบ เสีย หนึ่ง แสน คน ใน วัน เดียว {20:30} เหลือ นอก นั้น ก็ หนี เข้า เมือง อา เฟก และ กำแพง เมือง ล้ม ทับ คน ที่ เหลือ นอก นั้น เสีย สอง หมื่น เจ็ด พัน คน เบน ฮา ดัด ก็ หนี ไป ด้วย และ เข้า ไป ใน ห้อง ชั้น ใน ที่ ใน เมือง {20:31} และ ข้าราชการ ของ ท่าน มา ทูล ว่า “ ดู เถิด เรา ได้ยิน ว่า กษัตริย์ แห่ง วงศ์วาน อิสราเอล เป็น กษัตริย์ ที่ ทรง เมตตา ขอ ให้ เรา เอา ผ้า กระสอบ คาด เอว และ เอา เชือก พัน ศีรษะ ของ เรา และ ออก ไป หา กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ชะรอย ท่าน จะ ไว้ ชีวิต ของ พระองค์” {20:32} เพราะ ฉะนั้น เขา จึง เอา ผ้า กระสอบ คาด เอว และ เอา เชือก พัน ศีรษะ และ เขา ไป เฝ้า กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ทูล ว่า “ เบน ฮา ดัด ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ สั่ง มา ว่า ‘ ได้ โปรด เถิด ขอ ให้ ข้าพเจ้า รอดชีวิต อยู่’” และ พระองค์ ตรัส ว่า “ ท่าน ยัง มี ชีวิต หรือ ท่าน เป็น น้อง ของ เรา” {20:33} ฝ่าย คน เหล่า นั้น กำลัง หา ช่อง อยู่ แล้ว เขา ทั้งหลาย ก็ รีบ ตอบ โดย เร็ว ว่า “ พระเจ้า ข้า เบน ฮา ดัด อนุชา ของ พระองค์” แล้ว พระองค์ ตรัส ว่า “ ไป เถอะ และ นำ ท่าน มา” แล้ว เบน ฮา ดัด ก็ ออก มา หา พระองค์ แล้ว พระองค์ ก็ ให้ ท่าน ขึ้น ไป บน รถ รบ {20:34} และ เบน ฮา ดัด ทูล ว่า “ หัว เมือง ซึ่ง บิดา ของ ข้าพเจ้า ยึด เอา ไป จาก ราช บิดา ของ ท่าน นั้น ข้าพเจ้า ขอ คืน ให้ พระองค์ พระองค์ จะ สร้าง ถนน หนทาง ของ พระองค์ ใน เมือง ดา มัสกัสก็ได้ อย่าง ที่ บิดา ข้าพเจ้า ทำ ไว้ ใน สะ มา เรีย” แล้ว อา หับ ตรัส ว่า “ เรา จะ ยอม ให้ ท่าน ไป ตาม พัน ธสัญญานี้” พระองค์ จึง ทำ พัน ธ สัญญา กับ ท่าน และ ปล่อย ท่าน ไป {i20:35} อา หับ ไว้ ชีวิต ของ เบน ฮา ดัด {20:35} มี ชาย คน หนึ่ง ใน เหล่า ศิษย์ แห่ง ผู้ พยากรณ์ พูด กับ เพื่อน ของ ตน ตาม พระ บัญชา ของ พระ เยโฮวาห์ ว่า “ ได้ โปรด เถอะ ขอ ตี ฉัน ที” แต่ ชาย คน นั้น ก็ ปฏิเสธ ไม่ ยอม ตี ท่าน {20:36} แล้ว ท่าน จึง พูด กับ เขา ว่า “ เพราะ ท่าน ไม่ เชื่อฟัง พระ สุรเสียง ของ พระ เยโฮวาห์ ดู เถิด พอ ท่าน ออก ไป จาก ข้าพเจ้า สิงโต ตัว หนึ่ง จะ สังหาร ท่าน” พอ เขา จาก ท่าน ไป สิงโต ตัว หนึ่ง ก็ มา พบ เขา และ สังหาร เขา เสีย {20:37} แล้ว ท่าน ไป พบ ชาย อีก คน หนึ่ง และ ท่าน ว่า “ ได้ โปรด เถอะ ขอ ตี ฉัน ที” ชาย คน นั้น ได้ ตี ท่าน และ ทำให้ ท่าน ฟกช้ำ {20:38} ผู้ พยากรณ์ ผู้ นั้น จึง จาก ไป และ ไป คอย พบ กษัตริย์ อยู่ ที่ หนทาง ใส่ ขี้เถ้า บน หน้า ปลอม ตัว เสีย {20:39} พอ กษัตริย์ ทรง ผ่าน ไป ท่าน ก็ ร้อง ทูล กษัตริย์ ว่า “ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เข้า ไป ใน กลาง ศึก และ ดู เถิด ทหาร คน หนึ่ง หัน มา และ นำ ชาย คน หนึ่ง มา ให้ ข้า พระองค์ บอก ว่า ‘ จง ระวัง ชาย คน นี้ ไว้ นะ ถ้า เขา หลุด ไป ได้ โดย เหตุ ใดๆ ชีวิต ของ ท่าน จะ ต้อง แทน ชีวิต ของ เขา หรือ มิ ฉะนั้น ท่าน จะ ต้อง เสีย เงิน ตะ ลันต์หนึ่ง’ {20:40} และ เมื่อ ข้า พระองค์ ติด ธุระ อยู่ ที่ นี่ ที่ นั่น เขา ก็ หาย ไป” กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตรัส กับ ท่าน ว่า “ โทษ ของ เจ้า ต้อง เป็น อย่าง นั้น แหละ เพราะ เจ้า เอง ได้ ตัดสิน แล้ว” {20:41} แล้ว ท่าน ก็ รีบ เอา ขี้เถ้า ออก จาก หน้า ของ ตน และ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ก็ จำ ท่าน ได้ ว่า เป็น ผู้ พยากรณ์ คน หนึ่ง {20:42} และ ท่าน จึง ทูล พระองค์ ว่า “ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดังนี้ ว่า เพราะ เจ้า ได้ ปล่อย ชาย คน ที่ อยู่ ใน มือ ของ เจ้า ผู้ ซึ่ง เรา ได้ กำหนด ให้ ทำลาย นั้น ชีวิต ของ เจ้า จะ ต้อง แทน ชีวิต ของ เขา และ ชน ชาติ ของ เจ้า แทน ชน ชาติ ของ เขา” {20:43} และ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ก็ เสด็จ เข้า ไป ใน พระ ราช วัง ด้วย อารมณ์ ขุ่น มัว และ ไม่ พอ พระทัย ยิ่งนัก และ เสด็จ มา สะ มา เรีย {i21:1} อา หับ โลภ สวน องุ่น ของ นา โบ ท {21:1} และ อยู่ มา ภายหลัง เหตุการณ์ เหล่า นี้ นา โบ ทชาวยิสเรเอล มี สวน องุ่น อยู่ ใน ยิสเรเอล ข้าง พระ ราช วัง ของ อา หับ กษัตริย์ แห่ง สะ มา เรีย {21:2} อา หับ ตรัส กับ นา โบ ทว่า “ จง ให้ สวน องุ่น ของ เจ้า แก่ เรา เถิด เพื่อ เรา จะ ได้ ทำ สวน ผัก เพราะ อยู่ ใกล้ วัง ของ เรา เรา จะ ให้ สวน องุ่น ที่ ดี กว่า เพื่อ แลก สวน นี้ หรือ ถ้า เจ้า เห็น ชอบ เรา จะ ให้ เงิน สม กับ ราคา สวน นั้น” {21:3} แต่ นา โบ ท ทูล อา หับ ว่า “ ขอ พระ เยโฮวาห์ ทรง ห้าม ข้า พระองค์ ใน การ ที่ จะ ยก มรดก ของ บรรพบุรุษ ให้ แก่ พระองค์” {21:4} อา หับ ก็ เสด็จ เข้า ใน วัง ด้วย อารมณ์ ขุ่น มัว และ ไม่ พอ พระทัย ยิ่งนัก ด้วย เรื่อง ที่ นา โบ ทชาวยิสเรเอล ทูล ตอบ พระองค์ เพราะ เขา ได้ กล่าว ว่า “ ข้า พระองค์ จะ ไม่ ให้ มรดก แห่ง บรรพบุรุษ ของ ข้า พระองค์ แก่ พระองค์” และ พระองค์ ก็ เอน พระ กาย ลง บน พระ แท่น ทรง เบือน พระ พักตร์ ไม่ เสวย พระ กระยาหาร {21:5} แต่ เย เซ เบ ลม เห สี ของ พระองค์ เข้า มา เฝ้า พระองค์ ทูล ถาม พระองค์ ว่า “ ไฉน พระ จิต ของ พระองค์ จึง เสีย พระทัย ไม่ เสวย พระ กระยาหาร” {21:6} และ พระองค์ ตรัส ตอบ พระนาง ว่า “ เพราะ เรา ได้ พูด กับ นา โบ ทชาวยิสเรเอลว่า ‘ จง ขาย สวน องุ่น ของ เจ้า ให้ แก่ เรา หรือ มิ ฉะนั้น ถ้า เจ้า พอใจ เรา จะ ให้ สวน องุ่น อีก แห่ง หนึ่ง แก่ เจ้า เพื่อ แลก กัน’ และ เขา ตอบ ว่า ‘ ข้า พระองค์ จะ ไม่ ให้ สวน องุ่น ของ ข้า พระองค์ แก่ พระองค์’” {21:7} และ เย เซ เบ ลม เห สี ของ พระองค์ ทูล พระองค์ ว่า “ พระองค์ เป็น ผู้ ครอบครอง ราช อาณาจักร อิสราเอล อยู่ หรือ เพคะ เชิญ เสด็จ ลุก ขึ้น เสวย พระ กระยาหาร เถิด และ ให้ พระทัย ของ พระองค์ ร่าเริง หม่อมฉัน จะ มอบ สวน องุ่น ของ นา โบ ทชาวยิสเรเอล ให้ แก่ พระองค์ เอง” {21:8} พระนาง จึง ทรง พระ อักษร ใน พระ นาม ของ อา หับ ประทับ ตรา ของ พระองค์ ส่ง ไป ยัง พวก ผู้ใหญ่ และ ขุนนาง ผู้ อยู่ ใน เมือง กับ นา โบ ท {21:9} พระนาง ทรง พระ อักษร ว่า “ จง ประกาศ ให้ ถือ อด อาหาร และ ตั้ง นา โบ ท ไว้ ใน ที่ สูง ท่ามกลาง ประชาชน {21:10} และ ตั้ง คน อันธพาล สอง คน ให้ นั่ง ตรง ข้าม กับ เขา ให้ ฟ้อง เขา ว่า ‘ เจ้า ได้ แช่ง พระเจ้า และ กษัตริย์’ แล้ว พา เขา ออก ไป และ เอา หิน ขว้าง เสีย ให้ ตาย” {21:11} และ พวก ผู้ชาย ของ เมือง นั้น คือ พวก ผู้ใหญ่ และ ขุนนาง ผู้ อาศัย อยู่ ใน เมือง นั้น ได้ กระทำ ตาม ที่ เย เซ เบล มี ไป ถึง พวก เขา ตาม ที่ ปรากฏ ใน ลาย พระ หัตถ์ ซึ่ง พระนาง ทรง มี ไป ถึง เขา นั้น {21:12} เขา ได้ ประกาศ ให้ ถือ อด อาหาร และ ได้ ตั้ง นา โบ ท ไว้ ใน ที่ สูง ท่ามกลาง ประชาชน {21:13} และ คน อันธพาล สอง คน นั้น ก็ เข้า มา นั่ง อยู่ ตรง ข้าม กับ เขา และ คน อันธพาล นั้น ได้ ฟ้อง นา โบ ท ต่อ หน้า ประชาชน กล่าว ว่า “ นา โบ ท ได้ แช่ง พระเจ้า และ กษัตริย์” เขา ทั้งหลาย จึง พา นา โบ ทอ อก ไป นอก เมือง และ ขว้าง เขา ถึง ตาย ด้วย ก้อน หิน {21:14} แล้ว เขา ก็ ส่ง ข่าว ไป ทูล เย เซ เบลว่า “ นา โบ ท ถูก ขว้าง ด้วย หิน เขา ตาย แล้ว” {21:15} อยู่ มา พอ เย เซ เบล ทรง ได้ยิน ว่า นา โบ ท ถูก ขว้าง ด้วย หิน ตาย แล้ว เย เซ เบล จึง ทูล อา หับ ว่า “ ขอ เชิญ เสด็จ ลุก ขึ้น ไป ยึด สวน องุ่น ของ นา โบ ทชาวยิสเรเอล ซึ่ง เขา ได้ ปฏิเสธ ไม่ ขาย ให้ แก่ พระองค์ เพราะ ว่า นา โบ ทไม่อยู่ เขา ตาย เสีย แล้ว” {21:16} และ อยู่ มา พอ อา หับ ทรง ได้ยิน ว่า นา โบ ทตายแล้ว อา หับ ก็ ทรง ลุก ขึ้น ไป ยัง สวน องุ่น ของ นา โบ ทชาวยิสเรเอล เพื่อ ยึดถือ เป็น กรรมสิทธิ์ {i21:17} เอ ลี ยาห์ พยากรณ์ ถึง ความ ตาย ของ อา หับ {21:17} แล้ว พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ถึง เอ ลี ยาห์ชาวทิชบีว่า {21:18} “ จง ลุก ขึ้น แล้ว ลง ไป พบ อา หับ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ผู้ อยู่ ใน สะ มา เรีย ดู เถิด เขา อยู่ ใน สวน องุ่น ของ นา โบ ท ที่ เขา ไป ยึด เอา เป็น กรรมสิทธิ์ {21:19} เจ้า จง พูด กับ เขา ว่า ‘ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดังนี้ ว่า ท่าน ได้ ฆ่า และ ได้ ยึดถือ เอา เป็น กรรมสิทธิ์ ด้วย หรือ’ และ เจ้า จง พูด กับ เขา ว่า ‘ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดั่ง นี้ ว่า ใน ที่ ซึ่ง สุนัข เลีย โลหิต ของ นา โบ ท สุนัข จะ เลีย โลหิต ของ เจ้า ด้วย’” {21:20} อา หับ ตรัส กับ เอ ลี ยาห์ว่า “ โอ ศัตรู ของ ข้า เอ๋ย เจ้า พบ ข้า แล้ว หรือ” ท่าน ทูล ตอบ ว่า “ ข้า พระองค์ พบ พระองค์ แล้ว เพราะ ว่า พระองค์ ยอม ขาย พระองค์ เพื่อ กระทำ สิ่ง ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ {21:21} ดู เถิด เรา จะ นำ เหตุ ร้าย มา เหนือ เจ้า เรา จะ เอา คน ชั่ว อายุ ต่อ จาก เจ้า ออก ไป เสีย และ จะ ขจัด คน ที่ ปัสสาวะ รด กำแพง ได้เสีย จาก อา หับ ทั้งคน ที่ ยัง อยู่ และ เหลือ อยู่ ใน อิสราเอล {21:22} และ เรา จะ กระทำ ให้ ราชวงศ์ ของ เจ้า เหมือน ราชวงศ์ ของ เย โร โบ อัมบุตรเนบัท และ เหมือน ราชวงศ์ ของ บา อาชา บุตร อา หิยาห์ เพราะ เจ้า ได้ กระทำ ให้ เรา โกรธ และ เพราะ เจ้า ได้ กระทำ ให้ อิสราเอล ทำบาป ด้วย {21:23} และ ส่วน เย เซ เบล พระ เยโฮวาห์ ตรัส ว่า ‘ สุนัข จะ กิน เย เซ เบล ข้าง กำแพง ยิสเรเอล’ {21:24} ผู้ ใด ใน ราชวงศ์ อา หับ ที่ ตาย ใน เมือง สุนัข จะ กิน และ ผู้ อยู่ ใน ราชวงศ์ เขา ที่ ตาย ใน ทุ่ง นา นก ใน อากาศ จะ กิน” {21:25} ไม่ มี ผู้ ใด ได้ ขาย ตนเอง เพื่อ กระทำ ความ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ อย่าง อา หับ ผู้ ที่ เย เซ เบ ลม เห สี ได้ ยุแหย่ {21:26} พระองค์ ทรง ประพฤติ อย่าง น่า สะอิดสะเอียน เป็น อย่าง ยิ่ง ใน การ ดำเนิน ตาม รูป เคารพ ดัง สิ่ง ทั้งปวง ที่ คน อา โม ไรต์ ได้ กระทำ ซึ่ง เป็น ผู้ ที่ พระ เยโฮวาห์ ทรง ขับ ไล่ออก ไป ให้ พ้น หน้า ประชาชน อิสราเอล {i21:27} อา หับ กลับ ใจ เสีย ใหม่ พระเจ้า จึง ไม่ ลงโทษ อา หับ ทันที {21:27} และ อยู่ มา เมื่อ อา หับ ทรง ได้ยิน พระ วจนะ เหล่า นั้น พระองค์ ก็ ฉีก ฉลอง พระองค์ และ ทรง สวม ผ้า กระสอบ และ ถือ อด อาหาร ประทับ ใน ผ้า กระสอบ และ ทรง ดำเนิน ไป มา อย่าง ค่อยๆ {21:28} และ พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ มา ยัง เอ ลี ยาห์ชาวทิชบีว่า {21:29} “ เจ้า ได้ เห็น อา หับ ถ่อม ตัว ลง ต่อ หน้า เรา แล้ว หรือ เพราะ เขา ได้ ถ่อม ตัว ลง ต่อ หน้า เรา เรา จะ ไม่ นำ เหตุ ร้าย มา ใน สมัย ของ เขา แต่ มา ใน สมัย บุตร ชาย ของ เขา เรา จะ นำ เหตุ ร้าย มา เหนือ ราชวงศ์ ของ เขา” {i22:1} ประเทศ ซีเรีย และ อิสราเอล มี สันติ กัน อยู่ สาม ปี {22:1} ประเทศ ซีเรีย และ อิสราเอล ไม่ มี ศึก สงคราม กัน อยู่ สาม ปี {i22:2} เย โฮ ชา ฟัท ช่วย อา หับ สู้ รบ กับ ซีเรีย {22:2} ต่อ ไป ใน ปี ที่ สาม เย โฮ ชา ฟัท กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ เสด็จ ลง ไป เฝ้า กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล {22:3} และ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตรัส ถาม บรรดา ข้าราชการ ของ พระองค์ ว่า “ ท่าน ทราบ กัน หรือ ไม่ ว่า รา โม ทกิเล อาด เป็น ของ เรา และ เรา ได้ นิ่ง อยู่ มิ ได้ เอา ออก มา จาก มือ ของ กษัตริย์ แห่ง ซีเรีย” {22:4} และ พระองค์ ตรัส กับ เย โฮ ชา ฟัทว่า “ ท่าน จะ ยก ไป ทำ ศึก ที่ รา โม ทกิเล อาด กับ ข้าพเจ้า หรือ” และ เย โฮ ชา ฟัท ตรัส กับ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ว่า “ ข้าพเจ้า ก็ เป็น อย่าง ที่ ท่าน เป็น ประชาชน ของ ข้าพเจ้า ก็ เป็น ดัง ประชาชน ของ ท่าน ม้า ของ ข้าพเจ้า ก็ เป็น ดัง ม้า ของ ท่าน” {22:5} และ เย โฮ ชา ฟัท ตรัส กับ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ว่า “ ขอ สอบถาม ดู พระ ดำรัส ของ พระ เยโฮวาห์ วัน นี้ เถิด” {i22:6} พวก ผู้ พยากรณ์ ของ อา หับ พยากรณ์ เท็จ {22:6} แล้ว กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ก็ เรียก ประชุม พวก ผู้ พยากรณ์ ประมาณ สี่ ร้อย คน ตรัส กับ เขา ว่า “ ควร ที่ เรา จะ ไป ตี รา โม ทกิเลอาดหรือ หรือ เรา ไม่ ควร ไป” และ เขา ทั้งหลาย ทูล ตอบ ว่า “ ขอ เชิญ เสด็จ ขึ้น ไป เถิด เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง มอบ ไว้ ใน พระ หัตถ์ ของ กษัตริย์” {22:7} แต่ เย โฮ ชา ฟัททูลว่า “ ที่ นี่ ไม่ มี ผู้ พยากรณ์ ของ พระ เยโฮวาห์ อีก ซึ่ง เรา จะ สอบถาม ได้ แล้ว หรือ” {22:8} และ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ทูล เย โฮ ชา ฟัทว่า “ ยัง มี ชาย อีก คน หนึ่ง ซึ่ง เรา จะ ให้ ทูล ถาม พระ เยโฮวาห์ ได้ คือ มี คา ยาห์บุตรอิมลาห์ แต่ ข้าพเจ้า ชัง เขา เพราะ เขา พยากรณ์ แต่ ความ ร้าย ไม่ เคย พยากรณ์ ความ ดี เกี่ยว กับ ข้าพเจ้า เลย” และ เย โฮ ชา ฟัททูลว่า “ ขอ กษัตริย์ อย่า ตรัส ดังนั้น เลย” {22:9} แล้ว กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล จึง เรียก มหาดเล็ก คน หนึ่ง เข้า มา ตรัส สั่ง ว่า “ ไป พา มี คา ยาห์บุตรอิมลาห์มาเร็วๆ” {22:10} ฝ่าย กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล และ เย โฮ ชา ฟัท กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ ต่าง ประทับ บน พระ ที่นั่ง ทรง ฉลอง พระองค์ ณ ช่องว่าง ตรง ทาง เข้า ประตู เมือง สะ มา เรีย และ ผู้ พยากรณ์ ทั้งปวง ก็ พยากรณ์ ถวาย อยู่ {22:11} และ เศเดคียาห์ บุตร ชาย เค นา อะ นาห์ จึง เอา เหล็ก ทำ เป็น เขา และ พูด ว่า “ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ดังนี้ ว่า ด้วย สิ่ง เหล่า นี้ เจ้า จะ ผลัก คน ซีเรีย ไป จน เจ้า ผลาญ เขา ทั้งหลาย เสีย สิ้น” {22:12} และ บรรดา ผู้ พยากรณ์ ก็ พยากรณ์ อย่าง นั้น ทูล ว่า “ ขอ เสด็จ ขึ้น ไป รา โม ทกิเลอาดเถิด และ มี ชัย ชนะ เพราะ พระ เยโฮวาห์ จะ ทรง มอบ เมือง นั้น ไว้ ใน พระ หัตถ์ ของ กษัตริย์” {i22:13} มี คา ยาห์ เป็น ผู้ พยากรณ์ แท้ {22:13} และ ผู้ สื่อสาร ผู้ ไป ตาม มี คา ยาห์ ได้ บอก ท่าน ว่า “ ดู เถิด ถ้อยคำ ของ บรรดา ผู้ พยากรณ์ ก็ พูด สิ่ง ที่ ดี แก่ กษัตริย์ เป็น ปาก เดียวกัน ขอ ให้ ถ้อยคำ ของ ท่าน เหมือน อย่าง ถ้อยคำ ของ คน หนึ่ง ใน พวก นั้น และ พูด แต่ สิ่ง ที่ ดี” {22:14} แต่ มี คา ยาห์ตอบว่า “ พระ เยโฮวาห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ ข้าพเจ้า อย่างไร ข้าพเจ้า จะ ต้อง พูด อย่าง นั้น” {22:15} และ เมื่อ ท่าน มา เฝ้า กษัตริย์ กษัตริย์ ตรัส ถาม ท่าน ว่า “ มี คา ยาห์ ควร ที่ เรา จะ ไป ตี รา โม ทกิเลอาดหรือ หรือ เรา ไม่ ควร ไป” และ ท่าน ทูล ตอบ พระองค์ ว่า “ ขอ เชิญ เสด็จ ขึ้น ไป และ มี ชัย ชนะ พระ เยโฮวาห์ จะ ทรง มอบ ไว้ ใน พระ หัตถ์ ของ กษัตริย์” {22:16} แต่ กษัตริย์ ตรัส กับ ท่าน ว่า “ เรา ได้ ให้ เจ้า ปฏิญาณ กี่ ครั้ง แล้ว ว่า เจ้า จะ พูด กับ เรา แต่ ความ จริง ใน พระ นาม ของ พระ เยโฮวาห์” {22:17} และ ท่าน ก็ ทูล ว่า “ ข้า พระองค์ ได้ เห็น คน อิสราเอล ทั้งปวง กระจัด กระจาย อยู่ บน ภูเขา อย่าง แกะ ที่ ไม่ มี ผู้ เลี้ยง และ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ว่า ‘ คน เหล่า นี้ ไม่ มี นาย ให้ เขา ต่าง กลับ ยัง เรือน ของ ตน โดย สันติภาพ เถิด’” {22:18} กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล จึง ทูล เย โฮ ชา ฟัทว่า “ ข้าพเจ้า มิ ได้ บอก ท่าน แล้ว หรือ ว่า เขา จะ ไม่ พยากรณ์ สิ่ง ดี เกี่ยว กับ ข้าพเจ้า เลย แต่ สิ่ง ร้าย ต่างหาก” {22:19} และ มี คา ยาห์ทูลว่า “ ฉะนั้น ขอ สดับ พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ข้า พระองค์ ได้ เห็น พระ เยโฮวาห์ ประทับ บน พระ ที่นั่ง ของ พระองค์ และ บรรดา บริวาร แห่ง ฟ้า สวรรค์ ยืน ข้างๆ พระองค์ ข้าง ขวา พระ หัตถ์ และ ข้าง ซ้าย {22:20} และ พระ เยโฮวาห์ ตรัส ว่า ‘ ผู้ ใด จะ เกลี้ยกล่อม อา หับ เพื่อ เขา จะ ขึ้น ไป และ ล้ม ลง ที่ รา โม ทกิเลอาด’ บ้าง ก็ ทูล อย่าง นี้ บ้าง ก็ ทูล อย่าง นั้น {22:21} แล้ว มี วิญญาณ ดวง หนึ่ง มา ข้าง หน้า เฝ้า ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ ทูล ว่า ‘ ข้า พระองค์ จะ เกลี้ยกล่อม เขา เอง’ {22:22} และ พระ เยโฮวาห์ ตรัส กับ เขา ว่า ‘ จะ ทำ อย่างไร’ และ เขา ทูล ว่า ‘ ข้า พระองค์ จะ ออก ไป และ จะ เป็น วิญญาณ มุสา อยู่ ใน ปาก ของ ผู้ พยากรณ์ ของ เขา ทุก คน’ และ พระองค์ ตรัส ว่า ‘ เจ้า ไป เกลี้ยกล่อม เขา ได้ และ เจ้า จะ ทำ ได้ สำเร็จ จง ไป ทำ เถิด’ {22:23} เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ ดู เถิด พระ เยโฮวาห์ ทรง ใส่ วิญญาณ มุสา ใน ปาก ของ เหล่า ผู้ พยากรณ์ นี้ ทั้งสิ้น ของ พระองค์ พระ เยโฮวาห์ ทรง ตรัส เป็น ความ ร้าย เกี่ยว กับ พระองค์” {22:24} แล้ว เศเดคียาห์ บุตร ชาย เค นา อะ นาห์ ได้ เข้า มา ใกล้ และ ตบ แก้ม มี คา ยาห์พูดว่า “ พระ วิญญาณ ของ พระ เยโฮวาห์ ไป จาก ข้า พูด กับ เจ้า ได้ อย่างไร” {22:25} และ มี คา ยาห์ตอบว่า “ ดู เถิด เจ้า จะ เห็น ใน วัน นั้น เมื่อ เจ้า เข้า ไป ใน ห้อง ชั้น ใน เพื่อ จะ ซ่อน ตัว เจ้า” {22:26} และ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตรัส ว่า “ จง จับ มี คา ยาห์ พา เขา กลับ ไป มอบ ให้ อา โม น ผู้ ว่า ราชการ เมือง และ แก่ โย อา ชรา ช โอรส กษัตริย์ {22:27} และ ว่า ‘ กษัตริย์ ตรัส ดังนี้ ว่า “ เอา คน นี้ จำ คุก เสีย ให้ อาหาร แห่ง ความ ทุกข์ กับ น้ำ แห่ง ความ ทุกข์ จน กว่า เรา จะ กลับ มา โดย สันติภาพ”’” {22:28} และ มี คา ยาห์ทูลว่า “ ถ้า พระองค์ เสด็จ กลับ มา โดย สันติภาพ พระ เยโฮวาห์ ก็ มิ ได้ ตรัส โดย ข้า พระองค์” และ ท่าน กล่าว ว่า “ โอ บรรดา ชน ชาติ ทั้งหลาย เอ๋ย ขอ จง ฟัง เถิด” {i22:29} การ สู้ รบ ที่ รา โม ทกิเลอาด อา หับ สิ้น พระ ชนม์ (2 พศด 18:28-34) {22:29} กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล กับ เย โฮ ชา ฟัท กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ จึง เสด็จ ขึ้น ไป ยัง รา โม ทกิเลอาด {22:30} และ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตรัส กับ เย โฮ ชา ฟัทว่า “ ข้าพเจ้า จะ ปลอม ตัว เข้า ทำ ศึก แต่ ท่าน จง สวม เครื่อง ทรง ของ ท่าน” และ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ก็ ทรง ปลอม พระองค์ เข้า ทำ สงคราม {22:31} ฝ่าย กษัตริย์ ประเทศ ซีเรีย ทรง บัญชา แม่ทัพ รถ รบ ทั้ง สาม สิบ สอง คน ว่า “ อย่า รบ กับ ทหาร น้อย หรือ ใหญ่ แต่ มุ่ง เฉพาะ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล” {22:32} และ อยู่ มา เมื่อ ผู้ บัญชาการ รถ รบ แล เห็น เย โฮ ชา ฟัท เขา ทั้งหลาย ก็ ว่า “ เป็น กษัตริย์ อิสราเอล แน่ แล้ว” เขา จึง หัน เข้า ไป สู้ รบ กับ พระองค์ และ เย โฮ ชา ฟัท ทรง ร้อง ขึ้น {22:33} และ อยู่ มา เมื่อ ผู้ บัญชาการ รถ รบ เห็น ว่า ไม่ ใช่ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ก็ หัน กลับ จาก ไล่ ตาม พระองค์ {22:34} แต่ มี ชาย คน หนึ่ง โก่ง ธนู ยิง เดา ไป ถูก กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล เข้า ระหว่าง เกล็ด เกราะ และ แผ่น บัง พระ อุระ พระองค์ จึง รับสั่ง คน ขับ รถ รบ ว่า “ หัน กลับ เถอะ พา เรา ออก จาก การ รบ เพราะ เรา บาดเจ็บ แล้ว” {22:35} วัน นั้น การ รบ ก็ ดุเดือด ขึ้น เขา ก็ หนุน กษัตริย์ ไว้ ใน ราชรถ ให้ หัน พระ พักตร์ เข้า สู่ ชน ซีเรีย จน เวลา เย็น พระองค์ ก็ สิ้น พระ ชนม์ และ โลหิต ที่ บาดแผล ก็ ไหล ออก นอง ท้อง รถ รบ {22:36} ประมาณ ดวง อาทิตย์ ตก ก็ มี เสียง ร้อง ทั่ว กองทัพ ว่า “ ทุก คน จง กลับ ไป เมือง ของ ตัว และ ทุก คน จง กลับ ไป ภูมิลำเนา ของ ตัว” {22:37} ครั้น กษัตริย์ สิ้น พระ ชนม์ แล้ว เขา ก็ นำ มา ยัง กรุง สะ มา เรีย และ ฝัง พระ ศพ กษัตริย์ ไว้ ใน สะ มา เรีย {22:38} เขา ล้าง รถ รบ ที่ สระ แห่ง สะ มา เรีย และ สุนัข ก็ เลีย โลหิต ของ พระองค์ เขา ได้ ล้าง เกราะ ของ พระองค์ ตาม พระ วจนะ ของ พระ เยโฮวาห์ ซึ่ง พระองค์ ได้ ตรัส {22:39} ส่วน พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ อา หับ และ บรรดา สิ่ง ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ และ พระ ราช วัง งาช้าง ซึ่ง พระองค์ ทรง สร้าง ไว้ และ หัว เมือง ทั้งปวง ที่ พระองค์ ทรง สร้าง มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร แห่ง กษัตริย์ ประเทศ อิสราเอล หรือ {i22:40} อา หัส ยาห์ ขึ้น ครอง แทน อา หับ {22:40} อา หับ ทรง ล่วง หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ อา หัส ยาห์ ราช โอรส ของ พระองค์ ก็ ขึ้น ครอง แทน {i22:41} เย โฮ ชา ฟัท ขึ้น ครอง เหนือ ยูดาห์ (2 พศด 17:1; 20:31) {22:41} เย โฮ ชา ฟัท ราช โอรส ของ อาสา เริ่ม ขึ้น ครอง เหนือ ยูดาห์ ใน ปี ที่ สี่ แห่ง รัชกาล อา หับ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล {22:42} เย โฮ ชา ฟัท มี พระ ชนมายุ สาม สิบ ห้า พรรษา เมื่อ ทรง เริ่ม ขึ้น ครอง และ พระองค์ ทรง ครอง ใน เยรูซาเล็ม ยี่ สิบ ห้า ปี พระ ชนนี ของ พระองค์ มี พระ นาม ว่า อา ซูบาห์ ธิดา ของ ชิ ลหิ {22:43} พระองค์ ทรง ดำเนิน ตาม มรรคา ของ อาสา ราช บิดา ทุก ประการ มิ ได้ หันเห ออก ไป จาก ทาง นั้น ทรง กระทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สาย พระ เนตร พระ เยโฮวาห์ แต่ ปู ชนีย สถาน สูง นั้น ยัง มิ ได้ ถูก รื้อ ลง ประชาชน ยัง คง ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา และ เผา เครื่อง หอม ใน ปู ชนีย สถาน สูง นั้น {22:44} เย โฮ ชา ฟัท ทรง กระทำ ไมตรี กับ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ด้วย {22:45} ส่วน พระ ราชกิจ นอก นั้น ของ เย โฮ ชา ฟัท และ ยุทธ พลัง ที่ พระองค์ ทรง สำแดง และ สงคราม ที่ พระองค์ ทรง กระทำ มิ ได้ บันทึก ไว้ ใน หนังสือ พงศาวดาร แห่ง กษัตริย์ ประเทศ ยูดาห์ หรือ {22:46} และ พวก กะเทย ที่ ยัง เหลือ อยู่ คือ ผู้ ที่ ยัง เหลือ ใน สมัย ของ อาสา ราช บิดา นั้น พระองค์ ก็ ทรง กำจัด เสีย จาก แผ่นดิน {22:47} ไม่ มี กษัตริย์ ใน ประเทศ เอ โดม แต่ มี ผู้ ว่า ราชการ เป็น กษัตริย์ {22:48} เย โฮ ชา ฟัท ทรง ต่อ กำปั่น ทา รชิช เพื่อ จะ ไป ขน ทองคำ จาก โอ ฟีร์ แต่ กำปั่น นั้น ไป ไม่ ถึง เพราะ ไป แตก เสีย ที่ เอ ซี โอน เก เบอร์ {22:49} แล้ว อา หัส ยาห์ ราช โอรส ของ อา หับ ตรัส กับ เย โฮ ชา ฟัทว่า “ ขอ ให้ ข้าราชการ ของ ข้าพเจ้า ไป ใน เรือกำปั่น กับ ข้าราชการ ของ ท่าน” แต่ เย โฮ ชา ฟัท ไม่ พอ พระทัย {i22:50} เย โฮ รัม ขึ้น ครอง แทน เย โฮ ชา ฟัท {22:50} และ เย โฮ ชา ฟัท ทรง ล่วง หลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ เขา ฝัง พระ ศพ ไว้ กับ บรรพบุรุษ ที่ ใน นคร ดา วิด บรรพบุรุษ ของ พระองค์ และ เย โฮ รัม ราช โอรส ก็ ขึ้น ครอง แทน พระองค์ {i22:51} การ ครอบครอง อัน ชั่ว ร้าย ของ อา หัส ยาห์ {22:51} อา หัส ยาห์ ราช โอรส ของ อา หับ ทรง เริ่ม ครอง เหนือ อิสราเอล ใน สะ มา เรีย ใน ปี ที่ สิบ เจ็ด แห่ง รัชกาล เย โฮ ชา ฟัท กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ และ พระองค์ ทรง ครอบครอง เหนือ อิสราเอล สอง ปี {22:52} พระองค์ ทรง กระทำ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ พระ เยโฮวาห์ และ ทรง ดำเนิน ใน มรรคา แห่ง ราช บิดา ของ พระองค์ และ ใน มรรคา แห่ง พระ มารดา ของ พระองค์ และ ใน มรรคา ของ เย โร โบ อัมบุตรชายเนบัท ผู้ ทรง กระทำ ให้ อิสราเอล ทำบาป ด้วย {22:53} พระองค์ ทรง ปรนนิบัติ พระ บา อัล และ นมัสการ พระ นั้น และ ทรง กระทำ ให้ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล พิโรธ ด้วย ทุก วิธี ที่ ราช บิดา ของ พระองค์ ทรง กระทำ แล้ว นั้น