{i1:1} ภารกิจ ของ พระ คริสต์ ภายหลัง การ ฟื้น คืน พระ ชนม์ {1:1} โอ ข้า แต่ ท่าน เธโอฟีลัส ใน หนังสือ เรื่อง แรก นั้น ข้าพเจ้า ได้ กล่าว แล้ว ถึง บรรดา การ ซึ่ง พระ เยซู ได้ ทรง ตั้งต้น กระทำ และ สั่งสอน {1:2} จน ถึง วัน ที่ พระองค์ ทรง ถูก รับ ขึ้น ไป ใน เมื่อ ได้ ตรัส สั่ง โดย เดช พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ แก่ อัครสาวก ซึ่ง พระองค์ ทรง เลือก ไว้ แล้ว นั้น {1:3} ครั้น พระองค์ ทรง ทน ทุกข์ ทรมาน แล้ว ได้ ทรง แสดง พระองค์ แก่ คน พวก นั้น ด้วย หลักฐาน หลาย อย่าง พิสูจน์ อย่าง แน่นอน ที่สุด ว่า พระองค์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ และ ได้ ทรง ปรากฏ แก่ เขา ทั้งหลาย ถึง สี่ สิบ วัน และ ได้ ทรง กล่าว ถึง เรื่อง อาณาจักร ของ พระเจ้า {i1:4} การ รับ บัพ ติ ศ มา ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ {1:4} เมื่อ พระองค์ ได้ ทรง ชุมนุม กัน กับ อัครสาวก จึง กำชับ เขา มิ ให้ ออก ไป จาก กรุง เยรูซาเล็ม แต่ ให้ คอย รับ ตาม พระ สัญญา ของ พระ บิดา คือ พระองค์ ตรัส ว่า “ ตาม ที่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน จาก เรา นั่นแหละ {1:5} เพราะ ว่า ยอห์น ให้ รับ บัพ ติ ศ มา ด้วย น้ำ ก็ จริง แต่ ไม่ ช้า ไม่ นาน ท่าน ทั้งหลาย จะ รับ บัพ ติ ศ มา ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์” {1:6} เมื่อ เขา ทั้งหลาย ได้ ประชุม พร้อม กัน เขา จึง ทูล ถาม พระองค์ ว่า “ พระองค์เจ้า ข้า พระองค์ จะ ทรง ตั้ง ราช อาณาจักร ขึ้น ใหม่ ให้ แก่ อิสราเอล ใน ครั้ง นี้ หรือ” {1:7} พระองค์ ตรัส ตอบ เขา ว่า “ ไม่ ใช่ ธุระ ของ ท่าน ที่ จะ รู้ เวลา และ วาระ ซึ่ง พระ บิดา ได้ ทรง กำหนด ไว้ โดย สิทธิ อำนาจ ของ พระองค์ {1:8} แต่ ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ รับ พระ ราช ทาน ฤทธิ์ เดช เมื่อ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ จะ เสด็จ มา เหนือ ท่าน และ ท่าน ทั้งหลาย จะ เป็น พยาน ฝ่าย เรา ทั้ง ใน กรุง เยรูซาเล็ม ทั่ว แคว้น ยู เดีย แคว้น สะ มา เรีย และ จน ถึง ที่สุด ปลาย แผ่นดิน โลก” {1:9} เมื่อ พระองค์ ตรัส เช่น นั้น แล้ว ใน ขณะ ที่ เขา ทั้งหลาย กำลัง พินิจ ดู พระองค์ ก็ ถูก รับ ขึ้น ไป และ มี เมฆ คลุม พระองค์ ให้ พ้น สายตา ของ เขา {i1:10} การ เสด็จ ขึ้น สู่ สวรรค์ และ การ เสด็จ มา ครั้ง ที่ สอง ของ พระ คริสต์ {1:10} เมื่อ เขา กำลัง เขม้น ดู ฟ้า เวลา ที่ พระองค์ เสด็จ ขึ้น ไป นั้น ดู เถิด มี ชาย สอง คน สวม เสื้อ ขาว มา ยืน อยู่ ข้างๆ เขา {1:11} สอง คน นั้น กล่าว ว่า “ ชาว กา ลิ ลี เอ๋ย เหตุ ไฉน ท่าน จึง ยืน เขม้น ดู ฟ้า สวรรค์ พระ เยซู องค์ นี้ ซึ่ง ทรง รับ ไป จาก ท่าน ขึ้น ไป ยัง สวรรค์ นั้น จะ เสด็จ มา อีก เหมือน อย่าง ที่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ เห็น พระองค์ เสด็จ ไป ยัง สวรรค์ นั้น” {i1:12} การ อธิษฐาน อ้อนวอน เพื่อ ฤทธิ์ อำนาจ ที่ ทรง สัญญา ไว้ (ลก 24:49) {1:12} แล้ว อัครสาวก จึง ลง จาก ภูเขา มะกอก เทศ ซึ่ง อยู่ ใกล้ กรุง เยรูซาเล็ม ระยะ ทาง เท่ากับ ระยะ ที่ อนุญาต ให้ คน เดิน ใน วัน สะ บา โต กลับ ไป กรุง เยรูซาเล็ม {1:13} เมื่อ เข้า กรุง แล้ว เขา เหล่า นั้น จึง ขึ้น ไป ยัง ห้อง ชั้น บน ซึ่ง มี ทั้ง เปโตร ยาก อบ ยอห์นกับอันดรูว์ ฟีลิปกับโธมัส บา รโธโลมิวกับมัทธิว ยาก อบ บุตร ชาย อัลเฟอัส ซี โม นเศโลเท กับ ยู ดา ส น้อง ชาย ของ ยาก อบ พัก อยู่ นั้น {1:14} พวก เขา ร่วมใจ กัน อธิษฐาน อ้อนวอน ต่อ เนื่อง พร้อม กับ พวก ผู้หญิง และ มา รีย์ มารดา ของ พระ เยซู และ พวก น้อง ชาย ของ พระองค์ ด้วย {i1:15} มัทธีอัส ได้ รับ เลือก ให้ แทน ที่ ยู ดา ส {1:15} คราว นั้น เปโตร จึง ได้ ยืน ขึ้น ท่ามกลาง เหล่า สาวก (ที่ ประชุม กัน อยู่ นั้น มี รวม ทั้งสิ้น ประมาณ ร้อย ยี่ สิบ ชื่อ) และ กล่าว ว่า {1:16} “ ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย จำเป็น จะ ต้อง สำเร็จ ตาม พระ คัมภีร์ ซึ่ง พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ได้ ตรัส ไว้ โดย โอษฐ์ ของ ดา วิด ด้วย เรื่อง ยู ดา ส ซึ่ง เป็น ผู้นำ ทาง คน ที่ ไป จับ พระ เยซู {1:17} เพราะ ยู ดา ส นั้น ได้ นับ เข้า ใน พวก เรา และ ได้ รับ ส่วน ใน ภารกิจ นี้ {1:18} ฝ่าย ผู้ นี้ ได้ เอา บำเหน็จ แห่ง การ ชั่วช้า ของ ตน ไป ซื้อ ที่ดิน แล้ว ก็ ล้ม คะมำ ลง แตก กลาง ตัว ไส้ พุง ทะลัก ออก มา หมด {1:19} เหตุการณ์ นี้ คน ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม ก็ รู้ เขา จึง เรียก ที่ดิน แปลง นั้น ตาม ภาษา ของ เขา ว่า อา เค ลดา มา คือ ทุ่ง โลหิต {1:20} ด้วย มี คำ เขียน ไว้ ใน หนังสือ สดุดี ว่า ‘ ขอ ให้ ที่ อาศัย ของ เขา รกร้าง และ อย่า ให้ ผู้ ใด อาศัย อยู่ ที่ นั่น’ และ ‘ ขอ ให้ อีก ผู้ หนึ่ง มา ยึด ตำแหน่ง ของ เขา’ {1:21} เหตุ ฉะนั้น ใน บรรดา ชาย เหล่า นี้ ที่ เป็น พวก เดียว กับ เรา เสมอ ตลอด เวลา ที่ พระ เยซู เจ้า ได้ เสด็จ เข้า ออก กับ เรา {1:22} คือ ตั้งแต่ บัพ ติ ศมาของยอห์น จน ถึง วัน ที่ พระองค์ ทรง ถูก รับ ขึ้น ไป จาก เรา คน หนึ่ง ใน พวก นี้ จะ ต้อง ตั้ง ไว้ ให้ เป็น พยาน กับ เรา ถึง การ คืน พระ ชนม์ ของ พระองค์” {1:23} เขา ทั้งหลาย จึง เสนอ ชื่อ คน สอง คน คือ โย เซฟ ที่ เรียก ว่า บา รซับบาส มี นามสกุล ว่า ยุ สทัส และ มัทธีอัส {1:24} แล้ว พวก สาวก จึง อธิษฐาน ว่า “ พระองค์เจ้า ข้า ผู้ ทรง ทราบ ใจ ของ มนุษย์ ทั้งปวง ขอ ทรง สำแดง ว่า ใน สอง คน นี้ พระองค์ ทรง เลือก คน ไหน {1:25} ให้ รับ ส่วน ใน การ ปรนนิบัติ นี้ และ รับ ตำแหน่ง เป็น อัครสาวก แทน ยู ดา ส ซึ่ง โดย การ ละเมิด นั้น ได้ หลง จาก หน้าที่ ไป ยัง ที่ ของ ตน” {1:26} เขา ทั้งหลาย จึง จับ สลาก กัน และ สลาก นั้น ได้แก่ มัทธีอัส จึง นับ เขา เข้า กับ อัครสาวก สิบ เอ็ด คน นั้น {i2:1} การ ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ {2:1} เมื่อ วัน เทศกาล เพ็นเทคศเตมาถึง จำพวก สาวก จึง มา ร่วมใจ กัน อยู่ ใน ที่ แห่ง เดียวกัน {2:2} ใน ทันใด นั้น มี เสียง ดัง มา จาก ฟ้า เหมือน เสียง พายุ กล้า สั่น ก้อง ทั่ว บ้าน ที่ เขา นั่ง อยู่ นั้น {2:3} มี เปลว ไฟ สัณฐาน เหมือน ลิ้น ปรากฏ แก่ เขา และ กระจาย อยู่ บน เขา สิ้น ทุก คน {2:4} เขา เหล่า นั้น ก็ ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ จึง ตั้งต้น พูด ภาษา ต่างๆ ตาม ที่ พระ วิญญาณ ทรง โปรด ให้ พูด {2:5} มี พวก ยิว จาก ทุก ประเทศ ทั่ว ใต้ ฟ้า ซึ่ง เป็น ผู้ เกรงกลัว พระเจ้า มา อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม {2:6} เมื่อ มี เสียง อย่าง นั้น เขา จึง พา กัน มา และ สับสน เพราะ ต่าง คน ต่าง ได้ยิน เขา พูด ภาษา ของ ตนเอง {2:7} คน ทั้งปวง จึง ประหลาด และ อัศจรรย์ ใจ พูด กัน ว่า “ ดู เถิด คน ทั้งหลาย ที่ พูด กัน นั้น เป็น ชาว กา ลิ ลี ทุก คน ไม่ ใช่ หรือ {2:8} เหตุ ไฉน เรา ทุก คน ได้ยิน เขา พูด ภาษา ของ บ้าน เกิด เมือง นอน ของ เรา {2:9} เช่น ชาว ปา รเธียและมีเดีย ชาว เอ ลาม และ คน ที่ อยู่ ใน เขต แดน เมโสโปเตเมีย และ แคว้น ยู เดียและแคว้นคัปปาโดเซีย ใน แคว้น ปอน ทัสและเอเชีย {2:10} ใน แคว้น ฟรี เจีย แคว้น ปัมฟี เลีย และ ประเทศ อียิปต์ ใน แคว้น เมือง ลิเบีย ซึ่ง ขึ้น กับ นคร ไซ รี น และ คน มา จาก กรุง โรม ทั้ง พวก ยิว กับ คน เข้า จารีต ยิว {2:11} ชาว เกาะ ค รีต และ ชาว อาระเบีย เรา ทั้งหลาย ต่าง ก็ ได้ยิน คน เหล่า นี้ กล่าว ถึง มห กิจ ของ พระเจ้า ตาม ภาษา ของ เรา เอง” {2:12} เขา ทั้งหลาย จึง อัศจรรย์ ใจ และ ฉงน สนเท่ห์ พูด กัน ว่า “ นี่ อะไร กัน” {2:13} แต่ บาง คน เยาะเย้ย ว่า “ คน เหล่า นั้น เมา เหล้า องุ่น ใหม่” {i2:14} การ เทศนา ของ เปโตร ใน เทศกาล เพ็นเทคอสต์ {2:14} ฝ่าย เปโตร ได้ ยืน ขึ้น กับ อัครสาวก สิบ เอ็ด คน และ ได้ กล่าว แก่ คน ทั้งปวง ด้วย เสียง อัน ดัง ว่า “ ท่าน ชาว ยู เดีย และ บรรดา คน ที่ อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม จง ทราบ เรื่อง นี้ และ ฟัง ถ้อยคำ ของ ข้าพเจ้า เถิด {2:15} ด้วย ว่า คน เหล่า นี้ มิ ได้ เมา เหล้า องุ่น เหมือน อย่าง ที่ ท่าน คิด นั้น เพราะ ว่า เป็น เวลา สาม โมง เช้า {2:16} แต่ เหตุการณ์ นี้ เกิด ขึ้น ตาม คำ ซึ่ง โย เอ ล ศาสดา พยากรณ์ ได้ กล่าว ไว้ ว่า {2:17} ‘ พระเจ้า ตรัส ว่า ต่อ มา ใน วัน สุดท้าย เรา จะ เทพ ระ วิญญาณ ของ เรา มา เหนือ เนื้อ หนัง ทั้งปวง บุตร ชาย บุตร สาว ของ ท่าน จะ พยากรณ์ คน หนุ่ม ของ ท่าน จะ เห็น นิมิต และ คน แก่ จะ ฝัน เห็น {2:18} ใน คราว นั้น เรา จะ เทพ ระ วิญญาณ ของ เรา บน ทาส และ ทาสี ของ เรา และ คน เหล่า นั้น จะ พยากรณ์ {2:19} เรา จะ สำแดง การ มหัศจรรย์ ใน อากาศ เบื้องบน และ หมาย สำคัญ ที่ แผ่นดิน เบื้อง ล่าง เป็น เลือด ไฟ และ ไอ ควัน {2:20} ดวง อาทิตย์ จะ มืด ไป และ ดวง จันทร์ จะ กลับ เป็น เลือด ก่อน ถึง วัน ใหญ่ นั้น คือ วัน ใหญ่ ยิ่ง ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {2:21} และ จะ เป็น เช่น นี้ คือ ผู้ ใด ที่ จะ ร้อง ออก พระ นาม ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ก็ จะ รอด’ {2:22} ท่าน ทั้งหลาย ผู้ เป็น ชน ชาติ อิสราเอล ขอ ฟัง คำ เหล่า นี้ เถิด คือ พระ เยซู ชาว นาซา เร็ธ เป็น ผู้ ที่ พระเจ้า ทรง โปรด ชี้แจง ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ โดย การ อัศจรรย์ การ มหัศจรรย์ และ หมาย สำคัญ ต่างๆ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ โดย พระองค์ นั้น ท่ามกลาง ท่าน ทั้งหลาย ดัง ที่ ท่าน ทราบ อยู่ แล้ว {2:23} พระองค์ นี้ ทรง ถูก มอบ ไว้ ตาม ที่ พระเจ้า ได้ ทรง ดำริ แน่นอน ล่วงหน้า ไว้ ก่อน ท่าน ทั้งหลาย ได้ ให้ คน ชั่ว จับ พระองค์ ไป ตรึง ที่ กางเขน และ ประหาร ชีวิต เสีย {2:24} พระเจ้า ได้ ทรง บันดาล ให้ พระองค์ คืน พระ ชนม์ ด้วย ทรง กำจัด ความ เจ็บ ปวด แห่ง ความ ตาย เสีย เพราะ ว่า ความ ตาย จะ ครอบงำ พระองค์ ไว้ ไม่ ได้ {2:25} เพราะ ดา วิด ได้ ทรง กล่าว ถึง พระองค์ ว่า ‘ ข้าพเจ้า ได้ เห็น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรง หน้า ข้าพเจ้า เสมอ เพราะ ว่า พระองค์ ประทับ ที่ มือ ขวา ของ ข้าพเจ้า เพื่อ ข้าพเจ้า จะ มิ ได้ หวั่นไหว {2:26} เพราะ ฉะนั้น จิตใจ ของ ข้าพเจ้า จึง ยินดี และ ลิ้น ของ ข้าพเจ้า จึง เปรมปรีดิ์ ยิ่ง กว่า นี้ เนื้อ หนัง ของ ข้าพเจ้า จะ พักพิง อยู่ ใน ความ หวังใจ ด้วย {2:27} เพราะ พระองค์ จะ ไม่ ทรง ทิ้ง จิต วิญญาณ ของ ข้า พระองค์ ไว้ ใน นรก ทั้ง จะ ไม่ ทรง ให้ องค์ บริสุทธิ์ ของ พระองค์ เปื่อย เน่า ไป {2:28} พระองค์ ได้ ทรง โปรด ให้ ข้า พระองค์ ทราบ ทาง แห่ง ชีวิต แล้ว พระองค์ จะ ทรง โปรด ให้ ข้า พระองค์ มี ความ ยินดี เต็ม เปี่ยม ด้วย สี พระ พักตร์ อัน ชอบ พระทัย ของ พระองค์’ {2:29} ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย ข้าพเจ้า มี ใจ กล้า ที่ จะ กล่าว แก่ ท่าน ทั้งหลาย ถึง ดา วิด บรรพบุรุษ ของ เรา ว่า ท่าน สิ้น พระ ชนม์ แล้ว ถูก ฝัง ไว้ และ อุโมงค์ ฝัง ศพ ของ ท่าน ยัง อยู่ กับ เรา จน ถึง ทุก วัน นี้ {2:30} ท่าน เป็น ศาสดา พยากรณ์ และ ทราบ ว่า พระเจ้า ตรัส สัญญา ไว้ แก่ ท่าน ด้วย พระ ปฏิญาณ ว่า พระองค์ จะ ทรง ประทาน ผู้ หนึ่ง จาก บั้นเอว ของ ท่าน และ ตาม เนื้อ หนัง นั้น พระองค์ จะ ทรง ยก พระ คริสต์ ให้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง ของ ท่าน {2:31} ดา วิด ก็ ทรง ล่วงรู้ เหตุการณ์ นี้ ก่อน จึง ทรง กล่าว ถึง การ คืน พระ ชนม์ ของ พระ คริสต์ ว่า จิต วิญญาณ ของ พระองค์ ไม่ ต้อง ละ ไว้ ใน นรก ทั้ง พระ มังสะ ของ พระองค์ ก็ ไม่ เปื่อย เน่า ไป {2:32} พระ เยซู นี้ พระเจ้า ได้ ทรง บันดาล ให้ คืน พระ ชนม์ แล้ว ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เป็น พยาน ใน ข้อ นี้ {2:33} เหตุ ฉะนั้น เมื่อ พระ หัตถ์ เบื้อง ขวา ของ พระเจ้า ได้ ทรง ตั้ง พระองค์ ขึ้น และ ครั้น พระองค์ ได้ ทรง รับ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ จาก พระ บิดา ตาม พระ สัญญา พระองค์ ได้ ทรง เท ฤทธิ์ เดช นี้ ลง มา ดัง ที่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน และ เห็น แล้ว {2:34} เหตุ ว่า ท่าน ดา วิด ไม่ ได้ ขึ้น ไป ยัง สวรรค์ แต่ ท่าน ได้ กล่าว ว่า ‘ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ ข้าพเจ้า ว่า จง นั่ง ที่ ขวา มือ ของ เรา {2:35} จน กว่า เรา จะ กระทำ ให้ ศัตรู ของ ท่าน เป็น แท่น รองเท้า ของ ท่าน’ {2:36} เหตุ ฉะนั้น ให้ วงศ์วาน อิสราเอล ทั้งปวง ทราบ แน่นอน ว่า พระเจ้า ได้ ทรง ยก พระ เยซู นี้ ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ ตรึง ไว้ ที่ กางเขน ทรง ตั้ง ขึ้น ให้ เป็น ทั้ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ เป็น พระ คริสต์” {i2:37} ผู้ ได้ ฟัง ได้ รับ ความ รอด และ ของ ประทาน แห่ง พระ วิญญาณ {2:37} เมื่อ คน ทั้งหลาย ได้ยิน แล้ว ก็ รู้สึก แปลบ ปลาบ ใจ จึง กล่าว แก่ เปโตร และ อัครสาวก อื่นๆ ว่า “ ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย เรา จะ ทำ อย่างไร ดี” {2:38} ฝ่าย เปโตร จึง กล่าว แก่ เขา ว่า “ จง กลับ ใจ เสีย ใหม่ และ รับ บัพ ติ ศ มา ใน พระ นาม แห่ง พระ เยซู คริสต์ สิ้น ทุก คน เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง ยก ความ ผิด บาป ของ ท่าน เสีย และ ท่าน จะ ได้ รับ ของ ประทาน ของ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ {2:39} ด้วย ว่า พระ สัญญา นั้น ตก แก่ ท่าน ทั้งหลาย กับ ลูกหลาน ของ ท่าน ด้วย และ แก่ คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ไกล คือ ทุก คน ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ของ เรา ทรง เรียก มา เฝ้า พระองค์” {2:40} เปโตร จึง กล่าว อีก หลาย คำ เป็น พยาน และ ได้ เตือน สติ เขา ว่า “ จง เอา ตัว รอด จาก ยุค ที่ คด โกง นี้ เถิด” {i2:41} ผู้ เชื่อ ได้ รวม ใจ เป็น หนึ่ง เดียว และ ได้ รับ ความ สุข {2:41} คน ทั้งหลาย ที่ รับ คำ ของ เปโตร ด้วย ความ ยินดี ก็ รับ บัพ ติ ศมา ใน วัน นั้น มี คน เข้า เป็น สาวก เพิ่ม อีก ประมาณ สาม พัน คน {2:42} เขา ทั้งหลาย ได้ ตั้ง มั่นคง อยู่ ใน คำ สอน ของ จำพวก อัครสาวก และ ใน การ สามัคคี ธรรม และ ร่วมใจ กัน ใน การ หัก ขนม ปัง และ การ อธิษฐาน {2:43} เขา มี ความ เกรงกลัว ด้วย กัน ทุก คน และ พวก อัครสาวก ทำ การ มหัศจรรย์ และ หมาย สำคัญ หลาย ประการ {2:44} บรรดา ผู้ ที่ เชื่อถือ นั้น ก็ อยู่ พร้อม กัน ณ ที่ แห่ง เดียว และ ทรัพย์ สิ่งของ ของ เขา เหล่า นั้น เขา เอา มา รวม กัน เป็น ของกลาง {2:45} เขา จึง ได้ ขาย ทรัพย์ สมบัติ และ สิ่งของ มา แบ่ง ให้ แก่ คน ทั้งปวง ตาม ซึ่ง ทุก คน ต้องการ {2:46} เขา ได้ ร่วมใจ กัน ไป ใน พระ วิหาร และ หัก ขนม ปัง ตาม บ้าน ของ เขา ร่วม รับประทาน อาหาร ด้วย ความ ชื่นชม ยินดี และ ด้วย จริงใจ ทุก วัน เรื่อย ไป {2:47} ทั้ง ได้ สรรเสริญ พระเจ้า และ คน ทั้งปวง ก็ ชอบใจ ฝ่าย องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง โปรด ให้ ผู้ ที่ กำลัง จะ รอด เข้า สมทบ กับ คริสตจักร ทวี ขึ้น ทุกๆ วัน {i3:1} คน ง่อย ได้ รับ การ รักษา จน หาย ที่ พระ วิหาร {3:1} ฝ่าย เปโตรกับยอห์น กำลัง ขึ้น ไป จะ เข้า พระ วิหาร ใน เวลา อธิษฐาน เป็น เวลา บ่าย สาม โมง {3:2} มี ชาย คน หนึ่ง เป็น ง่อย ตั้งแต่ ครรภ์ มารดา ทุก วัน คน เคย หาม เขา มา วาง ไว้ ริม ประตู พระ วิหาร ซึ่ง มี ชื่อ ว่า ประตู งาม เพื่อ ให้ ขอทาน จาก คน ที่ จะ เข้า ไป ใน พระ วิหาร {3:3} คน นั้น พอ เห็น เปโตรกับยอห์น จะ เข้า ไป ใน พระ วิหาร ก็ ขอทาน {3:4} ฝ่าย เปโตรกับยอห์น เพ่ง ดู เขา บอก ว่า “ จง ดู พวก เรา เถิด” {3:5} คน ขอทาน นั้น ได้ เขม้น ดู คาด ว่า จะ ได้ อะไร จาก ท่าน {3:6} เป โตรก ล่า วว่า “ เงิน และ ทอง ข้าพเจ้า ไม่ มี แต่ ที่ ข้าพเจ้า มี อยู่ ข้าพเจ้า จะ ให้ ท่าน คือ ใน พระ นาม แห่ง พระ เยซู คริสต์ ชาว นาซา เร็ธ จง ลุก ขึ้น เดิน ไป เถิด” {3:7} แล้ว เปโตร จับ มือ ขวา ของ เขา พยุง ขึ้น และ ใน ทันใด นั้น เท้า และ ข้อ เท้า ของ เขา ก็ มี กำลัง {3:8} เขา จึง กระโดด ขึ้น ยืน และ เดิน เข้า ไป ใน พระ วิหาร ด้วย กัน กับ เปโตรและยอห์น เดิน เต้น โลด สรรเสริญ พระเจ้า ไป {3:9} คน ทั้งปวง เห็น เขา เดิน และ สรรเสริญ พระเจ้า {3:10} จึง รู้ ว่า เป็น คน นั้น ซึ่ง นั่ง ขอทาน อยู่ ที่ ประตู งาม แห่ง พระ วิหาร เขา จึง พา กัน มี ความ ประหลาด และ อัศจรรย์ ใจ อย่าง ยิ่ง ใน เหตุการณ์ ที่ เกิด แก่ คน นั้น {3:11} เมื่อ คน ง่อย ที่ หาย นั้น ยัง ยึด เปโตรและยอห์นอยู่ ฝูง คน ก็ วิ่ง ไป หา ท่าน ที่ เฉลียง พระ วิหาร ซึ่ง เรียก ว่า เฉลียง ของ ซา โลม อน ด้วย ความ อัศจรรย์ ใจ ยิ่งนัก {i3:12} เปโตร เทศนา อีก ครั้ง หนึ่ง {3:12} พอ เปโตร แล เห็น ก็ กล่าว แก่ คน เหล่า นั้น ว่า “ ท่าน ชน ชาติ อิสราเอล ทั้งหลาย ไฉน ท่าน พา กัน ประหลาด ใจ ด้วย คน นี้ เขม้น ดู เรา ทำไม เล่า อย่าง กับ ว่า เรา ทำให้ คน นี้ เดิน ได้ โดย ฤทธิ์ หรือ ความ บริสุทธิ์ ของ เรา เอง {3:13} พระเจ้า ของ อับราฮัม อิส อัค และ ยา โค บ คือ พระเจ้า แห่ง บรรพบุรุษ ของ เรา ได้ ทรง โปรด ประทาน พระ เกียรติ แด่ พระ เยซู พระ บุตร ของ พระองค์ ผู้ ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ มอบ ไว้ แล้ว และ ได้ ปฏิเสธ พระองค์ ต่อ หน้า ปี ลา ต เมื่อ เขา ตั้งใจ จะ ปล่อย พระองค์ ไป {3:14} แต่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ ปฏิเสธ พระองค์ ซึ่ง เป็น องค์ บริสุทธิ์ และ ชอบธรรม และ ได้ ขอ ให้ เขา ปล่อย ฆาตกร ให้ ท่าน ทั้งหลาย {3:15} จึง ฆ่า พระองค์ ผู้ ทรง เป็น เจ้า ชีวิต เสีย ผู้ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง โปรด ให้ เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย เรา เป็น พยาน ใน เรื่อง นี้ {3:16} โดย ความ เชื่อ ใน พระ นาม ของ พระองค์ พระ นาม นั้น จึง ได้ กระทำ ให้ คน นี้ ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย เห็น และ รู้จัก มี กำลัง ขึ้น คือ ความ เชื่อ ซึ่ง เป็น ไป โดย พระองค์ ได้ กระทำ ให้ คน นี้ หาย ปกติ ต่อ หน้า ท่าน ทั้งหลาย {3:17} พี่น้อง ทั้งหลาย ข้าพเจ้า ทราบ ว่า ท่าน ทั้งหลาย ได้ กระทำ การ นั้น เพราะ ไม่ รู้เรื่อง ราว อะไร ทั้ง คณะ ผู้ ครอบครอง ของ ท่าน ก็ ทำ เหมือน กัน ด้วย {3:18} แต่ว่า เหตุการณ์ เหล่า นั้น ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง ประกาศ ไว้ ล่วงหน้า โดย ปาก ของ ศาสดา พยากรณ์ ทั้งหลาย ของ พระองค์ ว่า พระ คริสต์ ต้อง ทน ทุกข์ ทรมาน พระองค์ จึง ทรง ให้ สำเร็จ ตาม นั้น {i3:19} อิสราเอล จง กลับ ใจ เสีย ใหม่ {3:19} เหตุ ฉะนั้น ท่าน ทั้งหลาย จง หัน กลับ และ ตั้งใจ ใหม่ เพื่อ จะ ทรง ลบล้าง ความ ผิด บาป ของ ท่าน เสีย เพื่อ เวลา ชื่น ใจ ยินดี จะ ได้ มา จาก พระ พักตร์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {3:20} และ เพื่อ พระองค์ จะ ได้ ทรง ใช้ พระ เยซู คริสต์ ผู้ ซึ่ง เมื่อ ก่อน นั้น ได้ แจ้ง ไว้ แก่ ท่าน ทั้งหลาย แล้ว {3:21} พระองค์ นั้น สวรรค์ จะ ต้อง รับ ไว้ จน ถึง วาระ เมื่อ สิ่ง สารพัด จะ ตั้ง ขึ้น ใหม่ ตาม ซึ่ง พระเจ้า ได้ ตรัส ไว้ โดย ปาก บรรดา ศาสดา พยากรณ์ บริสุทธิ์ ของ พระองค์ ตั้งแต่ เริ่ม สร้าง โลก {3:22} ที่ จริง โมเสส ได้ กล่าว ไว้ แก่ บรรพบุรุษ ว่า ‘ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ เป็น พระเจ้า ของ ท่าน ทั้งหลาย จะ ทรง โปรด ประทาน ศาสดา พยากรณ์ ผู้ หนึ่ง เหมือน อย่าง เรา ให้ แก่ ท่าน จาก จำพวก พี่น้อง ของ ท่าน ท่าน ทั้งหลาย จง เชื่อฟัง ผู้ นั้น ใน สิ่ง สารพัด ซึ่ง พระองค์ จะ ได้ ตรัส แก่ ท่าน {3:23} และ จะ เป็น เช่น นี้ คือ ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ไม่ เชื่อฟัง ศาสดา พยากรณ์ ผู้ นั้น เขา จะ ต้อง ถูก ตัดขาด ให้ พินาศ ไป จาก ท่ามกลาง ประชาชน’ {3:24} และ บรรดา ศาสดา พยากรณ์ ตั้งแต่ ซา มูเอล เป็น ลำดับ มา ก็ กล่าว เป็น เสียง เดียวกัน พยากรณ์ ถึง กาล ครั้ง นี้ {3:25} ท่าน ทั้งหลาย เป็น ลูกหลาน ของ ศาสดา พยากรณ์ นั้น และ ของ พัน ธ สัญญา ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เรา คือ ได้ ตรัส แก่ อับราฮัม ว่า ‘ บรรดา ครอบครัว ทั่ว แผ่นดิน โลก จะ ได้ รับ พระ พร เพราะ เชื้อสาย ของ เจ้า’ {3:26} ครั้น พระเจ้า ทรง โปรด ให้ พระ เยซู พระ บุตร ของ พระองค์ เป็น ขึ้น แล้ว จึง ทรง ใช้ พระองค์ มา ยัง ท่าน ทั้งหลาย ก่อน เพื่อ อวย พระ พร แก่ ท่าน ทั้งหลาย โดย ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทุก คน กลับ จาก ความ ชั่วช้า ของ ตน” {i4:1} พวก อัครสาวก ถูก จำ คุก เพราะ การ เทศนา {4:1} ขณะ ที่ เปโตรกับยอห์น ยัง กล่าว แก่ คน ทั้งปวง อยู่ ปุโรหิต ทั้งหลาย กับ นาย ทหาร รักษา พระ วิหาร และ พวก สะ ดู สีมา หา ท่าน ทั้ง สอง {4:2} ด้วย เขา เป็น ทุกข์ ร้อนใจ เพราะ ท่าน ทั้ง สอง ได้ สั่งสอน และ ประกาศ แก่ คน ทั้งหลาย ถึง เรื่อง การ เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย โดย ทาง พระ เยซู {4:3} เขา จึง จับ ท่าน ทั้ง สอง จำ ไว้ ใน คุก จน วัน รุ่งขึ้น เพราะ ว่า เย็น แล้ว {4:4} แต่ คน เป็น อัน มาก ที่ ได้ ฟัง คำ สอน นั้น ก็ เชื่อ ซึ่ง นับ แต่ ผู้ชาย ได้ ประมาณ ห้า พัน คน {i4:5} เปโตร ได้ กล่าว ต่อ หน้า สภา {4:5} ต่อ มา ครั้น รุ่งขึ้น พวก ครอบครอง กับ พวก ผู้ใหญ่ และ พวก ธรรมา จารย์ {4:6} ทั้ง อัน นา สม หา ปุโรหิต และ คา ยา ฟา ส ยอห์น อเล็กซานเดอร์ กับ คน อื่นๆ ที่ เป็น ญาติ ของ มหา ปุโรหิต นั้น ด้วย ได้ ประชุม กัน ใน กรุง เยรูซาเล็ม {4:7} เมื่อ เขา ให้ เปโตรและยอห์น ยืน อยู่ ท่ามกลาง พวก เขา แล้ว จึง ถาม ว่า “ ท่าน ทั้ง สอง ได้ ทำ การ นี้ โดย ฤทธิ์ หรือ ใน นาม ของ ผู้ ใด” {4:8} ขณะ นั้น เปโตร ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ กล่าว แก่ เขา ว่า “ ท่าน ผู้ ครอบครอง พลเมือง และ พวก ผู้ใหญ่ ทั้งหลาย ของ อิสราเอล {4:9} ถ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ถาม พวก เรา ใน วัน นี้ ถึง การ ดี ซึ่ง ได้ ทำ แก่ คน ป่วย นี้ ว่า เขา หาย เป็น ปกติ ด้วย เหตุ อัน ใด แล้ว {4:10} ก็ ให้ ท่าน ทั้งหลาย กับ บรรดา ชน อิสราเอล ทราบ เถิด ว่า โดย พระ นาม ของ พระ เยซู คริสต์ ชาว นาซา เร็ธ ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ ตรึง ไว้ ที่ กางเขน และ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง โปรด ให้ คืน พระ ชนม์ โดย พระองค์ นั้น แหละ ชาย คน นี้ ได้ หาย โรค เป็น ปกติ แล้ว จึง ยืน อยู่ ต่อ หน้า ท่าน {4:11} พระองค์ เป็น ‘ ศิลา’ ที่ ท่าน ทั้งหลาย ผู้ เป็น ‘ ช่าง ก่อ ได้ ปฏิเสธ เสีย ได้ กลับ กลาย เป็น ศิลา มุม เอก แล้ว’ {4:12} ใน ผู้ อื่น ความ รอด ไม่ มี เลย ด้วย ว่า นาม อื่น ซึ่ง ให้ เรา ทั้งหลาย รอด ได้ ไม่ ทรง โปรด ให้ มี ใน ท่ามกลาง มนุษย์ ทั่ว ใต้ ฟ้า” {i4:13} พวก สาวก ได้ รับ การ ข่มขู่ แต่ มิ ได้ ถูก ฆ่า เสีย {4:13} เมื่อ เขา เห็น ความ กล้า หาญ ของ เปโตรกับยอห์น และ รู้ ว่า ท่าน ทั้ง สอง ขาด การ ศึกษา และ เป็น คน มี ความ รู้ น้อย ก็ ประหลาด ใจ แล้ว สำนึก ว่า คน ทั้ง สอง เคย อยู่ กับ พระ เยซู {4:14} เมื่อ เขา เห็น คน นั้น ที่ หาย โรค ยืน อยู่ กับ เปโตรและยอห์น เขา ก็ ไม่ มี ข้อ คัดค้าน ที่ จะ พูด ขึ้น ได้ {4:15} แต่ เมื่อ เขา สั่ง ให้ เปโตรและยอห์ นอ อก ไป จาก ที่ ประชุม สภา แล้ว เขา จึง ปรึกษา กัน {4:16} ว่า “ เรา จะ ทำ อย่างไร กับ คน ทั้ง สอง นี้ เพราะ การ ที่ เขา ได้ กระทำ การ อัศจรรย์ อัน เด่น ก็ ได้ ปรากฏ แก่ คน ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม แล้ว และ เรา ปฏิเสธ ไม่ ได้ {4:17} แต่ ให้ เรา ขู่ เขา อย่าง แข็งแรง ห้าม ไม่ ให้ พูด อ้าง ชื่อ นั้น กับ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เลย เพื่อ เรื่อง นี้ จะ ไม่ ได้ เลื่องลือ แพร่หลาย ไป ใน หมู่ คน ทั้งปวง” {4:18} เขา จึง เรียก เปโตรและยอห์นมา แล้ว ห้ามปราม เด็ดขาด ไม่ ให้ พูด หรือ สอน ออก พระ นาม ของ พระ เยซู อีก เลย {4:19} ฝ่าย เปโตรและยอห์น ตอบ เขา ว่า “ การ ที่ จะ ฟัง ท่าน มาก กว่า ฟัง พระเจ้า จะ เป็น การ ถูกต้อง ใน สาย พระ เนตร ของ พระเจ้า หรือ ขอ ท่าน ทั้งหลาย พิจารณา ดู เถิด {4:20} ซึ่ง ข้าพเจ้า จะ ไม่ พูด ตาม ที่ เห็น และ ได้ยิน นั้น ก็ ไม่ ได้” {4:21} เมื่อ เขา ขู่ สำทับ ท่าน ทั้ง สอง นั้น อีก แล้ว ก็ ปล่อย ไป ไม่ เห็น มี เหตุ ที่ จะ ทำโทษ ท่าน อย่างไร ได้ เพราะ กลัว คน เหล่า นั้น เหตุ ว่า คน ทั้งหลาย ได้ สรรเสริญ พระเจ้า เนื่อง ด้วย เหตุการณ์ ที่ เกิด ขึ้น นั้น {4:22} ด้วย ว่า คน ที่ หาย โรค โดย การ อัศจรรย์ นั้น มี อายุ กว่า สี่ สิบ ปี แล้ว {i4:23} พวก คริสเตียน ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ อีก ครั้ง หนึ่ง {4:23} เมื่อ เขา ปล่อย ท่าน ทั้ง สอง แล้ว ท่าน จึง ไป หา พวก ของ ท่าน เล่า เรื่อง ทั้งสิ้น ที่ พวก ปุโรหิต ใหญ่ และ พวก ผู้ใหญ่ ได้ ว่า แก่ ท่าน {4:24} เมื่อ เขา ทั้งหลาย ได้ ฟัง จึง พร้อมใจ กัน เปล่ง เสียง ทูล พระเจ้า ว่า “ พระองค์เจ้า ข้า ผู้ เป็น พระเจ้า ซึ่ง ได้ ทรง สร้าง ฟ้า สวรรค์ แผ่นดิน โลก ทะเล และ สรรพ สิ่ง ที่ มี อยู่ ใน ที่ เหล่า นั้น {4:25} พระองค์ ตรัส ไว้ ด้วย ปาก ของ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ว่า ‘ เหตุ ใด ชน ต่าง ชาติ จึง กระทำ โกลาหล ขึ้น และ ชน ชาติ ทั้งหลาย คิด อ่าน ใน การ ที่ ไร้ ประโยชน์ {4:26} บรรดา กษัตริย์ แห่ง แผ่นดิน โลก ตั้ง ตนเอง ขึ้น และ นัก ปกครอง ชุมนุม กัน ต่อสู้ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ พระ คริสต์ ของ พระองค์’ {4:27} ความ จริง ทั้ง เฮ โร ดและปอนทิอัสปีลาต กับ พวก ต่าง ประเทศ และ ชน ชาติ อิสราเอล ได้ ชุมนุม กัน ต่อสู้ พระ เยซู พระ บุตร ผู้ บริสุทธิ์ ของ พระองค์ ซึ่ง ทรง เจิม ไว้ แล้ว {4:28} ให้ กระทำ สิ่ง สารพัด ตาม ที่ พระ หัตถ์ และ พระ ดำริ ของ พระองค์ ได้ กำหนด ตั้งแต่ ก่อน มา แล้ว ให้ เกิด ขึ้น {4:29} บัดนี้ พระองค์เจ้า ข้า ขอ โปรด ทอด พระ เนตร การ ขู่ ของ เขา และ โปรด ประทาน ให้ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ กล่าว ถ้อยคำ ของ พระองค์ ด้วย ใจ กล้า {4:30} เมื่อ พระองค์ ได้ ทรง เหยียด พระ หัตถ์ ของ พระองค์ ออก รักษา โรค ให้ หาย และ ได้ โปรด ให้ หมาย สำคัญ กับ การ มหัศจรรย์ บังเกิด ขึ้น โดย พระ นาม แห่ง พระ เยซู พระ บุตร ผู้ บริสุทธิ์ ของ พระองค์” {4:31} เมื่อ เขา อธิษฐาน แล้ว ที่ ซึ่ง เขา ประชุม อยู่ นั้น ได้ หวั่นไหว และ คน เหล่า นั้น ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ได้ กล่าว พระ วจนะ ของ พระเจ้า ด้วย ใจ กล้า หาญ {i4:32} ใจ เป็น หนึ่ง เดียว ทุก สิ่ง เป็น ของกลาง และ อำนาจ ใน ท่ามกลาง พวก คริสเตียน {4:32} คน ทั้งปวง ที่ เชื่อ นั้น เป็น น้ำหนึ่ง ใจ เดียวกัน และ ไม่ มี ใคร อ้าง ว่า สิ่งของ ที่ ตน มี อยู่ เป็น ของ ตน แต่ ทั้งหมด เป็น ของกลาง {4:33} อัครสาวก จึง เป็น พยาน ด้วย ฤทธิ์ เดช ใหญ่ ยิ่ง ถึง การ คืน พระ ชนม์ ของ พระ เยซู เจ้า และ พระคุณ อัน ใหญ่ ยิ่ง ได้ อยู่ กับ เขา ทุก คน {4:34} และ ใน พวก ศิษย์ ไม่ มี ผู้ ใด ขัด สน เพราะ ผู้ ใด มี ไร่ นา บ้านเรือน ก็ ขาย เสีย และ ได้ นำ เงิน ค่า ของ ที่ ขาย ได้ นั้น มา {4:35} วาง ไว้ ที่ เท้า ของ อัครสาวก อัครสาวก จึง แจกจ่าย ให้ ทุก คน ตาม ที่ ต้องการ {4:36} ฝ่าย โย เส ส ที่ อัครสาวก เรียก ว่า บา รนาบัส (แปล ว่า ลูก แห่ง การ หนุน น้ำใจ) เป็น พวก เลวี ชาว เกาะ ไซปรัส {4:37} มี ที่ดิน ก็ ขาย เสีย และ นำ เงิน ค่า ที่ นั้น มา วาง ไว้ ที่ เท้า ของ อัครสาวก {i5:1} อา นา เนียและสัปฟี รา ถึง แก่ ความ ตาย {5:1} แต่ มี ชาย คน หนึ่ง ชื่อ อา นา เนีย กับ ภรรยา ชื่อ สัปฟี รา ได้ ขาย ที่ดิน ของ ตน {5:2} และ เงิน ค่า ที่ดิน ส่วน หนึ่ง เขา ยัก เก็บ ไว้ ภรรยา ของ เขา ก็ รู้ ด้วย และ อีก ส่วน หนึ่ง เขา นำ มา วาง ไว้ ที่ เท้า ของ อัครสาวก {5:3} ฝ่าย เปโตร จึง ถาม ว่า “ อา นา เนีย เหตุ ไฉน ซาตาน จึง ทำให้ ใจ ของ เจ้า เต็ม ไป ด้วย การ มุสา ต่อ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ และ ทำให้ เจ้า เก็บ ค่า ที่ดิน ส่วน หนึ่ง ไว้ {5:4} เมื่อ ที่ดิน ยัง อยู่ ก็ เป็น ของ เจ้า มิ ใช่ หรือ เมื่อ ขาย แล้ว เงิน ก็ ยัง อยู่ ใน อำนาจ ของ เจ้า มิ ใช่ หรือ มี เหตุ อะไร เกิด ขึ้น ให้ เจ้า คิด ใน ใจ เช่น นั้น เล่า เจ้า มิ ได้ มุสา ต่อ มนุษย์ แต่ ได้ มุสา ต่อ พระเจ้า” {5:5} เมื่อ อา นา เนีย ได้ยิน คำ เหล่า นั้น ก็ ล้ม ลง ตาย และ เมื่อ คน ทั้งปวง ได้ยิน เรื่อง ก็ พา กัน สะดุ้ง ตกใจ กลัว อย่าง ยิ่ง {5:6} พวก คน หนุ่ม ก็ ลุก ขึ้น ห่อ ศพ เขา ไว้ แล้ว หาม เอา ไป ฝัง {5:7} หลัง จาก นั้น ประมาณ สาม ชั่วโมง ภรรยา ของ เขา ยัง ไม่ ทราบ เหตุการณ์ ที่ เกิด ขึ้น จึง เข้า ไป {5:8} ฝ่าย เปโตร ถาม นาง ว่า “ เจ้า ขาย ที่ดิน ได้ ราคา เท่านั้น หรือ จง บอก เรา เถิด” หญิง นั้น จึง ตอบ ว่า “ ได้ เท่านั้น เจ้าค่ะ” {5:9} เปโตร จึง ถาม นาง ว่า “ ไฉน เจ้า ทั้ง สอง ได้ พร้อมใจ กัน ทดลอง พระ วิญญาณ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เล่า จง ดู เถิด เท้า ของ พวก คน ที่ ฝัง ศพ สามี ของ เจ้า ก็ อยู่ ที่ ประตู และ เขา จะ หาม ศพ ของ เจ้า ออก ไป ด้วย” {5:10} ใน ทันใด นั้น นาง ก็ ล้ม ลง ตาย แทบ เท้า ของ เปโตร และ พวก คน หนุ่ม ได้ เข้า มา เห็น ว่า หญิง นั้น ตาย แล้ว จึง ได้ หาม ศพ ออก ไป ฝัง ไว้ ข้าง สามี ของ นาง {5:11} ความ เกรงกลัว อย่าง ยิ่ง เกิด ขึ้น ใน คริสตจักร และ ใน หมู่ คน ทั้งปวง ที่ ได้ยิน เหตุการณ์ นั้น {i5:12} คน จำนวน มาก หาย จาก โรค ต่างๆ {5:12} มี หมาย สำคัญ และ การ มหัศจรรย์ หลาย อย่าง ซึ่ง อัครสาวก ได้ ทำ ด้วย มือ ของ ตน ใน หมู่ ประชาชน (พวก สาวก อยู่ พร้อมใจ กัน ใน เฉลียง ของ ซา โลม อน {5:13} และ คน อื่นๆ ไม่ อาจ เข้า มา อยู่ ด้วย แต่ ประชาชน เคารพ พวก เขา มาก {5:14} มี ชาย หญิง เป็น อัน มาก ที่ เชื่อถือ ได้ เข้า มา เป็น สาวก ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มาก กว่า ก่อน) {5:15} จน เขา หาม คน เจ็บ ป่วย ออก ไป ที่ ถนน วาง บน ที่นอน และ แคร่ เพื่อ เมื่อ เปโตร เดิน ผ่าน ไป อย่าง น้อย เงา ของ ท่าน จะ ได้ ถูก เขา บาง คน {5:16} ประชาชน ได้ ออก มา จาก เมือง ที่ อยู่ ล้อม รอบ กรุง เยรูซาเล็ม พา คน ป่วย และ คน ที่ มี ผี โสโครก เบียดเบียน มา และ ทุก คน ก็ หาย {i5:17} คริสเตียน ถูก ข่มเหง กักขัง และ การ ข่มขู่ {5:17} ฝ่าย มหา ปุโรหิต และ พรรคพวก ของ ท่าน ก็ ลุก ขึ้น (คือ พวก สะ ดู สี) มี ความ โกรธ อย่าง ยิ่ง {5:18} จึง ได้ จับ พวก อัครสาวก จำ ไว้ ใน คุก หลวง {5:19} แต่ ใน เวลา กลางคืน ทูต สวรรค์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ มา เปิด ประตู คุก พา อัครสาวก ออก ไป บอก ว่า {5:20} “ จง ไป ยืน ใน พระ วิหาร ประกาศ บรรดา ข้อความ แห่ง ชีวิต นี้ ให้ ประชาชน ฟัง” {5:21} เมื่อ อัครสาวก ได้ยิน อย่าง นั้น พอ เวลา รุ่งเช้า จึง เข้า ไป สั่งสอน ใน พระ วิหาร ฝ่าย มหา ปุโรหิต กับ พรรคพวก ของ ท่าน ได้ เรียก ประชุม สภา พร้อม กับ บรรดา ผู้ เฒ่า ทั้งหมด ของ ชน อิสราเอล แล้ว ใช้ คน ไป ที่ คุก ให้ พา อัครสาวก ออก มา {5:22} แต่ เมื่อ เจ้าพนักงาน ไป ถึง ก็ ไม่ พบ พวก อัครสาวก ใน คุก จึง กลับ มา รายงาน {5:23} ว่า “ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เห็น คุก ปิด อยู่ มั่นคง และ คน เฝ้า ก็ ยืน อยู่ หน้า ประตู ครั้น เปิด ประตู แล้ว ก็ ไม่ เห็น ผู้ ใด อยู่ ข้าง ใน” {5:24} เมื่อ มหา ปุโรหิต และ นาย ทหาร รักษา พระ วิหาร กับ พวก ปุโรหิต ใหญ่ ได้ยิน คำ เหล่า นี้ ก็ ฉงน สนเท่ห์ ใน เรื่อง ของ อัครสาวก ว่า จะ เป็น อย่างไร ต่อ ไป {5:25} มี คน หนึ่ง มาบ อก เขา ว่า “ ดู เถิด คน เหล่า นั้น ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ จำ ไว้ ใน คุก กำลัง ยืน สั่งสอน คน ทั้งปวง อยู่ ใน พระ วิหาร” {5:26} แล้ว นาย ทหาร รักษา พระ วิหาร กับ พวก เจ้าพนักงาน จึง ได้ ไป พา พวก อัครสาวก มา โดย ดี เพราะ กลัว ว่า คน ทั้งปวง จะ เอา หิน ขว้าง {5:27} เมื่อ เขา ได้ พา พวก อัครสาวก มา แล้ว ก็ ให้ ยืน หน้า สภา มหา ปุโรหิต จึง ถาม {5:28} ว่า “ เรา ได้ กำชับ พวก เจ้า อย่าง แข็งแรง มิ ให้ สอน ออก ชื่อ นี้ ก็ ดู เถิด เจ้า ได้ ให้ คำ สอน ของ เจ้า แพร่ ไป ทั่ว กรุง เยรูซาเล็ม และ ปรารถนา ให้ ความ ผิด เนื่อง ด้วย โลหิต ของ ผู้ นั้น ตก อยู่ กับ เรา” {i5:29} เปโตร ได้ ฟ้อง สภา {5:29} ฝ่าย เปโตร กับ อัครสาวก อื่นๆ ตอบ ว่า “ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จำ ต้อง เชื่อฟัง พระเจ้า ยิ่ง กว่า เชื่อฟัง มนุษย์ {5:30} พระ เยซู ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ ฆ่า เสีย โดย แขวน ไว้ ที่ ต้นไม้ นั้น พระเจ้า แห่ง บรรพบุรุษ ของ เรา ได้ ทรง บันดาล ให้ เป็น ขึ้น มา ใหม่ {5:31} พระเจ้า ได้ ทรง ตั้ง พระองค์ ไว้ ด้วย พระ หัตถ์ เบื้อง ขวา ของ พระองค์ ให้ เป็น เจ้า ชาย และ องค์ พระ ผู้ ช่วย ให้ รอด เพื่อ จะ ให้ ชน อิสราเอล กลับ ใจ ใหม่ แล้ว จะ ทรง โปรด ยก ความ ผิด บาป ของ เขา {5:32} เรา ทั้งหลาย จึง เป็น พยาน ของ พระองค์ ถึง เรื่อง เหล่า นี้ และ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง ประทาน ให้ ทุก คน ที่ เชื่อฟัง พระองค์ นั้น ก็ เป็น พยาน ด้วย” {5:33} เมื่อ เขา ทั้งหลาย ได้ยิน อย่าง นี้ ก็ รู้สึก บาด ใจ คิด กัน ว่า จะ ฆ่า พวก อัครสาวก เสีย {i5:34} กา มา ลิ เอ ล เข้า ขัด ขวาง ทำให้ พวก อัครสาวก ไม่ ถูก ฆ่า ตาย {5:34} แต่ คน หนึ่ง ชื่อ กา มา ลิ เอ ล เป็น พวก ฟา ริ สี และ เป็น ธรรมา จารย์ ฝ่าย พระ ราช บัญญัติ เป็น ที่ นับถือ ของ ประชาชน ได้ ยืน ขึ้น ใน สภา แล้ว สั่ง ให้ พา พวก อัครสาวก ออก ไป เสีย ภายนอก ครู่ หนึ่ง {5:35} ท่าน จึง ได้ กล่าว แก่ เขา ว่า “ ท่าน ชน ชาติ อิสราเอล ซึ่ง ท่าน หวัง จะ ทำ แก่ คน เหล่า นี้ จง ระวัง ตัว ให้ ดี {5:36} เมื่อ คราว ก่อน มี คน หนึ่ง ชื่อ ธุดาส อวด ตัว ว่า เป็น ผู้วิเศษ มี ผู้ชาย ติดตาม ประมาณ สี่ ร้อย คน แต่ ธุดาส ถูก ฆ่า เสีย คน ทั้งหลาย ซึ่ง ได้ เชื่อฟัง เขา ก็ กระจัด กระจาย สาบสูญ ไป {5:37} ภายหลัง ผู้ นี้ มี อีก คน หนึ่ง ชื่อ ยู ดา ส เป็น ชาว กา ลิ ลี ได้ ปรากฏ ขึ้น ใน คราว จด บัญชี สำมะโนครัว และ ได้ เกลี้ยกล่อม ผู้คน ให้ ติดตาม ตัว ไป เป็น อัน มาก ผู้ นั้น ก็ พินาศ ด้วย และ คน ทั้งหลาย ที่ ได้ เชื่อฟัง เขา ก็ กระจัด กระจาย ไป {5:38} ใน กรณี นี้ ข้าพเจ้า จึง ว่า แก่ ท่าน ทั้งหลาย ว่า จง ปล่อย คน เหล่า นี้ ไป ตาม เรื่อง อย่า ทำ อะไร แก่ เขา เลย เพราะ ว่า ถ้า ความคิด หรือ กิจการ นี้ มา จาก มนุษย์ ก็ จะ ล้มละลาย ไป เอง {5:39} แต่ ถ้า มา จาก พระเจ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ทำลาย เสีย ก็ ไม่ ได้ เกลือก ว่า ท่าน กลับ จะ เป็น ผู้ สู้ รบ กับ พระเจ้า” {i5:40} สาวก ที่ ถูก ข่มเหง ยัง คง ยินดี และ เป็น พยาน ฝ่าย พระ คริสต์ {5:40} เขา ทั้งหลาย จึง ยอม เห็นด้วย กับ กา มา ลิ เอ ล และ เมื่อ ได้ เรียก พวก อัครสาวก เข้า มา แล้ว จึง เฆี่ยน และ กำชับ ไม่ ให้ ออก พระ นาม ของ พระ เยซู แล้ว ก็ ปล่อย ไป {5:41} พวก อัครสาวก จึง ออก ไป ให้ พ้น หน้า สภา ด้วย ความ ยินดี ที่ เห็น ว่า ตน สม จะ ได้ รับ การ หลู่ เกียรติ เพราะ พระ นาม ของ พระองค์ นั้น {5:42} ที่ ใน พระ วิหาร และ ตาม บ้านเรือน เขา ได้ สั่งสอน และ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ของ พระ เยซู คริสต์ ทุกๆ วัน มิ ได้ ขาด {i6:1} ผู้ ช่วย ศิษยาภิ บาล พวก แรก {6:1} ใน คราว นั้น เมื่อ ศิษย์ กำลัง ทวี มาก ขึ้น พวก กรีก บ่น ติเตียน พวก ฮีบรู เพราะ ใน การ แจก ทาน ทุกๆ วัน นั้น เขา เว้น ไม่ ได้ แจก ให้ พวก แม่ม่าย ชาว กรีก {6:2} ฝ่าย อัครสาวก ทั้ง สิบ สอง คน จึง เรียก บรรดา ศิษย์ ให้ มา หา เขา แล้ว กล่าว ว่า “ ซึ่ง เรา จะ ละเลย พระ วจนะ ของ พระเจ้า มัว ไป แจก อาหาร ก็ หา ควร ไม่ {6:3} เหตุ ฉะนั้น พี่น้อง ทั้งหลาย จง เลือก เจ็ด คน ใน พวก ท่าน ที่ มี ชื่อเสียง ดี ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ และ สติปัญญา เรา จะ ตั้ง เขา ไว้ ดูแล การ งาน นี้ {6:4} ฝ่าย พวก เรา จะ ขะมักเขม้น อธิษฐาน และ สั่งสอน พระ วจนะ เสมอ ไป” {6:5} คน ทั้งหลาย เห็น ชอบ กับ คำ นี้ จึง เลือก สเทเฟน ผู้ ประกอบ ด้วย ความ เชื่อ และ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ กับ ฟีลิป โปร โค รัส นิ คา โนร์ ทิโมน ปา รเมนัส และ นิ โค เลาส์ ชาว เมือง อัน ทิโอก ซึ่ง เป็น ผู้ เข้า จารีต ฝ่าย ศาสนา ยิว {6:6} คน ทั้ง เจ็ด นี้ เขา ให้ มา อยู่ ต่อ หน้า พวก อัครสาวก และ เมื่อ พวก อัครสาวก ได้ อธิษฐาน แล้ว จึง ได้ วางมือ บน เขา {6:7} การ ประกาศ พระ วจนะ ของ พระเจ้า ได้ เจริญ ขึ้น และ จำพวก ศิษย์ ก็ ทวี ขึ้น เป็น อัน มาก ใน กรุง เยรูซาเล็ม และ พวก ปุโรหิต เป็น อัน มาก ก็ ได้ เชื่อฟัง ใน ความ เชื่อ นั้น {i6:8} สเทเฟน ถูก กล่าวหา และ เผชิญหน้า กับ ความ ตาย {6:8} ฝ่าย สเทเฟน ประกอบ ด้วย ความ เชื่อ และ ฤทธิ์ เดช จึง กระทำ การ มหัศจรรย์ และ การ อัศจรรย์ ใหญ่ ท่ามกลาง ประชาชน {6:9} แต่ มี บาง คน มา จาก ธรรม ศาลา ที่ เรียก ว่า ธรรม ศาลา ของ พวก ลิ เบระติน มี ทั้ง ชาว ไซ รี น ชาว อเล็กซานเดอร์ กับ บาง คน จาก ซิ ลี เซียและเอเชีย ได้ ลุก ขึ้น พา กัน มา ไล่เลียง กับ สเทเฟน {6:10} คน เหล่า นั้น สู้ สติปัญญา และ น้ำใจ ของ ท่าน เมื่อ ท่าน กล่าว แก่ เขา ไม่ ได้ {6:11} เขา จึง ลอบ ปลุก พยาน เท็จ ว่า “ เรา ได้ยิน คน นี้ พูด หมิ่น ประมาท ต่อ โมเสส และ ต่อ พระเจ้า” {6:12} เขา ยุยง คน ทั้งปวง และ พวก ผู้ใหญ่ กับ พวก ธรรมา จารย์ แล้ว เข้า มา จับ สเทเฟน และ นำ ไป ยัง สภา {6:13} ให้ พยาน เท็จ มา กล่าว ว่า “ คน นี้ พูด หมิ่น ประมาท สถาน บริสุทธิ์ นี้ และ พระ ราช บัญญัติ ไม่ หยุด เลย {6:14} เพราะ เรา ได้ยิน เขา ว่า พระ เยซู ชาว นาซา เร็ธ นี้ จะ ทำลาย สถานที่ นี้ และ จะ เปลี่ยน ธรรมเนียม ซึ่ง โมเสส ให้ ไว้ แก่ เรา” {6:15} พวก สมาชิก สภา ต่าง เพ่ง ดู สเทเฟน เห็น หน้า ของ ท่าน เหมือน หน้า ทูต สวรรค์ {7:1} มหา ปุโรหิต จึง ถาม ว่า “ เรื่อง นี้ จริง หรือ” {i7:2} สเทเฟน ได้ เล่า ถึง การ ที่ พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ ไว้ กับ ชน ชาติ อิสราเอล {7:2} ฝ่าย สเทเฟน จึง ตอบ ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย พี่น้อง และ บรรดา ท่าน ผู้ อาวุโส ขอ ฟัง เถิด พระเจ้า แห่ง สง่าราศี ได้ ปรากฏ แก่ อับราฮัม บิดา ของ เรา เมื่อ ท่าน ยัง อยู่ ใน ประเทศ เมโสโปเตเมีย ก่อน ที่ ไป อาศัย อยู่ ใน เมือง ฮา ราน {7:3} และ ได้ ตรัส กับ ท่าน ว่า ‘ เจ้า จง ออก ไป จาก ประเทศ ของ เจ้า จาก ญาติ พี่น้อง ของ เจ้า ไป ยัง แผ่นดิน ที่ เรา จะ ชี้ ให้ เจ้า เห็น’ {7:4} อับราฮัม จึง ออก จาก แผ่นดิน ของ ชาว เค ลเดีย ไป อาศัย อยู่ ที่ เมือง ฮา ราน หลัง จาก ที่ บิดา ของ ท่าน สิ้น ชีพ แล้ว พระองค์ ทรง ให้ท่า นอ อก จาก ที่ นั่น มา อยู่ ใน แผ่นดิน นี้ ที่ ท่าน ทั้งหลาย อาศัย อยู่ ทุก วัน นี้ {7:5} แต่ พระองค์ ไม่ ทรง โปรด ให้ อับราฮัม มี มรดก ใน แผ่นดิน นี้ แม้ เท่า ฝ่า เท้า ก็ ไม่ ได้ และ ขณะ เมื่อ ท่าน ยัง ไม่ มี บุตร พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ ว่า จะ ให้ แผ่นดิน นี้ เป็น กรรมสิทธิ์ ของ ท่าน และ เชื้อสาย ของ ท่าน ที่ มา ภายหลัง ท่าน {7:6} พระเจ้า ตรัส ดังนี้ ว่า เชื้อสาย ของ ท่าน จะ ไป อาศัย อยู่ ใน ต่าง ประเทศ และ ชาว ประเทศ นั้น จะ เอา เขา เป็น ทาส และ จะ ข่มเหง เขา เป็น เวลา สี่ ร้อย ปี {7:7} พระเจ้า ตรัส ว่า ‘ และ เรา จะ พิพากษา ประเทศ ที่ เขา จะ เป็น ทาส นั้น ภายหลัง เขา จะ ออก มา และ ปรนนิบัติ เรา ณ สถานที่ นี้’ {7:8} พระองค์ ได้ ทรง ตั้ง พัน ธ สัญญา พิธี เข้า สุหนัต ไว้ กับ อับราฮัม เหตุ ฉะนั้น เมื่อ อับราฮัม ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ อิส อัค จึง ให้ เข้า สุหนัต ใน วัน ที่ แปด อิส อัค ให้ กำเนิด บุตร ชื่อ ยา โค บ และ ยา โค บ ให้ กำเนิด บุตร สิบ สอง คน ซึ่ง เป็น บรรพบุรุษ ของ เรา {7:9} ฝ่าย บรรพบุรุษ เหล่า นั้น คิด อิจฉา โย เซฟ จึง ขาย เขา ไป ยัง ประเทศ อียิปต์ แต่ พระเจ้า ทรง สถิต กับ โย เซฟ {7:10} ทรง โปรด ช่วย โย เซฟ ให้ พ้น จาก ความ ทุกข์ ลำบาก ทั้งสิ้น และ ทรง ให้ ท่าน เป็น ที่ โปรดปราน และ มี สติปัญญา ใน สาย พระ เนตร ของ ฟาโรห์ กษัตริย์ ของ ประเทศ อียิปต์ ท่าน จึง ตั้ง โย เซฟ ให้ เป็น ผู้ปกครอง ประเทศ อียิปต์ กับ ทั้ง พระ ราช สำนัก ของ ท่าน {7:11} แล้ว บังเกิด การ กันดาร อาหาร ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ และ แผ่นดิน คา นา อัน และ มี ความ ลำบาก มาก บรรพบุรุษ ของ เรา จึง ไม่ มี อาหาร {7:12} ฝ่าย ยา โค บ เมื่อ ได้ยิน ว่า มี ข้าว อยู่ ใน ประเทศ อียิปต์ จึง ใช้ บรรพบุรุษ ของ เรา ไป เป็น ครั้ง แรก {7:13} พอ คราว ที่ สอง โย เซฟ ก็ สำแดง ตัว ให้ พี่น้อง รู้จัก และ ให้ ฟาโรห์ รู้จัก วงศ์ ญาติ ของ ตน ด้วย {7:14} ฝ่าย โย เซฟ จึง ได้ เชิญ ยา โค บ บิดา กับ บรรดา ญาติ ของ ตน เจ็ด สิบ ห้า คน ให้ มา หา {7:15} ยา โค บ ได้ ลง ไป ยัง ประเทศ อียิปต์ แล้ว ท่าน กับ พวก บรรพบุรุษ ของ เรา ได้ สิ้น ชีพ {7:16} เขา จึง ได้ นำ ศพ ไป ฝัง ไว้ ใน เมือง เชเคม ใน อุโมงค์ ที่ อับราฮัม เอา เงิน จำนวน หนึ่ง ซื้อ จาก บุตร ชาย ของ ฮา โมร์ บิดา ของ เชเคม {7:17} เมื่อ ใกล้ เวลา ตาม พระ สัญญา ซึ่ง พระเจ้า ได้ ปฏิญาณ ไว้ กับ อับราฮัม ชน ชาติ อิสราเอล ได้ ทวี มาก ขึ้น ใน ประเทศ อียิปต์ {7:18} จน กระทั่ง กษัตริย์ องค์ หนึ่ง ซึ่ง ไม่ รู้จัก โย เซฟ ได้ ขึ้น เสวย ราชย์ {7:19} กษัตริย์ องค์ นั้น ได้ ทรง ออก อุบาย ทำ กับ ญาติ ของ เรา ข่มเหง บรรพบุรุษ ของ เรา บังคับ ให้ ทิ้ง ลูก อ่อน ของ เขา เสีย ไม่ ให้ มี ชีวิต รอด อยู่ ได้ {7:20} คราว นั้น โมเสส เกิด มา มี รูปร่าง งดงาม เขา จึง ได้ เลี้ยง ไว้ ใน บ้าน บิดา จน ครบ สาม เดือน {7:21} และ เมื่อ ลูก อ่อน นั้น ถูก ทิ้ง ไว้ นอก บ้าน แล้ว ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ จึง รับ มา เลี้ยง ไว้ ต่าง บุตร ชาย ของ ตน {7:22} ฝ่าย โมเสส จึง ได้ เรียนรู้ ใน วิชาการ ทุก อย่าง ของ ชาว อียิปต์ มี ความ เฉียบแหลม มาก ใน การ พูด และ กิจการ ต่างๆ {7:23} แต่ ครั้น โมเสส มี อายุ ได้ สี่ สิบ ปี เต็ม แล้ว ก็ นึก อยาก จะ ไป เยี่ยม ญาติ พี่น้อง ของ ตน คือ ชน ชาติ อิสราเอล {7:24} เมื่อ ท่าน ได้ เห็น คน หนึ่ง ถูก ข่มเหง จึง เข้า ไป ช่วย โดย ฆ่า ชาว อียิปต์ ซึ่ง เป็น ผู้ กดขี่ นั้น เป็น การ แก้ แค้น {7:25} ด้วย คาด ว่า ญาติ พี่น้อง คง เข้าใจ ว่า พระเจ้า จะ ทรง ช่วย เขา ให้ รอด ด้วย มือ ของ ตน แต่ เขา หา เข้าใจ ดังนั้น ไม่ {7:26} วัน รุ่งขึ้น โมเสส ได้ เข้า มา พบ เขา ขณะ วิวาท กัน ก็ อยาก จะ ให้ เขา กลับ ดี กัน อีก จึง กล่าว ว่า ‘ เพื่อน เอ๋ย ท่าน เป็น พี่น้อง กัน ไฉน จึง ทำร้าย กัน เล่า’ {7:27} ฝ่าย คน ที่ ข่มเหง เพื่อน นั้น จึง ผลัก โมเสส ออก ไป และ กล่าว ว่า ‘ ใคร แต่งตั้ง เจ้า ให้ เป็น ผู้ ครอบครอง และ ผู้พิพากษา พวก เรา {7:28} เจ้า จะ ฆ่า เรา เสีย เหมือน ฆ่า ชาว อียิปต์ เมื่อ วาน นี้ หรือ’ {7:29} เมื่อ โมเสส ได้ยิน คำ นั้น จึง หนี ไป อาศัย อยู่ ที่ แผ่นดิน มีเดีย น และ ให้ กำเนิด บุตร ชาย สอง คน ที่ นั่น {7:30} ครั้น ล่วง ไป ได้ สี่ สิบ ปี แล้ว ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ปรากฏ แก่ โมเสส ใน เปลว ไฟ ที่ พุ่มไม้ ใน ถิ่น ทุรกันดาร แห่ง ภูเขา ซี นาย {7:31} เมื่อ โมเสส เห็น ก็ ประหลาด ใจ ด้วย เรื่อง นิมิต นั้น ครั้น เข้า ไป ดู ใกล้ๆ ก็ มี พระ สุรเสียง ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ เขา {7:32} ว่า ‘ เรา เป็น พระเจ้า ของ บรรพบุรุษ ของ เจ้า เป็น พระเจ้า ของ อับราฮัม เป็น พระเจ้า ของ อิส อัค และ เป็น พระเจ้า ของ ยา โค บ’ โมเสส จึง กลัว จน ตัว สั่น ไม่ อาจ มอง ดู {7:33} ฝ่าย องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า ‘ จง ถอด รองเท้า ของ เจ้า ออก เสีย เพราะ ว่าที่ ซึ่ง เจ้า ยืน อยู่ นี้ เป็น ที่ บริสุทธิ์ {7:34} ดู เถิด เรา ได้ เห็น ความ ทุกข์ ของ ชน ชาติ ของ เรา ที่ อยู่ ใน ประเทศ อียิปต์ แล้ว และ เรา ได้ยิน เสียง คร่ำครวญ ของ เขา และ เรา ลง มา เพื่อ จะ ช่วย เขา ให้ รอด จง มา เถิด เรา จะ ใช้ เจ้า ไป ยัง ประเทศ อียิปต์’ {7:35} โมเสส ผู้ นี้ ซึ่ง ถูก เขา ปฏิเสธ โดย กล่าว ว่า ‘ ใคร แต่งตั้ง เจ้า ให้ เป็น ผู้ ครอบครอง และ ผู้พิพากษา พวก เรา’ โดย มือ ของ ทูต สวรรค์ ซึ่ง ได้ ปรากฏ แก่ ท่าน ที่ พุ่มไม้ พระเจ้า ทรง ใช้ โมเสส คน นี้ แหละ ให้ เป็น ทั้ง ผู้ ครอบครอง และ ผู้ ช่วย ให้ พ้น {7:36} คน นี้ แหละ เป็น ผู้นำ เขา ทั้งหลาย ออก มา โดย ที่ ได้ ทำ การ มหัศจรรย์ และ หมาย สำคัญ ต่างๆ ใน แผ่นดิน อียิปต์ ที่ ทะเล แดง และ ใน ถิ่น ทุรกันดาร สี่ สิบ ปี {7:37} โมเสส คน นี้ แหละ ได้ กล่าว แก่ ชน ชาติ อิสราเอล ว่า ‘ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ เป็น พระเจ้า ของ ท่าน ทั้งหลาย จะ ทรง โปรด ประทาน ศาสดา พยากรณ์ ผู้ หนึ่ง เหมือน อย่าง เรา ให้ แก่ ท่าน จาก จำพวก พี่น้อง ของ ท่าน ท่าน ทั้งหลาย จง เชื่อฟัง ผู้ นั้น’ {7:38} โมเสส นี้ แหละ ได้ อยู่ กับ พล ไพร่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร กับ ทูต สวรรค์ ซึ่ง ได้ ตรัส แก่ ท่าน ที่ ภูเขา ซี นาย และ อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ เรา ที่ ได้ รับ พระ ดำรัส อัน ทรง ชีวิต มา ให้ เรา ทั้งหลาย {7:39} บรรพบุรุษ ของ เรา ไม่ ยอม เชื่อฟัง โมเสส ผู้ นี้ แต่ ได้ ผลัก ไส ท่าน ให้ ไป จาก เขา ด้วย มี ใจ ปรารถนา จะ กลับ ไป ยัง แผ่นดิน อียิปต์ {7:40} จึง กล่าว แก่ อา โร นว่า ‘ ขอ สร้าง พระ ให้ แก่ พวก ข้าพเจ้า ซึ่ง จะ นำ พวก ข้าพเจ้า ไป ด้วย ว่า โมเสส คน นี้ ที่ ได้ นำ ข้าพเจ้า ออก มา จาก ประเทศ อียิปต์ เป็น อะไร ไป เสีย แล้ว ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ’ {7:41} ใน คราว นั้น เขา ทั้งหลาย ได้ ทำ รูป โค หนุ่ม และ ได้ นำ เครื่อง สัต ว บูชา มา ถวาย แก่ รูป นั้น และ มี ใจ ยินดี ใน สิ่ง ซึ่ง มือ ของ ตนเอง ได้ ทำ ขึ้น {7:42} แต่ พระเจ้า ทรง หัน พระ พักตร์ ไป เสีย และ ปล่อย ให้ เขา นมัสการ หมู่ ดาว ใน ท้อง ฟ้า ตาม ที่ มี เขียน ไว้ ใน พระ คัมภีร์ แห่ง ศาสดา พยากรณ์ ว่า ‘ โอ วงศ์วาน อิสราเอล เอ๋ย เจ้า ได้ ฆ่า สัต ว บูชา เรา และ ถวาย เครื่องบูชา ให้ แก่ เรา ใน ถิ่น ทุรกันดาร ถึง สี่ สิบ ปี หรือ {7:43} แล้ว เจ้า ทั้งหลาย ได้ หาม พลับพลา ของ พระ โม เลค และ ได้ เอา ดาว พระ เร ฟาน รูป พระ ที่ เจ้า ได้ กระทำ ขึ้น เพื่อ กราบ นมัสการ รูป นั้น ต่างหาก เรา จึง จะ กวาด เจ้า ทั้งหลาย ให้ ไป อยู่ พ้น เมือง บาบิโลน อีก’ {7:44} บรรพบุรุษ ของ เรา เมื่อ อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร ก็ มี พลับพลา แห่ง สักขี พยาน ตาม ที่ พระองค์ ทรง สั่ง ไว้ เมื่อ ตรัส กับ โมเสส ว่า ให้ ทำ พลับพลา ตาม แบบ ที่ ได้ เห็น {7:45} ฝ่าย บรรพบุรุษ ของ เรา ที่ มา ภายหลัง เมื่อ ได้ รับ พลับพลา นั้น จึง ขน ตาม เยซู ไป เมื่อ ได้ เข้า ยึด แผ่นดิน ของ บรรดา ประชาชาติ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง ขับ ไล่ ไป ให้ พ้น หน้า บรรพบุรุษ ของ เรา พลับพลา นั้น ก็ มี สืบ มา จน ถึง สมัย ดา วิด {7:46} ดา วิด นั้น มี ความ ชอบ จำเพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า และ มี ใจ ปรารถนา ที่ จะ หา พระ นิเวศ สำหรับ พระเจ้า ของ ยา โค บ {7:47} แต่ ซา โลม อน เป็น ผู้ ได้ สร้าง พระ นิเวศ สำหรับ พระองค์ {7:48} ถึง กระนั้น ก็ ดี องค์ ผู้ สูง สุด หา ได้ ประทับ ใน พระ วิหาร ซึ่ง มือ มนุษย์ ได้ ทำ ไว้ ไม่ ตาม ที่ ศาสดา พยากรณ์ ได้ กล่าว ไว้ ว่า {7:49} ‘ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า สวรรค์ เป็น บัลลังก์ ของ เรา และ แผ่นดิน โลก เป็น แท่น รองเท้า ของ เรา เจ้า จะ สร้าง นิเวศ อะไร สำหรับ เรา หรือ ที่ พำนัก ของ เรา อยู่ ที่ไหน {7:50} สิ่ง เหล่า นี้ มือ ของ เรา ได้ กระทำ ทั้งสิ้น มิ ใช่ หรือ’ {7:51} ท่าน คน ชาติ หัว แข็ง ใจ ดื้อ หู ตึง ท่าน ทั้งหลาย ขัด ขวาง พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ อยู่ เสมอ บรรพบุรุษ ของ ท่าน ทำ อย่างไร ท่าน ก็ ทำ อย่าง นั้น ด้วย {7:52} มี ใคร บ้าง ใน พวก ศาสดา พยากรณ์ ซึ่ง บรรพบุรุษ ของ ท่าน มิ ได้ ข่มเหง และ เขา ได้ ฆ่า บรรดา คน ที่ พยากรณ์ ถึง การ เสด็จ มา ของ องค์ ผู้ ชอบธรรม ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย เป็น ผู้ ทรยศ และ ผู้ ฆาตกรรม พระองค์ นั้น เสีย {7:53} คือ ท่าน ทั้งหลาย ผู้ ที่ ได้ รับ พระ ราช บัญญัติ จาก เหล่า ทูต สวรรค์ แต่ หา ได้ รักษา พระ ราช บัญญัติ นั้น ไม่” {i7:54} พวก เขา ได้ เอา หิน ขว้าง สเทเฟน {7:54} เมื่อ เขา ทั้งหลาย ได้ยิน ดังนั้น ก็ รู้สึก บาด ใจ และ ขบ เขี้ยว เคี้ยว ฟัน เข้า ใส่ สเทเฟน {7:55} ฝ่าย สเทเฟน ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ได้ เขม้น ดู สวรรค์ เห็น สง่าราศี ของ พระเจ้า และ พระ เยซู ทรง ยืน อยู่ เบื้อง ขวา พระ หัตถ์ ของ พระเจ้า {7:56} แล้ว ท่าน ได้ กล่าว ว่า “ ดู เถิด ข้าพเจ้า เห็น ท้อง ฟ้า แหวก เป็น ช่อง และ บุตร มนุษย์ ยืน อยู่ เบื้อง ขวา พระ หัตถ์ ของ พระเจ้า” {7:57} แต่ เขา ทั้งปวง ร้อง เสียง ดัง และ อุด หู วิ่ง กรู กัน เข้า ไป ยัง สเทเฟน {7:58} แล้ว ขับ ไล่ ท่าน ออก จาก กรุง และ เอา หิน ขว้าง ฝ่าย คน ที่ เป็น พยาน ปรักปรำ สเทเฟน ได้ ฝาก เสื้อ ผ้า ของ ตน วาง ไว้ ที่ เท้า ของ ชาย หนุ่ม คน หนึ่ง ชื่อ เซา โล {7:59} เขา จึง เอา หิน ขว้าง สเทเฟน เมื่อ กำลัง อ้อนวอน พระเจ้า อยู่ ว่า “ ข้า แต่ พระ เยซู เจ้า ขอ ทรง โปรด รับ จิต วิญญาณ ของ ข้า พระองค์ ด้วย” {7:60} สเทเฟน ก็ คุกเข่า ลง ร้อง เสียง ดัง ว่า “ พระองค์เจ้า ข้า ขอ โปรด อย่า ทรง ถือ โทษ เขา เพราะ บาป นี้” เมื่อ กล่าว เช่น นี้ แล้ว ก็ ล่วง หลับ ไป {i8:1} เซา โล ข่มเหง คริสตจักร {8:1} การ ที่ เขา ฆ่า สเทเฟน เสีย นั้น เซา โล ก็ เห็น ชอบ ด้วย คราว นั้น เกิด การ ข่มเหง คริสตจักร ครั้ง ใหญ่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม และ ศิษย์ ทั้งปวง นอกจาก พวก อัครสาวก ได้ กระจัด กระจาย ไป ทั่ว แว่นแคว้น ยู เดีย กับ สะ มา เรีย {8:2} ผู้ ที่ เกรงกลัว พระเจ้า ก็ ฝัง ศพ สเทเฟนไว้ แล้ว คร่ำครวญ อาลัย ถึง ท่าน อย่าง ยิ่ง {8:3} ฝ่าย เซา โล พยายาม ทำลาย คริสตจักร โดย เข้า ไป ฉุด ลาก ชาย หญิง จาก ทุก บ้าน ทุก เรือน เอา ไป จำ ไว้ ใน คุก {i8:4} คริสเตียน ที่ กระจัด กระจาย ไป ได้ นำ จิต วิญญาณ ทั้งหลาย มา ถึง พระ คริสต์ {8:4} ฉะนั้น ฝ่าย ศิษย์ ทั้งหลาย ซึ่ง กระจัด กระจาย ไป ก็ เที่ยว ประกาศ พระ วจนะ นั้น {8:5} ส่วน ฟีลิป จึง ลง ไป ยัง เมือง สะ มา เรีย และ ประกาศ เรื่อง พระ คริสต์ ให้ ชาว เมือง นั้น ฟัง {8:6} ประชาชน ก็ พร้อมใจ กัน ฟัง ถ้อยคำ ที่ ฟีลิป ได้ ประกาศ เพราะ เขา ได้ยิน ท่าน พูด และ ได้ เห็น การ อัศจรรย์ ซึ่ง ท่าน ได้ กระทำ นั้น {8:7} ด้วย ว่า ผี โสโครก ที่ สิง อยู่ ใน คน หลาย คน ได้ พา กัน ร้อง ด้วย เสียง ดัง แล้ว ออก มา จาก คน เหล่า นั้น และ คน ที่ เป็น โรค อัมพาต กับ คน ง่อย ก็ หาย เป็น ปกติ {8:8} จึง เกิด ความ ปลื้ม ปีติ อย่าง ยิ่ง ใน เมือง นั้น {i8:9} ซี โม น ผู้ มี เวทมนตร์ มี ใจ เชื่อ แต่ ได้ ถูก ตำหนิ {8:9} ยัง มี ชาย คน หนึ่ง ชื่อ ซี โม น เคย ทำ เวทมนตร์ ใน เมือง นั้น มา ก่อน และ ได้ ทำให้ ชาว สะ มา เรีย พิศวง หลงใหล เขา ยก ตัว ว่า เป็น ผู้วิเศษ {8:10} ฝ่าย คน ทั้งปวง ทั้ง ผู้ใหญ่ ผู้น้อย ก็ สนใจ ฟัง คน นั้น แล้ว ว่า “ ชาย คน นี้ เป็น มหิทธิ ฤทธิ์ ของ พระเจ้า” {8:11} คน ทั้งหลาย นับถือ เขา เพราะ เขา ได้ ทำ เวทมนตร์ ให้ คน ทั้งหลาย พิศวง หลงใหล มา นาน แล้ว {8:12} แต่ เมื่อ ฟีลิป ได้ ประกาศ เรื่อง อาณาจักร ของ พระเจ้า และ พระ นาม แห่ง พระ เยซู คริสต์ แล้ว คน ทั้งหลาย ก็ เชื่อ และ รับ บัพ ติ ศ มา ทั้ง ชาย และ หญิง {8:13} ฝ่าย ซี โม น เอง จึง เชื่อ ด้วย เมื่อ รับ บัพ ติ ศ มา แล้ว ก็ อยู่ กับ ฟีลิปต่อไป และ ประหลาด ใจ ที่ เห็น การ อัศจรรย์ กับ หมาย สำคัญ ต่างๆ ซึ่ง ฟีลิป ได้ กระทำ {8:14} เมื่อ พวก อัครสาวก ซึ่ง อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม ได้ยิน ว่า ชาว สะ มา เรีย ได้ รับ พระ วจนะ ของ พระเจ้า แล้ว จึง ให้ เปโตรกับยอห์น ไป หา เขา {8:15} ครั้น เปโตรกับยอห์น ลง ไป ถึง ก็ อธิษฐาน เผื่อ เขา เพื่อ ให้ เขา ได้ รับ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ {8:16} (ด้วย ว่า พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ยัง ไม่ ได้ เสด็จ ลง มา สถิต กับ ผู้ ใด เป็น แต่ เขา ได้ รับ บัพ ติ ศ มา ใน พระ นาม แห่ง พระ เยซู เจ้า เท่านั้น) {8:17} เปโตรกับยอห์น จึง วางมือ บน เขา แล้ว เขา ทั้งหลาย ก็ ได้ รับ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ {8:18} เมื่อ ซี โม นเห็นว่า คน เหล่า นั้น ได้ รับ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ด้วย การ วางมือ ของ อัครสาวก จึง นำ เงิน มา ให้ อัครสาวก {8:19} และ ว่า “ ขอ ให้ ข้าพเจ้า มี ฤทธิ์ อย่าง นี้ ด้วย เพื่อ ว่า เมื่อ ข้าพเจ้า จะ วางมือ บน ผู้ ใด ผู้ นั้น จะ ได้ รับ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์” {8:20} ฝ่าย เปโตร จึง กล่าว แก่ ซี โม นว่า “ ให้ เงิน ของ เจ้า พินาศ ไป ด้วย กัน กับ เจ้า เถิด เพราะ เจ้า คิด ว่า จะ ซื้อ ของ ประทาน แห่ง พระเจ้า ด้วย เงิน ได้ {8:21} เจ้า ไม่ มี ส่วน หรือ ส่วนแบ่ง ใน การ นี้ เลย เพราะ ใจ ของ เจ้า ไม่ ซื่อตรง ใน สาย พระ เนตร ของ พระเจ้า {8:22} เหตุ ฉะนั้น จง กลับ ใจ ใหม่ จาก การ ชั่ว ร้าย ของ เจ้า นี้ และ อธิษฐาน ขอ พระเจ้า ชะรอย พระองค์ จะ ทรง โปรด ยก ความ ผิด ซึ่ง เจ้า คิด ใน ใจ ของ เจ้า {8:23} ด้วย เรา เห็น ว่า เจ้า จะ ต้อง รับ ความ ขม ขื่น และ ติดพัน ธนะ แห่ง ความ ชั่วช้า” {8:24} ฝ่าย ซี โม น จึง ตอบ ว่า “ ขอ ท่าน อธิษฐาน ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เผื่อ ข้าพเจ้า ด้วย เพื่อ เหตุการณ์ ที่ ท่าน ได้ กล่าว แล้ว นั้น จะ ไม่ ได้ อุบัติ แก่ ตัว ข้าพเจ้า สัก อย่าง เดียว” {8:25} ครั้น พวก อัครสาวก เป็น พยาน และ ประกาศ พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า แล้ว ก็ กลับ ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม และ ได้ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ตาม ทางใน หมู่บ้าน ชาว สะ มา เรียหลายแห่ง {i8:26} ขันที ชาว เอธิโอเปีย ได้ รับ ความ รอด {8:26} แต่ ทูต สวรรค์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ สั่ง ฟีลิปว่า “ จง ลุก ขึ้น ไป ยัง ทิศ ใต้ ตาม ทาง ที่ ลง ไป จาก กรุง เยรูซาเล็ม ถึง เมือง กาซา ซึ่ง เป็น ทาง ป่า ทราย” {8:27} ฝ่าย ฟีลิป ก็ ลุก ขึ้น ไป และ ดู เถิด มี ชาว เอธิโอเปีย คน หนึ่ง เป็น ขันที เป็น ข้าราชการ ของ พระนาง คาน ดา สี พระ ราชินี ของ ชาว เอธิโอเปีย และ เป็น นาย คลัง ทรัพย์ ทั้งหมด ของ พระ ราชินี นั้น ได้ มา นมัสการ ใน กรุง เยรูซาเล็ม {8:28} ขณะ นั่ง รถม้า กลับ ไป ท่าน อ่าน หนังสือ อิส ยาห์ ศาสดา พยากรณ์ อยู่ {8:29} ฝ่าย พระ วิญญาณ ตรัส สั่ง ฟีลิปว่า “ จง เข้า ไป ให้ ชิด รถม้า นั้น เถิด” {8:30} ฟีลิป จึง วิ่ง เข้า ไป ใกล้ และ ได้ยิน ท่าน อ่าน หนังสือ อิส ยาห์ศาสดาพยากรณ์ จึง ถาม ว่า “ ซึ่ง ท่าน อ่าน นั้น ท่าน เข้าใจ หรือ” {8:31} ขันที จึง ตอบ ว่า “ ถ้า ไม่ มี ใคร อธิบาย ให้ ที่ไหน จะ เข้าใจ ได้” ท่าน จึง เชิญ ฟีลิป ขึ้น นั่ง รถ กับ ท่าน {8:32} พระ คัมภีร์ ตอน ที่ ท่าน อ่าน อยู่ นั้น คือ ข้อ เหล่า นี้ ‘ เขา ได้ นำ ท่าน เหมือน แกะ ที่ ถูก นำ ไป ฆ่า และ เหมือน ลูก แกะ ที่ เป็น ใบ้ อยู่ หน้า ผู้ ตัด ขน ของ มัน ฉัน ใด ท่าน ก็ ไม่ ปริ ปาก ของ ท่าน เลย ฉัน นั้น {8:33} ใน คราว ที่ ท่าน ถูก เหยียด ลง นั้น ท่าน ไม่ ได้ รับ ความ ยุติธรรม เสีย เลย และ ผู้ ใด เล่า จะ ประกาศ เกี่ยว กับ พงศ์พันธุ์ ของ ท่าน เพราะ ว่า ชีวิต ของ ท่าน ต้อง ถูก ตัด เสีย จาก แผ่นดิน โลก แล้ว’ {8:34} ขันที จึง ถาม ฟีลิปว่า “ ศาสดา พยากรณ์ ได้ กล่าว อย่าง นั้น เล็ง ถึง ผู้ ใด เล็ง ถึง ตัว ท่าน เอง หรือ เล็ง ถึง ผู้ อื่น บอก ข้าพเจ้า เถิด” {8:35} ฝ่าย ฟีลิป จึง เริ่ม เล่า จับ ต้น กล่าว ตาม พระ คัมภีร์ ข้อ นั้น ชี้แจง ถึง เรื่อง พระ เยซู {8:36} ครั้น กำลัง เดินทาง ไป ก็ มา ถึง ที่ มี น้ำ แห่ง หนึ่ง ขันที จึง บอก ว่า “ ดู เถิด มี น้ำ มี อะไร ขัดข้อง ไม่ ให้ ข้าพเจ้า รับ บัพ ติ ศมา” {8:37} และ ฟีลิป จึง ตอบ ว่า “ ถ้า ท่าน เต็ม ใจ เชื่อ ท่าน ก็ รับ ได้” และ ขันที จึง ตอบ ว่า “ ข้าพเจ้า เชื่อ ว่า พระ เยซู คริสต์ เป็น พระ บุตร ของ พระเจ้า” {8:38} แล้ว ท่าน จึง สั่ง ให้ หยุด รถม้า และ คน ทั้ง สอง ลง ไป ใน น้ำ ทั้ง ฟีลิป กับ ขันที ฟีลิป ก็ ให้ ท่าน รับ บัพ ติ ศมา {8:39} เมื่อ ท่าน ทั้ง สอง ขึ้น จาก น้ำ แล้ว พระ วิญญาณ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง รับ ฟีลิปไปเสีย และ ขันที นั้น ไม่ ได้ เห็น ท่าน อีก จึง เดินทาง ต่อ ไป ด้วย ความ ยินดี {8:40} แต่ มี ผู้ ได้ พบ ฟีลิป ที่ เมือง อา โซ ทัส และ เมื่อ เดินทาง มา ท่าน ได้ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ใน ทุก เมือง จน ท่าน มา ถึง เมือง ซี ซา รี ยา {i9:1} เซา โลก ลับ ใจ ใหม่ อย่าง น่า อัศจรรย์ {9:1} ฝ่าย เซา โล ยัง ขู่ คำราม กล่าว ว่า จะ ฆ่า ศิษย์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เสีย จึง ไป หาม หา ปุโรหิต {9:2} ขอ หนังสือ ไป ยัง ธรรม ศาลา ใน เมือง ดา มัสกัส เพื่อ ว่า ถ้า พบ ผู้ ใด ถือ ทาง นั้น ไม่ ว่า ชาย หรือ หญิง จะ ได้ จับ มัด พา มา ยัง กรุง เยรูซาเล็ม {9:3} เมื่อ เซา โล เดินทาง ไป ใกล้ จะ ถึง เมือง ดา มัสกัส ใน ทันใด นั้น มี แสง สว่าง ส่อง มา จาก ฟ้า ล้อม ตัว เขา ไว้ รอบ {9:4} เซา โล จึง ล้ม ลง ถึง ดิน และ ได้ยิน พระ สุรเสียง ตรัส แก่ เขา ว่า “ เซา โล เซา โลเอ๋ย เจ้า ข่มเหง เรา ทำไม” {9:5} เซา โล จึง ทูล ถาม ว่า “ พระองค์เจ้า ข้า พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ใด” องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า “ เรา คือ เยซู ที่ เจ้า ข่มเหง ซึ่ง เจ้า ถีบ ประตัก ก็ ยาก นัก” {9:6} เซา โล ก็ ตัว สั่น และ รู้สึก ประหลาด ใจ จึง ถาม ว่า “ พระองค์เจ้า ข้า พระองค์ ประสงค์ จะ ให้ ข้า พระองค์ ทำ อะไร” องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส แก่ เขา ว่า “ เจ้า จง ลุก ขึ้น เข้า ไป ใน เมือง และ เจ้า จะ ต้อง ทำ ประการ ใด จะ มี คน บอก ให้ รู้” {9:7} คน ทั้งหลาย ที่ เดินทาง ไป ด้วย กัน ก็ ยืน นิ่ง พูด ไม่ ออก ได้ยิน พระ สุรเสียง นั้น แต่ ไม่ เห็น ใคร {9:8} ฝ่าย เซา โล ได้ ลุก ขึ้น จาก พื้น ดิน เมื่อ ลืม ตา แล้ว ก็ มอง อะไร ไม่ เห็น เขา จึง จูง มือ ท่าน ไป ยัง เมือง ดา มัสกัส {9:9} ตา ท่าน ก็ มืดมัว ไป ถึง สาม วัน และ ท่าน มิ ได้ กิน หรือ ดื่ม อะไร เลย {9:10} ใน เมือง ดา มัสกัส มี ศิษย์ คน หนึ่ง ชื่อ อา นา เนีย องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส กับ ผู้ นั้น โดย นิมิต ว่า “ อา นา เนียเอ๋ย” อา นา เนีย จึง ทูล ตอบ ว่า “ พระองค์เจ้า ข้า ดู เถิด ข้า พระองค์ อยู่ ที่ นี่” {9:11} องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ตรัส กับ เขา ว่า “ จง ลุก ขึ้น ไป ที่ ถนน ที่ เรียก ว่า ถนน ตรง ถาม หา ชาย คน หนึ่ง ชื่อ เซา โลชาวเมืองทาร์ซัส อยู่ ใน บ้าน ของ ยู ดา ส เพราะ ดู เถิด เขา กำลัง อธิษฐาน อยู่ {9:12} และ ใน นิมิต เขา ได้ เห็น คน หนึ่ง ชื่อ อา นา เนีย เข้า มา วางมือ บน เขา เพื่อ เขา จะ เห็น ได้ อีก” {9:13} แต่ อา นา เนีย ทูล ตอบ ว่า “ พระองค์เจ้า ข้า ข้า พระองค์ ได้ยิน หลาย คน พูด ถึง คน นั้น ว่า เขา ได้ ทำร้าย วิ สุทธิ ชน ของ พระองค์ ใน กรุง เยรูซาเล็ม มาก {9:14} และ ใน ที่ นี่ เขา ได้ อำนาจ มา จาก พวก ปุโรหิต ใหญ่ ให้ ผูกมัด คน ทั้งปวง ที่ ร้อง ออก พระ นาม ของ พระองค์” {9:15} ฝ่าย องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส กับ ท่าน ว่า “ จง ไป เถิด เพราะ ว่า คน นั้น เป็น ภาชนะ ที่ เรา ได้ เลือกสรร ไว้ สำหรับ จะ นำ นาม ของ เรา ไป ยัง ประชาชาติ กษัตริย์ และ ชน ชาติ อิสราเอล {9:16} เพราะ ว่า เรา จะ สำแดง ให้ เขา เห็น ว่า เขา จะ ต้อง ทน ทุกข์ ลำบาก มาก เท่าใด เพราะ นาม ของ เรา” {i9:17} เซา โล ได้ ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ และ เริ่ม เทศนา สั่งสอน {9:17} แล้ว อา นา เนียก็ไป และ เข้า ไป ใน บ้าน วางมือ บน เซา โลก ล่า วว่า “ พี่ เซา โลเอ๋ย องค์ พระผู้เป็นเจ้า คือ พระ เยซู ได้ ทรง ปรากฏ แก่ ท่าน กลาง ทาง ที่ ท่าน มา นั้น ได้ ทรง ใช้ ข้าพเจ้า มา เพื่อ ท่าน จะ เห็น ได้ อีก และ เพื่อ ท่าน จะ ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์” {9:18} และ ใน ทันใด นั้น มี อะไร เหมือน เกล็ด ตก จาก ตา ของ เซา โล แล้ว ก็ เห็น ได้ อีก ท่าน จึง ลุก ขึ้น รับ บัพ ติ ศมา {9:19} พอ รับประทาน อาหาร แล้ว ก็ มี กำลัง ขึ้น เซา โล พัก อยู่ กับ พวก ศิษย์ ใน เมือง ดา มัสกัสหลายวัน {9:20} ท่าน ไม่ ได้ รีรอ ท่าน ประกาศ ตาม ธรรม ศาลา กล่าว เรื่อง พระ คริสต์ ว่า พระองค์ ทรง เป็น พระ บุตร ของ พระเจ้า {9:21} คน ทั้งหลาย ที่ ได้ยิน ก็ พา กัน ประหลาด ใจ แล้ว ว่า “ คน นี้ มิ ใช่ หรือ ที่ ได้ ทำลาย คน ใน กรุง เยรูซาเล็ม ที่ ร้อง ออก พระ นาม นี้ และ เขา มา ที่ นี่ หวัง จะ ผูกมัด พวก นั้น ส่ง ให้ พวก ปุโรหิต ใหญ่” {i9:22} เซา โล หลบ หนี รอด ได้ และ ได้ รับ การ ยอมรับ ที่ กรุง เยรูซาเล็ม {9:22} แต่ เซา โล ยิ่ง มี กำลัง ทวี ขึ้น และ ทำให้ พวก ยิว ใน เมือง ดา มัสกัส นิ่ง อึ้ง อยู่ โดย พิสูจน์ ให้ เขา เห็น ว่า พระ เยซู ทรง เป็น พระ คริสต์ {9:23} ครั้น ต่อ มา อีก หลาย วัน พวก ยิว ได้ ปรึกษา กัน จะ ฆ่า เซา โลเสีย {9:24} แต่ เรื่อง การ ปอง ร้าย ของ เขา รู้ ถึง เซา โล เขา ทั้งหลาย ได้ เฝ้า ประตู เมือง คอย ฆ่า เซา โล ทั้ง กลางวัน กลางคืน {9:25} แต่ เหล่า สาวก ได้ ให้ เซา โล นั่ง ใน เข่ง ใหญ่ แล้ว หย่อน ลง จาก กำแพง เมือง ใน เวลา กลางคืน {9:26} ครั้น เซา โล ไป ถึง กรุง เยรูซาเล็ม แล้ว ท่าน ใคร่ จะ คบ ให้ สนิท กับ พวก สาวก แต่ เขา ทั้งหลาย กลัว เพราะ ไม่ เชื่อ ว่า เซา โล เป็น สาวก {9:27} แต่ บา ร นา บัส ได้ พา ท่าน ไป หา พวก อัครสาวก แล้ว เล่า ให้ เขา ฟัง ว่า เซา โล ได้ เห็น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ที่ กลาง ทาง และ พระองค์ ตรัส แก่ ท่าน ท่าน จึง ประกาศ ออก พระ นาม พระ เยซู โดย ใจ กล้า หาญ ใน เมือง ดา มัสกัส {9:28} แล้ว เซา โล เข้า นอก ออก ใน อยู่ กับ พวก อัครสาวก ใน กรุง เยรูซาเล็ม {9:29} ประกาศ ออก พระ นาม ของ พระ เยซู เจ้า ด้วย ใจ กล้า หาญ ท่าน พูด ไล่เลียง กับ พวก กรีก แต่ พวก นั้น หา ช่อง ที่ จะ ฆ่า ท่าน เสีย {9:30} เมื่อ พี่น้อง รู้ อย่าง นั้น จึง พา ท่าน ไป ยัง เมือง ซี ซา รี ยา แล้ว ส่ง ไป ยัง เมือง ทาร์ซัส {9:31} เหตุ ฉะนั้น คริสตจักร ตลอด ทั่ว แคว้น ยู เดีย กา ลิ ลี และ สะ มา เรีย จึง มี ความ สงบสุข และ เจริญ ขึ้น ดำเนิน ชีวิต ด้วย ใจ ยำเกรง องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ได้ รับ ความ ปลอบ ประโลม ใจ จาก พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ คริสต สมาชิก ก็ ยิ่ง ทวี มาก ขึ้น {i9:32} ไอ เนอัส ได้ รับ การ รักษา จน หาย {9:32} ต่อ มา เมื่อ เปโตร เที่ยว ไป ตลอด ทุก แห่ง แล้ว ก็ ลง มา หา พวก วิ สุทธิ ชน ซึ่ง อาศัย อยู่ ใน เมือง ลิด ดา ด้วย {9:33} เปโตร พบ ชาย คน หนึ่ง ชื่อ ไอ เนอัสที่นั่น เขา เป็น อัมพาต อยู่ กับ ที่นอน แปด ปี มา แล้ว {9:34} เปโตร จึง กล่าว แก่ เขา ว่า “ ไอ เนอัสเอ๋ย พระ เยซู คริสต์ ทรง โปรด ท่าน ให้ หาย โรค จง ลุก ขึ้น เก็บ ที่นอน ของ ท่าน เถิด” ใน ทันใด นั้น ไอ เนอัส ได้ ลุก ขึ้น {9:35} ฝ่าย คน ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน เมือง ลิด ดา และ ที่ราบ ชา โร น ได้ เห็น แล้ว จึง กลับ ใจ มา หา องค์ พระผู้เป็นเจ้า {i9:36} โด รคัส ฟื้น ขึ้น มา จาก ความ ตาย {9:36} ใน เมือง ยัฟ ฟา มี หญิง คน หนึ่ง เป็น ศิษย์ ชื่อ ทา บิ ธา ซึ่ง แปล ว่า โด รคัส หญิง คน นี้ เคย กระทำ การ อัน เป็น คุณ ประโยชน์ และ ให้ ทาน มากมาย {9:37} ต่อ มา ระหว่าง นั้น หญิง คน นี้ ก็ ป่วย ลง จน ถึง แก่ ความ ตาย เขา จึง อาบ น้ำ ศพ วาง ไว้ ใน ห้อง ชั้น บน {9:38} เมือง ลิด ดา อยู่ ใกล้ กับ เมือง ยัฟฟา พวก สาวก ได้ยิน ว่า เป โต รอ ยู่ ที่ นั่น จึง ใช้ ชาย สอง คน ไป หา ท่าน เชิญ ท่าน มา หา เขา โดย เร็ว {9:39} ฝ่าย เปโตร จึง ลุก ขึ้น ไป กับ เขา เมื่อ ถึง แล้ว เขา พา ท่าน ขึ้น ไป ใน ห้อง ชั้น บน และ บรรดา หญิง ม่าย ได้ ยืน อยู่ กับ ท่าน พา กัน ร้องไห้ และ ชี้ ให้ ท่าน ดู เสื้อ คลุม กับ เสื้อ ผ้า ต่างๆ ซึ่ง โด รคัส ทำ เมื่อ ยัง มี ชีวิต อยู่ {9:40} ฝ่าย เปโตร ให้ คน ทั้งปวง ออก ไป ข้าง นอก และ ได้ คุกเข่า ลง อธิษฐาน แล้ว หัน มา ยัง ศพ นั้น กล่าว ว่า “ ทา บิ ธาเอ๋ย จง ลุก ขึ้น” ทา บิ ธา ก็ ลืม ตา เมื่อ เห็น เปโตร จึง ลุก ขึ้น นั่ง {9:41} ฝ่าย เปโตร ยื่น มือ ออก พยุง เธอ ขึ้น จึง เรียก วิ สุทธิ ชน ทั้งหลาย กับ พวก แม่ม่าย เข้า มา แล้ว มอบ หญิง ที่ เป็น ขึ้น นั้น ให้ กับ เขา ทั้งหลาย {9:42} เหตุการณ์ นั้น ลือ ไป ตลอด ทั่ว เมือง ยัฟฟา คน เป็น อัน มาก มา เชื่อถือ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {9:43} ต่อ มา ฝ่าย เปโตร อาศัย อยู่ ใน เมือง ยัฟ ฟา หลาย วัน อยู่ กับ คน หนึ่ง ชื่อ ซี โม น เป็น ช่าง ฟอก หนัง {i10:1} โค รเนลิอัส แสวง หา พระเจ้า {10:1} ยัง มี ชาย คน หนึ่ง ชื่อ โค รเนลิอัส อาศัย อยู่ ใน เมือง ซี ซา รี ยา เป็น นาย ร้อย อยู่ ใน กอง ทหาร ที่ เรียก ว่า กอง อิตาเลีย {10:2} เป็น คน มี ศรัทธา มาก คือ ท่าน และ ทั้ง ครอบครัว เป็น คน ยำเกรง พระเจ้า ท่าน เคย ให้ ทาน มากมาย แก่ ประชาชน และ อธิษฐาน ต่อ พระเจ้า เสมอ {10:3} เวลา ประมาณ บ่าย สาม โมง นาย ร้อย นั้น เห็น นิมิต แจ่ม กระจ่าง คือ เห็น ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ของ พระเจ้า เข้า มา หา ท่าน และ กล่าว แก่ ท่าน ว่า “ โค รเนลิอัสเอ๋ย” {10:4} และ เมื่อ โค รเนลิอัส เขม้น ดู ทูต สวรรค์ องค์ นั้น ด้วย ความ ตกใจ กลัว จึง ถาม ว่า “ นี่ เป็น ประการ ใด พระองค์เจ้า ข้า” ทูต สวรรค์ จึง ตอบ ท่าน ว่า “ คำ อธิษฐาน และ ทาน ของ ท่าน นั้น ได้ ขึ้น ไป เป็น ที่ ระลึก ถึง จำเพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า แล้ว {10:5} บัดนี้ จง ใช้ คน ไป ยัง เมือง ยัฟ ฟา เชิญ ซี โม น ที่ เรียก ว่า เปโตรมา {10:6} เปโตร อาศัย อยู่ กับ คน หนึ่ง ชื่อ ซี โม น เป็น ช่าง ฟอก หนัง บ้าน ของ เขา อยู่ ริม ฝั่ง ทะเล เปโตร จะ บอก ท่าน ว่า ท่าน ควร จะ ทำ อะไร” {10:7} ครั้น ทูต สวรรค์ ที่ ได้ พูด กับ โค รเนลิอัสไปแล้ว ท่าน ได้ เรียก คนใช้ สอง คน กับ ทหาร คน หนึ่ง ซึ่ง เป็น คน มี ศรัทธา มาก ที่ เคย ปรนนิบัติ ท่าน เสมอ {10:8} และ เมื่อ โค รเนลิอัส ได้ เล่า เหตุการณ์ ทั้งปวง ให้ คน เหล่า นั้น ฟัง แล้ว ท่าน จึง ใช้ เขา ไป ยัง เมือง ยัฟฟา {i10:9} เปโตร ได้ เห็น นิมิต {10:9} วัน รุ่งขึ้น คน เหล่า นั้น กำลัง เดินทาง ไป ใกล้ เมือง ยัฟฟาแล้ว ประมาณ เวลา เที่ยงวัน เปโตร ก็ ขึ้น ไป บน หลังคา บ้าน เพื่อ จะ อธิษฐาน {10:10} ก็ หิว อยาก จะ รับประทาน อาหาร แต่ ใน ระหว่าง ที่ เขา ยัง จัด อาหาร อยู่ เปโตร ได้ เคลิ้ม ไป {10:11} และ ได้ เห็น ท้อง ฟ้า แหวก ออก เป็น ช่อง มี ภาชนะ อย่าง หนึ่ง เหมือน ผ้า ผืน ใหญ่ ผูก ติด กัน ทั้ง สี่ มุม หย่อน ลง มา ยัง พื้น โลก {10:12} ใน นั้น มี สัตว์ ทุก อย่าง ที่ อยู่ บน แผ่นดิน คือ สัตว์ สี่ เท้า สัตว์ ป่า สัตว์ เลื้อยคลาน และ นก ที่ อยู่ ใน ท้อง ฟ้า {10:13} มี พระ สุรเสียง มา ว่า แก่ ท่าน ว่า “ เปโตรเอ๋ย จง ลุก ขึ้น ฆ่า กิน เถิด” {10:14} ฝ่าย เปโตร จึง ทูล ว่า “ มิ ได้ พระองค์เจ้า ข้า เพราะ ว่า สิ่ง ซึ่ง เป็น ของ ต้อง ห้าม หรือ ของ มลทิน นั้น ข้า พระองค์ ไม่ เคย ได้ รับประทาน เลย” {10:15} แล้ว จึง มี พระ สุรเสียง อีก เป็น ครั้ง ที่ สอง ว่า แก่ ท่าน ว่า “ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง ชำระ แล้ว อย่า ว่า เป็น ของ ต้อง ห้าม” {10:16} เห็น อย่าง นั้น ถึง สาม ครั้ง แล้ว สิ่ง นั้น ก็ ถูก รับ ขึ้น ไป อีก ใน ท้อง ฟ้า {i10:17} เปโตร ไป ที่ เมือง ซี ซา รี ยา {10:17} เมื่อ เปโตร ยัง คิด สงสัย เรื่อง นิมิต ที่ เห็น นั้น ว่า มี ความหมาย อย่างไร ดู เถิด คน ที่ โค รเนลิอัส ใช้ ไป นั้น เมื่อ ถาม หา และ พบ บ้าน ของ ซี โม น แล้ว ก็ มา ยืน อยู่ หน้า ประตู รั้ว {10:18} และ ร้อง ถาม ว่า ซี โม น ที่ เรียก ว่า เป โต รอ ยู่ ที่ นั่น หรือ ไม่ {10:19} เมื่อ เปโตร ตริตรอง เรื่อง นิมิต นั้น พระ วิญญาณ ก็ ตรัส กับ ท่าน ว่า “ ดู เถิด ชาย สาม คน ตาม หา เจ้า {10:20} จง ลุก ขึ้น ลง ไป ข้าง ล่าง และ ไป กับ เขา เถิด อย่า ลังเล ใจ เลย เพราะ ว่า เรา ได้ ใช้ เขา มา” {10:21} เปโตร จึง ลง ไป หา คน เหล่า นั้น ซึ่ง โค รเนลิอัส ได้ ใช้ มา กล่าว ว่า “ ดู เถิด ข้าพเจ้า เป็น คน ที่ ท่าน มา หา นั้น ท่าน มาธุระ อะไร” {10:22} เขา จึง ตอบ ว่า “ นาย ร้อย โค รเนลิอัส เป็น คน ชอบธรรม และ เกรงกลัว พระเจ้า และ เป็น คน มี ชื่อเสียง ดี ใน บรรดา ชาว ยิว โค รเนลิอัส ผู้ นั้น ได้ รับ คำ เตือน จาก พระเจ้า โดย ผ่าน ทูต สวรรค์ บริสุทธิ์ ให้ มา เชิญ ท่าน ไป ที่ บ้าน เพื่อ จะ ฟัง ถ้อยคำ ของ ท่าน” {i10:23} โค รเนลิอัส และ ญาติ พี่น้อง ได้ยิน ข่าว ประเสริฐ {10:23} เปโตร จึง เชิญ เขา ให้ เข้า มา หยุด พัก อยู่ ที่ นั่น วัน รุ่งขึ้น เปโตร ก็ ไป กับ เขา และ พวก พี่น้อง บาง คน ที่ เมือง ยัฟ ฟา ก็ ไป ด้วย {10:24} ล่วง มา อีก วัน หนึ่ง เขา ก็ ไป ถึง เมือง ซี ซา รี ยา โค รเนลิอัส กำลัง คอย รับรอง อยู่ และ เชิญ ญาติ พี่น้อง กับ เพื่อน สนิท ให้ มา ประชุม กัน อยู่ แล้ว {10:25} ครั้น เปโตรเข้าไป โค รเนลิอัส ก็ ต้อนรับ เปโตร และ หมอบ ที่ เท้า กราบ ไหว้ ท่าน {10:26} ฝ่าย เปโตร จึง จับ ตัว โค รเนลิอัส ให้ ลุก ขึ้น และ กล่าว ว่า “ จง ยืน ขึ้น เถิด ข้าพเจ้า ก็ เป็น แต่ มนุษย์ เหมือน กัน” {10:27} เมื่อ กำลัง สนทนา กัน อยู่ เปโตร จึง เข้า ไป แล เห็น คน เป็น อัน มาก มา พร้อม กัน {10:28} จึง กล่าว แก่ คน เหล่า นั้น ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ แล้ว ว่า คน ชาติ ยิว นั้น จะ คบ ให้ สนิท กับ คน ต่าง ชาติ หรือ เข้า เยี่ยม ก็ เป็น ที่ พระ ราช บัญญัติ ห้าม ไว้ แต่ พระเจ้า ได้ ทรง สำแดง แก่ ข้าพเจ้า แล้ว ว่า ไม่ ควร เรียก คน หนึ่ง คน ใด ว่า เป็น ที่ ห้าม หรือ มลทิน {10:29} เหตุ ฉะนั้น เมื่อ ท่าน ใช้ คน ไป เรียก ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ก็ มา โดย ไม่ ขัด ข้าพเจ้า จึง ขอ ถาม ว่า ท่าน เรียก ข้าพเจ้า มา ด้วย ประสงค์ อะไร” {10:30} โค รเนลิอัส จึง ตอบ ว่า “ สี่ วัน มา แล้ว ข้าพเจ้า กำลัง ถือ อด อาหาร อยู่ จน ถึง เวลา นี้ และ ประมาณ เวลา บ่าย สาม โมง ข้าพเจ้า ได้ อธิษฐาน อยู่ ใน บ้าน ของ ข้าพเจ้า ดู เถิด มี ชาย คน หนึ่ง ยืน อยู่ ตรง หน้า ข้าพเจ้า สวม เสื้อ มัน ระยับ {10:31} ผู้ นั้น ได้ กล่าว ว่า ‘ โค รเนลิอัสเอ๋ย คำ อธิษฐาน ของ ท่าน นั้น ทรง สดับ ฟัง แล้ว และ ทาน ของ ท่าน นั้น ก็ เป็น ที่ ระลึก ถึง ใน สาย พระ เนตร ของ พระเจ้า แล้ว {10:32} เหตุ ฉะนั้น จง ใช้ คน ไป ยัง เมือง ยัฟฟา เชิญ ซี โม น ที่ เรียก ว่า เปโตรมา ผู้ นั้น อาศัย อยู่ ใน บ้าน ของ ซี โม น ช่าง ฟอก หนัง ที่ ฝั่ง ทะเล ผู้ นั้น เมื่อ มา ถึง แล้ว จะ กล่าว แก่ ท่าน’ {10:33} ข้าพเจ้า จึง ใช้ คน ไป เชิญ ท่าน มา ทันที ที่ ท่าน มา ก็ ดี แล้ว บัดนี้ พวก ข้าพเจ้า จึง อยู่ พร้อม กัน ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า เพื่อ จะ ฟัง สิ่ง สารพัด ซึ่ง พระเจ้า ได้ ตรัส สั่ง ท่าน ไว้” {10:34} ฝ่าย เปโตร จึง กล่าว ว่า “ ข้าพเจ้า เห็น จริง แล้ว ว่า พระเจ้า ไม่ ทรง เลือก หน้า ผู้ ใด {10:35} แต่ คน ใดๆ ใน ทุก ชาติ ที่ เกรงกลัว พระองค์ และ ประพฤติ ตาม ทาง ชอบธรรม ก็ เป็น ที่ ชอบ พระทัย พระองค์ {10:36} พระ ดำรัส ที่ พระเจ้า ได้ ทรง ฝาก ไว้ กับ ชน ชาติ อิสราเอล คือ การ ประกาศ ข่าว ดี เรื่อง สันติสุข โดย พระ เยซู คริสต์ (ผู้ เป็น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ คน ทั้งปวง) {i10:37} กิจการ แห่ง พระ คริสต์ ผู้ ได้ รับ การ เจิม โดย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ {10:37} ข้าพเจ้า กล่าว ว่า พระ ดำรัส นั้น ท่าน ทั้งหลาย ก็ รู้ คือ เรื่อง ที่ ได้ เล่า กัน ตั้งแต่ ต้น ที่ แคว้น กา ลิ ลี ไป จน ตลอด ทั่ว แคว้น ยู เดีย ภายหลัง การ บัพ ติ ศมาที่ยอห์น ได้ ประกาศ นั้น {10:38} คือ เรื่อง พระ เยซู ชาว นาซา เร็ธว่า พระเจ้า ได้ ทรง เจิม พระองค์ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ และ ด้วย ฤทธา นุ ภาพ อย่างไร และ พระ เยซู เสด็จ ไป กระทำ คุณ ประโยชน์ และ รักษา บรรดา คน ซึ่ง ถูก พญา มาร เบียดเบียน ด้วย ว่า พระเจ้า ได้ ทรง สถิต กับ พระองค์ {i10:39} คำ พยาน เกี่ยว กับ พระ คริสต์ {10:39} เรา ทั้งหลาย เป็น พยาน ถึง กิจการ ทั้งปวง ซึ่ง พระองค์ ทรง กระทำ ใน แผ่นดิน ของ ชน ชาติ ยิว และ ใน กรุง เยรูซาเล็ม พระองค์ นั้น เขา ได้ ฆ่า และ แขวน ไว้ ที่ ต้นไม้ {10:40} ใน วัน ที่ สาม พระเจ้า ได้ ทรง ให้ พระองค์ คืน พระ ชนม์ และ ทรง ให้ ปรากฏ {10:41} มิ ใช่ ทรง ให้ ปรากฏ แก่ คน ทั่วไป แต่ ทรง ปรากฏ แก่ เหล่า พวก พยาน ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง เลือก ไว้ แต่ ก่อน คือ ทรง ปรากฏ แก่ พวก เรา ที่ ได้ รับประทาน และ ดื่ม กับ พระองค์ เมื่อ พระองค์ ทรง คืน พระ ชนม์ แล้ว {10:42} พระองค์ ทรง สั่ง ให้ เรา ทั้งหลาย ประกาศ แก่ คน ทั้งปวง และ เป็น พยาน ว่า พระเจ้า ได้ ทรง ตั้ง พระองค์ ไว้ เป็น ผู้พิพากษา ทั้งคน เป็น และ คน ตาย {10:43} ศาสดา พยากรณ์ ทั้งหลาย ย่อม เป็น พยาน ถึง พระองค์ ว่า ผู้ ใด ที่ เชื่อถือ ใน พระองค์ นั้น จะ ได้ รับ การ ทรง ยก ความ ผิด บาป ของ เขา เพราะ พระ นาม ของ พระองค์” {i10:44} คน ที่ เชื่อ ได้ รับ ความ รอด และ ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ {10:44} เมื่อ เปโตร ยัง กล่าว คำ เหล่า นั้น อยู่ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ก็ เสด็จ ลง มา สถิต กับ คน ทั้งปวง ที่ ฟัง พระ วจนะ นั้น {10:45} ฝ่าย พวก ที่ ได้ เข้า สุหนัต ซึ่ง เชื่อถือ แล้ว คือ คน ที่ มา ด้วย กัน กับ เปโตร ก็ ประหลาด ใจ เพราะ ว่า ของ ประทาน แห่ง พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ได้ ลง มา บน คน ต่าง ชาติ ด้วย {10:46} เพราะ เขา ได้ยิน คน เหล่า นั้น พูด ภาษา ต่างๆ และ ยกย่อง สรรเสริญ พระเจ้า เปโตร จึง ย้อน ถาม ว่า {10:47} “ ใคร อาจ จะ ห้าม คน เหล่า นี้ ที่ ได้ รับ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ เหมือน เรา โดย มิ ให้ เขา รับ บัพ ติ ศ มา ด้วย น้ำ ได้” {10:48} เปโตร จึง สั่ง ให้ เขา รับ บัพ ติ ศ มา ใน พระ นาม ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ เขา ทั้งหลาย ได้ ขอ ให้ เปโตร ยับยั้ง อยู่ กับ เขา อีก สอง สาม วัน {i11:1} เปโตร ให้ เหตุผล ถึง การ ที่ ท่าน ไป หา คน ต่าง ชาติ {11:1} ฝ่าย พวก อัครสาวก กับ พี่น้อง ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน แคว้น ยู เดีย ได้ยิน ว่า คน ต่าง ชาติ ได้ รับ พระ วจนะ ของ พระเจ้า เหมือน กัน {11:2} เมื่อ เปโตร ขึ้น ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม แล้ว พวก ที่ เข้า สุหนัต จึง ต่อว่า ท่าน {11:3} ว่า “ ท่าน ไป หา คน ที่ ไม่ ได้ เข้า สุหนัต และ รับประทาน อาหาร กับ เขา” {11:4} แต่ เปโตร ได้ อธิบาย ให้ เขา ฟัง ตั้งแต่ ต้น เป็น ลำดับ มา ว่า {11:5} “ เมื่อ ข้าพเจ้า อยู่ ใน เมือง ยัฟ ฟา และ กำลัง อธิษฐาน ก็ เคลิ้ม ไป แล้ว นิมิต เห็น ภาชนะ อย่าง หนึ่ง เหมือน ผ้า ผืน ใหญ่ หย่อน ลง มา ทั้ง สี่ มุม จาก ฟ้า มา ยัง ข้าพเจ้า {11:6} ครั้น ข้าพเจ้า เขม้น ดู ผ้า นั้น ข้าพเจ้า ได้ พินิจ พิจารณา ก็ ได้ เห็น สัตว์ สี่ เท้า ของ แผ่นดิน กับ สัตว์ ป่า สัตว์ เลื้อยคลาน และ นก ที่ อยู่ ใน ท้อง ฟ้า {11:7} แล้ว ข้าพเจ้า ได้ยิน พระ สุรเสียง ตรัส กับ ข้าพเจ้า ว่า ‘ เปโตรเอ๋ย จง ลุก ขึ้น ฆ่า กิน เถิด’ {11:8} แต่ ข้าพเจ้า ทูล ว่า ‘ หา มิ ได้ พระองค์เจ้า ข้า เพราะ ว่า สิ่งของ ซึ่ง ต้อง ห้าม หรือ ซึ่ง เป็น มลทิน ยัง ไม่ ได้ เข้า ปาก ข้า พระองค์ เลย’ {11:9} แต่ มี พระ สุรเสียง ตรัส จาก ฟ้า ครั้ง ที่ สอง ว่า ‘ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง ชำระ แล้ว เจ้า อย่า ว่า เป็น ของ ต้อง ห้าม’ {11:10} เป็น อย่าง นั้น ถึง สาม ครั้ง แล้ว สิ่ง นั้น ทั้งสิ้น ก็ ถูก รับ ขึ้น ไป บน ฟ้า อีก {11:11} ดู เถิด ใน ทันใด นั้น มี ชาย สาม คน มา ยืน อยู่ ตรง หน้า บ้าน ที่ ข้าพเจ้า อยู่ รับใช้ มา จาก เมือง ซี ซา รี ยามา หา ข้าพเจ้า {11:12} พระ วิญญาณ จึง สั่ง ให้ ข้าพเจ้า ไป กับ เขา โดย ไม่ ลังเล ใจ เลย และ พวก พี่น้อง ทั้ง หก คน นี้ ได้ ไป กับ ข้าพเจ้า ด้วย เรา ทั้งหลาย จึง เข้า ไป ใน บ้าน ของ ผู้ นั้น {11:13} ผู้ นั้น จึง กล่าว แก่ พวก เรา ว่า ตัว ท่าน ได้ เห็น ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ยืน อยู่ ใน บ้าน ของ ท่าน และ บอก ท่าน ว่า ‘ จง ใช้ คน ไป ยัง เมือง ยัฟฟา เชิญ ซี โม น ที่ เรียก ว่า เปโตรมา {11:14} เปโตร นั้น จะ กล่าว ให้ ท่าน ฟัง เป็น ถ้อยคำ ซึ่ง จะ ให้ ท่าน กับ ทั้ง ครอบครัว ของ ท่าน รอด’ {11:15} เมื่อ ข้าพเจ้า ตั้งต้น กล่าว ข้อความ นั้น พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ก็ เสด็จ มา สถิต กับ เขา ทั้งหลาย เหมือน ได้ เสด็จ ลง มาบ นพ วก เรา ใน ตอน ต้น นั้น {11:16} แล้ว ข้าพเจ้า ได้ ระลึก ถึง คำ ตรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ซึ่ง พระองค์ ตรัส ไว้ ว่า ‘ ยอห์น ให้ รับ บัพ ติ ศ มา ด้วย น้ำ ก็ จริง แต่ ท่าน ทั้งหลาย จะ รับ บัพ ติ ศ มา ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์’ {11:17} เหตุ ฉะนั้น ถ้า พระเจ้า ได้ ทรง โปรด ประทาน ของ ประทาน แก่ เขา เหมือน แก่ เรา ทั้งหลาย ผู้ ที่ ได้ เชื่อ ใน พระ เยซู คริสต์ เจ้า ข้าพเจ้า เป็น ผู้ ใด เล่า ที่ จะ ขัดขืน พระเจ้า ได้” {11:18} ครั้น คน ทั้งหลาย ได้ยิน คำ เหล่า นั้น ก็ นิ่ง อยู่ แล้ว ได้ สรรเสริญ พระเจ้า ว่า “ พระเจ้า ได้ ทรง โปรด แก่ คน ต่าง ชาติ ให้ กลับ ใจ ใหม่ จน ได้ ชีวิต รอด ด้วย” {i11:19} เหล่า สาวก ได้ ชื่อ ว่า คริสเตียน เป็น ครั้ง แรก ที่ เมือง อัน ทิโอก {11:19} ฝ่าย คน ทั้งหลาย ที่ กระจัด กระจาย ไป เพราะ การ เคี่ยวเข็ญ เนื่อง จาก สเทเฟน ก็ พา กัน ไป ยัง เมือง ฟีนิเซีย เกาะ ไซปรัส และ เมือง อัน ทิโอก และ ไม่ ได้ กล่าว พระ วจนะ แก่ ผู้ ใด นอกจาก แก่ ยิว พวก เดียว {11:20} และ มี บาง คน ใน พวก เขา เป็น ชาว เกาะ ไซปรัส กับ ชาว ไซ รี น เมื่อ มา ยัง เมือง อัน ทิโอก ก็ ได้ กล่าว ประกาศ ข่าว ประเสริฐ เรื่อง พระ เยซู เจ้า แก่ พวก กรีก ด้วย {11:21} และ พระ หัตถ์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อยู่ กับ เขา คน เป็น อัน มาก ได้ เชื่อ และ กลับ มา หา องค์ พระผู้เป็นเจ้า {11:22} ข่าว นี้ ก็ เล่าลือ ไป ยัง คริสตจักร ใน กรุง เยรูซาเล็ม เขา จึง ใช้ บา ร นา บัส ให้ ไป ยัง เมือง อัน ทิโอก {11:23} เมื่อ บา ร นา บัส มา ถึง แล้ว และ ได้ เห็น พระคุณ ของ พระเจ้า ก็ ปีติ ยินดี จึง ได้ เตือน คน เหล่า นั้น ให้ ตั้ง มั่นคง ติด สนิท อยู่ กับ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {11:24} บา ร นา บัส เป็น คน ดี ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ และ ความ เชื่อ จำนวน คน เป็น อัน มาก ก็ เพิ่ม เข้า กับ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {11:25} บา ร นา บัส ได้ ไป ที่ เมือง ทาร์ซัส เพื่อ ตาม หา เซา โล {11:26} เมื่อ พบ แล้ว จึง พา เขา มา ยัง เมือง อัน ทิโอก ต่อ มา ท่าน ทั้ง สอง ได้ ประชุม กัน กับ คริสตจักร ตลอด ปี หนึ่ง ได้ สั่งสอน คน เป็น อัน มาก และ ใน เมือง อัน ทิ โอก นั่นเอง พวก สาวก ได้ ชื่อ ว่า คริสเตียน เป็น ครั้ง แรก {i11:27} อา กา บัส พยากรณ์ ถึง การ กันดาร อาหาร {11:27} คราว นี้ มี พวก ศาสดา พยากรณ์ ลง มา จาก กรุง เยรูซาเล็ม จะ ไป ยัง เมือง อัน ทิโอก {11:28} ฝ่าย ผู้ หนึ่ง ใน จำนวน นั้น ชื่อ อา กา บัส ได้ ลุก ขึ้น กล่าว โดย พระ วิญญาณ ว่า จะ บังเกิด การ กันดาร อาหาร มาก ยิ่ง ทั่ว แผ่นดิน โลก การ กันดาร อาหาร นั้น ได้ บังเกิด ขึ้น ใน รัชสมัย คลา วดิอัส ซีซาร์ {11:29} พวก สาวก ทุก คน จึง ตกลง ใจ กัน ว่า จะ ถวาย ตาม กำลัง ฝาก ไป ช่วย บรรเทา ทุกข์ พวก พี่น้อง ที่ อยู่ ใน แคว้น ยู เดีย {11:30} เขา จึง ได้ ทำ ดังนั้น และ ฝาก ไป กับ บา ร นา บัส และ เซา โล เพื่อ นำ ไป ให้ พวก ผู้ปกครอง {i12:1} กษัตริย์ เฮ โร ด ฆ่า ยาก อบ และ ตั้งใจ ที่ จะ ประหาร เปโตร {12:1} แล้ว คราว นั้น กษัตริย์ เฮ โร ด ได้ เหยียด พระ หัตถ์ ออก ทำร้าย บาง คน ใน คริสตจักร {12:2} ท่าน ได้ ฆ่า ยาก อบ พี่ ชาย ของ ยอห์นด้วยดาบ {12:3} เมื่อ ท่าน เห็น ว่า การ นั้น เป็น ที่ ชอบใจ พวก ยิว ท่าน ก็ จับ เปโตรด้วย (นี่ เป็น ระหว่าง เทศกาล ขนม ปัง ไร้ เชื้อ) {12:4} เมื่อ จับ เปโตรแล้ว จึง ให้ จำ คุก ให้ ทหาร สี่ หมู่ๆ ละ สี่ คน คุม ไว้ ตั้งใจ ว่า เมื่อ สิ้น เทศกาล อีสเตอร์ แล้ว จะ พา ออก มา ให้ แก่ คน ทั้งหลาย {i12:5} การ ประชุม อธิษฐาน ทูต สวรรค์ ได้ ปล่อย เปโตรจากคุก {12:5} เพราะ ฉะนั้น เปโตร จึง ถูก จำ ไว้ ใน คุก แต่ว่า คริสตจักร ได้ อธิษฐาน ต่อ พระเจ้า เพื่อ เปโตร โดย ไม่ หยุด {12:6} ใน คืน วัน นั้น เอง ครั้น เฮ โร ดจะพาเป โต รอ อก มา เปโตร นอน หลับ อยู่ ระหว่าง ทหาร สอง คน มี โซ่ สอง เส้น ล่าม ไว้ และ คน ยาม เฝ้า อยู่ หน้า ประตู คุก {12:7} ดู เถิด มี ทูต สวรรค์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ปรากฏ และ มี แสง สว่าง ส่อง เข้า มา ใน คุก ทูต องค์ นั้น จึง กระตุ้น เปโตร ที่ สีข้าง ให้ ตื่น ขึ้น แล้ว ว่า “ จง ลุก ขึ้น เร็วๆ” โซ่ นั้น ก็ หลุด ตก จาก มือ ของ เปโตร {12:8} ทูต สวรรค์ องค์ นั้น จึง สั่ง เปโตรว่า “ จง คาด เอว และ สวม รองเท้า” เปโตร ก็ ทำ ตาม ทูต องค์ นั้น จึง สั่ง เปโตรว่า “ จง ห่ม ผ้า และ ตาม เรา มา เถิด” {12:9} เปโตร จึง ตาม ออก ไป และ ไม่ รู้ ว่า การ ซึ่ง ทูต สวรรค์ ทำ นั้น เป็น ความ จริง แต่ คิด ว่า ได้ เห็น นิมิต {12:10} เมื่อ ออก ไป พ้น ทหาร ยาม ชั้น ที่ หนึ่ง และ ที่ สอง แล้ว ก็ มา ถึง ประตู เหล็ก ที่ จะ เข้า ไป ใน เมือง ประตู นั้น ก็ เปิด เอง ให้ ท่าน ทั้ง สอง ท่าน จึง ออก ไป เดิน ตาม ถนน แห่ง หนึ่ง และ ใน ทันใด นั้น ทูต สวรรค์ ก็ ได้ อันตรธาน ไป จาก เปโตร {12:11} ครั้น เปโตร รู้สึก ตัว แล้ว จึง ว่า “ เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้า รู้ แน่ ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง ใช้ ทูต สวรรค์ ของ พระองค์ มา ช่วย ข้าพเจ้า ให้ พ้น จาก พระ หัตถ์ ของ เฮ โร ด และ พ้น จาก การ มุ่ง ร้าย ของ พวก ยิว” {12:12} เมื่อ เปโตร คิด อย่าง นั้น แล้ว ก็ มา ถึง บ้าน ของ มา รีย์ มารดา ของ ยอห์น ผู้ มี ชื่อ อีก ว่า มา ระ โก ที่ นั่น มี หลาย คน ได้ ประชุม อธิษฐาน กัน อยู่ {12:13} พอ เปโตร เคาะ ประตู รั้ว มี หญิง สาว คน หนึ่ง ชื่อ โร ดา มา ฟัง {12:14} เมื่อ จำ ได้ ว่า เป็น เสียง ของ เปโตร เพราะ ความ ยินดี ก็ ยัง ไม่ เปิด ประตู แต่ วิ่ง เข้า ไป บอก ว่า เปโตร ยืน อยู่ หน้า ประตู {12:15} คน ทั้งหลาย จึง พูด กับ หญิง นั้น ว่า “ เจ้า เป็น บ้า” แต่ หญิง คน นั้น ยืนยัน ว่า เป็น อย่าง นั้น จริง เขา ทั้งหลาย จึง ว่า “ เป็น ทูต สวรรค์ ประจำ ตัว เปโตร” {12:16} ฝ่าย เปโตร ยัง ยืน เคาะ ประตู อยู่ เมื่อ เขา เปิด ประตู เห็น ท่าน ก็ อัศจรรย์ ใจ {12:17} แต่ เปโตร โบก มือ ให้ เขา นิ่ง และ เล่า ให้ เขา ฟัง ถึง เรื่อง ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง พา ท่าน ออก จาก คุก อย่างไร แล้ว ท่าน สั่ง ว่า “ จง ไป บอก เรื่อง นี้ แก่ ยาก อบ กับ พวก พี่น้อง ให้ ทราบ” เปโตร จึง ออก ไป เสีย ที่ อื่น {12:18} แล้ว ครั้น รุ่งเช้า พวก ทหาร ก็ ขวัญ หนี ดีฝ่อ มิ ใช่ น้อย เปโตร หาย ไป ไหน หนอ {12:19} เมื่อ เฮ โร ดหาตัวเปโตรไม่พบ จึง ไต่สวน พวก ทหาร ยาม และ รับสั่ง ให้ ฆ่า เสีย ฝ่าย เฮ โร ด ก็ ออก จาก แคว้น ยู เดีย ลง ไป พัก อยู่ ที่ เมือง ซี ซา รี ยา {i12:20} กษัตริย์ เฮ โร ด สิ้น พระ ชนม์ {12:20} ฝ่าย เฮ โร ดก ริ้ว ชาว เมือง ไท ระ และ เมือง ไซ ดอน แต่ ชาว เมือง นั้น ได้ พา กัน มา หา ท่าน เมื่อ ได้ เอาใจ บลัสทัส กรมวัง ของ กษัตริย์ แล้ว จึง ได้ ขอ กลับ เป็น ไมตรี กัน อีก เพราะ ว่า เมือง ของ เขา ต้อง อาศัย อาหาร เลี้ยงชีพ จาก แผ่นดิน ของ กษัตริย์ นั้น {12:21} เมื่อ ถึง วัน นัด เฮ โร ด ทรงเครื่อง กษัตริย์ เสด็จ ประทับ บน ราชบัลลังก์ แล้ว มี พระ ราช ดำรัส แก่ เขา {12:22} คน ทั้งหลาย จึง ร้อง ขึ้น ว่า “ เป็น พระ สุรเสียง ของ พระ มิ ใช่ เสียง มนุษย์” {12:23} ใน ทันใด นั้น ทูต สวรรค์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ให้ ท่าน เกิด โรค ร้าย เพราะ ท่าน มิ ได้ ถวาย เกียรติยศ แด่ พระเจ้า แล้ว ก็ มี ตัว หนอน กัด กิน ร่างกาย ของ ท่าน จน ถึง แก่ พิราลัย {12:24} แต่ พระ วจนะ ของ พระเจ้า ก็ ยัง แผ่ เจริญ มาก ขึ้น {12:25} ฝ่าย บา ร นา บัส กับ เซา โล เมื่อ ได้ ทำ ภารกิจ ที่ รับ มอบหมาย สำเร็จ แล้ว จึง จาก กรุง เยรูซาเล็ม กลับ ไป พา ยอห์น ผู้ มี ชื่อ อีก ว่า มา ระ โก ไป ด้วย {i13:1} พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ทรง เรียก เซา โลกับบารนาบัส {13:1} คราว นั้น ใน คริสตจักร ที่ อยู่ ใน เมือง อัน ทิโอก มี บาง คน ที่ เป็น ผู้ พยากรณ์ และ อาจารย์ มี บา รนาบัส สิ เม โอน ที่ เรียก ว่า นิ เกอร์ กับ ลูสิอัส ชาว เมือง ไซ รี น มา นา เอน ผู้ ได้ รับ การ เลี้ยงดู เติบ โต ขึ้น ด้วย กัน กับ เฮ โร ดเจ้าเมือง และ เซา โล {13:2} เมื่อ คน เหล่า นั้น กำลัง รับใช้ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ถือ อด อาหาร อยู่ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ได้ ตรัส สั่ง ว่า “ จง ตั้ง บา ร นา บัส กับ เซา โล ไว้ สำหรับ การ ซึ่ง เรา เรียก ให้ เขา ทำ นั้น” {13:3} เมื่อ ถือ อด อาหาร และ อธิษฐาน และ วางมือ บน บา ร นา บัส กับ เซา โลแล้ว เขา ก็ ใช้ ท่าน ไป {13:4} เหตุ ฉะนั้น ท่าน ทั้ง สอง ที่ ได้ รับใช้ จาก พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ จึง ลง ไป เมือง เซ ลูเคีย และ ได้ แล่น เรือ จาก ที่ นั่น ไป ยัง เกาะ ไซปรัส {13:5} ครั้น มา ถึง เมือง ซา ลา มิส ท่าน ได้ ประกาศ พระ วจนะ ของ พระเจ้า ใน ธรรม ศาลา ของ พวก ยิว ยอห์น ก็ อยู่ ช่วย ด้วย {i13:6} เอ ลี มาส โต้เถียง กับ เปาโล และ ได้ กลาย เป็น คน ตาบ อด ไป {13:6} เมื่อ ได้ เดิน ตลอด เกาะ นั้น ไป ถึง เมือง ปา โฟสแล้ว ก็ ได้ พบ คน หนึ่ง เป็น คน ทำ เวทมนตร์ เป็น ผู้ ทำนาย เท็จ เป็น พวก ยิว ชื่อ ว่า บา รเยซู {13:7} อยู่ กับ ผู้ ว่า ราชการ เมือง ชื่อ เสอร์จีอัสเปาโล เป็น คน ฉลาด รอบรู้ ผู้ ว่า ราชการ เมือง จึง เชิญ บา ร นา บัส กับ เซา โลมา ปรารถนา จะ ฟัง พระ วจนะ ของ พระเจ้า {13:8} แต่ เอ ลี มาส คน ทำ เวทมนตร์ (เพราะ ชื่อ ของ เขา มี ความหมาย อย่าง นั้น) ได้ คัดค้าน ขัด ขวาง บา ร นา บัส กับ เซา โล หวัง จะ ไม่ ให้ ผู้ ว่า ราชการ เมือง เชื่อ {13:9} แต่ เซา โล (ที่ มี ชื่อ อีก ว่า เปาโล) ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ เขม้น ดู เอ ลี มาส {13:10} และ พูด ว่า “ โอ เจ้า เป็น คน เต็ม ไป ด้วย อุบาย และ ใจ ร้าย ทุก อย่าง ลูก ของ พญา มาร เป็น ศัตรู ต่อ บรรดา ความ ชอบธรรม เจ้า จะ ไม่ หยุด พยายาม ทำ ทาง ตรง ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ให้ เขว ไป หรือ {13:11} ดู เถิด บัดนี้ พระ หัตถ์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ก็ อยู่ บน เจ้า เจ้า จะ เป็น คน ตาบ อด ไม่ เห็น ดวง อาทิตย์ จน ถึง เวลา กำหนด” ทันใด นั้น ความ มืดมัว ก็ บังเกิด แก่ เอ ลี มาส เอ ลี มาส จึง คลำ หา คน ให้ จูง มือ ไป {13:12} ครั้น ผู้ ว่า ราชการ เมือง ได้ เห็น เหตุการณ์ ที่ เกิด ขึ้น นั้น จึง เชื่อถือ และ อัศจรรย์ ใจ ด้วย พระ ดำรัส สอน ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {13:13} แล้ว เปาโล กับ พวก ของ ท่าน ก็ แล่น เรือ ออก จาก เมือง ปา โฟส ไป ยัง เมือง เปอร์ กา ใน แคว้น ปัมฟีเลีย ยอห์น ได้ ละ พวก นั้น ไว้ แล้ว กลับ มา ยัง กรุง เยรูซาเล็ม {i13:14} เปาโล เทศนา ที่ เมือง อัน ทิ โอก ใน แคว้น ปิสิเดีย {13:14} แต่ พวก นั้น เดินทาง ต่อ ไป จาก เมือง เปอร์ กา ถึง เมือง อัน ทิ โอก ใน แคว้น ปิสิเดีย แล้ว ได้ เข้า ไป นั่ง ลง ใน ธรรม ศาลา ใน วัน สะ บา โต {13:15} เมื่อ อ่าน พระ ราช บัญญัติ กับ คำ ของ ศาสดา พยากรณ์ แล้ว บรรดา นาย ธรรม ศาลา จึง ใช้ คน ไป บอก เปาโล กับ บา ร นา บัส ว่า “ ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย ถ้า ท่าน มี คำ กล่าว เตือน สติ แก่ คน ทั้งปวง ก็ เชิญ กล่าว เถิด” {13:16} ฝ่าย เปาโล จึง ยืน ขึ้น โบก มือ แล้ว กล่าว ว่า “ ท่าน ที่ เป็น ชน ชาติ อิสราเอล และ ท่าน ทั้งหลาย ที่ เกรงกลัว พระเจ้า จง ฟัง เถิด {13:17} พระเจ้า ของ ชน ชาติ อิสราเอล นี้ ได้ ทรง เลือก บรรพบุรุษ ของ เรา ไว้ และ ได้ ให้ เขา เจริญ ขึ้น ครั้ง เมื่อ ยัง เป็น คน ต่าง ด้าว ใน ประเทศ อียิปต์ และ ได้ ทรง นำ เขา ออก จาก ประเทศ นั้น ด้วย พระ กร อัน ทรง ฤทธิ์ {13:18} พระองค์ ได้ ทรง อดทน ต่อ ความ ประพฤติ ของ เขา ใน ถิ่น ทุรกันดาร ประมาณ สี่ สิบ ปี {13:19} เมื่อ พระองค์ ได้ ทรง ล้างผลาญ ชน เจ็ด ชาติ ออก เสีย จาก แผ่นดิน คา นา อัน แล้ว พระองค์ ก็ ทรง แบ่ง แผ่นดิน ของ ชน ชาติ เหล่า นั้น ให้ เขา โดย การ จับ สลาก {13:20} ภายหลัง พระองค์ ทรง ประทาน พวก ผู้ วินิจฉัย แก่ เขา เป็น เวลา ประมาณ สี่ ร้อย ห้า สิบ ปี จน ถึง ซา มูเอลศาสดาพยากรณ์ {13:21} คราว นั้น เขา ทั้งหลาย ได้ ขอ ให้ มี กษัตริย์ พระเจ้า จึง ได้ ทรง ประทาน ซา อู ลบุตรชายคีช จาก ตระกูล เบน ยา มิ น ให้ เป็น กษัตริย์ ครบ สี่ สิบ ปี {13:22} ครั้น ถอด ซา อู ล แล้ว พระองค์ ได้ ทรง ตั้ง ดา วิด ขึ้น เป็น กษัตริย์ ของ เขา และ ทรง เป็น พยาน กล่าว ถึง ดา วิด ว่า ‘ เรา ได้ พบ ดา วิด บุตร ชาย ของ เจ ส ซี เป็น คน ที่ เรา ชอบใจ เป็น ผู้ ที่ จะ ทำให้ ความ ประสงค์ ของ เรา สำเร็จ ทุก ประการ’ {13:23} จาก เชื้อสาย ของ ดา วิด พระเจ้า ได้ ทรง โปรด ให้ ผู้ ช่วย ให้ รอด คือ พระ เยซู เกิด ขึ้น แก่ ชาติ อิสราเอล ตาม พระ สัญญา ของ พระองค์ {13:24} ก่อน ที่ พระองค์ เสด็จ มา ยอห์น ได้ ประกาศ บัพ ติ ศ มา อัน สำแดง การ กลับ ใจ ใหม่ ให้ แก่ บรรดา ชน ชาติ อิสราเอล {13:25} เวลา ที่ ยอห์น ทำ การ ตาม หน้าที่ ของ ตน เกือบ จะ สำเร็จ ท่าน จึง ถาม ว่า ‘ ท่าน ทั้งหลาย คิด เห็น ว่า ข้าพเจ้า คือ ผู้ ใด ข้าพเจ้า เป็น พระองค์ นั้น หา มิ ได้ แต่ ดู เถิด จะ มี พระองค์ ผู้ หนึ่ง มา ภายหลัง ข้าพเจ้า ซึ่ง ข้าพเจ้า ไม่ คู่ควร จะ แก้ สาย รัด ฉลอง พระ บาท ของ พระองค์’ {13:26} ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย ผู้ สืบ เชื้อสาย ของ อับราฮัม และ ผู้ ใด ใน พวก ท่าน ซึ่ง เกรงกลัว พระเจ้า ข่าว เรื่อง ความ รอด นี้ ได้ ทรง ประทาน มา ถึง ท่าน ทั้งหลาย แล้ว {13:27} ฝ่าย ชาว กรุง เยรูซาเล็ม กับ พวก ขุนนาง มิ ได้ รู้จัก พระองค์ หรือ เข้าใจ คำ ของ ศาสดา พยากรณ์ ทั้งหลาย ซึ่ง เคย อ่าน กัน ทุก วัน สะ บา โต จึง ทำให้ สำเร็จ ตาม คำ เหล่า นั้น โดย พิพากษา ลงโทษ พระองค์ {13:28} ถึง แม้ ว่า มิ ได้ พบ ความ ผิด ประการ ใด ใน พระองค์ ที่ ควร จะ ให้ ตาย พวก เขา ยัง ขอ ปี ลา ต ให้ ปลง พระ ชนม์ พระองค์ เสีย {13:29} ครั้น ทำ จน สำเร็จ ทุก อย่าง ตาม ซึ่ง มี เขียน ไว้ แล้ว ว่าด้วย พระองค์ เขา จึง เชิญ พระ ศพ ของ พระองค์ ลง จาก ต้นไม้ ไป ประดิษฐาน ไว้ ใน อุโมงค์ {13:30} แต่ พระเจ้า ได้ ทรง ให้ พระองค์ คืน พระ ชนม์ {13:31} พระองค์ ทรง ปรากฏ แก่ คน ทั้งหลาย ที่ ตาม พระองค์ จาก แคว้น กา ลิ ลี ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม เป็น หลาย วัน บัดนี้ คน เหล่า นั้น เป็น พยาน ข้าง พระองค์ แก่ คน ทั้งหลาย {13:32} เรา นำ ข่าว ประเสริฐ นี้ มา แจ้ง แก่ ท่าน ทั้งหลาย ว่า พระ สัญญา ซึ่ง ทรง ประทาน แก่ บรรพบุรุษ ของ เรา {13:33} พระเจ้า ได้ ทรง ให้ สำเร็จ ตาม นั้น แก่ เรา ผู้ เป็น ลูกหลาน ของ คน เหล่า นั้น คือ ใน การ ที่ พระองค์ ทรง ให้ พระ เยซู กลับ คืน พระ ชนม์ เหมือน มี คำ เขียน ไว้ ใน หนังสือ สดุดี บท ที่ สอง ว่า ‘ ท่าน เป็น บุตร ของ เรา วัน นี้ เรา ได้ ให้ กำเนิด แก่ ท่าน แล้ว’ {13:34} ส่วน ข้อ ที่ พระเจ้า ได้ ทรง ให้ พระองค์ คืน พระ ชนม์ มิ ให้ กลับ เปื่อย เน่า อีก เลย พระองค์ จึง ตรัส อย่าง นี้ ว่า ‘ เรา จะ ให้ ความ เมตตา อัน แน่นอน ของ เรา ซึ่ง ได้ สัญญา ไว้ กับ ดา วิด ให้ แก่ ท่าน’ {13:35} เพราะ พระองค์ ตรัส ไว้ ใน สดุดี อื่น ว่า ‘ พระองค์ จะ ไม่ ทรง ให้ องค์ บริสุทธิ์ ของ พระองค์ เปื่อย เน่า ไป’ {13:36} ฝ่าย ดา วิด เมื่อ ได้ ปฏิบัติ ใน คราว อายุ ของ ท่าน ตาม พระทัย ของ พระเจ้า และ ได้ ล่วง หลับ ไป แล้ว และ ต้อง ฝัง ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ ท่าน ก็ เปื่อย เน่า ไป {13:37} แต่ พระองค์ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง ให้ เป็น ขึ้น มา นั้น มิ ได้ ประสบ ความ เปื่อย เน่า เลย {13:38} เหตุ ฉะนั้น ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย จง เข้าใจ เถิด ว่า โดย พระองค์ นั้น แหละ จึง ได้ ประกาศ การ ยก ความ ผิด แก่ ท่าน ทั้งหลาย {13:39} และ โดย พระองค์ นั้น ทุก คน ที่ เชื่อ จะ พ้น โทษ ได้ ทุก อย่าง ซึ่ง จะ พ้น ไม่ ได้ โดย พระ ราช บัญญัติ ของ โมเสส {13:40} เหตุ ฉะนั้น จง ระวัง ให้ ดี เกลือก ว่า คำ ซึ่ง พวก ศาสดา พยากรณ์ ได้ กล่าว ไว้ นั้น จะ ได้แก่ ท่าน ทั้งหลาย คือ ว่า {13:41} ‘ ดู ก่อน ให้ เจ้า ทั้งหลาย ผู้ ประมาท หมิ่น ประหลาด ใจ และ ถึง พินาศ ด้วย ว่า เรา กระทำ การ ใน กาล สมัย ของ เจ้า เป็น การ ที่ แม้ แต่ มี ผู้ มาบ อก แล้ว เจ้า ก็ จะ ไม่ เชื่อ เลย’” {13:42} เมื่อ พวก ยิว ได้ ออก ไป จาก ธรรม ศาลา แล้ว พวก คน ต่าง ชาติ ก็ อ้อนวอน ให้ ประกาศ คำ เหล่า นั้น ให้ เขา ฟัง ใน วัน สะ บา โต หน้า {13:43} ครั้น คน ที่ ประชุม กัน นั้น ต่าง คน ต่าง ไป จาก ธรรม ศาลา แล้ว พวก ยิว หลาย คน กับ คน เข้า จารีต ที่ เกรงกลัว พระเจ้า ได้ ตาม เปาโล และ บา ร นา บัส ไป ท่าน ทั้ง สอง จึง พูด กับ เขา ชวน ให้ เขา ตั้ง มั่นคง อยู่ ใน พระคุณ ของ พระเจ้า {i13:44} พวก ยิว ไม่ พอใจ ที่ เปาโล เทศนา แก่ คน ต่าง ชาติ {13:44} ครั้น ถึง วัน สะ บา โต หน้า คน เกือบ สิ้น ทั้ง เมือง ได้ ประชุม กัน ฟัง พระ วจนะ ของ พระเจ้า {13:45} แต่ เมื่อ พวก ยิว เห็น คน มากมาย ก็ มี ใจ อิจฉา อย่าง ยิ่ง ได้ พูด คัดค้าน คำ ของ เปาโล ถึง โต้แย้ง กับ พูด คำ สบประมาท {13:46} แล้ว เปาโล กับ บา ร นา บัส มี ใจ กล้า ได้ กล่าว ว่า “ จำเป็น ที่ จะ ต้อง กล่าว พระ วจนะ ของ พระเจ้า ให้ ท่าน ทั้งหลาย ฟัง ก่อน แต่ เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย ปัด เสีย และ ตัดสิน ว่า ตน ไม่ สมควร ที่ จะ ได้ ชีวิต นิรันดร์ ดู เถิด พวก เรา จะ บ่ายหน้า ไป หา คน ต่าง ชาติ {13:47} ด้วย องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส สั่ง เรา อย่าง นี้ ว่า ‘ เรา ได้ ตั้ง เจ้า ไว้ ให้ เป็น ความ สว่าง ของ คน ต่าง ชาติ เพื่อ เจ้า จะ เป็น เหตุ ให้ คน ทั้งหลาย รอด ถึง ที่สุด ปลาย แผ่นดิน โลก’” {13:48} ฝ่าย คน ต่าง ชาติ เมื่อ ได้ยิน อย่าง นั้น ก็ มี ความ ยินดี และ ได้ สรรเสริญ พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ คน ทั้งหลาย ที่ ทรง หมาย ไว้ แล้ว เพื่อ ให้ ได้ ชีวิต นิรันดร์ ก็ ได้ เชื่อถือ {13:49} พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง แพร่ ไป ตลอด ทั่ว เขต แดน นั้น {i13:50} ฝ่าย ตรง ข้าม ได้ ขับ ไล่ เปาโล และ บา ร นา บัส ไป เสีย {13:50} แต่ พวก ยิว ได้ ยุยง พวก สตรี มี ศักดิ์ ที่ ถือ พระเจ้า กับ ทั้ง ผู้ชาย ที่ เป็น ใหญ่ ใน เมือง นั้น ให้ เคี่ยวเข็ญ และ ไล่ เปาโล กับ บา ร นา บัส ออก จาก เมือง ของ เขา {13:51} ฝ่าย เปาโล กับ บา ร นา บัส จึง สะบัด ผง คลี ดิน จาก เท้า ของ ท่าน ออก เพื่อ ต่อว่า พวก เขา แล้ว ก็ ไป ยัง เขต เมือง อิโคนียูม {13:52} แต่ พวก สาวก ก็ เต็ม ไป ด้วย ความ ชื่นชม ยินดี และ ด้วย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ {i14:1} เปาโล ที่ เมือง อิโคนียูม เมือง ลิ สตรา และ เมือง เดอร์บี {14:1} ต่อ มา ที่ เมือง อิโคนียูม เปาโล กับ บา ร นา บัส ได้ เข้า ไป ใน ธรรม ศาลา ของ พวก ยิว กล่าว สั่งสอน เป็น ที่ จับ ใจ จน พวก ยิว และ ชน ชาติ กรีก เป็น อัน มาก ได้ เชื่อถือ {14:2} แต่ พวก ยิว ที่ ไม่ เชื่อ ก็ ยุยง คน ต่าง ชาติ ให้ มี ใจ คิด ร้าย ต่อ พวก พี่น้อง {14:3} เหตุ ฉะนั้น ฝ่าย ท่าน ทั้ง สอง คอย อยู่ ที่ นั่น นาน มี ใจ กล้า กล่าว ใน พระ นาม ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ พระองค์ ได้ ทรง รับรอง พระ ดำรัส แห่ง พระคุณ ของ พระองค์ โดย ทรง โปรด ให้ ท่าน ทั้ง สอง ทำ หมาย สำคัญ และ การ มหัศจรรย์ ได้ {14:4} แต่ พลเมือง ส่วน ใหญ่ แตก เป็น สอง พวก พวก หนึ่ง อยู่ ฝ่าย พวก ยิว และ อีก พวก หนึ่ง อยู่ ฝ่าย อัครสาวก {14:5} เมื่อ ทั้งคน ต่าง ชาติ และ พวก ยิว พร้อม กับ พวก ผู้ปกครอง ได้ ร่วม คิด กัน จะ ทำ การ อัปยศ และ เอา ก้อน หิน ขว้าง เปาโล กับ บา รนาบัส {14:6} ท่าน ทั้ง สอง ทราบ แล้ว จึง หนี ไป ยัง เมือง ที่ อยู่ ใน แคว้น ลิ คา โอ เนีย คือ เมือง ลิ สตรา เมือง เดอร์บี กับ ชนบท ที่ อยู่ ล้อม รอบ {14:7} และ ได้ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ที่ นั่น {i14:8} ชาย พิการ ได้ รับ การ รักษา จน หาย {14:8} ที่ เมือง ลิ ส ตรา มี ชาย คน หนึ่ง นั่ง อยู่ ใช้ เท้า ไม่ ได้ เขา พิการ ตั้งแต่ ครรภ์ มารดา ยัง ไม่ เคย เดิน เลย {14:9} คน นั้น ได้ ฟัง เปาโล พูด อยู่ เปาโล จึง เขม้น ดู เขา เห็น ว่า มี ความ เชื่อ พอ จะ หาย โรค ได้ {14:10} จึง ร้อง สั่ง ด้วย เสียง อัน ดัง ว่า “ จง ลุก ขึ้น ยืน ตรง” คน นั้น ก็ กระโดด ขึ้น เดิน ไป {14:11} เมื่อ หมู่ ชน เห็น การ ซึ่ง เปาโล ได้ กระทำ นั้น จึง พา กัน ร้อง เป็น ภาษา ลิ คา โอ เนียว่า “ พวก พระ แปลง เป็น มนุษย์ ลง มา หา เรา แล้ว” {14:12} เขา จึง เรียก บา ร นา บัส ว่า พระ ซุส และ เรียก เปาโล ว่า พระ เฮอร์เมส เพราะ เปาโล เป็น ผู้นำ ใน การ พูด {14:13} ปุโรหิต ประจำ รูป พระ ซุส ซึ่ง ตั้ง อยู่ หน้า เมือง ได้ จูง วัว และ ถือ พวงมาลัย มา ยัง ประตู เมือง หมาย จะ ถวาย เครื่องบูชา ด้วย กัน กับ ประชาชน {14:14} แต่ เมื่อ อัครสาวก บา ร นา บัส กับ เปาโล ได้ยิน ดังนั้น จึง ฉีก เสื้อ ผ้า ของ ตน เสีย วิ่ง เข้า ไป ท่ามกลาง คน ทั้งหลาย ร้อง เสียง ดัง {14:15} ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย เหตุ ไฉน ท่าน จึง ทำ การ อย่าง นี้ เรา เป็น คน ธรรมดา เช่น เดียวกัน กับ ท่าน ทั้งหลาย และ มา ประกาศ ให้ท่า นก ลับ จาก สิ่ง ไร้ ประโยชน์ เหล่า นี้ ให้ มา หา พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ ผู้ ได้ ทรง สร้าง ฟ้า สวรรค์ และ แผ่นดิน โลก ทะเล และ สิ่ง สารพัด ซึ่ง มี อยู่ ใน ที่ เหล่า นั้น {14:16} ใน กาล ก่อน พระองค์ ได้ ทรง ยอม ให้ บรรดา ประชาชาติ ดำเนิน ชีวิต ตาม ชอบใจ {14:17} แต่ พระองค์ มิ ได้ ทรง ให้ ขาด พยาน คือ พระองค์ ได้ ทรง กระทำ คุณ ให้ ฝน ตก จาก ฟ้า และ ให้ มี ฤดู เกิด ผล เรา ทั้งหลาย จึง อิ่ม ใจ ด้วย อาหาร และ ความ ยินดี” {14:18} ถึง แม้ ว่า ได้ กล่าว สิ่ง นี้ แล้ว ก็ ดี อัครสาวก ก็ ยัง ห้าม ประชาชน มิ ให้ เขา กระทำ สักการ บูชา ถวาย แก่ ท่าน ทั้ง สอง นั้น ได้ โดย ยาก {i14:19} เปาโล ถูก ขว้าง ด้วย หิน แต่ ได้ ฟื้น ขึ้น และ ไป ที่ เมือง เดอร์บี {14:19} แต่ มี พวก ยิว บาง คน มา จาก เมือง อัน ทิ โอก และ เมือง อิโคนียูม เมื่อ ได้ ชักชวน ประชาชน แล้ว เขา ก็ ได้ เอา หิน ขว้าง เปาโล และ ลาก ท่าน ออก ไป จาก เมือง คิด ว่า ท่าน ตาย แล้ว {14:20} แต่ พวก สาวก ได้ ล้อม ท่าน ไว้ แล้ว ท่าน ก็ ลุก ขึ้น เข้า ไป ใน เมือง วัน รุ่งขึ้น ท่าน จึง เลย ไป ยัง เมือง เดอร์ บี กับ บา รนาบัส {14:21} และ เมื่อ ท่าน ทั้ง สอง ได้ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ใน เมือง นั้น และ ได้ สั่งสอน คน เป็น อัน มาก จึง กลับ ไป ยัง เมือง ลิ สตรา เมือง อิโคนียูม และ เมือง อัน ทิโอกอีก {14:22} กระทำ ให้ ใจ ของ สาวก ทั้งหลาย ถือ มั่น ขึ้น เตือน เขา ให้ ดำรง อยู่ ใน ความ เชื่อ และ สอน ว่า เรา ทั้งหลาย จำ ต้อง ทน ความ ยาก ลำบาก มาก จน กว่า จะ ได้ เข้า ใน อาณาจักร ของ พระเจ้า {i14:23} เปาโล กลับ ไป เมือง อัน ทิโอก {14:23} เมื่อ ท่าน ทั้ง สอง ได้ เลือกตั้ง ผู้ปกครอง สาวก ไว้ ทุก คริสตจักร และ ได้ อธิษฐาน และ ถือ อด อาหาร ฝาก สาวก ไว้ กับ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ที่ เขา เชื่อถือ นั้น {14:24} และ หลัง จาก ท่าน ทั้ง สอง ได้ ข้าม แคว้น ปิสิเดีย ก็ มา ยัง แคว้น ปัมฟีเลีย {14:25} เมื่อ ได้ กล่าว พระ วจนะ ใน เมือง เปอร์ กา แล้ว จึง ลง ไป ยัง เมือง อัททา ลิ ยา {14:26} และ แล่น จาก ที่ นั่น ไป ยัง เมือง อัน ทิโอก คือ เมือง ที่ ท่าน ทั้ง สอง ได้ รับ การ ฝาก ไว้ ใน พระคุณ ของ พระเจ้า ให้ กระทำ การ ซึ่ง ท่าน ทั้ง สอง ได้ กระทำ สำเร็จ มา แล้ว นั้น {14:27} เมื่อ มา ถึง ท่าน ทั้ง สอง ได้ เรียก ประชุม คริสตจักร และ ได้ เล่า ให้ เขา ฟัง ถึง พระ ราชกิจ ทั้งปวง ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ ร่วม กับ เขา กับ ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง เปิด ประตู ให้ คน ต่าง ชาติ เชื่อ {14:28} แล้ว ท่าน ทั้ง สอง จึง อยู่ กับ พวก สาวก ที่ นั่น ช้านาน {i15:1} การ ประชุม ปรึกษา กัน ที่ กรุง เยรูซาเล็ม เกี่ยว กับ การ เข้า สุหนัต {15:1} มี บาง คน ลง มา จาก แคว้น ยู เดีย ได้ สั่งสอน พวก พี่น้อง ว่า “ ถ้า ไม่ เข้า สุหนัต ตาม จารีต ของ โมเสส ท่าน จะ รอด ไม่ ได้” {15:2} เหตุ ฉะนั้น เมื่อ เกิด การ โต้แย้ง และ ไล่เลียง กัน ระหว่าง เปาโล และ บา ร นา บัส กับ คน เหล่า นั้น มากมาย แล้ว เขา ทั้งหลาย ได้ ตั้ง เปาโล และ บา ร นา บัส กับ คน อื่นๆ ใน พวก นั้น ให้ ขึ้น ไป หารือ กับ อัครสาวก และ ผู้ปกครอง ใน กรุง เยรูซาเล็ม ใน เรื่อง ที่ เถียง กัน นั้น {15:3} คริสตจักร ได้ จัด ส่ง ท่าน เหล่า นั้น ไป และ ขณะ เมื่อ ท่าน กำลัง ข้าม แคว้น ฟีนิเซีย กับ แคว้น สะ มา เรีย ท่าน ได้ กล่าว ถึง เรื่อง ที่ คน ต่าง ชาติ ได้ กลับ ใจ ใหม่ ทำให้ พวก พี่น้อง มี ความ ยินดี อย่าง ยิ่ง {15:4} ครั้น มา ถึง กรุง เยรูซาเล็ม คริสตจักร และ อัครสาวก และ ผู้ปกครอง ทั้งหลาย ได้ ต้อนรับ ท่าน แล้ว ท่าน เหล่า นั้น จึง เล่า ให้ เขา ฟัง ถึง เหตุการณ์ ทั้งปวง ที่ พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ ร่วม กับ เขา {15:5} แต่ มี บาง คน ใน พวก ฟา ริ สี ที่ มี ความ เชื่อ ได้ ยืน ขึ้น กล่าว ว่า คน ต่าง ชาติ นั้น ควร ต้อง ให้ เขา เข้า สุหนัต และ สั่ง ให้ เขา ถือ ตาม พระ ราช บัญญัติ ของ โมเสส {15:6} ฝ่าย อัครสาวก กับ ผู้ปกครอง ทั้งหลาย จึง ได้ ประชุม ปรึกษา กัน ใน เรื่อง นั้น {i15:7} ผล ประชุม เกี่ยว กับ ความ รอด ของ คน ต่าง ชาติ {15:7} เมื่อ โต้แย้ง กัน มาก แล้ว เปโตร จึง ยืน ขึ้น กล่าว แก่ เขา ว่า “ ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย ท่าน ทั้งหลาย ทราบ อยู่ ว่า คราว ก่อน นั้น พระเจ้า ได้ ทรง เลือก ข้าพเจ้า เอง จาก พวก ท่าน ทั้งหลาย ให้ เป็น ผู้ ประกาศ พระ วจนะ แห่ง ข่าว ประเสริฐ ให้ คน ต่าง ชาติ ฟัง และ เชื่อ {15:8} พระเจ้า ผู้ ทรง ทราบ จิตใจ มนุษย์ ได้ ทรง รับรอง คน ต่าง ชาติ และ ทรง ประทาน พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ แก่ เขา เหมือน ได้ ทรง ประทาน แก่ พวก เรา {15:9} พระองค์ ไม่ ทรง ถือ ว่า เรา กับ เขา ต่าง กัน แต่ ทรง ชำระ ใจ เขา ให้ บริสุทธิ์ โดย ความ เชื่อ {15:10} ถ้า อย่าง นั้น ทำไม บัดนี้ ท่าน ทั้งหลาย จึง ทดลอง พระเจ้า โดย วาง แอก บน คอ ของ พวก สาวก ซึ่ง บรรพบุรุษ ของ เรา หรือ ตัว เรา เอง ก็ ดี แบก ไม่ ไหว {15:11} แต่ เรา เชื่อ ว่า เรา เอง ก็ รอด โดย พระคุณ ของ พระ เยซู คริสต์ เจ้า เหมือน อย่าง เขา” {15:12} ฝ่าย คน ทั้งหลาย ก็ นิ่ง ฟัง บา ร นา บัส กับ เปาโล เล่า เรื่อง การ อัศจรรย์ และ การ มหัศจรรย์ ต่างๆ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ โดย เขา ใน หมู่ พวก ต่าง ชาติ {i15:13} ยาก อบ ประกาศ ว่า ไม่ จำเป็น ต้อง เข้า สุหนัต {15:13} ครั้น จบ แล้ว และ นิ่ง อยู่ ยาก อบ จึง กล่าว ว่า “ ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย จง ฟัง ข้าพเจ้า {15:14} ซี โม น ได้ บอก แล้ว ว่า พระเจ้า ได้ ทรง เยี่ยมเยียน คน ต่าง ชาติ ครั้ง แรก เพื่อ จะ ทรง เลือก ชนก ลุ่ม หนึ่ง ออก จาก เขา ทั้งหลาย เพื่อ พระ นาม ของ พระองค์ {15:15} คำ ของ ศาสดา พยากรณ์ ก็ สอดคล้อง กับ เรื่อง นี้ ดัง ที่ ได้ เขียน ไว้ แล้ว ว่า {15:16} ‘ ภายหลัง เรา จะ กลับ มา และ จะ สร้าง พลับพลา ของ ดา วิด ซึ่ง พัง ลง แล้ว ขึ้น ใหม่ ที่ ร้าง หัก พัง นั้น เรา จะ ก่อ ขึ้น อีก และ จะ ตั้ง ขึ้น ใหม่ {15:17} เพื่อ คน อื่นๆ จะ ได้ แสวง หา องค์ พระผู้เป็นเจ้า คือ บรรดา คน ต่าง ชาติ ซึ่ง เขา เรียก ด้วย นาม ของ เรา องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ทรง กระทำ สิ่ง ทั้งปวง เหล่า นี้ ได้ ตรัส ไว้ {15:18} พระเจ้า ทรง ทราบ ถึง กิจการ ทั้งปวง ของ พระองค์ ตั้งแต่ แรก สร้าง โลก มา แล้ว’ {15:19} เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า ตัดสิน ใจ ว่า อย่า ให้ เรา วาง เครื่อง ขัด ขวาง กีดกัน คน ต่าง ชาติ ซึ่ง กลับ มา หา พระเจ้า {15:20} แต่ เรา จง เขียน หนังสือ ฝาก ไป ถึง เขา ว่า ให้ งดเว้น เสีย จาก สิ่ง ที่ มลทิน เนื่อง ด้วย รูป เคารพ จาก การ ล่วง ประเวณี จาก การ รับประทาน เนื้อ สัตว์ ที่ รัด คอ ตาย และ จาก การ รับประทาน เลือด {15:21} เพราะ ว่า ตั้งแต่ โบราณ มา ใน ทุก เมือง มี คน ประกาศ เรื่อง ของ โมเสส เพราะ คน ได้ อ่าน พระ ราช บัญญัติ ของ ท่าน ใน ธรรม ศาลา ทุก วัน สะ บา โต” {15:22} ขณะ นั้น อัครสาวก และ ผู้ปกครอง ทั้งหลาย กับ ทุก คน ใน คริสตจักร เห็น ชอบ ที่ จะ เลือก บาง คน ใน พวก เขา ให้ ไป ยัง เมือง อัน ทิโอก ด้วย กัน กับ เปาโล และ บา รนาบัส คือ ยู ดา ส ผู้ ที่ มี ชื่อ อีก ว่า บา รซับบาส และ สิลา ส ทั้ง สอง คน นี้ เป็น คน สำคัญ ใน พวก พี่น้อง {15:23} เขา ได้ เขียน จดหมาย มอบ ให้ ท่าน ถือ ไป ว่า “ อัครสาวก และ ผู้ปกครอง และ พวก พี่น้อง ของ ท่าน คำนับ มา ยัง ท่าน ผู้ เป็น พวก พี่น้อง ซึ่ง เป็น คน ต่าง ชาติ ซึ่ง อยู่ ใน เมือง อัน ทิโอก แคว้น ซีเรีย และ แคว้น ซิ ลี เซียทราบ {15:24} ด้วย พวก ข้าพเจ้า ได้ยิน ว่า มี บาง คน ใน พวก ข้าพเจ้า ได้ พูด ให้ ท่าน ทั้งหลาย เกิด ความ ไม่ สบายใจ และ ทำให้ ใจ ของ ท่าน ปั่นป่วน ไป ด้วย สอน ว่า ‘ ท่าน ต้อง เข้า สุหนัต และ รักษา พระ ราช บัญญัติ’ แม้ ว่า เขา มิ ได้ รับ คำ สั่ง จาก พวก ข้าพเจ้า {15:25} พวก ข้าพเจ้า จึง พร้อมใจ กัน เห็น ชอบ ที่ จะ เลือก คน และ ใช้ เขา มา ยัง ท่าน ทั้งหลาย พร้อม กับ บา ร นา บัส และ เปาโล ผู้ เป็น ที่ รัก ของ เรา {15:26} และ เป็น ผู้ อุทิศ ชีวิต ของ ตน เพื่อ พระ นาม ของ พระ เยซู คริสต์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา {15:27} เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จึง ใช้ ยู ดา ส กับ สิลา สมา เป็น ผู้ ซึ่ง จะ เล่า ข้อความ นี้ แก่ ท่าน ทั้งหลาย ด้วย ปาก ของ เขา เอง {i15:28} คำ สั่ง พิเศษ สำหรับ คน ต่าง ชาติ ที่ เชื่อ ใน พระเจ้า {15:28} เพราะ ว่า พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ และ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ก็ เห็น ชอบ ที่ จะ ไม่ วาง ภาระ บน ท่าน ทั้งหลาย เว้น ไว้ แต่ สิ่ง เหล่า นั้น ที่ จำเป็น {15:29} คือ ว่า ให้ ท่าน ทั้งหลาย งด การ รับประทาน สิ่งของ ซึ่ง เขา ได้ บูชา แก่ รูป เคารพ และ การ รับประทาน เลือด และ การ รับประทาน เนื้อ สัตว์ ซึ่ง ถูก รัด คอ ตาย และ การ ล่วง ประเวณี ถ้า ท่าน ทั้งหลาย งด การ เหล่า นี้ ก็ จะ เป็น การ ดี ขอ ให้ อยู่ เป็น สุข เถิด” {15:30} เมื่อ ลา จาก กัน แล้ว ท่าน เหล่า นั้น ก็ ไป ยัง เมือง อัน ทิโอก และ เมื่อ ได้ เรียก คน ทั้งปวง ประชุม กัน แล้ว จึง มอบ จดหมาย ฉบับ นั้น ให้ {15:31} ครั้น อ่าน แล้ว ต่าง ก็ มี ความ ชื่นชม ยินดี ใน คำ หนุน ใจ นั้น {15:32} ฝ่าย ยู ดา ส กับ สิลา ส เป็น ผู้ พยากรณ์ ด้วย จึง ได้ กล่าว หนุน ใจ พวก พี่น้อง หลาย ประการ ให้ มี กำลัง ขึ้น {15:33} ครั้น พัก อยู่ ที่ นั่น หน่อย หนึ่ง แล้ว ก็ ลา จาก พวก พี่น้อง ไป ถึง อัครสาวก โดย สันติภาพ {15:34} ฝ่าย สิลา ส เห็น ชอบ ที่ จะ อยู่ ต่อ ไป ที่ นั่น {15:35} แต่ เปาโล กับ บา ร นา บัส ยัง อยู่ ต่อ ไป ใน เมือง อัน ทิโอก สั่งสอน ประกาศ พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ด้วย กัน กับ คน อื่น อีก หลาย คน {i15:36} บา ร นา บัส แยก ทาง กับ เปาโล {15:36} ครั้น ล่วง ไป ได้ หลาย วัน เปาโล จึง พูด กับ บา ร นา บัส ว่า “ ให้ เรา กลับ ไป เยี่ยม พวก พี่น้อง ใน ทุก เมือง ที่ เรา ได้ ประกาศ พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไว้ ดู ว่า เขา เป็น อย่างไร กัน บ้าง” {15:37} ฝ่าย บา ร นา บัส ได้ ตั้งใจ ว่า จะ พา ยอห์น ผู้ มี อีก ชื่อ หนึ่ง ว่า มา ระ โก ไป ด้วย {15:38} แต่ เปาโล ไม่ เห็น ควร ที่ จะ พา ยอห์นไปด้วย เพราะ ครั้ง ก่อน ยอห์น ได้ ละ ท่าน ทั้ง สอง เสีย ที่ แคว้น ปัมฟีเลีย และ มิ ได้ ไป ทำ การ ด้วย กัน {15:39} แล้ว ได้ เกิด การ ขัดแย้ง กัน จน ต้อง แยก กัน บา ร นา บัส จึง พา มา ระ โก ลง เรือ ไป ยัง เกาะ ไซปรัส {15:40} แต่ เปาโล ได้ เลือก สิลา ส และ เมื่อ พวก พี่น้อง ได้ ฝาก ท่าน ทั้ง สอง ไว้ ใน พระคุณ ของ พระเจ้า แล้ว ท่าน ก็ ไป {15:41} ท่าน จึง ไป ตลอด แคว้น ซีเรีย กับ แคว้น ซิ ลี เซีย หนุน ใจ คริสตจักร ให้ แข็งแรง ขึ้น {i16:1} เปาโล พบ ทิโมธี ผู้ ช่วย ตลอด ชีวิต ของ ท่าน {16:1} แล้ว เปาโล ไป ยัง เมือง เดอร์ บี กับ เมือง ลิ สตรา และ ดู เถิด ที่ นั่น มี สาวก คน หนึ่ง ชื่อ ทิโมธี เป็น บุตร ชาย ของ หญิง ชาติ ยิว คน หนึ่ง ที่ เชื่อ แล้ว แต่ บิดา เป็น ชาติ กรีก {16:2} ทิโมธี มี ชื่อเสียง ดี ใน หมู่ พวก พี่น้อง ที่ อยู่ ใน เมือง ลิ สตรา และ เมือง อิโคนียูม {16:3} เปาโล ใคร่ จะ พา ทิโมธี ไป ด้วย กัน จึง ให้ เข้า สุหนัต เพราะ เห็นแก่ พวก ยิว ที่ อยู่ ใน เมือง นั้นๆ เพราะ คน เหล่า นั้น ทุก คน รู้ ว่า บิดา ของ เขา เป็น ชาติ กรีก {16:4} เมื่อ ท่าน เหล่า นั้น ได้ เที่ยว ไป ตาม เมือง ต่างๆ ก็ ได้ ส่ง หนังสือ ข้อ ตกลง ของ อัครสาวก และ ผู้ปกครอง ใน กรุง เยรูซาเล็ม มอบ ให้ คน ทั้งหลาย ทุก เมือง เพื่อ ให้ รักษา ไว้ {16:5} คริสตจักร ทั้งปวง จึง เข้มแข็ง ใน ความ เชื่อ และ จำนวน คน ได้ ทวี ขึ้น ทุกๆ วัน {i16:6} พระเจ้า ทรง เรียก เปาโล ให้ ไป ที่ แคว้น มาซิโดเนีย {16:6} ครั้น ท่าน เหล่า นั้น ไป ทั่ว แว่นแคว้น ฟรี เจีย กับ กา ลา เทียแล้ว พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ห้าม มิ ให้ กล่าว พระ วจนะ ใน แคว้น เอเชีย {16:7} เมื่อ ไป ยัง แคว้น มิ เซียแล้ว ก็ พยายาม จะ ไป ยัง แว่นแคว้น บิ ธีเนีย แต่ พระ วิญญาณ ไม่ ทรง โปรด ให้ ไป {16:8} แล้ว ท่าน เหล่า นั้น ได้ เดินทาง ผ่าน แคว้น มิ เซีย ลง มา ยัง เมือง โต รอัส {16:9} ใน เวลา กลางคืน เปาโล ได้ นิมิต เห็น ผู้ชาย ชาว มาซิโดเนีย คน หนึ่ง ยืน อ้อนวอน ว่า “ ขอ โปรด มา ช่วย พวก ข้าพเจ้า ใน แคว้น มาซิโดเนีย เถิด” {16:10} ครั้น ท่าน เห็น นิมิต นั้น แล้ว เรา จึง หา โอกาส ทันที ที่ จะ ไป ยัง แคว้น มาซิโดเนีย ด้วย เห็น แน่ ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง เรียก เรา ให้ ไป ประกาศ ข่าว ประเสริฐ แก่ ชาว แคว้น นั้น {16:11} เหตุ ฉะนั้น เมื่อ ออก จาก เมือง โต รอัสแล้ว ก็ ตรง ไป ยัง เกาะ สา โม ธ รัสเซีย และ รุ่งขึ้น ก็ ถึง เมือง เน อา บุรี {i16:12} นาง ลิ เดีย ได้ เปิด ใจ และ ได้ รับ บัพ ติ ศมา {16:12} เมื่อ ออก จาก ที่ นั่น แล้ว ก็ ได้ ไป ยัง เมือง ฟีลิป ปี ซึ่ง เป็น เมือง เอก ใน เขต แคว้น มาซิโดเนีย และ เป็น เมืองขึ้น เรา จึง พัก อยู่ ใน เมือง นั้น หลาย วัน {16:13} ใน วัน สะ บา โต เรา ได้ ออก จาก เมือง ไป ยัง ฝั่ง แม่น้ำ เข้าใจ ว่า มี ที่ สำหรับ อธิษฐาน จึง ได้ นั่ง สนทนา กับ พวก ผู้หญิง ที่ ประชุม กัน ที่ นั่น {16:14} มี หญิง คน หนึ่ง ชื่อ ลิ เดีย มา จาก เมือง ธิยาทิ รา เป็น คน ขาย ผ้า สี ม่วง เป็น ผู้ นมัสการ พระเจ้า หญิง นั้น ได้ ฟัง เรา และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง เปิด ใจ ของ เขา ให้ สนใจ ใน ถ้อยคำ ซึ่ง เปาโล ได้ กล่าว {16:15} เมื่อ หญิง คน นั้น กับ ทั้ง ครอบครัว ของ เขา ได้ รับ บัพ ติ ศ มา แล้ว จึง อ้อนวอน เรา ว่า “ ถ้า ท่าน เห็น ว่า ข้าพเจ้า เป็น คน สัตย์ ซื่อ ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เชิญ เข้า มา พัก อาศัย ใน บ้าน ของ ข้าพเจ้า เถิด” และ เขา ได้ วิงวอน จน เรา ขัด ไม่ ได้ {i16:16} หญิง สาว ที่ มี ผี สิง ได้ รับ การ ขับ ผี ออก {16:16} ต่อ มา เมื่อ เรา กำลัง ออก ไป ยัง ที่ สำหรับ อธิษฐาน มี หญิง สาว คน หนึ่ง ที่ มี ผี หมอดู เข้า ได้ มา พบ กับ เรา เขา ทำ การ ทาย ให้ พวก เจ้านาย ของ เขา ได้ เงิน เป็น อัน มาก {16:17} หญิง นั้น ตาม เปาโล กับ พวก เรา ไป ร้อง ว่า “ คน เหล่า นี้ เป็น ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ผู้ สูง สุด มา กล่าว ประกาศ ทาง รอด แก่ เรา ทั้งหลาย” {16:18} เขา ทำ อย่าง นั้น หลาย วัน ฝ่าย เปาโล เป็น ทุกข์ มาก หัน หน้า สั่ง ผี นั้น ว่า “ เรา สั่ง เจ้า ว่า ใน พระ นาม ของ พระ เยซู คริสต์ เจ้า จง ออก มา จาก เขา” ผี นั้น ก็ ออก มา ใน เวลา นั้น {i16:19} เปาโล และ สิลา ส ถูก จำ คุก {16:19} ส่วน พวก นาย ของ เขา เมื่อ เห็น ว่า หมด หวัง ที่ จะ ได้ เงิน แล้ว เขา จึง จับ เปาโล และ สิลา สลาก มา ถึง พวก เจ้าหน้าที่ ยัง ที่ว่าการ เมือง {16:20} เมื่อ นำ มา ถึง เจ้า เมือง แล้ว จึง กล่าว ว่า “ คน เหล่า นี้ เป็น พวก ยิว ก่อการ วุ่นวาย มาก ใน เมือง ของ เรา {16:21} และ สั่งสอน ธรรมเนียม ซึ่ง เรา ชาว โรม ตาม กฎหมาย ไม่ ควร จะ รับ หรือ ถือ เลย” {16:22} ประชาชน ก็ ได้ ฮือ กัน ขึ้น ต่อสู้ เปาโล และ สิลา ส เจ้า เมือง ได้ กระชาก เสื้อ ของ ท่าน ทั้ง สอง ออก แล้ว สั่ง ให้ โบย ด้วย ไม้เรียว {16:23} ครั้น โบย หลาย ที แล้ว จึง ให้ จำ ไว้ ใน คุก และ กำชับ นาย คุก ให้ รักษา ไว้ ให้ มั่นคง {16:24} นาย คุก เมื่อ รับ คำ สั่ง อย่าง นั้น แล้ว จึง พา เปาโล กับ สิลา ส ไป จำ ไว้ ใน ห้อง ชั้น ใน เอา เท้า ใส่ ขื่อ ไว้ แน่นหนา {i16:25} นาย คุก และ ครอบครัว ได้ รับ ความ รอด และ รับ บัพ ติ ศมา {16:25} ประมาณ เที่ยงคืน เปาโล กับ สิลา ส ก็ อธิษฐาน และ ร้อง เพลง สรรเสริญ พระเจ้า นักโทษ ทั้งหลาย ก็ ฟัง อยู่ {16:26} ใน ทันใด นั้น เกิด แผ่นดิน ไหว ใหญ่ จน ราก คุก สะเทือน สะท้าน และ ประตู คุก เปิด หมด ทุก บาน เครื่อง จอง จำ ก็ หลุด จาก เขา สิ้น ทุก คน ทันที {16:27} ฝ่าย นาย คุก ตื่น ขึ้น เห็น ประตู คุก เปิด อยู่ คาด ว่า นักโทษ ทั้งหลาย หนี ไป หมด แล้ว จึง ชัก ดาบ ออก มา หมาย ว่า จะ ฆ่า ตัว เสีย {16:28} แต่ เปาโล ได้ ร้อง เสียง ดัง ว่า “ อย่า ทำร้าย ตัวเอง เลย เรา ทั้งหลาย อยู่ พร้อม ด้วย กัน ทุก คน” {16:29} นาย คุก จึง สั่ง ให้ จุด ไฟ มา แล้ว วิ่ง เข้า ไป ตัว สั่น กราบ ลง ที่ เท้า ของ เปาโล กับ สิลา ส {16:30} และ พา ท่าน ทั้ง สอง ออก มา แล้ว ว่า “ ท่าน เจ้าข้า ข้าพเจ้า จะ ต้อง ทำ อย่างไร จึง จะ รอด ได้” {16:31} เปาโล กับ สิลา ส จึง กล่าว ว่า “ จง เชื่อ วางใจ ใน พระ เยซู คริสต์ เจ้า และ ท่าน จะ รอด ได้ ทั้ง ครอบครัว ของ ท่าน ด้วย” {16:32} ท่าน ทั้ง สอง จึง กล่าว สั่งสอน พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ให้ นาย คุก และ คน ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน บ้าน ของ เขา ฟัง {16:33} ใน กลางคืน ชั่วโมง เดียวกัน นั้น เอง นาย คุก จึง พา เปาโล กับ สิลา ส ไป ล้าง แผล ที่ ถูก เฆี่ยน และ ใน ขณะ นั้น นาย คุก ก็ ได้ รับ บัพ ติ ศ มา พร้อม ทั้ง ครัว เรือน ของ เขา {16:34} แล้ว ได้ พา ท่าน ทั้ง สอง เข้า ไป ใน บ้าน ของ เขา จัด โต๊ะ เลี้ยง ท่าน แสดง ความ ยินดี อย่าง ยิ่ง เพราะ ได้ เชื่อถือ พระเจ้า พร้อม กับ ทั้ง ครอบครัว แล้ว {i16:35} เปาโล ได้ รับ อิสรภาพ {16:35} ครั้น เวลา เช้า เจ้า เมือง จึง ใช้ พวก นักการ ไป สั่ง ว่า “ จง ปล่อย คน ทั้ง สอง นั้น เสีย” {16:36} นาย คุก จึง บอก เปาโล ว่า “ เจ้า เมือง ได้ ใช้ คน มาบ อก ให้ ปล่อย ท่าน ทั้ง สอง ฉะนั้น บัดนี้ เชิญ ท่าน ออก ไป ตาม สบาย เถิด” {16:37} แต่ เปาโล กล่าว แก่ เขา ทั้งหลาย ว่า “ เขา ได้ เฆี่ยน เรา ผู้ เป็น คน สัญชาติ โรม ต่อ หน้า คน ทั้งหลาย ก่อน ได้ ตัดสิน ความ และ ได้ จำ เรา ไว้ ใน คุก บัดนี้ เขา จะ เสือกไส ให้ เรา ออก ไป เป็น การ ลับ หรือ ทำ อย่าง นั้น ไม่ ได้ ให้ เขา เอง มา พา เรา ออก ไป เถิด” {16:38} พวก นักการ จึง นำ ความ ไป แจ้ง แก่ เจ้า เมือง เมื่อ เจ้า เมือง ได้ยิน ว่า ท่าน ทั้ง สอง เป็น คน สัญชาติ โรม ก็ ตกใจ กลัว {16:39} จึง มา วิงวอน ท่าน ทั้ง สอง ครั้น พา ออก ไป แล้ว จึง ขอ ให้ ออก ไป เสีย จาก เมือง {16:40} ท่าน ทั้ง สอง จึง ออก จาก คุก แล้ว ได้ เข้า ไป ใน บ้าน ของ นาง ลิ เดีย เมื่อ พบ พวก พี่น้อง ก็ พูดจา หนุน ใจ เขา แล้ว ก็ ลา ไป {i17:1} มี หลาย คน ได้ รับ ความ รอด ที่ เมือง เธสะโลนิกา ผู้ คัดค้าน ก่อการ จลาจล {17:1} ครั้น เปาโล กับ สิลา สข้ามเมืองอัมฟี บุรี และ เมือ งอ ปอ ลโลเนียแล้ว จึง มา ยัง เมือง เธสะโลนิกา ที่ นั่น มี ธรรม ศาลา ของ พวก ยิว {17:2} เปาโล จึง เข้า ไป ร่วม กับ พวก เขา ตาม อย่าง เคย และ ท่าน ได้ อ้าง ข้อความ ใน พระ คัมภีร์ โต้ตอบ กับ เขา ทั้ง สาม วัน สะ บา โต {17:3} และ ไขข้อ ความ ชี้แจง ให้ เห็น ว่า จำเป็น ที่ พระ คริสต์ ต้อง ทน ทุกข์ ทรมาน แล้ว ทรง คืน พระ ชนม์ และ กล่าว ต่อ ไป ว่า “ พระ เยซู องค์ นี้ ที่ เรา ประกาศ แก่ ท่าน ทั้งหลาย คือ พระ คริสต์” {17:4} บาง คน ใน พวก เขา ก็ เชื่อ และ สมัคร เข้า เป็น พรรคพวก กับ เปาโล และ สิลา ส รวม ทั้ง ชาว กรีก เป็น จำนวน มาก ที่ เกรงกลัว พระเจ้า และ สุภาพ สตรี ที่ เป็น คน สำคัญๆ ก็ ไม่ น้อย {17:5} แต่ พวก ยิว ที่ ไม่ เชื่อ ก็ อิจฉา ไป คบคิด กับ คน พาล ตาม ตลาด รวบรวม กัน มา เป็น อัน มาก ก่อการ จลาจล ใน บ้านเมือง เข้า บุก บ้าน ของ ยา โสน ตั้งใจ จะ พา ท่าน ทั้ง สอง ออก มา ให้ คน ทั้งปวง {17:6} ครั้น ไม่ พบ จึง ฉุด ลาก ยา โสน กับ พวก พี่น้อง บาง คน ไป หา เจ้าหน้าที่ ผู้ ครอง เมือง ร้อง ว่า “ คน เหล่า นั้น ที่ เป็น พวก คว่ำ แผ่นดิน ได้ มา ที่ นี่ ด้วย {17:7} ยา โสน รับรอง เขา ไว้ และ บรรดา คน เหล่า นี้ ได้ กระทำ ผิด คำ สั่ง ของ ซีซาร์ โดย เขา สอน ว่า มี กษัตริย์ อีก องค์ หนึ่ง คือ พระ เยซู” {17:8} เมื่อ ประชาชน และ เจ้าหน้าที่ ผู้ ครอง เมือง ได้ยิน ดังนั้น ก็ ร้อนใจ {17:9} จึง เรียก ประกัน ตัว ยา โสน กับ คน อื่นๆ แล้ว ก็ ปล่อย ไป {i17:10} เปาโล ที่ เมือง เบโรอา {17:10} พอ ค่ำ ลง พวก พี่น้อง จึง ส่ง เปาโล กับ สิลา ส ไป ยัง เมือง เบโรอา ครั้น ถึง แล้ว ท่าน จึง เข้า ไป ใน ธรรม ศาลา ของ พวก ยิว {17:11} ชาว เมือง นั้น สุภาพ กว่า ชาว เมือง เธสะโลนิกา ด้วย เขา ได้ รับ พระ วจนะ ด้วย ความ เต็ม ใจ และ ค้น ดู พระ คัมภีร์ ทุก วัน หวัง จะ รู้ ว่า ข้อความ เหล่า นั้น จะ จริง ดัง กล่าว หรือ ไม่ {17:12} เหตุ ฉะนั้น มี หลาย คน ใน พวก เขา ได้ เชื่อถือ กับ สตรี ผู้ มี ศักดิ์ ชาติ กรีก ทั้ง ผู้ชาย ไม่ น้อย {17:13} แต่ เมื่อ พวก ยิว ที่ อยู่ ใน เมือง เธสะโล นิ กา ทราบ ว่า เปาโล ได้ กล่าว สั่งสอน พระ วจนะ ของ พระเจ้า ใน เมือง เบ โร อา เหมือน กัน เขา ก็ มา ยุยง ประชาชน ที่ นั่น ด้วย {17:14} ขณะ นั้น พวก พี่น้อง จึง ส่ง เปาโล ออก ไป ตาม ทาง ที่ จะ ไป ทะเล แต่ สิลา สกับทิโมธี ยัง อยู่ ที่ นั่น {i17:15} เปาโล ที่ กรุง เอเธนส์ {17:15} คน ที่ ไป ส่ง เปาโล นั้น ได้ ไป ส่ง ท่าน ถึง กรุง เอเธนส์ และ เมื่อ ได้ รับ คำ สั่ง ของ ท่าน ให้ บอก สิลา สกับทิโมธี ให้ รีบ ไป หา ท่าน แล้ว เขา ก็ จาก ไป {17:16} เมื่อ เปาโล กำลัง คอย สิลา สกับทิโมธี อยู่ ใน กรุง เอเธนส์ นั้น ท่าน มี ความ เดือดร้อน วุ่นวาย ใจ เพราะ ได้ เห็น รูป เคารพ เต็ม ไป ทั้ง เมือง {17:17} เหตุ ฉะนั้น ท่าน จึง โต้ตอบ ใน ธรรม ศาลา กับ พวก ยิว และ กับ คน ที่ เกรงกลัว พระเจ้า และ กับ คน ทั้งหลาย ซึ่ง มา พบ ท่าน ที่ ตลาด ทุก วัน {17:18} นัก ปรัชญา บาง คน ใน พวก เอ ปี กู เรียว และ ใน พวก ส โต อิก ได้ มา พบ ท่าน บาง คน กล่าว ว่า “ คน พูด เพ้อเจ้อ อย่าง นี้ ใคร่ จะ มา พูด อะไร ให้ เรา ฟัง อีก เล่า” คน อื่น กล่าว ว่า “ ดูเหมือน เขา เป็น คน นำ พระ ต่าง ประเทศ เข้า มา เผยแพร่” เพราะ เปาโล ได้ ประกาศ เรื่อง พระ เยซู และ เรื่อง การ เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย {17:19} เขา จึง จับ เปาโล พา ไป ยัง สภา อา เร โอ ปา กัส แล้ว ถาม ว่า “ เรา ขอ รู้ ได้ หรือ ไม่ ว่า คำ สอน อย่าง ใหม่ ที่ ท่าน กล่าว นั้น เป็น อย่างไร {17:20} เพราะ ว่า ท่าน นำ เรื่อง แปลก ประหลาด มา ถึง หู ของ เรา เหตุ ฉะนั้น เรา อยาก ทราบ ว่า เรื่อง เหล่า นี้ มี ความหมาย ว่า อย่างไร” {17:21} (เพราะ ชาว เอเธนส์ กับ ชาว ต่าง ประเทศ ซึ่ง อาศัย อยู่ ที่ นั่น ไม่ ได้ ใช้ เวลา ว่าง ใน การ อื่น นอกจาก จะ กล่าว หรือ ฟัง สิ่ง ใหม่ๆ) {i17:22} การ เทศนา ของ เปาโล บน เขา อา เร โอ {17:22} ฝ่าย เปาโล จึง ยืน ขึ้น กลาง เนิน เขา อา เร โอ แล้ว กล่าว ว่า “ ท่าน ชาว กรุง เอเธนส์ ข้าพเจ้า เห็น ว่า ท่าน ทั้งหลาย เชื่อถือ โชค ลาง เกิน ไป ใน ทุก เรื่อง {17:23} เพราะ ว่า เมื่อ ข้าพเจ้า เดินทาง มา สังเกต ดู สิ่ง ที่ ท่าน นมัสการ นั้น ข้าพเจ้า ได้ พบ แท่น แท่น หนึ่ง มี คำ จารึก ไว้ ว่า ‘ แด่ พระเจ้า ที่ ไม่ รู้จัก’ เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า จึง มา ประกาศ และ แสดง ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ถึง พระเจ้า ที่ ท่าน ไม่ รู้จัก แต่ ยัง นมัสการ อยู่ {17:24} พระเจ้า ผู้ ทรง สร้าง โลก กับ สิ่ง ทั้งปวง ที่ มี อยู่ ใน นั้น พระองค์ ทรง เป็น เจ้า แห่ง ฟ้า สวรรค์ และ แผ่นดิน โลก มิ ได้ ทรง สถิต ใน ปู ชนีย สถาน ซึ่ง มือ มนุษย์ ได้ กระทำ ไว้ {17:25} การ ที่ มือ มนุษย์ ปฏิบัติ นมัสการ พระองค์ นั้น จะ หมาย ว่า พระเจ้า ต้อง ประสงค์ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด จาก เขา ก็ หา มิ ได้ เพราะ พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ประทาน ชีวิต และ ลมหายใจ และ สิ่ง สารพัด แก่ คน ทั้งปวง ต่างหาก {17:26} พระองค์ ได้ ทรง สร้าง มนุษย์ ทุก ชาติ สืบ สายโลหิต อัน เดียวกัน ให้ อยู่ ทั่ว พื้น พิภพ โลก และ ได้ ทรง กำหนด เวลา และ เขต แดน ให้ เขา อยู่ {17:27} เพื่อ เขา จะ ได้ แสวง หา องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ หาก เขา จะ คลำ หา ก็ จะ ได้ พบ พระองค์ ด้วย พระองค์ มิ ทรง อยู่ ห่าง ไกล จาก เรา ทุก คน เลย {17:28} ด้วย ว่า ‘ เรา มี ชีวิต และ ไหว ตัว และ เป็นอยู่ ใน พระองค์’ ตาม ที่ กวี บาง คน ใน พวก ท่าน ได้ กล่าว ว่า ‘ เรา ทั้งหลาย เป็น เชื้อสาย ของ พระองค์’ {17:29} เหตุ ฉะนั้น เมื่อ เรา เป็น เชื้อสาย ของ พระเจ้า แล้ว เรา ก็ ไม่ ควร ถือ ว่า พระเจ้า ทรง เป็น เหมือน ทอง เงิน หรือ หิน ซึ่ง ได้ แกะ สลัก ด้วย ศิลปะ และ ความคิด ของ มนุษย์ {17:30} ใน เวลา เมื่อ มนุษย์ ยัง โฉด เขลา อยู่ พระเจ้า ทรง มอง ข้าม ไป เสีย แต่ เดี๋ยวนี้ พระองค์ ได้ ตรัส สั่ง แก่ มนุษย์ ทั้งปวง ทั่ว ทุก แห่ง ให้ กลับ ใจ ใหม่ {17:31} เพราะ พระองค์ ได้ ทรง กำหนด วัน หนึ่ง ไว้ ใน วัน นั้น พระองค์ จะ ทรง พิพากษา โลก ตาม ความ ชอบธรรม โดย ให้ ท่าน องค์ นั้น ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง เลือก ไว้ เป็น ผู้พิพากษา และ พระองค์ ได้ ให้ พยาน หลักฐาน แก่ คน ทั้งปวง แล้ว ว่า ได้ ทรง โปรด ให้ ท่าน องค์ นั้น คืน พระ ชนม์” {17:32} ครั้น คน ทั้งหลาย ได้ยิน ถึง เรื่อง การ ซึ่ง เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย แล้ว บาง คน ก็ เยาะเย้ย แต่ คน อื่นๆ ว่า “ เรา จะ ฟัง ท่าน กล่าว เรื่อง นี้ อีก ต่อ ไป” {17:33} แล้ว เปาโล จึง ออก ไป จาก เขา {17:34} แต่ มี ชาย บาง คน ติดตาม เปาโล ไป และ ได้ เชื่อถือ ใน คน เหล่า นั้น มี ดิ โอ นิ สิ อัส ผู้ เป็น สมาชิก สภา อา เร โอ ปา กัส กับ หญิง คน หนึ่ง ชื่อ ดา มา ริ ส และ คน อื่นๆ ด้วย {i18:1} เปาโล กับ อา ควิล ลา และ ปริ สสิล ลา ที่ เมือง โค รินธ์ {18:1} ภายหลัง เหตุการณ์ เหล่า นี้ เปาโล จึง ออก จาก กรุง เอเธนส์ ไป ยัง เมือง โค รินธ์ {18:2} ท่าน ได้ พบ ยิว คน หนึ่ง ชื่อ อา ควิลลา ซึ่ง เกิด ใน แคว้น ปอน ทัส แต่ พึ่ง มา จาก ประเทศ อิตาลี กับ ภรรยา ชื่อ ปริ สสิลลา (เพราะ คลา วดิอัส มี รับสั่ง ให้ พวก ยิว ทั้งปวง ออก ไป จาก กรุง โรม) เปาโล จึง ไป หา คน ทั้ง สอง นั้น {18:3} และ เพราะ เขา มี อาชีพ อย่าง เดียวกัน จึง ได้ อาศัย ทำ การ อยู่ กับ เขา เพราะ ว่า ทั้ง สอง ฝ่าย เป็น ช่าง ทำ เต็นท์ ด้วย กัน {18:4} เปาโล ได้ โต้เถียง ใน ธรรม ศาลา ทุก วัน สะ บา โต ได้ ชักชวน ทั้ง พวก ยิว และ พวก กรีก {18:5} พอ สิลา สกับทิโมธี มา จาก แคว้น มาซิโดเนีย เปาโล ก็ ได้ รับ การ ดลใจ และ เป็น พยาน แก่ พวก ยิว ว่า พระ เยซู เป็น พระ คริสต์ {18:6} แต่ เมื่อ พวก เหล่า นั้น ขัด ขวาง ตัวเอง และ กล่าว คำ หมิ่น ประมาท เปาโล จึง ได้ สะบัด เสื้อ ผ้า กล่าว แก่ เขา ว่า “ ให้ เลือด ของ ท่าน ทั้งหลาย ตก บน ศีรษะ ของ ท่าน เอง เถิด ข้าพเจ้า ก็ ปราศจาก เลือด นั้น แล้ว ตั้งแต่ นี้ ไป ข้าพเจ้า จะ ไป หา คน ต่าง ชาติ” {18:7} ท่าน จึง ออก จาก ที่ นั่น แล้ว เข้า ไป ใน บ้าน ของ ชาย คน หนึ่ง ชื่อ ยุ สทัส ซึ่ง เป็น ผู้ นมัสการ พระเจ้า บ้าน ของ เขา อยู่ ติด กับ ธรรม ศาลา {18:8} ฝ่าย คริสปัส นาย ธรรม ศาลา กับ ทั้ง ครัว เรือน ของ ท่าน ได้ เชื่อ ใน องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ชาว โค รินธ์ หลาย คน เมื่อ ได้ ฟัง แล้ว ก็ ได้ เชื่อถือ และ รับ บัพ ติ ศมา {18:9} และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส กับ เปาโล ทาง นิมิต ใน คืน วัน หนึ่ง ว่า “ อย่า กลัว เลย แต่ จง กล่าว ต่อ ไป อย่า นิ่ง เสีย {18:10} เพราะ ว่า เรา อยู่ กับ เจ้า และ จะ ไม่ มี ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อาจ ต่อสู้ ทำร้าย เจ้า ด้วย ว่า คน ของ เรา ใน นคร นี้ มี มาก” {18:11} เปาโล จึง ยับยั้ง อยู่ กับ เขา และ สั่งสอน พระ วจนะ ของ พระเจ้า ตลอด หนึ่ง ปี กับ หก เดือน {i18:12} ผู้ สำเร็จ ราชการ ของ โรม ปฏิเสธ ข้อ เรียกร้อง ของ พวก ยิว ที่ ต่อต้าน เปาโล {18:12} แต่ คราว เมื่อ กัล ลิ โอ เป็น ผู้ สำเร็จ ราชการ แคว้น อา คา ยา พวก ยิว ได้ ฮือ กัน ขึ้น ต่อสู้ เปาโล และ พา ท่าน ไป บัลลังก์ พิพากษา {18:13} ฟ้อง ว่า “ คน นี้ ชักชวน คน ทั้งหลาย ให้ นมัสการ พระเจ้า ตาม ทาง ที่ ผิด กฎหมาย” {18:14} เมื่อ เปาโล จะ อ้า ปาก พูด กัล ลิ โอ ก็ กล่าว แก่ พวก ยิว ว่า “ โอ พวก ยิว ถ้า เป็น เรื่อง ความ ชั่ว หรือ เป็น เรื่อง อาชญากรรม สมควร เรา จะ ฟัง ท่าน ทั้งหลาย {18:15} แต่ ถ้า เป็น การ โต้แย้ง กัน ถึง เรื่อง ถ้อยคำ กับ ชื่อ และ พระ ราช บัญญัติ ของ พวก ท่าน แล้ว ท่าน ทั้งหลาย จง วินิจฉัย กัน เอา เอง เถิด เรา ไม่ อยาก เป็น ผู้พิพากษา ตัดสิน ข้อความ เหล่า นั้น” {18:16} ท่าน จึง ไล่ พวก นั้น ไป จาก บัลลังก์ พิพากษา {18:17} บรรดา ชาติ กรีก จึง จับ โสสเธเนส นาย ธรรม ศาลา มา เฆี่ยน ข้าง หน้า บัลลังก์ พิพากษา แต่ กัล ลิ โอ ไม่ เอา ธุระ เลย {i18:18} เปาโล ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม โดย ผ่าน เมือง เอ เฟซัส และ เมือง ซี ซา รี ยา {18:18} ต่อ มา เปาโล ได้ พัก อยู่ ที่ นั่น อีก หลาย วัน แล้ว ท่าน จึง ลา พวก พี่น้อง แล่น เรือ ไป ยัง แคว้น ซีเรีย และ ปริ สสิล ลา กับ อา ควิล ลา ก็ ไป ด้วย เปาโล ได้ โกน ศีรษะ ที่ เมือง เคน เค รี ย เพราะ ท่าน ได้ ปฏิญาณ ตัว ไว้ {18:19} ครั้น มา ยัง เมือง เอ เฟซัส เปาโล ได้ ละ ปริ สสิล ลา กับ อา ควิล ลา ไว้ ที่ นั่น แต่ ท่าน เอง ได้ เข้า ไป โต้เถียง กับ พวก ยิว ใน ธรรม ศาลา {18:20} เมื่อ คน เหล่า นั้น ขอ ให้ท่า นอ ยู่ กับ เขา ต่อ ไป ท่าน ก็ ไม่ ยอม {18:21} แต่ ได้ ลา เขา ไป กล่าว ว่า “ ข้าพเจ้า จะ พยายาม รักษา เทศกาล เลี้ยง ที่ จะ ถึง ใน กรุง เยรูซาเล็ม โดย ทุก วิถีทาง แต่ ถ้า เป็น ที่ ชอบ พระทัย พระเจ้า ข้าพเจ้า จะ กลับ มา หา ท่าน ทั้งหลาย อีก” แล้ว เปาโล ได้ ลง เรือ แล่น ออก จาก เมือง เอ เฟซัส {18:22} ครั้น มา ถึง เมือง ซี ซา รี ยา ท่าน ได้ ขึ้น ไป คำนับ คริสตจักร แล้ว ลง ไป ยัง เมือง อัน ทิโอก {18:23} ครั้น ยับยั้ง อยู่ ที่ นั่น หน่อย หนึ่ง ท่าน จึง ไป ตลอด แว่นแคว้น กา ลา เทีย และ ฟรี เจีย ตาม ลำดับ กัน ไป เรื่อยๆ เพื่อ จะ ช่วย ชู กำลัง พวก สาวก {i18:24} อปอลโล ที่ เมือง เอ เฟซัส {18:24} มี ยิว คน หนึ่ง ชื่อ อปอลโล เกิด ใน เมือ งอ เล็ก ซาน เด รี ย เป็น คน มี โวหาร ดี และ ชำนาญ มาก ใน ทาง พระ คัมภีร์ ท่าน มา ยัง เมือง เอ เฟซัส {18:25} อปอลโล คน นี้ ได้ รับ การ อบรม ใน ทาง ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ มี ใจ ร้อนรน กล่าว สั่งสอน โดย ละเอียด ถึง เรื่อง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ถึง แม้ ว่า ท่าน รู้ แต่ เพียง บัพ ติ ศมาของยอห์นเท่านั้น {18:26} ท่าน ได้ ตั้งต้น สั่งสอน โดย ใจ กล้า ใน ธรรม ศาลา แต่ เมื่อ อา ควิล ลา กับ ปริ สสิล ลา ได้ ฟัง ท่าน แล้ว เขา จึง รับ ท่าน มา สั่งสอน ให้ รู้ ทาง ของ พระเจ้า ให้ ถูกต้อง ยิ่ง ขึ้น {18:27} ครั้น อปอลโล ใคร่ จะ ไป ยัง แคว้น อา คา ยา พวก พี่น้อง ก็ เขียน จดหมาย ฝาก ไป ถึง สาวก ที่ นั่น ให้ เขา รับรอง ท่าน ไว้ ครั้น ท่าน ไป ถึง แล้ว ท่าน ได้ ช่วยเหลือ คน ทั้งหลาย ที่ ได้ เชื่อ โดย พระคุณ นั้น อย่าง มากมาย {18:28} เพราะ ท่าน โต้แย้ง กับ พวก ยิว อย่าง แข็งแรง ต่อ หน้า คน ทั้งปวง และ ชี้แจง ยก หลัก ใน พระ คัมภีร์ อ้าง ให้ เห็น ว่า พระ เยซู คือ พระ คริสต์ {i19:1} เปาโล สอน ผู้ ที่ เชื่อ ใน เมือง เอ เฟซัส {19:1} ต่อ มา ขณะ ที่ อปอลโล ยัง อยู่ ใน เมือง โค รินธ์นั้น เปาโล ได้ ไป ตาม แว่นแคว้น ฝ่าย เหนือ แล้ว มา ยัง เมือง เอ เฟซัส และ พบ สาวก บาง คน {19:2} จึง ถาม เขา ว่า “ ตั้งแต่ ท่าน ทั้งหลาย เชื่อ นั้น ท่าน ได้ รับ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ หรือ เปล่า” เขา ตอบ เปาโล ว่า “ เปล่า เรื่อง พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ นั้น เรา ก็ ยัง ไม่ เคย ได้ยิน เลย” {19:3} เปาโล จึง ถาม เขา ว่า “ ถ้า อย่าง นั้น ท่าน ได้ รับ บัพ ติ ศ มา อัน ใด เล่า” เขา ตอบ ว่า “ บัพ ติ ศมาของยอห์น” {19:4} เปาโล จึง ว่า “ ยอห์น ให้ รับ บัพ ติ ศ มา สำแดง ถึง การ กลับ ใจ ใหม่ ก็ จริง แล้ว บอก คน ทั้งปวง ให้ เชื่อ ใน พระองค์ ผู้ จะ เสด็จ มา ภายหลัง คือ พระ เยซู คริสต์” {19:5} เมื่อ เขา ได้ยิน อย่าง นั้น เขา จึง รับ บัพ ติ ศ มา ใน พระ นาม ของ พระ เยซู เจ้า {19:6} เมื่อ เปาโล ได้ วางมือ บน เขา แล้ว พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ก็ เสด็จ ลง มา บน เขา เขา จึง พูด ภาษา ต่างๆ และ ได้ พยากรณ์ ด้วย {19:7} คน เหล่า นั้น มี ผู้ชาย ประมาณ สิบ สอง คน {i19:8} ข่าว ประเสริฐ จาก เปาโล ได้ แพร่ กระจาย ตลอด ทั่ว เอเชีย {19:8} เปาโล เข้า ไป กล่าว โต้แย้ง ใน ธรรม ศาลา ด้วย ใจ กล้า สิ้น สาม เดือน ชักชวน ให้ เชื่อ ใน สิ่ง ที่ กล่าว ถึง อาณาจักร ของ พระเจ้า {19:9} แต่ บาง คน มี ใจ แข็ง กระด้าง ไม่ เชื่อ และ พูด หยาบช้า เรื่อง ทาง นั้น ต่อ หน้า ชุมนุมชน เปาโล จึง แยก ไป จาก เขา และ พา พวก สาวก ไป ด้วย แล้ว ท่าน ได้ ไป โต้แย้ง กัน ทุก วัน ใน ห้อง ประชุม ของ ท่าน ผู้ หนึ่ง ชื่อ ที รัน นัส {19:10} ท่าน ได้ กระทำ อย่าง นั้น สิ้น สอง ปี จน ชาว แคว้น เอเชีย ทั้ง พวก ยิว และ พวก กรีก ได้ยิน พระ วจนะ ของ พระ เยซู เจ้า {i19:11} เปาโล ทำ การ อัศจรรย์ เหนือ ธรรมชาติ {19:11} พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ การ อัศจรรย์ อัน พิสดาร ด้วย มือ ของ เปาโล {19:12} จน เขา นำ เอา ผ้าเช็ดหน้า กับ ผ้า กัน เปื้อน จาก ตัว เปาโล ไป วาง ที่ ตัว คน ป่วย ไข้ โรค นั้น ก็ หาย และ วิญญาณ ชั่ว ก็ ออก จาก คน {19:13} แต่ พวก ยิว บาง คน ที่ เที่ยว ไป เป็น หมอผี พยายาม ใช้ พระ นาม ของ พระ เยซู เจ้า ขับ วิญญาณ ชั่ว ว่า “ เรา สั่ง เจ้า โดย พระ เยซู ซึ่ง เปาโล ได้ ประกาศ นั้น” {19:14} พวก ยิว คน หนึ่ง ชื่อ เส วา เป็น ปุโรหิต ใหญ่ มี บุตร ชาย เจ็ด คน ซึ่ง ได้ กระทำ อย่าง นั้น {19:15} ฝ่าย วิญญาณ ชั่ว จึง ตอบ เขา ว่า “ พระ เยซู ข้า ก็ รู้จัก และ เปาโล ข้า ก็ รู้จัก แต่ พวก เจ้า เป็น ผู้ ใด เล่า” {19:16} คน ที่ มี วิญญาณ ชั่ว สิง อยู่ จึง กระโดด ใส่ คน เหล่า นั้น และ เอา ชนะ เขา และ ปราบ เขา ลง ได้ จน คน เหล่า นั้น ต้อง หนี ออก ไป จาก เรือน ทั้ง เปลือย กาย และ บาดเจ็บ {19:17} เรื่อง นั้น ได้ ลือ กัน ไป ถึง หู คน ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน เมือง เอ เฟซัส ทั้ง พวก ยิว กับ พวก กรีก และ คน ทั้งปวง ก็ พา กัน มี ความ เกรงกลัว และ พระ นาม ของ พระ เยซู เจ้า ก็ เป็น ที่ ยกย่อง สรรเสริญ {19:18} มี หลาย คน ที่ เชื่อ แล้ว ได้ มา สารภาพ และ เล่า เรื่อง การ ซึ่ง เขา ได้ กระทำ ไป นั้น {19:19} และ หลาย คน ที่ ใช้ เวทมนตร์ ได้ เอา ตำรา ของ ตน มา เผา เสีย ต่อ หน้า คน ทั้งปวง ตำรา เหล่า นั้น คิด เป็น ราคา ถึง ห้า หมื่น เหรียญ เงิน {19:20} พระ วจนะ ของ พระเจ้า ก็ บังเกิด ผล อย่าง มาก และ มี ชัย {19:21} ครั้น สิ้น เหตุการณ์ เหล่า นี้ แล้ว เปาโล ได้ ตั้งใจ ว่า เมื่อ ไป ทั่ว แคว้น มาซิโดเนีย กับ แคว้น อา คา ยา แล้ว จะ เลย ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม และ พูด ว่า “ เมื่อ ข้าพเจ้า ไป ที่ นั่น แล้ว ข้าพเจ้า จะ ต้อง ไป เห็น กรุง โรม ด้วย” {19:22} ท่าน จึง ใช้ ผู้ ช่วย ของ ท่าน สอง คน คือ ทิโมธีกับเอรัสทัส ไป ยัง แคว้น มาซิโดเนีย ฝ่าย ท่าน ก็ พัก อยู่ หน่อย หนึ่ง ใน แคว้น เอเชีย {i19:23} ผู้ ทำ รูป เคารพ ก่อ ให้ เกิด การ จลาจล {19:23} คราว นั้น เกิด การ วุ่นวาย มาก เพราะ เหตุ ทาง นั้น {19:24} ด้วย มี ชาย คน หนึ่ง ชื่อ เด เม ตริ อัส เป็น ช่าง เงิน ได้ เอา เงิน ทำ เป็น รูป พระ อา ร เท มิส ทำให้ พวก ช่าง เงิน นั้น ได้ กำไร มาก {19:25} เด เม ตริ อัส จึง ประชุม ช่าง เหล่า นั้น ที่ ทำ การ คล้าย กัน แล้ว ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย ท่าน ทราบ อยู่ ว่า พวก เรา ได้ ทรัพย์สิน เงิน ทอง มา ก็ เพราะ ทำ การ อัน นี้ {19:26} และ ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน และ ได้ เห็น อยู่ ว่า ไม่ ใช่ เฉพาะ ใน เมือง เอ เฟซัสเมืองเดียว แต่ เกือบ ทั่ว แคว้น เอเชีย เปาโล คน นี้ ได้ ชักชวน คน เป็น อัน มาก ให้ เลิก ทาง เก่า เสีย โดย ได้ กล่าว ว่า สิ่ง ที่ มือ มนุษย์ ทำ นั้น ไม่ ใช่ พระ {19:27} น่า กลัว ว่า ไม่ ใช่ แต่ อาชีพ ของ เรา จะ เสีย ไป อย่าง เดียว แต่ พระ วิหาร ของ พระ แม่เจ้า อา ร เท มิส ซึ่ง เป็น ใหญ่ จะ เป็น ที่ หมิ่น ประมาท ด้วย และ สง่าราศี แห่ง รูป ของ พระ แม่เจ้า นั้น ซึ่ง เป็น ที่ นับถือ ของ บรรดา ชาว แคว้น เอเชีย กับ สิ้น ทั้ง โลก จะ เสื่อม ลง ไป” {19:28} ครั้น คน ทั้งหลาย ได้ยิน ดังนั้น ต่าง ก็ โกรธ แค้น และ ร้อง ว่า “ พระ อา ร เท มิส ของ ชาว เอ เฟซัสเป็นใหญ่” {19:29} แล้ว ก็ เกิด การ วุ่นวาย ใหญ่ โต ทั่ว ทั้ง เมือง เขา จึง ได้ จับ กาย อัส กับ อา ริ สทารคัส ชาว มาซิโดเนีย ผู้ เป็น เพื่อน เดินทาง ของ เปาโล ลาก วิ่ง เข้า ไป ใน โรง มหรสพ {19:30} ฝ่าย เปาโล ใคร่ จะ เข้า ไป ใน หมู่ คน ด้วย แต่ พวก สาวก ไม่ ยอม ให้ ท่าน เข้า ไป {19:31} มี บาง คน ใน พวก เจ้านาย ที่ ประจำ แคว้น เอเชีย ซึ่ง เป็น สหาย ของ เปาโล ได้ ใช้ คน ไป วิงวอน ขอ เปาโล มิ ให้ เข้า ไป ใน โรง มหรสพ {19:32} บาง คน จึง ได้ ร้อง ว่า อย่าง นี้ บาง คน ได้ ร้อง ว่า อย่าง นั้น เพราะ ว่าที่ ประชุม วุ่นวาย มาก และ คน โดย มาก ไม่ รู้ ว่า เขา ประชุม กัน ด้วย เรื่อง อะไร {19:33} พวก เหล่า นั้น บาง คน ได้ ดัน อเล็กซานเดอร์ ซึ่ง เป็น คน ที่ พวก ยิว ให้ ออก มา ข้าง หน้า อเล็กซานเดอร์ จึง โบก มือ หมาย จะ กล่าว แก้ แทน ต่อ หน้า คน ทั้งปวง {19:34} แต่ เมื่อ คน ทั้งหลาย รู้ ว่า ท่าน เป็น คน ยิว เขา ก็ ยิ่ง ส่งเสียง ร้อง พร้อม กัน อยู่ ประมาณ สัก สอง ชั่วโมง ว่า “ พระ อา ร เท มิส ของ ชาว เอ เฟซัสเป็นใหญ่” {19:35} เมื่อ เจ้าหน้าที่ ทะเบียน ของ เมือง นั้น ยอม คล้อย ตาม จน ประชาชน สงบ ลง แล้ว เขา ก็ กล่าว ว่า “ ท่าน ชาว เอ เฟซัสทั้งหลาย มี ผู้ ใด บ้าง ซึ่ง ไม่ ทราบ ว่า เมือง เอ เฟซัส นี้ เป็น เมือง ที่ นมัสการ พระ แม่เจ้า อา ร เท มิส ผู้ ยิ่งใหญ่ และ นมัสการ รูป จำลอง ซึ่ง ตกลง มา จาก ดาว พฤหัสบดี {19:36} เมื่อ ข้อ นั้น กล่าว โต้แย้ง ไม่ ได้ แล้ว ท่าน ทั้งหลาย ควร จะ นิ่ง สงบ สติ อารมณ์ อย่า ทำ อะไร วู่วาม ไป {19:37} ท่าน ทั้งหลาย ได้ พา คน เหล่า นี้ มา ซึ่ง มิ ใช่ เป็น คน ปล้น พระ วิหาร หรือ พูด หมิ่น ประมาท พระ แม่เจ้า ของ พวก ท่าน {19:38} เหตุ ฉะนั้น ถ้า แม้ เด เม ตริ อัส กับ พวก ช่าง ที่ มี อาชีพ อย่าง เดียวกัน เป็น ความ กับ ผู้ ใด วัน กำหนด ที่ จะ ว่า ความ ก็ มี ผู้พิพากษา ก็ มี ให้ เขา มา ฟ้อง กัน เถิด {19:39} แต่ ถ้า แม้ ท่าน มี ข้อหา อะไร อีก ก็ ให้ ชำระ กัน ใน ที่ ประชุม ตาม กฎหมาย {19:40} ด้วย ว่า น่า กลัว เรา จะ ต้อง ถูก ฟ้อง ว่า เป็น ผู้ ก่อการ จลาจล วัน นี้ เพราะ เรา ทั้งหลาย ไม่ อาจ ยก ข้อ ใด ขึ้น อ้าง เป็น มูลเหตุ พอ แก่ การ จลาจล คราว นี้ ได้” {19:41} ครั้น กล่าว อย่าง นั้น แล้ว ท่าน จึง ให้ เลิก ชุมนุม {i20:1} เปาโล กลับ ไป ที่ แคว้น มาซิโดเนีย {20:1} ครั้น การ วุ่นวาย นั้น สงบ แล้ว เปาโล จึง ให้ ไป ตาม พวก สาวก มา กอด กัน แล้ว ก็ ลา เขา ไป ยัง แคว้น มาซิโดเนีย {20:2} เมื่อ ได้ ข้าม ที่ นั้น ไป แล้ว และ ได้ สั่ง เตือน สติ เขา มาก ท่าน ก็ มา ยัง ประเทศ กรีก {20:3} พัก อยู่ ที่ นั่น สาม เดือน และ เมื่อ ท่าน จวน จะ ลง เรือ ไป ยัง แคว้น ซีเรีย พวก ยิว ก็ คิด ร้าย ต่อ ท่าน ท่าน จึง ตั้งใจ กลับ ไป ทาง แคว้น มาซิโดเนีย {20:4} คน ที่ ไป ยัง แคว้น เอเชีย กับ เปาโล คือ โสปาเทอร์ชาวเมืองเบโรอา อา ริ สทารคัส กับ เส คุ นดัสชาวเมืองเธสะโลนิกา กาย อัสชาวเมืองเดอร์บี และ ทิโมธี ที คิกัสกับโตรฟีมัส ชาว แคว้น เอเชีย {20:5} แต่ คน เหล่า นั้น ได้ เดินทาง ล่วงหน้า ไป คอย พวก เรา อยู่ ที่ เมือง โต รอัสก่อน {i20:6} เปาโล ที่ เมือง โต รอัส {20:6} ครั้น วัน เทศกาล ขนม ปัง ไร้ เชื้อ ล่วง ไป แล้ว เรา ทั้งหลาย จึง ลง เรือ ออก จาก เมือง ฟีลิปปี และ ต่อ มา ห้า วัน ก็ มา ถึง พวก นั้น ที่ เมือง โต รอัส และ ยับยั้ง อยู่ ที่ นั่น เจ็ด วัน {20:7} ใน วัน ต้น สัปดาห์ เมื่อ พวก สาวก ประชุม กัน ทำ พิธี หัก ขนม ปัง เปาโล ก็ กล่าว สั่งสอน เขา เพราะ ว่า วัน รุ่งขึ้น จะ ลา ไป จาก เขา แล้ว ท่าน ได้ กล่าว ยืดยาว ไป จน เที่ยงคืน {20:8} มี ตะเกียง หลาย ดวง ใน ห้อง ชั้น บน ที่ เขา ประชุม กัน นั้น {20:9} ชาย หนุ่ม คน หนึ่ง ชื่อ ยุ ทิกัส นั่ง อยู่ ที่ หน้าต่าง ง่วง นอน เต็ม ที และ เมื่อ เปาโล สั่งสอน ช้านาน ไป อีก คน นั้น ก็ โงก พลัด ตก จาก หน้าต่าง ชั้น ที่ สาม เมื่อ ยก ขึ้น ก็ เห็น ว่า ตาย เสีย แล้ว {20:10} ฝ่าย เปาโล จึง ลง ไป ก้ม ตัว กอด ผู้ นั้น ไว้ แล้ว ว่า “ อย่า ตกใจ เลย ด้วย ว่า ชีวิต ยัง อยู่ ใน ตัว เขา” {20:11} ครั้น เปาโล ขึ้น ไป ห้อง ชั้น บน หัก ขนม ปัง และ รับประทาน แล้ว ก็ สนทนา ต่อ ไป อีก ช้านาน จน สว่าง ท่าน ก็ ลา เขา ไป {20:12} คน ทั้งหลาย จึง พา คน หนุ่ม ผู้ ยัง เป็นอยู่ ไป และ ก็ ปลื้ม ใจ ยินดี ไม่ น้อย เลย {i20:13} การ เดินทาง โดย เรือ ไป ที่ เมือง มิ เลทัส {20:13} ฝ่าย พวก เรา ก็ ลง เรือ แล่น ไป ยัง เมือง อัสโสสก่อน ตั้งใจ ว่า จะ รับ เปาโล ที่ นั่น ด้วย ท่าน สั่ง ไว้ อย่าง นั้น เพราะ ท่าน หมาย ว่า จะ ไป ทาง บก {20:14} ครั้น ท่าน พบ กับ เรา ที่ เมือง อัสโสส เรา ก็ รับ ท่าน แล้ว มา ยัง เมือง มิ ทิเลนี {20:15} ครั้น แล่น เรือ ออก จาก ที่ นั่น ได้ วัน หนึ่ง ก็ มา ยัง ที่ ตรง ข้าม เกาะ คิโอส วัน ที่ สอง ก็ มา ถึง เกาะ สา มอ ส และ หยุด พัก ที่ โต รกิเลียม และ อีก วัน หนึ่ง ก็ มา ถึง เมือง มิ เลทัส {20:16} ด้วย ว่า เปาโล ได้ ตั้งใจ ว่า จะ แล่น เลย เมือง เอ เฟซัสไป เพื่อ จะ ไม่ ต้อง ค้าง อยู่ นาน ใน แคว้น เอเชีย เพราะ ท่าน รีบ ให้ ถึง กรุง เยรูซาเล็ม ถ้า เป็น ได้ ให้ ทัน วัน เทศกาล เพ็นเทคศเต {i20:17} เปาโล กล่าว คำ ปราศรัย แก่ ผู้ปกครอง คริสตจักร ที่ เมือง เอ เฟซัส {20:17} เปาโล จึง ใช้ คน จาก เมือง มิ เลทัส ไป ยัง เมือง เอ เฟซัส ให้ เชิญ พวก ผู้ปกครอง ใน คริสตจักร นั้น มา {20:18} ครั้น เขา ทั้งหลาย มา ถึง เปาโล แล้ว เปาโล จึง กล่าว แก่ เขา ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย ย่อม ทราบ อยู่ เอง ว่า ข้าพเจ้า ได้ ประพฤติ ต่อ ท่าน อย่างไร ทุก เวลา ตั้งแต่ วัน แรก ที่ ข้าพเจ้า เข้า มา ใน แคว้น เอเชีย {20:19} ข้าพเจ้า ได้ ปรนนิบัติ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ด้วย ความ ถ่อม ใจ ด้วย น้ำตา ไหล เป็น อัน มาก และ ด้วย การ ถูก ทดลอง ซึ่ง มา ถึง ข้าพเจ้า เพราะ พวก ยิว คิด ร้าย ต่อ ข้าพเจ้า {20:20} และ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ซึ่ง เป็น คุณ ประโยชน์ แก่ ท่าน ทั้งหลาย ข้าพเจ้า มิ ได้ ปิด ซ่อน ไว้ แต่ ได้ ชี้แจง ให้ ท่าน เห็น กับ ได้ สั่งสอน ท่าน ต่อ หน้า คน ทั้งปวง และ ตาม บ้านเรือน {20:21} ทั้ง เป็น พยาน แก่ พวก ยิว และ พวก กรีก ถึง เรื่อง การ กลับ ใจ ใหม่ เฉพาะ พระเจ้า และ ความ เชื่อ ใน พระ เยซู คริสต์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา {20:22} ดู เถิด บัดนี้ พระ วิญญาณ พัน ผูก ข้าพเจ้า จึง จำเป็น จะ ต้อง ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม ไม่ ทราบ ว่า จะ มี อะไร เกิด ขึ้น กับ ข้าพเจ้า ที่ นั่น บ้าง {20:23} เว้น ไว้ แต่ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ทรง เป็น พยาน ใน ทุก บ้าน ทุก เมือง ว่า เครื่อง จอง จำ และ ความ ยาก ลำบาก คอย ท่า ข้าพเจ้า อยู่ {20:24} แต่ สิ่ง เหล่า นี้ ไม่ ได้ เปลี่ยนแปลง ข้าพเจ้า เลย ข้าพเจ้า มิ ได้ ถือ ว่า ชีวิต ของ ข้าพเจ้า เป็น สิ่ง ประเสริฐ แก่ ข้าพเจ้า แต่ ใน ชีวิต ของ ข้าพเจ้า ขอ ทำ หน้าที่ ให้ สำเร็จ ด้วย ความ ปีติ ยินดี และ ทำ การ ปรนนิบัติ ที่ ได้ รับ มอบหมาย จาก พระ เยซู เจ้า คือ ที่ จะ เป็น พยาน ถึง ข่าว ประเสริฐ แห่ง พระคุณ ของ พระเจ้า นั้น {20:25} ดู เถิด ข้าพเจ้า เที่ยว ป่าว ประกาศ อาณาจักร ของ พระเจ้า ใน หมู่ พวก ท่าน บัดนี้ ข้าพเจ้า ทราบ อยู่ ว่า ท่าน ทั้งหลาย จะ ไม่ เห็น หน้า ข้าพเจ้า อีก {20:26} เหตุ ฉะนั้น วัน นี้ ข้าพเจ้า ยืนยัน ต่อ ท่าน ทั้งหลาย ว่า ข้าพเจ้า หมด ราคี จาก โลหิต ของ ทุก คน {20:27} เพราะ ว่า ข้าพเจ้า มิ ได้ ย่อท้อ ใน การ กล่าว เรื่อง พระ ดำริ ของ พระเจ้า ทั้งสิ้น ให้ ท่าน ทั้งหลาย ฟัง {20:28} เพราะ ฉะนั้น ท่าน ทั้งหลาย จง ระวัง ตัว ให้ ดี และ จง รักษา ฝูง แกะ ที่ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ได้ ทรง ตั้ง ท่าน ไว้ ให้ เป็น ผู้ ดูแล และ เพื่อ จะ ได้ บำรุง เลี้ยง คริสตจักร ของ พระเจ้า ที่ พระองค์ ทรง ไถ่ ด้วย พระ โลหิต ของ พระองค์ เอง {20:29} ข้าพเจ้า ทราบ อยู่ ว่า เมื่อ ข้าพเจ้า ไป แล้ว จะ มี สุนัข ป่า อัน ร้าย เข้า มา ใน หมู่ พวก ท่าน และ จะ ไม่ ละเว้น ฝูง แกะ ไว้ เลย {20:30} จะ มี บาง คน ใน หมู่ พวก ท่าน เอง ขึ้น กล่าว บิดเบือน ความ จริง เพื่อ จะ ชักชวน พวก สาวก ให้ หลง ตาม เขา ไป {20:31} เหตุ ฉะนั้น จง ตื่นตัว อยู่ และ จำ ไว้ ว่า ข้าพเจ้า ได้ สั่งสอน เตือน สติ ท่าน ทุก คน ด้วย น้ำตา ไหล ทั้ง กลางวัน กลางคืน ตลอด สาม ปี มิ ได้ หยุด หย่อน {20:32} พี่น้อง ทั้งหลาย บัดนี้ ข้าพเจ้า ฝาก ท่าน ไว้ กับ พระเจ้า และ กับ พระ ดำรัส แห่ง พระคุณ ของ พระองค์ ซึ่ง มี ฤทธิ์ ก่อสร้าง ท่าน ขึ้น ได้ และ ให้ ท่าน มี มรดก ด้วย กัน กับ บรรดา ผู้ ที่ ทรง แยก ตั้ง ไว้ {20:33} ข้าพเจ้า มิ ได้ โลภ เงิน หรือ ทอง หรือ เสื้อ ผ้า ของ ผู้ ใด {20:34} แล้ว ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ว่า มือ ของ ข้าพเจ้า เอง นี้ ได้ จัด หา สิ่ง ที่ จำเป็น สำหรับ ตัว ข้าพเจ้า กับ คน ที่ อยู่ กับ ข้าพเจ้า {20:35} ข้าพเจ้า ได้ วาง แบบอย่าง ไว้ ให้ ท่าน ทุก อย่าง แล้ว ให้ เห็น ว่า โดย ทำงาน เช่น นี้ ควร จะ ช่วย คน ที่ มี กำลัง น้อย และ ให้ ระลึก ถึง พระ วจนะ ของ พระ เยซู เจ้า ซึ่ง พระองค์ ตรัส ว่า ‘ การ ให้ เป็น เหตุ ให้ มี ความ สุข ยิ่ง กว่า การ รับ’” {20:36} ครั้น เปาโล กล่าว อย่าง นั้น แล้ว จึง คุกเข่า ลง อธิษฐาน กับ คน เหล่า นั้น {20:37} เขา ทั้งหลาย จึง ร้องไห้ มากมาย และ กอด คอ ของ เปาโล จุบ ท่าน {20:38} เขา เป็น ทุกข์ มาก ที่สุด เพราะ เหตุ ถ้อยคำ ที่ ท่าน กล่าว ว่า เขา จะ ไม่ เห็น หน้า ท่าน อีก แล้ว เขา ก็ พา ท่าน ไป ส่ง ที่ เรือ {i21:1} พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ห้าม เปาโล ไม่ ให้ ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม {21:1} ต่อ มา เมื่อ พวก เรา ลา เขา เหล่า นั้น แล้ว ก็ แล่น เรือ ตรง ไป ยัง เกาะ โข ส อีก วัน หนึ่ง ก็ มา ถึง เกาะ โรดส์ เมื่อ ออก จาก ที่ นั่น ก็ มา ยัง เมือง ปา ทา รา {21:2} เรา พบ เรือ ลำ หนึ่ง ที่ ไป เมือง ฟินิเซีย จึง ลง เรือ ลำ นั้น แล่น ต่อ ไป {21:3} ครั้น แล เห็น เกาะ ไซปรัส แล้ว เรา ก็ ผ่าน เกาะ นั้น ไป ข้าง ขวา แล่น ไป ยัง แคว้น ซีเรีย จอด เรือ ที่ ท่า เมือง ไท ระ เพราะ จะ เอา ของ บรรทุก ขึ้น ท่า ที่ นั่น {21:4} เมื่อ ไป หา พวก สาวก พบ แล้ว เรา จึง พัก อยู่ ที่ นั่น เจ็ด วัน สาวก ได้ เตือน เปาโล โดย พระ วิญญาณ มิ ให้ ขึ้น ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม {21:5} แต่ เมื่อ วัน เหล่า นั้น ล่วง ไป แล้ว พวก เรา ก็ ลา ไป สาวก ทั้งหลาย กับ ทั้ง ภรรยา และ บุตร ได้ ส่ง พวก เรา ออก จาก เมือง แล้ว เรา ทั้งหลาย ก็ ได้ คุกเข่า ลง อธิษฐาน ที่ ชาย หาด {21:6} และ คำนับ ลา ซึ่ง กัน และ กัน พวก เรา ก็ ลง เรือ และ เขา ก็ กลับ ไป บ้าน ของ เขา {21:7} ครั้น พวก เรา แล่น เรือ มา จาก เมือง ไท ระ ถึง เมือง ทอ เล เม อิส แล้ว ก็ สิ้น ทาง ทะเล เรา จึง คำนับ พวก พี่น้อง และ พัก อยู่ กับ เขา หนึ่ง วัน {21:8} ครั้น รุ่งขึ้น พวก เรา ที่ เป็น เพื่อน เดินทาง กับ เปาโล ก็ ลา ไป และ มา ถึง เมือง ซี ซา รี ยา เรา ก็ เข้า ไป ใน บ้าน ของ ฟีลิป ผู้ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ซึ่ง เป็น คน หนึ่ง ใน จำพวก เจ็ด คน นั้น เรา ก็ อาศัย อยู่ กับ ท่าน {21:9} ฟีลิป มี บุตร สาว พรหมจารี สี่ คน ซึ่ง ได้ พยากรณ์ {i21:10} ผู้ พยากรณ์ อา กา บัส กล่าว ยืนยัน ถึง คำ ตักเตือน ของ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ {21:10} ครั้น เรา อยู่ ที่ นั่น หลาย วัน แล้ว มี ผู้ พยากรณ์ คน หนึ่ง ลง มา จาก แคว้น ยู เดีย ชื่อ อา กา บัส {21:11} ครั้น มา ถึง เรา เขา ก็ เอา เครื่อง คาด เอว ของ เปาโล ผูก มือ และ เท้า ของ ตน กล่าว ว่า “ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ตรัส ดังนี้ ว่า ‘ พวก ยิว ใน กรุง เยรูซาเล็ม จะ ผูกมัด คน ที่ เป็น เจ้าของ เครื่อง คาด เอว นี้ และ จะ มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ คน ต่าง ชาติ’” {21:12} ครั้น เรา ได้ยิน ดังนั้น เรา กับ คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ที่ นั่น จึง อ้อนวอน เปาโล มิ ให้ ขึ้น ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม {21:13} ฝ่าย เปาโล ตอบ ว่า “ เหตุ ไฉน ท่าน ทั้งหลาย จึง ร้องไห้ และ ทำให้ ข้าพเจ้า ช้ำใจ ด้วย ข้าพเจ้า เต็ม ใจ พร้อม ที่ จะ ไป ให้ เขา ผูกมัด ไว้ อย่าง เดียว ก็ หา มิ ได้ แต่ เต็ม ใจ พร้อม จะ ตาย ที่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม ด้วย เพราะ เห็นแก่ พระ นาม ของ พระ เยซู เจ้า” {i21:14} จาก เมือง ซี ซา รี ยา ไป ที่ กรุง เยรูซาเล็ม {21:14} เมื่อ ท่าน ไม่ ยอม ฟัง ตาม คำ ชักชวน เรา ก็ หยุด พูด และ กล่าว ว่า “ ขอ ให้ เป็น ไป ตาม พระทัย องค์ พระผู้เป็นเจ้า เถิด” {21:15} ภายหลัง วัน เหล่า นั้น เรา ก็ จัดแจง ข้าวของ และ ขึ้น ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม {21:16} สาวก บาง คน ที่ มา จาก เมือง ซี ซา รี ยา ก็ ได้ ไป กับ เรา ด้วย เขา นำ เรา ไป หา คน หนึ่ง ชื่อ ม นา สัน ชาว เกาะ ไซปรัส เป็น สาวก เก่า แก่ ให้ เรา อาศัย อยู่ กับ คน นั้น {21:17} เมื่อ เรา มา ถึง กรุง เยรูซาเล็ม แล้ว พวก พี่น้อง ก็ รับรอง เรา ไว้ ด้วย ความ ยินดี {i21:18} เปาโล ปฏิญาณ ตัว ไว้ {21:18} ครั้น รุ่งขึ้น เปาโล กับ เรา ทั้งหลาย จึง เข้า ไป หา ยาก อบ และ พวก ผู้ปกครอง ก็ อยู่ พร้อม กัน ที่ นั่น {21:19} เมื่อ เปาโล คำนับ ท่าน เหล่า นั้น แล้ว จึง ได้ กล่าว ถึง เหตุการณ์ ทั้งปวง ตาม ลำดับ ซึ่ง พระเจ้า ทรง โปรด กระทำ ใน หมู่ คน ต่าง ชาติ โดย การ ปรนนิบัติ ของ ท่าน {21:20} ครั้น คน ทั้งหลาย ได้ยิน จึง สรรเสริญ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ กล่าว แก่ เปาโล ว่า “ พี่ เอ๋ย ท่าน เห็น ว่า มี พวก ยิว สัก กี่ พัน คน ที่ เชื่อถือ และ ทุก คน ยัง มี ใจ ร้อนรน ใน การ ถือ พระ ราช บัญญัติ {21:21} เขา ทั้งหลาย ได้ยิน ถึง ท่าน ว่า ท่าน ได้ สั่งสอน พวก ยิว ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน หมู่ ชน ต่าง ชาติ ให้ ละทิ้ง โมเสส และ ว่า ไม่ ต้อง ให้ บุตร ของ ตน เข้า สุหนัต หรือ ประพฤติ ตาม ธรรมเนียม เก่า นั้น {21:22} เรื่อง นั้น เป็น อย่างไร คน เป็น อัน มาก จะ ต้อง มา ประชุม กัน เพราะ เขา ทั้งหลาย จะ ได้ยิน ว่า ท่าน มา แล้ว {21:23} เหตุ ฉะนั้น จง ทำ อย่าง นี้ ตาม ที่ เรา จะ บอก แก่ ท่าน คือ ว่า เรา มี ชาย สี่ คน ที่ ได้ ปฏิญาณ ตัว ไว้ {21:24} ท่าน จง พา คน เหล่า นั้น ไป ชำระ ตัว ด้วย กัน กับ เขา และ เสีย เงิน แทน เขา เพื่อ เขา จะ ได้ โกน ศีรษะ คน ทั้งหลาย จึง จะ รู้ ว่า ความ ที่ เขา ได้ยิน ถึง ท่าน นั้น เป็น ความ เท็จ แต่ ท่าน เอง ดำเนิน ชีวิต ให้ มี ระเบียบ และ รักษา พระ ราช บัญญัติ อยู่ ด้วย {21:25} แต่ ฝ่าย คน ต่าง ชาติ ที่ เชื่อ นั้น เรา ได้ เขียน จดหมาย ตัดสิน มิ ให้ เขา ถือ เช่น นั้น แต่ ให้ เขา ทั้งหลาย งด ไม่ รับประทาน ของ ซึ่ง บูชา แก่ รูป เคารพ ไม่ รับประทาน เลือด ไม่ รับประทาน เนื้อ สัตว์ ที่ รัด คอ ตาย และ ไม่ ล่วง ประเวณี” {21:26} เปาโล จึง พา สี่ คน นั้น ไป และ วัน รุ่งขึ้น ได้ ชำระ ตัว ด้วย กัน กับ เขา แล้ว จึง เข้า ไป ใน พระ วิหาร ประกาศ วัน ที่ การ ชำระ นั้น จะ สำเร็จ จน ถึง วัน ที่ จะ นำ เครื่องบูชา มา ถวาย เพื่อ คน เหล่า นั้น ทุก คน {i21:27} เปาโล ถูก พวก ยิว ที่ โกรธ แค้น จับกุม ใน พระ วิหาร {21:27} ครั้น เกือบ จะ สิ้น เจ็ด วัน แล้ว พวก ยิว ที่ มา จาก แคว้น เอเชีย เมื่อ เห็น เปาโล ใน พระ วิหาร จึง ยุยง ประชาชน แล้ว จับ เปาโล {21:28} ร้อง ว่า “ ชน ชาติ อิสราเอล เอ๋ย จง ช่วย กัน เถิด คน นี้ เป็น ผู้ ที่ ได้ สอน คน ทั้งปวง ทุก ตำบล ให้ เป็น ศัตรู ต่อ ชน ชาติ ของ เรา ต่อ พระ ราช บัญญัติ และ ต่อ สถานที่ นี้ และ ยิ่ง กว่า นั้น อีก เขา ได้ พา คน ชาว กรีก เข้า มา ใน พระ วิหาร ด้วย จึง ทำให้ ที่ บริสุทธิ์ นี้ เป็น มลทิน” {21:29} (เพราะ แต่ ก่อน คน เหล่า นั้น เห็น โต รฟีมัส ชาว เมือง เอ เฟซัส อยู่ กับ เปาโล ใน เมือง เขา จึง คาด ว่า เปาโล ได้ พา คน นั้น เข้า มา ใน พระ วิหาร) {21:30} แล้ว คน ทั้ง เมือง ก็ ฮือ กัน ขึ้น คน ทั้งหลาย ก็ วิ่ง เข้า ไป รวม กัน และ จับ เปาโล ลาก ออก จาก พระ วิหาร แล้ว ก็ ปิด ประตู เสีย ทันที {21:31} เมื่อ เขา กำลัง หา ช่อง จะ ฆ่า เปาโล ข่าว นั้น ลือ ไป ยัง นาย พัน กองทัพ ว่า กรุง เยรูซาเล็ม เกิด การ วุ่นวาย ขึ้น ทั้ง เมือง {21:32} ใน ทันใด นั้น นาย พัน จึง คุม พวก ทหาร กับ พวก นาย ร้อย วิ่ง ลง ไป ยัง คน ทั้งปวง เมื่อ เขา ทั้งหลาย เห็น นาย พัน กับ พวก ทหาร มา จึง หยุด ตี เปาโล {i21:33} นาย พัน ชน ชาติ โรม ได้ ใช้ โซ่ ล่าม เปาโล ไว้ {21:33} นาย พัน จึง เข้า ไป ใกล้ แล้ว จับ เปาโล สั่ง ให้ เอา โซ่ สอง เส้น ล่าม ไว้ แล้ว ถาม ว่า ท่าน เป็น ใคร และ ได้ ทำ อะไร บ้าง {21:34} บาง คน ใน หมู่ คน เหล่า นั้น ร้อง ว่า อย่าง นี้ บาง คน ว่า อย่าง นั้น เมื่อ นาย พัน เอา ความ แน่นอน อะไร ไม่ ได้ เพราะ วุ่นวาย มาก จึง สั่ง ให้ พา เปาโล เข้า ไป ใน กรม ทหาร {21:35} ครั้น มา ถึง บันได แล้ว พวก ทหาร จึง ยก เปาโล ขึ้น เพราะ คน ทั้งปวง กำลัง คอย ทำร้าย {21:36} ด้วย คน ทั้งปวง เหล่า นั้น ตาม ไป ร้อง ว่า “ จง เอา เขา ไป ฆ่า เสีย” {21:37} เมื่อ พวก ทหาร จะ พา เปาโล เข้า ไป ใน กรม ทหาร เปาโล จึง กล่าว แก่ นาย พัน ว่า “ ข้าพเจ้า จะ พูด กับ ท่าน สัก หน่อย ได้ หรือ” นาย พัน จึง ถาม ว่า “ เจ้า พูด ภาษา กรีก เป็น หรือ {21:38} เจ้า เป็น ชาว อียิปต์ ซึ่ง ได้ ก่อการ กบฏ แต่ ก่อน และ พา พวก ฆาตกร สี่ พัน คน เข้า ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร มิ ใช่ หรือ” {21:39} แต่ เปาโล ตอบ ว่า “ ข้าพเจ้า เป็น คน ยิว ซึ่ง เกิด ใน เมือง ทาร์ซัส แคว้น ซี ลี เซีย ไม่ ใช่ พลเมือง ของ เมือง ย่อมๆ ข้าพเจ้า ขอ ท่าน อนุญาต ให้ พูด กับ คน ทั้งปวง สัก หน่อย” {21:40} ครั้น นาย พัน อนุญาต แล้ว เปาโล จึง ยืน อยู่ ที่ บันได โบก มือ ให้ คน ทั้งปวง เมื่อ คน ทั้งปวง นิ่ง เงียบ ลง แล้ว ท่าน จึง กล่าว แก่ เขา เป็น ภาษา ฮีบรู ว่า {i22:1} เปาโล เล่า ให้ ฝูง ชน ชาติ ยิว ฟัง ถึง การ กลับ ใจ เสีย ใหม่ ของ ตน (กจ 9:1-18; 26:9-18) {22:1} “ ท่าน ทั้งหลาย พี่น้อง และ บรรดา ท่าน ผู้ อาวุโส ขอ ฟัง คำ ให้การ ซึ่ง ข้าพเจ้า จะ แก้ คดี ให้ ท่าน ฟัง ณ บัดนี้” {22:2} (ครั้น เขา ทั้งหลาย ได้ยิน ท่าน พูด ภาษา ฮีบรู เขา ก็ ยิ่ง เงียบ ลง กว่า ก่อน เปาโล จึง กล่าว ว่า) {22:3} “ ที่ จริง ข้าพเจ้า เป็น ยิว เกิด ใน เมือง ทาร์ซัส แคว้น ซี ลี เซีย แต่ ได้ เติบ โต ขึ้น ใน เมือง นี้ และ ได้ เล่าเรียน กับ ท่าน อาจารย์ กา มา ลิ เอ ล ตาม พระ ราช บัญญัติ ของ บรรพบุรุษ ของ เรา โดย ถี่ถ้วน ทุก ประการ จึง มี ใจ ร้อนรน ใน การ ปรนนิบัติ พระเจ้า เหมือน อย่าง ท่าน ทั้งหลาย ใน ทุก วัน นี้ {22:4} ข้าพเจ้า ได้ ข่มเหง คน ทั้งหลาย ที่ ถือ ใน ทาง นี้ จน ถึง ตาย และ ได้ ผูกมัด เขา จำ ไว้ ใน คุก ทั้ง ชาย และ หญิง {22:5} ตาม ที่ มหา ปุโรหิต กับ สภา อาจ เป็น พยาน ให้ ข้าพเจ้า ได้ เพราะ ข้าพเจ้า ได้ ถือ หนังสือ จาก ท่าน ผู้ นั้น ไป ยัง พวก พี่น้อง และ ได้ เดินทาง ไป เมือง ดา มัสกัส เพื่อ จับ มัด คน ทั้งหลาย พา มา ยัง กรุง เยรูซาเล็ม ให้ ทำโทษ เสีย {22:6} ต่อ มา เมื่อ ข้าพเจ้า กำลัง เดินทาง ไป ใกล้ จะ ถึง เมือง ดา มัสกัส ประมาณ เวลา เที่ยง ใน ทันใด นั้น มี แสง สว่าง กล้า มา จาก ฟ้า ล้อม ข้าพเจ้า ไว้ {22:7} ข้าพเจ้า จึง ล้ม ลง ที่ดิน และ ได้ยิน พระ สุรเสียง ตรัส กับ ข้าพเจ้า ว่า ‘ เซา โล เซา โลเอ๋ย เจ้า ข่มเหง เรา ทำไม’ {22:8} ข้าพเจ้า จึง ทูล ตอบ ว่า ‘ พระองค์เจ้า ข้า พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ใด’ พระองค์ จึง ตรัส กับ ข้าพเจ้า ว่า ‘ เรา คือ เยซู ชาว นาซา เร็ธ ซึ่ง เจ้า ข่มเหง นั้น’ {22:9} ฝ่าย คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ กับ ข้าพเจ้า ได้ เห็น แสง สว่าง นั้น และ ตกใจ กลัว แต่ พระ สุรเสียง ที่ ตรัส กับ ข้าพเจ้า นั้น เขา หา ได้ยิน ไม่ {22:10} ข้าพเจ้า จึง ทูล ถาม ว่า ‘ พระองค์เจ้า ข้า ข้าพเจ้า จะ ต้อง ทำ ประการ ใด’ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ตรัส แก่ ข้าพเจ้า ว่า ‘ เจ้า จง ลุก ขึ้น เข้า ไป ใน เมือง ดา มัสกัส และ ที่ นั่น เขา จะ บอก เจ้า ให้ รู้ ถึง การ ทุก สิ่ง ซึ่ง ได้ กำหนด ไว้ ให้ เจ้า ทำ นั้น’ {22:11} เมื่อ ข้าพเจ้า เห็น อะไร ไม่ ได้ เนื่อง จาก พระ รัศมี อัน แรง กล้า นั้น คน ที่ มา ด้วย กัน กับ ข้าพเจ้า ก็ จูง มือ พา ข้าพเจ้า เข้า ไป ใน เมือง ดา มัสกัส {22:12} มี คน หนึ่ง ชื่อ อา นา เนีย เป็น คน มี ศรัทธา มาก ตาม พระ ราช บัญญัติ และ มี ชื่อเสียง ดี ท่ามกลาง พวก ยิว ทั้งปวง ที่ อยู่ ที่ นั่น {22:13} ได้ มา หา ข้าพเจ้า และ ยืน อยู่ ใกล้ กล่าว แก่ ข้าพเจ้า ว่า ‘ พี่ เซา โลเอ๋ย จง เห็น ได้ อีก เถิด’ ข้าพเจ้า จึง เห็น ท่าน ได้ ใน เวลา นั้น {22:14} ท่าน จึง กล่าว ว่า ‘ พระเจ้า แห่ง บรรพบุรุษ ของ เรา ได้ ทรง เลือก ท่าน ไว้ ประสงค์ จะ ให้ ท่าน รู้จัก น้ำ พระทัย ของ พระองค์ ให้ ท่าน เห็น พระองค์ ผู้ ชอบธรรม และ ให้ ได้ยิน พระ สุรเสียง จาก พระ โอษฐ์ ของ พระองค์ {22:15} เพราะ ว่า ท่าน จะ เป็น พยาน ฝ่าย พระองค์ ให้ คน ทั้งปวง ทราบ ถึง เหตุการณ์ ซึ่ง ท่าน เห็น และ ได้ยิน นั้น {22:16} เดี๋ยวนี้ ท่าน จะ รอ ช้า อยู่ ทำไม จง ลุก ขึ้น รับ บัพ ติ ศมา ด้วย ออก พระ นาม ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ลบล้าง ความ ผิด บาป ของ ท่าน เสีย’ {i22:17} พระเจ้า ทรง เตือน เปาโล ให้ ออก ไป จาก กรุง เยรูซาเล็ม {22:17} ต่อ มา เมื่อ ข้าพเจ้า กลับ มา ยัง กรุง เยรูซาเล็ม และ กำลัง อธิษฐาน อยู่ ใน พระ วิหาร ข้าพเจ้า ก็ เคลิ้ม ไป {22:18} และ ได้ เห็น พระองค์ ตรัส กับ ข้าพเจ้า ว่า ‘ จง รีบ ออก ไป จาก กรุง เยรูซาเล็ม โดย เร็ว ด้วย ว่า เขา จะ ไม่ รับ คำ ของ เจ้า ซึ่ง อ้าง พยาน ถึง เรา’ {22:19} ข้าพเจ้า จึง ทูล ว่า ‘ พระองค์เจ้า ข้า คน เหล่า นั้น ทราบ อยู่ ว่า ข้า พระองค์ ได้ จับ คน ทั้งหลาย ที่ เชื่อ ใน พระองค์ ไป ใส่ คุก และ เฆี่ยน ตี ตาม ธรรม ศาลา ทุก แห่ง {22:20} และ เมื่อ เขา ทำให้ โลหิต ของ สเทเฟ นพ ยาน ผู้ ยอม ตาย เพื่อ พระองค์ ตก นั้น ข้า พระองค์ ได้ ยืน อยู่ ใกล้ และ เห็น ชอบ ใน การ ประหาร เขา เสีย นั้น ด้วย และ ข้า พระองค์ เป็น คน เฝ้า เสื้อ ผ้า ของ คน ที่ ฆ่า สเทเฟนนั้น’ {22:21} แล้ว พระองค์ ตรัส กับ ข้าพเจ้า ว่า ‘ จง ไป เถิด เรา จะ ใช้ ให้ เจ้า ไป ไกล ไป หา คน ต่าง ชาติ’” {22:22} เขา ทั้งหลาย ได้ ฟัง เปาโล กล่าว แค่ นี้ แล้ว ก็ ร้อง เสียง ดัง ว่า “ เอา คน เช่น นี้ ไป จาก แผ่นดิน โลก ไม่ ควร จะ ให้ เขา มี ชีวิต อยู่” {22:23} เมื่อ เขา ทั้งหลาย กำลัง โห่ ร้อง และ ถอด เสื้อ เอา ผง คลี ดิน ซัด ขึ้น ไป ใน อากาศ {i22:24} เปาโล ซึ่ง เป็น ชาติ โรม ได้ รอด พ้น การ เฆี่ยน {22:24} นาย พัน จึง สั่ง ให้ พา เปาโล เข้า ไป ใน กรม ทหาร และ สั่ง ให้ ไต่สวน โดย การ เฆี่ยน เพื่อ จะ ได้ รู้ ว่า เขา ร้อง ปรักปรำ ท่าน ด้วย เหตุ ประการ ใด {22:25} ครั้น เอา เชือก หนัง มัด เปาโล ท่าน จึง ถาม นาย ร้อย ซึ่ง ยืน อยู่ ที่ นั่น ว่า “ การ ที่ จะ เฆี่ยน คน สัญชาติ โรม ก่อน พิพากษา ปรับโทษ นั้น ถูกต้อง ตาม กฎหมาย หรือ” {22:26} เมื่อ นาย ร้อย ได้ยิน แล้ว จึง ไป บอก นาย พัน ว่า “ ท่าน จะ ทำ อะไร นั่น คน นั้น เป็น คน สัญชาติ โรม” {22:27} ฝ่าย นาย พัน จึง ไป หา เปาโล ถาม ว่า “ ท่าน เป็น คน สัญชาติ โรม หรือ จง บอก เรา เถิด” เปาโล จึง ตอบ ว่า “ ใช่ แล้ว” {22:28} นาย พัน จึง ตอบ ว่า “ ซึ่ง เรา เป็น คน สัญชาติ โรม ได้ นั้น เรา ต้อง เสีย เงิน มาก” เปาโล จึง ตอบ ว่า “ ข้าพเจ้า เป็น คน สัญชาติ โรม โดย กำเนิด” {22:29} ขณะ นั้น คน ทั้งหลาย ที่ จะ ไต่สวน เปาโล ก็ ได้ ละ ท่าน ไป ทันที และ นาย พัน เมื่อ ทราบ ว่า เปาโล เป็น คน สัญชาติ โรม ก็ ตกใจ กลัว เพราะ ได้ มัด ท่าน ไว้ {22:30} ครั้น วัน รุ่งขึ้น นาย พัน อยาก รู้ แน่ ว่า พวก ยิว ได้ กล่าวหา เปาโล ด้วย เหตุ ใด จึง ได้ ถอด เครื่อง จำ เปาโล สั่ง ให้ พวก ปุโรหิต ใหญ่ กับ บรรดา สมาชิก สภา ประชุม กัน แล้ว พา เปาโล ลง ไป ให้ ยืน อยู่ ต่อ หน้า เขา ทั้งหลาย {i23:1} เปาโล ต่อ หน้า สภา {23:1} ฝ่าย เปาโล จึง เพ่ง ดู พวก สมาชิก สภา แล้ว กล่าว ว่า “ ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย ข้าพเจ้า ได้ ประพฤติ ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ล้วน แต่ ตามใจ วินิจฉัย ผิด ชอบ อัน ดี จน ถึง ทุก วัน นี้” {23:2} อา นา เนีย ผู้ เป็น มหา ปุโรหิต จึง สั่ง คน ที่ ยืน อยู่ ใกล้ ให้ ตบ ปาก เปาโล {23:3} เปาโล จึง กล่าว แก่ ท่าน ว่า “ พระเจ้า จะ ทรง ตบ เจ้า ผู้ เป็น ผนัง ที่ ฉาบ ด้วย ปูนขาว เจ้า นั่ง พิพากษา ข้า ตาม พระ ราช บัญญัติ และ ยัง สั่ง ให้ เขา ตบ ข้า ซึ่ง เป็น การ ผิด พระ ราช บัญญัติ หรือ” {23:4} คน ทั้งหลาย ที่ ยืน อยู่ ที่ นั่น จึง ถาม ว่า “ เจ้า พูด หยาบคาย ต่อม หา ปุโรหิต ของ พระเจ้า หรือ” {23:5} เปาโล จึง ตอบ ว่า “ พี่น้อง ทั้งหลาย ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ ว่า ท่าน เป็น มหา ปุโรหิต ด้วย มี คำ เขียน ไว้ แล้ว ว่า ‘ อย่า พูด หยาบช้า ต่อ ผู้ปกครอง ชน ชาติ ของ เจ้า เลย’” {23:6} ครั้น เปาโล เห็น ว่า ผู้ ที่ อยู่ ใน ประชุม สภา นั้น เป็น พวก สะ ดู สี ส่วน หนึ่ง และ พวก ฟา ริ สี ส่วน หนึ่ง ท่าน จึง ร้อง ขึ้น ต่อ หน้าที่ ประชุม ว่า “ ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย ข้าพเจ้า เป็น พวก ฟา ริ สี และ เป็น บุตร ชาย ของ พวก ฟา ริ สี ที่ ข้าพเจ้า ถูก พิจารณา พิพากษา นี้ ก็ เพราะ เรื่อง ความ หวัง ว่า มี การ เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย” {23:7} เมื่อ ท่าน กล่าว อย่าง นั้น แล้ว พวก ฟา ริ สี กับ พวก สะ ดู สี ก็ เกิด เถียง กัน ขึ้น และ ที่ ประชุม ก็ แตก เป็น สอง พวก {23:8} ด้วย พวก สะ ดู สี ถือ ว่า การ ที่ เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย นั้น ไม่ มี และ ทูต สวรรค์ หรือ วิญญาณ ก็ ไม่ มี แต่ พวก ฟา ริ สี ถือ ว่า มี ทั้งนั้น {i23:9} เปาโล ก่อ ให้ เกิด การ แตกแยก ใน พวก ฟา ริ สี และ พวก สะ ดู สี {23:9} แล้ว ก็ อื้ออึง เกิด โกลาหล และ พวก ธรรมา จารย์ บาง คน ที่ อยู่ ฝ่าย พวก ฟา ริ สี ก็ ลุก ขึ้น เถียง ว่า “ เรา ไม่ เห็น ว่า คน นี้ มี ความ ผิด อะไร แต่ ถ้า วิญญาณ ก็ ดี หรือ ทูต สวรรค์ ก็ ดี ได้ พูด กับ เขา พวก เรา อย่า ต่อสู้ กับ พระเจ้า เลย” {23:10} เมื่อ การ โต้เถียง กัน รุนแรง ขึ้น นาย พัน กลัว ว่า เขา จะ ยื้อ แย่ง จับ เปาโล ฉีก เสีย ท่าน จึง สั่ง พวก ทหาร ให้ ลง ไป รับ เปาโล ออก จาก หมู่ พวก นั้น พา เข้า ไป ไว้ ใน กรม ทหาร {i23:11} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ให้ เปาโล เกิด ความ มั่นใจ ว่า ท่าน จะ เป็น พยาน ใน กรุง โรม {23:11} ใน เวลา กลางคืน วัน นั้น เอง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ยืน อยู่ กับ เปาโล ตรัส ว่า “ เปาโล เอ๋ย เจ้า จง มี ใจ กล้า เถิด เพราะ ว่า เจ้า ได้ เป็น พยาน ฝ่าย เรา ใน กรุง เยรูซาเล็ม ฉัน ใด เจ้า จะ ต้อง เป็น พยาน ใน กรุง โรม ด้วย ฉัน นั้น” {i23:12} คน มาก กว่า สี่ สิบ คน สบถ สาบาน ว่า จะ ฆ่า เปาโล {23:12} ครั้น เวลา รุ่งเช้า พวก ยิว บาง คน ได้ สมทบ กัน ปฏิญาณ ตัว ว่า เขา ทั้งหลาย จะ ไม่ กิน จะ ไม่ ดื่ม อะไร กว่า จะ ได้ ฆ่า เปาโล เสีย {23:13} คน ที่ ร่วม กัน ปอง ร้าย นั้น มี กว่า สี่ สิบ คน {23:14} คน เหล่า นั้น จึง ไป หา พวก ปุโรหิต ใหญ่ กับ พวก ผู้ใหญ่ กล่าว ว่า “ พวก ข้าพเจ้า ได้ ปฏิญาณ ตัวอย่าง แข็งแรง ว่า จะ ไม่ รับประทาน อาหาร จน กว่า จะ ได้ ฆ่า เปาโล เสีย {23:15} ฉะนั้น บัดนี้ ท่าน ทั้งหลาย กับ พวก สมาชิก สภา จง พูด ให้ นาย พัน เข้าใจ ว่า พวก ท่าน ต้องการ ให้ พา เปาโล ลง มา หา ท่าน ทั้งหลาย พรุ่งนี้ เพื่อ จะ ได้ ซัก ถาม ความ ให้ ถ้วนถี่ ยิ่ง กว่า แต่ ก่อน ฝ่าย พวก ข้าพเจ้า จะ ได้ เตรียม ตัว ไว้ พร้อม ที่ จะ ฆ่า เปาโล เสีย เมื่อ ยัง ไม่ ทัน จะ มา ถึง” {23:16} แต่ บุตร ชาย ของ น้อง สาว เปาโล ได้ยิน เรื่อง ซึ่ง เขา คอย ทำร้าย นั้น จึง เข้า มา ใน กรม ทหาร บอก แก่ เปาโล {23:17} เปาโล จึง เรียก นาย ร้อย คน หนึ่ง มา กล่าว ว่า “ ขอ พา ชาย หนุ่ม คน นี้ ไป หา นาย พัน ด้วย เพราะ เขา มี เรื่อง ที่ จะแจ้ง ให้ ทราบ” {23:18} เหตุ ฉะนั้น นาย ร้อย จึง รับ ตัว ชาย หนุ่ม คน นั้น ไป หา นาย พัน กล่าว ว่า “ เปาโล ผู้ ถูก ขัง อยู่ นั้น เรียก ข้าพเจ้า ขอ ให้ พา ชาย หนุ่ม คน นี้ มา หา ท่าน เพราะ เขา มี เรื่อง ที่ จะแจ้ง ให้ ท่าน ทราบ” {23:19} นาย พัน จึง จูง มือ ชาย นั้น ไป แต่ ลำพัง แล้ว ถาม ว่า “ เจ้า จะแจ้ง ความ อะไร แก่ เรา” {23:20} เขา จึง ตอบ ว่า “ พวก ยิว ตกลง กัน จะ ขอ ท่าน ให้ พา เปาโล ลง ไป ยัง สภา เวลา พรุ่งนี้ ทำ เสมือน ว่า จะ ไต่สวน เรื่อง เขา ให้ ถ้วนถี่ ยิ่ง กว่า แต่ ก่อน {23:21} แต่ ท่าน อย่า ฟัง เขา เพราะ ว่า ใน พวก เขา นั้น มี กว่า สี่ สิบ คน คอย ปอง ร้าย ต่อ เปาโล และ ได้ ปฏิญาณ ตัว ว่า จะ ไม่ กิน หรือ ดื่ม อะไร จน กว่า จะ ได้ ฆ่า เปาโล เสีย และ เดี๋ยวนี้ เขา พร้อม แล้ว กำลัง คอย รับ คำ สัญญา จาก ท่าน” {23:22} นาย พัน จึง ให้ ชาย หนุ่ม นั้น ไป กำชับ ว่า “ อย่า บอก ผู้ ใด ให้ รู้ ว่า เจ้า ได้ แจ้ง ความ เรื่อง นี้ แก่ เรา” {i23:23} เขา ลอบ นำ เปาโล ไป ยัง เมือง ซี ซา รี ยา {23:23} ฝ่าย นาย พัน จึง เรียก นาย ร้อย สอง คน มา สั่ง ว่า “ จง จัด พล ทหาร สอง ร้อย กับ ทหาร ม้า เจ็ด สิบ คน และ ทหาร หอก สอง ร้อย ให้ พร้อม ใน เวลา สาม ทุ่ม คืน วัน นี้ จะ ไป ยัง เมือง ซี ซา รี ยา {23:24} และ จง จัด สัตว์ ให้ เปาโล ขี่ จะ ได้ ป้องกัน ส่ง ไป ยัง เฟลิกส์ ผู้ ว่า ราชการ เมือง” {23:25} แล้ว นาย พัน จึง เขียน จดหมาย มี ใจความ ดัง ต่อ ไป นี้ {23:26} “ คลา วดิอัสลีเซียส เรียน เจ้า คุณ เฟลิกส์ ท่าน ผู้ ว่า ราชการ ทราบ {23:27} พวก ยิว ได้ จับ คน นี้ ไว้ และ เกือบ จะ ฆ่า เขา เสีย แล้ว แต่ ข้าพเจ้า พา พวก ทหาร ไป ช่วย เขา ไว้ ได้ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ เข้าใจ ว่า เขา เป็น คน สัญชาติ โรม {23:28} ข้าพเจ้า อยาก จะ ทราบ เหตุ ที่ พวก ยิว ฟ้อง เขา ข้าพเจ้า จึง พา เขา ไป ยัง สภา ของ พวก ยิว {23:29} ข้าพเจ้า เห็น ว่า เขา ถูก ฟ้อง ใน เรื่อง อัน เกี่ยว กับ กฎหมาย ของ พวก ยิว แต่ ไม่ มี ข้อหา ที่ เขา ควร จะ ตาย หรือ ควร จะ ต้อง จำ ไว้ {23:30} เมื่อ มี คน บอก ข้าพเจ้า ให้ ทราบ ว่า พวก ยิว มี การ ปอง ร้าย คน นี้ ข้าพเจ้า จึง ส่ง เขา มา หา ท่าน ที เดียว แล้ว ได้ สั่ง ให้ พวก โจทก์ ไป ว่า ความ กับ เขา ต่อ หน้า ท่าน สวัสดี” {23:31} ดังนั้น ใน เวลา กลางคืน พวก ทหาร จึง พา เปาโล ไป ถึง เมือง อัน ทิปาตรีส์ ตาม คำ สั่ง {23:32} ครั้น รุ่งเช้า เขา ให้ ทหาร ม้า ไป ส่ง เปาโล แล้ว เขา ก็ กลับ ไป ยัง กรม ทหาร {23:33} ครั้น ทหาร ม้า ไป ถึง เมือง ซี ซา รี ยา แล้ว จึง ส่ง จดหมาย ให้ แก่ ผู้ ว่า ราชการ เมือง และ ได้ มอบ เปาโล ไว้ ให้ ท่าน ด้วย {23:34} เมื่อ ผู้ ว่า ราชการ เมือง ได้ อ่าน จดหมาย แล้ว จึง ถาม ว่า เปาโล มา จาก แคว้น ไหน เมื่อ ท่าน ทราบ ว่า มา จาก ซี ลี เซีย {23:35} ท่าน จึง กล่าว ว่า “ เมื่อ พวก โจทก์ มา พร้อม กัน แล้ว เรา จะ ฟัง คำ ให้การ ของ เจ้า” ท่าน จึง สั่ง ให้ คุม เปาโล ไป ไว้ ที่ ศาล ป รี โท เรียม ของ เฮ โร ด {i24:1} เปาโล ขึ้น ศาล ต่อ หน้า เฟลิกส์ ผู้ ว่า ราชการ เมือง {24:1} ครั้น ล่วง ไป ได้ ห้า วัน อา นา เนียม หา ปุโรหิต จึง ลง ไป กับ พวก ผู้ใหญ่ และ นัก พูด คน หนึ่ง ชื่อ เทอร์ทูลลัส เขา เหล่า นี้ ได้ ฟ้อง เปาโล ต่อ หน้า ผู้ ว่า ราชการ เมือง {i24:2} นัก พูด เทอร์ทูลลัส ได้ กล่าวหา เปาโล {24:2} ครั้น เรียก เปาโล เข้า มา แล้ว เทอร์ทูลลัส จึง เริ่ม ฟ้อง ว่า “ ท่าน เจ้า คุณ เฟลิกส์เจ้าข้า ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ได้ มี ความ สงบสุข ยิ่งนัก เพราะ ท่าน ให้ มี การ ปรับปรุง อัน เป็น คุณ ประโยชน์ แก่ ชาติ นี้ โดย การ คุ้มครอง ของ ท่าน {24:3} ข้าพเจ้า ทั้งหลาย รับ อยู่ ทุก ประการ ทุก แห่ง ด้วย จิต กตัญญู เป็น ที่ ยิ่ง {24:4} แต่ เพื่อ มิ ให้ ท่าน ป่วยการ มาก ไป ข้าพเจ้า ขอ ความ กรุณา โปรด ฟัง ข้าพเจ้า สัก หน่อย หนึ่ง {24:5} ด้วย ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เห็น ว่า ชาย คน นี้ เป็น คน พาล ยุยง พวก ยิว ทั้งหลาย ให้ เกิด การ วุ่นวาย ทั่ว พิภพ และ เป็น ตัวการ ของ พวก นาซา เร็ธนั้น {24:6} กับ อีก นัย หนึ่ง เขา หมาย จะ ทำให้ พระ วิหาร เป็น มลทิน ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จึง จับ เขา ไว้ และ ก็ คง จะ ได้ พิพากษา เขา ตาม กฎหมาย ของ พวก ข้าพเจ้า {24:7} แต่ นาย พัน ลี เซียส ได้ มา ใช้ อำนาจ แย่ง ตัว เขา ไป เสีย จาก มือ ของ เรา {24:8} และ สั่ง ให้ โจทก์ มา ฟ้อง เขา ต่อ หน้า ท่าน ถ้า ท่าน เอง จะ ไต่ถาม เขา ท่าน จะ ทราบ ได้ ว่า ข้อ กล่าวหา ของ พวก ข้าพเจ้า จริง หรือ ไม่” {24:9} ฝ่าย พวก ยิว จึง สนับสนุน คำ กล่าวหา ด้วย ยืนยัน ว่า เป็น จริง อย่าง นั้น {i24:10} เปาโล แก้ ข้อ กล่าวหา และ ถูก คุม ตัว ไว้ {24:10} เมื่อ ผู้ ว่า ราชการ เมือง ทำ สำคัญ ให้ เปาโล พูด ท่าน จึง เรียน ว่า “ เนื่อง จาก ที่ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ว่า ท่าน เป็น ผู้พิพากษา แก่ ชาติ นี้ หลาย ปี แล้ว ข้าพเจ้า ก็ จะ ขอ แก้ คดี ของ ข้าพเจ้า ด้วย ความ เบาใจ {24:11} ท่าน สืบ ทราบ ได้ ว่า ตั้งแต่ ข้าพเจ้า ขึ้น ไป นมัสการ ใน กรุง เยรูซาเล็ม นั้น ยัง ไม่ เกิน สิบ สอง วัน {24:12} เขา ไม่ ได้ เห็น ข้าพเจ้า เถียง กัน กับ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด หรือ ยุยง ประชาชน ให้ วุ่นวาย ไม่ ว่า ใน พระ วิหาร ใน ธรรม ศาลา หรือ ใน เมือง {24:13} เหตุการณ์ ทั้งปวง ที่ เขา กำลัง ฟ้อง ข้าพเจ้า นี้ เขา พิสูจน์ ไม่ ได้ {24:14} แต่ว่า ข้าพเจ้า ขอ รับ ต่อ หน้า ท่าน อย่าง หนึ่ง คือ ตาม ทาง นั้น ที่ เขา ถือ ว่า เป็น ลัทธิ นอกรีต ข้าพเจ้า นมัสการ พระเจ้า แห่ง บรรพบุรุษ ทั้งหลาย ของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ได้ เชื่อถือ คำ ซึ่ง มี เขียน ไว้ ใน พระ ราช บัญญัติ และ ใน คัมภีร์ ของ ศาสดา พยากรณ์ ทั้งหมด {24:15} ข้าพเจ้า มี ความ หวังใจ ใน พระเจ้า ตาม ซึ่ง เขา เอง ก็ มี ความ หวังใจ ด้วย คือ หวังใจ ว่า คน ทั้งปวง ทั้งคน ที่ ชอบธรรม และ คน ที่ ไม่ ชอบธรรม จะ เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย {24:16} ใน ข้อ นี้ ข้าพเจ้า อุตส่าห์ ประพฤติ ตามใจ วินิจฉัย ผิด ชอบ ที่ ปราศจาก ผิด ต่อ พระเจ้า และ ต่อ มนุษย์ {24:17} ครั้น ล่วง มา หลาย ปี แล้ว ข้าพเจ้า นำ ทาน และ เครื่องบูชา มา ยัง ชน ชาติ ของ ข้าพเจ้า {24:18} คราว นั้น มี พวก ยิว บาง คน ที่ มา จาก แคว้น เอเชีย ได้ พบ ข้าพเจ้า ใน พระ วิหาร เมื่อ ข้าพเจ้า ชำระ ตัว แล้ว เขา มิ ได้ พบ ข้าพเจ้า อยู่ กับ หมู่ คน หรือ ทำ วุ่นวาย {24:19} ถ้า คน เหล่า นั้น มี เรื่อง อะไร ที่ จะ ฟ้อง ข้าพเจ้า เขา ควร จะ มา ฟ้อง ต่อ หน้า ท่าน ที่ นี่ แล้ว {24:20} หรือ ขอ ให้ คน เหล่า นี้ เอง กล่าว เรื่อง ความ ผิด ที่ เขา เห็น เมื่อ ข้าพเจ้า ยืน อยู่ ต่อ หน้า สภา {24:21} เว้น ไว้ แต่ ข้อ เดียว ซึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ร้อง ขึ้น ใน ท่ามกลาง เขา ว่า ‘ วัน นี้ ข้าพเจ้า ถูก พิจารณา พิพากษา ต่อ หน้า ท่าน ทั้งหลาย เพราะ เหตุ เรื่อง การ เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย’” {24:22} เมื่อ เฟลิกส์ ได้ยิน สิ่ง เหล่า นี้ ท่าน ก็ เลื่อน การ พิจารณา ไว้ ก่อน เพราะ ท่าน ได้ รู้เรื่อง ของ ทาง นั้น ถี่ถ้วน แล้ว ท่าน จึง กล่าว ว่า “ เมื่อ ลี เซียส นาย พัน ลง มา เรา จะ ชำระ ความ ของ เจ้า” {24:23} เฟลิกส์ สั่ง นาย ร้อย ให้ คุม ตัว เปาโล ไว้ แต่ ลดหย่อน การ กวดขัน บ้าง ไม่ ให้ ห้าม ผู้ ใด ที่ เป็น ผู้ ที่ รู้จัก กับ ท่าน ที่ จะ เข้า มา ปรนนิบัติ หรือ เยี่ยมเยียน {i24:24} เปาโล ได้ กล่าว อีก ครั้ง หนึ่ง {24:24} เมื่อ ล่วง มา ได้ หลาย วัน แล้ว เฟลิกส์ มา กับ ภรรยา ชื่อ ดรูสิล ลา ผู้ เป็น ชาติ ยิว ท่าน ให้ เรียก เปาโล มา แล้ว ได้ ฟัง เปาโล กล่าว เรื่อง ความ เชื่อ ใน พระ คริสต์ {24:25} ขณะ เมื่อ เปาโล อ้าง ถึง ความ ชอบธรรม ความ อดกลั้น ใจ ทาง กาม และ การ พิพากษา ซึ่ง จะ มา เบื้องหน้า นั้น เฟลิกส์ ก็ กลัว จน ตัว สั่น จึง พูด ว่า “ คราว นี้ จง ไป ก่อน เถอะ เมื่อ เรา มี โอกาส เรา จะ เรียก ท่าน มา อีก” {24:26} อีก นัย หนึ่ง เฟลิกส์ หวังใจ ว่า เปาโล จะ ให้ เงิน สินบน แก่ ท่าน เพื่อ ท่าน จะ ได้ ปล่อย เปาโล เหตุ ฉะนั้น ท่าน จึง เรียก เปาโล มา สนทนา กัน บ่อยๆ {24:27} แต่ เมื่อ สอง ปี ล่วง ไป แล้ว ปอ รสิอัสเฟสทัส มา รับ ราชการ แทน เฟลิกส์ เฟลิกส์ อยาก จะ ได้ ความ ชอบ จาก พวก ยิว จึง ทิ้ง เปาโล ไว้ ใน คุก {i25:1} เฟส ทัส ฟัง พวก โจทก์ ของ เปาโล {25:1} เมื่อ เฟส ทัส เข้า รับ ตำแหน่ง ราชการ ได้ สาม วัน แล้ว จึง ออก จาก เมือง ซี ซา รี ยา ขึ้น ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม {25:2} มหา ปุโรหิต กับ คน สำคัญๆ ใน พวก ยิว มา ฟ้อง เปาโล ต่อ ท่าน และ ได้ วิงวอน ท่าน {25:3} ขอ ให้ กรุณา เขา โดย สั่ง ให้ ส่ง เปาโล มา ยัง กรุง เยรูซาเล็ม ด้วย เขา คิด จะ ซุ่ม คอย ฆ่า ท่าน เสีย กลาง ทาง {25:4} ฝ่าย เฟส ทัส จึง ตอบ ว่า เปาโล นั้น ควร จะ ถูก คุม ไว้ ใน เมือง ซี ซา รี ยา และ อีก หน่อย หนึ่ง ท่าน เอง ก็ จะ กลับ ไป ยัง เมือง นั้น {25:5} ท่าน จึง ว่า “ ถ้า เปาโล มี ความ ผิด อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด ให้ ผู้ ใด ใน พวก ท่าน ที่ สามารถ ลง ไป ด้วย กัน กับ เรา ยื่น ฟ้อง เอา เถิด” {25:6} เมื่อ ท่าน พัก อยู่ ที่ นั่น เกิน กว่า สิบ วัน แล้ว ก็ ได้ ลง ไป ยัง เมือง ซี ซา รี ยา ครั้น รุ่งขึ้น ท่าน จึง นั่ง บัลลังก์ พิพากษา และ สั่ง ให้ พา เปาโล เข้า มา {25:7} ครั้น เปาโล เข้า มา แล้ว พวก ยิว ที่ ลง มา จาก กรุง เยรูซาเล็ม ก็ ยืน ล้อม ไว้ รอบ และ กล่าว ความ อุกฉกรรจ์ ใส่ เปาโล หลาย ข้อ แต่ พิสูจน์ ไม่ ได้ {25:8} เปาโล จึง แก้ คดี เอง ว่า “ ข้าพเจ้า ไม่ ได้ กระทำ อะไร ผิด กฎหมาย ของ พวก ยิว หรือ ต่อ พระ วิหาร หรือ ต่อ ซีซาร์” {25:9} ฝ่าย เฟส ทัส อยาก ได้ ความ ชอบ จาก พวก ยิว จึง ถาม เปาโล ว่า “ เจ้า จะ ขึ้น ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม ให้ เรา ชำระ ความ เรื่อง นี้ ที่ นั่น หรือ” {i25:10} เปาโล อุทธรณ์ ถึง ซีซาร์ {25:10} เปาโล ตอบ ว่า “ ข้าพเจ้า ก็ กำลัง ยืน อยู่ ต่อ หน้า บัลลังก์ พิพากษา ของ ซีซาร์ อยู่ แล้ว ก็ สมควร จะ พิพากษา ข้าพเจ้า เสีย ที่ นี่ ตาม ที่ ท่าน ทราบ ดี อยู่ แล้ว ว่า ข้าพเจ้า ไม่ ได้ กระทำ ผิด ต่อ พวก ยิว {25:11} เพราะ ถ้า ข้าพเจ้า เป็น ผู้ กระทำ ผิด หรือ ได้ กระทำ อะไร ที่ ควร จะ มี โทษ ถึง ตาย ข้าพเจ้า ก็ ยอม ตาย ไม่ ขัดขืน แต่ ถ้า เรื่อง ที่ เขา ฟ้อง ข้าพเจ้า นั้น ไม่ จริง แล้ว ไม่ มี ผู้ ใด มี อำนาจ จะ มอบ ข้าพเจ้า ให้ เขา ได้ ข้าพเจ้า ขอ อุทธรณ์ ถึง ซีซาร์” {25:12} ฝ่าย เฟส ทัส เมื่อ พูด กับ ที่ปรึกษา แล้ว จึง ตอบ ว่า “ เจ้า ได้ ขอ อุทธรณ์ ถึง ซีซาร์ แล้ว หรือ เจ้า ก็ จะ ต้อง ไป เฝ้า ซีซาร์” {i25:13} อา กริป ปา และ เฟส ทัสฟังเปาโล {25:13} ครั้น ล่วง ไป หลาย วัน กษัตริย์ อา กริป ปา กับ พระนาง เบอร์ นิ ส ก็ เสด็จ มา เยี่ยม คำนับ เฟส ทัส ยัง เมือง ซี ซา รี ยา {25:14} ขณะ ที่ ท่าน ค้าง อยู่ ที่ นั่น หลาย วัน เฟส ทัส ก็ เล่า เรื่อง คดี ของ เปาโล ให้ กษัตริย์ ฟัง ว่า “ มี ชาย คน หนึ่ง ซึ่ง เฟลิกซ์ ได้ ขัง ทิ้ง ไว้ {25:15} เมื่อ ข้าพเจ้า ไป กรุง เยรูซาเล็ม พวก ปุโรหิต ใหญ่ กับ พวก ผู้ใหญ่ ของ พวก ยิว มา ฟ้อง ขอ ให้ ข้าพเจ้า ตัดสิน ลงโทษ เขา {25:16} ข้าพเจ้า จึง ตอบ พวก เขา ว่า ไม่ ใช่ ธรรมเนียม ของ ชาว โรม ที่ จะ มอบตัว จำเลย ให้ ตาย ก่อน ที่ โจทก์ กับ จำเลย มา พร้อมหน้า กัน และ ให้ จำเลย มี โอกาส แก้ คดี ใน ข้อหา นั้น {25:17} ครั้น พวก เขา มา ถึง ที่ นี่ แล้ว ข้าพเจ้า จึง มิ ได้ รอ ช้า ใน วัน รุ่งขึ้น ข้าพเจ้า ได้ นั่ง บัลลังก์ พิพากษา และ สั่ง ให้ พา จำเลย เข้า มา {25:18} เมื่อ พวก โจทก์ ยืน ขึ้น เขา มิ ได้ กล่าวหา จำเลย เหมือน ที่ ข้าพเจ้า คาด ไว้ นั้น {25:19} เป็น แต่ เพียง ปัญหา เถียง กัน ด้วย เรื่อง ลัทธิ ศาสนา ของ เขา เอง และ ด้วย เรื่อง คน หนึ่ง ที่ ชื่อ เยซู ซึ่ง ตาย แล้ว แต่ เปาโล ยืนยัน ว่า ยัง เป็นอยู่ {25:20} เมื่อ ข้าพเจ้า ยัง งงงวย อยู่ ว่า จะ พิจารณา ปัญหา นั้น อย่างไร ดี จึง ถาม เปาโล ว่า จะ ยอม ขึ้น ไป ยัง กรุง เยรูซาเล็ม ให้ ชำระ ความ นั้น ที่ นั่น หรือ ไม่ {25:21} แต่ เมื่อ เปาโล ได้ อุทธรณ์ ขอ ให้ ขัง ไว้ เพื่อ ให้ ออ กัสตัสตัดสิน ข้าพเจ้า จึง สั่ง ให้ คุม ขัง เขา ไว้ จน กว่า จะ ส่ง ตัว ไป ถึง ซีซาร์ ได้” {25:22} อา กริป ปา จึง กล่าว แก่ เฟส ทัสว่า “ ข้าพเจ้า ใคร่ จะ ฟัง คน นั้น ด้วย” เฟส ทัส จึง กล่าว ว่า “ พรุ่งนี้ ท่าน จะ ได้ ฟัง เขา” {25:23} ครั้น วัน รุ่งขึ้น อา กริป ปา กับ เบอร์ นิ ส เสด็จ มา พร้อม ด้วย ราช บริพาร เป็น ที่ สง่า ผ่าเผย มาก จึง เข้า ไป ประทับ ใน ห้อง พิจารณา พร้อม กับ นาย พัน และ คน สำคัญๆ ทั้งหลาย ใน นคร นั้น แล้ว เฟส ทัส จึง สั่ง ให้ พา เปาโล เข้า มา {25:24} เฟส ทัส จึง กล่าว ว่า “ ท่าน กษัตริย์ อา กริปปา และ ท่าน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ด้วย กัน ที่ นี่ ท่าน ทั้งหลาย เห็น ชาย คน นี้ ที่ บรรดา พวก ยิว ได้ วิงวอน ข้าพเจ้า ทั้ง ใน กรุง เยรูซาเล็ม และ ที่ นี่ ด้วย ร้อง ว่า เขา ไม่ ควร จะ มี ชีวิต อยู่ ต่อ ไป {25:25} แต่ ข้าพเจ้า เห็น ว่า เขา ไม่ ได้ ทำ ผิด สิ่ง ไร ที่ ควร จะ ต้อง ตาย และ เพราะ เขา เอง ได้ อุทธรณ์ ถึง ออ กัสตัส ข้าพเจ้า ตกลง ใจ ว่า จะ ส่ง เขา ไป {25:26} ข้าพเจ้า ไม่ มี รายงาน อะไร แน่ชัด เรื่อง คน นี้ ที่ จะ ถวาย เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า จึง พา เขา ออก มา ต่อ หน้า ท่าน ทั้งหลาย และ โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง ต่อ พระ พักตร์ ของ พระองค์ โอ กษัตริย์ อา กริปปา หวัง ว่า เมื่อ ไต่สวน แล้ว ข้าพเจ้า จะ มี เรื่อง พอ ที่ จะ ถวาย รายงาน ไป ได้ บ้าง {25:27} เพราะ ข้าพเจ้า เห็น ว่า ที่ จะ ส่ง แต่ จำเลย ไป และ มิ ได้ ส่ง ข้อหา ไป ด้วย ก็ เป็น การ เหลวไหล ไม่ ได้ เรื่อง” {i26:1} เปาโล สู้ คดี และ อุทธรณ์ ไป ยัง อา กริปปา {26:1} ฝ่าย อา กริป ปา จึง ตรัส กับ เปาโล ว่า “ เรา อนุญาต ให้ เจ้า ให้การ แก้ ข้อหา เอง ได้” เปาโล จึง ยื่น มือ ออก กล่าว แก้ คดี ว่า {26:2} “ ท่าน กษัตริย์ อา กริป ปา เจ้าข้า ข้า พระองค์ ถือ ว่า เป็น โอกาส ดี ที่ ได้ แก้ คดี ต่อ พระ พักตร์ พระองค์ วัน นี้ ใน เรื่อง ข้อ คดี ทั้งปวง ซึ่ง พวก ยิว กล่าวหา ข้า พระองค์ นั้น {26:3} โดย เฉพาะ เพราะ พระองค์ มี ความ รู้ ชำนาญ ยิ่ง ใน บรรดา ขนบ ธรรมเนียม และ ปัญหา ต่างๆ ของ พวก ยิว แล้ว เหตุ ฉะนั้น ขอ พระองค์ ได้ โปรด ทน ฟัง ข้า พระองค์ {26:4} พวก ยิว ทั้งหลาย ก็ รู้จัก ความ เป็นอยู่ ของ ข้า พระองค์ ตั้งแต่ เป็น เด็ก มา แล้ว คือ ตั้งแต่ แรก ข้า พระองค์ ได้ อยู่ ท่ามกลาง ชน ชาติ ของ ข้า พระองค์ ใน กรุง เยรูซาเล็ม {26:5} เขา รู้จัก ข้า พระองค์ แต่ เดิม มา ถ้า เขา จะ ยอม เป็น พยาน ก็ เป็น ได้ ว่า ข้า พระองค์ ดำรง ชีวิต ตาม พวก ที่ ถือ เคร่งครัด ที่สุด คือ เป็น พวก ฟา ริ สี {26:6} บัดนี้ ข้า พระองค์ ต้อง มา ยืน ให้ พิจารณา พิพากษา ก็ เนื่อง ด้วย เรื่อง มี ความ หวังใจ ใน พระ สัญญา ซึ่ง พระเจ้า ได้ ตรัส แก่ บรรพบุรุษ ของ พวก ข้า พระองค์ นั้น {26:7} พวก ข้า พระองค์ สิบ สอง ตระกูล ได้ อุตส่าห์ ปรนนิบัติ พระเจ้า ทั้ง กลางวัน กลางคืน ด้วย หวังใจ ว่า จะ บรรลุ ถึง ความ สำเร็จ ตาม พระ สัญญา นั้น ข้า แต่ กษัตริย์ อา กริปปา เพราะ ความ หวังใจ อัน นี้ พวก ยิว จึง ฟ้อง ข้า พระองค์ {26:8} เหตุ ไฉน ท่าน ทั้งหลาย จึง พา กัน ถือ ว่า การ ที่ พระเจ้า จะ ทรง ให้ คน ตาย เป็น ขึ้น มา เป็น การ ที่ เชื่อ ไม่ ได้ {26:9} ข้า พระองค์ เคย ได้ คิด ใน ใจ ของ ตนเอง ว่า สมควร จะ ทำ หลาย สิ่ง ซึ่ง ขัด ขวาง พระ นาม ของ พระ เยซู ชาว นาซา เร็ธนั้น {26:10} สิ่ง เหล่า นั้น ข้า พระองค์ ได้ กระทำ ใน กรุง เยรูซาเล็ม เมื่อ ข้า พระองค์ รับ อำนาจ จาก พวก ปุโรหิต ใหญ่ แล้ว ข้า พระองค์ ได้ ขัง วิ สุทธิ ชน หลาย คน ไว้ ใน คุก และ ครั้น เขา ถูก ลงโทษ ถึง ตาย ข้า พระองค์ ก็ เห็น ดี ด้วย {26:11} ข้า พระองค์ ได้ ทำโทษ เขา บ่อยๆ ใน ธรรม ศาลา ทุก แห่ง และ บังคับ เขา ให้ กล่าว คำ หมิ่น ประมาท และ เพราะ ข้า พระองค์ โกรธ เขา ยิ่งนัก ข้า พระองค์ ได้ ตาม ไป ข่มเหง ถึง เมือง ใน ต่าง ประเทศ {26:12} ดังนั้น เมื่อ ข้า พระองค์ กำลัง ไป ยัง เมือง ดา มัสกัส ได้ ถือ อำนาจ และ งาน ที่ ได้ รับ มอบหมาย จาก พวก ปุโรหิต ใหญ่ {26:13} โอ ข้า แต่ กษัตริย์ ใน เวลา เที่ยงวัน เมื่อ กำลัง เดินทาง ไป ข้า พระองค์ ได้ เห็น แสง สว่าง กล้า ยิ่ง กว่า แสง อาทิตย์ ส่อง ลง มา จาก ท้อง ฟ้า ล้อม รอบ ข้า พระองค์ กับ คน ทั้งหลาย ที่ ไป กับ ข้า พระองค์ {26:14} ครั้น ข้า พระองค์ กับ คน ทั้งหลาย ล้ม คะมำ ลง ที่ดิน ข้า พระองค์ ได้ยิน พระ สุรเสียง ตรัส แก่ ข้า พระองค์ เป็น ภาษา ฮีบรู ว่า ‘ เซา โล เซา โลเอ๋ย เจ้า ข่มเหง เรา ทำไม ซึ่ง เจ้า ถีบ ประตัก ก็ ยาก นัก’ {26:15} ข้า พระองค์ ทูล ถาม ว่า ‘ พระองค์เจ้า ข้า พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ใด’ พระองค์ จึง ตรัส ว่า ‘ เรา คือ เยซู ซึ่ง เจ้า ข่มเหง {26:16} แต่ว่า จง ลุก ขึ้น ยืน เถิด ด้วย ว่า เรา ได้ ปรากฏ แก่ เจ้า เพื่อ จะ ตั้ง เจ้า ไว้ ให้ เป็น ผู้ รับใช้ และ เป็น พยาน ถึง เหตุการณ์ ซึ่ง เจ้า เห็น และ ถึง เหตุการณ์ ที่ เรา จะ แสดง ตัว เรา เอง แก่ เจ้า ใน เวลา ภายหน้า {26:17} เรา จะ ช่วย เจ้า ให้ พ้น จาก ชน ชาติ นี้ และ จาก คน ต่าง ชาติ ที่ เรา จะ ใช้ เจ้า ไป หา นั้น {26:18} เพื่อ จะ ให้ เจ้า เปิด ตา ของ เขา เพื่อ เขา จะ กลับ จาก ความ มืด มา ถึง ความ สว่าง และ จาก อำนาจ ของ ซาตาน มา ถึง พระเจ้า เพื่อ เขา จะ ได้ รับ การ ยก โทษ ความ ผิด บาป ของ เขา และ ให้ ได้ รับ มรดก ด้วย กัน กับ คน ทั้งหลาย ซึ่ง ถูก แยก ตั้ง ไว้ แล้ว โดย ความ เชื่อ ใน เรา’ {26:19} โอ ข้า แต่ กษัตริย์ อา กริปปา เมื่อ เป็น เช่น นั้น แล้ว ข้า พระองค์ จึง เชื่อฟัง นิมิต ซึ่ง มา จาก สวรรค์ นั้น {26:20} แต่ ข้า พระองค์ ได้ กล่าว สั่งสอน เขา ตั้งต้น ที่ เมือง ดา มัสกัส และ ใน กรุง เยรูซาเล็ม ทั่ว แว่นแคว้น ยู เดีย และ แก่ ชาว ต่าง ประเทศ ให้ เขา กลับ ใจ ใหม่ ให้ หัน มา หา พระเจ้า และ กระทำ การ ซึ่ง สม กับ ที่ กลับ ใจ ใหม่ แล้ว {26:21} เพราะ เหตุ นี้ พวก ยิว จึง จับ ข้า พระองค์ ที่ พระ วิหาร และ พยายาม หา ช่อง ที่ จะ ฆ่า ข้า พระองค์ เสีย {26:22} เป็น เพราะ พระเจ้า ได้ ทรง โปรด ช่วย ข้า พระองค์ ข้า พระองค์ จึง มี ชีวิต อยู่ จน ถึง ทุก วัน นี้ และ เป็น พยาน ได้ ต่อ หน้า ผู้ใหญ่ ผู้น้อย ข้า พระองค์ ไม่ พูด เรื่อง อื่น นอกจาก เรื่อง ซึ่ง บรรดา ศาสดา พยากรณ์ กับ โมเสส ได้ กล่าว ไว้ ว่า จะ มี ขึ้น {26:23} คือ ว่า พระ คริสต์ จะ ต้อง ทน ทุกข์ ทรมาน และ พระองค์ จะ ทรง แสดง ความ สว่าง แก่ ชน อิสราเอล และ แก่ คน ต่าง ชาติ โดย ที่ ทรง เป็น ผู้ แรก ซึ่ง คืน พระ ชนม์” {26:24} ครั้น เปาโล กำลัง พูด แก้ คดี อย่าง นั้น เฟส ทัส จึง ร้อง เสียง ดัง ว่า “ เปาโล เอ๋ย เจ้า คลั่ง ไป เสีย แล้ว เจ้า เรียนรู้ วิชา มาก จึง ทำให้ เจ้า คลั่ง ไป” {26:25} แต่ เปาโล กล่าว ว่า “ ท่าน เฟส ทัสเจ้าข้า ข้า พระองค์ ไม่ คลั่ง เลย แต่ว่า ได้ พูด คำ แห่ง ความ จริง และ คำ ที่ ปกติ ชน จะ พูด {26:26} ด้วย ว่า ท่าน กษัตริย์ ทรง ทราบ ข้อความ เหล่า นี้ ดี แล้ว ข้า พระองค์ จึง กล้า กล่าว ต่อ พระ พักตร์ ของ พระองค์ เพราะ ข้า พระองค์ เชื่อ แน่ ว่า ไม่ มี สัก อย่าง หนึ่ง ใน บรรดา เหตุการณ์ เหล่า นั้น ที่ ได้ พ้น พระ เนตร ของ พระองค์ เพราะ การ เหล่า นั้น มิ ได้ กระทำ กัน ใน ที่ ลับ ลี้ {26:27} ข้า แต่ กษัตริย์ อา กริปปา พระองค์ เชื่อ พวก ศาสดา พยากรณ์ หรือ ไม่ พระเจ้า ข้า ข้า พระองค์ ทราบ ว่า พระองค์ เชื่อ” {26:28} อา กริป ปา จึง ตรัส กับ เปาโล ว่า “ เรา เกือบ จะ เป็น คริสเตียน โดย คำ ชักชวน ของ เจ้า” {26:29} เปาโล จึง ทูล ว่า “ จำเพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า ข้า พระองค์ มี ความ ปรารถนา ยิ่งนัก ที่ จะ ให้ เป็น เหมือน อย่าง ข้า พระองค์ มิ ใช่ พระองค์ องค์ เดียว แต่ คน ทั้งปวง ที่ ฟัง ข้า พระองค์ วัน นี้ ด้วย เว้น เสีย แต่ เครื่อง จอง จำ นี้” {26:30} และ เมื่อ เปาโล กล่าว สิ่ง เหล่า นี้ แล้ว กษัตริย์ กับ ผู้ ว่า ราชการ เมือง และ พระนาง เบอร์ นิ ส และ คน ทั้งปวง ที่นั่ง อยู่ ด้วย กัน จึง ลุก ขึ้น {26:31} ครั้น ออก ไป แล้ว จึง พา กัน พูด ว่า “ คน นี้ มิ ได้ ทำ สิ่ง ใด ที่ สมควร จะ ถูก ลงโทษ ถึง ตาย หรือ จอง จำ ไว้” {26:32} ฝ่าย อา กริป ปา จึง ตรัส กับ เฟส ทัสว่า “ ถ้า คน นี้ มิ ได้ อุทธรณ์ ถึง ซีซาร์ แล้ว จะ ปล่อย เขา ก็ ได้” {i27:1} เปาโล แล่น เรือ ไป สู่ กรุง โรม {27:1} ครั้น ตั้งใจ ว่า พวก เรา จะ ต้อง แล่น เรือ ไป ยัง ประเทศ อิตาลี เขา จึง มอบ เปาโล กับ นักโทษ อื่น บาง คน ไว้ กับ นาย ร้อย คน หนึ่ง ชื่อ ยู เลีย ส เป็น นาย ทหาร ใน กอง ของ ออ กัสตัส {27:2} เรา ทั้งหลาย จึง ลง เรือ ลำ หนึ่ง มา จาก เมือง อัด รา มิ ททิยุม ซึ่ง จะ ออก ไป ยัง ตำบล ที่ อยู่ ตาม ฝั่ง แคว้น เอเชีย เรือ ก็ ออก ทะเล มี คน หนึ่ง อยู่ กับ เรา ชื่อ อา ริ สทารคัส ชาว มาซิโดเนีย ซึ่ง มา จาก เมือง เธสะโลนิกา {27:3} วัน รุ่งขึ้น เรา ได้ แวะ ที่ เมือง ไซ ดอน ฝ่าย ยู เลีย สมี ใจ เมตตา ปรานี แก่ เปาโล ยอม ให้ เปาโล ไป หา มิตรสหาย ทั้งหลาย เพื่อ จะ ได้ บรรเทา ใจ {27:4} ครั้น เรือ ออก จาก ที่ นั่น แล้ว จึง แล่น ไป ทาง ด้าน ปลอด ลม ของ เกาะ ไซปรัส เพราะ ทวน ลม {27:5} เมื่อ แล่น ข้าม ทะเล ที่ อยู่ ตรง แคว้น ซี ลี เซียกับแคว้นปัมฟีเลีย ก็ มา ถึง เมือง มิ รา ที่ อยู่ ใน แคว้น ลี เซีย {27:6} ที่ เมือง นั้น นาย ร้อย ได้ พบ เรือ ลำ หนึ่ง มา จาก เมือ งอ เล็ก ซาน เด รี ย จะ ไป ยัง ประเทศ อิตาลี ท่าน จึง ให้ พวก เรา ลง เรือ ลำ นั้น {27:7} เรา แล่น ไป ช้าๆ หลาย วัน และ ได้ มา ถึง เมือง คนีดัสโดยยาก เมื่อ แล่น ทวน ลม ต่อ ไป ไม่ ไหว เรา จึง แล่น ไป ทาง ด้าน ปลอด ลม ของ เกาะ ค รีต ตรง เมือง สัลโมเน {27:8} เมื่อ เรือ แล่น เลียบ ฝั่ง เกาะ นั้น อย่าง ยากเย็น เรา จึง มา ยัง ตำบล หนึ่ง ชื่อ ว่า ท่า งาม เมือง ลา เซีย อยู่ ใกล้ ที่ นั่น {27:9} ครั้น เสีย เวลา ไป มาก แล้ว และ การ ที่ จะ เดิน เรือ ก็ มี อันตราย เพราะ เทศกาล อด อาหาร ผ่าน ไป แล้ว เปาโล จึง เตือน สติ เขา ทั้งหลาย {27:10} ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย ข้าพเจ้า เห็น ว่า ซึ่ง เรา จะ แล่น ไป คราว นี้ จะ มี อันตราย และ เสียหาย มาก มิ ใช่ แต่ ของ บรรทุก กับ เรือกำปั่น เท่านั้น แต่ ชีวิต ของ เรา ทั้งหลาย ด้วย” {27:11} แต่ นาย ร้อย เชื่อ กัปตัน และ เจ้าของ กำปั่น มาก กว่า เชื่อ คำ ที่ เปาโล กล่าว นั้น {27:12} และ เพราะ ว่า ท่า งาม นั้น ไม่ เหมาะ พอ ที่ จะ จอด ใน ฤดู หนาว คน ส่วน มาก จึง ตกลง ให้ ออก ทะเล ไป จาก ที่ นั่น เพื่อ ถ้า เป็น ได้ จะ ได้ ไป ให้ ถึง เมือง ฟีนิกส์ แล้ว จะ จอด อยู่ ที่ นั่น ตลอด ฤดู หนาว เมือง ฟีนิกส์ นั้น เป็น ท่า เรือ แห่ง เกาะ ครีต หัน หน้า ไป ทาง ทิศ ตะวัน ออก เฉียง เหนือ กับ เฉียง ใต้ {27:13} เมื่อ ลม ทิศ ใต้ พัด มา เบาๆ เขา ก็ คิด ว่า สม ความ ปรารถนา แล้ว จึง ถอน สมอ แล่น เลียบ ฝั่ง ไป ตาม เกาะ ครีต {i27:14} พายุ ใหญ่ อัน น่า สะพรึงกลัว {27:14} แต่ แล่น ไป ไม่ ช้า เรือกำปั่น ก็ ถูก ลม พายุ กล้า ที่ เขา เรียก ว่า ยุ ระ กิโล {27:15} ครั้น เรือกำปั่น ถูก พายุ และ ต้าน ลม ไม่ ไหว เรา จึง ปล่อย ไป ตาม ลม {27:16} เมื่อ แล่น ไป ทาง ด้าน ปลอด ลม ของ เกาะ เล็กๆ แห่ง หนึ่ง ชื่อ ว่า คลา วดา เรา จึง ยก เรือ เล็ก ขึ้น ผูก ไว้ ได้ แต่ มี ความ ลำบาก มาก {27:17} เมื่อ ยก เรือ ขึ้น แล้ว เรา ก็ เอา เชือก ผูก โอบ รอบ เรือกำปั่น ไว้ และ เพราะ กลัว ว่า จะ เกย สันดอน ทราย จึง ลด ใบ ลง แล้ว ก็ ปล่อย ให้ ไป ตาม กระแสลม {27:18} ครั้น รุ่งขึ้น เรา ก็ ขน ของ บรรทุก ทิ้ง เสีย เพราะ ถูก พายุ ใหญ่ {27:19} พอ ถึง วัน ที่ สาม เรา ก็ ทิ้ง เครื่อง ใช้ ใน เรือกำปั่น ออก เสีย ด้วย มือ ของ เรา เอง {27:20} และ เมื่อ ไม่ เห็น ดวง อาทิตย์ หรือ ดวง ดาว ตั้ง หลาย วัน แล้ว และ ยัง ถูก พายุ ใหญ่ อยู่ ความ หวัง ที่ เรา ทั้งหลาย จะ รอด นั้น ก็ ล้มละลาย ไป {i27:21} เปาโล ได้ รับ การ หนุน ใจ จาก ทูต สวรรค์ จึง ปลอบ ใจ ทุก คน {27:21} ครั้น เขา ได้ อด อาหาร มา นาน แล้ว เปาโล จึง ยืน อยู่ ใน หมู่ เขา กล่าว ว่า “ ท่าน ทั้งหลาย ท่าน ควร ได้ ฟัง ข้าพเจ้า และ ไม่ ควร ออก จาก เกาะ ครีตเลย จะ ได้ พ้น จาก อันตราย นี้ และ ไม่ เสีย สิ่งของ {27:22} บัดนี้ ข้าพเจ้า ขอ เตือน ท่าน ทั้งหลาย ให้ ทำใจ ดีๆ ไว้ ด้วย ว่า ใน พวก ท่าน จะ ไม่ มี ผู้ ใด เสีย ชีวิต จะ เสีย ก็ แต่ เรือ เท่านั้น {27:23} เพราะ ว่า เมื่อ คืน นี้ เอง ทูต สวรรค์ ของ พระเจ้า ผู้ เป็น เจ้าของ ข้าพเจ้า ซึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ปรนนิบัติ นั้น ได้ มา ยืน อยู่ ใกล้ ข้าพเจ้า {27:24} ทูต นั้น กล่าว ว่า ‘ เปาโล เอ๋ย อย่า กลัว เลย ท่าน จะ ต้อง เข้า เฝ้า ซีซาร์ ส่วน คน ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน เรือ กับ ท่าน นั้น ดู เถิด พระเจ้า จะ ทรง โปรด ให้ รอดตาย เพราะ เห็นแก่ ท่าน’ {27:25} เพราะ ฉะนั้น ท่าน ทั้งหลาย จง ทำใจ ดีๆ ไว้ เพราะ ข้าพเจ้า เชื่อ พระเจ้า ว่า การณ์ จะ เป็น ไป เหมือน อย่าง ที่ พระองค์ ได้ ทรง กล่าว แก่ ข้าพเจ้า นั้น {27:26} แต่ว่า เรา จะ ต้อง เกย เกาะ แห่ง หนึ่ง” {27:27} จน ถึง คืน ที่ สิบ สี่ แล้ว เรา ก็ ยัง ถูก ซัด ไป ซัด มา อยู่ ใน ทะเล อา เด รี ย ประมาณ เที่ยงคืน พวก กะลาสี ก็ สำคัญ ว่า มา ใกล้ แผ่นดิน แล้ว {27:28} ครั้น หยั่ง น้ำ ดู ก็ วัด ได้ ลึก สี่ สิบ เมตร เมื่อ ไป อีก หน่อย หนึ่ง ก็ หยั่ง น้ำ วัด อีก ได้ สาม สิบ เมตร {27:29} เขา ก็ กลัว ว่า จะ โดน ฝั่ง ที่ มี หิน จึง ทอด สมอ ท้าย สี่ ตัว แล้ว ตั้ง หน้า คอย เวลา รุ่งเช้า {27:30} เมื่อ พวก กะลาสี หา ช่อง จะ หนี จาก กำปั่น และ ได้ หย่อน เรือ เล็ก ลง ที่ ทะเล แล้ว ทำที ว่า จะ ทอด สมอ จาก หัว เรือ {27:31} เปาโล จึง กล่าว แก่ นาย ร้อย และ พวก ทหาร ว่า “ ถ้า คน เหล่า นั้น ไม่ คง อยู่ ใน กำปั่น ท่าน ทั้งหลาย จะ รอดตาย ไม่ ได้ เลย” {27:32} พวก ทหาร จึง ตัดเชือก ที่ ผูก เรือ เล็ก ให้ เรือ ตกลง ไป {27:33} เมื่อ จวน รุ่งเช้า เปาโล จึง วิงวอน คน ทั้งปวง ให้ รับประทาน อาหาร และ กล่าว ว่า “ วัน นี้ เป็น วัน ที่ สิบ สี่ ที่ ท่าน ทั้งหลาย ต้อง ค้าง อยู่ ใน เรือ และ อด อาหาร มิ ได้ รับประทาน อะไร เลย {27:34} ฉะนั้น ข้าพเจ้า ขอ วิงวอน ท่าน ทั้งหลาย ให้ รับประทาน อาหาร เสีย บ้าง เพื่อ จะ ดำรง ชีวิต อยู่ ได้ เพราะ เส้น ผม ของ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ใน พวก ท่าน จะ ไม่ เสีย ไป สัก เส้น เดียว” {27:35} ครั้น กล่าว อย่าง นั้น แล้ว ท่าน จึง หยิบ ขนม ปัง ขอบ พระ เดช พระคุณ พระเจ้า ต่อ หน้า คน ทั้งปวง เมื่อ หัก แล้ว ก็ เริ่ม รับประทาน {27:36} คน ทั้งปวง ก็ มี กำลังใจ ขึ้น จึง รับประทาน อาหาร ด้วย {27:37} เรา ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน กำปั่น นั้น รวม สอง ร้อย เจ็ด สิบ หก คน {27:38} เมื่อ รับประทาน อาหาร อิ่ม แล้ว จึง ขน ข้าว สาลี ใน กำปั่น ทิ้ง เสีย ใน ทะเล เพื่อ ให้ กำปั่น เบา ขึ้น {27:39} ครั้น สว่าง แล้ว เขา ก็ ไม่ รู้ ว่า เป็น แผ่นดิน อะไร แต่ เขา เห็น อ่าว แห่ง หนึ่ง ที่ มี หาด จึง ตกลง กัน ว่า ถ้า เป็น ได้ จะ ให้ เรือ เข้า เกย หาด นั้น {27:40} เขา จึง ตัด สาย สมอ ทิ้ง เสีย ใน ทะเล แล้ว ก็ แก้ เชือก ที่ มัด หางเสือ และ ชัก ใบ หัว เรือ ขึ้น ให้ กิน ลม แล่น ตรง เข้า ไป หา ฝั่ง {27:41} ครั้น มา ถึง ตำบล หนึ่ง ที่ ทะเล สอง ข้าง บรรจบ กัน กำปั่น ก็ เกย ดิน หัว เรือ ติด แน่น ออก ไม่ ได้ แต่ ท้าย เรือ นั้น ก็ แตก ออก ด้วย กำลัง คลื่น {27:42} พวก ทหาร คิด จะ ฆ่า นักโทษ ทั้งหลาย เสีย กลัว ว่า จะ มี ผู้ ใด ว่าย น้ำ หนี ไป ได้ {27:43} แต่ นาย ร้อย ปรารถนา จะ ให้ เปาโล รอดตาย จึง ห้าม พวก ทหาร มิ ให้ ทำ ตาม ความคิด นั้น แล้ว สั่ง คน ทั้งหลาย ที่ ว่าย น้ำ เป็น ให้ กระโดด น้ำ ว่าย ไป หา ฝั่ง ก่อน {27:44} ฝ่าย คน ทั้งหลาย ที่ เหลือ นั้น ก็ เกาะ กระดาน ไป บ้าง เกาะ ไม้ กำปั่น ที่ หัก ไป บ้าง ดังนั้น เขา ทั้งหลาย ก็ ถึง ฝั่ง รอดตาย หมด ทุก คน {i28:1} ทุก คน ขึ้น ฝั่ง อย่าง ปลอดภัย ที่ เกาะ มอลตา {28:1} ครั้น รอด พ้น ภัย แล้ว พวก เขา จึง รู้ ว่า เกาะ นั้น ชื่อ มอลตา {28:2} ฝ่าย ชาว ป่า นั้น มี ความ กรุณา แก่ พวก เรา เป็น อัน มาก เขา ก่อ ไฟ รับรอง เรา ทุก คน เพราะ ฝน ตก และ หนาว {28:3} เปาโล เก็บ กิ่ง ไม้ แห้ง มัด หนึ่ง มา ใส่ไฟ มี งู พิษ ตัว หนึ่ง ออก มา เพราะ ถูก ความ ร้อน กัด มือ ของ เปาโล ติด อยู่ {28:4} เมื่อ พวก ชาว ป่า นั้น เห็น งู ติด ห้อย อยู่ ที่ มือ ของ เปาโล จึง พูด กัน ว่า “ คน นี้ คง เป็น ฆาตกร แน่นอน ถึง แม้ ว่า รอด พ้น จาก ทะเล แล้ว พระ ผู้ ทรง ธรรม ก็ ยัง ไม่ ยอม ให้ รอดตาย ไป ได้” {28:5} แต่ เปาโล ได้ สะบัด มือ ให้ งู ตกลง ไป ใน ไฟ และ หา เป็น อันตราย ประการ ใด ไม่ {28:6} ฝ่าย เขา ทั้งหลาย คอย ดู อยู่ คิด ว่า ท่าน จะ บวม ขึ้น หรือ จะ ล้ม ลง ตาย ทันที แต่ ครั้น เขา คอย ดู อยู่ ช้านาน มิ ได้ เห็น ท่าน เป็น อะไร เขา จึง กลับ ถือ ว่า ท่าน เป็น พระ {i28:7} บิดา ของ ปู บลิอัส ได้ รับ การ รักษา ให้ หาย {28:7} เจ้า แห่ง เกาะ นั้น ชื่อ ปู บลิอัส มี ไร่ นา อยู่ ใกล้ ตำบล นั้น ท่าน ได้ ต้อนรับ เลี้ยงดู พวก เรา ไว้ อย่าง ดี สาม วัน {28:8} ต่อ มา บิดา ของ ปู บลิอัส นั้น นอน ป่วย อยู่ เป็น ไข้ และ เป็น บิด เปาโล จึง เข้า ไป หา ท่าน อธิษฐาน แล้ว วางมือ บน ท่าน รักษา ให้ หาย {28:9} ครั้น ทำ อย่าง นั้น แล้ว คน อื่นๆ ที่ เกาะ นั้น ซึ่ง มี โรค ต่างๆ ก็ มา หา และ เขา ก็ หาย ด้วย {28:10} เขา ทั้งหลาย จึง ให้ เกียรติ พวก เรา หลาย ประการ เมื่อ เรา จะ แล่น เรือ ไป จาก ที่ นั่น เขา จึง นำ สิ่งของ ที่ เรา ต้องการ มา ใส่ เรือ {28:11} ครั้น ล่วง ไป สาม เดือน พวก เรา จึง ลง ใน เรือกำปั่น ซึ่ง มา จาก เมือ งอ เล็ก ซาน เด รี ย และ ค้าง อยู่ ที่ เกาะ นั้น ใน ฤดู หนาว กำปั่น ลำ นั้น มี รูป ลูก แฝด ชื่อ แค สเตอร์และพอลลักซ์ เป็น เครื่องหมาย {28:12} พวก เรา แวะ ที่ เมือง ไซ รา คิ้วส์ จอด อยู่ ที่ นั่น สาม วัน {28:13} เรา ออก จาก ที่ นั่น อ้อม ไป ยัง เมือง เร ยี อูม ครั้น รุ่งขึ้น ลม ทิศ ใต้ ก็ พัด มา วัน ที่ สอง จึง มา ถึง เมือง โป ทิโอลี {28:14} เรา พบ พวก พี่น้อง ที่ นั่น และ เขา เชิญ เรา ให้ หยุด พัก อาศัย อยู่ กับ เขา เจ็ด วัน แล้ว เรา จึง ไป ถึง กรุง โรม {28:15} ครั้น พวก พี่น้อง ใน กรุง โรม ได้ยิน ข่าว พวก เรา เขา จึง ออก มา พบ เรา ที่ บ้าน ตลาด อัปปีอัส และ ที่ บ้าน สาม ร้าน เมื่อ เปาโล เห็น เขา แล้ว จึง ขอบ พระ เดช พระคุณ พระเจ้า และ มี กำลังใจ ดี ขึ้น {i28:16} เปาโล ที่ กรุง โรม {28:16} ครั้น พวก เรา มา ถึง กรุง โรม นาย ร้อย ได้ มอบ พวก นักโทษ ให้ กับ ผู้ บัญชาการ ของ ค่าย นั้น แต่ เขา ยอม ให้ เปาโล อยู่ คน เดียว ต่างหาก ให้ ทหาร คน หนึ่ง คุม ไว้ {28:17} ต่อ มา ครั้น ล่วง ไป สาม วัน แล้ว เปาโล จึง เชิญ พวก ผู้ใหญ่ ใน พวก ยิว มา ประชุม กัน เมื่อ มา พร้อมหน้า กัน แล้ว ท่าน จึง กล่าว แก่ เขา ว่า “ ท่าน พี่น้อง ทั้งหลาย ถึง แม้ ว่า ข้าพเจ้า มิ ได้ กระทำ ผิด สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ต่อ ชน ชาติ หรือ ผิด ธรรมเนียม ของ บรรพบุรุษ ข้าพเจ้า ยัง ต้อง ถูก มอบ เป็น นักโทษ มา จาก กรุง เยรูซาเล็ม เป็น นักโทษ ให้ อยู่ ใน มือ ของ พวก โรม {28:18} ครั้น พวก นั้น ได้ ไต่สวน ข้าพเจ้า แล้ว ก็ ประสงค์ จะ ปล่อย ข้าพเจ้า เสีย เพราะ ไม่ มี เหตุ อะไร ที่ ข้าพเจ้า ควร จะ ต้อง ตาย {28:19} แต่ว่า เมื่อ พวก ยิว พูด คัดค้าน ข้าพเจ้า จึง จำ ต้อง อุทธรณ์ ถึง ซีซาร์ แต่ มิ ใช่ ว่า ข้าพเจ้า มี อะไร จะ ฟ้อง ชน ร่วม ชาติ ของ ข้าพเจ้า {28:20} เหตุ ฉะนั้น เพราะ เหตุ นี้ ข้าพเจ้า จึง เชิญ ท่าน ทั้งหลาย มา เพื่อ จะ ได้ เห็น หน้า และ พูด กับ ท่าน เพราะ ที่ ข้าพเจ้า ถูก ล่าม โซ่ นี้ ก็ เนื่อง ด้วย ความ หวัง ของ ชน ชาติ อิสราเอล” {28:21} เขา ทั้งหลาย จึง ตอบ ท่าน ว่า “ พวก เรา หา ได้ รับ จดหมาย จาก แคว้น ยู เดีย กล่าว ถึง ท่าน หรือ หา มี พวก พี่น้อง ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด มา รายงาน หรือ กล่าว ร้าย ถึง ท่าน ไม่ {28:22} แต่ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ปรารถนา จะ ฟัง ท่าน กล่าว ว่า ท่าน คิด เห็น อย่างไร เพราะ พวก ข้าพเจ้า ทราบ ว่า พวก ที่ ถือ ลัทธิ นี้ ก็ ถูก ติเตียน ทุก แห่ง” {28:23} เมื่อ เขา นัด วัน พบ กับ ท่าน คน เป็น อัน มาก ก็ พา กัน มา หา ยัง ที่ อาศัย ของ ท่าน ท่าน จึง กล่าว แก่ เขา ตั้งแต่ เช้า จน เย็น เป็น พยาน ถึง อาณาจักร ของ พระเจ้า และ ชักชวน ให้ เขา เชื่อถือ ใน พระ เยซู โดย ใช้ ข้อความ จาก พระ ราช บัญญัติ ของ โมเสส และ จาก คัมภีร์ ศาสดา พยากรณ์ {28:24} คำ ที่ ท่าน กล่าว นั้น บาง คน ก็ เชื่อ บาง คน ก็ ไม่ เชื่อ {i28:25} เปาโล ประกาศ ข่าว ประเสริฐ แก่ คน ต่าง ชาติ {28:25} และ เมื่อ เขา ไม่ เห็น พ้อง กัน จึง ลา ไป เมื่อ เปาโล ได้ กล่าว ข้อความ แถม ว่า “ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ตรัส กับ บรรพบุรุษ ของ เรา ทั้งหลาย โดย อิส ยาห์ ศาสดา พยากรณ์ ถูกต้อง ดี แล้ว {28:26} ว่า ‘ จง ไป หา ชน ชาติ นี้ และ กล่าว ว่า พวก เจ้า จะ ได้ยิน ก็ จริง แต่ จะ ไม่ เข้าใจ จะ ดู ก็ จริง แต่ จะ ไม่ สังเกต {28:27} เพราะ ว่า จิตใจ ของ ชน ชาติ นี้ ก็ เฉื่อยชา หู ก็ ตึง และ ตา เขา เขา ก็ ปิด เกรง ว่า เขา จะ เห็นด้วย ตา ของ เขา และ ได้ยิน ด้วย หู ของ เขา และ เข้าใจ ด้วย จิตใจ ของ เขา และ จะ หัน กลับ มา และ เรา จะ รักษา เขา ให้ หาย’ {28:28} เหตุ ฉะนั้น ท่าน ทั้งหลาย จง รู้ ว่า ความ รอด ของ พระเจ้า ได้ ไป ถึง คน ต่าง ชาติ แล้ว และ เขา จะ ฟัง ด้วย” {28:29} เมื่อ เปาโล ได้ กล่าว คำ เหล่า นี้ เสร็จ แล้ว พวก ยิว ก็ ได้ จาก ไป และ ได้ เถียง กัน เป็น การ ใหญ่ {28:30} เปาโล จึง ได้ อาศัย อยู่ ครบ สอง ปี ใน บ้าน ที่ ท่าน เช่า และ ได้ ต้อนรับ คน ทั้งปวง ที่ มา หา ท่าน {28:31} ทั้ง ประกาศ อาณาจักร ของ พระเจ้า และ สั่งสอน เรื่อง พระ เยซู คริสต์ เจ้า โดย ใจ กล้า ไม่ มี ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ขัด ขวาง