{i1:1} คน อิสราเอล ตก ทุกข์ ได้ ยาก ใน อียิปต์ {1:1} ต่อ ไป นี้ เป็น ชื่อ บุตร ของ อิสราเอล ที่ เข้า ไป อาศัย อยู่ ใน ประเทศ อียิปต์ (ต่าง ตาม ยา โค บ ไป พร้อม กับ ครอบครัว ของ ตน) {1:2} คือ รู เบน สิ เม โอน เล วี และ ยูดาห์ {1:3} อิสสา คาร์ เศบูลุน และ เบน ยา มิ น {1:4} ดาน และ นัฟ ทา ลี กาด และ อา เชอร์ {1:5} คน ทั้งปวง ที่ เป็น เชื้อสาย ของ ยา โค บ รวม เจ็ด สิบ คน ด้วย กัน ส่วน โย เซฟ นั้น อยู่ ที่ ประเทศ อียิปต์ แล้ว {1:6} ต่อ มา โย เซฟ กับ พี่ ชาย และ น้อง ชาย ทั้ง บรรดา คน สมัย นั้น ถึง แก่ ความ ตาย หมด {1:7} ฝ่าย เชื้อสาย อิสราเอล มี บุตร หลาน มาก และ เพิ่ม จำนวน ขึ้น มาก พวก เขา ทวี มาก ขึ้น และ มี กำลัง มาก ที เดียว แพร่หลาย ไป จน เต็ม เมือง นั้น {1:8} มี กษัตริย์ องค์ ใหม่ ขึ้น ครอง ราชสมบัติ ใน ประเทศ อียิปต์ พระองค์ มิ ได้ ทรง รู้จัก กับ โย เซฟ {1:9} พระองค์ ทรง ประกาศ แก่ ชน ชาติ ของ พระองค์ ว่า“ ดู เถิด คน อิสราเอล มี มาก เกิน ไป และ มี กำลัง ยิ่ง กว่า เรา อีก {1:10} มา เถิด ให้ เรา หา อุบาย ปราบ พวก นี้ มิ ฉะนั้น เขา จะ ทวี มาก ขึ้น แล้ว ถ้า เกิด สงคราม ขึ้น เมื่อใด ชน ชาติ นี้ จะ สมทบ กับ พวก ข้าศึก ของ เรา สู้ รบ กับ เรา แล้ว จะ ยก ออก ไป จาก อาณาจักร” {1:11} เหตุ ฉะนั้น เขา จึง ตั้ง นาย งาน เกณฑ์ ให้ คน อิสราเอล ทำ การ งาน ตรากตรำ และ เขา ทั้งหลาย สร้าง หัว เมือง เก็บ ราชสมบัติ ของ ฟาโรห์ คือ เมือง ปิ ธม และ เมือง รา อัมเสส {1:12} แต่ ยิ่ง ถูก เบียดเบียน มาก เท่าไร ชน ชาติ อิสราเอล ก็ ยิ่ง ทวี มาก ขึ้น และ ยิ่ง แพร่หลาย ออก ไป ชาว อียิปต์ ก็ ครั่น คร้าม ต่อ ชน ชาติ อิสราเอล {1:13} จึง บังคับ ชน ชาติ อิสราเอล ให้ ทำงาน หนัก {1:14} ทำให้ ชีวิต ของ เขา ขม ขื่น เพราะ งาน หนัก ที่ เขา กระทำ นั้น เช่น ทำ ปูน สอ ทำ อิฐ และ ทำงาน ต่างๆ ที่ ทุ่ง นา เขา ถูก บังคับ ให้ ทำงาน หนัก ทุก ชนิด {1:15} ฝ่าย กษัตริย์ อียิปต์ ทรง รับสั่ง นาง ผดุงครรภ์ ชาว ฮีบรู คน หนึ่ง ชื่อ ชิ ฟราห์ อีก คน หนึ่ง ชื่อ ปู อาห์ {1:16} ว่า“ เมื่อ เจ้า ไป ทำ การ คลอด ให้ แก่ หญิง ฮีบรู เห็น เด็ก คลอด ถ้า เป็น เด็ก ชาย ก็ ให้ ฆ่า เสีย ถ้า เป็น เด็ก หญิง ก็ ให้ ไว้ ชีวิต” {1:17} แต่ นาง ผดุงครรภ์ ยำเกรง พระเจ้า จึง มิ ได้ ทำ ตาม พระ บัญชา ของ กษัตริย์ อียิปต์ ปล่อย ให้ บุตร ชาย รอดชีวิต {1:18} กษัตริย์ จึง รับสั่ง ให้ นาง ผดุงครรภ์ เข้า เฝ้า ตรัส ว่า“ เหตุ ไฉน เจ้า จึง ทำ อย่าง นี้ ปล่อย ให้ เด็ก ชาย รอดชีวิต” {1:19} นาง ผดุงครรภ์ จึง กราบ ทูล ฟาโรห์ ว่า“ เพราะ หญิง ฮีบรู ไม่ เหมือน หญิง อียิปต์ เขา ไว จึง คลอด บุตร ง่าย นาง ผดุงครรภ์ มา ไม่ ทัน” {1:20} พระเจ้า จึง ทรง โปรดปราน นาง ผดุงครรภ์ นั้น ประชาชน ยิ่ง ทวี มาก ขึ้น และ มี กำลัง เข้มแข็ง มาก {1:21} เพราะ นาง ผดุงครรภ์ นั้น ยำเกรง พระเจ้า พระองค์ จึง ได้ ทรง ให้ เขา ทั้ง สอง มี ครอบครัว {1:22} ฝ่าย ฟาโรห์ จึง รับสั่ง แก่ ราษฎร ทั้งปวง ว่า“ บุตร ชาย ฮีบรู ทุก คน ที่ เกิด มา ให้ เอา ไป ทิ้ง เสีย ใน แม่น้ำ ไนล์ แต่ บุตร หญิง ทุก คน ให้ รอดชีวิต อยู่ ได้” {i2:1} กำเนิด ของ โมเสส {2:1} ยัง มี ชาย เผ่า เล วี คน หนึ่ง ได้ หญิง สาว คน เล วี มา เป็น ภรรยา {2:2} หญิง นั้น ตั้ง ครรภ์ คลอด บุตร ชาย เมื่อ นาง เห็น ว่า บุตร น่า รัก จึง ซ่อน ไว้ ถึง สาม เดือน {2:3} ครั้น นาง จะ ซ่อน ต่อ ไป อีก ไม่ ได้ แล้ว ก็ เอา ตะกร้า สาน ด้วย ต้น กก ยา ด้วย ยางมะตอย และ ชัน เอา ทารก ใส่ ลง ใน ตะกร้า แล้ว นำ ไป วาง ไว้ ที่ กอ ปรือ ริม แม่น้ำ {2:4} ส่วน พี่ สาว ยืน อยู่ แต่ ไกล คอย ดู ว่า จะ มี เหตุการณ์ อะไร เกิด ขึ้น แก่ น้อง {2:5} เมื่อ พระ ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ ลง ไป สรง ที่ แม่น้ำ และ พวก สาวใช้ เดิน เที่ยว ไป ตาม ริม ฝั่ง พระนาง ทรง เห็น ตะกร้า อยู่ ระหว่าง กอ ปรือ จึง ทรง สั่ง ให้ สาวใช้ ไป นำ มา {2:6} เมื่อ เปิด ตะกร้า นั้น ออก ก็ เห็น ทารก กำลัง ร้องไห้ พระนาง ทรง เมตตา ทารก นั้น ตรัส ว่า“ นี่ เป็น ลูก ชาว ฮีบรู” {2:7} พี่ สาว ทารก จึง ทูล ถาม พระ ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ ว่า“ จะ ให้ หม่อมฉัน ไป หา นาง นม ชาว ฮีบรู มา เลี้ยง ทารก นี้ ให้ พระนาง ไหม” {2:8} พระ ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ จึง มี รับสั่ง ว่า“ ไป หา เถิด” หญิง สาว นั้น จึง ไป เรียก มารดา ของ ทารก นั้น มา {2:9} ฝ่าย พระ ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ จึง ตรัส สั่ง หญิง นั้น ว่า“ รับ เด็ก นี้ ไป เลี้ยง ไว้ ให้ เรา แล้ว เรา จะ ให้ ค่า จ้าง” หญิง นั้น จึง รับ ทารก ไป เลี้ยง ไว้ {2:10} เมื่อ ทารก เติบ ใหญ่ ขึ้น แล้ว นาง ก็ พา มา ถวาย พระ ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ พระนาง ก็ รับ ไว้ เป็น พระ ราชบุตร ของ พระนาง ประทาน ชื่อ ว่า โมเสส ตรัส ว่า“ เพราะ เรา ได้ ฉุด ขึ้น มา 2 จาก น้ำ” {i2:11} โมเสส หนี ไป มีเดีย น {2:11} ครั้น โมเสส เติบ ใหญ่ ขึ้น แล้ว วัน หนึ่ง จึง ไป หา พวก พี่น้อง เห็น เขา ต้อง ทำงาน ตรากตรำ โมเสส เห็น คน อียิปต์ คน หนึ่ง กำลัง ตี คน ฮีบรู ซึ่ง เป็น ชน ชาติ เดียวกัน กับ ตน {2:12} ท่าน มอง ดู ซ้าย ขวา เห็น ว่า ไม่ มี ผู้ ใด อยู่ ที่ นั่น จึง ฆ่า คน อียิปต์ นั้น เสีย แล้ว ซ่อน ศพ ไว้ ใน ทราย {2:13} เมื่อ โมเสส ออก ไป อีก ใน วัน รุ่งขึ้น ก็ เห็น ชาว ฮีบรู สอง คน ต่อสู้ กัน อยู่ จึง ตักเตือน คน ที่ ทำ ผิด นั้น ว่า“ ท่าน ตี พี่น้อง ของ ท่าน เอง ทำไม” {2:14} เขา ตอบ ว่า“ ใคร แต่งตั้ง ท่าน ให้ เป็น เจ้านาย และ เป็น ตุลาการ ปกครอง ข้าพเจ้า ท่าน ตั้งใจ จะ ฆ่า ข้าพเจ้า เหมือน กับ ที่ ได้ ฆ่า คน อียิปต์ คน นั้น หรือ” โมเสส ได้ ฟัง ก็ กลัว นึก ว่า“ เรื่อง นั้น ได้ ลือ กัน ไป ทั่ว แล้ว เป็น แน่” {2:15} เมื่อ ฟาโรห์ ทรง ทราบ เรื่อง ก็ หา ช่อง ที่ จะ ประหาร ชีวิต โมเสส เสีย แต่ โมเสส หนี ฟาโรห์ ไป อยู่ เมือง มีเดีย น เขา นั่ง ลง ที่ ริม บ่อ น้ำ แห่ง หนึ่ง {2:16} ฝ่าย ปุโรหิต ของ คน มีเดีย น มี บุตรี เจ็ด คน หญิง เหล่า นั้น พา กัน มา ตัก น้ำ ใส่ ราง ให้ ฝูง แพะ แกะ ของ บิดา กิน {2:17} เวลา นั้น มี คน เลี้ยง แกะ มา ไล่ หญิง เหล่า นั้น โมเสส จึง ลุก ขึ้น ช่วย หญิง เหล่า นั้น และ ให้ สัตว์ ของ เธอ กิน น้ำ {2:18} เมื่อ หญิง เหล่า นั้น กลับ ไป หา เร อู เอ ล ผู้ บิดา บิดา ถาม ว่า“ วัน นี้ ทำไม พวก เจ้า จึง พา กัน กลับ เร็ว” {2:19} เธอ ตอบ ว่า“ มี ชาย คน อียิปต์ คน หนึ่ง ช่วย พวก ฉัน ให้ พ้น จาก มือ ของ พวก เลี้ยง แกะ ทั้ง ยัง ตัก น้ำ ให้ พวก ฉัน และ ให้ ฝูง แพะ แกะ กิน ด้วย” {2:20} บิดา จึง ถาม บุตร หญิง ของ ท่าน ว่า“ ชาย ผู้ นั้น อยู่ ที่ไหน ทำไม จึง ทิ้ง เขา ไว้ ล่ะ ไป เชิญ เขา มา รับประทาน อาหาร ซิ” {2:21} โมเสส ก็ เต็ม ใจ อาศัย อยู่ กับ เร อู เอ ล แล้ว เร อู เอ ลก็ยกศิปโปราห์ บุตร สาว ให้ แก่ โมเสส {2:22} นาง ก็ คลอด บุตร ชาย คน หนึ่ง โมเสส ตั้ง ชื่อ ว่า เกอร์โชม เพราะ ท่าน กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า เป็น คน ต่าง ด้าว 3 อาศัย อยู่ ต่าง ประเทศ” {2:23} ครั้น เวลา ล่วง มา ช้านาน กษัตริย์ อียิปต์ ก็ สิ้น พระ ชนม์ คน อิสราเอล เศร้าใจ มาก เพราะ เหตุ ที่ เป็น ทาส เขา จึง ร้อง คร่ำครวญ ขอ ความ ช่วยเหลือ เสียง ร่ำร้อง เพราะ การ ที่ ต้อง เป็น ทาส นี้ ดัง ขึ้น มา ถึง พระเจ้า {2:24} พระเจ้า ทรง สดับ เสียง คร่ำครวญ ของ เขา จึง ทรง ระลึก ถึง พัน ธ สัญญา ที่ พระองค์ ได้ ทรง กระทำ ไว้ กับ อับราฮัม อิส อัค และ ยา โค บ {2:25} พระเจ้า ทอด พระ เนตร ชน ชาติ อิสราเอล แล้ว ทรง ทราบ ถึง สภาพ ความ เป็น ไป ของ เขา {i3:1} ทรง เรียก โมเสส {3:1} ฝ่าย โมเสส เมื่อ เลี้ยง ฝูง แพะ แกะ ของ เย โธร พ่อตา ผู้ เป็น ปุโรหิต ของ คน มีเดีย น ได้ พา ฝูง แพะ แกะ ไป ทาง ตะวัน ตก ของ ถิ่น ทุรกันดาร จน มา ถึง ภูเขา ของ พระเจ้า คือ โฮ เร บ {3:2} ทูต ของ พระเจ้า ก็ ปรากฏ แก่ โมเสส ท่ามกลาง พุ่มไม้ เป็น เปลว ไฟ โมเสส มอง ดู เห็น พุ่มไม้ นั้น มี ไฟ ลุก โชน อยู่ แต่ มิ ได้ ไหม้ โทรม ไป {3:3} โมเสส จึง ว่า“ ข้า จะ แวะ เข้า ไป ดู สิ่ง แปลก ประหลาด นี้ ว่า เหตุ ไฉน พุ่มไม้ จึง ไม่ ไหม้” {3:4} ครั้น พระเจ้า ทอด พระ เนตร เห็น เขา เดิน เข้า มา ดู จึง ตรัส ออก มา จาก พุ่มไม้ นั้น ว่า“ โมเสส โมเสส เอ๋ย” โมเสส ทูล ตอบ ว่า“ ข้า พระองค์ อยู่ ที่ นี่” {3:5} พระองค์ จึง ตรัส ว่า“ อย่า เข้า มา ใกล้ ที่ นี่ ถอด รองเท้า ของ เจ้า ออก เสีย เพราะ ว่าที่ ซึ่ง เจ้า ยืน อยู่ นี้ เป็น ที่ ศักดิ์สิทธิ์” {3:6} แล้ว พระองค์ ตรัส อีก ว่า“ เรา เป็น พระเจ้า ของ บิดา เจ้า เป็น พระเจ้า ของ อับราฮัม พระเจ้า ของ อิส อัค และ พระเจ้า ของ ยา โค บ” โมเสส ปิด หน้า เสีย เพราะ กลัว ไม่ กล้า มอง ดู พระเจ้า {3:7} พระเจ้า ตรัส ว่า“ เรา เห็น ความ ทุกข์ ของ ประชากร ของ เรา ที่ อยู่ ใน ประเทศ อียิปต์ แล้ว เรา ได้ยิน เสียง ร้อง ของ เขา เพราะ การ กดขี่ ของ พวก นาย งาน เรา รู้ ถึง ความ ทุกข์ ร้อน ต่างๆ ของ เขา {3:8} เรา ลง มา เพื่อ จะ ช่วย เขา ให้ รอด จาก มือ ชาว อียิปต์ และ นำ เขา ออก จาก ประเทศ นั้น ไป ยัง แผ่นดิน ที่ อุดม กว้าง ขวาง เป็น แผ่นดิน ที่ มี น้ำนม และ น้ำผึ้ง ไหล บริบูรณ์ คือ ไป ยัง ที่ อยู่ ของ ชาว คา นา อัน คน ฮิต ไทต์ คน อา โม ไรต์คนเปริสซีคนฮีไวต์ และ คน เย บุ ส {3:9} บัดนี้ คำ ร่ำร้อง ของ ชน ชาติ อิสราเอล มา ถึง เรา แล้ว ทั้ง เรา ได้ เห็น การ บีบคั้น ซึ่ง ชาว อียิปต์ กระทำ ต่อ เขา แล้ว {3:10} เรา จะ ใช้ เจ้า ไป เฝ้า ฟาโรห์ เพื่อ จะ ได้ พา ประชากร ของ เรา คือ ชน ชาติ อิสราเอล ออก จาก อียิปต์” {3:11} ฝ่าย โมเสส จึง ทูล พระเจ้า ว่า“ ข้า พระองค์ เป็น ผู้ ใด เล่า จึง จะ ไป เฝ้า ฟาโรห์ และ นำ คน อิสราเอล ออก จาก อียิปต์” {3:12} พระองค์ จึง ตรัส ว่า“ เรา จะ อยู่ กับ เจ้า แน่ นี่ เป็น หมาย สำคัญ ให้ เจ้า รู้ ว่า เรา ใช้ ให้ เจ้า ไป คือ เมื่อ เจ้า นำ ประชากร ออก จาก อียิปต์ แล้ว เจ้า ทั้งหลาย จะ มา นมัสการ พระเจ้า บน ภูเขา นี้” {3:13} ฝ่าย โมเสส ทูล พระเจ้า ว่า“ เมื่อ ข้า พระองค์ ไป หา ชน ชาติ อิสราเอล และ บอก พวก เขา ว่า‘ พระเจ้า แห่ง บรรพบุรุษ ของ ท่าน ทั้งหลาย ทรง สั่ง ข้าพเจ้า มา หา ท่าน’ และ เขา จะ ถาม ข้า พระองค์ ว่า‘ พระองค์ ทรง พระ นาม ว่า กระไร’ ข้า พระองค์ จะ ตอบ เขา อย่างไร” {3:14} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เรา เป็น ผู้ ซึ่ง เรา เป็น” แล้ว พระองค์ ตรัส ว่า“ ไป บอก ชน ชาติ อิสราเอล ว่า‘ พระองค์ ผู้ ทรง พระ นาม ว่า เรา เป็น 4 ทรง ใช้ ข้าพเจ้า มา หา ท่าน ทั้งหลาย’” {3:15} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส อีก ว่า“ เจ้า จง กล่าว แก่ ประชากร อิสราเอล ว่า ดังนี้‘ พระ เยโฮวาห์ 5 พระเจ้า แห่ง บรรพบุรุษ ของ ท่าน คือ พระเจ้า ของ อับราฮัม พระเจ้า ของ อิส อัค และ พระเจ้า ของ ยา โค บท รง ใช้ ให้ ข้าพเจ้า มา หา ท่าน’ นี่แหละ เป็น นาม ของ เรา ตลอด ไป เป็น นิตย์ นี่แหละ เป็น อนุสรณ์ ของ เรา ตลอด ทุก ชั่ว ชาติพันธุ์ {3:16} เจ้า จง ไป รวบรวม พวก ผู้ใหญ่ ของ อิสราเอล ให้ มา ประชุม พร้อม กัน แล้ว กล่าว แก่ เขา ว่า‘ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า แห่ง บรรพบุรุษ ของ ท่าน พระเจ้า ของ อับราฮัม ของ อิส อัค และ ของ ยา โค บ ปรากฏ แก่ ข้าพเจ้า ตรัส ว่า“ เรา สังเกต เห็น เจ้า ทั้งหลาย แล้ว และ ได้ เห็น ความ ทารุณ ซึ่ง เขา ได้ กระทำ แก่ เจ้า ใน อียิปต์ {3:17} เรา สัญญา ไว้ แล้ว ว่า เรา จะ พา เจ้า ทั้งหลาย ไป ให้ พ้น จาก ความ ทุกข์ ใน ประเทศ อียิปต์ ไป ยัง แผ่นดิน ของ ชาว คา นา อัน คน ฮิต ไทต์ คน อา โม ไรต์คนเปริสซีคนฮีไวต์ และ คน เย บุ ส ไป ยัง แผ่นดิน ซึ่ง มี น้ำนม และ น้ำผึ้ง บริบูรณ์’” {3:18} เขา จะ เชื่อฟัง คำ ของ เจ้า แล้ว เจ้า กับ พวก ผู้ใหญ่ ของ คน อิสราเอล จง พา กัน ไป เฝ้า กษัตริย์ ของ อียิปต์ ทูล ว่า‘ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ คน ฮีบรู ทรง ปรากฏ แก่ ข้า พระ บาท ทั้งหลาย บัดนี้ ขอ ได้ โปรด ให้ ข้า พระ บาท เดินทาง ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร สัก สาม วัน เพื่อ จะ ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้า พระ บาท’ {3:19} เรา รู้ แล้ว ว่า กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ จะ ไม่ ยอม ให้ พวก เจ้า ไป แม้ จะ ถูก ประหาร ด้วย พระ หัตถ์ อัน ทรง ฤทธิ์ {3:20} เรา จะ เหยียด มือ ออก ประหาร อียิปต์ ด้วย อัศจรรย์ ต่างๆ ที่ เรา จะ กระทำ ใน ท่ามกลาง ประเทศ นั้น หลัง จาก นั้น กษัตริย์ ก็ จะ ทรง ยอม ปล่อย พวก เจ้า ไป {3:21} เรา จะ ให้ ประชากร เหล่า นี้ เป็น ที่ ชอบพอ ของ ชาว อียิปต์ เมื่อ เจ้า ทั้งหลาย ออก ไป ก็ จะ ไม่ ต้อง ไป มือเปล่า {3:22} ให้ ผู้หญิง ทุก คน ขอ เครื่องเงิน เครื่อง ทอง และ เสื้อ ผ้า จาก เพื่อนบ้าน และ จาก หญิง ที่ อาศัย อยู่ ใน เรือน ของ เขา เอา เครื่อง แต่ง ตัว นั้น ไป แต่ง ให้ บุตรี ของ เจ้า ด้วย วิธี นี้ แหละ เจ้า จะ ได้ ริบ เอา สิ่งของ ของ ชาว อียิปต์” {4:1} โมเสส จึง ทูล ตอบ ว่า“ แต่ พระองค์เจ้า ข้า เขา จะ ไม่ เชื่อ ข้า พระองค์ หรือ ฟัง เสียง ของ ข้า พระองค์ เพราะ เขา จะ ว่า‘ พระเจ้า มิ ได้ ทรง ปรากฏ แก่ ท่าน เลย’” {4:2} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ อะไร อยู่ ใน มือ ของ เจ้า” ท่าน ทูล ว่า“ ไม้เท้า พระเจ้า ข้า” {4:3} พระองค์ ตรัส ว่า“ โยน ลง ที่ พื้น ดิน เถิด” ท่าน จึง ทิ้ง ไม้เท้า ลง บน พื้น ดิน ไม้เท้า นั้น ก็ กลาย เป็น งู โมเสส ก็ เดิน หลบ หนี งู ไป {4:4} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เอื้อม มือจับ หาง งู ไว้” (พอ ท่าน เอื้อม มือจับ หาง งู มัน ก็ กลาย เป็น ไม้เท้า อยู่ ใน มือ ของ ท่าน) {4:5} “ เพื่อ เขา ทั้งหลาย จะ ได้ เชื่อ ว่า พระเจ้า ของ บรรพบุรุษ ของ เขา พระเจ้า ของ อับราฮัม พระเจ้า ของ อิส อัค และ พระเจ้า ของ ยา โค บท รง ปรากฏ แก่ เจ้า แล้ว” {4:6} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส อีก ว่า“ เอา มือ สอด ไว้ ที่ อก ของ เจ้า” ท่าน สอด มือ ไว้ ที่ อก เมื่อ ชัก มือ ออก มือ ของ ท่าน ก็ เป็น โรค เรื้อน ขาว เหมือน หิมะ {4:7} พระองค์ จึง ตรัส ว่า“ เอา มือ สอด ไว้ ที่ อก อีก ครั้ง หนึ่ง” โมเสส ก็ สอด มือ เข้า ที่ อก อีก แล้ว เมื่อ ท่าน ชัก ออก มา ดู เถิด มือ นั้น กลับ กลาย เป็น เหมือน เนื้อ หนัง ส่วน อื่น ของ ท่าน {4:8} พระเจ้า ตรัส ว่า“ ถ้า เขา จะ ไม่ เชื่อ เจ้า และ ไม่ เชื่อ หมาย สำคัญ ครั้ง ที่ หนึ่ง เขา อาจ เชื่อ หมาย สำคัญ ที่ สอง {4:9} ถ้า เขา ไม่ เชื่อ หมาย สำคัญ ทั้ง สอง ครั้ง นี้ ทั้ง ไม่ ฟัง เสียง ของ เจ้า จง ตัก น้ำ ใน แม่น้ำ ไนล์ มา นิดหน่อย และ เท ลง ที่ดิน แห้ง แล้ว น้ำ ที่ เจ้า ตัก มา จาก แม่น้ำ นั้น จะ กลาย เป็น เลือด บน ดิน แห้ง นั้น” {4:10} แต่ โมเสส ทูล พระเจ้า ว่า“ ข้า แต่ พระเจ้า ข้า พระองค์ มิ ใช่ คน ช่าง พูด ทั้ง ใน กาล ก่อน และ ตั้งแต่ เวลา ที่ พระองค์ ตรัส กับ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ข้า พระองค์ เป็น คน พูด ไม่ คล่องแคล่ว” {4:11} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ผู้ ใด เล่า ที่ สร้าง ปาก มนุษย์ หรือ ทำให้ เป็น ใบ้ หู หนวก ตา ดี หรือ ตาบ อด เรา พระเจ้า เป็น ผู้ ทำ ไม่ ใช่ หรือ {4:12} เพราะ ฉะนั้น ไป เถิด เรา จะ อยู่ ที่ ปาก ของ เจ้า และ จะ สอน คำ ซึ่ง ควร จะ พูด” {4:13} แต่ เขา ทูล ว่า“ ข้า แต่ พระเจ้า ขอ ทรง โปรด ใช้ ผู้ อื่น ไป เถิด พระเจ้า ข้า” {4:14} ฝ่าย พระเจ้า กริ้ว โมเสส จึง ตรัส ว่า“ เจ้า มี พี่ ชาย คือ อา โร นคนเล วี ไม่ ใช่ หรือ เรา รู้ แล้ว ว่า เขา เป็น คน พูด เก่ง บัดนี้ เขา กำลัง เดินทาง มา พบ เจ้า เมื่อ เขา เห็น เจ้า เขา จะ ดีใจ {4:15} เจ้า จง พูด กับ เขา และ บอก ให้ เขา พูด แล้ว เรา จะ อยู่ ที่ ปาก ของ เจ้า และ ปาก ของ เขา และ จะ สั่งสอน เจ้า ทั้ง สอง ให้ รู้ ว่า ควร ทำ ประการ ใด {4:16} เขา จะ เป็น ผู้ พูด แก่ ประชากร แทน เจ้า เขา จะ เป็น ปาก แทน เจ้า และ เจ้า จะ เป็น ดัง พระเจ้า แก่ เขา {4:17} เจ้า จง ถือ ไม้เท้า นี้ ไว้ สำหรับ ทำ หมาย สำคัญ เหล่า นั้น” {i4:18} โมเสส กลับ สู่ อียิปต์ {4:18} โมเสส จึง กลับ ไป หา เย โธร พ่อตา ของ ตน บอก ว่า“ ขอ ลาก ลับ ไป หา พี่น้อง ซึ่ง อยู่ ใน อียิปต์ เพื่อ จะ ได้ ดู ว่า เขา ยัง มี ชีวิต อยู่ หรือ ไม่” ฝ่าย เย โธร ตอบ โมเสส ว่า“ ไป โดย สวัสดิภาพ เถิด” {4:19} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ใน เมือง มีเดีย นว่า“ กลับ ไป อียิปต์ เพราะ คน ทั้งหลาย ที่ หา ช่อง ประหาร ชีวิต เจ้า นั้น ตาย แล้ว” {4:20} โมเสส จึง ให้ ภรรยา และ บุตร ชาย ของ ตน ขี่ ลาก ลับ ไป ยัง แผ่นดิน อียิปต์ ส่วน โมเสส ก็ ถือ ไม้เท้า ของ พระเจ้า ไป ด้วย {4:21} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เมื่อ เจ้า กลับ ไป ถึง อียิปต์ จง กระทำ อัศจรรย์ ต่างๆ ซึ่ง เรา มอบ ไว้ ใน อำนาจ ของ เจ้า แล้ว นั้น ต่อ หน้า ฟาโรห์ แต่ เรา จะ ทำให้ ใจ ของ ฟาโรห์ แข็ง กระด้าง ไม่ ยอม ให้ ประชากร ไป {4:22} เจ้า จง ทูล ฟาโรห์ ว่า‘ พระเจ้า ตรัส ดังนี้ ว่า คน อิสราเอล เป็น บุตร หัว ปี ของ เรา {4:23} เรา บอก แก่ เจ้า ว่า“ จง ปล่อย บุตร ของ เรา ให้ ไป นมัสการ เรา” ถ้า เจ้า ไม่ ยอม ให้ เขา ไป เรา จะ ประหาร ชีวิต บุตร หัว ปี ของ เจ้า เสีย’” {4:24} ณ ที่ พัก ระหว่าง ทาง พระเจ้า เสด็จ มา พบ โมเสส และ จะ ทรง ประหาร ชีวิต ของ ท่าน เสีย {4:25} นาง ศิปโปราห์ จึง เอา หิน คม ตัด หนัง ที่ ปลาย องคชาต บุตร ชาย ของ ตน แล้ว เอา ไป แตะ เท้า ของ โมเสส กล่าว ว่า“ จริง นะ ท่าน เป็น เจ้าบ่าว แห่ง โลหิต แก่ ฉัน” {4:26} พระเจ้า จึง ทรง ละ ท่าน ไป นาง จึง กล่าว ว่า“ ท่าน เป็น เจ้าบ่าว แห่ง โลหิต” เนื่อง จาก พิธี เข้า สุหนัต {4:27} พระเจ้า ตรัส กับ อา โร นว่า“ จง ไป พบ กับ โมเสส ใน ถิ่น ทุรกันดาร” เขา ก็ ไป พบ กับ ท่าน ที่ ภูเขา ของ พระเจ้า และ สวมกอด ท่าน {4:28} โมเสส จึง เล่า ให้ อา โร น ฟัง ถึง พระ ดำรัส ซึ่ง พระเจ้า ตรัส เมื่อ ทรง ใช้ ตน และ ถึง หมาย สำคัญ ทั้งปวง ซึ่ง พระองค์ ทรง กำชับ ให้ กระทำ {4:29} โมเสส กับ อา โร น เรียก ประชุม บรรดา ผู้ใหญ่ ของ ชน ชาติ อิสราเอล พร้อม กัน {4:30} แล้ว อา โร น จึง กล่าว ถึง พระ ดำรัส ทั้งหมด ซึ่ง พระเจ้า ตรัส แก่ โมเสส และ ทำ หมาย สำคัญ ต่างๆ นั้น ต่อ หน้า ประชาชน {4:31} ฝ่าย ประชาชน เมื่อ ได้ยิน ว่า พระเจ้า เสด็จ มา เยี่ยมเยียน ชน ชาติ อิสราเอล และ ทอด พระ เนตร เห็น ความ ทุกข์ ยาก ของ เขา แล้ว ก็ เชื่อ เขา กราบ ลง นมัสการ {i5:1} โมเสส และ อา โร น เข้า เฝ้า ฟาโรห์ {5:1} ต่อ มา ภายหลัง โมเสส กับ อา โร น พา กัน เข้า เฝ้า ฟาโรห์ ทูล ว่า“ พระเจ้า ของ อิสราเอล ตรัส ดังนี้ ว่า‘ จง ปล่อย ประชากร ของ เรา ไป เพื่อ เขา จะ ได้ ทำ การ เลี้ยง นมัสการ เรา ใน ถิ่น ทุรกันดาร’” {5:2} ฟาโรห์ จึง ตรัส ว่า“ พระเจ้า นั้น เป็น ผู้ ใด เล่า เรา จึง จะ ต้อง ฟัง คำ ของ พระองค์ และ ปล่อย คน อิสราเอล ไป เรา ไม่ รู้จัก พระเจ้า และ ยิ่ง กว่า นั้น เรา จะ ไม่ ยอม ปล่อย คน อิสราเอล ไป เป็น อัน ขาด” {5:3} เขา ทั้ง สอง จึง ทูล ว่า“ พระเจ้า ของ คน ฮีบรู ทรง ปรากฏ แก่ ข้า พระ บาท ดังนั้น ขอ โปรด ให้ ข้า พระ บาท ทั้งหลาย เดินทาง ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร สัก สาม วัน เพื่อ จะ ได้ ทำ พิธี ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระเจ้า ของ ข้า พระ บาท หา ไม่ พระองค์ จะ ทรง ลงโทษ พวก ข้า พระ บาท ด้วย โรค ภัย หรือ ด้วย ดาบ” {5:4} กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ ตรัส กับ เขา ว่า“ เจ้า โมเสส กับ อา โร น เจ้า จะ ให้ ประชาชน ละทิ้ง การ งาน ของ เขา เสีย ทำไม เจ้า จง กลับ ไป รับ ภาระ ตาม หน้าที่ ของ เจ้า” {5:5} ฟาโรห์ ตรัส ต่อ ไป ว่า“ ดู เถิด เดี๋ยวนี้ พวก ไพร่ ใน ประเทศ นี้ มี มาก และ เจ้า ทั้ง สอง ทำให้ เขา ต้อง หยุด งาน ของ เขา เสีย” {5:6} ใน วัน นั้น เอง ฟาโรห์ มี พระ บัญชา สั่ง นาย งาน และ นาย กอง ของ ประชาชน ว่า {5:7} “ ตั้งแต่ วัน นี้ ไป อย่า ให้ ฟาง แก่ พวก ไพร่ สำหรับ ใช้ ทำ อิฐ เหมือน แต่ ก่อน แต่ ให้ เขา ไป เที่ยว หา ฟาง เอา เอง {5:8} ส่วน จำนวน อิฐ ซึ่ง แต่ ก่อน เกณฑ์ ให้ ทำ เท่าไร ก็ จง เกณฑ์ ให้ ทำ เท่านั้น อย่า ได้ ลดหย่อน ลง เพราะ ว่า เขา เกียจคร้าน เหตุ ฉะนี้ เขา จึง พา กัน ร้อง ว่า‘ ขอ ให้ พวก ข้า พระ บาท ไป ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระเจ้า ของ พวก ข้า พระ บาท’ {5:9} จง จัด หา งาน ให้ เขา ทำ หนัก กว่า แต่ ก่อน เพื่อ เขา จะ ได้ ไม่ มี เวลา ไป ฟัง คำ พูด เหลวไหล” {5:10} ฝ่าย นาย งาน และ นาย กอง ของ ประชาชน ก็ ออก ไป บอก ว่า“ ฟาโรห์ รับสั่ง ดังนี้ ว่า‘ เรา จะ ไม่ ยอม ให้ ฟาง แก่ พวก เจ้า เลย {5:11} เจ้า จง ไป หา ฟาง มา เอง ตาม แต่ จะ หา มา ได้ เถิด แต่ งาน ที่ เกณฑ์ นั้น ก็ ไม่ ลดหย่อน ให้ เลย’” {5:12} ประชาชน เหล่า นั้น จึง แยกย้าย กัน ไป ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ เก็บ ตอ ฟาง มา แทน ฟาง {5:13} นาย งาน ก็ เร่งรัด ว่า“ จง ทำงาน ประจำ วัน ของ เจ้า ให้ เสร็จ ครบ เหมือน เมื่อ ยัง มี ฟาง อยู่” {5:14} นาย กอง ของ ชน ชาติ อิสราเอล ซึ่ง นาย งาน ของ ฟาโรห์ ตั้ง ให้ เป็น ผู้ บังคับ เขา นั้น ก็ ถูก ตี และ ถูก ถาม ว่า“ ทำไม หมู่ นี้ จึง ไม่ ได้ อิฐ ที่ เกณฑ์ ไว้ เต็ม จำนวน เหมือน แต่ ก่อน” {5:15} นาย กอง ของ ชน ชาติ อิสราเอล จึง มา ร้อง ทูล ต่อ ฟาโรห์ ว่า“ เหตุ ไฉน ฝ่าพระบาท จึง ทรง กระทำ ดังนี้ แก่ พวก ทาส {5:16} เขา มิ ได้ ให้ ฟาง แก่ พวก ทาส ของ ฝ่าพระบาท เลย แต่ เขา สั่ง ว่า‘ ทำ อิฐ ซิ’ ดู เถิด ข้า แต่ ฝ่าพระบาท เขา โบย ตี พวก ทาส แต่ ข้าราชการ ของ ฝ่าพระบาท เอง เป็น ฝ่าย ผิด” {5:17} ฟาโรห์ ตรัส ว่า“ พวก เจ้า เกียจคร้าน เกียจคร้าน จริงๆ พวก เจ้า จึง มา ร้อง ว่า‘ ขอ ให้ ข้า พระ บาท ไป ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระเจ้า’ {5:18} เหตุ ฉะนั้น เจ้า จง ไป ทำงาน เดี๋ยวนี้ ฟาง นั้น เขา จะ ไม่ ให้ พวก เจ้า เลย แต่ จำนวน อิฐ ที่ เกณฑ์ ไว้ นั้น พวก เจ้า จะ ต้อง ทำ มา ให้ ครบ จำนวน” {5:19} นาย กอง ชน ชาติ อิสราเอล เมื่อ ถูก สั่ง ว่า“ ไม่ ให้ ลดหย่อน จำนวน อิฐ ที่ ถูก เกณฑ์ ให้ ทำ ทุกๆ วัน ลง” ก็ เห็น ว่า ตน ถูก แกล้ง แล้ว {5:20} ครั้น ออก มา จาก เฝ้า ฟาโรห์ เขา พบ โมเสส กับ อา โร น ยืน คอย เขา อยู่ {5:21} จึง กล่าว แก่ เขา ทั้ง สอง ว่า“ ขอ พระเจ้า ทรง พิจารณา และ พิพากษา ลงโทษ ท่าน ทั้ง สอง เพราะ ท่าน กระทำ ให้ พวก ข้าพเจ้า เป็น ที่ เกลียด ชัง ต่อ ฟาโรห์ และ ต่อ ข้าราชการ ทั้งปวง ของ พระองค์ เหมือน หนึ่ง เอา ดาบ ใส่ มือ เขา ให้ ฆ่า พวก ข้าพเจ้า เสีย” {i5:22} คำ อธิษฐาน ของ โมเสส {5:22} โมเสส จึง กลับ ไป ทูล พระเจ้า ว่า“ ข้า แต่ พระเจ้า เหตุ ไฉน พระองค์ ทรง ทำ รุนแรง แก่ ชน ชาติ นี้ เหตุ ไฉน พระองค์ จึง ทรง ใช้ ข้า พระองค์ มา {5:23} ตั้งแต่ ข้า พระองค์ ไป เฝ้า ฟาโรห์ และ ทูล ใน พระ นาม ของ พระองค์ แล้ว ฟาโรห์ ก็ ทำ ทารุณ แก่ ชน ชาติ นี้ ส่วนพระองค์ ก็ มิ ได้ ทรง ช่วย ประชากร ของ พระองค์ ให้ พ้น ความ ทุกข์ เลย” {6:1} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ บัดนี้ เจ้า จะ ได้ เห็น เหตุการณ์ ซึ่ง เรา จะ กระทำ แก่ ฟาโรห์ คือ เรา จะ บังคับ ฟาโรห์ ด้วย มือ อัน ทรง ฤทธิ์ ให้ ปล่อย ประชาชน ไป เออ ด้วย มือ อัน เข้มแข็ง ของ เรา นั่นแหละ เขา จะ ไล่ ประชาชน ออก จาก แผ่นดิน ของ เขา” {i6:2} ทรง เรียก โมเสส ซ้ำ อีก {6:2} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส อีก ว่า“ เรา คือ พระ เยโฮวาห์ {6:3} เรา ปรากฏ แก่ อับราฮัม แก่ อิส อัค และ แก่ ยา โค บ ด้วย นาม ว่า พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธิ์ แต่ เรา มิ ได้ สำแดง ให้ เขา รู้จัก เรา ใน นาม พระ เยโฮวาห์ {6:4} อีก ประการ หนึ่ง เรา ทำ พัน ธ สัญญา ไว้ กับ เขา ทั้งหลาย แล้ว ว่า เรา จะ ยก แผ่นดิน คา นา อัน ให้ แก่ เขา อัน เป็น แผ่นดิน ที่ เขา เคย อาศัย อยู่ ใน ฐานะ คน ต่าง ด้าว {6:5} ยิ่ง กว่า นั้น เรา ได้ยิน เสียง คร่ำครวญ ของ ชน ชาติ อิสราเอล ซึ่ง ชาว อียิปต์ กัก ไว้ ให้ เป็น ทาส และ เรา ระลึก ถึง พัน ธ สัญญา ของ เรา {6:6} เหตุ ฉะนี้ จง กล่าว แก่ ชน ชาติ อิสราเอล ว่า‘ เรา คือ พระ เยโฮวาห์ เรา จะ นำ พวก เจ้า ไป ให้ พ้น จาก งาน ตรากตรำ ที่ ชาว อียิปต์ เกณฑ์ ให้ ทำ และ จะ ให้ พ้น จาก การ เป็น ทาส เขา เรา จะ ช่วย กู้ เจ้า ด้วย แขน ที่ เงื้อ ง่า และ ด้วย การ พิพากษา อัน ใหญ่ หลวง {6:7} เรา จะ รับ พวก เจ้า เป็น ประชากร ของ เรา และ เรา จะ เป็น พระเจ้า ของ พวก เจ้า พวก เจ้า จะ รู้ ว่า เรา คือ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เจ้า ผู้นำ เจ้า ไป ให้ พ้น จาก งาน ตรากตรำ ที่ ชาว อียิปต์ เกณฑ์ ให้ ทำ {6:8} เรา จะ นำ พวก เจ้า เข้า ไป ใน แผ่นดิน ซึ่ง เรา ได้ ปฏิญาณ ไว้ ว่า จะ ให้ แก่ อับราฮัม แก่ อิส อัค และ แก่ ยา โค บ เรา จะ ยก แผ่นดิน นั้น ให้ แก่ เจ้า เป็น กรรมสิทธิ์ เรา คือ พระเจ้า’” {6:9} โมเสส จึง นำ ความ นั้น ไป เล่า ให้ ชน ชาติ อิสราเอล ฟัง แต่ เขา มิ ได้ เชื่อฟัง โมเสส เพราะ หมด อาลัย ตาย อยาก และ ทน งาน ทาส แทบ ไม่ ไหว {6:10} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า {6:11} “ จง เข้า ไป เฝ้า ฟาโรห์ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ บอก ให้ ปล่อย ชน ชาติ อิสราเอล ไป จาก แผ่นดิน ของ เขา” {6:12} แต่ โมเสส กราบ ทูล พระเจ้า ว่า“ แม้ แต่ ชน ชาติ อิสราเอล ก็ มิ ได้ เชื่อฟัง ข้า พระองค์ ฟาโรห์ จะ เชื่อฟัง ข้า พระองค์ อย่างไร ข้า พระองค์ เป็น คน พูด ไม่ คล่อง” {6:13} พระเจ้า จึง ตรัส แก่ โมเสส และ อา โร น ให้ แจ้ง แก่ ชน ชาติ อิสราเอล และ ฟาโรห์ กษัตริย์ อียิปต์ ว่า พระองค์ ทรง มี บัญชา ท่าน ทั้ง สอง ให้ พา ชน ชาติ อิสราเอล ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ {i6:14} พงศ์พันธุ์ ของ โมเสส และ อา โร น {6:14} ต่อ ไป นี้ เป็นต้น ตระกูล ของ เขา บุตร ของ รู เบน ผู้ เป็น บุตร หัว ปี ของ อิสราเอล ชื่อ ฮา โน คปัลลูเฮสโรนและคาร มี เหล่า นี้ เป็น ตระกูล เผ่า รู เบน {6:15} บุตร ของ สิ เม โอน ชื่อ เย มูเอล ยา มีน โอ หาด ยา คีนโศหาร์ และ ชา อู ล ผู้ เกิด จาก หญิง ชาว คา นา อัน เหล่า นี้ เป็น ตระกูล เผ่า สิ เม โอน {6:16} ต่อ ไป นี้ เป็น ชื่อ บุตร ของ เล วี ตาม ชาติพันธุ์ ของ เขา คือ เกอร์ โชน โค ฮา ท และ เม รา รี เล วี นั้น มี อายุ ได้ ร้อย สาม สิบ เจ็ด ปี {6:17} บุตร ของ เกอร์ โชน ชื่อ ลิบ นี และ ชิ เม อี ตาม ตระกูล ของ เขา {6:18} บุตร ของ โค ฮา ทชื่ออัมรามอิสฮาร์ เฮ โบ รน และ อุ สซีเอลโคฮาท มี อายุ ได้ ร้อย สาม สิบ สาม ปี {6:19} บุตร ของ เม รา รี ชื่อ มาห์ ลี และ มู ชี เหล่า นี้ เป็น ตระกูล ของ คน เล วี ตาม ชาติพันธุ์ ของ เขา {6:20} ฝ่าย อัม ราม ได้ โย เค เบด น้อง บิดา ของ ตน เป็น ภรรยา แล้ว นาง ให้ กำเนิด บุตร แก่ เขา ชื่อ อา โร น และ โมเสส อัม ราม มี อายุ ได้ ร้อย สาม สิบ เจ็ด ปี {6:21} บุตร ของ อิส ฮาร์ชื่อโคราห์เนเฟกและศิครี {6:22} บุตร ของ อุ สชีเอล ชื่อ มิ ชา เอ ลเอล ซา ฟาน และ สิ ธรี {6:23} ฝ่าย อา โร น ได้ นาง เอ ลี เช บา บุตรี ของ อัม มีนา ดับ น้อง สาว ของ นา โชน เป็น ภรรยา นาง มี บุตร กับ เขา ชื่อ นา ดับ อา บี ฮูเอเล อา ซาร์ และ อิธามาร์ {6:24} บุตร ของ โค ราห์ชื่ออัสสีร์เอลคานาห์ และ อา บี ยา สา ฟ เหล่า นี้ เป็น ตระกูล ของ คน โค ราห์ {6:25} ฝ่าย เอ เล อา ซาร์ บุตร อา โร น ได้ รับ บุตรี คน หนึ่ง ของ ปู ทิเอล เป็น ภรรยา นาง มี บุตร กับ เขา ชื่อ ฟีเน หัส คน เหล่า นี้ เป็นต้น ตระกูล ของ คน เล วี ตาม ตระกูล {6:26} อา โร น และ โมเสส สอง คน นี้ แหละ คือ ผู้ ที่ พระเจ้า ได้ ตรัส ว่า“ จง พา ชน ชาติ อิสราเอล ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ ตาม หมู่ ตาม กอง ของ เขา” {6:27} สอง คน นี้ แหละ เป็น ผู้ ที่ กราบ ทูล ฟาโรห์ กษัตริย์ ของ อียิปต์ เรื่อง พา ชน ชาติ อิสราเอล ออก จาก อียิปต์ คือ โมเสส คน นี้ และ อา โร น คน นี้ แหละ {i6:28} พระเจ้า ตรัส กำชับ โมเสส และ อา โร น {6:28} ใน วัน ที่ พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ใน แผ่นดิน อียิปต์ นั้น {6:29} พระองค์ ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เรา คือ พระเจ้า เจ้า จง บอก ฟาโรห์ กษัตริย์ ของ อียิปต์ ตาม ข้อความ ซึ่ง เรา ได้ บอก แก่ เจ้า” {6:30} ฝ่าย โมเสส กราบ ทูล พระเจ้า ว่า“ ข้า พระองค์ เป็น คน พูด ไม่ คล่อง ที่ไหน ฟาโรห์ จะ เชื่อฟัง ข้า พระองค์” {7:1} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ดู ซี เรา ตั้ง เจ้า ไว้ เป็น ดัง พระเจ้า ต่อ ฟาโรห์ และ อา โร น พี่ ชาย ของ เจ้า จะ เป็น ผู้ เผย พระ วจนะ แทน เจ้า {7:2} เจ้า จง บอก ข้อความ ทั้งหมด ที่ เรา สั่ง เจ้า แล้ว อา โร น พี่ ชาย ของ เจ้า จะ บอก แก่ ฟาโรห์ ให้ ปล่อย ชน ชาติ อิสราเอล ออก ไป จาก แผ่นดิน ของ เขา {7:3} เรา จะ ทำให้ ใจ ของ ฟาโรห์ แข็ง กระด้าง ไป แม้ เรา จะ กระทำ หมาย สำคัญ และ อัศจรรย์ ให้ ทวี มาก ขึ้น ใน ประเทศ อียิปต์ {7:4} ฟาโรห์ จะ ไม่ เชื่อฟัง เจ้า แล้ว เรา จะ ยก มือ ของ เรา ขึ้น ปราบ ประเทศ อียิปต์ และ จะ พา พล โยธา ของ เรา คือ ชน ชาติ อิสราเอล ให้ พ้น จาก แผ่นดิน อียิปต์ ด้วย กิจการ ใหญ่ โต อัน ทรง ฤทธิ์ {7:5} ชาว อียิปต์ จะ รู้ ว่า เรา คือ พระเจ้า ต่อ เมื่อ เรา ได้ ยก มือ ขึ้น ปราบ อียิปต์ และ พา ชน ชาติ อิสราเอล ออก จาก พวก เขา” {7:6} โมเสส และ อา โร น ก็ กระทำ ตาม นั้น เขา กระทำ ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา {7:7} เมื่อ เขา ทั้ง สอง ไป ทูล ฟาโรห์ นั้น โมเสส มี อายุ แปด สิบ ปี และ อา โร น มี อายุ แปด สิบ สาม ปี {i7:8} ไม้เท้า ของ อา โร น {7:8} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส และ อา โร นว่า {7:9} “ เมื่อ ฟาโรห์ สั่ง เจ้า ว่า‘ จง แสดง อัศจรรย์ พิสูจน์ งาน ของ เจ้า’ เจ้า จง พูด กับ อา โร นว่า‘ เอา ไม้เท้า ของ ท่าน โยน ลง ต่อ หน้า ฟาโรห์ ไม้เท้า จะ ได้ กลาย เป็น งู’” {7:10} โมเสส กับ อา โร น จึง เข้า ไป เฝ้า ฟาโรห์ เขา กระทำ ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา อา โร น โยน ไม้เท้า ลง ต่อ หน้า ฟาโรห์ และ ข้าราชการ ทั้งปวง ไม้ นั้น ก็ กลาย เป็น งู {7:11} ฝ่าย ฟาโรห์ ก็ ทรง เรียก พวก นักปราชญ์ และ พวก นัก วิทยากล มา พวก เขา เป็น พวก นัก แสดง กล แห่ง อียิปต์ จึง ทำ ได้ เหมือน กัน ด้วย ศิลป อัน ลี้ลับ ของ เขา {7:12} เมื่อ เขา ต่าง คน ต่าง โยน ไม้เท้า ลง ไม้เท้า เหล่า นั้น ก็ กลาย เป็น งู แต่ ไม้เท้า ของ อา โรน กลืน ไม้เท้า ของ พวก เขา เสีย ทั้งหมด {7:13} ถึง กระนั้น พระทัย ของ ฟาโรห์ ก็ กระด้าง หาย อม เชื่อ เขา ทั้ง สอง ไม่ จริง ดัง ที่ พระเจ้า ตรัส ไว้ แล้ว {i7:14} ภัย พิบัติ จาก โลหิต {7:14} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ใจ ของ ฟาโรห์ แข็ง กระด้าง ไม่ ยอม ปล่อย ให้ ประชากร ไป {7:15} จง ไป เฝ้า ฟาโรห์ ใน เวลา เช้า เมื่อ เขา ไป ที่ แม่น้ำ ยืน คอย เขา อยู่ ที่ ริม ฝั่ง แม่น้ำ เอา ไม้เท้า ที่ กลาย เป็น งู ได้ นั้น ไป ด้วย {7:16} และ กล่าว แก่ เขา ว่า‘ พระเจ้า ของ ชาว ฮีบรู ตรัส สั่ง ให้ ข้า พระ บาท มา เฝ้า โดย มี พระ ดำรัส ว่า“ จง ปล่อย ประชากร ของ เรา ไป นมัสการ เรา ใน ถิ่น ทุรกันดาร จน บัดนี้ เจ้า ก็ ยัง หา ได้ เชื่อฟัง ไม่” {7:17} พระเจ้า ตรัส ดังนี้ ว่า“ ท่าน จะ ทราบ ว่า เรา คือ พระเจ้า โดย อาศัย การ กระทำ ดังนี้ เรา จะ เอา ไม้เท้า ที่ ถือ ไว้ นั้น ฟาด น้ำ ลง ใน แม่น้ำ ไนล์ น้ำ นั้น จะ กลาย เป็น โลหิต {7:18} ปลา ซึ่ง อยู่ ใน แม่น้ำ ไนล์ จะ ตาย และ แม่น้ำ จะ เหม็น จน ชาว อียิปต์ ดื่ม น้ำ ใน แม่น้ำ ไนล์ ไม่ ได้”’” {7:19} พระเจ้า ตรัส สั่ง โมเสส อีก ว่า“ จง บอก อา โร นว่า‘ เอา ไม้เท้า ของ ท่าน ชี้ ไป เหนือ น้ำ แห่ง อียิปต์ คือ เหนือ แม่น้ำ ลำ คลอง บึง และ สระ ทั้งหมด ของ เขา น้ำ จะ กลาย เป็น โลหิต จะ มี แต่ โลหิต ตลอด แผ่นดิน อียิปต์ ทั้ง ที่ อยู่ ใน ภาชนะ ไม้ หรือ ภาชนะ หิน’” {7:20} โมเสส กับ อา โร น ก็ กระทำ ตาม ที่ พระเจ้า บัญชา คือ ท่าน ได้ ยก ไม้ ขึ้น ตี น้ำ ใน แม่น้ำ ไนล์ ต่อ พระ พักตร์ ฟาโรห์ และ ต่อ หน้า พวก ข้าราชการ แล้ว น้ำ ใน แม่น้ำ ไนล์ ก็ กลาย เป็น โลหิต สิ้น {7:21} ปลา ที่ อยู่ ใน แม่น้ำ ไนล์ ก็ ตาย แม่น้ำ ไนล์ ก็ เหม็น และ ชาว อียิปต์ ก็ ดื่ม น้ำ ใน แม่น้ำ ไนล์ นั้น ไม่ ได้ มี โลหิต ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ {7:22} แต่ พวก นัก แสดง กล แห่ง อียิปต์ ก็ กระทำ ได้ เหมือน กัน อาศัย ศิลป อัน ลึกลับ ของ เขา แต่ พระทัย ของ ฟาโรห์ ก็ ยัง แข็ง กระด้าง หา เชื่อฟัง ท่าน ทั้ง สอง ไม่ ซึ่ง ก็ เป็น จริง ดัง ที่ พระเจ้า ตรัส ไว้ {7:23} ฟาโรห์ เสด็จ กลับ เข้า ใน วัง มิ ได้ เอา พระทัย ใส่ แม้ ใน เหตุการณ์ ครั้ง นี้ {7:24} ชาว อียิปต์ ทั้งปวง ก็ พา กัน ขุด หลุม ตาม ริม แม่น้ำ ไนล์ หา น้ำ ดื่ม เพราะ ดื่ม น้ำ ใน แม่น้ำ ไนล์ ไม่ ได้ {i7:25} ภัย พิบัติ จาก กบ {7:25} เจ็ด วัน ผ่าน ไป นับ ตั้งแต่ พระเจ้า ทรง บันดาล ให้ แม่น้ำ ไนล์ เป็น โลหิต {8:1} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ไป หา ฟาโรห์ บอก ว่า‘ พระเจ้า ตรัส ดังนี้ ว่า“ จง ปล่อย ประชากร ของ เรา ให้ ไป นมัสการ เรา {8:2} ถ้า ไม่ ยอม เรา จะ ให้ ฝูง กบ ขึ้น มา รังควาน ทั่ว เขต แดน ของ ท่าน {8:3} ฝูง กบ จะ เต็ม ไป ทั้ง แม่น้ำ ไนล์ จะ ขึ้น มา อยู่ ใน วัง ใน ห้อง บรรทม และ บน แท่น บรรทม ของ ท่าน ใน เรือน ข้าราชการ ตาม ตัว พลเมือง ใน เตา ปิ้ง ขนม และ ใน อ่าง ขยำ แป้ง ของ ท่าน ด้วย {8:4} ฝูง กบ นั้น จะ ขึ้น มา ที่ ตัว ฟาโรห์ ที่ ตัว พลเมือง และ ที่ ตัว ข้าราชการ ทั้งปวง ของ ท่าน”’” {8:5} แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง บอก อา โร น ให้ เหยียด มือ ที่ ถือ ไม้เท้า ออก เหนือ แม่น้ำ เหนือ ลำ คลอง และ เหนือ บึง ให้ ฝูง กบ ขึ้น มา บน แผ่นดิน อียิปต์” {8:6} อา โร น ก็ เหยียด มือ ออก เหนือ พื้น น้ำ ทั้งหลาย ใน อียิปต์ กบ ก็ ขึ้น มา เต็ม แผ่นดิน อียิปต์ {8:7} ฝ่าย พวก นัก แสดง กล ก็ ทำ ตาม ศิลป อัน ลึกลับ ของ เขา ให้ มี ฝูง กบ ขึ้น มา บน แผ่นดิน อียิปต์ เหมือน กัน {8:8} ฟาโรห์ ตรัส เรียก โมเสส กับ อา โร นมาว่า“ เจ้า ทั้ง สอง จง กราบ ทูล วิงวอน ขอ พระเจ้า ทรง บันดาล ให้ ฝูง กบ ไป เสีย จาก เรา และ จาก พลเมือง ของ เรา แล้ว เรา จะ ยอม ปล่อย ให้ ประชากร เหล่า นั้น ไป ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระเจ้า” {8:9} โมเสส จึง ทูล ฟาโรห์ ว่า“ เวลา ใด ที่ ฝ่าพระบาท มี พระ ประสงค์ ให้ ข้า พระ บาท วิงวอน ต่อ พระเจ้า เพื่อ ฝ่าพระบาท ข้า ราช บริพาร และ พลเมือง ของ ฝ่าพระบาท ขอ ให้ ทรง ขับ ไล่ ฝูง กบ ไป เสีย จาก ฝ่า บาท และ ราช สำนัก ลง ไป อยู่ ใน แม่น้ำ ไนล์ ก็ จง มี พระ บัญชา มา เถิด ข้า พระ บาท จะ กราบ ทูล ขอ ให้ เป็น ไป ดัง พระ ประสงค์” {8:10} ฟาโรห์ ตรัส ตอบ ว่า“ พรุ่งนี้” โมเสส จึง ทูล ว่า“ จะ เป็น ไป ตาม พระ ดำรัส ฝ่าพระบาท จะ ได้ ทราบ ว่า ไม่ มี ผู้ ใด เหมือน พระเจ้า ของ ข้า พระ บาท ทั้งหลาย {8:11} ฝูง กบ จะ ไป จาก ฝ่าพระบาท จาก ราช สำนัก จาก ข้าราชการ และ พลเมือง ของ ฝ่าพระบาท เหลือ อยู่ เฉพาะ แต่ ใน แม่น้ำ ไนล์” {8:12} โมเสส กับ อา โร น ทูล ลา ไป แล้ว โมเสส ร้อง ทูล พระเจ้า เรื่อง ฝูง กบ ที่ พระองค์ ได้ ทรง ให้ มา ทรมาน ฟาโรห์ {8:13} พระเจ้า ทรง กระทำ ตาม คำ ทูล ขอ ของ โมเสส ฝูง กบ เหล่า นั้น ก็ ไป ตาย เกลื่อน บ้านเรือน เกลื่อน ลาน บ้าน และ ทุ่ง นา {8:14} เขา ก็ เก็บ ซาก กบ ไว้ เป็น กองๆ แผ่นดิน ก็ เหม็น ตลบ ไป {8:15} เมื่อ ฟาโรห์ ทรง ทราบ ว่า ความ เดือดร้อน ลด น้อย ลง แล้ว ก็ กลับ มี พระทัย แข็ง กระด้าง อีก ไม่ ยอม เชื่อฟัง โมเสส และ อา โร น จริง ดัง ที่ พระเจ้า ตรัส ไว้ แล้ว {i8:16} ภัย พิบัติ จาก ริ้น {8:16} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ บอก อา โร นว่า‘ เอา ไม้เท้า ตี ฝุ่น ดิน ให้ กลาย เป็น ริ้น ทั่ว ประเทศ อียิปต์’” {8:17} เขา ทั้ง สอง ก็ กระทำ ตาม อา โร น เหยียด มือ ออก ยก ไม้เท้า ตี ฝุ่น ดิน ก็ มี ริ้น มา ตอม มนุษย์ และ สัตว์ ฝุ่น ดิน ทั้งหมด กลาย เป็น ริ้น ทั่ว ประเทศ อียิปต์ {8:18} ฝ่าย พวก เล่น กล ก็ พยายาม ใช้ ศิลปะ อัน ลึกลับ ของ เขา เพื่อ ทำให้ เกิด ริ้น แต่ ก็ ทำ ไม่ ได้ ริ้น พา กัน มา ตอม มนุษย์ และ สัตว์ ทั้งปวง {8:19} พวก เล่น กล จึง ทูล ฟาโรห์ ว่า“ นี่ เป็น กิจการ แห่ง นิ้ว พระ หัตถ์ พระเจ้า” ฝ่าย ฟาโรห์ มี พระทัย แข็ง กระด้าง หา เชื่อฟัง เขา ไม่ จริง ดัง ที่ พระเจ้า ตรัส ไว้ แล้ว {i8:20} ภัย พิบัติ จาก เหลือบ {8:20} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ลุก ขึ้น แต่ เช้า ไป คอย เฝ้า ฟาโรห์ ฟาโรห์ จะ มา ยัง แม่น้ำ แล้ว บอก ว่า‘ พระเจ้า ตรัส ดังนี้ ว่า“ จง ปล่อย ประชากร ของ เรา ให้ ไป นมัสการ เรา {8:21} ถ้า แม้ ไม่ ปล่อย ประชากร ของ เรา ไป เรา จะ ใช้ ให้ ฝูง เหลือบ มา ตอม กาย ของ เจ้า ตอม ข้าราชการ และ พลเมือง ของ เจ้า ด้วย ฝูง เหลือบ จะ เข้า ไป ใน ราช สำนัก ใน บ้านเรือน ของ ชาว อียิปต์ พื้น ดิน ที่ เขา อยู่ นั้น จะ เต็ม ไป ด้วย ฝูง เหลือบ {8:22} ใน วัน นั้น เรา จะ แยก เมือง โก เชน ที่ ประชากร ของ เรา อาศัย อยู่ นั้น ออก มิ ให้ มี ฝูง เหลือบ ที่ นั่น เพื่อ เจ้า จะ ได้ รู้ ว่า เรา คือ พระเจ้า สถิต อยู่ ท่ามกลาง แผ่นดิน {8:23} เรา จะ แบ่ง เขต แดน ใน ระหว่าง ชน ชาติ ของ เรา กับ ชน ชาติ ของ เจ้า หมาย สำคัญ นี้ จะ บังเกิด ขึ้น ใน วัน พรุ่งนี้”’” {8:24} แล้ว พระเจ้า ก็ ทรง กระทำ ดังนั้น เหลือบ ฝูง ใหญ่ ยิ่งนัก เข้า ไป ใน พระ ราช วัง ของ ฟาโรห์ ใน เรือน ข้าราชการ และ ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ ทำให้ แผ่นดิน ได้ รับ ความ เสียหาย ย่อยยับ {8:25} ฟาโรห์ จึง ตรัส เรียก โมเสส กับ อา โร น มา รับสั่ง ว่า“ จง ไป ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระเจ้า ของ เจ้า ใน เขต แผ่นดิน นี้” {8:26} โมเสส ทูล ว่า“ การ กระทำ เช่น นั้น หา ควร ไม่ เพราะ ข้า พระ บาท ทั้งหลาย ต้อง ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระเจ้า ของ ข้า พระ บาท แต่ ชาว อียิปต์ ถือ ว่า เป็น การ ผิด ที่ จะ ฆ่า สัตว์ เหล่า นี้ ถ้า ข้า พระ บาท ถวาย สัต ว บูชา ต่อ หน้า เขา ซึ่ง ชาว อียิปต์ ถือ ว่า เป็น สัตว์ ที่ ไม่ ควร ฆ่า เขา จะ ไม่ เอา ก้อน หิน ขว้าง ข้า พระ บาท ทั้งหลาย หรือ {8:27} ข้า พระ บาท ทั้งหลาย จะ เดินทาง ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร สัก สาม วัน ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระเจ้า ของ พวก ข้า พระ บาท ตาม ที่ พระองค์ ทรง บัญชา” {8:28} ฟาโรห์ จึง รับสั่ง ว่า“ เรา จะ ปล่อย พวก เจ้า ไป เพื่อ จะ ได้ ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระเจ้า ของ เจ้า ใน ถิ่น ทุรกันดาร แต่ว่า พวก เจ้า อย่า ไป ให้ ไกล นัก จง วิงวอน เพื่อ เรา ด้วย” {8:29} โมเสส จึง ทูล ว่า“ พอ ข้า พระ บาท ทูล ลา ฝ่าพระบาท ไป ข้า พระ บาท จะ อธิษฐาน ทูล พระเจ้า ขอ ให้ ฝูง เหลือบ ไป เสีย จาก ฟาโรห์ จาก ข้าราชการ และ จาก พลเมือง ใน เวลา พรุ่งนี้ แต่ ขอ อย่า ทรง กลับ คำ อีก ไม่ ยอม ปล่อย ประชากร ให้ ไป ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระเจ้า” {8:30} โมเสส ทูล ลา ฟาโรห์ ไป แล้ว ก็ อธิษฐาน ต่อ พระเจ้า {8:31} พระเจ้า ทรง กระทำ ตาม คำ ทูล ขอ ของ โมเสส ทรง ให้ ฝูง เหลือบ ไป เสีย จาก ฟาโรห์ จาก ข้าราชการ และ จาก พลเมือง ของ ท่าน มิ ให้ เหลือ อยู่ สัก ตัว เดียว {8:32} ฝ่าย ฟาโรห์ ก็ กลับ มี พระทัย แข็ง กระด้าง ใน คราว นี้ อีก มิ ให้ ทรง ปล่อย ประชากร อิสราเอล ไป {i9:1} ภัย พิบัติ ที่ เกิด กับ ฝูง สัตว์ {9:1} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ไป หา ฟาโรห์ บอก ว่า พระเจ้า ของ คน ฮีบรู ตรัส ดังนี้ ว่า‘ จง ปล่อย ให้ ประชากร ของ เรา ไป เพื่อ เขา จะ ได้ นมัสการ เรา {9:2} ถ้า ท่าน ไม่ ยอม ปล่อย ให้ ไป ยัง หน่วงเหนี่ยว เขา ไว้ {9:3} หัตถ์ ของ พระเจ้า จะ ทำให้ ฝูง สัตว์ ใน ทุ่ง นา ฝูง ม้า ฝูง ลา ฝูง อูฐ ฝูง โค และ ฝูง แพะ แกะ เป็น โรค ระบาด ร้ายแรง ขึ้น {9:4} แต่ พระองค์ จะ ทรง กระทำ ต่อ ฝูง สัตว์ ของ ชน ชาติ อิสราเอล ต่าง กับ ฝูง สัตว์ ของ ชาว อียิปต์ สัตว์ ของ คน อิสราเอล จะ ไม่ ต้อง ตาย เลย’” {9:5} พระเจ้า ทรง กำหนด เวลา ไว้ ว่า“ พรุ่งนี้ พระเจ้า จะ ทรง กระทำ สิ่ง นี้ ใน แผ่นดิน” {9:6} รุ่งขึ้น พระเจ้า ก็ ทรง กระทำ ตาม พระ วาจา ฝูง สัตว์ ของ ชาว อียิปต์ ตาย หมด แต่ สัตว์ ของ ชน ชาติ อิสราเอล ไม่ ตาย สัก ตัว เดียว {9:7} ฟาโรห์ ทรง ใช้ คน ไป ดู และ ประจักษ์ ว่า สัตว์ ของ คน อิสราเอล ไม่ ตาย สัก ตัว เดียว แต่ พระทัย ของ ฟาโรห์ ยัง แข็ง กระด้าง ไม่ ยอม ปล่อย ให้ ประชากร ไป {i9:8} ภัย พิบัติ จาก ฝี {9:8} พระเจ้า จึง ตรัส แก่ โมเสส และ อา โร นว่า“ เจ้า จง กำ เขม่า จาก เตา ให้ เต็ม กำมือ แล้ว ให้ โมเสส ซัด ขึ้น ไป ใน อากาศ ต่อ หน้า ฟาโรห์ {9:9} เขม่า นั้น จะ กลาย เป็น ฝุ่น ปลิว ไป ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ ทำให้ เกิด เป็น ฝี แตก ลาม ทั้ง ตัว คน และ สัตว์ ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ {9:10} เขา ทั้ง สอง จึง กำ เขม่า จาก เตา ไป ยืน อยู่ ต่อ พระ พักตร์ ฟาโรห์ พอ โมเสส ซัด เขม่า ขึ้น ไป ใน ท้อง ฟ้า เขม่า นั้น ก็ ทำให้ เกิด ฝี แตก ลาม ไป ทั้ง ตัว คน และ สัตว์ {9:11} ฝ่าย พวก นัก แสดง กล ก็ ไม่ อาจ ยืน อยู่ ต่อ หน้า โมเสส เพราะ พวก เล่น กล และ ชาว อียิปต์ ทั้งปวง ก็ เป็น ฝี ทั่ว ตัว ด้วย เหมือน กัน {9:12} แต่ พระเจ้า ทรง ให้ พระทัย ของ ฟาโรห์ แข็ง กระด้าง ไม่ ยอม เชื่อฟัง โมเสส และ อา โร น จริง ดัง ที่ พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ไว้ แล้ว {i9:13} ภัย พิบัติ จาก ลูกเห็บ {9:13} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง ตื่น แต่ เช้า ไป ยืน ต่อ หน้า ฟาโรห์ บอก ว่า‘ พระเจ้า ของ คน ฮีบรู ตรัส ดังนี้ ว่า“ จง ปล่อย ประชากร ของ เรา ไป นมัสการ เรา {9:14} มิ ฉะนั้น คราว นี้ เรา จะ บันดาล ให้ เกิด ภัย พิบัติ ต่างๆ แก่ เจ้า และ แก่ ข้าราชการ และ แก่ พลเมือง ของ เจ้า เพื่อ เจ้า จะ ได้ รู้ แน่ ว่า ทั่ว โลก ไม่ มี ผู้ ใด จะ เปรียบ กับ เรา ได้ {9:15} เรา จะ ยก มือ ขึ้น ประหาร เจ้า และ ประชาชน ของ เจ้า ด้วย ภัย พิบัติ ให้ สูญสิ้น ไป จาก โลก เสีย ก็ ได้ {9:16} แต่ เหตุ ที่ เรา ให้ เจ้า มี ชีวิต อยู่ ก็ เพื่อ จะ ให้ เจ้า เห็น ฤทธา นุ ภาพ ของ เรา และ นาม ของ เรา จะ ได้ มี ผู้ ประกาศ ไป ทั่ว โลก {9:17} เจ้า ยัง ถือ ทิฐิ ต่อสู้ ประชากร ของ เรา ไม่ ยอม ปล่อย เขา ไป {9:18} ดู นะ พรุ่งนี้ ประมาณ เวลา นี้ เรา จะ ให้ ลูกเห็บ ตกลง มา อย่าง หนัก อย่าง ที่ ไม่ เคย มี ใน อียิปต์ ตั้งแต่ เริ่ม สร้าง บ้านเมือง มา จน บัดนี้ {9:19} เหตุ ฉะนั้น จง ให้ ต้อน ฝูง สัตว์ และ บรรดา ผู้ ที่ อยู่ ใน ทุ่ง นา ให้ เข้า ที่ กำบัง เพราะ คน ทุก คน และ สัตว์ ทุก ตัว ใน ทุ่ง นา ที่ มิ ได้ เข้า มา อยู่ ใน บ้าน จะ ถูก ลูกเห็บ ตาย หมด”’” {9:20} บรรดา ข้าราชการ ของ ฟาโรห์ ที่ เกรงกลัว พระ ดำรัส ของ พระเจ้า ก็ ให้ ทาส และ สัตว์ ของ ตน กลับ เข้า บ้าน {9:21} แต่ ผู้ ที่ ไม่ สนใจ พระ ดำรัส ของ พระเจ้า ก็ ยัง คง ปล่อย ให้ ทาส และ สัตว์ ของ ตน อยู่ ใน ทุ่ง นา {9:22} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง ชู มือ ขึ้น ยัง ท้อง ฟ้า เพื่อ ลูกเห็บ จะ ได้ ตกลง มา ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ บน มนุษย์ บน สัตว์ และ บน ผัก หญ้า ทุก อย่าง ซึ่ง อยู่ ใน ทุ่ง นา ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์” {9:23} โมเสส ก็ ชู ไม้เท้า ขึ้น ยัง ท้อง ฟ้า แล้ว พระเจ้า ทรง บันดาล ให้ มี เสียง ฟ้า ร้อง มี ลูกเห็บ และ ไฟ ตกลง มา บน แผ่นดิน พระเจ้า ทรง ให้ ลูกเห็บ ตก บน แผ่นดิน อียิปต์ {9:24} มี ลูกเห็บ กับ ไฟ แลบ ลูกเห็บ ตก หนัก ยิ่งนัก อย่าง ที่ ไม่ เคย มี ใน แผ่นดิน อียิปต์ ตั้งแต่ เริ่ม ตั้ง เป็น ชาติ มา {9:25} สิ่ง ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน ทุ่ง นา ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ ก็ ถูก ลูกเห็บ ทำลาย เสีย สิ้น ทั้งคน และ สัตว์ ลูกเห็บ ยัง ตกลง ถูก ผัก และ ต้นไม้ ทุก อย่าง หัก โค่น {9:26} เว้น แต่ ที่ เมือง โก เชน ที่ ชน ชาติ อิสราเอล อยู่ นั้น หา มี ลูกเห็บ ตก ไม่ {9:27} ฟาโรห์ จึง ทรง ใช้ คน ไป เรียก โมเสส และ อา โร น มา เฝ้า แล้ว ตรัส ว่า“ ครั้ง นี้ เรา ทำบาป แน่ แล้ว พระเจ้า เป็น ฝ่าย ถูก เรา และ ชน ชาติ ของ เรา ผิด {9:28} ขอ ท่าน ทูล วิงวอน พระเจ้า ให้ เลิก มี ฟ้า ร้อง และ ลูกเห็บ เสียที เรา จะ ปล่อย พวก ท่าน ไป จะ ไม่ กัก ไว้ อีก” {9:29} โมเสส ทูล ว่า“ เมื่อ ข้า พระ บาท ออก ไป จาก กรุง นี้ แล้ว ข้า พระ บาท จะ ยก มือ ทูล พระเจ้า เสียง ฟ้า ร้อง ก็ จะ เงียบ และ จะ ไม่ มี ลูกเห็บ ตก อีก เพื่อ ฝ่าพระบาท จะ ได้ ทราบ ว่า โลก นี้ เป็น ของ พระเจ้า {9:30} แต่ ฝ่าย ฝ่าพระบาท และ ข้าราชการ นั้น ข้า พระ บาท ทราบ อยู่ แล้ว ว่า ยัง ไม่ ยำเกรง พระเจ้า” {9:31} ต้น ป่าน ต้น บา ร ลี ถูก ลูกเห็บ ทำลาย เสีย เพราะ ใน เวลา นั้น ต้น บา ร ลี ก็ กำลัง ออก รวง และ ต้น ป่าน ก็ ออก ดอก แล้ว {9:32} ส่วน ข้าว สาลี และ ข้าว สแปลต์ นั้น มิ ได้ ถูก ทำลาย เพราะ งอก ช้า {9:33} เมื่อ โมเสส ทูล ลา ฟาโรห์ ไป จาก กรุง ก็ ยก มือ ขึ้น ทูล พระเจ้า เสียง ฟ้า ร้อง กับ ลูกเห็บ นั้น ก็ หยุด ฝน ก็ มิ ได้ ตก บน แผ่นดิน อีก {9:34} เมื่อ ฟาโรห์ ทราบ ว่า ฝน ลูกเห็บ และ ฟ้า ร้อง นั้น หยุด แล้ว พระองค์ ก็ กลับ ทรง กระทำ ผิด ต่อ ไป อีก พระทัย แข็ง กระด้าง ทั้ง พระองค์ และ ข้าราชการ {9:35} พระทัย ของ ฟาโรห์ แข็ง กระด้าง และ ไม่ ยอม ปล่อย ชน ชาติ อิสราเอล ไป จริง ดัง ที่ พระเจ้า ตรัส ไว้ กับ โมเสส {i10:1} ภัย พิบัติ จาก ฝูง ตั๊กแตน {10:1} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง เข้า ไป หา ฟาโรห์ เพราะ เรา ทำให้ ใจ ของ ฟาโรห์ และ ใจ ของ ข้าราชการ แข็ง กระด้าง เพื่อ เรา จะ ได้ แสดง หมาย สำคัญ เหล่า นี้ ของ เรา ท่ามกลาง พวก เขา {10:2} เพื่อ เจ้า จะ ได้ เล่า เหตุการณ์ ที่ เรา ได้ กระทำ แก่ ชาว อียิปต์ ให้ ลูกหลาน ฟัง รวม ทั้ง หมาย สำคัญ ซึ่ง เรา ได้ สำแดง แก่ เขา นั้น เพื่อ พวก เจ้า จะ ได้ รู้ ว่า เรา คือ พระเจ้า” {10:3} โมเสส และ อา โร น จึง เข้า ไป เฝ้า ฟาโรห์ ทูล ว่า“ พระเจ้า ของ คน ฮีบรู ตรัส ดังนี้ ว่า‘ เจ้า จะ ขัดขืน ไม่ ยอม อ่อนน้อม ต่อ เรา นาน สัก เท่าใด จง ปล่อย ประชากร ของ เรา ให้ ไป นมัสการ เรา {10:4} ถ้า เจ้า ไม่ ยอม ปล่อย ประชากร ของ เรา ไป พรุ่งนี้ เรา จะ ให้ ตั๊กแตน เข้า มา ใน เขต แดน ของ เจ้า {10:5} ฝูง ตั๊กแตน นั้น จะ มา ลง เต็ม ไป หมด จน แล ไม่ เห็น พื้น ดิน และ สิ่ง ที่ เหลือ จาก ลูกเห็บ ทำลาย มัน จะ กิน และ ต้นไม้ ทุก ต้น ซึ่ง งอก ขึ้น ให้ เจ้า ใน ทุ่ง นา นั้น มัน จะ กิน เสีย หมด {10:6} มัน จะ เข้า ไป ใน ราช สำนัก ใน บ้านเรือน ของ ข้าราชการ และ ใน บ้านเรือน ของ ชาว อียิปต์ จน เต็ม หมด อย่าง ที่ บิดา และ ปู่ทวด ตั้งแต่ เกิด มา จน ทุก วัน นี้ ไม่ เคย เห็น เช่น นี้ เลย’” แล้ว โมเสส ก็ ออก ไป จาก วัง ฟาโรห์ {10:7} บรรดา ข้าราชการ ทูล ฟาโรห์ ว่า“ คน นี้ จะ เป็น บ่วง แร้ว ดัก เรา ไป นาน สัก เท่าใด ขอ ทรง พระ กรุณา ปลดปล่อย คน เหล่า นั้น ให้ ไป นมัสการ พระเจ้า ของ เขา เถิด พระองค์ ยัง ไม่ ทราบ หรือ ว่า อียิปต์ กำลัง พินาศ แล้ว” {10:8} โมเสส และ อา โร น ถูก นำ ตัว เข้า มา เฝ้า ฟาโรห์ อีก พระองค์ จึง ตรัส ว่า“ ไป นมัสการ พระเจ้า ของ เจ้า แต่ ใคร จะ ไป บ้าง” {10:9} โมเสส ทูล ว่า“ ข้า พระ บาท จะ ต้อง พา กัน ไป ทั้งคน หนุ่ม และ คน แก่ ข้า พระ บาท จะ ต้อง พา กัน ไป ทั้ง บุตร ชาย และ บุตร หญิง และ ฝูง แพะ แกะ และ ฝูง โค เพราะ ข้า พระ บาท ทั้งหลาย ต้อง มี พิธี เลี้ยง ถวาย พระเจ้า” {10:10} ฟาโรห์ ตรัส กับ เขา ทั้ง สอง ว่า“ ถ้า เรา ยอม ให้ เจ้า ไป กับ บุตร ด้วย ก็ ให้ พระเจ้า ทรง สถิต อยู่ กับ พวก เจ้า เถิด เจ้า คิด ทุจริต เสีย แล้ว {10:11} อนุญาต ไม่ ได้ จง พา เฉพาะ แต่ ผู้ชาย ไป นมัสการ พระเจ้า เพราะ เจ้า ปรารถนา เช่น นี้ เท่านั้น” แล้ว โมเสส กับ อา โร น ก็ ถูก ขับ ไล่ออก ไป เสีย จาก พระ พักตร์ ของ ฟาโรห์ {10:12} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง เหยียด มือ ออก เหนือ ประเทศ อียิปต์ ให้ ฝูง ตั๊กแตน ลง บน ผืน แผ่นดิน อียิปต์ ให้ กิน ผัก ทั่วไป ทั้ง ทุ่ง ซึ่ง เหลือ จาก ลูกเห็บ ทำลาย” {10:13} โมเสส จึง ยื่น ไม้เท้า ออก เหนือ แผ่นดิน อียิปต์ พระเจ้า ก็ บันดาล ให้ ลม ตะวัน ออก พัด มา เหนือ พื้น แผ่นดิน ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน ตลอด วัน นั้น ครั้น เวลา รุ่งเช้า ลม ตะวัน ออก ก็ พัด หอบ ฝูง ตั๊กแตน มา {10:14} ฝูง ตั๊กแตน ลง ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ และ จับ อยู่ ทั่ว เขต แดน อียิปต์ ทั้งหมด แต่ ก่อน ไม่ เคย มี ตั๊กแตน ฝูง ใหญ่ อย่าง นี้ เลย และ ต่อ ไป ข้าง หน้า จะ หา มี อย่าง นั้น อีก ไม่ {10:15} มัน ปกคลุม พื้น แผ่นดิน จน แล มืด ไป มัน กิน ผัก ใน ทุ่ง และ ผลไม้ ทุก อย่าง ซึ่ง เหลือ จาก ลูกเห็บ ทำลาย ไม่ มี พืช ใบ เขียว เหลือ เลย ไม่ ว่า ต้นไม้ หรือ ผัก ใน ทุ่ง ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ {10:16} ฟาโรห์ รีบ ให้ คน ไป ตาม ตัว โมเสส และ อา โร น เข้า เฝ้า แล้ว ตรัส ว่า“ เรา ได้ ทำบาป ต่อ พระเจ้า ของ เจ้า และ ต่อ เจ้า ทั้ง สอง ด้วย {10:17} ขอ เจ้า ยก โทษ บาป ให้ เรา ครั้ง นี้ สัก ครั้ง เถิด จง วิงวอน ขอ พระเจ้า ของ เจ้า เพื่อ พระองค์ จะ ได้ ทรง โปรด ให้ ความ ตาย นี้ พ้น ไป จาก เรา” {10:18} โมเสส ก็ ไป จาก ฟาโรห์ และ ทูล วิงวอน พระเจ้า {10:19} พระเจ้า จึง ทรง บันดาล ให้ ลม พายุ พัด กลับ มา จาก ทิศ ตะวัน ตก หอบ ฝูง ตั๊กแตน ไป ตก ใน ทะเล แดง จน ไม่ เหลือ เลย สัก ตัว เดียว ตลอด เขต แดน อียิปต์ {10:20} แต่ พระเจ้า ทรง บันดาล ให้ พระทัย ของ ฟาโรห์ แข็ง กระด้าง ท่าน จึง ไม่ ยอม ปล่อย คน อิสราเอล ไป {i10:21} ภัย พิบัติ จาก ความ มืด {10:21} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง ชู มือ ของ เจ้า ขึ้น สู่ ท้อง ฟ้า เพื่อ จะ ให้ มี ความ มืด ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ เป็น ความ มืด จน จับ คลำ ได้” {10:22} โมเสส จึง ชู มือ ขึ้น สู่ ท้อง ฟ้า แล้ว ก็ เกิด มี ความ มืด ทึบ ทั่วไป ใน แผ่นดิน อียิปต์ ตลอด สาม วัน {10:23} เขา มอง กัน ไม่ เห็น ไม่ มี ใคร ลุก ไป จาก ที่ ของ เขา สาม วัน ฝ่าย บรรดา ชน ชาติ อิสราเอล นั้น มี แสง สว่าง อยู่ ใน ที่ อาศัย ของ เขา {10:24} ฟาโรห์ จึง ให้ ตาม ตัว โมเสส เข้า เฝ้า ตรัส ว่า“ พวก เจ้า จง ไป นมัสการ พระเจ้า เถิด แต่ ให้ ฝูง แกะ และ ฝูง โค อยู่ ส่วน ผู้หญิง กับ เด็ก ไป กับ เจ้า ได้” {10:25} ฝ่าย โมเสส จึง ทูล ว่า“ ต้อง โปรด ประทาน ให้ มี เครื่อง สัต ว บูชา และ เครื่อง เผา บูชา ติด มือ ไป ด้วย เพื่อ พวก ข้า พระ บาท จะ ได้ บูชา ต่อ พระเจ้า ของ ข้า พระ บาท {10:26} ข้า พระ บาท ต้อง นำ ฝูง สัตว์ ไป ด้วย ขาด ไม่ ได้ สัก กีบ เดียว เพราะ ว่า จะ ต้อง เอา สัตว์ จาก ฝูง เหล่า นั้น ไป ถวาย พระเจ้า ของ ข้า พระ บาท ข้า พระ บาท ยัง ไม่ ทราบ ว่า จะ ต้องการ สัตว์ ตัว ใด ถวาย พระองค์ จน กว่า จะ ถึง ที่ นั่น” {10:27} แต่ พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ พระทัย ฟาโรห์ แข็ง กระด้าง ท่าน จึง ไม่ ยอม ปล่อย เขา ไป {10:28} ฟาโรห์ รับสั่ง แก่ โมเสส ว่า“ ไป ให้ พ้น ระวัง ตัว ให้ ดี เถอะ อย่า มา เห็น หน้า เรา อีก เลย เพราะ ถ้า เจ้า เห็น หน้า เรา วัน ใด เจ้า จะ ต้อง ตาย วัน นั้น” {10:29} โมเสส จึง ทูล ว่า“ ฝ่าพระบาท ตรัส ถูก แล้ว ข้า พระ บาท จะ ไม่ มา เห็น พระ พักตร์ ของ ฝ่าพระบาท อีก เลย” {i11:1} พยากรณ์ เรื่อง มรณกรรม ของ ลูก หัว ปี {11:1} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เรา จะ นำ ภัย พิบัติ มา สู่ ฟาโรห์ และ อียิปต์ อีก อย่าง เดียว หลัง จาก นั้น เขา จะ ปล่อย พวก เจ้า ไป จาก ที่ นี่ เมื่อ เขา ให้ พวก เจ้า ไป คราว นี้ เขา จะ ขับ ไล่ พวก เจ้า ออก ไป ที เดียว {11:2} บัดนี้ เจ้า จง สั่ง ให้ ประชาชน ทั้งปวง ให้ ผู้ชาย ผู้หญิง ทุก คน ขอ เครื่องเงิน เครื่อง ทอง จาก เพื่อนบ้าน ของ ตน” {11:3} พระเจ้า ทรง ให้ ประชาชน เป็น ที่ ถูก อก ถูกใจ ชาว อียิปต์ ยิ่ง กว่า นั้น โมเสส เป็น ที่ นับถือ มาก ใน ประเทศ อียิปต์ ทั้ง ต่อ หน้า ข้าราชการ และ ต่อ หน้า พลเมือง ทั้งปวง {11:4} โมเสส ประกาศ ว่า“ พระเจ้า ตรัส ดังนี้ ว่า‘ เวลา ประมาณ เที่ยงคืน เรา จะ ออก ไป ท่ามกลาง อียิปต์ {11:5} และ พวก ลูก หัว ปี ทั้งหมด ใน แผ่นดิน อียิปต์ ตั้งแต่ ราชบุตร หัว ปี ของ ฟาโรห์ ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง จน ถึง บุตร หัว ปี ของ ทาส หญิง ซึ่ง โม่ แป้ง ทั้ง ลูก หัว ปี ของ สัตว์ เดียรัจฉาน ด้วย จะ ต้อง ตาย {11:6} แล้ว จะ มี การ พิลาป ร้องไห้ ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ อย่าง ที่ ไม่ เคย มี มา แต่ ก่อน และ ต่อ ไป ภายหน้า ก็ จะ ไม่ มี อีก เลย’ {11:7} ฝ่าย คน หรือ สัตว์ ของ ชน ชาติ อิสราเอล ทั้งปวง จะ ไม่ มี แม้ แต่ เสียง สุนัข ขู่ เพื่อ ให้ ทราบ ว่า พระเจ้า ทรง กระทำ ต่อ ชาว อียิปต์ ต่าง กับ ชน ชาติ อิสราเอล {11:8} ข้าราชการ ของ ท่าน จะ ลง มา หา เรา กราบ ลง ต่อ หน้า เรา กล่าว ว่า‘ ขอ ท่าน กับ พรรคพวก ไป เสีย จาก ที่ นี่ เถิด’ หลัง จาก นั้น เรา ก็ จะ ออก ไป” โมเสส ทูล ลา ฟาโรห์ ไป ด้วย ความ โกรธ ยิ่งนัก {11:9} แล้ว พระเจ้า ตรัส ตอบ โมเสส ว่า“ ฟาโรห์ จะ ไม่ เชื่อฟัง เจ้า เพื่อ อัศจรรย์ ของ เรา จะ ได้ เพิ่ม ขึ้น อีก ใน แผ่นดิน อียิปต์” {11:10} โมเสส กับ อา โร น ก็ ได้ กระทำ อัศจรรย์ เหล่า นั้น ต่อ พระ พักตร์ ฟาโรห์ และ พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ พระทัย ของ ฟาโรห์ แข็ง กระด้าง ไป ท่าน จึง ไม่ ยอม ปล่อย ชน ชาติ อิสราเอล ให้ ออก ไป จาก แผ่นดิน ของ ท่าน {i12:1} พิธี ปัสกา {12:1} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส และ อา โร น ใน ประเทศ อียิปต์ ว่า {12:2} “ ให้ เดือน นี้ เป็น เดือน เริ่มต้น สำหรับ เจ้า ทั้งหลาย ให้ เป็น เดือน แรก ใน ปี ใหม่ สำหรับ พวก เจ้า {12:3} จง สั่ง ชุมนุม คน อิสราเอล ว่า ใน วัน ที่ สิบ เดือน นี้ ให้ ผู้ชาย ทุก คน เตรียม ลูก แกะ ครอบครัว ละ ตัว ตาม ตระกูล ของ ตน {12:4} ถ้า ครอบครัว ใด มี คน น้อย กิน ลูก แกะ ตัว หนึ่ง ไม่ หมด ก็ ให้ รวม กับ เพื่อนบ้าน ที่ อยู่ ใกล้ เคียง กัน เตรียม ลูก แกะ ตัว หนึ่ง ตาม จำนวน คน ตาม ที่ เขา จะ กิน ได้ กี่ มาก น้อย ให้ นับ จำนวน คน ที่ จะ กิน ลูก แกะ นั้น {12:5} ลูก แกะ ของ เจ้า ต้อง ปราศจาก ตำหนิ เป็น ตัวผู้ อายุ ไม่ เกิน หนึ่ง ขวบ เจ้า จง เอา มา จาก ฝูง แกะ หรือ ฝูง แพะ {12:6} จง เก็บ ไว้ ให้ ดี ถึง วัน ที่ สิบ สี่ เดือน นี้ แล้ว ใน เย็น วัน นั้น ให้ ที่ ประชุม ของ คน อิสราเอล ทั้งหมด ฆ่า ลูก แกะ ของ เขา {12:7} แล้ว เอา เลือด ทา ที่ ไม้ วงกบ ประตู ทั้ง สอง ข้าง และ ไม้ ข้าง บน ณ เรือน ที่ เขา เลี้ยง กัน นั้น ด้วย {12:8} ใน คืน วัน นั้น ให้ เขา กิน เนื้อ ปิ้ง กับ ขนม ปัง ไร้ เชื้อ และ ผัก รส ขม {12:9} เนื้อที่ ยัง ดิบ หรือ เนื้อ ต้ม อย่า กิน เลย แต่ จง ปิ้ง ทั้ง หัว และ ขา และ เครื่องใน ด้วย {12:10} จง กิน ให้ หมด อย่า ให้ มี เศษ เหลือ จน ถึง เวลา เช้า เศษ เหลือ ถึง เวลา เช้า ก็ ให้ เผา เสีย {12:11} เจ้า ทั้งหลาย จง เลี้ยง กัน ดังนี้ คือ ให้ คาด เอว สวม รองเท้า และ ถือ ไม้เท้า ไว้ และ รีบ กิน โดย เร็ว การ เลี้ยง นี้ เป็น ปัส กา ของ พระเจ้า {12:12} เพราะ ใน คืน วัน นั้น เรา จะ ผ่าน ไป ใน ประเทศ อียิปต์ และ เรา จะ ประหาร ลูก หัว ปี ทั้งหมด ใน อียิปต์ ทั้ง ของ มนุษย์ และ ของ สัตว์ และ เรา จะ พิพากษา ลงโทษ พระ ทั้งปวง ของ อียิปต์ เรา คือ พระเจ้า {12:13} แต่ เลือด ที่ บ้าน ที่ เจ้า ทั้งหลาย อยู่ นั้น จะ เป็น หมาย สำคัญ สำหรับ เจ้า เมื่อ เรา เห็น เลือด นั้น เรา จะ ผ่าน เว้น เจ้า ทั้งหลาย ไป จะ ไม่ มี ภัย พิบัติ บังเกิด แก่ เจ้า ขณะ ที่ เรา ประหาร ชาว อียิปต์ {12:14} “ วัน นี้ จะ เป็น วัน ที่ ระลึก สำหรับ เจ้า ให้ เจ้า ทั้งหลาย ถือ ไว้ เป็น เทศกาล แด่ พระเจ้า ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เจ้า เจ้า จง ฉลอง เทศกาล นี้ และ ถือ เป็น กฎ ถาวร {12:15} เจ้า ทั้งหลาย จง กิน ขนม ปัง ไร้ เชื้อ ให้ ครบ เจ็ด วัน วัน แรก จง ชำระ บ้าน เจ้า ให้ ปราศจาก เชื้อ ถ้า ผู้ ใด ขืน กิน ขนม ปัง ที่ มี เชื้อ ตั้งแต่ วัน แรก จน ถึง วัน ที่ เจ็ด จะ ต้อง อเปหิ ผู้ นั้น เสีย จาก อิสราเอล {12:16} ใน วัน แรก นั้น ให้ มี การ ประชุม บริสุทธิ์ วัน ที่ เจ็ด ก็ ให้ มี การ ประชุม บริสุทธิ์ ใน วัน นั้น อย่า ให้ ผู้ ใด ทำงาน เลย เว้น ไว้ แต่ การ จัด เตรียม อาหาร สำหรับ รับประทาน {12:17} เจ้า ทั้งหลาย จง ถือ พิธี เทศกาล กิน ขนม ปัง ไร้ เชื้อ เพราะ ใน วัน นั้น เรา ได้ นำ พล โยธา ของ เจ้า ทั้งหลาย ออก ไป จาก แผ่นดิน อียิปต์ เหตุ ฉะนี้ เจ้า จง ฉลอง วัน นี้ และ ถือ เป็น กฎ ถาวร ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เจ้า {12:18} ใน ตอน เย็น วัน ที่ สิบ สี่ เดือน แรก เจ้า ทั้งหลาย จง กิน ขนม ปัง ไร้ เชื้อ จน ถึง เวลา เย็น วัน ที่ ยี่ สิบ เอ็ด ของ เดือน นั้น {12:19} ใน เจ็ด วัน นั้น อย่า ให้ พบ เชื้อ ใน บ้าน ของ เจ้า เลย เพราะ ว่า ถ้า ผู้ ใด ที่ เป็น แขก เมือง ก็ ดี หรือ คน เกิด ใน เมือง ก็ ดี ขืน กิน ขนม ปัง มี เชื้อ ผู้ นั้น จะ ต้อง ถูก อเปหิ จาก ชุมนุม คน อิสราเอล {12:20} อย่า กิน สิ่ง ใด ที่ มี เชื้อ ใน ที่ อาศัย ของ เจ้า เจ้า จง กิน แต่ ขนม ปัง ไร้ เชื้อ เท่านั้น” {12:21} แล้ว โมเสส เรียก พวก ผู้ใหญ่ ของ คน อิสราเอล มา พร้อม กัน สั่ง ว่า“ ท่าน ทั้งหลาย จง ไป เอา ลูก แกะ ตาม ครอบครัว ของ ท่าน มา ฆ่า เป็น ลูก แกะ ปัสกา {12:22} เอา ต้น หุ สบ กำ หนึ่ง จุ่ม ลง ใน เลือด ที่ อยู่ ใน อ่าง แล้ว ป้าย เลือด นั้น ไว้ ที่ ไม้ ข้าง บน และ ไม้ วงกบ ประตู ทั้ง สอง ข้าง ด้วย เลือด ที่ อยู่ ใน อ่าง อย่า ให้ ผู้ ใด ออก ไป พ้น ประตู บ้าน ของ ตน จน ถึง รุ่งเช้า {12:23} เพราะ พระเจ้า จะ เสด็จ ผ่าน ไป เพื่อ จะ ได้ ประหาร คน อียิปต์ เมื่อ พระองค์ ทรง เห็น เลือด ที่ ไม้ ประตู ข้าง บน และ ที่ ไม้ วงกบ ประตู ทั้ง สอง ข้าง พระเจ้า จะ ทรง ผ่าน เว้น ประตู นั้น ไม่ ทรง ยอม ให้ ผู้ สังหาร เข้า ไป ใน บ้าน ท่าน เพื่อ จะ ประหาร ท่าน {12:24} ท่าน ทั้งหลาย จง ถือ พิธี นี้ ให้ เป็น กฎ ถาวร ของ ท่าน และ ของ ลูกหลาน ท่าน {12:25} ครั้น ท่าน ไป ถึง แผ่นดิน ซึ่ง พระเจ้า จะ ทรง ประทาน แก่ ท่าน ตาม ที่ ได้ ทรง สัญญา ไว้ แล้ว นั้น ท่าน จง ถือ พิธี นี้ ไว้ ปฏิบัติ {12:26} เมื่อ ลูกหลาน ของ ท่าน ถาม ว่า‘ พิธี นี้ หมายความ ว่า กระไร’ {12:27} ท่าน ทั้งหลาย จง ตอบ ว่า‘ เป็น การ ถวาย สัต วบูชาปัส กา แด่ พระเจ้า เพราะ พระองค์ ทรง ผ่าน เว้น บ้าน ของ ชน ชาติ อิสราเอล ใน อียิปต์ เมื่อ พระองค์ ทรง ประหาร คน อียิปต์ แต่ ไว้ ชีวิต ครอบครัว ของ เรา ทั้งหลาย’” ประชากร ทั้งปวง ก็ กราบ ลง นมัสการ {12:28} แล้ว คน ชาติ อิสราเอล ก็ ไป ทำ ตาม คำ สั่ง ทุก ประการ พระเจ้า ทรง รับสั่ง กับ โมเสส และ อา โร นอ ย่าง ไร เขา ทั้งหลาย ก็ กระทำ ตาม ทุก ประการ {i12:29} ภัย พิบัติ สุดท้าย มรณกรรม ของ ลูก หัว ปี {12:29} ใน เวลา เที่ยงคืน พระเจ้า ทรง ประหาร บุตร หัว ปี ทุก คน ใน ประเทศ อียิปต์ ตั้งแต่ พระ ราชบุตร หัว ปี ของ ฟาโรห์ ผู้ ประทับ บน พระ ที่นั่ง จน ถึง บุตร หัว ปี ของ เชลย ที่ อยู่ ใน คุก มืด ทั้ง ลูก หัว ปี ของ สัตว์ เลี้ยง ทุก ตัว {12:30} ฟาโรห์ กับ ข้าราชการ และ ชาว อียิปต์ ทั้งปวง ตื่น ขึ้น ใน ตอน กลางคืน มี เสียง ร้องไห้ คร่ำครวญ ดัง ทั่ว ทั้ง อียิปต์ เนื่อง ด้วย ไม่ มี บ้าน ใด เลย ที่ ไม่ มี คน ตาย {12:31} ฟาโรห์ จึง ตรัส เรียก โมเสส กับ อา โร น ให้ มา เฝ้า ใน คืน วัน นั้น ตรัส ว่า“ เจ้า ทั้ง สอง กับ ทั้ง ชน ชาติ อิสราเอล จง ยก ออก ไป จาก ประชากร ของ เรา เถิด ไป นมัสการ พระเจ้า ตาม ที่ ได้ พูด ไว้ นั้น {12:32} เอา ฝูง แพะ แกะ และ ฝูง โค ของ เจ้า ไป ด้วย ตาม ที่ เจ้า ได้ พูด ไว้ แล้ว ไป และ อวยพร ให้ เรา ด้วย” {12:33} ฝ่าย ชาว อียิปต์ ก็ เร่งรัด ให้ ชน ชาติ นั้น ออก ไป จาก ประเทศ โดย เร็ว เพราะ เขา พูด ว่า“ พวก เรา ตาย กัน หมด แล้ว” {12:34} ชน ชาติ อิสราเอล เอา ก้อน แป้ง ดิบ ที่ ยัง มิ ได้ ใส่ เชื้อ กับ อ่าง ขยำ แป้ง ห่อ ผ้า ใส่ บ่า แบก ไป {12:35} ชน ชาติ อิสราเอล กระทำ ตาม ที่ โมเสส สั่ง ไว้ คือ ขอ เครื่องเงิน เครื่อง ทอง และ เครื่อง นุ่งห่ม จาก ชาว อียิปต์ {12:36} และ พระเจ้า ทรง บันดาล ให้ ประชากร เป็น ที่ ถูก อก ถูกใจ ชาว อียิปต์ เขา จึง ให้ สิ่งของ ทั้งปวง ตาม ที่ เขา ขอ ดั่ง นี้ แหละ เขา จึง ได้ ริบ เอา สิ่งของ ต่างๆ ของ ชาว อียิปต์ เสีย {i12:37} คน อิสราเอล ออก จาก อียิปต์ {12:37} ชน ชาติ อิสราเอล ยก เดิน ออก จาก เมือง รา เม เส ส ไป ถึง เมือง สุ คคท นับ แต่ ผู้ชาย ได้ ประมาณ หก แสน คน ผู้หญิง และ เด็ก ต่างหาก {12:38} มี ฝูง ชน ชาติ อื่น เป็น จำนวน มาก ติดตาม ไป ด้วย พร้อม ทั้ง ฝูง สัตว์ คือ ฝูง แพะ แกะ และ โค จำนวน มากมาย {12:39} เขา เอา ก้อน แป้ง ซึ่ง นำ มา จาก อียิปต์ นั้น ปิ้ง เป็น ขนม ปัง ไร้ เชื้อ เพราะ เขา ถูก เร่งรัด ให้ ออก จาก อียิปต์ จึง ไม่ ทัน เตรียม เสบียง {12:40} ชน ชาติ อิสราเอล อยู่ ใน อียิปต์ เป็น เวลา สี่ ร้อย สาม สิบ ปี {12:41} ครั้น สิ้น สี่ ร้อย สาม สิบ ปี แล้ว ใน วัน นั้น เอง พล โยธา ของ พระเจ้า ก็ ยก ออก จาก ประเทศ อียิปต์ {12:42} คืน วัน นั้น เป็น คืน ที่ พระเจ้า ทรง เฝ้า ดู เพื่อ ทรง นำ เขา ออก จาก ประเทศ อียิปต์ คืน วัน นั้น จึง เป็น คืน ของ พระเจ้า ที่ ชน ชาติ อิสราเอล ทั้งปวง ถือ เป็น ที่ ระลึก ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เขา {i12:43} ระเบียบ เพิ่มเติม ของ พิธี ปัสกา {12:43} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส และ อา โร นว่า“ ระเบียบ พิธี ปัส กา เป็น ดังนี้ คือ อย่า ให้ คน ต่าง ชาติ กิน เลย {12:44} ส่วน ทาส ซึ่ง นาย เอา เงิน ซื้อ มา เมื่อ ให้ ทาส นั้น เข้า สุหนัต แล้ว จึง ให้ เขา กิน ได้ {12:45} ส่วน แขก หรือ ลูกจ้าง อย่า ให้ กิน เลย {12:46} ให้ กิน ปัส กา แต่ ใน บ้าน อย่า เอา เนื้อ ไป นอก บ้าน และ อย่า หัก กระดูก ของ มัน เลย {12:47} ให้ ชุมนุม คน อิสราเอล ทั้งปวง ถือ และ ปฏิบัติ ตาม พิธี นี้ {12:48} เมื่อ มี คน ต่าง ด้าว มา อาศัย อยู่ กับ เจ้า และ ใคร่ จะ ถือ ปัส กา ถวาย พระเจ้า ก็ ให้ ชาย พวก นั้น เข้า สุหนัต เสีย ก่อน ทุก คน แล้ว จึง ให้ เขา มา ใกล้ และ ถือ พิธี นั้น ได้ เขา จึง จะ เป็น เหมือน คน เกิด ใน แผ่นดิน นั้น แต่ ผู้ ใด ที่ ยัง มิ ได้ เข้า สุหนัต อย่า ให้ เข้า ร่วม กินเลี้ยง ใน พิธี ปัส กา นั้น เลย {12:49} บทบัญญัติ สำหรับ คน เกิด ใน เมือง และ คน ต่าง ด้าว ซึ่ง อาศัย อยู่ ด้วย กัน กับ เจ้า ทั้งหลาย จะ ต้อง เป็น อัน เดียวกัน” {12:50} คน อิสราเอล ทั้งปวง ก็ ปฏิบัติ ตาม ทุก ประการ พระเจ้า รับสั่ง แก่ โมเสส และ อา โร นอ ย่าง ไร พวก เขา ก็ กระทำ อย่าง นั้น {12:51} วัน นั้น แหละ พระเจ้า ทรง นำ ชน ชาติ อิสราเอล ออก จาก ประเทศ อียิปต์ แยก เป็น กระบวน พล โยธา {i13:1} การ นำ ลูก หัว ปี ถวาย {13:1} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า {13:2} “ จง ถวาย ลูก หัว ปี ทั้งปวง แก่ เรา คือ ทุก สิ่งของ ชน ชาติ อิสราเอล ที่ ออก จาก ครรภ์ ครั้ง แรก จะ เป็น มนุษย์ หรือ สัตว์ สิ่ง นั้น เป็น ของ ของ เรา” {i13:3} เทศกาล ขนม ปัง ไร้ เชื้อ {13:3} โมเสส จึง กล่าว แก่ ประชาชน ว่า“ จง ระลึก ถึง วัน นี้ ที่ ท่าน ทั้งหลาย ออก มา จาก อียิปต์ จาก แดน ทาส เพราะ พระเจ้า ทรง นำ ท่าน ทั้งหลาย ออก จาก ที่ นั่น ด้วย ฤทธิ์ พระ หัตถ์ อย่า กิน ขนม ปัง ที่ มี เชื้อ เลย {13:4} ท่าน ทั้งหลาย ยก ออก ไป ใน วัน นี้ ใน เดือน อา บีบ {13:5} ครั้น พระเจ้า ทรง นำ พวก ท่าน มา ถึง แผ่นดิน ของ คน คา นา อัน คน ฮิต ไทต์ คน อา โม ไรต์คนฮีไวต์ และ คน เย บุ ส ที่ พระองค์ ทรง ปฏิญาณ ไว้ กับ บรรพบุรุษ ว่า จะ ยก แผ่นดิน นี้ ให้ พวก ท่าน เป็น แผ่นดิน ที่ มี น้ำนม และ น้ำผึ้ง ไหล บริบูรณ์ ท่าน ทั้งหลาย จง ถือ พิธี นี้ ใน เดือน นั้น {13:6} จง กิน ขนม ปัง ไร้ เชื้อ เป็น เวลา เจ็ด วัน และ วัน ที่ เจ็ด จง มี สมโภช ถวาย พระเจ้า {13:7} จง กิน ขนม ปัง ไร้ เชื้อ ให้ ครบ กำหนด เจ็ด วัน อย่า ให้ เห็น ขนม ปัง ซึ่ง มี เชื้อ หรือ ให้ เห็น เชื้อ ขนม ปัง ใน เขต ของ พวก ท่าน {13:8} ใน วัน นั้น จง บอก บุตร ของ ท่าน ว่า‘ ที่ ได้ ทำ ดังนี้ ก็ เพราะ เหตุการณ์ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ สำหรับ ข้า ขณะ เมื่อ ข้า ออก จาก อียิปต์’ {13:9} สำหรับ ท่าน พิธี นี้ จะ เป็น ดัง รอย สำคัญ ที่ มือ ของ ท่าน และ ดัง เครื่อง ระลึก ระหว่าง นัยน์ตา ของ ท่าน เพื่อ พระ ธรรม ของ พระเจ้า จะ ได้ อยู่ ใน ปาก ของ ท่าน เพราะ พระเจ้า ได้ ทรง นำ พวก ท่าน ออก มา จาก อียิปต์ ด้วย พระ หัตถ์ อัน ทรง ฤทธิ์ {13:10} เพราะ ฉะนั้น พวก ท่าน จง ปฏิบัติ ตาม กฎ พิธี นี้ ตาม กำหนด ทุกๆ ปี ไป {i13:11} ลูก หัว ปี {13:11} “ เมื่อ พระเจ้า ทรง นำ ท่าน ไป ยัง แผ่นดิน ของ คน คา นา อัน ดัง ที่ พระองค์ ได้ ทรง ปฏิญาณ ไว้ กับ ท่าน และ บรรพบุรุษ ของ ท่าน ว่า จะ ทรง ยก แผ่นดิน นั้น ให้ แก่ ท่าน {13:12} ทุก อย่าง ที่ เบิก ครรภ์ ครั้ง แรก นั้น ท่าน จง แยก ถวาย แด่ พระเจ้า และ ลูก สัตว์ หัว ปี ตัวผู้ ที่ เกิด จาก สัตว์ ใช้งาน ของ ท่าน ก็ เป็น ของ พระเจ้า {13:13} จง เอา ลูก แกะ ไถ่ ลูก ลา หัว ปี ถ้า ไม่ ไถ่ จง หัก คอ มัน เสีย จง ไถ่ บุตร ชาย หัว ปี ทั้งหลาย ของ มนุษย์ ไว้ ทั้งหมด {13:14} ต่อ ไป ภายหน้า เมื่อ บุตร ของ ท่าน จะ ถาม ว่า‘ ทำไม จึง ทำ อย่าง นี้’ จง เล่า ให้ เขา ฟัง ว่า‘ พระเจ้า ทรง นำ พวก เรา ออก จาก อียิปต์ จาก แดน ทาส ด้วย ฤทธิ์ พระ หัตถ์ {13:15} ครั้น พระทัย ของ ฟาโรห์ ดื้อ ไม่ ยอม ปล่อย ให้ พวก เรา ไป พระเจ้า จึง ทรง ประหาร ลูก หัว ปี ทั้งหลาย ใน ประเทศ อียิปต์ ทั้ง ของ มนุษย์ และ ของ สัตว์ ด้วย เหตุ ฉะนี้ ข้า จึง ถวาย บรรดา สัตว์ หัว ปี ตัวผู้ แด่ พระเจ้า แต่ บุตร ชาย หัว ปี ทั้งหลาย ของ ข้า ข้า ก็ ไถ่ ไว้’ {13:16} พิธี นี้ จะ เป็น ดัง รอย สำคัญ ที่ มือ ของ ท่าน และ ดัง เครื่องหมาย ระหว่าง นัยน์ตา ของ ท่าน เพราะ พระเจ้า ได้ ทรง นำ พวก เรา ออก จาก อียิปต์ ด้วย ฤทธิ์ พระ หัตถ์” {i13:17} เสา เมฆ และ เสา เพลิง {13:17} เมื่อ ฟาโรห์ ปล่อย ประชากร ไป แล้ว พระเจ้า มิ ได้ ทรง นำ เขา ไป ทาง แผ่นดิน ของ ชาว ฟีลิสเตีย แม้ ว่า จะ เป็น ทาง ใกล้ เพราะ พระเจ้า ตรัส ว่า“ เกรง ว่า เมื่อ ประชากร ไป เผชิญ สงคราม เข้า เขา จะ เปลี่ยนใจ และ กลับ ไป ยัง อียิปต์ เสีย” {13:18} พระเจ้า จึง ทรง นำ เขา อ้อม ไป ทาง ถิ่น ทุรกันดาร ยัง ทะเล แดง ชน ชาติ อิสราเอล ก็ ออก ไป จาก แผ่นดิน อียิปต์ มี อาวุธ พร้อม ที่ จะ ทำ สงคราม {13:19} โมเสส เอา กระดูก ของ โย เซฟ ไป ด้วย เพราะ โย เซฟ ให้ ชน ชาติ อิสราเอล สาบาน ไว้ ว่า“ พระเจ้า คง จะ เสด็จ มา เยี่ยม ท่าน ทั้งหลาย เป็น แน่ แล้ว ท่าน จง เอา กระดูก ของ เรา ไป จาก ที่ นี่ ด้วย” {13:20} คน อิสราเอล ยก ออก จาก เมือง สุ คคท ไป ตั้ง ค่าย ที่ ตำบล เอ ธาม บริเวณ ชาย ถิ่น ทุรกันดาร {13:21} พระเจ้า เสด็จ นำทาง พวก เขา ใน เวลา กลางวัน ด้วย เสา เมฆ และ ตอน กลางคืน ด้วย เสา เพลิง ให้ เขา มี แสง สว่าง เพื่อ จะ ได้ เดินทาง ได้ ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน {13:22} เสา เมฆ ใน เวลา กลางวัน และ เสา เพลิง ใน เวลา กลางคืน มิ ได้ คลาด จาก เบื้องหน้า ประชากร เลย {i14:1} ข้าม ทะเล แดง {14:1} พระเจ้า รับสั่ง แก่ โมเสส ว่า {14:2} “ จง สั่ง ชน ชาติ อิสราเอล ให้ ย้อน กลับ ไป ยัง ค่าย หน้า ตำบล ปี หะ หิ โรท ระหว่าง มิ กด ล และ ทะเล หน้า ตำบล บา อัล เซ โฟน แล้ว ตั้ง ค่าย ตรง นั้น ใกล้ ทะเล {14:3} ฟาโรห์ จะ กล่าว ถึง ชน ชาติ อิสราเอล ว่า‘ พวก เขา ติด อยู่ บน บก ถิ่น ทุรกันดาร นั้น กั้น เขา ไว้ แล้ว’ {14:4} เรา จะ บันดาล ให้ ใจ ฟาโรห์ แข็ง กระด้าง ไป ฟาโรห์ จะ ไล่ ตาม มา แล้ว เรา จะ ได้ รับ เกียรติยศ เพราะ ฟาโรห์ และ พล โยธา แล้ว ชาว อียิปต์ จะ รู้ ว่า เรา คือ พระเจ้า” เขา ทั้งหลาย ก็ กระทำ ตาม รับสั่ง นั้น {14:5} เมื่อ กษัตริย์ อียิปต์ ทราบ ความ ว่า ประชากร เหล่า นั้น หนี ไป แล้ว พระ ดำริ ของ ฟาโรห์ และ ความคิด ของ ข้าราชการ ก็ เปลี่ยน ไป จาก ที่ มี ต่อ ประชากร อิสราเอล เขา จึง ว่า“ ทำไม เรา จึง ทำ เช่น นี้ ไฉน เรา จึง ได้ ปล่อย พวก อิสราเอล ไป ให้ พ้น จาก การ รับใช้ เรา เล่า” {14:6} ฝ่าย ฟาโรห์ ก็ จัด ราชรถ และ นำ พล โยธา ไป ด้วย {14:7} ท่าน เอา รถ รบ อย่าง ดี หก ร้อย คัน กับ รถ รบ ทั้งหมด ใน อียิปต์ มี ทหาร ประจำ อยู่ ทุก คัน {14:8} พระเจ้า ทรง ให้ พระทัย ของ ฟาโรห์ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ แข็ง กระด้าง ไป ท่าน จึง ไล่ ตาม ชน ชาติ อิสราเอล ซึ่ง เดินทาง ไป โดย มี พระ หัตถ์ ของ พระเจ้า คุ้มครอง {14:9} ชาว อียิปต์ ไล่ ตาม ไป มี ทั้ง ม้า และ รถ รบ ของ ฟาโรห์ และ ทหาร ม้า กองทัพ ของ ท่าน มา ทัน ชน ชาติ อิสราเอล ที่ ตั้ง ค่าย อยู่ ริม ทะเล ใกล้ ตำบล ปี หะ หิ โรท หน้า ตำบล บา อัลเซโฟน {14:10} เมื่อ ฟาโรห์ เข้า มา ใกล้ ชน ชาติ อิสราเอล ก็ เงย หน้า ขึ้น ดู เมื่อ เห็น ชาว อียิปต์ ยก ติดตาม มา ก็ มี ความ กลัว ยิ่งนัก คน อิสราเอล จึง ร้อง ทูล พระเจ้า {14:11} เขา บอก โมเสส ว่า“ หลุม ฝัง ศพ ใน อียิปต์ ไม่ มี หรือ ท่าน จึง พา เรา ออก มา ให้ ตาย ใน ถิ่น ทุรกันดาร ทำไม หนอ ท่าน จึง พา เรา ออก มา จาก อียิปต์ {14:12} พวก เรา บอก ท่าน ใน อียิปต์ แล้ว มิ ใช่ หรือ ว่า ปล่อย พวก เรา แต่ ลำพัง ให้ พวก เรา รับใช้ ชาว อียิปต์ เถิด เพราะ การ รับใช้ ชาว อียิปต์ นั้น ก็ ยัง ดี กว่า ที่ จะ มา ตาย ใน ถิ่น ทุรกันดาร” {14:13} โมเสส จึง เตือน ประชากร ว่า“ อย่า กลัว เลย มั่นคง ไว้ คอย ดู ความ รอด ที่ จะ มา จาก พระเจ้า ซึ่ง พระองค์ จะ ประทาน ให้ แก่ ท่าน ทั้งหลาย ใน วัน นี้ ด้วย คน อียิปต์ ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย เห็น ใน วัน นี้ แต่ นี้ ไป จะ ไม่ ได้ เห็น อีก เลย {14:14} พระเจ้า จะ ทรง รบ แทน ท่าน ทั้งหลาย ท่าน ทั้งหลาย จง สงบ อยู่ เถิด” {14:15} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เหตุ ไฉน เจ้า จึง มา ร้องทุกข์ ต่อ เรา จง สั่ง ชน ชาติ อิสราเอล ให้ เดิน ต่อ ไป ข้าง หน้า เถิด {14:16} ฝ่าย เจ้า จง ยก ไม้เท้า ของ เจ้า แล้ว ยื่น มือ ของ เจ้า ออก ไป เหนือ ทะเล ทำให้ ทะเล นั้น แยก ออก เพื่อ คน อิสราเอล จะ ได้ เดิน บน ดิน แห้ง กลาง ทะเล แล้ว ข้าม ไป ได้ {14:17} ส่วน เรา ก็ จะ บันดาล ให้ ใจ ชาว อียิปต์ แข็ง กระด้าง ไล่ ตาม มา แล้ว เรา จะ ได้ รับ เกียรติ เพราะ ฟาโรห์ พล โยธา รถ รบ และ พล ม้า ทั้งหมด ของ เขา {14:18} เมื่อ เรา ได้ รับ เกียรติ เพราะ ฟาโรห์ รถ รบ และ พล ม้า ของ เขา แล้ว ชาว อียิปต์ ก็ จะ รู้ ว่า เรา นี่แหละ คือ พระเจ้า” {14:19} ฝ่าย ทูต ของ พระเจ้า ซึ่ง นำ พล โยธา นั้น กลับ ไป อยู่ ข้าง หลัง และ เสา เมฆ ซึ่ง อยู่ ข้าง หน้า ก็ กลับ มา ตั้ง อยู่ ข้าง หลัง เขา {14:20} คือ มา อยู่ ระหว่าง พล โยธา อียิปต์ และ พล โยธา อิสราเอล มี เมฆ และ ความ มืด กั้น เวลา กลางคืน ก็ ผ่าน ไป โดย ทั้ง สอง ฝ่าย มิ ได้ เข้า ใกล้ กัน ตลอด คืน {14:21} โมเสส ยื่น มือ ของ ท่าน ออก ไป เหนือ ทะเล และ พระเจ้า ก็ ทรง บันดาล ให้ ลม ทิศ ตะวัน ออก พัด โหม ไล่ น้ำ ทะเล ตลอด คืน ทำให้ ทะเล กลาย เป็น ดิน แห้ง น้ำ แยก ออก จาก กัน {14:22} ชน ชาติ อิสราเอล ก็ พา กัน เดิน บน ดิน แห้ง กลาง ทะเล ส่วน น้ำ นั้น ตั้ง เป็น เหมือน กำแพง สำหรับ เขา ทั้ง ทาง ขวา และ ทาง ซ้าย {14:23} คน อียิปต์ ก็ ไล่ ตาม เขา เข้า ไป กลาง ทะเล ทั้ง กอง ม้า และ ราชรถ และ พล ม้า ทั้งปวง ของ ฟาโรห์ {14:24} เวลา ปัจฉิมยาม พระเจ้า ทอด พระ เนตร จาก เสา เพลิง และ เสา เมฆ ทรง เห็น พล โยธา อียิปต์ ก็ ทรง บันดาล ให้ กองทัพ อียิปต์ เกิด โกลาหล {14:25} พระองค์ ทรง กระทำ ให้ ล้อ รถ ฝืด จน แล่น ไป แทบ ไม่ ไหว คน อียิปต์ จึง พูด กัน ว่า“ ให้ เรา หนี ไป จาก คน อิสราเอล เถิด เพราะ พระเจ้า ทรง ต่อสู้ กับ คน อียิปต์ แทน เขา” {14:26} ขณะ นั้น พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง ยื่น มือ ออก ไป เหนือ ทะเล เพื่อ ให้ น้ำ ทะเล ไหล กลับ คืน มา ท่วม คน อียิปต์ ทั้ง รถ รบ และ พล ม้า ของ เขา” {14:27} โมเสส จึง ยื่น มือ ออก ไป เหนือ ทะเล ครั้น รุ่งเช้า ทะเล ก็ กลับ ไหล ดัง เก่า คน อียิปต์ พา กัน หนี กระแสน้ำ แต่ พระเจ้า ทรง สลัด คน อียิปต์ ลง กลาง ทะเล {14:28} น้ำ ก็ ท่วม พล รถ และ พล ม้า คือ พล โยธา ทั้งหมด ของ ฟาโรห์ ซึ่ง ไล่ ตาม เขา เข้า ไป ใน ทะเล ไม่ เหลือ สัก คน เดียว {14:29} ฝ่าย ชน ชาติ อิสราเอล เดิน ไป ตาม ดิน แห้ง กลาง ท้อง ทะเล น้ำ ตั้ง ขึ้น เหมือน กำแพง สำหรับ เขา ทั้ง ทาง ขวา และ ทาง ซ้าย {14:30} ดังนี้ ใน วัน นั้น พระเจ้า ทรง โปรด ช่วย ให้ คน อิสราเอล รอด จาก เงื้อมมือ คน อียิปต์ อิสราเอล เห็น ศพ คน อียิปต์ อยู่ ที่ ชายทะเล {14:31} อิสราเอล เห็น กิจการ ใหญ่ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง กระทำ แก่ คน อียิปต์ ประชากร ก็ เกรงกลัว พระเจ้า เขา ทั้งหลาย เชื่อถือ พระเจ้า และ เชื่อ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ด้วย {i15:1} บทเพลง ของ โมเสส {15:1} ขณะ นั้น โมเสส กับ ชน ชาติ อิสราเอล ร้อง เพลง บท นี้ ถวาย พระเจ้า ว่า“ ข้าพเจ้า จะ ร้อง เพลง ถวาย พระเจ้า เพราะ พระองค์ ทรง ได้ ชัย ชนะ อย่าง ใหญ่ หลวง พระองค์ ทรง กวาด ม้า และ พล ม้า ลง ใน ทะเล {15:2} พระเจ้า ทรง เป็น ผู้ พิทักษ์ ผู้ ออก รบ แทน ข้าพเจ้า พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ช่วย ให้ ข้าพเจ้า รอด พระองค์ นี่แหละ เป็น พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จะ สรรเสริญ พระองค์ ทรง เป็น พระเจ้า ของ บรรพบุรุษ ของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จะ ยกย่อง สรรเสริญ พระองค์ {15:3} พระเจ้า ทรง เป็น นักรบ พระ นาม ของ พระองค์ คือ พระ เยโฮวาห์ {15:4} พระองค์ ทรง เหวี่ยง รถ รบ และ โยน พล โยธา ของ ฟาโรห์ ลง ใน ทะเล นาย ทหาร รถ รบ ชั้น ยอด ของ ฟาโรห์ ก็ จม ใน ทะเล แดง {15:5} น้ำ ท่วม เขา เขา จม ลง ใน ทะเล ที่ ลึก ประดุจ ก้อน หิน {15:6} ข้า แต่ พระเจ้า พระ หัตถ์ ขวา ของ พระองค์ ทรง อานุภาพ ยิ่ง ข้า แต่ พระเจ้า พระ หัตถ์ ขวา ของ พระองค์ ทรง ทำลาย ศัตรู ให้ พินาศ ไป {15:7} ด้วย เดชานุภาพ อัน ยิ่งใหญ่ ของ พระองค์ พระองค์ ทรง คว่ำ ปฏิปักษ์ ของ พระองค์ เสีย พระองค์ ทรง ใช้ พระ พิโรธ ของ พระองค์ เผา ผลาญ เขา เสีย อย่าง ตอ ฟาง {15:8} โดย ลม ที่ ระบาย จาก ช่อง พระ นาสิก 10 น้ำ ก็ ท่วม สูง ขึ้น ไป น้ำ ท่วม ก็ ท้น สูง ขึ้น น้ำ ก็ แข็ง ขึ้น ใน ท้อง ทะเล {15:9} พวก ข้าศึก กล่าว ว่า‘ เรา จะ ติดตาม เรา จะ จับ ให้ ทัน เรา จะ ริบ สิ่งของ มา แบ่งปัน กัน เรา จึง จะ พอใจ ที่ ได้ กระทำ กับ พวก นั้น ดัง ประสงค์ เรา จะ ชัก ดาบ ออก มือ เรา จะ ทำลาย เขา เสีย’ {15:10} พระองค์ ทรง บันดาล ให้ ลม พัด มา น้ำ ทะเล ก็ ท่วม เขา มิด เขา จม ลง ใน กระแสน้ำ อัน ไหล แรง นั้น เหมือน ตะกั่ว {15:11} ข้า แต่ พระเจ้า ใน บรรดา พระ ทั้งปวง องค์ ไหน จะ เป็น เหมือน พระองค์ เล่า องค์ ไหน จะ เหมือน พระองค์ ผู้ ทรง ประกอบ ด้วย ความ บริสุทธิ์ และ น่า เกรงขาม เนื่อง ด้วย พระ ราชกิจ อัน รุ่งเรือง และ อัศจรรย์ ที่ พระองค์ ทรง กระทำ {15:12} พระองค์ ทรง เหยียด พระ หัตถ์ ขวา ออก แผ่นดิน ก็ กลืน พวก เขา เสีย {15:13} พระองค์ ทรง นำ ชน ชาติ ซึ่ง พระองค์ ทรง ไถ่ ไว้ ด้วย ความ รัก มั่นคง ของ พระองค์ พระองค์ ทรง พา เขา มา ถึง ที่ สถิต อัน บริสุทธิ์ ของ พระองค์ ด้วย พระ เดชานุภาพ {15:14} ชน ชาติ ทั้งหลาย ได้ยิน แล้ว ก็ พา กัน สะทก สะท้าน ชาว ประเทศ ฟีลิสเตีย รู้สึก เสียว สยอง {15:15} ครั้ง นั้น พวก เจ้านาย ใน เมือง เอ โดม ก็ พา กัน หวาดกลัว และ พวก หัวหน้า ใน เมือง โม อับ ก็ สะทก สะท้าน ชาว เมือง คา นา อัน ทั้งปวง ก็ ระส่ำระสาย ไป {15:16} ความ รู้สึก เสียว สยอง และ ความ ตกใจ กลัว อุบัติ ขึ้น ใน ใจ ของ เขา เนื่อง ด้วย ฤทธา นุ ภาพ แห่ง พระ กร ของ พระองค์ เขา หยุด นิ่ง อยู่ เหมือน ก้อน หิน ข้า แต่ พระเจ้า จน ประชากร ของ พระองค์ ผ่าน พ้น ไป จน ชน ชาติ ซึ่ง พระองค์ ทรง ไถ่ ไว้ แล้ว ผ่าน ไป {15:17} พระองค์ ทรง นำ เขา เข้า มา และ ให้ เขา ตั้ง หลักแหล่ง อยู่ บน ภูเขา ของ พระองค์ ข้า แต่ พระเจ้า เป็น สถานที่ ซึ่ง พระองค์ ทรง สร้าง ไว้ เพื่อ เป็น ที่ สถิต ของ พระองค์ ข้า แต่ พระเจ้า สถาน นมัสการ ซึ่ง พระ หัตถ์ ของ พระองค์ สถาปนา ไว้ {15:18} พระเจ้า จะ ทรง ครอบครอง อยู่ เป็น นิตย์ นิรันดร์” {15:19} เพราะ เมื่อ กอง ม้า ของ ฟาโรห์ กับ ราชรถ และ พล ม้า ของ ท่าน ลง ไป ใน ทะเล พระเจ้า ก็ ทรง ให้ น้ำ ทะเล ไหล กลับ มา ท่วม เสีย แต่ ชน ชาติ อิสราเอล เดิน ไป บน ดิน แห้ง กลาง ทะเล นั้น {15:20} ฝ่าย มิ เรียม หญิง ผู้ เผย พระ วจนะ พี่ สาว ของ อา โร น ก็ ถือ รำมะนา และ หญิง ทั้งปวง ก็ ถือ รำมะนา เดิน ตาม พร้อม กับ เต้นรำ ไป ด้วย {15:21} มิ เรียม จึง ร้อง นำ ว่า“ จง ร้อง เพลง ถวาย พระเจ้า เถิด เพราะ พระองค์ ทรง ได้ ชัย ชนะ อย่าง ใหญ่ หลวง พระองค์ ทรง กวาด ม้า และ พล ม้า ให้ ตกลง ไป ใน ทะเล” {i15:22} น้ำ ขม ที่ มา ราห์ {15:22} ต่อ มา โมเสส นำ พวก อิสราเอล ออก จาก ทะเล แดง ไป ยัง ป่า ชูร์ เดิน ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร สาม วัน ก็ มิ ได้ พบ น้ำ เลย {15:23} ครั้น มา ถึง ตำบล มา ราห์ เขา ก็ กิน น้ำ ที่ ตำบล มา ราห์ นั้น ไม่ ได้ เพราะ น้ำ ขม เหตุ ฉะนั้น จึง ตั้ง ชื่อ ว่า มา ราห์ {15:24} ประชาชน ก็ พา กัน บ่น และ ต่อว่า โมเสส ว่า“ พวก เรา จะ เอา อะไร ดื่ม” {15:25} โมเสส ก็ ร้อง ทูล พระเจ้า พระเจ้า จึง ทรง ชี้ ให้ ท่าน เห็น ต้นไม้ ต้น หนึ่ง เมื่อ โยน ต้นไม้ นั้น ลง ใน น้ำ น้ำ ก็ จืด ณ ที่ นั้น พระองค์ ทรง ประทาน กฎเกณฑ์ และ กฎหมาย ไว้ และ ทรง ลอง ใจ เขา ที่ นั่น {15:26} พระองค์ ตรัส ว่า“ ถ้า เจ้า ทั้งหลาย ฟัง พระ สุรเสียง ของ พระเจ้า ของ เจ้า และ กระทำ สิ่ง ที่ ชอบ ใน สาย พระ เนตร ของ พระองค์ เงี่ยหู ฟัง พระ บัญญัติ ของ พระองค์ และ ปฏิบัติ ตาม กฎเกณฑ์ ของ พระองค์ ทุก ประการ แล้ว โรค ต่างๆ ซึ่ง เรา บันดาล ให้ เกิด แก่ ชาว อียิปต์ นั้น เรา จะ ไม่ ให้ บังเกิด แก่ พวก เจ้า เลย เพราะ เรา คือ พระเจ้า แพทย์ ของ เจ้า” {15:27} พวก เขา มา ถึง ตำบล เอ ลิ ม ที่ มี บ่อ น้ำพุ สิบ สอง บ่อ มี ต้น อินทผลัม เจ็ด สิบ ต้น พวก เขา จึง ตั้ง ค่าย ใกล้ บ่อ น้ำ นั้น {i16:1} พระเจ้า ประทาน มา นา {16:1} พวก เขา ยก ไป จาก เอ ลิ ม และ ใน วัน ที่ สิบ ห้า เดือน ที่ สอง นับ ตั้งแต่ เวลา ยก ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ ชุมนุมชน ชาติ อิสราเอล ทั้งหมด ก็ มา ถึง ถิ่น ทุรกันดาร สี น ซึ่ง อยู่ ระหว่าง ตำบล เอ ลิ ม กับ ภูเขา ซี นาย {16:2} ชุมนุมชน ชาติ อิสราเอล ทั้งปวง ก็ พา กัน บ่น ต่อ โมเสส และ อา โร น ใน ถิ่น ทุรกันดาร {16:3} คน อิสราเอล กล่าว แก่ ท่าน ทั้ง สอง ว่า“ พวก ข้าพเจ้า ตาย เสีย ด้วย พระ หัตถ์ ของ พระเจ้า ตั้งแต่ อยู่ ใน ประเทศ อียิปต์ ขณะ เมื่อ นั่ง อยู่ ใกล้ หม้อ เนื้อ และ รับประทาน อาหาร อิ่มหนำ จะ ดี กว่า นี่ ท่าน กลับ นำ พวก ข้าพเจ้า ออก มา ใน ถิ่น ทุรกันดาร อย่าง นี้ เพื่อ จะ ให้ ชุมนุมชน ทั้งหมด หิว ตาย เท่านั้น” {16:4} แล้ว พระเจ้า ได้ ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ดู เถิด เรา จะ ให้ อาหาร ตกลง มา จาก ท้อง ฟ้า ดุจ ฝน สำหรับ พวก เจ้า ให้ ประชาชน ออก ไป เก็บ ทุก วัน พอ กิน เฉพาะ วัน หนึ่งๆ เพื่อ เรา จะ ได้ ลอง ใจ ว่า เขา จะ ปฏิบัติ ตาม โอวาท ของ เรา หรือ ไม่ {16:5} ใน วัน ที่ หก เมื่อ เขา เตรียม ของ ที่ เก็บ มา อาหาร นั้น ก็ จะ เพิ่ม เป็น สอง เท่า ของ ที่ เขา เก็บ ทุก วัน” {16:6} โมเสส กับ อา โร น จึง บอก ชน ชาติ อิสราเอล ทั้งปวง ว่า“ ใน เวลา เย็น ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ รู้ ว่า พระเจ้า เป็น ผู้ ทรง นำ พวก ท่าน ออก จาก ประเทศ อียิปต์ {16:7} ใน เวลา เช้า พวก ท่าน จะ ได้ เห็น พระ สิริ แห่ง พระเจ้า เพราะ คำ บ่น ต่อว่า ของ พวก ท่าน ต่อ พระเจ้า ทราบ ถึง พระองค์ แล้ว เรา ทั้ง สอง เป็น ผู้ ใด เล่า พวก ท่าน จึง มา บ่น ต่อว่า เรา” {16:8} โมเสส กล่าว ว่า“ ใน เวลา เย็น พระเจ้า จะ ประทาน เนื้อ ให้ ท่าน รับประทาน และ ใน เวลา เช้า พวก ท่าน จะ มี อาหาร รับประทาน จน อิ่ม เพราะ พระเจ้า ทรง ทราบ คำ บ่น ของ ท่าน ต่อ พระองค์ เรา ทั้ง สอง นี้ เป็น ผู้ ใด เล่า พวก ท่าน มิ ได้ บ่น ต่อว่า เรา แต่ ได้ บ่น ต่อว่า พระเจ้า” {16:9} โมเสส จึง กล่าว แก่ อา โร นว่า“ จง บอก ชุมนุมชน ชาติ อิสราเอล ทั้งปวง ว่า‘ เข้า มา ใกล้ พระเจ้า เพราะ พระองค์ ทรง สดับ คำ บ่น ของ ท่าน แล้ว’” {16:10} ขณะ ที่ อา โร นก ล่า ว แก่ ชุมนุมชน อิสราเอล อยู่ นั้น เขา ทั้งหลาย มอง ไป ทาง ถิ่น ทุรกันดาร ก็ เห็น พระ สิริ ของ พระเจ้า ปรากฏ อยู่ ใน เมฆ {16:11} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า {16:12} “ เรา ได้ยิน คำ บ่น ของ ชน ชาติ อิสราเอล แล้ว จง กล่าว แก่ เขา ว่า‘ ใน เวลา โพล้เพล้ พวก เจ้า จะ ได้ กิน เนื้อ ทั้ง ใน เวลา เช้า เจ้า จะ ได้ อาหาร กิน จน อิ่ม แล้ว เจ้า จะ รู้ ว่า เรา คือ พระเจ้า ของ พวก เจ้า’” {16:13} ครั้น ถึง เวลา เย็น ฝูง นก คุ่ม บิน มา เต็ม ค่าย ใน เวลา เช้า ก็ มี น้ำค้าง ตก รอบ ค่าย ที่ พัก {16:14} เมื่อ น้ำค้าง ระเหย ไป แล้ว ก็ เห็น สิ่ง หนึ่ง เหมือน เกล็ด เล็กๆ เท่า เม็ด น้ำค้างแข็ง อยู่ ที่ พื้น ดิน ใน ถิ่น ทุรกันดาร นั้น {16:15} เมื่อ ชน ชาติ อิสราเอล เห็น จึง พูด กัน ว่า“ นี่ อะไร หนอ” เพราะ เขา ไม่ ทราบ ว่า เป็น สิ่ง ใด โมเสส จึง บอก เขา ว่า“ นี่แหละ เป็น อาหาร ที่ พระเจ้า ประทาน ให้ พวก ท่าน รับประทาน {16:16} นี่ เป็น สิ่ง ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา ไว้ ว่า‘ ให้ ทุก คน เก็บ เท่า ที่ พอ รับประทาน อิ่ม ให้ เก็บ คน ละ โอ เมอร์ ตาม จำนวน คน มาก น้อย ซึ่ง พัก อยู่ ใน เต็นท์ ของ ตน’” {16:17} ชน ชาติ อิสราเอล ก็ กระทำ ตาม บาง คน เก็บ มาก บาง คน เก็บ น้อย {16:18} แต่ เมื่อ เขา ใช้ โอ เมอร์ ตวง คน ที่ เก็บ ได้ มาก ก็ ไม่ มี เหลือ และ คน ที่ เก็บ ได้ น้อย ก็ หา ขาด ไม่ ทุก คน เก็บ ได้ เท่า ที่ คน หนึ่ง รับประทาน พอดี {16:19} โมเสส จึง สั่ง ว่า“ อย่า ให้ ผู้ ใด เก็บ เหลือ ไว้ จน รุ่งเช้า” {16:20} แต่ เขา มิ ได้ เชื่อฟัง โมเสส บาง คน เก็บ ส่วน หนึ่ง ไว้ จน รุ่งเช้า อาหาร นั้น ก็ เน่า เป็น หนอน และ บูด เหม็น โมเสส จึง โกรธ คน เหล่า นั้น {16:21} เขา เก็บ กัน ทุกๆ เช้า เท่า ที่ คน หนึ่ง รับประทาน พอดี แต่ พอ แดด ออก ร้อน จัด แล้ว อาหาร นั้น ก็ ละลาย ไป {16:22} อยู่ มา เมื่อ ถึง วัน ที่ หก เขา เก็บ อาหาร สอง เท่า คือ คน ละ สอง โอ เมอร์ บรรดา หัวหน้า ของ ชุมนุมชน จึง มา รายงาน ต่อ โมเสส {16:23} โมเสส บอก เขา ว่า“ พระเจ้า ทรง พระ บัญชา ว่า‘ พรุ่งนี้ เป็น วัน หยุด งาน เป็น สะ บา โต วัน บริสุทธิ์ ของ พระเจ้า จะ ปิ้ง อะไร ก็ ให้ ปิ้ง จะ ต้ม อะไร ก็ ให้ ต้ม เสีย และ ส่วน ที่ เหลือ ทั้งหมด จง เก็บ ไว้ จน ถึง วัน รุ่งขึ้น’” {16:24} เมื่อ เขา เก็บ ไว้ จน ถึง วัน รุ่งขึ้น ตาม โมเสส สั่ง อาหาร นั้น ก็ มิ ได้ บูด เหม็น เป็น หนอน เลย {16:25} โมเสส จึง บอก ว่า“ วัน นี้ จง กิน อาหาร นั้น เพราะ ว่า วัน นี้ เป็น วัน สะ บา โต ของ พระเจ้า วัน นี้ ท่าน จะ ไม่ พบ อาหาร อย่าง นั้น ใน ทุ่ง เลย {16:26} จง เก็บ หก วัน แต่ ใน วัน ที่ เจ็ด ซึ่ง เป็น สะ บา โต จะ ไม่ มี เลย” {16:27} อยู่ มา เมื่อ วัน ที่ เจ็ด มี บาง คน ออก ไป เก็บ แต่ ไม่ ได้ พบ {16:28} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ พวก เจ้า จะ ขัดขืน บัญญัติ และ กฎหมาย ของ เรา นาน สัก เท่าไร {16:29} ดู ซิ พระเจ้า ทรง กำหนด วัน สะ บา โต ให้ เจ้า คือ ใน วัน ที่ หก พระองค์ จึง ประทาน อาหาร ให้ พอ รับประทาน สอง วัน ให้ ทุก คน พัก อยู่ ใน ที่ ของ ตน อย่า ให้ ผู้ ใด ออก จาก ที่ พัก ใน วัน ที่ เจ็ด นั้น เลย” {16:30} เหตุ ฉะนั้น ประชาชน ทั้งปวง จึง ได้ พัก งาน ใน วัน ที่ เจ็ด {16:31} เหล่า วงศ์วาน ของ อิสราเอล เรียก ชื่อ อาหาร นั้น ว่า มา นา เป็น เม็ด ขาว เหมือน เมล็ด ผักชี มี รส เหมือน ขนม แผ่น ประสม น้ำผึ้ง {16:32} โมเสส กล่าว ว่า“ พระเจ้า มี รับสั่ง ว่า‘ จง ตวง มา นา โอ เมอร์ หนึ่ง เก็บ ไว้ ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เจ้า เพื่อ เขา ทั้งหลาย จะ ได้ เห็น อาหาร ซึ่ง เรา เลี้ยง เจ้า ใน ถิ่น ทุรกันดาร นี้ เมื่อ เรา นำ พวก เจ้า ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์’” {16:33} โมเสส บอก อา โร นว่า“ เอา ไห ลูก หนึ่ง ตวง มา นา ให้ เต็ม โอ เมอร์ หนึ่ง เก็บ ไว้ ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ ท่าน” {16:34} อา โร น ก็ วาง มา นา นั้น ลง หน้า หีบ พระ โอวาท เพื่อ รักษา ไว้ ตาม พระ ดำรัส ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {16:35} ชน ชาติ อิสราเอล ได้ กิน มา นา สี่ สิบ ปี จน เขา มา ถึง เมือง ที่ จะ อาศัย อยู่ พวก เขา กิน มา นา จน มา ถึง ชาย แดน แคว้น คา นา อัน {16:36} (หนึ่ง โอ เมอร์ เท่ากับ หนึ่ง ใน สิบ ของ เอ ฟาห์) {i17:1} น้ำ ออก มา จาก หิน (กดว.20:1-13) {17:1} ชุมนุมชน ชาติ อิสราเอล ทั้งหมด ยก ออก จาก ถิ่น ทุรกันดาร สี น ไป เป็น ระยะๆ ตาม พระ บัญชา ของ พระเจ้า และ มา ตั้ง ค่าย ที่ เร ฟีดิม ที่ นั่น ไม่ มี น้ำ ให้ ประชาชน ดื่ม {17:2} เหตุ ฉะนั้น ประชาชน จึง กล่าวหา ว่า เป็น ความ ผิด ของ โมเสส และ กล่าว กับ โมเสส ว่า“ ให้ น้ำ พวก ข้า ดื่ม ซิ” โมเสส จึง บอก เขา ว่า“ พวก เจ้า หา เรื่อง เรา ทำไม เหตุ ไฉน พวก เจ้า จึง บังอาจ ลองดี กับ พระเจ้า” {17:3} ประชาชน กระหาย น้ำ ที่ ตำบล นั้น จึง บ่น ต่อ โมเสส ว่า“ ทำไม ท่าน จึง พา พวก ข้า ทั้ง บุตร และ ฝูง สัตว์ ของ ข้า ออก มา จาก ประเทศ อียิปต์ ให้ อด น้ำ ตาย” {17:4} โมเสส จึง ร้อง ทูล พระเจ้า ว่า“ ข้า พระองค์ จะ ทำ อย่างไร กับ ชน ชาติ นี้ ดี เขา เกือบ จะ เอา หิน ขว้าง ข้า พระองค์ ให้ ตาย อยู่ แล้ว” {17:5} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง เดิน ล่วงหน้า ประชาชน ไป และ นำ พวก ผู้ใหญ่ บาง คน ของ อิสราเอล ไป ด้วย ให้ ถือ ไม้เท้า ที่ เจ้า ใช้ ตี แม่น้ำ ไนล์ นั้น ไป ด้วย {17:6} เรา จะ ยืน อยู่ ต่อ หน้า เจ้าที่ นั่น บน ศิลา ที่ ภูเขา โฮ เร บ จง ตี ศิลา นั้น แล้ว น้ำ จะ ไหล ออก มา ให้ ประชาชน ดื่ม” โมเสส ก็ ทำ ดังนั้น ต่อ หน้า พวก ผู้ใหญ่ ของ อิสราเอล {17:7} โมเสส เรียก ชื่อ ตำบล นั้น ว่า มัสสาห์ และ เม รี บาห์ ด้วย เหตุ ว่า คน อิสราเอล กล่าวหา ตน ณ ที่ นั้น และ ลองดี กับ พระเจ้า ว่า“ พระเจ้า ทรง สถิต อยู่ ท่ามกลาง พวก ข้าพเจ้า จริง หรือ” {i17:8} ทำ สงคราม กับ คน อา มา เลข {17:8} ครั้ง นั้น คน อา มา เลข ยก มา รบ กับ คน อิสราเอล ที่ ตำบล เร ฟีดิม {17:9} โมเสส สั่ง โย ชู วา ว่า“ จง เลือก ชาย ฉกรรจ์ ฝ่าย เรา ออก ไป สู้ รบ กับ พวก อา มา เลข พรุ่งนี้ เรา จะ ยืน ถือ ไม้เท้า ของ พระเจ้า อยู่ บน ยอด ภูเขา” {17:10} โย ชู วา ก็ ทำ ตาม คำ สั่ง ของ โมเสส ออก สู้ รบ กับ พวก อา มา เลข ส่วน โมเสส อา โร นและเฮอร์ ก็ ขึ้น ไป บน ยอด ภูเขา นั้น {17:11} โมเสส ยก มือ ขึ้น เมื่อไร อิสราเอล ก็ ได้ เปรียบ เมื่อนั้น ท่าน ลด มือ ลง เมื่อไร พวก อา มา เลข ก็ เป็นต่อ เมื่อนั้น {17:12} แต่ มือ ของ โมเสส เมื่อยล้า เขา ทั้ง สอง ก็ นำ ก้อน หิน มา วาง ไว้ ให้ โมเสส ท่าน นั่ง อา โร นกับเฮอร์ ก็ ช่วย ยก มือ ท่าน ขึ้น คน ละ ข้าง มือ ของ ท่าน ก็ ชู อยู่ จน ตะวัน ตก ดิน {17:13} ฝ่าย โย ชู วา ปราบ อา มา เลข กับ ประชาชน ของ เขา พ่าย แพ้ ไป ด้วย คม ดาบ {17:14} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง เขียน ข้อความ ต่อ ไป นี้ ลง ไว้ ใน หนังสือ เพื่อ เป็น ที่ ระลึก ทั้ง เล่า ให้ โย ชู วา ฟัง คือ ว่า เรา จะ ลบล้าง ชื่อ ชน ชาติ อา มา เลข ไม่ ให้ ปรากฏ ใน ความ ทรง จำ ของ ประชาชน ภาย ใต้ ฟ้า นี้ เลย” {17:15} โมเสส จึง สร้าง แท่น บูชา เรียก ชื่อ ว่า เยโฮวาห์ นิ สสี 17 {17:16} กล่าว ว่า“ มือ บน พระ บัลลังก์ ของ พระเจ้า พระองค์ จะ ทรง กระทำ สงคราม กับ อา มา เลข ต่อ ไป ทุก ชั่ว ชาติพันธุ์” {18:1} เย โธร ปุโรหิต แห่ง มีเดีย น พ่อตา ของ โมเสส ได้ยิน ถึง กิจการ ต่างๆ ที่ พระเจ้า ทรง กระทำ เพื่อ โมเสส และ อิสราเอล ประชากร ของ พระองค์ เมื่อ พระเจ้า ทรง นำ พวก เขา ออก จาก อียิปต์ {18:2} เย โธร พ่อตา รับ ศิปโปราห์ ภรรยา ของ โมเสส ไว้ หลัง จาก ที่ โมเสส ส่ง กลับ ไป {18:3} พร้อม กับ บุตร ทั้ง สอง คน ของ นาง คน หนึ่ง ชื่อ เกอร์โชม (เพราะ โมเสส กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า เป็น คน ต่าง ด้าว 18 อาศัย อยู่ ต่าง ประเทศ”) {18:4} อีก คน หนึ่ง ชื่อ เอ ลี เย เซอร์ (เพราะ ท่าน กล่าว ว่า“ พระเจ้า ของ บิดา เรา เป็น ผู้ อุปถัมภ์ ของ ข้าพเจ้า และ ทรง ให้ ข้าพเจ้า รอด จาก พระ แสง ดาบ ของ ฟาโรห์”) {18:5} เย โธร พ่อตา ของ โมเสส พา ภรรยา และ บุตร ทั้ง สอง คน นั้น มา หา โมเสส ที่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร ที่ เขา ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ ภูเขา ของ พระเจ้า {18:6} มี คน ไป บอก โมเสส ว่า“ แน่ะ เย โธร พ่อตา ของ ท่าน พา ภรรยา กับ บุตร ทั้ง สอง ของ นาง มา หา ท่าน” {18:7} โมเสส ออก ไป ต้อนรับ พ่อตา กราบ ลง และ จุบ ท่าน ท่าน ทั้ง สอง ไต่ถาม ถึง ทุกข์สุข ซึ่ง กัน และ กัน แล้ว พา กัน เข้า ไป ใน เต็นท์ {18:8} โมเสส เล่า ให้ พ่อตา ฟัง ถึง เหตุการณ์ ทุก ประการ ซึ่ง พระเจ้า ทรง กระทำ กับ ฟาโรห์ และ แก่ ชาว อียิปต์ เพราะ ทรง เห็นแก่ พวก อิสราเอล ทั้ง ความ ทุกข์ ยาก ลำบาก ทั้งปวง ซึ่ง เกิด ขึ้น แก่ คน อิสราเอล ใน ระหว่าง ทาง และ พระเจ้า ได้ ทรง ช่วย เขา ให้ พ้น ภัย อย่างไร {18:9} เย โธร ก็ มี ความ ยินดี ที่ ได้ ทราบ พระ กรุณา ทั้งสิ้น ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง สำแดง แก่ คน อิสราเอล เมื่อ พระองค์ ทรง ช่วย เขา ให้ รอด พ้น จาก เงื้อมมือ ชาว อียิปต์ {18:10} เย โธร จึง กล่าว ว่า“ สาธุการ แด่ พระเจ้า ผู้ ทรง ช่วย ท่าน ทั้งหลาย ให้ รอด จาก เงื้อมมือ ชาว อียิปต์ และ จาก หัตถ์ ของ ฟาโรห์ และ ทรง ช่วย ประชากร ให้ พ้น จาก มือ ของ ชาว อียิปต์ {18:11} บัดนี้ เรา ทราบ ว่า พระเจ้า ทรง เป็น ใหญ่ กว่า พระ ทั้งปวง ใหญ่ กว่า พระ เหล่า นั้น ที่ ได้ กระทำ ต่อ ชน ชาติ อิสราเอล อย่าง ทะนง” {18:12} เย โธร พ่อตา ของ โมเสส ก็ นำ เครื่อง เผา บูชา และ เครื่อง สัต ว บูชา ถวาย แด่ พระเจ้า ฝ่าย อา โร น กับ บรรดา ผู้ใหญ่ แห่ง อิสราเอล มา รับประทาน เลี้ยง กับ พ่อตา ของ โมเสส เฉพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า {i18:13} การ แต่งตั้ง ผู้พิพากษา (ฉธบ.1:9-18) {18:13} วัน รุ่งขึ้น โมเสส ออก นั่ง พิจารณา พิพากษา ความ ให้ ประชาชน พวก เขา ยืน ห้อมล้อม โมเสส ตั้งแต่ เช้า จน เย็น {18:14} เมื่อ พ่อตา ของ โมเสส เห็น งาน ที่ โมเสส กระทำ เพื่อ ประชาชน เช่น นั้น จึง กล่าว ว่า“ นี่ ท่าน ใช้ วิธี อะไร ปฏิบัติ กับ ประชาชน เล่า เหตุ ไร ท่าน จึง นั่ง ทำงาน อยู่ แต่ ผู้ เดียว และ ประชาชน ทั้งปวง ก็ ยืน ล้อม ท่าน ตั้งแต่ เช้า จน เย็น” {18:15} โมเสส จึง ตอบ พ่อตา ว่า“ เพราะ ประชาชน มา หา ข้าพเจ้า เพื่อ ขอ ให้ ทูล ถาม พระเจ้า {18:16} เมื่อ เขา มี การ โต้เถียง กัน ก็ มา หา ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ก็ ตัดสิน ความ ระหว่าง เขา กับ เพื่อนบ้าน สอน เขา ให้ รู้จัก กฎเกณฑ์ ของ พระเจ้า และ ข้อ ตัดสิน ของ พระองค์” {18:17} ฝ่าย พ่อตา ของ โมเสส จึง กล่าว แก่ ท่าน ว่า“ ท่าน ทำ อย่าง นี้ ไม่ ดี {18:18} ทั้ง ท่าน และ ประชาชน ที่ มา หา ท่าน นั้น คง จะ อ่อน ระอา ใจ เพราะ ภาระ อัน หนัก นี้ เหลือ กำลัง ของ ท่าน ท่าน ไม่ สามารถ ที่ จะ ทำ แต่ ผู้ เดียว ได้ {18:19} ฟัง เรา บ้าง เรา จะ ให้ คำ แนะนำ แก่ ท่าน และ ขอ ให้ พระเจ้า ทรง สถิต อยู่ กับ ท่าน ท่าน จง เป็น ผู้แทน ของ ประชาชน ต่อ พระเจ้า นำ ความ กราบ ทูล พระเจ้า {18:20} ท่าน จง สั่งสอน เขา ให้ รู้ กฎเกณฑ์ และ ข้อ ตัดสิน และ แสดง ให้ เขา รู้จัก ทาง ที่ เขา ต้อง ดำเนิน ชีวิต และ สิ่ง ที่ ต้อง ปฏิบัติ {18:21} ยิ่ง กว่า นั้น ท่าน จง เลือก คน ที่ สามารถ จาก พวก ประชาชน คือ คน ที่ ยำเกรง พระเจ้า ไว้ใจ ได้ และ ไม่ กิน สินบน แต่งตั้ง คน อย่าง นี้ ไว้ เป็น ผู้ปกครอง คน พัน คน บ้าง ร้อย คน บ้าง ห้า สิบ คน บ้าง สิบ คน บ้าง {18:22} ให้ เขา พิพากษา ความ ของ ประชาชน อยู่ เสมอ ส่วน คดี ใหญ่ๆ ก็ ให้ เขา นำ มา แจ้ง ต่อ ท่าน แต่ คดี เล็กๆ น้อยๆ ให้ เขา ตัดสิน เอง การ งาน ของ ท่าน จะ เบา ลง และ พวก เขา จะ แบก ภาระ ร่วม กับ ท่าน {18:23} ถ้า ทำ ดังนี้ และ พระเจ้า ทรง บัญชา แล้ว ท่าน ก็ จะ สามารถ ทน ได้ ประชาชน ทั้งปวง นี้ ก็ จะ ไป ยัง ที่ อาศัย ของ เขา ด้วย ความ สงบสุข” {18:24} โมเสส ก็ เชื่อฟัง ถ้อยคำ ของ พ่อตา และ ทำ ตาม ที่ เขา แนะนำ ทุก ประการ {18:25} โมเสส จึง ได้ เลือก คน ที่ สามารถ จาก คน อิสราเอล ทั้งปวง ตั้ง ให้ เป็น หัวหน้า ประชาชน เป็น ผู้ปกครอง คน พัน คน บ้าง ร้อย คน บ้าง ห้า สิบ คน บ้าง สิบ คน บ้าง {18:26} คน เหล่า นั้น พิพากษา ความ ของ ประชาชน อยู่ เสมอ แต่ คดี ยากๆ เขา นำ ไป แจ้ง โมเสส ส่วน คดี เล็กๆ น้อยๆ เขา ตัดสิน เอง {18:27} โมเสส ส่ง พ่อตา ของ ตน กลับ ไป พ่อตา ก็ กลับ ไป ยัง เมือง ของ เขา {i19:1} อิสราเอล ที่ ภูเขา ซี นาย {19:1} ใน เดือน ที่ สาม นับ ตั้งแต่ ชน ชาติ อิสราเอล ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ ใน วัน นั้น เขา มา ถึง ถิ่น ทุรกันดาร ซี นาย {19:2} เมื่อย กอ อก จาก ตำบล เร ฟีดิม มา ถึง ถิ่น ทุรกันดาร ซี นาย พวก เขา ก็ ตั้ง ค่าย อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร ชาว อิสราเอล ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ หน้า ภูเขา นั้น {19:3} โมเสส ขึ้น ไป เฝ้า พระเจ้า พระเจ้า ตรัส จาก ภูเขา นั้น ว่า“ บอก วงศ์วาน ยา โค บ และ ชน ชาติ อิสราเอล ดังนี้ ว่า {19:4} พวก เจ้า ได้ เห็น กิจการ ซึ่ง เรา กระทำ กับ ชาว อียิปต์ แล้ว และ ที่ เรา เทิด ชู เจ้า ขึ้น ดุจ ดัง ด้วย ปีก นก อินทรี เพื่อ นำ เจ้า มา ถึง เรา {19:5} เหตุ ฉะนี้ ถ้า เจ้า ฟัง เสียง เรา และ รักษา พัน ธ สัญญา ของ เรา ไว้ เจ้า จะ เป็น กรรมสิทธิ์ ของ เรา ที่ เรา เลือกสรร จาก ท่ามกลาง ชน ชาติ ทั้งปวง เพราะ แผ่นดิน ทั้งสิ้น เป็น ของ เรา {19:6} เจ้า ทั้งหลาย จะ เป็น อาณาจักร ปุโรหิต และ เป็น ชน ชาติ บริสุทธิ์ สำหรับ เรา นี่ เป็น ถ้อยคำ ที่ เจ้า ต้อง บอก ให้ คน อิสราเอล ฟัง” {19:7} โมเสส จึง เรียก ประชุม พวก ผู้ใหญ่ ของ ประชาชน แล้ว เล่า ข้อความ เหล่า นี้ ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา ท่าน ให้ เขา ฟัง ทุก ประการ {19:8} ประชาชน ก็ ตอบ พร้อม กัน ว่า“ สิ่ง ทั้งปวง ที่ พระเจ้า ตรัส นั้น ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จะ กระทำ ตาม” โมเสส จึง นำ ถ้อยคำ ของ ประชาชน ไป กราบ ทูล พระเจ้า {19:9} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เรา จะ มา หา เจ้า ใน เมฆ หนา ทึบ เพื่อ ประชาชน จะ ได้ยิน ขณะ ที่ เรา พูด กับ เจ้า แล้ว จะ ได้ เชื่อ เจ้า เสมอ” โมเสส นำ คำ ของ ประชาชน นั้น กราบ ทูล พระเจ้า {19:10} พระเจ้า จึง รับสั่ง กับ โมเสส ว่า“ ไป บอก ให้ ประชาชน ชำระ ตัว ให้ บริสุทธิ์ ใน วัน นี้ และ พรุ่งนี้ ให้ เขา ซัก เสื้อ ผ้า เสีย ให้ สะอาด {19:11} เตรียม ตัว ไว้ ให้ พร้อม ใน วัน ที่ สาม เพราะ ใน วัน ที่ สาม นั้น พระเจ้า จะ เสด็จ ลง มา บน ภูเขา ซี นาย ต่อ หน้า ประชาชน ทั้งปวง {19:12} จง กำหนด เขต ให้ ประชาชน อยู่ รอบ ภูเขา แล้ว กำชับ เขา ว่า‘ เจ้า ทั้งหลาย จง ระวัง ตัว ให้ ดี อย่า ล่วงล้ำ เขต ขึ้น ไป หรือ ถูกต้อง เชิง ภูเขา นั้น ผู้ ใด ถูก ภูเขา ต้อง มี โทษ ถึง ตาย {19:13} อย่า ใช้ มือ ฆ่า ผู้ นั้น เลย ให้ เอา หิน ขว้าง หรือ ยิง เสีย จะ เป็น สัตว์ ก็ ดี หรือ เป็น มนุษย์ ก็ ดี อย่า ไว้ ชีวิต’ เมื่อ ได้ยิน เสียง แตร เป่า ยาว ให้ เขา ทั้งหลาย มา ยัง ภูเขา นั้น” {19:14} โมเสส ลง จาก ภูเขา มา ยัง ประชาชน แล้ว สั่ง ให้ เขา ชำระ ตัว ให้ บริสุทธิ์ และ ซัก เสื้อ ผ้า ให้ สะอาด {19:15} แล้ว ท่าน กล่าว แก่ ประชาชน ว่า“ ท่าน ทั้งหลาย จง เตรียม ตัว ไว้ ให้ พร้อม ใน วัน ที่ สาม อย่า เข้า ใกล้ ผู้หญิง เลย” {19:16} อยู่ มา พอ ถึง รุ่งเช้า วัน ที่ สาม ก็ บังเกิด ฟ้า ร้อง ฟ้า แลบ มี เมฆ อัน หนา ทึบ ปกคลุม ภูเขา นั้น ไว้ กับ มี เสียง แตร ดัง สนั่น จน คน ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน ค่าย ต่าง ก็ พา กัน กลัว จน ตัว สั่น {19:17} โมเสส ก็ นำ ประชาชน ออก จาก ค่าย ไป เฝ้า พระเจ้า พวก เขา มา ยืน อยู่ ที่ เชิง ภูเขา {19:18} ภูเขา ซี นาย มี ควัน กลุ้ม หุ้ม อยู่ ทั่วไป เพราะ พระเจ้า เสด็จ ลง มา บน ภูเขา นั้น โดย อาศัย เพลิง ควัน ไฟ พลุ่ง ขึ้น เหมือน ควัน จาก เตา ใหญ่ ภูเขา ก็ สะท้าน หวั่นไหว ไป หมด {19:19} เมื่อ เสียง แตร ยิ่ง ดัง ขึ้น โมเสส ก็ กราบ ทูล พระเจ้า ก็ ตรัส ตอบ เป็น เสียง ฟ้า ร้อง {19:20} พระเจ้า เสด็จ ลง มา บน ยอด ภูเขา ซี นาย พระเจ้า ทรง เรียก โมเสส ให้ ขึ้น ไป บน ยอด เขา โมเสส ก็ ขึ้น ไป {19:21} พระเจ้า ตรัส สั่ง โมเสส ว่า“ เจ้า จง ลง ไป กำชับ ประชาชน เกรง ว่า เขา จะ ล่วงล้ำ เข้า มา ถึง พระเจ้า เพราะ อยาก เห็น แล้ว เขา จะ พินาศ เสีย เป็น จำนวน มาก {19:22} อีก ประการ หนึ่ง พวก ปุโรหิต ที่ เข้า มา เฝ้า พระเจ้า นั้น ให้ เขา ชำระ ตัว ให้ บริสุทธิ์ ด้วย เกรง ว่า พระเจ้า จะ ทรง พระ พิโรธ ลงโทษ เขา” {19:23} ฝ่าย โมเสส กราบ ทูล พระเจ้า ว่า“ ประชาชน ขึ้น มา บน ภูเขา ซี นาย ไม่ ได้ เพราะ พระองค์ ทรง สั่ง ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ว่า‘ จง กั้น เขต รอบ ภูเขา นั้น ชำระ ให้ เป็น ที่ บริสุทธิ์’” {19:24} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ลง ไป เถิด แล้ว กลับ ขึ้น มา อีก พา อา โร น ขึ้น มา ด้วย แต่ อย่า ให้ พวก ปุโรหิต และ ประชาชน ล่วงล้ำ ขึ้น มา ถึง พระเจ้า เกรง ว่า พระองค์ จะ ลงโทษ เขา” {19:25} โมเสส ก็ ลง ไป บอก ประชาชน ตาม นั้น {i20:1} พระ บัญญัติ สิบ ประการ (ฉธบ.5:1-21) {20:1} พระเจ้า ตรัส พระ วจนะ ทั้งสิ้น ต่อ ไป นี้ ว่า {20:2} “ เรา คือ พระเจ้า ของ เจ้า ผู้ ได้ นำ เจ้า ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ คือ จาก แดน ทาส {20:3} “ อย่า มี พระเจ้า อื่น ใด นอกเหนือ จาก เรา {20:4} “ อย่า ทำ รูป เคารพ สำหรับ ตน เป็น รูป สิ่ง ใด ซึ่ง มี อยู่ ใน ฟ้า เบื้องบน หรือ บน แผ่นดิน เบื้อง ล่าง หรือ ใน น้ำ ใต้ แผ่นดิน {20:5} อย่า กราบ ไหว้ หรือ ปรนนิบัติ รูป เหล่า นั้น เพราะ เรา คือ พระเจ้า ของ เจ้า เป็น พระเจ้า ที่ หวงแหน ให้ โทษ บิดา ตกทอด ไป ถึง ลูกหลาน ของ ผู้ ที่ ชัง เรา จน ถึง สาม ชั่ว สี่ ชั่ว อายุ คน {20:6} แต่ เรา แสดง ความ รัก มั่นคง ต่อ คน ที่ รัก เรา และ ปฏิบัติ ตาม บัญญัติ ของ เรา จน ถึง พัน ชั่ว อายุ คน 20 {20:7} “ อย่า ออก พระ นาม พระเจ้า ของ เจ้า อย่าง ไม่ สมควร เพราะ ผู้ ที่ ออก พระ นาม พระองค์ อย่าง ไม่ สมควร นั้น พระเจ้า จะ ทรง ถือ ว่า ไม่ มี โทษ ก็ หา มิ ได้ {20:8} “ จง ระลึก ถึง วัน สะ บา โต ถือ เป็น วัน บริสุทธิ์ {20:9} จง ทำ การ งาน ทั้งสิ้น ของ เจ้า หก วัน {20:10} แต่ วัน ที่ เจ็ด นั้น เป็น สะ บา โต ของ พระเจ้า ของ เจ้า ใน วัน นั้น อย่า กระทำ การ งาน ใดๆ ไม่ ว่า เจ้า เอง หรือ บุตร ชาย บุตร หญิง ของ เจ้า หรือ ทาส ทาสี ของ เจ้า หรือ สัตว์ ใช้งาน ของ เจ้า หรือ แขก ที่ อาศัย อยู่ ใน ประตู เมือง ของ เจ้า {20:11} เพราะ ใน หก วันพระ เจ้า ทรง สร้าง ฟ้า และ แผ่นดิน ทะเล และ สรรพ สิ่ง ซึ่ง มี อยู่ ใน ที่ เหล่า นั้น แต่ ใน วัน ที่ เจ็ด ทรง พัก เพราะ ฉะนั้น พระเจ้า ทรง อวย พระ พร วัน สะ บา โต และ ทรง ตั้ง วัน นั้น ไว้ เป็น วัน บริสุทธิ์ {20:12} “ จง ให้ เกียรติ แก่ บิดา มารดา ของ เจ้า เพื่อ อายุ ของ เจ้า จะ ได้ ยืน นาน บน แผ่นดิน ซึ่ง พระเจ้า ของ เจ้า ประทาน ให้ แก่ เจ้า {20:13} “ อย่า ฆ่า คน {20:14} “ อย่า ล่วง ประเวณี ผัว เมีย เขา {20:15} “ อย่า ลัก ทรัพย์ {20:16} “ อย่า เป็น พยาน เท็จ ใส่ ร้าย เพื่อนบ้าน {20:17} “ อย่า โลภ ครัว เรือน ของ เพื่อนบ้าน อย่า โลภ ภรรยา ของ เพื่อนบ้าน หรือ ทาส ทาสี ของ เขา หรือ โค ลา ของ เขา หรือ สิ่ง ใดๆ ซึ่ง เป็น ของ ของ เพื่อนบ้าน” {i20:18} ความ กลัว ของ ประชาชน (ฉธบ.5:22-33) {20:18} คน ทั้งหลาย เมื่อ ได้ยิน ได้ เห็น ฟ้า ร้อง ฟ้า แลบ เสียง แตร และ ควัน ที่ พลุ่ง ขึ้น จาก ภูเขา เช่น นั้น ต่าง ก็ ยืน ตัว สั่น อยู่ แต่ ไกล {20:19} เขา จึง กล่าว แก่ โมเสส ว่า“ ท่าน จง นำ ความ มา เล่า เถิด พวก ข้าพเจ้า จะ ฟัง แต่ อย่า ให้ พระเจ้า ตรัส กับ พวก ข้าพเจ้า เลย เกรง ว่า ข้าพเจ้า จะ ตาย” {20:20} โมเสส จึง กล่าว แก่ ประชาชน ว่า“ อย่า กลัว เลย เพราะ ว่า พระเจ้า เสด็จ มา เพื่อ ลอง ใจ ท่าน ทั้งหลาย เพื่อ พวก ท่าน จะ ได้ ยำเกรง พระองค์ และ จะ ได้ ไม่ ทำบาป” {20:21} ประชาชน ยืน อยู่ แต่ ไกล แต่ โมเสส เข้า ไป ใกล้ ความ มืด ทึบ ที่ พระเจ้า ทรง สถิต อยู่ นั้น {i20:22} กฎหมาย เกี่ยว กับ แท่น บูชา {20:22} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ บอก ชน ชาติ อิสราเอล ดังนี้ ว่า‘ เจ้า ทั้งหลาย ได้ เห็น แล้ว ว่า เรา พูด กับ พวก เจ้า จาก ท้อง ฟ้า {20:23} เจ้า อย่า ทำ รูป เคารพ ด้วย เงิน ไว้ สำหรับ บูชา เทียม เท่ากับ เรา หรือ ทำ รูป พระ ด้วย ทองคำ สำหรับ ตัว {20:24} จง ใช้ ดิน ก่อ แท่น บูชา สำหรับ เรา และ บน แท่น นั้น จง ใช้ แกะ และ โค ของ เจ้า เป็น เครื่อง เผา บูชา และ เป็น ศานติ บูชา แก่ เรา ใน ทุก ตำบล ที่ เรา ให้ ระลึก ถึง นาม ของ เรา เรา จะ มา หา เจ้า และ อวยพร เจ้า {20:25} ถ้า จะ ก่อ แท่น บูชา ด้วย ศิลา สำหรับ เรา อย่า ก่อ ด้วย ศิลา ที่ ตกแต่ง แล้ว เพราะ ถ้า เจ้า ใช้ เครื่องมือ ตกแต่ง ศิลา นั้น เจ้า ก็ จะ ทำให้ ศิลา นั้น เป็น มลทิน {20:26} และ อย่า ขึ้น ไป ยัง แท่น ของ เรา ทาง บันได เพื่อ จะ ได้ ไม่ เป็น ที่ อุจาด ตา” {i21:1} การ ดูแล ทาส (ฉธบ.15:12-18) {21:1} ต่อ ไป นี้ เป็น กฎหมาย ซึ่ง เจ้า ต้อง ประกาศ ให้ เขา ทั้งหลาย ทราบ ไว้ {21:2} ถ้า เจ้า จะ ซื้อ คน ฮีบรู ไว้ เป็น ทาส เขา จะ ต้อง ปรนนิบัติ เจ้า หก ปี แต่ ปี ที่ เจ็ด เขา จะ ได้ เป็น อิสระ โดย ไม่ ต้อง เสีย ค่า ไถ่ {21:3} ทาส ซึ่ง ได้ มา แต่ ผู้ เดียว จง ปล่อย เขา ไป แต่ ผู้ เดียว ถ้า เขา มี ภรรยา ต้อง ปล่อย ภรรยา ของ เขา ไป ด้วย {21:4} ถ้า นาย หา ภรรยา ให้ เขา และ ภรรยา นั้น เกิด ลูกชาย ก็ ดี หญิง ก็ ดี ด้วย กัน ภรรยา กับ ลูก นั้น จะ เป็น คน ของ นาย เขา จะ เป็น อิสระ ได้ แต่ ตัวผู้ เดียว {21:5} ถ้า ทาส นั้น มา กล่าว เป็น ที่ เข้าใจ ชัดเจน ว่า‘ ข้าพเจ้า รัก นาย และ ลูก เมีย ของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ไม่ อยาก ออก ไป เป็น ไท’ {21:6} ให้ นาย พา ทาส นั้น ไป เฝ้า พระเจ้า พา เขา ไป ที่ ประตู หรือ ไม้ วงกบ ประตู แล้ว ให้ นาย เจาะ หู เขา ด้วย เหล็ก หมาด เขา ก็ จะ อยู่ ปรนนิบัติ นาย ต่อ ไป จน ชีวิต หา ไม่ {21:7} “ ถ้า คน ใด ขาย บุตร หญิง เป็น ทาสี หญิง นั้น จะ มิ ได้ เป็น อิสระ เหมือน ทาส {21:8} ถ้า หญิง นั้น ไม่ เป็น ที่ พอใจ ของ นาย ที่ รับ เธอ ไว้ ต้อง ยอม ให้ คน อื่น ไถ่ เธอ ไป แต่ ไม่ มี สิทธิ์ จะ ขาย หญิง นั้น ให้ แก่ ชาว ต่าง ประเทศ เพราะ มิ ได้ ซื่อสัตย์ ต่อ หญิง นั้น แล้ว {21:9} ถ้า นาย ยก หญิง นั้น ให้ เป็น ภรรยา ลูกชาย ของ ตน ก็ ให้ เขา ปฏิบัติ ต่อ หญิง นั้น ดุจ เป็น บุตรี ของ ตน {21:10} ถ้า เขา หา หญิง อื่น มา เป็น ภรรยา อย่า ให้ เขา ลด อาหาร การ กิน เสื้อ ผ้า และ ประเพณี ผัว เมีย กับ คน เก่า {21:11} ถ้า เขา มิ ได้ กระทำ ตาม ประการ ใด ใน สาม ประการ นี้ แก่ เธอ หญิง นั้น จะ ไป เสีย ก็ ได้ โดย ไม่ ต้อง มี ค่า ไถ่ ไม่ ต้อง เสีย เงิน {i21:12} กฎหมาย เกี่ยว กับ การ ทารุณ {21:12} “ ผู้ ใด ทุบ ตี คน หนึ่ง ให้ ตาย ผู้ นั้น จำ ต้อง รับ โทษ ถึง ตาย เหมือน กัน {21:13} ถ้า ผู้ ใด มิ ได้ เจตนา ฆ่า เขา แต่ เขา ตาย เพราะ พระเจ้า ทรง ปล่อย ให้ ตาย ด้วย มือ ของ ผู้ นั้น เรา จะ ตั้ง ตำบล หนึ่ง ไว้ ให้ เขา หนี ไป ที่ นั่น {21:14} แต่ ถ้า ผู้ ใด เจตนา หัก หลัง ฆ่า เพื่อนบ้าน ก็ ให้ ดึง ตัว เขา ไป จาก แท่น บูชา ของ เรา เพื่อ ลงโทษ ให้ ถึง ตาย {21:15} “ ผู้ ใด ทุบ ตี บิดา มารดา ของ ตน ผู้ นั้น จะ ต้อง ถูก ปรับโทษ ถึง ตาย {21:16} “ ผู้ ใด ลัก คน ไป ขาย ก็ ดี หรือ มี ผู้ พบ คน ที่ ถูก ลัก ไป อยู่ ใน มือ ของ ผู้ นั้น ก็ ดี ผู้ ลัก นั้น จะ ต้อง ถูก ปรับโทษ ถึง ตาย {21:17} “ ผู้ ใด ด่า แช่ง บิดา มารดา ของ ตน ผู้ นั้น ต้อง ถูก ปรับโทษ ถึง ตาย {21:18} “ ถ้า มี ผู้ วิวาท กัน และ ฝ่าย หนึ่ง เอา หิน ขว้าง หรือ ชก แต่ อีก ฝ่าย หนึ่ง ไม่ ถึง แก่ ความ ตาย เพียง แต่ เจ็บ ป่วย ต้อง นอน พัก {21:19} ถ้า ผู้ ที่ ถูก เจ็บ นั้น ลุก ขึ้น ถือ ไม้เท้า เดิน ออก ไป ได้ อีก ผู้ ตี นั้น ก็ พ้น โทษ แต่ เขา จะ ต้อง เสีย ค่า ป่วยการ และ ค่า รักษา บาดแผล จน หาย เป็น ปกติ {21:20} “ ถ้า ผู้ ใด ทุบ ตี ทาส ชาย หญิง ของ ตน ด้วย ไม้ จน ตาย คา มือ ผู้ นั้น ต้อง ถูก ปรับโทษ {21:21} หาก ว่า ทาส นั้น มี ชีวิต ต่อ ไป ได้ วัน หนึ่ง หรือ สอง วัน จึง ตาย นาย ก็ ไม่ ต้อง ถูก ปรับโทษ เพราะ ทาส นั้น เป็น ดัง เงิน ของ นาย {21:22} “ ถ้า มี ผู้ชาย ตี กัน แล้ว บังเอิญ ไป ถูก ผู้หญิง มี ครรภ์ ทำให้ แท้ง ลูก แต่ หญิง นั้น ไม่ เป็น อันตราย ต้อง ปรับ ผู้ นั้น ตาม แต่ สามี ของ หญิง นั้น จะ เรียกร้อง เอา จาก เขา และ เขา จะ ต้อง เสีย ตาม ที่ ผู้พิพากษา จะ ตัดสิน {21:23} ถ้า หาก ว่า เป็น เหตุ ให้ เกิด อันตราย ประการ ใด ก็ ให้ วินิจฉัย ดังนี้ คือ ชีวิต แทน ชีวิต {21:24} ตา แทน ตา ฟัน แทน ฟัน มือ แทน มือ เท้า แทน เท้า {21:25} รอย ไหม้ แทน รอย ไหม้ แผล แทน แผล รอย ช้ำ แทน รอย ช้ำ {21:26} “ ถ้า ผู้ ใด ตี นัยน์ตา ของ ทาส ชาย หญิง ให้ บอด ไป เขา ต้อง ปล่อย ทาส ผู้ นั้น ให้ เป็น ไท เนื่อง ด้วย นัยน์ตา ของ เขา {21:27} ถ้า ผู้ ใด ทำให้ ฟัน ทาส ชาย หญิง หลุด ไป เขา ต้อง ปล่อย ทาส ผู้ นั้น เป็น ไท เนื่อง ด้วย ฟัน ของ เขา {i21:28} กฎหมาย เกี่ยว กับ ความ รับผิดชอบ ของ เจ้าของ {21:28} “ ถ้า โค ขวิด ชาย หรือ หญิง ถึง ตาย จง เอา หิน ขว้าง โค นั้น ให้ ตาย และ อย่า กิน เนื้อ ของ มัน เลย แต่ เจ้าของ โค ตัว นั้น ไม่ มี โทษ {21:29} แต่ ถ้า โค นั้น เคย ขวิด คน มา ก่อน และ มี ผู้ มา เตือน ให้ เจ้าของ ทราบ แต่ เจ้าของ มิ ได้ กักขัง มัน ไว้ มัน จึง ได้ ขวิด ชาย หรือ หญิง ถึง ตาย ให้ เอา หิน ขว้าง โค นั้น เสีย ให้ ตาย และ ให้ ลงโทษ เจ้าของ ถึง ตาย ด้วย {21:30} ถ้า จะ เรียกร้อง เอา ค่า ไถ่ จาก ผู้ นั้น เขา ต้อง เสีย ค่า ไถ่ แทน ชีวิต ของ เขา ตาม ที่ ได้ เรียกร้อง {21:31} หาก โค นั้น ขวิด บุตร ชาย และ บุตร หญิง ก็ จง ปรับโทษ ตาม กฎหมาย ข้อ นี้ ดุจ กัน {21:32} ถ้า โค นั้น ขวิด ทาส ชาย หญิง ของ ผู้ ใด เจ้าของ โค ต้อง ให้ เงิน แก่ นาย ของ ทาส นั้น สาม สิบ เชเขล แล้ว ต้อง เอา หิน ขว้าง โค นั้น ให้ ตาย เสีย ด้วย {21:33} “ ถ้า ผู้ ใด เปิด บ่อ หรือ ขุด บ่อ แต่ มิ ได้ ปิด ไว้ แล้ว มี โค หรือ ลา ตกลง ไป ตาย ใน บ่อ นั้น {21:34} เจ้าของ บ่อ ต้อง ให้ ค่า ชดใช้ เขา ต้อง เสีย เงิน ค่า สัตว์ นั้นๆ ให้ แก่ เจ้าของ ซาก สัตว์ ที่ ตาย นั้น จะ ตก เป็น ของ เจ้าของ บ่อ {21:35} “ ถ้า โค ของ ผู้ ใด ขวิด โค ของ ผู้ อื่น ให้ ตาย เขา ต้อง ขาย โค ที่ เป็นอยู่ แล้ว มา แบ่ง เงิน กัน และ โค ที่ ตาย นั้น ให้ แบ่ง กัน ด้วย {21:36} หรือ ถ้า รู้ แล้ว ว่า โค นั้น เคย ขวิด มา ก่อน แต่ เจ้าของ มิ ได้ กักขัง ไว้ เจ้าของ ต้อง ใช้ โค แทน โค และ โค ที่ ตาย นั้น ก็ ตก เป็น ของ ตัว {i22:1} กฎหมาย เกี่ยว กับ การ คืน ของ {22:1} “ ถ้า ผู้ ใด ลัก โค หรือ แกะ ไป ฆ่า หรือ ขาย ให้ ผู้ นั้น ใช้ โค ห้า ตัวแทน โค หนึ่ง ตัว และ แกะ สี่ ตัวแทน แกะ ตัว หนึ่ง {22:2} ถ้า ผู้ ใด เห็น ขโมย กำลัง ขุด ช่อง เข้า ไป แล้ว ตี ขโมย นั้น ตาย เขา ไม่ มี โทษ ถึง ตาย เพราะ การ ตี คน นั้น {22:3} ถ้า ดวง อาทิตย์ ขึ้น แล้ว ผู้ ตี จะ มี โทษ ถึง ตาย แต่ ผู้ร้าย นั้น ต้อง ให้ ค่า ชดใช้ ถ้า เขา ไม่ มี อะไร จะ ใช้ ให้ ต้อง ขาย ตัว เขา เป็น ค่า ของ ที่ ลัก ไป นั้น {22:4} ถ้า จับ ของ ที่ ลัก ไป นั้น ได้ อยู่ ใน มือ ของ เขา จะ เป็น โค ก็ ดี หรือ ลา ก็ ดี หรือ แกะ ก็ ดี ซึ่ง ยัง เป็นอยู่ ขโมย นั้น ต้อง ให้ ค่า ชดใช้ เป็น สอง เท่า {22:5} “ ผู้ ใด ปล่อย ให้ สัตว์ กิน ของ ใน นา หรือ ใน สวน องุ่น เสีย ไป หรือ ปล่อย สัตว์ ของ ตน แล้ว มัน ไป กิน ใน นา ของ ผู้ อื่น เขา ต้อง ให้ ค่า ชดใช้ โดย ให้ ของ ที่ ดี ที่สุด ใน นา ของ ตน และ ของ ที่ ดี ที่สุด ใน สวน องุ่น ของ ตน เป็น ค่า เสียหาย {22:6} “ ถ้า จุด ไฟ ที่ กอง หนาม และ ไฟ ลาม ไป ติด กอง ข้าว หรือ ติด ต้น ข้าว ซึ่ง มิ ได้ เกี่ยว หรือ ติด ทุ่ง นา ให้ ไหม้ เสีย ผู้ ที่ จุด ไฟ นั้น ต้อง ใช้ ค่า เสียหาย เต็ม จำนวน {22:7} “ ถ้า ผู้ ใด ฝาก เงิน หรือ สิ่งของ ไว้ กับ เพื่อนบ้าน แล้ว ของ นั้น ถูก ขโมย ลัก ไป จาก เรือน ผู้ นั้น ถ้า จับ ขโมย ได้ ขโมย ต้อง ใช้ แทน เป็น สอง เท่า {22:8} ถ้า จับ ขโมย ไม่ ได้ จง ให้ เจ้าของ เรือน มา เฝ้า พระเจ้า เพื่อ จะ ดู ว่า มือ ของ ตนเอง ได้ ลัก สิ่งของ ของ เพื่อนบ้าน นั้น หรือ ไม่ {22:9} “ ใน คดี ฟ้องร้อง ทุก อย่าง จะ เป็น เรื่อง โค ลา แกะ หรือ เสื้อ ผ้า หรือ เรื่อง สิ่งของ ใดๆ ที่ หาย ไป ถ้า มี คน มา อ้าง ว่า สิ่ง นี้ สิ่ง นั้น เป็น ของ ตน จง นำ คดี ของ คู่ ความ นั้น ไป เฝ้า พระเจ้า พระเจ้า ทรง ตัดสิน ว่า ผู้ ใด ผิด ผู้ นั้น จะ ต้อง ใช้ ค่า ชดใช้ เป็น สอง เท่า {22:10} “ ถ้า ผู้ ใด ฝาก ลา หรือ โค หรือ แกะ หรือ สัตว์ ใดๆ ไว้ กับ เพื่อนบ้าน และ สัตว์ นั้น เกิด ตาย ลง หรือ เป็น อันตราย หรือ มี ผู้ ไล่ ต้อน ไป จาก บ้าน นั้น โดย ไม่ มี ใคร เห็น {22:11} ต้อง ให้ ผู้ รับ ฝาก นั้น สาบาน ตัว ต่อ เพื่อนบ้าน ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า เพื่อ ดู ว่า มือ ของ เขา ลัก ของ ของ เพื่อนบ้าน นั้น จริง หรือ ไม่ แล้ว เจ้าของ นั้น จะ ต้อง ยินยอม ผู้ รับ ฝาก นั้น ไม่ ต้อง ให้ ค่า ชดใช้ {22:12} แต่ ถ้า สัตว์ นั้น ถูก ลัก ไป ขณะ เมื่อ ผู้ รับ ฝาก อยู่ ด้วย ผู้ รับ ฝาก ต้อง ให้ ค่า ชดใช้ แก่ เจ้าของ {22:13} ถ้า มี สัตว์ ร้าย มา กัด ฉีก สัตว์ นั้น ตาย จง เอา ซาก มา ให้ ตรวจ ดู เป็น หลักฐาน แล้ว ผู้ รับ ฝาก ไม่ ต้อง ให้ ค่า ชดใช้ แทน สัตว์ ที่ ถูก กัด ฉีก นั้น {22:14} “ ถ้า ผู้ ใด ยืม สิ่ง ใดๆ ไป จาก เพื่อนบ้าน แล้ว เกิด เป็น อันตราย หรือ ตาย ระหว่าง เวลา ที่ เจ้าของ ไม่ อยู่ ผู้ ยืม ต้อง ให้ ค่า ชดใช้ เต็ม ตาม จำนวน {22:15} ถ้า เจ้าของ อยู่ ด้วย ผู้ ยืม ไม่ ต้อง ให้ ค่า ชดใช้ ถ้า เป็น ของ เช่า ให้ คิด แต่ ค่า เช่า เท่านั้น {i22:16} กฎหมาย เกี่ยว กับ จริยธรรม และ ศาสนา {22:16} “ ถ้า ผู้ ใด ล่อลวง หญิง พรหมจารี ที่ ยัง ไม่ มี คู่หมั้น และ นอน ร่วม กับ หญิง นั้น ผู้ นั้น จะ ต้อง เสีย เงิน สินสอด และ ต้อง รับ หญิง นั้น เป็น ภรรยา ของ ตน {22:17} ถ้า บิดา ไม่ ยอม อย่าง เด็ดขาด ที่ จะ ยก หญิง นั้น ให้ เป็น ภรรยา เขา ก็ ต้อง เสีย เงิน เท่า สินสอด ตาม ธรรมเนียม สู่ขอ หญิง พรหมจารี นั้น ดุจ กัน {22:18} “ สำหรับ หญิง แม่มด เจ้า อย่า ให้ รอดชีวิต อยู่ เลย {22:19} “ ผู้ ใด ร่วม ประเวณี กับ สัตว์ ผู้ นั้น จะ ต้อง ถูก ลงโทษ ถึง ตาย {22:20} “ ผู้ ใด ถวาย บูชา แด่ พระ ต่างๆ เว้น แต่ พระเจ้า องค์ เดียว ผู้ นั้น ต้อง ถูก ปรับโทษ ถึง ตาย ที เดียว {22:21} “ เจ้า อย่า บีบ บังคับ หรือ ข่มเหง คน ต่าง ด้าว เลย เพราะ เจ้า ทั้งหลาย เคย เป็น คน ต่าง ด้าว อยู่ ใน ประเทศ อียิปต์ {22:22} อย่า ข่มเหง หญิง ม่าย หรือ ลูก กำพร้า เลย {22:23} ถ้า เจ้า ข่มเหง เขา โดย วิธี ใด ก็ ตาม และ เขา ร้องทุกข์ ถึง เรา เรา จะ ฟัง คำ ร้องทุกข์ ของ เขา แน่ๆ {22:24} ความ โกรธ ของ เรา จะ พลุ่ง ขึ้น และ เรา จะ ประหาร เจ้า ด้วย ดาบ ภรรยา ของ เจ้า จะ ต้อง เป็น ม่าย และ บุตร ของ เจ้า จะ ต้อง เป็น กำพร้า {22:25} “ ถ้า เจ้า ให้ ประชากร ของ เรา คน ใด ที่ เป็น คน จน และ อยู่ กับ เจ้า ยืม เงิน ไป อย่า ถือ ว่า ตน เป็น เจ้าหนี้ และ อย่า คิด ดอกเบี้ย จาก เขา {22:26} ถ้า เจ้า ได้ รับ เสื้อ คลุม ของ เพื่อนบ้าน ไว้ เป็น ของ ประกัน จง คืน ของ นั้น ให้ เขา ก่อน ตะวัน ตก ดิน {22:27} เพราะ เขา อาจ มี เสื้อ คลุม ตัว นั้น ตัว เดียว เป็น เครื่อง ปกคลุม ร่างกาย มิ ฉะนั้น เวลา นอน เขา จะ เอา อะไร ห่ม เล่า เมื่อ เขา ทูล ร้องทุกข์ ต่อ เรา เรา จะ สดับ ฟัง เพราะ เรา เป็น ผู้ มี เมตตา กรุณา {22:28} “ อย่า ด่า พระเจ้า หรือ สาปแช่ง ผู้ปกครอง ชน ชาติ ของ เจ้า เลย {22:29} “ อย่า ผลัด วัน ที่ จะ นำ พืช ผล อัน อุดม ของ เจ้า และ น้ำ ผลไม้ ต่างๆ มา ถวาย พระเจ้า อย่า ชักช้า เลย“ จง ถวาย บุตร หัว ปี ของ เจ้า ให้ แก่ เรา {22:30} สำหรับ โค และ แพะ แกะ ของ เจ้า จง ทำ ดังนั้น เหมือน กัน ให้ ลูก มัน อยู่ กับ แม่ เจ็ด วัน ถึง วัน ที่ แปด จง พา มา ถวาย แก่ เรา {22:31} “ เจ้า ทั้งหลาย เป็น คน บริสุทธิ์ อุทิศ แก่ เรา เหตุ ฉะนั้น เนื้อ สัตว์ ที่ ถูก กัด ตาย ใน ทุ่ง นา เจ้า อย่า กิน เลย จง ทิ้ง ให้ สุนัข กิน เสีย {i23:1} ความ ยุติธรรม และ ความ เที่ยงธรรม {23:1} “ อย่า นำ เรื่อง เท็จ ไป เล่า ต่อๆ กัน อย่า ร่วมใจ เป็น พยาน ใจ ร้าย กับ คน ชั่ว {23:2} อย่า ทำ ชั่ว ตาม อย่าง คน จำนวน มาก ที่ เขา ทำ กัน นั้น เลย อย่า อ้าง พยาน ลำเอียง เข้า ข้าง คน หมู่ มาก จะ ทำให้ ขาด ความ ยุติธรรม ไป {23:3} อย่า ลำเอียง เข้า ข้าง คน จน ใน คดี ของ เขา {23:4} “ ถ้า เจ้า พบ โค หรือ ลา ของ ศัตรู หลง มา จง พา ไป ส่ง คืน ให้ เจ้าของ จง ได้ {23:5} ถ้า เห็น ลา ของ ผู้ ที่ เกลียด ชัง เจ้า ล้ม ลง เพราะ บรรทุก ของ หนัก อย่า ได้ เมินเฉย เสีย จง ช่วย เขา ยก มัน ขึ้น {23:6} “ เจ้า อย่า บิดเบือน คำ พิพากษา ให้ ผิด ไป จาก ความ ยุติธรรม ที่ คน จน ควร ได้ รับ ใน คดี ของ เขา {23:7} เจ้า จง หลีก ให้ ห่าง ไกล จาก การ ใส่ความ คน อื่น อย่า ประหาร ชีวิต คน ที่ ปราศจาก ความ ผิด และ คน สัตย์ ธรรม เพราะ เรา จะ ไม่ ยก โทษ ให้ คน อธรรม {23:8} อย่า รับ สินบน เลย เพราะ ว่า สินบน ทำให้ คน ตา ดี กลาย เป็น คน ตาบ อด ไป และ อาจ พลิก คดี ของ คน ชอบธรรม เสีย ได้ {23:9} “ เจ้า อย่า ข่มเหง คน ต่าง ด้าว เพราะ เจ้า รู้จัก ใจ คน ต่าง ด้าว แล้ว เพราะ ว่า เจ้า ทั้งหลาย ก็ เคย เป็น คน ต่าง ด้าว ใน ประเทศ อียิปต์ มา ก่อน {i23:10} ปี และ วัน สะ บา โต {23:10} “ จง หว่าน พืช และ เกี่ยว เก็บ ผล ใน นา ของ เจ้า ตลอด หก ปี {23:11} แต่ ปี ที่ เจ็ด นั้น จง งด เสีย ปล่อย ให้ นา นั้น ว่าง อยู่ เพื่อ ให้ คน จน ใน ชน ชาติ ของ เจ้า เก็บ กิน ส่วน ที่ เหลือ นอก นั้น ก็ ให้ สัตว์ ป่า กิน ส่วน สวน องุ่น และ สวน มะกอก เทศ เจ้า จง กระทำ เช่น เดียวกัน {23:12} “ จง ทำ การ งาน ของ เจ้า หก วัน แต่ ใน วัน ที่ เจ็ด นั้น จง หยุด งาน เพื่อ โค ลา ของ เจ้า จะ ได้ พัก และ ลูกชาย ทาสี ของ เจ้า กับ คน ต่าง ด้าว จะ ได้ พักผ่อน ให้ สดชื่น ด้วย {23:13} สิ่ง ทั้งปวง ที่ เรา สั่ง เจ้า ไว้ นั้น จง ระวัง ถือ ให้ ดี และ อย่า ออก ชื่อ พระ อื่น เลย อย่า ให้ ได้ยิน ชื่อ ของ พระ เหล่า นั้น ออก จาก ปาก ของ เจ้า {i23:14} เทศกาล เลี้ยง สาม เทศกาล (อพย.34:18-24 ฉธบ.16:1-17) {23:14} “ จง ถือ เทศกาล ถวาย แก่ เรา ปี ละ สาม ครั้ง {23:15} จง ถือ เทศกาล กิน ขนม ปัง ไร้ เชื้อ ตาม เวลา ที่ กำหนด ไว้ ใน เดือน อา บีบ อัน เป็น เดือน ซึ่ง เรา บัญชา ไว้ เจ้า จง กิน ขนม ปัง ไร้ เชื้อ เจ็ด วัน ตาม ที่ เรา สั่ง เจ้า ไว้ แล้ว เพราะ ใน เดือน นั้น เจ้า ออก จาก อียิปต์ อย่า ให้ ผู้ ใด มา เฝ้า เรา มือเปล่า เลย {23:16} จง ถือ เทศกาล เลี้ยง ฉลอง การ เก็บเกี่ยว ถวาย พืช ผล แรก ที่ เกิด จาก แรงงาน ของ เจ้า ซึ่ง เจ้า ได้ หว่าน พืช ลง ใน นา เจ้า จง ถือ เทศกาล เลี้ยง ฉลอง การ เก็บ พืช ผล ปลาย ปี เมื่อ เจ้า เก็บ พืช ผล จาก ทุ่ง นา อัน เป็น ผล งาน ของ เจ้า {23:17} ให้ พวก ผู้ชาย เข้า เฝ้า พระเจ้า ปี ละ สาม ครั้ง {23:18} “ อย่า ถวาย เลือด จาก เครื่องบูชา ของ เรา พร้อม กับ ขนม ปัง มี เชื้อ หรือ ปล่อย ให้ มี ไขมัน ใน การ เลี้ยง ของ เรา เหลือ อยู่ จน ถึง รุ่งเช้า {23:19} “ พืช ผล อัน ดี เลิศ ซึ่ง ได้ เก็บ ครั้ง แรก จาก ไร่ นา ของ เจ้า นั้น จง นำ มา ถวาย ใน พระ นิเวศ พระเจ้า ของ เจ้า“ อย่า ต้ม เนื้อ ลูก แพะ ด้วย น้ำนม ของ แม่ มัน เลย {i23:20} ทูต สวรรค์ รับ บัญชา ให้ มา นำ อิสราเอล {23:20} “ ดู เถิด เรา ใช้ ทูต ของ เรา เดิน นำ หน้า พวก เจ้า เพื่อ คอย ระวัง รักษา พวก เจ้า ตาม ทาง นำ ไป ถึง ที่ ซึ่ง เรา ได้ เตรียม ไว้ {23:21} จง เอาใจ ใส่ ฟัง คำ พูด ของ ทูต นั้น และ เชื่อฟัง คำ ของ เขา อย่า ฝ่าฝืน เขา เพราะ เขา จะ ไม่ ยก โทษ ให้ เจ้า เลย ด้วย ว่า เขา กระทำ ใน นาม ของ เรา {23:22} “ ถ้า เจ้า ทั้งหลาย ฟัง เสียง ของ เขา จริงๆ และ ทำ ทุก สิ่ง ตาม ที่ เรา สั่ง ไว้ เรา จะ เป็น ศัตรู ต่อ ศัตรู ของ พวก เจ้า และ เป็น ปฏิปักษ์ ต่อ ปฏิปักษ์ ของ พวก เจ้า {23:23} “ เมื่อ ทูต ของ เรา ไป ข้าง หน้า พวก เจ้า และ นำ พวก เจ้า ไป ถึง คน อา โม ไรต์คนฮิตไทต์คนเปริส ซี คน คา นา อัน คน ฮีไวต์ และ คน เย บุ ส แล้ว เรา ทำลาย ล้าง คน เหล่า นั้น เสีย {23:24} อย่า กราบ ไหว้ พระ ของ เขา หรือ ปรนนิบัติ หรือ ทำ ตาม แบบอย่าง ที่ พวก เขา กระทำ แต่ จง ทำลาย รูป เคารพ ของ เขา และ ทุบ เสา ศักดิ์สิทธิ์ ของ เขา เสีย ให้ แหลก ละเอียด {23:25} จง ปรนนิบัติ พระเจ้า ของ เจ้า แล้ว พระองค์ จะ ทรง อวยพร แก่ อาหาร และ น้ำ ของ เจ้า เรา จะ บันดาล ให้ โรค ต่างๆ หาย ไป จาก ท่ามกลาง พวก เจ้า {23:26} จะ ไม่ มี การ แท้ง ลูก หรือ เป็น หมัน ใน ดินแดน ของ เจ้า เรา จะ ให้ เจ้า มี อายุ ยืน นาน {23:27} เรา จะ บันดาล ให้ เกิด ความ สยดสยอง ขึ้น ก่อนหน้า พวก เจ้า จะ ไป ถึง ชาว เมือง ทั้งปวง ที่ พวก เจ้า ไป เผชิญหน้า นั้น เรา จะ ทำให้ เกิด ความ โกลาหล เรา จะ ให้ พวก ศัตรู ทั้งปวง หัน หลัง หนี พวก เจ้า {23:28} เรา จะ ใช้ ให้ ฝูง ต่อ ล่วงหน้า ไป ก่อน พวก เจ้า จะ ขับ ไล่ คน ฮีไวต์ คน คา นา อัน คน ฮิต ไทต์ ไป ให้ พ้น หน้า พวก เจ้า {23:29} เรา จะ ไม่ ไล่ เขา ไป ให้ พ้น หน้า พวก เจ้า ใน ระยะ ปี เดียว เกรง ว่า แผ่นดิน จะ รกร้าง ไป และ สัตว์ ป่า จะ ทวี จำนวน ขึ้น ต่อสู้ กับ พวก เจ้า {23:30} แต่ เรา จะ ไล่ เขา ไป ให้ พ้น หน้า พวก เจ้า ที ละ เล็ก ละ น้อย จน พวก เจ้า ทวี จำนวน มาก ขึ้น แล้ว ได้ รับ มอบ ดินแดน นั้น เป็น กรรมสิทธิ์ {23:31} เรา จะ กำหนด เขต แดน ของ พวก เจ้า ไว้ ตั้งแต่ ทะเล แดง จน ถึง ทะเล ของ ชาว ฟีลิสเตีย ตั้งแต่ ถิ่น ทุรกันดาร จน จด แม่น้ำ ยู เฟรติส เพราะ เรา จะ มอบ ชาว เมือง นั้น ไว้ ใน มือ ของ พวก เจ้า ให้ พวก เจ้า ไล่ เขา ไป เสีย ให้ พ้น {23:32} พวก เจ้า อย่า ทำ พัน ธ สัญญา กับ เขา หรือ กับ พระ ของ เขา เลย {23:33} เขา จะ อาศัย ใน ดินแดน ของ เจ้า ไม่ ได้ เกรง ว่า เขา จะ ชักจูง ให้ เจ้า กระทำ บาป ต่อ เรา เพราะ ว่า ถ้า พวก เจ้า ปรนนิบัติ พระ ของ เขา เรื่อง นี้ ก็ จะ เป็น บ่วง แร้ว ดัก เจ้า เป็น แน่” {i24:1} พิธี รับ พัน ธสัญญา {24:1} พระองค์ ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เจ้า กับ อา โร น นา ดับ และ อา บี ฮู กับ พวก ผู้ใหญ่ เจ็ด สิบ คน ของ อิสราเอล จง ขึ้น มา เฝ้า พระเจ้า แล้ว นมัสการ อยู่ แต่ ไกล {24:2} ให้ เฉพาะ โมเสส ผู้ เดียว เข้า มา ใกล้ พระเจ้า ส่วน คน อื่นๆ อย่า ให้ เข้า มา ใกล้ และ อย่า ให้ ประชาชน ขึ้น มา กับ โมเสส เลย” {24:3} โมเสส จึง นำ พระ วจนะ ของ พระเจ้า และ กฎหมาย ทั้งสิ้น มา ชี้แจง ให้ ประชาชน ทราบ ประชาชน ทั้งปวง ก็ ตอบ เป็น เสียง เดียวกัน ว่า“ พระ วจนะ ทั้งหมด ซึ่ง พระเจ้า ตรัส ไว้ นั้น พวก เรา จะ กระทำ ตาม” {24:4} โมเสส จึง จารึก พระ วจนะ ของ พระเจ้า ไว้ ทุก คำ แล้ว ตื่น ขึ้น แต่ เช้า จัดแจง สร้าง แท่น บูชา ขึ้น ที่ เชิง ภูเขา ปัก เสา หิน ขึ้น สิบ สอง ก้อน ตาม จำนวน เผ่า ทั้ง สิบ สอง ของ อิสราเอล {24:5} ท่าน ใช้ ให้ หนุ่มๆ ชน ชาติ อิสราเอล ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ ถวาย โค เป็น เครื่อง ศานติ บูชา แด่ พระเจ้า {24:6} โมเสส เก็บ เลือด โค ครึ่ง หนึ่ง ไว้ ใน ชาม อีก ครึ่ง หนึ่ง ประพรม ที่ แท่น บูชา นั้น {24:7} ท่าน ถือ หนังสือ พัน ธ สัญญา อ่าน ให้ ประชาชน ฟัง พวก เขา กล่าว ว่า“ สิ่ง ที่ พระเจ้า ตรัส ไว้ นั้น พวก เรา จะ กระทำ ตาม และ เรา จะ เชื่อฟัง” {24:8} โมเสส ก็ เอา เลือด พรม ประชาชน และ กล่าว ว่า“ นี่ เป็น เลือด แห่ง พัน ธ สัญญา ซึ่ง พระเจ้า กระทำ กับ เจ้า ตาม พระ วจนะ เหล่า นี้” {24:9} ครั้ง นั้น โมเสส กับ อา โร น นา ดับ และ อา บี ฮู และ พวก ผู้ใหญ่ เจ็ด สิบ คน ของ อิสราเอล ขึ้น ไป อีก {24:10} เขา ทั้งหลาย ได้ เห็น พระเจ้า แห่ง อิสราเอล และ พื้นที่ รอง พระ บาท เป็น ดุจ แก้ว ไพฑูรย์ สุกใส เหมือน ท้อง ฟ้า ที เดียว {24:11} พระองค์ มิ ได้ ลงโทษ บรรดา หัวหน้า ชน ชาติ อิสราเอล เขา ทั้งหลาย ได้ เห็น พระเจ้า และ ได้ กิน และ ดื่ม {i24:12} โมเสส บน ภูเขา ซี นาย {24:12} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ขึ้น มา หา เรา บน ภูเขา แล้ว คอย อยู่ ที่ นั่น เรา จะ ให้ แผ่น ศิลา อัน มี ข้อ พระ ธรรม และ ข้อ บัญญัติ ซึ่ง เรา จารึก ไว้ เพื่อ เก็บ ไว้ สอน เขา” {24:13} โมเสส จึง ลุก ขึ้น พร้อม กับ โย ชู วา ผู้ รับใช้ โมเสส ขึ้น ไป บน ภูเขา ของ พระเจ้า {24:14} และ กล่าว แก่ พวก ผู้ใหญ่ เหล่า นั้น ว่า“ คอย เรา อยู่ ที่ นี่ จน กว่า เรา จะ กลับ มา หา พวก ท่าน อีก อา โร นและเฮอร์ อยู่ กับ พวก ท่าน ใคร มี เรื่องราว อะไร ก็ จง มา หา ท่าน ทั้ง สอง นี้ เถิด” {24:15} แล้ว โมเสส ขึ้น ไป บน ภูเขา เมฆ ก็ คลุม ภูเขา ไว้ {24:16} พระ สิริ ของ พระเจ้า มา อยู่ บน ภูเขา ซี นาย เมฆ นั้น ปกคลุม ภูเขา อยู่ หก วัน ครั้น วัน ที่ เจ็ด พระองค์ ทรง เรียก โมเสส จาก หมู่ เมฆ {24:17} พระ สิริ ของ พระเจ้า ปรากฏ แก่ ตา ชน ชาติ อิสราเอล เหมือน เปลว ไฟ ไหม้ อยู่ บน ยอด ภูเขา {24:18} โมเสส เข้า ไป ใน หมู่ เมฆ นั้น และ ขึ้น ไป บน ภูเขา โมเสส อยู่ บน ภูเขา นั้น สี่ สิบ วัน สี่ สิบ คืน {i25:1} ให้ อิสราเอล นำ เครื่องบูชา ถวาย (อพย.35:4-9) {25:1} ฝ่าย พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า {25:2} “ จง สั่ง ชน ชาติ อิสราเอล ให้ นำ ของ มา ถวาย แก่ เรา ของ นั้น ให้ รับ มา จาก ทุกๆ คน ที่ เต็ม ใจ ถวาย {25:3} ของ ถวาย ซึ่ง เจ้า จะ ต้อง รับ จาก เขา คือ ทองคำ เงิน ทองสัมฤทธิ์ {25:4} ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม ผ้าป่าน เนื้อ ดี และ ขน แพะ {25:5} หนัง แกะ ตัวผู้ ย้อม สี แดง หนัง ทา คัช และ ไม้ กระถิน เทศ {25:6} น้ำมัน เติม ประทีป เครื่องเทศ ปรุง น้ำมัน สำหรับ เจิม และ ปรุง เครื่อง หอม {25:7} แก้ว โกเมน และ แก้ว สำหรับ ฝัง ใน เอ โฟด และ ทับทรวง {25:8} แล้ว ให้ เขา สร้าง สถาน นมัสการ ถวาย แก่ เรา เพื่อ เรา จะ ได้ อยู่ ท่ามกลาง พวก เขา {25:9} แบบอย่าง พลับพลา และ เครื่อง ทั้งปวง ของ พลับพลา นั้น เจ้า จง ทำ ตาม ที่ เรา แจ้ง ไว้ แก่ เจ้า นี้ ทุก ประการ {i25:10} หีบ พระ โอวาท (อพย.37:1-9) {25:10} “ ให้ เขา ทำ หีบ ใบ หนึ่ง ด้วย ไม้ กระถิน เทศ ยาว สอง ศอก คืบ กว้าง ศอก คืบ และ สูง ศอก คืบ {25:11} หีบ นั้น หุ้ม ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ทั้ง ด้าน ใน และ ด้าน นอก แล้ว ทำ กระจัง คาด รอบ หีบ นั้น ด้วย ทองคำ {25:12} ให้ หล่อ ห่วง ทองคำ สี่ ห่วง สำหรับ หีบ นั้น ติด ไว้ ที่ มุม ทั้ง สี่ ด้าน นี้ สอง ห่วง และ ด้าน นั้น สอง ห่วง {25:13} ให้ ทำ คานหาม ด้วย ไม้ กระถิน เทศ หุ้ม ด้วย ทองคำ {25:14} แล้ว สอด คานหาม เข้า ที่ ห่วง ข้าง หีบ สำหรับ ใช้ ยก หาม หีบ นั้น {25:15} ไม้ คานหาม ให้ สอด ไว้ ใน ห่วง ของ หีบ อย่า ถอด ออก เลย {25:16} พระ โอวาท ที่ เรา จะ ให้ แก่ เจ้า จง เก็บ ไว้ ใน หีบ นั้น {25:17} แล้ว จง ทำ พระ ที่นั่ง กรุณา 23 ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ยาว สอง ศอก คืบ กว้าง ศอก คืบ {25:18} จง ทำ เค รู บท อง คำ สอง รูป โดย ใช้ ฝี ค้อน ทำ ตั้ง ไว้ ที่ ปลาย พระ ที่นั่ง กรุณา ทั้ง สอง ข้าง {25:19} ทำ เค รู บ ไว้ ที่ ปลาย พระ ที่นั่ง กรุณา ข้าง ละ รูป ทำ เค รู บ นั้น และ ให้ ตอน ปลาย ทั้ง สอง ข้าง ติด เป็น เนื้อ เดียว กับ พระ ที่นั่ง กรุณา {25:20} ให้ เค รู บ กาง ปีก ออก ไว้ เบื้องบน ปก พระ ที่นั่ง กรุณา ไว้ ด้วย ปีก และ ให้ หัน หน้า เข้า หา กัน ให้ เค รู บ หัน หน้า มา ตรง พระ ที่นั่ง กรุณา {25:21} แล้ว จง ตั้ง พระ ที่นั่ง กรุณา นั้น ไว้ บน หีบ จง บรรจุ พระ โอวาท ซึ่ง เรา จะ ให้ ไว้ แก่ เจ้า ไว้ ใน หีบ นั้น {25:22} ณ ที่ นั้น เรา จะ อยู่ ให้ เจ้า เข้า เฝ้า และ จะ สนทนา กับ เจ้า จาก เหนือ พระ ที่นั่ง กรุณา ระหว่าง กลาง เค รู บ ซึ่ง ตั้ง อยู่ บน หีบ พระ โอวาท เรา จะ สนทนา กับ เจ้า ทุก เรื่อง ซึ่ง เรา จะ สั่ง เจ้า ให้ ประกาศ แก่ ชน ชาติ อิสราเอล {i25:23} โต๊ะ ขนม ปัง หน้า พระ พักตร์ (อพย.37:10-16) {25:23} “ แล้ว จง เอา ไม้ กระถิน เทศ มา ทำ โต๊ะ ตัว หนึ่ง ยาว สอง ศอก กว้าง หนึ่ง ศอก และ สูง สอง คืบ {25:24} เจ้า จง หุ้ม โต๊ะ นั้น ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ และ ทำ กระจัง ทองคำ รอบ โต๊ะ นั้น ด้วย {25:25} ประกับ โต๊ะ นั้น ทำให้ กว้าง หนึ่ง ฝ่า มือ โดย รอบ แล้ว ทำ กระจัง ทองคำ ประกอบ ให้ รอบ ประกับ นั้น {25:26} จง ทำ ห่วง ทองคำ สี่ อัน ติด ไว้ ที่ มุม ขา โต๊ะ ทั้ง สี่ {25:27} ห่วง นั้น ให้ ติด ชิด กับ กระจัง เพื่อ เอา ไว้ สอด คานหาม {25:28} เจ้า จง ทำ คานหาม ด้วย ไม้ กระถิน เทศ หุ้ม ด้วย ทองคำ ให้ หาม โต๊ะ ด้วย ไม้ นี้ {25:29} เจ้า จง ทำ จาน และ ชาม กับ ช้อน คนโท และ อ่าง น้ำ ที่ ใช้ สำหรับ ริน เครื่อง ดื่ม บูชา สิ่ง เหล่า นี้ เจ้า จง ทำ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ {25:30} และ เจ้า จง วาง ขนม ปัง หน้า พระ พักตร์ ไว้ บน โต๊ะ นั้น ต่อ หน้า เรา เป็น นิตย์ {i25:31} คัน ประทีป ทองคำ (อพย.37:17-24) {25:31} “ เจ้า จง ทำ คัน ประทีป อัน หนึ่ง ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ฐาน และ ลำ ตัว ของ คัน ประทีป นั้น จง ใช้ ค้อน ทำ ดอก คือ ฐาน ดอก และ กลีบ ให้ ติด เป็น เนื้อ เดียวกัน กับ คัน ประทีป {25:32} ให้ มี กิ่ง หก กิ่ง แยก ออก จาก ลำ คัน ประทีป นั้น ข้าง ละ สาม กิ่ง {25:33} กิ่ง หนึ่ง มีด อก เหมือน ดอก อัลมันด์ สาม ดอก ทุกๆ ดอก ให้ มี ฐาน ดอก และ กลีบ อีก กิ่ง หนึ่ง ให้ มีด อก สาม ดอก เหมือน ดอก อัลมันด์ทุกๆ ดอก ให้ มี ฐาน ดอก และ กลีบ ให้ เป็น ดังนี้ ทั้ง หก กิ่ง ซึ่ง ยื่น ออก จาก ลำ คัน ประทีป {25:34} สำหรับ ลำ คัน ประทีป นั้น ให้ มีด อก สี่ ดอก เหมือน ดอก อัลมันด์ ทั้ง ฐาน ดอก และ กลีบ {25:35} ใต้ กิ่ง ทุกๆ คู่ ทั้ง หก กิ่ง ที่ ลำ คัน ประทีป นั้น ให้ มี กระเปาะ เป็น เนื้อ เดียวกัน กับ คัน ประทีป {25:36} กระเปาะ และ กิ่ง ทำให้ เป็น เนื้อ เดียวกัน กับ คัน ประทีป ให้ ทุก ส่วน เป็น เนื้อ เดียวกัน ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ที่ ใช้ ค้อน ทำ {25:37} จง ทำ ตะเกียง เจ็ด ดวง สำหรับ คัน ประทีป นั้น แล้ว จุด ตะเกียง ให้ ส่อง แสง ตรง ไป หน้า คัน ประทีป {25:38} ตะไกร ตัด ไส้ ตะเกียง และ ถาด ใส่ ตะไกร ให้ ทำ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ {25:39} คัน ประทีป กับ เครื่อง ใช้ ทุก อย่าง ให้ ทำ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ หนึ่ง ตะ ลันต์ {25:40} จง ระวัง ทำ สิ่ง เหล่า นี้ ตาม แบบอย่าง ที่ เรา แจ้ง แก่ เจ้า บน ภูเขา” {i26:1} พลับพลา (อพย.36:8-38) {26:1} “ นอกจาก นั้น เจ้า จง ทำ พลับพลา ด้วย ม่าน สิบ ผืน ทำ ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี และ ผ้า ทอ ด้วย ด้าย ย้อม สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม กับ ให้ มี ภาพ เค รู บ ฝีมือ ช่าง ออกแบบ ไว้ {26:2} ม่าน ผืน หนึ่ง ให้ ยาว ยี่ สิบ แปด ศอก กว้าง สี่ ศอก ม่าน ทุก ผืน ให้ เท่า กัน {26:3} ม่าน ห้า ผืน ให้ เกี่ยว ติด กัน และ อีก ห้า ผืน นั้น ก็ ให้ เกี่ยว ติด กัน ด้วย {26:4} จง ทำ หู ม่าน ด้วย ด้าย สี ฟ้า ติด ไว้ ตาม ขอบ ม่าน ด้าน นอก สุด ชุด ที่ หนึ่ง และ ตาม ขอบ ม่าน ด้าน นอก สุด ชุด ที่ สอง จง ติด หู ไว้ เหมือน กัน {26:5} ม่าน ผืน หนึ่ง ให้ ทำ หู ห้า สิบ หู และ ตาม ขอบ ม่าน ชุด ที่ สอง ให้ ทำ หู ห้า สิบ หู ให้ ตรง กัน {26:6} จง ทำ ขอ ทองคำ ห้า สิบ ขอ สำหรับ ใช้ เกี่ยว ม่าน เพื่อ ให้ เป็น พลับพลา เดียวกัน {26:7} “ จง ทำ ม่าน ด้วย ขน แพะ สำหรับ เป็น เต็นท์ คลุม พลับพลา ชั้น นอก อีก สิบ เอ็ด ผืน {26:8} ม่าน ผืน หนึ่ง ให้ ทำ ยาว สาม สิบ ศอก กว้าง สี่ ศอก ทั้ง สิบ เอ็ด ผืน ให้ เท่า กัน {26:9} ม่าน ห้า ผืน ให้ เกี่ยว ติด กัน ต่างหาก และ ม่าน อีก หก ผืน ให้ เกี่ยว ติด กัน ต่างหาก เช่น กัน และ ม่าน ผืน ที่ หก นั้น จง ให้ ห้อย ซ้อน ลง มา ข้าง หน้า เต็นท์ {26:10} จง ทำ หู ห้า สิบ หู ติด กับ ขอบ ม่าน ด้าน นอก สุด ชุด หนึ่ง และ หู ห้า สิบ หู ติด กับ ขอบ ม่าน ด้าน นอก สุด ชุด ที่ สอง {26:11} “ แล้ว ทำ ขอ ทองสัมฤทธิ์ ห้า สิบ ขอ เกี่ยว ขอ เข้า ที่ หู เกี่ยว ให้ ติด เป็น เต็นท์ หลัง เดียวกัน {26:12} ม่าน เต็นท์ ส่วน ที่ เกิน อยู่ คือ ชาย ม่าน ครึ่ง หนึ่ง ที่ เหลือ อยู่ นั้น จง ให้ ห้อย ลง มา ด้าน หลัง พลับพลา {26:13} ส่วน ม่าน คลุม พลับพลา ซึ่ง ยาว เกิน ไป ข้าง ละ หนึ่ง ศอก นั้น ให้ ห้อย ลง มา ข้างๆ พลับพลา ทั้ง ข้าง นี้ และ ข้าง โน้น สำหรับ ใช้ กำบัง {26:14} เครื่อง ดาด เต็นท์ ข้าง บน เจ้า จง ทำ ด้วย หนัง แกะ ตัวผู้ ย้อม สี แดง ชั้น หนึ่ง และ คลุม ด้วย หนัง ทา คัช อีก ชั้น หนึ่ง {26:15} “ ไม้ กรอบ สำหรับ ทำ ฝา พลับพลา นั้น ให้ ใช้ ไม้ กระถิน เทศ ตั้ง ตรง ขึ้น {26:16} ไม้ กรอบ นั้น ให้ ยาว แผ่น ละ สิบ ศอก กว้าง ศอก เศษ {26:17} ให้ มี เดือย กรอบ ละ สอง เดือย เดือย กรอบ หนึ่ง มี ไม้ ประกับ ติด กับ เดือย อีก กรอบ หนึ่ง ไม้ กรอบ พลับพลา ทั้งหมด ให้ ทำ อย่าง นี้ {26:18} เจ้า จง ทำ ไม้ กรอบ พลับพลา ดังนี้ ด้าน ใต้ ให้ ทำ ยี่ สิบ แผ่น {26:19} จง ทำ ฐาน รองรับ ด้วย เงิน สี่ สิบ ฐาน สำหรับ ไม้ กรอบ ยี่ สิบ แผ่น ใต้ ไม้ กรอบ แผ่น หนึ่ง ให้ มี ฐาน รองรับ แผ่น ละ สอง ฐาน สำหรับ สวม เดือย สอง อัน {26:20} ด้าน ที่ สอง ของ พลับพลา ข้าง ทิศ เหนือ นั้น ให้ ใช้ ไม้ กรอบ ยี่ สิบ แผ่น {26:21} และ ทำ ฐาน เงิน รองรับ สี่ สิบ ฐาน ใต้ กรอบ ให้ ทำ ฐาน แผ่น ละ สอง ฐาน {26:22} ส่วน ด้าน หลัง ทิศ ตะวัน ตก ของ พลับพลา ให้ ทำ ไม้ กรอบ หก แผ่น {26:23} และ ทำ อีก สอง แผ่น สำหรับ มุม พลับพลา ด้าน หลัง {26:24} ไม้ กรอบ นั้น ข้าง ล่าง ให้ แยก กัน แต่ ตอน บน ยอด ให้ ติด กัน ที่ ห่วง แรก ทั้ง สอง แห่ง ให้ กระทำ ดังนี้ ก็ จะ ทำให้ เกิด มุม สอง มุม {26:25} คือ รวม เป็น ไม้ กรอบ แปด แผ่น ด้วย กัน และ ฐาน เงิน สิบ หก อัน ใต้ กรอบ ไม้ ให้ มี ฐาน รองรับ แผ่น ละ สอง ฐาน {26:26} “ เจ้า จง ทำ กลอน ด้วย ไม้ กระถิน เทศ ห้า อัน สำหรับ ไม้ กรอบ ฝา พลับพลา ด้าน หนึ่ง {26:27} และ กลอน อีก ห้า อัน สำหรับ ขัด ไม้ กรอบ ฝา พลับพลา อีก ด้าน หนึ่ง และ กลอน อีก ห้า อัน สำหรับ ขัด ไม้ กรอบ ฝา พลับพลา ด้าน หลัง คือ ด้าน ตะวัน ตก {26:28} กลอน ตัวกลาง คือ อยู่ ตอน กลาง ของ ไม้ กรอบ สำหรับ ขัด ฝา ร้อย ให้ ติด กัน {26:29} จง หุ้ม ไม้ กรอบ เหล่า นั้น ด้วย ทองคำ และ ทำ ห่วง ไม้ กรอบ ด้วย ทองคำ สำหรับ ร้อย กลอน และ กลอน นั้น ให้ หุ้ม ด้วย ทองคำ {26:30} พลับพลา นั้น เจ้า จง จัดตั้ง ไว้ ตาม แบบอย่าง ที่ เรา ได้ แจ้ง แก่ เจ้า แล้ว ที่ บน ภูเขา {26:31} “ จง ทำ ม่าน ผืน หนึ่ง ทอ ด้วย ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี ให้ มี ภาพ เค รู บ ฝีมือ ช่าง ออกแบบ ไว้ {26:32} ม่าน นั้น ให้ แขวน ไว้ ด้วย ขอ ทองคำ ที่ เสา ไม้ กระถิน เทศ สี่ เสา ที่ หุ้ม ด้วย ทองคำ และ ซึ่ง ตั้ง อยู่ บน ฐาน เงิน สี่ อัน {26:33} ม่าน นั้น ให้ เขา แขวน ไว้ กับ ขอ สำหรับ เกี่ยว ม่าน แล้ว เอา หีบ พระ โอวาท เข้า มา ไว้ ข้าง ใน ภายใน ม่าน และ ม่าน นั้น จะ เป็น ที่ แบ่ง พลับพลา ระหว่าง วิ สุทธิ สถาน กับ อภิ สุทธิ สถาน {26:34} พระ ที่นั่ง กรุณา นั้น ให้ ตั้ง ไว้ บน หีบ พระ โอวาท ใน อภิ สุทธิ สถาน {26:35} จง ตั้ง โต๊ะ ไว้ ข้าง นอก ม่าน และ จง ตั้ง คัน ประทีป ไว้ ด้าน ใต้ ใน พลับพลา ตรง ข้าม กับ โต๊ะ เจ้า จง ตั้ง โต๊ะ ไว้ ทาง ด้าน เหนือ {26:36} “ เจ้า จง ทำ บัง ตา ที่ ประตู เต็นท์ นั้น ด้วย ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี ประกอบ ด้วย ฝีมือ ช่าง ด้าย สี {26:37} จง ทำ เสา ห้า ต้น ด้วย ไม้ กระถิน เทศ สำหรับ ติด บัง ตา ที่ ประตู แล้ว หุ้ม เสา นั้น ด้วย ทองคำ ขอ แขวน เสา จง ทำ ด้วย ทองคำ แล้ว หล่อ ฐาน ทองสัมฤทธิ์ ห้า ฐาน สำหรับ รองรับ เสา นั้น {i27:1} แท่น เครื่อง เผา บูชา (อพย.38:1-7) {27:1} “ เจ้า จง ทำ แท่น บูชา ด้วย ไม้ กระถิน เทศ ให้ ยาว ห้า ศอก กว้าง ห้า ศอก ให้ เป็น แท่ง สี่เหลี่ยม จัตุรัส สูง สาม ศอก {27:2} จง ทำ เชิง งอน ติด ไว้ ทั้ง สี่ มุม ของ แท่น ให้ เป็น ชิ้น เดียวกัน กับ แท่น และ จง หุ้ม แท่น ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {27:3} เจ้า จง ทำ หม้อ สำหรับ ใส่ ขี้เถ้า ทัพพี ชาม ขอ เกี่ยว เนื้อ และ ถาด รอง ไฟ คือ เครื่อง ใช้ สำหรับ แท่น ทั้งหมด เจ้า จง ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {27:4} แล้ว เอา ทองสัมฤทธิ์ ทำ ตาข่าย ประดับ แท่น นั้น กับ ทำ ห่วง ทองสัมฤทธิ์ ติด ที่ มุม ทั้ง สี่ ของ ตาข่าย {27:5} ตาข่าย นั้น ให้ อยู่ ใต้ กระจัง ของ แท่น และ ให้ ห้อย อยู่ ตั้งแต่ กลาง แท่น ลง มา {27:6} ไม้ คานหาม แท่น ให้ ทำ ด้วย ไม้ กระถิน เทศ และ หุ้ม ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {27:7} ไม้ คาน นั้น ให้ สอด ไว้ ใน ห่วง ใน เวลา หาม ไม้ คาน จะ อยู่ ข้าง แท่น ข้าง ละ อัน {27:8} แท่น นั้น ทำ ด้วย ไม้ กระดาน แต่ ข้าง ใน แท่น กลวง ตาม แบบ ที่ แจ้ง แก่ เจ้า แล้ว ที่ ภูเขา จง ให้ เขา ทำ อย่าง นั้น {i27:9} ลาน พลับพลา (อพย.38:9-20) {27:9} “ เจ้า จง สร้าง ลาน พลับพลา ให้ รั้ว ด้าน ใต้ มี ผ้า บัง ทำ ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี ยาว หนึ่ง ร้อย ศอก {27:10} ให้ มี เสา ยี่ สิบ ต้น กับ ฐาน ทองสัมฤทธิ์ รองรับ เสา ยี่ สิบ ฐาน ขอ ติด เสา และ ราว ยึด เสา นั้น ให้ ทำ ด้วย เงิน {27:11} ทำนอง เดียวกัน ด้าน ทิศ เหนือ ให้ มี ผ้า บัง ยาว ร้อย ศอก เหมือน กัน กับ เสา ยี่ สิบ ต้น และ ฐาน ทองสัมฤทธิ์ ยี่ สิบ ฐาน ขอ และ ราว ยึด เสา นั้น ให้ ทำ ด้วย เงิน {27:12} ตาม ส่วน กว้าง ของ ลาน ด้าน ตะวัน ตก ให้ มี ผ้า บัง ยาว ห้า สิบ ศอก กับ เสา สิบ ต้น และ ฐาน รองรับ เสา สิบ ฐาน {27:13} ส่วน กว้าง ของ ลาน ด้าน ตะวัน ออก ให้ ยาว ห้า สิบ ศอก {27:14} ผ้า บัง ด้าน ริม ประตู ข้าง หนึ่ง ให้ ยาว สิบ ห้า ศอก มี เสา สาม ต้น และ ฐาน รองรับ เสา สาม ฐาน {27:15} อีก ข้าง หนึ่ง ให้ มี ผ้า บัง ยาว สิบ ห้า ศอก มี เสา สาม ต้น และ ฐาน รองรับ เสา สาม ฐาน {27:16} ให้ มี ผ้า บัง ตา ที่ ประตู ยาว ยี่ สิบ ศอก ผ้า สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี ประกอบ ด้วย ฝีมือ ของ ช่าง ด้าย สี กับ เสา สี่ ต้น และ ฐาน รองรับ เสา สี่ ฐาน {27:17} เสา ล้อม รอบ ทั้งหมด ให้ มี ราว สำหรับ ยึด เสา ให้ ติดต่อ กัน ทำ ด้วย เงิน และ ให้ ทำ ขอ ด้วย เงิน ฐาน รองรับ เสา นั้น ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {27:18} ด้าน ยาว ของ ลาน นั้น จะ เป็น ร้อย ศอก ด้าน กว้าง ห้า สิบ ศอก สูง ห้า ศอก กั้น ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี และ มี ฐาน ทองสัมฤทธิ์ {27:19} เครื่อง ใช้สอย ทั้งปวง ของ พลับพลา พร้อม ทั้ง หลัก หมุด ของ พลับพลา กับ หลัก หมุด สำหรับ รั้ว ที่ กั้น ลาน ทั้งหมด ให้ ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {i27:20} การ ดูแล ประทีป (ลนต.24:1-4) {27:20} “ เจ้า จง สั่ง ชน ชาติ อิสราเอล ให้ นำ น้ำมัน มะกอก เทศ บริสุทธิ์ ที่ คั้น ไว้ นั้น มา สำหรับ เติม ประทีป เพื่อ จะ ให้ ประทีป นั้น ส่อง สว่าง อยู่ เสมอ {27:21} ใน เต็นท์ นัด พบ ข้าง นอก ม่าน ซึ่ง อยู่ หน้า หีบ พระ โอวาท ให้ อา โร น และ บุตร ของ อา โร น ดูแล ประทีป นั้น อยู่ เฉพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า ตั้งแต่ เวลา พลบค่ำ จน ถึง รุ่งเช้า ให้ เป็น กฎเกณฑ์ เนืองนิตย์ ที่ ชน ชาติ อิสราเอล ต้อง ปฏิบัติ ตาม ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เขา {i28:1} เครื่อง แต่ง กาย ของ ปุโรหิต (อพย.39:1-31) {28:1} “ จง นำ อา โร น พี่ ชาย ของ เจ้า กับ บุตร ของ เขา แยก ออก มา จาก หมู่ ชน ชาติ อิสราเอล ให้ มา อยู่ ใกล้ เจ้า เพื่อ จะ ได้ เป็น ปุโรหิต ปรนนิบัติ เรา คือ ทั้ง อา โร น กับ บุตร ของ อา โร น คือ นา ดับ อา บี ฮูเอเลอาซาร์อิธามาร์ {28:2} แล้ว ให้ ทำ เครื่อง ยศ บริสุทธิ์ สำหรับ อา โร น พี่ ชาย ของ เจ้า ให้ สม เกียรติ และ งดงาม {28:3} ให้ กล่าว แก่ คน ทั้งปวง ผู้ มี สมรรถภาพ ซึ่ง เรา ได้ บันดาล ให้ เขา มี จิตใจ อัน สามารถ นั้น ให้ เขา ทำ เครื่อง ยศ สำหรับ สถาปนา อา โร น ให้ ปรนนิบัติ เรา ใน ตำแหน่ง ปุโรหิต {28:4} ให้ เขา ทำ เครื่อง ยศ ดัง ต่อ ไป นี้ คือ ทับทรวง เสื้อ เอ โฟด เสื้อ คลุม เสื้อ ตา สมุก ผ้า มาลา และ รัดประคด และ ให้ เขา ทำ เครื่อง ยศ บริสุทธิ์ สำหรับ อา โร น พี่ ชาย ของ เจ้า และ บุตร ของ เขา เพื่อ จะ ได้ เป็น ปุโรหิต ปรนนิบัติ เรา {28:5} “ ให้ เขา เหล่า นั้น รับ เอา ทองคำ ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี {28:6} ให้ เขา ทำ เอ โฟด ด้วย ทองคำ ด้วย ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี ตัด ด้วย ฝีมือ ช่าง ออกแบบ {28:7} แถบ ที่ ผูก บ่า ของ เอ โฟด นั้น ให้ ติด กับ ริม ตอน บน ทั้ง สอง ชิ้น เพื่อ จะ ติด เป็น อัน เดียวกัน {28:8} รัดประคด ทอ อย่าง ประณีต สำหรับ คาด ทับ เอ โฟด ให้ ทำ ด้วย ฝีมือ อย่าง เดียวกัน และ ใช้ วัตถุ อย่าง เดียว กับ เอ โฟด คือ ทำ ด้วย ทองคำ ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี {28:9} แล้ว ให้ ใช้ แก้ว โกเมน สอง แผ่น สำหรับ จารึก ชื่อ บุตร ชาย ของ อิสราเอล ไว้ {28:10} ที่ แก้ว แผ่น หนึ่ง ให้ จารึก ชื่อ หก ชื่อ และ แผ่น ที่ สอง ก็ ให้ จารึก ชื่อ ไว้ อีก หก ชื่อ ที่ เหลือ อยู่ ตาม กำเนิด {28:11} ให้ ช่าง แกะ จารึก ชื่อ เหล่า บุตร อิสราเอล ไว้ ที่ แก้ว ทั้ง สอง แผ่น นั้น เช่น อย่าง แกะ ตรา แล้ว ฝัง ไว้ บน กระเปาะ ทองคำ ซึ่ง มี ลวดลาย ละเอียด {28:12} แก้ว ทั้ง สอง แผ่น นั้น ให้ ติด ไว้ กับ เอ โฟด บน บ่า ทั้ง สอง ข้าง แก้ว นั้น จะ เป็น ที่ ระลึก ถึง บรรดา บุตร แห่ง อิสราเอล และ อา โร น จะ แบก ชื่อ เขา ทั้งหลาย ไว้ บน บ่า ทั้ง สอง เฉพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า เป็น ที่ ระลึก {28:13} เจ้า จง ทำ กระเปาะ ทองคำ มี ลวดลาย ละเอียด {28:14} กับ ทำ สร้อย สอง สาย ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ เป็น สร้อย ถัก เกลียว แล้ว ติด ไว้ ที่ กระเปาะ นั้น {28:15} “ จง ทำ ทับทรวง สำหรับ แต่ง เวลา พิพากษา ด้วย ฝีมือ ช่าง ออกแบบ ฝีมือ เหมือน ทำ เอ โฟด คือ ทำ ด้วย ทองคำ ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี {28:16} ให้ ทำ ทับทรวง เป็น รูป สี่เหลี่ยม จัตุรัส พับ ทบ กลาง ยาว คืบ หนึ่ง กว้าง คืบ หนึ่ง {28:17} จง ฝัง แก้ว สี่ แถว บน ทับทรวง นั้น แถว ที่ หนึ่ง ฝัง ทับทิม บุษราคัม น้ำ อ่อน และ มรกต {28:18} แถว ที่ สอง ฝัง พลอย ขี้ นก การเวก ไพฑูรย์ และ เพชร {28:19} แถว ที่ สาม ฝัง นิล โมรา และ เพทาย ม่วง {28:20} แถว ที่ สี่ ฝัง เพทาย โกเมน และ มณี โชติ แก้ว ทั้งหมด นี้ ให้ ฝัง ใน ลวดลาย อัน ละเอียด ที่ ทำ ด้วย ทองคำ {28:21} แก้ว เหล่า นั้น ให้ มี ชื่อ เหล่า บุตร อิสราเอล สิบ สอง ชื่อ จารึก ไว้ เหมือน แกะ ตรา จะ มี ชื่อ เผ่า ทุก เผ่า ตาม ลำดับ สิบ สอง เผ่า {28:22} และ เจ้า จง ทำ สร้อย ถัก เกลียว ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ สำหรับ ทับทรวง {28:23} และ เจ้า จง ทำ ห่วง ทองคำ สอง ห่วง ติด ไว้ ที่ มุม บน ทั้ง สอง ของ ทับทรวง {28:24} ส่วน สร้อย ที่ ทำ ด้วย ทองคำ นั้น ให้ เกี่ยว ด้วย ห่วง ที่ มุม ทับทรวง {28:25} และ ปลาย สร้อย อีก สอง ข้าง ให้ ติด กับ กระเปาะ ที่ มี ลวดลาย ละเอียด ทั้ง สอง ให้ ติด ไว้ ข้าง หน้าที่ แถบ ยึด เอ โฟด ทั้ง สอง ข้าง บน บ่า {28:26} จง ทำ ห่วง ทองคำ สอง อัน ติด ไว้ ที่ มุม ล่าง ทั้ง สอง ข้าง ของ ทับทรวง ข้าง ใน ที่ ติด เอ โฟด {28:27} จง ทำ ห่วง สอง อัน ด้วย ทองคำ ใส่ ไว้ ริม เอ โฟด เบื้องหน้า ใต้ แถบ ที่ ตะเข็บ เหนือ รัดประคด ซึ่ง ทอ ด้วย ฝีมือ ประณีต {28:28} ให้ ผูก ทับทรวง นั้น ติด กับ เอ โฟด ด้วย ใช้ ด้าย ถัก สี ฟ้า ร้อย ผูก ที่ ห่วง ให้ ทับทรวง ทับ รัดประคด ที่ ทำ ด้วย ฝีมือ ประณีต ของ เอ โฟด เพื่อ มิ ให้ ทับทรวง หลุด ไป จาก เอ โฟด {28:29} อา โร น จึง จะ มี ชื่อ เหล่า บุตร อิสราเอล จารึก ไว้ ที่ ทับทรวง สำหรับ แต่ง เวลา พิพากษา ติด ไว้ ที่ อก ของ ตน ให้ เป็น ที่ ระลึก ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า เสมอ เมื่อ เขา เข้า ไป ใน วิ สุทธิ สถาน นั้น {28:30} จง ใส่ อู ริม และ ทูม มิ ม ไว้ ใน ทับทรวง และ ของ สอง สิ่ง นี้ จะ อยู่ ที่ หัวใจ ของ อา โร น เมื่อ เข้า เฝ้า พระเจ้า อา โร น จะ รับ ภาระ การ พิพากษา เหล่า บุตร อิสราเอล ไว้ ที่ หัวใจ ของ ตน เสมอ เฉพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า {28:31} “ เจ้า จง ทำ เสื้อ คลุม ให้ เข้า ชุด กับ เอ โฟด ด้วย ผ้า สี ฟ้า ล้วน {28:32} ให้ ทำ ช่อง คอก ลาง ผืน เสื้อ แล้ว ขลิบ รอบ คอ ด้วย ผ้า ทอ เช่น เดียว กับ คอ เสื้อ ทหาร เพื่อ จะ มิ ให้ ขาด {28:33} ที่ ชาย ล่าง ของ เสื้อ คลุม ให้ ปัก รูป ทับทิม ใช้ ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม รอบ ชาย เสื้อ และ ติด ลูก พรวน ทองคำ สลับ กับ ผล ทับทิม {28:34} ลูก พรวน ทองคำ ลูก หนึ่ง ผล ทับทิม ผล หนึ่ง ลูก พรวน ทองคำ อีก ลูก หนึ่ง ผล ทับทิม อีก ผล หนึ่ง รอบ ชาย ล่าง ของ เสื้อ คลุม {28:35} อา โร น จะ สวม เสื้อ ตัว นั้น เมื่อ ทำงาน ปรนนิบัติ และ จะ ได้ยิน เสียง ลูก พรวน เมื่อ เข้า เฝ้า พระเจ้า ใน วิ สุทธิ สถาน และ เมื่อ เดิน ออก มา ด้วย เกรง ว่า เขา จะ ต้อง ตาย {28:36} “ เจ้า จง ทำ แผ่น ทองคำ บริสุทธิ์ จารึก คำ ว่า‘ บริสุทธิ์ แด่ พระเจ้า’ ไว้ เหมือน อย่าง แกะ ตรา {28:37} และ เจ้า จง เอา ด้าย ถัก สี ฟ้า ผูก แผ่น ทองคำ นั้น ไว้ บน มาลา ให้ อยู่ ที่ ข้าง มาลา ด้าน หน้า {28:38} แผ่น ทองคำ นั้น จะ อยู่ ที่ หน้าผาก ของ อา โร น และ อา โร น จะ รับ ความ ผิด อัน เกิด แก่ ชน ชาติ อิสราเอล เนื่อง จาก ของ ถวาย อัน บริสุทธิ์ ซึ่ง นำ มา ชำระ ให้ เป็น ของ ถวาย อัน บริสุทธิ์ และ แผ่น ทองคำ นั้น ให้ อยู่ ที่ หน้าผาก ของ อา โร น เสมอ เพื่อ พระเจ้า จะ ได้ ทรง รับ สิ่งของ เหล่า นั้น จาก เขา {28:39} “ จง ทอ เสื้อ ให้ เป็น ตา สมุก ด้วย ป่าน เนื้อ ดี ส่วน ผ้า มาลา นั้น จง ทำ ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี และ ทำ รัดประคด ด้วย ฝีมือ ช่าง ด้าย สี {28:40} “ จง ทำ เสื้อ รัดประคด และ หมวก สำหรับ บุตร อา โร น ให้ สม เกียรติ และ งดงาม {28:41} จง แต่ง อา โร น พี่ ชาย ของ เจ้า และ บุตร เขา ด้วย เครื่อง ยศ แล้ว เจิม และ สถาปนา และ ชำระ เขา ให้ บริสุทธิ์ เพื่อ ให้ เขา เป็น ปุโรหิต ปรนนิบัติ เรา {28:42} จง เย็บ กางเกง ให้ เขา เหล่า นั้น ด้วย ผ้าป่าน เพื่อ จะ ปกปิด กาย ที่ เปลือย ของ เขา ให้ ยาว ตั้งแต่ เอว จน ถึง ต้น ขา {28:43} ให้ อา โร น กับ บุตร เขา สวม เมื่อ เข้า ไป ใน เต็นท์ นัด พบ และ เมื่อ เข้า ใกล้ แท่น จะ ปรนนิบัติ ณวิ สุทธิ สถาน เกลือก ว่า เขา จะ ก่อ กรรม ชั่ว และ ถึง ตาย เรื่อง นี้ ให้ เป็น กฎเกณฑ์ เนืองนิตย์ ที่ เขา และ เชื้อสาย ของ เขา จะ ต้อง ปฏิบัติ ตาม {i29:1} การ ถวาย ตัว ของ อา โร น และ บุตร ชาย ของ ท่าน (ลนต.8:1-36) {29:1} “ ต่อ ไป นี้ เป็น การ ซึ่ง เจ้า ควร กระทำ เพื่อ ชำระ ตัว เขา ทั้งหลาย ให้ บริสุทธิ์ เพื่อ เขา จะ เป็น ปุโรหิต ปรนนิบัติ เรา คือ จง เอา โค หนุ่ม ตัว หนึ่ง และ แกะ ตัวผู้ สอง ตัว ซึ่ง ปราศจาก ตำหนิ {29:2} ขนม ปัง ไร้ เชื้อ ขนม ไร้ เชื้อ คลุก น้ำมัน และ ขนม แผ่น บาง ไร้ เชื้อ ทา น้ำมัน ขนม เหล่า นี้ จง ทำ ด้วย ยอด แป้ง ข้าว สาลี {29:3} แล้ว จง ใส่ ขนม ปัง ต่างๆ เหล่า นั้น ไว้ ใน กระบุง เดียวกัน จง นำ มา พร้อม กับ โค ตัวผู้ และ ลูก แกะ ตัวผู้ สอง ตัว {29:4} จง นำ อา โร น และ บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ เขา มา ที่ ประตู เต็นท์ นัด พบ แล้ว จง ชำระ ตัว เขา ทั้งหลาย ด้วย น้ำ {29:5} จง สวม เครื่อง ยศ ให้ อา โร น คือ เสื้อ ใน กับ เสื้อ เอ โฟดกับเอโฟด และ ทับทรวง และ เอา รัดประคด ที่ ทอ ด้วย ฝีมือ ประณีต สำหรับ ใช้ กับ เอ โฟด นั้น คาด เอว ไว้ {29:6} จง สวม มาลา ที่ ศีรษะ ของ อา โร น และ จง สวม มงกุฎ บริสุทธิ์ ทับ มาลา {29:7} จง เอา น้ำมัน เจิม เท ลง บน ศีรษะ ของ เขา และ เจิม ตั้ง เขา ไว้ {29:8} จง นำ บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ เขา มา และ สวม เสื้อ ให้ {29:9} แล้ว จง เอา รัดประคด คาด เอว เขา ไว้ ทั้ง ตัว อา โร น เอง และ บุตร ของ เขา และ คาด หมวก ให้ เขา แล้ว เขา ก็ จะ เป็น ปุโรหิต ตาม กฎเกณฑ์ เนืองนิตย์ ดังนี้ แหละ เจ้า จง สถาปนา อา โร น และ บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ เขา ไว้ {29:10} “ เจ้า จง นำ โค ตัวผู้ มา ที่ หน้า เต็นท์ นัด พบ ให้ อา โร น กับ บุตร เขา เอา มือ วาง ลง บน หัว โค ตัวผู้ {29:11} แล้ว จง ฆ่า โค ตัวผู้ นั้น ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ที่ ประตู เต็นท์ นัด พบ {29:12} จง เอา นิ้ว มือ จุ่ม เลือด โค ตัวผู้ นั้น ทา ไว้ ที่ เชิง งอน ริม แท่น บ้าง ส่วน เลือด ที่ เหลือ ทั้งหมด จง เท ไว้ ที่ เชิง แท่น บูชา {29:13} เจ้า จง เอา ไขมัน ที่ หุ้ม เครื่องใน พังผืด ที่ ติด อยู่ กับ ตับ และ ไต ทั้ง สอง กับ ไขมัน ที่ ติด ไต นั้น มา เผา บน แท่น {29:14} แต่ เนื้อ กับ หนัง และ มูล ของ โค ตัวผู้ นั้น จง เผา ไฟ เสีย ข้าง นอก ค่าย ทั้งนี้ เป็น เครื่องบูชา ไถ่ บาป {29:15} “ เจ้า จง นำ แกะ ผู้ ตัว หนึ่ง มา ให้ อา โร น กับ บุตร เขา เอา มือ ของ ตน วาง บน หัว แกะ ตัวผู้ นั้น {29:16} แล้ว จง ฆ่า แกะ ตัว นั้น เสีย เอา เลือด พรม รอบๆ แท่น {29:17} จง ชำแหละ แกะ ตัว นั้น ออก เป็น ท่อนๆ และ เครื่องใน กับ ขา จง ล้าง น้ำ วาง ไว้ กับ เนื้อ และ หัว {29:18} แล้ว จง เผา แกะ ตัว นั้น ทั้ง ตัว บน แท่น บูชา เป็น เครื่อง เผา บูชา ถวาย แด่ พระเจ้า เป็น กลิ่น พอ พระทัย เป็น เครื่องบูชา ด้วย ไฟ ถวาย แด่ พระเจ้า {29:19} “ เจ้า จง นำ แกะ ตัวผู้ อีก ตัว หนึ่ง มา แล้ว ให้ อา โร น กับ บุตร เขา เอา มือ ของ ตน วาง บน หัว แกะ ผู้ ตัว นั้น {29:20} แล้ว ท่าน จง ฆ่า แกะ ตัว นั้น เสีย เอา เลือด ส่วน หนึ่ง เจิม ที่ ปลาย ใบ หู ข้าง ขวา ของ อา โร น และ ที่ ปลาย ใบ หู ข้าง ขวา ของ บุตร ชาย ของ เขา ทุก คน และ ที่ หัว แม่ มือ ข้าง ขวา และ ที่ หัว แม่ เท้า ข้าง ขวา ของ เขา บ้าง แล้ว จง เอา เลือด ที่ เหลือ พรม รอบๆ แท่น บูชา {29:21} จง เอา เลือด ส่วน หนึ่ง ที่ อยู่ บน แท่น และ น้ำมัน เจิม นั้น พรม อา โร น และ เครื่อง ยศ ของ เขา จง พรม บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ เขา และ เครื่อง ยศ ของ บุตร ชาย เหล่า นั้น ด้วย อา โร น และ เครื่อง ยศ ของ เขา จะ บริสุทธิ์ รวม ทั้ง บุตร ของ เขา และ เครื่อง ยศ ของ เขา ด้วย {29:22} “ เจ้า จง เอา ไขมัน แกะ ตัวผู้ และ หาง มันๆ กับ ไขมัน ที่ ติด เครื่องใน และ พังผืด ที่ ติด อยู่ กับ ตับ กับ ไต ทั้ง สอง และ ไขมัน ที่ ติด อยู่ กับ ไต กับ โคน ขา ข้าง ขวา ด้วย (เพราะ เป็น แกะ ใช้ สำหรับ การ สถาปนา) {29:23} กับ ขนม ปัง ก้อน หนึ่ง และ ขนม ปัง คลุก น้ำมัน แผ่น หนึ่ง และ ขนม ปัง บาง แผ่น หนึ่ง จาก กระบุง ขนม ปัง ไร้ เชื้อ ซึ่ง อยู่ ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า {29:24} แล้ว จง วาง สิ่ง เหล่า นั้น ไว้ ใน มือ ของ อา โร น และ ใน มือ บุตร ของ เขา นำ ไป ทำ พิธี ยื่น ถวาย ให้ เป็น เครื่อง ยื่น บูชา ถวาย แด่ พระเจ้า {29:25} แล้ว จง รับ สิ่ง เหล่า นี้ จาก มือ ของ เขา นำ ไป เผา บน แท่น บูชา รวม เข้า กับ เครื่อง เผา บูชา เป็น กลิ่น ที่ พอ พระทัย แด่ พระเจ้า เป็น เครื่องบูชา ด้วย ไฟ ถวาย แด่ พระเจ้า {29:26} “ จง เอา เนื้อที่ อก แกะ ตัวผู้ ซึ่ง เป็น แกะ สถาปนา อา โร น แล้ว ทำ พิธี ยื่น ถวาย เป็น เครื่อง ยื่น บูชา ถวาย แด่ พระเจ้า และ นั่น จะ เป็น ส่วน ของ เจ้า {29:27} และ จง เอา เนื้อที่ อก แกะ ตัวผู้ ซึ่ง เป็น เครื่อง ยื่น ถวาย นั้น ไว้ และ เนื้อ โคน ขา อัน เป็น ส่วน ยก ให้ แก่ ปุโรหิต ซึ่ง เป็น เครื่อง ยื่น ถวาย และ ซึ่ง เป็น ของ ถวาย จาก แกะ ใช้ สำหรับ การ สถาปนา ด้วย เป็น ส่วน ของ อา โร น และ บุตร เขา {29:28} นั่นแหละ เป็น ส่วน ซึ่ง อา โร น และ บุตร เขา จะ ได้ รับ จาก ชน ชาติ อิสราเอล เป็น เนืองนิตย์ เพราะ เป็น ส่วน ที่ ยก ให้ แก่ ปุโรหิต และ ชน ชาติ อิสราเอล จะ ยก ให้ จาก เครื่อง ศานติ บูชา เป็น เครื่องบูชา ของ เขา ถวาย แด่ พระเจ้า {29:29} “ เครื่อง ยศ ของ อา โร น จะ เป็น ของ บุตร ชาย ของ เขา ต่อๆ ไป ให้ เขา สวม เมื่อ เขา รับ การ เจิม และ ได้ รับ การ สถาปนา ไว้ ใน ตำแหน่ง {29:30} จง ให้ บุตร ซึ่ง จะ เป็น ปุโรหิต แทน เขา นั้น สวม เครื่อง ยศ เหล่า นั้น ครบ เจ็ด วัน ขณะ ที่ เขา มา ยัง เต็นท์ นัด พบ เพื่อ ปรนนิบัติ ใน วิสุทธิสถาน {29:31} “ จง ต้ม เนื้อ แกะ ตัวผู้ สำหรับ การ สถาปนา ใน สถาน ศักดิ์สิทธิ์ {29:32} แล้ว ให้ อา โร น กับ บุตร ของ เขา กิน เนื้อ แกะ ตัวผู้ นั้น และ ขนม ปัง ซึ่ง อยู่ ใน กระบุง ที่ ประตู เต็นท์ นัด พบ {29:33} ให้ เขา กิน ของ ซึ่ง นำ มา บูชา ลบ มลทิน เพื่อ จะ สถาปนา และ ชำระ เขา เหล่า นั้น ให้ บริสุทธิ์ แต่ ฆราวาส อย่า ให้ รับประทาน เพราะ เป็น ของ บริสุทธิ์ {29:34} และ ถ้า แม้ เนื้อที่ ใช้ ใน พิธี สถาปนา และ ขนม ปัง นั้น ยัง เหลือ อยู่ จน รุ่งเช้า บ้าง ก็ ให้ เผา ส่วน ที่ เหลือ นั้น ด้วย ไฟ เสีย อย่า ให้ รับประทาน เพราะ เป็น ของ บริสุทธิ์ {29:35} “ ดังนั้น แหละ เจ้า จง กระทำ ให้ แก่ อา โร น และ บุตร เขา ตาม คำ ที่ เรา ได้ บัญชา เจ้า ไว้ จง ทำ พิธี สถาปนา เขา ให้ ครบ เจ็ด วัน {29:36} จง นำ โค ผู้ ตัว หนึ่ง มา ถวาย ทุกๆ วัน เป็น เครื่องบูชา ไถ่ คน จาก บาป เพื่อ ทำ การ ลบ มลทิน และ จง ชำระ แท่น บูชา ด้วย ทำ การ ลบ มลทิน ของ แท่น นั้น จง เจิม แท่น นั้น เพื่อ จะ ชำระ ให้ บริสุทธิ์ {29:37} จง ทำ การ ลบ มลทิน แท่น นั้น ครบ เจ็ด วัน และ ชำระ แท่น นั้น ให้ บริสุทธิ์ แล้ว แท่น นั้น จะ บริสุทธิ์ ที่สุด สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ที่ ถูกต้อง แท่น นั้น ก็ จะ บริสุทธิ์ ด้วย {i29:38} การ ถวาย บูชา ประจำ วัน (กดว.28:1-8) {29:38} “ ต่อ ไป นี้ เป็น สิ่ง ซึ่ง เจ้า ต้อง ถวาย บน แท่น นั้น ทุก วัน เสมอ ไป คือ ลูก แกะ สอง ตัว อายุ หนึ่ง ขวบ {29:39} จง นำ ลูก แกะ ตัว หนึ่ง มา บูชา เวลา เช้า และ นำ อีก ตัว หนึ่ง มา บูชา เวลา เย็น {29:40} พร้อม กับ ลูก แกะ ตัว ที่ หนึ่ง นั้น จง ถวาย ยอด แป้ง หนึ่ง ใน สิบ เอ ฟาห์ เคล้า น้ำมัน ที่ คั้น ไว้ นั้น หนึ่ง ใน สี่ ฮิ น และ เหล้า องุ่น หนึ่ง ใน สี่ ฮิ น คู่ กัน เป็น เครื่อง ดื่ม บูชา {29:41} จง ถวาย แกะ อีก ตัว หนึ่ง นั้น ใน เวลา เย็น ถวาย ธัญ ญ บูชา และ เครื่อง ดื่ม บูชา คู่ กัน ด้วย เหมือน อย่าง ใน เวลา เช้า ให้ เป็น กลิ่น พอ พระทัย เป็น เครื่องบูชา ด้วย ไฟ แด่ พระเจ้า {29:42} นี่ จะ เป็น เครื่อง เผา บูชา เนืองนิตย์ ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เจ้าที่ ประตู เต็นท์ นัด พบ เฉพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า ที่ ที่ เรา จะ พบ เจ้า ทั้งหลาย และ สนทนา กับ เจ้าที่ นั่น {29:43} ที่ นั่น เรา จะ พบ กับ ชน ชาติ อิสราเอล และ พลับพลา นั้น จะ รับ การ ชำระ ให้ บริสุทธิ์ ด้วย พระ สิริ ของ เรา {29:44} เรา จะ ชำระ เต็นท์ นัด พบ และ แท่น บูชา ไว้ เป็น ที่ บริสุทธิ์ และ เรา จะ ชำระ อา โร น และ บุตร เขา ให้ บริสุทธิ์ ด้วย เพื่อ ให้ เป็น ปุโรหิต ปรนนิบัติ เรา {29:45} เรา จะ สถิต อยู่ ท่ามกลาง ชน ชาติ อิสราเอล และ จะ เป็น พระเจ้า ของ เขา {29:46} เขา จะ รู้ ว่า เรา คือ พระเจ้า ของ เขา ผู้ ได้ นำ เขา ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ เพื่อ เรา จะ สถิต อยู่ ท่ามกลาง เขา ทั้งหลาย เรา คือ พระเจ้า ของ เขา” {i30:1} แท่น เครื่อง หอม (อพย.37:25-28) {30:1} “ เจ้า จง สร้าง แท่น สำหรับ เผา เครื่อง หอม จง ทำ แท่น นั้น ด้วย ไม้ กระถิน เทศ {30:2} ให้ ยาว ศอก หนึ่ง กว้าง ศอก หนึ่ง เป็น รูป สี่เหลี่ยม จัตุรัส และ สูง สอง ศอก เชิง งอน มุม แท่น นั้น ให้ เป็น ไม้ ท่อน เดียว กับ แท่น {30:3} และ จง หุ้ม แท่น ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ทั้ง ด้าน บน และ ด้าน ข้าง ทุก ด้าน และ เชิง งอน ด้วย และ จง ทำ กระจัง ทองคำ ล้อม รอบ แท่น {30:4} จง ทำ ห่วง ทองคำ สอง ห่วง ติด ไว้ ใต้ กระจัง ด้าน ละ ห่วง ตรง กัน ข้าม ห่วง นั้น สำหรับ สอด ใส่ ไม้ คานหาม {30:5} ไม้ คานหาม นั้น จง ทำ ด้วย ไม้ กระถิน เทศ หุ้ม ด้วย ทองคำ {30:6} จง ตั้ง แท่น นั้น ไว้ ข้าง นอก ม่าน ซึ่ง อยู่ ใกล้ หีบ พระ โอวาท ข้าง หน้า แท่น พระ ที่นั่ง กรุณา ซึ่ง อยู่ เหนือ หีบ พระ โอวาท ที่ ที่ เรา จะ พบ กับ เจ้า {30:7} จง ให้ อา โร น เผา เครื่อง หอม บน แท่น นั้น ทุก เวลา เช้า เมื่อ เขา แต่ง ประทีป ก็ จง เผา เครื่อง หอม ด้วย {30:8} และ ใน เวลา เย็น เมื่อ อา โร น จุด ประทีป ให้ เผา เครื่อง หอม บน แท่น เป็น เครื่อง หอม เนืองนิตย์ ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เจ้า {30:9} แต่ เครื่อง หอม อย่าง ที่ ห้าม อย่า ได้ เผา บน แท่น นั้น เลย หรือ เผา เครื่อง เผา บูชา หรือ เครื่อง ธัญ ญ บูชา หรือ เท เครื่อง ดื่ม บูชา บน นั้น {30:10} ให้ อา โร น ทำ การ บูชา ไถ่ บาป ที่ เชิง งอน ปี ละ หน ให้ เขา ทำ การ ลบ มลทิน แท่น นั้น ปี ละ หน ด้วย เลือด ของ เครื่องบูชา ไถ่ บาป ลบ มลทิน ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เจ้า แท่น นั้น จะ บริสุทธิ์ ที่สุด แด่ พระเจ้า” {i30:11} เงิน ค่า ไถ่ บาป {30:11} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า {30:12} “ เมื่อ เจ้า จะ จด สำมะโนครัว ชน ชาติ อิสราเอล จง ให้ เขา ต่าง นำ ทรัพย์สิน มา ถวาย พระเจ้า เป็น ค่า ไถ่ ชีวิต เมื่อ เจ้า นับ จำนวน เขา เพื่อ จะ มิ ได้ เกิด ภัย พิบัติ ขึ้น ใน หมู่ พวก เขา เมื่อ เจ้า นับ เขา {30:13} ทุก คน ที่ ขึ้น ทะเบียน สำมะโนครัว จะ ต้อง ถวาย ของ อย่าง นี้ คือ เงิน ครึ่ง เชเขลตามเชเขล ของ สถาน นมัสการ (เชเขล หนึ่ง มี ยี่ สิบ เก- ราห์) ครึ่ง เชเขล เป็น เงิน ถวาย แด่ พระเจ้า {30:14} ทุกๆ คน ที่ ขึ้น ทะเบียน สำมะโนครัว อายุ ตั้งแต่ ยี่ สิบ ปี ขึ้น ไป ให้ นำ เงิน มา ถวาย พระเจ้า {30:15} เมื่อ เจ้า ทั้งหลาย นำ เงิน มา ถวาย พระเจ้า เพื่อ จะ ได้ ไถ่ ชีวิต ของ เจ้า ทั้งหลาย นั้น สำหรับ คน มั่งมี ก็ อย่า ถวาย เกิน และ สำหรับ คน จน ก็ อย่า ให้ น้อย กว่า ครึ่ง เชเขล {30:16} จง เก็บ เงิน ค่า ไถ่ จาก ชน ชาติ อิสราเอล และ จง กำหนด เงิน ไว้ ใช้ จ่าย ใน เต็นท์ นัด พบ เพื่อ พระเจ้า จะ ได้ ทรง ระลึก ถึง ชน ชาติ อิสราเอล สำหรับ การ ไถ่ ชีวิต ของ เจ้า ทั้งหลาย” {i30:17} ขัน {30:17} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า {30:18} “ เจ้า จง ทำ ขัน ทองสัมฤทธิ์ และ พาน รอง ขัน ทองสัมฤทธิ์ ด้วย สำหรับ ล้าง ชำระ จง ตั้ง ขัน นั้น ไว้ ระหว่าง เต็นท์ นัด พบ และ แท่น บูชา แล้ว จง ตัก น้ำ ใส่ ไว้ ใน ขัน นั้น {30:19} ให้ อา โร น และ บุตร ชาย ของ เขา ใช้ ล้าง มือ และ เท้า {30:20} เมื่อ เขา จะ เข้า ไป ใน เต็นท์ นัด พบ เขา จะ ต้อง ชำระ ด้วย น้ำ เพื่อ จะ ไม่ ตาย เมื่อ เขา เข้า มา ใกล้ แท่น ทำ การ ปรนนิบัติ คือ ถวาย เครื่องบูชา ด้วย ไฟ แด่ พระเจ้า {30:21} จง ให้ เขา ล้าง มือ และ เท้า เพื่อ จะ มิ ได้ ตาย และ ให้ เป็น กฎเกณฑ์ เนืองนิตย์ ประจำ ตัว เขา คือ อา โร น กับ เชื้อสาย ของ เขา ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เขา” {i30:22} น้ำมัน เจิม และ เครื่อง หอม {30:22} ยิ่ง กว่า นั้น พระเจ้า ยัง ตรัส กับ โมเสส ว่า {30:23} “ จง เอา เครื่องเทศ พิเศษ คือ มดยอบ น้ำ ซึ่ง หนัก ห้า ร้อย เชเขล และ อบเชย หอม กึ่ง จำนวน คือ สอง ร้อย ห้า สิบ เชเขล และ ตะไคร้ สอง ร้อย ห้า สิบ เชเขล {30:24} และ การบูร ห้า ร้อย ตาม เชเขล ของ สถาน นมัสการ และ น้ำมัน มะกอก เทศ หนึ่ง ฮิ น {30:25} เจ้า จง เอา สิ่ง เหล่า นี้ มา ทำ เป็น น้ำมัน เจิม อัน ศักดิ์สิทธิ์ เป็น น้ำหอม ปรุง ตาม ศิลป ช่าง ปรุง น้ำมัน นั้น จะ เป็น น้ำมัน เจิม อัน บริสุทธิ์ {30:26} แล้ว จง เอา น้ำมัน เจิม เต็นท์ นัด พบ และ หีบ พระ โอวาท ด้วย {30:27} โต๊ะ และ เครื่อง ใช้ ประจำ โต๊ะ คัน ประทีป กับ เครื่อง ใช้ ประจำ คัน ประทีป และ แท่น เผา เครื่อง หอม {30:28} แท่น เครื่อง เผา บูชา และ เครื่อง ใช้ ประจำ แท่น ทั้ง ขัน และ พาน รอง ขัน นั้น {30:29} จง ชำระ ให้ บริสุทธิ์ เพื่อ จะ ได้ บริสุทธิ์ ที่สุด และ อะไร มา ถูก สิ่ง เหล่า นั้น ก็ บริสุทธิ์ ด้วย {30:30} อนึ่ง จง ชำระ อา โร น และ บุตร เขา ไว้ ให้ บริสุทธิ์ เพื่อ เขา จะ ได้ เป็น ปุโรหิต ปรนนิบัติ เรา {30:31} ท่าน จง กล่าว แก่ ชน ชาติ อิสราเอล ว่า‘ นี่แหละ เป็น น้ำมัน เจิม อัน บริสุทธิ์ สำหรับ เรา ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เจ้า {30:32} น้ำมัน นี้ อย่า ให้ เจิม คน สามัญ เลย และ อย่า ผสม ทำ น้ำมัน อื่น เหมือน อย่าง น้ำมัน นี้ น้ำมัน นี้ เป็น น้ำมัน บริสุทธิ์ เจ้า ทั้งหลาย จง ถือ ไว้ เป็น บริสุทธิ์ {30:33} ผู้ ใด จะ ผสม น้ำมัน อย่าง นี้ หรือ ผู้ ใด จะ ใช้ ชโลม คน ข้าง นอก ผู้ นั้น จะ ถูก อเปหิ จาก พวกพ้อง ของ ตน’” {30:34} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง เอา เครื่องเทศ คือ กำยาน ชะมด และ มหา หิงค์ ผสม กับ กำยาน บริสุทธิ์ (ให้ เท่าๆ กัน ทุก อย่าง) {30:35} จง ผสม เครื่อง หอม ปรุง ตาม ศิลป ช่าง ปรุง เจือ ด้วย เกลือ ให้ เป็น ของ บริสุทธิ์ และ ศักดิ์สิทธิ์ {30:36} จง เอา ส่วน หนึ่ง มา ตำ ให้ ละเอียด และ วาง อีก ส่วน หนึ่ง ไว้หน้า หีบ พระ โอวาท ใน เต็นท์ นัด พบ ที่ เรา จะ พบ กับ เจ้า เครื่อง หอม นั้น เจ้า จง ถือ ว่า บริสุทธิ์ ที่สุด {30:37} เครื่อง หอม ที่ เจ้า กระทำ ตาม ส่วน ที่ ผสม นั้น เจ้า อย่า ทำ ใช้ เอง ให้ ถือ ว่า นี่ เป็น เครื่อง หอม ศักดิ์สิทธิ์ แด่ พระเจ้า {30:38} ผู้ ใด ทำ เครื่อง เช่น นี้ ไว้ ใช้ เป็น น้ำหอม ผู้ นั้น ต้อง ถูก อเปหิ จาก พวกพ้อง ของ ตน” {i31:1} ทรง เรียก เบซาเลล และ โอ โฮ ลี อับ (อพย.35:30-36:1) {31:1} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า {31:2} “ ดู ซี เรา ได้ ออก ชื่อ เบซาเลล ผู้ เป็น บุตร อุ รี ผู้ เป็น บุตร เฮอร์ แห่ง เผ่า ยูดาห์ {31:3} และ ได้ ให้ เขา ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า คือ ให้ เขา มี สติปัญญา ความ เข้าใจ และ ความ รู้ ใน วิชาการ ทุก อย่าง {31:4} จะ ได้ คิด ออกแบบ อย่าง ประณีต ใน การ ทำ เครื่อง ทองคำ เงิน และ ทองสัมฤทธิ์ {31:5} เจียระไน พลอย ต่างๆ สำหรับ ฝัง ใน กระเปาะ และ แกะ สลัก ไม้ ได้ คือ ประกอบ วิชาการ ทุก อย่าง {31:6} และ ดู เถิด เรา ได้ ตั้ง ผู้ ช่วย อีก คน หนึ่ง ชื่อ โอ โฮ ลี อับ บุตร อา หิ สะ มัค แห่ง เผ่า ดาน เรา ได้ ให้ สมรรถภาพ แก่ คน ทั้งปวง ที่ มี ฝีมือ เพื่อ เขา จะ ได้ ทำ สิ่ง สารพัด ซึ่ง เรา ได้ สั่ง เจ้า ไว้ นั้น {31:7} คือ เต็นท์ นัด พบ หีบ พระ โอวาท และ พระ ที่นั่ง กรุณา ซึ่ง อยู่ บน หีบ พระ โอวาท และ เครื่อง ใช้ ทุก อย่าง สำหรับ เต็นท์ {31:8} โต๊ะ กับ เครื่อง ใช้ สำหรับ โต๊ะ คัน ประทีป บริสุทธิ์ กับ เครื่อง ใช้ สำหรับ คัน ประทีป และ แท่น เครื่อง หอม {31:9} แท่น เครื่อง เผา บูชา กับ เครื่อง ใช้ ประจำ แท่น ขัน กับ พาน รอง {31:10} เสื้อ ยศ เย็บ ด้วย ฝีมือ ประณีต คือ เสื้อ ยศ อัน บริสุทธิ์ ของ อา โร น ปุโรหิต และ เสื้อ ยศ ของ บุตร ของ เขา เพื่อ จะ ได้ สวม ปฏิบัติ ใน ตำแหน่ง ปุโรหิต {31:11} และ น้ำมัน เจิม กับ เครื่อง หอม สำหรับ สถาน ศักดิ์สิทธิ์ ที่ เรา บัญชา เจ้า นั้น ให้ เขา กระทำ ตาม ทุก ประการ” {i31:12} วัน สะ บา โต เป็น หมาย สำคัญ {31:12} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า {31:13} “ จง สั่ง ชน ชาติ อิสราเอล ว่า‘ เจ้า ทั้งหลาย จง รักษา วัน สะ บา โต ของ เรา ไว้ เพราะ นี่ จะ เป็น หมาย สำคัญ ระหว่าง เรา กับ เจ้า ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เจ้า เพื่อ เจ้า จะ ได้ รู้ ว่า เรา คือ พระเจ้า ผู้ ได้ กระทำ เจ้า ให้ บริสุทธิ์ {31:14} เหตุ ฉะนี้ เจ้า ทั้งหลาย จง รักษา วัน สะ บา โต ไว้ เพราะ เป็น วัน บริสุทธิ์ สำหรับ เจ้า ผู้ ใด กระทำ ให้ วัน นั้น เป็น มลทิน จะ ต้อง ถูก ลงโทษ ถึง ตาย ถ้า ผู้ ใด ทำ การ งาน ใน วัน นั้น ผู้ นั้น ต้อง ถูก กำจัด ออก เสีย จาก พรรคพวก ของ ตน {31:15} จง ทำงาน แต่ ใน กำหนด หก วัน แต่ ใน วัน ที่ เจ็ด เป็น วัน สะ บา โต เป็น วัน หยุด พัก สงบ เป็น วัน บริสุทธิ์ แด่ พระเจ้า ผู้ ใด ทำงาน ใน วัน นั้น ต้อง ถูก ลงโทษ ถึง ตาย {31:16} เหตุ ฉะนี้ ชน ชาติ อิสราเอล จึง ถือ วัน สะ บา โต ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เขา เป็น พัน ธ สัญญา เนืองนิตย์ {31:17} เป็น หมาย สำคัญ ระหว่าง เรา กับ ชน ชาติ อิสราเอล ว่า ใน หก วันพระ เจ้า ได้ ทรง สร้าง ฟ้า สวรรค์ และ แผ่นดิน โลก แต่ ใน วัน ที่ เจ็ด พระองค์ ได้ ทรง งด การ งาน ไว้ และ ได้ ทรง หย่อน พระทัย ใน วัน นั้น’” {31:18} เมื่อ พระองค์ ตรัส แก่ โมเสส บน ภูเขา ซี นาย เสร็จ แล้ว พระองค์ ได้ ประทาน แผ่น พระ โอวาท สอง แผ่น เป็น แผ่น ศิลา จารึก ด้วย นิ้ว พระ หัตถ์ ของ พระเจ้า {i32:1} วัว ทองคำ {32:1} เมื่อ ประชาชน เห็น โมเสส ล่าช้า อยู่ ไม่ ลง มา จาก ภูเขา จึง ได้ พา กัน มา หา อา โร นเรียนว่า“ ลุก ขึ้น ขอ ท่าน สร้าง พระ ให้ แก่ พวก ข้าพเจ้า ซึ่ง จะ นำ พวก ข้าพเจ้า ไป ด้วย ว่า โมเสส คน นี้ ที่ ได้ นำ ข้าพเจ้า ออก มา จาก ประเทศ อียิปต์ เป็น อะไร ไป เสีย แล้ว ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ” {32:2} ฝ่าย อา โร น ได้ กล่าว แก่ เขา ว่า“ จง ปลด ตุ้มหู ทองคำ ออก จาก หู ภรรยา และ หู บุตร ชาย หญิง ของ เจ้า ทั้งหลาย แล้ว นำ มา ให้ เรา เถิด” {32:3} ประชาชน ทั้งปวง จึง ได้ ปลด ตุ้มหู ทองคำ จาก หู ของ ตน มา มอบ ให้ กับ อา โร น {32:4} เมื่อ อา โร น ได้ รับ ทองคำ จาก มือ เขา แล้ว จึง ใช้ เครื่องมือ สลัก หล่อ รูป เป็น โค หนุ่ม แล้ว เขา ทั้งหลาย ประกาศ ว่า“ โอ อิสราเอล สิ่ง เหล่า นี้ แหละ เป็น พระ ของ เจ้า ซึ่ง นำ เจ้า ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์” {32:5} เมื่อ อา โร น ได้ยิน ดังนั้น แล้ว จึง สร้าง แท่น บูชา ไว้ ตรง หน้า รูป โค หนุ่ม นั้น แล้ว อา โร นประกาศว่า“ พรุ่งนี้ จะ เป็น วัน เทศกาล เลี้ยง ถวาย พระเจ้า” {32:6} ครั้น รุ่งขึ้น เขา ก็ ตื่น ขึ้น แต่ เช้ามืด ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ นำ เครื่อง ศานติ บูชา มา ประชาชน ก็ นั่ง ลง กิน และ ดื่ม แล้ว ก็ ลุก ขึ้น เล่น สนุก กัน {32:7} ฝ่าย พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เจ้า จง ลง ไป เถิด ด้วย ว่า ชน ชาติ ของ เจ้า ซึ่ง เจ้า ได้ นำ ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ นั้น ได้ ทำ ความ เสื่อมเสีย มาก แล้ว {32:8} เขา ได้ หันเห ออก จาก ทาง ซึ่ง เรา สั่ง เขา ไว้ อย่าง รวดเร็ว คือ หล่อ รูป โค ขึ้น รูป หนึ่ง สำหรับ ตน และ กราบ ไหว้ รูป นั้น และ ถวาย สัต ว บูชา แก่ รูป นั้น และ กล่าว ว่า‘ โอ อิสราเอล สิ่ง เหล่า นี้ แหละ เป็น พระ ของ เจ้า ซึ่ง นำ เจ้า ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์’” {32:9} แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ เรา เห็น ประชากร นี้ แล้ว นี่แหละ เขา เป็น ชน ชาติ หัว แข็ง {32:10} เหตุ ฉะนี้ เจ้า จง ปล่อย เขา ตาม ลำพัง เพื่อ ความ พิโรธ ของ เรา จะ เดือด พลุ่ง ขึ้น ต่อ เขา และ เพื่อ เรา จะ ผลาญ ทำลาย เขา เสีย ส่วน เจ้า เรา จะ ให้ เป็น ประชาชาติ ใหญ่” {32:11} ฝ่าย โมเสส ก็ วิงวอน กราบ ทูล พระเจ้า ของ ท่าน ว่า“ ข้า แต่ พระเจ้า ไฉน พระองค์ จึง ทรง พระ พิโรธ ต่อ ประชากร ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ทรง นำ ออก มา จาก แผ่นดิน อียิปต์ ด้วย ฤทธา นุ ภาพ อัน ใหญ่ ยิ่ง และ ด้วย พระ หัตถ์ อัน ทรง ฤทธิ์ ของ พระองค์ เล่า {32:12} เหตุ ไฉน จะ ให้ ชน ชาว อียิปต์ กล่าว ว่า‘ พระองค์ ทรง นำ เขา ออก มา เพื่อ จะ ทรง ทำร้าย เขา เพื่อ จะ ประหาร ชีวิต เขา ที่ ภูเขา และ ทำลาย เขา เสีย จาก แผ่นดิน’ ขอ พระองค์ ทรง หัน กลับ เสีย จาก ความ พิโรธ อัน แรง กล้า ของ พระองค์ และ ทรง กลับ พระทัย อย่า ทำ อันตราย แก่ ประชากร ของ พระองค์ เอง {32:13} ขอ พระองค์ ได้ ทรง ระลึก ถึง อับราฮัม อิส อัค และ อิสราเอล ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เป็น ผู้ ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง ปฏิญาณ แก่ เขา เหล่า นั้น ไว้ ว่า‘ เรา จะ ให้ เชื้อสาย ของ เจ้า ทวี ขึ้น ดุจ ดวง ดาว ใน ท้อง ฟ้า และ แผ่นดิน นี้ ทั้งหมด ซึ่ง เรา สัญญา ไว้ แล้ว เรา จะ ยก ให้ แก่ เชื้อสาย ของ เจ้า และ เขา จะ รับ ไว้ เป็น มรดก ตลอด ไป’” {32:14} แล้ว พระเจ้า จึง ทรง กลับ พระทัย มิ ได้ ทรง ทำ อันตราย อย่าง ที่ พระองค์ ทรง ดำริ ว่า จะ กระทำ แก่ ประชากร ของ พระองค์ {32:15} ฝ่าย โมเสส กลับ ลง มา จาก ภูเขา ถือ แผ่น ศิลา พระ โอวาท มา สอง แผ่น ซึ่ง จารึก ทั้ง สอง ด้าน จารึก ทั้ง ด้าน นี้ และ ด้าน นั้น {32:16} แผ่น ศิลา เหล่า นั้น เป็น งาน จาก ฝี พระ หัตถ์ ของ พระเจ้า และ อักษร ที่ จารึก นั้น เป็น ลาย พระ หัตถ์ ของ พระองค์ สลัก ไว้ บน แผ่น ศิลา นั้น {32:17} เมื่อ โย ชู วา ได้ยิน เสียง ประชาชน อื้ออึง อยู่ เขา จึง เรียน โมเสส ว่า“ ที่ ค่าย มี เสียง เหมือน เกิด สงคราม” {32:18} ฝ่าย โมเสส ตอบ ว่า“ ที่ เรา ได้ยิน มิ ใช่ เสียง อื้ออึง ของ คน ที่ มี ชัย ชนะ และ มิ ใช่ เสียง คน ที่ แพ้ แต่ เป็น เสียง คน ร้อง เพลง กัน” {32:19} พอ โมเสส เข้า มา ใกล้ ค่าย ได้ เห็น รูป โค หนุ่ม และ คน เต้นรำ โทสะ ของ โมเสส ก็ เดือด พลุ่ง ขึ้น ท่าน โยน แผ่น ศิลา ทิ้ง ตก แตก เสีย ที่ เชิง ภูเขา นั่นเอง {32:20} แล้ว ท่าน เอา รูป โค หนุ่ม ที่ ประชาชน ทำ ไว้ นั้น เผา เสีย และ บด เป็น ผง โรย ลง ใน น้ำ และ บังคับ ให้ ชน ชาติ อิสราเอล ดื่ม น้ำ นั้น {32:21} โมเสส จึง ถาม อา โร นว่า“ ประชาชน นี้ กระทำ อะไร แก่ ท่าน เล่า ท่าน จึง นำ บาป อัน ใหญ่ นี้ มา สู่ พวก เขา” {32:22} ฝ่าย อา โร นตอบว่า“ อย่า ให้ ความ โกรธ ของ เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า เดือด พลุ่ง ขึ้น เลย ท่าน ก็ รู้จัก ประชาชน พวก นี้ แล้ว ว่า เขา เอนเอียง ไป ใน ทาง ชั่ว {32:23} เขา มา ร้องขอ ข้าพเจ้า ว่า‘ ขอ จง ทำ พระ ให้ พวก ข้าพเจ้า ซึ่ง จะ นำ พวก ข้าพเจ้า ไป ด้วย ว่า โมเสส คน นี้ ที่ ได้ นำ พวก ข้าพเจ้า ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ นั้น เกิด อะไร ขึ้น กับ เขา ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ’ {32:24} แล้ว ข้าพเจ้า ตอบ แก่ เขา ว่า‘ ผู้ ใด มี ทองคำ ให้ ปลด ออก มา’ เขา ก็ มอบ ทองคำ ให้ แก่ ข้าพเจ้า และ ข้าพเจ้า จึง โยน ลง ไป ใน ไฟ แล้ว โค นี้ ก็ ออก มา” {32:25} เมื่อ โมเสส เห็น ประชาชน เตลิด ไป (เพราะ ว่า อา โร น ปล่อย เขา ให้ เตลิด ไป จน เขา รับ คำ เยาะเย้ย จาก พวก ศัตรู) {32:26} แล้ว โมเสส ยืน อยู่ ที่ ประตู ค่าย ร้อง ว่า“ ผู้ ใด อยู่ ฝ่าย พระเจ้า ให้ ผู้ นั้น มา หา เรา เถิด” ฝ่าย บุตร หลาน เล วี ได้ มา หา โมเสส พร้อม กัน {32:27} โมเสส จึง กล่าว แก่ เขา ว่า“ พระเจ้า ของ อิสราเอล ตรัส สั่ง ดังนี้ ว่า‘ จง เอา ดาบ สะพาย ทุก คน แล้ว จง ไป มา ตาม ประตู ค่าย ทุกๆ คน จง ฆ่า พี่น้อง และ มิตรสหาย และ เพื่อนบ้าน ของ ตัวเอง’” {32:28} ฝ่าย บุตร หลาน ของ เล วี ก็ ทำ ตาม โมเสส สั่ง และ ประชาชน ประมาณ สาม พัน คน ตาย ลง ใน วัน นั้น {32:29} ด้วย โมเสส กล่าว ไว้ แล้ว ว่า“ ใน วัน นี้ ท่าน ทั้งหลาย จง สถาปนา ตัวเอง รับใช้ พระเจ้า จง ให้ ทุก คน สู้ รบ กับ บุตร และ พี่น้อง ของ ตน เพื่อ วัน นี้ พระองค์ จะ ได้ อำนวย พระ พร แก่ ท่าน ทั้งหลาย” {32:30} ครั้น วัน รุ่งขึ้น โมเสส จึง กล่าว แก่ ประชาชน ว่า“ ท่าน ทั้งหลาย ทำบาป อัน ใหญ่ ยิ่ง แต่ บัดนี้ เรา จะ ขึ้น ไป เฝ้า พระเจ้า ชะรอย เรา จะ ทำ การ ลบ มลทิน บาป ของ ท่าน ได้” {32:31} โมเสส จึง กลับ ไป เฝ้า พระเจ้า ทูล ว่า“ โอ พระเจ้า ข้า ประชากร นี้ ทำบาป อัน ใหญ่ ยิ่ง เขา ทำ พระ ด้วย ทองคำ สำหรับ ตัวเอง {32:32} แต่ บัดนี้ ขอ พระองค์ โปรด ยก โทษ บาป ของ เขา ถ้า หา ไม่ ขอ พระองค์ ทรง ลบ ชื่อ ของ ข้า พระองค์ เสีย จาก ทะเบียน ที่ พระองค์ ทรง จด ไว้” {32:33} ฝ่าย พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ผู้ ใด ทำบาป ต่อ เรา แล้ว เรา จะ ลบ ชื่อ ผู้ นั้น เสีย จาก ทะเบียน ของ เรา {32:34} จง ไป เถอะ นำ ประชากร ไป ยัง ที่ ซึ่ง เรา บอก แก่ เจ้า แล้ว นี่แหละ ทูต ของ เรา จะ นำ หน้า เจ้า แต่ว่า ใน วัน นั้น เมื่อ เรา จะ พิพากษา เขา เรา จะ ลงโทษ เขา” {32:35} ฝ่าย พระเจ้า ทรง บันดาล ให้ ภัย พิบัติ เกิด ขึ้น แก่ ประชากร เพราะ เหตุ เขา ทำ รูป โค หนุ่ม ซึ่ง อา โร นทำนั้น {i33:1} พระ บัญชา ให้ ยก ไป {33:1} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ ไป เถิด จง ยก ไป จาก ที่ นี่ เจ้า กับ ประชากร ซึ่ง เจ้า นำ ขึ้น มา จาก แผ่นดิน อียิปต์ ไป ยัง แผ่นดิน ซึ่ง เรา ปฏิญาณ กับ อับราฮัม อิส อัค และ ยา โค บว่า‘ แผ่นดิน นั้น เรา จะ ให้ แก่ เชื้อสาย ของ เจ้า’ {33:2} เรา จะ ใช้ ทูต ผู้ หนึ่ง นำ หน้า เจ้า ไป และ จะ ไล่ คน คา นา อัน คน อา โม ไรต์คนฮิตไทต์คนเปริสซีคนฮีไวต์ คน เย บุ สอ อก เสีย จาก ที่ นั่น {33:3} จง นำ ไป ถึง แผ่นดิน ซึ่ง มี น้ำนม และ น้ำผึ้ง ไหล บริบูรณ์ แต่ เรา จะ ไม่ ขึ้น ไป กับ พวก เจ้า เกรง ว่า เรา จะ ทำลาย ล้าง พวก เจ้า เสีย กลาง ทาง เพราะ ว่า เจ้า เป็น ชน ชาติ ที่ หัว แข็ง” {33:4} เมื่อ ประชาชน ได้ยิน ข่าว ร้าย นั้น เขา มี ความ โศกเศร้า และ ไม่ มี ผู้ ใด ใส่ เครื่องประดับ เลย {33:5} เพราะ พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง กล่าว แก่ ชน ชาติ อิสราเอล ว่า‘ เจ้า ทั้งหลาย เป็น ชน ชาติ ที่ หัว แข็ง ถ้า เรา จะ ขึ้น ไป กับ เจ้า เพียง ครู่ เดียว เรา ก็ จะ ทำลาย ล้าง เจ้า เสีย เหตุ ฉะนี้ จง ถอด เครื่องประดับ ออก เสีย เพื่อ เรา จะ รู้ ว่า ควร จะ กระทำ อย่างไร กับ เจ้า’” {33:6} ฝ่าย ชน ชาติ อิสราเอล ก็ ถอด เครื่องประดับ ออก ตั้งแต่ ตอน ที่ เขา อยู่ แถบ ภูเขา โฮ เร บ เป็นต้น มา {i33:7} เต็นท์ นัด พบ {33:7} ฝ่าย โมเสส เคย ตั้ง เต็นท์ หลัง หนึ่ง ไว้ ข้าง นอก ไกล จาก ค่าย และ เรียก ว่า เต็นท์ นัด พบ ต่อ มา ทุก คน ซึ่ง ปรารถนา จะ เข้า เฝ้า พระเจ้า ก็ มัก จะ ออก ไป ยัง เต็นท์ นัด พบ ซึ่ง ตั้ง อยู่ นอก บริเวณ ค่าย {33:8} และ เมื่อไร ที่ โมเสส ออก ไป ยัง เต็นท์ นั้น ประชาชน ทั้งปวง ก็ จะ ลุก ขึ้น ยืน อยู่ ที่ ประตู เต็นท์ ของ ตน มอง ดู โมเสส จน ท่าน เข้า ไป ใน เต็นท์ {33:9} ครั้น โมเสส เข้า ไป ใน เต็นท์ แล้ว เสา เมฆ ก็ ลอย ลง มา ตั้ง อยู่ ที่ ประตู เต็นท์ แล้ว พระเจ้า ก็ ตรัส สนทนา กับ โมเสส {33:10} เวลา ประชาชน ทั้งปวง เห็น เสา เมฆ นั้น ตั้ง อยู่ ที่ ประตู เต็นท์ เมื่อไร ทุก คน ก็ จะ ลุก ขึ้น ยืน นมัสการ อยู่ ที่ ประตู เต็นท์ ของ ตน {33:11} ดังนี้ แหละ พระเจ้า เคย ตรัส สนทนา กับ โมเสส สอง ต่อ สอง เหมือน มิตรสหาย สนทนา กัน แล้ว โมเสส ก็ กลับ ไป ยัง ค่าย แต่ โย ชู วา ผู้ รับใช้ หนุ่ม ผู้ เป็น บุตร ของ นูน มิ ได้ ออก ไป จาก เต็นท์ {i33:12} พระเจ้า ทรง สัญญา ว่า จะ อยู่ ด้วย {33:12} โมเสส กราบ ทูล พระเจ้า ว่า“ นี่แหละ พระองค์ ได้ ตรัส สั่ง ข้า พระองค์ ว่า‘ จง นำ ประชากร นี้ ขึ้น ไป’ แต่ พระองค์ มิ ได้ แจ้ง ให้ ข้า พระองค์ ทราบ ว่า จะ ใช้ ผู้ ใด ขึ้น ไป กับ ข้า พระองค์ แม้ กระนั้น พระองค์ ก็ ยัง ตรัส กับ ข้า พระองค์ ว่า‘ เรา รู้จัก เจ้า ด้วย นาม ของ เจ้า และ เจ้า เป็น ที่ โปรดปราน ของ เรา แล้ว’ {33:13} เหตุ ฉะนี้ ถ้า แม้ ข้า พระองค์ เป็น ที่ โปรดปราน ของ พระองค์ แล้ว ขอ พระองค์ ทรง โปรด สำแดง พระ มรรคา ของ พระองค์ ให้ ข้า พระองค์ เห็น ใน กาล บัดนี้ เพื่อ ข้า พระองค์ จะ รู้จัก พระองค์ แล้ว จะ รับ ความ เมตตา ใน สาย พระ เนตร ของ พระองค์ เสมอ ไป และ ขอ ทรง นับ ชน ชาติ นี้ เป็น ประชากร ของ พระองค์” {33:14} ฝ่าย พระองค์ ตรัส ว่า“ เรา เอง จะ ไป กับ เจ้า และ ให้ เจ้า ได้ พัก” {33:15} ฝ่าย โมเสส จึง กราบ ทูล พระองค์ ว่า“ ถ้า พระองค์ มิ ได้ เสด็จ ไป กับ ข้า พระองค์ ก็ ขอ อย่า นำ พวก ข้า พระองค์ ขึ้น ไป จาก ที่ นี่ เลย {33:16} ทำ อย่างไร จะ ทราบ ได้ ว่า ข้า พระองค์ และ ประชากร ของ พระองค์ เป็น ที่ โปรดปราน ของ พระองค์ แล้ว ก็ เมื่อ พระองค์ เสด็จ ขึ้น ไป กับ พวก ข้า พระองค์ ด้วย มิ ใช่ หรือ ดังนี้ ข้า พระองค์ และ ประชากร ของ พระองค์ จึง แตก ต่าง กับ ชน ชาติ อื่นๆ ทั่ว พื้น แผ่นดิน โลก” {33:17} ฝ่าย พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ สิ่ง ซึ่ง เจ้า ขอ แล้ว เรา จะ กระทำ ตาม เพราะ ว่า เจ้า เป็น ที่ โปรดปราน ของ เรา แล้ว และ เรา รู้จัก ชื่อ ของ เจ้า” {33:18} โมเสส จึง กราบ ทูล ว่า“ ขอ ทรง โปรด สำแดง พระ สิริ ของ พระองค์ แก่ ข้า พระองค์ เถิด” {33:19} พระองค์ จึง ตรัส ตอบ ว่า“ เรา จะ ให้ คุณ ความ ดี ของ เรา ประจักษ์ แจ้ง ต่อ หน้า เจ้า และ เรา จะ ประกาศ นาม ของ เรา คือ เยโฮวาห์ ให้ ประจักษ์ ต่อ หน้า เจ้า เรา ประสงค์ จะ โปรดปราน ผู้ ใด ก็ จะ โปรดปราน ผู้ นั้น และ เรา ประสงค์ จะ เมตตา แก่ ผู้ ใด เรา ก็ จะ เมตตา ผู้ นั้น” {33:20} พระองค์ จึง ตรัส ว่า“ เจ้า จะ เห็น หน้า ของ เรา ไม่ ได้ เพราะ มนุษย์ เห็น หน้า เรา แล้ว จะ มี ชีวิต อยู่ ไม่ ได้” {33:21} พระเจ้า ตรัส อีก ว่า“ นี่แหละ มี ที่ แห่ง หนึ่ง อยู่ ใกล้ เรา เจ้า จง ไป ยืน อยู่ บน ศิลา นั้น {33:22} แล้ว ขณะ เมื่อ พระ สิริ ของ เรา กำลัง ผ่าน ไป เรา จะ ซ่อน เจ้า ไว้ ใน ช่อง ศิลา และ จะ บัง เจ้า ไว้ ด้วย มือ เรา จน กว่า เรา จะ ผ่าน ไป {33:23} เมื่อ เรา เอา มือ ของ เรา ออก แล้ว เจ้า จะ เห็น หลัง ของ เรา แต่ หน้า ของ เรา เจ้า จะ มิ ได้ เห็น” {i34:1} ศิลา ชุด ที่ สอง (ฉธบ.10:1-5) {34:1} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า“ จง สกัด ศิลา อีก สอง แผ่น เหมือน เดิม แล้ว เรา จะ จารึก คำ เหมือน ใน แผ่น เก่า ที่ เจ้า ทำ แตก นั้น ให้ {34:2} จง เตรียม ให้ พร้อม เวลา เช้า แล้ว จง ขึ้น มา บน ภูเขา ซี นาย แต่ เช้า จง คอย เฝ้า เรา บน ยอด ภูเขา นั้น {34:3} อย่า ให้ ผู้ ใด ขึ้น มา ด้วย และ อย่า ให้ มี ผู้ ใด มา อยู่ ที่ ภูเขา อย่า ให้ ฝูง แพะ แกะ ฝูง โค กิน หญ้า อยู่ หน้า ภูเขา นี้ เลย” {34:4} ฝ่าย โมเสส จึง สกัด ศิลา สอง แผ่น เหมือน สอง แผ่น แรก แล้ว ท่าน ก็ ตื่น แต่ เช้า ขึ้น ไป บน ภูเขา ซี นาย ตาม รับสั่ง ของ พระเจ้า ถือ ศิลา ไป สอง แผ่น {34:5} ฝ่าย พระเจ้า เสด็จ ลง มา ใน เมฆ และ โมเสส ยืน อยู่ กับ พระองค์ ที่ นั่น และ ออก พระ นาม พระเจ้า {34:6} พระเจ้า เสด็จ ผ่าน ไป ข้าง หน้า ท่าน ตรัส ว่า“ พระ เยโฮวาห์ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ กรุณา ทรง กอปร ด้วย พระคุณ ทรง กริ้ว ช้า และ บริบูรณ์ ด้วย ความ รัก มั่นคง และ ความ สัตย์ จริง {34:7} ผู้ ทรง สำแดง ความ รัก มั่นคง ต่อ มนุษย์ กระทั่ง พัน ชั่ว อายุ ผู้ ทรง โปรด ยก โทษ การ ล่วงละเมิด การ ทรยศ และ บาป ของ เขา เสีย แต่ จะ ทรง ถือ ว่า ไม่ มี โทษ ก็ หา มิ ได้ และ ให้ โทษ บิดา ตกทอด ไป ถึง ลูกหลาน สาม ชั่ว สี่ ชั่ว อายุ คน” {34:8} ฝ่าย โมเสส จึง รีบ กราบ ลง ที่ พื้น ดิน นมัสการ {34:9} แล้ว ทูล ว่า“ ข้า แต่ พระเจ้า ถ้า แม้ ข้า พระองค์ ได้ รับ ความ โปรดปราน จาก พระองค์ แม้ ว่า ชน ชาติ นั้น หัว แข็ง ก็ ขอ พระองค์ โปรด เสด็จ ไป ท่ามกลาง พวก ข้า พระองค์ และ ขอ ทรง โปรด ยก โทษ และ บาป ของ พวก ข้า พระองค์ และ โปรด รับ พวก ข้า พระองค์ เป็น มรดก ของ พระองค์ ด้วย” {i34:10} การ รื้อฟื้น พัน ธสัญญา (อพย.23:14-19; ฉธบ.7:1-5;16:1-17) {34:10} ฝ่าย พระองค์ ตรัส ว่า“ ดู เถิด เรา จะ ทำ พัน ธ สัญญา ไว้ เรา จะ ทำ การ อัศจรรย์ ต่อ หน้า ชน ชาติ ของ เจ้า ซึ่ง ไม่ มี ผู้ ใด กระทำ ใน ประชาชาติ ใด ทั่ว พิภพ และ ประชาชน ทั้งปวง ซึ่ง เจ้า อยู่ ท่ามกลาง เขา นั้น จะ เห็น กิจการ ของ พระเจ้า เพราะ การ ซึ่ง เรา จะ ทำ ต่อ เจ้า นั้น จะ เป็น สิ่ง ที่ น่า กลัว ยิ่งนัก {34:11} “ จง ถือ ตาม คำ ซึ่ง เรา บัญชา เจ้า ใน วัน นี้ ดู เถิด เรา จะ ไล่ คน อา โม ไรต์ คน คา นา อัน คน ฮิต ไทต์คนเปริสซีคนฮีไวต์ และ คน เย บุ ส ไป ให้ พ้น หน้า เจ้า {34:12} จง ระวัง ตัว ให้ ดี อย่า กระทำ พัน ธ สัญญา กับ ชาว เมือง ซึ่ง เจ้า จะ ไป ถึง นั้น เกรง ว่า จะ เป็น บ่วง แร้ว ดัก พวก เจ้า {34:13} แต่ เจ้า ทั้งหลาย จง ทำลาย แท่น บูชา และ ทุบ เสา อัน ศักดิ์สิทธิ์ ของ เขา ให้ แหลก ละเอียด และ โค่น บรรดา อา เช ริม ของ เขา เสีย {34:14} (เจ้า อย่า นมัสการ พระ อื่น เลย เพราะ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ นาม ว่า หวงแหน เป็น พระเจ้า ผู้ ทรง หวงแหน) {34:15} เกรง ว่า เจ้า จะ ทำ พัน ธ สัญญา กับ ชาว เมือง นั้น และ เมื่อ เขา เล่นชู้ กับ พระ ของ เขา และ ถวาย สัต ว บูชา แก่ รูป เคารพ นั้น เขา จะ เชิญ พวก เจ้า ไป ร่วม ด้วย และ พวก เจ้า จะ ไป กิน ของ ที่ เขา ถวาย บูชา นั้น {34:16} เกรง ว่า เจ้า จะ รับ บุตร หญิง ของ เขา มา เป็น ภรรยา บุตร ชาย ของ เจ้า และ บุตร หญิง ของ เขา นั้น จะ ไป เล่นชู้ กับ พระ ของ เขา และ ชักชวน ให้ บุตร ชาย ของ เจ้า ไป เล่นชู้ กับ พระ นั้น ด้วย {34:17} “ เจ้า อย่า หล่อ รูป พระ ไว้ สำหรับ ตัวเอง เลย {34:18} “ เจ้า ทั้งหลาย จง ถือ เทศกาล กิน ขนม ปัง ไร้ เชื้อ จง กิน ขนม ปัง ไร้ เชื้อ ให้ ครบ เจ็ด วัน ตาม กำหนด ใน เดือน อา บีบ ตาม ที่ เรา บัญชา เจ้า เพราะ เจ้า ออก จาก อียิปต์ ใน เดือน อา บีบ {34:19} ทุก สิ่ง ซึ่ง ออก จาก ครรภ์ ครั้ง แรก เป็น ของ เรา คือ สัตว์ ตัวผู้ ทั้งหมด ของ เจ้า ลูก หัว ปี ของ โค และ ของ แกะ {34:20} ส่วน ลูก ลา หัว ปี นั้น เจ้า จง นำ ลูก แกะ มา ไถ่ ไว้ ถ้า แม้ เจ้า มิ ได้ ไถ่ ก็ จง หัก คอ มัน เสีย บุตร หัว ปี ทั้งหลาย ของ พวก เจ้า นั้น จะ ต้อง ไถ่ ไว้ ด้วย อย่า ให้ ผู้ ใด มา เฝ้า เรา มือเปล่า เลย {34:21} “ เจ้า จง ทำ การ งาน ใน กำหนด หก วัน แต่ วัน ที่ เจ็ด จง พัก แม้ ว่า ใน ฤดู ไถ นา และ ฤดู เกี่ยว ข้าว ก็ จง พัก {34:22} จง ถือ เทศกาล สัปดาห์ คือ เทศกาล เลี้ยง ฉลอง ผล ต้น ฤดู เกี่ยว ข้าว สาลี และ ถือ เทศกาล เลี้ยง ฉลอง การ เก็บ ผลิตผล ใน ปลาย ปี {34:23} บรรดา ผู้ชาย ทั้งหลาย ของ พวก เจ้า ต้อง มา ประชุม กัน ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ปี ละ สาม ครั้ง {34:24} เพราะ เรา จะ ขับ ไล่ ชน ชาติ ทั้งหลาย ออก ไป ให้ พ้น หน้า พวก เจ้า และ จะ ขยาย เขต แดน เมือง ของ เจ้า ให้ กว้าง ออก ไป เมื่อ พวก เจ้า จะ ขึ้น ไป เฝ้า พระเจ้า ของ เจ้า ปี ละ สาม ครั้ง นั้น จะ ไม่ มี ใคร อยาก ได้ แผ่นดิน ของ เจ้า เลย {34:25} “ อย่า ถวาย เลือด บูชา พร้อม กับ ขนม ปัง มี เชื้อ และ เครื่องบูชา อัน เกี่ยว กับ เทศกาล เลี้ยง ปัส กา นั้น อย่า ให้ เหลือ ไว้ จน ถึง วัน รุ่งขึ้น {34:26} จง คัด พืช ผล แรก จาก ผล รุ่น แรก ใน ไร่ นา มา ถวาย ใน พระ นิเวศ พระเจ้า ของ เจ้า อย่า ต้ม เนื้อ ลูก แพะ ด้วย น้ำนม แม่ ของ มัน เลย” {34:27} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส อีก ว่า“ คำ เหล่า นี้ จง เขียน ไว้ เพราะ เรา ทำ พัน ธ สัญญา ไว้ กับ เจ้า และ พวก อิสราเอล ตาม ข้อความ เหล่า นี้ แล้ว” {34:28} ฝ่าย โมเสส เฝ้า พระเจ้า อยู่ ที่ นั่น สี่ สิบ วัน สี่ สิบ คืน มิ ได้ รับประทาน อาหาร หรือ น้ำ เลย และ ท่าน จารึก คำ พัน ธ สัญญา ไว้ ที่ แผ่น ศิลา คือ พระ บัญญัติ สิบ ประการ {i34:29} โมเสส ลง มา จาก ภูเขา {34:29} อยู่ ต่อ มา เมื่อ โมเสส ได้ ลง มา จาก ภูเขา ซี นาย ถือ แผ่น พระ โอวาท สอง แผ่น มา ด้วย เวลา ที่ ลง มา จาก ภูเขา นั้น โมเสส ก็ ไม่ ทราบ ว่า ผิว หน้า ของ ตน ทอ แสง เนื่อง ด้วย พระเจ้า ทรง สนทนา กับ ท่าน {34:30} เมื่อ อา โร น และ คน อิสราเอล ทั้งปวง มอง ดู โมเสส ก็ เห็น ว่า ผิว หน้า ของ ท่าน ทอ แสง และ เขา ก็ กลัว ไม่ กล้า เข้า มา ใกล้ ท่าน {34:31} ฝ่าย โมเสส เรียก เขา มา แล้ว อา โร น กับ บรรดา ประมุข ของ ประชาชน ก็ กลับ มา หา โมเสส และ ท่าน สนทนา กับ เขา {34:32} แล้ว หลัง จาก ที่ คน อิสราเอล เข้า มา ใกล้ โมเสส ก็ ให้ บัญญัติ แก่ เขา ตาม ที่ พระเจ้า ตรัส แก่ ท่าน ทุก ข้อ บน ภูเขา ซี นาย {34:33} เมื่อ ท่าน พูด จบ แล้ว ก็ ใช้ ผ้า คลุม หน้า ไว้ {34:34} แต่ เมื่อไร ที่ โมเสส เข้า เฝ้า ทูล พระเจ้า ท่าน ก็ ปลด ผ้า นั้น ออก เสีย จน กว่า จะ กลับ ออก มา แล้ว ท่าน ออก มา เล่า ให้ คน อิสราเอล ฟัง ตาม ที่ ท่าน รับ พระ บัญชา มา แล้ว นั้น {34:35} และ คน อิสราเอล ดู หน้า ของ โมเสส คือ เห็น ผิว หน้า ของ โมเสส ทอ แสง ฝ่าย โมเสส ใช้ ผ้า คลุม หน้า ไว้ อีก ทุก ครั้ง จน กว่า จะ เข้า ไป ทูล พระองค์ {i35:1} ระเบียบ วัน สะ บา โต {35:1} ฝ่าย โมเสส ให้ ชุมนุมชน อิสราเอล ประชุม กัน กล่าว แก่ เขา ว่า“ ต่อ ไป นี้ เป็น สิ่ง ซึ่ง พระเจ้า บัญชา ให้ ท่าน ทั้งหลาย กระทำ {35:2} จง ทำงาน ใน กำหนด หก วัน แต่ วัน ที่ เจ็ด ให้ ท่าน ถือ เป็น วัน บริสุทธิ์ เป็น วัน สะ บา โต แด่ พระเจ้า สำหรับ ให้ พัก {35:3} ใน วัน สะ บา โต นั้น อย่า ก่อ ไฟ เลย ทั่ว ตลอด ที่ อาศัย ของ เจ้า” {i35:4} การ นำ ของ บูชา มา ถวาย (อพย.25:1-9) {35:4} โมเสส ได้ กล่าว แก่ ชุมนุมชน อิสราเอล ว่า“ ต่อ ไป นี้ เป็น สิ่ง ซึ่ง พระเจ้า ทรง บัญชา {35:5} ท่าน ทั้งหลาย จง นำ ของ จาก ของ ที่ มี อยู่ มา ถวาย พระเจ้า ผู้ ใด มี น้ำใจ กว้าง ขวาง ให้ ผู้ นั้น นำ ของ มา ถวาย พระเจ้า คือ ทองคำ เงิน และ ทองสัมฤทธิ์ {35:6} ผ้า สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม ผ้าป่าน เนื้อ ดี และ ขน แพะ {35:7} หนัง แกะ ตัวผู้ ย้อม สี แดง หนัง ทา คัช และ ไม้ กระถิน เทศ {35:8} น้ำมัน เติม ตะเกียง เครื่องเทศ สำหรับ เจือ น้ำมัน เจิม และ ปรุง เครื่อง หอม สำหรับ การ เผา ถวาย {35:9} แก้ว โกเมน และ แก้ว ต่างๆ สำหรับ ฝัง ทำ เอ โฟด และ ทับทรวง {i35:10} เครื่อง และ อุปกรณ์ พลับพลา (อพย.39:32-43) {35:10} “ จง ให้ ทุก คน ซึ่ง มี สติปัญญา ใน หมู่ พวก ท่าน พา กัน มา ทำ สิ่ง ทั้งปวง ซึ่ง พระเจ้า ทรง บัญชา ให้ ทำ แล้ว {35:11} คือ พลับพลา เต็นท์ และ ผ้า คลุม เต็นท์ ขอ เกี่ยว และ ไม้ กรอบ กลอน เสา และ ฐาน รองรับ เสา ของ พลับพลา นั้น {35:12} หีบ และ ไม้ คานหาม หีบ พระ ที่นั่ง กรุณา กับ ม่านบังตา {35:13} โต๊ะ กับ ไม้ คานหาม โต๊ะ เครื่อง ใช้ ทั้งปวง สำหรับ โต๊ะ และ ขนม ปัง หน้า พระ พักตร์ {35:14} คัน ประทีป ที่ ให้ แสง สว่าง กับ เครื่อง อุปกรณ์ และ ตะเกียง และ น้ำมัน เติม ตะเกียง {35:15} แท่น เผา เครื่อง หอม กับ ไม้ คานหาม แท่น นั้น น้ำมัน เจิม และ เครื่อง หอม สำหรับ เผา ถวาย และ ม่านบังตา สำหรับ ประตู ที่ ประตู พลับพลา {35:16} แท่น เครื่อง เผา บูชา กับ ตาข่าย ทองสัมฤทธิ์ ไม้ คานหาม และ เครื่อง ใช้ ของ แท่น ขัน กับ พาน รอง {35:17} ผ้า ม่าน สำหรับ กั้น ลาน พลับพลา กับ เสา และ ฐาน รองรับ เสา และ ผ้า ม่าน สำหรับ ประตู ลาน {35:18} หลัก หมุด สำหรับ พลับพลา และ หลัก หมุด สำหรับ ลาน พลับพลา พร้อม กับ เชือก {35:19} เสื้อ ยศ เย็บ ด้วย ฝีมือ ประณีต สำหรับ แต่ง เวลา ปรนนิบัติ ใน วิ สุทธิ สถาน คือ เสื้อ ยศ บริสุทธิ์ สำหรับ อา โร น ปุโรหิต และ เสื้อ ยศ สำหรับ บุตร ของ ท่าน เพื่อ ใช้ ปฏิบัติ ใน ตำแหน่ง ปุโรหิต” {i35:20} ประชาชน นำ ของ บูชา มา ถวาย {35:20} แล้ว ชุมนุม อิสราเอล ทั้งหมด ก็ แยกย้าย กัน จาก โมเสส ไป {35:21} ทุก คน ที่ มี ใจ ศรัทธา และ ที่ มี ใจ สมัคร ก็ นำ สิ่งของ มา ถวาย พระเจ้า สำหรับ เต็นท์ นัด พบ และ การ ปรนนิบัติ ต่างๆ และ สำหรับ เครื่อง ยศ บริสุทธิ์ {35:22} เขา จึง พา กัน มา ทั้ง ชาย และ หญิง บรรดา ผู้ มี น้ำใจ สมัคร นำ มา ซึ่ง เข็มกลัด ตุ้มหู แหวน ตรา และ กำไล เป็น ทอง รูปพรรณ ทั้งนั้น คือ ทุก คน นำ ทองคำ มา ยื่น ถวาย พระเจ้า {35:23} ส่วน ทุก คน ที่ มี ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม หรือ ที่ มี ผ้าป่าน เนื้อ ดี ขน แพะ หนัง แกะ ตัวผู้ ย้อม สี แดง และ หนัง ทา คัช ก็ เอา ของ เหล่า นั้น มา ถวาย {35:24} ทุก คน ที่ มี เงิน หรือ ทองสัมฤทธิ์ จะ ถวาย ก็ นำ มา ถวาย พระเจ้า และ ทุก คน ที่ มี ไม้ กระถิน เทศ ใช้ การ ได้ ก็ นำ ไม้ นั้น มา ถวาย {35:25} ส่วน ผู้หญิง ทั้งปวง ที่ ชำนาญ ก็ ปั่น ด้าย ด้วย มือ ของ ตน แล้ว นำ ด้าย ซึ่ง ปั่น นั้น มา ถวาย ทั้ง สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ เส้น ป่าน ปั่น อย่าง ดี {35:26} ฝ่าย บรรดา ผู้หญิง ที่ มี ใจ ศรัทธา ก็ ปั่น ขน แพะ ด้วย ความ ชำนาญ {35:27} บรรดา ประมุข ก็ นำ แก้ว โกเมน และ แก้ว ต่างๆ มา สำหรับ ฝัง ทำ เอ โฟด และ ทับทรวง {35:28} กับ เครื่องเทศ และ น้ำมัน ตาม ตะเกียง น้ำมัน เจิม และ น้ำมัน ปรุง เครื่อง หอม สำหรับ เผา บูชา {35:29} คน อิสราเอล ทั้ง ชาย และ หญิง ทุก คน ที่ มี ใจ สมัคร นำ ของ ถวาย สำหรับ การ งาน ต่างๆ ซึ่ง พระเจ้า ทรง บัญชา โมเสส ไว้ ให้ กระทำ ก็ นำ ของ มา ตาม อำเภอ ใจ ถวาย แด่ พระเจ้า {i35:30} ทรง เรียก เบซาเลล และ โอ โฮ ลี อับ (อพย.31:1-11) {35:30} โมเสส จึง กล่าว แก่ คน อิสราเอล ว่า“ ดู ก่อน ท่าน พระเจ้า ได้ ทรง ออก ชื่อ เบซาเลล บุตร อุ รี ผู้ เป็น บุตร ของ เฮอร์เผ่ายูดาห์ {35:31} และ พระองค์ ได้ ทรง ให้ ผู้ นั้น ประกอบ ด้วย พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า ให้ มี สติปัญญา และ ความ เข้าใจ และ ความ รู้ ใน การ ช่างฝีมือ ต่างๆ {35:32} เพื่อ จะ คิด ประดิษฐ์ ลวดลาย อย่าง ฉลาด ทำ ด้วย ทองคำ และ เงิน และ ทองสัมฤทธิ์ {35:33} และ เจียระไน แก้ว ต่างๆ สำหรับ ฝัง ใน กระเปาะ และ การ แกะ สลัก ไม้ คือ ให้ มี ฝีมือ ดี เลิศ ทุก อย่าง {35:34} อนึ่ง พระองค์ ทรง ดลใจ ให้ ผู้ นั้น มี น้ำใจ ที่ จะ สอน คน อื่น ได้ ด้วย พร้อม ด้วย โอ โฮ ลี อับ บุตร อา หิ สะ มัค เผ่า ดาน {35:35} คน ทั้ง สอง นี้ พระองค์ ทรง ประทาน สติปัญญา ความ สามารถ ใน การ ที่ จะ กระทำ งาน ได้ ทุก อย่าง เช่น การ ช่างฝีมือ การ ช่าง ออกแบบ และ การ ช่าง ด้าย สี คือ สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ เส้น ป่าน ปั่น อย่าง ดี และ ช่าง ทอ คือ ทำ การ ช่างฝีมือ ได้ ทุก อย่าง และ เป็น ช่าง ออกแบบ อย่าง ฉลาด ด้วย {36:1} ฝ่าย เบซาเลล และ โอ โฮ ลี อับ กับ คน ทั้งปวง ที่ มี ความ สามารถ ซึ่ง พระเจ้า ทรง ประทาน สมรรถภาพ และ สติปัญญา ให้ พอ ที่ จะ ทำ การ ทุก อย่าง ใน การ สร้าง สถาน นมัสการ ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา ไว้ แล้ว ทุก ประการ” {i36:2} ประชาชน นำ ของ ถวาย มา มาก {36:2} โมเสส จึง เรียก เบซาเลล และ โอ โฮ ลี อับ กับ คน ทั้งปวง ที่ มี ความ สามารถ ซึ่ง พระเจ้า ทรง ประทาน ให้ แก่ จิตใจ ของ เขา และ ใจ ของ เขา กระตุ้น เขา ให้ มา ทำงาน {36:3} คน เหล่า นี้ ได้ รับ ของ ถวาย นั้น จาก โมเสส ที่ คน อิสราเอล นำ มา ถวาย เพื่อ นำ ไป ทำ สถาน นมัสการ ประชาชน ยัง นำ ของ ที่ สมัครใจ จะ ถวาย มา ถวาย อีก ทุกๆ เวลา เช้า {36:4} ฝ่าย คน ทั้งปวง ที่ มี ความ สามารถ ซึ่ง ทำงาน ต่างๆ ที่ สถาน นมัสการ นั้น มา ถึง แล้ว ต่าง ก็ หยุด ทำงาน ใน หน้าที่ ของ ตน {36:5} พา กัน มา เรียน โมเสส ว่า‘ ประชาชน นำ ของ มา ถวาย มาก เกิน ความ ต้องการ ที่ จะ ใช้ ใน งาน นั้นๆ ซึ่ง พระเจ้า ทรง บัญชา ให้ กระทำ {36:6} โมเสส จึง สั่ง ให้ ประกาศ ไป ทั่ว ค่าย ว่า“ อย่า ให้ ชาย หญิง นำ ของ สำหรับ ทำ สถาน นมัสการ มา ถวาย อีก เลย” เหตุ ฉะนั้น ประชาชน จึง ยับยั้ง ไม่ นำ ของ มา ถวาย อีก {36:7} เพราะ ของ ที่ เขา มี อยู่ แล้ว ก็ พอ และ ยัง มี เหลือ อีก {i36:8} การ สร้าง พลับพลา (อพย.26:1-37) {36:8} บรรดา ช่าง ผู้ มี ความ สามารถ ได้ ทำ พลับพลา ด้วย ม่าน สิบ ผืน ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี ด้วย ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม มี รูป เค รู บ ฝีมือ ช่าง ออกแบบ ไว้ {36:9} ม่าน ผืน หนึ่ง ยาว ยี่ สิบ แปด ศอก กว้าง สี่ ศอก ม่าน ทุก ผืน เท่า กัน {36:10} ม่าน ห้า ผืน เขา ทำให้ เกี่ยว ติด กัน และ อีก ห้า ผืน นั้น เกี่ยว ติด กัน ด้วย {36:11} เขา ทำ หู ด้วย ด้าย สี ฟ้า ติด ไว้ ตาม ขอบ ม่าน ด้าน นอก สุด ชุด ที่ หนึ่ง และ ตาม ขอบ ม่าน ด้าน นอก สุด ชุด ที่ สอง ก็ ทำ หู ไว้ เหมือน กัน {36:12} ม่าน ผืน หนึ่ง เขา ทำ หู ห้า สิบ หู และ ตาม ขอบ ม่าน ชุด ที่ สอง เขา ก็ ทำ หู ห้า สิบ หู ให้ ตรง กัน {36:13} และ เขา ทำ ขอ ทองคำ ห้า สิบ ขอ สำหรับ ใช้ เกี่ยว ม่าน เพื่อ ให้ พลับพลา เป็น ชิ้น เดียวกัน {36:14} เขา ทำ ม่าน ด้วย ขน แพะ สำหรับ เป็น เต็นท์ คลุม พลับพลา อีก สิบ เอ็ด ผืน {36:15} ม่าน ผืน หนึ่ง ยาว สาม สิบ ศอก กว้าง สี่ ศอก ทั้ง สิบ เอ็ด ผืน เท่า กัน {36:16} เขา เกี่ยว ม่าน ห้า ผืน ให้ ติด กัน ต่างหาก และ ม่าน อีก หก ผืน ก็ เกี่ยว ติด กัน อีก ต่างหาก {36:17} และ เขา ทำ หู ห้า สิบ หู ติด กับ ม่าน ด้าน นอก สุด ชุด ที่ หนึ่ง และ เขา ทำ หู ห้า สิบ หู ติด กับ ขอบ ม่าน ด้าน นอก สุด ชุด ที่ สอง {36:18} เขา ทำ ขอ ทองสัมฤทธิ์ ห้า สิบ ขอ เกี่ยว ขอ เข้า ที่ หู ให้ ติดต่อ เป็น เต็นท์ หลัง เดียวกัน {36:19} เขา ทำ เครื่อง ดาด เต็นท์ ด้วย หนัง แกะ ตัวผู้ ย้อม สี แดง ชั้น หนึ่ง และ คลุม ทับ ด้วย หนัง ทา คัช อีก ชั้น หนึ่ง {36:20} เขา ทำ ไม้ กรอบ สำหรับ พลับพลา ด้วย ไม้ กระถิน เทศ ยก ตั้ง ขึ้น ตรงๆ {36:21} ไม้ กรอบ นั้น ยาว แผ่น ละ สิบ ศอก กว้าง ศอก คืบ {36:22} มี เดือย กรอบ ละ สอง เดือย เดือย กรอบ หนึ่ง มี ไม้ ประกับ ติด กับ เดือย อีก กรอบ หนึ่ง เขา ได้ ทำ ไม้ กรอบ พลับพลา ทั้งหมด อย่าง นี้ {36:23} เขา ทำ ไม้ กรอบ พลับพลา ดังนี้ ด้าน ใต้ เขา ใช้ ยี่ สิบ แผ่น {36:24} เขา ทำ ฐาน ด้วย เงิน สี่ สิบ ฐาน สำหรับ ไม้ กรอบ ยี่ สิบ แผ่น ใต้ ไม้ กรอบ แผ่น หนึ่ง มี ฐาน รองรับ แผ่น ละ สอง ฐาน สำหรับ สวม เดือย สอง อัน {36:25} ด้าน ที่ สอง ของ พลับพลา ข้าง ทิศ เหนือ นั้น เขา ทำ ไม้ กรอบ ยี่ สิบ แผ่น {36:26} เขา ทำ ฐาน เงิน รองรับ สี่ สิบ ฐาน ใต้ ไม้ กรอบ มี ฐาน แผ่น ละ สอง ฐาน {36:27} ส่วน ด้าน หลัง ทิศ ตะวัน ตก ของ พลับพลา เขา ทำ ไม้ กรอบ หก แผ่น {36:28} เขา ทำ ไม้ กรอบ อีก สอง แผ่น สำหรับ มุม พลับพลา ด้าน หลัง {36:29} ไม้ กรอบ นั้น ข้าง ล่าง ให้ แยก กัน แต่ ตอน บน ยอด ติดต่อ กัน ที่ ห่วง แรก เขา ทำ อย่าง นี้ ทำให้ เกิด มุม สอง มุม {36:30} คือ รวม เป็น ไม้ กรอบ แปด แผ่น ด้วย กัน และ ฐาน เงิน สิบ หก อัน ใต้ ไม้ กรอบ มี ฐาน แผ่น ละ สอง ฐาน {36:31} เขา ทำ กลอน ด้วย ไม้ กระถิน เทศ ห้า อัน สำหรับ ขัด ไม้ {36:32} กรอบ ฝา พลับพลา ด้าน หนึ่ง และ กลอน อีก ห้า อัน สำหรับ ขัด ไม้ กรอบ ฝา พลับพลา อีก ด้าน หนึ่ง และ กลอน อีก ห้า อัน สำหรับ ขัด ไม้ กรอบ ฝา พลับพลา ด้าน หลัง คือ ด้าน ตะวัน ตก {36:33} เขา ทำ กลอน ตัวกลาง ให้ ร้อย ตอน กลาง ของ ไม้ กรอบ สำหรับ ขัด ฝา ตั้งแต่ มุม หนึ่ง ไป จด อีก มุม หนึ่ง {36:34} เขา หุ้ม ไม้ กรอบ เหล่า นั้น ด้วย ทองคำ และ ทำ ห่วง กรอบ ด้วย ทองคำ สำหรับ ร้อย กลอน และ กลอน นั้น เขา หุ้ม ด้วย ทองคำ เช่น กัน {36:35} เขา ทำ ม่าน นั้น ด้วย ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี มี ภาพ เค รู บ ฝีมือ ช่าง ออกแบบ ไว้ {36:36} เขา ทำ เสา ไม้ กระถิน เทศ สี่ เสา หุ้ม ด้วย ทองคำ ขอ ติด เสา นั้น ก็ เป็น ทองคำ เขา หล่อ ฐาน เงิน สี่ อัน สำหรับ รองรับ เสา นั้น {36:37} และ เขา ทำ บัง ตา ที่ ประตู เต็นท์ นั้น ด้วย ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี ประกอบ ด้วย ฝีมือ ช่าง ปัก {36:38} และ ทำ เสา ห้า ต้น สำหรับ ม่าน นั้น พร้อม ด้วย ขอ เกี่ยว บัว คว่ำ และ ราว ยึด เสา นั้น หุ้ม ด้วย ทองคำ แต่ ฐาน ห้า ฐาน สำหรับ รองรับ เสา นั้น ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {i37:1} การ ทำ หีบ (อพย.25:10-22) {37:1} เบซาเลล ทำ หีบ ด้วย ไม้ กระถิน เทศ ยาว สอง ศอก คืบ กว้าง ศอก คืบ และ สูง ศอก คืบ {37:2} หีบ นั้น เขา หุ้ม ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ทั้ง ข้าง ใน และ ข้าง นอก และ ได้ ทำ กระจัง รอบ หีบ นั้น ด้วย ทองคำ {37:3} เขา หล่อ ห่วง ทองคำ สี่ ห่วง ติด ไว้ ที่ มุม ทั้ง สี่ ด้าน นี้ สอง ห่วง และ ด้าน นั้น สอง ห่วง {37:4} เขา ทำ คานหาม ด้วย ไม้ กระถิน เทศ หุ้ม ด้วย ทองคำ {37:5} เขา สอด คานหาม เข้า ที่ ห่วง ข้าง หีบ สำหรับ ใช้ ยก หีบ นั้น {37:6} แล้ว เขา ทำ พระ ที่นั่ง กรุณา ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ยาว สอง ศอก คืบ กว้าง ศอก คืบ {37:7} เขา ทำ เค รู บท อง คำ สอง รูป โดย ใช้ ค้อน ทำ ตั้ง ไว้ ที่ ปลาย พระ ที่นั่ง กรุณา ทั้ง สอง ข้าง {37:8} เขา ทำ เค รู บ ไว้ ที่ ปลาย พระ ที่นั่ง กรุณา ข้าง ละ รูป เขา ทำ เค รู บ นั้น ตอน ปลาย ทั้ง สอง ข้าง เป็น เนื้อ เดียว กับ พระ ที่นั่ง กรุณา {37:9} ให้ เค รู บ กาง ปีก ออก เบื้องบน ปก พระ ที่นั่ง กรุณา ไว้ ด้วย ปีก และ ให้ หัน หน้า เข้า หา กัน คือ ให้ เค รู บ หัน หน้า มา ตรง พระ ที่นั่ง กรุณา {i37:10} การ ทำ โต๊ะ (อพย.25:23-30) {37:10} เขา เอา ไม้ กระถิน เทศ ทำ โต๊ะ ตัว หนึ่ง ยาว สอง ศอก กว้าง หนึ่ง ศอก และ สูง ศอก คืบ {37:11} เขา หุ้ม โต๊ะ นั้น ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ และ ทำ กระจัง ทองคำ รอบ โต๊ะ นั้น ด้วย {37:12} เขา ทำ ประกับ ขอบ โต๊ะ นั้น กว้าง หนึ่ง ฝ่า มือ โดย รอบ แล้ว ทำ กระจัง ทองคำ ประกอบ รอบ ประกับ นั้น {37:13} เขา หล่อ ห่วง ทองคำ สี่ อัน ติด ไว้ ที่ มุม โต๊ะ ทั้ง สี่ ตรง ขา โต๊ะ {37:14} ห่วง นั้น ติด ชิด กับ กระจัง สำหรับ สอด คานหาม {37:15} เขา ทำ คานหาม ด้วย ไม้ กระถิน เทศ หุ้ม ด้วย ทองคำ สำหรับ หาม โต๊ะ นั้น {37:16} และ เขา ทำ เครื่อง ใช้ สำหรับ โต๊ะ นั้น มี จาน ชาม ช้อน กับ อ่าง น้ำ และ คนโท ที่ ใช้ ริน เครื่อง ดื่ม บูชา ซึ่ง ทำ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ทั้งสิ้น {i37:17} การ ทำ คัน ประทีป (อพย.25:31-40) {37:17} เขา ทำ คัน ประทีป อัน หนึ่ง ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ฐาน และ ลำ ตัว ของ คัน ประทีป นั้น ใช้ ค้อน ทำ ดอก คือ ฐาน ดอก และ กลีบ ทำ เป็น เนื้อ เดียวกัน กับ คัน ประทีป {37:18} มี กิ่ง หก กิ่ง แยก ออก จาก ลำ คัน ประทีป นั้น ข้าง ละ สาม กิ่ง {37:19} แต่ละ กิ่ง มีด อก เหมือน ดอก อัลมันด์ สาม ดอก ทุกๆ ดอก มี ฐาน ดอก และ กลีบ เป็น ดังนี้ ทั้ง หก กิ่ง ซึ่ง ยื่น ออก จาก ลำ คัน ประทีป {37:20} สำหรับ ลำ คัน ประทีป นั้น มีด อก สี่ ดอก เหมือน ดอก อัลมันด์ ทั้ง ฐาน ดอก และ กลีบ {37:21} ใต้ กิ่ง ทุกๆ คู่ ทั้ง หก กิ่ง ที่ ลำ คัน ประทีป นั้น ให้ มี กระเปาะ เป็น เนื้อ เดียวกัน กับ คัน ประทีป {37:22} กระเปาะ และ กิ่ง เป็น เนื้อ เดียวกัน กับ คัน ประทีป ทำ ทุก ส่วน เป็น เนื้อ เดียวกัน ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ และ ใช้ ค้อน ทำ {37:23} เขา ทำ ตะเกียง เจ็ด ดวง สำหรับ คัน ประทีป นั้น ตะไกร ตัด ไส้ ตะเกียง และ ถาด รอง ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ {37:24} คัน ประทีป และ เครื่อง ใช้ ทั้งหมด สำหรับ คัน ประทีป นั้น เขา ทำ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ หนัก หนึ่ง ตะ ลันต์ {i37:25} การ ทำ แท่น เผา เครื่อง หอม (อพย.30:1-5) {37:25} เขา สร้าง แท่น บูชา สำหรับ เผา เครื่อง หอม ด้วย ไม้ กระถิน เทศ ยาว ศอก หนึ่ง กว้าง ศอก หนึ่ง เป็น รูป สี่เหลี่ยม จัตุรัส และ สูง สอง ศอก เชิง งอน ที่ มุม แท่น นั้น ก็ เป็น ไม้ ท่อน เดียวกัน กับ แท่น {37:26} เขา หุ้ม แท่น นั้น ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ทั้ง ด้าน บน และ ด้าน ข้าง ทั้ง สี่ ด้าน และ เชิง งอน ด้วย และ เขา ทำ กระจัง ทองคำ รอบ แท่น นั้น {37:27} เขา ทำ ห่วง ทองคำ สอง ห่วง ติด ไว้ ใต้ กระจัง ทั้ง สอง ด้าน ตรง ข้าม กัน เป็น ที่ สำหรับ สอด ใส่ ไม้ คานหาม {37:28} เขา ทำ ไม้ คานหาม นั้น ด้วย ไม้ กระถิน เทศ หุ้ม ด้วย ทองคำ {i37:29} การ ปรุง น้ำมัน เจิม และ เครื่อง หอม {37:29} เขา ปรุง น้ำมัน เจิม อัน ศักดิ์สิทธิ์ และ ปรุง เครื่อง หอม บริสุทธิ์ ด้วย เครื่องเทศ ตาม ศิลป ของ ช่าง ปรุง {i38:1} การ ทำ แท่น เครื่อง เผา บูชา (อพย.27:1-8) {38:1} เขา ทำ แท่น เครื่อง เผา บูชา ด้วย ไม้ กระถิน เทศ ยาว ห้า ศอก กว้าง ห้า ศอก เป็น แท่น สี่เหลี่ยม จัตุรัส สูง สาม ศอก {38:2} เขา ทำ เชิง งอน ติด ไว้ ทั้ง สี่ มุม ของ แท่น นั้น เชิง งอน นั้น เป็น ไม้ ชิ้น เดียวกัน กับ แท่น บูชา เขา หุ้ม แท่น ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {38:3} เขา ทำ เครื่อง ใช้ บน แท่น นั้น ทุก อย่าง คือ หม้อ ทัพพี ชาม ขอ เกี่ยว เนื้อ และ ถาด รอง ไฟ เครื่อง ใช้ สำหรับ แท่น ทั้งหมด นั้น เขา ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {38:4} และ เขา เอา ทองสัมฤทธิ์ ทำ เป็น ตาข่าย ประดับ แท่น นั้น ให้ อยู่ ใต้ กระจัง ของ แท่น และ ห้อย อยู่ ตั้งแต่ กลาง แท่น ลง มา {38:5} เขา หล่อ ห่วง สี่ ห่วง ติด ที่ มุม ทั้ง สี่ ของ ตาข่าย สำหรับ สอด ไม้ คานหาม {38:6} เขา ทำ ไม้ คานหาม ด้วย ไม้ กระถิน เทศ และ หุ้ม ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {38:7} เขา สอด ไม้ คาน นั้น ไว้ ใน ห่วง ที่ ข้าง แท่น สำหรับ หาม เขา ทำ แท่น นั้น ด้วย ไม้ กระดาน ให้ ข้าง ใน กลวง {i38:8} การ ทำ ขัน (อพย.30:18) {38:8} เขา ทำ ขัน ทองสัมฤทธิ์ และ พาน รอง ขัน ทองสัมฤทธิ์ จาก กระจกเงา ของ บรรดา ผู้หญิง ที่ ปรนนิบัติ ณ ประตู เต็นท์ นัด พบ {i38:9} ลาน พลับพลา (อพย.27:9-19) {38:9} และ เขา ทำ ลาน ไว้ ด้วย ให้ รั้ว ด้าน ใต้ มี ผ้า บัง ทำ ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี ยาว ร้อย ศอก {38:10} มี เสา ยี่ สิบ ต้น กับ ฐาน ทองสัมฤทธิ์ รองรับ เสา ยี่ สิบ ฐาน ขอ ติด เสา และ ราว ยึด เสา นั้น ทำ ด้วย เงิน {38:11} ด้าน เหนือ ยาว ร้อย ศอก กับ เสา ยี่ สิบ ต้น และ ฐาน ทองสัมฤทธิ์ ยี่ สิบ ฐาน ขอ และ ราว ยึด เสา นั้น ทำ ด้วย เงิน {38:12} ส่วน ด้าน ตะวัน ตก มี ผ้า บัง ยาว ห้า สิบ ศอก กับ เสา สิบ ต้น และ ฐาน รองรับ เสา สิบ ฐาน ขอ และ ราว ยึด เสา ทำ ด้วย เงิน {38:13} ด้าน ตะวัน ออก ใช้ ผ้า ยาว ห้า สิบ ศอก {38:14} ผ้า บัง ด้าน ริม ประตู ข้าง หนึ่ง ยาว ห้า สิบ ศอก มี เสา สาม ต้น และ ฐาน รองรับ เสา สาม ฐาน {38:15} และ อีก ข้าง หนึ่ง ก็ เหมือน กัน ริม ประตู ข้าง นี้ และ ข้าง โน้น มี ผ้า บัง ยาว สิบ ห้า ศอก มี เสา สาม ต้น และ ฐาน รองรับ เสา สาม ฐาน {38:16} ผ้า บัง ลาน โดย รอบ นั้น ทำ ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี {38:17} ฐาน รองรับ เสา นั้น ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ ขอ ติด เสา และ ราว ยึด เสา เป็น เงิน และ บัว คว่ำ ของ เสา นั้น หุ้ม ด้วย เงิน และ เสา ทุก ต้น ของ ลาน มี ราว ยึด เสา ทำ ด้วย เงิน {38:18} ม่านบังตา ที่ ประตู ลาน นั้น ปัก ด้วย ฝีมือ ของ ช่าง ปัก เป็น สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี ยาว ยี่ สิบ ศอก สูง ห้า ศอก เสมอ กับ ผ้า บัง ลาน {38:19} มี เสา สี่ ต้น กับ ฐาน รองรับ เสา สี่ ฐาน เป็น ทองสัมฤทธิ์ ขอ ติด เสา ทำ ด้วย เงิน และ ส่วน ที่ หุ้ม บัว คว่ำ กับ ราว ยึด เสา เป็น เงิน {38:20} หลัก หมุด ทุก หลัก ของ พลับพลา และ ของ ลาน รอบ พลับพลา นั้น ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ {i38:21} โลหะ แห่ง วิสุทธิสถาน {38:21} นี่แหละ เป็น บัญชี สิ่งของ ที่ ใช้ ใน พลับพลา คือ พลับพลา พระ โอวาท ซึ่ง เขา ทั้งหลาย นับ ตาม คำ สั่ง ของ โมเสส มี คน เล วี จัด ทำ ตาม บัญชา ของ อิธามาร์ บุตร อา โร น ปุโรหิต {38:22} ส่วน เบซาเลล บุตร อุ รี ผู้ เป็น บุตร ของ เฮอร์ แห่ง เผ่า ยูดาห์ ทำ สิ่ง สารพัด ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง บัญชา โมเสส แล้ว {38:23} ผู้ ร่วม งาน กับ เขา คือ โอ โฮ ลี อับ บุตร อา หิ สะ มัค แห่ง เผ่า ดาน เป็น ช่างฝีมือ ช่าง ออกแบบ และ ช่าง ด้าย สี ใช้ ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี {38:24} ทองคำ ทั้งหมด ซึ่ง เขา ใช้ ใน การ สร้าง วิ สุทธิ สถาน นั้น คือ ทองคำ ที่ เขา นำ มา ถวาย มี น้ำหนัก ยี่ สิบ เก้า ตะ ลันต์ เจ็ด ร้อย สาม สิบ เชเขลตามเชเขล แห่ง สถาน นมัสการ {38:25} เงิน ตาม จำนวน ชุมนุมชน ได้ นับ ไว้ รวม เป็น หนึ่ง ร้อย ตะ ลันต์ กับ หนึ่ง พัน เจ็ด ร้อย เจ็ด สิบ ห้า เชเขลตามเชเขล แห่ง สถาน นมัสการ {38:26} คน ละ เบคา (คือ ครึ่ง เชเขลตามเชเขล ของ สถาน นมัสการ) อัน เก็บ มา จาก ทุก คน ที่ ไป จด ทะเบียน สำมะโนครัว คือ นับ ตั้งแต่ อายุ ยี่ สิบ ปี ขึ้น ไป รวม หก แสน สาม พัน ห้า ร้อย ห้า สิบ คน {38:27} เงิน หนึ่ง ร้อย ตะ ลันต์ นั้น เขา ใช้ หล่อ ทำ ฐาน รองรับ เสา ของ สถาน นมัสการ และ ฐาน ของ ม่าน ฐาน ร้อย ฐาน เป็น เงิน หนึ่ง ร้อย ตะ ลันต์ คือ ฐาน ละ หนึ่ง ตะ ลันต์ {38:28} แต่ เงิน หนึ่ง พัน เจ็ด ร้อย เจ็ด สิบ ห้า เชเขล นั้น เขา ใช้ ทำ ขอ สำหรับ เสา และ หุ้ม บัว คว่ำ ของ เสา นั้น และ ทำ ราว ยึด เสา ด้วย {38:29} ทองสัมฤทธิ์ ที่ เขา นำ มา ถวาย หนัก เจ็ด สิบ ตะ ลันต์ กับ สอง พัน สี่ ร้อย เชเขล {38:30} ทองสัมฤทธิ์ นั้น เขา ใช้ ทำ ฐาน ประตู เต็นท์ นัด พบ และ ทำ แท่น ทองสัมฤทธิ์ และ ตาข่าย ประดับ แท่น และ ทำ เครื่อง ใช้ ทั้งหมด ของ แท่น นั้น {38:31} ทำ ฐาน ล้อม รอบ ลาน และ ฐาน ที่ ประตู ลาน หลัก หมุด ทั้งหมด ของ พลับพลา และ หลัก หมุด รอบ ลาน นั้น {i39:1} การ เย็บ เสื้อ ของ ปุโรหิต (อพย.28:1-43) {39:1} ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม นั้น เขา ใช้ ทำ เสื้อ ผ้า สำหรับ ใส่ เวลา ปรนนิบัติ ใน วิ สุทธิ สถาน และ ได้ ทำ เครื่อง ยศ บริสุทธิ์ สำหรับ อา โร น ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {39:2} เขา ทำ เอ โฟด ด้วย ทองคำ ด้วย ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ เส้น ป่าน อย่าง ดี {39:3} เขา ตี ทอง ใบ แผ่ ออก เป็น แผ่น บางๆ แล้ว ตัด เป็น เส้นๆ เพื่อ จะ ทอ เข้า กับ ด้าย สี ฟ้า เข้า กับ ด้าย สี ม่วง เข้า กับ ด้าย สี แดง เข้ม และ เข้า กับ เส้น ป่าน อย่าง ดี ด้วย ฝีมือ ช่าง ชำนาญ {39:4} เขา ทำ แถบ ติด ไว้ ที่ บ่า เพื่อ โยง เอ โฟด ให้ ติด กับ ริม ตอน บน ทั้ง สอง ชิ้น {39:5} รัดประคด ทอ อย่าง ประณีต สำหรับ คาด ทับ เอ โฟด นั้น เขา ทำ ด้วย วัตถุ อย่าง เดียวกัน และ ฝีมือ อย่าง เดียว กับ เอ โฟด คือ ทำ ด้วย ทองคำ ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {39:6} เขา เอา แก้ว โกเมน ฝัง ไว้ ใน กระเปาะ ทองคำ ซึ่ง มี ลวดลาย ละเอียด และ แกะ อย่าง แกะ ตรา เป็น ชื่อ บุตร ชาย อิสราเอล {39:7} แล้ว เขา ติด ไว้ กับ เอ โฟด บน แถบ บ่า นั้น เพื่อ ให้ ระลึก ถึง บรรดา บุตร แห่ง อิสราเอล ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {39:8} เขา ทำ ทับทรวง ด้วย ฝีมือ ช่าง ออกแบบ ให้ ฝีมือ เหมือน กับ ทำ เอ โฟด คือ ทำ ด้วย ทองคำ ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี {39:9} เขา ทำ ทับทรวง เป็น รูป สี่เหลี่ยม จัตุรัส พับ ทบ กลาง ยาว คืบ หนึ่ง กว้าง คืบ หนึ่ง เป็น สอง ทบ ด้วย กัน {39:10} เขา ฝัง แก้ว สี่ แถว บน ทับทรวง นั้น แถว ที่ หนึ่ง ฝัง ทับทิม บุษราคัม น้ำ อ่อน และ มรกต {39:11} แถว ที่ สอง ฝัง พลอย ขี้ นก การเวก ไพฑูรย์ และ เพชร {39:12} แถว ที่ สาม ฝัง นิล โมรา และ เพทาย ม่วง {39:13} แถว ที่ สี่ ฝัง เพทาย โกเมน และ มณี โชติ แก้ว ทั้งหมด นี้ เขา ได้ ฝัง ใน กระเปาะ ลวดลาย ละเอียด ทำ ด้วย ทองคำ {39:14} แก้ว เหล่า นั้น มี ชื่อ เหล่า บุตร อิสราเอล สิบ สอง ชื่อ จารึก ไว้ เหมือน แกะ ตรา มี ชื่อ เผ่า ทุก เผ่า ตาม ลำดับ สิบ สอง เผ่า {39:15} เขา ทำ สร้อย ถัก เกลียว ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ สำหรับ ทับทรวง {39:16} และ เขา ทั้งหลาย ทำ ลวดลาย ละเอียด ด้วย ทองคำ สอง อัน และ ห่วง ทองคำ สอง ห่วง ติด ไว้ ที่ ปลาย ทั้ง สอง ของ ทับทรวง {39:17} เขา ทั้งหลาย สอด สร้อย ที่ ทำ ด้วย ทองคำ นั้น ใน ห่วง ที่ ปลาย ทับทรวง {39:18} และ ปลาย สร้อย อีก สอง ข้าง นั้น เขา ทั้งหลาย ทำ ติด กับ กระเปาะ ลวดลาย ละเอียด ทั้ง สอง ให้ ติด ไว้ ข้าง หน้าที่ แถบ ยึด เอ โฟด ทั้ง สอง ข้าง บน บ่า {39:19} เขา ทั้งหลาย ทำ ห่วง ทองคำ สอง อัน ติด ไว้ ที่ ขอบ ด้าน ล่าง ทั้ง สอง ของ ทับทรวง ข้าง ใน ติด เอ โฟด {39:20} และ เขา ทั้งหลาย ทำ ห่วง สอง อัน ด้วย ทองคำ ใส่ ไว้ ริม เอ โฟด ด้าน หน้า ใต้ แถบ ที่ ตะเข็บ เหนือ รัดประคด ที่ ทอ ด้วย ฝีมือ ประณีต {39:21} และ เขา ทั้งหลาย ผูก ทับทรวง นั้น ติด กับ เอ โฟด ด้วย ใช้ ด้าย ถัก สี ฟ้า ร้อย ผูก ที่ ห่วง ให้ ทับทรวง ทับ รัดประคด ซึ่ง ทอ ด้วย ฝีมือ ประณีต ของ เอ โฟด เพื่อ มิ ให้ ทับทรวง หลุด ไป จาก เอ โฟด ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {39:22} เขา ทำ เสื้อ คลุม เข้า ชุด กับ เอ โฟด ด้วย ด้าย สี ฟ้า ล้วน เป็น ฝีมือ ทอ {39:23} และ ช่อง กลาง ผืน เสื้อ นั้น เขา ทำ เป็น คอ เสื้อ เช่น เดียว กับ คอ เสื้อ ทหาร และ มี ขลิบ รอบ คอ เพื่อ มิ ให้ ขาด {39:24} ที่ ชาย เสื้อ คลุม เขา ทั้งหลาย ปัก เป็น รูป ลูก ทับทิม ใช้ ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม และ ผ้าป่าน เนื้อ ดี {39:25} เขา ทั้งหลาย ทำ ลูก พรวน ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ แล้ว ติด ลูก พรวน ระหว่าง ผล ทับทิม รอบ ชาย เสื้อ คลุม นั้น {39:26} คือ ลูก พรวน ลูก หนึ่ง ผล ทับทิม ผล หนึ่ง และ ลูก พรวน อีก ลูก หนึ่ง ผล ทับทิม อีก ผล หนึ่ง สลับ กัน ดังนี้ รอบ ชาย เสื้อ คลุม นั้น สำหรับ สวม เวลา ปรนนิบัติ พระเจ้า ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {39:27} เขา ทั้งหลาย ทำ เสื้อ ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี ของ ช่าง ทอ ผ้า สำหรับ อา โร น และ สำหรับ บุตร ชาย ของ ท่าน {39:28} และ ทำ หมวก ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี และ ผ้า โพก ศีรษะ งาม ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี และ ทำ กางเกง ด้วย ผ้าป่าน เนื้อ ดี {39:29} และ ทำ รัดประคด ด้วย ผ้าป่าน ปั่น เนื้อ ดี และ ปัก ด้วย ด้าย สี ฟ้า สี ม่วง สี แดง เข้ม ด้วย ฝีมือ ช่าง ปัก ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {39:30} เขา ทั้งหลาย ทำ แผ่น มงกุฎ ศักดิ์สิทธิ์ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ จารึก คำ ว่า“ บริสุทธิ์ แด่ พระเจ้า” ไว้ เหมือน อย่าง แกะ ตรา {39:31} แล้ว เขา เอา ด้าย ถัก สี ฟ้า ผูก แผ่น ทองคำ นั้น ไว้ บน มาลา ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {i39:32} ทำ เครื่อง และ อุปกรณ์ ของ พลับพลา ครบ (อพย.35:10-19) {39:32} ดังนี้ แหละ เขา ทำงาน สำหรับ พลับพลา แห่ง เต็นท์ นัด พบ ให้ สำเร็จ ทุก ประการ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส ไว้ อย่างไร คน อิสราเอล ก็ กระทำ อย่าง นั้น ทุก ประการ {39:33} เขา จึง ได้ นำ พลับพลา มา มอบ ไว้ กับ โมเสส ทั้ง เต็นท์ และ เครื่อง ใช้ ทั้งปวง คือ ขอ ไม้ กรอบ กลอน เสา และ ฐาน รองรับ เสา {39:34} เครื่อง ดาด พลับพลา ข้าง บน ทำ ด้วย หนัง แกะ ตัวผู้ ย้อม สี แดง และ หนัง ทา คัช และ ม่าน สำหรับ บัง ตา {39:35} หีบ พระ โอวาท กับ ไม้ คานหาม ของ หีบ นั้น และ พระ ที่นั่ง กรุณา {39:36} โต๊ะ กับ เครื่อง ใช้ ทั้งหมด บน โต๊ะ นั้น และ ขนม ปัง หน้า พระ พักตร์ {39:37} คัน ประทีป บริสุทธิ์ กับ ตะเกียง คือ ตะเกียง ที่ เข้า ที่ และ เครื่อง ใช้ ทั้งหมด ของ คัน ประทีป นั้น และ น้ำมัน สำหรับ ตาม ตะเกียง {39:38} แท่น ทองคำ น้ำมัน เจิม เครื่อง หอม สำหรับ เผา บูชา และ ผ้า บัง ตา สำหรับ ประตู เต็นท์ {39:39} แท่น บูชา ทองสัมฤทธิ์ กับ ตาข่าย ทองสัมฤทธิ์ สำหรับ แท่น นั้น ไม้ คานหาม และ เครื่อง ใช้ ทั้งหมด ของ แท่น ขัน กับ พาน รอง ขัน {39:40} ม่าน บัง ลาน เสา กับ ฐาน รองรับ ผ้า บัง ตา ประตู ลาน เชือก และ หลัก หมุด สำหรับ ลาน และ เครื่อง ใช้ ทั้งหมด ของ พิธีการ ที่ พลับพลา สำหรับ เต็นท์ นัด พบ {39:41} เสื้อ ผ้า ทำ อย่าง ประณีต สำหรับ สวม ใน เวลา ปรนนิบัติ ใน วิ สุทธิ สถาน เครื่อง ยศ บริสุทธิ์ สำหรับ อา โร น เครื่อง ยศ สำหรับ บุตร อา โร น สำหรับ ใช้ สวม ใน เวลา ปฏิบัติ ใน ตำแหน่ง ปุโรหิต {39:42} สิ่ง สารพัด ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส แล้ว ชน ชาติ อิสราเอล กระทำ ให้ สำเร็จ ทุก ประการ {39:43} โมเสส จึง ตรวจ ดู งาน ทั้งปวง เห็น ว่า พระเจ้า ทรง บัญชา ไว้ อย่างไร เขา ก็ ทำ เสร็จสิ้น ทุก อย่าง โมเสส จึง อวยพร แก่ เขา {i40:1} การ ก่อตั้ง และ การ ถวาย พลับพลา {40:1} พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ว่า {40:2} “ ใน วัน ที่ หนึ่ง ของ เดือน แรก จง ตั้ง พลับพลา แห่ง เต็นท์ นัด พบ ขึ้น {40:3} จง ตั้ง หีบ พระ โอวาท ไว้ ใน พลับพลา และ กั้น ม่าน บัง หีบ นั้น ไว้ {40:4} จง ยก โต๊ะ เข้า มา ตั้ง ไว้ และ จัด เครื่อง บน โต๊ะ ไว้ ตาม ที่ ของ มัน แล้ว จง นำ คัน ประทีป นั้น เข้า มา และ จัด ตะเกียง ให้ เข้า ที่ {40:5} จง ตั้ง แท่น บูชา ทองคำ สำหรับ เผา เครื่อง หอม ตรง หน้า หีบ พระ โอวาท แล้ว ติด ม่านบังตา ของ ประตู พลับพลา {40:6} จง ตั้ง แท่น สำหรับ เครื่อง เผา บูชา ไว้ ตรง หน้า ประตู พลับพลา แห่ง เต็นท์ นัด พบ {40:7} จง ตั้ง ขัน ไว้ ระหว่าง เต็นท์ นัด พบ กับ แท่น บูชา แล้ว จง ตัก น้ำ ใส่ ไว้ ใน ขัน นั้น {40:8} จง ตั้ง ข้าง ฝา ลาน ไว้ รอบ พลับพลา และ ติด ม่านบังตา ไว้ ที่ ประตู ลาน นั้น {40:9} จง เอา น้ำมัน เจิม เจิม พลับพลา กับ สิ่ง สารพัด ซึ่ง อยู่ ใน พลับพลา นั้น และ ชำระ เครื่อง ใช้ ทั้งหมด ให้ บริสุทธิ์ แล้ว พลับพลา นั้น จะ บริสุทธิ์ {40:10} จง เจิม แท่น สำหรับ เครื่อง เผา บูชา ด้วย และ เครื่อง ใช้ ทั้งหมด บน แท่น นั้น และ ชำระ แท่น นั้น ให้ บริสุทธิ์ แท่น นั้น จะ บริสุทธิ์ ที่สุด {40:11} จง เจิม ขัน ทั้ง พาน รอง ขัน ด้วย และ ชำระ ให้ บริสุทธิ์ {40:12} แล้ว จง นำ อา โร น และ บุตร ของ ท่าน มา ที่ ประตู เต็นท์ นัด พบ ใช้ น้ำ ล้าง ชำระ ตัว เขา เสีย {40:13} จง นำ เสื้อ ยศ บริสุทธิ์ สวม ให้ อา โร น แล้ว เจิม และ ชำระ เขา ให้ บริสุทธิ์ เพื่อ เขา จะ เป็น ปุโรหิต ปรนนิบัติ เรา {40:14} แล้ว จง นำ บุตร อา โร น มา ด้วย และ สวม เสื้อ ยศ ให้ {40:15} จง เจิม เขา เช่น เจิม บิดา ของ เขา เพื่อ เขา จะ เป็น ปุโรหิต ปรนนิบัติ เรา การ เจิม นั้น จะ เป็น การ เจิม แต่งตั้ง เขา ไว้ เป็น ปุโรหิต เนืองนิตย์ ตลอด ชั่ว ชาติพันธุ์ ของ เขา” {40:16} พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส ให้ กระทำ สิ่ง ใด ท่าน ก็ กระทำ สิ่ง นั้น ทุก ประการ {40:17} ใน วัน ที่ หนึ่ง เดือน แรก ของ ปี ที่ สอง ท่าน ติดตั้ง พลับพลา {40:18} โมเสส ติดตั้ง พลับพลา ขึ้น คือ วาง ฐาน และ ตั้ง ไม้ กรอบ ขึ้น ไว้ สอด ไม้ กลอน และ ตั้ง เสา ขึ้น {40:19} ท่าน กาง ผ้า เต็นท์ ทับ บน พลับพลา แล้ว เอา เครื่อง ดาด คลุม บน เต็นท์ ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {40:20} ท่าน เก็บ พระ โอวาท ไว้ ใน หีบ นั้น และ สอด ไม้ คานหาม ไว้ ใน หีบ นั้น และ ตั้ง พระ ที่นั่ง กรุณา ไว้ บน หีบ {40:21} แล้ว ท่าน นำ หีบ เข้า ไป ไว้ ใน พลับพลา และ กั้น ม่านบังตา บัง หีบ พระ โอวาท นั้น ไว้ ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {40:22} ท่าน ตั้ง โต๊ะ ไว้ ใน เต็นท์ นัด พบ ทาง ทิศ เหนือ ของ พลับพลา นอก ม่าน นั้น {40:23} แล้ว จัด ขนม ปัง ไว้ บน โต๊ะ เป็น ระเบียบ ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา โมเสส ไว้ {40:24} และ ท่าน ตั้ง คัน ประทีป ไว้ ใน เต็นท์ นัด พบ ทาง ทิศ ใต้ ของ พลับพลา ตรง หน้า โต๊ะ นั้น {40:25} แล้ว ก็ จัด ตะเกียง ให้ เข้า ที่ ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {40:26} ท่าน ตั้ง แท่น ทองคำ ไว้ ใน เต็นท์ นัด พบ ตรง หน้า ม่าน {40:27} และ เผา เครื่อง หอม บน แท่น นั้น ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {40:28} ท่าน กั้น ม่านบังตา ที่ ประตู พลับพลา {40:29} ท่าน ตั้ง แท่น สำหรับ เครื่อง เผา บูชา ไว้ ตรง ประตู พลับพลา แห่ง เต็นท์ นัด พบ แล้ว ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ เครื่อง ธัญ ญ บูชา บน แท่น นั้น ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {40:30} ท่าน ตั้ง ขัน ไว้ ระหว่าง เต็นท์ นัด พบ กับ แท่น บูชา แล้ว ใส่ น้ำ ไว้ ใน ขัน สำหรับ ชำระ ล้าง {40:31} โมเสส กับ อา โร น และ บุตร ชาย ของ ท่าน ล้าง มือ และ เท้า ที่ ขัน นั้น {40:32} เวลา เขา ทั้งหลาย จะ เข้า ไป ใน เต็นท์ นัด พบ หรือ เข้า ไป ใกล้ แท่น นั้น เมื่อไร เขา ก็ จะ ชำระ ล้าง เสีย ก่อน ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา แก่ โมเสส {40:33} ท่าน กั้น บริเวณ ลาน รอบ พลับพลา และ แท่น นั้น แล้ว กั้น ม่านบังตา ที่ ตรง ประตู ลาน โมเสส ก็ จัดการ นั้น ให้ เสร็จสิ้น ไป ทุก ประการ {i40:34} เมฆ ปกคลุม พลับพลา (กดว.9:15-23) {40:34} ใน ขณะ นั้น มี เมฆ มา ปกคลุม เต็นท์ นัด พบ ไว้ และ พระ สิริ ของ พระเจ้า ก็ ปรากฏ อยู่ เต็ม พลับพลา นั้น {40:35} โมเสส เข้า ไป ใน เต็นท์ นัด พบ ไม่ ได้ เพราะ เมฆ ปกคลุม อยู่ และ พระ สิริ ของ พระเจ้า ก็ อยู่ เต็ม พลับพลา นั้น {40:36} ตลอด การ เดินทาง ของ เขา เมฆ นั้น ถูก ยก ขึ้น จาก พลับพลา เมื่อใด ชน ชาติ อิสราเอล ก็ ยก เดิน ต่อ ไป ทุก ครั้ง {40:37} แต่ หาก ว่า เมฆ นั้น มิ ได้ ถูก ยก ขึ้น ไป เขา ก็ ไม่ ออก เดินทาง เลย จน กว่า จะ ถึง วัน ที่ เมฆ นั้น จะ ถูก ยก ขึ้น ไป {40:38} เพราะ ตลอด ทาง ที่ เขา ยก เดิน ไป นั้น ใน กลางวัน เมฆ ของ พระเจ้า ทรง สถิต อยู่ เหนือ พลับพลา และ ใน ตอน กลางคืน มี ไฟ ใน เมฆ นั้น ประจักษ์ แก่ ตา ของ วงศ์วาน อิสราเอล ทั้งปวง