{i1:1} พระ วาทะ แห่ง ชีวิต {1:1} ซึ่ง มี ตั้งแต่ ปฐม กาล ซึ่ง เรา ได้ยิน ซึ่ง เรา ได้ เห็น กับ ตา ซึ่ง เรา ได้ พินิจ ดู และ จับ ต้อง ด้วย มือ ของ เรา นั้น เกี่ยว กับ พระ วาทะ แห่ง ชีวิต {1:2} (และ ชีวิต นั้น ได้ ปรากฏ และ เรา ได้ เห็น และ เป็น พยาน และ ประกาศ ชีวิต นิรันดร์ นั้น แก่ ท่าน ทั้งหลาย ชีวิต นั้น ได้ ดำรง อยู่ กับ พระ บิดา และ ได้ ปรากฏ แก่ เรา ทั้งหลาย) {1:3} ซึ่ง เรา ได้ เห็น และ ได้ยิน นั้น เรา ก็ ได้ ประกาศ ให้ ท่าน ทั้งหลาย รู้ ด้วย เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ ร่วม สามัคคี ธรรม กับ เรา เรา ทั้งหลาย ก็ ร่วม สามัคคี กับ พระ บิดา และ กับ พระ เยซู คริสต์ พระ บุตร ของ พระองค์ {1:4} และ เรา เขียน ข้อความ เหล่า นี้ เพื่อ ความ ปลาบปลื้ม ยินดี ของ เรา จะ ได้ เต็ม เปี่ยม {i1:5} พระเจ้า ทรง เป็น ความ สว่าง {1:5} นี่ เป็น ข้อความ ที่ เรา ได้ยิน จาก พระองค์ และ บอก แก่ ท่าน ทั้งหลาย คือ ว่า พระเจ้า ทรง เป็น ความ สว่าง และ ความ มืด ใน พระองค์ ไม่ มี เลย {1:6} ถ้า เรา จะ ว่า เรา ร่วม สามัคคี ธรรม กับ พระองค์ และ ยัง ดำเนิน อยู่ ใน ความ มืด เรา ก็ พูด มุสา และ ไม่ ได้ ดำเนิน ชีวิต ตาม ความ จริง {1:7} แต่ ถ้า เรา ดำเนิน อยู่ ใน ความ สว่าง เหมือน อย่าง พระองค์ ทรง สถิต ใน ความ สว่าง เรา ก็ ร่วม สามัคคี ธรรม ซึ่ง กัน และ กัน และ พระ โลหิต ของ พระ เยซู คริสต์ พระ บุตร ของ พระองค์ ก็ ชำระ เรา ทั้งหลาย ให้ ปราศจาก บาป ทั้งสิ้น {1:8} ถ้า เรา ทั้งหลาย จะ ว่า เรา ไม่ มี บาป เรา ก็ ลวง ตนเอง และ สัจจะ ไม่ ได้ อยู่ ใน เรา เลย {1:9} ถ้า เรา สารภาพ บาป ของ เรา พระองค์ ทรง สัตย์ ซื่อ และ เที่ยงธรรม ก็ จะ ทรง โปรด ยก บาป ของ เรา และ จะ ทรง ชำระ เรา ให้ พ้น จาก การ อธรรม ทั้งสิ้น {1:10} ถ้า เรา กล่าว ว่า เรา ไม่ ได้ ทำบาป ก็ เท่ากับ เรา ทำให้ พระองค์ เป็น ผู้ ตรัส มุสา และ พระ ดำรัส ของ พระองค์ ก็ มิ ได้ อยู่ ใน เรา ทั้งหลาย เลย {i2:1} พระ คริสต์ ผู้ ทูล ขอ เพื่อ เรา {2:1} ลูก ของ ข้าพเจ้า เอ๋ย ข้าพเจ้า เขียน ข้อความ เหล่า นี้ ถึง ท่าน ทั้งหลาย เพื่อ ท่าน จะ ได้ ไม่ ทำบาป และ ถ้า ผู้ ใด ทำบาป เรา ก็ มี พระองค์ ผู้ ทูล ขอ พระ บิดา เพื่อ เรา คือ พระ เยซู คริสต์ ผู้ ทรง เที่ยงธรรม นั้น {2:2} และ พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ลบล้าง พระ อาชญา ที่ ตก กับ เรา ทั้งหลาย เพราะ บาป ของ เรา และ ไม่ ใช่ แต่ บาป ของ เรา พวก เดียว แต่ ของ มนุษย์ ทั้งปวง ใน โลก ด้วย {2:3} เรา จะ มั่นใจ ได้ ว่า เรา คุ้น กับ พระองค์ โดย ข้อ นี้ คือ ถ้า เรา ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ {2:4} คน ใด ที่ กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า คุ้น กับ พระองค์” แต่ มิ ได้ ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ คน นั้น เป็น คน พูด มุสา และ ความ จริง ไม่ ได้ อยู่ ใน คน นั้น เลย {2:5} แต่ ผู้ ใด ที่ ประพฤติ ตาม พระ วจนะ ของ พระองค์ ความ รัก ของ พระเจ้า ก็ ถึง ความ บริบูรณ์ ใน คน นั้น แล้ว อย่าง แน่แท้ ด้วย อาการ อย่าง นี้ แหละ เรา ทั้งหลาย จึง รู้ ว่า เรา อยู่ ใน พระองค์ {2:6} ผู้ ใด กล่าว ว่า ตน อยู่ ใน พระองค์ ผู้ นั้น ก็ ควร ดำเนิน ตาม ทาง ที่ พระองค์ ทรง ดำเนิน นั้น {i2:7} พระ บัญญัติ ใหม่ {2:7} ดู ก่อน ท่าน ที่ รัก ข้าพเจ้า ไม่ ได้ เขียน บัญญัติ ใหม่ ถึง ท่าน ทั้งหลาย เลย แต่ เป็น พระ บัญญัติ เก่า ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ มี อยู่ ตั้งแต่ เริ่มแรก พระ บัญญัติ เก่า นั้น คือ คำ ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน มา แล้ว {2:8} อีก นัย หนึ่ง ก็ กล่าว ได้ ว่า ข้าพเจ้า เขียน บัญญัติ ใหม่ ถึง ท่าน ทั้งหลาย ที่ ว่า ใหม่ ทั้ง ฝ่าย พระองค์ และ ฝ่าย ท่าน ทั้งหลาย ก็ เพราะ ว่า ความ มืด นั้น กำลัง จะ ล่วง ไป และ ความ สว่าง แท้ ก็ ส่อง อยู่ แล้ว {2:9} ผู้ ใด ที่ กล่าว ว่า ตน อยู่ ใน ความ สว่าง และ ยัง เกลียด ชัง พี่น้อง ของ ตน ผู้ นั้น ก็ ยัง อยู่ ใน ความ มืด {2:10} ผู้ ที่ รัก พี่น้อง ของ ตน ก็ อยู่ ใน ความ สว่าง และ ใน ความ สว่าง นั้น ไม่ มี อะไร ที่ จะ ทำให้ สะดุด {2:11} แต่ ผู้ ที่ เกลียด ชัง พี่น้อง ของ ตน ก็ อยู่ ใน ความ มืด และ เดิน ใน ความ มืด และ ไม่ รู้ ว่า ตน กำลัง ไป ไหน เพราะ ว่า ความ มืด ทำให้ ตา ของ เขา บอด ไป เสีย แล้ว {2:12} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ว่า ได้ ทรง ยก บาป ของ ท่าน แล้ว ด้วย เห็นแก่ พระ นาม ของ พระองค์ {2:13} ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น บิดา ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ท่าน ทั้งหลาย ได้ คุ้น กับ พระองค์ ผู้ ทรง ดำรง อยู่ ตั้งแต่ ปฐม กาล ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น คน หนุ่มๆ ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ท่าน ทั้งหลาย ได้ ชนะ มาร ร้าย นั้น ท่าน ทั้งหลาย ผู้ เป็น ลูก ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ท่าน ทั้งหลาย ได้ คุ้น กับ พระ บิดา {2:14} ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น บิดา ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ท่าน ทั้งหลาย ได้ คุ้น กับ พระองค์ ผู้ ทรง ดำรง อยู่ ตั้งแต่ ปฐม กาล ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น คน หนุ่มๆ ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ท่าน ทั้งหลาย มี กำลัง มาก และ พระ วจนะ ของ พระเจ้า ดำรง อยู่ ใน ท่าน ทั้งหลาย และ ท่าน ชนะ มาร ร้าย นั้น แล้ว {2:15} อย่า รัก โลก หรือ สิ่งของ ใน โลก ถ้า ผู้ ใด รัก โลก ความ รัก ต่อ พระ บิดา ไม่ ได้ อยู่ ใน ผู้ นั้น {2:16} เพราะ ว่า สารพัด ซึ่ง มี อยู่ ใน โลก คือ ตัณหา ของ เนื้อ หนัง และ ตัณหา ของ ตา และ ความ ทะนง ใน ลาภ ยศ ไม่ ได้ เกิด มา จาก พระ บิดา แต่ เกิด มา จาก โลก {2:17} และ โลก กับ สิ่ง ที่ ยั่วยวน ของ โลก กำลัง ล่วง ไป แต่ ผู้ ที่ ประพฤติ ตาม พระทัย ของ พระเจ้า จะ ดำรง อยู่ เป็น นิตย์ {i2:18} ปฏิปักษ์ ของ พระ คริสต์ {2:18} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย บัดนี้ เป็น วาระ สุดท้าย แล้ว และ ตาม ที่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน ได้ ฟัง มา ว่า ปฏิปักษ์ ของ พระ คริสต์ จะ มี มา บัดนี้ ปฏิปักษ์ ของ พระ คริสต์ ก็ มี มา มาก แล้ว ฉะนั้น เรา จึง รู้ ว่า บัดนี้ เป็น วาระ สุดท้าย แล้ว {2:19} เขา เหล่า นั้น ได้ ออก ไป จาก พวก เรา แต่ เขา เหล่า นั้น ก็ ไม่ ใช่ พวก เรา เพราะ ว่า ถ้า เขา เป็น พวก ของ เรา เขา ก็ จะ อยู่ กับ เรา ต่อ ไป แต่ เขา ได้ ออก ไป แล้ว ซึ่ง ก็ เป็น ที่ ปรากฏ ชัด แล้ว ว่า เขา เหล่า นั้น หา ใช่ พวก ของ เรา ไม่ {2:20} และ ท่าน ทั้งหลาย ได้ รับ การ ทรง เจิม จาก พระองค์ ผู้ บริสุทธิ์ แล้ว และ ท่าน ทุก คน ก็ มี ความ รู้ 2 {2:21} ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน ทั้งหลาย มิ ใช่ เพราะ ท่าน ไม่ รู้ สัจจะ แต่ เพราะ ท่าน ทั้งหลาย รู้ แล้ว และ รู้ ว่า คำ มุสา มิ ใช่ มา จาก สัจจะ {2:22} ใคร เล่า เป็น ผู้ ที่ พูด มุสา ไม่ ใช่ ใคร อื่น แต่ เป็น ผู้ ที่ ปฏิเสธ ว่า พระ เยซู มิ ใช่ พระ คริสต์ ผู้ ใด ที่ ปฏิเสธ พระ บิดา และ พระ บุตร ผู้ นั้น แหละ เป็น ปฏิปักษ์ ของ พระ คริสต์ {2:23} ผู้ ใด ที่ ปฏิเสธ พระ บุตร ผู้ นั้น ก็ ไม่ มี พระ บิดา ผู้ ใด ที่ รับ พระ บุตร ผู้ นั้น ก็ มี พระ บิดา ด้วย {2:24} ฝ่าย ท่าน ทั้งหลาย จง ให้ ข้อความ ที่ ท่าน ได้ยิน มา ตั้งแต่ ต้น นั้น ดำรง อยู่ กับ ท่าน เถิด ถ้า ข้อความ ที่ ท่าน ได้ยิน ตั้งแต่ ต้น นั้น ดำรง อยู่ กับ ท่าน ท่าน ก็ ตั้ง มั่นคง อยู่ ใน พระ บุตร และ ใน พระ บิดา ด้วย {2:25} นี่แหละ เป็น พระ สัญญา ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง สัญญา ไว้ แก่ เรา คือ โปรด ให้ มี ชีวิต นิรันดร์ {2:26} ข้าพเจ้า ได้ เขียน ข้อความ นี้ ถึง ท่าน กล่าว ถึง คน เหล่า นั้น ที่ หลอกลวง ท่าน {2:27} และ ฝ่าย ท่าน ทั้งหลาย การ เจิม ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ รับ จาก พระองค์ นั้น ดำรง อยู่ กับ ท่าน และ ไม่ จำเป็น ต้อง มี ใคร สอน ท่าน ทั้งหลาย เพราะ ว่า การ เจิม นั้น ได้ สอน ท่าน ให้ รู้ ทุก สิ่ง และ เป็น ความ จริง และ ไม่ ใช่ ความ เท็จ การ เจิม นั้น สอน ท่าน ทั้งหลาย แล้ว อย่าง ใด ท่าน จง ตั้ง มั่นคง อยู่ กับ พระองค์ อย่าง นั้น {2:28} และ บัดนี้ ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย จง อยู่ ใน พระองค์ เพื่อ ว่า เมื่อ พระองค์ ทรง ปรากฏ เรา ทั้งหลาย จะ ได้ มี ใจ กล้า และ ไม่ หลบ พระ พักตร์ พระองค์ ด้วย ความ ละอาย เมื่อ พระองค์ เสด็จ มา {2:29} ถ้า ท่าน ทั้งหลาย รู้ ว่า พระองค์ เที่ยงธรรม ท่าน ก็ รู้ ว่า ทุก คน ที่ ประพฤติ ตาม ความ เที่ยงธรรม ได้ บังเกิด มา จาก พระองค์ ด้วย {i3:1} บรรดา บุตร ของ พระเจ้า {3:1} จง ดู เถิด พระ บิดา ทรง โปรด ประทาน ความ รัก แก่ เรา ทั้งหลาย เพียง ไร ที่ เรา จะ ได้ ชื่อ ว่า เป็น บุตร ของ พระเจ้า และ เรา ก็ ได้ เป็น เช่น นั้น เหตุ ที่ โลก ไม่ รู้จัก เรา ทั้งหลาย ก็ เพราะ เขา ไม่ รู้จัก พระองค์ {3:2} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย บัดนี้ เรา ทั้งหลาย เป็น บุตร ของ พระเจ้า และ ยัง ไม่ ปรากฏ ว่า ต่อ ไป เบื้องหน้า นั้น เรา จะ เป็น อย่างไร แต่ เรา รู้ ว่า เมื่อ พระองค์ จะ เสด็จ มา ปรากฏ นั้น เรา ทั้งหลาย จะ เป็น เหมือน พระองค์ เพราะ ว่า เรา จะ เห็น พระองค์ อย่าง ที่ พระองค์ ทรง เป็นอยู่ นั้น {3:3} และ ทุก คน ที่ มี ความ หวัง อย่าง นี้ ก็ ชำระ ตน ให้ บริสุทธิ์ ดัง ที่ พระองค์ ทรง บริสุทธิ์ {3:4} ผู้ ที่ กระทำ บาป ก็ ประพฤติ ผิด ธรรม บัญญัติ บาป เป็น สิ่ง ที่ ผิด ธรรม บัญญัติ {3:5} ท่าน ทั้งหลาย รู้ แล้ว ว่า พระองค์ ได้ ทรง ปรากฏ เพื่อ กำจัด บาป ของ เรา ให้ หมด ไป และ พระองค์ ไม่ ทรง มี บาป เลย {3:6} ผู้ ใด ที่ อยู่ ใน พระองค์ ผู้ นั้น ไม่ กระทำ บาป ส่วน ผู้ ใด ที่ กระทำ บาป ผู้ นั้น ยัง ไม่ เห็น พระองค์ และ ยัง ไม่ รู้จัก พระองค์ {3:7} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย อย่า ให้ ใคร ชักจูง ท่าน ให้ หลง ผู้ ที่ ประพฤติ ชอบ ก็ ชอบธรรม เหมือน อย่าง พระองค์ ชอบธรรม {3:8} ผู้ ที่ กระทำ บาป ก็ มา จาก มาร เพราะ ว่า มาร ได้ กระทำ บาป ตั้งแต่ เริ่มแรก พระ บุตร ของ พระเจ้า ได้ เสด็จ มา ปรากฏ ก็ เพราะ เหตุ นี้ คือ เพื่อ ทรง ทำลาย กิจการ ของ มาร {3:9} ผู้ ใด บังเกิด จาก พระเจ้า ผู้ นั้น ไม่ กระทำ บาป เพราะ สภาพ ของ พระเจ้า ดำรง อยู่ กับ ผู้ นั้น และ เขา กระทำ บาป ไม่ ได้ เพราะ เขา เกิด จาก พระเจ้า {3:10} ดังนี้ แหละ จึง เห็น ได้ ว่า ผู้ ใด เป็น บุตร ของ พระเจ้า และ ผู้ ใด เป็น ลูก ของ มาร คือ ว่า ผู้ ใด ที่ มิ ได้ ประพฤติ ชอบ และ ไม่ รัก พี่น้อง ของ ตน ผู้ นั้น ก็ มิ ได้ มา จาก พระเจ้า {i3:11} จงรัก กัน และ กัน {3:11} นี่ เป็น คำ สั่งสอน ที่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน ได้ ฟัง มา ตั้งแต่ เริ่มแรก คือ ให้ เรา ทั้งหลาย รัก ซึ่ง กัน และ กัน {3:12} จง อย่า เป็น เหมือน คา อิน ที่ มา จาก มาร และ ได้ ฆ่า น้อง ของ ตนเอง และ เหตุ ใด เขา จึง ฆ่า น้อง ก็ เพราะ การ กระทำ ของ เขา ชั่ว และ การ กระทำ ของ น้อง นั้น ชอบธรรม {3:13} พี่น้อง ทั้งหลาย เอ๋ย อย่า ประหลาด ใจ ที่ โลก นี้ เกลียด ชัง ท่าน {3:14} เรา ทั้งหลาย รู้ ว่า เรา ได้ พ้น จาก ความ ตาย ไป สู่ ชีวิต แล้ว ก็ เพราะ เรา รัก พี่น้อง ผู้ ใด ที่ ไม่ รัก ผู้ นั้น ก็ ยัง อยู่ ใน ความ ตาย {3:15} ผู้ ใด ที่ เกลียด ชัง พี่น้อง ของ ตน ผู้ นั้น ก็ เป็น ผู้ ฆ่า คน และ ท่าน ทั้งหลาย ก็ รู้ แล้ว ว่า ผู้ ฆ่า คน นั้น ไม่ มี ชีวิต นิรันดร์ ดำรง อยู่ ใน เขา เลย {3:16} ดังนี้ แหละ เรา จึง รู้จัก ความ รัก โดย ที่ พระองค์ ได้ ทรง ยอม สละ พระ ชนม์ ของ พระองค์ เพื่อ เรา ทั้งหลาย และ เรา ทั้งหลาย ก็ ควร จะ สละ ชีวิต ของ เรา เพื่อ พี่น้อง {3:17} แต่ ถ้า ผู้ ใด มี ทรัพย์ สมบัติ ใน โลก นี้ และ เห็น พี่น้อง ของ ตน ขัด สน แล้ว ยัง ใจ จืด ใจ ดำ ไม่ สงเคราะห์ เขา ความ รัก ของ พระเจ้า จะ ดำรง อยู่ ใน ผู้ นั้น อย่างไร ได้ {3:18} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย อย่า ให้ เรา รัก กัน ด้วย คำ พูด และ ด้วย ปาก เท่านั้น แต่ จงรัก กัน ด้วย การ กระทำ และ ด้วย ความ จริง {i3:19} ความ วางใจ ใน พระเจ้า {3:19} ถ้า ใจ ของ เรา กล่าวโทษ ตัว เรา เมื่อไร เรา ก็ จะ รู้ ว่า เรา อยู่ ฝ่าย สัจจะ และ ใจ เรา จะ หมด กังวล จำเพาะ พระองค์ {3:20} เพราะ พระเจ้า ทรง เป็น ใหญ่ กว่า ใจ ของ เรา และ พระองค์ ทรง ทราบ ทุก สิ่ง {3:21} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย ถ้า ใจ ของ เรา ไม่ ได้ กล่าวโทษ เรา เรา ก็ มี ความ มั่นใจ ที่ จะ เข้า เฝ้า พระเจ้า {3:22} และ เรา ขอ สิ่ง ใดๆ เรา ก็ ได้ สิ่ง นั้นๆ จาก พระองค์ เพราะ เรา ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ และ ปฏิบัติ ตาม ชอบ พระทัย พระองค์ {3:23} และ นี่ เป็น พระ บัญญัติ ของ พระองค์ คือ ว่า ให้ เรา ทั้งหลาย วางใจ ใน พระ นาม ของ พระ เยซู คริสต์ พระ บุตร ของ พระองค์ และ ให้ เรา รัก ซึ่ง กัน และ กัน ตาม ที่ พระองค์ ได้ ทรง บัญญัติ ไว้ แก่ เรา {3:24} และ ทุก คน ที่ ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ ก็ อยู่ ใน พระองค์ และ พระองค์ ทรง สถิต อยู่ ใน คน นั้น เหตุ ฉะนี้ เรา จึง รู้ ว่า พระองค์ ทรง สถิต อยู่ ใน เรา คือ โดย พระ วิญญาณ ซึ่ง พระองค์ ทรง โปรด ประทาน แก่ เรา {i4:1} พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า และ วิญญาณ แห่ง ปฏิปักษ์ ของ พระ คริสต์ {4:1} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย อย่า เชื่อ วิญญาณ เสีย ทุกๆ วิญญาณ แต่ จง พิสูจน์ วิญญาณ นั้นๆ ว่า มา จาก พระเจ้า หรือ ไม่ เพราะ ว่า มี ผู้ พยากรณ์ เท็จ เป็น อัน มาก จาริก ไป ใน โลก {4:2} โดย ข้อ นี้ ท่าน ทั้งหลาย ก็ จะ รู้จัก พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า คือ วิญญาณ ทั้งปวง ที่ ยอมรับ ว่า พระ เยซู คริสต์ ได้ เสด็จ มา เป็น มนุษย์ วิญญาณ นั้น ก็ มา จาก พระเจ้า {4:3} และ วิญญาณ ทั้งปวง ที่ ไม่ ยอมรับ เชื่อ พระ เยซู วิญญาณ นั้น ก็ ไม่ ได้ มา จาก พระเจ้า วิญญาณ นั้น แหละ เป็น ปฏิปักษ์ ของ พระ คริสต์ ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน ว่า จะ มา และ บัดนี้ ก็ อยู่ ใน โลก แล้ว {4:4} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย ท่าน เป็น ฝ่าย พระเจ้า และ ได้ ชนะ เขา เหล่า นั้น เพราะ ว่า พระองค์ ผู้ ทรง อยู่ ใน ท่าน ทั้งหลาย เป็น ใหญ่ กว่า ผู้ นั้น ที่ อยู่ ใน โลก {4:5} เขา เหล่า นั้น เป็น ฝ่าย โลก เหตุ ฉะนั้น เขา จึง พูด ตาม โลก และ โลก ก็ เชื่อฟัง เขา {4:6} เรา ทั้งหลาย เป็น ฝ่าย พระเจ้า ผู้ ที่ คุ้น กับ พระเจ้า ก็ ฟัง เรา และ ผู้ ที่ ไม่ ใช่ ฝ่าย พระเจ้า ก็ ไม่ ฟัง เรา ดังนี้ แหละ เรา ทั้งหลาย จึง รู้จัก วิญญาณ ของ ความ จริง และ วิญญาณ ของ ความ เท็จ {i4:7} พระเจ้า ทรง เป็น ความ รัก {4:7} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย ขอ ให้ เรา รัก ซึ่ง กัน และ กัน เพราะ ว่า ความ รัก มา จาก พระเจ้า และ ทุก คน ที่ รัก ก็ บังเกิด มา จาก พระเจ้า และ รู้จัก พระเจ้า {4:8} ผู้ ที่ ไม่ รัก ก็ ไม่ รู้จัก พระเจ้า เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง เป็น ความ รัก {4:9} โดย ข้อ นี้ ความ รัก ของ พระเจ้า ก็ เป็น ที่ ประจักษ์ แก่ เรา ทั้งหลาย คือ พระเจ้า ทรง ใช้ พระ บุตร องค์ เดียว ของ พระองค์ เข้า มา ใน โลก เพื่อ เรา ทั้งหลาย จะ ได้ ดำรง ชีวิต โดย พระ บุตร {4:10} ความ รัก ที่ ข้าพเจ้า พูด ถึง นี้ มิ ใช่ ที่ เรา รัก พระเจ้า แต่ ที่ พระองค์ ทรง รัก เรา และ ทรง ใช้ พระ บุตร ของ พระองค์ มา ทรง เป็น ผู้ ลบล้าง พระ อาชญา ที่ ตก กับ เรา ทั้งหลาย เพราะ บาป ของ เรา {4:11} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย ถ้า พระเจ้า ทรง รัก เรา ทั้งหลาย เช่น นั้น เรา ก็ ควร จะ รัก ซึ่ง กัน และ กัน ด้วย {4:12} ไม่ มี ผู้ ใด เคย เห็น พระเจ้า ถ้า เรา ทั้งหลาย รัก ซึ่ง กัน และ กัน พระเจ้า ก็ ทรง สถิต อยู่ ใน เรา ทั้งหลาย และ ความ รัก ของ พระองค์ ก็ สมบูรณ์ อยู่ ใน เรา {4:13} ดังนี้ แหละ เรา ทั้งหลาย จึง รู้ ว่า เรา อยู่ ใน พระองค์ และ พระองค์ ทรง สถิต อยู่ ใน เรา เพราะ พระองค์ ได้ ทรง โปรด ประทาน พระ วิญญาณ ของ พระองค์ เอง แก่ เรา {4:14} และ เรา ทั้งหลาย ได้ เห็น และ เป็น พยาน ว่า พระ บิดา ได้ ทรง ใช้ พระ บุตร มา เป็น ผู้ ช่วย มนุษย์ โลก ให้ รอด {4:15} ผู้ ใด ยอมรับ ว่า พระ เยซู ทรง เป็น พระ บุตร ของ พระเจ้า พระเจ้า ก็ จะ ทรง สถิต อยู่ ใน คน นั้น และ คน นั้น อยู่ ใน พระเจ้า {4:16} ฉะนั้น เรา ทั้งหลาย จึง รู้ และ เชื่อ ใน ความ รัก ที่ พระเจ้า ทรง มี ต่อ เรา พระเจ้า ทรง เป็น ความ รัก และ ผู้ ใด ที่ อยู่ ใน ความ รัก ก็ อยู่ ใน พระเจ้า และ พระเจ้า ก็ ทรง สถิต อยู่ ใน ผู้ นั้น {4:17} ใน ข้อ นี้ แหละ ความ รัก ของ เรา จึง สมบูรณ์ เพื่อ เรา ทั้งหลาย จะ ได้ มี ความ มั่นใจ ใน วัน พิพากษา เพราะ ว่า พระองค์ ทรง เป็น เช่น ไร เรา ทั้งหลาย ใน โลก นี้ ก็ เป็น เช่น นั้น {4:18} ใน ความ รัก นั้น ไม่ มี ความ กลัว แต่ ความ รัก ที่ สมบูรณ์ นั้น ก็ ได้ ขจัด ความ กลัว เสีย เพราะ ความ กลัว เข้า กับ การ ลงโทษ และ ผู้ ที่ มี ความ กลัว ก็ ยัง ไม่ มี ความ รัก ที่ สมบูรณ์ {4:19} เรา ทั้งหลาย รัก ก็ เพราะ พระองค์ ทรง รัก เรา ก่อน {4:20} ถ้า ผู้ ใด ว่า“ ข้าพเจ้า รัก พระเจ้า” และ ใจ ยัง เกลียด ชัง พี่น้อง ของ ตน ผู้ นั้น ก็ เป็น คน พูด มุสา เพราะ ว่า ผู้ ที่ ไม่ รัก พี่น้อง ของ ตน ที่ แล เห็น แล้ว จะ รัก พระเจ้า ที่ ไม่ เคย เห็น ไม่ ได้ {4:21} พระ บัญญัติ นี้ เรา ทั้งหลาย ก็ ได้ มา จาก พระองค์ คือ ว่า ให้ คน ที่ รัก พระเจ้า นั้น รัก พี่น้อง ของ ตน ด้วย {i5:1} ความ เชื่อ เป็น ชัย ชนะ เหนือ โลก {5:1} ผู้ ใด เชื่อ ว่า พระ เยซู ทรง เป็น พระ คริสต์ ผู้ นั้น ก็ เกิด จาก พระเจ้า และ ผู้ ใด รัก พระองค์ ผู้ ทรง ให้ กำเนิด ผู้ นั้น ก็ รัก คน ที่ เกิด จาก พระองค์ ด้วย {5:2} โดย ข้อ นี้ เรา จึง รู้ ว่า เรา รัก คน ทั้งหลาย ที่ เป็น บุตร ของ พระเจ้า เมื่อ เรา ทั้งหลาย รัก พระเจ้า และ ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ {5:3} เพราะ นี่แหละ เป็น ความ รัก ต่อ พระเจ้า คือ ที่ เรา ทั้งหลาย ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ และ พระ บัญญัติ ของ พระองค์ นั้น ไม่ เป็น ภาระ {5:4} เพราะ ทุก คน ที่ เกิด จาก พระเจ้า ก็ มี ชัย ต่อ โลก และ ความ เชื่อ ของ เรา นี่แหละ เป็น ชัย ชนะ ที่ ชนะ โลก {5:5} ใคร เล่า ชนะ โลก ไม่ ใช่ คน อื่น คือ ผู้ ที่ เชื่อ ว่า พระ เยซู ทรง เป็น พระ บุตร ของ พระเจ้า นั่นเอง {i5:6} พยาน เกี่ยว กับ พระ บุตร {5:6} นี่แหละ คือ ผู้ ที่ ได้ มา โดย น้ำ และ พระ โลหิต คือ พระ เยซู คริสต์ ไม่ ใช่ ด้วย น้ำ สิ่ง เดียว แต่ ด้วย น้ำ และ พระ โลหิต และ พระ วิญญาณ ทรง เป็น พยาน เพราะ พระ วิญญาณ ทรง เป็น ความ จริง {5:7} มี พยาน อยู่ สาม ประการ ด้วย กัน {5:8} คือ พระ วิญญาณ น้ำ และ พระ โลหิต และ พยาน ทั้ง สาม นี้ สอดคล้อง กัน {5:9} ถ้า เรา ยัง รับ พยาน หลักฐาน ของ มนุษย์ พยาน หลักฐาน ของ พระเจ้า ก็ ยิ่งใหญ่ กว่า เพราะ ว่า พยาน หลักฐาน ของ พระเจ้า นั้น คือ พระองค์ ได้ ทรง เป็น พยาน อ้าง ถึง พระ บุตร ของ พระองค์ {5:10} ผู้ ที่ เชื่อ ใน พระ บุตร ของ พระเจ้า ก็ มี พยาน อยู่ ใน ตัวผู้ ที่ ไม่ เชื่อ พระเจ้า ก็ ได้ กระทำ ให้ พระองค์ เป็น ผู้ ตรัส มุสา เพราะ เขา มิ ได้ เชื่อ คำ พยาน ที่ พระเจ้า ได้ ทรง เป็น พยาน อ้าง ถึง พระ บุตร ของ พระองค์ {5:11} และ พยาน หลักฐาน นั้น ก็ คือ ว่า พระเจ้า ได้ ทรง โปรด ประทาน ชีวิต นิรันดร์ ให้ เรา ทั้งหลาย และ ชีวิต นี้ มี อยู่ ใน พระ บุตร ของ พระองค์ {5:12} ผู้ ที่ มี พระ บุตร ก็ มี ชีวิต ผู้ ที่ ไม่ มี พระ บุตร ก็ ไม่ มี ชีวิต {i5:13} ความ รู้เรื่อง ชีวิต นิรันดร์ {5:13} ข้อความ เหล่า นี้ ข้าพเจ้า ได้ เขียน ถึง ท่าน ทั้งหลาย ที่ เชื่อ ใน พระ นาม ของ พระ บุตร ของ พระเจ้า เพื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ รู้ ว่า ท่าน มี ชีวิต นิรันดร์ {5:14} และ นี่ คือ ความ มั่นใจ ที่ เรา มี ต่อ พระองค์ คือ ถ้า เรา ทูล ขอ สิ่ง ใด ที่ เป็น พระ ประสงค์ ของ พระองค์ พระองค์ ก็ ทรง โปรด ฟัง เรา {5:15} และ ถ้า เรา รู้ ว่า พระองค์ ทรง โปรด ฟัง เรา เมื่อ เรา ทูล ขอ สิ่ง ใดๆ เรา ก็ รู้ ว่า เรา ได้ รับ สิ่ง ที่ เรา ทูล ขอ นั้น จาก พระองค์ {5:16} ถ้า ผู้ ใด เห็น พี่น้อง ของ ตน กระทำ บาป อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด ที่ ไม่ นำ ไป สู่ ความ ตาย ผู้ นั้น จง ทูล ขอ และ พระองค์ ก็ จะ ทรง ประทาน ชีวิต แก่ ผู้ ที่ ได้ กระทำ บาป ซึ่ง ไม่ ได้ นำ ไป สู่ ความ ตาย บาป ที่ นำ ไป สู่ ความ ตาย ก็ มี ข้าพเจ้า มิ ได้ ว่า ให้ อธิษฐาน ใน เรื่อง บาป อย่าง นั้น {5:17} การ อธรรม ทุก อย่าง เป็น บาป แต่ บาป ที่ ไม่ ได้ นำ ไป สู่ ความ ตาย ก็ มี อยู่ {5:18} เรา ทั้งหลาย รู้ ว่า คน ที่ เกิด จาก พระเจ้า ไม่ ทำบาป แต่ พระ บุตร ของ พระเจ้า ได้ ทรง คุ้มครอง รักษา เขา และ มาร ร้าย ไม่ แตะ ต้อง เขา {5:19} เรา ทั้งหลาย รู้ ว่า เรา เกิด จาก พระเจ้า และ ชาว โลก ทั้งสิ้น อยู่ ใต้ อานุภาพ ของ มาร ร้าย {5:20} และ เรา ทั้งหลาย รู้ ว่า พระ บุตร ของ พระเจ้า เสด็จ มา แล้ว และ ได้ ทรง ประทาน สติปัญญา ให้ เรา เพื่อ ให้ เรา รู้จัก พระเจ้า แท้ และ เรา อยู่ ใน พระเจ้า แท้ นั้น โดย อยู่ ใน พระ เยซู คริสต์ พระ บุตร ของ พระองค์ นี่แหละ เป็น พระเจ้า แท้ และ เป็น ชีวิต นิรันดร์ {5:21} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย จง ระวัง รักษา ตัว อย่า เกี่ยวข้อง กับ รูป เคารพ