{i1:1} วิวรณ์ ของ พระ คริสต์ ต่อ ยอห์น {1:1} วิวรณ์ ของ พระ เยซู คริสต์ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง ประทาน แก่ พระองค์ เพื่อ ชี้แจง ให้ ผู้ รับใช้ ทั้งหลาย ของ พระองค์ รู้ ถึง สิ่ง ที่ จะ ต้อง อุบัติ ขึ้น ใน ไม่ ช้า และ พระองค์ ได้ ทรง ใช้ ทูต สวรรค์ ของ พระองค์ ไป สำแดง แก่ ยอห์น ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ {1:2} ยอห์น เป็น พยาน ฝ่าย พระ วจนะ ของ พระเจ้า และ เป็น พยาน ฝ่าย คำ พยาน ของ พระ เยซู คริสต์ และ เป็น พยาน ใน เหตุการณ์ ทั้งสิ้น ซึ่ง ท่าน ได้ เห็น นั้น {1:3} ขอ ความ สุข จง มี แก่ บรรดา ผู้ อ่าน และ ผู้ ฟัง คำ พยากรณ์ เหล่า นี้ และ ถือ รักษา ข้อความ ที่ เขียน ไว้ ใน คำ พยากรณ์ นี้ เพราะ ว่า เวลา นั้น ใกล้ เข้า มา แล้ว {i1:4} เขียน ถึง คริสตจักร ทั้ง เจ็ด ใน แคว้น เอเชีย {1:4} ยอห์น เรียน มา ยัง คริสตจักร ทั้ง เจ็ด ที่ อยู่ ใน แคว้น เอเชีย ขอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย จง ได้ รับ พระคุณ และ สันติสุข จาก พระองค์ ผู้ ทรง เป็นอยู่ เดี๋ยวนี้ และ ผู้ ทรง เป็นอยู่ ใน กาล ก่อน และ ผู้ จะ เสด็จ มา นั้น และ จาก พระ วิญญาณ ทั้ง เจ็ด ที่ อยู่ หน้า พระ ที่นั่ง ของ พระองค์ {1:5} และ จาก พระ เยซู คริสต์ ผู้ ทรง เป็น พยาน ที่ สัตย์ ซื่อ และ ทรง เป็น ผู้ แรก ที่ ได้ ฟื้น จาก ความ ตาย และ ผู้ ทรง ครอบครอง กษัตริย์ ทั้งปวง ใน โลก แด่ พระองค์ ผู้ ทรง รัก เรา ทั้งหลาย และ ได้ ทรง ชำระ บาป ของ เรา ด้วย พระ โลหิต ของ พระองค์ {1:6} และ ทรง ตั้ง เรา ไว้ ให้ เป็น กษัตริย์ และ เป็น ปุโรหิต ของ พระเจ้า พระ บิดา ของ พระองค์ พระ เกียรติ และ ไอศวรรย์ จง มี แด่ พระองค์ สืบๆ ไป เป็น นิตย์ เอ เมน {i1:7} คำนับ มา ยัง คริสตจักร ทั้งหลาย {1:7} ‘ ดู เถิด พระองค์ จะ เสด็จ มา ใน เมฆ และ นัยน์ตา ทุก ดวง และ คน เหล่า นั้น ที่ ได้ แทง พระองค์ จะ เห็น พระองค์ และ มนุษย์ ทุก ชาติ ทั่ว โลก จะ ร่ำไห้ เพราะ พระองค์’ จง เป็น ไป อย่าง นั้น เอ เมน {1:8} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส ว่า “ เรา เป็น อัล ฟา และ โอเมกา เป็น ปฐม และ เป็น อวสาน ผู้ ทรง เป็นอยู่ เดี๋ยวนี้ ผู้ ได้ ทรง เป็นอยู่ ใน กาล ก่อน ผู้ จะ เสด็จ มา นั้น และ ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ สูง สุด” {1:9} ข้าพเจ้า ยอห์น พี่น้อง ของ ท่าน ทั้งหลาย ผู้ เป็น เพื่อน ร่วม การ ยาก ลำบาก และ ร่วม ราช อาณาจักร และ ร่วม ความ อดทน ของ พระ เยซู คริสต์ ข้าพเจ้า จึง ได้ มา อยู่ ที่ เกาะ ปัทมอส เนื่อง ด้วย พระ วจนะ ของ พระเจ้า และ เนื่อง ด้วย คำ พยาน ของ พระ เยซู คริสต์ {1:10} พระ วิญญาณ ได้ ทรง ดลใจ ข้าพเจ้า ใน วัน ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ข้าพเจ้า ได้ยิน พระ สุรเสียง ดัง มา จาก เบื้องหลัง ข้าพเจ้า ดุจ เสียง แตร {1:11} ตรัส ว่า “ เรา เป็น อัล ฟา และ โอเมกา เป็น เบื้องต้น และ เป็น เบื้อง ปลาย และ สิ่ง ซึ่ง ท่าน ได้ เห็น จง เขียน ไว้ ใน หนังสือ และ ฝาก ไป ให้ คริสตจักร ทั้ง เจ็ด ที่ อยู่ ใน แคว้น เอเชีย คือ คริสตจักร ที่ เมือง เอ เฟซัส เมือง สเมอร์นา เมือง เปอร์ กา มัม เมือง ธิยาทิรา เมือง ซาร์ ดิส เมือง ฟีลาเดลเฟีย และ เมือง เลา ดี เซีย” {1:12} ข้าพเจ้า จึง เหลียว มา ทาง พระ สุรเสียง ที่ ตรัส แก่ ข้าพเจ้า นั้น ครั้น เหลียว แล้ว ข้าพเจ้า ก็ เห็น คัน ประทีป ทองคำ เจ็ด คัน {1:13} และ ใน ท่ามกลาง คัน ประทีป ทั้ง เจ็ด คัน นั้น มี ผู้ หนึ่ง เหมือน กับ บุตร มนุษย์ ทรง ฉลอง พระองค์ กรอม พระ บาท และ ทรง คาด ผ้า รัดประคด ทองคำ ที่ พระ อุระ {1:14} พระ เศียร และ พระ เกศา ของ พระองค์ ขาว ดุจ ขน แกะ สี ขาว และ ขาว ดุจ หิมะ และ พระ เนตร ของ พระองค์ ดุจ เปลว เพลิง {1:15} พระ บาท ของ พระองค์ ดุจ ทองสัมฤทธิ์ เงา งาม ราว กับ ว่า ได้ ถูก หลอม ใน เตาไฟ พระ สุรเสียง ของ พระองค์ ดุจ เสียง น้ำ มาก หลาย {1:16} พระองค์ ทรง ถือ ดวง ดาว เจ็ด ดวง ไว้ ใน พระ หัตถ์ เบื้อง ขวา ของ พระองค์ และ มี พระ แสง สอง คม ที่ คม กริบ ออก มา จาก พระ โอษฐ์ ของ พระองค์ และ สี พระ พักตร์ ของ พระองค์ ดุจ ดัง ดวง อาทิตย์ ที่ ฉาย แสง ด้วย ฤทธา นุ ภาพ ของ พระองค์ {1:17} เมื่อ ข้าพเจ้า ได้ เห็น พระองค์ ข้าพเจ้า ก็ ล้ม ลง แทบ พระ บาท ของ พระองค์ เหมือน กับ คน ที่ ตาย แล้ว แต่ พระองค์ ทรง แตะ ตัว ข้าพเจ้า ด้วย พระ หัตถ์ เบื้อง ขวา แล้ว ตรัส แก่ ข้าพเจ้า ว่า “ อย่า กลัว เลย เรา เป็น เบื้องต้น และ เป็น เบื้อง ปลาย {1:18} และ เป็น ผู้ ที่ ดำรง ชีวิต อยู่ เรา ได้ ตาย แล้ว แต่ ดู เถิด เรา ก็ ยัง ดำรง ชีวิต อยู่ ตลอด ไป เป็น นิตย์ เอ เมน และ เรา ถือ ลูกกุญแจ แห่ง นรก และ แห่ง ความ ตาย {i1:19} ยอห์น เขียน ถึง อนาคตกาล {1:19} จง เขียน เหตุการณ์ ซึ่ง เจ้า ได้ เห็น และ เหตุการณ์ ที่ กำลัง เป็นอยู่ ขณะ นี้ กับ ทั้ง เหตุการณ์ ซึ่ง จะ เกิด ขึ้น ใน ภายหน้า ด้วย {1:20} ส่วน ความ ลึกลับ ของ ดาว ทั้ง เจ็ด ดวง ซึ่ง เจ้า ได้ เห็น ใน มือ ข้าง ขวา ของ เรา และ แห่ง คัน ประทีป ทองคำ ทั้ง เจ็ด นั้น ก็ คือ ดาว ทั้ง เจ็ด ดวง ได้แก่ ทูต สวรรค์ ของ คริสตจักร ทั้ง เจ็ด และ คัน ประทีป เจ็ด คัน ซึ่ง เจ้า ได้ เห็น แล้ว นั้น ได้แก่ คริสตจักร ทั้ง เจ็ด” {i2:1} ถึง ผู้ ส่ง ข่าว แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง เอ เฟซัส {2:1} “ จง เขียน ถึง ทูต สวรรค์ แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง เอ เฟซัสว่า ‘ พระองค์ ผู้ ทรง ถือ ดาว ทั้ง เจ็ด ไว้ ใน พระ หัตถ์ เบื้อง ขวา ของ พระองค์ และ ดำเนิน อยู่ ท่ามกลาง คัน ประทีป ทองคำ ทั้ง เจ็ด นั้น ตรัส ดังนี้ ว่า {2:2} เรา รู้จัก แนว การ กระทำ ของ เจ้า รู้ความ เหนื่อย ยาก และ ความ อดทน ของ เจ้า และ รู้ ว่า เจ้า ไม่ สามารถ ทน ต่อ ทุรชน ได้ เจ้า ได้ ลอง ใจ คน เหล่า นั้น ที่ กล่าว ว่า เขา เป็น อัครสาวก และ หา ได้ เป็น ไม่ และ เจ้า ก็ เห็น ว่า เขา เป็น คน มุสา {2:3} เรา รู้ ว่า พวก เจ้า ได้ ทน และ มี ความ เพียร และ เหนื่อย ยาก เพราะ เห็นแก่ นาม ของ เรา และ มิ ได้ อ่อน ระอา ไป {2:4} แต่ เรา มี ข้อ ที่ จะ ต่อว่า เจ้า บ้าง คือ ว่า เจ้า ละทิ้ง ความ รัก ดั้งเดิม ของ เจ้า {2:5} เหตุ ฉะนั้น จง ระลึก ถึง สภาพ เดิม ที่ เจ้า ได้ หล่น จาก มา แล้ว นั้น จง กลับ ใจ เสีย ใหม่ และ ประพฤติ ตาม อย่าง เดิม มิ ฉะนั้น เรา จะ รีบ มา หา เจ้า และ จะ ยก คัน ประทีป ของ เจ้า ออก จาก ที่ เว้น ไว้ แต่ เจ้า จะ กลับ ใจ ใหม่ {2:6} แต่ว่า พวก เจ้า ยัง มี ความ ดี อยู่ บ้าง คือ ว่า เจ้า เกลียด ชัง กิจการ ของ พวก นิ โค เลาส์ นิยม ที่ เรา เอง ก็ เกลียด ชัง เช่น กัน {2:7} ใคร มี หู ก็ ให้ ฟัง ข้อความ ซึ่ง พระ วิญญาณ ตรัส ไว้ แก่ คริสตจักร ทั้งหลาย ผู้ ใด มี ชัย ชนะ เรา จะ ให้ ผู้ นั้น กิน ผล จาก ต้นไม้ แห่ง ชีวิต ที่ อยู่ ใน ท่ามกลาง อุทยาน สวรรค์ ของ พระเจ้า’ {i2:8} ถึง ผู้ ส่ง ข่าว แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง สเมอร์นา {2:8} จง เขียน ถึง ทูต สวรรค์ แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง สเมอร์นาว่า ‘ พระองค์ ผู้ ทรง เป็น เบื้องต้น และ เป็น เบื้อง ปลาย ผู้ ซึ่ง สิ้น พระ ชนม์ แล้ว และ กลับ ฟื้น ขึ้น อีก ได้ ตรัส ดังนี้ ว่า {2:9} เรา รู้จัก แนว การ กระทำ ของ เจ้า และ เรา รู้ ว่า พวก เจ้า มี ความ ทุกข์ ลำบาก และ ยากจน (แต่ว่า เจ้า ก็ มั่งมี) และ รู้เรื่อง การ หมิ่น ประมาท ของ คน เหล่า นั้น ที่ กล่าว ว่า เขา เป็น พวก ยิว และ หา ได้ เป็น ไม่ แต่ พวก เขา เป็น ธรรม ศาลา ของ ซาตาน {2:10} อย่า กลัว ความ ทุกข์ ทรมาน ต่างๆ ซึ่ง เจ้า จะ ได้ รับ นั้น ดู เถิด พญา มาร จะ ขัง พวก เจ้า บาง คน ไว้ ใน คุก เพื่อ จะ ลอง ใจ เจ้า และ เจ้า ทั้งหลาย จะ ได้ รับ ความ ทุกข์ ทรมาน ถึง สิบ วัน แต่ เจ้า จง สัตย์ ซื่อ จน ถึง ความ ตาย และ เรา จะ มอบ มงกุฎ แห่ง ชีวิต ให้ แก่ เจ้า {2:11} ใคร มี หู ก็ ให้ ฟัง ข้อความ ซึ่ง พระ วิญญาณ ตรัส ไว้ แก่ คริสตจักร ทั้งหลาย ผู้ ที่ มี ชัย ชนะ จะ ไม่ ได้ รับ อันตราย จาก ความ ตาย ครั้ง ที่ สอง เลย’ {i2:12} ถึง ผู้ ส่ง ข่าว แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง เปอร์ กา มัม {2:12} จง เขียน ถึง ทูต สวรรค์ แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง เปอร์ กา มัมว่า ‘ พระองค์ ผู้ ทรง ถือ ดาบ สอง คม ที่ คม กริบ ตรัส ดังนี้ ว่า {2:13} เรา รู้จัก แนว การ กระทำ ของ เจ้า เรา รู้จัก ที่ อยู่ ของ เจ้า คือ เป็น ที่นั่ง ของ ซาตาน เจ้า ยึด นาม ของ เรา ไว้ มั่น และ ไม่ ปฏิเสธ ความ เชื่อ ใน เรา แม้ ใน เวลา ที่ อัน ที พา ผู้ เป็น พยาน ที่ สัตย์ ซื่อ ของ เรา ต้อง ถูก ฆ่า ใน ท่ามกลาง พวก เจ้า ใน ที่ ซึ่ง ซาตาน อยู่ {2:14} แต่ เรา มี ข้อ ที่ จะ ต่อว่า เจ้า บ้าง เล็กน้อย คือ พวก เจ้า บาง คน ถือ ตาม คำ สอน ของ บา ลา อัม ซึ่ง สอน บา ลา ค ให้ ก่อ เหตุ เพื่อ ให้ ชน ชาติ อิสราเอล สะดุด คือ ให้ เขา กิน ของ ที่ ได้ บูชา แก่ รูป เคารพ แล้ว และ ให้ เขา ล่วง ประเวณี {2:15} และ มี พวก เจ้า บาง คน ที่ ถือ คำ สอน ของ พวก นิ โค เลาส์ นิยม ด้วย เหมือน กัน ที่ เรา เอง ก็ เกลียด ชัง {2:16} จง กลับ ใจ เสีย ใหม่ มิ ฉะนั้น เรา จะ รีบ มา หา เจ้า และ จะ สู้ กับ เขา เหล่า นั้น ด้วย ดาบ แห่ง ปาก ของ เรา {2:17} ใคร มี หู ก็ ให้ ฟัง ข้อความ ซึ่ง พระ วิญญาณ ตรัส ไว้ แก่ คริสตจักร ทั้งหลาย ผู้ ที่ มี ชัย ชนะ เรา จะ ให้ ผู้ นั้น กิน มา นา ที่ ซ่อน อยู่ และ จะ ให้ หิน ขาว แก่ ผู้ นั้น ด้วย ที่ หิน นั้น มี ชื่อ ใหม่ จารึก ไว้ ซึ่ง ไม่ มี ผู้ ใด รู้ เลย นอกจาก ผู้ ที่ รับ เท่านั้น’ {i2:18} ถึง ผู้ ส่ง ข่าว แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง ธิยาทิรา {2:18} จง เขียน ถึง ทูต สวรรค์ แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง ธิยาทิรา ว่า ‘ พระองค์ ผู้ ซึ่ง เป็น พระ บุตร ของ พระเจ้า ผู้ ทรง มี พระ เนตร ดุจ เปลว ไฟ และ มี พระ บาท ดุจ ทองสัมฤทธิ์ เงา งาม ได้ ตรัส ดังนี้ ว่า {2:19} เรา รู้จัก แนว การ กระทำ ของ เจ้า ความ รัก การ ปรนนิบัติ ความ เชื่อ และ ความ เพียร ของ เจ้า และ แนว การ กระทำ ของ เจ้า และ รู้ ว่า การ เบื้อง ปลาย ของ เจ้า มี มาก กว่า การ เบื้องต้น {2:20} แต่ เรา มี ข้อ ที่ จะ ต่อว่า เจ้า บ้าง เล็กน้อย คือ พวก เจ้า ยอม ให้ ผู้หญิง ชื่อ เย เซ เบล ที่ ยก ตัว ขึ้น เป็น ผู้ พยากรณ์ หญิง หญิง นั้น สอน และ ล่อลวง พวก ผู้ รับใช้ ของ เรา ให้ ล่วง ประเวณี และ ให้ กิน ของ ที่ บูชา แก่ รูป เคารพ แล้ว {2:21} เรา ได้ ให้ โอกาส หญิง นั้น กลับ ใจ จาก การ ล่วง ประเวณี ของ นาง แต่ นาง ก็ ไม่ ได้ กลับ ใจ เลย {2:22} ดู เถิด เรา จะ ทิ้ง หญิง นั้น ไว้ บน เตียง และ คน ทั้งหลาย ที่ ล่วง ประเวณี กับ นาง เรา ก็ จะ ทิ้ง ไว้ ให้ ผจญ กับ ความ ระทม ทุกข์ เว้น ไว้ แต่ว่า คน เหล่า นั้น จะ กลับ ใจ จาก การ กระทำ ของ ตน {2:23} เรา จะ ประหาร ลูก ทั้งหลาย ของ หญิง นั้น เสีย ให้ ตาย และ คริสตจักร ทั้งหลาย จะ ได้ รู้ ว่า เรา เป็น ผู้ พินิจ พิจารณา จิตใจ และ เรา จะ ให้ สิ่ง ตอบแทน แก่ เจ้า ทั้งหลาย ทุก คน ให้ เหมาะสม กับ การ งาน ของ เจ้า {2:24} สำหรับ พวก เจ้า และ คน อื่น ที่ เหลือ อยู่ ที่ เมือง ธิยาทิรา ผู้ ไม่ ถือ คำ สอน นี้ และ ไม่ รู้จัก สิ่ง ที่ เขา เรียก ว่า ความ ล้ำลึก ของ ซาตาน นั้น เรา ขอบ อก ว่า เรา จะ ไม่ มอบ ภาระ อื่น ให้ เจ้า {2:25} แต่ สิ่ง ที่ เจ้า มี อยู่ แล้ว นั้น จง ยึด ไว้ ให้ มั่น จน กว่า เรา จะ มา {2:26} ผู้ ใด มี ชัย ชนะ และ ถือ รักษา กิจการ ของ เรา ไว้ จน ถึง ที่สุด ‘ เรา จะ ให้ ผู้ นั้น มี อำนาจ ครอบครอง บรรดา ประชาชาติ {2:27} และ ผู้ นั้น จะ บังคับบัญชา คน ทั้งหลาย ด้วย คทา เหล็ก เหมือน กับ เมื่อ หม้อ ดิน ของ ช่าง หม้อ ที่ แตก ออก เป็น เสี่ยงๆ’ ตาม ที่ เรา ได้ รับ จาก พระ บิดา ของ เรา {2:28} และ เรา จะ มอบ ดาว ประจำ รุ่ง ให้ แก่ ผู้ นั้น {2:29} ใคร มี หู ก็ ให้ ฟัง ข้อความ ซึ่ง พระ วิญญาณ ตรัส ไว้ แก่ คริสตจักร ทั้งหลาย เถิด’” {i3:1} ถึง ผู้ ส่ง ข่าว แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง ซาร์ ดิส {3:1} “ จง เขียน ถึง ทูต สวรรค์ แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง ซาร์ ดิสว่า ‘ พระองค์ ผู้ ทรง มี พระ วิญญาณ ทั้ง เจ็ด ของ พระเจ้า และ ทรง มี ดารา เจ็ด ดวง นั้น ได้ ตรัส ดังนี้ ว่า เรา รู้จัก แนว การ กระทำ ของ เจ้า เจ้า ได้ ชื่อ ว่า มี ชีวิต อยู่ แต่ว่า เจ้า ได้ ตาย เสีย แล้ว {3:2} เจ้า จง ระแวดระวัง ให้ ดี และ กระตุ้น ส่วน ที่ เหลือ อยู่ ซึ่ง จวน จะ ตาย อยู่ แล้ว นั้น ให้ แข็งแรง ขึ้น เพราะ ว่า เรา ไม่ พบ การ ประพฤติ ของ เจ้า ดี พร้อม ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า {3:3} เหตุ ฉะนั้น เจ้า จง ระลึก ว่า เจ้า ได้ รับ และ ได้ยิน อะไร จง ยึด ไว้ ให้ มั่น และ กลับ ใจ เสีย ใหม่ ฉะนั้น ถ้า เจ้า ไม่ เฝ้า ระวัง เรา จะ มา หา เจ้า เหมือน อย่าง ขโมย และ เจ้า จะ ไม่ รู้ ว่า เรา จะ มา หา เจ้า เมื่อไร {3:4} แต่ ก็ มี พวก เจ้า สอง สาม ชื่อ ที่ เมือง ซาร์ ดิส ที่ ไม่ ได้ กระทำ ให้ เสื้อ ผ้า ของ ตน มี มลทิน และ เขา เหล่า นั้น จะ แต่ง ตัว สี ขาว เดิน ไป กับ เรา เพราะ ว่า เขา เป็น คน ที่ สมควร แล้ว {3:5} ผู้ ใด มี ชัย ชนะ ผู้ นั้น จะ สวม เสื้อ สี ขาว และ เรา จะ ไม่ ลบ ชื่อ ผู้ นั้น ออก จาก หนังสือ แห่ง ชีวิต แต่ เรา จะ รับรอง ชื่อ ผู้ นั้น ต่อ พระ พักตร์ พระ บิดา ของ เรา และ ต่อ หน้า เหล่า ทูต สวรรค์ ของ พระองค์ {3:6} ใคร มี หู ก็ ให้ ฟัง ข้อความ ซึ่ง พระ วิญญาณ ตรัส ไว้ แก่ คริสตจักร ทั้งหลาย เถิด’ {i3:7} ถึง ผู้ ส่ง ข่าว แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง ฟีลาเดลเฟีย {3:7} จง เขียน ถึง ทูต สวรรค์ แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง ฟีลาเดลเฟีย ว่า ‘ พระองค์ ผู้ บริสุทธิ์ ผู้ สัตย์ จริง ผู้ ทรง ถือ ลูกกุญแจ ของ ดา วิด ผู้ ทรง เปิด แล้ว จะ ไม่ มี ผู้ ใด ปิด ผู้ ทรง ปิด แล้ว จะ ไม่ มี ผู้ ใด เปิด ได้ ตรัส ดังนี้ ว่า {3:8} เรา รู้จัก แนว การ กระทำ ของ เจ้า ดู เถิด เรา ได้ ตั้ง ประตู ซึ่ง เปิด ไว้ ตรง หน้า พวก เจ้า ประตู นี้ ไม่ มี ใคร ปิด ได้ เพราะ ว่า เจ้า มี กำลัง เพียง เล็กน้อย แต่ กระนั้น เจ้า ก็ ได้ รักษา คำ ของ เรา และ ไม่ ได้ ปฏิเสธ นาม ของ เรา {3:9} ดู เถิด เรา จะ ทำให้ พวก ธรรม ศาลา ของ ซาตาน ที่ พูด มุสา ว่า เขา เป็น พวก ยิว และ ไม่ ได้ เป็น นั้น ดู เถิด เรา จะ ทำให้ เขา มาก ราบ ลง แทบ เท้า ของ เจ้า และ ให้ เขา รู้ ว่า เรา ได้ รัก พวก เจ้า {3:10} เพราะ เหตุ เจ้า ได้ รักษา คำ ของ เรา ด้วย ความ เพียร เรา จะ รักษา เจ้า จาก เวลา แห่ง การ ทดลอง นั้น ด้วย ซึ่ง จะ บังเกิด ขึ้น ทั่ว ทั้ง โลก เพื่อ จะ ลอง ดู ใจ คน ทั้งปวง ที่ อยู่ ทั่ว แผ่นดิน โลก {3:11} ดู เถิด เรา จะ มา โดย เร็ว จง ยึดมั่น ใน สิ่ง ที่ เจ้า มี เพื่อ ไม่ ให้ ผู้ ใด ชิง เอา มงกุฎ ของ เจ้า ไป ได้ {3:12} ผู้ ใด มี ชัย ชนะ เรา จะ กระทำ ให้ ผู้ นั้น เป็น เสา ใน พระ วิหาร แห่ง พระเจ้า ของ เรา และ ผู้ นั้น จะ ไม่ ออก ไป ภายนอก อีก เลย และ เรา จะ จารึก พระ นาม พระเจ้า ของ เรา ไว้ ที่ ผู้ นั้น และ ชื่อ เมือง ของ พระเจ้า ของ เรา คือ กรุง เยรูซาเล็ม ใหม่ ที่ ลง มา จาก สวรรค์ จาก พระเจ้า ของ เรา และ เรา จะ จารึก นาม ใหม่ ของ เรา ไว้ ที่ ผู้ นั้น ด้วย {3:13} ใคร มี หู ก็ ให้ ฟัง ข้อความ ซึ่ง พระ วิญญาณ ตรัส ไว้ แก่ คริสตจักร ทั้งหลาย เถิด’ {i3:14} ถึง ผู้ ส่ง ข่าว แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง เลา ดี เซีย {3:14} จง เขียน ถึง ทูต สวรรค์ แห่ง คริสตจักร ที่ เมือง เลา ดี เซีย ว่า ‘ พระองค์ ผู้ ทรง เป็น พระ เอ เมน ทรง เป็น พยาน ที่ สัตย์ ซื่อ และ สัตย์ จริง และ ทรง เป็น ปฐม เหตุ แห่ง สิ่ง สารพัด ซึ่ง พระเจ้า ทรง สร้าง ได้ ตรัส ดังนี้ ว่า {3:15} เรา รู้จัก แนว การ กระทำ ของ เจ้า ว่า เจ้า ไม่ เย็น ไม่ ร้อน เรา ใคร่ ให้ เจ้า เย็น หรือ ร้อน {3:16} ดังนั้น เพราะ เหตุ ที่ เจ้า เป็น แต่ อุ่นๆ ไม่ เย็น และ ไม่ ร้อน เรา จะ คาย เจ้า ออก จาก ปาก ของ เรา {3:17} เพราะ เจ้า พูด ว่า “ เรา เป็น คน มั่งมี ได้ ทรัพย์ สมบัติ ทวี มาก ขึ้น และ เรา ไม่ ต้องการ สิ่ง ใด เลย” เจ้า ไม่ รู้ ว่า เจ้า เป็น คน แร้นแค้น เข็ญ ใจ เป็น คน น่า สังเวช เป็น คน ขัด สน เป็น คน ตาบ อด และ เปลือย กาย อยู่ {3:18} เรา เตือน สติ เจ้า ให้ ซื้อ ทองคำ ที่ หลอม ให้ บริสุทธิ์ ใน ไฟ แล้ว จาก เรา เพื่อ เจ้า จะ ได้ เป็น คน มั่งมี และ เสื้อ ผ้า ขาว เพื่อ จะ นุ่งห่ม ได้ และ เพื่อ ความ ละอาย แห่ง กาย เปลือย เปล่า ของ เจ้า จะ ไม่ ได้ ปรากฏ และ เอา ยา ทา ตา ของ เจ้า เพื่อ เจ้า จะ แล เห็น ได้ {3:19} เรา รัก ผู้ ใด เรา ก็ ตักเตือน และ ตี สอน ผู้ นั้น เหตุ ฉะนั้น จง มี ความ กระตือรือร้น และ กลับ ใจ เสีย ใหม่ {i3:20} พระ คริสต์ ทรง เคาะ ประตู ใจ ของ แต่ละ คน {3:20} ดู เถิด เรา ยืน เคาะ อยู่ ที่ ประตู ถ้า ผู้ ใด ได้ยิน เสียง ของ เรา และ เปิด ประตู เรา จะ เข้า ไป หา ผู้ นั้น และ จะ รับประทาน อาหาร ร่วม กับ เขา และ เขา จะ รับประทาน อาหาร ร่วม กับ เรา {3:21} ผู้ ใด มี ชัย ชนะ เรา จะ ให้ ผู้ นั้น นั่ง กับ เรา บน พระ ที่นั่ง ของ เรา เหมือน กับ ที่ เรา มี ชัย ชนะ แล้ว และ ได้ นั่ง กับ พระ บิดา ของ เรา บน พระ ที่นั่ง ของ พระองค์ {3:22} ใคร มี หู ก็ ให้ ฟัง ข้อความ ซึ่ง พระ วิญญาณ ตรัส ไว้ แก่ คริสตจักร ทั้งหลาย เถิด’” {i4:1} ยอห์น ได้ รับ การ สำแดง ใน สวรรค์ {4:1} ต่อ จาก นั้น ดู เถิด ข้าพเจ้า ได้ เห็น ประตู สวรรค์ เปิด อ้า อยู่ และ พระ สุรเสียง แรก ซึ่ง ข้าพเจ้า ได้ยิน นั้น ได้ ตรัส กับ ข้าพเจ้า ดุจ เสียง แตร ว่า “ จง ขึ้น มา บน นี้ เถิด และ เรา จะ สำแดง ให้ เจ้า เห็น เหตุการณ์ ที่ จะ ต้อง เกิด ขึ้น ใน ภายหน้า” {4:2} ใน ทันใด นั้น พระ วิญญาณ ก็ ทรง ดลใจ ข้าพเจ้า และ ดู เถิด มี พระ ที่นั่ง ตั้ง อยู่ ใน สวรรค์ และ มี ท่าน องค์ หนึ่ง ประทับ บน พระ ที่นั่ง นั้น {4:3} และ พระองค์ ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง นั้น ปรากฏ ประดุจ พลอย หยก และ พลอย ทับทิม และ มี รุ้ง ล้อม รอบ พระ ที่นั่ง นั้น ดู ประหนึ่ง พลอย มรกต {i4:4} คำ สรรเสริญ ของ ผู้ อาวุโส ทั้ง ยี่ สิบ สี่ และ สิ่ง มี ชีวิต ที่ อยู่ บน สวรรค์ {4:4} และ ล้อม รอบ พระ ที่นั่ง นั้น มี ที่นั่ง อีก ยี่ สิบ สี่ ที่นั่ง และ ข้าพเจ้า ได้ เห็น ผู้ อาวุโส ยี่ สิบ สี่ คน นั่ง อยู่ บน ที่นั่ง เหล่า นั้น ทุก คน นุ่งห่ม เสื้อ สี ขาว และ สวม มงกุฎ ทองคำ บน ศีรษะ {4:5} มี ฟ้า แลบ ฟ้า ร้อง และ เสียง ต่างๆ ดัง ออก มา จาก พระ ที่นั่ง นั้น และ มี ประทีป เจ็ด ดวง จุด ไว้ ตรง หน้า พระ ที่นั่ง ซึ่ง เป็น พระ วิญญาณ ทั้ง เจ็ด ของ พระเจ้า {4:6} และ ตรง หน้า พระ ที่นั่ง นั้น มี ทะเล แก้ว ดูเหมือน แก้ว ผลึก และ ท่ามกลาง พระ ที่นั่ง และ ล้อม รอบ พระ ที่นั่ง นั้น มี สัตว์ สี่ ตัว ซึ่ง มี ตา เต็ม ทั้ง ข้าง หน้า และ ข้าง หลัง {4:7} สัตว์ ตัว ที่ หนึ่ง นั้น เหมือน สิงโต สัตว์ ตัว ที่ สอง นั้น เหมือน ลูก โค สัตว์ ตัว ที่ สาม นั้น มี หน้า เหมือน มนุษย์ และ สัตว์ ตัว ที่ สี่ เหมือน นก อินทรี กำลัง บิน {4:8} สัตว์ ทั้ง สี่ นั้น แต่ละ ตัว มี ปีก หก ปีก อยู่ รอบ ตัว และ มี ตา เต็ม ข้าง ใน และ สัตว์ เหล่า นั้น ร้อง ตลอด วัน ตลอด คืน ไม่ ได้ หยุด เลย ว่า “ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ สูง สุด ผู้ ได้ ทรง สภาพ อยู่ ใน กาล ก่อน ผู้ ทรง สภาพ อยู่ ใน ปัจจุบัน และ ผู้ ซึ่ง จะ เสด็จ มา” {4:9} เมื่อ สัตว์ เหล่า นั้น ถวาย คำ สรรเสริญ ถวาย พระ เกียรติ และ คำ ขอบพระคุณ แด่ พระองค์ ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่ ตลอด ไป เป็น นิตย์ {4:10} ผู้ อาวุโส ทั้ง ยี่ สิบ สี่ นั้น ก็ ทรุด ตัว ลง จำเพาะ พระ พักตร์ พระองค์ ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง นั้น และ นมัสการ พระองค์ ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่ ตลอด ไป เป็น นิตย์ และ ถอด มงกุฎ ออก วาง ตรง หน้า พระ ที่นั่ง ร้อง ว่า {4:11} “ โอ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ ทรง สมควร ที่ จะ ได้ รับ คำ สรรเสริญ พระ เกียรติ และ ฤทธิ์ เดช เพราะ ว่า พระองค์ ได้ ทรง สร้าง สรรพ สิ่ง ทั้งปวง และ สรรพ สิ่ง ทั้งปวง นั้น ก็ ทรง สร้าง ขึ้น แล้ว และ ดำรง อยู่ ตาม ชอบ พระทัย ของ พระองค์” {i5:1} หนังสือ แห่ง ภัย พิบัติ ทั้ง เจ็ด ที่ ได้ ประทับ ตรา ไว้ {5:1} และ ใน พระ หัตถ์ เบื้อง ขวา ของ พระองค์ ผู้ ทรง ประทับ บน พระ ที่นั่ง นั้น ข้าพเจ้า ได้ เห็น หนังสือ ม้วน หนึ่ง เขียน ไว้ ทั้ง ข้าง ใน และ ข้าง นอก มี ตรา ประทับ อยู่ เจ็ด ดวง {5:2} และ ข้าพเจ้า ได้ เห็น ทูต สวรรค์ ที่ มี ฤทธิ์ องค์ หนึ่ง ประกาศ ด้วย เสียง อัน ดัง ว่า “ ใคร เป็น ผู้ ที่ สมควร จะ แกะ ตรา และ คลี่ หนังสือ ม้วน นั้น ออก” {5:3} และ ไม่ มี ผู้ ใด ใน สวรรค์ บน แผ่นดิน โลก หรือ ใต้ แผ่นดิน ที่ สามารถ คลี่ หนังสือ ม้วน นั้น ออก หรือ ดู หนังสือ นั้น ได้ {5:4} และ ข้าพเจ้า ก็ ร่ำไห้ มากมาย เพราะ ไม่ มี ผู้ ใด สมควร จะ คลี่ หนังสือ ม้วน นั้น ออก และ อ่าน หนังสือ นั้น หรือ ดู หนังสือ นั้น ได้ {i5:5} พระ คริสต์ ผู้ ได้ ทรง ถูก ตรึง เพื่อ เป็น ค่า ไถ่ {5:5} และ มี ผู้ หนึ่ง ใน พวก ผู้ อาวุโส นั้น บอก แก่ ข้าพเจ้า ว่า “ อย่า ร้องไห้ เลย ดู เถิด สิงโต แห่ง ตระกูล ยูดาห์ เป็น มูล ราก ของ ดา วิด พระองค์ ทรง มี ชัย แล้ว พระองค์ จึง ทรง สามารถ แกะ ตรา ทั้ง เจ็ด ดวง และ คลี่ หนังสือ ม้วน นั้น ออก ได้” {i5:6} พระ เมษ โปดก ของ พระเจ้า คือ ลูก แกะ ของ พระเจ้า (ยน 1:29, 36) {5:6} และ ใน ท่ามกลาง พระ ที่นั่ง กับ สัตว์ ทั้ง สี่ นั้น และ ท่ามกลาง พวก ผู้ อาวุโส ดู เถิด ข้าพเจ้า แล เห็น พระ เมษ โปดก ประทับ ยืน อยู่ ประหนึ่ง ทรง ถูก ปลง พระ ชนม์ ทรง มี เขา เจ็ด เขา และ มี ตา เจ็ด ดวง ซึ่ง เป็น พระ วิญญาณ ทั้ง เจ็ด ของ พระเจ้า ที่ ทรง ส่ง ออก ไป ทั่ว แผ่นดิน โลก {5:7} และ พระ เมษ โปดก นั้น ได้ เข้า มา รับ ม้วน หนังสือ จาก พระ หัตถ์ เบื้อง ขวา ของ พระองค์ ผู้ ทรง ประทับ บน พระ ที่นั่ง นั้น {5:8} เมื่อ พระองค์ ทรง รับ หนังสือ ม้วน นั้น แล้ว สัตว์ ทั้ง สี่ กับ ผู้ อาวุโส ยี่ สิบ สี่ คน นั้น ก็ ทรุด ตัว ลง จำเพาะ พระ พักตร์ พระ เมษ โปดก ทุก คน ถือ พิณ เขา คู่ และ ถือ ขัน ทองคำ บรรจุ เครื่อง หอม ซึ่ง เป็น คำ อธิษฐาน ของ พวก วิ สุทธิ ชน ทั้งปวง {5:9} และ เขา ทั้งหลาย ก็ ร้อง เพลง ใหม่ ว่า ดังนี้ “ พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ที่ สมควร จะ ทรง รับ ม้วน หนังสือ และ แกะ ตรา ม้วน หนังสือ นั้น ออก เพราะ ว่า พระองค์ ทรง ถูก ปลง พระ ชนม์ แล้ว และ ด้วย พระ โลหิต ของ พระองค์ นั้น พระองค์ ได้ ทรง ไถ่ เรา ทั้งหลาย ซึ่ง มา จาก ทุก ตระกูล ทุก ภาษา ทุก ชาติ และ ทุก ประเทศ ให้ ไป ถึง พระเจ้า {5:10} พระองค์ ได้ ทรง โปรด ให้ เรา ทั้งหลาย เป็น กษัตริย์ และ เป็น ปุโรหิต ของ พระเจ้า ของ เรา และ เรา ทั้งหลาย จะ ได้ ครอบครอง แผ่นดิน โลก” {i5:11} ชีวิต ทั้งมวล ร้อง สรรเสริญ พระเจ้า {5:11} แล้ว ข้าพเจ้า ก็ มอง ดู และ ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง ทูต สวรรค์ เป็น อัน มาก นับ เป็น โกฏิๆ เป็น แสนๆ ซึ่ง อยู่ ล้อม รอบ พระ ที่นั่ง รอบ สัตว์ และ ผู้ อาวุโส ทั้งหลาย นั้น {5:12} ร้อง เสียง ดัง ว่า “ พระ เมษ โปดก ผู้ ทรง ถูก ปลง พระ ชนม์ แล้ว นั้น เป็น ผู้ ที่ สมควร ได้ รับ ฤทธิ์ เดช ทรัพย์ สมบัติ ปัญญา อานุภาพ เกียรติ สง่าราศี และ คำ สดุดี” {5:13} และ ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง สิ่ง มี ชีวิต ทั้งหมด ทั้ง ใน สวรรค์ ใน แผ่นดิน โลก ใต้ แผ่นดิน โลก ใน มหาสมุทร และ บรรดา ที่ อยู่ ใน ที่ เหล่า นั้น ร้อง ว่า “ ขอ ให้ คำ สดุดี และ เกียรติ และ สง่าราศี และ ฤทธิ์ เดช จง มี แด่ พระองค์ ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง และ แด่ พระ เมษ โปดก ตลอด ไป เป็น นิตย์” {5:14} และ สัตว์ ทั้ง สี่ นั้น ก็ ร้อง ว่า “ เอ เมน” และ ผู้ อาวุโส ทั้ง ยี่ สิบ สี่ ก็ ทรุด ตัว ลง นมัสการ พระองค์ ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่ ตลอด ไป เป็น นิตย์ {i6:1} ตรา ประทับ ดวง แรก (มี ชัย แก่ โลก) {6:1} เมื่อ พระ เมษ โปดก ทรง แกะ ตราด วง หนึ่ง นั้น ออก แล้ว ข้าพเจ้า ก็ แล เห็น และ ได้ยิน สัตว์ ตัว หนึ่ง ใน สัตว์ สี่ ตัว นั้น ร้อง ดุจ เสียง ฟ้า ร้อง ว่า “ มา ดู เถิด” {6:2} ข้าพเจ้า ก็ แล เห็น และ ดู เถิด มี ม้า ขาว ตัว หนึ่ง และ ผู้ ที่ ขี่ ม้า นั้น ถือ ธนู และ ได้ รับ มงกุฎ และ ผู้ นั้น ก็ ออก ไป อย่าง มี ชัย และ เพื่อ ได้ ชัย ชนะ {i6:3} ตรา ประทับ ดวง ที่ สอง (สงคราม) {6:3} เมื่อ พระองค์ ทรง แกะ ตราด วง ที่ สอง นั้น แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ได้ยิน สัตว์ ตัว ที่ สอง ร้อง ว่า “ มา ดู เถิด” {6:4} และ มี ม้า อีก ตัว หนึ่ง ออก ไป เป็น ม้า สี แดง สด ผู้ ที่ ขี่ ม้า ตัว นี้ ได้ รับ อนุญาต ให้ นำ สันติสุข ไป จาก แผ่นดิน โลก เพื่อ ให้ คน ทั้งปวง รบรา ฆ่า ฟัน กัน และ ผู้ นี้ ได้ รับ ดาบ ใหญ่ เล่ม หนึ่ง {i6:5} ตรา ประทับ ดวง ที่ สาม (ความ อดอยาก) {6:5} เมื่อ พระองค์ ทรง แกะ ตราด วง ที่ สาม นั้น แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ได้ยิน สัตว์ ตัว ที่ สาม ร้อง ว่า “ มา ดู เถิด” แล้ว ข้าพเจ้า ก็ แล เห็น และ ดู เถิด มี ม้า ดำ ตัว หนึ่ง และ ผู้ ที่ ขี่ ม้า นั้น ถือ ตราชู {6:6} แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ได้ยิน เสียง ออก มา จาก ท่ามกลาง สัตว์ ทั้ง สี่ นั้น ว่า “ ข้าว สาลี ราคา ทะนาน ละ หนึ่ง เด นา ริ อัน ข้าว บาร์เลย์ สาม ทะนาน ต่อ หนึ่ง เด นา ริ อัน และ เจ้า อย่า ทำ อันตราย แก่ น้ำมัน และ น้ำ องุ่น” {i6:7} ตรา ประทับ ดวง ที่ สี่ (ความ ตาย อัน น่า กลัว ของ ประชากร หนึ่ง ใน สี่) {6:7} เมื่อ พระองค์ ทรง แกะ ตราด วง ที่ สี่ นั้น แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ได้ยิน เสียง สัตว์ ตัว ที่ สี่ ร้อง ว่า “ มา ดู เถิด” {6:8} แล้ว ข้าพเจ้า ก็ แล เห็น และ ดู เถิด มี ม้า สี กะเลียว ตัว หนึ่ง ผู้ ที่นั่ง บน หลัง ม้า นั้น มี ชื่อ ว่า ความ ตาย และ นรก ก็ ติดตาม เขา มา ด้วย และ ได้ ให้ ทั้ง สอง นี้ มี อำนาจ ล้างผลาญ แผ่นดิน โลก ได้ หนึ่ง ใน สี่ ส่วน ด้วย ดาบ ด้วย ความ อดอยาก ด้วย ความ ตาย และ ด้วย สัตว์ ร้าย แห่ง แผ่นดิน {i6:9} ตรา ประทับ ดวง ที่ ห้า (เสียง ร้อง จาก ดวง วิญญาณ ใต้ แท่น บูชา) {6:9} เมื่อ พระองค์ ทรง แกะ ตราด วง ที่ ห้า นั้น แล้ว ข้าพเจ้า ก็ แล เห็น ดวง วิญญาณ ใต้ แท่น บูชา เป็น วิญญาณ ของ คน ทั้งหลาย ที่ ถูก ฆ่า เพราะ พระ วจนะ ของ พระเจ้า และ เพราะ คำ พยาน ที่ เขา ยึดถือ นั้น {6:10} เขา เหล่า นั้น ร้อง เสียง ดัง ว่า “ โอ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ บริสุทธิ์ และ สัตย์ จริง อีก นาน เท่าใด พระองค์ จึง จะ ทรง พิพากษา และ ตอบ สนอง ให้ เลือด ของ เรา ต่อ คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน โลก” {6:11} แล้ว พระองค์ ทรง ประทาน เสื้อ สี ขาว แก่ คน เหล่า นั้น ทุก คน และ ทรง กำชับ เขา ให้ หยุด พัก ต่อ ไป อีก หน่อย จน กว่า เพื่อน ผู้ รับใช้ ของ เขา และ พวก พี่น้อง ของ เขา จะ ถูก ฆ่า เหมือน กับ เขา นั้น จะ ครบ จำนวน {i6:12} ตรา ประทับ ดวง ที่ หก (ความ โกลาหล บน แผ่นดิน โลก เหตุ จาก พระ พิโรธ) {6:12} เมื่อ พระองค์ ทรง แกะ ตราด วง ที่ หก นั้น แล้ว ดู เถิด ข้าพเจ้า ก็ ได้ เห็น แผ่นดิน ไหว ใหญ่ โต ดวง อาทิตย์ ก็ กลาย เป็น มืด ดำ ดุจ ผ้า กระสอบ ขนสัตว์ และ ดวง จันทร์ ก็ กลาย เป็น สี เลือด {6:13} และ ดวง ดาว ทั้งหลาย ใน ท้อง ฟ้า ก็ ตกลง บน แผ่นดิน เหมือน ต้น มะเดื่อ อัน หวั่นไหว ด้วย ลม กล้า จน ทำให้ ผล หล่น ลง ไม่ ทัน สุก {6:14} ท้อง ฟ้า ก็ หาย ไป เหมือน กับ หนังสือ ที่ เขา ม้วน ขึ้น ไป หมด และ ภูเขา ทุก ลูก และ เกาะ ทุก เกาะ ก็ เลื่อน ไป จาก ที่ เดิม {6:15} แล้ว กษัตริย์ ทั้งหลาย ใน โลก พวก คน ใหญ่ คน โต เศรษฐี นาย ทหาร ใหญ่ ผู้ มี อำนาจ และ ทุก คน ทั้ง ที่ เป็น ทาส และ เป็น อิสระ ก็ ซ่อน ตัว อยู่ ใน ถ้ำ และ โขด หิน ตาม ภูเขา {6:16} พวก เขา ร้อง บอก กับ ภูเขา และ โขด หิน ว่า “ จง ล้ม ทับ เรา เถิด จง ซ่อน เรา ไว้ ให้ พ้น จาก พระ พักตร์ ของ พระองค์ ผู้ ประทับ อยู่ บน พระ ที่นั่ง และ ให้ พ้น จาก พระ พิโรธ ของ พระ เมษ โปดก นั้น {6:17} เพราะ ว่า วัน สำคัญ แห่ง พระ พิโรธ ของ พระองค์ มา ถึง แล้ว และ ผู้ ใด จะ ทน อยู่ ได้ เล่า” {i7:1} อิสราเอล 144,000 คน จาก 12 ตระกูล ได้ รับ การ ประทับ ตรา {7:1} ภายหลัง เหตุการณ์ เหล่า นี้ ข้าพเจ้า ได้ เห็น ทูต สวรรค์ สี่ องค์ ยืน อยู่ ที่ มุม ทั้ง สี่ ของ แผ่นดิน โลก ห้าม ลม ใน แผ่นดิน โลก ทั้ง สี่ ทิศ ไว้ เพื่อ ไม่ ให้ ลม พัด บน บก ใน ทะเล หรือ ที่ ต้นไม้ ใดๆ {7:2} แล้ว ข้าพเจ้า ก็ เห็น ทูต สวรรค์ อีก องค์ หนึ่ง ปรากฏ ขึ้น มา จาก ทิศ ตะวัน ออก ถือ ดวงตรา ของ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่ และ ท่าน ได้ ร้อง ประกาศ ด้วย เสียง อัน ดัง แก่ ทูต สวรรค์ ทั้ง สี่ ผู้ ได้ รับ มอบ อำนาจ ให้ ทำ อันตราย แก่ แผ่นดิน และ ทะเล นั้น {7:3} ว่า “ จง อย่า ทำ อันตราย แผ่นดิน ทะเล หรือ ต้นไม้ จน กว่า เรา จะ ได้ ประทับ ตรา ไว้ ที่ หน้าผาก ผู้ รับใช้ ทั้งหลาย ของ พระเจ้า ของ เรา เสีย ก่อน” {7:4} และ ข้าพเจ้า ได้ยิน จำนวน ของ ผู้ ที่ ได้การ ประทับ ตรา คือ ผู้ ที่ ได้การ ประทับ ตรา นั้น ก็ มา จาก ทุก ตระกูล ใน ชน ชาติ อิสราเอล ได้ แสน สี่ หมื่น สี่ พัน คน {7:5} ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล ยูดาห์ ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล รู เบน ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล กาด ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน {7:6} ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล อา เชอร์ ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล นัฟ ทา ลี ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล มนัส เสห์ ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน {7:7} ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล สิ เม โอน ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล เล วี ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล อิสสา คาร์ ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน {7:8} ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล เศบูลุน ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล โย เซฟ ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน ผู้ ที่ มา จาก ตระกูล เบน ยา มิ น ได้การ ประทับ ตรา หมื่น สอง พัน คน {i7:9} การ ปรากฏ ของ มวลชน ที่ ได้ รับ ความ รอด ต่อ หน้า พระ ที่นั่ง {7:9} ต่อ จาก นั้น มา ข้าพเจ้า ก็ มอง ดู และ ดู เถิด คน มากมาย ถ้า มี ผู้ ใด จะ นับ ประมาณ มิ ได้ เลย มา จาก ทุก ชาติ ทุก ตระกูล ประชากร และ ทุก ภาษา คน เหล่า นั้น สวม เสื้อ สี ขาว ถือ ใบ ตาล ยืน อยู่ หน้า พระ ที่นั่ง และ ต่อ พระ พักตร์ พระ เมษ โปดก {7:10} คน เหล่า นั้น ร้อง เสียง ดัง ว่า “ ความ รอด มี อยู่ ที่ พระเจ้า ของ เรา ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง และ มี อยู่ ที่ พระ เมษ โปดก” {7:11} และ ทูต สวรรค์ ทั้งปวง ที่ ยืน รอบ พระ ที่นั่ง รอบ ผู้ อาวุโส และ รอบ สัตว์ ทั้ง สี่ นั้น ก้ม ลง กราบ หน้า พระ ที่นั่ง และ นมัสการ พระเจ้า {7:12} กล่าว ว่า “ เอ เมน ความ สรรเสริญ สง่าราศี ปัญญา การ ขอบพระคุณ พระ เกียรติ อำนาจ และ ฤทธิ์ เดช จง มี แด่ พระเจ้า ของ เรา ตลอด ไป เป็น นิตย์ เอ เมน” {7:13} และ คน หนึ่ง ใน พวก ผู้ อาวุโส นั้น ถาม ข้าพเจ้า ว่า “ คน ที่ สวม เสื้อ สี ขาว เหล่า นี้ คือ ใคร และ มา จาก ไหน” {7:14} ข้าพเจ้า ตอบ ท่าน ว่า “ ท่าน เจ้าข้า ท่าน ก็ ทราบ อยู่ แล้ว” ท่าน จึง บอก ข้าพเจ้า ว่า “ คน เหล่า นี้ คือ คน ที่ มา จาก ความ ทุกข์ เวทนา ครั้ง ใหญ่ พวก เขา ได้ ชำระ ล้าง เสื้อ ผ้า ของ เขา ใน พระ โลหิต ของ พระ เมษ โปดก จน เสื้อ ผ้า นั้น ขาว สะอาด {7:15} เพราะ เหตุ นั้น เขา ทั้งหลาย จึง ได้ อยู่ หน้า พระ ที่นั่ง ของ พระเจ้า และ ปรนนิบัติ พระองค์ ใน พระ วิหาร ของ พระองค์ ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน และ พระองค์ ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง จะ สถิต อยู่ ท่ามกลาง เขา เหล่า นั้น {7:16} พวก เขา จะ ไม่ หิว กระหาย อีก เลย แสง แดด และ ความ ร้อน จะ ไม่ ส่อง ต้อง เขา อีก ต่อ ไป {7:17} เพราะ ว่า พระ เมษ โปดก ผู้ ทรง อยู่ กลาง พระ ที่นั่ง นั้น จะ ทรง เลี้ยงดู เขา ไว้ และ จะ ทรง นำ เขา ไป ให้ ถึง น้ำพุ แห่ง ชีวิต และ พระเจ้า จะ ทรง เช็ด น้ำตา ทุก หยด จาก ตา ของ เขา เหล่า นั้น” {i8:1} ตรา ประทับ ดวง ที่ เจ็ด (แตร ทั้ง เจ็ด แห่ง การ พิพากษา) {8:1} เมื่อ พระองค์ ทรง แกะ ตราด วง ที่ เจ็ด ความ เงียบ ก็ ครอบคลุม สวรรค์ อยู่ ประมาณ ครึ่ง ชั่วโมง {8:2} แล้ว ข้าพเจ้า ก็ เห็น ทูต สวรรค์ ทั้ง เจ็ด องค์ ที่ ยืน อยู่ เฉพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า นั้น ได้ รับ พระ ราช ทาน แตร เจ็ด คัน {8:3} และ ทูต สวรรค์ อีก องค์ หนึ่ง ถือ กระถาง ไฟ ทองคำ ออก มา ยืน อยู่ ที่ แท่น และ ทรง ประทาน เครื่อง หอม เป็น อัน มาก แก่ ทูต องค์ นั้น เพื่อ ให้ ถวาย ร่วม กับ คำ อธิษฐาน ของ วิ สุทธิ ชน ทั้งปวง บน แท่น ทองคำ ที่ อยู่ หน้า พระ ที่นั่ง นั้น {8:4} และ ควัน เครื่อง หอม นั้น ก็ ลอย ขึ้น ไป พร้อม กับ คำ อธิษฐาน ของ วิ สุทธิ ชน ทั้งหลาย จาก มือ ทูต สวรรค์ สู่ เบื้อง พระ พักตร์ ของ พระเจ้า {8:5} แล้ว ทูต สวรรค์ องค์ นั้น ก็ นำ กระถาง ไป บรรจุ ไฟ จาก แท่น จน เต็ม และ โยน กระถาง นั้น ลง บน แผ่นดิน โลก และ มี เสียง ต่างๆ ฟ้า ร้อง ฟ้า แลบ และ แผ่นดิน ไหว {8:6} และ ทูต สวรรค์ เจ็ด องค์ ที่ ถือ แตร ทั้ง เจ็ด นั้น ต่าง ก็ เตรียม พร้อม ที่ จะ เป่า {i8:7} แตร ที่ หนึ่ง (พืชพันธุ์ แห่ง แผ่นดิน โลก ถูก ทำลาย หนึ่ง ใน สาม) {8:7} เมื่อ ทูต สวรรค์ องค์ แรก เป่า แตร ขึ้น ลูกเห็บ และ ไฟ ปน ด้วย เลือด ก็ ถูก ทิ้ง ลง บน แผ่นดิน ต้นไม้ ไหม้ ไป หนึ่ง ใน สาม ส่วน และ หญ้า เขียว สด ไหม้ ไป หมด สิ้น {i8:8} แตร ที่ สอง (สัตว์ ทะเล ถูก ทำลาย หนึ่ง ใน สาม) {8:8} เมื่อ ทูต สวรรค์ องค์ ที่ สอง เป่า แตร ขึ้น ก็ มี สิ่ง หนึ่ง เหมือน ภูเขา ใหญ่ กำลัง ลุก ไหม้ ถูก ทิ้ง ลง ไป ใน ทะเล และ ทะเล นั้น ได้ กลาย เป็น เลือด เสีย หนึ่ง ใน สาม ส่วน {8:9} สัตว์ ทั้งปวง ที่ มี ชีวิต อยู่ ใน ทะเล นั้น ตาย เสีย หนึ่ง ใน สาม ส่วน และ บรรดา เรือกำปั่น แตก เสีย หนึ่ง ใน สาม ส่วน {i8:10} แตร ที่ สาม (แม่น้ำ และ บ่อ น้ำพุ มี รส ขม หนึ่ง ใน สาม) {8:10} เมื่อ ทูต สวรรค์ องค์ ที่ สาม เป่า แตร ขึ้น ก็ มี ดาว ใหญ่ ดวง หนึ่ง เป็น เปลว ไฟ ลุก โพลง ดุจ โคม ไฟ ตก จาก ท้อง ฟ้า ดาว นั้น ตกลง บน แม่น้ำ หนึ่ง ใน สาม ส่วน และ ตก ที่ บ่อ น้ำพุ ทั้งหลาย {8:11} ดาว ดวง นี้ มี ชื่อ ว่า บอระเพ็ด รส ของ น้ำ กลาย เป็น รส ขม เสีย หนึ่ง ใน สาม ส่วน และ คน เป็น อัน มาก ก็ ได้ ตาย ไป เพราะ น้ำ นั้น กลาย เป็น น้ำ รส ขม ไป {i8:12} แตร ที่ สี่ (ดวง ต่างๆ ใน ท้อง ฟ้า มืด ไป หนึ่ง ใน สาม) {8:12} เมื่อ ทูต สวรรค์ องค์ ที่ สี่ เป่า แตร ขึ้น ดวง อาทิตย์ ก็ ถูก ทำลาย ไป หนึ่ง ใน สาม ส่วน ดวง จันทร์ และ ดวง ดาว ทั้งหลาย ก็ เช่น เดียวกัน จึง มืด ไป หนึ่ง ใน สาม ส่วน กลางวัน ก็ ไม่ สว่าง เสีย หนึ่ง ใน สาม ส่วน และ กลางคืน ก็ เช่น เดียว กับ กลางวัน {8:13} แล้ว ข้าพเจ้า ก็ มอง ดู และ ได้ยิน ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ที่ บิน อยู่ ใน ท้อง ฟ้า ร้อง ประกาศ เสียง ดัง ว่า “ วิบัติ วิบัติ วิบัติ จะ มี แก่ คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ บน แผ่นดิน โลก เพราะ เสียง แตร ของ ทูต สวรรค์ ทั้ง สาม องค์ กำลัง จะ เป่า อยู่ แล้ว” {i9:1} แตร ที่ ห้า (ภัย พิบัติ จาก เหว ที่ ไม่ มี ก้น เหว) {9:1} เมื่อ ทูต สวรรค์ องค์ ที่ ห้า เป่า แตร ขึ้น ข้าพเจ้า ก็ เห็น ดาว ดวง หนึ่ง ตก จาก ฟ้า ลง มา ที่ แผ่นดิน โลก และ ประทาน ลูกกุญแจ สำหรับ เหว ที่ ไม่ มี ก้น เหว ให้ แก่ ดาว ดวง นั้น {9:2} เมื่อ เขา เปิด เหว ที่ ไม่ มี ก้น เหว นั้น ก็ มี ควัน พลุ่ง ขึ้น มา จาก เหว นั้น ดุจ ควัน ที่ เตา ใหญ่ และ ดวง อาทิตย์ และ อากาศ ก็ มืด ไป เพราะ เหตุ ควัน ที่ ขึ้น มา จาก เหว นั้น {9:3} มี ฝูง ตั๊กแตน บิน ออก จาก ควัน นั้น มา ยัง แผ่นดิน โลก ได้ ประทาน อำนาจ แก่ ตั๊กแตน นั้น เหมือน กับ อำนาจ ของ แมลง ป่อง แห่ง แผ่นดิน โลก {9:4} และ มี คำ สั่ง แก่ มัน ไม่ ให้ ทำร้าย หญ้า บน แผ่นดิน โลก หรือ พืช เขียว หรือ ต้นไม้ แต่ ให้ ทำร้าย คน เหล่า นั้น ที่ ไม่ มี ตรา ของ พระเจ้า บน หน้าผาก ของ เขา เท่านั้น {9:5} และ ไม่ ให้ ฆ่า คน เหล่า นั้น แต่ ให้ ทรมาน เขา ห้า เดือน การ ทรมาน นั้น เป็น การ ทรมาน ที่ เหมือน กับ ถูก แมลง ป่อง ต่อย {9:6} ตลอด เวลา เหล่า นั้น คน ทั้งหลาย จะ แสวง หา ความ ตาย แต่ จะ ไม่ พบ เขา อยาก จะ ตาย แต่ ความ ตาย จะ หนี ไป จาก เขา {9:7} ตั๊กแตน นั้น มี รูปร่าง เหมือน ม้า ที่ ผูก เครื่อง พร้อม สำหรับ ออก ศึก บน หัว มี สิ่ง หนึ่ง ที่ ดูเหมือน มงกุฎ ทองคำ หน้า มัน เหมือน หน้า มนุษย์ {9:8} ผม มัน เหมือน ผม ผู้หญิง ฟัน มัน เหมือน ฟัน สิงโต {9:9} มัน มี ทับทรวง เหมือน กับ ทับทรวง เหล็ก เสียง ปีก มัน เหมือน เสียง รถม้า เป็น อัน มาก กรู เข้า รบ ข้าศึก {9:10} มัน มี หาง เหมือน หาง แมลง ป่อง และ หาง มัน นั้น มี เหล็ก ไน มัน มี อำนาจ ที่ จะ ทำร้าย มนุษย์ ตลอด ห้า เดือน {9:11} มัน มี ทูต แห่ง เหว ที่ ไม่ มี ก้น เหว นั้น เป็น กษัตริย์ ปกครอง มัน ที่ มี ชื่อ เรียก ใน ภาษา ฮีบรู ว่า อา บัด โดน แต่ ใน ภาษา กรีก เรียก ว่า อปอลลิโยน {9:12} วิบัติ อย่าง ที่ หนึ่ง ผ่าน ไป แล้ว ดู เถิด ยัง มี วิบัติ อีก สอง อย่าง ที่ จะ เกิด ขึ้น ใน ภายหน้า {i9:13} แตร ที่ หก (มนุษย์ หนึ่ง ใน สาม ถูก ฆ่า ตาย) {9:13} เมื่อ ทูต สวรรค์ องค์ ที่ หก เป่า แตร ขึ้น ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง ออก มา จาก เชิง งอน มุม ทั้ง สี่ ของ แท่น ทองคำ ที่ อยู่ เบื้อง พระ พักตร์ พระเจ้า {9:14} เสียง นั้น สั่ง ทูต สวรรค์ องค์ ที่ หก ที่ ถือ แตร นั้น ว่า “ จง แก้ มัด ทูต สวรรค์ ทั้ง สี่ ที่ ถูก มัด ไว้ ที่ แม่น้ำ ใหญ่ นั้น คือ แม่น้ำ ยู เฟรติส” {9:15} ทูต สวรรค์ ทั้ง สี่ ก็ ถูก แก้ ปล่อย ไป ซึ่ง ทรง เตรียม ไว้ สำหรับ ชั่วโมง วัน เดือน และ ปี ที่ จะ ให้ ฆ่า มนุษย์ เสีย หนึ่ง ใน สาม ส่วน {9:16} และ จำนวน พล ทหาร ม้า มี สอง ร้อย ล้าน นี่ คือ จำนวน ที่ ข้าพเจ้า ได้ยิน {9:17} ใน นิมิต นั้น ข้าพเจ้า สังเกต เห็น ม้า เป็น ดังนี้ คือ ผู้ ที่นั่ง บน หลัง ม้า นั้น ก็ มี ทับทรวง สี ไฟ สี พลอย สี แดง และ สี กำมะถัน หัว ม้า ทั้งหลาย นั้น เหมือน หัว สิงโต มี ไฟ และ ควัน และ กำมะถัน พลุ่ง ออก มา จาก ปาก ของ มัน {9:18} มนุษย์ ถูก ฆ่า เสีย หนึ่ง ใน สาม ส่วน ด้วย ภัย พิบัติ สาม อย่าง นี้ คือ ไฟ และ ควัน และ กำมะถัน ที่ พลุ่ง ออก มา จาก ปาก มัน นั้น {9:19} เพราะ ว่า ฤทธิ์ ของ ม้า นั้น อยู่ ที่ ปาก และ หาง หาง ของ มัน เหมือน งู และ มี หัว สิ่ง เหล่า นี้ ทำให้ มัน ทำร้าย คน ได้ {9:20} มนุษย์ ทั้งหลาย ที่ เหลือ อยู่ ที่ มิ ได้ ถูก ฆ่า ด้วย ภัย พิบัติ เหล่า นี้ ยัง ไม่ ได้ กลับ ใจ เสีย ใหม่ จาก งาน ที่ มือ เขา ได้ กระทำ ไม่ ได้ เลิก บูชา ผี บูชา ‘ รูป เคารพ ที่ ทำ ด้วย ทองคำ เงิน ทองสัมฤทธิ์ หิน และ ไม้ รูป เคารพ เหล่า นั้น จะ ดู หรือ ฟัง หรือ เดิน ก็ ไม่ ได้’ {9:21} และ เขา ก็ มิ ได้ กลับ ใจ เสีย ใหม่ จาก การ ฆาตกรรม และ การ เวทมนตร์ การ ล่วง ประเวณี และ การ ลัก ขโมย {i10:1} ยอห์น ได้ รับ หนังสือ ม้วน เล็กๆ ม้วน หนึ่ง {10:1} และ ข้าพเจ้า ได้ เห็น ทูต สวรรค์ ที่ มี ฤทธิ์ มาก อีก องค์ หนึ่ง ลง มา จาก สวรรค์ มี เมฆ คลุม ตัว ท่าน และ มี รุ้ง บน ศีรษะ ท่าน และ หน้า ท่าน เหมือน ดวง อาทิตย์ และ เท้า ท่าน เหมือน เสา ไฟ {10:2} ท่าน ถือ หนังสือ เล็กๆ ม้วน หนึ่ง ซึ่ง คลี่ อยู่ ใน มือ ของ ท่าน ท่าน วาง เท้า ขวา ของ ท่าน บน ทะเล และ เท้า ซ้าย ของ ท่าน บน บก {10:3} ท่าน ร้อง เสียง ดัง ดุจ เสียง สิงโต คำราม เมื่อ ท่าน ร้อง แล้ว เสียง ฟ้า ร้อง ทั้ง เจ็ด เสียง ก็ ดัง ขึ้น {10:4} เมื่อ เสียง ฟ้า ร้อง ทั้ง เจ็ด ดัง ขึ้น แล้ว ข้าพเจ้า จึง ลงมือ จะ เขียน แต่ ข้าพเจ้า ได้ยิน พระ สุรเสียง จาก สวรรค์ ตรัส แก่ ข้าพเจ้า ว่า “ จง ประทับ ตรา ปิด ข้อความ ซึ่ง ฟ้า ร้อง ทั้ง เจ็ด ได้ ร้อง นั้น จง อย่า เขียน ข้อความ เหล่า นั้น” {10:5} ฝ่าย ทูต สวรรค์ องค์ ที่ ข้าพเจ้า เห็น ยืน อยู่ ทั้ง บน ทะเล และ บน บก นั้น ได้ ชู มือ ขึ้น สู่ ท้อง ฟ้า {10:6} และ ปฏิญาณ โดย อ้าง พระ นาม ของ พระองค์ ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่ เป็น นิตย์ ผู้ ได้ ‘ ทรง สร้าง ฟ้า สวรรค์ และ สรรพ สิ่ง ซึ่ง มี อยู่ ใน ฟ้า สวรรค์ นั้น ทรง สร้าง แผ่นดิน โลก และ สรรพ สิ่ง ซึ่ง มี อยู่ ใน แผ่นดิน โลก นั้น และ ทรง สร้าง ทะเล กับ สรรพ สิ่ง ซึ่ง มี อยู่ ใน ทะเล นั้น’ ว่า จะ ไม่ มี การ เนิ่น ช้า อีก ต่อ ไป แล้ว {10:7} แต่ว่า ใน วัน แห่ง เสียง ของ ทูต สวรรค์ องค์ ที่ เจ็ด นั้น คือ เมื่อ ท่าน จะ เป่า แตร ขึ้น ความ ลึกลับ ของ พระเจ้า ที่ พระองค์ ได้ ตรัส ไว้ แก่ พวก ศาสดา พยากรณ์ ซึ่ง เป็น ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ นั้น ก็ จะ สำเร็จ {10:8} และ พระ สุรเสียง ที่ ข้าพเจ้า ได้ยิน จาก สวรรค์ นั้น ตรัส กับ ข้าพเจ้า อีก ว่า “ จง ไป รับ หนังสือ เล็กๆ ม้วน นั้น ที่ คลี่ อยู่ ใน มือ ของ ทูต สวรรค์ องค์ ที่ ยืน อยู่ ทั้ง บน ทะเล และ บน บก นั้น” {10:9} ข้าพเจ้า จึง ไป หา ทูต สวรรค์ องค์ นั้น และ กล่าว แก่ ท่าน ว่า “ ขอ หนังสือ ม้วน เล็ก นั้น เถิด” ท่าน จึง ตอบ ข้าพเจ้า ว่า “ เอา ไป เถิด และ กิน มัน เสีย มัน จะ ทำให้ ท้อง เจ้า ขม แต่ เมื่อ อยู่ ใน ปาก ของ เจ้า มัน จะ หวาน เหมือน น้ำผึ้ง” {10:10} ข้าพเจ้า รับ หนังสือ ม้วน เล็ก นั้น จาก มือ ทูต สวรรค์ แล้ว ก็ กิน เข้า ไป ขณะ ที่ มัน อยู่ ใน ปาก ของ ข้าพเจ้า นั้น มัน ก็ หวาน เหมือน น้ำผึ้ง แต่ เมื่อ ข้าพเจ้า กิน มัน เข้า ไป แล้ว ท้อง ข้าพเจ้า ก็ ขม {10:11} และ ท่าน บอก ข้าพเจ้า ว่า “ เจ้า ต้อง พยากรณ์ อีก ต่อ ชน ชาติ ทั้งหลาย บรรดา ประชาชาติ ภาษา และ กษัตริย์” {i11:1} การ วัด พระ วิหาร ชั้น ใน {11:1} ท่าน ผู้ หนึ่ง จึง เอา ไม้ อ้อ ท่อน หนึ่ง ให้ ข้าพเจ้า รูปร่าง เหมือน ไม้เรียว และ ทูต สวรรค์ องค์ นั้น ยืน อยู่ กล่าว ว่า “ จง ลุก ขึ้น ไป วัด พระ วิหาร ของ พระเจ้า และ แท่น บูชา และ คำนวณ คน ทั้งหลาย ซึ่ง นมัสการ ใน นั้น {11:2} แต่ ไม่ ต้อง วัด ลาน ชั้น นอก พระ วิหาร นั้น เพราะ ว่าที่ นั่น ได้ มอบ ไว้ แก่ คน ต่าง ชาติ แล้ว และ เขา จะ เหยียบ ย่ำ เมือง บริสุทธิ์ ลง ใต้ เท้า ตลอด สี่ สิบ สอง เดือน {i11:3} คำ พยากรณ์ ของ พยาน ทั้ง สอง {11:3} และ เรา จะ ให้ ฤทธิ์ อำนาจ แก่ พยาน ทั้ง สอง ของ เรา และ เขา จะ พยากรณ์ ตลอด พัน สอง ร้อย หก สิบ วัน นุ่งห่ม ด้วย ผ้า กระสอบ {11:4} พยาน ทั้ง สอง นั้น คือ ต้น มะกอก เทศ สอง ต้น และ คัน ประทีป สอง คัน ที่ ตั้ง อยู่ เบื้อง พระ พักตร์ พระเจ้า ผู้ ทรง เป็น เจ้า แห่ง แผ่นดิน โลก {11:5} ถ้า ผู้ ใด ประสงค์ จะ ทำร้าย พยาน ทั้ง สอง นั้น ไฟ ก็ จะ พลุ่ง ออก จาก ปาก เขา เผา ผลาญ ศัตรู ผู้ นั้น ถ้า ผู้ ใด จะ ทำร้าย พยาน ทั้ง สอง ผู้ นั้น ก็ จะ ต้อง ตาย ใน ลักษณะ นี้ {11:6} พยาน ทั้ง สอง มี ฤทธิ์ ปิด ท้อง ฟ้า ได้ เพื่อ ไม่ ให้ ฝน ตก ใน ระหว่าง วัน เหล่า นั้น ที่ เขา กำลัง พยากรณ์ และ มี ฤทธิ์ อำนาจ เหนือ น้ำ ทำให้ กลาย เป็น เลือด ได้ และ มี ฤทธิ์ บันดาล ให้ ภัย พิบัติ ต่างๆ กระหน่ำ โลก กี่ ครั้ง ก็ ได้ ตาม ความ ปรารถนา ของ เขา {11:7} และ เมื่อ เสร็จสิ้น การ เป็น พยาน แล้ว สัตว์ ร้าย ที่ ขึ้น มา จาก เหว ที่ ไม่ มี ก้น เหว ก็ จะ สู้ รบ กับ เขา จะ ชนะ เขา และ จะ ฆ่า เขา เสีย {11:8} และ ศพ ของ เขา จะ อยู่ ที่ ถนน ใน เมือง ใหญ่ นั้น ซึ่ง ตาม ฝ่าย จิต วิญญาณ เรียก ว่า เมือง โส โดม และ อียิปต์ อัน เป็น เมือง ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา ถูก ตรึง ด้วย {11:9} คน หลาย ชาติ หลาย ตระกูล หลาย ภาษา หลาย ประชาชาติ จะ เพ่ง ดู ศพ เขา ตลอด สาม วัน ครึ่ง และ จะ ไม่ ยอม ให้ เอา ศพ นั้น ใส่ อุโมงค์ เลย {11:10} คน ทั้งหลาย ซึ่ง อยู่ ใน แผ่นดิน โลก จะ ยินดี เพราะ เขา และ จะ สนุกสนาน รื่นเริง จะ ให้ ของขวัญ แก่ กัน เพราะ ว่า ผู้ พยากรณ์ ทั้ง สอง นี้ ได้ ทรมาน คน เหล่า นั้น ที่ อาศัย อยู่ ใน โลก” {11:11} เมื่อ เวลา ผ่าน ไป สาม วัน ครึ่ง แล้ว ลมปราณ แห่ง ชีวิต จาก พระเจ้า ก็ เข้า สู่ ศพ ของ เขา อีก และ เขา ก็ ลุก ขึ้น ยืน คน ทั้งหลาย ที่ ได้ เห็น เขา ก็ มี ความ หวาดกลัว เป็น อัน มาก {11:12} คน ทั้งหลาย ได้ยิน พระ สุรเสียง ดัง มา จาก สวรรค์ ตรัส แก่ เขา ว่า “ จง ขึ้น มา ที่ นี่ เถิด” และ พวก ศัตรู ก็ เห็น เขา ขึ้น ไป ใน หมู่ เมฆ สู่ สวรรค์ {i11:13} แผ่นดิน ไหว ครั้ง ใหญ่ {11:13} และ ใน เวลา นั้น ก็ เกิด แผ่นดิน ไหว ใหญ่ และ เมือง นั้น ก็ ถล่ม ลง เสีย หนึ่ง ใน สิบ ส่วน มี คน ตาย เพราะ แผ่นดิน ไหว เจ็ด พัน คน และ คน ที่ เหลือ อยู่ นั้น มี ความ หวาดกลัว ยิ่ง และ ได้ ถวาย พระ เกียรติ แด่ พระเจ้า แห่ง สวรรค์ {11:14} วิบัติ อย่าง ที่ สอง ก็ ผ่าน ไป แล้ว ดู เถิด วิบัติ อย่าง ที่ สาม ก็ จะ มา ถึง ใน ไม่ ช้า นี้ แหละ {i11:15} แตร ที่ เจ็ด (การ ประกาศ ถึง ชัย ชนะ แห่ง อาณาจักร ของ พระ คริสต์) {11:15} และ ทูต สวรรค์ องค์ ที่ เจ็ด ก็ เป่า แตร ขึ้น และ มี เสียง หลายๆ เสียง กล่าว ขึ้น ดังๆ ใน สวรรค์ ว่า “ ราช อาณาจักร ทั้งหลาย แห่ง พิภพ นี้ ได้ กลับ เป็น ราช อาณาจักร ทั้งหลาย ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา และ เป็น ของ พระ คริสต์ ของ พระองค์ และ พระองค์ จะ ทรง ครอบครอง ตลอด ไป เป็น นิตย์” {11:16} และ ผู้ อาวุโส ยี่ สิบ สี่ คน ซึ่ง นั่ง ใน ที่นั่ง ของ ตน เบื้อง พระ พักตร์ พระเจ้า ก็ ทรุด ตัว ลง กราบ นมัสการ พระเจ้า {11:17} และ ทูล ว่า “ โอ ข้า แต่ พระเจ้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ สูง สุด ผู้ ทรง ดำรง อยู่ บัดนี้ และ ผู้ ได้ ทรง ดำรง อยู่ ใน กาล ก่อน และ ผู้ จะ เสด็จ มา ใน อนาคต ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ขอบพระคุณ พระองค์ ที่ พระองค์ ได้ ทรง ใช้ ฤทธา นุ ภาพ อัน ใหญ่ ยิ่ง ของ พระองค์ และ ได้ ทรง ครอบครอง {11:18} เหล่า ประชาชาติ มี ความ โกรธ แค้น แต่ พระ พิโรธ ของ พระองค์ ก็ มา ถึง แล้ว ถึง เวลา ที่ พระองค์ จะ ทรง พิพากษา คน ทั้งหลาย ที่ ตาย ไป แล้ว และ ถึง เวลา ที่ พระองค์ จะ ทรง ประทาน บำเหน็จ แก่ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ คือ พวก ศาสดา พยากรณ์ และ วิ สุทธิ ชน ทั้งปวง และ แก่ คน ทั้งหลาย ที่ ยำเกรง พระ นาม ของ พระองค์ ทั้ง ผู้ใหญ่ ผู้น้อย และ ถึง เวลา แล้ว ที่ พระองค์ จะ ทรง ทำลาย คน ที่ ทำลาย แผ่นดิน โลก” {11:19} แล้ว พระ วิหาร ของ พระเจ้า ใน สวรรค์ ก็ เปิด ออก ใน พระ วิหาร นั้น เห็น มี หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระองค์ แล้ว ก็ มี ฟ้า แลบ และ เสียง ต่างๆ ฟ้า ร้อง แผ่นดิน ไหว ลูกเห็บ ก็ ตก อย่าง หนัก {i12:1} ผู้หญิง และ พญา นาค {12:1} มี การ มหัศจรรย์ ใหญ่ ยิ่ง ปรากฏ ใน สวรรค์ คือ ผู้หญิง คน หนึ่ง มีด วง อาทิตย์ เป็น อาภรณ์ มีด วง จันทร์ อยู่ ใต้ เท้า และ บน ศีรษะ มีด วง ดาว สิบ สอง ดวง เป็น มงกุฎ {12:2} ผู้หญิง นั้น มี ครรภ์ และ ร้อง ครวญ ด้วย ความ เจ็บ ครรภ์ ที่ ใกล้ จะ คลอด {12:3} และ มี การ มหัศจรรย์ อีก อย่าง หนึ่ง ปรากฏ ใน สวรรค์ ดู เถิด มี พญา นาค ใหญ่ สี แดง ตัว หนึ่ง มี เจ็ด หัว และ มี สิบ เขา และ ที่ หัว เหล่า นั้น มี มงกุฎ เจ็ด อัน {12:4} หาง พญา นาค ตวัด ดวง ดาว ใน ท้อง ฟ้า ทิ้ง ลง มา ที่ แผ่นดิน โลก เสีย หนึ่ง ใน สาม ส่วน และ พญา นาค นั้น ยืน อยู่ เบื้องหน้า ผู้หญิง ที่ กำลัง จะ คลอด บุตร เพื่อ จะ กิน บุตร เมื่อ คลอด ออก มา แล้ว {i12:5} บุตร นั้น จะ ได้ ครอบครอง {12:5} หญิง นั้น คลอด บุตร ชาย ผู้ ซึ่ง จะ ครอบครอง ประชาชาติ ทั้งปวง ด้วย คทา เหล็ก และ บุตร นั้น ได้ ขึ้น ไป ถึง พระเจ้า ถึง พระ ที่นั่ง ของ พระองค์ {12:6} และ หญิง นั้น ก็ หนี เข้า ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร ที่ นาง มี สถานที่ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง จัด เตรียม ไว้ ให้ เพื่อ นาง จะ ได้ รับ การ เลี้ยงดู อยู่ ที่ นั่น ตลอด พัน สอง ร้อย หก สิบ วัน {i12:7} มี คา เอ ล และ ทูต สวรรค์ ของ ท่าน ต่อสู้ กับ ซาตาน {12:7} และ มี สงคราม เกิด ขึ้น ใน สวรรค์ มี คา เอ ล และ พวก ทูต สวรรค์ ของ ท่าน ได้ ต่อสู้ กับ พญา นาค และ พญา นาค กับ พวก ทูต ของ มัน ก็ ต่อสู้ {12:8} แต่ ฝ่าย พญา นาค แพ้ และ พวก พญา นาค ไม่ มี ที่ อยู่ ใน สวรรค์ อีก เลย {12:9} พญา นาค ใหญ่ ซึ่ง เป็น งู ดึกดำบรรพ์ ที่ เขา เรียก กัน ว่า พญา มาร และ ซาตาน ผู้ ล่อลวง มนุษย์ ทั้ง โลก พญา นาค และ พวก ทูต ของ มัน ก็ ถูก ผลัก ทิ้ง ลง มา ใน แผ่นดิน โลก {12:10} และ ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง ดัง ขึ้น ใน สวรรค์ ว่า “ บัดนี้ ความ รอด และ ฤทธิ์ เดช และ ราช อาณาจักร แห่ง พระเจ้า ของ เรา และ อำนาจ พระ คริสต์ ของ พระองค์ ได้ มา ถึง แล้ว เพราะ ว่า ผู้ ที่ กล่าวโทษ พวก พี่น้อง ของ เรา ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ของ เรา ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน นั้น ก็ ได้ ถูก ผลัก ทิ้ง ลง มา แล้ว {12:11} เขา เหล่า นั้น ชนะ พญา มาร ด้วย พระ โลหิต ของ พระ เมษ โปดก และ โดย คำ พยาน ของ พวก เขา เอง และ เขา ไม่ ได้เสีย ดาย ที่ จะ พลี ชีพ ของ ตน {12:12} ฉะนั้น สวรรค์ และ บรรดา ผู้ ที่ อยู่ ใน สวรรค์ จง รื่นเริง ยินดี เถิด แต่ วิบัติ จะ มี แก่ ผู้ ที่ อยู่ ใน แผ่นดิน โลก และ ทะเล เพราะ ว่า พญา มาร ได้ ลง มา หา เจ้า ด้วย ความ โกรธ ยิ่งนัก เพราะ มัน รู้ ว่า เวลา ของ มัน มี น้อย” {i12:13} ซาตาน ข่มเหง หญิง นั้น {12:13} เมื่อ พญา นาค นั้น เห็น ว่า มัน ถูก ผลัก ทิ้ง ลง มา ใน แผ่นดิน โลก แล้ว มัน ก็ ข่มเหง หญิง ที่ คลอด บุตร ชาย นั้น {12:14} แต่ ทรง ประทาน ปีก นก อินทรี ใหญ่ สอง ปีก แก่ หญิง นั้น เพื่อ ให้ นาง บิน หนี หน้า งู เข้า ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร ใน สถานที่ ของ นาง จน ถึง ที่ ซึ่ง นาง จะ ได้ รับ การ เลี้ยงดู ตลอด วาระ หนึ่ง และ สอง วาระ และ ครึ่ง วาระ {12:15} งู นั้น ก็ พ่น น้ำ ออก จาก ปาก เหมือน น้ำ ท่วม ไหล ตาม หญิง นั้น เพื่อ จะ ให้ พัด หญิง นั้น ไป กับ น้ำ ท่วม {12:16} แต่ แผ่นดิน ก็ ได้ ช่วย หญิง นั้น ไว้ ได้ โดย แยก ออก เป็น ช่อง แล้ว สูบ น้ำ ท่วม นั้น ที่ พ่น ออก จาก ปาก พญา นาค นั้น ลง ไป {12:17} พญา นาค โกรธ แค้น หญิง นั้น มัน จึง ออก ไป ทำ สงคราม กับ เชื้อสาย ของ นาง ที่ เหลือ อยู่ นั้น คือ ผู้ ที่ รักษา พระ บัญญัติ ของ พระเจ้า และ ยึดถือ คำ พยาน ของ พระ เยซู คริสต์ {i13:1} สัตว์ ร้าย ที่ ขึ้น มา จาก ทะเล {13:1} และ ข้าพเจ้า ได้ ยืน อยู่ ที่ หาด ทราย ชายทะเล และ เห็น สัตว์ ร้าย ตัว หนึ่ง ขึ้น มา จาก ทะเล มัน มี เจ็ด หัว และ สิบ เขา ที่ เขา ทั้ง สิบ นั้น มี มงกุฎ สิบ อัน และ มี ชื่อ ที่ เป็น คำ หมิ่น ประมาท จารึก ไว้ ที่ หัว ทั้งหลาย ของ มัน {13:2} สัตว์ ร้าย ที่ ข้าพเจ้า ได้ เห็น นั้น เหมือน เสือดาว และ เท้า เหมือน เท้า หมี และ ปาก เหมือน ปาก สิงโต และ พญา นาค ได้ ให้ ฤทธิ์ ของ มัน และ ที่นั่ง ของ มัน และ สิทธิ อำนาจ อัน ใหญ่ ยิ่ง แก่ สัตว์ ร้าย นั้น {13:3} ข้าพเจ้า ได้ เห็น ว่า หัวๆ หนึ่ง ของ สัตว์ ร้าย ดูเหมือน ถูก ฟัน ปาง ตาย แต่ แผล ที่ ถูก ฟัน นั้น รักษา หาย แล้ว คน ทั้ง โลก ติดตาม สัตว์ ร้าย นั้น ไป ด้วย ความ อัศจรรย์ ใจ {13:4} เขา ทั้งหลาย ได้ บูชา พญา นาค ที่ ได้ ให้ อำนาจ แก่ สัตว์ ร้าย นั้น เขา ได้ บูชา สัตว์ ร้าย นั้น กล่าว ว่า “ ใคร จะ เปรียบ ปาน สัตว์ นี้ ได้ และ ใคร สามารถ จะ ทำ สงคราม กับ สัตว์ นี้ ได้” {13:5} และ ยอม ให้ สัตว์ ร้าย นั้น มี ปาก ที่ พูด คำ กล่าว ร้าย และ หมิ่น ประมาท และ ยอม ให้ มัน ใช้ อำนาจ กระทำ อย่าง นั้น ตลอด สี่ สิบ สอง เดือน {13:6} มัน กล่าว คำ หมิ่น ประมาท ต่อ พระเจ้า เพื่อ หมิ่น ประมาท ต่อ พระ นาม ของ พระองค์ ต่อ พลับพลา ของ พระองค์ และ ต่อ ผู้ ที่ อยู่ ใน สวรรค์ {i13:7} สัตว์ ร้าย กระทำ สงคราม กับ พวก วิสุทธิชน {13:7} และ ยอม ให้ มัน ทำ สงคราม กับ พวก วิสุทธิชน และ ชนะ เขา และ ให้ มัน มี อำนาจ เหนือ ชน ทุก ตระกูล ทุก ภาษา และ ทุก ประชาชาติ {13:8} และ บรรดา คน ที่ อยู่ ใน แผ่นดิน โลก จะ บูชา สัตว์ ร้าย นั้น คือ คน ทั้งปวง ที่ ไม่ มี ชื่อ จด ไว้ ใน หนังสือ แห่ง ชีวิต ของ พระ เมษ โปดก ผู้ ทรง ถูก ปลง พระ ชนม์ ตั้งแต่ แรก ทรง สร้าง โลก {13:9} ใคร มี หู ก็ ให้ ฟัง เอา เถิด {13:10} ผู้ ใด ที่ กำหนด ไว้ ให้ ไป เป็น เชลย ผู้ นั้น ก็ จะ ต้อง ไป เป็น เชลย ผู้ ใด ฆ่า เขา ด้วย ดาบ ผู้ นั้น ก็ ต้อง ถูก ฆ่า ด้วย ดาบ นี่แหละ คือ ความ อดทน และ ความ เชื่อ ของ พวก วิสุทธิชน {i13:11} สัตว์ ร้าย ที่ ขึ้น มา จาก แผ่นดิน {13:11} และ ข้าพเจ้า เห็น สัตว์ ร้าย อีก ตัว หนึ่ง ขึ้น มา จาก แผ่นดิน มี สอง เขา เหมือน ลูก แกะ และ พูด เหมือน พญา นาค {13:12} มัน ใช้ อำนาจ ของ สัตว์ ร้าย ตัว เดิม นั้น อย่าง ครบถ้วน ต่อ หน้า สัตว์ ร้าย ตัว เดิม นั้น มัน ทำให้ โลก และ คน ที่ อยู่ ใน โลก บูชา สัตว์ ร้าย ตัว เดิม นั้น ที่ มี แผล ปาง ตาย แต่ รักษา หาย แล้ว {13:13} สัตว์ ร้าย นี้ แสดง การ มหัศจรรย์ ใหญ่ จน กระทำ ให้ ไฟ ตกลง มา จาก ฟ้า สู่ แผ่นดิน โลก ประจักษ์ แก่ ตา มนุษย์ ทั้งหลาย {13:14} มัน ล่อลวง คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน โลก ด้วย การ อัศจรรย์ นั้น ซึ่ง มัน มี อำนาจ กระทำ ท่ามกลาง สายตา ของ สัตว์ ร้าย ตัว เดิม นั้น และ มัน สั่ง ให้ คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน โลก สร้าง รูป จำลอง ให้ แก่ สัตว์ ร้าย ที่ ถูก ฟัน ด้วย ดาบ แต่ ยัง มี ชีวิต อยู่ นั้น {13:15} และ มัน มี อำนาจ ที่ จะ ให้ ลมหายใจ แก่ รูป สัตว์ นั้น เพื่อ ให้ รูป สัตว์ ร้าย นั้น ทั้ง พูด ได้ และ กระทำ ให้ บรรดา คน ที่ ไม่ ยอม บูชา รูป สัตว์ ร้าย นั้น ถึง แก่ ความ ตาย ได้ {13:16} และ มัน ยัง ได้ บังคับ คน ทั้งปวง ทั้ง ผู้ใหญ่ ผู้น้อย คน มั่งมี และ คน จน ไทย และ ทาส ให้ รับ เครื่องหมาย ไว้ ที่ มือ ขวา หรือ ที่ หน้าผาก ของ เขา {13:17} เพื่อ ไม่ ให้ ผู้ ใด ทำ การ ซื้อขาย ได้ นอกจาก ผู้ ที่ มี เครื่องหมาย นั้น หรือ ชื่อ ของ สัตว์ ร้าย นั้น หรือ เลข ชื่อ ของ มัน {13:18} ใน เรื่อง นี้ จง ใช้ สติปัญญา ถ้า ผู้ ใด มี ความ เข้าใจ ก็ ให้ คิด ตรึกตรอง เลข ของ สัตว์ ร้าย นั้น เพราะ ว่า เป็น เลข ของ บุคคล ผู้ หนึ่ง เลข ของ มัน คือ หก ร้อย หก สิบ หก {i14:1} ความ ชื่นชม ยินดี ของ คน 144,000 คน {14:1} ข้าพเจ้า ได้ แล เห็น และ ดู เถิด พระ เมษ โปดก ทรง ยืน อยู่ ที่ ภูเขา ศิโยน และ ผู้ ที่ อยู่ กับ พระองค์ มี จำนวน แสน สี่ หมื่น สี่ พัน คน ซึ่ง เป็น ผู้ ที่ มี พระ นาม ของ พระ บิดา ของ พระองค์ เขียน ไว้ ที่ หน้าผาก ของ เขา {14:2} และ ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง จาก สวรรค์ ดุจ เสียง น้ำ มาก หลาย และ ดุจ เสียง ฟ้า ร้อง สนั่น และ ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง พวก ดีด พิณ เขา คู่ กำลัง บรรเลง อยู่ {14:3} คน เหล่า นั้น ร้อง เพลง ราว กับ ว่า เป็น เพลง บท ใหม่ ต่อ หน้า พระ ที่นั่ง หน้า สัตว์ ทั้ง สี่ นั้น และ หน้า พวก ผู้ อาวุโส ไม่ มี ใคร สามารถ เรียนรู้ เพลง บท นั้น ได้ นอกจาก คน แสน สี่ หมื่น สี่ พัน คน นั้น ที่ ได้ ทรง ไถ่ ไว้ แล้ว จาก แผ่นดิน โลก {14:4} คน เหล่า นี้ เป็น คน ที่ มิ ได้ มี มลทิน กับ ผู้หญิง เพราะ ว่า เขา เป็น พวก พรหมจารี พระ เมษ โปดก เสด็จ ไป ที่ ใด คน เหล่า นี้ ก็ ตาม เสด็จ ไป ด้วย พวก เขา เป็น ผู้ ที่ ทรง ไถ่ จาก มวล มนุษย์ เป็น ผล แรก ถวาย แด่ พระเจ้า และ แด่ พระ เมษ โปดก {14:5} ปาก เขา ไม่ กล่าว คำ อุบาย เลย เพราะ เขา ไม่ มี ความ ผิด ต่อ หน้า พระ ที่นั่ง ของ พระเจ้า {i14:6} ทูต สวรรค์ องค์ แรก ประกาศ ข่าว ประเสริฐ อัน เป็น อมตะ {14:6} แล้ว ข้าพเจ้า ได้ เห็น ทูต สวรรค์ อีก องค์ หนึ่ง ที่ บิน อยู่ ใน ท้อง ฟ้า เพื่อ ประกาศ ข่าว ประเสริฐ อัน เป็น อมตะ แก่ คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน โลก แก่ ทุก ชาติ ทุก ตระกูล ทุก ภาษา และ ประชากร {14:7} ท่าน ประกาศ ด้วย เสียง อัน ดัง ว่า “ จง ยำเกรง พระเจ้า และ ถวาย สง่าราศี แด่ พระองค์ เพราะ ถึง เวลา ที่ พระองค์ จะ ทรง พิพากษา แล้ว และ จง นมัสการ พระองค์ ‘ ผู้ ได้ ทรง สร้าง ฟ้า สวรรค์ แผ่นดิน โลก ทะเล’ และ บ่อ น้ำพุ ทั้งหลาย” {i14:8} ทูต สวรรค์ องค์ ที่ สอง ประกาศ การ ล่มจม ของ บาบิโลน {14:8} ทูต สวรรค์ อีก องค์ หนึ่ง ตาม ไป ประกาศ ว่า “ บาบิโลน มหา นคร นั้น ล่มจม แล้ว ล่มจม แล้ว เพราะ ว่า นคร นั้น ทำให้ ประชาชาติ ทั้งปวง ดื่ม เหล้า องุ่น แห่ง ความ เดือดดาล ของ เธอ ใน การ ล่วง ประเวณี” {i14:9} ทูต สวรรค์ องค์ ที่ สาม ประกาศ การ ทุกข์ ทรมาน เป็น นิตย์ ของ ทุก คน ที่ รับ เครื่องหมาย และ บูชา สัตว์ ร้าย {14:9} และ ทูต สวรรค์ ซึ่ง เป็น องค์ ที่ สาม ตาม ไป ประกาศ ด้วย เสียง อัน ดัง ว่า “ ถ้า ผู้ ใด บูชา สัตว์ ร้าย และ รูป ของ มัน และ รับ เครื่องหมาย ของ มัน ไว้ ที่ หน้าผาก หรือ ที่ มือ ของ ตน {14:10} ผู้ นั้น จะ ต้อง ดื่ม เหล้า องุ่น แห่ง พระ พิโรธ ของ พระเจ้า ซึ่ง ไม่ ได้ ระคน กับ สิ่ง ใด ที่ ได้ เท ลง ใน ถ้วย พระ พิโรธ ของ พระองค์ และ เขา จะ ต้อง ถูก ทรมาน ด้วย ไฟ และ กำมะถัน ต่อ หน้า ทูต สวรรค์ ผู้ บริสุทธิ์ ทั้งหลาย และ ต่อ พระ พักตร์ พระ เมษ โปดก {14:11} และ ควัน แห่ง การ ทรมาน ของ เขา พลุ่ง ขึ้น ตลอด ไป เป็น นิตย์ และ ผู้ ที่ บูชา สัตว์ ร้าย และ รูป ของ มัน และ ผู้ ใด ก็ ตาม ที่ รับ เครื่องหมาย ชื่อ ของ มัน จะ ไม่ มี การ พักผ่อน เลย ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน” {i14:12} พระ สัญญา อัน มั่นคง สำหรับ พวก วิสุทธิชน {14:12} นี่แหละ คือ ความ อดทน ของ พวก วิสุทธิชน คือ ผู้ ที่ รักษา พระ บัญญัติ ของ พระเจ้า และ ความ เชื่อ ของ พระ เยซู ไว้ {14:13} และ ข้าพเจ้า ได้ยิน พระ สุรเสียง จาก สวรรค์ สั่ง ข้าพเจ้า ว่า “ จง เขียน ไว้ เถิด ว่า ตั้งแต่ นี้ สืบ ไป คน ทั้งหลาย ที่ ตาย ใน องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ เป็น สุข” และ พระ วิญญาณ ตรัส ว่า “ จริง อย่าง นั้น เพื่อ เขา จะ ได้ หยุด พัก จาก ความ เหนื่อย ยาก ของ เขา และ การ งาน ที่ เขา ได้ กระทำ นั้น จะ ติดตาม เขา ไป” {i14:14} การ เก็บเกี่ยว บน แผ่นดิน โลก {14:14} ข้าพเจ้า ได้ แล เห็น และ ดู เถิด มี เมฆ ขาว และ มี ผู้ หนึ่ง ประทับ บน เมฆ นั้น เหมือน กับ บุตร มนุษย์ สวม มงกุฎ ทองคำ บน พระ เศียร และ พระ หัตถ์ ถือ เคียว อัน คม {14:15} และ มี ทูต สวรรค์ อีก องค์ หนึ่ง ออก มา จาก พระ วิหาร ร้อง ทูล พระองค์ ผู้ ประทับ บน เมฆ นั้น ด้วย เสียง อัน ดัง ว่า “ จง ใช้ เคียว ของ พระองค์ เกี่ยว ไป เถิด เพราะ ว่า ถึง เวลา ที่ พระองค์ จะ เกี่ยว แล้ว เพราะ ว่า ผล ที่ จะ ต้อง เก็บเกี่ยว ใน แผ่นดิน โลก นั้น สุก แล้ว” {14:16} และ พระองค์ ผู้ ประทับ บน เมฆ นั้น ได้ ทรง ตวัด เคียว นั้น บน แผ่นดิน โลก และ แผ่นดิน โลก ก็ ได้ ถูก เกี่ยว แล้ว {14:17} และ ทูต สวรรค์ อีก องค์ หนึ่ง ก็ ออก มา จาก พระ วิหาร บน สวรรค์ ถือ เคียว อัน คม เช่น เดียวกัน {14:18} และ ทูต สวรรค์ อีก องค์ หนึ่ง ผู้ มี ฤทธิ์ เหนือ ไฟ ได้ ออก มา จาก แท่น บูชา และ ร้อง บอก ทูต องค์ นั้น ที่ ถือ เคียว คม นั้น ด้วย เสียง อัน ดัง ว่า “ ท่าน จง ใช้ เคียว คม ของ ท่าน เกี่ยว เก็บ พวง องุ่น แห่ง แผ่นดิน โลก เพราะ ลูก องุ่น นั้น สุก ดี แล้ว” {14:19} ทูต สวรรค์ นั้น ก็ ตวัด เคียว บน แผ่นดิน โลก และ เก็บเกี่ยว ผล องุ่น แห่ง แผ่นดิน โลก และ ขว้าง ลง ไป ใน บ่อ ย่ำ องุ่น อัน ใหญ่ แห่ง พระ พิโรธ ของ พระเจ้า {14:20} บ่อ ย่ำ องุ่น ถูก ย่ำ ภายนอก เมือง และ โลหิต ไหล ออก จาก บ่อ ย่ำ องุ่น นั้น สูง ถึง บังเหียน ม้า ไหล นอง ไป ประมาณ สาม ร้อย กิโลเมตร {i15:1} ขัน ทั้ง เจ็ด แห่ง พระ พิโรธ ของ พระเจ้า {15:1} ข้าพเจ้า เห็น หมาย สำคัญ ใน สวรรค์ อีก ประการ หนึ่ง ใหญ่ ยิ่ง และ น่า ประหลาด คือ มี ทูต สวรรค์ เจ็ด องค์ ถือ ภัย พิบัติ เจ็ด อย่าง อัน เป็น ภัย พิบัติ ครั้ง สุดท้าย เพราะ ว่า พระ พิโรธ ของ พระเจ้า สิ้นสุด ลง ด้วย ภัย พิบัติ เหล่า นั้น {15:2} ข้าพเจ้า เห็น เป็น เหมือน ทะเล แก้ว ปน ไฟ และ บรรดา คน ที่ มี ชัย ต่อ สัตว์ ร้าย และ รูป ของ มัน และ เครื่องหมาย ของ มัน และ เลข ประจำ ชื่อ ของ มัน ยืน อยู่ บน ทะเล แก้ว นั้น พวก เขา ถือ พิณ เขา คู่ ของ พระเจ้า {15:3} เขา ร้อง เพลง ของ โมเสส ซึ่ง เป็น ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า และ เพลง ของ พระ เมษ โปดก ว่า “ ข้า แต่ พระเจ้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ สูง สุด พระ ราชกิจ ของ พระองค์ ใหญ่ ยิ่ง และ มหัศจรรย์ นัก ข้า แต่ องค์ พระ มหา กษัตริย์ แห่ง วิ สุทธิ ชน ทั้งปวง วิถีทาง ทั้งหลาย ของ พระองค์ ยุติธรรม และ เที่ยงตรง {15:4} โอ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มี ผู้ ใด บ้าง ที่ จะ ไม่ ยำเกรง พระองค์ และ ไม่ ถวาย พระ เกียรติ แด่ พระ นาม ของ พระองค์ เพราะ ว่า พระองค์ ผู้ เดียว ทรง เป็น ผู้ บริสุทธิ์ ประชาชาติ ทั้งปวง จะ มา นมัสการ จำเพาะ พระ พักตร์ พระองค์ เพราะ ว่า การ พิพากษา ของ พระองค์ ปรากฏ แจ้ง แล้ว” {15:5} ต่อ จาก นี้ ข้าพเจ้า ได้ แล เห็น และ ดู เถิด พระ วิหาร ของ พลับพลา แห่ง สักขี พยาน ใน สวรรค์ เปิด ออก {15:6} และ ทูต สวรรค์ ทั้ง เจ็ด องค์ ที่ ถือ ภัย พิบัติ ทั้ง เจ็ด ได้ ออก มา จาก พระ วิหาร นั้น นุ่งห่ม ผ้าป่าน สี ขาว และ บริสุทธิ์ และ คาด รัดประคด ทองคำ {15:7} และ สัตว์ ตัว หนึ่ง ใน สี่ ตัว นั้น ได้ เอา ขัน ทองคำ เจ็ด ใบ เต็ม ด้วย พระ พิโรธ ของ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่ เป็น นิตย์ ส่ง ให้ แก่ ทูต สวรรค์ ทั้ง เจ็ด องค์ นั้น {15:8} และ พระ วิหาร ก็ เต็ม ไป ด้วย ควัน ซึ่ง มา จาก สง่าราศี ของ พระเจ้า และ จาก ฤทธา นุ ภาพ ของ พระองค์ และ ไม่ มี ผู้ ใด สามารถ เข้า ไป ใน พระ วิหาร นั้น ได้ จน กว่า ภัย พิบัติ ทั้ง เจ็ด ของ ทูต สวรรค์ เจ็ด องค์ นั้น จะ ได้ สิ้นสุด ลง {16:1} แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ได้ยิน เสียง ดัง ออก มา จาก พระ วิหาร สั่ง ทูต สวรรค์ ทั้ง เจ็ด องค์ นั้น ว่า “ จง ไป เถิด เอา ขัน ทั้ง เจ็ด ใบ ที่ เต็ม ไป ด้วย พระ พิโรธ ของ พระเจ้า เท ลง บน แผ่นดิน โลก” {i16:2} ขัน ใบ แรก (แผล ร้าย ที่ มี หนอง) {16:2} ทูต สวรรค์ องค์ แรก จึง ออก ไป และ เท ขัน ของ ตน ลง บน แผ่นดิน โลก และ คน ทั้งหลาย ที่ มี เครื่องหมาย ของ สัตว์ ร้าย และ บูชา รูป ของ มัน ก็ เกิด เป็น แผล ร้าย ที่ เป็น หนอง มี ทุกข์ เวทนา แสน สาหัส {i16:3} ขัน ใบ ที่ สอง (ทะเล เป็น เหมือน เลือด) {16:3} ทูต สวรรค์ องค์ ที่ สอง ก็ เท ขัน ของ ตน ลง ใน ทะเล และ ทะเล ก็ กลาย เป็น เหมือน เลือด ของ คน ตาย และ บรรดา สิ่ง ที่ มี ชีวิต อยู่ ใน ทะเล นั้น ก็ ตาย หมด สิ้น {i16:4} ขัน ใบ ที่ สาม (แม่น้ำ ทั้งหลาย กลาย เป็น เลือด) {16:4} ทูต สวรรค์ องค์ ที่ สาม เท ขัน ของ ตน ลง ที่ แม่น้ำ และ บ่อ น้ำพุ ทั้งปวง และ น้ำ เหล่า นั้น ก็ กลาย เป็น เลือด {16:5} และ ข้าพเจ้า ได้ยิน ทูต สวรรค์ แห่ง น้ำ ร้อง ว่า “ โอ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ดำรง อยู่ บัดนี้ และ ผู้ ได้ ทรง ดำรง อยู่ ใน กาล ก่อน และ ผู้ จะ ทรง ดำรง อยู่ ใน อนาคต พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ชอบธรรม เพราะ พระองค์ ทรง พิพากษา อย่าง นั้น {16:6} เพราะ เขา ทั้งหลาย ได้ กระทำ ให้ โลหิต ของ พวก วิ สุทธิ ชน และ ของ พวก ศาสดา พยากรณ์ ไหล ออก และ พระองค์ ได้ ประทาน โลหิต ให้ เขา ดื่ม ด้วย เขา ทั้งหลาย ก็ สมควร อยู่ แล้ว” {16:7} และ ข้าพเจ้า ได้ยิน ทูต สวรรค์ อีก องค์ หนึ่ง ซึ่ง อยู่ ที่ แท่น บูชา ร้อง ว่า “ จริง อย่าง นั้น พระเจ้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ สูง สุด การ พิพากษา ของ พระองค์ เที่ยงตรง และ ชอบธรรม แล้ว” {i16:8} ขัน ใบ ที่ สี่ (ความ ร้อน อัน น่า กลัว จาก ดวง อาทิตย์) {16:8} ทูต สวรรค์ องค์ ที่ สี่ เท ขัน ของ ตน ลง ที่ ดวง อาทิตย์ และ ทรง ให้ อำนาจ แก่ ดวง อาทิตย์ นั้น ที่ จะ คลอก มนุษย์ ด้วย ไฟ {16:9} ความ ร้อน แรง กล้า ได้ คลอก คน ทั้งหลาย และ พวก เขา พูด หมิ่น ประมาท พระ นาม ของ พระเจ้า ผู้ ซึ่ง มี ฤทธิ์ เหนือ ภัย พิบัติ เหล่า นั้น และ พวก เขา ไม่ ได้ กลับ ใจ และ ไม่ ได้ ถวาย พระ เกียรติ แด่ พระองค์ {i16:10} ขัน ใบ ที่ ห้า (ความ มืด ใน อาณาจักร ของ สัตว์ ร้าย) {16:10} ทูต สวรรค์ องค์ ที่ ห้า เท ขัน ของ ตน ลง บน ที่นั่ง ของ สัตว์ ร้าย นั้น และ อาณาจักร ของ มัน ก็ มืด ไป คน เหล่า นั้น ได้ กัด ลิ้น ของ ตน ด้วย ความ เจ็บ ปวด {16:11} และ พูด หมิ่น ประมาท พระเจ้า แห่ง สวรรค์ เพราะ ความ เจ็บ ปวด และ เพราะ แผล ที่ มี หนอง ตาม ตัว ของ เขา แต่ เขา ไม่ ได้ กลับ ใจ เสีย ใหม่ จาก การ ประพฤติ ของ ตน {i16:12} ขัน ใบ ที่ หก (การ เตรียม ทาง ไว้ สำหรับ พวก กษัตริย์ แห่ง ทิศ ตะวัน ออก) {16:12} ทูต สวรรค์ องค์ ที่ หก เท ขัน ของ ตน ลง ที่ แม่น้ำ ใหญ่ คือ แม่น้ำ ยู เฟรติส ทำให้ น้ำ ใน แม่น้ำ นั้น แห้ง ไป เพื่อ เตรียม มรรคา ไว้ สำหรับ บรรดา กษัตริย์ ที่ มา จาก ทิศ ตะวัน ออก {16:13} และ ข้าพเจ้า เห็น ผี โสโครก สาม ตน รูปร่าง คล้าย กบ ออก มา จาก ปาก พญา นาค และ ออก จาก ปาก สัตว์ ร้าย นั้น และ ออก จาก ปาก ของ ผู้ พยากรณ์ เท็จ {16:14} ด้วย ว่า ผี เหล่า นั้น เป็น ผี ร้าย กระทำ การ อัศจรรย์ มัน ออก ไป หา กษัตริย์ ทั้งปวง แห่ง แผ่นดิน โลก คือ ทั่ว พิภพ เพื่อ ให้ บรรดา กษัตริย์ เหล่า นั้น ร่วม กัน ทำ สงคราม ใน วัน ยิ่งใหญ่ ของ พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ สูง สุด {16:15} “ จง ดู เถิด เรา จะ มา เหมือน ขโมย ผู้ ที่ เฝ้า ระวัง ให้ ดี และ รักษา เสื้อ ผ้า ของ ตน จะ เป็น สุข เกลือก ว่า ผู้ นั้น จะ เดิน เปลือย กาย และ คน ทั้งหลาย จะ ได้ เห็น ความ น่า ละอาย ของ เขา” {16:16} และ มัน ให้ เขา ทั้งหลาย ชุมนุม ที่ ตำบล หนึ่ง ซึ่ง ภาษา ฮีบรู เรียก ว่า อา ร มา เกด โดน {i16:17} ขัน ใบ ที่ เจ็ด (ความ พินาศ ของ บาบิโลน) {16:17} ทูต สวรรค์ องค์ ที่ เจ็ด ได้ เท ขัน ของ ตน ลง ใน อากาศ และ มี พระ สุรเสียง ดัง ออก มา จาก พระ ที่นั่ง ใน พระ วิหาร แห่ง สวรรค์ ว่า “ สำเร็จ แล้ว” {16:18} และ เกิด มี เสียง ต่างๆ มี ฟ้า ร้อง มี ฟ้า แลบ และ เกิด แผ่นดิน ไหว ครั้ง ใหญ่ ซึ่ง ตั้งแต่ มี มนุษย์ เกิด มา บน แผ่นดิน โลก ไม่ เคย มี แผ่นดิน ไหว ร้ายแรง และ ยิ่งใหญ่ เช่น นี้ เลย {16:19} มหา นคร นั้น ก็ แยก ออก เป็น สาม ส่วน และ บ้านเมือง ของ นานา ประชาชาติ ก็ ล่มจม มหา นคร บาบิโลน นั้น ก็ อยู่ ใน ความ ทรง จำ ต่อ เบื้อง พระ พักตร์ พระเจ้า เพื่อ จะ ให้ นคร นั้น ดื่ม ถ้วย เหล้า องุ่น แห่ง พระ พิโรธ อัน ใหญ่ หลวง ของ พระองค์ {16:20} และ บรรดา เกาะ ต่างๆ ก็ หนี หาย ไป และ ภูเขา ทั้งหลาย ก็ ไม่ มี ผู้ ใด พบ {16:21} และ มี ลูบ เห็บ ใหญ่ ตกลง มา จาก ฟ้า ถูก คน ทั้งปวง แต่ละ ก้อน หนัก ประมาณ ห้า สิบ กิโลกรัม คน ทั้งหลาย จึง พูด หมิ่น ประมาท พระเจ้า เพราะ ภัย พิบัติ ที่ เกิด จาก ลูกเห็บ นั้น เพราะ ว่า ภัย พิบัติ จาก ลูกเห็บ นั้น ร้ายแรง ยิ่งนัก {i17:1} การ พิพากษา ลงโทษ แม่ ของ หญิง แพศยา ทั้งหลาย {17:1} ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ใน เจ็ด องค์ ที่ ถือ ขัน เจ็ด ใบ นั้น มา หา ข้าพเจ้า และ พูด ว่า “ เชิญ มา ที่ นี่ เถิด ข้าพเจ้า จะ ให้ ท่าน ดู การ พิพากษา ลงโทษ หญิง แพศยา คน สำคัญ ที่นั่ง อยู่ บน น้ำ มาก หลาย {17:2} คือ หญิง ที่ บรรดา กษัตริย์ ทั่ว แผ่นดิน โลก ได้ ล่วง ประเวณี ด้วย และ คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน แผ่นดิน โลก ก็ ได้ มัวเมา ด้วย เหล้า องุ่น แห่ง การ ล่วง ประเวณี ของ เธอ” {17:3} ทูต สวรรค์ องค์ นั้น ได้ นำ ข้าพเจ้า เข้า ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร โดย พระ วิญญาณ และ ข้าพเจ้า ได้ เห็น ผู้หญิง คน หนึ่ง นั่ง อยู่ บน สัตว์ ร้าย สี แดง เข้ม ตัว หนึ่ง ซึ่ง มี ชื่อ หลาย ชื่อ เป็น คำ หมิ่น ประมาท เต็ม ไป ทั้ง ตัว มัน มี เจ็ด หัว และ สิบ เขา {17:4} หญิง นั้น นุ่งห่ม ด้วย ผ้า สี ม่วง และ สี แดง เข้ม และ ประดับ ด้วย เครื่อง ทองคำ เพชร พลอย ต่างๆ และ ไข่มุก หญิง นั้น ถือ ถ้วย ทองคำ ที่ เต็ม ด้วย สิ่ง น่า สะอิดสะเอียน และ ของ โสโครก แห่ง การ ล่วง ประเวณี ของ ตน {17:5} และ ที่ หน้าผาก ของ หญิง นั้น เขียน ชื่อ ไว้ ว่า “ ความ ลึกลับ บาบิโลน มหา นคร แม่ ของ หญิง แพศยา ทั้งหลาย และ แม่ แห่ง สิ่ง ทั้งปวง ที่ น่า สะอิดสะเอียน แห่ง แผ่นดิน โลก” {17:6} และ ข้าพเจ้า เห็น หญิง นั้น เมามาย ด้วย โลหิต ของ พวก วิสุทธิชน และ โลหิต ของ คน ทั้งหลาย ที่ พลี ชีพ เพื่อ เป็น พยาน ของ พระ เยซู เมื่อ ข้าพเจ้า เห็น หญิง นั้น แล้ว ข้าพเจ้า ก็ อัศจรรย์ ใจ ยิ่งนัก {17:7} ทูต สวรรค์ องค์ นั้น จึง ถาม ข้าพเจ้า ว่า “ เหตุ ไฉน ท่าน จึง อัศจรรย์ ใจ ข้าพเจ้า จะ บอก ให้ ท่าน รู้ ถึง ความ ลึกลับ ของ หญิง นั้น และ ของ สัตว์ ร้าย ที่ มี เจ็ด หัว และ สิบ เขา ที่ เป็น พาหนะ ของ หญิง นั้น {i17:8} กษัตริย์ ทั้งหลาย เป็น พันธมิตร กับ ปฏิปักษ์ ต่อ พระ คริสต์ {17:8} สัตว์ ร้าย ที่ ท่าน ได้ เห็น นั้น เป็นอยู่ ใน กาล ก่อน แต่ บัดนี้ มิ ได้ เป็น และ มัน จะ ขึ้น มา จาก เหว ที่ ไม่ มี ก้น เหว เพื่อ ไป สู่ ความ พินาศ แล้ว และ คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน โลก ซึ่ง ไม่ มี ชื่อ จด ไว้ ใน หนังสือ แห่ง ชีวิต ตั้งแต่ แรก ทรง สร้าง โลก นั้น ก็ จะ อัศจรรย์ ใจ เมื่อ เขา เห็น สัตว์ ร้าย ซึ่ง ได้ เป็นอยู่ ใน กาล ก่อน แต่ บัดนี้ มิ ได้ เป็น และ กำลัง จะ เป็น {17:9} นี่ ต้อง ใช้ สติปัญญา หัว ทั้ง เจ็ด นั้น คือ ภูเขา เจ็ด ยอด ที่ หญิง นั้น นั่ง อยู่ {17:10} และ มี กษัตริย์ เจ็ด องค์ ซึ่ง ห้า องค์ ได้ ล่วง ไป แล้ว องค์ หนึ่ง กำลัง เป็นอยู่ และ อีก องค์ หนึ่ง นั้น ยัง ไม่ ได้ เป็น ขึ้น และ เมื่อ เป็น ขึ้น มา แล้ว จะ ต้อง ดำรง อยู่ ชั่ว ขณะ หนึ่ง {17:11} สัตว์ ร้าย ที่ เป็น แล้ว เมื่อ ก่อน แต่ เดี๋ยวนี้ ไม่ ได้ เป็น นั้น ก็ เป็น ที่ แปด แต่ ก็ ยัง เป็น องค์ หนึ่ง ใน เจ็ด องค์ นั้น และ จะ ไป สู่ ความ พินาศ {17:12} เขา ทั้ง สิบ เขา ที่ ท่าน ได้ เห็น นั้น คือ กษัตริย์ สิบ องค์ ที่ ยัง ไม่ ได้ เสวย ราชสมบัติ แต่ จะ รับ อำนาจ อย่าง กษัตริย์ ด้วย กัน กับ สัตว์ ร้าย นั้น หนึ่ง ชั่วโมง {17:13} กษัตริย์ ทั้งหลาย นั้น มี น้ำ พระทัย อย่าง เดียวกัน และ ทรง มอบ ฤทธิ์ และ อำนาจ ของ ตน ไว้ แก่ สัตว์ ร้าย นั้น {17:14} กษัตริย์ เหล่า นี้ จะ กระทำ สงคราม กับ พระ เมษ โปดก และ พระ เมษ โปดก จะ ทรง ชนะ พวก เขา เพราะ ว่า พระองค์ ทรง เป็น เจ้านาย เหนือ เจ้านาย ทั้งหลาย และ ทรง เป็น พระ มหา กษัตริย์ เหนือ กษัตริย์ ทั้งหลาย และ ผู้ ที่ อยู่ กับ พระองค์ นั้น เป็น ผู้ ที่ พระองค์ ได้ ทรง เรียก และ ทรง เลือก ไว้ และ เป็น ผู้ ที่ สัตย์ ซื่อ” {17:15} และ ทูต สวรรค์ นั้น บอก ข้าพเจ้า ว่า “ น้ำ มาก หลาย ที่ ท่าน ได้ เห็น หญิง แพศยา นั่ง อยู่ นั้น ก็ คือ ชน ชาติ มวลชน ประชาชาติ และ ภาษา ต่างๆ {17:16} เขา สิบ เขา ที่ ท่าน ได้ เห็น อยู่ บน สัตว์ ร้าย จะ พา กัน เกลียด ชัง หญิง แพศยา นั้น จะ กระทำ ให้ นาง โดดเดี่ยว อ้างว้าง และ เปลือย กาย และ จะ กิน เนื้อ ของ หญิง นั้น และ เผา นาง เสีย ด้วย ไฟ {17:17} เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง ดลใจ เขา ให้ กระทำ ตาม พระทัย ของ พระองค์ โดย การ ทรง ทำให้ พวก เขา มี ความคิด อย่าง เดียวกัน และ มอบ อาณาจักร ของ เขา ให้ แก่ สัตว์ ร้าย นั้น จน ถึง จะ สำเร็จ ตาม พระ วจนะ ของ พระเจ้า {17:18} และ ผู้หญิง ที่ ท่าน เห็น นั้น ก็ คือ นคร ใหญ่ ที่ มี อำนาจ เหนือ กษัตริย์ ทั้งหลาย ทั่ว แผ่นดิน โลก” {i18:1} นคร บาบิโลน ล่มจม {18:1} ภายหลัง เหตุการณ์ เหล่า นี้ ข้าพเจ้า ก็ ได้ เห็น ทูต สวรรค์ อีก องค์ หนึ่ง ลง มา จาก สวรรค์ ท่าน มี อำนาจ ใหญ่ ยิ่ง และ รัศมี ของ ท่าน ได้ ทำให้ แผ่นดิน โลก สว่าง ไป {18:2} ท่าน ได้ ร้อง ประกาศ ด้วย เสียง กึกก้อง ว่า “ บาบิโลน มหา นคร ล่มจม แล้ว ล่มจม แล้ว กลาย เป็น ที่ อาศัย ของ ผี ปิศาจ เป็น ที่ คุม ขัง ของ ผี โสโครก ทุก อย่าง และ เป็น กรง ของ นก ทุก อย่าง ที่ ไม่ สะอาด และ น่า เกลียด {18:3} เพราะ ว่า ประชาชาติ ทั้งปวง ได้ ดื่ม เหล้า องุ่น แห่ง ความ เดือดดาล ใน การ ล่วง ประเวณี ของ นคร นั้น และ บรรดา กษัตริย์ บน แผ่นดิน โลก ได้ ล่วง ประเวณี กับ นคร นั้น และ พ่อค้า ทั้งหลาย แห่ง แผ่นดิน โลก ก็ ได้ มั่งมี ขึ้น ด้วย ทรัพย์ ฟุ่มเฟือย ของ นคร นั้น” {18:4} และ ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง อีก เสียง หนึ่ง ประกาศ มา จาก สวรรค์ ว่า “ ชน ชาติ ของ เรา จง ออก มา จาก นคร นั้น เถิด เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ ไม่ มี ส่วน ใน การ บาป ของ นคร นั้น และ เพื่อ ท่าน จะ ไม่ ต้อง รับ ภัย พิบัติ ที่ จะ เกิด แก่ นคร นั้น {18:5} เพราะ ว่า บาป ของ นคร นั้น กอง สูง ขึ้น ถึง สวรรค์ แล้ว และ พระเจ้า ได้ ทรง จำ ความ ชั่วช้า แห่ง นคร นั้น ได้ {18:6} นคร นั้น ได้ ให้ ผล อย่างไร ก็ จง ให้ ผล แก่ นคร นั้น อย่าง นั้น และ จง ตอบแทน การ กระทำ ของ นคร นั้น เป็น สอง เท่า ใน ถ้วย ที่ นคร นั้น ได้ ผสม ไว้ ก็ จง ผสม ลง เป็น สอง เท่า ให้ นคร นั้น {18:7} นคร นั้น ได้ เย่อหยิ่ง จองหอง และ มี ชีวิต อย่าง หรูหรา มาก เท่าใด ก็ จง ให้ นคร นั้น ได้ รับ การ ทรมาน และ ความ ระทม ทุกข์ มาก เท่านั้น เพราะ ว่า นคร นั้น ทะนง ใจ ว่า ‘ เรา ดำรง อยู่ ใน ตำแหน่ง ราชินี ไม่ ใช่ หญิง ม่าย เรา จะ ไม่ ประสบ ความ ระทม ทุกข์ เลย’ {18:8} เหตุ ฉะนั้น ภัย พิบัติ ต่างๆ ของ นคร นั้น จะ เกิด ขึ้น ใน วัน เดียว ความ ตาย และ ความ ระทม ทุกข์ การ กันดาร อาหาร และ ไฟ จะ เผา นคร นั้น ให้ พินาศ หมด สิ้น เพราะ ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ผู้ ทรง พิพากษา นคร นั้น ทรง อานุภาพ ยิ่งใหญ่” {i18:9} กษัตริย์ และ พ่อค้า แห่ง แผ่นดิน โลก คร่ำครวญ ต่อ บาบิโลน {18:9} บรรดา กษัตริย์ แห่ง แผ่นดิน โลก ที่ ได้ ล่วง ประเวณี กับ นคร นั้น และ ได้ มี ชีวิต อย่าง หรูหรา ร่วม กัน นั้น เมื่อ ได้ เห็น ควัน ไฟ ที่ ไหม้ นคร นั้น ก็ จะ พิลาป ร่ำไห้ คร่ำครวญ เพราะ นคร นั้น {18:10} พวก กษัตริย์ จะ ยืน อยู่ แต่ ห่างๆ เพราะ กลัว ภัย แห่ง การ ทรมาน ของ นคร นั้น และ จะ กล่าว ว่า “ อนิจจา เอ๋ย อนิจจา เอ๋ย บาบิโลน มหา นคร ที่ ยิ่งใหญ่ นคร ที่ แข็งแรง เพราะ เจ้า ได้ รับ การ พิพากษา โทษ ให้ พินาศ ไป ภายใน ชั่วโมง เดียว เท่านั้น” {18:11} บรรดา พ่อค้า ใน แผ่นดิน โลก จะ ร่ำไห้ คร่ำครวญ เพราะ นคร นั้น เพราะ ว่า ไม่ มี ใคร ซื้อ สินค้า ของ เขา อีก ต่อ ไป แล้ว {18:12} สินค้า เหล่า นั้น คือ ทองคำ เงิน เพชร พลอย ต่างๆ ไข่มุก ผ้าป่าน เนื้อ ละเอียด ผ้า สี ม่วง ผ้า ไหม ผ้า สี แดง เข้ม ไม้ หอม ทุก ชนิด บรรดา ภาชนะ ที่ ทำ ด้วย งา บรรดา ภาชนะ ไม้ ที่ มี ราคา มาก ภาชนะ ทองสัมฤทธิ์ ภาชนะ เหล็ก ภาชนะ หินอ่อน {18:13} อบเชย เครื่องเทศ เครื่อง หอม กำยาน เหล้า องุ่น น้ำมัน ยอด แป้ง ข้าว สาลี สัตว์ ต่างๆ แกะ ม้า รถ รบ และ ทาส และ ชีวิต มนุษย์ {18:14} และ ผล ซึ่ง จิต ของ เจ้า กระหาย ใคร่ ได้ นั้น ก็ ล่วง พ้น ไป จาก เจ้า แล้ว สิ่ง สารพัด อัน วิเศษ ยิ่ง และ หรูหรา ก็ พินาศ ไป จาก เจ้า แล้ว และ เจ้า จะ ไม่ ได้ พบ มัน อีก เลย {18:15} บรรดา พ่อค้า ที่ ได้ ขาย สิ่งของ เหล่า นั้น จน เป็น คน มั่งมี เพราะ นคร นั้น จะ ยืน อยู่ แต่ ไกล เพราะ กลัว ภัย จาก การ ทรมาน ของ นคร นั้น พวก เขา จะ ร้องไห้ คร่ำครวญ ด้วย เสียง ดัง {18:16} ว่า “ อนิจจา เอ๋ย อนิจจา เอ๋ย มหา นคร นั้น ที่ ได้ นุ่งห่ม ผ้าป่าน เนื้อ ละเอียด ผ้า สี ม่วง และ ผ้า สี แดง เข้ม ที่ ได้ ประดับ ด้วย ทองคำ เพชร พลอย ต่างๆ และ ไข่มุก นั้น {18:17} เพียง ใน ชั่วโมง เดียว ทรัพย์ สมบัติ อัน ยิ่งใหญ่ นั้น ก็ พินาศ สูญ ไป สิ้น” และ นาย เรือ ทุก คน คน ที่ โดยสาร เรือ พวก ลูกเรือ และ คน ทั้งหลาย ที่ มี อาชีพ ทาง ทะเล ก็ ได้ ยืน อยู่ แต่ ห่างๆ {18:18} และ เมื่อ คน เหล่า นั้น ได้ เห็น ควัน ไฟ ที่ ไหม้ นคร นั้น ก็ ร้อง ว่า “ นคร ใด เล่า จะ เป็น เหมือน มหา นคร นี้” {18:19} และ เขา ทั้งหลาย ก็ โปรย ผง คลี ลง บน ศีรษะ ของ ตน พลาง ร้องไห้ คร่ำครวญ ว่า “ อนิจจา เอ๋ย อนิจจา เอ๋ย มหา นคร นั้น อัน เป็น ที่ ซึ่ง คน ทั้งปวง ที่ มี เรือกำปั่น เดิน ทะเล ได้ กลาย เป็น คน มั่งมี ด้วย เหตุ จาก สิ่งของ มี ค่า ของ นคร นั้น เพราะ ภายใน ชั่วโมง เดียว นคร นั้น ก็ เป็น ที่ รกร้าง ไป” {i18:20} การ ชื่นชม ยินดี ใน สวรรค์ ต่อ การ พิพากษา ของ พระเจ้า {18:20} เมือง สวรรค์ พวก อัครสาวก อัน บริสุทธิ์ และ พวก ศาสดา พยากรณ์ ทั้งหลาย จง ร่าเริง ยินดี เพราะ นคร นั้น เถิด เพราะ พระเจ้า ทรง แก้ แค้น ต่อ นคร นั้น ให้ ท่าน ทั้งหลาย แล้ว {18:21} แล้ว ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ที่ มี ฤทธิ์ มาก ก็ ได้ ยก หิน ก้อน หนึ่ง เหมือน หิน โม่ ใหญ่ ทุ่ม ลง ไป ใน ทะเล แล้ว ว่า “ บาบิโลน มหา นคร นั้น จะ ถูก ทุ่ม ลง โดย แรง อย่าง นี้ แหละ และ จะ ไม่ มี ใคร เห็น นคร นั้น อีก ต่อ ไป เลย {18:22} และ จะ ไม่ มี ใคร ได้ยิน เสียง นัก ดีด พิณ เขา คู่ นัก เล่น มโหรี นัก เป่า ปี่ และ นัก เป่า แตร ใน เจ้า อีก ต่อ ไป และ ใน เจ้า จะ ไม่ มี ช่าง ใน วิชา ช่าง ต่างๆ อีก ต่อ ไป และ จะ ไม่ มี ใคร ได้ยิน เสียง โม่ แป้ง ใน เจ้า อีก ต่อ ไป {18:23} และ ใน เจ้า จะ ไม่ มี แสง ประทีป ส่อง สว่าง อีก ต่อ ไป และ จะ ไม่ มี ใคร ได้ยิน เสียง เจ้าบ่าว เจ้าสาว ใน เจ้า อีก ต่อ ไป เพราะ ว่า บรรดา พ่อค้า ของ เจ้า ได้ เป็น คน ใหญ่ โต แห่ง แผ่นดิน โลก แล้ว และ โดย วิทยาคม ของ เจ้า ได้ ล่อลวง บรรดา ประชาชาติ ให้ ลุ่มหลง {18:24} และ ใน นคร นั้น เขา ได้ พบ โลหิต ของ พวก ศาสดา พยากรณ์ และ พวก วิสุทธิชน และ บรรดา คน ที่ ถูก ฆ่า บน แผ่นดิน โลก” {i19:1} อา เลลู ยา บน สวรรค์ {19:1} ภายหลัง เหตุการณ์ เหล่า นี้ ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง ดัง กึกก้อง ของ ฝูง ชน จำนวน มาก ใน สวรรค์ ร้อง ว่า “ อา เลลูยา ความ รอด สง่าราศี พระ เกียรติ และ ฤทธิ์ เดช จง มี แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ของ เรา {19:2} ‘ เพราะ ว่า การ พิพากษา ของ พระองค์ เที่ยงตรง และ ชอบธรรม’ พระองค์ ได้ ทรง พิพากษา ลงโทษ หญิง แพศยา คน สำคัญ นั้น ที่ ได้ กระทำ ให้ แผ่นดิน โลก ชั่ว ไป ด้วย การ ล่วง ประเวณี ของ นาง และ ‘ พระองค์ ได้ ทรง แก้ แค้น ผู้หญิง นั้น เพื่อ ทดแทน โลหิต แห่ง พวก ผู้ รับใช้ ของ พระองค์’” {19:3} คน เหล่า นั้น ร้อง อีก ครั้ง ว่า “ อา เลลูยา ‘ ควัน ไฟ ที่ เกิด จาก นคร นั้น พลุ่ง ขึ้น ตลอด ไป เป็น นิตย์’” {19:4} และ พวก ผู้ อาวุโส ทั้ง ยี่ สิบ สี่ คน กับ สัตว์ ทั้ง สี่ นั้น ก็ ได้ ทรุด ตัว ลง นมัสการ พระเจ้า ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง นั้น และ ร้อง ว่า “ เอ เมน อา เลลูยา” {19:5} และ มี เสียง ออก มา จาก พระ ที่นั่ง ว่า “‘ ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ ผู้ ที่ ยำเกรง พระองค์ ทั้ง ผู้น้อย และ ผู้ใหญ่ จง สรรเสริญ พระเจ้า ของ เรา’” {19:6} แล้ว ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง ดุจ เสียง ฝูง ชน เป็น อัน มาก ดุจ เสียง น้ำ มาก หลาย และ ดุจ เสียง ฟ้า ร้อง สนั่น ว่า “ อา เลลูยา เพราะ ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ สูง สุด ทรง ครอบครอง อยู่ {i19:7} การ เลี้ยง สมรส อัน วิเศษ ของ พระ เมษ โปดก {19:7} ขอ ให้ เรา ทั้งหลาย ร่าเริง ยินดี และ ถวาย พระ เกียรติ แด่ พระองค์ เพราะ ว่า ถึง เวลา มงคล สมรส ของ พระ เมษ โปดก แล้ว และ มเหสี ของ พระองค์ ได้ เตรียม ตัว พร้อม แล้ว {19:8} และ ทรง โปรด ให้ เธอ สวม ผ้าป่าน เนื้อ ละเอียด สะอาด และ ขาว เพราะ ผ้าป่าน เนื้อ ละเอียด นั้น เป็น ความ ชอบธรรม ของ พวก วิสุทธิชน” {19:9} และ ทูต สวรรค์ องค์ นั้น สั่ง ข้าพเจ้า ว่า “ จง เขียน ไว้ เถิด ว่า ความ สุข มี แก่ คน ทั้งหลาย ที่ ได้ รับ เชิญ มา ใน การ มงคล สมรส ของ พระ เมษ โปดก” และ ท่าน บอก ข้าพเจ้า ว่า “ ถ้อยคำ เหล่า นี้ เป็น พระ ดำรัส แท้ ของ พระเจ้า” {19:10} แล้ว ข้าพเจ้า ได้ ทรุด ตัว ลง แทบ เท้า ของ ท่าน เพื่อ จะ นมัสการ ท่าน แต่ ท่าน ได้ กล่าว แก่ ข้าพเจ้า ว่า “ อย่า เลย ข้าพเจ้า เป็น เพื่อน ผู้ รับใช้ เหมือน กับ ท่าน และ พวก พี่น้อง ของ ท่าน ที่ ยึดถือ คำ พยาน ของ พระ เยซู จง นมัสการ พระเจ้า เถิด เพราะ ว่า คำ พยาน ของ พระ เยซู นั้น เป็น หัวใจ ของ การ พยากรณ์” {i19:11} การ เสด็จ กลับ มา สู่ แผ่นดิน โลก ของ พระ คริสต์ พร้อม ด้วย เหล่า พล โยธา ของ พระองค์ {19:11} แล้ว ข้าพเจ้า ได้ เห็น สวรรค์ เปิด ออก และ ดู เถิด มี ม้า ขาว ตัว หนึ่ง พระองค์ ผู้ ทรง ม้า นั้น มี พระ นาม ว่า “ สัตย์ ซื่อ และ สัตย์ จริง” พระองค์ ทรง พิพากษา และ กระทำ สงคราม ด้วย ความ ชอบธรรม {19:12} พระ เนตร ของ พระองค์ ดุจ เปลว ไฟ และ บน พระ เศียร ของ พระองค์ มี มงกุฎ หลาย อัน และ พระองค์ ทรง มี พระ นาม จารึก ไว้ ซึ่ง ไม่ มี ผู้ ใด รู้จัก เลย นอกจาก พระองค์ เอง {19:13} พระองค์ ทรง ฉลอง พระองค์ ที่ จุ่ม เลือด และ พระ นาม ที่ เรียก พระองค์ นั้น คือ “ พระ วาทะ ของ พระเจ้า” {19:14} เหล่า พล โยธา ใน สวรรค์ สวม อาภรณ์ ผ้าป่าน เนื้อ ละเอียด ขาว และ สะอาด ได้ นั่ง บน หลัง ม้า ขาว ตาม เสด็จ พระองค์ ไป {19:15} มี พระ แสง คม ออก มา จาก พระ โอษฐ์ ของ พระองค์ เพื่อ พระองค์ จะ ได้ ทรง ฟัน ฟาด บรรดา นานา ประชาชาติ ด้วย พระ แสง นั้น และ พระองค์ จะ ทรง ครอบครอง เขา ด้วย คทา เหล็ก พระองค์ จะ ทรง เหยียบ บ่อ ย่ำ องุ่น แห่ง พระ พิโรธ อัน เฉียบขาด ของ พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ สูง สุด {19:16} พระองค์ ทรง มี พระ นาม จารึก ที่ ฉลอง พระองค์ และ ที่ ต้น พระ อูรุ ของ พระองค์ ว่า “ พระ มหา กษัตริย์ แห่ง มหา กษัตริย์ ทั้งปวง และ เจ้านาย แห่ง เจ้านาย ทั้งปวง” {i19:17} การ ชุมนุม ของ ฝูง นก ใน ท้อง ฟ้า {19:17} แล้ว ข้าพเจ้า เห็น ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ยืน อยู่ บน ดวง อาทิตย์ ท่าน ร้อง ประกาศ แก่ นก ทั้งปวง ที่ บิน อยู่ ใน ท้อง ฟ้า ด้วย เสียง อัน ดัง ว่า “ จง มา ประชุม กัน ใน การ เลี้ยง ของ พระเจ้า ยิ่งใหญ่ {19:18} เพื่อ จะ ได้ กิน เนื้อ กษัตริย์ เนื้อ นาย ทหาร เนื้อ คน มี บรรดาศักดิ์ เนื้อ ม้า และ เนื้อ คน ที่นั่ง บน ม้า และ เนื้อ ประชาชน ทั้ง ไทย และ ทาส ทั้ง ผู้น้อย และ ผู้ใหญ่” {19:19} และ ข้าพเจ้า เห็น สัตว์ ร้าย นั้น และ บรรดา กษัตริย์ บน แผ่นดิน โลก พร้อม ทั้ง พลรบ ของ กษัตริย์ เหล่า นั้น มา ประชุม กัน จะ ทำ สงคราม กับ พระองค์ ผู้ ทรง ม้า และ กับ พล โยธา ของ พระองค์ {i19:20} ปลายทาง ปฏิปักษ์ ต่อ พระ คริสต์ ผู้ พยากรณ์ เท็จ และ กองทัพ ของ เขา {19:20} สัตว์ ร้าย นั้น ถูก จับ พร้อม ด้วย ผู้ พยากรณ์ เท็จ ที่ ได้ กระทำ การ อัศจรรย์ ต่อ หน้า สัตว์ ร้าย นั้น และ ใช้ การ อัศจรรย์ นั้น ล่อลวง คน ทั้งหลาย ที่ ได้ รับ เครื่องหมาย ของ สัตว์ ร้าย นั้น และ บูชา รูป ของ มัน สัตว์ ร้าย และ ผู้ พยากรณ์ เท็จ ถูก ทิ้ง ทั้ง เป็น ลง ใน บึง ไฟ ที่ ไหม้ ด้วย กำมะถัน {19:21} และ คน ที่ เหลือ อยู่ นั้น ก็ ถูก ฆ่า ด้วย พระ แสง ที่ ออก มา จาก พระ โอษฐ์ ของ พระองค์ ผู้ ทรง ม้า นั้น เสีย และ นก ทั้งปวง ก็ กิน เนื้อ ของ คน เหล่า นั้น จน อิ่ม {i20:1} ซาตาน ถูก ขัง ไว้ พัน ปี {20:1} แล้ว ข้าพเจ้า เห็น ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ลง มา จาก สวรรค์ ท่าน ถือ ลูกกุญแจ ของ เหว ที่ ไม่ มี ก้น เหว นั้น และ ถือ โซ่ ใหญ่ {20:2} และ ท่าน ได้ จับ พญา นาค ซึ่ง เป็น งู ดึกดำบรรพ์ ผู้ ซึ่ง เป็น พญา มาร และ ซาตาน และ ล่าม มัน ไว้ พัน ปี {20:3} แล้ว ทิ้ง มัน ลง ไป ใน เหว ที่ ไม่ มี ก้น เหว นั้น แล้ว ได้ ลั่น กุญแจ ประทับ ตรา เพื่อ ไม่ ให้ มัน ล่อลวง บรรดา ประชาชาติ ได้ อีก ต่อ ไป จน ครบ กำหนด พัน ปี แล้ว หลัง จาก นั้น จะ ต้อง ปล่อย มัน ออก ไป ชั่ว ขณะ หนึ่ง {i20:4} การ ฟื้น ขึ้น ของ คริสเตียน เพื่อ ครอบครอง ร่วม กับ พระ คริสต์ {20:4} ข้าพเจ้า ได้ เห็น บัลลังก์ หลาย บัลลังก์ และ ผู้ ที่นั่ง บน บัลลังก์ นั้น ทรง มอบ ให้ เป็น ผู้ ที่ จะ พิพากษา และ ข้าพเจ้า ยัง ได้ เห็น ดวง วิญญาณ ของ คน ทั้งปวง ที่ ถูก ตัด ศีรษะ เพราะ เป็น พยาน ของ พระ เยซู และ เพราะ พระ วจนะ ของ พระเจ้า และ เป็น ผู้ ที่ ไม่ ได้ บูชา สัตว์ ร้าย นั้น หรือ รูป ของ มัน และ ไม่ ได้ รับ เครื่องหมาย ของ มัน ไว้ ที่ หน้าผาก หรือ ที่ มือ ของ เขา คน เหล่า นั้น กลับ มี ชีวิต ขึ้น มา ใหม่ และ ได้ ครอบครอง ร่วม กับ พระ คริสต์ เป็น เวลา พัน ปี {20:5} แต่ คน อื่นๆ ที่ ตาย แล้ว ไม่ ได้ กลับ มี ชีวิต อีก จน กว่า จะ ครบ กำหนด พัน ปี นี่แหละ คือ การ ฟื้น จาก ความ ตาย ครั้ง แรก {20:6} ผู้ ใด ที่ ได้ มี ส่วน ใน การ ฟื้น จาก ความ ตาย ครั้ง แรก ก็ เป็น สุข และ บริสุทธิ์ ความ ตาย ครั้ง ที่ สอง จะ ไม่ มี อำนาจ เหนือ คน เหล่า นั้น แต่ เขา จะ เป็น ปุโรหิต ของ พระเจ้า และ ของ พระ คริสต์ และ จะ ครอบครอง ร่วม กับ พระองค์ ตลอด เวลา พัน ปี {i20:7} การ กบฏ ใน ยุค พัน ปี ซาตาน ถูก ทิ้ง ลง ใน นรก {20:7} ครั้น พัน ปี ล่วง ไป แล้ว ก็ จะ ปล่อย ซาตาน ออก จาก คุก ที่ ขัง มัน ไว้ {20:8} และ มัน จะ ออก ไป ล่อลวง บรรดา ประชาชาติ ทั้ง สี่ ทิศ ของ แผ่นดิน โลก คือ โกก และ มา โกก ให้ คน มา ชุมนุม กัน ทำ ศึก สงคราม จำนวน คน เหล่า นั้น มากมาย ดุจ เม็ด ทราย ที่ ทะเล {20:9} และ คน เหล่า นั้น ยก ขบวน ออก ไป ทั่ว แผ่นดิน โลก และ ล้อม กองทัพ ของ พวก วิสุทธิชน และ เมือง อัน เป็น ที่ รัก นั้น ไว้ แต่ ไฟ ได้ ตกลง มา จาก พระเจ้า ออก จาก สวรรค์ เผา ผลาญ คน เหล่า นั้น {20:10} ส่วน พญา มาร ที่ ล่อลวง เขา เหล่า นั้น ก็ ถูก โยน ลง ไป ใน บึง ไฟ และ กำมะถัน ที่ สัตว์ ร้าย และ ผู้ พยากรณ์ เท็จ อยู่ นั้น และ มัน ต้อง ทน ทุกข์ ทรมาน ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน ตลอด ไป เป็น นิตย์ {i20:11} การ พิพากษา บน พระ ที่นั่ง ใหญ่ สี ขาว {20:11} ข้าพเจ้า ได้ เห็น พระ ที่นั่ง ใหญ่ สี ขาว และ เห็น พระองค์ ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง นั้น และ แผ่นดิน โลก และ ฟ้า อากาศ ก็ อันตรธาน ไป จาก พระ พักตร์ พระองค์ และ ไม่ มี ที่ อยู่ สำหรับ แผ่นดิน โลก และ ฟ้า อากาศ นั้น ต่อ ไป เลย {20:12} ข้าพเจ้า ได้ เห็น บรรดา ผู้ ที่ ตาย แล้ว ทั้ง ผู้น้อย และ ผู้ใหญ่ ยืน อยู่ จำเพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า และ หนังสือ ต่างๆ ก็ เปิด ออก หนังสือ อีก ม้วน หนึ่ง ก็ เปิด ออก ด้วย คือ หนังสือ แห่ง ชีวิต และ ผู้ ที่ ตาย ไป แล้ว ก็ ถูก พิพากษา ตาม ข้อความ ที่ จารึก ไว้ ใน หนังสือ เหล่า นั้น ตาม ที่ เขา ได้ กระทำ {20:13} ทะเล ก็ ส่ง คืน คน ทั้งหลาย ที่ ตาย ใน ทะเล ความ ตาย และ นรก ก็ ส่ง คืน คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน ที่ เหล่า นั้น และ คน ทั้งหลาย ก็ ถูก พิพากษา ตาม การ กระทำ ของ ตน หมด ทุก คน {20:14} แล้ว ความ ตาย และ นรก ก็ ถูก ผลัก ทิ้ง ลง ไป ใน บึง ไฟ นี่แหละ เป็น ความ ตาย ครั้ง ที่ สอง {20:15} และ ผู้ ใด ที่ ไม่ มี ชื่อ จด ไว้ ใน หนังสือ แห่ง ชีวิต ผู้ นั้น ก็ ถูก ทิ้ง ลง ไป ใน บึง ไฟ {i21:1} เยรูซาเล็ม แห่ง สวรรค์ ลอย ลง มา จาก พระเจ้า {21:1} ข้าพเจ้า ได้ เห็น ท้อง ฟ้า ใหม่ และ แผ่นดิน โลก ใหม่ เพราะ ท้อง ฟ้า เดิม และ แผ่นดิน โลก เดิม นั้น หาย ไป หมด สิ้น แล้ว และ ทะเล ก็ ไม่ มี อีก แล้ว {21:2} ข้าพเจ้า คือ ยอห์น ได้ เห็น เมือง บริสุทธิ์ คือ กรุง เยรูซาเล็ม ใหม่ เลื่อนลอย ลง มา จาก พระเจ้า และ จาก สวรรค์ กรุง นี้ ได้ จัด เตรียม ไว้ พร้อม แล้ว เหมือน อย่าง เจ้าสาว แต่ง ตัว ไว้ สำหรับ สามี {i21:3} พลับพลา ของ พระเจ้า อยู่ กับ มนุษย์ และ สิ่ง สารพัด ถูก สร้าง ขึ้น ใหม่ {21:3} ข้าพเจ้า ได้ยิน เสียง ดัง มา จาก สวรรค์ ว่า “ ดู เถิด พลับพลา ของ พระเจ้า อยู่ กับ มนุษย์ แล้ว พระองค์ จะ ทรง สถิต กับ เขา เขา จะ เป็น ชน ชาติ ของ พระองค์ และ พระเจ้า เอง จะ ประทับ อยู่ กับ เขา และ จะ ทรง เป็น พระเจ้า ของ เขา {21:4} พระเจ้า จะ ทรง เช็ด น้ำตา ทุกๆ หยด จาก ตา ของ เขา ความ ตาย จะ ไม่ มี อีก ต่อ ไป ความ คร่ำครวญ การ ร้องไห้ และ การ เจ็บ ปวด จะ ไม่ มี อีก ต่อ ไป เพราะ ยุค เดิม นั้น ได้ ผ่าน พ้น ไป แล้ว” {21:5} พระองค์ ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง ตรัส ว่า “ ดู เถิด เรา สร้าง สิ่ง สารพัด ขึ้น ใหม่” และ พระองค์ ตรัส กับ ข้าพเจ้า ว่า “ จง เขียน ไว้ เถิด เพราะ ว่า ถ้อยคำ เหล่า นี้ เป็น คำ สัตย์ จริง และ สัตย์ ซื่อ” {21:6} พระองค์ ตรัส กับ ข้าพเจ้า ว่า “ สำเร็จ แล้ว เรา เป็น อัล ฟา และ โอเมกา เป็น ปฐม และ อวสาน ผู้ ใด กระหาย เรา จะ ให้ ผู้ นั้น ดื่ม จาก บ่อ น้ำพุ แห่ง ชีวิต โดย ไม่ ต้อง เสีย อะไร เลย {21:7} ผู้ ใด มี ชัย ชนะ ผู้ นั้น จะ ได้ รับ สิ่ง สารพัด เป็น มรดก และ เรา จะ เป็น พระเจ้า ของ เขา และ เขา จะ เป็น บุตร ของ เรา {21:8} แต่ คน ขลาด คน ไม่ เชื่อ คน ที่ น่า สะอิดสะเอียน ฆาตกร คน ล่วง ประเวณี คนใช้ เวทมนตร์ คน ไหว้ รูป เคารพ และ คน ทั้งปวง ที่ พูด มุสา นั้น จะ ได้ รับ ส่วน ของ ตน ใน บึง ที่ เผา ไหม้ ด้วย ไฟ และ กำมะถัน นั่น คือ ความ ตาย ครั้ง ที่ สอง” {i21:9} แบบ ของ เยรูซาเล็ม แห่ง สวรรค์ {21:9} ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง ใน บรรดา ทูต สวรรค์ เจ็ด องค์ ที่ ถือ ขัน เจ็ด ใบ อัน เต็ม ด้วย ภัย พิบัติ สุดท้าย ทั้ง เจ็ด ประการ นั้น ได้ มา พูด กับ ข้าพเจ้า ว่า “ เชิญ มา นี่ เถิด ข้าพเจ้า จะ ให้ ท่าน ดู เจ้าสาว ที่ เป็น มเหสี ของ พระ เมษ โปดก” {21:10} ท่าน ได้ นำ ข้าพเจ้า โดย พระ วิญญาณ ขึ้น ไป บน ภูเขา สูง ใหญ่ และ ได้ สำแดง ให้ ข้าพเจ้า เห็น เมือง ใหญ่ นั้น คือ กรุง เยรูซาเล็ม อัน บริสุทธิ์ ซึ่ง กำลัง ลอย ลง มา จาก สวรรค์ และ จาก พระเจ้า {21:11} เมือง นั้น ประกอบ ด้วย สง่าราศี ของ พระเจ้า ใส สว่าง ดุจ พลอย มณี อัน หา ค่า มิ ได้ เช่น เดียว กับ พลอย หยก อัน สุกใส เหมือน แก้ว ผลึก {21:12} เมือง นั้น มี กำแพง สูง ใหญ่ มี ประตู สิบ สอง ประตู และ ที่ ประตู มี ทูต สวรรค์ สิบ สอง องค์ และ ที่ ประตู นั้น จารึก เป็น ชื่อ ตระกูล ของ ชน ชาติ อิสราเอล สิบ สอง ตระกูล {21:13} ทาง ด้าน ตะวัน ออก มี สาม ประตู ทาง ด้าน เหนือ มี สาม ประตู ทาง ด้าน ใต้ มี สาม ประตู ทาง ด้าน ตะวัน ตก มี สาม ประตู {21:14} และ กำแพง เมือง นั้น มี ฐาน สิบ สอง ฐาน และ ที่ ฐาน นั้น จารึก ชื่อ อัครสาวก สิบ สอง คน ของ พระ เมษ โปดก {21:15} ทูต สวรรค์ องค์ ที่ พูด กับ ข้าพเจ้า นั้น ถือ ไม้ วัด ทองคำ เพื่อ จะ วัด เมือง และ วัด ประตู และ กำแพง ของ เมือง นั้น {21:16} เมือง นั้น เป็น สี่เหลี่ยม จัตุรัส กว้าง ยาว เท่า กัน และ ท่าน เอา ไม้ วัด เมือง นั้น ได้ สอง พัน สี่ ร้อย กิโลเมตร กว้าง ยาว และ สูง เท่า กัน {21:17} ท่าน วัด กำแพง เมือง นั้น ได้ เจ็ด สิบ สอง เมตร ตาม มาตร วัด ของ มนุษย์ ซึ่ง คือ มาตร วัด ของ ทูต สวรรค์ องค์ นั้น {21:18} กำแพง เมือง นั้น ก่อ ด้วย พลอย หยก และ เมือง นั้น เป็น ทองคำ บริสุทธิ์ สุกใส ดุจ แก้ว {21:19} ฐาน ของ กำแพง เมือง นั้น ประดับ ด้วย เพชร พลอย ทุก ชนิด ฐาน ที่ หนึ่ง เป็น พลอย หยก ที่ สอง ไพ ทูรย์ ที่ สาม หิน คว๊อตซ์โปร่งแสง ที่ สี่ มรกต {21:20} ที่ ห้า โกเมน ที่ หก ทับทิม ที่ เจ็ด เพชร สี เขียว ที่ แปด พลอย เขียว ที่ เก้า บุษราคัม ที่ สิบ หยก ที่ สิบ เอ็ด พลอย สี แดง ที่ สิบ สอง เป็น พลอย สี ม่วง {21:21} ประตู ทั้ง สิบ สอง ประตู นั้น เป็น ไข่มุก สิบ สอง เม็ด ประตู ละ เม็ด และ ถนน ใน เมือง นั้น เป็น ทองคำ บริสุทธิ์ ใส ราว กับ แก้ว {i21:22} พระเจ้า สถิต อยู่ กับ มนุษย์ ประตู เมือง สวรรค์ จะ ไม่ ปิด เลย {21:22} ข้าพเจ้า ไม่ เห็น มี พระ วิหาร ใน เมือง นั้น เลย เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธา นุ ภาพ สูง สุด และ พระ เมษ โปดก ทรง เป็น พระ วิหาร ใน เมือง นั้น {21:23} เมือง นั้น ไม่ ต้องการ แสง ของ ดวง อาทิตย์ และ ดวง จันทร์ เพราะ ว่า สง่าราศี ของ พระเจ้า เป็น แสง สว่าง ของ เมือง นั้น และ พระ เมษ โปดก ทรง เป็น ความ สว่าง ของ เมือง นั้น {21:24} บรรดา ประชาชาติ ที่ รอด แล้ว จะ เดิน ไป ใน ท่ามกลาง แสง สว่าง ของ เมือง นั้น และ บรรดา กษัตริย์ ใน แผ่นดิน โลก จะ นำ สง่าราศี และ เกียรติ ของ ตน เข้า มา ใน เมือง นั้น {21:25} ประตู เมือง ทุก ประตู จะ ไม่ ปิด เลย ใน เวลา กลางวัน ด้วย ว่า จะ ไม่ มี เวลา กลางคืน ใน เมือง นั้น เลย {21:26} และ คน ทั้งหลาย จะ นำ สง่าราศี และ เกียรติ ของ บรรดา ประชาชาติ เข้า มา ใน เมือง นั้น {21:27} สิ่ง ใด ที่ เป็น มลทิน หรือ ผู้ ใด ก็ ตาม ที่ กระทำ สิ่ง ที่ น่า สะอิดสะเอียน หรือ พูด มุสา จะ เข้า ไป ใน เมือง ไม่ ได้ เลย เว้น แต่ เฉพาะ คน ที่ มี ชื่อ จด ไว้ ใน หนังสือ แห่ง ชีวิต ของ พระ เมษ โปดก เท่านั้น จึง จะ เข้า ไป ได้ {i22:1} แม่น้ำ แห่ง ชีวิต และ ต้นไม้ แห่ง ชีวิต {22:1} ท่าน ได้ ชี้ ให้ ข้าพเจ้า ดู แม่น้ำ บริสุทธิ์ ที่ มี น้ำ แห่ง ชีวิต ใส เหมือน แก้ว ผลึก ไหล ออก มา จาก พระ ที่นั่ง ของ พระเจ้า และ ของ พระ เมษ โปดก {22:2} ท่ามกลาง ถนน ใน เมือง นั้น และ ริม แม่น้ำ ทั้ง สอง ฟาก มี ต้นไม้ แห่ง ชีวิต ซึ่ง ออก ผล สิบ สอง ชนิด ออก ผล ทุกๆ เดือน และ ใบ ของ ต้นไม้ นั้น สำหรับ รักษา บรรดา ประชาชาติ ให้ หาย {22:3} จะ ไม่ มี การ สาปแช่ง ใดๆ อีก ต่อ ไป พระ ที่นั่ง ของ พระเจ้า และ ของ พระ เมษ โปดก จะ ตั้ง อยู่ ใน เมือง นั้น และ บรรดา ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ จะ ปรนนิบัติ พระองค์ {22:4} เขา เหล่า นั้น จะ เห็น พระ พักตร์ พระองค์ และ พระ นาม ของ พระองค์ จะ ประทับ อยู่ ที่ หน้าผาก เขา {22:5} กลางคืน จะ ไม่ มี ที่ นั่น เขา ไม่ ต้องการ แสง เทียน หรือ แสง อาทิตย์ เพราะ ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า คือ พระเจ้า ทรง ประทาน แสง สว่าง แก่ เขา และ เขา จะ ครอบครอง อยู่ ตลอด ไป เป็น นิตย์ {22:6} และ ทูต สวรรค์ องค์ นั้น บอก ข้าพเจ้า ว่า “ ถ้อยคำ เหล่า นี้ เป็น คำ สัตย์ ซื่อ และ สัตย์ จริง และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า แห่ง พวก ศาสดา พยากรณ์ อัน บริสุทธิ์ ได้ ทรง ใช้ ทูต สวรรค์ ของ พระองค์ สำแดง แก่ บรรดา ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ถึง เหตุการณ์ ทั้งปวง ซึ่ง จะ อุบัติ ขึ้น ใน ไม่ ช้า” {22:7} “ ดู เถิด เรา จะ มา โดย เร็ว ผู้ ใด ที่ ถือ รักษา คำ พยากรณ์ ใน หนังสือ นี้ ก็ เป็น สุข” {i22:8} คำ สั่ง ให้ ประกาศ คำ พยากรณ์ นี้ {22:8} ข้าพเจ้า คือ ยอห์น เป็น ผู้ ได้ เห็น และ ได้ยิน เหตุการณ์ เหล่า นี้ และ ครั้น ข้าพเจ้า ได้ยิน และ ได้ เห็น แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ทรุด ตัว ลง จะ นมัสการ แทบ เท้า ทูต สวรรค์ ที่ ได้ สำแดง เหตุการณ์ เหล่า นี้ แก่ ข้าพเจ้า {22:9} แต่ ท่าน ห้าม ข้าพเจ้า ว่า “ อย่า เลย ด้วย ว่า ข้าพเจ้า เป็น เพื่อน ผู้ รับใช้ เช่น เดียว กับ ท่าน และ พวก พี่น้อง ของ ท่าน คือ พวก ศาสดา พยากรณ์ และ พวก ที่ ถือ รักษา ถ้อยคำ ใน หนังสือ นี้ จง นมัสการ พระเจ้า เถิด” {22:10} และ ท่าน บอก ข้าพเจ้า ว่า “ อย่า ประทับ ตรา ปิด คำ พยากรณ์ ใน หนังสือ นี้ เพราะ ว่า ใกล้ จะ ถึง เวลา นั้น แล้ว {22:11} ผู้ ที่ เป็น คน อธรรม ก็ ให้ เขา อธรรม ต่อ ไป ผู้ ที่ เป็น คน ลามก ก็ ให้ เขา ลามก ต่อ ไป ผู้ ที่ เป็น คน ชอบธรรม ก็ ให้ เขา ชอบธรรม ต่อ ไป และ ผู้ ที่ เป็น คน บริสุทธิ์ ก็ ให้ เขา เป็น คน บริสุทธิ์ ต่อ ไป” {22:12} “ ดู เถิด เรา จะ มา โดย เร็ว และ จะ นำ บำเหน็จ ของ เรา มา ด้วย เพื่อ ตอบแทน การ กระทำ ของ ทุก คน {22:13} เรา คือ อัล ฟา และ โอเมกา เป็น ปฐม และ เป็น อวสาน เป็น เบื้องต้น และ เบื้อง ปลาย” {22:14} คน ทั้งหลาย ที่ ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ ก็ เป็น สุข เพื่อ ว่า เขา จะ ได้ มี สิทธิ์ ใน ต้นไม้ แห่ง ชีวิต และ เพื่อ เขา จะ ได้ เข้า ไป ใน เมือง นั้น โดย ทาง ประตู {22:15} ด้วย ว่า ภายนอก นั้น มี สุนัข คนใช้ เวทมนตร์ คน ล่วง ประเวณี ฆาตกร คน ไหว้ รูป เคารพ คน ใด ที่ รัก และ กระทำ การ มุสา {22:16} “ เรา คือ เยซู ผู้ ใช้ ให้ ทูต สวรรค์ ของ เรา ไป เป็น พยาน สำแดง เหตุการณ์ เหล่า นี้ แก่ ท่าน เพื่อ คริสตจักร ทั้งหลาย เรา เป็น ราก และ เป็น เชื้อสาย ของ ดา วิด และ เป็น ดาว ประจำ รุ่ง อัน สุกใส” {i22:17} การ ชวน เชิญ ครั้ง สุดท้าย ของ พระ คัมภีร์ ต่อ คน บาป {22:17} พระ วิญญาณ และ เจ้าสาว ตรัส ว่า “ เชิญ มา เถิด” และ ให้ ผู้ ที่ ได้ยิน กล่าว ว่า “ เชิญ มา เถิด” และ ให้ ผู้ ที่ กระหาย เข้า มา ผู้ ใด มี ใจ ปรารถนา ก็ ให้ ผู้ นั้น มา รับ น้ำ แห่ง ชีวิต โดย ไม่ ต้อง เสีย อะไร เลย {22:18} ข้าพเจ้า เป็น พยาน แก่ ทุก คน ที่ ได้ยิน คำ พยากรณ์ ใน หนังสือ นี้ ว่า ถ้า ผู้ ใด จะ เพิ่มเติม คำ เข้า ไป ใน หนังสือ นี้ พระเจ้า ก็ จะ ทรง เพิ่ม ภัย พิบัติ ที่ เขียน ไว้ ใน หนังสือ ม้วน นี้ แก่ ผู้ นั้น {22:19} และ ถ้า ผู้ ใด ตัด ข้อความ ออก จาก หนังสือ พยากรณ์ นี้ พระเจ้า ก็ จะ ทรง เอา ส่วนแบ่ง ของ ผู้ นั้น ที่ มี อยู่ ใน หนังสือ แห่ง ชีวิต และ ที่ มี อยู่ ใน เมือง บริสุทธิ์ นั้น และ จาก สิ่ง ที่ มี เขียน ไว้ ใน หนังสือ ม้วน นี้ ไป เสีย {i22:20} คำ ทรง เตือน และ พระ สัญญา ว่า พระ คริสต์ จะ เสด็จ มา {22:20} พระองค์ ผู้ ทรง เป็น พยาน ใน เหตุการณ์ ทั้งปวง นี้ ตรัส ว่า “ แน่นอน เรา จะ มา โดย เร็ว” เอ เมน พระ เยซู เจ้า ขอ ให้ เป็น เช่น นั้น เชิญ เสด็จ มา เถิด {22:21} ขอ ให้ พระคุณ แห่ง พระ เยซู คริสต์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา จง ดำรง อยู่ กับ ท่าน ทั้งหลาย เถิด เอ เมน