{i1:1} ภาระ หนัก และ ความ ทุกข์ ยาก ของ เปาโล การ ปลอบ ประโลม ใจ และ ความ ช่วยเหลือ จาก พระเจ้า {1:1} เปาโล ผู้ เป็น อัครสาวก ของ พระ เยซู คริสต์ ตาม พระ ประสงค์ ของ พระเจ้า และ ทิโมธี น้อง ของ เรา เรียน คริสตจักร ของ พระเจ้า ที่ เมือง โค รินธ์ และ บรรดา วิ สุทธิ ชน ที่ อยู่ ทั่ว แคว้น อา คา ยา {1:2} ขอ พระคุณ และ สันติสุข ซึ่ง มา จาก พระเจ้า พระ บิดา ของ เรา และ จาก พระ เยซู คริสต์ เจ้า จง มี แก่ ท่าน ทั้งหลาย เถิด {1:3} จง สรรเสริญ พระเจ้า พระ บิดา แห่ง พระ เยซู คริสต์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา พระ บิดา ผู้ ทรง ความ เมตตา พระเจ้า แห่ง การ ปลอบ ประโลม ใจ ทุก อย่าง {1:4} พระองค์ ผู้ ทรง ปลอบ ประโลม ใจ เรา ใน การ ทุกข์ ยาก ทั้งสิ้น ของ เรา เพื่อ เรา จะ สามารถ ปลอบ ประโลม ใจ คน เหล่า นั้น ที่ มี ความ ทุกข์ ยาก อย่าง ใด อย่าง หนึ่ง ได้ ด้วย การ ปลอบ ประโลม ใจ ซึ่ง ตัว เรา เอง ได้ รับ จาก พระเจ้า {1:5} เพราะ ว่า เรา มี ส่วน ทน ทุกข์ กับ พระ คริสต์ มาก ฉัน ใด การ ปลอบ ประโลม ใจ ของ เรา เนื่อง จาก พระ คริสต์ ก็ มาก ฉัน นั้น {1:6} ที่ เรา ทน ความ ทุกข์ ยาก นั้น ก็ เพื่อ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ได้ ความ ชู ใจ และ ความ รอด หรือ ที่ เรา ได้ รับ การ ปลอบ ประโลม ใจ นั้น ก็ เพื่อ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ได้ รับ ความ ชู ใจ และ ความ รอด ซึ่ง ทำให้ ท่าน ทั้งหลาย เพียร สู้ ทน ความ ทุกข์ เหมือน อย่าง เรา ได้ ทน นั้น {1:7} เรา จึง มี ความ หวัง แน่นอน ใน ท่าน ทั้งหลาย เพราะ เรา รู้ ว่า ท่าน ทั้งหลาย ได้ มี ส่วน ใน ความ ทุกข์ ยาก ฉัน ใด ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ มี ส่วน ใน การ ปลอบ ประโลม ใจ ฉัน นั้น {1:8} พี่น้อง ทั้งหลาย เรา อยาก ให้ ท่าน ทราบ ถึง ความ ทุกข์ ยาก ที่ เกิด แก่ เรา ใน แคว้น เอเชีย ซึ่ง ทำให้ เรา หนักใจ จน เหลือ กำลัง จน เรา เกือบ หมด หวัง ที่ จะ เอา ชีวิต รอด มา ได้ {1:9} ที่ จริง เรา คาด ว่า เรา ถึง ที่ ตาย แล้ว แต่ ที่ เป็น เช่น นี้ ก็ เพื่อ มิ ให้ เรา ไว้ใจ ใน ตนเอง แต่ ให้ ไว้ใจ ใน พระเจ้า ผู้ ทรง โปรด ให้ คน ทั้งปวง ฟื้น จาก ความ ตาย {1:10} พระองค์ ทรง ช่วย เรา ให้ พ้น จาก ความ ตาย อัน ใหญ่ หลวง และ พระองค์ จะ ทรง ช่วย เรา อีก เรา ไว้ใจ พระองค์ ว่า พระองค์ จะ ทรง ช่วย เรา ต่อ ไป อีก {1:11} ท่าน ทั้งหลาย จะ ช่วย เรา ได้ ด้วย การ อธิษฐาน เพื่อ เรา เพื่อ ว่า คน เป็น อัน มาก จะ ได้ ขอบพระคุณ เพราะ เรา เนื่อง จาก ของ ประทาน ที่ ทรง ประทาน แก่ เรา อัน เป็น การ ทรง ตอบ คำ อธิษฐาน ของ คน เป็น อัน มาก นั้น {i1:12} ความ จริงใจ และ การ รับใช้ อัน ยิ่งใหญ่ ของ เปาโล {1:12} นี่ เป็น สิ่ง ที่ เรา ชื่นชม ยินดี ได้ คือ ใจ สำนึก ผิด ชอบ ของ เรา เป็น พยาน ว่า เรา ได้ ประพฤติ ตน เป็น ที่ ประจักษ์ แก่ โลก และ ยิ่ง กว่า นั้น ก็ คือ การ ประพฤติ ต่อ ท่าน ทั้งหลาย ด้วย น้ำใจ บริสุทธิ์ และ ด้วย ความ จริงใจ ซึ่ง มา จาก พระเจ้า และ มิ ใช่ ตาม ปัญญา ฝ่าย เนื้อ หนัง แต่ ตาม พระคุณ ของ พระเจ้า {1:13} เพราะ ว่า เรา ไม่ ได้ เขียน เรื่อง อื่น ถึง ท่าน นอกจาก เรื่อง ซึ่ง ท่าน ได้ อ่าน และ ยอมรับ แล้ว และ ข้าพเจ้า ก็ หวัง ว่า ท่าน จะ ยอมรับ โดย ตลอด {1:14} ตาม ที่ พวก ท่าน ยอมรับ เรา บ้าง แล้ว ว่า ใน วัน ของ พระ เยซู เจ้า ท่าน ก็ ภูมิใจ ใน เรา ได้ เช่น เดียว กับ ที่ เรา จะ ภูมิใจ ใน ท่าน {1:15} และ ใน ความ ไว้ใจ นี้ ข้าพเจ้า ได้ ประสงค์ ว่า จะ ไป เยี่ยม พวก ท่าน ก่อน เพื่อ ท่าน จะ ได้ ประโยชน์ สอง เท่า {1:16} ข้าพเจ้า ใคร่ จะ แวะ เยี่ยม พวก ท่าน ระหว่าง ที่ เดินทาง ไป ยัง แคว้น มาซิโดเนีย และ เมื่อ ข้าพเจ้า กลับ จาก แคว้น มาซิโดเนีย ก็ จะ แวะ เยี่ยม ท่าน อีก ท่าน ก็ จะ ได้ ส่ง ให้ ข้าพเจ้า ออก เดินทาง ไป ยัง แคว้น ยู เดีย {1:17} ฉะนั้น เมื่อ ข้าพเจ้า หมาย ที่ จะ ทำ อย่าง นั้น ข้าพเจ้า โลเล หรือ หรือ สิ่ง ที่ ข้าพเจ้า มุ่งหมาย ไว้ ข้าพเจ้า กะ โครงการ อย่าง เนื้อ หนัง หรือ ซึ่ง พร้อม ที่ จะ กล่าว ว่า มา ไม่ มา ส่งๆ ไป {1:18} แต่ พระเจ้า ทรง สัตย์ จริง แน่ ฉัน ใด คำ ของ เรา ที่ กล่าว กับ ท่าน ก็ มิ ใช่ เป็น คำ รับ หรือ ปฏิเสธ ส่งๆ ไป แน่ ฉัน นั้น {1:19} เพราะ ว่า พระ บุตร ของ พระเจ้า คือ พระ เยซู คริสต์ ผู้ ซึ่ง พวก เรา คือ ข้าพเจ้า กับ สิ ลวานัสและทิโมธี ได้ ประกาศ แก่ พวก ท่าน นั้น ไม่ ใช่ จริง ไม่ จริง ส่งๆ ไป แต่ โดย พระองค์ นั้น ล้วน แต่ จริง ทั้งสิ้น {1:20} บรรดา พระ สัญญา ของ พระเจ้า ก็ เป็น จริง โดย พระ เยซู เพราะ เหตุ นี้ เรา จึง พูด ว่า เอ เมน โดย พระองค์ เป็น ที่ ถวาย เกียรติยศ แด่ พระเจ้า {1:21} บัดนี้ ผู้ ซึ่ง ทรง ตั้ง เรา กับ ท่าน ทั้งหลาย ไว้ ใน พระ คริสต์ และ ได้ ทรง เจิม เรา ไว้ นั้น ก็ คือ พระเจ้า {1:22} และ พระองค์ ทรง ประทับ ตรา เรา และ ประทาน พระ วิญญาณ ไว้ ใน ใจ ของ เรา เป็น มัดจำ ด้วย {1:23} ยิ่ง กว่า นั้น ขอ พระเจ้า ทรง เป็น พยาน ฝ่าย จิตใจ ของ ข้าพเจ้า ว่า ที่ ข้าพเจ้า ยัง ไม่ ได้ ไป ถึง เมือง โค รินธ์นั้น ก็ เพื่อ จะ งด โทษ พวก ท่าน ไว้ ก่อน {1:24} เรา ไม่ ใช่ เป็น นาย บังคับ ความ เชื่อ ของ พวก ท่าน แต่ว่า เรา เป็น ผู้ อุปการะ ความ ยินดี ของ ท่าน เพราะ ท่าน ตั้ง มั่น อยู่ โดย ความ เชื่อ {i2:1} การ อภัย คน บาป ที่ สำนึก ผิด {2:1} แต่ ข้าพเจ้า ได้ ตั้งใจ ไว้ ว่า เมื่อ มี ความ ทุกข์ อยู่ จะ ไม่ มา หา พวก ท่าน อีก {2:2} เพราะ ถ้า ข้าพเจ้า ทำให้ พวก ท่าน เป็น ทุกข์ ใคร เล่า จะ ทำให้ ข้าพเจ้า มี ความ ยินดี ก็ คือ คน ที่ ข้าพเจ้า ทำให้ มี ความ ทุกข์ นั่นแหละ {2:3} และ ข้าพเจ้า ได้ เขียน ข้อความ นั้น มา ถึง ท่าน เพื่อ ว่า เมื่อ ข้าพเจ้า มา ข้าพเจ้า จะ ไม่ ได้ รับ ความ ทุกข์ จาก คน เหล่า นั้น ที่ ควร จะ ทำให้ ข้าพเจ้า มี ความ ชื่นชม ยินดี ข้าพเจ้า ไว้ใจ ใน พวก ท่าน ว่า ความ ยินดี ของ ข้าพเจ้า ก็ เป็น ความ ยินดี ของ ท่าน ด้วย {2:4} เพราะ ว่า ข้าพเจ้า เขียน ถึง ท่าน เพราะ ข้าพเจ้า มี ความ ทุกข์ ระทม ใจ มาก และ น้ำตา ไหล มากมาย มิ ใช่ เพื่อ จะ ทำให้ ท่าน เป็น ทุกข์ แต่ เพื่อ จะ ให้ ท่าน รู้จัก ความ รัก อย่าง มากมาย ซึ่ง ข้าพเจ้า มี ต่อ ท่าน ทั้งหลาย {2:5} แต่ ถ้า ผู้ ใด เป็นต้น เหตุ ทำให้ เกิด ความ ทุกข์ ผู้ นั้น ก็ มิ ได้ ทำให้ ข้าพเจ้า เป็น ทุกข์ แต่ คน เดียว แต่ ได้ ทำให้ พวก ท่าน เป็น ทุกข์ บ้าง ด้วย เพราะ ข้าพเจ้า ไม่ อยาก จะ ปรักปรำ พวก ท่าน จน เหลือเกิน {2:6} ที่ คน ส่วน มาก ได้ ลงโทษ คน เช่น นั้น ก็ พอสมควร แล้ว {2:7} ฉะนั้น ท่าน ทั้งหลาย ควร จะ ยก โทษ ให้ ผู้ นั้น และ ปลอบ ประโลม ใจ เขา ต่างหาก กลัว ว่า คน เช่น นั้น จะ จม ลง ใน ความ ทุกข์ เหลือล้น {2:8} ดังนั้น ข้าพเจ้า ขอ วิงวอน ท่าน ให้ ยืนยัน ความ รัก ต่อ คน นั้น ใหม่ {2:9} นี่ คือ เหตุ ที่ ข้าพเจ้า ได้ เขียน ถึง ท่าน หวัง จะ ลอง ใจ ท่าน ดู ว่า ท่าน จะ ยอม เชื่อฟัง ทุก ประการ หรือ ไม่ {2:10} ถ้า พวก ท่าน จะ ยก โทษ ให้ ผู้ ใด ข้าพเจ้า ก็ ยก โทษ ให้ ผู้ นั้น ด้วย เพราะ ถ้า ข้าพเจ้า ยก โทษ ให้ คน ใดๆ ข้าพเจ้า ได้ ยก โทษ ให้ ผู้ นั้น เพราะ เห็นแก่ ท่าน ทั้งหลาย ต่อ พระ พักตร์ พระ คริสต์ {2:11} เพื่อ ไม่ ให้ ซาตาน มี ชัย เหนือ เรา เพราะ เรา รู้ กล อุบาย ของ มัน แล้ว {2:12} นอกจาก นี้ เมื่อ ข้าพเจ้า ไป ถึง เมือง โต รอัส เพื่อ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ของ พระ คริสต์ นั้น มี ประตู เปิด ให้ แก่ ข้าพเจ้า โดย องค์ พระผู้เป็นเจ้า {2:13} ข้าพเจ้า ยัง ไม่ มี ความ สบายใจ เลย เพราะ ข้าพเจ้า ไม่ ได้ พบ ทิตัส น้อง ของ ข้าพเจ้า ที่ นั่น ข้าพเจ้า จึง ลา พวก นั้น เดินทาง ไป ยัง แคว้น มาซิโดเนีย {i2:14} คริสเตียน เป็น กลิ่น แห่ง ชีวิต และ กลิ่น แห่ง ความ ตาย {2:14} แต่ ขอบพระคุณ พระเจ้า ผู้ ทรง ให้ เรา มี ชัย เสมอ โดย พระ คริสต์ และ ทรง โปรด ประทาน กลิ่น หอม แห่ง ความ รู้ ของ พระองค์ ให้ ปรากฏ ด้วย ตัว เรา ทุก แห่ง {2:15} เพราะ ว่า เรา เป็น กลิ่น อัน หอม หวาน ของ พระ คริสต์ จำเพาะ พระเจ้า ใน หมู่ คน ที่ รอด และ ใน หมู่ คน ที่ พินาศ {2:16} ฝ่าย หนึ่ง เป็น กลิ่น แห่ง ความ ตาย ซึ่ง นำ ไป สู่ ความ ตาย และ อีก ฝ่าย หนึ่ง เป็น กลิ่น หอม แห่ง ชีวิต ซึ่ง นำ ไป สู่ ชีวิต ใคร เล่า จะ มี ความ สามารถ เหมาะสม กับ พันธกิจ เหล่า นี้ {2:17} เพราะ ว่า เรา ไม่ เหมือน คน เป็น อัน มาก ที่ ทำให้ พระ วจนะ ของ พระเจ้า เสื่อมเสีย แต่ว่า เรา ประกาศ โดย อาศัย พระ คริสต์ ด้วย ความ จริงใจ อย่าง คน ที่ มา จาก พระเจ้า และ อยู่ ใน สาย พระ เนตร ของ พระเจ้า {i3:1} คริสเตียน เป็น หนังสือ แห่ง พระ คริสต์ {3:1} เรา กำลัง จะ แนะนำ ตัว เรา เอง หรือ หรือ ว่า เรา ต้องการ หนังสือ แนะนำ ตัว ให้ แก่ พวก ท่าน เหมือน อย่าง คน บาง คน หรือ เรา ต้องการ หนังสือ แนะนำ ตัว จาก พวก ท่าน หรือ {3:2} ท่าน เอง เป็น หนังสือ ของ เรา จารึก ไว้ ที่ ดวงใจ ของ เรา ให้ คน ทั้งปวง ได้ รู้ และ ได้ อ่าน {3:3} ท่าน ปรากฏ เป็น หนังสือ ของ พระ คริสต์ ซึ่ง เรา เป็น ผู้ ปรนนิบัติ และ ได้ เขียน ไว้ มิ ใช่ ด้วย น้ำหมึก แต่ ด้วย พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ และ มิ ได้ เขียน ไว้ ที่ แผ่น ศิลา แต่ เขียน ไว้ ที่ แผ่น ดวงใจ มนุษย์ {3:4} และ เรา มี ความ ไว้ใจ ใน พระเจ้า โดย พระ คริสต์ อย่าง นั้น {3:5} มิ ใช่ เรา จะ คิด ถือ ว่า สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด เกิด จาก ความ สามารถ ของ เรา เอง แต่ว่า ความ สามารถ ของ เรา มา จาก พระเจ้า {i3:6} การ เปรียบเทียบ ระหว่าง สง่าราศี ของ พระ ราช บัญญัติ และ สง่าราศี ของ พระ วิญญาณ {3:6} พระองค์ จึง ทรง โปรด ประทาน ให้ เรา สามารถ เป็น ผู้ ปฏิบัติ ได้ ตาม พัน ธสัญญาใหม่ มิ ใช่ ตาม ตัว อักษร แต่ ตาม พระ วิญญาณ ด้วย ว่า ตัว อักษร นั้น ประหาร ให้ ตาย แต่ พระ วิญญาณ นั้น ประทาน ชีวิต {3:7} แต่ ถ้า การ ปฏิบัติ ที่ นำ ไป ถึง ความ ตาย ตาม ตัว อักษร ซึ่ง ได้ เขียน และ จารึก ไว้ ที่ แผ่น ศิลา นั้น ยัง มี รัศมี จน ชน ชาติ อิสราเอล ไม่ สามารถ จ้อง มอง หน้า ของ โมเสส ได้ เพราะ รัศมี จาก ใบหน้า ของ ท่าน ซึ่ง เป็น รัศมี ที่ กำลัง เสื่อมสูญ ไป {3:8} ดังนั้น การ ปฏิบัติ ตาม พระ วิญญาณ จะ ไม่ มี รัศมี ยิ่ง กว่า นั้น อีก หรือ {3:9} เพราะ ว่า ถ้า การ รับใช้ สำหรับ ปรับโทษ ยัง มี รัศมี การ รับใช้ สำหรับ ความ ชอบธรรม ก็ ยิ่ง มี รัศมี มาก กว่า นั้น อีก {3:10} อัน ที่ จริง รัศมี ซึ่ง ได้ ทรง ประทาน ให้ นั้น ก็ อับ แสง ไป แล้ว เพราะ ถูก รัศมี อัน เลิศ ประเสริฐ นั้น ได้ ส่อง ข่ม เสีย หมด {3:11} เพราะ ถ้า สิ่ง ที่ ได้ จาง ไป ยัง เคย มี รัศมี ถึง เพียง นั้น สิ่ง ซึ่ง จะ ดำรง อยู่ ก็ จะ มี รัศมี มาก ยิ่ง กว่า นั้น อีก {3:12} เมื่อ เรา มี ความ หวัง อย่าง นั้น แล้ว เรา จึง กล้า มาก ขึ้น ที่ จะ พูด {3:13} และ ไม่ เหมือน โมเสส ที่ เอา ผ้า คลุม หน้า ไว้ เพื่อ ไม่ ให้ ชน อิสราเอล เพ่ง ดู ความ เสื่อม ของ รัศมี ที่ ค่อยๆ จาง ไป นั้น {3:14} แต่ จิตใจ ของ เขา ก็ มืด บอด ไป เพราะ ตลอด มา จน ถึง ทุก วัน นี้ เมื่อ เขา อ่าน พัน ธสัญญาเดิม ผ้า คลุม นั้น ยัง คง อยู่ มิ ได้ เปิด ออก แต่ ผ้า คลุม นั้น ได้ เปิด ออก แล้ว โดย พระ คริสต์ {3:15} แต่ว่า ตลอด มา ถึง ทุก วัน นี้ ขณะ ใด ที่ เขา อ่าน คำ ของ โมเสส ผ้า คลุม นั้น ก็ ยัง ปิดบัง ใจ ของ เขา ไว้ {3:16} แต่ เมื่อ ผู้ ใด หัน กลับ มา หา องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผ้า คลุม นั้น ก็ จะ เปิด ออก {3:17} บัดนี้ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เป็น พระ วิญญาณ นั้น และ พระ วิญญาณ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อยู่ ที่ไหน เสรีภาพ ก็ มี อยู่ ที่ นั่น {3:18} แต่ เรา ทั้งหลาย ไม่ มี ผ้า คลุม หน้า ไว้ จึง แล ดู สง่าราศี ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เหมือน มอง ดู ใน กระจก และ ตัว เรา ก็ เปลี่ยน ไป เป็น เหมือน พระ ฉาย ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า คือ มี สง่าราศี เป็น ลำดับ ขึ้น ไป เช่น อย่าง สง่าราศี ที่ มา จาก พระ วิญญาณ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {i4:1} เปาโล ผู้ รับใช้ สัตย์ ซื่อ ของ พระเจ้า {4:1} เพราะ เหตุ ที่ เรา มี การ รับใช้ นี้ โดย ได้ รับ พระ กรุณา เรา จึง ไม่ ย่อท้อ {4:2} แต่ว่า เรา ได้ สละ ทิ้ง กิจการ ต่างๆ ที่ ไม่ ซื่อสัตย์ ซึ่ง ปิดบัง ซ่อนเร้น ไว้ คือ ไม่ ได้ ดำเนิน อย่าง มี เล่ห์เหลี่ยม และ ไม่ ได้ พลิกแพลง พระ วจนะ ของ พระเจ้า ด้วย วิธีการ อัน ล่อลวง แต่ เรา ได้ มอบตัว ของ เรา ไว้ กับ จิต สำนึก ผิด ชอบ ของ คน ทั้งปวง โดย สำแดง ความ จริง ใน สาย พระ เนตร ของ พระเจ้า {i4:3} ซาตาน ทำให้ ตา ของ ผู้ ที่ ไม่ เชื่อ มืด ไป {4:3} แต่ ถ้า ข่าว ประเสริฐ ของ เรา ถูก บัง ไว้ จาก ใคร ก็ จาก คน เหล่า นั้น ที่ กำลัง จะ พินาศ {4:4} ส่วน คน ที่ ไม่ เชื่อ นั้น พระ ของ ยุค นี้ ได้ กระทำ ใจ ของ เขา ให้ มืด ไป เพื่อ ไม่ ให้ ความ สว่าง ของ ข่าว ประเสริฐ อัน มี สง่าราศี ของ พระ คริสต์ ผู้ เป็น พระ ฉาย ของ พระเจ้า ส่อง แสง ถึง พวก เขา {4:5} ด้วย ว่า เรา ไม่ ได้ ประกาศ ตัว เรา เอง แต่ ได้ ประกาศ พระ เยซู คริสต์ ว่า ทรง เป็น องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ได้ ประกาศ ตัว เรา เอง เป็น ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ทั้งหลาย เพราะ เห็นแก่ พระ เยซู {4:6} เพราะ ว่า พระเจ้า องค์ นั้น ผู้ ได้ ตรัส สั่ง ให้ ความ สว่าง ออก มา จาก ความ มืด ได้ ทรง ส่อง สว่าง เข้า มา ใน จิตใจ ของ เรา เพื่อ ให้ เรา มี ความ สว่าง แห่ง ความ รู้ ถึง สง่าราศี ของ พระเจ้า ปรากฏ ใน พระ พักตร์ ของ พระ เยซู คริสต์ {i4:7} “ ทรัพย์ สมบัติ ใน ภาชนะ ดิน” {4:7} แต่ว่า เรา มี ทรัพย์ สมบัติ นี้ อยู่ ใน ภาชนะ ดิน เพื่อ ให้ เห็น ว่า ฤทธิ์ เดช อัน เลิศ นั้น เป็น ของ พระเจ้า ไม่ ได้ มา จาก ตัว เรา เอง {i4:8} ความ ทุกข์ ทรมาน ทำให้ จิตใจ ภายใน เจริญ ขึ้น {4:8} เรา ถูก ขนาบ รอบ ข้าง แต่ ก็ ไม่ ถึง กับ กระดิก ไม่ ไหว เรา จน ปัญญา แต่ ก็ ไม่ ถึง กับ หมด หวัง {4:9} เรา ถูก ข่มเหง แต่ ก็ ไม่ ถูก ทอดทิ้ง เรา ถูก ตี ลง แล้ว แต่ ก็ ไม่ ถึง ตาย {4:10} เรา แบก ความ ตาย ของ พระ เยซู เจ้า ไว้ ที่ กาย เรา เสมอ เพื่อ ว่า ชีวิต ของ พระ เยซู จะ ปรากฏ ใน กาย ของ เรา ด้วย {4:11} เพราะ ว่า พวก เรา ที่ มี ชีวิต อยู่ นั้น ต้อง ถูก มอบ ไว้ แก่ ความ ตาย อยู่ เสมอ เพราะ เห็นแก่ พระ เยซู เพื่อ ว่า พระ ชนม์ ชีพ ของ พระ เยซู จะ ได้ ปรากฏ ใน เนื้อ หนัง ของ เรา ซึ่ง จะ ต้อง ตาย นั้น {4:12} เหตุ ฉะนั้น ความ ตาย จึง กำลัง ออกฤทธิ์ อยู่ ใน เรา แต่ ชีวิต กำลัง ออกฤทธิ์ อยู่ ใน ท่าน ทั้งหลาย {4:13} เพราะ เรา มี ใจ เชื่อ เช่น เดียวกัน ตาม ที่ เขียน ไว้ ว่า ‘ ข้าพเจ้า เชื่อ แล้ว เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า จึง พูด’ เรา ก็ เชื่อ เหมือน กัน เพราะ ฉะนั้น เรา จึง พูด {4:14} เรา รู้ ว่า พระองค์ ผู้ ทรง ให้ พระ เยซู เจ้า คืน พระ ชนม์ จะ ทรง โปรด ให้ เรา เป็น ขึ้น มา เช่น กัน โดย พระ เยซู และ จะ ทรง พา เรา เข้า มา เฝ้า พร้อม กับ ท่าน ทั้งหลาย {4:15} เพราะ ว่า สิ่ง สารพัด นั้น เป็น ไป เพื่อ ประโยชน์ ของ ท่าน ทั้งหลาย เพื่อ ว่า เมื่อ พระคุณ มา ถึง คน เป็น จำนวน มาก ขึ้น ก็ จะ มี การ ขอบพระคุณ มาก ยิ่ง ขึ้น เป็น การ ถวาย พระ เกียรติ แด่ พระเจ้า {4:16} เหตุ ฉะนั้น เรา จึง ไม่ ย่อท้อ ถึง แม้ ว่า กาย ภายนอก ของ เรา กำลัง ทรุดโทรม ไป แต่ จิตใจ ภายใน นั้น ก็ ยัง คง จำเริญ ขึ้น ใหม่ ทุก วัน {4:17} เพราะ ว่า การ ทุกข์ ยาก เล็กๆ น้อยๆ ของ เรา ซึ่ง เรา รับ อยู่ ประเดี๋ยวเดียว นั้น จะ ทำให้ เรา มี สง่าราศี ใหญ่ ยิ่ง นิรันดร์ {4:18} ด้วย ว่า เรา ไม่ ได้ เห็นแก่ สิ่งของ ที่ เรา มอง เห็น อยู่ แต่ เห็นแก่ สิ่งของ ที่ มอง ไม่ เห็น เพราะ ว่า สิ่งของ ซึ่ง มอง เห็น อยู่ นั้น เป็น ของ ไม่ ยั่งยืน แต่ สิ่ง ซึ่ง มอง ไม่ เห็น นั้น ก็ ถาวร นิรันดร์ {i5:1} การ เฝ้า คอย การ เป็น ขึ้น มา ใหม่ ด้วย ใจ จดจ่อ {5:1} เพราะ เรา รู้ ว่า ถ้า เรือน ดิน แห่ง พลับพลา ของ เรา นี้ จะ พัง ทำลาย เสีย เรา ก็ ยัง มี ที่ อาศัย ซึ่ง พระเจ้า ทรง โปรด ประทาน ให้ ที่ มิ ได้ สร้าง ด้วย มือ มนุษย์ และ ตั้ง อยู่ เป็น นิตย์ ใน สวรรค์ {5:2} เพราะ ว่า ใน ร่างกาย นี้ เรา ยัง ครวญ คร่ำ อยู่ มี ความ ปรารถนา อย่าง ยิ่ง ที่ จะ สวม ที่ อาศัย ของ เรา ที่ มา จาก สวรรค์ {5:3} ถ้า ได้ สวม เช่น นั้น แล้ว เรา ก็ จะ มิ ได้ ถูก พบ เห็น ว่า เปลือย เปล่า อีก {5:4} เพราะ ว่า เรา ผู้ อาศัย ใน พลับพลา นี้ จึง ครวญ คร่ำ เป็น ทุกข์ มิ ใช่ เพราะ ปรารถนา ที่ จะ อยู่ ตัว เปล่า แต่ ปรารถนา จะ สวม กาย ใหม่ นั้น เพื่อ ว่า ร่างกาย ของ เรา ซึ่ง จะ ต้อง ตาย นั้น จะ ได้ ถูก ชีวิต อมตะ กลืน เสีย {5:5} แต่ พระเจ้า ทรง เป็น ผู้ เตรียม เรา ไว้ สำหรับ การ เปลี่ยนแปลง นี้ และ พระองค์ ได้ ทรง โปรด ประทาน พระ วิญญาณ เป็น มัดจำ ไว้ กับ เรา {5:6} เหตุ ฉะนั้น เรา มั่นใจ อยู่ เสมอ รู้ อยู่ แล้ว ว่า ขณะ ที่ เรา อยู่ ใน ร่างกาย นี้ เรา อยู่ ปราศจาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า {5:7} (เพราะ เรา ดำเนิน โดย ความ เชื่อ มิ ใช่ ตาม ที่ ตา มอง เห็น) {5:8} เรา มี ความ มั่นใจ และ เรา ปรารถนา จะ อยู่ กับ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มาก กว่า อยู่ ใน ร่างกาย นี้ {5:9} เหตุ ฉะนั้น เรา ตั้ง เป้า ของ เรา ว่า จะ อยู่ ใน กาย นี้ ก็ ดี หรือ ไม่ อยู่ ก็ ดี เรา ก็ จะ เป็น ที่ พอ พระทัย ของ พระองค์ {i5:10} คริสเตียน จะ ต้อง ปรากฏ ตัว ที่ หน้า บัลลังก์ พิพากษา ของ พระ คริสต์ (1 คร 3:10-15) {5:10} เพราะ ว่า จำเป็น ที่ เรา ทุก คน จะ ต้อง ปรากฏ ตัว ที่ หน้า บัลลังก์ พิพากษา ของ พระ คริสต์ เพื่อ ทุก คน จะ ได้ รับ สม กับ การ ที่ ได้ ประพฤติ ใน ร่างกาย นี้ แล้ว แต่ จะ ดี หรือ ชั่ว {5:11} เพราะ เหตุ ที่ เรา รู้จัก ความ น่า เกรงขาม ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เรา จึง ชักชวน คน ทั้งหลาย แต่ เรา เป็น ที่ ประจักษ์ แก่ พระเจ้า และ ข้าพเจ้า หวัง ว่า เรา ได้ ปรากฏ ประจักษ์ แก่ จิต สำนึก ผิด และ ชอบ ของ ท่าน ด้วย {5:12} เพราะ เรา ไม่ ได้ ยกย่อง ตัวเอง กับ ท่าน ทั้งหลาย อีก แต่ เรา ให้ ท่าน มี โอกาส ที่ จะ นำ เรา ออก อวด ได้ เพื่อ ท่าน จะ ได้ มี ข้อ โต้ตอบ คน เหล่า นั้น ที่ ชอบ อวด ใน สิ่ง ซึ่ง ปรากฏ แต่ มิ ได้ อวด ใน สิ่ง ซึ่ง อยู่ ใน จิตใจ {5:13} เพราะ ว่า ถ้า เรา ได้ ประพฤติ อย่าง คน เสีย จริต เรา ก็ ได้ ประพฤติ เพราะ เห็นแก่ พระเจ้า หรือ ถ้า เรา ประพฤติ อย่าง คน ปกติ ก็ เพื่อ ประโยชน์ แก่ ท่าน ทั้งหลาย {i5:14} ราชทูต ของ พระ คริสต์ {5:14} เพราะ ว่า ความ รัก ของ พระ คริสต์ ได้ ครอบครอง เรา อยู่ เพราะ เรา คิด เห็น อย่าง นี้ ว่า ถ้า ผู้ หนึ่ง ได้ ตาย เพื่อ คน ทั้งปวง เหตุ ฉะนั้น คน ทั้งปวง จึง ตาย แล้ว {5:15} และ พระองค์ ได้ ทรง วาย พระ ชนม์ เพื่อ คน ทั้งปวง เพื่อ คน เหล่า นั้น ที่ มี ชีวิต อยู่ จะ มิ ได้ เป็นอยู่ เพื่อ ประโยชน์ แก่ ตัวเอง อีก ต่อ ไป แต่ จะ อยู่ เพื่อ พระองค์ ผู้ ทรง สิ้น พระ ชนม์ และ ทรง เป็น ขึ้น มา เพราะ เห็นแก่ เขา ทั้งหลาย {5:16} เหตุ ฉะนั้น ตั้งแต่ นี้ ไป เรา จะ ไม่ พิจารณา ผู้ ใด ตาม เนื้อ หนัง แม้ ว่า เมื่อ ก่อน เรา เคย พิจารณา พระ คริสต์ ตาม เนื้อ หนัง ก็ จริง แต่ เดี๋ยวนี้ เรา จะ ไม่ พิจารณา พระองค์ เช่น นั้น อีก {5:17} เหตุ ฉะนั้น ถ้า ผู้ ใด อยู่ ใน พระ คริสต์ ผู้ นั้น ก็ เป็น คน ที่ ถูก สร้าง ใหม่ แล้ว สิ่ง เก่าๆ ก็ ล่วง ไป ดู เถิด สิ่ง สารพัด กลาย เป็น สิ่ง ใหม่ ทั้งนั้น {5:18} ทั้งสิ้น นี้ เกิด มา จาก พระเจ้า ผู้ ทรง ให้ เรา คืนดี กัน กับ พระองค์ ทาง พระ เยซู คริสต์ และ ทรง โปรด ประทาน ให้ เรา รับใช้ ใน เรื่อง การ คืนดี กัน {5:19} คือ พระเจ้า ผู้ สถิต ใน องค์ พระ คริสต์ ทรง ให้ โลก นี้ คืนดี กัน กับ พระองค์ เอง มิ ได้ ทรง ถือ โทษ ใน การ ละเมิด ของ เขา และ ทรง มอบ พระ วจนะ แห่ง การ คืนดี กัน นั้น ไว้ กับ เรา {5:20} ฉะนั้น เรา จึง เป็น ราชทูต ของ พระ คริสต์ โดย ที่ พระเจ้า ทรง ขอร้อง ท่าน ทั้งหลาย ทาง เรา เรา ผู้แทน ของ พระ คริสต์ จึง ขอร้อง ท่าน ให้ คืนดี กัน กับ พระเจ้า {5:21} เพราะ ว่า พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ พระองค์ ผู้ ทรง ไม่ มี บาป ให้ เป็น ความ บาป เพราะ เห็นแก่ เรา เพื่อ เรา จะ ได้ เป็น คน ชอบธรรม ของ พระเจ้า ทาง พระองค์ {i6:1} สิ่ง ที่ เรา ต้อง ยอม สละ ใน การ รับใช้ พระ คริสต์ {6:1} ฉะนั้น เรา ผู้ เป็น คน ทำ การ ร่วม กับ พระองค์ ขอ วิงวอน ท่าน ว่า อย่า สัก แต่ รับ พระคุณ ของ พระเจ้า เป็น การ หา ประโยชน์ มิ ได้ {6:2} (เพราะ พระองค์ ตรัส ว่า ‘ ใน เวลา อัน ชอบ เรา ได้ ฟัง เจ้า ใน วัน แห่ง ความ รอด เรา ได้ ช่วย เจ้า’ ดู เถิด บัดนี้ เป็น เวลา อัน ชอบ ดู เถิด บัดนี้ เป็น วัน แห่ง ความ รอด) {6:3} เรา มิ ได้ ให้ ผู้ ใด มี เหตุ สะดุด ใน สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด เลย เพื่อ มิ ให้การ ที่ เรา รับใช้ ปฏิบัติ นั้น เป็น ที่ เขา จะ ติเตียน ได้ {6:4} แต่ว่า ใน การ ทั้งปวง เรา ได้ กระทำ ตัว ให้ เป็น ที่ ชอบ เหมือน ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า โดย ความ เพียร อดทน เป็น อัน มาก ใน ความ ทุกข์ ใน ความ ขัด สน ใน เหตุ วิบัติ {6:5} ใน การ ถูก เฆี่ยน ใน การ ที่ ถูก จำ คุก ใน การ วุ่นวาย ใน การ งาน ต่างๆ ใน การ อด หลับ อด นอน ใน การ อด อาหาร {6:6} โดย ความ บริสุทธิ์ โดย ความ รู้ โดย ความ อดกลั้น ไว้ นาน โดย ใจ กรุณา โดย พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ โดย ความ รัก แท้ {6:7} โดย พระ วจนะ แห่ง ความ จริง โดย ฤทธิ์ เดช ของ พระเจ้า โดย ใช้ เครื่อง อาวุธ แห่ง ความ ชอบธรรม ด้วย มือ ขวา และ มือ ซ้าย {6:8} โดย มี เกียรติยศ และ ไร้ เกียรติยศ โดย เล่าลือ กัน ว่า ชั่ว และ เล่าลือ กัน ว่า ดี เหมือน ถูก เขา หา ว่า เป็น คน ที่ ล่อลวง เขา ให้ หลง แต่ ยัง เป็น คน สัตย์ จริง {6:9} เหมือน ถูก เขา หา ว่า เป็น คน ไม่ มี ใคร รู้จัก แต่ ยัง เป็น คน ที่ เขา ทั้งหลาย รู้จัก ดี เหมือน คน ตาย แต่ ดู เถิด เรา ยัง เป็นอยู่ เหมือน คน ถูก เฆี่ยน แต่ ยัง ไม่ ตาย {6:10} เหมือน คน ที่ มี ความ ทุกข์ แต่ ยัง มี ความ ชื่นชม ยินดี อยู่ เสมอ เหมือน คน ยากจน แต่ ยัง ทำให้ คน เป็น อัน มาก มั่งมี เหมือน คน ไม่ มี อะไร เลย แต่ ยัง มี สิ่ง สารพัด บริบูรณ์ {i6:11} คริสเตียน ต้อง ไม่ เทียม แอก ด้วย กัน กับ คน ที่ ไม่ เชื่อ {6:11} โอ ท่าน ชาว โค รินธ์ เรา พูด กับ ท่าน อย่าง ไม่ ปิดบัง เลย และ ใจ ของ เรา ก็ เปิด รับ ท่าน {6:12} ใจ ของ ท่าน ทั้งหลาย ไม่ ได้ ปิด เพราะ เรา แต่ ปิด เพราะ ความ รู้สึก ของ ตนเอง {6:13} ดังนั้น ใน การ ตอบ สนอง อย่าง เดียวกัน (ข้าพเจ้า ขอ พูด กับ ท่าน เหมือน อย่าง พูด กับ บุตร) คือ จง เปิด จิตใจ ของ ท่าน ด้วย {6:14} ท่าน อย่า เข้า เทียม แอก กับ คน ที่ ไม่ เชื่อ เพราะ ว่า ความ ชอบธรรม จะ มี หุ้นส่วน อะไร กับ ความ อธรรม และ ความ สว่าง จะ เข้า สนิท กับ ความ มืด ได้ อย่างไร {6:15} พระ คริสต์ กับ เบลีอัล จะ ลงรอย กัน อย่างไร ได้ หรือ คน ที่ เชื่อ จะ มี ส่วน อะไร กับ คน ที่ ไม่ เชื่อ {6:16} วิหาร ของ พระเจ้า จะ ตกลง อะไร กับ รูป เคารพ ได้ เพราะ ว่า ท่าน เป็น วิหาร ของ พระเจ้า ผู้ ทรง ดำรง พระ ชนม์ ดัง ที่ พระเจ้า ตรัส ไว้ ว่า ‘ เรา จะ อยู่ ใน เขา ทั้งหลาย และ จะ ดำเนิน ใน หมู่ พวก เขา และ เรา จะ เป็น พระเจ้า ของ เขา และ เขา จะ เป็น ประชาชน ของ เรา’ {6:17} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า ‘ เหตุ ฉะนั้น เจ้า จง ออก จาก หมู่ พวก เขา เหล่า นั้น และ จง แยก ตัว ออก จาก เขา ทั้งหลาย อย่า แตะ ต้อง สิ่ง ซึ่ง ไม่ สะอาด แล้ว เรา จึง จะ รับ พวก เจ้า ทั้งหลาย {6:18} เรา จะ เป็น บิดา ของ พวก เจ้า และ พวก เจ้า จะ เป็น บุตร ชาย บุตร สาว ของ เรา’ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ ทั้งสิ้น ได้ ตรัส ดังนั้น {7:1} ท่าน ที่ รัก เมื่อ เรา มี พระ สัญญา เช่น นี้ แล้ว ให้ เรา ชำระ ตัว เรา ให้ ปราศจาก มลทิน ทุก อย่าง ของ เนื้อ หนัง และ จิต วิญญาณ และ จง ทำให้ มี ความ บริสุทธิ์ ครบถ้วน โดย ความ เกรงกลัว พระเจ้า {i7:2} ความ ชื่นชม ยินดี ของ เปาโล ต่อ การ ตอบ สนอง ของ ชาว โค รินธ์ {7:2} ขอ รับ เรา เถิด เรา มิ ได้ ทำร้าย ผู้ ใด เรา มิ ได้ ชวน ผู้ ใด ให้ ทำ ชั่ว เรา มิ ได้ โกง ผู้ ใด เลย {7:3} ข้าพเจ้า พูด เช่น นี้ มิ ใช่ เพื่อ จะ ปรักปรำ ท่าน เพราะ ข้าพเจ้า บอก แล้ว ว่า ท่าน ทั้งหลาย อยู่ ใน ใจ ของ เรา ที เดียว จะ ตาย หรือ จะ เป็น ก็ อยู่ ด้วย กัน {7:4} ข้าพเจ้า พูด อย่าง ไว้ใจ ท่าน มาก และ ข้าพเจ้า ภูมิใจ เพราะ ท่าน ทั้งหลาย อย่าง มาก ข้าพเจ้า ได้ รับ ความ ชู ใจ อย่าง บริบูรณ์ และ ใน ความ ยาก ลำบาก ของ เรา ทุก อย่าง ข้าพเจ้า ก็ ยัง มี ความ ปีติ ยินดี อย่าง เหลือล้น {7:5} เพราะ แม้ ว่า เมื่อ เรา มา ถึง แคว้น มาซิโดเนีย แล้ว เนื้อ หนัง ของ เรา ไม่ ได้ พักผ่อน เลย เรา มี ความ ลำบาก อยู่ รอบ ข้าง ภายนอก มี การ ต่อสู้ ภายใน มี ความ กลัว {7:6} แต่ ถึง กระนั้น ก็ ดี พระเจ้า ผู้ ทรง หนุน น้ำใจ คน ที่ ท้อ ใจ ได้ ทรง หนุน น้ำใจ เรา โดย ทรง ให้ ทิตัส มา หา เรา {7:7} และ มิ ใช่ เพียง การ มา ของ ทิตัสเท่านั้น แต่ โดย การ ที่ ท่าน ได้ หนุน น้ำใจ ทิตัสด้วย ตาม ที่ ทิตัส ได้ มาบ อก เรา ถึง ความ ปรารถนา อย่าง ยิ่ง และ ความ โศกเศร้า ของ ท่าน และ ใจ จดจ่อ ของ ท่าน ที่ มี ต่อ ข้าพเจ้า ทำให้ ข้าพเจ้า มี ความ ชื่นชม ยินดี มาก ยิ่ง ขึ้น {7:8} เพราะ ถึง แม้ ว่า ข้าพเจ้า ได้ ทำให้ ท่าน เสียใจ เพราะ จดหมาย ฉบับ นั้น ข้าพเจ้า ก็ ไม่ เสียใจ ถึง แม้ ว่า เมื่อ ก่อน นั้น ข้าพเจ้า จะ เสียใจ บ้าง เพราะ ข้าพเจ้า เห็น ว่า จดหมาย ฉบับ นั้น ทำให้ ท่าน มี ความ เสียใจ เพียง ชั่ว ขณะ เท่านั้น {7:9} แต่ บัดนี้ ข้าพเจ้า มี ความ ชื่นชม ยินดี มิ ใช่ เพราะ ท่าน เสียใจ แต่ เพราะ ความ เสียใจ นั้น ทำให้ ท่าน กลับ ใจ ใหม่ เพราะ ว่า ท่าน ได้ รับ ความ เสียใจ อย่าง ที่ ชอบ พระทัย พระเจ้า ท่าน จึง ไม่ ได้ ผล ร้าย จาก เรา เลย {7:10} เพราะ ว่า ความ เสียใจ อย่าง ที่ ชอบ พระทัย พระเจ้า ย่อม กระทำ ให้ กลับ ใจ ใหม่ ซึ่ง นำ ไป ถึง ความ รอด และ ไม่ เป็น ที่ น่า เสียใจ แต่ ความ เสียใจ อย่าง โลก นั้น ย่อม นำ ไป ถึง ความ ตาย {7:11} จง พิจารณา ดู ว่า ความ เสียใจ อย่าง ที่ ชอบ พระทัย พระเจ้า กระทำ ให้ เกิด ความ กระตือรือร้น มาก ที เดียว ทำให้ เกิด ความ ขวนขวาย ที่ จะ แก้ตัว ใหม่ และ การ โกรธ แทน ความ กลัว ความ ปรารถนา อย่าง ยิ่ง ความ กระตือรือร้น การ แก้ แค้น ใน ทุก สิ่ง เหล่า นั้น ท่าน ได้ พิสูจน์ ให้ เห็น แล้ว ว่า ท่าน ก็ หมดจด ใน การ นี้ แล้ว {7:12} เหตุ ฉะนี้ ที่ ข้าพเจ้า เขียน ถึง ท่าน ก็ มิ ใช่ เพราะ เห็นแก่ คน ที่ ได้ ทำ ผิด หรือ เพราะ เห็นแก่ คน ที่ ต้อง ทน ต่อ การ ร้าย แต่ เพื่อ ให้ ความ ห่วงใย ของ เรา ที่ มี ต่อ ท่าน ปรากฏ แก่ ท่าน ใน สาย พระ เนตร พระเจ้า {7:13} โดย เหตุ นี้ เรา จึง มี ความ ชู ใจ เมื่อ เห็น ว่า พวก ท่าน ได้ รับ ความ ชู ใจ เรา มี ความ ชื่นชม ยินดี มาก ยิ่ง ขึ้น เพราะ ความ ยินดี ของ ทิตัส ใน การ ที่ พวก ท่าน ได้ กระทำ ให้ จิตใจ ของ ทิตัสชื่นบาน {7:14} เพราะ ถ้า ข้าพเจ้า ได้ อวด เรื่อง พวก ท่าน แก่ ทิตัส ข้าพเจ้า ก็ ไม่ ต้อง ละอาย ใจ เลย ทุก สิ่ง ที่ เรา ได้ กล่าว แก่ ท่าน เป็น ความ จริง ฉัน ใด สิ่ง ที่ เรา ได้ อวด เรื่อง พวก ท่าน แก่ ทิตัส เมื่อ ก่อน นั้น ก็ ปรากฏ เป็น จริง เหมือน กัน ฉัน นั้น {7:15} และ เมื่อ ทิตัส ระลึก ถึง ความ เชื่อฟัง ของ พวก ท่าน ทั้งหลาย และ การ ที่ พวก ท่าน ต้อนรับ เขา ด้วย ความ เกรงกลัว จน ตัว สั่น เขา ก็ เพิ่ม ความ รัก ใน พวก ท่าน มาก ยิ่ง ขึ้น {7:16} ข้าพเจ้า ชื่นชม ยินดี เพราะ ว่า ข้าพเจ้า ไว้ใจ ท่าน ได้ ทุก อย่าง {i8:1} ตัวอย่าง การ ถวาย ด้วย ใจ ร้อนรน ของ ชาว มาซิโดเนีย {8:1} ยิ่ง กว่า นี้ พี่น้อง ทั้งหลาย เรา ใคร่ ให้ ท่าน ทราบ ถึง พระคุณ ของ พระเจ้า โดย ที่ พระองค์ ได้ ทรง โปรด ประทาน แก่ คริสตจักร ต่างๆ ใน แคว้น มาซิโดเนีย {8:2} เพราะ ว่า เมื่อ คราว ที่ พวก เขา ถูก ทดลอง อย่าง หนัก ได้ รับ ความ ทุกข์ ยาก ความ ยินดี ล้นพ้น ของ เขา และ ความ ยากจน แสน เข็ญ ของ เขา นั้น ก็ ล้น ออก มา เป็นใจ โอบอ้อม อารี ของ เขา {8:3} เพราะ ข้าพเจ้า เป็น พยาน ได้ ว่า เขา ถวาย โดย สุด ความ สามารถ ของ เขา ที่ จริง ก็ เกิน ความ สามารถ ของ เขา เสีย อีก {8:4} และ เขา ยัง ได้ วิงวอน เรา มากมาย ขอ ให้ เรา ยอมรับ ของ ถวาย นั้น และ ให้ เขา มี ส่วน ใน การ ช่วย วิ สุทธิ ชน ด้วย {8:5} ไม่ เหมือน ที่ เรา ได้ คาดหมาย ไว้ แต่ ได้ ถวาย ตัว เขา เอง แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ก่อน แล้ว ได้ มอบตัว ให้ เรา ตาม พระ ประสงค์ ของ พระเจ้า {8:6} จน ถึง กับ เรา ได้ เตือน ทิตัสว่า เมื่อ เขา ได้ เริ่ม แล้ว ฉัน ใด ก็ ให้ เขา ทำให้ สำเร็จ กับ ท่าน ทั้งหลาย ใน พระคุณ นี้ ด้วย เช่น กัน {i8:7} คำ ตักเตือน เกี่ยว กับ การ ถวาย เพื่อ กัน และ กัน {8:7} เหตุ ฉะนั้น เมื่อ ท่าน มี พร้อม บริบูรณ์ ทุก สิ่ง คือ ความ เชื่อ ถ้อยคำ ความ รู้ ความ กระตือรือร้น ทั้งปวง และ ความ รัก ต่อ เรา ท่าน ทั้งหลาย ก็ จง ประกอบ พระคุณ นี้ อย่าง บริบูรณ์ เหมือน กัน เถิด {8:8} ข้าพเจ้า พูด อย่าง นี้ มิ ได้ หมาย ว่า ให้ เป็น คำ บัญชา แต่ ได้ นำ เรื่อง ของ คน อื่น ที่ มี ความ กระตือรือร้น มา ทดลอง ความ รัก ของ ท่าน ดู ว่า แท้ หรือ ไม่ {8:9} เพราะ ท่าน ทั้งหลาย รู้จัก พระคุณ ของ พระ เยซู คริสต์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา ว่า แม้ พระองค์ มั่งคั่ง พระองค์ ก็ ยัง ทรง ยอม เป็น คน ยากจน เพราะ เห็นแก่ ท่าน ทั้งหลาย เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ เป็น คน มั่งมี เนื่อง จาก ความ ยากจน ของ พระองค์ {8:10} และ ข้าพเจ้า จะ ออก ความเห็น ใน เรื่อง นี้ เพราะ จะ เป็น ประโยชน์ แก่ ท่าน เรื่อง ที่ ท่าน ได้ ตั้งต้น เมื่อ ปีก ลาย นี้ และ มิ ใช่ ตั้งต้น จะ กระทำ เท่านั้น แต่ว่า มี น้ำใจ จะ กระทำ ด้วย นั้น {8:11} ฉะนั้น บัดนี้ ก็ ควร แล้ว ที่ ท่าน จะ กระทำ เรื่อง นั้น ให้ สำเร็จ เสีย เพื่อ ว่า เมื่อ ท่าน มี ใจ พร้อม อยู่ แล้ว ท่าน ก็ จะ ได้ ทำให้ สำเร็จ ตาม ความ สามารถ ของ ท่าน {8:12} เพราะ ว่า ถ้า มี น้ำใจ พร้อม อยู่ แล้ว พระเจ้า ก็ พอ พระทัย ที่ จะ ทรง รับ ตาม ที่ ทุก คน มี อยู่ มิ ใช่ ตาม ที่ เขา ไม่ มี {8:13} ข้าพเจ้า ไม่ ได้ หมายความ ว่า ให้การ งาน ของ คน อื่น เบา ลง และ ให้การ งาน ของ พวก ท่าน หนัก ขึ้น {8:14} แต่ เป็น การ ให้ กัน ไป ให้ กัน มา ใน ยาม ที่ พวก ท่าน มี บริบูรณ์ เช่น เวลา นี้ ท่าน ก็ ควร จะ ช่วย คน เหล่า นั้น ที่ ขัด สน และ ใน ยาม ที่ เขา มี บริบูรณ์ เขา ก็ จะ ได้ ช่วย พวก ท่าน เมื่อ ขัด สน เพื่อ เป็น การ ให้ กัน ไป ให้ กัน มา {8:15} ตาม ที่ มี เขียน ไว้ ว่า ‘ คน ที่ เก็บ ได้ มาก ก็ ไม่ มี เหลือ และ คน ที่ เก็บ ได้ น้อย ก็ หา ขาด ไม่’ {i8:16} การ แสดงออก อย่าง ซื่อสัตย์ ต่อ เงิน ถวาย ของ คริสตจักร {8:16} แต่ ขอ ขอบพระคุณ พระเจ้า ผู้ ทรง โปรด ให้ ทิตัส มี ใจ กระตือรือร้น อย่าง นั้น เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย เหมือน กัน {8:17} เพราะ ไม่ เพียง แต่ เขา ได้ รับ คำ เตือน เท่านั้น แต่ เขา ได้ ไป หา ท่าน เพราะ เขา เอง มี ใจ พร้อม อยู่ แล้ว ด้วย {8:18} เรา ให้ พี่น้อง คน หนึ่ง ที่ มี ชื่อเสียง ใน การ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ตาม คริสตจักร ทั้งหลาย ไป กับ ทิตัสด้วย {8:19} และ มิ ใช่ แต่ เท่านั้น คริสตจักร ได้ ตั้ง คน นั้น ไว้ ให้ เป็น เพื่อน เดินทาง ด้วย กัน กับ เรา ใน พระคุณ นี้ ซึ่ง เรา ได้ รับใช้ อยู่ เพื่อ ให้ เป็น ที่ ถวาย เกียรติยศ แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ เป็น ที่ แสดง น้ำใจ พรักพร้อม ของ ท่าน {8:20} เรา เจตนา จะ ไม่ ให้ คน หนึ่ง คน ใด ติเตียน เรา ได้ ใน เรื่อง ของ ถวาย เป็น อัน มาก ซึ่ง เรา รับ มา แจก นั้น {8:21} เพราะ เรา มุ่ง ที่ จะ กระทำ สิ่ง ที่ ซื่อสัตย์ มิ ใช่ เฉพาะ แต่ ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เท่านั้น แต่ ใน สายตา ของ มนุษย์ ด้วย {8:22} เรา ได้ ส่ง พี่น้อง อีก คน หนึ่ง ไป กับ เขา ทั้ง สอง ด้วย ผู้ ซึ่ง เรา ได้ ทดสอบ แล้ว ว่า มี ความ กระตือรือร้น ใน หลาย สิ่ง และ เดี๋ยวนี้ เขา มี ความ กระตือรือร้น มาก ยิ่ง ขึ้น เพราะ เรา มี ความ ไว้ใจ ใน ท่าน มาก {8:23} ถ้า มี คน ใด ถาม ถึง ทิตัส ทิตัส ก็ เป็น เพื่อน ร่วม งาน ของ ข้าพเจ้า และ เป็น ผู้ ช่วย ใน การ ของ ท่าน ทั้งหลาย หรือ ถ้า มี คน ใด ถาม ถึง พี่น้อง สอง คน นั้น เขา ก็ เป็น ทูต รับใช้ ของ คริสตจักร ทั้งหลาย และ เป็น สง่าราศี ของ พระ คริสต์ {8:24} เหตุ ฉะนั้น จง ให้ ความ รัก ของ ท่าน ประจักษ์ แก่ คน เหล่า นั้น และ แสดง ให้ แก่ คริสตจักร ทั้งหลาย ด้วย ให้ สม กับ ที่ ข้าพเจ้า ได้ อวด เรื่อง พวก ท่าน ให้ เขา ฟัง {9:1} ข้าพเจ้า ไม่ จำเป็น ต้อง เขียน ถึง ท่าน ใน เรื่อง การ สงเคราะห์ วิสุทธิชน {9:2} เพราะ ข้าพเจ้า รู้ ว่า ใจ ของ ท่าน พร้อม อยู่ แล้ว ข้าพเจ้า จึง พูด อวด เรื่อง พวก ท่าน กับ พวก มาซิโดเนีย ว่า พวก อา คา ยา ได้ จัด เตรียม ไว้ พร้อม แล้ว ตั้งแต่ ปีก ลาย และ ความ กระตือรือร้น ของ พวก ท่าน ก็ เร้า ใจ คน เป็น อัน มาก {9:3} แต่ ข้าพเจ้า ได้ ให้ พี่น้อง เหล่า นั้น ไป เพื่อ มิ ให้การ อวด ของ เรา เรื่อง ท่าน ใน ข้อ นั้น เป็น การ เปล่า ประโยชน์ และ เพื่อ ให้ ท่าน จัด เตรียม ไว้ ให้ พร้อม ตาม ที่ ข้าพเจ้า ได้ กล่าว แล้ว นั้น {9:4} มิ ฉะนั้น แล้ว ถ้า ชาว มาซิโดเนีย บาง คน มา กับ ข้าพเจ้า และ เห็น ว่า ท่าน มิ ได้ เตรียม พร้อม ตาม ที่ เรา ได้ อวด ไว้ นั้น (อย่า ว่า แต่ ท่าน จะ ขายหน้า เลย) เรา เอง ก็ จะ ขายหน้า ด้วย {9:5} เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า จึง เห็น ว่า สมควร จะ วิงวอน ให้ พี่น้อง เหล่า นั้น ไป หา ท่าน ก่อน ข้าพเจ้า และ ให้ จัด เตรียม ของ ถวาย ของ ท่าน ไว้ ตาม ที่ ท่าน ได้ สัญญา ไว้ แล้ว เพื่อ ของ ถวาย นั้น จะ มี อยู่ พร้อม และ จะ เป็น ของ ถวาย ที่ ให้ ด้วย ใจ ศรัทธา มิ ใช่ ให้ ด้วย การ ฝืน ใจ {i9:6} พระเจ้า ทรง รัก ผู้ ที่ ให้ ด้วย ใจ ยินดี {9:6} นี่แหละ คน ที่ หว่าน เพียง เล็กน้อย ก็ จะ เกี่ยว เก็บ ได้ เพียง เล็กน้อย คน ที่ หว่าน มาก ก็ จะ เกี่ยว เก็บ ได้ มาก {9:7} ทุก คน จง ให้ ตาม ที่ เขา ได้ คิด หมาย ไว้ ใน ใจ มิ ใช่ ให้ ด้วย นึก เสียดาย มิ ใช่ ให้ ด้วย การ ฝืน ใจ เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง รัก คน นั้น ที่ ให้ ด้วย ใจ ยินดี {9:8} และ พระเจ้า ทรง ฤทธิ์ สามารถ ประทาน พระคุณ อัน อุดม ทุก อย่าง แก่ ท่าน ทั้งหลาย เพื่อ ให้ ท่าน มี ทุก สิ่ง ทุก อย่าง เพียงพอ สำหรับ ตัว เสมอ ทั้ง จะ มี สิ่งของ บริบูรณ์ สำหรับ งาน ที่ ดี ทุก อย่าง ด้วย {9:9} (ตาม ที่ เขียน ไว้ ว่า ‘ เขา แจกจ่าย เขา ได้ ให้ แก่ คน ยากจน ความ ชอบธรรม ของ เขา ดำรง เป็น นิตย์’ {9:10} ฝ่าย พระองค์ ผู้ ประทาน พืช แก่ คน ที่ หว่าน และ ประทาน อาหาร แก่ คน ที่ กิน จะ ทรง โปรด ให้ พืช ของ ท่าน ที่ หว่าน นั้น ทวี ขึ้น เป็น อัน มาก และ จะ ทรง ให้ ผล แห่ง ความ ชอบธรรม ของ ท่าน เจริญ ยิ่ง ขึ้น) {9:11} โดย ทรง ให้ ท่าน ทั้งหลาย มี สิ่ง สารพัด มั่งคั่ง บริบูรณ์ ขึ้น เพื่อ ให้ ท่าน มี แจกจ่าย อย่าง ใจ กว้าง ขวาง ซึ่ง จะ ให้ เกิด การ ขอบพระคุณ พระเจ้า {9:12} เพราะ ว่า การ รับใช้ ใน การ ปรนนิบัติ นั้น มิ ใช่ จะ ช่วย วิ สุทธิ ชน ซึ่ง ขัด สน เท่านั้น แต่ ยัง เป็น เหตุ ให้ มี การ ขอบพระคุณ พระเจ้า เป็น อัน มาก ด้วย {9:13} และ เนื่อง จาก ผล แห่ง การ รับใช้ นั้น เขา จึง ถวาย เกียรติยศ แด่ พระเจ้า โดย เหตุ ที่ ท่าน ทั้งหลาย ยอม ฟัง และ ตั้งใจ อยู่ ใน อำนาจ ข่าว ประเสริฐ ของ พระ คริสต์ และ เพราะ เหตุ ท่าน ได้ แจกจ่าย แก่ เขา และ แก่ คน ทั้งปวง ด้วย ใจ กว้าง ขวาง {9:14} เขา ก็ จะ วิงวอน ขอ พระ พร ให้ แก่ ท่าน ทั้งหลาย และ ปรารถนา ท่าน เป็น อัน มาก เพราะ เหตุ พระคุณ ของ พระเจ้า ซึ่ง สถิต อยู่ ใน ท่าน อย่าง เหลือล้น {9:15} จง ขอบพระคุณ พระเจ้า เพราะ ของ ประทาน ซึ่ง พระองค์ ทรง ประทาน นั้น ที่ เหลือ จะ พรรณนา ได้ {i10:1} เปาโล พิสูจน์ ถึง ความ เป็น อัครสาวก ของ ตัวเอง อีก ครั้ง {10:1} บัดนี้ ข้าพเจ้า เปาโล ขอ วิงวอน ต่อ ท่าน เป็น ส่วนตัว โดย เห็นแก่ ความ อ่อน สุภาพ และ พระทัย กรุณา ของ พระ คริสต์ ข้าพเจ้า ผู้ ซึ่ง ท่าน ว่า เป็น คน สุภาพ ถ่อม ตน เมื่อ อยู่ กับ ท่าน ทั้งหลาย แต่ เมื่อ อยู่ ต่างหาก ก็ เป็น คน ใจ กล้า ต่อ ท่าน ทั้งหลาย {10:2} คือ ข้าพเจ้า ขอร้อง ท่าน ว่า เมื่อ ข้าพเจ้า มา อยู่ กับ ท่าน อย่า ให้ ข้าพเจ้า ต้อง แสดง ความ กล้า หาญ ด้วย ความ แน่ใจ อย่าง ที่ ข้าพเจ้า คิด สำแดง ต่อ บาง คน ที่ นึก เห็น ว่า เรา ยัง ดำเนิน ตาม เนื้อ หนัง นั้น {10:3} เพราะ ว่า ถึง แม้ เรา ยัง ดำเนิน อยู่ ใน เนื้อ หนัง ก็ จริง แต่ เรา ก็ ไม่ ได้ สู้ รบ ตาม ฝ่าย เนื้อ หนัง {10:4} (เพราะ ว่า ศาสตรา วุธ แห่ง การ สงคราม ของ เรา ไม่ เป็น ฝ่าย เนื้อ หนัง แต่ มี อานุภาพ อัน ยิ่งใหญ่ จาก พระเจ้า ที่ จะ ทลาย ป้อม อัน แข็งแกร่ง ลง ได้) {10:5} คือ ทำลาย ความคิด และ ทิฐิ มานะ ทุก ประการ ที่ ตั้ง ตัว ขึ้น ขัด ขวาง ความ รู้ ของ พระเจ้า และ น้อมนำ ความคิด ทุก ประการ ให้ เข้า อยู่ ใต้ บังคับ จน ถึง เชื่อฟัง พระ คริสต์ {10:6} และ พร้อม ที่ จะ แก้ แค้น การ ไม่ เชื่อฟัง ทุก อย่าง ใน เมื่อ ความ เชื่อฟัง ของ ท่าน ทั้งหลาย จะ สำเร็จ {10:7} ท่าน แล ดู สิ่ง ที่ ปรากฏ ภายนอก หรือ ถ้า ผู้ ใด มั่นใจ ว่า ตน เป็น คน ของ พระ คริสต์ ก็ ให้ ผู้ นั้น คำนึง ถึง ตนเอง อีก ว่า เมื่อ เขา เป็น คน ของ พระ คริสต์ เรา ก็ เป็น คน ของ พระ คริสต์ เหมือน กัน {10:8} ถึง แม้ ข้าพเจ้า จะ โอ้อวด มาก ไป สัก หน่อย ใน เรื่อง อำนาจ ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ประทาน ให้ ไว้ เพื่อ สร้าง ท่าน มิ ใช่ เพื่อ ทำลาย ท่าน ข้าพเจ้า ก็ จะ ไม่ ละอาย {10:9} เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ ไม่ คิด เห็น ว่า ข้าพเจ้า อยาก ให้ ท่าน กลัว เพราะ จดหมาย ของ ข้าพเจ้า {10:10} เพราะ มี บาง คน พูด ว่า “ จดหมาย ของ เปาโล นั้น มี น้ำหนัก และ มี อำนาจ มาก ก็ จริง แต่ว่า ตัว เขา ดู อ่อน กำลัง และ คำ พูด ของ เขา ก็ ใช้ ไม่ ได้” {10:11} จง ให้ คน เหล่า นั้น เข้าใจ อย่าง นี้ ว่า เมื่อ เรา ไม่ อยู่ เรา พูด ไว้ ใน จดหมาย ของ เรา ว่า อย่างไร เมื่อ เรา มา แล้ว เรา ก็ จะ กระทำ อย่าง นั้น ด้วย {10:12} เรา ไม่ ต้องการ ที่ จะ จัด อันดับ หรือ เปรียบเทียบ ตัว เรา เอง กับ บาง คน ที่ ยกย่อง ตัวเอง แต่ เมื่อ เขา เอา ตัว ของ เขา เป็น เครื่อง วัด กัน และ กัน และ เอา ตัว เปรียบเทียบ กัน และ กัน เขา ก็ เป็น คน ขาด ปัญญา {10:13} ฝ่าย เรา จะ ไม่ โอ้อวด ใน สิ่ง ใด เกิน ขอบเขต แต่ว่า จะ อวด ใน ขอบเขต ที่ พระเจ้า ทรง จัด ไว้ ให้ เรา และ พวก ท่าน ก็ อยู่ ใน ขอบเขต นั้น {10:14} การ ที่ มา ถึง ท่าน นั้น มิ ใช่ โดย การ ล่วง ขอบเขต อัน ควร เรา มา จน ถึง ท่าน ทั้งหลาย เพื่อ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ของ พระ คริสต์ {10:15} เรา มิ ได้ โอ้อวด เกิน ขอบเขต ไม่ ได้ อวด ใน การ งาน ที่ คน อื่น ได้ กระทำ แต่ เรา หวังใจ ว่า เมื่อ ความ เชื่อ ของ ท่าน จำเริญ มาก ขึ้น แล้ว ท่าน จะ ช่วย เรา ให้ ขยาย เขต กว้าง ขวาง ออก ไป อีก เป็น อัน มาก ตาม ขนาด ของ เรา {10:16} เพื่อ เรา จะ ได้ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ใน เขต ที่ อยู่ นอก ท้องถิ่น ของ พวก ท่าน โดย ไม่ โอ้อวด เรื่อง การ งาน ที่ คน อื่น ได้ ทำ ไว้ พร้อม แล้ว นั้น {10:17} ถ้า ผู้ ใด จะ อวด ก็ จง อวด องค์ พระผู้เป็นเจ้า {10:18} เพราะ คน ที่ ยกย่อง ตัวเอง ไม่ เป็น ที่ นับถือ ของ ผู้ ใด คน ที่ น่า นับถือ นั้น คือ คน ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ยกย่อง {11:1} ข้าพเจ้า อยาก จะ ขอ ให้ ท่าน ทน ฟัง ความ เขลา ของ ข้าพเจ้า สัก หน่อย หนึ่ง และ ให้ ทน กับ ข้าพเจ้า จริงๆ {11:2} เพราะ ว่า ข้าพเจ้า หวงแหน ท่าน อย่าง ที่ พระเจ้า ทรง หวงแหน เพราะ ว่า ข้าพเจ้า ได้ หมั้น พวก ท่าน ไว้ สำหรับ สามี ผู้ เดียว เพื่อ ถวาย พวก ท่าน ให้ แก่ พระ คริสต์ เป็น พรหมจารี บริสุทธิ์ {11:3} แต่ ข้าพเจ้า เกรง ว่า งู นั้น ได้ ล่อลวง นาง เอ วา ด้วย อุบาย ของ มัน ฉัน ใด จิตใจ ของ ท่าน ก็ จะ ถูก ล่อลวง ให้ หลง ไป จาก ความ บริสุทธิ์ ซึ่ง มี อยู่ ใน พระ คริสต์ โดย วิธี หนึ่ง วิธี ใด ฉัน นั้น {11:4} เพราะ ว่า ถ้า คน ใด จะ มา เทศนา สั่งสอน ถึง พระ เยซู อีก องค์ หนึ่ง ซึ่ง แตก ต่าง กับ ที่ เรา ได้ เทศนา สั่งสอน นั้น หรือ ถ้า ท่าน จะ รับ วิญญาณ อื่น ซึ่ง แตก ต่าง กับ ที่ ท่าน ได้ รับ แต่ ก่อน หรือ รับ ข่าว ประเสริฐ อื่น ซึ่ง แตก ต่าง กับ ที่ ท่าน ได้ รับ ไว้ แล้ว แหม ท่าน ทั้งหลาย ช่าง อดทน สนใจ ฟัง เขา เสีย จริงๆ {11:5} เพราะ ข้าพเจ้า คิด ว่า ข้าพเจ้า ไม่ ด้อย กว่า อัครสาวก ชั้น ผู้ใหญ่ เหล่า นั้น แม้ แต่ น้อย เลย {11:6} แม้ ว่า ข้าพเจ้า พูด ไม่ เก่ง แต่ ข้าพเจ้า ก็ ยัง มี ความ รู้ ที่ จริง เรา ก็ ได้ แสดง ข้อ นี้ ให้ ประจักษ์ แก่ พวก ท่าน ใน กิจการ ทุก สิ่ง แล้ว {11:7} ข้าพเจ้า ได้ กระทำ ผิด หรือ ใน การ ที่ ข้าพเจ้า ได้ ถ่อม ใจ ลง เพื่อ ยก ชู ท่าน ขึ้น เพราะ ข้าพเจ้า ได้ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ ของ พระเจ้า แก่ พวก ท่าน โดย ไม่ ได้ คิด ค่า หรือ {11:8} ข้าพเจ้า ได้ ปล้น คริสตจักร อื่น ด้วย การ รับ เงิน บำรุง จาก เขา เพื่อ จะ ได้ ปรนนิบัติ พวก ท่าน {11:9} และ เมื่อ ข้าพเจ้า อยู่ กับ พวก ท่าน และ กำลัง ขาดแคลน นั้น ข้าพเจ้า ก็ มิ ได้ เป็น ภาระ แก่ ผู้ ใด เพราะ ว่า พี่น้อง ที่ มา จาก แคว้น มาซิโดเนีย ได้ เจือจาน ให้ พอ แก่ ความ ต้องการ ของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ระวัง ตัว ไม่ ให้ เป็น ภาระ แก่ พวก ท่าน ใน ทาง หนึ่ง ทาง ใด ทุก ประการ และ ข้าพเจ้า จะ ระวัง ตัว เช่น นั้น ต่อ ไป {11:10} ความ จริง ของ พระ คริสต์ มี อยู่ ใน ข้าพเจ้า แน่ ฉัน ใด จึง ไม่ มี ผู้ ใด ใน เขต แคว้น อา คา ยา สามารถ ที่ จะ ห้าม ข้าพเจ้า ไม่ ให้ อวด เรื่อง นี้ ได้ ฉัน นั้น {11:11} เพราะ เหตุ ใด เพราะ ข้าพเจ้า ไม่ รัก พวก ท่าน หรือ พระเจ้า ทรง ทราบ ดี ว่า ข้าพเจ้า รัก พวก ท่าน {11:12} แต่ สิ่ง ที่ ข้าพเจ้า กระทำ นั้น ข้าพเจ้า จะ กระทำ ต่อ ไป เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ตัด โอกาส คน เหล่า นั้น ที่ คอย หา โอกาส เพื่อ ว่า เมื่อ เขา โอ้อวด นั้น เขา จะ ได้ ปรากฏ ว่า มี สภาพ เหมือน กับ เรา {i11:13} ซาตาน ปลอม เป็น “ ทูต สวรรค์ แห่ง ความ สว่าง” {11:13} เพราะ คน อย่าง นั้น เป็น อัครสาวก เทียม เป็น คน งาน ที่ หลอกลวง ปลอม ตัว เป็น อัครสาวก ของ พระ คริสต์ {11:14} การ กระทำ เช่น นั้น ไม่ แปลก ประหลาด เลย ถึง ซาตาน เอง ก็ ยัง ปลอม ตัว เป็น ทูต สวรรค์ แห่ง ความ สว่าง ได้ {11:15} เหตุ ฉะนั้น จึง ไม่ เป็น การ แปลก อะไร ที่ ผู้ รับใช้ ของ ซาตาน จะ ปลอม ตัว เป็น ผู้ รับใช้ ของ ความ ชอบธรรม ท้าย ที่สุด ของ เขา จะ เป็น ไป ตาม การ กระทำ ของ เขา {i11:16} การ เผชิญ ภัย และ การ ทน ทุกข์ ของ เปาโล {11:16} ข้าพเจ้า ขอ กล่าว ซ้ำ อีก ว่า อย่า ให้ ใคร เห็น ไป ว่า ข้าพเจ้า เป็น คน เขลา แต่ ถ้า มี ก็ ให้ เขา ต้อนรับ ข้าพเจ้า อย่าง ต้อนรับ คน เขลา เถิด เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ได้ อวด ตัวเอง ได้ บ้าง {11:17} การ ที่ ข้าพเจ้า พูด อย่าง นั้น ข้าพเจ้า มิ ได้ พูด ตาม อย่าง องค์ พระผู้เป็นเจ้า แต่ พูด อย่าง คน เขลา ด้วย ไว้ใจ ตัว ใน การ อวด นั้น {11:18} เพราะ เมื่อ เห็น ว่า หลาย คน เคย อวด ตาม เนื้อ หนัง ข้าพเจ้า ก็ จะ อวด บ้าง {11:19} เพราะ ว่า การ ที่ ท่าน ทน ฟัง คน เขลา พูด ด้วย ความ ยินดี นั้น น่า จะ เป็น เพราะ ท่าน ช่าง ฉลาด เสีย นี่ กระไร {11:20} เพราะ ท่าน ทน เอา ถ้า มี ผู้นำ ท่าน ไป เป็น ทาส ถ้า มี ผู้ ล้างผลาญ ท่าน ถ้า มี ผู้ มา ยึด ของ ของ ท่าน ไป ถ้า มี ผู้ ยก ตัวเอง เป็น ใหญ่ ถ้า มี ผู้ ตบ หน้า ท่าน {11:21} ข้าพเจ้า ต้อง พูด ด้วย ความ ละอาย ว่า ดูเหมือน เรา อ่อนแอ เกิน ไป ใน เรื่อง นี้ ไม่ ว่า ใคร กล้า อวด ใน เรื่อง ใด (ข้าพเจ้า พูด อย่าง คน เขลา) ข้าพเจ้า ก็ กล้า อวด เรื่อง นั้น เหมือน กัน {11:22} เขา เป็น ชาติ ฮีบรู หรือ ข้าพเจ้า ก็ เป็น เหมือน กัน เขา เป็น ชน ชาติ อิสราเอล หรือ ข้าพเจ้า ก็ เป็น เหมือน กัน เขา เป็น เชื้อสาย ของ อับราฮัม หรือ ข้าพเจ้า ก็ เป็น เหมือน กัน {11:23} เขา เป็น ผู้ รับใช้ ของ พระ คริสต์ หรือ ข้าพเจ้า เป็น ดี กว่า เขา เสีย อีก (ข้าพเจ้า พูด อย่าง คน โง่) ข้าพเจ้า ทำงาน มาก ยิ่ง กว่า เขา อีก ข้าพเจ้า ถูก โบย ตี เกิน ขนาด ข้าพเจ้า ติด คุก มาก กว่า เขา ข้าพเจ้า หวิด ตาย บ่อยๆ {11:24} พวก ยิว เฆี่ยน ข้าพเจ้า ห้า ครั้งๆ ละ สาม สิบ เก้า ที {11:25} เขา ตี ข้าพเจ้า ด้วย ไม้เรียว สาม ครั้ง เขา เอา ก้อน หิน ขว้าง ข้าพเจ้า ครั้ง หนึ่ง ข้าพเจ้า เผชิญ ภัย เรือ แตก สาม ครั้ง ข้าพเจ้า ลอย อยู่ ใน ทะเล คืน หนึ่ง กับ วัน หนึ่ง {11:26} ข้าพเจ้า ต้อง เดินทาง บ่อยๆ เผชิญ ภัย อัน น่า กลัว ใน แม่น้ำ เผชิญ โจร ภัย เผชิญ ภัย จาก ชน ชาติ ของ ข้าพเจ้า เอง เผชิญ ภัย จาก คน ต่าง ชาติ เผชิญ ภัย ใน นคร เผชิญ ภัย ใน ป่า เผชิญ ภัย ใน ทะเล เผชิญ ภัย จาก พี่น้อง เทียม {11:27} ต้อง ทำงาน เหน็ดเหนื่อย และ ยาก ลำบาก ต้อง อด หลับ อด นอน บ่อยๆ ต้อง หิว และ กระหาย ต้อง อด ข้าว บ่อยๆ ต้อง ทน หนาว และ เปลือย กาย {11:28} และ นอกจาก สิ่ง เหล่า นั้น ที่ อยู่ ภายนอก แล้ว ยัง มี การ อื่น ที่ บีบ ข้าพเจ้า อยู่ ทุก วันๆ คือ การ ดูแล คริสตจักร ทั้งปวง {11:29} มี ใคร บ้าง เป็น คน อ่อน กำลัง และ ข้าพเจ้า ไม่ อ่อน กำลัง ด้วย มี ใคร บ้าง ที่ ถูก ทำให้ สะดุด และ ข้าพเจ้า ไม่ เป็น ทุกข์ เป็น ร้อน ด้วย {11:30} ถ้า ข้าพเจ้า จำเป็น ต้อง อวด ข้าพเจ้า ก็ จะ อวด สิ่ง ที่ แสดง ว่า ข้าพเจ้า เป็น คน อ่อน กำลัง {11:31} พระเจ้า ทรง เป็น พระ บิดา ของ พระ เยซู คริสต์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ที่ ควร แก่ การ สรรเสริญ เป็น นิตย์ พระองค์ ทรง ทราบ ว่า ข้าพเจ้า ไม่ ได้ มุสา {11:32} ผู้ ว่า ราชการ เมือง ของ กษัตริย์ อา เร ทัส ใน นคร ดา มัสกัส ให้ ทหาร เฝ้า นคร ดา มัสกัสไว้ เพื่อ จะ จับ ตัว ข้าพเจ้า {11:33} แต่ เขา เอา ตัว ข้าพเจ้า ใส่ กระบุง ใหญ่ หย่อน ลง ทาง ช่อง ที่ กำแพง นคร ข้าพเจ้า จึง พ้น จาก เงื้อมมือ ของ ท่าน ผู้ ว่า ราชการ {i12:1} เปาโล ได้ รับ การ สำแดง อัน ยิ่งใหญ่ {12:1} ข้าพเจ้า จำ จะ ต้อง อวด ถึง แม้ จะ ไม่ มี ประโยชน์ อะไร แต่ ข้าพเจ้า จะ เล่า ต่อ ไป ถึง นิมิต และ การ สำแดง ต่างๆ ซึ่ง มา จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า {12:2} สิบ สี่ ปี มา แล้ว ข้าพเจ้า ได้ รู้จัก ชาย คน หนึ่ง ใน พระ คริสต์ เขา ถูก รับ ขึ้น ไป ยัง สวรรค์ ชั้น ที่ สาม (แต่ จะ ไป ทั้ง กาย ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ หรือ ไป โดย ไม่ มี กาย ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ พระเจ้า ทรง ทราบ) {12:3} ข้าพเจ้า รู้จัก ชาย ผู้ นั้น (แต่ จะ ไป ทั้ง กาย หรือ ไม่ มี กาย ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ พระเจ้า ทรง ทราบ) {12:4} คือ ว่า คน นั้น ถูก รับ ขึ้น ไป ยัง เมือง บรม สุข เกษม และ ได้ยิน วาจา ซึ่ง จะ พูด เป็น คำ ไม่ ได้ และ มนุษย์ จะ พูด ออก มา ก็ ต้อง ห้าม {12:5} สำหรับ ชาย นั้น ข้าพเจ้า อวด ได้ แต่ สำหรับ ตัว ข้าพเจ้า เอง ข้าพเจ้า จะ ไม่ อวด เลย นอกจาก จะ อวด ถึง เรื่อง การ อ่อนแอ ของ ข้าพเจ้า {12:6} เพราะ ถึง แม้ ว่า ข้าพเจ้า อยาก จะ อวด ข้าพเจ้า ก็ ไม่ ใช่ คน เขลา เพราะ ข้าพเจ้า พูด ตาม ความ จริง แต่ ข้าพเจ้า ระงับ ไว้ ก็ เพราะ เกรง ว่า บาง คน จะ ยก ข้าพเจ้า เกิน กว่า ที่ เขา ได้ เห็น และ ได้ ฟัง เกี่ยว กับ ข้าพเจ้า {i12:7} หนาม ใหญ่ ใน เนื้อ ของ เปาโล {12:7} และ เพื่อ ไม่ ให้ ข้าพเจ้า ยก ตัว จน เกิน ไป เนื่อง จาก ที่ ได้ เห็น การ สำแดง มากมาย นั้น ก็ ทรง ให้ มี หนาม ใน เนื้อ ของ ข้าพเจ้า หนาม นั้น เป็น ทูต ของ ซาตาน คอย ทุบ ตี ข้าพเจ้า เพื่อ ไม่ ให้ ข้าพเจ้า ยก ตัว เกิน ไป {12:8} เรื่อง หนาม นั้น ข้าพเจ้า วิงวอน องค์ พระผู้เป็นเจ้า ถึง สาม ครั้ง เพื่อ ขอ ให้ มัน หลุด ไป จาก ข้าพเจ้า {12:9} แต่ พระองค์ ตรัส กับ ข้าพเจ้า ว่า “ พระคุณ ของ เรา ก็ มี พอ สำหรับ เจ้า แล้ว เพราะ ความ อ่อนแอ มี ที่ไหน เดช ของ เรา ก็ มี ฤทธิ์ ขึ้น เต็ม ขนาด ที่ นั่น” เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า จึง ยินดี โอ้อวด ใน บรรดา ความ อ่อนแอ ของ ข้าพเจ้า เพื่อ ฤทธิ์ เดช ของ พระ คริสต์ จะ ได้ อยู่ ใน ข้าพเจ้า {12:10} เหตุ ฉะนั้น เพราะ เห็นแก่ พระ คริสต์ ข้าพเจ้า จึง ชื่น ใจ ใน ความ อ่อนแอ ของ ข้าพเจ้า ใน การ ถูก ว่ากล่าว ต่างๆ ใน การ ขัด สน ใน การ ถูก ข่มเหง ใน การ ยาก ลำบาก เพราะ ว่า ข้าพเจ้า อ่อนแอ เมื่อใด ข้าพเจ้า ก็ จะ แข็งแรง มาก เมื่อนั้น {12:11} ใน การ อวด นั้น ข้าพเจ้า ก็ เป็น คน เขลา ไป แล้ว ซี ท่าน บังคับ ข้าพเจ้า ให้ เป็น เพราะ ว่า สมควร แล้ว ที่ ท่าน จะ ยกย่อง ข้าพเจ้า เพราะ ว่า ข้าพเจ้า ไม่ ด้อย กว่า อัครสาวก ชั้น ผู้ใหญ่ เหล่า นั้น แต่ ประการ ใด เลย ถึง แม้ ข้าพเจ้า จะ ไม่ วิเศษ อะไร เลย ก็ จริง {12:12} แท้ จริง หมาย สำคัญ ต่างๆ ของ อัครสาวก ก็ ได้ สำแดง ให้ ประจักษ์ แจ้ง ใน หมู่ พวก ท่าน แล้ว ด้วย บรรดา ความ เพียร โดย หมาย สำคัญ โดย การ มหัศจรรย์ และ โดย การ อิทธิฤทธิ์ {12:13} เพราะ ว่า พวก ท่าน เสียเปรียบ คริสตจักร อื่นๆ ใน ข้อ ใด เล่า เว้น ไว้ ใน ข้อ นี้ คือ ที่ ข้าพเจ้า ไม่ ได้ เป็น ภาระ แก่ พวก ท่าน การ ผิด นั้น ขอ ท่าน ให้ อภัย แก่ ข้าพเจ้า เถิด {12:14} ดู เถิด ข้าพเจ้า เตรียม พร้อม ที่ จะ มา เยี่ยม พวก ท่าน เป็น ครั้ง ที่ สาม และ ข้าพเจ้า จะ ไม่ เป็น ภาระ แก่ พวก ท่าน เพราะ ว่า ข้าพเจ้า ไม่ ต้องการ สิ่ง ใด จาก ท่าน แต่ ต้องการ ตัว ท่าน เพราะ ว่าที่ ลูก จะ สะสม ไว้ สำหรับ พ่อ แม่ ก็ ไม่ สมควร แต่ พ่อ แม่ ควร สะสม ไว้ สำหรับ ลูก {12:15} และ ข้าพเจ้า มี ความ ยินดี ที่ จะ เสีย และ สละ แรง หมด เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย แม้ ว่า ข้าพเจ้า รัก ท่าน มาก ขึ้นๆ ท่าน กลับ รัก ข้าพเจ้า น้อย ลง {12:16} ถึง แม้ เป็น เช่น นั้น ข้าพเจ้า ก็ มิ ได้ เป็น ภาระ แก่ พวก ท่าน แต่ เหมือน เป็น ผู้ ชาญ ฉลาด ข้าพเจ้า ใช้ อุบาย ดัก จับ ท่าน {12:17} ข้าพเจ้า ได้ ผล ประโยชน์ อะไร จาก พวก ท่าน ใน การ ที่ ส่ง คน เหล่า นั้น ไป เยี่ยม พวก ท่าน หรือ {12:18} ข้าพเจ้า ขอ ให้ ทิตัสไป และ พี่น้อง อีก คน หนึ่ง ไป ด้วย ทิตัส ได้ ผล ประโยชน์ จาก พวก ท่าน บ้าง หรือ เรา ทั้ง สอง มิ ได้ ดำเนิน การ ด้วย น้ำใจ อย่าง เดียวกัน หรือ เรา มิ ได้ เดิน ตาม รอย เดียวกัน หรือ {i12:19} เปาโล ปรารถนา ให้ ชาว โค รินธ์กลับใจ {12:19} ท่าน ทั้งหลาย ยัง คิด ว่า เรา กำลัง กล่าว แก้ตัว ต่อ ท่าน อีก หรือ ที่ จริง เรา พูด ใน พระ คริสต์ ดัง เรา อยู่ ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า และ ท่าน ที่ รัก สิ่ง สารพัด ที่ เรา ได้ กระทำ นั้น เรา กระทำ เพื่อ ท่าน จะ จำเริญ ขึ้น {12:20} เพราะ ว่า ข้าพเจ้า เกรง ว่า เมื่อ ข้าพเจ้า มา ถึง ข้าพเจ้า อาจ จะ ไม่ เห็น พวก ท่าน เป็น เหมือน อย่าง ที่ ข้าพเจ้า อยาก เห็น และ ท่าน จะ ไม่ เห็น ข้าพเจ้า เหมือน อย่าง ที่ ท่าน อยาก เห็น คือ เกรง ว่า ไม่ เหตุ ใด ก็ เหตุ หนึ่ง จะ มี การ วิวาท กัน ริษยา กัน โกรธ กัน มักใหญ่ ใฝ่ สูง นินทา กัน ซุบซิบ ส่อเสียด กัน จองหอง พอง ตัว และ เกะกะ วุ่นวาย กัน {12:21} ข้าพเจ้า เกรง ว่า เมื่อ ข้าพเจ้า กลับ มา พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า จะ ทรง ให้ ข้าพเจ้า ต่ำต้อย ใน หมู่ พวก ท่าน และ ข้าพเจ้า จะ ต้อง เศร้าใจ เพราะ เหตุ หลาย คน ที่ ได้ ทำ ผิด มา ก่อน แล้ว และ มิ ได้ กลับ ใจ ทิ้ง การ โสโครก การ ผิด ประเวณี และ การ ลามก ซึ่ง เขา ได้ กระทำ อยู่ นั้น {i13:1} คำ ตักเตือน ก่อน อำลา {13:1} ครั้ง นี้ จะ เป็น ครั้ง ที่ สาม ที่ ข้าพเจ้า มา เยี่ยม พวก ท่าน ‘ คำ พูด ทุกๆ คำ ต้อง มี พยาน สอง หรือ สาม ปาก จึง จะ เป็น ที่ เชื่อถือ ได้’ {13:2} ข้าพเจ้า ได้ บอก ท่าน แต่ ก่อน และ ข้าพเจ้า จึง บอก ท่าน อีก เหมือน เมื่อ ข้าพเจ้า ได้ อยู่ กับ ท่าน ครั้ง ที่ สอง นั้น เดี๋ยวนี้ ถึง ข้าพเจ้า ไม่ ได้ อยู่ กับ ท่าน ข้าพเจ้า ก็ ยัง เขียน ฝาก ถึง เขา เหล่า นั้น ซึ่ง ได้ กระทำ ผิด แต่ ก่อน และ ถึง คน อื่น ทั้งปวง ว่า ถ้า ข้าพเจ้า มา อีก ข้าพเจ้า จะ ไม่ เว้น การ ติ โทษ ใคร เลย {13:3} เพราะ ว่า ท่าน ทั้งหลาย ต้องการ ที่ จะ เห็น หลักฐาน ว่า พระ คริสต์ ตรัส ทาง ข้าพเจ้า พระองค์ มิ ได้ ทรง อ่อน กำลัง ต่อ ท่าน แต่ ทรง ฤทธิ์ มาก ใน หมู่ พวก ท่าน {13:4} เพราะ ถึง แม้ ว่า พระองค์ ทรง ถูก ตรึง โดย ทรง อ่อน กำลัง พระองค์ ยัง ทรง พระ ชนม์ อยู่ โดย ฤทธิ์ เดช ของ พระเจ้า เพราะ ว่า เรา ก็ อ่อน กำลัง ด้วย กัน กับ พระองค์ แต่ เรา จะ ยัง มี ชีวิต เป็นอยู่ กับ พระองค์ โดย ฤทธิ์ เดช ของ พระเจ้า ที่ มี ต่อ ท่าน ทั้งหลาย {13:5} ท่าน จง พิจารณา ดู ตัว ของ ท่าน ว่า ท่าน ตั้ง อยู่ ใน ความ เชื่อ หรือ ไม่ จง พิสูจน์ ตัว ของ ท่าน เอง เถิด ท่าน ไม่ รู้ เอง หรือ ว่า พระ เยซู คริสต์ ทรง สถิต อยู่ ใน ท่าน ทั้งหลาย นอกจาก ท่าน จะ เป็น ผู้ ถูก ทอดทิ้ง {13:6} แต่ ข้าพเจ้า หวัง ว่า ท่าน คง รู้ ว่า เรา มิ ได้ เป็น ผู้ ถูก ทอดทิ้ง {13:7} บัดนี้ ข้าพเจ้า อธิษฐาน ต่อ พระเจ้า เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ ไม่ กระทำ ชั่ว ใดๆ มิ ใช่ ว่า เรา จะ ให้ ปรากฏ ว่า เรา เป็น ที่ ทรง ชอบ พระทัย แต่ เพื่อ ท่าน จะ ประพฤติ เป็น ที่ ชอบ ถึง แม้ จะ ดูเหมือน เรา เอง เป็น ผู้ ถูก ทอดทิ้ง {13:8} เพราะ ว่า เรา จะ กระทำ สิ่ง ใด ขัด กับ ความ จริง ไม่ ได้ ได้ แต่ ทำ เพื่อ ความ จริง เท่านั้น {13:9} เพราะ ว่า เมื่อ เรา อ่อนแอ และ ท่าน เข้มแข็ง เรา ก็ ยินดี เรา ปรารถนา สิ่ง นี้ ด้วย คือ ขอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย บรรลุ ถึง ความ บริบูรณ์ {13:10} เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า จึง เขียน ข้อความ นี้ เมื่อ ข้าพเจ้า ไม่ อยู่ ด้วย เพื่อ เมื่อ ข้าพเจ้า มา แล้ว จะ ได้ ไม่ ต้อง กวดขัน ท่าน โดย ใช้ อำนาจ ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง โปรด ประทาน ให้ แก่ ข้าพเจ้า เพื่อ การ ก่อ ขึ้น มิ ใช่ เพื่อ การ ทำลาย ลง {13:11} ใน ที่สุด นี้ พี่น้อง ทั้งหลาย ขอ ลา ก่อน ท่าน จง ปรับปรุง ตัว ให้ ดี จง มี กำลังใจ อัน ดี จง เป็น น้ำหนึ่ง ใจ เดียวกัน จง อยู่ ร่วม กัน อย่าง สันติ และ พระเจ้า แห่ง ความ รัก และ สันติสุข จะ ทรง สถิต อยู่ กับ ท่าน {13:12} จง ทักทาย ปราศรัย กัน ด้วย ธรรมเนียม จุบ อัน บริสุทธิ์ {13:13} วิ สุทธิ ชน ทุก คน ฝาก ความคิด ถึง มา ยัง ท่าน ทั้งหลาย {13:14} ขอ ให้ พระคุณ ของ พระ เยซู คริสต์ เจ้า ความ รัก แห่ง พระเจ้า และ ความ สนิทสนม ซึ่ง มา จาก พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ จง ดำรง อยู่ กับ ท่าน ทั้งหลาย เถิด เอ เมน [จดหมาย ฉบับ ที่ สอง ถึง ชาว โค รินธ์ ได้ เขียน จาก เมือง ฟีลิปปี แคว้น มาซิโดเนีย และ ส่ง โดย ทิตัสและลูกา]