{i1:1} คุณค่า ของ การ ทดลอง และ การ ทูล ขอ สติปัญญา {1:1} ยาก อบ ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า และ ของ พระ เยซู คริสต์ เจ้า คำนับ พงศ์พันธุ์ สิบ สอง ตระกูล ที่ กระจัด กระจาย อยู่ นั้น {1:2} พี่น้อง ของ ข้าพเจ้า เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย ตก อยู่ ใน การ ทดลอง ต่างๆ ก็ จง ถือ ว่า เป็น เรื่อง น่า ยินดี ทั้งสิ้น {1:3} เพราะ ท่าน ทั้งหลาย รู้ ว่า การ ทดลอง ความ เชื่อ ของ ท่าน นั้น ทำให้ เกิด ความ เพียร {1:4} และ จง ให้ ความ เพียร นั้น กระทำ การ จน สำเร็จ เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ สมบูรณ์ ครบถ้วน ไม่ ขาด สิ่ง ใด เลย {1:5} ถ้า ผู้ ใด ใน พวก ท่าน ขาด สติปัญญา ก็ ให้ ผู้ นั้น ทูล ขอ จาก พระเจ้า ผู้ ทรง โปรด ประทาน ให้ แก่ คน ทั้งปวง อย่าง เหลือล้น และ มิ ได้ ทรง ตำหนิ และ จะ ทรง ประทาน ให้ แก่ ผู้ นั้น {1:6} แต่ จง ให้ ผู้ นั้น ทูล ขอ ด้วย ความ เชื่อ อย่า หวั่นไหว เลย เพราะ ว่า ผู้ ที่ หวั่นไหว ก็ เป็น เหมือน คลื่น ใน ทะเล ซึ่ง ถูก ลม พัด ซัด ไป มา {1:7} ผู้ นั้น จง อย่า คิด ว่า จะ ได้ รับ สิ่ง ใด จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า เลย {1:8} คน สอง ใจ เป็น คน ไม่ มั่นคง ใน บรรดา ทาง ทั้งหลาย ที่ ตน ประพฤติ นั้น {1:9} ให้ พี่น้อง ที่ ต่ำต้อย ชื่นชม ยินดี ใน การ ที่ ทรง เชิดชู เขา {1:10} และ คน มั่งมี ก็ จง ชื่นชม ยินดี เมื่อ ถูก ทำให้ ต่ำ ลง เพราะ ว่า เขา จะ ต้อง ล่วงลับ ไป ดุจ ดอก หญ้า {1:11} เพราะ ทันที ที่ ตะวัน ขึ้น พร้อม ด้วย ความ ร้อน อัน แรง กล้า มัน ก็ กระทำ ให้ หญ้า เหี่ยวแห้ง ไป และ ดอก หญ้า ก็ ร่วง ลง และ ความ งาม ของ มัน สูญสิ้น ไป คน มั่งมี จะ เสื่อมสูญ ไป ตาม ทาง ทั้งหลาย ของ เขา เช่น นั้น ด้วย {1:12} ความ สุข ย่อม มี แก่ คน นั้น ที่ สู้ ทน การ ทดลอง เพราะ เมื่อ ปรากฏ ว่า ผู้ นั้น ทน ได้ แล้ว เขา จะ ได้ รับ มงกุฎ แห่ง ชีวิต ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง สัญญา ไว้ แก่ คน ทั้งหลาย ที่ รัก พระองค์ {i1:13} พระเจ้า ไม่ เคย ล่อลวง ผู้ ใด แต่ ราคะ ตัณหา ของ ตัว เรา เอง ที่ ล่อลวง เรา {1:13} เมื่อ ผู้ ใด ถูก ล่อลวง ให้ หลง อย่า ให้ ผู้ นั้น พูด ว่า “ พระเจ้า ทรง ล่อลวง ข้าพเจ้า ให้ หลง” เพราะ ว่า ความ ชั่ว จะ มา ล่อลวง พระเจ้า ให้ หลง ไม่ ได้ และ พระองค์ เอง ก็ ไม่ ทรง ล่อลวง ผู้ ใด ให้ หลง เลย {1:14} แต่ว่า ทุก คน ก็ ถูก ล่อลวง เมื่อ ตัณหา ของ ตนเอง ชักนำ ให้ กระทำ ผิด แล้ว ตัว ก็ กระทำ ตาม {1:15} ครั้น ตัณหา เกิด ขึ้น แล้ว ก็ ทำให้ เกิด บาป และ เมื่อ บาป โต เต็ม ที่ แล้ว ก็ นำ ไป สู่ ความ ตาย {1:16} พี่น้อง ที่ รัก ของ ข้าพเจ้า อย่า หลงผิด เลย {1:17} ของ ประทาน อัน ดี ทุก อย่าง และ ของ ประทาน อัน เลิศ ทุก อย่าง ย่อม มา จาก เบื้องบน และ ส่ง ลง มา จาก พระ บิดา แห่ง บรรดา ดวง สว่าง ใน พระ บิดา ไม่ มี การ แปรปรวน หรือ ไม่ มี เงา อัน เนื่อง จาก การ เปลี่ยนแปลง {1:18} พระองค์ ได้ ทรง ให้ เรา ทั้งหลาย บังเกิด โดย พระ วจนะ แห่ง ความ จริง ตาม น้ำ พระทัย ของ พระองค์ เพื่อ เรา ทั้งหลาย จะ ได้ เป็น อย่าง ผล แรก แห่ง สรรพ สิ่ง ซึ่ง พระองค์ ทรง สร้าง นั้น {1:19} ดังนั้น พี่น้อง ที่ รัก ของ ข้าพเจ้า จง ให้ ทุก คน ไว ใน การ ฟัง ช้า ใน การ พูด ช้า ใน การ โกรธ {1:20} เพราะ ว่า ความ โกรธ ของ มนุษย์ ไม่ ได้ กระทำ ให้ เกิด ความ ชอบธรรม อย่าง พระเจ้า {1:21} เหตุ ฉะนั้น จง ถอด ทิ้ง การ โสโครก ทุก อย่าง และ การ ชั่ว ร้าย อัน ดาษดื่น และ จง น้อม ใจ รับ พระ วจนะ ที่ ทรง ปลูกฝัง ไว้ แล้ว นั้น ซึ่ง สามารถ ช่วย จิต วิญญาณ ของ ท่าน ทั้งหลาย ให้ รอด ได้ {i1:22} จง เป็น ทั้ง ผู้ ฟัง และ ผู้ ประพฤติ ตาม พระ วจนะ {1:22} แต่ ท่าน ทั้งหลาย จง เป็น คน ที่ ประพฤติ ตาม พระ วจนะ นั้น ไม่ ใช่ เป็น แต่ เพียง ผู้ ฟัง เท่านั้น ซึ่ง เป็น การ ล่อลวง ตนเอง {1:23} เพราะ ว่า ถ้า ผู้ ใด ฟัง พระ วจนะ และ ไม่ ได้ ประพฤติ ตาม ผู้ นั้น ก็ เป็น เหมือน คน ที่ ดู หน้า ของ ตัว ใน กระจกเงา {1:24} ด้วย ว่า คน นั้น แล ดู ตัวเอง แล้ว ไป เสีย แล้ว ใน ทันใด นั้น ก็ ลืม ว่า ตัว เป็น อย่างไร {1:25} ฝ่าย ผู้ ใด ที่ พิจารณา ดู ใน พระ ราช บัญญัติ แห่ง เสรีภาพ อัน ดี เลิศ และ ดำรง อยู่ ใน พระ ราช บัญญัติ นั้น ผู้ นั้น ไม่ ได้ เป็น ผู้ ฟัง แล้ว หลง ลืม แต่ เป็น ผู้ ประพฤติ ตาม กิจการ นั้น คน นั้น จะ ได้ ความ สุข ใน การ ของ ตน {i1:26} ความ เชื่อ แท้ {1:26} ถ้า ผู้ ใด ใน พวก ท่าน ดูเหมือน ว่า เคร่งครัด ใน ความ เชื่อ และ มิ ได้ เหนี่ยวรั้ง ลิ้น ของ ตน ไว้ แต่ ล่อลวง ใจ ของ ตนเอง การ เคร่งครัด ใน ความ เชื่อ ของ ผู้ นั้น ก็ ไร้ ประโยชน์ {1:27} การ เคร่งครัด ใน ความ เชื่อ อย่าง บริสุทธิ์ ไร้ มลทิน ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า และ พระ บิดา นั้น คือ การ เยี่ยมเยียน เด็ก กำพร้า พ่อ และ หญิง ม่าย ที่ มี ความ ทุกข์ ร้อน และ การ รักษา ตัว ให้ พ้น จาก ราคี ของ โลก {i2:1} ความ รัก แท้ ก็ ปราศจาก การ เลือก ที่ รัก มัก ที่ ชัง {2:1} พี่น้อง ทั้งหลาย ของ ข้าพเจ้า การ เชื่อ ใน พระ เยซู คริสต์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา ผู้ ทรง สง่าราศี นั้น อย่า ให้ เป็น ด้วย การ เลือก หน้า คน {2:2} เพราะ ว่า ถ้า มี คน หนึ่ง สวม แหวน ทองคำ และ แต่ง ตัว ด้วย เครื่อง แต่ง กาย อย่าง ดี เข้า มา ใน ที่ ประชุม ของ ท่าน และ มี คน จน คน หนึ่ง แต่ง ตัว ด้วย เสื้อ ผ้า ซอมซ่อ เข้า มา ด้วย {2:3} และ ท่าน สนใจ คน ที่ สวม ใส่ เครื่อง แต่ง กาย อย่าง ดี และ กล่าว แก่ เขา ว่า “ เชิญ ท่าน นั่ง ที่ นี่ ใน ที่ อัน ดี เถิด” และ ท่าน ก็ พูด กับ คน จน นั้น ว่า “ แก จง ยืน อยู่ ที่ นั่น” หรือ “ จง นั่ง แทบ ที่ รองเท้า ของ เรา เถิด” {2:4} พวก ท่าน เอง มิ ได้ ลำเอียง และ กลาย เป็น ผู้ วินิจฉัย ด้วย ใจ ชั่ว หรือ {2:5} พี่น้อง ที่ รัก ของ ข้าพเจ้า จง ฟัง เถิด พระเจ้า ทรง เลือก คน ยากจน ใน โลก นี้ ให้ เป็น คน มั่งมี ใน ความ เชื่อ และ ให้ เป็น ทายาท แห่ง อาณาจักร ซึ่ง พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ แก่ ผู้ ที่ รัก พระองค์ มิ ใช่ หรือ {2:6} แต่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ ดูถูก คน จน ไม่ ใช่ คน มั่งมี หรือ ที่ กดขี่ ท่าน และ ลาก ตัว ท่าน ไป ขึ้น ศาล {2:7} ไม่ ใช่ เขา เหล่า นั้น หรือ ที่ สบประมาท พระ นาม อัน ประเสริฐ ซึ่ง ใช้ เรียก ท่าน {2:8} ถ้า ท่าน ทั้งหลาย กระทำ ให้ สำเร็จ ตาม พระ ราช บัญญัติ แห่ง พระ มหา กษัตริย์ ตาม พระ คัมภีร์ ที่ ว่า ‘ จงรัก เพื่อนบ้าน เหมือน รัก ตนเอง’ แล้ว ท่าน ทั้งหลาย ก็ ประพฤติ ดี อยู่ {2:9} แต่ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย เลือก หน้า คน ท่าน ก็ กระทำ บาป และ ตาม พระ ราช บัญญัติ ท่าน ก็ เป็น ผู้ ละเมิด แล้ว {2:10} เพราะ ว่า ผู้ ใด รักษา พระ ราช บัญญัติ ได้ ทั้งหมด แต่ ผิด อยู่ ข้อ เดียว ผู้ นั้น ก็ เป็น ผู้ ผิด พระ ราช บัญญัติ ทั้งหมด {2:11} ด้วย ว่า พระองค์ ผู้ ได้ ตรัส ว่า ‘ อย่า ล่วง ประเวณี ผัว เมีย เขา’ ก็ ได้ ตรัส ไว้ ด้วย ว่า ‘ อย่า ฆ่า คน’ แม้ ท่าน ไม่ ได้ ล่วง ประเวณี ผัว เมีย เขา แต่ ได้ ฆ่า คน ท่าน ก็ เป็น ผู้ ละเมิด พระ ราช บัญญัติ {2:12} ท่าน ทั้งหลาย จง พูด และ จง กระทำ เช่น ผู้ ที่ จะ ได้ รับ การ พิพากษา ด้วย พระ ราช บัญญัติ แห่ง เสรีภาพ {2:13} เพราะ ว่า ผู้ ที่ ไม่ แสดง ความ เมตตา ย่อม จะ ได้ รับ การ พิพากษา โดย ปราศจาก ความ เมตตา แต่ ความ เมตตา ย่อม ก่อ ให้ เกิด ความ ชื่นชม ยินดี มาก กว่า การ พิพากษา {i2:14} ความ เชื่อ ที่ ปราศจาก การ กระทำ ก็ ตาย แล้ว {2:14} พี่น้อง ของ ข้าพเจ้า แม้ ผู้ ใด จะ ว่า ตน มี ความ เชื่อ แต่ ไม่ มี การ กระทำ จะ ได้ ประโยชน์ อะไร ความ เชื่อ จะ ช่วย ผู้ นั้น ให้ รอด ได้ หรือ {2:15} ถ้า พี่น้อง ชาย หญิง คน ใด เปลือย เปล่า และ ขาดแคลน อาหาร ประจำ วัน {2:16} และ มี คน ใด ใน พวก ท่าน กล่าว แก่ เขา ว่า “ เชิญ ไป เป็น สุข เถิด ขอ ให้ อบอุ่น และ อิ่ม เถิด” และ ไม่ ได้ ให้ สิ่ง ซึ่ง จำเป็น ต่อ ร่างกาย แก่ เขา จะ เป็น ประโยชน์ อะไร เล่า {2:17} ความ เชื่อ ก็ เช่น เดียวกัน ถ้า ปราศจาก การ กระทำ ก็ ตาย โดย ลำพัง แล้ว {2:18} แต่ คง มี ผู้ ค้าน ว่า “ ท่าน มี ความ เชื่อ และ ข้าพเจ้า มี การ กระทำ” จง แสดง ความ เชื่อ ของ ท่าน ที่ ปราศจาก การ กระทำ ให้ ข้าพเจ้า เห็น และ ข้าพเจ้า จะ แสดง ให้ ท่าน เห็น ความ เชื่อ ของ ข้าพเจ้า โดย การ กระทำ ของ ข้าพเจ้า {2:19} ท่าน เชื่อ ว่า มี พระเจ้า องค์ เดียว นั่น ก็ ดี อยู่ แล้ว แม้ พวก ปิศาจ ก็ เชื่อ เช่น กัน และ กลัว จน ตัว สั่น {2:20} โอ คน ไร้ ค่า ท่าน อยาก จะ รู้ หรือ ว่า ความ เชื่อ ที่ ปราศจาก การ กระทำ ก็ ตาย แล้ว {i2:21} ตัวอย่าง ของ อับราฮัม และ รา หับ {2:21} เมื่อ อับราฮัม บิดา ของ เรา ได้ ถวาย อิส อัค บุตร ชาย ของ ท่าน บน แท่น บูชา จึง ได้ ความ ชอบธรรม โดย การ กระทำ ไม่ ใช่ หรือ {2:22} ท่าน ทั้งหลาย คง เห็น แล้ว ว่า ความ เชื่อ ได้ กระทำ กิจ ร่วม กับ การ กระทำ ของ ท่าน และ ความ เชื่อ ก็ สมบูรณ์ ได้ โดย การ กระทำ {2:23} และ พระ คัมภีร์ ก็ สำเร็จ ที่ ว่า ‘ อับราฮัม ได้ เชื่อ พระเจ้า และ พระองค์ ทรง นับ ว่า เป็น ความ ชอบธรรม แก่ ท่าน’ และ ท่าน ได้ ชื่อ ว่า เป็น ‘ สหาย ของ พระเจ้า’ {2:24} ท่าน ทั้งหลาย ก็ เห็น แล้ว ว่า ผู้ ใด จะ เป็น คน ชอบธรรม ได้ ก็ เนื่อง ด้วย การ กระทำ และ มิ ใช่ ด้วย ความ เชื่อ เพียง อย่าง เดียว {2:25} เช่น เดียวกัน รา หับ หญิง แพศยา ก็ ได้ ความ ชอบธรรม เนื่อง ด้วย การ กระทำ ด้วย มิ ใช่ หรือ เมื่อ นาง ได้ รับรอง ผู้ ส่ง ข่าว เหล่า นั้น และ ส่ง เขา ไป เสีย ทาง อื่น {2:26} เพราะ กาย ที่ ปราศจาก จิต วิญญาณ นั้น ตาย แล้ว ฉัน ใด ความ เชื่อ ที่ ปราศจาก การ กระทำ ก็ ตาย แล้ว ฉัน นั้น เช่น เดียวกัน {i3:1} ความ ชั่ว ร้าย ของ ลิ้น {3:1} พี่น้อง ทั้งหลาย ของ ข้าพเจ้า อย่า เป็น อาจารย์ กัน มากมาย หลาย คน นัก เลย เพราะ ท่าน ก็ รู้ ว่า เรา ทั้งหลาย จะ ได้ รับ การ พิพากษา ที่ เข้มงวด กว่า ผู้ อื่น {3:2} เพราะ เรา ทุก คน ทำ ผิดพลาด กัน ไป หลายๆ อย่าง ถ้า ผู้ ใด มิ ได้ ทำ ผิด ทาง วาจา ผู้ นั้น ก็ เป็น คน ดี รอบคอบ แล้ว และ สามารถ บังคับ ทั้ง ตัว ไว้ ได้ ด้วย {3:3} ดู เถิด เรา เอา เหล็ก บังเหียน ใส่ ปาก ม้า เพื่อ ให้ มัน เชื่อฟัง เรา เรา ก็ บังคับ มัน ให้ ไป ไหนๆ ได้ ทั้ง ตัว {3:4} จง ดู เรือ ด้วย เช่น กัน ถึง แม้ ว่า เป็น เรือ ใหญ่ และ ถูก ลม แรง พัด แล่น ไป เรือ ก็ ยัง หัน ไป มา ด้วย หางเสือ เล็กๆ ตามใจ นายท้าย ที่ จะ ให้ ไป ทาง ไหน {3:5} เช่น นั้น แหละ ลิ้น ก็ เป็น อวัยวะ เล็กๆ ด้วย และ พูด โอ้อวด อ้าง การ ใหญ่ จง ดู เถิด ไฟ นิดเดียว อาจ เผา ไหม้ มาก เท่าใด {3:6} และ ลิ้น นั้น ก็ เป็น ไฟ เป็น โลก แห่ง การ ชั่วช้า ซึ่ง ตั้ง อยู่ ใน บรรดา อวัยวะ ของ เรา เป็น เหตุ ให้ ทั้ง กาย เป็น มลทิน ไป ทำให้ วิถี แห่ง ธรรมชาติ เผา ไหม้ และ มัน เอง ก็ ติด ไฟ จาก นรก {3:7} เพราะ สัตว์ เดียรัจฉาน ทุก ชนิด ทั้ง นก งู และ สัตว์ ใน ทะเล ก็ เลี้ยง ให้ เชื่อง ได้ และ มนุษย์ ก็ ได้ เลี้ยง ให้ เชื่อง แล้ว {3:8} แต่ ลิ้น นั้น ไม่ มี มนุษย์ คน ใด สามารถ ทำให้ เชื่อง ได้ ลิ้น เป็น สิ่ง ชั่ว ซึ่ง ยับยั้ง ไม่ ได้ และ เต็ม ไป ด้วย พิษ ร้าย ถึง ตาย {3:9} เรา ทั้งหลาย สรรเสริญ พระเจ้า คือ พระ บิดา ด้วย ลิ้น นั้น และ ด้วย ลิ้น นั้น เรา ก็ แช่ง ด่า มนุษย์ ซึ่ง ถูก สร้าง ขึ้น ตาม พระ ฉายา ของ พระเจ้า {3:10} คำ สรรเสริญ และ คำ แช่ง ด่า ก็ ออก มา จาก ปาก อัน เดียวกัน พี่น้อง ทั้งหลาย ของ ข้าพเจ้า ไม่ ควร ให้ เป็น เช่น นั้น เลย {3:11} บ่อ น้ำพุ จะ มี น้ำ จืด และ น้ำ กร่อย พุ่ง ออก มา จาก ช่อง เดียวกัน ได้ หรือ {3:12} พี่น้อง ทั้งหลาย ของ ข้าพเจ้า ต้น มะเดื่อ จะ ออก ผล เป็น มะกอก เทศ ได้ หรือ หรือ เถา องุ่น จะ ออก ผล เป็น มะเดื่อ ได้ หรือ เช่น เดียวกัน ไม่ มี บ่อ น้ำพุ ใด จะ ให้ ทั้ง น้ำเค็ม และ น้ำ จืด ได้ {3:13} ใน พวก ท่าน ผู้ ใด มี สติปัญญา และ ประกอบ ด้วย ความ รู้ ก็ ให้ ผู้ นั้น แสดง การ ประพฤติ ของ ตน ด้วย กริยา อัน ดี มี ใจ อ่อน สุภาพ ประกอบ ด้วย ปัญญา {3:14} แต่ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย มี ใจ อิจฉา อัน ขม ขื่น และ อาการ แก่งแย่ง กัน ใน ใจ ของ ท่าน อย่า อวด เลย และ อย่า พูด มุสา ต่อ ความ จริง {3:15} ปัญญา เช่น นี้ ไม่ ได้ มา จาก เบื้องบน แต่ เป็น ปัญญา อย่าง โลก และ เป็น เดียรัจฉาน ตัณหา และ เป็น เช่น ปิศาจ {3:16} เพราะ ว่าที่ ใด มี ความ อิจฉา และ การ แก่งแย่ง กัน ที่ นั่น ก็ วุ่นวาย และ มี การ กระทำ ชั่วช้า เลว ทราม ทุก อย่าง {3:17} แต่ ปัญญา จาก เบื้องบน นั้น บริสุทธิ์ เป็น ประการ แรก แล้ว จึง เป็น ความ สงบสุข สุภาพ และ ว่า ง่าย เปี่ยม ด้วย ความ เมตตา และ ผล อัน ดี ไม่ มี ความ ลำเอียง ไม่ หน้า ซื่อ ใจ คด {3:18} และ ผล แห่ง ความ ชอบธรรม ก็ หว่าน ลง ใน สันติสุข ของ คน เหล่า นั้น ที่ ก่อ ให้ เกิด สันติสุข {i4:1} ตำหนิ การ ดำเนิน ชีวิต ฝ่าย โลก {4:1} อะไร เป็น สาเหตุ ของ สงคราม และ การ ทะเลาะ วิวาท กัน ใน พวก ท่าน มิ ใช่ ราคะ ตัณหา ของ ท่าน หรือ ที่ ต่อสู้ กัน ใน อวัยวะ ของ ท่าน {4:2} ท่าน ทั้งหลาย อยาก ได้ แต่ ไม่ ได้ ท่าน ก็ ฆ่า กัน ท่าน โลภ แต่ ไม่ ได้ ท่าน ก็ ทะเลาะ และ ทำ สงคราม กัน ที่ ท่าน ไม่ มี เพราะ ท่าน ไม่ ได้ ขอ {4:3} ท่าน ขอ และ ไม่ ได้ รับ เพราะ ท่าน ขอ ผิด หวัง ได้ ไป เพื่อ สนอง ราคะ ตัณหา ของ ท่าน {4:4} ท่าน ทั้งหลาย ผู้ ล่วง ประเวณี ชาย หญิง เอ๋ย ท่าน ไม่ รู้ หรือ ว่า การ เป็น มิตร กับ โลก นั้น คือ การ เป็น ศัตรู กับ พระเจ้า เหตุ ฉะนั้น ผู้ ใด ใคร่ เป็น มิตร กับ โลก ผู้ นั้น ก็ เป็น ศัตรู ของ พระเจ้า {4:5} ท่าน คิด ว่า พระ คัมภีร์ กล่าว ไว้ อย่าง เปล่า ประโยชน์ หรือ ที่ ว่า ‘ พระ วิญญาณ ที่ สถิต อยู่ ใน เรา ทั้งหลาย มี ความ รู้สึก หึง หวง’ {4:6} แต่ พระองค์ ได้ ทรง ประทาน พระคุณ เพิ่ม ขึ้น อีก เหตุ ฉะนั้น พระองค์ จึง ตรัส ว่า ‘ พระเจ้า ทรง ต่อสู้ ผู้ ที่ หยิ่ง จองหอง แต่ ทรง ประทาน พระคุณ แก่ คน ที่ ใจ ถ่อม’ {4:7} เหตุ ฉะนั้น ท่าน ทั้งหลาย จง ยอม น้อม กาย ต่อ พระเจ้า จง ต่อสู้ กับ พญา มาร และ มัน จะ หนี ไป จาก ท่าน {4:8} จง เข้า ใกล้ พระเจ้า และ พระองค์ จะ สถิต อยู่ ใกล้ ท่าน คน บาป ทั้งหลาย เอ๋ย จง ชำระ มือ ให้ สะอาด และ คน สอง ใจ เอ๋ย จง ชำระ ใจ ของ ตน ให้ บริสุทธิ์ {4:9} จง เป็น ทุกข์ โศกเศร้า และ คร่ำครวญ จง ให้การ หัวเราะ ของ ตน กลับ กลาย เป็น การ คร่ำครวญ และ ความ ปีติ ยินดี ของ ตน กลับ กลาย เป็น ความ เศร้าสลด {4:10} ท่าน ทั้งหลาย จง ถ่อม ตัว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ พระองค์ จะ ทรง ยก ชู ท่าน ขึ้น {i4:11} อย่า ตัดสิน พี่น้อง ของ ตน {4:11} พี่น้อง ทั้งหลาย อย่า ใส่ ร้าย ซึ่ง กัน และ กัน ผู้ ใด ที่ พูด ใส่ ร้าย พี่น้อง และ ตัดสิน พี่น้อง ของ ตน ผู้ นั้น ก็ กล่าว ร้าย ต่อ พระ ราช บัญญัติ และ ตัดสิน พระ ราช บัญญัติ แต่ ถ้า ท่าน ตัดสิน พระ ราช บัญญัติ ท่าน ก็ ไม่ ใช่ ผู้ ที่ ประพฤติ ตาม พระ ราช บัญญัติ แต่ เป็น ผู้ ตัดสิน {4:12} มี ผู้ ทรง ตั้ง พระ ราช บัญญัติ แต่ เพียง องค์ เดียว คือ พระองค์ ผู้ ทรง สามารถ ช่วย ให้ รอด ได้ และ ทรง สามารถ ทำลาย เสีย ได้ แต่ ท่าน เป็น ผู้ ใด เล่า ท่าน จึง ตัดสิน ผู้ อื่น {i4:13} อย่า อวดอ้าง ถึง พรุ่งนี้ {4:13} ดู เถิด ท่าน ที่ พูด ว่า “ วัน นี้ หรือ พรุ่งนี้ เรา จะ เข้า ไป ใน เมือง นั้น เมือง นี้ และ จะ อยู่ ที่ นั่น ปี หนึ่ง และ จะ ค้า ขาย ได้ กำไร” {4:14} แต่ว่า ท่าน ทั้งหลาย ไม่ รู้ ว่า จะ มี เหตุ อะไร เกิด ขึ้น ใน วัน พรุ่งนี้ ชีวิต ของ ท่าน เป็น อะไร เล่า ก็ เป็น เหมือน หมอก ที่ ปรากฏ อยู่ แต่ ประเดี๋ยว หนึ่ง แล้ว ก็ หาย ไป {4:15} ท่าน ทั้งหลาย ควร จะ พูด ว่า “ ถ้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง โปรด เรา จะ มี ชีวิต อยู่ และ จะ กระทำ สิ่ง นี้ หรือ สิ่ง นั้น” {4:16} แต่ เดี๋ยวนี้ ท่าน ทั้งหลาย ยินดี ใน การ โอ้อวด ของ ตน ความ ยินดี อย่าง นี้ เป็น ความ ชั่ว ทั้งสิ้น {4:17} เหตุ ฉะนั้น คน ใด ที่ รู้จัก กระทำ การ ดี และ ไม่ ได้ กระทำ บาป จึง มี แก่ คน นั้น {i5:1} ตักเตือน คน มั่งมี {5:1} ดู เถิด ท่าน ผู้ มั่งมี จง ร้องไห้ โอดครวญ เพราะ ความ วิบัติ ซึ่ง จะ เกิด ขึ้น กับ ท่าน {5:2} ทรัพย์ สมบัติ ของ ท่าน ก็ ผุ พัง ไป และ มอด ก็ กัด กิน เสื้อ ผ้า ของ ท่าน {5:3} ทอง และ เงิน ของ ท่าน ก็ เกิด สนิม และ สนิม นั้น จะ เป็น พยาน หลักฐาน ต่อ ท่าน และ จะ กิน เนื้อ ท่าน ดุจ ไฟ ท่าน ได้ ส่ำ สม สมบัติ ไว้ แล้ว สำหรับ วัน สุดท้าย {5:4} ดู เถิด ค่า จ้าง ของ คน งาน ที่ ได้ เกี่ยว ข้าว ใน นา ของ ท่าน ซึ่ง ท่าน ได้ ฉ้อ โกง ไว้ นั้น ก็ ร่ำร้อง ขึ้น และ เสียง ร้อง ของ คน ที่ เกี่ยว ข้าว นั้น ได้ ทราบ ถึง พระ กรรณ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า แห่ง จอม โยธา แล้ว {5:5} ท่าน มี ชีวิต อยู่ ใน โลก อย่าง ฟุ่มเฟือย และ สนุกสนาน ท่าน ได้ บำรุง เลี้ยง จิตใจ ของ ท่าน เหมือน อย่าง ใน วัน ประหาร {5:6} ท่าน ได้ ตัดสิน ลงโทษ และ ได้ ฆ่า คน ชอบธรรม เขา ก็ ไม่ ได้ ต่อสู้ ท่าน {i5:7} จง คอย ท่า การ เสด็จ กลับ มา {5:7} เหตุ ฉะนั้น พี่น้อง ทั้งหลาย จง อดทน จน กว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ เสด็จ มา ดู เถิด ชาว นา รอ คอย ผล อัน ล้ำ ค่า ที่ จะ ได้ จาก แผ่นดิน และ เพียร คอย จน กระทั่ง มี ฝน ต้น ฤดู และ ฝน ปลาย ฤดู {5:8} ท่าน ทั้งหลาย ก็ จง อดทน เช่น นั้น เหมือน กัน จง ตั้ง อก ตั้งใจ ให้ ดี ด้วย ว่า การ เสด็จ มา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ก็ จวน จะ ถึง อยู่ แล้ว {5:9} พี่น้อง ทั้งหลาย จง อย่า ขุ่น เคือง ใจ ต่อ กัน เกรง ว่า ท่าน จะ ถูก พิพากษา ดู เถิด องค์ พระ ผู้พิพากษา ทรง ประทับ ยืน อยู่ หน้า ประตู แล้ว {5:10} พี่น้อง ทั้งหลาย ของ ข้าพเจ้า จง เอา แบบอย่าง ใน การ ทน ทุกข์ และ การ อดทน ของ พวก ศาสดา พยากรณ์ ผู้ ได้ กล่าว ใน พระ นาม ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {5:11} ดู เถิด เรา ถือ ว่า ผู้ ที่ อดทน ก็ เป็น สุข ท่าน ได้ยิน เกี่ยว กับ ความ อดทน ของ โย บ และ ได้ เห็น ที่สุด ปลาย แห่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า แล้ว ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า นั้น ทรง เปี่ยม ไป ด้วย พระ เมตตา และ ความ กรุณา ปรานี สัก เท่าใด {i5:12} การ อธิษฐาน เพื่อ คน ป่วย {5:12} พี่น้อง ทั้งหลาย ของ ข้าพเจ้า ที่ สำคัญ เหนือ สิ่ง อื่น ใด ทั้งหมด ก็ คือ จง อย่า ปฏิญาณ ไม่ ว่า จะ โดย อ้าง ฟ้า สวรรค์ หรือ แผ่นดิน โลก และ ไม่ ว่า จะ โดย คำ ปฏิญาณ อื่น ใด ก็ ตาม แต่ ที่ ควร ว่า ใช่ ก็ จง ว่า ใช่ ที่ ควร ว่า ไม่ ก็ จง ว่า ไม่ เกรง ว่า ท่าน จะ ต้อง ถูก ลงโทษ {5:13} มี ผู้ ใด ใน พวก ท่าน ทน ทุกข์ หรือ จง ให้ ผู้ นั้น อธิษฐาน มี ผู้ ใด ร่าเริง ยินดี หรือ จง ให้ ผู้ นั้น ร้อง เพลง สรรเสริญ {5:14} มี ผู้ ใด ใน พวก ท่าน เจ็บ ป่วย หรือ จง ให้ ผู้ นั้น เชิญ บรรดา ผู้ปกครอง ของ คริสตจักร มา และ ให้ ท่าน เหล่า นั้น อธิษฐาน เพื่อ เขา และ เจิม เขา ด้วย น้ำมัน ใน พระ นาม ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {5:15} และ การ อธิษฐาน ด้วย ความ เชื่อ จะ ช่วย ให้ ผู้ป่วย รอดชีวิต และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง โปรด ให้ เขา หาย โรค และ ถ้า เขา ได้ กระทำ บาป ก็ จะ ทรง โปรด อภัย ให้ แก่ เขา {5:16} ท่าน ทั้งหลาย จง สารภาพ ความ ผิด ต่อ กัน และ กัน และ จง อธิษฐาน เพื่อ กัน และ กัน เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ หาย โรค คำ อธิษฐาน ด้วย ใจ ร้อนรน อย่าง เอาจริง เอา จัง ของ ผู้ ชอบธรรม นั้น มี พลัง มาก ทำให้ เกิด ผล {5:17} ท่าน เอ ลี ยาห์ ก็ เป็น มนุษย์ ที่ มี สภาพ อารมณ์ เช่น เดียว กับ เรา ทั้งหลาย และ ท่าน ได้ อธิษฐาน อย่าง จริงจัง เพื่อ ไม่ ให้ ฝน ตก และ ฝน ก็ ไม่ ตก ต้อง แผ่นดิน เป็น เวลา ถึง สาม ปี กับ หก เดือน {5:18} และ ท่าน ได้ อธิษฐาน อีก ครั้ง หนึ่ง และ ฟ้า สวรรค์ ได้ ประทาน ฝน ให้ และ แผ่นดิน จึง ได้ งอก พืช ผล ต่างๆ {5:19} พี่น้อง ทั้งหลาย ถ้า คน ใด ใน พวก ท่าน หลงผิด ไป จาก ความ จริง และ ผู้ ใด ชักจูง เขา ให้ เขา กลับ ใจ เสีย ใหม่ ได้ {5:20} จง ให้ ผู้ นั้น รู้ เถิด ว่า ผู้ ที่ ช่วย คน บาป คน นั้น ให้ พ้น จาก ทาง ผิด ของ เขา ก็ ได้ ช่วย ชีวิต หนึ่ง ให้ รอด พ้น จาก ความ ตาย และ ได้ ปกปิด การ บาป เป็น อัน มาก ไว้