{i1:1} การ เตรียม เพื่อ เข้า บุก คา นา อัน {1:1} อยู่ มา เมื่อ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า สิ้น ชีวิต แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา บุตร นูน รอง โมเสส ว่า {1:2} “ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ เรา สิ้น ชีวิต แล้ว ฉะนั้น บัดนี้ จง ลุก ขึ้น ยก ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน นี้ ทั้ง เจ้า และ ชน ชาติ นี้ ทั้งหมด ไป ยัง แผ่นดิน ซึ่ง เรา ยก ให้ แก่ เขา ทั้งหลาย คือ แก่ คน อิสราเอล {1:3} ทุกๆ ตำบล ถิ่น ที่ ฝ่า เท้า ของ เจ้า ทั้งหลาย จะ เหยียบ ลง เรา ได้ ยก ให้ แก่ เจ้า ทั้งหลาย ดัง ที่ เรา ได้ สัญญา ไว้ กับ โมเสส {1:4} ตั้งแต่ ถิ่น ทุรกันดาร และ ภูเขา เลบานอน นี้ ไกล ไป จน ถึง แม่น้ำ ใหญ่ คือ แม่น้ำ ยู เฟรติส แผ่นดิน ทั้งหมด ของ คน ฮิต ไทต์ ถึง ทะเล ใหญ่ ทาง ทิศ ตะวัน ตก จะ เป็น อาณาเขต ของ เจ้า {1:5} ไม่ มี ผู้ ใด จะ ยืนหยัด ต่อสู้ เจ้า ได้ ตลอด ชีวิต ของ เจ้า เรา อยู่ กับ โมเสส มา แล้ว ฉัน ใด เรา จะ อยู่ กับ เจ้า ฉัน นั้น เรา จะ ไม่ ละเลย หรือ ละทิ้ง เจ้า เสีย {1:6} จง เข้มแข็ง และ กล้า หาญ เถิด เพราะ เจ้า จะ กระทำ ให้ ชน ชาติ นี้ รับ แผ่นดิน นั้น เป็น มรดก ซึ่ง เรา ปฏิญาณ ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา ทั้งหลาย ว่า จะ ยก ให้ เขา {1:7} เพียง แต่ จง เข้มแข็ง และ กล้า หาญ ยิ่ง เถิด ระวัง ที่ จะ กระทำ ตาม ธรรม บัญญัติ ทั้งหมด ซึ่ง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ เรา ได้ บัญชา เจ้า ไว้ นั้น อย่า หลีก เลี่ยง จาก ธรรม บัญญัติ นั้น ไป ทาง ขวา มือ หรือ ทาง ซ้าย เพื่อ ว่า เจ้า จะ ไป ใน ถิ่น ฐาน ใด เจ้า จะ ได้ รับ ความ สำเร็จ อย่าง ดี {1:8} อย่า ให้ หนังสือ ธรรม บัญญัติ นี้ ห่างเหิน ไป จาก ปาก ของ เจ้า แต่ เจ้า จง ตรึกตรอง ตาม นั้น ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน เพื่อ เจ้า จะ ได้ ระวัง ที่ จะ กระทำ ตาม ข้อความ ที่ เขียน ไว้ นั้น ทุก ประการ แล้ว เจ้า จะ มี ความ จำเริญ และ เจ้า จะ สำเร็จ ผล เป็น อย่าง ดี {1:9} เรา สั่ง เจ้า ไว้ แล้ว มิ ใช่ หรือ ว่า จง เข้มแข็ง และ กล้า หาญ เถิด อย่า ตกใจ หรือ คร้าม กลัว เลย เพราะ ว่า เจ้า ไป ใน ถิ่น ฐาน ใด พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เจ้า ทรง สถิต กับ เจ้า” {1:10} แล้ว โย ชู วา บัญชา เจ้าหน้าที่ ทั้งปวง ของ ประชาชน ว่า {1:11} “ จง ไป ใน ค่าย สั่ง ประชาชน ว่า‘ จง เตรียม เสบียง อาหาร ไว้ เพราะ ว่า ภายใน สาม วัน ท่าน ทั้งหลาย จะ ต้อง ยก ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน นี้ เพื่อ เข้า ไป ยึดครอง แผ่นดิน ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ประทาน แก่ ท่าน ให้ ยึดครอง’” {1:12} แล้ว โย ชู วา พูด กับ คน รู เบน คน กาด และ คน เผ่า มนัส เสห์ กึ่ง หนึ่ง ว่า {1:13} “ จง จำ คำ ที่ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า บัญชา ท่าน ทั้งหลาย ไว้ ว่า‘ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ทั้งหลาย จัด ที่ พัก ให้ ท่าน และ จะ ประทาน แผ่นดิน นี้ แก่ ท่าน’ {1:14} จง ให้ ภรรยา ของ ท่าน ทั้งหลาย ลูก เล็ก ของ ท่าน และ ฝูง สัตว์ ของ ท่าน อยู่ ใน แผ่นดิน ซึ่ง โมเสส ยก ให้ ที่ ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน แต่ ผู้ชาย ที่ ชำนาญ ศึก ทั้งหลาย ใน พวก ท่าน ต้อง ถือ อาวุธ ข้าม ไป เป็น ทัพ หน้า เพื่อ ช่วย พี่น้อง ของ ตน {1:15} จน กว่า พระเจ้า จะ ประทาน ที่ พัก ให้ แก่ พี่น้อง ของ ท่าน ดัง ที่ ประทาน แก่ ท่าน ทั้ง ให้ เขา ได้ ยึดครอง แผ่นดิน ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ประทาน แก่ เขา แล้ว ท่าน จึง จะ กลับ ไป ยัง แผ่นดิน ที่ ท่าน ยึดครอง และ ถือ ไว้ เป็น กรรมสิทธิ์ คือ แผ่นดิน ซึ่ง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ได้ ให้ แก่ พวก ท่าน ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ข้าง โน้น ทาง ทิศ ตะวัน ออก” {1:16} เขา ทั้งหลาย จึง ตอบ โย ชู วา ว่า“ สิ่ง สารพัด ซึ่ง ท่าน บัญชา แก่ พวก เรา เรา จะ กระทำ ตาม ท่าน จะ ให้ พวก เรา ไป ใน ที่ ใดๆ เรา จะ ไป {1:17} เรา เชื่อฟัง โมเสส ใน เรื่อง ทั้งปวง อย่างไร เรา จะ เชื่อฟัง ท่าน อย่าง นั้น ขอ เพียง ว่า พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ทรง สถิต กับ ท่าน ดัง ที่ พระองค์ ได้ สถิต กับ โมเสส ก็ แล้วกัน {1:18} ผู้ ใด ที่ ขัดขืน คำ บัญชา ของ ท่าน และ ไม่ เชื่อฟัง ถ้อยคำ ของ ท่าน ไม่ ว่า ท่าน จะ บัญชา เขา อย่างไร ผู้ นั้น จะ ต้อง ถึง ตาย ขอ เพียง ให้ เข้มแข็ง และ กล้า หาญ เถิด” {i2:1} ส่ง ผู้ สอดแนม ไป ยัง เมือง เย รี โค {2:1} ต่อ มา โย ชู วา บุตร นูน ได้ ใช้ ชาย สอง คน จาก เมือง ชิ ท ธีม เป็น การ ลับ ให้ ไป สอดแนม กล่าว ว่า“ จง ไป ตรวจ ดู แผ่นดิน นั้น และ เมือง เย รี โค ด้วย” คน ทั้ง สอง ก็ ไป เข้า ไป ใน เรือน ของ หญิง โสเภณี คน หนึ่ง ชื่อ รา หับ และ พัก อยู่ ที่ นั่น {2:2} มี คน ทูล กษัตริย์ เมือง เย รี โค ว่า“ ดู เถิด มี ชาย อิสราเอล บาง คน เข้า มา คืน นี้ เพื่อ จะ สอดแนม ดู แผ่นดิน” {2:3} ฝ่าย กษัตริย์ เมือง เย รี โค จึง ใช้ คน ไป สั่ง รา หับ ว่า“ จง ส่ง คน เหล่า นั้น ซึ่ง มา หา เจ้า ใน บ้าน ของ เจ้า ออก มา ให้ เรา เพราะ เขา มา เพื่อ จะ สอดแนม ดู ทั่ว แผ่นดิน ของ เรา” {2:4} แต่ หญิง นั้น ได้ ซ่อน ชาย ทั้ง สอง เสีย แล้ว จึง กล่าว ว่า“ มี ผู้ชาย มา หา ข้าพเจ้า จริง แต่ เขา มา จาก ไหน ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ {2:5} เมื่อ จะ ปิด ประตู เมือง ใน เวลา พลบค่ำ คน เหล่า นั้น ก็ ออก ไป แล้ว เขา ไป ทาง ไหน ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ จง รีบ ตาม เขา ไป เถิด คง ทัน เขา” {2:6} แต่ หญิง นั้น ได้ พา คน ทั้ง สอง ขึ้น บน หลังคา แล้ว ซ่อน ตัว เขา ไว้ ใต้ ต้น ป่าน ซึ่ง วาง ลำดับ ตาก ไว้ ที่ ดาดฟ้า บน หลังคา นั้น {2:7} เขา ทั้งหลาย ก็ ไล่ ตาม คน ทั้ง สอง ไป ทาง แม่น้ำ จอร์แดน จน ถึง ท่า ข้าม พอ คน ที่ ไล่ ตาม นั้น ออก ไป แล้ว เขา ก็ ปิด ประตู เมือง {2:8} เมื่อ ชาย ทั้ง สอง คน ยัง ไม่ นอน หญิง นั้น ก็ ขึ้น ไป หา เขา บน หลังคา {2:9} กล่าว แก่ ชาย นั้น ว่า“ ดิฉัน ทราบ แล้ว ว่า พระเจ้า ประทาน แผ่นดิน นี้ แก่ พวก ท่าน ความ คร้าม กลัว ต่อ ท่าน ได้ ตก อยู่ บน เรา ทั้งหลาย และ บรรดา ชาว แผ่นดิน ก็ ครั่น คร้าม ต่อ ท่าน {2:10} เพราะ เรา ทั้งหลาย ได้ยิน เรื่อง ที่ พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ ทะเล แดง แห้ง ไป ต่อ หน้า ท่าน เมื่อ ท่าน ออก จาก อียิปต์ และ เรื่อง การ ที่ ท่าน ได้ กระทำ แก่ กษัตริย์ ทั้ง สอง ของ คน อา โม ไรต์ ซึ่ง อยู่ ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน คือ กษัตริย์ สิ โหน และ โอก ผู้ ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ ทำลาย เสีย สิ้น {2:11} เพราะ เรื่อง ท่าน นี้ แหละ พอ เรา ได้ยิน ข่าว นี้ เรา ก็ กลัว ลาน ที เดียว ไม่ มี ความ กล้า หาญ เหลือ อยู่ ใน สัก คน หนึ่ง เลย เพราะ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน เป็น พระเจ้า ของ สวรรค์ เบื้องบน และ โลก เบื้อง ล่าง {2:12} บัดนี้ ขอ ท่าน สาบาน ให้ ดิฉัน ใน พระ นาม พระเจ้า ว่า เมื่อ ดิฉัน ได้ สำแดง ความ เมตตา ต่อ ท่าน แล้ว ท่าน จะ แสดง ความ เมตตา ต่อ ครอบครัว ของ ดิฉัน และ ให้ มี หมาย สำคัญ อัน แน่นอน ต่อ กัน {2:13} และ ขอ ไว้ ชีวิต บิดา มารดา พี่น้อง ชาย หญิง และ ทุก คน ที่ เป็น ของ วงศ์ ญาติ นี้” {2:14} ชาย นั้น จึง ตอบ นาง ว่า“ ชีวิต ของ เรา เพื่อ ชีวิต ของ เจ้า น่ะ หรือ ถ้า พวก เจ้า ไม่ แพร่งพราย ธุรกิจ นี้ แก่ ผู้ ใด เรา จะ มี ความ เมตตา และ ซื่อสัตย์ ต่อ เจ้า เมื่อ พระเจ้า ประทาน แผ่นดิน นี้ แก่ เรา” {2:15} แล้ว นาง จึง เอา เชือก หย่อน เขา ทั้ง สอง ลง ทาง หน้าต่าง เพราะ บ้าน ของ นาง ตั้ง อยู่ ที่ กำแพง เมือง นาง อาศัย อยู่ ใน กำแพง {2:16} นาง จึง บอก เขา ว่า“ จง ขึ้น ไป บน ภูเขา ด้วย เกรง ว่า ผู้ ที่ ไล่ ตาม จะ พบ เข้า จง ซ่อน ตัว อยู่ สาม วัน จน กว่า ผู้ ที่ ไล่ ตาม จะ กลับ แล้ว จึง ค่อย ออก เดิน ต่อ ไป” {2:17} ชาย นั้น จึง พูด กับ นาง ว่า“ ฝ่าย เรา จะ ไม่ ให้ ผิด คำ สาบาน ซึ่ง เจ้า ได้ ให้ เรา สาบาน นั้น {2:18} ดู เถิด เมื่อ เรา ยก เข้า มา ใน แผ่นดิน นี้ เจ้า จง เอา ด้าย แดง นี้ ผูก ไว้ ที่ หน้าต่าง ซึ่ง เจ้า หย่อน เรา ลง ไป นั้น และ เจ้า จง รวบรวม บิดา มารดา พี่น้อง และ ครัว เรือน ของ บิดา ทั้งสิ้น เข้า มา ไว้ ใน บ้าน {2:19} ถ้า มี ผู้ ใด ออก ไป ที่ ถนน นอก ประตู บ้าน ที่ เขา ต้อง ตาย นั้น เขา เอง ก็ รับผิดชอบ ฝ่าย เรา ไม่ มี ความ ผิด แต่ ถ้า มี คน หนึ่ง คน ใด ยก มือ ขึ้น ทำร้าย ผู้ ใด ที่ อยู่ กับ เจ้า ใน เรือน ที่ เขา ตาย นั้น เรา จะ รับผิด {2:20} แต่ ถ้า เจ้า แพร่งพราย ธุรกิจ ของ เรา แก่ ผู้ ใด เรา ก็ พ้น จาก คำ ซึ่ง เจ้า ให้ เรา สาบาน ไว้ นั้น” {2:21} นาง จึง กล่าว ว่า“ ให้ เป็น ไป ตาม คำ ของ ท่าน เถิด” แล้ว นาง ก็ ส่ง คน ทั้ง สอง นั้น ไป เขา ก็ ไป นาง จึง เอา ด้าย แดง ผูก ไว้ ที่ หน้าต่าง {2:22} คน ทั้ง สอง ออก ไป แล้ว ปีน ขึ้น ไป บน ภูเขา พัก อยู่ ที่ นั่น สาม วัน จน ผู้ ที่ ไล่ ตาม กลับ เพราะ ได้ ค้น หา อยู่ ตลอด ทาง ก็ ไม่ พบ {2:23} ชาย ทั้ง สอง ก็ ลง จาก ภูเขา อีก และ ข้าม ไป หา โย ชู วา บุตร นูน แล้ว เล่า เหตุการณ์ ซึ่ง เกิด แก่ ตน ให้ ฟัง {2:24} และ เขา กล่าว แก่ โย ชู วา ว่า“ พระเจ้า ทรง มอบ แผ่นดิน นั้น ทั้งหมด ไว้ ใน มือ เรา แน่นอน แล้ว และ ยิ่ง กว่า นั้น อีก ชาว บ้าน ชาว เมือง ใน แผ่นดิน นี้ ก็ มี ใจ ครั่น คร้าม ไป เพราะ เรา เป็น เหตุ” {i3:1} อิสราเอล ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน {3:1} ฝ่าย โย ชู วา ก็ ตื่น แต่ เช้า เขา ทั้งหลาย ยก ออก จาก ชิ ท ธีม มา ถึง แม่น้ำ จอร์แดน ทั้ง ตัว ท่าน และ คน อิสราเอล ทั้งหมด เขา พัก อยู่ ที่ นั่น ก่อน จะ ข้าม ไป {3:2} ครั้น ล่วง มา ได้ สาม วัน พวก เจ้าหน้าที่ ก็ ไป ทั่ว ค่าย {3:3} แล้ว บัญชา ประชาชน ว่า“ เมื่อ ท่าน เห็น หีบ พัน ธ สัญญา แห่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน และ เห็น คน เล วี ซึ่ง เป็น ปุโรหิต หาม ไป ก็ ให้ ยก ออก จาก ที่ ของ ท่าน ตาม หีบ นั้น ไป {3:4} ทิ้ง ระยะ ของ ท่าน ไว้ ให้ ห่าง จาก หีบ ประมาณ สอง พัน ศอก อย่า เข้า ไป ใกล้ หีบ นั้น เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ รู้จัก ทาง ที่ จะ ไป เพราะ ท่าน ยัง ไม่ เคย มา ทาง นี้ ก่อน” {3:5} ฝ่าย โย ชู วา จึง กล่าว แก่ ประชาชน ว่า“ จง ชำระ ตัว ให้ บริสุทธิ์ เถิด เพราะ ว่า พรุ่งนี้ พระเจ้า จะ ทรง กระทำ การ อัศจรรย์ ท่ามกลาง ท่าน” {3:6} โย ชู วา สั่ง พวก ปุโรหิต ว่า“ จง ยก หีบ พัน ธ สัญญา ข้าม ไป ข้าง หน้า ประชาชน ทั้งปวง” เขา ก็ ยก หีบ พัน ธ สัญญา เดิน ไป ข้าง หน้า ประชาชน {3:7} พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา ว่า“ วัน นี้ เรา จะ เริ่ม ยกย่อง เจ้า ให้ เป็น ใหญ่ ใน สายตา ของ บรรดา อิสราเอล เพื่อ เขา จะ ทราบ ว่า เรา อยู่ กับ โมเสส มา แล้ว อย่างไร เรา จะ อยู่ กับ เจ้า อย่าง นั้น {3:8} และ เจ้า จง สั่ง ปุโรหิต ผู้ หาม หีบ พัน ธสัญญาว่า‘ เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย มา ริม แม่น้ำ จอร์แดน จง หยุด ยืน อยู่ ใน แม่น้ำ จอร์แดน’” {3:9} และ โย ชู วา กล่าว แก่ คน อิสราเอล ว่า“ จง มา ที่ นี่ เถิด และ ฟัง พระ ดำรัส ของ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน” {3:10} และ โย ชู วา กล่าว ว่า“ โดย เหตุ นี้ ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ ทราบ ว่า พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ ได้ ประทับ อยู่ ท่ามกลาง ท่าน ทั้งหลาย และ ว่า พระองค์ จะ ทรง ขับ ไล่ คน คา นา อัน คน ฮิต ไทต์คนฮีไวต์คนเปริสซีคนเกอร์ กา ชี คน อา โม ไรต์ และ คน เย บุ ส ให้ พ้น หน้า ท่าน ทั้งหลาย อย่าง แน่นอน {3:11} ดู เถิด หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระเป็นเจ้า แห่ง สากล พิภพ จะ ข้าม ไป ข้าง หน้า ท่าน ลง ไป ใน แม่น้ำ จอร์แดน {3:12} เหตุ ฉะนั้น จง เลือก คน สิบ สอง คน ออก จาก เผ่า อิสราเอล เผ่า ละ คน {3:13} และ เมื่อ ฝ่า เท้า ของ ปุโรหิต ผู้ หาม หีบ แห่ง พระเจ้า พระเป็นเจ้า ปิ่น สากล พิภพ จะ ลง ไป ยืน อยู่ ใน แม่น้ำ จอร์แดน น้ำ ใน จอร์แดน จะ คั่ง คือ น้ำ ที่ ไหล มา จาก ข้าง บน น้ำ นั้น จะ หยุด เป็น กอง เดียว” {3:14} ดังนั้น เมื่อ ประชาชน ยก จาก เต็นท์ ของ เขา ทั้งหลาย เพื่อ จะ ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน พร้อม กับ ปุโรหิต หาม หีบ พัน ธ สัญญา ไป ข้าง หน้า ประชาชน {3:15} เมื่อ คน หาม หีบ มา ถึง จอร์แดน และ เท้า ของ ปุโรหิต ผู้ หาม หีบ ก้าว ลง แม่น้ำ แล้ว (จอร์แดน ขึ้น ท่วม ฝั่ง ตลอด ฤดู เกี่ยว ข้าว เสมอ) {3:16} น้ำ ที่ ไหล มา จาก ข้าง บน ก็ หยุด และ นูน ขึ้น เป็น กอง ไกล ออก ไป ที่ เมือง อา ดัม ซึ่ง เป็น เมือง อยู่ ข้างๆ เมือง ศาเรธาน และ น้ำ ที่ ไหล ลง สู่ ทะเล อา รา บาห์ คือ ทะเล เค็ม นั้น ก็ ขาด กัน สิ้น แล้ว ประชาชน ก็ ข้าม ไป ที่ ฝั่ง ตรง ข้าม เมือง เย รี โค {3:17} และ ปุโรหิต ผู้ หาม หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระเจ้า ยืน มั่น อยู่ บน ดินแดน แห้ง กลาง แม่น้ำ จอร์แดน คน อิสราเอล ทั้งหมด ก็ เดิน ข้าม ไป บน ดิน แห้ง จน ประชาชาติ ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน ไป หมด {i4:1} นำ หิน สิบ สอง ก้อน ขึ้น มา จาก แม่น้ำ จอร์แดน {4:1} เมื่อ ประชาชาติ นั้น ได้ ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน เสร็จ หมด แล้ว พระเจ้า ตรัส สั่ง โย ชู วา ว่า {4:2} “ จง เลือก คน สิบ สอง คน จาก ประชาชน เผ่า ละ คน {4:3} และ บัญชา เขา ว่า‘ จง ไป เอา ศิลา สิบ สอง ก้อน จาก ที่ นี่ ที่ กลาง แม่น้ำ จอร์แดน ตรง ที่ ซึ่ง เท้า ของ ปุโรหิต ยืน มั่น อยู่ นั้น ขน มา วาง ไว้ ใน ที่ ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย จะ นอน ใน คืน วัน นี้’” {4:4} แล้ว โย ชู วา ก็ เลือก คน สิบ สอง คน ซึ่ง ท่าน จัดตั้ง จาก ประชาชน อิสราเอล เผ่า ละ คน {4:5} โย ชู วา จึง สั่ง เขา ว่า“ จง ผ่าน ไป ข้าง หน้า หีบ ของ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ลง ไป กลาง แม่น้ำ จอร์แดน แล้ว แบก ศิลา มา คน ละ ก้อน ตาม จำนวน เผ่า คน อิสราเอล {4:6} เพื่อ ว่า สิ่ง นี้ จะ เป็น หมาย สำคัญ ใน หมู่ พวก ท่าน ทั้งหลาย ใน เมื่อ ลูกหลาน ของ ท่าน จะ ถาม ใน เวลา ต่อ ไป ว่า‘ ศิลา เหล่า นี้ มี ความหมาย อะไร’ {4:7} แล้ว ท่าน จง ตอบ ว่า“ น้ำ ที่ จอร์แดน ขาด จาก กัน ต่อ หน้า หีบ พัน ธ สัญญา แห่ง พระเจ้า เมื่อ หีบ นั้น ข้าม จอร์แดน น้ำ ก็ ขาด จาก กัน ศิลา เหล่า นี้ จะ เป็น อนุสรณ์ เป็น นิตย์ แก่ ประชาชน อิสราเอล” {4:8} คน อิสราเอล เหล่า นั้น ก็ กระทำ ตาม ที่ โย ชู วา บัญชา และ ขน หิน สิบ สอง ก้อน มา จาก กลาง จอร์แดน ตาม จำนวน เผ่า คน อิสราเอล ดัง ที่ พระเจ้า ตรัส สั่ง โย ชู วา และ เขา ก็ แบก มา ยัง ที่ ซึ่ง เขา พัก อยู่ วาง ไว้ ที่ นั่น {4:9} และ โย ชู วา ได้ ตั้ง ศิลา สิบ สอง ก้อน ไว้ กลาง แม่น้ำ จอร์แดน ตรง ที่ ที่ เท้า ของ ปุโรหิต ผู้ หาม หีบ พัน ธ สัญญา ยืน อยู่ และ ศิลา เหล่า นั้น ก็ ยัง อยู่ จน ทุก วัน นี้ {4:10} เพราะ ว่า ปุโรหิต ผู้ หาม หีบ นั้น ได้ ยืน อยู่ ที่ กลาง จอร์แดน กว่า สิ่ง สารพัด จะ สำเร็จ ตาม ซึ่ง พระเจ้า บัญชา โย ชู วา ให้ บอก ประชาชน ตาม ซึ่ง โมเสส ได้ บัญชา ไว้ กับ โย ชู วา ทุก ประการ แล้ว ประชาชน ก็ รีบ ข้าม ไป {4:11} เมื่อ ประชาชน ข้าม ไป หมด แล้ว หีบ แห่ง พระเจ้า และ ปุโรหิต ก็ ข้าม ไป ต่อ หน้า ประชาชน {4:12} คน เผ่า รู เบน คน เผ่า กาด และ คน มนัส เสห์ กึ่ง เผ่า ถือ อาวุธ นำ หน้า คน อิสราเอล ข้าม ไป ตาม ที่ โมเสส ได้ สั่ง เขา ไว้ {4:13} มี คน ถือ อาวุธ ไว้ พร้อม ที่ จะ เข้า สงคราม ประมาณ สี่ หมื่น คน ได้ ข้าม ไป ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า เพื่อ ทำ ศึก ไป ถึง ที่ราบ เขต เมือง เย รี โค {4:14} ใน วัน นั้น พระเจ้า ทรง ยกย่อง โย ชู วา ต่อ หน้า คน อิสราเอล ทั้งปวง เขา ทั้งหลาย ก็ ยำเกรง ท่าน ดัง ที่ เขา เคย ยำเกรง โมเสส ตลอด ชีวิต ของ ท่าน {4:15} พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา ว่า {4:16} “ จง บัญชา ปุโรหิต ผู้ หาม หีบ พระ โอวาท ให้ ขึ้น มา จาก จอร์แดน” {4:17} โย ชู วา จึง บัญชา แก่ ปุโรหิต ว่า“ จง ขึ้น มา จาก จอร์แดน เถิด” {4:18} เมื่อ ปุโรหิต ผู้ หาม หีบ พัน ธ สัญญา แห่ง พระเจ้า ขึ้น มา จาก กลาง จอร์แดน เมื่อ ฝ่า เท้า ของ ปุโรหิต ยก ขึ้น เหยียบ แผ่นดิน แห้ง น้ำ ใน จอร์แดน ก็ กลับ มา ยัง ที่ เก่า ไหล ท่วม ฝั่ง อย่าง เดิม {4:19} ประชาชน ได้ ขึ้น จาก จอร์แดน ใน วัน ที่ สิบ เดือน ที่ หนึ่ง ไป ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ กิล กาล ริม เขต เมือง เย รี โค ข้าง ทิศ ตะวัน ออก {4:20} และ ศิลา สิบ สอง ก้อน ซึ่ง เขา นำ ออก มา จาก จอร์แดน นั้น โย ชู วา ก็ ได้ ตั้ง ไว้ ที่ กิลกาล {4:21} ท่าน จึง กล่าว แก่ คน อิสราเอล ว่า“ เวลา ภายหน้า เมื่อ ลูกหลาน จะ ถาม บิดา ของ เขา ว่า‘ ศิลา เหล่า นี้ มี ความหมาย อะไร’ {4:22} แล้ว ท่าน จง ตอบ แก่ ลูกหลาน ให้ ทราบ ว่า‘ อิสราเอล ได้ ข้าม จอร์แดน บน ดิน แห้ง’ {4:23} เพราะ ว่า พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ทั้งหลาย กระทำ ให้ แม่น้ำ จอร์แดน แห้ง ไป เพื่อ ท่าน จน ท่าน ข้าม ไป ได้ หมด ดัง ที่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน กระทำ แก่ ทะเล แดง ทรง กระทำ ให้ แห้ง เพื่อ เรา ทั้งหลาย จน เรา ข้าม ไป หมด {4:24} เพื่อ ชน ชาติ ทั้งหลาย ทั่ว พิภพ จะ ได้ ทราบ ว่า พระ หัตถ์ พระเจ้า นั้น ทรง ฤทธิ์ เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ ยำเกรง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน เป็น นิตย์ {i5:1} พิธี เข้า สุหนัต และ เทศกาล ปัสกาที่กิลกาล {5:1} เมื่อ กษัตริย์ ของ คน อา โม ไรต์ ซึ่ง อยู่ ฟาก จอร์แดน ข้าง ตะวัน ตก และ บรรดา กษัตริย์ ของ คน คา นา อัน ซึ่ง อยู่ ใกล้ ทะเล ได้ยิน ว่า พระเจ้า ทรง บันดาล ให้ น้ำ ใน จอร์แดน แห้ง ไป เพื่อ คน อิสราเอล ให้ เขา ข้าม ฟาก ไป ได้ หมด แล้ว จิตใจ ของ เขา ก็ กลัว ไม่ มี กำลังใจ ใน ตัว อีก ต่อ ไป เหตุ เพราะ คน อิสราเอล {5:2} คราว นั้น พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา ว่า“ จง ทำ มีด ด้วย หิน คม และ ให้ คน อิสราเอล เข้า สุหนัต เป็น ครั้ง ที่ สอง” {5:3} โย ชู วา จึง ทำ มีด หิน และ ให้ คน อิสราเอล เข้า สุหนัต ที่ กิเบอัธ หะ อา รา โลท 1 {5:4} นี่แหละ เป็น เหตุ ซึ่ง โย ชู วา ให้ เขา เข้า สุหนัต ใน บรรดา ประชาชน ผู้ ออก มา จาก อียิปต์ พวก ผู้ชาย คือ ทหาร ทั้งหมด สิ้น ชีวิต เสีย ตาม ทางใน ถิ่น ทุรกันดาร หลัง จาก ที่ ออก จาก อียิปต์ {5:5} แม้ ว่า ประชาชน ผู้ ออก มา เหล่า นั้น ได้ เข้า สุหนัต หมด ทุก คน แล้ว แต่ ประชาชน ที่ เกิด มา ใหม่ ตาม ทาง ที่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร หลัง จาก ที่ ออก มา จาก อียิปต์ นั้น ยัง ไม่ ได้ เข้า สุหนัต {5:6} เพราะ ว่า คน อิสราเอล เดินทาง สี่ สิบ ปี อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร จน ประชาชาติ ทั้งสิ้น คือ ทหาร ที่ ออก มา จาก อียิปต์ สิ้น ชีวิต เสีย หมด เพราะ เขา มิ ได้ เชื่อฟัง พระ สุรเสียง ของ พระเจ้า ผู้ ซึ่ง พระเจ้า ทรง ปฏิญาณ กับ เขา ว่า พระองค์ จะ ไม่ ทรง ยอม ให้ เขา เห็น แผ่นดิน ซึ่ง พระเจ้า ได้ ปฏิญาณ แก่ บรรพบุรุษ ว่า จะ ประทาน แก่ เรา ทั้งหลาย เป็น แผ่นดิน ที่ มี น้ำนม และ น้ำผึ้ง ไหล บริบูรณ์ {5:7} แต่ บุตร ของ เขา ซึ่ง พระองค์ ทรง ให้ แทน เขา นั้น โย ชู วา ก็ ได้ ให้ เข้า สุหนัต เพราะ ว่า เขา ยัง ไม่ เข้า สุหนัต เพราะ ว่า เขา ไม่ เคย ได้ รับ เมื่อ มา ตาม ทาง {5:8} เมื่อ ได้ ให้ ประชาชาติ เข้า สุหนัต เสร็จ หมด แล้ว เขา ก็ พัก อยู่ ใน ค่าย จน กว่า จะ หาย เป็น ปกติ {5:9} พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา ว่า“ วัน นี้ เรา ได้ กลิ้ง ความ อดสู เพราะ อียิปต์ ไป ให้ พ้น เจ้า แล้ว” จึง เรียก ชื่อ ตำบล นั้น ว่า กิล กาล จน ทุก วัน นี้ {5:10} ฝ่าย คน อิสราเอล ได้ ตั้ง ค่าย ที่ กิล กาล เขา ถือ เทศกาล ปัส กา ใน วัน ที่ สิบ สี่ เวลา เย็น ณ ที่ราบ เมือง เย รี โค {5:11} วัน รุ่งขึ้น หลัง วัน เทศกาล ปัส กา วัน นั้น เอง เขา ก็ รับประทาน ผล อัน เกิด จาก แผ่นดิน คือ ขนม ไร้ เชื้อ และ ข้าว คั่ว {5:12} ตั้งแต่ วัน รุ่งขึ้น มา นา ก็ ขาด ไป คือ เมื่อ เขา ได้ รับประทาน ผล จาก แผ่นดิน คน อิสราเอล ไม่ มี มา นา อีก เลย ใน ปี นั้น เขา รับประทาน ผล จาก แผ่นดิน คา นา อัน {i5:13} โย ชู วา กับ บุรุษ ผู้ ถือ ดาบ {5:13} เมื่อ โย ชู วา อยู่ ข้าง เมือง เย รี โค ท่าน ก็ เงย หน้า ขึ้น มอง ดู เห็น ชาย คน หนึ่ง ชัก ดาบ ออก มา ถือ ยืน อยู่ ตรง หน้า ท่าน โย ชู วา เข้า ไป หา ชาย นั้น กล่าว แก่ เขา ว่า“ ท่าน อยู่ ฝ่าย เรา หรือ อยู่ ฝ่าย ศัตรู” {5:14} ผู้ นั้น จึง ตอบ ว่า“ มิ ใช่ ที่ เรา มา นี้ ก็ มา เป็น จอมพล โยธา ของ พระเจ้า” ฝ่าย โย ชู วา ก็ กราบ ลง ถึง ดิน นมัสการ แล้ว ถาม ว่า“ เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า ท่าน จะ ให้ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน กระทำ อะไร” {5:15} และ จอมพล โยธา ของ พระเจ้า จึง สั่ง โย ชู วา ว่า“ จง ถอด รองเท้า ออก จาก เท้า ของ เจ้า เสีย เพราะ ว่าที่ ซึ่ง เจ้า ยืน อยู่ นี้ เป็น ที่ ศักดิ์สิทธิ์” โย ชู วา ก็ กระทำ ตาม {i6:1} เมือง เย รี โค ล่มจม {6:1} เพราะ เหตุ คน อิสราเอล เมือง เย รี โค ต้อง ถูก ปิด ไว้ ไม่ มี คน เข้า ออก ได้ เลย {6:2} พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา ว่า“ ดู แน่ะ เรา ได้ มอบ เมือง เย รี โค ไว้ ใน มือ เจ้า แล้ว ทั้ง กษัตริย์ และ ทแกล้ว ทหาร {6:3} เจ้า ทั้งหลาย จง เดิน ขบวน รอบ เมือง คือ ให้ บรรดา ทหาร ไป รอบ เมือง ครั้ง หนึ่ง เจ้า จง ทำ เช่น นี้ หก วัน {6:4} ให้ ปุโรหิต เจ็ด คน ถือ เขา แกะ เจ็ด คัน นำ หน้า หีบ และ ใน วัน ที่ เจ็ด นั้น เจ้า ทั้งหลาย จง เดิน รอบ เมือง เจ็ด ครั้ง ให้ ปุโรหิต เป่า เขา แกะ ไป ด้วย {6:5} และ เมื่อ เขา เป่า เขา แกะ เป็น เสียง ยาว พอ เจ้า ได้ยิน เสียง เขา แกะ นั้น ก็ ให้ ประชาชน ทั้งปวง โห่ ร้อง ขึ้น ด้วย เสียง อัน ดัง กำแพง เมือง นั้น ก็ จะ พัง ลง ราบ และ ประชาชน จะ ขึ้น ไป ทุก คน ต่าง ตรง ไป ข้าง หน้า ตน” {6:6} ฝ่าย โย ชู วา บุตร นูน จึง เรียก ปุโรหิต มา สั่ง ว่า“ จง ยก หีบ พัน ธ สัญญา ขึ้น หาม ไป ให้ ปุโรหิต เจ็ด คน ถือ แตร เขา แกะ เจ็ด คัน เดิน นำ หน้า หีบ แห่ง พระเจ้า” {6:7} และ ท่าน สั่ง ประชาชน ว่า“ จง ออก เดิน รอบ เมือง นั้น ให้ ทหาร ถือ อาวุธ เดิน ข้าง หน้า หีบ แห่ง พระเจ้า” {6:8} เมื่อ โย ชู วา บัญชา แก่ ประชาชน แล้ว ปุโรหิต เจ็ด คน ที่ ถือ เขา แกะ เจ็ด คัน ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ก็ เดิน ข้าง หน้า เป่า เขา แกะ ไป และ มี หีบ พัน ธ สัญญา แห่ง พระเจ้า ตาม เขา มา {6:9} และ ทหาร ถือ อาวุธ เดิน อยู่ หน้า ปุโรหิต ผู้ เป่า เขา แกะ และ กอง ระวัง หลัง ก็ เดิน ตาม หีบ ฝ่าย เขา แกะ นั้น ก็ เป่า อยู่ เรื่อย ไป {6:10} แต่ โย ชู วา บัญชา ประชาชน ว่า“ ท่าน อย่า โห่ ร้อง อย่า ให้ ใคร ได้ยิน เสียง ของ ท่าน อย่า ให้ ถ้อยคำ หลุด ออก จาก ปาก ของ ท่าน ทั้งหลาย เลย จน กว่า จะ ถึง วัน ที่ ข้าพเจ้า บอก ให้ ท่าน โห่ ร้อง ท่าน จึง โห่ ร้อง กัน” {6:11} ท่าน ได้ กระทำ ให้ หีบ แห่ง พระเจ้า เวียน รอบ เมือง ดังนี้ แหละ คือ เวียน รอบ หนึ่ง เที่ยว เขา ก็ กลับ เข้า ค่าย นอน ค้างคืน อยู่ ใน ค่าย นั้น {6:12} โย ชู วา ตื่น ขึ้น แต่ เช้า และ ปุโรหิต ก็ ยก หีบ แห่ง พระเจ้า ขึ้น หาม {6:13} และ ปุโรหิต เจ็ด คน ถือ เขา แกะ เจ็ด คัน เดิน หน้า หีบ แห่ง พระเจ้า เป่า เขา แกะ เรื่อย ไป และ ทหาร ถือ อาวุธ ก็ เดิน อยู่ ข้าง หน้า เขา และ กอง ระวัง หลัง ก็ เดิน อยู่ ข้าง หลัง หีบ แห่ง พระเจ้า ฝ่าย เขา แกะ ก็ เป่า เรื่อย ไป {6:14} และ ใน วัน ที่ สอง เขา ก็ เดิน รอบ เมือง นั้น ครั้ง หนึ่ง แล้ว กลับ เข้า ค่าย อีก เขา ทำ เช่น นี้ อยู่ หก วัน {6:15} ใน วัน ที่ เจ็ด เขา ลุก ขึ้น แต่ เช้าตรู่ เดิน กระบวน รอบ เมือง อย่าง เคย เจ็ด ครั้ง เฉพาะ วัน เดียว นั้น เขา ได้ เดิน กระบวน รอบ เมือง เจ็ด ครั้ง {6:16} ใน ครั้ง ที่ เจ็ด เมื่อ ปุโรหิต เป่า เขา แกะ โย ชู วาบ อก แก่ ประชาชน ว่า“ จง โห่ ร้อง ขึ้น เถิด เพราะ พระเจ้า ทรง มอบ เมือง ให้ แก่ ท่าน แล้ว {6:17} เมือง นั้น และ สารพัด ใน เมือง นั้น เป็น ของ ที่ ต้อง ทำลาย ถวาย แด่ พระเจ้า เว้น แต่ รา หับ หญิง โสเภณี กับ คน ทั้งหลาย ที่ อยู่ ใน เรือน ของ นาง จะ รอดชีวิต เพราะ ว่า นาง ได้ ซ่อน ผู้ สื่อสาร ที่ พวก เรา ใช้ ไป {6:18} แต่ ส่วน ท่าน ทั้งหลาย จง ห่าง ไกล จาก ของ ที่ ต้อง ทำลาย ถวาย นั้น เกรง ว่า เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย ได้ ถวาย สิ่ง เหล่า นั้น แล้ว ท่าน จะ เก็บ สิ่ง ที่ ถวาย แล้ว นั้น ไว้ บ้าง ก็ จะ ทำให้ ค่าย ของ คน อิสราเอล เป็น สิ่ง ที่ ต้อง ทำลาย และ นำ ความ ทุกข์ ลำบาก มา สู่ {6:19} แต่ บรรดา เงิน และ ทอง และ เครื่อง ใช้ ที่ ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ และ เหล็ก เป็น ของ ถวาย แด่ พระเจ้า ให้ นำ เข้า ไป ไว้ ใน คลัง ของ พระเจ้า” {6:20} เหตุ ฉะนั้น ประชาชน ก็ โห่ ร้อง และ แตร ก็ เป่า พอ ประชาชน ได้ยิน เสียง เขา แกะ เขา ก็ โห่ ร้อง ดัง และ กำแพง ก็ พัง ลง ราบ ประชาชน จึง ขึ้น ไป ใน เมือง ทุก คน ต่าง ตรง ไป ข้าง หน้า ตน และ เข้า ยึด เมือง นั้น {6:21} แล้ว เขา ก็ ทำลาย สารพัด ที่ อยู่ ใน เมือง นั้น เสีย สิ้น ด้วย คม ดาบ ทั้ง ชาย และ หญิง หนุ่ม และ แก่ ทั้ง วัว แกะ และ ลา {6:22} โย ชู วา จึง สั่ง ชาย สอง คน ผู้ ที่ ไป สอดแนม แผ่นดิน นั้น ว่า“ จง เข้า ไป ใน เรือน ของ หญิง โสเภณี และ นำ หญิง นั้น กับ สารพัด ซึ่ง หญิง นั้น มี อยู่ ออก มา ดัง ที่ ท่าน ได้ ปฏิญาณ แก่ นาง ไว้” {6:23} ดังนั้น ชาย หนุ่ม ที่ เป็น ผู้ สอดแนม ก็ เข้า ไป นำ รา หับ ออก มา กับ บิดา มารดา และ พี่น้อง ผู้ชาย และ สารพัด ซึ่ง เป็น ของ นาง และ เขา นำ ญาติ พี่น้อง ทั้งหมด ของ นาง ออก มา ให้ ไป พัก อยู่ นอก ค่าย ของ อิสราเอล {6:24} ส่วน เมือง นั้น เขา ก็ จุด ไฟ เผา เสีย ทั้ง สารพัด ที่ อยู่ ใน เมือง นั้น นอกจาก เงิน และ ทอง และ เครื่อง ใช้ ที่ ทำ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ และ ด้วย เหล็ก นั้น เขา นำ มา ไว้ ใน คลัง ใน พระ นิเวศ ของ พระเจ้า {6:25} ส่วน รา หับ หญิง โสเภณี และ ครอบครัว บิดา ของ นาง และ สารพัด ที่ เป็น ของ นาง โย ชู วา ได้ ไว้ ชีวิต และ นาง ก็ อาศัย อยู่ ใน อิสราเอล จน ทุก วัน นี้ เพราะ ว่า นาง ซ่อน ผู้ สื่อสาร ซึ่ง โย ชู วา ส่ง ไป สอดแนม เมือง เย รี โค {6:26} ใน คราว นั้น โย ชู วา ให้ คน ทั้งหลาย สาบาน ว่า ผู้ ใด ที่ ลุก ขึ้น สร้าง เมือง นี้ ใหม่ คือ เมือง เย รี โค ก็ ให้ ผู้ นั้น ได้ รับ คำ สาปแช่ง เฉพาะ พระ พักตร์ พระเจ้า ผู้ ใด วาง ราก ลง ก็ ให้ ผู้ นั้น เสีย บุตร หัว ปี ผู้ ใด ตั้ง ประตู เมืองขึ้น ก็ ให้ เสีย บุตร สุด ท้อง {6:27} ดังนั้น แหละ พระเจ้า ทรง สถิต อยู่ กับ โย ชู วา และ ชื่อเสียง ของ ท่าน เลื่องลือ ไป ตลอด แผ่นดิน {i7:1} บาป ของ อา คาน {7:1} แต่ คน อิสราเอล ได้ ละเมิด ใน เรื่อง ของ ต้อง ถวาย นั้น เพราะ อา คาน บุตร คา ร มี ผู้ เป็น บุตร ศับ ดี ผู้ เป็น บุตร เศ- ราห์ เผ่า ยูดาห์ ได้ นำ ของ ถวาย บาง ส่วน ไป เป็น ของ ตน และ พระ พิโรธ ของ พระเจ้า ก็ พลุ่ง ขึ้น ต่อ คน อิสราเอล {7:2} ฝ่าย โย ชู วา ให้ คน ออก จาก เย รี โค ไป ยัง เมือง อัย ซึ่ง อยู่ ใกล้ เบธา เวน ข้าง ทิศ ตะวัน ออก ของ เมือง เบธ เอ ลบ อก เขา ว่า“ จง ขึ้น ไป และ สอดแนม ดู เมือง นั้น” คน เหล่า นั้น ก็ ขึ้น ไป และ สอดแนม ดู ที่ เมือง อัย {7:3} และ เขา กลับ มา รายงาน แก่ โย ชู วา ว่า“ ไม่ ต้อง ให้ ประชาชน ทั้งหมด ขึ้น ไป ให้ สัก สอง สาม พัน คน ขึ้น ไป ตี เมือง อัย ก็ พอ ไม่ ต้อง ให้ ประชาชน ทั้งหมด ปีนป่าย ไป ที่ นั่น เลย เพราะ เขา มี คน น้อย” {7:4} เพราะ ฉะนั้น จึง มี ประชาชน ขึ้น ไป ที่ นั่น เพียง สาม พัน คน แต่ ต้อง แตก หนี จาก ชาว เมือง อัย {7:5} ฝ่าย ชาว เมือง อัย ก็ ฆ่า ฟัน คน เหล่า นั้น ตาย ประมาณ สาม สิบ หก คน โดย ขับ ไล่ คน เหล่า นั้น จาก ประตู เมือง ไป ยัง เช บา ริม ฟัน เขา ตาม ทาง ลง และ จิตใจ ของ ประชาชน ก็ แหลกเหลว ไป อย่าง น้ำ {7:6} ฝ่าย โย ชู วา ก็ ฉีก เสื้อ ผ้า ของ ตน ซบ หน้า ลง ถึง ดิน หน้า หีบ แห่ง พระเจ้า จน ถึง เวลา เย็น ทั้ง ท่าน กับ พวก ผู้ใหญ่ ของ คน อิสราเอล ต่าง ก็ เอา ผง คลี ดิน ใส่ ศีรษะ ของ ตน {7:7} โย ชู วาก ราบ ทูล ว่า“ ข้า แต่ พระ เยโฮวาห์ เจ้า เป็น ไฉน พระองค์ จึง ทรง นำ ชน ชาติ นี้ ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน มา เพื่อ จะ มอบ เรา ทั้งหลาย ไว้ ใน มือ ของ คน อา โม ไรต์ ให้ ทำลาย เสีย พวก ข้า พระองค์ มี ความ เสียดาย ที่ ไม่ พอใจ อยู่ เพียง ฟาก ตะวัน ออก ของ จอร์แดน {7:8} ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ข้า พระองค์ จะ ทูล ประการ ใด ได้ เล่า เมื่อ อิสราเอล หัน หลัง หนี ศัตรู เสีย แล้ว {7:9} เพราะ ว่า คน คา นา อัน กับ บรรดา ชาว เมือง คง จะ ได้ยิน แล้ว คง จะ ยก มา ตั้ง ล้อม พวก ข้า พระองค์ และ ตัด ชื่อ ของ บรรดา ข้า พระองค์ เสีย จาก โลก และ พระองค์ จะ ทรง กระทำ ประการ ใด เพื่อ พระ นาม อัน ยิ่งใหญ่ ของ พระองค์” {7:10} ฝ่าย พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา ว่า“ จง ลุก ขึ้น เถิด ไฉน เจ้า จึง ซบ หน้า ลง ดังนี้ เล่า {7:11} คน อิสราเอล ได้ กระทำ บาป เขา ได้ ละเมิด พัน ธ สัญญา ซึ่ง เรา ได้ บัญชา เขา ไว้ เขา ได้ ยักยอก ของ ที่ ต้อง ถวาย เขา ได้ ขโมย และ ปิดบัง และ ได้ เอา ของ รวม ไว้ กับข้าว ของ ของ ตน {7:12} เพราะ ฉะนั้น คน อิสราเอล จึง ยืนหยัด ต่อสู้ ศัตรู ของ ตน ไม่ ได้ ได้ หัน หลัง หนี ศัตรู เพราะ เขา กลาย เป็น สิ่ง ที่ ต้อง ถูก ทำลาย เรา จะ ไม่ อยู่ กับ เจ้า ทั้งหลาย อีก ต่อ ไป เว้น แต่ เจ้า จะ ทำลาย สิ่งของ ที่ ต้อง ถวาย เหล่า นั้น เสีย จาก ท่ามกลาง พวก เจ้า {7:13} จง ลุก ขึ้น ชำระ ประชาชน ให้ บริสุทธิ์ และ กล่าว ว่า‘ จง ชำระ ตัว เสีย เพื่อ วัน พรุ่งนี้ เพราะ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ คน อิสราเอล กล่าว เช่น นี้ ว่า“ โอ อิสราเอล เอ๋ย มี สิ่งของ ที่ ต้อง ถวาย อยู่ ใน หมู่ พวก เจ้า เจ้า จะ ยืนหยัด ต่อสู้ ศัตรู ของ เจ้า ไม่ ได้ จน กว่า เจ้า จะ นำ สิ่งของ ที่ ต้อง ถวาย นั้น ออก เสีย จาก หมู่ พวก เจ้า” {7:14} พอ รุ่งเช้า เจ้า ทั้งหลาย จง เข้า มา ที ละ เผ่า เผ่า ใด ที่ พระเจ้า ทรง เลือก จับ ไว้ ก็ ต้อง เข้า มา ที ละ ตระกูล ตระกูล ใด ที่ พระเจ้า ทรง เลือก จับ ไว้ ก็ ให้ เข้า มา ที ละ ครอบครัว ครอบครัว ใด ที่ พระเจ้า ทรง เลือก จับ ไว้ ก็ ให้ เข้า มา ที ละ คน {7:15} ผู้ ใด ถูก จับ ว่า มี ของ ต้อง ถวาย ก็ ต้อง ถูก เผา เสีย ด้วย ไฟ ทั้ง ตัว เขา และ สารพัด ที่ เป็น ของ เขา เพราะ เขา ได้ ละเมิด พัน ธ สัญญา ของ พระเจ้า และ เพราะ เขา ได้ กระทำ สิ่ง ที่ น่า อาย ใน อิสราเอล’” {7:16} โย ชู วา จึง ลุก ขึ้น แต่ เช้าตรู่ และ นำ คน อิสราเอล เข้า มา ที ละ เผ่า และ พระเจ้า ทรง เลือก เผ่า ยูดาห์ {7:17} จึง นำ ตระกูล ใน เผ่า ยูดาห์ เข้า มา และ ตระกูล เศ- ราห์ ถูก ทรง เลือก แล้ว จึง นำ ตระกูล เศ- ราห์ มา ที ละ คน และ ศับ ดี ถูก ทรง เลือก {7:18} และ นำ ครอบครัว ของ ท่าน เข้า มา ที ละ คน และ คน ที่ ถูก ทรง เลือก คือ อา คาน บุตร คา ร มี ผู้ เป็น บุตร ศับ ดี ผู้ เป็น บุตร เศ- ราห์เผ่ายูดาห์ {7:19} ฝ่าย โย ชู วา จึง กล่าว แก่ อา คาน ว่า“ ลูก เอ๋ย จง ถวาย พระ สิริ แด่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล และ ถวาย สรรเสริญ แด่ พระองค์ จง บอก ข้า มา ว่า เจ้า ได้ กระทำ อะไร ไป อย่า ปิดบัง ไว้ จาก ข้า เลย” {7:20} และ อา คาน ตอบ โย ชู วา ว่า“ เป็น ความ จริง แล้ว ที่ ข้าพเจ้า ได้ กระทำ บาป ต่อ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล ข้าพเจ้า ได้ กระทำ ดังนี้ {7:21} ใน หมู่ ของ ที่ ริบ มา ข้าพเจ้า ได้ เห็น เสื้อ คลุม งาม ตัว หนึ่ง ของ เมือง บาบิโลน กับ เงิน สอง ร้อย เชเขล และ ทองคำ แท่ง หนึ่ง หนัก ห้า สิบ เชเขล ข้าพเจ้า ก็ โลภ อยาก ได้ ของ เหล่า นั้น ข้าพเจ้า จึง เอา มา ดู เถิด ของ เหล่า นั้น ซ่อน อยู่ ใต้ ดิน ใน เต็นท์ ของ ข้าพเจ้า เงิน นั้น อยู่ ข้าง ล่าง” {7:22} ฝ่าย โย ชู วา ก็ ให้ ผู้ สื่อสาร ออก ไป และ เขา ทั้งหลาย ก็ วิ่ง ไป ที่ เต็นท์ ดู เถิด ของ นั้น ฝัง อยู่ ภายใน เต็นท์ ของ เขา มี เงิน อยู่ ข้าง ล่าง {7:23} เขา ก็ เอา ออก มา จาก เต็นท์ นำ ไป ให้ โย ชู วา และ คน อิสราเอล ทั้งปวง แล้ว เขา ก็ วาง ของ เหล่า นั้น ลง ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า {7:24} และ โย ชู วา กับ บรรดา คน อิสราเอล จึง พา อา คาน บุตร เศ- ราห์ พร้อม กับ เงิน เสื้อ คลุม ตัว นั้น และ ทอง แท่ง นั้น ทั้ง บุตร ชาย หญิง ของ เขา ทั้ง วัว ลา แพะ แกะ และ เต็นท์ ของ เขา ทุก สิ่ง ที่ เขา มี อยู่ และ นำ คน กับ ของ ทั้งหมด ขึ้น ไป ยัง หุบเขา อา โคร์ {7:25} และ โย ชู วา กล่าว ว่า“ ทำไม เจ้า จึง นำ ความ ยาก ร้าย มา ให้ เรา พระเจ้า ทรง นำ ความ ยาก ร้าย มา ถึง เจ้า ใน วัน นี้” และ บรรดา คน อิสราเอล ก็ เอา หิน ขว้าง เขา ให้ ตาย เผา เขา ทั้งหลาย ด้วย ไฟ และ ขว้าง เขา ด้วย ก้อน หิน {7:26} แล้ว เอา หิน ถม กอง ทับ เขา ไว้ เป็น กอง ใหญ่ ยัง อยู่ จน ทุก วัน นี้ และ พระเจ้า ก็ ทรง หัน กลับ จาก พระ พิโรธ อัน แรง กล้า ของ พระองค์ เพราะ ฉะนั้น จน ถึง ทุก วัน นี้ เขา ยัง เรียก ที่ นั้น ว่า หุบเขา อา โคร์ {i8:1} การ เข้า ยึด และ การ ทำลาย เมือง อัย {8:1} พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา ว่า“ อย่า กลัว หรือ ขยาด เลย จง นำ ทหาร ทั้งหมด ไป กับ เจ้า ลุก ขึ้น ไป ยัง เมือง อัย เถิด ดู แน่ะ เรา ได้ มอบ กษัตริย์ เมือง อัย ไว้ ใน มือ เจ้า แล้ว พร้อม ทั้ง ประชาชน ของ เขา เมือง ของ เขา และ แผ่นดิน ของ เขา ด้วย {8:2} เจ้า จง กระทำ แก่ เมือง อัย และ กษัตริย์ ของ เมือง นั้น เช่น เดียว กับ ที่ เจ้า กระทำ กับ เมือง เย รี โค และ กษัตริย์ ของ เมือง นั้น แต่ ข้าวของ และ สัตว์ ที่ ริบ มา นั้น ตก เป็น ของ เจ้า ได้ จง ตั้ง ซุ่ม ไว้ ที่ ข้าง หลัง เมือง” {8:3} โย ชู วา จึง ลุก ขึ้น พร้อม กับ ทหาร ไป ยัง เมือง อัย และ โย ชู วา ได้ คัด ทแกล้ว ทหาร สาม หมื่น คน ให้ ยก ไป ใน เวลา กลางคืน {8:4} และ ท่าน บัญชา เขา ว่า“ ดู เถิด ท่าน จง ซุ่ม อยู่ ข้าง หลัง เมือง อย่า ให้ ห่าง ไกล จาก เมือง นัก และ ให้ เตรียม ตัว ไว้ พร้อม ทุก คน {8:5} ส่วนตัว เรา และ ประชาชน ทั้งหมด ที่ อยู่ กับ เรา จะ เข้า ไป ถึง ตัว เมือง และ เมื่อ เขา ออก มา ต่อสู้ เรา อย่าง คราว ก่อน เรา ก็ จะ ถอย หนี จาก เขา {8:6} เขา จะ ตาม เรา ออก มา จน เรา จะ ได้ ลวง เขา ให้ ออก มา ห่าง จาก ตัว เมือง เพราะ เขา จะ พูด ว่า‘ เขา ทั้งหลาย กำลัง หนี จาก เรา อย่าง คราว ก่อน’ ฉะนี้ เรา จะ หนี เขา เรื่อย มา {8:7} แล้ว ท่าน ทั้งหลาย จง ลุก จาก ที่ ซุ่ม ซ่อน เข้า ยึด เมือง นั้น ไว้ เพราะ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน จะ ทรง มอบ เมือง นั้น ไว้ ใน มือ ท่าน แล้ว {8:8} และ เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย เข้า ยึด เมือง ได้ แล้ว ท่าน จง จุด ไฟ เผา เมือง เสีย จง กระทำ ตาม ที่ พระเจ้า ตรัส สั่ง ดู แน่ะ ข้าพเจ้า ได้ บัญชา ท่าน ไว้ แล้ว” {8:9} แล้ว โย ชู วา ก็ ให้ เขา ไป เขา ก็ ออก ไป ยัง ที่ ซุ่ม อยู่ ระหว่าง เบธเอลกับเมืองอัย ทาง ทิศ ตะวัน ตก ของ เมือง อัย แต่ คืน วัน นั้น โย ชู วา นอน ค้าง อยู่ กับ ประชาชน {8:10} โย ชู วา ตื่น ขึ้น แต่ เช้าตรู่ ก็ ออก ตรวจ พล แล้ว ขึ้น ไป พร้อม กับ พวก ผู้ใหญ่ ของ อิสราเอล นำ หน้า พล ไป เมือง อัย {8:11} ทหาร ที่ อยู่ กับ ท่าน ทุก คน ก็ ขึ้น ไป แล้ว รุก ใกล้ ตัว เมือง เข้า ไป และ ตั้ง ค่าย อยู่ ด้าน เหนือ ของ เมือง อัย มี ห้วย คั่น ระหว่าง เขา กับ เมือง อัย {8:12} และ ท่าน จัด คน ประมาณ ห้า พัน คน ให้ เขา แอบ ซุ่ม อยู่ ระหว่าง เมือง เบธเอลกับเมืองอัย ทาง ทิศ ตะวัน ตก ของ ตัว เมือง {8:13} ดังนั้น เขา ทั้งหลาย ก็ วาง กำลัง รบ ให้ กอง หลวง อยู่ ด้าน เหนือ ของ เมือง และ กอง ระวัง หลัง อยู่ ด้าน ตะวัน ตก ของ เมือง ใน คืน วัน นั้น โย ชู วา นอน อยู่ ใน หุบเขา {8:14} เมื่อ กษัตริย์ เมือง อัย เห็น ดังนั้น ชาว เมือง ก็ ลุก ขึ้น แต่ เช้าตรู่ ออก ไป สู้ รบ กับ อิสราเอล ณ ที่ ปะทะ กัน หน้า อา รา บาห์ ทั้ง ท่าน และ ประชาชน ทั้งหมด ของ ท่าน แต่ ท่าน ไม่ ทราบ ว่า มี กอง ซุ่ม คอย อยู่ ต่อสู้ ท่าน ข้าง หลัง เมือง {8:15} โย ชู วา จึง แสร้ง ทำ เป็น แพ้ ฝีมือ ของ เขา แล้ว หนี ตรง ไป ยัง ทาง ถิ่น ทุรกันดาร {8:16} คน ใน เมือง ทั้งหมด ก็ ถูก เรียก ให้ ตาม ออก ไป เมื่อ เขา ไล่ ตาม โย ชู วา ไป นั้น เขา ก็ ออก ห่าง จาก เมือง ไป ทุกที {8:17} ไม่ มี ชาย สัก คน หนึ่ง ที่ เหลือ อยู่ ใน เมือง อัยหรือเมืองเบธเอล ที่ มิ ได้ ออก ไป ไล่ ตาม อิสราเอล เขา ปล่อย ให้ เมือง เปิด อยู่ ไล่ ตาม อิสราเอล ไป {8:18} แล้ว พระเจ้า ตรัส สั่ง โย ชู วา ว่า“ จง ยื่น หอก ซึ่ง อยู่ ใน มือ ของ เจ้า ออก ตรง ไป ยัง เมือง อัย เพราะ เรา จะ มอบ เมือง นั้น ไว้ ใน มือ ของ เจ้า” แล้ว โย ชู วา ก็ ยื่น หอก ซึ่ง อยู่ ใน มือ ออก ไป ยัง เมือง นั้น {8:19} ทหาร ที่ ซุ่ม อยู่ ก็ ลุก ออก จาก ที่ ซ่อน อย่าง รวดเร็ว พอ โย ชู วา ยื่น มือ ของ ท่าน ออก ทหาร ก็ วิ่ง ตรง เข้า ไป ใน เมือง และ ยึด เมือง ไว้ แล้ว เขา ก็ รีบ จุด ไฟ เผา เมือง {8:20} เมื่อ ชาว เมือง อัย เหลียว หลัง มา ดู ดู เถิด ควัน ไฟ ที่ ไหม้ เมือง พลุ่ง ขึ้น ไป ยัง ท้อง ฟ้า เขา ก็ หมด กำลัง ที่ จะ หนี ไป ทาง นี้ หรือ ทาง นั้น เพราะ ว่า ประชาชน ที่ หนี ไป ทาง ถิ่น ทุรกันดาร หัน กลับ มา ต่อสู้ กับ ผู้ ที่ ไล่ ตาม {8:21} และ เมื่อ โย ชู วา กับ บรรดา อิสราเอล เห็น ว่า กอง ซุ่ม ยึด เมือง ได้ แล้ว และ ควัน ไฟ ที่ ไหม้ เมือง พลุ่ง ขึ้น เขา ก็ หัน กลับ มา โจมตี ชาว เมือง อัย {8:22} คน อื่นๆ ก็ ออก มา จาก เมือง สู้ รบ กับ เขา กระทำ ให้ เขา อยู่ ระหว่าง กลาง อิสราเอล ผู้ อยู่ ข้าง นี้ บ้าง ข้าง โน้น บ้าง และ คน อิสราเอล ก็ โจมตี เขา จน ไม่ มี สัก คน หนึ่ง รอดชีวิต หรือ หนี ไป ได้ {8:23} แต่ กษัตริย์ เมือง อัย ยัง เป็นอยู่ ได้ ถูก จับ และ คุม ตัว มา หา โย ชู วา {8:24} เมื่อ อิสราเอล ไล่ ฆ่า ฟัน ชาว เมือง อัย ใน ทุ่ง ใน ถิ่น ทุรกันดาร ที่ เขา ไล่ ตาม ไป นั้น และ คน เหล่า นั้น ล้ม ตาย หมด ด้วย ดาบ จน คน สุดท้าย บรรดา คน อิสราเอล ก็ กลับ เข้า เมือง อัย โจมตี คน ใน เมือง ด้วย คม ดาบ {8:25} คน ที่ ล้ม ตาย ทั้งหมด วัน นั้น ทั้ง ชาย และ หญิง จำนวน หมื่น สอง พัน คน คือ ชาว เมือง อัยทั้งหมด {8:26} เพราะ โย ชู วา มิ ได้ หด มือ ที่ ถือ หอก ยื่น อยู่ นั้น จน กว่า จะ ได้ ผลาญ ชาว เมือง อัยพินาศสิ้น {8:27} แต่ คน อิสราเอล ได้ ริบ เอา ฝูง สัตว์ และ ข้าวของ ของ เมือง นั้น เป็น ของ ตน ตาม พระ วจนะ ของ พระเจ้า ซึ่ง ทรง บัญชา ไว้ กับ โย ชู วา {8:28} ดังนี้ แหละ โย ชู วา จึง เผา เมือง อัย เสีย กระทำ ให้ เป็น กอง เมือง ร้าง อยู่ เป็น นิตย์ จน ถึง ทุก วัน นี้ {8:29} และ ท่าน แขวน กษัตริย์ เมือง อัย ไว้ ที่ ต้นไม้ จน ถึง เวลา เย็น เมื่อ ดวง อาทิตย์ ตก โย ชู วา จึง บัญชา และ เขา ก็ ปลด ศพ ลง จาก ต้นไม้ นำ ไป ทิ้ง ไว้ ที่ ทาง เข้า ประตู เมือง แล้ว เอา หิน ถม ทับ ไว้ เป็น กอง ใหญ่ ซึ่ง ยัง อยู่ จน ทุก วัน นี้ {i8:30} เขียน ธรรม บัญญัติ ที่ ภูเขา เอ บาล {8:30} แล้ว โย ชู วา ได้ สร้าง แท่น บูชา ใน ภูเขา เอ บาล ถวาย แด่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล {8:31} ดัง ที่ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า บัญชา ประชาชน อิสราเอล ตาม ที่ จารึก ไว้ ใน หนังสือ ธรรม บัญญัติ ของ โมเสส ว่า“ แท่น บูชา ทำ ด้วย หิน มิ ได้ ตกแต่ง ซึ่ง ไม่ มี ผู้ ใด ใช้ เครื่องมือ เหล็ก ถูกต้อง เลย” แล้ว เขา ก็ ถวาย เครื่อง เผา บูชา แด่ พระเจ้า บน แท่น นั้น และ ถวาย ศานติ บูชา {8:32} ณ ที่ นั้น ท่าน เขียน ธรรม บัญญัติ ของ โมเสส บน หิน ต่อ หน้า ประชาชน อิสราเอล ซึ่ง เป็น สิ่ง ที่ โมเสส ได้ เขียน ไว้ {8:33} คน อิสราเอล ทั้งหมด ทั้งคน ต่าง ด้าว และ คน ที่ เกิด ใน อิสราเอล พร้อม ทั้ง ผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่ และ ผู้พิพากษา ยืน อยู่ ทั้ง สอง ข้าง ของ หีบ ต่อ หน้า คน เล วี ที่ เป็น ปุโรหิต ผู้ ที่ หาม หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระเจ้า ครึ่ง หนึ่ง ยืน อยู่ ข้าง หน้า ภูเขา เก ริ ซิม อีก ครึ่ง หนึ่ง ข้าง หน้า ภูเขา เอ บาล ดัง ที่ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ได้ บัญชา ไว้ ใน ครั้ง แรก ให้ เขา ทั้งหลาย อวยพร แก่ คน อิสราเอล {8:34} ภายหลัง ท่าน จึง อ่าน ถ้อยคำ ใน ธรรม บัญญัติ เป็น คำ อวยพร และ คำ แช่ง สาป ตาม ที่ มี จารึก ไว้ ใน หนังสือ ธรรม บัญญัติ ทุก ประการ {8:35} ไม่ มี คำ ซึ่ง โมเสส ได้ บัญชา ไว้ สัก คำ เดียว ที่ โย ชู วา มิ ได้ อ่าน ต่อ หน้า ประชุม ชน อิสราเอล ผู้หญิง กับ เด็กๆ และ คน ต่าง ด้าว อยู่ ใน หมู่ พวก เขา {i9:1} เล่ห์ ลวง ของ ชาว กิเบโอน {9:1} เมื่อ กษัตริย์ ที่ อยู่ ฟาก ตะวัน ตก ของ แม่น้ำ จอร์แดน คือ ที่ อยู่ ใน แดน เทือกเขา และ ใน ที่ เนิน เชเฟลาห์ และ ตาม ฝั่ง ทะเล ใหญ่ จน ถึง ภูเขา เลบานอน เป็น คน ฮิต ไทต์ คน อา โม ไรต์ คน คา นา อัน คน เปริสซีคนฮีไวต์ และ คน เย บุ ส ได้ยิน ข่าว นี้ {9:2} จึง พร้อมใจ ร่วม กำลัง กัน จะ ต่อสู้ โย ชู วา และ อิสราเอล {9:3} แต่ เมื่อ ชาว กิเบ โอน ได้ยิน ข่าว การ ซึ่ง โย ชู วา กระทำ แก่ เมือง เย รี โค และ เมือง อัย {9:4} ฝ่าย เขา จึง ทำ อย่าง ฉลาด ทำ เป็น ทูต เอา กระสอบ ขาดๆ บรรทุก บน ลา ของ เขา กับ ถุง หนัง ที่ เก่า ขาด และ ปะ ไว้ บรรจุ เหล้า องุ่น {9:5} สวม รองเท้า เก่า และ ปะ ไว้ และ สวม เสื้อ ผ้า เก่า ส่วน เสบียง อาหาร ก็ แห้ง มี รา ขึ้น {9:6} เขา เดินทาง มา หา โย ชู วา ที่ ค่าย ณเมืองกิล กาล กล่าว แก่ ท่าน และ คน อิสราเอล ว่า“ พวก ข้าพเจ้า มา จาก ประเทศ ที่ ห่าง ไกล ขอ ทำ พัน ธ สัญญา กับ พวก ข้าพเจ้า เถิด” {9:7} แต่ คน อิสราเอล กล่าว แก่ คน ฮีไวต์ เหล่า นั้น ว่า“ ชะรอย เจ้า อาศัย อยู่ ใน หมู่ พวก เรา เรา จะ ทำ พัน ธ สัญญา กับ เจ้า ได้ อย่างไร” {9:8} เขา กล่าว แก่ โย ชู วา ว่า“ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เป็น ผู้ รับใช้ ของ ท่าน” และ โย ชู วา กล่าว แก่ เขา ว่า“ พวก เจ้า เป็น ใคร กัน และ มา จาก ที่ไหน” {9:9} เขา ตอบ ท่าน ว่า“ เนื่อง ด้วย พระ นาม อุโฆษ แห่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ผู้ รับใช้ ของ ท่าน มา จาก ประเทศ ที่ ไกล มาก เรา ได้ ทราบ ถึง กิตติศัพท์ ของ พระองค์ และ ถึง บรรดา พระ ราชกิจ ที่ พระองค์ ทรง กระทำ ใน อียิปต์ {9:10} และ ได้ ทราบ ถึง บรรดา สิ่ง ที่ พระองค์ ทรง กระทำ ต่อ กษัตริย์ คน อา โม ไรต์ ทั้ง สอง พระองค์ ผู้ อยู่ ทาง ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน คือ สิ โหน กษัตริย์ เมือง เฮ ชโบน และ โอก กษัตริย์ แคว้น บา ชาน ผู้ อยู่ ที่ อัชทาโรท {9:11} เหตุ ฉะนี้ พวก ผู้ใหญ่ และ ชาว เมือง ทั้งหลาย ของ เมือง ข้าพเจ้า ได้ กล่าว แก่ พวก ข้าพเจ้า ว่า‘ จง เอา เสบียง สำหรับ เดินทาง ไป หา พวก เขา เรียน เขา ว่า“ พวก ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เป็น ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ขอ ทำ พัน ธ สัญญา กับ พวก ข้าพเจ้า เถิด”’ {9:12} ขนม ปัง ของ พวก ข้าพเจ้า นี้ ใน วัน ที่ ข้าพเจ้า ออก มา หา ท่าน ข้าพเจ้า เอา ออก จาก บ้าน เมื่อ ยัง ร้อนๆ อยู่ เพื่อ ใช้ เป็น อาหาร รับประทาน ตาม ทาง แต่ บัดนี้ ดู เถิด แห้ง และ รา ขึ้น แล้ว {9:13} ถุง นี้ เมื่อ ข้าพเจ้า เติม เหล้า องุ่น ก็ ยัง ใหม่ อยู่ แต่ ดู เถิด มัน ขาด ออก เสื้อ ผ้า และ รองเท้า ของ ข้าพเจ้า ก็ เก่า เพราะ หนทาง ไกล มาก” {9:14} ฝ่าย คน เหล่า นั้น ก็ รับ เสบียง ของ เขา บ้าง แต่ หา ได้ ทูล ขอ การ แนะนำ จาก พระเจ้า ไม่ {9:15} และ โย ชู วา ก็ กระทำ สัญญา ศานติ ภาพ กับ เขา และ ทำ พัน ธ สัญญา กับ เขา ให้ ไว้ ชีวิต พวก เขา และ บรรดา ประมุข ของ ชุมนุมชน ก็ สาบาน ต่อ เขา {9:16} เมื่อ ได้ กระทำ พัน ธ สัญญา กับ เขา ล่วง มา ได้ สาม วัน ก็ ได้ยิน ว่า พวก เหล่า นั้น เป็น ชาว เมือง อยู่ ใน หมู่ พวก ตน {9:17} และ คน อิสราเอล ก็ ออก เดิน ไป ถึง เมือง ของ เขา ใน วัน ที่ สาม เมือง ของ เขา นั้น คือ เมือง กิเบโอนเคฟีราห์เบ เอ โรท และ คีริยาท เย อา ริม {9:18} แต่ คน อิสราเอล ไม่ ได้ ฆ่า เขา เพราะ ว่า บรรดา ประมุข ของ ชุมนุมชน ได้ ปฏิญาณ ต่อ เขา ใน พระ นาม พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล แล้ว ชุมนุมชน ก็ บ่น ต่อว่า พวก ประมุข {9:19} แต่ บรรดา ประมุข ได้ กล่าว แก่ ชุมนุมชน ทั้งปวง ว่า“ เรา ได้ ปฏิญาณ ต่อ เขา ใน พระ นาม พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล เหตุ ฉะนี้ เรา จะ แตะ ต้อง เขา ไม่ ได้ {9:20} เรา ต้อง กระทำ แก่ เขา อย่าง นั้น โดย ให้ เขา มี ชีวิต อยู่ ได้ เกรง ว่า พระ พิโรธ จะ ตกลง เหนือ เรา ตาม คำ สาบาน ซึ่ง เรา ได้ ปฏิญาณ แก่ เขา นั้น” {9:21} และ ประมุข ก็ กล่าว แก่ เขา ทั้งหลาย ว่า“ ให้ เขา มี ชีวิต อยู่ เถิด” เพราะ ฉะนั้น เขา จึง เป็น คน ตัด ฟืน และ เป็น คน ตัก น้ำ ให้ ชุมนุมชน ดัง ที่ ประมุข ได้ บอก เขา ไว้ แล้ว {9:22} โย ชู วา จึง เรียก คน เหล่า นั้น มา และ ท่าน กล่าว แก่ เขา ว่า“ เหตุ ไฉน เจ้า ทั้งหลาย จึง หลอกลวง เรา โดย กล่าว ว่า‘ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย อยู่ ห่าง ไกล จาก ท่าน มาก’ ใน เมื่อ เจ้า ทั้งหลาย อยู่ ท่ามกลาง เรา {9:23} เจ้า ทั้งหลาย ต้อง รับ คำ สาปแช่ง และ พวก เจ้า จะ ไม่ ขาด ที่ ต้อง เป็น ทาส อยู่ บ้าง เป็น คน ตัด ฟืน และ เป็น คน ตัก น้ำ สำหรับ พระ นิเวศ ของ พระเจ้า ของ เรา” {9:24} เขา ทั้งหลาย ตอบ โย ชู วา ว่า“ เพราะ เขา ได้ บอก ผู้ รับใช้ ของ ท่าน อย่าง แน่นอน ว่า พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ได้ บัญชา โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ให้ มอบ แผ่นดิน นี้ ทั้งหมด แก่ ท่าน และ ให้ ทำลาย ชาว แผ่นดิน ให้ พ้น หน้า ท่าน เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ก็ วิตก กลัว ท่าน ทั้งหลาย จะ ทำ อันตราย แก่ ชีวิต ของ ข้าพเจ้า พวก ข้าพเจ้า จึง กระทำ อย่าง นี้ {9:25} ดู เถิด บัดนี้ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย อยู่ ใน กำมือ ของ ท่าน จง กระทำ แก่ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ตาม ที่ ท่าน เห็น ชอบ เห็น ควร เถิด” {9:26} โย ชู วา จึง กระทำ เช่น นั้น คือ ให้ เขา รอด จาก มือ คน อิสราเอล ไม่ ให้ ประหาร ชีวิต เขา เสีย {9:27} ใน วัน นั้น โย ชู วา ได้ ตั้ง เขา ให้ เป็น คน ตัด ฟืน และ คน ตัก น้ำ สำหรับ อิสราเอล และ สำหรับ แท่น บูชา ของ พระเจ้า สืบ มา จน ทุก วัน นี้ ซึ่ง อยู่ ใน สถานที่ ซึ่ง พระองค์ ทรง เลือก {i10:1} คน อา โม ไรต์พ่ายแพ้ {10:1} เมื่อ อา โด นี เซ เดก เจ้า เมือง เยรูซาเล็ม ทราบ ข่าว ว่า โย ชู วา ได้ ยึด เมือง อัย และ ทำลาย เมือง นั้น เสีย อย่าง สิ้นเชิง แล้ว (ท่าน ได้ กระทำ ต่อ เมือง อัย และ กษัตริย์ ของ เมือง นี้ อย่าง เดียว กับ ที่ ได้ กระทำ ต่อ เมือง เย รี โค และ กษัตริย์ ของ เมือง นั้น) และ ทราบ ด้วย ว่า ชาว เมือง กิเบ โอน ได้ กระทำ ศานติ ภาพ กับ อิสราเอล แล้ว {10:2} ท่าน ก็ คร้าม กลัว เป็น อย่าง ยิ่ง เพราะ ว่า กิเบ โอน เป็น เมือง ใหญ่ เสมอ เมืองหลวง และ ใหญ่ กว่า เมือง อัย และ บุรุษ ชาว เมือง นั้น ก็ ล้วน แต่ ฉกรรจ์ {10:3} เหตุ ฉะนี้ อา โด นี เซ เดก เจ้า เมือง เยรูซาเล็ม จึง ให้ ไป หา โฮ ฮัม เจ้า เมือง เฮ โบ รน และ ปิ ราม เจ้า เมือง ยา รมูทและยาเฟีย เจ้า เมือง ลา คีชและเดบีร์ เจ้า เมือง เอก โลน เรียน ว่า {10:4} “ ขอ เชิญ ท่าน มา หา ข้าพเจ้า และ ช่วย ข้าพเจ้า ตี เมือง กิเบ โอน เถิด เพราะ ว่า เมือง นั้น ได้ กระทำ ศานติ ภาพ กับ โย ชู วา และ คน อิสราเอล” {10:5} ฝ่าย กษัตริย์ ของ อา โม ไรต์ ทั้ง ห้า องค์ คือ เจ้า เมือง เยรูซาเล็ม เจ้า เมือง เฮ โบ รน เจ้า เมือง ยา รมูท เจ้า เมือง ลา คีช และ เจ้า เมือง เอก โลน ได้ รวบรวม กำลัง ของ ตน และ ยก ขึ้น ไป พร้อม กับ กองทัพ ทั้งหลาย ตั้ง ค่าย ต่อสู้ เมือง กิเบโอน {10:6} ฝ่าย ชาว เมือง กิเบ โอน จึง ใช้ คน ไป หา โย ชู วา ที่ ค่าย ใน กิล กาล กล่าว ว่า“ ขอ ท่าน อย่า ได้ หย่อน มือ จาก ผู้ รับใช้ ของ ท่าน เลย ขอ เร่ง ขึ้น มา ช่วย ข้าพเจ้า ให้ รอด และ ช่วย ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เพราะ ว่า บรรดา กษัตริย์ ของ คน อา โม ไรต์ ซึ่ง อยู่ ใน แดน เทือกเขา ได้ รวม กำลัง กัน ต่อสู้ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย” {10:7} ฝ่าย โย ชู วา จึง ขึ้น ไป จาก กิล กาล ทั้ง ท่าน และ บรรดา พลรบ ด้วย และ ทแกล้ว ทหาร {10:8} พระเจ้า ตรัส แก่ โย ชู วา ว่า“ อย่า กลัว เขา เลย เพราะ ได้ มอบ เขา ไว้ ใน มือ เจ้า แล้ว จะ ไม่ มี ผู้ ใด ใน พวก เขา สัก คน เดียว ที่ จะ ยืนหยัด ต่อสู้ เจ้า ได้” {10:9} เหตุ ฉะนั้น โย ชู วา ยก เข้า โจมตี พวก นั้น ทันที โดย เดินทาง ตลอด คืน จาก กิลกาล {10:10} พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ เขา สะดุ้ง แตกตื่น ต่อ หน้า พวก อิสราเอล พระองค์ ได้ ทรง ฆ่า เขา เสีย มากมาย ที่ กิเบ โอน และ ไล่ ติดตาม เขา ไป ใน ทาง ที่ ขึ้น ไป ถึง เบธโฮโรน และ ตาม ฆ่า เขา จน ถึง เมือง อา เซ คาห์ และ เมือง มัก เค ดาห์ {10:11} ขณะ เมื่อ เขา หนี ไป ข้าง หน้า พวก อิสราเอล ไป ตาม ทาง เบธโฮโรน นั้น พระเจ้า ทรง โยน ลูกเห็บ ใหญ่ๆ ลง มา จาก ฟ้า ตลอด ถึง เมือง อา เซ คาห์ เขา ทั้งหลาย ก็ ตาย ผู้ ที่ ตาย ด้วย ลูกเห็บ นั้น ก็ มาก กว่า ผู้ ที่ คน อิสราเอล ฆ่า เสีย ด้วย ดาบ {10:12} แล้ว โย ชู วา ก็ กราบ ทูล พระเจ้า ใน วัน ที่ พระเจ้า ทรง มอบ คน อา โม ไรต์ แก่ คน อิสราเอล นั้น และ ท่าน ได้ กล่าว ต่อ หน้า คน อิสราเอล ว่า“ ดวง อาทิตย์ เอ๋ย จง หยุด นิ่ง ตรง เมือง กิเบ โอน และ ดวง จันทร์ เอ๋ย จง หยุด อยู่ ตรง หุบเขา อัยยาโลน” {10:13} ดวง อาทิตย์ ก็ หยุด นิ่ง และ ดวง จันทร์ ก็ ตั้ง เฉย อยู่ จน ประชาชาติ ได้ แก้ แค้น ศัตรู ของ เขา เสร็จ เรื่อง นี้ มิ ได้ จารึก ไว้ ใน หนังสือ ยา ชาร์ ดอก หรือ ดวง อาทิตย์ หยุด นิ่ง อยู่ กลาง ท้อง ฟ้า หา ได้ รีบ ตก ไป ตาม เวลา ประมาณ วัน หนึ่ง ไม่ {10:14} วัน ที่ พระเจ้า ทรง สดับ ฟัง เสียง ของ มนุษย์ อย่าง กับ วัน นั้น ทั้ง ใน สมัย ก่อน หรือ ใน สมัย ต่อ มา ไม่ มี อีก แล้ว เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง ต่อสู้ เพื่อ อิสราเอล {10:15} แล้ว โย ชู วา กับ บรรดา คน อิสราเอล ก็ กลับ มา สู่ ค่าย ที่ กิลกาล {10:16} เจ้า เมือง ทั้ง ห้า นั้น หนี ไป ซ่อน ตัว อยู่ ใน ถ้ำ มัก เค ดาห์ {10:17} มี คน ไป บอก โย ชู วา ว่า“ มี คน พบ เจ้า เมือง ทั้ง ห้า ซ่อน ตัว อยู่ ใน ถ้ำ ที่ มัก เค ดาห์” {10:18} โย ชู วา จึง กล่าว ว่า“ จง กลิ้ง ก้อน หิน ใหญ่ ปิด ปาก ถ้ำ เสีย และ วาง ยาม ให้ เฝ้า รักษา ไว้ {10:19} แต่ ท่าน ทั้งหลาย อย่า คอย อยู่ เลย จง ติดตาม ศัตรู ของ ท่าน เถิด จง เข้า โจมตี กอง ระวัง หลัง อย่า ให้ กลับ เข้า ใน เมือง ของ เขา ได้ เพราะ ว่า พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ได้ มอบ เขา ทั้งหลาย ไว้ ใน มือ ของ ท่าน แล้ว” {10:20} เมื่อ โย ชู วา กับ อิสราเอล ฆ่า พวก เหล่า นั้น เสีย เป็น อัน มาก จน หมด แล้ว ส่วน ผู้ ที่ เหลือ อยู่ ก็ หนี กลับ เข้า ไป ใน เมือง ที่ มี กำแพง ล้อม {10:21} ประชาชน ทั้งปวง ก็ กลับ มา หา โย ชู วา ณ ค่าย ที่ มัก เค ดาห์ โดย สวัสดิภาพ ทุก คน หา มี ผู้ ใด กล้า กระดิก ลิ้น ถึง คน อิสราเอล ต่อ ไป ไม่ {10:22} แล้ว โย ชู วา จึง ว่า“ จง เปิด ปาก ถ้ำ คุม เจ้า เมือง ทั้ง ห้า นั้น ออก จาก ถ้ำ มา หา เรา” {10:23} เขา ก็ กระทำ ตาม จึง คุม เจ้า เมือง ทั้ง ห้า ออก จาก ถ้ำ มา หา ท่าน มี เจ้า เมือง เยรูซาเล็ม เจ้า เมือง เฮ โบ รน เจ้า เมือง ยา รมูท เจ้า เมือง ลา คีช และ เจ้า เมือง เอก โลน {10:24} เมื่อ เขา พา เจ้า เมือง เหล่า นั้น มา ยัง โย ชู วาโย ชู วา จึง เรียก บรรดา คน อิสราเอล มา และ สั่ง หัวหน้า ของ ทหาร ผู้ ที่ ออก ไป รบ พร้อม กับ ท่าน ว่า“ จง เข้า มา ใกล้ เถิด เอา เท้า เหยียบ คอ เจ้า เมือง เหล่า นี้” แล้ว เขา ก็ เข้า มา ใกล้ และ เอา เท้า เหยียบ ที่ คอ {10:25} และ โย ชู วา กล่าว แก่ เขา ว่า“ อย่า กลัว หรือ ขยาด เลย จง เข้มแข็ง และ กล้า หาญ เถิด เพราะ ว่า พระเจ้า จะ ทรง กระทำ แก่ บรรดา ศัตรู ของ ท่าน ซึ่ง ท่าน สู้ รบ อย่าง นี้ แหละ” {10:26} ภายหลัง โย ชู วา ก็ ได้ ประหาร ชีวิต เจ้า เมือง ทั้ง ห้า เสีย แล้ว แขวน ไว้ ที่ ต้นไม้ ห้า ต้น และ แขวน อยู่ บน ต้นไม้ เช่น นั้น จน เวลา เย็น {10:27} แต่ เมื่อ ถึง เวลา ดวง อาทิตย์ ตก โย ชู วา ได้ บัญชา และ เขา ก็ ปลด ศพ ลง จาก ต้นไม้ และ ทิ้ง ไว้ ใน ถ้ำ ซึ่ง เจ้า เมือง เหล่า นั้น ได้ ซ่อน ตัว อยู่ และ เอา หิน ใหญ่ๆ ปิด ปาก ถ้ำ นั้น ไว้ ซึ่ง ยัง อยู่ จน กระทั่ง วัน นี้ {10:28} ใน วัน นั้น โย ชู วา ยึด เมือง มัก เค ดาห์ ได้ ได้ ประหาร เมือง นั้น เสีย ด้วย คม ดาบ ทั้ง เจ้า เมือง ของ เมือง นั้น ท่าน ได้ ทำลาย เขา เสีย อย่าง สิ้นเชิง รวม ทุก ชีวิต ที่ อยู่ ใน เมือง ไม่ มี เหลือ สัก คน เดียว และ ท่าน ได้ กระทำ แก่ เจ้า เมือง มัก เค ดาห์ อย่าง ที่ ท่าน ได้ กระทำ แก่ เจ้า เมือง เย รี โค {10:29} แล้ว โย ชู วา และ บรรดา คน อิสราเอล ก็ ยก กองทัพ จาก เมือง มัก เค ดาห์ มา ถึง ลิบ นาห์ และ เข้า สู้ รบ กับ เมือง ลิบ นาห์ {10:30} พระเจ้า ได้ ทรง มอบ เมือง นั้น และ เจ้า เมือง ไว้ ใน มือ คน อิสราเอล และ ท่าน ได้ ประหาร เมือง นั้น ด้วย คม ดาบ และ ทุก คน ที่ อยู่ ใน เมือง นั้น ท่าน ไม่ ให้ เหลือ สัก คน เดียว ใน เมือง นั้น และ ท่าน ได้ กระทำ ต่อ เจ้า เมือง ของ เมือง นั้น อย่าง ที่ ท่าน ได้ กระทำ ต่อ เจ้า เมือง เย รี โค {10:31} และ โย ชู วา ออก จาก เมือง ลิบ นาห์ พร้อม กับ อิสราเอล ทั้งหมด ไป ยัง ลา คีช แล้ว ล้อม เมือง ไว้ และ เข้า โจมตี เมือง นั้น {10:32} และ พระเจ้า ทรง มอบ เมือง ลา คีช ไว้ ใน มือ คน อิสราเอล และ ท่าน ก็ ได้ ยึด เมือง นั้น ใน วัน ที่ สอง และ ประหาร เสีย ด้วย คม ดาบ ทุก คน ที่ อยู่ ใน เมือง นั้น ดัง ที่ ท่าน ได้ กระทำ แก่ เมือง ลิบ นาห์ {10:33} ครั้ง นั้น โฮ ราม เจ้า เมือง เก เซอร์ ได้ ขึ้น มา ช่วย เมือง ลา คีช และ โย ชู วา ได้ ประหาร เขา และ คน ของ เขา เสีย จน ไม่ เหลือ ให้ เขา สัก คน เดียว {10:34} โย ชู วา กับ คน อิสราเอล ทั้งปวง ได้ ยก ออก จาก ลา คีช ไป ยัง เมือง เอก โลน ได้ เข้า ล้อม และ โจมตี เมือง นั้น {10:35} และ เขา ก็ ตี ได้ ใน วัน ที่ สอง และ ฆ่า ฟัน ทุก คน เสีย ด้วย ดาบ จน ทำลาย เขา เสีย สิ้น ใน วัน นั้น ดัง ที่ ท่าน ได้ กระทำ แก่ เมือง ลา คีช {10:36} โย ชู วา กับ คน อิสราเอล ทั้งปวง ก็ ขึ้น จาก เมือง เอก โลน ไป ยัง เมือง เฮ โบ รน เข้า โจมตี เมือง นั้น {10:37} ยึด เมือง นั้น แล้ว ก็ ประหาร เจ้า เมือง และ ชนบท ของ เมือง นั้น กับ ทุก คน ที่ อยู่ ใน เมือง นั้น เสีย ด้วย คม ดาบ ท่าน ไม่ ให้ เหลือ สัก คน เดียว ดัง ที่ ท่าน ได้ กระทำ ต่อ เมือง เอก โลน และ ได้ ทำลาย เมือง นั้น และ ทุก คน ที่ อยู่ ใน เมือง นั้น เสีย สิ้น {10:38} แล้ว โย ชู วา กับ คน อิสราเอล ทั้งปวง กลับ มา ยัง เมือง เด บีร์ เข้า โจมตี เมือง นั้น {10:39} ท่าน ได้ ยึด เมือง นั้น รวม ทั้ง เจ้า เมือง และ ชนบท ของ เมือง และ ได้ ไป ประหาร เขา ทั้งหลาย เสีย ด้วย คม ดาบ และ ได้ ทำลาย ทุก คน ที่ อยู่ ใน เมือง นั้น เสีย อย่าง สิ้นเชิง ท่าน ไม่ ให้ เหลือ สัก คน เดียว ท่าน ได้ กระทำ แก่ เมือง เฮ โบ รน อย่างไร ท่าน ก็ ได้ กระทำ แก่ เมือง เด บีร์ และ แก่ เจ้า เมือง อย่าง นั้น ดัง ทำ แก่ เมือง ลิบ นาห์ และ แก่ เจ้า เมือง เช่น กัน {10:40} โย ชู วา ก็ ตี แผ่นดิน นั้น ให้ พ่าย แพ้ ไป หมด คือ แดน เทือกเขา ที่ เนเกบที่เนินเชเฟลาห์ และ ที่ ลาด ทั้ง เจ้า เมือง ทั้งหมด ของ เมือง เหล่า นั้น ด้วย ท่าน ไม่ ให้ เหลือ สัก คน เดียว แต่ ได้ ทำลาย ทุก สิ่ง ที่ หายใจ เสีย ดัง ที่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ คน อิสราเอล ได้ ทรง บัญชา ไว้ {10:41} โย ชู วา ได้ กระทำ ให้ เขา พ่าย แพ้ ตั้งแต่ เมือง คา เดช บา รเนีย จน ถึง เมือง กาซา และ ทั่ว ประเทศ โก เชน จน ถึง เมือง กิเบโอน {10:42} โย ชู วา ก็ ยึด ตัว เจ้า เมือง เหล่า นี้ พร้อม ทั้ง พื้น ดิน ของ เขา ทั้งหมด ใน คราว เดียวกัน เพราะ ว่า พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ คน อิสราเอล ได้ ทรง สู้ รบ เพื่อ อิสราเอล {10:43} แล้ว โย ชู วา พร้อม กับ บรรดา คน อิสราเอล ก็ ยก กลับ มา ยัง ค่าย ที่ กิลกาล {i11:1} สห มิตร ของ ยา บิน พ่าย แพ้ {11:1} ครั้ง นั้น เมื่อ ยา บิน เจ้า เมือง ฮา โซร์ ได้ยิน ข่าว นี้ จึง ใช้ คน ไป หา โย บับ เจ้า เมือง มา โดน และ ไป หา เจ้า เมือง ชิม โร น และ เจ้า เมือง อัคชาฟ {11:2} และ เจ้า เมือง ซึ่ง อยู่ ใน แดน เทือกเขา ตอน เหนือ และ ที่ อยู่ ใน อา รา บาห์ใต้เมืองคินเนเรท และ ใน ที่ เนิน เชเฟลาห์ และ ใน ที่ สูง โดร์ ทาง ทิศ ตะวัน ตก {11:3} และ ไป หา คน คา นา อัน ทาง ทิศ ตะวัน ออก และ ทิศ ตะวัน ตก คน อา โม ไรต์คนฮิตไทต์คนเปริส ซี และ คน เย บุ ส ใน แดน เทือกเขา และ คน ฮีไวต์ อยู่ เชิง เขา เฮอร์โมน ใน แผ่นดิน มิส ปาห์ {11:4} เจ้า เมือง เหล่า นี้ ก็ ยก ออก มา กับ พล โยธา เป็น กองทัพ มหึมา มี จำนวน ดัง ทราย ที่ ชายทะเล มี ม้า และ รถ รบ มากมาย ด้วย {11:5} เจ้า เมือง เหล่า นี้ ได้ ร่วม กำลัง กัน เข้า และ มา ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ ลำ ห้วย เม โรม เพื่อ จะ สู้ รบ กับ อิสราเอล {11:6} และ พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา ว่า“ อย่า กลัว เขา เลย เพราะ ว่า พรุ่งนี้ ใน เวลา เดียวกัน นี้ เรา จะ มอบ เขา ไว้ หมด ต่อ อิสราเอล ให้ ถูก ประหาร เอ็น น่อง ม้า ของ เขา ให้ เจ้า ตัด เสีย และ รถ รบ ของ เขา เจ้า จง เผา ไฟ เสีย” {11:7} ฝ่าย โย ชู วา ก็ ยก พล เข้า โจมตี เขา ทันที ที่ ห้วย น้ำ เม โรม {11:8} และ พระเจ้า ทรง มอบ เขา ไว้ ใน มือ อิสราเอล ผู้ ประหาร เขา และ ไล่ ตาม เขา ไป จน ถึง มหา ซี โดน และ ถึง มิส เร โฟทมาอิม และ ถึง หุบเขา มิส ปาห์ ด้าน ตะวัน ออก ได้ ประหาร เขา เสีย จน ไม่ ให้ เหลือ สัก คน เดียว {11:9} โย ชู วา ได้ กระทำ แก่ เขา ตาม ที่ พระเจ้า ตรัส สั่ง ไว้ คือ ได้ ตัด เอ็น น่อง ม้า และ เผา รถ รบ เสีย {11:10} ขณะ นั้น โย ชู วาก ลับ มา ยึด เมือง ฮา โซร์ และ ประหาร เจ้า เมือง เสีย ด้วย ดาบ เพราะ ว่า แต่ ก่อน นี้ ฮา โซร์ เป็น หัวหน้า แห่ง แผ่นดิน เหล่า นั้น ทั้งหมด {11:11} เขา ได้ ประหาร ชาว เมือง นั้น เสีย ด้วย คม ดาบ และ ทำลาย เสีย สิ้น สิ่ง ที่ หายใจ ได้ ไม่ มี เหลือ เลย และ ท่าน ก็ เผา เมือง ฮา โซร์ เสีย ด้วย ไฟ {11:12} โย ชู วา ยึด บรรดา หัว เมือง ของ เจ้า เมือง เหล่า นั้น พร้อม กับ เจ้า เมือง ทั้งหมด และ ประหาร เสีย ด้วย คม ดาบ ทำลาย เขา สิ้น ดัง ที่ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ได้ บัญชา ไว้ {11:13} แต่ เมือง ที่ อยู่ บน เนิน ซาก เมือง อิสราเอล มิ ได้ เผา เว้น แต่ เมือง ฮา โซร์ เมือง เดียว ที่ โย ชู วา เผา เสีย {11:14} สิ่งของ ต่างๆ ที่ ริบ ได้ จาก เมือง นี้ ทั้ง ฝูง สัตว์ คน อิสราเอล ได้ ยึด เป็น ของ ของ ตน แต่ เขา ได้ ประหาร มนุษย์ ทุก คน เสีย ด้วย คม ดาบ จน ทำลาย เสีย สิ้น สิ่ง ใด ที่ หายใจ ได้ เขา ไม่ ให้ เหลือ อยู่ เลย {11:15} พระเจ้า ทรง บัญชา โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ อย่างไร โมเสส ก็ บัญชา โย ชู วา อย่าง นั้น และ โย ชู วา ก็ กระทำ ตาม ท่าน ไม่ ได้ เว้น ที่ จะ ทำ ทุก อย่าง ซึ่ง พระเจ้า ทรง บัญชา โมเสส ไว้ {i11:16} โย ชู วา ยึด แผ่นดิน ทั้งสิ้น {11:16} โย ชู วา ยึด แผ่นดิน นั้น ทั้งสิ้น คือ แดน เทือกเขา และ เนเกบ ทั้งหมด และ แผ่นดิน โก เชน ทั้งหมด และ ที่ เนิน เชเฟลาห์อาราบาห์ และ แดน เทือกเขา ของ อิสราเอล และ ที่ เนิน เชเฟลาห์ของมัน {11:17} ตั้งแต่ ภูเขา ฮา ลัก ที่ สูง เรื่อย ขึ้น ไป ถึง เส อีร์ ไกล ไป จน ถึง บา อัล กาด ใน หุบเขา เลบานอน เชิง ภูเขา เฮอร์โมน ท่าน ได้ จับ บรรดา เจ้า เมือง แห่ง เมือง เหล่า นั้น มา ประหาร ชีวิต เสีย {11:18} โย ชู วา ทำ ศึก สงคราม กับ เจ้า เมือง เหล่า นี้ อยู่ เป็น เวลา นาน {11:19} ไม่ มี สัก เมือง หนึ่ง ที่ กระทำ ศานติ ภาพ กับ อิสราเอล นอกจาก คน ฮีไวต์ ซึ่ง เป็น ชาว เมือง กิเบ โอน เขา ต้อง ทำ ศึก สงคราม ตี มา ทั้งนั้น {11:20} เพราะ เป็น มา จาก พระเจ้า ที่ ทรง ให้ เขา มี ใจ แข็ง กระด้าง เข้า ต่อสู้ ทำ สงคราม กับ อิสราเอล เพื่อ เขา จะ ได้ ถูก ทำลาย เสีย สิ้น และ ไม่ ได้ รับ ความ กรุณา แต่ ต้อง ถูก ทำลาย ล้าง เสีย สิ้น ดัง ที่ พระเจ้า บัญชา ไว้ กับ โมเสส {11:21} คราว นั้น โย ชู วา ได้ มา ทำลาย คน อา นาค จาก แดน เทือกเขา จาก เฮ โบ รน จาก เด บีร์ จาก อา นาบ และ จาก ทั่ว แดน เทือกเขา ยูดาห์ และ จาก ทั่ว แดน เทือกเขา อิสราเอล โย ชู วา ได้ ทำลาย คน เหล่า นี้ เสีย สิ้น พร้อม ทั้ง เมือง ด้วย {11:22} ไม่ มี คน อา นาค เหลือ อยู่ ใน แผ่นดิน ของ ประชาชน อิสราเอล เว้น แต่ ใน กาซา กัทและอัช โดด ที่ ยัง มี เหลือ อยู่ บ้าง {11:23} ดังนั้น แหละ โย ชู วา ได้ ยึด แผ่นดิน ทั้งสิ้น ตาม ที่ พระเจ้า ได้ ตรัส ไว้ กับ โมเสส และ โย ชู วา ให้ เป็น มรดก แก่ คน อิสราเอล ตาม ส่วนแบ่ง ของ เผ่า และ แผ่นดิน นั้น ก็ สงบ จาก การ ศึก สงคราม {i12:1} บรรดา กษัตริย์ ที่ พ่าย แพ้ โมเสส {12:1} ต่อ ไป นี้ เป็น กษัตริย์ ซึ่ง ประชาชน อิสราเอล ได้ กระทำ ให้ แพ้ ไป และ ได้ ยึดครอง แผ่นดิน ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ข้าง ดวง อาทิตย์ ขึ้น จาก ที่ ลุ่ม อา ร โนน ถึง ภูเขา เฮอร์โมน มี อา รา บาห์ อยู่ ด้าน ตะวัน ออก ทั้งหมด {12:2} คือ สิ โหน กษัตริย์ คน อา โม ไรต์ ผู้ อยู่ ที่ เฮ ชโบน และ ปกครอง จาก อา โร เออร์ซึ่งอยู่ณ ริม ลุ่ม แม่น้ำ อา ร โนน และ จาก กลาง ที่ ลุ่ม ไกล ไป จน ถึง แม่น้ำ ยับ บอก เขต แดน คน อัมโมน คือ ครึ่ง หนึ่ง ของ กิเลอาด {12:3} และ แถบ อา รา บาห์ถึงทะเลคินเนเรท ข้าง ตะวัน ออก และ ตรง ทาง ไป ยัง เบธ เย ชิ โม ท ไป ถึง ทะเล ใน อา รา บาห์ คือ ทะเล เค็ม ด้าน ใต้ มา จน ถึง เชิง เขา ปิสกาห์ {12:4} และ เขต แดน ของ โอก กษัตริย์ แคว้น บา ชาน เป็น คน พันธุ์ เร ฟา อิม ที่ เหลือ อยู่ อยู่ ที่ อัช ทา โรท และ เอ เด รอี {12:5} และ ปกครอง ที่ ภูเขา เฮอร์โมนและสาเลคาห์ และ ทั่ว บา ชาน ถึง เขต แดน คน เก ชูร์ และ คน มา อา คาห์ และ ปกครอง ครึ่ง หนึ่ง ของ แดน กิเล อาด ถึง เขต แดน ของ สิ โหน กษัตริย์ เมือง เฮ ชโบน {12:6} โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า และ คน อิสราเอล ได้ กระทำ ให้ เขา พ่าย แพ้ ไป และ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ได้ มอบ แผ่นดิน ตอน นี้ ให้ แก่ คน รู เบน คน กาด และ คน ครึ่ง เผ่า มนัส เสห์ {i12:7} บรรดา เจ้า เมือง ที่ พ่าย แพ้ โย ชู วา {12:7} ต่อ ไป นี้ เป็น เจ้า เมือง ซึ่ง โย ชู วา กับ คน อิสราเอล ได้ ทำให้ พ่าย แพ้ อยู่ ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ข้าง ตะวัน ตก ตั้งแต่ บา อัล กาด ใน หุบเขา เลบานอน ถึง ภูเขา ฮา ลัก ที่ สูง เรื่อย ขึ้น ไป ถึง เส อีร์ (และ โย ชู วาม อบ แผ่นดิน ตอน นี้ ให้ แก่ เผ่า คน อิสราเอล ให้ ถือ เป็น กรรมสิทธิ์ ตาม ส่วนแบ่ง ของ เขา {12:8} คือ ที่ดิน ใน แดน เทือกเขา ใน เนิน เชเฟลาห์ ใน อา รา บาห์ ใน ที่ ลาด ใน ถิ่น ทุรกันดาร และ ใน เนเกบ เป็น แผ่นดิน ของ คน ฮิต ไทต์ คน อา โม ไรต์ คน คา นา อัน คน เปริสซีคนฮีไวต์ และ คน เย บุ ส) {12:9} คือ เจ้า เมือง เย รี โค เจ้า เมือง อัย ที่ อยู่ ข้าง เบธเอล {12:10} เจ้า เมือง เยรูซาเล็ม เจ้า เมือง เฮ โบ รน {12:11} เจ้า เมือง ยา รมูท เจ้า เมือง ลา คีช {12:12} เจ้า เมือง เอก โลน เจ้า เมือง เก เซอร์ {12:13} เจ้า เมือง เด บีร์ เจ้า เมือง เก เดอร์ {12:14} เจ้า เมือง โฮ ร มาห์ เจ้า เมือง อา ราด {12:15} เจ้า เมือง ลิบ นาห์ เจ้า เมือง อดุล ลัม {12:16} เจ้า เมือง มัก เค ดาห์เจ้าเมืองเบธเอล {12:17} เจ้า เมือง ทัปปูวาห์ เจ้า เมือง เฮ เฟอร์ {12:18} เจ้า เมือง อา เฟก เจ้า เมือง ลาชา โร น {12:19} เจ้า เมือง มา โดน เจ้า เมือง ฮา โซร์ {12:20} เจ้า เมือง ชิม โร นเมโรนเจ้าเมืองอัคชาฟ {12:21} เจ้า เมือง ทา อา นาค เจ้า เมือง เม กิดโด {12:22} เจ้า เมือง เค เดช เจ้า เมือง โยก เนอัมในคารเมล {12:23} เจ้า เมือง โดร์ ใน นา ฟา ทโดร์ เจ้า เมือง โก ยิม ใน กิลกาล {12:24} เจ้า เมือง ที รซาห์ รวม ทั้งหมด เป็น สาม สิบ เอ็ด เจ้า เมือง ด้วย กัน {i13:1} แผ่นดิน ส่วน ที่ ยัง ต้อง ยึดครอง {13:1} เมื่อ โย ชู วา ชรา ลง มี อายุ มาก แล้ว พระเจ้า ก็ ตรัส กับ ท่าน ว่า“ เจ้า ชรา ลง มี อายุ มาก แล้ว แต่ แผ่นดิน ที่ จะ ต้อง ยึดครอง นั้น ยัง มี อีก มาก {13:2} ต่อ ไป นี้ เป็น แผ่นดิน ที่ ยัง เหลือ อยู่ คือ ท้องถิ่น ฟีลิสเตีย ทั้งหมด และ ท้องถิ่น ของ คน เก ชูร์ทั้งหมด {13:3} (ตั้งแต่ ชิ โหร์ ซึ่ง อยู่ ทาง ทิศ ตะวัน ออก ของ อียิปต์ เหนือ ขึ้น ไป ถึง เขต แดน เอ โค รน นับ กัน ว่า เป็น ของ คน คา นา อัน ผู้ ครอบครอง ฟีลิสเตีย มี อยู่ ห้า คน ด้วย กัน คือ ผู้ ครอบครอง เมือง กาซา เมือง อัชโดดเมืองอัช เค โลน เมือง กัท และ เมือง เอ โค รน) และ เมือง ของ คน อัฟวิมด้วย {13:4} ซึ่ง อยู่ ทิศ ใต้ คือ แผ่นดิน ทั้งสิ้น ของ คน คา นา อัน และ เขต เม อา ราห์ ซึ่ง เป็น ของ ชาว ไซ ดอน ถึง เมือง อา เฟก ถึง เขต แดน ของ คน อา โม ไรต์ {13:5} และ แผ่นดิน ของ ชาว เก บาล และ เลบานอน ทั้งหมด ไป ทาง ที่ ดวง อาทิตย์ ขึ้น จาก บา อัล กาด ที่ อยู่ เชิง ภูเขา เฮอร์โมน ถึง ทาง เข้า เมือง ฮา มัท {13:6} ชาว แดน เทือกเขา ทั้งหมด จาก เลบานอน จน ถึง มิส เร โฟทมาอิม คือ คน ไซ ดอน ทั้งหมด เรา จะ ขับ ไล่ เขา ทั้งหลาย ออก ไป ให้ พ้น หน้า คน อิสราเอล เอง เพียง แต่ เจ้า จง จับ ฉลาก แบ่ง ดินแดน เหล่า นั้น ให้ เป็น มรดก ดัง ที่ เรา บัญชา เจ้า ไว้ {13:7} บัดนี้ จง แบ่ง แผ่นดิน นี้ ออก แก่ คน เก้า เผ่า รวม กับ คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า ด้วย” {i13:8} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ มนัส เสห์ รู เบน และ กาด {13:8} ส่วน มนัส เสห์ อีก ครึ่ง เผ่า เผ่า รู เบน และ เผ่า กาด ได้ รับ ส่วน มรดก ของ เขา ซึ่ง โมเสส ได้ มอบ ให้ ทาง ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ด้าน ตะวัน ออก ส่วน ที่ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า มอบ ให้ เขา คือ {13:9} ตั้งแต่ อา โร เออร์ ซึ่ง อยู่ ริม ลุ่ม แม่น้ำ อา ร โนน และ เมือง ที่ อยู่ กลาง ลุ่ม แม่น้ำ นี้ และ ที่ราบ เม เด บา ตลอด จน ถึง ดี โบ น {13:10} และ หัว เมือง ทั้งสิ้น ของ สิ โหน กษัตริย์ คน อา โม ไรต์ ผู้ ซึ่ง ครอบครอง อยู่ ใน เฮ ชโบน ไกล ออก ไป จน ถึง เขต แดน คน อัมโมน {13:11} กับ เขต กิเล อาด และ ท้องถิ่น ของ คน เก ชูร์ และ คน มา อา คาห์ และ ภูเขา เฮอร์โมน ทั้งหมด และ เมือง บา ชาน ทั้งสิ้น จน ถึง เมือง สา เลคาห์ {13:12} ตลอด ราช อาณาจักร ของ โอก ใน บา ชาน ผู้ ครอบครอง อยู่ ใน อัช ทา โรท และ ใน เอ เด รอี (ท่าน เป็น เผ่า เร ฟา อิม ผู้ เดียว ที่ เหลือ อยู่) เมือง เหล่า นี้ โมเสส รบ ชนะ และ ได้ ขับ ไล่ ให้ ออก ไป {13:13} แต่ คน อิสราเอล ยัง หา ได้ ขับ ไล่ คน เก ชูร์ หรือ คน มา อา คาห์ ให้ ออก ไป ไม่ แต่ เก ชูร์ กับ มา อา คาห์ ยัง อาศัย อยู่ ใน หมู่ คน อิสราเอล จน ทุก วัน นี้ {13:14} เฉพาะ เผ่า เล วี เผ่า เดียว โมเสส หา ได้ มอบ มรดก ให้ ไม่ ของ บูชา ด้วย ไฟ ที่ ถวาย แด่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล เป็น มรดก ของ เขา ดัง ที่ พระองค์ ตรัส ไว้ แก่ เขา แล้ว {13:15} และ โมเสส ได้ มอบ ส่วน มรดก ให้ แก่ เผ่า รู เบน ตาม ตระกูล ของ เขา {13:16} ดังนั้น เขต แดน ของ เขา จึง ตั้งแต่ อา โร เออร์ ซึ่ง อยู่ ริม ลุ่ม แม่น้ำ อา ร โนน และ เมือง ซึ่ง อยู่ กลาง ลุ่ม แม่น้ำ นั้น และ ที่ราบ เมือง เม เด บา ทั้งสิ้น {13:17} ทั้ง เมือง เฮ ชโบน รวม กับ หัว เมืองขึ้น ทั้งสิ้น ซึ่ง อยู่ บน ที่ราบ นั้น คือ ดี โบ น และ บา โม ทบาอัลและเบธบาอัลเมโอน {13:18} กับ ยา ฮา ส และ เค เดโม ท และ เม ฟา อา ท {13:19} และ คีริยาธาอิม และ สิบ มาห์ และ เศเรทชาหาร์ ซึ่ง อยู่ บน เนิน เขา ใน ลุ่ม แม่น้ำ นั้น {13:20} กับ เบธเปโอร์ และ ที่ ลาด ภูเขา ปิสกาห์และเมืองเบธ เย ชิ โม ท {13:21} คือ หัว เมือง ทั้งสิ้น ซึ่ง อยู่ บน ที่ราบ และ ทั้ง ราช อาณาจักร ทั้งหมด ของ สิ โหน กษัตริย์ คน อา โม ไรต์ ผู้ ครอบครอง อยู่ ใน เฮ ชโบน ซึ่ง โมเสส ได้ กระทำ ให้ พ่าย แพ้ พร้อม กับ ประมุข ของ มีเดีย น คือ เอ วี เร เค มศูร์และเฮอร์ กับ เร บา เป็น เจ้านาย ซึ่ง ขึ้น แก่ กษัตริย์ สิ โหน ผู้ พำนัก อยู่ ใน แผ่นดิน นั้น {13:22} อนึ่ง คน อิสราเอล ได้ ฆ่า บา ลา อัมบุตรเบโอร์ ผู้ เป็น คน ทำนาย เสีย ด้วย ดาบ พร้อม กับ คน อื่น ที่ เขา ได้ ฆ่า นั้น {13:23} อาณาเขต ของ คน รู เบน คือ แม่น้ำ จอร์แดน เป็น พรมแดน นี่ เป็น มรดก ของ คน รู เบน ตาม ตระกูล รวม ทั้ง หัว เมือง และ ชนบท ด้วย {13:24} โมเสส ได้ มอบ มรดก ให้ แก่ คน เผ่า กาด ตาม ตระกูล ของ เขา ด้วย {13:25} อาณาเขต ของ เขา คือ ยา เซอร์ และ หัว เมือง กิเล อาด ทั้งหมด และ ครึ่ง หนึ่ง ของ แผ่นดิน คน อัมโมน ถึง อา โร เออร์ ซึ่ง อยู่ ทาง ทิศ ตะวัน ออก ของ เมือง รับ บาห์ {13:26} ตั้งแต่ เมือง เฮ ชโบน จน ถึง เมือง รา มัทมิสเปห์และเบโทนิม และ ตั้งแต่ มา หะ นา อิม จน ถึง เขต แดน เด บีร์ {13:27} ใน หว่าง เขา มี เมือง เบธฮารัมเบธนิมราห์สุคคท และ ซา โฟน ราช อาณาจักร ส่วน ที่ เหลือ ของ สิ โหน กษัตริย์ เมือง เฮ ชโบน นั้น มี แม่น้ำ จอร์แดน เป็น พรมแดน จด ทะเล คินเนเรท ตอน ปลาย ข้าง ล่าง ด้าน ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน {13:28} นี่ เป็น มรดก ของ คน เผ่า กาด ตาม ตระกูล ของ เขา รวม ทั้ง หัว เมือง และ ชนบท ด้วย {13:29} อนึ่ง โมเสส ได้ มอบ มรดก ให้ แก่ คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า เป็น ส่วนแบ่ง ที่ ได้ กับ คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า ตาม ตระกูล ของ เขา {13:30} ท้องถิ่น ของ เขา ทั้งหลาย เริ่ม ตั้งแต่ มา หะ นา อิม ตลอด บา ชาน ทั้งสิ้น คือ ราช อาณาจักร ทั้งสิ้น ของ โอก กษัตริย์ เมือง บา ชาน และ หัว เมือง ทั้งหมด ของ ยา อีร์ มี หก สิบ หัว เมือง ด้วย กัน อยู่ ใน บา ชาน {13:31} และ กิเล อาด ครึ่ง หนึ่ง และ เมือง อัช ทา โรท กับ เมือง เอ เด ร อี หัว เมือง ของ ราช อาณาจักร โอก ใน บา ชาน หัว เมือง เหล่า นี้ เป็น ส่วนแบ่ง ของ คน มา คีร์บุตรมนัสเสห์ เป็น ของ ครึ่ง หนึ่ง ของ คน มา คีร์ ตาม ตระกูล ของ เขา {13:32} เหล่า นี้ เป็น ส่วน มรดก ซึ่ง โมเสส ได้ แบ่งปัน ณ ทุ่ง ราบ โม อับ ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ข้าง โน้น ทิศ ตะวัน ออก ของ เมือง เย รี โค {13:33} แต่ โมเสส มิ ได้ มอบ มรดก ให้ แก่ คน เผ่า เล วี พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล เป็น มรดก ของ เขา ดัง ที่ พระองค์ ตรัส ไว้ กับ เขา {i14:1} ประเทศ คา นา อัน ถูก แบ่ง ออก ด้วย ฉลาก {14:1} ต่อ ไป นี้ เป็น ส่วน มรดก ซึ่ง ประชาชน อิสราเอล ได้ รับ ใน แผ่นดิน คา นา อัน ซึ่ง เอ เล อา ซาร์ ปุโรหิต และ โย ชู วา บุตร นูน และ หัวหน้า ตระกูล เผ่า คน อิสราเอล ได้ แจกจ่าย ให้ แก่ เขา {14:2} มรดก นี้ เขา จับ ฉลาก แบ่ง กัน ใน ระหว่าง คน เก้า เผ่า ครึ่ง {14:3} เพราะ โมเสส ได้ ให้ มรดก แก่ คน สอง เผ่า ครึ่ง ทาง ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน แล้ว แต่ ท่าน หา ได้ แบ่ง ส่วน ให้ แก่ พวก เลวีไม่ {14:4} เพราะ ว่า พงศ์พันธุ์ ของ โย เซฟ มี สอง เผ่า คือ มนัส เสห์ และ เอฟ รา อิมและพวกเล วี หา ได้ มี ส่วนแบ่ง ใน แผ่นดิน นั้น ไม่ ได้ แต่ หัว เมือง ที่ จะ เข้า อาศัย อยู่ กับ ลาน ทุ่ง หญ้า รอบ เมือง สำหรับ ฝูง สัตว์ และ ทรัพย์สิน ของ เขา เท่านั้น {14:5} คน อิสราเอล ได้ กระทำ ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา ไว้ กับ โมเสส เขา แบ่ง ที่ดิน กัน {i14:6} ยก เฮ โบ รน ให้ คา เลบ {14:6} ขณะ นั้น คน ยูดาห์ มา หา โย ชู วา ณเมืองกิล กาล และ คา เลบ บุตร เย ฟุน เนห์ ชาว ตระกูล เค นัส ได้ กล่าว แก่ ท่าน ว่า“ ท่าน ทราบ เรื่อง ซึ่ง พระเจ้า ตรัส กับ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ที่ คา เดช บา รเนีย เกี่ยว กับ ท่าน และ ข้าพเจ้า แล้ว {14:7} เมื่อ โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ใช้ ให้ ข้าพเจ้า ไป จาก คา เดช บา รเนีย เพื่อ สอดแนม ดู แผ่นดิน ข้าพเจ้า มี อายุ สี่ สิบ ปี ข้าพเจ้า ได้ นำ ข่าว มา แจ้ง แก่ ท่าน ตาม ความคิด เห็น ของ ข้าพเจ้า {14:8} แต่ ส่วน พี่น้อง ซึ่ง ขึ้น ไป พร้อม กับ ข้าพเจ้า ได้ กระทำ ให้ จิตใจ ของ ประชาชน กลัว แต่ ข้าพเจ้า ได้ ติดตาม พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า อย่าง สุด ใจ {14:9} ใน วัน นั้น โมเสส ได้ ปฏิญาณ ว่า‘ แท้ จริง แผ่นดิน ซึ่ง เท้า ของ ท่าน ได้ เหยียบ ย่ำ ไป นั้น จะ ตก เป็น มรดก ของ ท่าน และ ของ บุตร หลาน ของ ท่าน สืบ ไป เป็น นิตย์ เพราะ ว่า ท่าน ได้ ติดตาม พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า อย่าง สุด ใจ {14:10} และ บัดนี้ ดู เถิด พระเจ้า ยัง ทรง ให้ ข้าพเจ้า มี ชีวิต อยู่ ตลอด สี่ สิบ ห้า ปี นี้ ดัง ที่ พระองค์ ตรัส ตั้งแต่ พระเจ้า ตรัส เช่น นี้ แก่ โมเสส เมื่อ คน อิสราเอล เดินทาง อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร และ นี่แน่ะ วัน นี้ ข้าพเจ้า มี อายุ แปด สิบ ห้า ปี แล้ว {14:11} ข้าพเจ้า ยัง มี กำลัง แข็งแรง เช่น เดียว กับ วัน ที่ โมเสส ใช้ ให้ ข้าพเจ้า ไป กำลัง ของ ข้าพเจ้า ใน การ ทำ ศึก สงคราม หรือ ออก ไป และ เข้า มา เดี๋ยวนี้ ก็ เป็น เหมือน ครั้ง นั้น {14:12} เพราะ ฉะนั้น ขอม อบ แดน เทือกเขา นี้ ซึ่ง พระเจ้า ตรัส ใน วัน นั้น ให้ แก่ ข้าพเจ้า เพราะ ท่าน ได้ยิน ใน วัน นั้น แล้ว ว่า คน อา นาค อยู่ ที่ นั่น มี หัว เมือง ใหญ่ ที่ มี กำแพง ล้อม อย่าง เข้มแข็ง ชะรอย พระเจ้า จะ ทรง สถิต กับ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ก็ จะ ขับ ไล่ เขา ออก ไป ได้ ดัง ที่ พระเจ้า ตรัส ไว้ แล้ว” {14:13} แล้ว โย ชู วา ก็ อวยพร แก่ ท่าน และ ยก เมือง เฮ โบ รน ให้ คา เลบ บุตร เย ฟุน เนห์เป็นมรดก {14:14} เฮ โบ รน จึง ตก เป็น มรดก แก่ คา เลบ บุตร เย ฟุน เนห์ตระกูลเคนัส จน ทุก วัน นี้ เพราะ ว่า ท่าน ติดตาม พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล อย่าง สุด ใจ {14:15} เมือง เฮ โบ รน นั้น แต่ เดิม มี ชื่อ ว่า คีริยาทอารบาอาร บา คน นี้ เป็น คน ใหญ่ โต ที่สุด ใน คน อา นาค แผ่นดิน จึง ได้ สงบ จาก การ ศึก สงคราม {i15:1} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ เผ่า ยูดาห์ {15:1} ที่ดิน ส่วน ของ เผ่า ยูดาห์ ตาม ตระกูล ของ เขา นั้น ด้าน ใต้ ถึง พรมแดน เมือง เอ โดม คือ ถึง ถิ่น ทุรกันดาร ศิน เป็น ที่สุด ปลาย เขต ด้าน ใต้ {15:2} พรมแดน ทาง ทิศ ใต้ นั้น ตั้งแต่ ต้น จาก ปลาย ทะเล เค็ม คือ ตั้งแต่ อ่าว ซึ่ง ไป ทาง ทิศ ใต้ {15:3} ยื่น ไป ทาง ด้าน ใต้ ของ ทาง ขึ้น เนิน อัครับบิม ผ่าน เรื่อย ไป ถึง ศิน แล้ว ขึ้น ไป ทาง ด้าน ใต้ เมือง คา เดช บา รเนีย ตาม ทาง เมือง เฮ ชโรน ถึง เมือง อัด ดาร์ เลี้ยว ไป ถึง คา รคา {15:4} ผ่าน เรื่อย ไป ถึง อัสโมน ยื่น ออก ไป ถึง ลำธาร อียิปต์ มา สิ้นสุด ลง ที่ ทะเล ที่ กล่าว นี้ จะ เป็น พรมแดน ด้าน ใต้ ของ ท่าน {15:5} พรมแดน ด้าน ตะวัน ออก คือ ทะเล เค็ม ขึ้น ไป ถึง ปาก แม่น้ำ จอร์แดน และ พรมแดน ด้าน เหนือ ตั้งแต่ อ่าว ที่ ทะเล ตรง ปาก แม่น้ำ จอร์แดน {15:6} และ พรมแดน นั้น ยื่น ไป ถึง เบธฮกลาห์ ผ่าน ไป ตาม ด้าน เหนือ ของ เมือง เบธอาร บา และ พรมแดน ยื่น ต่อ ไป ถึง ก้อน หิน โบ ฮัน บุตร รู เบน {15:7} และ พรมแดน ยื่น ไป ถึง เด บีร์ จาก หุบเขา อา โคร์ ตรง ไป ทาง ทิศ เหนือ เลี้ยว ไป หา เมือง กิล กาล ซึ่ง อยู่ ตรง ข้าม ทางข้าม เขา ที่ ชื่อ อา ดุม มิ ม ซึ่ง อยู่ ทาง ด้าน ใต้ ของ หุบเขา และ พรมแดน ก็ ผ่าน ไป ถึง น้ำพุ เอน เชเมช ไป สิ้นสุด ลง ที่ เอน โร เก ล {15:8} แล้ว พรมแดน ก็ ยื่น ไป ตาม หุบเขา บุตร ฮิ นโนม ถึง ไหล่ เขา ด้าน ใต้ ของ เมือง คน เย บุ ส (คือ เยรูซาเล็ม) แล้ว พรมแดน ก็ ยื่น ไป ถึง ยอด ภูเขา ซึ่ง อยู่ เหนือ หุบเขา ฮิ นโนม ทาง ด้าน ตะวัน ตก ที่ หุบเขา เร ฟา อิม ด้าน เหนือ สุด {15:9} แล้ว พรมแดน ก็ ยื่น ไป จาก ยอด ภูเขา ถึง น้ำพุ แห่ง ลำ ห้วย เนฟโทอาห์ จาก ที่ นั่น ก็ มา ถึง หัว เมือง แห่ง ภูเขา เอ โฟ รน แล้ว พรมแดน ก็ เลี้ยว โค้ง ไป หา เมือง บา อา ลาห์ (คือ เมือง คีริยาท ยา อา ริม) {15:10} แล้ว พรมแดน ก็ เลี้ยว โค้ง จาก บา อา ลาห์ ไป ทาง ทิศ ตะวัน ตก ถึง ภูเขา เส อีร์ ผ่าน ไป ตาม ไหล่ เขา ยา อา ริม ด้าน เหนือ (คือ เค สะ โลน) ลง ไป ถึง เมือง เบธเชเมช ผ่าน เมือง ทิม นาห์ไป {15:11} แล้ว พรมแดน ก็ ยื่น ออก ไป จาก ทาง ไหล่ เนิน เขา ด้าน เหนือ ของ เมือง เอ โค รน แล้ว ก็ โค้ง ไป หา เมือง ชิ กเคโรน ผ่าน ไป ถึง ภูเขา บา อา ลาห์ ออก ไป ถึง เมือง ยับ เนเอล และ พรมแดน ก็ มา สิ้นสุด ลง ที่ ทะเล {15:12} พรมแดน ด้าน ตะวัน ตก คือ ทะเล ใหญ่ ตาม ฝั่ง ทะเล นี่ เป็น พรมแดน ล้อม รอบ คน ยูดาห์ ตาม ตระกูล ของ เขา {i15:13} คา เลบ ชนะ เฮ โบ รน และ เด บีร์ (วนฉ.1:10-15) {15:13} ตาม พระ ดำรัส ของ พระเจ้า ที่ ตรัส แก่ โย ชู วา ท่าน ยก ที่ดิน ส่วน หนึ่ง ใน เขต ของ คน ยูดาห์ ให้ แก่ คา เลบ บุตร เย ฟุน เนห์คือคีริยาทอาร บา ที่ เรียก เมือง เฮ โบ รน (อา ร บา เป็น บิดา ของ อา นาค) {15:14} และ คา เลบ ได้ ขับ ไล่ บุตร ทั้ง สาม ของ อา นาค ออก จาก ที่ นั่น คือ เชชัยอาหิมานและทัล มัย ผู้ เป็น พงศ์พันธุ์ ของ อา นาค {15:15} และ ท่าน ขึ้น ไป จาก ที่ นั่น จะ ต่อสู้ กับ ชาว เมือง เด บีร์เมืองเดบีร์ เดิม มี ชื่อ ว่า คีริยาทเสเฟอร์ {15:16} และ คา เลบกล่าวว่า“ ผู้ ใด โจมตี เมือง คีริยาทเสเฟอร์ และ ยึด ได้ เรา จะ ยก อัคสาห์ บุตร สาว ของ เรา ให้ เป็น ภรรยา” {15:17} และ โอ ทนีเอลบุตรเคนัสน้องคาเลบ ตี เมือง นั้น ได้ ท่าน จึง ยก อัคสาห์ บุตร สาว ของ ท่าน ให้ เป็น ภรรยา {15:18} อยู่ มา เมื่อ แต่งงาน กัน แล้ว นาง จึง ชวน สามี ให้ ขอ ที่ นา ต่อ บิดา นาง ก็ ลง จาก หลัง ลา และ คา เลบ ถาม นาง ว่า“ เจ้า ต้องการ อะไร” {15:19} นาง ตอบ ท่าน ว่า“ ขอ ของขวัญ ให้ ลูก สัก อย่าง หนึ่ง เถิด เมื่อ พ่อ ให้ ฉัน มา อยู่ ใน แผ่นดิน เนเกบ ลูก ขอ น้ำพุ ด้วย” คา เลบ ก็ ยก น้ำพุ บน และ น้ำพุ ล่าง ให้ แก่ นาง {i15:20} หัว เมือง ของ เผ่า ยูดาห์ {15:20} ต่อ ไป นี้ เป็น มรดก ของ เผ่า คน ยูดาห์ ตาม ตระกูล ของ เขา {15:21} หัว เมือง ที่ เป็น ของ เผ่า คน ยูดาห์ ซึ่ง อยู่ ทาง ทิศ ใต้ สุด ทาง พรมแดน เอ โดม คือ เมือง ขับ เซ เอ ลเอเดอร์ และ ยา กู ร {15:22} คีนาห์ดีโมนาห์อาดาดาห์ {15:23} เค เดช ฮา โซร์อิทนาน {15:24} ศีฟเทเลมเบอาโลท {15:25} ฮา โซ รฮาดัททาห์ เค ริ โอ ทเฮสโรน (คือ เมือง ฮา โซร์) {15:26} อา มัมเช มา โม ลา ดาห์ {15:27} ฮา ซา รกัดดาห์เฮชโมนเบธเปเลท {15:28} ฮา ซา รชูอาลเบเออร์เช บา บิ ซิ โอ ธิยาห์ {15:29} บา อา ลาห์อิ ยิม เอ เซ ม {15:30} เอ ล โท ลัด เค สี ลโฮรมาห์ {15:31} ศิ กลาก มัด มัน นาห์สันสันนาห์ {15:32} เลบาโอทชิลฮิม อา ยิน และ เมือง ริม โม น รวม ทั้งหมด เป็น ยี่ สิบ เก้า หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:33} ใน ที่ เนิน เชเฟลาห์ มี เมือง เอช ทา โอ ลโศราห์อัชนาห์ {15:34} ศาโนอาห์ เอน กัน นิ มทัปปูวาห์เอนาม {15:35} ยา รมูทอดุลลัมโสโคห์อาเซคาห์ {15:36} ชา อา รา อิมอดีธาอิมเกเดราห์ เก เด โร ธาอิม รวม เป็น สิบ สี่ หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:37} เมือง เศนันฮาดัสสาห์มิกดัลกาด {15:38} ดิเลอันมิสเปห์โยกเธเอล {15:39} ลา คีชโบสคาทเอกโลน {15:40} คับ โบ นลามัมคิทลิช {15:41} เก เด โรท เบธ ดา โกน นา อา มาห์ และ เมือง มัก เค ดาห์ รวม เป็น สิบ หก หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:42} ลิบ นาห์เอเธอร์อาชัน {15:43} อิฟทาห์อัชนาห์เนซีบ {15:44} เค อี ลาห์อัค ซิบ มา เร ชาห์ รวม เป็น เก้า หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:45} เอ โค รน กับ หัว เมือง และ ชนบท ของ เมือง นั้น {15:46} จาก กรุง เอ โค รน ถึง ทะเล และ บรรดา เมือง ที่ อยู่ ริม เมือง อัช โดด กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ {15:47} อัช โดด กับ หัว เมือง และ ชนบท ของ เมือง นั้น กาซา กับ หัว เมือง และ ชนบท ของ เมือง นั้น จน ถึง ลำธาร อียิปต์ และ ทะเล ใหญ่ พร้อม กับ ฝั่ง ชายทะเล {15:48} และ ใน แดน เทือกเขา คือ ชา มีร์ยาททีร์โสโคห์ {15:49} ดาน นาห์คีริยาทสันนาห์ (คือ เมือง เด บีร์) {15:50} อา นาบ เอช เท โมห์อานิม {15:51} โก เชน โฮ โลน กิโลห์ รวม เป็น สิบ เอ็ด หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:52} อาหรับ ดู มาห์ เอ ชาน {15:53} ยา นิ มเบธทัปปูวาห์อาเฟคาห์ {15:54} ฮุมทาห์คีริยาทอารบา (คือ เมือง เฮ โบ รน) และ เมือง ศิโยร์ รวม เป็น เก้า หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:55} มา โอน คา รเมลศีฟยุทธาห์ {15:56} ยิสเรเอลโยกเดอัมศาโนอาห์ {15:57} คา อิน กิบเบอาห์และทิมนาห์ รวม เป็น สิบ หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:58} ฮัลฮูลเบธซูร์เกโดร์ {15:59} มา อา รา ทเบธาโนท และ เมือง เอ ล เท โคน รวม เป็น หก หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:60} คีริยาทบาอัล (คือ เมือง คีริยาท เย อา ริม) และ รับ บาห์ รวม เป็น สอง เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:61} เมือง ที่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร คือ เบธาราบาห์มิดดีนเสคะคาห์ {15:62} นิ บ ชาน เมือง เกลือ และ เอน เก ดี รวม เป็น หก หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {15:63} แต่ คน เย บุ ส ซึ่ง เป็น ชาว เมือง เยรูซาเล็ม นั้น ประชาชน ยูดาห์ หา ได้ ขับ ไล่ ไป ไม่ ดังนั้น แหละ คน เย บุ ส จึง อาศัย อยู่ กับ ประชาชน ยูดาห์ จน ถึง ทุก วัน นี้ {i16:1} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ เผ่า เอฟ รา อิมและมนัสเสห์ {16:1} ที่ดิน ตาม ฉลาก ของ พงศ์พันธุ์ โย เซฟ นั้น เริ่ม จาก แม่น้ำ จอร์แดน ใกล้ๆ เมือง เย รี โค ทิศ ตะวัน ออก ของ น้ำพุ เย รี โค เข้า ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร ขึ้น ไป จาก เย รี โค เข้า ไป ใน แดน เทือกเขา เบธเอล {16:2} จาก เมือง เบธเอล ไป ยัง เมือง ลูส ผ่าน เรื่อย ไป ถึง เมือง อา ทา โรท ยัง เขต ของ คน อา รคี {16:3} แล้ว ลง ไป ทาง ทิศ ตะวัน ตก ถึง เขต ของ คน ยา เฟล ที่ ไกล ไป จน เขต เมือง เบธโฮโรน ล่าง ถึง เมือง เก เซอร์ ไป สิ้นสุด ลง ที่ ทะเล {16:4} พงศ์พันธุ์ โย เซฟ คือ คน มนัส เสห์ และ คน เอฟ รา อิม ได้ รับ มรดก ของ เขา {16:5} เขต ของ คน เอฟ รา อิม ตาม ตระกูล ของ เขา เป็น ดังนี้ พรมแดน มรดก ของ เขา ด้าน ตะวัน ออก เริ่ม แต่ เมือง อา ทา โรท อัด ดาร์ ไกล ไป จน ถึง เบธ โฮ โร นบ น {16:6} และ พรมแดน ยื่น ไป ถึง ทะเล ทาง ทิศ เหนือ คือ เมือง มิค เม ธัท ทาง ด้าน ตะวัน ออก พรมแดน โค้ง มา หา เมือง ทา อา นัทชิโลห์ แล้ว ผ่าน พ้น เมือง นี้ ไป ทาง ตะวัน ออก ของ เมือง ยา โน อาห์ {16:7} แล้ว ลง ไป จาก ยา โน อาห์ ถึง เมือง อา ทา โรท และ เมือง นา อา ราห์ ไป จด เมือง เย รี โค สิ้นสุด ลง ที่ แม่น้ำ จอร์แดน {16:8} จาก ทัปปูวาห์ พรมแดน ลง ไป ทาง ทิศ ตะวัน ตก ถึง ลำธาร คา นาห์ ไป สิ้นสุด ลง ที่ ทะเล นี่ เป็น ดินแดน มรดก ของ คน เอฟ รา อิม ตาม ตระกูล ของ เขา {16:9} รวม ทั้ง หัว เมือง ซึ่ง แบ่งแยก ไว้ ให้ คน เอฟ รา อิม ใน ดินแดน มรดก ของ คน มนัส เสห์ คือ หัว เมือง เหล่า นั้น กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {16:10} ถึง อย่างไร ก็ ตาม เขา หา ได้ ขับ ไล่ คน คา นา อัน ซึ่ง อาศัย อยู่ ใน เมือง เก เซอร์ ให้ ออก ไป ไม่ ดังนั้น คน คา นา อัน จึง อาศัย อยู่ ใน หมู่ คน เอฟ รา อิม ถึง ทุก วัน นี้ แต่ ก็ ตก เป็น ทาส ถูก เกณฑ์ ให้ ทำงาน โยธา {17:1} ที่ดิน ตาม ฉลาก เป็น อย่าง นี้ ที่ ตก แก่ เผ่า มนัส เสห์ เพราะ เป็น บุตร หัว ปี ของ โย เซฟ ส่วน มา คีร์ บุตร หัว ปี ของ มนัส เสห์ บิดา ของ กิเล อาด ได้ รับ เมือง กิเล อาด และ เมือง บา ชาน เป็น ส่วนแบ่ง เพราะ ว่า เขา เป็น ทหาร {17:2} และ ที่ดิน ตาม ฉลาก ตก แก่ คน เผ่า มนัส เสห์ ที่ เหลือ อยู่ ตาม ตระกูล คือ อา บี เย เซอร์ เฮ เลคอัสรีเอลเชเคมเฮเฟอร์และเช มี ดา บุคคล เหล่า นี้ เป็น พงศ์พันธุ์ ผู้ชาย ของ มนัส เสห์ ผู้ เป็น บุตร ของ โย เซฟ ตาม ตระกูล ของ เขา {17:3} ฝ่าย เศโลเฟ หัด บุตร ของ เฮ เฟอร์บุตรของกิเล อาด บุตร ของ มา คีร์ บุตร ของ มนัส เสห์ ไม่ มี บุตร ผู้ชาย มี แต่ บุตรี และ ต่อ ไป นี้ เป็น ชื่อ บุตรี ของ เขา คือ มา ลาห์โนอาห์ฮกลาห์มิลคาห์และทีรซาห์ {17:4} เขา เข้า มา หา เอ เล อา ซาร์ ปุโรหิต และ โย ชู วา บุตร นูน และ บรรดา ประมุข แล้ว กล่าว ว่า“ พระเจ้า ได้ ทรง บัญชา โมเสส ไว้ ว่า ให้ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย รับ ส่วน มรดก ใน หมู่ ญาติ พี่น้อง ของ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ได้” ดังนั้น ท่าน จึง ให้ มรดก แก่ คน เหล่า นี้ ใน หมู่ พี่น้อง ของ บิดา ของ เขา ตาม พระ บัญญัติ แห่ง พระเจ้า {17:5} ดังนี้ แหละ ส่วน ที่ ตก แก่ คน มนัส เสห์ จึง มี สิบ ส่วน นอกเหนือ ดินแดน กิเล อาด และ บา ชาน ซึ่ง อยู่ ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน {17:6} เพราะ ว่า บุตรี ของ มนัส เสห์ ก็ ได้ รับ มรดก พร้อม กับ บุตร ชาย ของ ท่าน ด้วย แผ่นดิน กิเล อาด นั้น ได้ ตก เป็น ส่วน ของ บุตร หลาน มนัส เสห์ ที่ เหลือ อยู่ {17:7} เขต แดน ของ มนัส เสห์ ตั้งต้น จาก อา เชอร์ จน ถึง มิค เม ธัท ซึ่ง อยู่ ทาง ทิศ ตะวัน ออก ของ เมือง เชเคม แล้ว พรมแดน ก็ ยื่น ไป ทาง ทิศ ใต้ ถึง ที่ ของ ชาว เมือง เอน ทัปปูวาห์ {17:8} แผ่นดิน เมือง ทัปปูวาห์ เป็น ของ มนัส เสห์ แต่ ตัว เมือง ทัปปูวาห์ ซึ่ง อยู่ ที่ พรมแดน ของ มนัส เสห์ นั้น เป็น ของ พงศ์พันธุ์ เอฟ รา อิม {17:9} แล้ว พรมแดน ก็ ลง ไป ถึง ลำธาร คา นาห์ หัว เมือง เหล่า นี้ ซึ่ง อยู่ ทาง ทิศ ใต้ ลำธาร ใน ท่ามกลาง หัว เมือง ของ มนัส เสห์ นั้น เป็น ของ เอฟ รา อิม แล้ว พรมแดน ของ มนัส เสห์ ก็ ขึ้น ไป ทาง ด้าน เหนือ ของ ลำธาร ไป สิ้นสุด ลง ที่ ทะเล {17:10} แผ่นดิน ทาง ด้าน ใต้ เป็น ของ เอฟ รา อิม และ แผ่นดิน ทาง ด้าน เหนือ เป็น ของ มนัส เสห์ มี ทะเล เป็น พรมแดน ทาง เหนือ จด ดินแดน อา เชอร์ และ ทาง ทิศ ตะวัน ออก จด อิสสา คาร์ {17:11} ใน เขต อิสสา คาร์ และ ใน อา เชอร์นั้นมนัสเสห์ ยัง มี เมือง เบธ ชาน กับ ชนบท ของ เมือง นั้น และ เมือง อิบเลอัม กับ ชนบท ของ เมือง นั้น และ ชาว เมือง โดร์ กับ ชนบท ของ เมือง นั้น และ ชาว เมือง เอน โดร์ กับ ชนบท ของ เมือง นั้น และ ชาว เมือง ทา อา นาค กับ ชนบท ของ เมือง นั้น และ ชาว เมือง เม กิด โด กับ ชนบท ของ เมือง นั้น คือ ภูเขา ทั้ง สาม ยอด {17:12} แต่ คน มนัส เสห์ ยัง ขับ ไล่ และ ยึดครอง เมือง เหล่า นั้น ไม่ ได้ ด้วย คน คา นา อัน ยัง ขืน อาศัย อยู่ ใน แผ่นดิน นั้น {17:13} แต่ เมื่อ คน อิสราเอล เข้มแข็ง ขึ้น แล้ว ก็ ได้ เกณฑ์ คน คา นา อัน ให้ ทำงาน โยธา และ มิ ได้ ขับ ไล่ ให้ เขา ออก ไป เสียที เดียว {17:14} คน เผ่า โย เซฟ ได้ พูด กับ โย ชู วา ว่า“ เหตุ ไฉน ท่าน จึง แบ่ง ให้ ข้าพเจ้า มี แต่ ส่วน เดียว เป็น มรดก แม้ ว่า ข้าพเจ้า มี คน มากมาย เพราะ ว่า พระเจ้า ได้ ทรง อวย พระ พร แก่ พวก ข้าพเจ้า มา จน บัดนี้ แล้ว” {17:15} ฝ่าย โย ชู วาต อบ เขา ว่า“ ถ้า เจ้า มี คน มากมาย พวก เจ้า จง เข้า ไป ใน ป่า แผ้ว ถาง เอา เอง ที่ ใน แผ่นดิน ของ คน เปริส ซี และ คน เร ฟา อิม เพราะ ว่า แดน เทือกเขา ของ คน เอฟ รา อิม เป็น ที่ แคบ” {17:16} คน เผ่า โย เซฟ พูด ว่า“ แดน เทือกเขา นี้ ไม่ พอ สำหรับ พวก เรา ฝ่าย คน คา นา อัน ซึ่ง อยู่ ใน ที่ราบ มี รถ รบ ทำ ด้วย เหล็ก ทั้ง ที่ อยู่ ใน เบธ ชาน กับ ชนบท ของ เมือง นั้น กับ ที่ อยู่ ใน หุบเขา ยิสเรเอล” {17:17} แล้ว โย ชู วา จึง กล่าว แก่ พงศ์พันธุ์ โย เซฟ คือ เอฟ รา อิมและมนัสเสห์ว่า“ ท่าน ทั้งหลาย เป็น พวก ที่ มี คน มาก และ มี กำลัง มหาศาล ท่าน จะ มี ส่วนแบ่ง แต่ ส่วน เดียว ก็ หา มิ ได้ {17:18} แม้ ว่า แดน เทือกเขา เหล่า นั้น จะ เป็น ของ พวก ท่าน ถึง แม้ ว่า เป็น ป่า ดอน ท่าน จง แผ้ว ถาง และ ยึดครอง ไป จน สุด เขต เถิด แม้ ว่า คน คา นา อัน จะ มี รถ รบ ทำ ด้วย เหล็ก และ เป็น คน เข้มแข็ง ท่าน ทั้งหลาย ก็ จะ ขับ ไล่ เขา ออก ไป ได้” {i18:1} ดินแดน ที่ แบ่ง กัน ที่ ชิ โลห์ {18:1} ฝ่าย ชุมนุมชน อิสราเอล ทั้งสิ้น ก็ มา ประชุม กัน ที่ ชิ โลห์ และ ตั้ง เต็นท์ นัด พบ ขึ้น ที่ นั่น แผ่นดิน นั้น ก็ ตก อยู่ ใน ครอบครอง ของ เขา {18:2} ยัง มี ประชาชน อิสราเอล อีก เจ็ด เผ่า ที่ ยัง มิ ได้ รับ มรดก เป็น ส่วนแบ่ง {18:3} ดังนั้น โย ชู วา จึง กล่าว แก่ อิสราเอล ว่า“ ท่าน ทั้งหลาย จะ รอ ช้า อยู่ อีก เท่าใด จึง จะ เข้า ไป ยึดครอง ที่ดิน ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ บรรพบุรุษ ของ ท่าน ประทาน แก่ ท่าน ทั้งหลาย {18:4} จง เลือก คน เผ่า ละ สาม คน แล้ว ข้าพเจ้า จะ ใช้ คน เหล่า นั้น ไป ท่องเที่ยว ขึ้น ล่อง อยู่ ที่ แผ่นดิน นั้น ให้ เขียน แนว เขต ที่ดิน ที่ จะ มอบ เป็น มรดก และ มา หา ข้าพเจ้า {18:5} ให้ เขา แบ่ง ออก เป็น เจ็ด ส่วน ให้ คน ยูดาห์ คง อยู่ ใน ดินแดน ของ เขา ทาง ภาค ใต้ และ คน เผ่า โย เซฟ ให้ คง อยู่ ใน ดินแดน ทาง ภาค เหนือ {18:6} ให้ ท่าน ทั้งหลาย เขียน แนว เขต ที่ดิน เป็น เจ็ด ส่วน แล้ว นำ แนว เขต ที่ดิน นั้น มา ให้ ข้าพเจ้า ที่ นี่ และ ข้าพเจ้า จะ จับ ฉลาก ให้ ท่าน ที่ นี่ ต่อ พระ พักตร์ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เรา {18:7} เพราะ คน เล วี ไม่ มี ส่วนแบ่ง ใน หมู่ พวก ท่าน ทั้งหลาย ด้วย ตำแหน่ง ปุโรหิต ของ พระเจ้า เป็น มรดก ของ เขา แล้ว เผ่า กาด และ เผ่า รู เบน กับ เผ่า มนัส เสห์ ครึ่ง หนึ่ง ก็ ได้ รับ มรดก ของ เขา ทาง ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ด้าน ตะวัน ออก ซึ่ง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ได้ มอบ ให้ แก่ เขา ทั้งหลาย แล้ว” {18:8} ฝ่าย คน เหล่า นั้น ก็ ออก เดินทาง และ โย ชู วา กำชับ พวก ที่ จะ เขียน แนว เขต ที่ดิน ว่า“ จง เที่ยว ขึ้น เที่ยว ล่อง ใน แผ่นดิน และ เขียน แนว เขต ที่ดิน นั้น แล้ว กลับ มา หา ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จะ จับ ฉลาก ให้ ท่าน ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ที่ ชิ โลห์” {18:9} ดังนั้น คน เหล่า นั้น ก็ ท่องเที่ยว ไป มา ที่ แผ่นดิน แล้ว เขียน เป็น หนังสือ แนว เขต เมือง ต่างๆ แบ่ง เป็น เจ็ด ส่วน แล้ว กลับ มา หา โย ชู วา ณ ค่าย ที่ ชิ โลห์ {18:10} แล้ว โย ชู วา ก็ จับ ฉลาก ให้ เขา ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า โย ชู วา ก็ ได้ จัด แบ่ง ที่ดิน ให้ แก่ ประชาชน อิสราเอล ที่ นั่น ตาม ส่วนแบ่ง ของ แต่ละ เผ่า {i18:11} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ เผ่า เบน ยา มิ น {18:11} จับ ได้ ฉลาก ของ เผ่า เบน ยา มินตา ม พงศ์พันธุ์ ของ เขา ขึ้น มา และ ดินแดน ที่ เป็น ส่วน ของ เขา อยู่ ระหว่าง เผ่า ยูดาห์ และ เผ่า โย เซฟ {18:12} ทาง ด้าน เหนือ พรมแดน ของ เขา เริ่มต้น ที่ แม่น้ำ จอร์แดน และ พรมแดน ก็ ยื่น ขึ้น ไป ถึง ไหล่ เขา ตอน เหนือ ของ เมือง เย รี โค แล้ว ขึ้น ไป ทาง แดน เทือกเขา ทาง ทิศ ตะวัน ตก และ ไป สิ้นสุด ที่ ถิ่น ทุรกันดาร เบธาเวน {18:13} จาก ที่ นั่น พรมแดน ก็ ยื่น ไป ทาง ทิศ ใต้ ตรง ไป เมือง ลูส ไป ยัง ไหล่ เขา ที่ เมือง ลูส (เมือง เดียว กับ เบธเอล) แล้ว พรมแดน ก็ ลง ไป ถึง อา ทา โรท อัด ดาร์ บน ภูเขา ซึ่ง อยู่ ทาง ทิศ ใต้ ของ เมือง เบธโฮโรนล่าง {18:14} แล้ว พรมแดน ก็ ยื่น ไป อีก ทิศ หนึ่ง โค้ง ไป ทาง ทิศ ใต้ เป็น ด้าน ตะวัน ตก จาก ภูเขา ซึ่ง อยู่ ทิศ ใต้ ตรง ข้าม เมือง เบธโฮโรน และ ไป สิ้นสุด ลง ที่ คีริยาทบาอัล (คือ คีริยาท เย อา ริม) เป็น เมือง ที่ เป็น ของ เผ่า ยูดาห์ นี่แหละ เป็น พรมแดน ด้าน ตะวัน ตก {18:15} และ ด้าน ใต้ นั้น เริ่มต้น ที่ ชาน เมือง คีริยาท เย อา ริม และ พรมแดน ก็ ยื่น จาก ที่ นั่น ไป ยัง ทาง ตะวัน ตก ถึง น้ำพุ เนฟโทอาห์ {18:16} แล้ว พรมแดน ก็ ยื่น ลง ไป สุด เขต ภูเขา ซึ่ง มอง ลง มา เห็น หุบเขา แห่ง บุตร ของ ฮิ นโนม ซึ่ง อยู่ ทาง ปลาย เหนือ สุด ของ หุบเขา เร ฟา อิม แล้ว ก็ ลง ไป ที่ หุบเขา ฮิ นโนม ใต้ ไหล่ เขา ของ คน เย บุ ส แล้ว ลง ไป ถึง เมือง เอน โร เก ล {18:17} แล้ว โค้ง ไป ทาง ทิศ เหนือ ตรง ไป ถึง เอน เชเมช จาก ที่ นั่น ก็ ตรง ไป ยัง เก ลี โลท ซึ่ง อยู่ ตรง ข้าม กับ ทางข้าม เขา ชื่อ อดุมมิม แล้ว ลง ไป ยัง ก้อน หิน โบ ฮัน บุตร ของ รู เบน {18:18} แล้ว ผ่าน ไป ทาง ทิศ เหนือ ถึง ไหล่ เขา ตรง ข้าม อา รา บาห์ แล้ว ลง ไป สู่ อา รา บาห์ {18:19} แล้ว พรมแดน ก็ ผ่าน ไป ทาง ทิศ เหนือ ถึง ไหล่ เขา ที่ เบธฮกลาห์ และ พรมแดน ไป สิ้นสุด ลง ที่ อ่าว ด้าน เหนือ ของ ทะเล เค็ม ที่ ปลาย ใต้ ของ แม่น้ำ จอร์แดน นี่ เป็น พรมแดน ด้าน ใต้ {18:20} แม่น้ำ จอร์แดน กั้น เป็น พรมแดน ทาง ตะวัน ออก นี่ เป็น มรดก ของ ชน เผ่า เบน ยา มินตา ม ตระกูล ของ เขา มี พรมแดน ดังนี้ ล้อม รอบ {18:21} ฝ่าย หัวหน้า ของ เผ่า คน เบน ยา มินตา ม ตระกูล ของ เขา คือ เมือง เย รี โค เบธฮกลาห์เอเมคเคซีส {18:22} เบธอาราบาห์เศมาราอิมเบธเอล {18:23} อัฟวิมปาราห์โอฟราห์ {18:24} เค ฟา รัม โม นีโอฟนี เก บา รวม เป็น สิบ สอง หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {18:25} กิเบ โอน รา มาห์ เบเอโรท {18:26} มิส เปห์เคฟีราห์โมซาห์ {18:27} เร เค มอิรเปเอลทาระลาห์ {18:28} เศ ลา หะ เอ เลฟเยบุส (คือ เยรูซาเล็ม) กิเบอาห์และคีริยาท รวม เป็น สิบ สี่ หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย นี่ เป็น มรดก ของ คน เผ่า เบน ยา มินตา ม ตระกูล ของ เขา {i19:1} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ เผ่า สิ เม โอน {19:1} ฉลาก ที่ สอง ออก มา เป็น ของ สิ เม โอน เพื่อ คน เผ่า สิ เม โอน ตาม ตระกูล ของ เขา มรดก ของ เขา อยู่ ท่ามกลาง มรดก ของ คน เผ่า ยูดาห์ {19:2} มี เมือง เหล่า นี้ เป็น มรดก คือ เบเออร์เชบาเช บา โม ลา ดาห์ {19:3} ฮา ซา รชูอาลบาลาห์เอเซม {19:4} เอ ลโทลัดเบธูลโฮรมาห์ {19:5} ศิกลากเบธ มาร คา โบ ทฮาซารสูสาห์ {19:6} เบธเลบาโอท และ เมือง ชา รุ เฮ น รวม เป็น สิบ สาม หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {19:7} เอน ริม โม นเอเธอร์ อา ชาน รวม เป็น สี่ หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {19:8} รวม ทั้ง ชนบท ที่ อยู่ รอบ หัว เมือง เหล่า นี้ ไกล ออก ไป จน ถึง เมือง บา อา ลัทเบเออร์ เมือง รา มาห์ ที่ เนเกบ เหล่า นี้ เป็น มรดก ของ เผ่า คน สิ เม โอน ตาม ตระกูล ของ เขา {19:9} มรดก ของ คน เผ่า สิ เม โอน เป็น ดินแดน ใน ส่วนแบ่ง ของ คน เผ่า ยูดาห์ เพราะ ว่า ส่วน ของ คน เผ่า ยูดาห์ นั้น ใหญ่ เกิน ไป คน เผ่า สิ เม โอน จึง ได้ รับ มรดก อยู่ ท่ามกลาง คน เผ่า ยูดาห์ {i19:10} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ เผ่า เศบูลุน {19:10} ฉลาก ที่ สาม ขึ้น มา เป็น ของ เผ่า เศบูลุน ตาม ตระกูล ของ เขา และ ดินแดน ที่ เป็น มรดก ของ เขา ก็ ยื่น ออก ไป ถึง สา ริ ด {19:11} แล้ว พรมแดน ของ เขา ยื่น ออก ไป ทาง ด้าน ตะวัน ตก เรื่อย ไป จน ถึง มา เร อัล และ มา จด เมือง ดับ เบเชท แล้ว มา ถึง ลำธาร ที่ อยู่ ทิศ ตะวัน ออก ของ โยก เนอัม {19:12} จาก สา ริ ด พรมแดน ยื่น ไป อีก ทิศ หนึ่ง ทาง ด้าน ตะวัน ออก ตรง ทาง ดวง อาทิตย์ ขึ้น ถึง พรมแดน เมือง คิสโลททาโบร์ แล้ว ยื่น ไป ถึง เมือง ดา เบรัธ แล้ว ขึ้น ไป ถึง เมือง ยา เฟีย {19:13} จาก ที่ นั่น พรมแดน ผ่าน ไป ทาง ตะวัน ออก ทาง ดวง อาทิตย์ ขึ้น ถึง เมือง กัธเฮเฟอร์ และ ถึง เมือง เอ ทคาซิน เรื่อย ไป จน ถึง ริม โม นพ รม แดน ก็ โค้ง เข้า หา เมือง เนอาห์ {19:14} และ ทาง ทิศ เหนือ พรมแดน โค้ง เข้า มา ถึง เมือง ฮันนาโธน และ สิ้นสุด ลง ที่ หุบเขา อิฟทาห์เอล {19:15} และ เมือง ขัทตาท นา หะ ลา ลชิมโรนอิดาลาห์และเมืองเบธเลเฮม รวม เป็น สิบ สอง หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {19:16} นี่ เป็น มรดก ของ เผ่า เศบูลุน ตาม ตระกูล ของ เขา คือ หัว เมือง ต่างๆ กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {i19:17} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ เผ่า อิสสา คาร์ {19:17} ฉลาก ที่ สี่ ออก มา เป็น ของ อิสสา คาร์ เพื่อ เผ่า อิสสา คาร์ ตาม ตระกูล ของ เขา {19:18} ดินแดน ของ เขา รวม เมือง ยิสเรเอลเคสุลโลทชูเนม {19:19} ฮา ฟา รา อิม ชิ โยน อา นา หะ รา ท {19:20} รับ บี ทคี ชิ โอน เอ เบส {19:21} เร เมท เอน กัน นิ มเอนหัดดาห์เบธปัสเซส {19:22} และ พรมแดน ยัง จด เมือง ทา โบร์ชาหะซุมาห์เบธเชเมช และ พรมแดน นี้ ไป สิ้นสุด ลง ที่ แม่น้ำ จอร์แดน รวม เป็น สิบ หก หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {19:23} นี่ เป็น มรดก ของ เผ่า อิสสา คาร์ ตาม ตระกูล ของ เขา คือ ทั้ง หัว เมือง และ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {i19:24} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ เผ่า อา เชอร์ {19:24} ฉลาก ที่ ห้า ออก มา เป็น ของ เผ่า คน อา เชอร์ ตาม ตระกูล ของ เขา {19:25} ดินแดน ของ เขา รวม เมือง เฮ ลขัทฮาลีเบเทนอัคชาฟ {19:26} อา ลัมเมเลค อา มาด มิ ชอาล ทาง ทิศ ตะวัน ออก จด คา ร เมล และ เมือง ชิ โหลิบนาท {19:27} แล้ว เลี้ยว ไป ทาง ทิศ ตะวัน ออก ไป ยัง เบธ ดา โกน จด เขต เศบูลุน และ หุบเขา อิฟทาห์เอล ไป ทาง ด้าน เหนือ ถึง เมือง เบธเอเมคและเนอีเอล เรื่อย ไป ทาง เหนือ ถึง เมือง คาบูล {19:28} เอ โบ รน เร โหบฮัมโมนคานาห์ ไกล ไป ถึง มหา ไซ ดอน {19:29} แล้ว พรมแดน ก็ เลี้ยว ไป ถึง รา มาห์ ไป ถึง เมือง ที่ มี กำแพง ล้อม รอบ ชื่อ ไท ระ แล้ว พรมแดน ก็ เลี้ยว ไป ถึง เมือง โฮ สาห์ ไป สิ้นสุด ลง ที่ ทะเล จาก เมือง เฮ เบลไปถึงอัคซิบ {19:30} อุ มมาห์อาเฟกและเรโหบ รวม เป็น ยี่ สิบ สอง หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {19:31} นี่ เป็น มรดก ของ เผ่า อา เชอร์ ตาม ตระกูล ของ เขา ทั้ง หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {i19:32} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ เผ่า นัฟทาลี {19:32} ฉลาก ที่ หก ออก มา เป็น ของ เผ่า นัฟ ทา ลี เพื่อ เผ่า นัฟ ทา ลี ตาม ตระกูล ของ เขา {19:33} พรมแดน ของ เขา เริ่ม จาก เฮ เลฟ จาก ต้น ก่อ ใน ศานันนิม และ อา ดา มี เนเขบและยับเนเอล ไกล ไป จน ถึง เมือง ลัคคูม และ สิ้นสุด ลง ที่ แม่น้ำ จอร์แดน {19:34} แล้ว พรมแดน ก็ เลี้ยว ไป ทาง ด้าน ตะวัน ตก ถึง เมือง อัสโนททาโบร์ จาก ที่ นั่น ไป ถึง หุ กก อก จด เขต เศบูลุน ทาง ทิศ ใต้ และ เขต อา เชอร์ ทาง ทิศ ตะวัน ตก และ เขต ยูดาห์ ทาง ทิศ ตะวัน ออก ที่ แม่น้ำ จอร์แดน {19:35} เมือง ที่ มี กำแพง ล้อม คือ เมือง ศิดดิมเศอร์ฮัมมัทรัคคัทคินเนเรท {19:36} อา ดา มาห์ รา มาห์ ฮา โซร์ {19:37} คา เดช เอ เด ร อี เอน ฮา โซร์ {19:38} ยิโรนมิกดัลเอลโฮเรมเบธานาทและเบธเชเมช รวม เป็น สิบ เก้า หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {19:39} นี่ เป็น มรดก ของ เผ่า นัฟ ทา ลี ตาม ตระกูล ของ เขา ทั้ง หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {i19:40} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ เผ่า ดาน {19:40} ฉลาก ที่ เจ็ด ก็ ออก มา เป็น ของ เผ่า ดาน ตาม ตระกูล ของ เขา {19:41} และ ดินแดน ที่ เป็น มรดก ของ เขา รวม เมือง โศราห์ เอช ทา โอ ลอิรเชเมช {19:42} ชา อา ลับ บิน อัยยาโลนยิทลาห์ {19:43} เอ โลน ทิม นาห์ เอ โค รน {19:44} เอ ลเทเคห์กิบเบโธน และ บา อา ลัท {19:45} เย ฮุด เบเนเบราคกัทริมโมน {19:46} เม ยา รโคนและรัค โคน และ ดินแดน ตรง เมือง ยัฟฟา {19:47} เมื่อ ดินแดน คน เผ่า ดาน หลุด มือ เขา ไป คน เผ่า ดาน ก็ ขึ้น ไป สู้ รบ กับ เมือง เลเชม เมื่อ ยึด ได้ ก็ ประหาร เสีย ด้วย ดาบ จึง ยึดครอง ที่ดิน และ ตั้ง อยู่ ที่ นั่น เรียก เมือง เลเชม ว่า ดาน ตาม ชื่อ ของ ดาน บรรพบุรุษ ของ ตน {19:48} นี่ เป็น มรดก ของ เผ่า ดาน ตาม ตระกูล ของ เขา ทั้ง หัว เมือง กับ ชนบท ของ เมือง นั้นๆ ด้วย {i19:49} ดินแดน ที่ แบ่ง ให้ แก่ โย ชู วา {19:49} เมื่อ ได้ แบ่ง ดินแดน ส่วน ต่างๆ ของ แผ่นดิน นั้น เป็น มรดก เสร็จสิ้น แล้ว คน อิสราเอล ก็ ได้ มอบ ส่วน มรดก ใน หมู่ พวก เขา ให้ แก่ โย ชู วา บุตร นูน {19:50} ตาม บัญชา ของ พระเจ้า เขา ก็ ได้ ยก เมือง ที่ ท่าน ขอ ไว้ ให้ แก่ ท่าน คือ เมือง ทิม นาท เส ราห์ ใน แดน เทือกเขา แห่ง เอฟ รา อิม ท่าน ก็ เสริมสร้าง เมือง นั้น เสีย ใหม่ และ เข้า อยู่ ที่ นั่น {19:51} ที่ กล่าว มา นี้ เป็น มรดก ที่ เอ เล อา ซาร์ ปุโรหิต กับ โย ชู วา บุตร นูน และ หัวหน้า ของ ตระกูล ต่างๆ แห่ง เผ่า คน อิสราเอล จับ ฉลาก แบ่ง ให้ เป็น มรดก ที่ ชิ โลห์ ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า ณ ประตู เต็นท์ นัด พบ ดังนี้ แหละ เขา ทั้งหลาย ก็ ทำ การ แบ่งปัน แผ่นดิน สำเร็จ ลง {i20:1} กำหนด หัว เมือง ลี้ภัย (กดว.35:6-34; ฉธบ.4:41-43;19:1-13) {20:1} แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ โย ชู วา ว่า {20:2} “ จง กล่าว แก่ คน อิสราเอล ว่า‘ จง กำหนด ตั้ง เมือง ลี้ภัย ซึ่ง เรา ได้ พูด กับ เจ้า ทั้งหลาย ทาง โมเสส แล้ว นั้น {20:3} เพื่อ ว่า ผู้ ฆ่า คน ที่ ได้ ฆ่า คน ใด ด้วย มิ ได้ เจตนา หรือ ไม่ จงใจ จะ ได้ หนี ไป อยู่ ที่ นั่น เมือง เหล่า นี้ จะ ได้ เป็น ที่ ลี้ภัย ของ เจ้า เพื่อ ให้ พ้น จาก ผู้ อาฆาต {20:4} ให้ ผู้ นั้น หนี ไป ยัง เมือง เหล่า นี้ เมือง ใด เมือง หนึ่ง และ ยืน อยู่ ที่ ทาง เข้า ประตู เมือง นั้น และ อธิบาย เรื่อง ของ ตน ให้ แก่ พวก ผู้ใหญ่ ใน เมือง นั้น ให้ ทราบ แล้ว เขา ทั้งหลาย จะ นำ ผู้ นั้น เข้า ไป ใน เมือง กำหนด ที่ ให้ อยู่ แล้ว ผู้ นั้น จะ อยู่ ที่ นั่น ใน หมู่ พวก เขา ทั้งหลาย {20:5} และ ถ้า ผู้ อาฆาต ไล่ ตาม เขา ไป ผู้ใหญ่ จะ ไม่ มอบ ผู้ ฆ่า คน นั้น ไว้ ใน มือ ของ ผู้ อาฆาต เพราะ ว่า ผู้ นั้น ได้ ฆ่า เพื่อนบ้าน ของ ตน ด้วย ไม่ มี เจตนา มิ ได้ เป็น อริ กัน มา แต่ ก่อน {20:6} และ ผู้ นั้น จะ อาศัย อยู่ ใน เมือง นั้น จน กว่า เขา จะ ยืน ต่อ หน้า ชุมนุมชน เพื่อ รอ รับ การ พิพากษา จน กว่า ปุโรหิต ใน เวลา นั้น สิ้น ชีวิต ผู้ ฆ่า คน นั้น จึง จะ กลับ ไป ยัง เมือง ของ ตน ไป บ้าน ของ ตน ไป ยัง เมือง ที่ เขา จาก มา นั้น ได้’” {20:7} ดังนั้น เขา จึง กำหนด ตั้ง เมือง เค เดช ใน กา ลิ ลี ใน แดน เทือกเขา นัฟ ทา ลี และ เมือง เชเคม ใน แดน เทือกเขา ของ เอฟ รา อิมและคีริยาทอาราบาห์ (คือ เฮ โบ รน) ใน แดน เทือกเขา ยูดาห์ {20:8} และ ทาง ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน ตรง เมือง เย รี โค นั้น เขา ได้ กำหนด เมือง เบ เซอร์ ใน ถิ่น ทุรกันดาร บน ที่ราบ จาก ที่ดิน คน เผ่า รู เบน และ เมือง รา โม ทในกิเล อาด จาก ที่ดิน เผ่า กาด และ เมือง โก ลาน ใน บา ชาน จาก ที่ดิน คน เผ่า มนัส เสห์ {20:9} หัว เมือง เหล่า นี้ เป็น เมือง ที่ กำหนด ไว้ ให้ คน อิสราเอล ทั้งหมด และ ให้ คน ต่าง ด้าว ผู้ อาศัย อยู่ ใน หมู่ พวก เขา เพื่อ ว่า ถ้า ผู้ ใด ได้ ฆ่า คน ด้วย มิ ได้ เจตนา จะ ได้ หนี ไป ที่ นั่น ได้ เพื่อ ว่า เขา จะ ไม่ ต้อง ตาย ด้วย มือ ของ ผู้ อาฆาต จน กว่า เขา จะ ได้ ยืน ต่อ หน้า ชุมนุมชน {i21:1} หัว เมือง ของ คน เลวี (1 พศด.6:54-81) {21:1} ขณะ นั้น หัวหน้า ของ ตระกูล คน เล วี มา หา เอ เล อา ซาร์ ปุโรหิต และ โย ชู วา บุตร นูน และ หัวหน้า ของ ตระกูล ต่างๆ ของ เผ่า คน อิสราเอล {21:2} และ เขา ได้ กล่าว แก่ ท่าน เหล่า นั้น ใน เมือง ชิ โลห์ ใน แผ่นดิน คา นา อัน ว่า“ พระเจ้า ทรง บัญชา โดย ทาง โมเสส ว่า ให้ มอบ หัว เมือง แก่ เรา ทั้งหลาย เพื่อ จะ ได้ อาศัย อยู่ ทั้ง ทุ่ง หญ้า สำหรับ ฝูง สัตว์ ของ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย” {21:3} ดังนั้น แหละ ตาม พระ บัญชา ของ พระเจ้า คน อิสราเอล จึง ได้ มอบ เมือง และ ทุ่ง หญ้า ต่อ ไป นี้ จาก มรดก ของ เขา ให้ แก่ คน เลวี {21:4} ฉลาก ออก มา เป็น ของ ตระกูล คน โค ฮา ท ดังนั้น แหละ คน เล วี ซึ่ง เป็น พงศ์พันธุ์ ของ อา โร น ปุโรหิต ได้ รับ หัว เมือง โดย จับ ฉลาก สิบ สาม หัว เมือง จาก เผ่า ยูดาห์ สิ เม โอน และ เบน ยา มิ น {21:5} ส่วน คน โค ฮา ท ที่ เหลือ อยู่ ได้ รับ หัว เมือง โดย จับ ฉลาก สิบ หัว เมือง จาก ตระกูล ของ เผ่า เอฟ รา อิม จาก เผ่า ดาน และ จาก ครึ่ง เผ่า มนัส เสห์ {21:6} คน เกอร์ โชน ได้ รับ หัว เมือง โดย จับ ฉลาก สิบ สาม หัว เมือง จาก ตระกูล ของ เผ่า อิสสา คาร์ จาก เผ่า อา เชอร์จากเผ่านัฟ ทา ลี และ จาก ครึ่ง เผ่า มนัส เสห์ ใน บา ชาน {21:7} คน เม รา รี ตาม ตระกูล ของ เขา ได้ รับ หัว เมือง สิบ สอง หัว เมือง จาก เผ่า รู เบน เผ่า กาด และ เผ่า เศบูลุน {21:8} หัว เมือง และ ทุ่ง หญ้า เหล่า นี้ คน อิสราเอล ได้ จับ ฉลาก ให้ แก่ คน เล วี ดัง ที่ พระเจ้า ได้ บัญชา โดย โมเสส {21:9} เขา ให้ หัว เมือง ต่อ ไป นี้ จาก เผ่า ยูดาห์ และ เผ่า สิ เม โอน ตาม ชื่อ ดังนี้ {21:10} เมือง เหล่า นี้ ตก เป็น ของ พงศ์พันธุ์ อา โร น คือ ตระกูล โค ฮา ท ตระกูล หนึ่ง ซึ่ง เป็น คน เล วี เพราะ ฉลาก ตก เป็น ของ เขา ก่อน {21:11} เขา ทั้งหลาย ให้ เมือง คีริยาทอาราบาห์ แก่ เขา อา รา บาห์ เป็น บิดา ของ อา นาค (คือ เมือง เฮ โบ รน) อยู่ ใน แดน เทือกเขา ของ ยูดาห์ รวม ทั้ง ทุ่ง หญ้า รอบ เมือง นั้น ด้วย {21:12} แต่ ทุ่ง นา และ ชนบท ของ เมือง นี้ ได้ ยก ให้ แก่ คา เลบ บุตร เย ฟุน เนห์ เป็น กรรมสิทธิ์ {21:13} เขา ได้ ให้ เมือง เฮ โบ รน แก่ พงศ์พันธุ์ อา โร น ปุโรหิต อัน เป็น เมือง ลี้ภัย สำหรับ ผู้ ฆ่า คน พร้อม ทั้ง ทุ่ง หญ้า รอบ เมือง เมือง ลิบ นาห์ พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:14} เมือง ยา ททีร์ พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง เอช เท โม อา พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:15} เมือง โฮ โลน พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง เด บีร์ พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:16} เมือง อา ยิน พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง ยุ ทธาห์ พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง เบธเชเมช พร้อม ทุ่ง หญ้า รวม เป็น เก้า หัว เมือง จาก สอง เผ่า นี้ {21:17} จาก เผ่า เบน ยา มิ นมีเมืองกิเบ โอน พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง เก บา พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:18} เมือง อา นา โธท พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง อัลโมน พร้อม ทุ่ง หญ้า รวม สี่ หัว เมือง {21:19} หัว เมือง ที่ เป็น ของ พงศ์พันธุ์ อา โร น ปุโรหิต รวม กัน สิบ สาม หัว เมือง พร้อม กับ ทุ่ง หญ้า รอบ ทุก เมือง {21:20} ส่วน คน โค ฮา ท ที่ เหลือ อยู่ ซึ่ง เป็น ตระกูล คน โค ฮา ทของคนเล วี นั้น หัว เมือง ที่ เขา ได้ รับ โดย ฉลาก มา จาก เผ่า เอฟ รา อิม {21:21} เมือง ที่ เขา ให้ คือ เมือง เชเคม เป็น เมือง ลี้ภัย ของ ผู้ ฆ่า คน พร้อม ทุ่ง หญ้า ใน แดน เทือกเขา ของ เอฟ รา อิม เมือง เก เซอร์ พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:22} เมือง ขิบซาอิม พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง เบธ โฮ โร นพ ร้ อม ทุ่ง หญ้า รวม เป็น สี่ หัว เมือง {21:23} และ จาก เผ่า ดาน มี เมือง เอ ล เท เค พร้อม ทุ่ง หญ้า กิบเบโธน พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:24} อัย ยา โลน พร้อม ทุ่ง หญ้า กัท ริม โม นพ ร้ อม ทุ่ง หญ้า รวม สี่ หัว เมือง {21:25} และ จาก คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า มี เมือง ทา อา นาค พร้อม ทุ่ง หญ้า และ กัท ริม โม นพ ร้ อม ทุ่ง หญ้า รวม เป็น สอง หัว เมือง {21:26} หัว เมือง ซึ่ง เป็น ของ คน โค ฮา ท ที่ เหลือ อยู่ นั้น มี สิบ หัว เมือง ด้วย กัน พร้อม ทุ่ง หญ้า ประจำเมือง {21:27} เขา ให้ เมือง จาก คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า แก่ คน เกอร์ โชน ตระกูล หนึ่ง ของ คน เล วี คือ เมือง โก ลาน ใน บา ชาน เป็น เมือง ลี้ภัย ของ ผู้ ฆ่า คน และ เมือง เบเอชเท- ราห์ พร้อม ทุ่ง หญ้า รวม เป็น สอง หัว เมือง {21:28} และ จาก เผ่า อิสสา คาร์ มี เมือง คี ชิ โอน พร้อม ทุ่ง หญ้า ดา เบรัท พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:29} เมือง ยา รมูท พร้อม ทุ่ง หญ้า เอน กัน นิ ม พร้อม ทุ่ง หญ้า รวม สี่ หัว เมือง {21:30} และ จาก เผ่า อา เชอร์ มี เมือง มิ ชอาล พร้อม ทุ่ง หญ้า อับ โดน พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:31} เมือง เฮ ลขัท พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง เร โหบ พร้อม ทุ่ง หญ้า รวม สี่ หัว เมือง {21:32} และ จาก เผ่า นัฟ ทา ลี เมือง คา เดช ใน กา ลิ ลี พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง ลี้ภัย ของ ผู้ ฆ่า คน เมือง ฮัม โม ทโดร์ พร้อม ทุ่ง หญ้า และ เมือง คา ร ทาน พร้อม ทุ่ง หญ้า รวม สาม หัว เมือง {21:33} หัว เมือง ที่ เป็น ของ คน เกอร์ โชน หลาย ตระกูล นั้น รวม กัน มี สิบ สาม หัว เมือง พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:34} เขา ให้ หัว เมือง จาก เผ่า เศบูลุน แก่ ตระกูล คน เม รา รี คือ คน เล วี ที่ เหลือ อยู่ มี เมือง โยก เนอัม พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง คา รทาห์ พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:35} เมือง ดิมนาห์ พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง นา หะ ลา ลพ ร้ อม ทุ่ง หญ้า รวม สี่ หัว เมือง {21:36} และ จาก เผ่า รู เบน มี เมือง เบ เซอร์ พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง ยา ฮา ส พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:37} เมือง เค เดโม ท พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง เม ฟา อัท พร้อม ทุ่ง หญ้า รวม สี่ หัว เมือง {21:38} และ จาก เผ่า กาด มี เมือง รา โม ทในกิเล อาด พร้อม ทุ่ง หญ้า เป็น เมือง ลี้ภัย ของ ผู้ ฆ่า คน เมือง มา หะ นา อิม พร้อม ทุ่ง หญ้า {21:39} เมือง เฮ ชโบน พร้อม ทุ่ง หญ้า เมือง ยา เซอร์ พร้อม ทุ่ง หญ้า รวม ทั้งหมด เป็น สี่ หัว เมือง {21:40} เมือง ซึ่ง เป็น ของ คน เม รา รี ตาม ตระกูล ซึ่ง เป็น ตระกูล คน เล วี ที่ เหลือ อยู่ นั้น เมือง ที่ เป็น ส่วนแบ่ง ของ เขา ทั้งหมด มี สิบ สอง หัว เมือง {21:41} หัว เมือง ของ คน เล วี ซึ่ง อยู่ ท่ามกลาง กรรมสิทธิ์ ของ คน อิสราเอล นั้น รวม ทั้งหมด มี สี่ สิบ แปด หัว เมือง พร้อม ทุ่ง หญ้า ประจำเมือง {21:42} เมือง เหล่า นี้ แต่ละ เมือง มี ทุ่ง หญ้า ล้อม รอบ ทุก เมือง ก็ มี อย่าง นี้ {i21:43} อิสราเอล ยึดครอง แผ่นดิน {21:43} ดังนี้ แหละ พระเจ้า ประทาน แผ่นดิน ทั้งสิ้น แก่ คน อิสราเอล ดัง ที่ พระองค์ ทรง ปฏิญาณ ว่า จะ ให้ แก่ บรรพบุรุษ ของ เขา เมื่อ เขา ทั้งหลาย ยึด แล้ว ก็ เข้า ไป ตั้ง บ้านเมือง อยู่ ที่ นั่น {21:44} และ พระเจ้า ประทาน ให้ เขา มี ความ สงบ อยู่ ทุก ด้าน ดัง ที่ พระองค์ ทรง ปฏิญาณ ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา ไม่ มี ศัตรู สัก คน เดียว ยืนหยัด ต่อสู้ เขา ได้ พระเจ้า ทรง มอบ ศัตรู ของ เขา ให้ อยู่ ใน กำมือ ของ เขา ทั้งสิ้น แล้ว {21:45} สรรพ สิ่ง อัน ดี ทุก อย่าง ซึ่ง พระเจ้า ทรง สัญญา ต่อ ประชาชน อิสราเอล นั้น ก็ ไม่ ขาด สัก สิ่ง เดียว สำเร็จ ทั้งสิ้น {i22:1} แท่น ข้าง แม่น้ำ จอร์แดน {22:1} คราว นั้น โย ชู วา ได้ เรียก คน รู เบน คน กาด คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า มา {22:2} และ กล่าว แก่ เขา ทั้งหลาย ว่า“ ท่าน ทั้งหลาย ได้ ทำ ทุก อย่าง ซึ่ง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า บัญชา ท่าน ไว้ และ ได้ ฟัง เสียง ของ ข้าพเจ้า ใน สารพัด ซึ่ง ข้าพเจ้า ได้ บัญชา ท่าน {22:3} นาน วัน แล้ว จน บัดนี้ ท่าน มิ ได้ ทอดทิ้ง ญาติ พี่น้อง ของ ท่าน แต่ ได้ ระมัดระวัง ที่ จะ กระทำ ตาม พระ บัญชา ของ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน {22:4} บัดนี้ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ได้ โปรด ให้ พี่น้อง ของ ท่าน หยุด พัก แล้ว ดัง ที่ พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ กับ เขา เหตุ ฉะนี้ ท่าน จง กลับ บ้าน ของ ท่าน เถิด ไป สู่ แผ่นดิน ซึ่ง ท่าน ถือ กรรมสิทธิ์ ซึ่ง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ยก ให้ ท่าน ที่ ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน นั้น {22:5} แต่ จง ระวัง ให้ มาก ที่ จะ ปฏิบัติ ตาม พระ บัญญัติ และ กฎหมาย ซึ่ง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า บัญชา ท่าน ไว้ คือ ที่ จะ รัก พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน และ ดำเนิน ใน พระ มรรคา ทั้งสิ้น ของ พระองค์ และ รักษา พระ บัญญัติ ของ พระองค์ และ ติดพัน อยู่ กับ พระองค์ และ ปรนนิบัติ พระองค์ ด้วย สุด จิต สุด ใจ ของ ท่าน” {22:6} โย ชู วา จึง ได้ อวยพร เขา และ ส่ง เขา กลับ ไป ยัง บ้าน ของ เขา ทุก คน {22:7} ส่วน คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า นั้น โมเสส ได้ มอบ ให้ เขา ถือ กรรมสิทธิ์ ใน เมือง บา ชาน แต่ อีก ครึ่ง เผ่า นั้น โย ชู วาม อบ ให้ เขา มี กรรมสิทธิ์ ข้าง เคียง กับ พี่น้อง ของ เขา ที่ ฟาก แม่น้ำ จอร์แดน ด้าน ตะวัน ตก และ เมื่อ โย ชู วา ส่ง เขา กลับ ไป บ้าน ท่าน ได้ อวยพร เขา {22:8} กล่าว แก่ เขา ว่า“ จง กลับ ไป บ้าน ของ ท่าน ทั้งหลาย พร้อม กับ ทรัพย์ สมบัติ มั่งคั่ง มี ฝูง สัตว์ มากมาย มี เงิน ทองคำ ทองสัมฤทธิ์ และ เหล็ก และ เสื้อ ผ้า เป็น อัน มาก จง แบ่ง ของ ที่ ริบ มา จาก ศัตรู ของ ท่าน ให้ แก่ พี่น้อง ของ ท่าน” {22:9} คน รู เบน คน กาด และ คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า ได้ แยก จาก คน อิสราเอล ที่ ชิ โลห์ ซึ่ง อยู่ ใน แผ่นดิน คา นา อัน กลับ ไป บ้าน ของ ตน ซึ่ง อยู่ ใน แผ่นดิน กิเล อาด เป็น แผ่นดิน ของ เขา ซึ่ง เขา ได้ เข้า ตั้ง อยู่ ตาม พระ บัญชา ของ พระเจ้า โดย โมเสส {22:10} และ เมื่อ เขา ทั้งหลาย มา ถึง ท้องถิ่น ที่ ใกล้ แม่น้ำ จอร์แดน ที่ อยู่ ใน แผ่นดิน คา นา อัน คน รู เบน คน กาด และ คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า ได้ สร้าง แท่น บูชา แท่น หนึ่ง ที่ ใกล้ แม่น้ำ จอร์แดน เป็น แท่น ขนาด มหึมา {22:11} และ คน อิสราเอล ได้ยิน คน พูด กัน“ ดู เถิด คน รู เบน คน กาด และ คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า ได้ สร้าง แท่น บูชา ที่ พรมแดน แผ่นดิน คา นา อัน ใน ท้องถิ่น ใกล้ แม่น้ำ จอร์แดน ใน ด้าน ที่ เป็น ของ คน อิสราเอล” {22:12} และ เมื่อ คน อิสราเอล ได้ยิน เช่น นั้น ชุมนุมชน อิสราเอล ทั้งหมด ก็ ไป รวม กัน ที่ เมือง ชิ โลห์ เพื่อ จะ ขึ้น ไป ทำ สงคราม กับ เขา {22:13} แล้ว คน อิสราเอล จึง ใช้ ฟีเน หัส บุตร เอ เล อา ซาร์ ปุโรหิต ไป ยัง คน รู เบน คน กาด และ คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า ใน แผ่นดิน กิเลอาด {22:14} พร้อม กับ เจ้านาย สิบ คน คน หนึ่ง จาก แต่ละ เผ่า ใน อิสราเอล ทุก คน เป็น หัวหน้า ครอบครัว ใน ตระกูล ของ อิสราเอล {22:15} เมื่อ เขา มา ถึง คน รู เบน คน กาด และ คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า ใน แผ่นดิน กิเล อาด เขา ก็ กล่าว แก่ พวก เหล่า นั้น ว่า {22:16} “ ชุมนุมชน ทั้งสิ้น ของ พระเจ้า กล่าว ดังนี้ ว่า‘ ท่าน ทั้งหลาย ได้ กระทำ การ ทรยศ อะไร เช่น นี้ ต่อ พระเจ้า ของ อิสราเอล หนอ ซึ่ง ใน วัน นี้ ท่าน ทั้งหลาย ได้ หัน กลับ จาก ติดตาม พระเจ้า โดย ท่าน ได้ สร้าง แท่น บูชา สำหรับ ตัว เป็น การ กบฏ ต่อ พระเจ้า ใน วัน นี้ {22:17} กรรม บาป ซึ่ง เรา ทำ ที่ เมือง เปโอร์ นั้น ยัง ไม่ พอเพียง หรือ ซึ่ง จน กระทั่ง วัน นี้ เรา ยัง ชำระ ตัว ของ เรา ให้ สะอาด ไม่ หมด เลย และ ซึ่ง เป็น เหตุ ให้ ภัย พิบัติ เกิด แก่ ชุมนุมชน ของ พระเจ้า {22:18} ใน วัน นี้ ท่าน ทั้งหลาย จะ หัน ไป เสีย จาก การ ติดตาม พระเจ้า หรือ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย กบฏ ต่อ พระเจ้า ใน วัน นี้ พระองค์ จะ ทรง กริ้ว ต่อ ชุมนุมชน อิสราเอล ทั้งหมด ใน วัน ใน พรุ่ง {22:19} แต่ ถ้า แผ่นดิน ของ ท่าน ไม่ สะอาด จง ข้าม ไป ใน แผ่นดิน ของ พระเจ้า ซึ่ง เป็น ที่ ตั้ง แห่ง พลับพลา ของ พระเจ้า และ มา ถือ กรรมสิทธิ์ อยู่ ท่ามกลาง พวก เรา เถิด ขอ แต่ เพียง อย่า กบฏ ต่อ พระเจ้า หรือ กบฏ ต่อ เรา โดย ที่ ท่าน ทั้งหลาย สร้าง แท่น บูชา สำหรับ ตัว นอกจาก แท่น บูชา แห่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เรา ทั้งหลาย {22:20} อา คาน บุตร เศราห์ ได้ ประพฤติ อสัตย์ ใน เรื่อง ของ ถวาย นั้น ไม่ ใช่ หรือ พระ พิโรธ ก็ ตก เหนือ ชุมนุมชน อิสราเอล เขา มิ ได้ พินาศ แต่ คน เดียว ใน เรื่อง กรรม บาป ของ เขา’” {22:21} ขณะ นั้น คน รู เบน คน กาด และ คน มนัส เสห์ ครึ่ง เผ่า ได้ ตอบ ผู้ หัวหน้า ของ ตระกูล อิสราเอล ว่า {22:22} “ องค์ ผู้ ทรง มหิทธิ ฤทธิ์ คือ พระเจ้า พระ เยโฮวาห์ องค์ ผู้ ทรง มหิทธิ ฤทธิ์ คือ พระเจ้า พระ เยโฮวาห์ พระองค์ ทรง ทราบ และ อิสราเอล จะ ทราบ เสีย ด้วย ถ้า ว่า เป็น การ กบฏ หรือ ประพฤติ อสัตย์ ต่อ พระเจ้า ก็ ขอ อย่า ไว้ ชีวิต พวก เรา ใน วัน นี้ เลย {22:23} ที่ ว่า เรา ได้ สร้าง แท่น บูชา นั้น เพื่อ หัน จาก ติดตาม พระเจ้า หรือ พวก เรา ได้ สร้าง ไว้ เพื่อ ถวาย เครื่อง เผา บูชา หรือ ธัญ ญ บูชา หรือ ถวาย สัตว์ เป็น ศานติ บูชา บน แท่น นั้น ขอ พระเจ้า ทรง ลงโทษ เถิด {22:24} เปล่า เลย แต่ พวก เรา ได้ สร้าง ไว้ ด้วย เกรง ว่า ใน เวลา ต่อ ไป ภายหน้า ลูกหลาน ของ ท่าน อาจ จะ กล่าว ต่อ ลูกหลาน ของ เรา ว่า‘ เจ้า มี ส่วน เกี่ยวพัน อะไร กับ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล {22:25} เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง กำหนด แม่น้ำ จอร์แดน เป็น พรมแดน ระหว่าง เรา กับ เจ้า ทั้งหลาย นะ คน รู เบน และ คน กาด เอ๋ย พวก เจ้า ไม่ มี ส่วน ใน พระเจ้า’ ดังนั้น แหละ ลูกหลาน ของ ท่าน อาจ กระทำ ให้ ลูกหลาน ของ เรา ทั้งหลาย หยุด เกรงกลัว พระเจ้า {22:26} เพราะ ฉะนั้น เรา จึง ว่า‘ ให้ เรา สร้าง แท่น บัดนี้ มิ ใช่ สำหรับ ถวาย เครื่อง เผา บูชา หรือ เครื่อง สัต วบูชาใดๆ {22:27} แต่ เพื่อ เป็น พยาน ระหว่าง เรา กับ ท่าน ทั้งหลาย และ ระหว่าง คน ชั่ว อายุ ต่อ จาก เรา ว่า เรา ทั้งหลาย จะ กระทำ การ ปรนนิบัติ พระเจ้า ต่อ พระ พักตร์ ของ พระองค์ ด้วย เครื่อง เผา บูชา และ เครื่อง สัต ว บูชา และ เครื่อง ศานติ บูชา ด้วย เกรง ว่า ลูกหลาน ของ ท่าน จะ กล่าว แก่ ลูกหลาน ของ เรา ใน เวลา ต่อ ไป ว่า“ เจ้า ไม่ มี ส่วน ใน พระเจ้า”’ {22:28} และ เรา คิด ว่า ถ้า มี ใคร พูด เช่น นี้ กับ เรา หรือ กับ ชาติพันธุ์ ของ เรา ใน เวลา ข้าง หน้า เรา ก็ จะ กล่าว ว่า‘ ดู เถิด นั่น เป็น แท่น จำลอง ของ แท่น แห่ง พระเจ้า ปู่ ย่า ตา ยาย ของ เรา กระทำ ไว้ มิ ใช่ เพื่อ ถวาย เครื่อง เผา บูชา หรือ เครื่อง สัต ว บูชา แต่ เพื่อ เป็น พยาน ระหว่าง เรา กับ ท่าน’ {22:29} ขอ ให้ เรื่อง นี้ ห่าง จาก เรา เถิด คือ ที่ จะ กบฏ ต่อ พระเจ้า และ หัน จาก ติดตาม พระเจ้า เสีย ใน วัน นี้ โดย สร้าง แท่น อื่น สำหรับ เครื่อง เผา บูชา ธัญ ญ บูชา เครื่อง สัต ว บูชา นอกจาก แท่น พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ เรา ซึ่ง ตั้ง อยู่ ที่ หน้า พลับพลา ของ พระองค์” {22:30} เมื่อ ฟีเน หัส ปุโรหิต และ เจ้านาย ของ ชุมนุมชน และ หัวหน้า ตระกูล ของ อิสราเอล ที่ อยู่ ด้วย กัน นั้น ได้ยิน ถ้อยคำ ที่ คน รู เบน คน กาด และ คน มนัส เสห์ กล่าว ก็ รู้สึก เป็น ที่ พอใจ มาก {22:31} ฟีเน หัส บุตร ของ เอ เล อา ซาร์ ปุโรหิต จึง กล่าว แก่ คน รู เบน คน กาด และ คน มนัส เสห์ว่า“ วัน นี้ เรา ทราบ แล้ว ว่า พระเจ้า ทรง สถิต ท่ามกลาง พวก เรา เพราะ ท่าน ทั้งหลาย มิ ได้ กระทำ การ ทรยศ ต่อ พระเจ้า ท่าน ได้ ช่วย ให้ ชน อิสราเอล พ้น จาก พระ หัตถ์ ของ พระเจ้า” {22:32} แล้ว ฟีเน หัส บุตร เอ เล อา ซาร์ ปุโรหิต และ ผู้ หัวหน้า ทั้งหลาย ก็ กลับ จาก คน รู เบน และ คน กาด จาก แผ่นดิน กิเล อาด ไป ยัง แผ่นดิน คา นา อัน ไป หา คน อิสราเอล แจ้ง ข่าว ให้ เขา ทราบ {22:33} รายงาน นั้น เป็น ที่ พอใจ คน อิสราเอล และ คน อิสราเอล ก็ สรรเสริญ พระเจ้า และ ไม่ พูด ถึง เรื่อง ที่ จะ กระทำ สงคราม กับ เขา เพื่อ ทำลาย แผ่นดิน ซึ่ง คน รู เบน คน กาด ได้ อาศัย อยู่ นั้น อีก เลย {22:34} คน รู เบน และ คน กาด เรียก แท่น นั้น ว่า แท่น พยาน เขา กล่าว ว่า แท่น นั้น เป็น พยาน ใน ระหว่าง เรา ว่า พระ เยโฮวาห์ เป็น พระเจ้า {i23:1} คำ บังคับบัญชา ของ โย ชู วา ที่ ให้ แก่ ประชาชน {23:1} ต่อ มา อีก นาน เมื่อ พระเจ้า โปรด ให้ อิสราเอล สงบ จาก การ ศึก ศัตรู ที่ ล้อม รอบ และ โย ชู วา มี อายุ ชรา ลง มาก {23:2} โย ชู วา ก็ เรียก บรรดา คน อิสราเอล ทั้ง พวก ผู้ใหญ่ ผู้ หัวหน้า ผู้พิพากษา และ เจ้าหน้าที่ และ กล่าว แก่ เขา ทั้งหลาย ว่า“ ข้าพเจ้า แก่ และ มี อายุ มาก แล้ว {23:3} ท่าน ทั้งหลาย ได้ เห็น สารพัด ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ได้ กระทำ ต่อ ประชาชาติ เหล่า นี้ เพื่อ เห็นแก่ ท่าน เพราะ ว่า พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ได้ ทรง สู้ รบ เพื่อ ท่าน {23:4} ดู เถิด ประชาชาติ ที่ เหลือ อยู่ นั้น ข้าพเจ้า ได้ จับ ฉลาก แบ่ง ให้ เป็น มรดก แก่ เผ่า ของ ท่าน รวม กับ ประชาชาติ ทั้งหลาย ซึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ทำลาย เสีย ตั้งแต่ แม่น้ำ จอร์แดน จน ถึง ทะเล ใหญ่ ทาง ทิศ ตะวัน ตก {23:5} พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน จะ ทรง ผลักดัน เขา ออก ไป ให้ พ้น หน้า ท่าน และ ทรง ขับ ไล่ เขา ให้ ออก ไป พ้น สายตา ของ ท่าน และ ท่าน จะ ได้ ยึดครอง แผ่นดิน ของ เขา ดัง ที่ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ทรง สัญญา ไว้ ต่อ ท่าน {23:6} เพราะ ฉะนั้น จง มั่นคง ใน การ ที่ จะ รักษา และ กระทำ ตาม สิ่ง สารพัด ซึ่ง เขียน ไว้ ใน หนังสือ ธรรม บัญญัติ ของ โมเสส เพื่อ จะ ไม่ ได้ หัน ไป ทาง ขวา มือ หรือ ทาง ซ้าย มือ {23:7} เพื่อ ว่า ท่าน จะ มิ ได้ ปะปน กับ ประชาชาติ เหล่า นี้ ซึ่ง เหลือ อยู่ ท่ามกลาง ท่าน หรือ ออก ชื่อ พระ ของ เขา หรือ สาบาน ใน นาม พระ ของ เขา หรือ ปรนนิบัติ พระ นั้น หรือ กราบ ลง นมัสการ พระ นั้น {23:8} แต่ ท่าน จง ติดพัน อยู่ กับ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ดัง ที่ กระทำ อยู่ จน ถึง วัน นี้ {23:9} เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง ขับ ไล่ ประชาชาติ ที่ ใหญ่ โต และ แข็งแรง ออก ไป ให้ พ้น หน้า ท่าน ส่วน ท่าน เอง ก็ ยัง ไม่ มี ผู้ ใด ต่อต้าน ท่าน ได้ จน ถึง วัน นี้ {23:10} พวก ท่าน คน เดียว จะ ขับ ไล่ หนึ่ง พัน คน ให้ หนี ไป เพราะ ว่า พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ต่อสู้ เพื่อ ท่าน ดัง ที่ พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ {23:11} เพราะ ฉะนั้น จง ระวัง ตัว ให้ ดี ที่ จะ รัก พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน {23:12} เพราะ ว่า ถ้า ท่าน หัน กลับ และ เข้า ร่วม กับ ประชาชาติ เหล่า นี้ ที่ เหลือ อยู่ ใน หมู่ พวก ท่าน โดย แต่งงาน กับ เขา คือ ท่าน แต่งงาน กับ หญิง ของ เขา และ เขา แต่งงาน กับ หญิง ของ ท่าน {23:13} ท่าน จง ทราบ เป็น แน่ เถิด ว่า พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน จะ ไม่ ทรง ขับ ไล่ ประชาชาติ เหล่า นี้ ออก ไป ให้ พ้น หน้า ท่าน แต่ เขา จะ เป็น บ่วง และ เป็น กับดัก ท่าน เป็น หอก ข้าง แคร่ เป็น หนาม ยอก ตา จน กว่า ท่าน จะ พินาศ ไป จาก แผ่นดิน ที่ ดี นี้ ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ประทาน แก่ ท่าน {23:14} “ บัดนี้ ข้าพเจ้า กำลัง จะ เป็น ไป ตาม ทาง ของ โลก แล้ว ท่าน ทุก คน ได้ ทราบ ใน จิต ใน ใจ ของ ท่าน แล้ว ว่า ไม่ มี สัก สิ่ง เดียว ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน สัญญา เกี่ยว กับ ท่าน แล้ว ล้มเหลว ไป สำเร็จ หมด ทุก อย่าง ไม่ มี สัก อย่าง เดียว ที่ ล้มเหลว {23:15} สิ่ง สารพัด ที่ ดี ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน สัญญา เกี่ยว กับ ท่าน ได้ สำเร็จ เพื่อ ท่าน ฉัน ใด พระเจ้า ก็ จะ ทรง นำ สิ่ง ที่ ร้าย มา ถึง ท่าน จน กว่า พระองค์ จะ ทำลาย ท่าน เสีย จาก แผ่นดิน อัน ดี นี้ ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ประทาน แก่ ท่าน เช่น เดียวกัน {23:16} ถ้า ท่าน ทั้งหลาย กระทำ ผิด พัน ธ สัญญา แห่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ซึ่ง พระองค์ ทรง บัญชา ท่าน ไว้ และ ไป ปรนนิบัติ พระ อื่น และ กราบ ลง นมัสการ พระ นั้น แล้ว พระ พิโรธ ของ พระเจ้า จะ พลุ่ง ขึ้น ต่อ ท่าน แล้ว ท่าน จะ พินาศ ไป อย่าง รวดเร็ว จาก แผ่นดิน ที่ ดี ซึ่ง พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ท่าน ประทาน แก่ ท่าน” {i24:1} คำ อำลา ของ โย ชู วา {24:1} แล้ว โย ชู วา ก็ รวบรวม บรรดา เผ่า คน อิสราเอล มา ที่ เชเคม แล้ว เรียก พวก ผู้ใหญ่ ผู้ หัวหน้า ผู้พิพากษา และ เจ้าหน้าที่ ของ อิสราเอล แล้ว เขา ก็ มา ปรากฏ ตัว ต่อ พระเจ้า {24:2} แล้ว โย ชู วา กล่าว กับ ประชาชน ทั้งสิ้น ว่า“ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล ตรัส ดังนี้ ว่า‘ ใน กาล ดึกดำบรรพ์ บรรพบุรุษ ของ เจ้า อยู่ ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ ยู เฟรติสคือเท- ราห์ บิดา ของ อับราฮัม และ ของ นา โฮร์ และ เขา ปรนนิบัติ พระ อื่น {24:3} แล้ว เรา ได้ นำ บิดา ของ เจ้า คือ อับราฮัม มา จาก ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ ยู เฟรติส และ นำ เขา มา ตลอด แผ่นดิน คา นา อัน กระทำ ให้ ลูกหลาน ของ เขา มี มากมาย เรา ให้ อิส อัคแก่เขา {24:4} เรา ให้ ยา โค บ และ เอ ซาว แก่ อิส อัค และ เรา ได้ ให้ แดน เทือกเขา เส อีร์ แก่ เอ ซาว เป็น กรรมสิทธิ์ แต่ ยา โค บ และ ลูกหลาน ของ เขา ได้ ลง ไป ใน อียิปต์ {24:5} และ เรา ได้ ใช้ โมเสส กับ อา โร น มา และ เรา ได้ ให้ ภัย พิบัติ เกิด แก่ อียิปต์ ด้วย สิ่ง ที่ เรา กระทำ ท่ามกลาง เขา นั้น และ ภายหลัง เรา ได้ นำ เจ้า ทั้งหลาย ออก มา {24:6} แล้ว เรา ก็ นำ ปู่ ย่า ตา ยาย ของ เจ้า ออก จาก อียิปต์ และ เจ้า ทั้งหลาย มา ถึง ทะเล และ ชาว อียิปต์ ได้ ไล่ ตาม ปู่ ย่า ตา ยาย ของ เจ้า ทั้งหลาย ด้วย รถ รบ และ พล ม้า มา ถึง ทะเล แดง {24:7} และ เมื่อ เขา ร้อง ทูล ต่อ พระเจ้า พระองค์ ก็ บันดาล ให้ ความ มืด เกิด ขึ้น ระหว่าง เจ้า ทั้งหลาย และ ชาว อียิปต์ และ กระทำ ให้ ทะเล ท่วม มิด เขา นัยน์ตา ของ เจ้า ทั้งหลาย ได้ เห็น สิ่ง ที่ เรา กระทำ ใน อียิปต์ และ เจ้า ทั้งหลาย อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร {24:8} และ เรา ก็ นำ เจ้า ทั้งหลาย มา ที่ แผ่นดิน ของ คน อา โม ไรต์ ซึ่ง อยู่ ที่ ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน เขา สู้ รบ กับ เจ้า ทั้งหลาย และ เรา ได้ มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ เจ้า และ เจ้า ทั้งหลาย ยึดครอง แผ่นดิน ของ เขา และ เรา ก็ ทำลาย เขา ให้ พ้น หน้า เจ้า {24:9} คราว นั้น บา ลา คบุตรศิปโปร์ กษัตริย์ เมือง โม อับ ได้ ลุก ขึ้น ต่อสู้ กับ อิสราเอล เขา ใช้ ให้ ไป ตาม บา ลา อัมบุตรเบโอร์ มา ให้ แช่ง เจ้า ทั้งหลาย {24:10} แต่ เรา ไม่ ฟัง บา ลา อัม เพราะ ฉะนั้น เขา จึง อวยพร เจ้า ทั้งหลาย เรื่อย ไป ดังนั้น เรา จึง ช่วย เจ้า ให้ พ้น มือ ของ เขา {24:11} และ เจ้า ทั้งหลาย ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน มา ที่ เมือง เย รี โค และ ชาว เมือง เย รี โค ต่อสู้ กับ เจ้า และ คน อา โม ไรต์คนเปริส ซี คน คา นา อัน คน ฮิต ไทต์คนเกอร์ กา ชี คน ฮีไวต์ และ คน เย บุ ส และ เรา ได้ มอบ เขา ไว้ ใน มือ ของ เจ้า ทั้งหลาย {24:12} และ เรา ได้ ใช้ ตัว ต่อ ไป ข้าง หน้า เจ้า ทั้งหลาย ซึ่ง ขับ ไล่ กษัตริย์ ทั้ง สอง ของ ชาว อา โม ไรต์ ไป เสีย ต่อ หน้า เจ้า ไม่ ใช่ ด้วย ดาบ หรือ ด้วย ธนู ของ เจ้า {24:13} เรา ได้ ยก แผ่นดิน ซึ่ง เจ้า ไม่ ได้ เหนื่อย กาย บน นั้น และ ยก เมือง ซึ่ง เจ้า ทั้งหลาย ไม่ ต้อง สร้าง ให้ แก่ เจ้า และ เจ้า ทั้งหลาย ได้ เข้า อยู่ เจ้า ได้ กิน ผล ของ สวน องุ่น และ สวน มะกอก เทศ ซึ่ง เจ้า ไม่ ต้อง ปลูก’ {24:14} “ เหตุ ฉะนั้น จง ยำเกรง พระเจ้า และ ปรนนิบัติ พระองค์ ด้วย ความ จริงใจ และ ด้วย ความ ซื่อสัตย์ จง ทิ้ง พระ เหล่า นั้น ซึ่ง บรรพบุรุษ ของ ท่าน ได้ เคย ปรนนิบัติ ที่ ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ และ ใน อียิปต์ เสีย และ ท่าน ทั้งหลาย จง ปรนนิบัติ พระเจ้า {24:15} และ ถ้า ท่าน ไม่ เต็ม ใจ ที่ จะ ปรนนิบัติ พระเจ้า ท่าน ทั้งหลาย จง เลือก เสีย ใน วัน นี้ ว่า ท่าน จะ ปรนนิบัติ ผู้ ใด จะ ปรนนิบัติ พระ ซึ่ง บรรพบุรุษ ของ ท่าน ปรนนิบัติ อยู่ ใน ท้องถิ่น ฟาก ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ ยู เฟรติส หรือ ของ คน อา โม ไรต์ ใน แผ่นดิน ซึ่ง ท่าน อาศัย อยู่ แต่ ส่วน ข้าพเจ้า และ ครอบครัว ของ ข้าพเจ้า เรา จะ ปรนนิบัติ พระเจ้า” {24:16} ฝ่าย ประชาชน ทั้งหลาย จึง ตอบ ว่า“ ซึ่ง ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จะ ละทิ้ง พระเจ้า ไป ปรนนิบัติ พระ อื่น นั้น ขอ ให้ ห่าง ไกล จาก ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เถิด {24:17} เพราะ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย พระองค์ นั้น ทรง นำ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย และ ปู่ ย่า ตา ยาย ของ ข้าพเจ้า ขึ้น มา จาก แผ่นดิน อียิปต์ และ พ้น จาก เรือน ทาส นั้น และ เป็น ผู้ ทรง กระทำ หมาย สำคัญ ยิ่งใหญ่ ใน สายตา ของ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย และ ทรง คุ้มครอง พวก ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ไว้ ตลอด ทาง ที่ ข้าพเจ้า ได้ เดิน ไป และ ท่ามกลาง ชน ชาติ ทั้งหลาย ซึ่ง ข้าพเจ้า ผ่าน ไป {24:18} และ พระเจ้า ทรง ขับ ไล่ ชน ชาติ ทั้งหลาย ออก ไป ให้ พ้น หน้า ข้าพเจ้า คือ คน อา โม ไรต์ ผู้ ซึ่ง อยู่ ใน แผ่นดิน นั้น เพราะ ฉะนั้น ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จะ ปรนนิบัติ พระ เยโฮวาห์ ด้วย เพราะ ว่า พระองค์ ทรง เป็น พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย” {24:19} แต่ โย ชู วา กล่าว แก่ ประชาชน ว่า“ ท่าน ทั้งหลาย จะ ปรนนิบัติ พระเจ้า ไม่ ได้ ด้วย ว่า พระองค์ ทรง เป็น พระเจ้า บริสุทธิ์ พระองค์ ทรง เป็น พระเจ้า หวงแหน พระองค์ จะ ไม่ ทรง อภัย ความ ทรยศ หรือ บาป ของ ท่าน {24:20} ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ละทิ้ง พระเจ้า ไป ปรนนิบัติ พระ อื่น แล้ว พระองค์ จะ ทรง หัน กลับ และ กระทำ อันตราย แก่ ท่าน และ ผลาญ ท่าน เสีย หลัง จาก ที่ พระองค์ ทรง กระทำ ดี ต่อ ท่าน แล้ว” {24:21} และ ประชาชน กล่าว แก่ โย ชู วา ว่า“ หา มิ ได้ แต่ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จะ ปรนนิบัติ พระเจ้า” {24:22} แล้ว โย ชู วา กล่าว แก่ ประชาชน ว่า“ ท่าน ทั้งหลาย เป็น พยาน ปรักปรำ ตนเอง ว่า ท่าน ได้ เลือก พระเจ้า เพื่อ ปรนนิบัติ พระองค์ นะ” และ เขา กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เป็น พยาน” {24:23} ท่าน จึง กล่าว ว่า“ เพราะ ฉะนั้น จง ทิ้ง พระ อื่น ซึ่ง อยู่ ใน หมู่ พวก ท่าน นั้น เสีย และ โน้ม จิตใจ ของ ท่าน เข้า หา พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล” {24:24} และ ประชาชน กล่าว แก่ โย ชู วา ว่า“ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จะ ปรนนิบัติ พระ เยโฮวาห์ พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า และ เชื่อฟัง พระ สุรเสียง ของ พระองค์” {24:25} ดังนั้น โย ชู วา ก็ ได้ กระทำ พัน ธ สัญญา กับ ประชาชน และ วาง กฎเกณฑ์ และ กฎหมาย ให้ แก่ เขา ใน วัน นั้น ที่ เมือง เชเคม {24:26} และ โย ชู วา ก็ จารึก ถ้อยคำ เหล่า นี้ ไว้ ใน หนังสือ ธรรม บัญญัติ ของ พระเจ้า และ ท่าน ได้ เอา ก้อน หิน ใหญ่ ตั้ง ไว้ ที่ ใต้ ต้น ก่อ ที่ ใน สถาน นมัสการ แห่ง พระเจ้า {24:27} และ โย ชู วา กล่าว แก่ ประชาชน ทั้งปวง ว่า“ ดู เถิด ศิลา ก้อน นี้ จะ เป็น พยาน ปรักปรำ เรา เพราะ ศิลา นี้ ได้ยิน พระ วจนะ ทั้งสิ้น แห่ง พระเจ้า ซึ่ง ตรัส แก่ เรา จึง จะ เป็น พยาน ปรักปรำ เรา เกลือก ว่า ท่าน จะ ปฏิเสธ พระเจ้า ของ ท่าน” {24:28} แล้ว โย ชู วา ก็ ปล่อย ให้ ประชาชน กลับ ไป ยัง ที่ มรดก ของ ตน ทุก คน {i24:29} มรณกรรม ของ โย ชู วา และ เอ เลอาซาร์ (วนฉ.2:6-10) {24:29} ภายหลัง โย ชู วา บุตร นูน ผู้ รับใช้ ของ พระเจ้า ก็ สิ้น ชีวิต มี อายุ หนึ่ง ร้อย สิบ ปี {24:30} และ เขา ก็ ฝัง ท่าน ไว้ ใน ที่ดิน มรดก ของ ท่าน ที่ เมือง ทิม นาท เส ราห์ ซึ่ง อยู่ ใน แดน เทือกเขา แห่ง เอฟ รา อิม ทิศ เหนือ ของ ยอด เขา กา อัช {24:31} คน อิสราเอล ได้ ปรนนิบัติ พระเจ้า ตลอด สมัย ของ โย ชู วา และ ตลอด สมัย ของ พวก ผู้ใหญ่ ผู้ มี อายุ ยืน นาน กว่า โย ชู วา และ ได้ ทราบ ถึง พระ ราชกิจ ซึ่ง พระเจ้า ทรง กระทำ เพื่อ อิสราเอล {24:32} กระดูก ของ โย เซฟ ซึ่ง ชน อิสราเอล นำ มา จาก อียิปต์ นั้น เขา ฝัง ไว้ ที่ เมือง เชเคม ใน ส่วน ที่ดิน ซึ่ง ยา โค บ ซื้อ ไว้ จาก บุตร หลาน ของ ฮา โมร์ บิดา ของ เชเคม เป็น เงิน หนึ่ง ร้อย แผ่น ที่ นี้ ตก เป็น มรดก ของ พงศ์พันธุ์ โย เซฟ {24:33} และ เอ เล อา ซาร์ บุตร ของ อา โร น ก็ สิ้น ชีวิต และ เขา ฝัง ศพ ท่าน ไว้ ที่ กิบ อา เมือง ของ ฟีเน หัส บุตร ของ ท่าน ซึ่ง ได้ มอบ ไว้ ให้ เขา ใน แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม