{i1:1} กำเนิด และ การ ถวาย ซา มูเอล {1:1} มี ชาย คน หนึ่ง เป็น ชาว รามา ธาอิมโซฟิม แห่ง แดน เทือกเขา เอฟ รา อิมชื่อเอลคานาห์ บุตร เย โร ฮัม ผู้ เป็น บุตร เอ ลี ฮู ผู้ เป็น บุตร โท หุ ผู้ เป็น บุตร ศูฟ คน เผ่า เอฟ รา อิม {1:2} เขา มี ภรรยา สอง คน คน หนึ่ง ชื่อ ฮันนาห์ อีก คน หนึ่ง ชื่อ เปนินนาห์เปนินนาห์ มี บุตร แต่ ฮันนาห์ไม่มี {1:3} ชาย ผู้ นี้ เคย ขึ้น ไป จาก เมือง ของ เขา ทุก ปี ไป นมัสการ และ ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระ ยาห์เวห์ จอมทัพ ที่ เมือง ชิ โลห์ ที่ นั่น มี บุตร ชาย สอง คน ของ เอ ลี ชื่อ โฮ ฟนีและฟีเน หัส เป็น พวก ปุโรหิต ของ พระ ยาห์เวห์ {1:4} ใน วัน ที่ เอ ลคานาห์ถวายสัตว บูชา ท่าน ให้ ส่วนแบ่ง แก่ เปนินนาห์ ภรรยา ของ ท่าน และ แก่ พวก บุตร ชาย บุตร หญิง ทุก คน ของ นาง {1:5} ท่าน แบ่ง ให้ ฮันนาห์ สอง ส่วน เพราะ ท่าน รัก นาง มาก แม้ ว่า พระ ยาห์เวห์ ทรง ปิด ครรภ์ ของ นาง เสีย {1:6} เมีย คู่ กับ นาง ก็ ยั่วเย้า นาง อย่าง รุนแรง ทำให้ นาง ระคาย เคือง เพราะ เหตุ ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง ปิด ครรภ์ ของ นาง {1:7} เหตุการณ์ ก็ เป็นอยู่ ดังนี้ ปี แล้ว ปี เล่า เมื่อ นาง ขึ้น ไป ยัง พระ นิเวศ ของ พระ ยาห์เวห์ ครั้ง ไหน เมีย คู่ ของ นาง ก็ เคย ยั่วเย้า นาง ดังนั้น นาง ฮันนาห์ จึง ร้องไห้ ไม่ รับประทาน อาหาร {1:8} เอ ลคานาห์ สามี ของ นาง จึง ถาม นาง ว่า“ ฮันนาห์ ทำไม เธอ ร้องไห้? ทำไม เธอ จึง ไม่ รับประทาน อาหาร? ทำไม จิตใจ ของ เธอ จึง โศกเศร้า? สำหรับ เธอ ฉัน ไม่ ดี กว่า บุตร ชาย สิบ คน หรือ?” {1:9} หลัง จาก ที่ ได้ รับประทาน อาหาร และ ดื่ม ที่ เมือง ชิ โลห์แล้วฮันนาห์ ก็ ลุก ขึ้น เอ ลี ปุโรหิต นั่ง อยู่ บน เก้าอี้ ข้าง เสา ประตู พระ วิหาร ของ พระ ยาห์เวห์ {1:10} นาง ขม ขื่น ใจ มาก จึง อธิษฐาน ต่อ พระ ยาห์เวห์ และ ร้องไห้ อย่าง หนัก {1:11} นาง บน ไว้ ว่า“ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ จอมทัพ ถ้า พระองค์ จะ ทอด พระ เนตร ความ ทุกข์ ใจ ของ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ จริงๆ ทรง ระลึก ถึง ข้า พระองค์ และ ไม่ ทรง ลืม ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ แต่ จะ ประทาน บุตร ชาย แก่ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ สัก คน แล้ว ข้า พระองค์ จะ ถวาย เขา แด่ พระ ยาห์เวห์ ตลอด ชีวิต ของ เขา และ มีดโกน จะ ไม่ แตะ ต้อง ศีรษะ ของ เขา เลย” {1:12} อยู่ มา เมื่อ นาง ยัง วิงวอน เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ อยู่ นั้น เอ ลี ก็ สังเกต ดู ปาก ของ นาง {1:13} ฮันนาห์ นั้น นาง พูด แต่ ใน ใจ ริมฝีปาก ของ นาง ขยับ อยู่ เท่านั้น ไม่ ได้ยิน เสียง ของ นาง เพราะ เหตุ นี้ เอ ลี จึง คิด ว่า นาง เมา {1:14} เอ ลี จึง พูด กับ นาง ว่า“ เธอ จะ เมา ไป นาน สัก เท่าใด? จง ทิ้ง เหล้า องุ่น เถอะ” {1:15} แต่ ฮันนาห์ตอบว่า“ ไม่ ใช่ เช่น นั้น ค่ะ เจ้านาย ของ ดิฉัน ดิฉัน เป็น หญิง ที่ ทุกข์ ใจ ยิ่งนัก ดิฉัน ไม่ ได้ ดื่ม เหล้า องุ่น หรือ ของ มึนเมา แต่ ดิฉัน ระบาย ความ ใน ใจ ของ ดิฉัน ออก เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ {1:16} ขอ อย่า ถือ ว่า หญิง ผู้ รับใช้ ของ ท่าน เป็น หญิง เลว ที่ ดิฉัน พูด ตลอด มา นั้น ก็ พูด ด้วย ความ กระวน กระวาย และ ความ เศร้าใจ มาก” {1:17} แล้ว เอ ลี ก็ ตอบ ว่า“ จง กลับ ไป เป็น สุข เถิด ขอ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล โปรด ประทาน ตาม คำ ขอ ที่ เจ้า ได้ ทูล ขอ จาก พระองค์” {1:18} และ นาง ก็ ตอบ ว่า“ ขอ หญิง ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ได้ รับ ความ โปรดปราน จาก ท่าน เถิด” แล้ว หญิง นั้น ก็ ไป ตาม ทาง ของ นาง รับประทาน อาหาร และ ใบหน้า ของ นาง ก็ ไม่ โศกเศร้า อีก ต่อ ไป {1:19} พวก เขา ลุก ขึ้น แต่ เช้าตรู่ นมัสการ พระ ยาห์เวห์ แล้ว ก็ กลับ ไป บ้าน ที่ รา มาห์ และ เอ ลคานาห์ มี เพศ สัมพันธ์ กับ ฮันนาห์ ภรรยา ของ เขา และ พระ ยาห์เวห์ ทรง ระลึก ถึง นาง {1:20} และ ต่อ มา เมื่อ ถึง เวลา ที่ กำหนด ฮันนาห์ ก็ ตั้ง ครรภ์ คลอด บุตร ชาย คน หนึ่ง และ นาง ให้ ชื่อ เด็ก นั้น ว่า ซา มูเอล เพราะ นาง กล่าว ว่า“ ดิฉัน ทูล ขอ มา จาก พระ ยาห์เวห์” {1:21} เอ ลคานาห์ สามี และ ทุก คน ใน ครอบครัว ของ เขา จะ ขึ้น ไป ถวาย สัต ว บูชา ประจำ ปี แด่ พระ ยาห์เวห์ และ แก้ บน ของ เขา {1:22} แต่ ฮันนาห์ ไม่ ได้ ขึ้น ไป ด้วย เพราะ นาง บอก สามี ว่า“ ฉัน จะ ไม่ ไป จน กว่า เด็ก คน นี้ หย่า นม แล้ว ฉัน จะ พา เขา ขึ้น ไป เพื่อ เขา จะ ได้ ปรากฏ ตัว เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ และ อยู่ ที่ นั่น ตลอด ไป” {1:23} เอ ลคานาห์ สามี บอก นาง ว่า“ จง ทำ ตาม ที่ เธอ เห็น ว่า ดี เถิด รอ อยู่ จน ให้ เขา หย่า นม ขอ เพียง ให้ พระ ดำรัส ของ พระ ยาห์เวห์สำเร็จเถิด” นาง นั้น ก็ คอย อยู่ และ ให้ บุตร กิน นม ของ เธอ จน นาง ให้ เขา หย่า นม {1:24} และ เมื่อ นาง ให้ เขา หย่า นม แล้ว นาง ก็ พา เขา ขึ้น ไป พร้อม กับ วัว ผู้ อายุ สาม ปี หนึ่ง ตัว แป้ง 10 กิโลกรัม และ เหล้า องุ่น หนึ่ง ถุง หนัง และ นาง ก็ นำ เขา มา ที่ พระ นิเวศ ของ พระ ยาห์เวห์ ที่ เมือง ชิ โลห์ และ เด็ก นั้น ก็ ยัง เล็ก อยู่ {1:25} แล้ว พวก เขา ก็ ฆ่า วัว ผู้ ตัว นั้น และ นำ เด็ก มา หา เอ ลี {1:26} นาง ก็ กล่าว ว่า“ เจ้านาย ของ ดิฉัน มี ชีวิต อยู่ แน่ ฉัน ใด ท่าน เจ้าข้า ดิฉัน เอง คือ ผู้หญิง ที่ เคย ยืน อยู่ ที่ นี่ ต่อ หน้า ท่าน และ ทูล วิงวอน ต่อ พระ ยาห์เวห์ {1:27} ดิฉัน ทูล วิงวอน ขอ เด็ก คน นี้ และ พระ ยาห์เวห์ ประทาน ตาม คำ ทูล ขอ ของ ดิฉัน ตาม ที่ ได้ ทูล วิงวอน ต่อ พระองค์ {1:28} เพราะ ฉะนั้น ดิฉัน เอง ถวาย เขา แด่ พระ ยาห์เวห์ เขา ถูก ถวาย แด่ พระ ยาห์เวห์ ตลอด ชีวิต ของ เขา” และ เขา ก็ นมัสการ พระ ยาห์เวห์ที่นั่น {i2:1} คำ อธิษฐาน ของ นาง ฮันนาห์ {2:1} นาง ฮันนาห์อธิษฐานว่า“ จิตใจ ของ ข้าพเจ้า ชื่นชม ใน พระ ยาห์เวห์ในพระยาห์เวห์ กำลัง ของ ข้าพเจ้า ก็ เข้มแข็ง ปาก ของ ข้าพเจ้า หัวเราะ พวก ศัตรู ของ ข้าพเจ้า เพราะ ข้าพเจ้า ยินดี ใน ความ รอด ของ พระองค์ {2:2} “ ไม่ มี ใคร บริสุทธิ์ ดัง พระ ยาห์เวห์ ไม่ มี ใคร เปรียบ เหมือน พระองค์ ไม่ มี ใคร ปกป้อง เหมือน พระเจ้า ของ พวก เรา {2:3} อย่า พร่ำ พูด เย่อหยิ่ง โอหัง อีก ต่อ ไป อย่า ให้ ความ จองหอง ออก มา จาก ปาก ของ พวก เจ้า เพราะ พระ ยาห์เวห์ ทรง เป็น พระเจ้า ผู้ ทรง รู้ ผู้ ตรวจการ กระทำ ทั้งหลาย {2:4} คัน ธนู ของ นักรบ ก็ หัก แต่ คน อ่อนแอ ก็ ได้ รับ การ เสริม กำลัง {2:5} บรรดา คน ที่ เคย กิน อิ่ม ก็ ต้อง ออก รับจ้าง หา กิน แต่ บรรดา คน ที่ หิว ก็ หยุด หิว คน ที่ เป็น หมัน มี บุตร เจ็ด คน แต่ นาง ที่ มี บุตร มาก ก็ ร่วงโรย ไป {2:6} พระ ยาห์เวห์ ทรง ประหาร และ ทรง ให้ มี ชีวิต พระองค์ ทรง นำ ลง ไป ถึง แดน คน ตาย และ ทรง นำ ขึ้น มา {2:7} พระ ยาห์เวห์ ทรง ทำให้ ยากจน และ ทรง ทำให้ มั่งคั่ง ทรง ทำให้ ต่ำ ลง และ ทรง ยก ขึ้น {2:8} ทรง ยก คน ยากจน ขึ้น จาก ผง คลี ทรง ยก คน ขัด สน ขึ้น จาก กอง ขี้เถ้า ทรง ทำให้ พวก เขา นั่ง ร่วม กับ พวก เจ้านาย และ ได้ ที่นั่ง อัน มี เกียรติ เป็น มรดก เพราะ ว่า บรรดา เสา แห่ง พิภพ เป็น ของ พระ ยาห์เวห์ พระองค์ ทรง วาง พิภพ ไว้ บน เสา เหล่า นั้น {2:9} “ พระองค์ จะ ทรง ดูแล ย่าง เท้า ของ ธรรมิก ชน ของ พระองค์ แต่ คน อธรรม จะ ต้อง ถูก ทำลาย ใน ความ มืด เพราะ ว่า มนุษย์ จะ ชนะ ด้วย กำลัง ของ เขา ก็ หา ไม่ {2:10} บรรดา ผู้ ต่อสู้ พระ ยาห์เวห์ จะ ถูก ทำลาย พระองค์ จะ ทรง ส่ง ฟ้า ร้อง จาก สวรรค์ ต่อสู้ เขา พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง พิพากษา จน สุด ปลาย พิภพ พระองค์ จะ ประทาน กำลัง แก่ พระ ราชา ของ พระองค์ และ จะ ทรง เสริม อำนาจ ของ ผู้ ที่ พระองค์ ทรง เจิม ไว้” {2:11} แล้ว เอ ลคานาห์ ก็ กลับ ไป บ้าน ของ เขา ที่ รา มาห์ และ เด็ก นั้น ก็ ปรนนิบัติ พระ ยาห์เวห์ ต่อ หน้า เอ ลี ปุโรหิต {i2:12} บุตร ชาย ชั่ว ร้าย ของ เอ ลี {2:12} บุตร ทั้ง สอง ของ เอ ลี เป็น คน อันธพาล ไม่ รู้จัก พระ ยาห์เวห์ {2:13} ธรรมเนียม ของ พวก ปุโรหิต ที่ มี ต่อ ประชาชน เป็น อย่าง นี้ เมื่อ มี ประชาชน คน ใด ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา คนใช้ ของ ปุโรหิต จะ เข้า มา มือถือ สามง่าม ขณะ เมื่อ เนื้อ กำลัง ต้ม อยู่ {2:14} เขา จะ เอา สามง่าม แทง เข้า ไป ใน กระทะ หรือ หม้อ หู หรือ หม้อ ทะนน หรือ หม้อ ธรรมดา สามง่าม ติด อะไร ขึ้น มา ปุโรหิต ก็ เอา สิ่ง นั้น ไป เป็น ของ ตน พวก เขา ทำ เช่น นั้น แก่ คน อิสราเอล ทุก คน ที่ มา เมือง ชิ โลห์ {2:15} ยิ่ง กว่า นั้น ก่อน ที่ พวก เขา เผา ไขมัน คนใช้ ของ ปุโรหิต เข้า มา กล่าว แก่ ชาย ผู้ ทำ สัต วบูชาว่า“ ขอ เนื้อ ไป ให้ ปุโรหิต ทอด ท่าน ไม่ รับ เนื้อ ต้ม จาก เจ้า ท่าน ต้องการ เนื้อ ดิบ” {2:16} และ ถ้า ชาย คน นั้น กล่าว แก่ เขา ว่า“ พวก เขา ต้อง เผา ไขมัน ก่อน จริงๆ แล้ว จง เอา ไป ตาม ชอบใจ เถิด” เขา จะ ตอบ ว่า“ ไม่ ได้ เจ้า ต้อง ให้ เดี๋ยวนี้ ถ้า ไม่ ให้ ข้า ก็ จะ ใช้ กำลัง เอา ไป” {2:17} ดังนี้ แหละ บาป ของ คน หนุ่ม ทั้ง สอง นั้น จึง ใหญ่ หลวง นัก เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ เพราะ ว่า คน หนุ่ม ทั้ง สอง นั้น ได้ ดูหมิ่น เครื่อง ถวาย บูชา แด่ พระ ยาห์เวห์ {2:18} แต่ ซา มูเอล ปรนนิบัติ อยู่ เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ เป็น เด็ก คน ที่ คาด เอว ด้วย เอ โฟดผ้าป่าน {2:19} มารดา เคย เย็บ เสื้อ คลุม ตัว เล็กๆ นำ มา ให้ เขา ทุก ปี เมื่อ นาง ขึ้น ไป พร้อม กับ สามี เพื่อ ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา ประจำ ปี {2:20} แล้ว เอ ลี อวยพร เอ ลคานาห์ และ ภรรยา ของ เขา กล่าว ว่า“ ขอ พระ ยาห์เวห์ ประทาน ลูกๆ แก่ ท่าน โดย หญิง คน นี้ แทน คน ที่ นาง เคย ทูล ขอ และ ถวาย ไว้ ปรนนิบัติ พระ ยาห์เวห์” แล้ว พวก เขา ก็ กลับ ไป ยัง ที่ อยู่ ของ พวก เขา {2:21} และ พระ ยาห์เวห์ ทรง เยี่ยมเยียน ฮันนาห์ และ นาง ก็ ตั้ง ครรภ์ คลอด บุตร เป็น ชาย สาม หญิง สอง ส่วน กุมาร ซา มูเอล ก็ เติบ โต ขึ้น เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ {2:22} เอ ลี ชรา มาก แล้ว และ ท่าน ได้ยิน ถึง เรื่องราว ทั้งสิ้น ที่ บุตร ทั้ง สอง ของ ท่าน ทำ แก่ คน อิสราเอล และ ที่ พวก เขา นอน กับ หญิง ที่ ปรนนิบัติ อยู่ ที่ ทาง เข้า เต็นท์ นัด พบ ด้วย {2:23} และ ท่าน ก็ พูด กับ พวก เขา ว่า“ ทำไม พวก เจ้า จึง ทำ สิ่ง เหล่า นั้น? เพราะ เรา ได้ยิน จาก ประชาชน ทั้งปวง ถึง ความ ประพฤติ ชั่ว ร้าย มาก ซึ่ง พวก เจ้า ทำ {2:24} อย่า เลย ลูก เอ๋ย เรื่อง ที่ เรา ได้ยิน ประชากร ของ พระ ยาห์เวห์ เล่า แพร่ ทั่วไป เป็น เรื่อง ไม่ ดี เลย {2:25} ถ้า มนุษย์ คน ไหน ทำบาป ต่อ มนุษย์ ด้วย กัน พระเจ้า จะ ทรง วินิจฉัย ให้ เขา แต่ ถ้า มนุษย์ ทำบาป ต่อ พระ ยาห์เวห์ ใคร จะ ทูล ขอ เพื่อ เขา ได้ เล่า?” แต่ เขา ทั้ง สอง ไม่ เชื่อฟัง บิดา ของ พวก เขา เพราะ ว่า เป็น พระ ประสงค์ ของ พระ ยาห์เวห์ ที่ จะ ทรง ประหาร เขา เสีย {2:26} ส่วน กุมาร ซา มูเอล ก็ เติบ โต ขึ้น และ เป็น ที่ ชอบ มาก ขึ้น เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ และ ต่อ หน้า มนุษย์ {2:27} ครั้ง นั้น มี คน ของ พระเจ้า มา หา เอ ลี กล่าว แก่ ท่าน ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ตรัส ดังนี้ ว่า‘ เรา ได้ เผย เรา เอง จริงๆ ให้ แจ้ง แก่ พงศ์พันธุ์ บิดา เจ้า เมื่อ พวก เขา อยู่ ใน อียิปต์ ภาย ใต้ พงศ์พันธุ์ ของ ฟาโรห์ {2:28} และ เรา เลือก เขา ออก จาก เผ่า อิสราเอล ทั้งหมด ให้ เป็น ปุโรหิต ของ เรา เพื่อ ขึ้น ไป ที่ แท่น บูชา ของ เรา เพื่อ เผา เครื่องบูชา เพื่อ ใช้ เอ โฟด ต่อ หน้า เรา และ เรา ได้ มอบ ของ ทั้งหมด ที่ บูชา ด้วย ไฟ ซึ่ง พวก คน อิสราเอล นำ มา ถวาย นั้น แก่ พงศ์พันธุ์ บิดา ของ เจ้า {2:29} เหตุ ใด พวก เจ้า จึง เหยียบ ย่ำ เครื่อง สัต ว บูชา ของ เรา และ ของ ที่ เขา ถวาย ตาม บัญชา สำหรับ ที่ ประทับ ของ เรา และ ให้ เกียรติ แก่ บุตร ทั้ง สอง ของ เจ้า เหนือ เรา และ ทำให้ ตัว ของ พวก เจ้า อ้วนพี ด้วย ส่วน ที่ ดี ที่สุด จาก ของ ถวาย ทุก ราย จาก อิสราเอล ชน ชาติ ของ เรา?’ {2:30} เพราะ ฉะนั้น พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล จึง ตรัส ว่า‘ เรา ได้ พูด จริงๆ ว่า พงศ์พันธุ์ ของ เจ้า และ พงศ์พันธุ์ บิดา ของ เจ้า จะ ดำเนิน ต่อ หน้า เรา เป็น นิตย์’ แต่ บัดนี้ พระเจ้า ทรง ประกาศ ว่า‘ ขอ ให้การ นั้น ห่าง ไกล จาก เรา เพราะ ว่า บรรดา ผู้ ที่ ให้ เกียรติ แก่ เรา เรา จะ ให้ เกียรติ และ บรรดา ผู้ ที่ ดูหมิ่น เรา พวก เขา จะ เป็น ผู้ ต่ำต้อย {2:31} ดู เถิด วาระ นั้น จะ มา ถึง เมื่อ เรา จะ ตัด แขน ของ เจ้า และ ตัด แขน ของ พงศ์พันธุ์ บิดา ของ เจ้า เพื่อ จะ ไม่ มี คน ชรา ใน พงศ์พันธุ์ ของ เจ้า {2:32} เจ้า จะ เห็น ความ ทุกข์ ร้อน ใน ที่ ประทับ ของ เรา และ แม้ เรา จะ ทำ สิ่ง ที่ ดี ทั้งปวง แก่ อิสราเอล แต่ จะ ไม่ มี คน ชรา ใน พงศ์พันธุ์ ของ เจ้า ตลอด ไป {2:33} ชาย คน ไหน ของ เจ้า ซึ่ง เรา ไม่ ได้ ตัด เสีย จาก แท่น บูชา ของ เรา นั้น เรา จะ ไว้ ชีวิต เพื่อ ให้ ตา ของ เจ้า เต็ม ด้วย การ ร้องไห้ และ ให้ จิตใจ ของ เจ้า โศกเศร้า และ ผล ทั้งปวง ที่ เพิ่มพูน ใน พงศ์พันธุ์ ของ เจ้า จะ ตาย เสีย เมื่อ วัย ฉกรรจ์ {2:34} และ สิ่ง นี้ จะ เป็น หมาย สำคัญ แก่ เจ้า ซึ่ง จะ บังเกิด แก่ บุตร ทั้ง สอง ของ เจ้า คือ โฮ ฟนีและฟีเน หัส ทั้ง สอง จะ สิ้น ชีวิต ใน วัน เดียวกัน {2:35} และ เรา จะ ตั้ง ปุโรหิต ผู้ ซื่อสัตย์ ของ เรา ขึ้น มา ผู้ จะ ทำ ตาม สิ่ง ที่ มี อยู่ ใน จิต ใน ใจ ของ เรา และ เรา จะ สร้าง พงศ์พันธุ์ ที่มั่น คง ให้ เขา และ เขา จะ ดำเนิน อยู่ ต่อ หน้า ผู้ ที่ เรา เจิม ไว้ ตลอด ไป {2:36} และ ทุก คน ที่ ยัง เหลือ อยู่ ใน พงศ์พันธุ์ ของ เจ้า จะ มา ก้ม ลง ไหว้ เขา ขอ เงิน เหรียญ หนึ่ง และ ขนม ปัง ก้อน หนึ่ง และ จะ กล่าว ว่า“ ขอ ท่าน กรุณา ตั้ง ข้าพเจ้า ไว้ ใน ตำแหน่ง ปุโรหิต สัก ครั้ง เถิด เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ได้ รับประทาน เศษ ขนม ปัง บ้าง”’” {i3:1} พระเจ้า ทรง เรียก ซา มูเอล {3:1} เด็ก ชาย ซา มูเอลปรนนิบัติพระยาห์เวห์ ต่อ หน้า เอ ลี ใน สมัย นั้น พระ ดำรัส ของ พระ ยาห์เวห์ มี มา แต่ น้อย ไม่ มี นิมิต บ่อย นัก {3:2} อยู่ มา ครั้ง นั้น เอ ลี นอน อยู่ ใน ที่นอน ของ ท่าน (ตา ของ ท่าน เริ่ม มัว มอง ไม่ เห็น อะไร) {3:3} ตะเกียง ของ พระเจ้า ยัง ไม่ ดับ ซา มูเอล นอน อยู่ ใน พระ นิเวศ ของ พระ ยาห์เวห์ ที่ ที่ หีบ ของ พระเจ้า อยู่ ที่ นั่น {3:4} พระ ยาห์เวห์ ทรง เรียก ซา มูเอลและซามูเอล ทูล ตอบ ว่า“ ข้าพเจ้า อยู่ นี่” {3:5} เขา จึง วิ่ง ไป หา เอ ลี และ ว่า“ ข้าพเจ้า อยู่ นี่ ท่าน เรียก ข้าพเจ้า” แต่ เอ ลี ตอบ ว่า“ เรา ไม่ ได้ เรียก เจ้า จง กลับ ไป นอน” เขา ก็ ไป นอน {3:6} และ พระ ยาห์เวห์ ทรง เรียก ขึ้น อีก ว่า“ ซา มูเอลเอ๋ย” และ ซา มูเอล ก็ ลุก ขึ้น ไป หา เอ ลี กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า อยู่ นี่ ท่าน เรียก ข้าพเจ้า” แต่ เอ ลี ตอบ ว่า“ ลูก เอ๋ย เรา ไม่ ได้ เรียก เจ้า จง กลับ ไป นอน” {3:7} ซา มูเอล ไม่ เคย รู้จัก พระ ยาห์เวห์และพระยาห์เวห์ ยัง ไม่ เคย ทรง สำแดง พระ ดำรัส ของ พระองค์ แก่ เขา {3:8} และ พระ ยาห์เวห์ ทรง เรียก ซา มูเอล ครั้ง ที่ สาม ซา มูเอล ก็ ลุก ขึ้น ไป หา เอ ลี กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า อยู่ นี่ ท่าน เรียก ข้าพเจ้า” แล้ว เอ ลี จึง เข้าใจ ว่า พระ ยาห์เวห์ ทรง เรียก เด็ก นั้น {3:9} เพราะ ฉะนั้น เอ ลี จึง พูด กับ ซา มูเอลว่า“ จง ไป นอน เสีย และ ถ้า พระองค์ ทรง เรียก เจ้า ให้ เจ้า ทูล ว่า‘ พระ ยาห์เวห์ เจ้าข้า ขอ ตรัส เถิด เพราะ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ คอย ฟัง อยู่’” ซา มูเอล จึง กลับ ไป นอน ใน ที่ ของ เขา {3:10} และ พระ ยาห์เวห์ เสด็จ มา ทรง ยืน อยู่ ทรง เรียก อย่าง ครั้ง ก่อนๆ ว่า“ ซา มูเอลซามูเอลเอ๋ย” และ ซา มูเอล ทูล ตอบ ว่า“ ขอ ตรัส เถิด เพราะ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ คอย ฟัง อยู่” {3:11} แล้ว พระ ยาห์เวห์ ตรัส กับ ซา มูเอลว่า“ ดู เถิด เรา จะ ทำ สิ่ง หนึ่ง ใน อิสราเอล หู ของ ทุก คน ที่ ได้ยิน จะ อื้อ ไป {3:12} ใน วัน นั้น เรา จะ ทำ ทุก สิ่ง ที่ เรา กล่าว ไว้ เกี่ยว กับ พงศ์พันธุ์ ของ เอ ลี ให้ สำเร็จ ตั้งแต่ ต้น จน ถึง ที่สุด {3:13} ดังนั้น เรา จึง ประกาศ แก่ เขา ว่า เรา เอง จะ ลงโทษ พงศ์พันธุ์ ของ เขา เป็น นิตย์ เพราะ ความ บาป ชั่ว ซึ่ง เขา รู้ แล้ว เพราะ บุตร ทั้ง สอง ของ เขา นำ คำ สาปแช่ง มา สู่ ตน และ เขา ก็ ไม่ ได้ ห้ามปราม {3:14} เพราะ ฉะนั้น เรา จึง ปฏิญาณ ต่อ พงศ์พันธุ์ ของ เอ ลี ว่า ความ บาป ชั่ว ของ พงศ์พันธุ์ เอ ลี นั้น จะ ลบล้าง เสีย ด้วย เครื่อง สัต ว บูชา และ ของ ถวาย ไม่ ได้ ตลอด ไป” {3:15} ซา มูเอล นอน อยู่ จน รุ่งเช้า เขา เปิด ประตู พระ นิเวศ ของ พระ ยาห์เวห์และซามูเอล ก็ กลัว ไม่ กล้า บอก นิมิต นั้น แก่ เอ ลี {3:16} เอ ลี ก็ เรียก ซา มูเอล มา กล่าว ว่า“ ซา มูเอลลูกเอ๋ย” และ ซา มูเอลตอบว่า“ ข้าพเจ้า อยู่ นี่” {3:17} และ เอ ลี ถาม ว่า“ เรื่อง อะไร นะ ที่ พระองค์ ทรง บอก เจ้า? ขอ อย่า ปิดบัง ไว้ จาก เรา เลย ถ้า เจ้า ปิดบัง สิ่ง ใด ไว้ จาก เรา ใน เรื่อง ทั้งสิ้น ที่ พระองค์ ทรง บอก แก่ เจ้า ก็ ขอ พระเจ้า ทรง ลงโทษ เจ้า และ ทรง เพิ่ม โทษ มาก ขึ้น” {3:18} ดังนั้น ซา มูเอล จึง เล่า เรื่อง ทุก อย่าง แก่ เอ ลี ไม่ ได้ ปิดบัง อะไร ไว้ จาก ท่าน และ เอ ลี ว่า“ พระองค์ คือ พระ ยาห์เวห์ ขอ ทรง ทำ สิ่ง ที่ ทรง เห็น ว่า ดี เถิด” {3:19} และ ซา มูเอล ก็ เติบ โต ขึ้น และ พระ ยาห์เวห์ สถิต กับ ท่าน ไม่ ให้ วาจา ทั้งหมด ของ ท่าน ตก ไป เปล่า {3:20} และ ชน อิสราเอล ทั้งปวง ตั้งแต่ ดาน ถึง เบเออร์เช บา ก็ ทราบ ว่า ซา มูเอล ได้ รับ การ แต่งตั้ง ให้ เป็น ผู้ เผย พระ วจนะ ของ พระ ยาห์เวห์ {3:21} และ พระ ยาห์เวห์ ทรง ปรากฏ อีก ที่ ชิ โลห์เพราะพระยาห์เวห์ ทรง สำแดง พระองค์ แก่ ซา มูเอลที่ชิโลห์ โดย พระ ดำรัส ของ พระ ยาห์เวห์ และ ถ้อยคำ ของ ซา มูเอล มา ถึง คน อิสราเอล ทั้งปวง {i4:1} คน ฟีลิสเตีย ยึด หีบ พัน ธสัญญา {4:1} คน อิสราเอล ยก กองทัพ ออก ไป ทำ สงคราม กับ พวก ฟีลิสเตีย ตั้ง ค่าย อยู่ ข้าง เอ เบน เอเซอร์ พวก คน ฟีลิสเตีย ตั้ง ค่าย อยู่ ใน อา เฟก {4:2} พวก ฟีลิสเตีย จัด พล เป็น แนว เข้า ต่อสู้ กับ อิสราเอล และ เมื่อ สงคราม ขยาย วง ออก ไป อิสราเอล ก็ พ่าย แพ้ แก่ พวก ฟีลิสเตีย พวก เขา ฆ่า ชาย อิสราเอล ประมาณ 4,000 คน ใน สนาม รบ {4:3} และ เมื่อ พวก ทหาร กลับ มา สู่ ค่าย พวก ผู้ใหญ่ ของ อิสราเอล กล่าว ว่า“ ทำไม พระ ยาห์เวห์ จึง ทรง ให้ เรา พ่าย แพ้ แก่ พวก ฟีลิสเตีย ใน วัน นี้? ให้ เรา ไป นำ หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระ ยาห์เวห์ มา จาก เมือง ชิ โลห์ เถิด เพื่อ ว่า พระองค์ จะ เสด็จ มา ท่ามกลาง เรา และ ทรง ช่วย พวก เรา ให้ พ้น จาก มือ ศัตรู” {4:4} ประชาชน จึง ใช้ คน ไป ที่ เมือง ชิ โลห์ และ พวก เขา นำ หีบ พัน ธ สัญญา แห่ง พระ ยาห์เวห์ จอมทัพ ผู้ ประทับ เหนือ เค รู บ มา จาก ที่ นั่น บุตร ทั้ง สอง ของ เอ ลี คือ โฮ ฟนีและฟีเน หัส ก็ อยู่ กับ หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระเจ้า ที่ นั่น {4:5} เมื่อ หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระ ยาห์เวห์ มา ที่ ค่าย แล้ว คน อิสราเอล ทั้งสิ้น ก็ โห่ ร้อง เสียง ดัง จน แผ่นดิน ก้อง ไป ด้วย เสียง นั้น {4:6} และ เมื่อ พวก ฟีลิสเตีย ได้ยิน เสียง โห่ ร้อง เช่น นั้น เขา ก็ กล่าว ว่า“ เสียง โห่ ร้อง อึกทึก ครึกโครม ใน ค่าย ของ พวก ฮีบรู นั้น หมายความ ว่า อะไร กัน” พอ พวก เขา ทราบ ว่า หีบ พระ ยาห์เวห์ มา ที่ ค่าย แล้ว {4:7} พวก ฟีลิสเตีย ก็ กลัว เพราะ พวก เขา กล่าว ว่า“ พระเจ้า ได้ เสด็จ มา ที่ ค่าย แล้ว” และ พวก เขา กล่าว ว่า“ วิบัติ แก่ พวก เรา เพราะ แต่ ก่อน ไม่ เคย เกิด เรื่อง อย่าง นี้ เลย {4:8} วิบัติ แก่ พวก เรา ใคร จะ ช่วย กู้ พวก เรา จาก พระ อัน ทรง ฤทธา นุ ภาพ เหล่า นี้ ได้ พระ เหล่า นี้ เป็น ผู้ ที่ ฆ่า ฟัน ชาว อียิปต์ ด้วย ภัย พิบัติ ทุก ชนิด ใน ถิ่น ทุรกันดาร {4:9} โอ พวก ฟีลิสเตีย เอ๋ย จง กล้า หาญ เถิด จง เป็น ลูกผู้ชาย เพื่อ พวก เจ้า จะ ไม่ เป็น ทาส ของ พวก ฮีบรู ดัง ที่ พวก เขา เคย เป็น ทาส พวก เจ้า จง เป็น ลูกผู้ชาย และ เข้า รบ” {4:10} เพราะ ฉะนั้น พวก ฟีลิสเตีย จึง สู้ รบ และ อิสราเอล ก็ พ่าย แพ้ ต่าง ก็ หนี ไป ยัง เต็นท์ ของ เขา ครั้ง นั้น มี การ ฆ่า ฟัน กัน หนัก มาก เพราะ ทหาร ราบ ของ อิสราเอล ตาย เสีย 30,000 คน {4:11} และ หีบ ของ พระเจ้า ถูก ยึด ไป และ บุตร ทั้ง สอง ของ เอ ลี คือ โฮ ฟนีและฟีเน หัส ก็ ตาย ด้วย {i4:12} เอ ลี ตาย {4:12} ผู้ชาย เผ่า เบน ยา มิ น คน หนึ่ง วิ่ง ไป จาก แนวรบ มา ถึง ชิ โลห์ ใน วัน เดียวกัน เสื้อ ผ้า ขาด และ ดิน ก็ อยู่ บน ศีรษะ ของ เขา {4:13} เมื่อ เขา มา ถึง นั้น นี่แน่ะ เอ ลี อยู่ บน ที่นั่ง ข้าง ถนน คอย เฝ้า อยู่ เพราะ จิตใจ ของ ท่าน หวาดกลัว เกี่ยว กับ เรื่อง หีบ ของ พระเจ้า เมื่อ ชาย คน นั้น เข้า มา ใน เมือง และ บอก ข่าว ชาว เมือง ทั้งสิ้น ก็ ร้อง ลั่น {4:14} เมื่อ เอ ลี ได้ยิน เสียง ร้อง ดัง ลั่น เช่น นั้น ก็ ถาม ว่า“ เสียง อึกทึก ครึกโครม นี้ เป็น เสียง อะไร กัน?” แล้ว ชาย คน นั้น ก็ รีบ เข้า มาบ อก เอ ลี {4:15} เอ ลี มี อายุ 98 ปี ตา ของ ท่าน มัว มอง อะไร ไม่ เห็น {4:16} ชาย คน นั้น บอก เอ ลี ว่า“ ข้าพเจ้า เป็น คน ที่ มา จาก แนวรบ ข้าพเจ้า เอง หนี มา จาก แนวรบ วัน นี้” เอ ลี ก็ ถาม ว่า“ ลูก เอ๋ย เป็น อย่างไร บ้าง?” {4:17} ผู้ ส่ง ข่าว นั้น ก็ ตอบ ว่า“ อิสราเอล หนี ต่อ หน้า พวก ฟีลิสเตีย ไป แล้ว มี การ ฆ่า ฟัน กัน มาก ท่ามกลาง ประชาชน ยิ่ง กว่า นั้น บุตร ทั้ง สอง ของ ท่าน คือ โฮ ฟนีและฟีเน หัส ก็ ตาย และ หีบ ของ พระเจ้า ถูก ยึด ไป แล้ว” {4:18} เมื่อ เขา กล่าว ถึง หีบ ของ พระเจ้า เอ ลี ก็ หงายหลัง ตก จาก ที่นั่ง ที่ อยู่ ข้าง ประตู ท่าน ก็ คอ หัก ตาย เพราะ ท่าน ชรา มาก และ ตัว ก็ หนัก ท่าน ได้ วินิจฉัย คน อิสราเอล อยู่ 40 ปี {4:19} บุตร สะใภ้ ของ ท่าน คือ ภรรยา ของ ฟีเน หัส มี ครรภ์ ใกล้ คลอด บุตร และ เมื่อ นาง ได้ยิน ข่าว ว่า หีบ ของ พระเจ้า ถูก ยึด ไป และ พ่อ สามี และ สามี ของ นาง ก็ ตาย ไป นาง ก็ โน้ม ตัว ลง และ คลอด บุตร เพราะ ความ เจ็บ ปวด เกิด ขึ้น แก่ นาง {4:20} เมื่อ นาง กำลัง จะ ตาย นั้น พวก ผู้หญิง ที่ เฝ้า นาง อยู่ ได้ บอก นาง ว่า“ อย่า กลัว เลย เพราะ เจ้า มี ลูกผู้ชาย คน หนึ่ง” แต่ นาง ไม่ ตอบ ไม่ สนใจ {4:21} นาง ให้ ชื่อ เด็ก นั้น ว่า อี คา โบ ดก ล่า วว่า“ พระ สิริ พราก ไป จาก อิสราเอล แล้ว” เพราะ หีบ ของ พระเจ้า ถูก ยึด ไป และ เพราะ เรื่อง พ่อ สามี และ สามี ของ นาง {4:22} และ นาง กล่าว ว่า“ พระ สิริ พราก จาก อิสราเอล แล้ว เพราะ หีบ ของ พระเจ้า ถูก ยึด ไป” {i5:1} คน ฟีลิสเตีย กับ หีบ พัน ธสัญญา {5:1} เมื่อ พวก ฟีลิสเตีย ยึด หีบ ของ พระเจ้า ไป นั้น พวก เขา นำ ไป จาก เอ เบน เอเซอร์ ถึง เมือง อัชโดด {5:2} และ พวก ฟีลิสเตีย ก็ นำ หีบ ของ พระเจ้า เข้า ไป ไว้ ใน โบสถ์ ของ พระ ดา โกน และ วาง ไว้ ข้าง พระ ดา โกน {5:3} และ เมื่อ ชาว อัช โดด ตื่น แต่ เช้า ใน วัน รุ่งขึ้น ดู เถิด พระ ดา โกน ได้ ล้ม หน้า คว่ำ มา ยัง พื้น ดิน ตรง หน้า หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ พวก เขา จึง ยก พระ ดา โกน ขึ้น ตั้ง ไว้ ใน ที่ เดิม {5:4} แต่ เมื่อ พวก เขา ตื่น แต่ เช้า ใน วัน รุ่งขึ้น ดู สิ พระ ดา โกน ก็ ล้ม หน้า คว่ำ มา ยัง พื้น ดิน ตรง หน้า หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ เศียร ของ พระ ดา โกน และ มือ ทั้ง สอง ก็ หัก ออก อยู่ ที่ ธรณี ประตู เหลือ อยู่ แต่ ลำ ตัว พระ ดา โกน {5:5} เพราะ ฉะนั้น พวก ปุโรหิต ของ พระ ดา โกน และ ทุก คน ที่ เข้า ไป ใน โบสถ์ ของ พระ ดา โกน จึง ไม่ เหยียบ ธรณี ประตู โบสถ์ พระ ดา โกน ที่ เมือง อัช โดด จน ถึง ทุก วัน นี้ {5:6} พระ หัตถ์ ของ พระ ยาห์เวห์ อยู่ เหนือ ประชาชน อัช โดด อย่าง หนัก พระองค์ ทรง ทำให้ พวก เขา คร้าม กลัว และ ทรง เฆี่ยน พวก เขา ด้วย ฝี ทั้ง ที่ เมือง อัช โดด และ เขต ชาย แดน ของ เมือง นั้น {5:7} และ เมื่อ ชาว เมือง อัช โดด เห็น อย่าง นั้น พวก เขา กล่าว ว่า“ อย่า ให้ หีบ ของ พระเจ้า ของ อิสราเอล อยู่ กับ เรา เลย เพราะ ว่า พระ หัตถ์ ของ พระองค์ อยู่ เหนือ เรา และ เหนือ พระ ดา โกน พระ ของ เรา อย่าง หนัก” {5:8} พวก เขา จึง ใช้ คน ไป เรียก ประชุม เจ้านาย ทั้งสิ้น ของ ฟีลิสเตีย และ กล่าว ว่า“ เรา จะ ทำ อย่างไร ดี กับ หีบ ของ พระเจ้า ของ อิสราเอล?” พวก เขา ตอบ ว่า“ ให้ เรา นำ หีบ ของ พระเจ้า ของ อิสราเอล ย้าย ไป ที่ เมือง กัท” เพราะ ฉะนั้น พวก เขา จึง ย้าย หีบ ของ พระเจ้า ของ อิสราเอล ไป {5:9} แต่ เมื่อ พวก เขา ย้าย หีบ ไป เมือง นั้น แล้ว พระ หัตถ์ ของ พระ ยาห์เวห์ ก็ ต่อสู้ เมือง นั้น ทำให้ เกิด ความ วุ่นวาย ยิ่งใหญ่ นัก และ ทรง เฆี่ยน ชาว เมือง นั้น ทั้ง เด็ก และ ผู้ใหญ่ คือ ให้ เกิด ฝี ขึ้น ที่ ตัว พวก เขา {5:10} พวก เขา จึง ส่ง หีบ ของ พระเจ้า ไป ยัง เมือง เอ โค รน และ ต่อ มา เมื่อ หีบ ของ พระเจ้า มา ถึง เมือง เอ โค รน ชาว เมือง เอ โค รน ร้อง ว่า“ พวก เขา ย้าย หีบ ของ พระเจ้า ของ อิสราเอล มา ให้ เรา เพื่อ จะ ฆ่า เรา และ ประชาชน ของ เรา เสีย” {5:11} พวก เขา จึง ส่ง คน ไป เรียก ประชุม เจ้านาย ทั้งหมด ของ พวก ฟีลิสเตีย และ กล่าว ว่า“ จง ส่ง หีบ ของ พระเจ้า ของ อิสราเอล ไป เสีย ให้ หีบ นั้น กลับ ไป ยัง ที่ เดิม เพื่อ หีบ นั้น จะ ไม่ ได้ ฆ่า เรา หรือ ประชาชน ของ เรา เสีย” เพราะ ว่า มี ความ วุ่นวาย กลัว ตาย อยู่ ทั้ง เมือง พระ หัตถ์ ของ พระเจ้า ก็ อยู่ ที่ นั่น อย่าง หนัก ยิ่งนัก {5:12} ชาว เมือง ที่ ไม่ ตาย ก็ เป็น ฝี และ เสียง ร้องขอ ความ ช่วยเหลือ ของ ชาว เมือง นั้น ก็ ขึ้น ไป ยัง ฟ้า สวรรค์ {i6:1} คน ฟีลิสเตีย คืน หีบ พัน ธสัญญา {6:1} หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ อยู่ ใน ดินแดน ของ พวก ฟีลิสเตียเจ็ดเดือน {6:2} พวก ฟีลิสเตีย ก็ เชิญ พวก ปุโรหิต และ พวก โหร มา กล่าว ว่า“ เรา จะ ทำ อย่างไร กับ หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ดี? ขอบ อก เรา ว่า จะ ส่ง หีบ ไป ยัง ที่ เดิม กับ อะไร ดี” {6:3} พวก เขา ตอบ ว่า“ ถ้า พวก ท่าน จะ ส่ง หีบ ของ พระเจ้า ของ อิสราเอล ไป ก็ อย่า ส่ง ไป เปล่า แต่ พวก ท่าน ต้อง ส่ง กลับ พร้อม ด้วย เครื่องบูชา ชดใช้ บาป แล้ว พวก ท่าน จะ หาย โรค และ พวก ท่าน จะ ทราบ ว่า เหตุ ใด พระ หัตถ์ ของ พระองค์ จึง ไม่ หัน ไป เสีย จาก พวก ท่าน” {6:4} พวก เขา กล่าว ว่า“ จัด อะไร เป็น เครื่องบูชา ชดใช้ บาป เล่า ที่ เรา ต้อง ถวาย ให้ พระองค์?” พวก เขา ตอบ ว่า“ ลูก ฝี ทองคำ ห้า ลูก กับ หนู ทองคำ ห้า ตัว ตาม จำนวน เจ้านาย ของ พวก ฟีลิสเตีย เพราะ ว่า พวก ท่าน และ พวก เจ้านาย ด้วย เป็น โรค อย่าง เดียวกัน {6:5} พวก ท่าน ต้อง ทำ รูป ฝี และ รูป หนู ของ พวก ท่าน ซึ่ง ทำลาย แผ่นดิน และ พวก ท่าน จง ถวาย พระ สิริ แด่ พระเจ้า ของ อิสราเอล บางที พระองค์ จะ เบา พระ หัตถ์ ของ พระองค์ จาก พวก ท่าน ทั้ง จาก บรรดา พระ และ แผ่นดิน ของ พวก ท่าน {6:6} ทำไม พวก ท่าน ทำใจ ของ พวก ท่าน ให้ แข็ง กระด้าง อย่าง เช่น ชาว อียิปต์ และ ฟาโรห์ ได้ ทำใจ ของ พวก เขา ให้ แข็ง กระด้าง? พระองค์ จึง ทรง ต่อสู้ พวก เขา พวก เขา ต้อง ปล่อย ประชาชน ไป ไม่ ใช่ หรือ? แล้ว พวก เขา ก็ จาก ไป {6:7} บัดนี้ จง ไป เตรียม เกวียน ใหม่ เล่ม หนึ่ง มา เทียม เข้า กับ แม่ โค คู่ หนึ่ง ซึ่ง ยัง ไม่ เคย เข้า เทียม แอก เลย จง เอา แม่ โค คู่ นี้ มา เทียม เกวียน แล้ว จง นำ ลูกๆ ของ มัน กลับ ไป บ้าน เสีย ให้ พ้น จาก แม่ โค คู่ นี้ {6:8} จง นำ หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ มา วาง ไว้ บน เกวียน และ วาง เครื่อง ทองคำ ซึ่ง พวก ท่าน ส่ง กลับ ถวาย พระองค์ เป็น เครื่องบูชา ชดใช้ บาป ไว้ ใน กล่อง ข้าง หีบ แล้ว ก็ ปล่อย ให้ มัน ไป {6:9} และ คอย ดู ถ้า ไป ตาม ทาง ถึง เขต แดน ของ มัน เอง คือ ขึ้น ไป ทาง เมือง เบธเชเมช พระองค์ ก็ เป็น ผู้ ทรง ให้ เกิด ความ ทุกข์ ยาก อย่าง ใหญ่ หลวง นี้ แก่ พวก เรา ถ้า ไม่ เป็น เช่น นั้น พวก เรา จะ ได้ ทราบ ว่า ไม่ ใช่ พระ หัตถ์ ของ พระองค์ ที่ ทรง เฆี่ยน ตี พวก เรา เป็น สิ่ง ที่ บังเอิญ เกิด ขึ้น แก่ พวก เรา เอง” {6:10} คน เหล่า นั้น ก็ ทำ ตาม นำ เอา แม่ โค คู่ หนึ่ง เทียม เข้า กับ เกวียน แล้ว ขัง ลูกๆ ของ มัน ไว้ ที่ บ้าน {6:11} และ พวก เขา ก็ วาง หีบ แห่ง พระ ยาห์เวห์ ไว้ บน เกวียน พร้อม กับ กล่อง หนู ทองคำ และ รูป ฝี ของ พวก เขา {6:12} แม่ โค ทั้ง สอง ก็ เดิน ตรง ไป ตาม ทาง ที่ ไป เมือง เบธเชเมช ไป ตาม ทางหลวง เดิน พลาง ร้อง พลาง ไม่ เลี้ยว ขวา หรือ เลี้ยว ซ้าย และ บรรดา เจ้านาย ของ พวก ฟีลิสเตีย ก็ ตาม มัน ไป จน ถึง เขต แดน เมือง เบธเชเมช {6:13} ส่วน ชาว เมือง เบธเชเมช กำลัง เกี่ยว ข้าว สาลี อยู่ ที่ หุบเขา และ เมื่อ พวก เขา เงย หน้า ขึ้น และ เห็น หีบ พวก เขา ก็ ชื่นชม ยินดี ที่ ได้ เห็น {6:14} เกวียน นั้น ได้ เข้า มา ใน นา ของ โย ชู วา ชาว เบธเชเมช และ หยุด อยู่ ที่ นั่น มี หิน ใหญ่ ก้อน หนึ่ง อยู่ ที่ นั่น เขา จึง ผ่า ไม้ เกวียน และ เอา แม่ โค เป็น เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว ถวาย แด่ พระ ยาห์เวห์ {6:15} และ คน เล วี ก็ เชิญ หีบ พระ ยาห์เวห์ ลง พร้อม กับ กล่อง ที่ มี เครื่อง ทองคำ วาง ไว้ บน ก้อน หิน ใหญ่ นั้น และ ชาว เบธเชเมช ก็ ขึ้น มา ถวาย เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว และ ถวาย เครื่อง สัต ว บูชา แด่ พระ ยาห์เวห์ ใน วัน นั้น {6:16} และ เมื่อ เจ้านาย ทั้ง ห้า ของ พวก ฟีลิสเตีย เห็น แล้ว เขา ก็ กลับ ไป เมือง เอ โค รน ใน วัน นั้น {6:17} ต่อ ไป นี้ เป็น รูป ฝี ทองคำ ซึ่ง พวก ฟีลิสเตีย ส่ง กลับ เป็น เครื่องบูชา ชดใช้ บาป แด่ พระ ยาห์เวห์ รูป หนึ่ง สำหรับ เมือง อัช โดด เมือง กาซา รูป หนึ่ง เมือง อัช เค โลน รูป หนึ่ง เมือง กัท รูป หนึ่ง เมือง เอ โค รน รูป หนึ่ง {6:18} รูป หนู ทองคำ ก็ เช่น เดียวกัน ตาม จำนวน เมือง ทั้งหมด ของ ฟีลิสเตีย ที่ เป็น เมือง ของ เจ้านาย ทั้ง ห้า คือ เมือง ที่ มี ป้อม ปราการ และ หมู่บ้าน ที่ ไม่ มี กำแพง เมือง หิน ก้อน ใหญ่ ซึ่ง เขา วาง หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ ไว้ นั้น ก็ ยัง เป็น พยาน อยู่ จน ทุก วัน นี้ ที่ ใน ทุ่ง นา ของ โย ชู วา ชาว เบธเชเมช {i6:19} หีบ ของ พระเจ้า ที่ คีริยาท เย อา ริม {6:19} พระองค์ ทรง ประหาร ชาว เบธเชเมช เพราะ ว่า พวก เขา มอง ข้าง ใน หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ พระองค์ ทรง ประหาร เสีย 70 คน และ 50,000 คน และ ประชาชน ก็ ไว้ทุกข์ เพราะ พระ ยาห์เวห์ ทรง ประหาร ประชาชน เสีย เป็น อัน มาก {6:20} แล้ว ชาว เบธเชเมช จึง กล่าว ว่า“ ใคร จะ สามารถ ยืน อยู่ เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ผู้ บริสุทธิ์ องค์ นี้ ได้? พระองค์ จะ เสด็จ จาก เรา ไป หา ใคร ดี?” {6:21} ดังนั้น เขา จึง ส่ง พวก ผู้ สื่อสาร ไป ยัง ชาว เมือง คีริยาท เย อา ริม กล่าว ว่า“ พวก ฟีลิสเตีย ได้ คืน หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ มา แล้ว ขอ ลง มา เชิญ หีบ ขึ้น ไป อยู่ กับ พวก ท่าน เถิด” {7:1} ชาว คีริยาท เย อา ริม ได้ มา เชิญ หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ ขึ้น ไป ถึง บ้าน ของ อา บี นา ดับ ซึ่ง อยู่ บน เนิน เขา และ พวก เขา ก็ ชำระ เอ เล อา ซาร์ บุตร ของ เขา ให้ บริสุทธิ์ เพื่อ ให้ ดูแล หีบ ของ พระ ยาห์เวห์ {7:2} นับ แต่ วัน ที่ หีบ นั้น อยู่ ที่ คีริยาท เย อา ริม ก็ เป็น เวลา ช้านาน ถึง 20 ปี และ บรรดา พงศ์พันธุ์ อิสราเอล ทั้งสิ้น ก็ คร่ำครวญ ถึง พระ ยาห์เวห์ {i7:3} ซา มูเอล วินิจฉัย คน อิสราเอล {7:3} แล้ว ซา มูเอล พูด กับ พงศ์พันธุ์ อิสราเอล ทั้งสิ้น ว่า“ ถ้า พวก ท่าน จะ กลับ มา หา พระ ยาห์เวห์ ด้วย สิ้นสุด ใจ ของ พวก ท่าน จง ทิ้ง พวก พระ ต่าง ด้าว และ พระ อัช ทา โรท เสีย จาก ท่ามกลาง พวก ท่าน และ ปักใจ ของ พวก ท่าน ตรง ต่อ พระ ยาห์เวห์ และ ปรนนิบัติ พระองค์ เท่านั้น พระองค์ จะ ทรง ช่วย กู้ พวก ท่าน ให้ พ้น จาก มือ ของ พวก ฟีลิสเตีย” {7:4} คน อิสราเอล จึง ทิ้ง พระ บา อัลและพระอัช ทา โรท และ เขา ทั้งหลาย ปรนนิบัติ แต่ พระ ยาห์เวห์เท่านั้น {7:5} แล้ว ซา มูเอลพูดว่า“ จง ประชุม คน อิสราเอล ทั้งสิ้น ที่ เมือง มิส ปาห์ และ ข้าพเจ้า จะ อธิษฐาน ต่อ พระ ยาห์เวห์เพื่อท่าน” {7:6} พวก เขา จึง ประชุม กัน ที่ มิส ปาห์ และ ตัก น้ำ มา เท ออก เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ และ อด อาหาร ใน วัน นั้น และ พูด ที่ นั่น ว่า“ พวก เรา ได้ ทำบาป ต่อ พระ ยาห์เวห์” และ ซา มูเอล ก็ วินิจฉัย คน อิสราเอล ที่ เมือง มิส ปาห์ {7:7} เมื่อ พวก ฟีลิสเตีย ได้ยิน ว่า คน อิสราเอล ประชุม กัน ที่ เมือง มิส ปาห์ พวก เจ้านาย ของ ฟีลิสเตีย ก็ ยก ขึ้น ไป ต่อสู้ กับ อิสราเอล เมื่อ คน อิสราเอล ได้ยิน เช่น นั้น ก็ กลัว พวก ฟีลิสเตีย {7:8} คน อิสราเอล พูด ต่อ ซา มูเอลว่า“ อย่า หยุด ร้อง ทูล พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ พวก เรา เพื่อ พวก เรา เพื่อ ขอ พระองค์ ทรง ช่วย เรา ให้ พ้น จาก มือ ของ พวก ฟีลิสเตีย” {7:9} ซา มูเอล ก็ เอา ลูก แกะ อ่อน ที่ ยัง กิน นม อยู่ ตัว หนึ่ง มา ถวาย เป็น เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว แด่ พระ ยาห์เวห์และซามูเอล ร้อง ทูล ต่อ พระ ยาห์เวห์ เพื่อ อิสราเอล และ พระ ยาห์เวห์ ทรง ตอบ ท่าน {7:10} ขณะ ที่ ซา มูเอล ถวาย เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว อยู่ นั้น พวก ฟีลิสเตีย ก็ เข้า มา ใกล้ เพื่อ สู้ รบ กับ อิสราเอล แต่ พระ ยาห์เวห์ ทรง ให้ ฟ้า ร้อง เสียง ดัง ยิ่งนัก ใน วัน นั้น พระองค์ ทรง สู้ กับ พวก ฟีลิสเตีย ทรง ทำให้ พวก ฟีลิสเตีย สับสน อลหม่าน ต่อ หน้า อิสราเอล {7:11} พวก ผู้ชาย ของ อิสราเอล ก็ ออก จาก มิส ปาห์ ไล่ กวด พวก ฟีลิสเตีย และ ฆ่า ฟัน พวก เขา ไป ทาง ใต้ ถึง เมือง เบธคาร์ {7:12} แล้ว ซา มูเอล ก็ เอา ศิลา ก้อน หนึ่ง ตั้ง ไว้ ระหว่าง เมือง มิส ปาห์ และ เมือง เชน ให้ ชื่อ ศิลา นั้น ว่า เอ เบน เอเซอร์ เพราะ ท่าน พูด ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ทรง ช่วย พวก เรา จน บัดนี้” {7:13} ดังนั้น พวก ฟีลิสเตีย จึง พ่าย แพ้ ไม่ เข้า มา ใน เขต แดน ของ อิสราเอล อีก และ พระ หัตถ์ แห่ง พระ ยาห์เวห์ ต่อสู้ พวก ฟีลิสเตีย ตลอด ชีวิต ของ ซา มูเอล {7:14} บรรดา เมือง ที่ พวก ฟีลิสเตีย ยึด ไป จาก อิสราเอล นั้น ก็ ได้ กลับ คืน สู่ อิสราเอล ตั้งแต่ เมือง เอ โค รน ถึง เมือง กัท และ อิสราเอล ยึด แถบ ชาย แดน คืน มา จาก มือ ของ พวก ฟีลิสเตีย ครั้ง นั้น มี สันติภาพ ระหว่าง อิสราเอล และ คน อา โม ไรต์ด้วย {7:15} ซา มูเอล วินิจฉัย คน อิสราเอล ตลอด ชีวิต ของ ท่าน {7:16} และ ท่าน ก็ วน ไป รอบ ทุก ปี เป็น ประจำ ถึง เมือง เบธเอลกิล กาล และ มิส ปาห์ และ ท่าน ก็ วินิจฉัย คน อิสราเอล ใน บรรดา เมือง เหล่า นั้น {7:17} แล้ว ท่าน กลับ มา ที่ เมือง รา มาห์ เพราะ ว่า บ้าน ของ ท่าน อยู่ ที่ นั่น ท่าน วินิจฉัย อิสราเอล ที่ นั่น ด้วย ท่าน สร้าง แท่น บูชา ถวาย แด่ พระ ยาห์เวห์ที่นั่น {i8:1} คน อิสราเอล ร้องขอ กษัตริย์ {8:1} ต่อ มา เมื่อ ซา มูเอล แก่ แล้ว ท่าน ได้ ตั้ง พวก บุตร ชาย ของ ท่าน ให้ วินิจฉัย อิสราเอล {8:2} บุตร ชาย หัว ปี ของ ท่าน ชื่อ โย เอ ล และ คน ที่ สอง ชื่อ อา บี ยาห์ ทั้ง สอง เป็น ผู้ วินิจฉัย ใน เมือง เบเออร์เชบา {8:3} แต่ พวก บุตร ชาย ของ ท่าน ไม่ ได้ ดำเนิน ตาม อย่าง ชีวิต ของ ท่าน พวก เขา บิดเบือน ไป หา รายได้ ที่ ผิด รับ สินบน และ บิดเบือน ความ ยุติธรรม {8:4} พวก ผู้ใหญ่ ทั้งหมด ของ อิสราเอล ก็ พา กัน มา หา ซา มูเอล ที่ เมือง รา มาห์ {8:5} และ พูด กับ ท่าน ว่า“ ดู เถิด ท่าน ชรา แล้ว และ พวก บุตร ของ ท่าน ไม่ ได้ ดำเนิน ตาม อย่าง ชีวิต ของ ท่าน บัดนี้ ขอ ท่าน ได้ ตั้ง พระ ราชา ให้ วินิจฉัย พวก เรา อย่าง ประชาชาติ ทั้งปวง เถิด” {8:6} ถ้อยคำ ที่ พวก เขา พูด ว่า“ ขอ ตั้ง พระ ราชา ให้ วินิจฉัย เรา ทั้งหลาย” ทำให้ ซา มูเอล ไม่ พอใจ ซา มูเอล จึง ทูล อธิษฐาน ต่อ พระ ยาห์เวห์ {8:7} และ พระ ยาห์เวห์ ทรง ตอบ ซา มูเอลว่า“ จง ฟัง เสียง ประชาชน ใน เรื่อง ที่ พวก เขา พูด กับ เจ้า เพราะ ว่า พวก เขา ไม่ ได้ ละทิ้ง เจ้า แต่ พวก เขา ละทิ้ง เรา ไม่ ให้ เรา เป็น กษัตริย์ เหนือ พวก เขา {8:8} ตาม การ กระทำ ทั้งสิ้น ซึ่ง พวก เขา ทำ แก่ เรา ตั้งแต่ วัน ที่ เรา นำ พวก เขา ออก มา จาก อียิปต์ จน ถึง วัน นี้ คือ พวก เขา ละทิ้ง เรา และ ปรนนิบัติ พระ อื่น ดังนั้น เขา จึง ทำ เช่น เดียวกัน ต่อ เจ้า ด้วย {8:9} บัดนี้ จง ฟัง เสียง ของ พวก เขา แต่ เจ้า ต้อง ตักเตือน พวก เขา อย่าง จริงจัง และ สำแดง ให้ พวก เขา ทราบ ถึง กฎ ของ กษัตริย์ ผู้ ที่ จะ ครอบครอง พวก เขา” {8:10} ซา มูเอล จึง เอา พระ ดำรัส ทั้งสิ้น ของ พระ ยาห์เวห์ มาบ อก ประชาชน ผู้ ร้องขอ ให้ ท่าน ตั้ง พระ ราชา {8:11} ท่าน กล่าว ว่า“ นี่ เป็น สิทธิ ของ พระ ราชา ผู้ ที่ จะ ครอบครอง เหนือ พวก เจ้า พระองค์ จะ เกณฑ์ พวก บุตร ชาย ของ เจ้า และ กำหนด ให้ ประจำ รถ รบ และ ให้ เป็น พวก พล ม้า และ ให้ วิ่ง หน้า รถ รบ ของ พระองค์ {8:12} แล้ว พระองค์ จะ ตั้ง พวก เขา ให้ เป็น นาย พัน นาย ห้า สิบ ของ พระองค์ ให้ บาง คน ไถ ที่ดิน ของ พระองค์ และ เกี่ยว ข้าวของ พระองค์ และ ทำ ศัสตราวุธ และ เครื่อง ใช้ ของ รถ รบ {8:13} พระองค์ จะ นำ พวก บุตร สาว ของ พวก เจ้า ไป เป็น ผู้ ปรุง เครื่อง หอม ทำ ครัว และ อบ ขนม {8:14} พระองค์ จะ เอา นาสวน องุ่น และ สวน มะกอก ที่ ดี ที่สุด ของ พวก เจ้า ให้ แก่ พวก ข้าราชการ ของ พระองค์ {8:15} พระองค์ จะ ชัก หนึ่ง ใน สิบ ของ ข้าว และ ผล องุ่น ของ พวก เจ้า ให้ แก่ พวก ขุนนาง และ พวก ข้าราชการ ของ พระองค์ {8:16} พระองค์ จะ เอา พวก คนใช้ ชาย และ หญิง และ พวก คน หนุ่มๆ ที่ ดี ที่สุด ของ พวก เจ้า และ ลา ของ พวก เจ้า ไป ทำงาน ของ พระองค์ {8:17} พระองค์ จะ ชัก หนึ่ง ใน สิบ ของ ฝูง สัตว์ ของ พวก เจ้า และ พวก เจ้า จะ เป็น ทาส ของ พระองค์ {8:18} ใน วัน นั้น พวก เจ้า จะ ร้องทุกข์ เพราะ พระ ราชา ผู้ ซึ่ง พวก เจ้า เลือก ให้ ครอง พวก เจ้า แต่ พระ ยาห์เวห์ จะ ไม่ ทรง ตอบ พวก เจ้า ใน วัน นั้น” {i8:19} อิสราเอล ได้ รับ กษัตริย์ ตาม คำ ขอ {8:19} แต่ ประชาชน ปฏิเสธ ไม่ เชื่อฟัง ซา มู เอ ลพ วก เขา กล่าว ว่า“ เรา ไม่ ยอม เรา จะ ต้อง มี พระ ราชา ปกครอง เรา {8:20} เพื่อ เรา จะ เป็น เหมือน ประชาชาติ ทั้งหลาย และ เพื่อ พระ ราชา ของ เรา จะ วินิจฉัย เรา และ นำ หน้า เรา ไป และ รบ ใน สงคราม ให้ เรา” {8:21} และ เมื่อ ซา มูเอล ได้ยิน ถ้อยคำ ทั้งสิ้น ของ ประชาชน ท่าน ก็ นำ ถ้อยคำ เหล่า นี้ ไป ทูล พระ ยาห์เวห์ ให้ ทรง ทราบ {8:22} และ พระ ยาห์เวห์ ตรัส กับ ซา มูเอลว่า“ จง ฟัง พวก เขา เถิด และ จง ตั้ง กษัตริย์ องค์ หนึ่ง ให้ พวก เขา” แล้ว ซา มูเอล จึง กล่าว แก่ คน อิสราเอล ว่า“ ให้ ทุก คน กลับ ไป ยัง เมือง ของ ตน” {i9:1} ทรง เลือก ซา อู ลเป็นกษัตริย์ {9:1} มี ชาย เผ่า เบน ยา มิ น คน หนึ่ง ชื่อ คีช บุตร ของ อา บี เอ ล ผู้ เป็น บุตร ของ เศโรร์บุตรของเบโครัท บุตร ของ อา ฟียาห์ ชาย เผ่า เบน ยา มิ น เป็น คน มั่งมี {9:2} ท่าน มี บุตร ชาย คน หนึ่ง ชื่อ ซา อู ล เป็น หนุ่ม ใหญ่ รูป งาม ไม่ มี ชาย ใด ใน หมู่ คน อิสราเอล ที่ จะ งาม กว่า เขา เขา สูง กว่า ประชาชน ทั้งหมด ตั้งแต่ บ่า ขึ้น ไป {9:3} ฝูง แม่ ลา ของ คีช บิดา ของ ซา อู ลหายไปคีช จึง พูด กับ ซา อู ล บุตร ของ ตน ว่า“ ลุก ขึ้น เอา คนใช้ คน หนึ่ง ไป กับ เจ้า ไป หา ฝูง แม่ ลา” {9:4} เขา ทั้ง สอง ผ่าน แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม ผ่าน เข้า ดินแดน ชา ลิ ชา แต่ หา ลา ไม่ พบ ก็ ผ่าน ข้าม ดินแดน ชา อา ลิ ม แต่ ลา ไม่ อยู่ ที่ นั่น แล้ว เขา ทั้ง สอง ผ่าน เข้า ดินแดน เบน ยา มิ น แต่ ก็ หา ไม่ พบ {9:5} เมื่อ พวก เขา มา ถึง ดินแดน ศูฟซาอูล จึง พูด กับ คนใช้ ที่ อยู่ กับ ท่าน ว่า“ มา เถอะ ให้ เรา กลับ ไป เกรง ว่า บิดา ของ ข้า จะ เลิก กังวล เรื่อง ฝูง ลา และ มา ร้อนใจ ด้วย เรื่อง ของ เรา” {9:6} แต่ คนใช้ ตอบ ท่าน ว่า“ ดู เถิด มี คน ของ พระเจ้า คน หนึ่ง ใน เมือง นี้ เป็น คน ที่ เขา นับถือ กัน มาก สิ่ง ที่ ท่าน พูด นั้น เป็น ไป ตาม ที่ พูด นั้น ทุก อย่าง ให้ เรา ไป ที่ นั่น เดี๋ยวนี้ บางที ท่าน จะ บอก เรา ถึง ทาง ซึ่ง เรา ควร ไป” {9:7} แล้ว ซา อู ล พูด กับ คนใช้ ของ ท่าน ว่า“ แต่ ดู สิ ถ้า เรา ไป เรา จะ เอา อะไร ไป ให้ ชาย ผู้ นั้น เพราะ ขนม ปัง ใน ย่าม ของ เรา ก็ หมด แล้ว เรา ไม่ มี ของขวัญ ที่ จะ นำ ไป ให้ แก่ คน ของ พระเจ้า เรา มี อะไร บ้าง?” {9:8} คนใช้ ตอบ ซา อู ลอีกว่า“ ใน มือ ข้า มี เงิน อยู่ หนึ่ง ส่วน สี่ เชเขล และ ข้า จะ ให้ แก่ คน ของ พระเจ้า เพื่อ ท่าน จะ บอก ทาง ให้ เรา” {9:9} ใน อิสราเอล สมัย ก่อน เมื่อ คน ใด จะ ไป ทูล ถาม พระเจ้า เขา พูด ว่า“ มา เถอะ ให้ เรา ไป หา ผู้ ทำนาย กัน” เพราะ ใน สมัย ก่อน เรียก ผู้ เผย พระ วจนะ ใน สมัย นี้ ว่า ผู้ ทำนาย {9:10} ซา อู ล จึง พูด กับ คนใช้ ของ ท่าน ว่า“ พูด ดี นี่ มา ให้ เรา ไป กัน เถอะ” พวก เขา จึง ไป ที่ เมือง ซึ่ง คน ของ พระเจ้า อยู่ {9:11} ขณะ เมื่อ พวก เขา ขึ้น ภูเขา ไป ยัง เมือง นั้น พวก เขา พบ พวก ผู้หญิง สาว ออก มา ตัก น้ำ จึง ถาม ว่า“ ผู้ ทำนาย อยู่ ที่ นี่ หรือ?” {9:12} พวก เธอ ตอบ ว่า“ อยู่ ดู นี่ ท่าน อยู่ ข้าง หน้า ท่าน รีบ เถอะ เพราะ ท่าน มา ที่ เมือง วัน นี้ เพราะ ว่า ประชาชน จะ มี การ ถวาย สัต วบูชาณปูชนีย สถาน สูง วัน นี้ {9:13} พอ พวก ท่าน เข้า ไป ถึง ใน เมือง พวก ท่าน จะ พบ ผู้ ทำนาย ก่อน ที่ ท่าน จะ ขึ้น ไป รับประทาน อาหาร ณปูชนีย สถาน สูง เพราะ ประชาชน จะ ไม่ รับประทาน จน กว่า ท่าน จะ มา ถึง เพราะ ท่าน จะ ต้อง มา อวยพร เครื่อง สัต ว บูชา หลัง จาก นั้น พวก ผู้ ที่ ได้ รับ เชิญ จึง จะ รับประทาน ขึ้น ไป เดี๋ยวนี้ เถิด พวก ท่าน จะ ได้ พบ ท่าน เวลา นี้” {9:14} เขา ทั้ง สอง ก็ ขึ้น ไป ยัง เมือง นั้น ขณะ เมื่อ เขา ทั้ง สอง เข้า ไป ใน เมือง นี่แน่ะ ซา มูเอล กำลัง เดิน ออก มา ทาง พวก เขา เพื่อ ขึ้น ไป ยัง ปู ชนีย สถาน สูง นั้น {9:15} พระ ยาห์เวห์ ทรง สำแดง แก่ ซา มูเอล แล้ว ใน วัน ก่อน วัน ที่ ซา อู ล มา ถึง ว่า {9:16} “ พรุ่งนี้ เวลา ประมาณ เท่า นี้ เรา จะ ส่ง ชาย ผู้ หนึ่ง ซึ่ง มา จาก ดินแดน เบน ยา มิ น มา หา เจ้า เจ้า จง เจิม เขา ให้ เป็น ผู้นำ เหนือ อิสราเอล ประชากร ของ เรา เขา จะ ช่วย ประชากร ของ เรา ให้ พ้น จาก มือ พวก ฟีลิสเตีย เนื่อง จาก เรา เห็น ประชากร ของ เรา แล้ว เพราะ เสียง ร้องทุกข์ ของ เขา มา ถึง เรา” {9:17} เมื่อ ซา มูเอล เห็น ซา อู ล เข้า แล้ว พระ ยาห์เวห์ ทรง บอก ท่าน ว่า“ นี่ เป็น ชาย คน ที่ เรา ได้ บอก กับ เจ้า แล้ว เขา ผู้ นี้ จะ ปกครอง เหนือ ประชากร ของ เรา” {9:18} แล้ว ซา อู ล ก็ เข้า มา ใกล้ ซา มูเอล ที่ ประตู และ พูด ว่า“ ขอบ อก ข้าพเจ้า หน่อย ว่า บ้าน ของ ผู้ ทำนาย อยู่ ที่ไหน?” {9:19} ซา มูเอล ตอบ ซา อู ลว่า“ ข้าพเจ้า เอง เป็น ผู้ ทำนาย นั้น จง นำ หน้า ข้าพเจ้า ขึ้น ไป ยัง ปู ชนีย สถาน สูง นั้น เพราะ ใน วัน นี้ ท่าน จะ รับประทาน อาหาร กับ ข้าพเจ้า และ พรุ่งนี้ เช้า ข้าพเจ้า จึง จะ ให้ ท่าน ไป และ ข้าพเจ้า จะ บอก ทุก อย่าง ที่ อยู่ ใน ใจ ของ ท่าน แก่ ท่าน {9:20} ส่วน เรื่อง ฝูง ลา ของ ท่าน ที่ หาย ไป สาม วัน แล้ว นั้น อย่า สนใจ เลย เพราะ มี คน พบ แล้ว ความ ปรารถนา ทั้งหมด ของ คน อิสราเอล นั้น มุ่ง ที่ ใคร เล่า ไม่ ใช่ ตัว ท่าน และ พงศ์พันธุ์ ของ บิดา ท่าน หรือ?” {9:21} ซา อู ลตอบว่า“ ข้าพเจ้า ไม่ ใช่ คน เผ่า เบน ยา มิ นหรือ? เป็น เผ่า เล็กน้อย ที่สุด ใน อิสราเอล และ ตระกูล ของ ข้าพเจ้า ไม่ ใช่ ตระกูล ที่ ด้อย ที่สุด ใน บรรดา ตระกูล ของ เผ่า เบน ยา มิ นหรือ? ทำไม ท่าน จึง บอก ถ้อยคำ เหล่า นี้ กับ ข้าพเจ้า เล่า?” {9:22} แล้ว ซา มูเอล ก็ พา ซา อู ล กับ คนใช้ ของ ท่าน เข้า ไป ใน ห้องโถง ให้ นั่ง ใน ที่นั่ง ด้าน หน้า สำหรับ ผู้ ที่ รับ เชิญ ซึ่ง มี ประมาณ 30 คน {9:23} และ ซา มูเอล พูด กับ คน ครัว ว่า“ จง นำ ส่วน ที่ ข้าพเจ้า มอบ ให้ ซึ่ง ข้าพเจ้า บอก เจ้า ว่า‘ เก็บ ไว้ ต่างหาก’ นั้น มา” {9:24} คน ครัว จึง นำ ส่วน ขา และ ส่วน บน นั้น มา วาง ไว้ ข้าง หน้า ซา อู ลและซามูเอลพูดว่า“ นี่แน่ะ ส่วน ที่ ได้ เก็บ ไว้ ก็ วาง อยู่ ต่อ หน้า ท่าน จง รับประทาน เถอะ เพราะ ว่า เก็บ ไว้ ให้ แก่ ท่าน จน ถึง เวลา ที่ กำหนด ไว้ เพราะ ข้าพเจ้า พูด ว่า ข้าพเจ้า ได้ เชิญ ประชาชน มา แล้ว” ซา อู ล จึง รับประทาน กับ ซา มูเอล ใน วัน นั้น {9:25} และ เมื่อ พวก เขา ลง มา จาก ปู ชนีย สถาน สูง เข้า มา ใน เมือง ท่าน สนทนา กับ ซา อู ลบ น ดาดฟ้า หลังคา บ้าน {9:26} พวก เขา ตื่น แต่ เช้าตรู่ และ เมื่อ สว่าง แล้ว ซา มูเอล ก็ เรียก ซา อู ล ผู้ อยู่ บน ดาดฟ้า ว่า“ จง ลุก ขึ้น เถิด เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ส่ง ท่าน ไป” ซา อู ล ก็ ลุก ขึ้น ท่าน ทั้ง สอง ก็ ออก ไป ที่ ถนน ทั้ง ท่าน และ ซา มูเอล {i9:27} ซา มูเอล เจิม ซา อู ล {9:27} เมื่อ พวก เขา กำลัง ลง มา ที่ ชาน เมือง ซา มูเอล จึง พูด กับ ซา อู ลว่า“ จง บอก คนใช้ ให้ เดิน นำ หน้า เรา ไป และ เมื่อ เขา เดิน พ้น ไป แล้ว ท่าน จง ยืน ที่ นี่ สัก ครู่ เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ได้ แจ้ง พระ ดำรัส ของ พระเจ้า ให้ ท่าน ทราบ” {10:1} แล้ว ซา มูเอล ก็ หยิบ ขวด น้ำมัน เท ลง บน ศีรษะ ของ ซา อู ล และ จูบ ท่าน แล้ว กล่าว ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ทรง เจิม ท่าน ไว้ ให้ เป็น ผู้นำ เหนือ มรดก ของ พระองค์ แล้ว ไม่ ใช่ หรือ? {10:2} เมื่อ ท่าน ไป จาก ข้าพเจ้า วัน นี้ ท่าน จะ พบ ชาย สอง คน ริม ที่ ฝัง ศพ ของ นาง รา เชล ใน เขต แดน เบน ยา มิ นที่เศลซาห์ และ เขา ทั้ง สอง จะ บอก ท่าน ว่า‘ ฝูง ลา ซึ่ง ท่าน ไป หา นั้น พบ แล้ว นี่แน่ะ ขณะ นี้ บิดา ของ ท่าน เลิก กังวล เรื่อง ฝูง ลา แล้ว และ ร้อนใจ เรื่อง ของ พวก ท่าน กล่าว ว่า“ เรา จะ ทำ อย่างไร เรื่อง บุตร ชาย ของ เรา ดี?”’ {10:3} และ ท่าน จะ ผ่าน ที่ นั่น ไป ถึง ต้น โอ๊ก ตำบล ทา โบร์ ที่ นั่น ชาย สาม คน ซึ่ง กำลัง ขึ้น ไป เฝ้า พระเจ้า ที่ เบธเอล จะ พบ ท่าน คน หนึ่ง แบก ลูก แพะ สาม ตัว อีก คน หนึ่ง ถือ ขนม ปัง สาม ก้อน และ อีก คน หนึ่ง ถือ ถุง หนัง เหล้า องุ่น ถุง หนึ่ง {10:4} พวก เขา จะ ทักทาย ท่าน และ มอบ ขนม ปัง ให้ ท่าน สอง ก้อน ซึ่ง ท่าน จะ รับ จาก มือ ของ พวก เขา {10:5} ต่อ จาก นั้น ท่าน จะ มา ถึง กิเบอัทเอโลฮิม ที่ นั่น มี กอง ทหาร รักษาการ ของ พวก ฟีลิสเตีย เมื่อ ท่าน มา ถึง เมือง นั้น ท่าน จะ พบ ผู้ เผย พระ วจนะ หมู่ หนึ่ง กำลัง ลง มา จาก ปู ชนีย สถาน สูง ถือ พิณ ใหญ่ รำมะนา ปี่ พิณ เขา คู่ นำ หน้า มา กำลัง เผย พระ วจนะ อยู่ {10:6} แล้ว พระ วิญญาณ ของ พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง สวม ทับ ท่าน และ ท่าน จะ เผย พระ วจนะ กับ คน เหล่า นั้น ท่าน จะ ถูก เปลี่ยน เป็น คน ละ คน {10:7} เมื่อ หมาย สำคัญ เหล่า นี้ เกิด แก่ ท่าน แล้ว จง ทำ อะไร ตาม แต่ มี โอกาส เถิด เพราะ พระเจ้า สถิต กับ ท่าน {10:8} และ ท่าน จง ลง ไป ที่ กิล กาล ก่อน ข้าพเจ้า และ ดู เถิด ข้าพเจ้า จะ ลง มา หา ท่าน เพื่อ ถวาย เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว และ ถวาย สัตว์ เป็น เครื่อง ศานติ บูชา ท่าน จง คอย อยู่ ที่ นั่น เจ็ด วัน จน ข้าพเจ้า มา หา ท่าน และ บอก ให้ ท่าน รู้ ว่า ท่าน ควร ทำ อะไร” {i10:9} ซา อู ล เผย พระ วจนะ {10:9} เมื่อ ซา อู ล หัน หลัง ไป จาก ซา มู เอ ลพ ระ เจ้า ทรง เปลี่ยน จิตใจ ของ ซา อู ล เป็น อีก แบบ และ หมาย สำคัญ เหล่า นี้ ทั้งหมด เกิด ขึ้น ใน วัน นั้น {10:10} เมื่อ เขา ทั้ง สอง มา ถึง กิเบอาห์ นี่แน่ะ ผู้ เผย พระ วจนะ หมู่ หนึ่ง พบ กับ ท่าน และ พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า ทรง สวม ทับ ท่าน และ ท่าน ก็ เผย พระ วจนะ อยู่ ใน หมู่ พวก เขา {10:11} และ เมื่อ คน ทั้งปวง ที่ รู้จัก ท่าน มา ก่อน เห็น ท่าน เผย พระ วจนะ อยู่ กับ พวก ผู้ เผย พระ วจนะ ประชาชน เหล่า นั้น ก็ พูด กัน และ กัน ว่า“ อะไร หนอ เกิด ขึ้น แก่ บุตร ชาย ของ คีช? ซา อู ล อยู่ ใน จำพวก ผู้ เผย พระ วจนะ ด้วย หรือ?” {10:12} ชาย คน หนึ่ง ที่ อยู่ ที่ นั่น ตอบ ว่า“ และ บิดา ของ พวก เขา คือ ใคร?” ดังนั้น จึง เป็น คำ ภาษิต ว่า“ ซา อู ล อยู่ ใน จำพวก ผู้ เผย พระ วจนะ ด้วย หรือ?” {10:13} เมื่อ ท่าน เผย พระ วจนะ เสร็จ แล้ว ท่าน ก็ มา ยัง ปู ชนียสถานสูง {10:14} ลุง ของ ซา อู ล จึง ถาม ซา อู ล กับ คนใช้ ว่า“ พวก เจ้า ไป ไหน มา?” และ เขา ตอบ ว่า“ ไป หา ลา และ เมื่อ เรา เห็น ว่า เรา ไม่ พบ ลา นั้น แล้ว เรา จึง ไป หา ซา มูเอล” {10:15} ลุง ของ ซา อู ลก ล่า วว่า“ ซา มู เอ ลบ อก อะไร แก่ เจ้า บ้าง? ขอ เล่า ให้ ฟัง” {10:16} และ ซา อู ล ตอบ ลุง ของ เขา ว่า“ ท่าน บอก เรา ชัดเจน ว่า พบ ลา แล้ว” แต่ เรื่องราว ที่ เกี่ยว กับ ราช อาณาจักร ซึ่ง ซา มู เอ ลก ล่า ว ถึง นั้น ท่าน ไม่ ได้ บอก สิ่ง ใด เลย {i10:17} แต่งตั้ง ซา อู ลเป็นกษัตริย์ {10:17} ซา มูเอล จึง เรียก ประชาชน มา ชุมนุม ต่อ พระ ยาห์เวห์ที่มิสปาห์ {10:18} และ ท่าน กล่าว แก่ คน อิสราเอล ว่า“ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ตรัส ดังนี้ ว่า‘ เรา ได้ นำ อิสราเอล ออก จาก อียิปต์ และ เรา ได้ ช่วย กู้ พวก เจ้า จาก มือ ของ ชาว อียิปต์ และ จาก มือ ของ ราช อาณาจักร ทั้งหลาย ที่ บีบ บังคับ เจ้า’ {10:19} แต่ วัน นี้ พวก เจ้า ละทิ้ง พระเจ้า ผู้ ซึ่ง ช่วย พวก เจ้า ให้ พ้น จาก ความ ยาก ลำบาก และ ความ ทุกข์ ร้อน และ พวก เจ้า กล่าว ว่า‘ เรา ไม่ ยอม แต่ ขอ ตั้ง กษัตริย์ ไว้ เหนือ เรา’ เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ พวก เจ้า จง เข้า เฝ้า พระ ยาห์เวห์ ตาม เผ่า และ ตาม ตระกูล ของ พวก เจ้า” {10:20} แล้ว ซา มูเอล ก็ นำ เผ่า อิสราเอล ทุก เผ่า เข้า มา ใกล้ และ จับ ฉลาก ได้ เผ่า เบน ยา มิ น {10:21} ท่าน ก็ นำ เผ่า เบน ยา มิ น เข้า มา ใกล้ ตาม ตระกูล จับ ฉลาก ได้ ตระกูล มัต รี และ จับ ฉลาก ได้ ซา อู ลบุตรคีช แต่ เมื่อ พวก เขา หา ซา อู ล ก็ หา ไม่ พบ {10:22} เขา จึง ทูล ถาม พระ ยาห์เวห์ ต่อ ไป ว่า“ ชาย คน นั้น มา ที่ นี่ หรือ ยัง?” และ พระ ยาห์เวห์ตรัสว่า“ ดู สิ เขา ซ่อน ตัว อยู่ ที่ กอง สัมภาระ” {10:23} เขา ทั้งหลาย จึง วิ่ง ไป พา เขา มา จาก ที่ นั่น และ เมื่อ เขา ยืน อยู่ ท่ามกลาง ประชาชน เขา ก็ สูง กว่า ประชาชน ทุก คน จาก บ่า ขึ้น ไป {10:24} ซา มูเอล จึง กล่าว แก่ ประชาชน ทั้งปวง ว่า“ พวก เจ้า เห็น ผู้ ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง เลือก ไว้ แล้ว หรือ? ใน ท่ามกลาง ประชาชน ไม่ มี ใคร เหมือน เขา” และ ประชาชน จึง ร้อง เสียง ดัง ว่า“ ขอ พระ ราชา ทรง พระ เจริญ” {10:25} แล้ว ซา มูเอล จึง บอก กับ ประชาชน ให้ ทราบ ถึง สิทธิ และ หน้าที่ ของ ตำแหน่ง พระ ราชา และ ท่าน บันทึก ไว้ ใน หนังสือ และ วาง ถวาย แด่ พระ ยาห์เวห์แล้วซามูเอล ก็ ให้ ประชาชน กลับ ไป ยัง บ้าน ของ ตน ทุก คน {10:26} ซา อู ล ก็ กลับ ไป ยัง บ้าน ของ ท่าน ที่ กิเบอาห์ ด้วย และ มี นักรบ ซึ่ง พระเจ้า ทรง ดล จิตใจ ไป กับ ท่าน ด้วย {10:27} แต่ มี คน อันธพาล บาง คน กล่าว ว่า“ ชาย คน นี้ จะ ช่วย เรา ได้ อย่างไร?” และ เขา ทั้งหลาย ก็ ดูหมิ่น ท่าน ไม่ นำ เครื่อง บรรณาการ มา ถวาย แต่ ท่าน ก็ นิ่ง เสีย {i11:1} ซา อู ล รบ ชนะ คน อัมโมน {11:1} นา หา ชคนอัมโมน ได้ ยก ขึ้น ไป ตั้ง ค่าย สู้ เมือง ยา เบชกิเล อาด บรรดา ชาว เมือง ยา เบช จึง พูด กับ นา หา ชว่า“ ขอ ทำ พัน ธ สัญญา กับ พวก เรา และ พวก เรา จะ ยอม ปรนนิบัติ ท่าน” {11:2} แต่ นา หา ชคนอัมโมน พูด กับ พวก เขา ว่า“ เรา จะ ทำ พัน ธ สัญญา กับ พวก เจ้า ตาม เงื่อนไข ต่อ ไป นี้ คือ เรา จะ ทะลวง ตา ขวา ของ เจ้า เสีย ทุก คน ให้ เป็น ที่ อัปยศ แก่ คน อิสราเอล ทั้งปวง” {11:3} ส่วน พวก ผู้ใหญ่ แห่ง เมือง ยา เบช พูด กับ ท่าน ว่า“ ขอ ผ่อนผัน ให้ พวก เรา สัก เจ็ด วัน เพื่อ พวก เรา จะ ได้ ส่ง พวก ผู้ สื่อสาร ไป ให้ ทั่ว เขต แดน อิสราเอล แล้ว ถ้า ไม่ มี คน ใด ช่วย กู้ พวก เรา ได้ พวก เรา จะ ยอม มอบตัว ไว้ ให้ แก่ ท่าน” {11:4} เมื่อ พวก ผู้ สื่อสาร มา ถึง กิเบอาห์ เมือง ของ ซา อู ลพ วก เขา ก็ เล่า เรื่องราว ให้ เข้า หู ของ ประชาชน และ ประชาชน ทั้งปวง ก็ ร้องไห้ เสียง ดัง {11:5} นี่แน่ะ ซา อู ล ต้อน ฝูง โคก ลับ มา จาก ทุ่ง และ ซา อู ลถามว่า“ ประชาชน เป็น อะไร ไป? ทำไม พวก เขา จึง ร้องไห้?” ดังนั้น เขา จึง เล่า ให้ ท่าน ทราบ ถึง เรื่อง ของ พวก ยา เบช {11:6} เมื่อ ท่าน ได้ยิน เรื่องราว เหล่า นี้ พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า ก็ ทรง สวม ทับ ซา อู ล และ ท่าน โกรธ จัด {11:7} ท่าน จึง เอา โค มา คู่ หนึ่ง ฟัน ออก เป็น ท่อนๆ ส่ง ไป ทั่ว เขต แดน ทั้งสิ้น ของ อิสราเอล ทาง มือ ของ พวก ผู้ สื่อสาร กล่าว ว่า“ ใคร ที่ ไม่ ออก มา ตาม ซา อู ลและซามูเอล จะ ทำ อย่าง นี้ แก่ โค ของ เขา” และ ความ เกรงกลัว พระ ยาห์เวห์ ก็ มา เหนือ ประชาชน พวก เขา พา กัน ออก มา เป็นใจ เดียวกัน {11:8} เมื่อ ซา อู ล รวมพล อยู่ ที่ เบเซก นับ พงศ์พันธุ์ อิสราเอล ได้ 300,000 คน และ ชาย เผ่า ยูดาห์ ได้ 30,000 คน {11:9} พวก เขา จึง พูด กับ พวก ผู้ สื่อสาร ที่ มา นั้น ว่า“ จง บอก แก่ ชาว ยา เบชกิเลอาดว่า‘ พรุ่งนี้ เวลา แดด ร้อน พวก ท่าน จะ ได้ รับ การ ช่วย กู้’” เมื่อ พวก ผู้ สื่อสาร กลับ มาบ อก พวก ยา เบช พวก เขา ก็ ยินดี {11:10} ดังนั้น ชาว ยา เบช จึง พูด ว่า“ พรุ่งนี้ เรา จะ มอบตัว ของ เรา ไว้ ให้ แก่ ท่าน ท่าน จง ทำ แก่ เรา ตาม ที่ ท่าน เห็น ควร” {11:11} พอ วัน รุ่งขึ้น ซา อู ล ก็ จัด ประชาชน ออก เป็น สาม หมู่ ยก เข้า มาก ลาง ค่าย ตอน เช้ามืด และ ฆ่า ฟัน คน อัมโมน เสีย จน เวลา แดด จัด ผู้ ที่ รอดชีวิต ไป ได้ ก็ กระจัด กระจาย ไป รวม กัน ไม่ ได้ สัก คู่ เดียว เลย {11:12} แล้ว ประชาชน จึง พูด กับ ซา มูเอลว่า“ ใคร ที่ พูด ว่า‘ ซา อู ล จะ ปกครอง เหนือ พวก เรา หรือ?’ นั้น จง นำ คน เหล่า นั้น ออก มา พวก เรา จะ ได้ ฆ่า พวก เขา เสีย” {11:13} แต่ ซา อู ลก ล่า วว่า“ ใน วัน นี้ อย่า ให้ ผู้ ใด ถูก ประหาร ชีวิต เลย เพราะ ว่า วัน นี้ เป็น วัน ที่ พระ ยาห์เวห์ ประทาน การ ช่วย กู้ ใน อิสราเอล” {11:14} แล้ว ซา มูเอล จึง กล่าว แก่ ประชาชน ว่า“ มา เถิด ให้ เรา ไป ยัง กิล กาล และ รื้อฟื้น เรื่อง ราช อาณาจักร ที่ นั่น อีก” {11:15} ประชาชน ทั้งปวง จึง ไป ยัง กิล กาล และ ที่ นั่น พวก เขา ก็ ตั้ง ซา อู ล เป็น กษัตริย์ เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ที่กิล กาล แล้ว พวก เขา ถวาย สัตว์ เป็น เครื่อง ศานติ บูชา เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ซาอูล กับ ประชาชน อิสราเอล ทั้งปวง ก็ ชื่นชม ยินดี อย่าง ยิ่ง ที่ นั่น {i12:1} คำ อำลา ของ ซา มูเอล {12:1} ซา มูเอล จึง กล่าว แก่ คน อิสราเอล ทั้งปวง ว่า“ ดู สิ ข้าพเจ้า ฟัง เสียง ของ พวก ท่าน ทุก เรื่อง ซึ่ง พวก ท่าน ได้ บอก ข้าพเจ้า และ ได้ แต่งตั้ง พระ ราชา เหนือ พวก ท่าน แล้ว {12:2} บัดนี้ กษัตริย์ ก็ ทรง ดำเนิน อยู่ ต่อ หน้า พวก ท่าน ส่วน ข้าพเจ้า ก็ ชรา ผม หงอก แล้ว และ นี่แน่ะ พวก บุตร ของ ข้าพเจ้า ก็ อยู่ กับ พวก ท่าน และ ข้าพเจ้า เอง ดำเนิน อยู่ ต่อ หน้า พวก ท่าน ตั้งแต่ หนุ่มๆ มา จน ทุก วัน นี้ {12:3} ข้าพเจ้า อยู่ ที่ นี่ ขอ ท่าน เป็น พยาน ปรักปรำ ข้าพเจ้า เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ และ ต่อ หน้า ผู้ ที่ พระองค์ ทรง เจิม ไว้ ข้าพเจ้า ได้ ริบ โค ของ ใคร บ้าง หรือ? หรือ ข้าพเจ้า เอา ลา ของ ใคร ไป บ้าง? หรือ ข้าพเจ้า ได้ ฉ้อ โกง ใคร? ข้าพเจ้า ได้ บีบ บังคับ ใคร บ้าง? ข้าพเจ้า ได้ รับ สินบน จาก มือ ของ ใคร ที่ ทำให้ ข้าพเจ้า ปิด ตา ของ ข้าพเจ้า? ข้าพเจ้า จะ คืน ให้ แก่ พวก ท่าน” {12:4} พวก เขา พูด ว่า“ ท่าน ไม่ ได้ ฉ้อ พวก เรา หรือ บีบ บังคับ พวก เรา หรือ รับ สิ่ง ใด ไป จาก มือ ของ ใคร” {12:5} ท่าน ก็ กล่าว แก่ พวก เขา ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ทรง เป็น พยาน ต่อสู้ พวก ท่าน และ ผู้ ที่ พระองค์ ทรง เจิม ไว้ ก็ เป็น พยาน ใน วัน นี้ ว่า พวก ท่าน ไม่ พบ สิ่ง ใด ใน มือ ของ ข้าพเจ้า” และ พวก เขา กล่าว ว่า“ พระองค์ ทรง เป็น พยาน” {12:6} และ ซา มูเอล ก็ กล่าว แก่ ประชาชน ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ผู้ ทรง แต่งตั้ง โมเสส กับ อา โร น และ ผู้ ทรง นำ บรรพบุรุษ ของ พวก ท่าน ขึ้น มา จาก แผ่นดิน อียิปต์ {12:7} ฉะนั้น ขอ พวก ท่าน จง ยืน นิ่ง อยู่ ข้าพเจ้า จะ วินิจฉัย พวก ท่าน เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ เกี่ยว กับ พระ ราชกิจ อัน ชอบธรรม ทั้งปวง ของ พระ ยาห์เวห์ ที่ พระองค์ ทรง ทำ ต่อ พวก ท่าน และ ต่อ บรรพบุรุษ ของ พวก ท่าน {12:8} เมื่อ ยา โค บ เข้า ไป ใน อียิปต์ และ บรรพบุรุษ ของ พวก ท่าน ร้อง ทูล ต่อ พระ ยาห์เวห์พระยาห์เวห์ ก็ ทรง ใช้ โมเสส กับ อา โร น ท่าน ทั้ง สอง ได้ นำ บรรพบุรุษ ของ พวก ท่าน ออก จาก อียิปต์ และ ทำให้ พวก เขา มา อาศัย อยู่ ใน ที่ นี้ {12:9} แต่ พวก เขา ลืม พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ พวก เขา พระองค์ จึง ทรง ขาย พวก เขา ไว้ ใน มือ ของ สิ เส รา แม่ทัพ ของ กองทัพ ของ เมือง ฮา โซร์ และ มอบ ไว้ ใน มือ ของ พวก ฟีลิสเตีย และ ใน มือ ของ กษัตริย์ แห่ง โม อับ และ เขา เหล่า นั้น ก็ ต่อสู้ บรรพบุรุษ ของ พวก ท่าน {12:10} และ พวก เขา ร้อง ทูล ต่อ พระ ยาห์เวห์ว่า‘ พวก ข้า พระองค์ ได้ ทำบาป แล้ว เพราะ ว่า พวก ข้า พระองค์ ได้ ละทิ้ง พระ ยาห์เวห์ ไป ปรนนิบัติ บรรดา พระ บา อัล และ บรรดา พระ อัช ทา โรท แต่ บัดนี้ ขอ ทรง ช่วย กู้ พวก ข้า พระองค์ ให้ พ้น มือ ของ พวก ศัตรู ของ พวก ข้า พระองค์ และ พวก ข้า พระองค์ จะ ปรนนิบัติ พระองค์’ {12:11} และ พระ ยาห์เวห์ ทรง ส่ง เย รุ บบาอัลและเบ ดาน และ เย ฟธาห์และซามูเอล และ ทรง ช่วย กู้ พวก ท่าน ออก จาก มือ ของ พวก ศัตรู ทุก ด้าน และ พวก ท่าน ได้ อาศัย อยู่ อย่าง ปลอดภัย {12:12} และ เมื่อ พวก ท่าน เห็น นา หาช กษัตริย์ ของ ชาว อัมโมน มา ต่อสู้ พวก ท่าน พวก ท่าน พูด กับ ข้าพเจ้า ว่า‘ ไม่ ได้ เพราะ เรา ต้องการ กษัตริย์ ปกครอง เหนือ พวก เรา’ แม้ ว่า พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ พวก ท่าน ทรง เป็น พระ มหา กษัตริย์ ของ พวก ท่าน {12:13} บัดนี้ จง ดู พระ ราชา ที่ พวก ท่าน เลือก ผู้ ซึ่ง พวก ท่าน ได้ ร้องขอ ดู สิ พระ ยาห์เวห์ ทรง ตั้ง พระ ราชา ไว้ เหนือ พวก ท่าน แล้ว {12:14} ถ้า พวก ท่าน ยำเกรง พระ ยาห์เวห์ และ ปรนนิบัติ พระองค์ และ ฟัง พระ สุรเสียง ของ พระองค์ และ ไม่ กบฏ ต่อ พระ บัญชา ของ พระ ยาห์เวห์ และ ทั้ง พวก ท่าน และ กษัตริย์ ผู้ปกครอง เหนือ ท่าน จะ เป็น ผู้ ติดตาม พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ พวก ท่าน ก็ ดี แล้ว {12:15} แต่ ถ้า พวก ท่าน ไม่ ฟัง พระ สุรเสียง ของ พระ ยาห์เวห์ แต่ กบฏ ต่อ พระ บัญชา ของ พระ ยาห์เวห์ แล้ว พระ หัตถ์ ของ พระ ยาห์เวห์ จะ ต่อสู้ พวก ท่าน ดัง เช่น บรรพบุรุษ ของ พวก ท่าน {12:16} เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ พวก ท่าน จง ยืน นิ่ง อยู่ และ ดู สิ่ง ที่ ยิ่งใหญ่ นี้ ซึ่ง พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง ทำ ต่อ หน้า ต่อ ตา ของ พวก ท่าน {12:17} วัน นี้ เป็น ฤดู เกี่ยว ข้าว สาลี ไม่ ใช่ หรือ? ข้าพเจ้า จะ ร้อง ทูล ต่อ พระ ยาห์เวห์ ขอ พระองค์ ทรง ให้ มี ฟ้า ร้อง และ ฝน และ พวก ท่าน จะ ได้ รู้ และ เห็น ว่า ความ ชั่ว ร้าย ของ พวก ท่าน ซึ่ง พวก ท่าน ได้ ทำ ใน สาย พระ เนตร ของ พระ ยาห์เวห์ นั้น มากมาย เพียง ใด ใน การ ที่ ได้ ทูล ขอ ให้ มี กษัตริย์ สำหรับ ตน” {12:18} ซา มูเอล จึง ร้อง ทูล ต่อ พระ ยาห์เวห์และพระยาห์เวห์ ทรง ให้ มี ฟ้า ร้อง และ ฝน มา ใน วัน นั้น ประชาชน ทั้งปวง ก็ เกรงกลัว พระเจ้า และ ซา มูเอลยิ่งนัก {12:19} และ ประชาชน ทั้งปวง พูด กับ ซา มูเอลว่า“ ขอ ท่าน อธิษฐาน ต่อ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน เผื่อ ผู้ รับใช้ ทั้งหลาย ของ ท่าน เพื่อ พวก เรา จะ ไม่ ถึง ตาย เพราะ เรา ได้ เพิ่ม ความ ชั่ว ร้าย นี้ เข้า กับ บาป ทั้งสิ้น ของ พวก เรา คือ ขอ ให้ มี กษัตริย์ สำหรับ พวก เรา” {12:20} และ ซา มูเอล พูด กับ ประชาชน ว่า“ อย่า กลัว เลย แม้ พวก ท่าน ได้ ทำ ความ ชั่ว ร้าย ทั้งปวง นี้ แต่ พวก ท่าน อย่า หัน ไป เสีย จาก การ ติดตาม พระ ยาห์เวห์ แต่ จง ปรนนิบัติ พระ ยาห์เวห์ ด้วย สิ้นสุด ใจ ของ พวก ท่าน {12:21} และ อย่า หัน ไป ติดตาม สิ่ง ไร้ สาระ ซึ่ง ไม่ เป็น ประโยชน์ หรือ ช่วย กู้ ไม่ ได้ เพราะ พวก นี้ เป็น สิ่ง ไร้ ค่า {12:22} เพราะ พระ ยาห์เวห์ จะ ไม่ ทรง ละทิ้ง ประชากร ของ พระองค์ ด้วย เห็นแก่ พระ นาม อัน ใหญ่ ยิ่ง ของ พระองค์ เพราะ พระ ยาห์เวห์ พอ พระทัย ที่ จะ ทำให้ ท่าน เป็น ประชากร ของ พระองค์ {12:23} ยิ่ง กว่า นั้น ส่วน ข้าพเจ้า เอง ขอ อย่า ให้ มี วี่แวว ที่ ข้าพเจ้า จะ ทำบาป ต่อ พระ ยาห์เวห์ ด้วย การ หยุด อธิษฐาน เพื่อ พวก ท่าน แต่ ข้าพเจ้า จะ ชี้แนะ ทาง ที่ ดี และ ที่ ถูกต้อง ให้ พวก ท่าน {12:24} เพียง แต่ว่า จง ยำเกรง พระ ยาห์เวห์ ปรนนิบัติ พระองค์ ด้วย ใจ ซื่อสัตย์ และ ด้วย สิ้นสุด ใจ ของ พวก ท่าน จง พิจารณา ถึง มห กิจ ซึ่ง พระองค์ ได้ ทรง ทำ แก่ พวก ท่าน {12:25} แต่ ถ้า พวก ท่าน ยัง ทำ ชั่ว จริงๆ พวก ท่าน รวม ทั้ง กษัตริย์ ของ พวก ท่าน จะ ถูก กวาด ต้อน ไป” {i13:1} ซา อู ล กับ เครื่องบูชา ผิด กฎ {13:1} เมื่อ ซา อู ล ทรง เป็น กษัตริย์ นั้น มี อายุ สาม สิบ ปี และ พระองค์ ทรง ปกครอง อิสราเอล สี่ สิบ สอง ปี {13:2} ซา อู ล ทรง คัดเลือก ชาย อิสราเอล 3,000 คน 2,000 คน อยู่ กับ พระองค์ ที่ มิค มา ช และ ที่ แดน เทือกเขา เบธเอลอีก 1,000 คน นั้น อยู่ กับ โย นา ธานที่เมืองกิเบอาห์ แห่ง เผ่า เบน ยา มิ น ประชาชน ที่ เหลือ นั้น พระองค์ ก็ ทรง ปล่อย ให้ ทุก คน กลับ ที่ พัก ของ ตน {13:3} โย นา ธาน ตี กอง ทหาร รักษาการ ของ พวก ฟีลิสเตีย ซึ่ง อยู่ ที่ เก บา พ่าย แพ้ ไป และ พวก ฟีลิสเตีย ทราบ เรื่อง และ ซา อู ล ก็ ทรง เป่า เขา สัตว์ ทั่ว แผ่นดิน นั้น ว่า“ ขอ ให้ พวก คน ฮีบรู ฟัง” {13:4} คน อิสราเอล ทั้งปวง ได้ยิน เขา กล่าว ว่า ซา อู ล ตี กอง ทหาร รักษาการ ของ ฟีลิสเตีย พ่าย แพ้ ไป และ คน อิสราเอล เป็น ที่ เกลียด ชัง ของ พวก ฟีลิสเตีย ยิ่งนัก ประชาชน ก็ ถูก เรียก ออก มา ให้ สมทบ กับ ซา อู ลที่กิลกาล {13:5} และ คน ฟีลิสเตีย รวมพล เพื่อ ต่อสู้ คน อิสราเอล มี รถ รบ 30,000 และ พล ม้า 6,000 และ กอง ทหาร นั้น ก็ มากมาย เหมือน ทราย ที่ ฝั่ง ทะเล พวก เขา ก็ ยก ขึ้น มา ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ มิค มา ช ทาง ตะวัน ออก ของ เบธอาเวน {13:6} เมื่อ คน อิสราเอล เห็น ว่า ตก อยู่ ใน ที่ คับขัน (เพราะ พวก ทหาร ถูก กดดัน) แล้ว ประชาชน ก็ ซ่อน ตัว อยู่ ใน ถ้ำ และ ใน ร่อง ใน ซอก หิน ใน อุโมงค์ และ ใน บ่อ {13:7} พวก ฮีบรู บาง คน ได้ ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน ไป ยัง ดินแดน กาด และ กิเล อาด แต่ ซา อู ล ยัง ประทับ อยู่ ที่ กิล กาล และ ประชาชน ทั้งหมด ติดตาม พระองค์ ไป อย่าง หวาดกลัว {13:8} พระองค์ ทรง คอย อยู่ 7 วัน ตาม เวลา ที่ ซา มูเอล กำหนด ไว้ แต่ ซา มูเอล ไม่ ได้ มา ที่ กิล กาล พวก ทหาร ก็ กระจัด กระจาย ไป จาก พระองค์ {13:9} ดังนั้น ซา อู ล จึง ตรัส ว่า“ จง นำ เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว มา ให้ เรา ที่ นี่ และ เครื่อง ศานติ บูชา ด้วย” และ พระองค์ ก็ ถวาย เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว {13:10} พอ พระองค์ ถวาย เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว นั้น เสร็จ นี่แน่ะ ซา มูเอล ก็ มา ถึง ซา อู ล ก็ เสด็จ ออก ไป ต้อนรับ และ ทรง คำนับ ท่าน {13:11} ซา มูเอลทูลว่า“ ท่าน ได้ ทำ อะไร ไป แล้ว นี่?” และ ซา อู ล ตรัส ตอบ ว่า“ เมื่อ ข้าพเจ้า เห็น ประชาชน แตก กระจาย ไป จาก ข้าพเจ้า และ ท่าน ก็ ไม่ ได้ มา ภายใน วัน ที่ กำหนด ไว้ และ พวก ฟีลิสเตีย ก็ ชุมนุม กัน ที่ มิค มา ช {13:12} ข้าพเจ้า จึง ว่า‘ บัดนี้ พวก ฟีลิสเตีย จะ ยก มา รบ กับ ข้าพเจ้า ที่ กิล กาล และ ข้าพเจ้า ยัง ไม่ ได้ ทูล วิงวอน เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์’ ข้าพเจ้า จึง บังคับ ตัวเอง ขึ้น ไป ถวาย เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว” {13:13} และ ซา มูเอล ทูล ซา อู ลว่า“ ท่าน ได้ ทำ การ ที่ โง่เขลา ท่าน ไม่ ได้ รักษา พระ บัญชา ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน ซึ่ง พระองค์ ทรง บัญชา ท่าน ไว้ เพราะ พระ ยาห์เวห์ จะ ได้ ทรง สถาปนา ราช อาณาจักร ของ ท่าน เหนือ อิสราเอล ตลอด ไป {13:14} แต่ บัดนี้ ราช อาณาจักร ของ ท่าน จะ ไม่ ยั่งยืน พระ ยาห์เวห์ ทรง หา ชาย อีก คน หนึ่ง ตาม ชอบ พระทัย พระองค์ แล้ว และ พระ ยาห์เวห์ ทรง แต่งตั้ง ชาย ผู้ นั้น ให้ เป็น เจ้านาย เหนือ ชน ชาติ ของ พระองค์ เพราะ ท่าน ไม่ ได้ รักษา สิ่ง ซึ่ง พระเจ้า ทรง บัญชา ท่าน ไว้” {i13:15} เตรียม ทำ สงคราม {13:15} และ ซา มูเอล ก็ ลุก ขึ้น ไป จาก กิลกาลถึงกิเบอาห์ แห่ง เผ่า เบน ยา มิ น และ ซา อู ล ทรง นับ พล ซึ่ง อยู่ กับ พระองค์ ได้ ชาย ประมาณ 600 คน {13:16} ซา อู ล กับ โย นา ธาน ราช โอรส ของ พระองค์ และ ทหาร ที่ อยู่ กับ ทั้ง สอง พระองค์ ก็ อยู่ ใน เก บา แห่ง เผ่า เบน ยา มิ นแต่พวกฟีลิสเตีย ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ มิค มา ช {13:17} มี กอง ปล้น ออก มา จาก ค่าย พวก ฟีลิสเตีย สาม กอง กอง หนึ่ง หัน ไป ทาง โอ ฟราห์ สู่ แผ่นดิน ชู อัล {13:18} อีก กอง หนึ่ง หัน ไป ทาง เบธโฮโรน และ อีก กอง หนึ่ง หัน ไป ทาง พรมแดน ซึ่ง อยู่ เหนือ หุบเขา เศ โบ ยิม ตรง ถิ่น ทุรกันดาร {13:19} คราว นั้น จะ หา ช่าง เหล็ก ทั่ว แผ่นดิน อิสราเอล ก็ ไม่ มี เพราะ พวก ฟีลิสเตียกล่าวว่า“ เกรง ว่า พวก ฮีบรู จะ ทำ ดาบ หรือ หอก” {13:20} แต่ คน อิสราเอล ทั้งปวง ลง ไป หา พวก ฟีลิสเตีย เพื่อ ลับ ผาล พลั่ว ขวาน และ เคียว ของ เขา {13:21} ค่า ลับ นั้น สอง ส่วน สาม เชเขล สำหรับ ลับ ผาล และ พลั่ว และ หนึ่ง ส่วน สาม เชเขล สำหรับ สามง่าม ขวาน และ ติด ประตัก {13:22} เพราะ ฉะนั้น เมื่อ ถึง วัน ทำ ศึก จะ หา ดาบ หรือ หอก ใน มือ ของ ทหาร ที่ อยู่ กับ ซา อู ล และ โย นา ธาน ก็ ไม่ ได้ แต่ ซา อู ล กับ โย นา ธาน ราช โอรส ของ พระองค์ มี {13:23} และ กอง ทหาร รักษาการ ของ พวก ฟีลิสเตีย ยก ไป ถึง ทาง ที่ ข้าม ไป เมือง มิค มา ช {i14:1} โย นา ธานโจมตีฟีลิสเตีย {14:1} วัน หนึ่ง โย นา ธาน ราช โอรส ของ ซา อู ลก ล่า ว กับ คน หนุ่ม ที่ ถือ เครื่อง อาวุธ ของ ท่าน ว่า“ มา เถอะ ให้ เรา ข้าม ไป ที่ กอง ทหาร ฟีลิสเตียข้างโน้น” แต่ ไม่ ได้ ทูล พระ บิดา ให้ ทรง ทราบ {14:2} ซา อู ล ทรง พำนัก อยู่ ที่ ชาน เมือง กิเบอาห์ ใต้ ต้น ทับทิม ซึ่ง อยู่ ที่ ตำบล มิ โก รน ทหาร ซึ่ง อยู่ กับ พระองค์ มี ชาย ประมาณ 600 คน {14:3} กับ อา หิยาห์บุตรอาหิ ทูบ พี่ ชาย ของ อี คา โบ ดบุตรของฟีเน หัส ผู้ เป็น บุตร ของ เอ ลี ปุโรหิต ของ พระ ยาห์เวห์ ที่ เมือง ชิ โลห์ เป็น ผู้ สวม เอ โฟด และ พวก ทหาร ไม่ ทราบ ว่า โย นา ธานไปแล้ว {14:4} ตาม ทางข้าม เขา ที่ โย นา ธาน หา ช่อง ที่ จะ ข้าม ไป ยัง กอง ทหาร ฟีลิสเตีย นั้น มี ยอด หิน แหลม อยู่ ฟาก ทาง ข้าง นี้ และ ฟาก ทาง ข้าง โน้น ยอด หิน แหลม มี ชื่อ ว่า โบ เซ ส อีก ยอด หนึ่ง ชื่อ เส เนห์ {14:5} หิน แหลม ยอด หนึ่ง อยู่ ทาง เหนือ หน้า มิค มา ช และ อีก ยอด หนึ่ง อยู่ ทาง ใต้ หน้า เก บา {14:6} โย นา ธาน พูด กับ คน หนุ่ม ที่ ถือ เครื่อง อาวุธ ของ ท่าน ว่า“ มา เถิด ให้ เรา ข้าม ไป ยัง กอง ทหาร ของ พวก นี้ ที่ ไม่ ได้ เข้า สุหนัต บางที พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง ทำ เพื่อ เรา เพราะ ว่า ไม่ มี สิ่ง ใด ที่ ขัด ขวาง พระ ยาห์เวห์ ได้ ใน การ ที่ พระองค์ จะ ทรง ช่วย กู้ ไม่ ว่า โดย คน มาก หรือ น้อย” {14:7} ผู้ ถือ เครื่อง อาวุธ ของ ท่าน จึง ตอบ ท่าน ว่า“ จง ทำ ทุก สิ่ง ที่ ใจ ของ ท่าน อยาก ทำ มุ่ง ไป เถิด นี่แน่ะ ข้าพเจ้า พร้อม ร่วม กับ ท่าน แล้ว แต่ ใจ ของ ท่าน” {14:8} แล้ว โย นา ธานพูดว่า“ นี่แน่ะ เรา จะ ข้าม ไป หา พวก นั้น และ จะ ให้ พวก เขา เห็น ตัว {14:9} ดังนั้น ถ้า พวก เขา จะ พูด กับ เรา ว่า‘ จง อยู่ นิ่งๆ จน กว่า พวก เรา จะ มา ถึง ตัว พวก เจ้า’ แล้ว เรา จะ ยืน ใน ที่ ของ เรา จะ ไม่ ขึ้น ไป หา พวก เขา {14:10} แต่ ถ้า พวก เขา ว่า‘ จง ขึ้น มา หา พวก เรา’ แล้ว เรา จะ ขึ้น ไป เพราะ พระ ยาห์เวห์ ทรง มอบ พวก เขา ไว้ ใน มือ เรา แล้ว เรื่อง นี้ จะ เป็น สัญญาณ แก่ เรา” {14:11} ทั้ง สอง จึง ให้ กอง ทหาร พวก ฟีลิสเตีย เห็น ตัว และ พวก ฟีลิสเตียกล่าวว่า“ นี่แน่ะ พวก ฮีบรู ออก มา จาก รู ที่ พวก เขา ซ่อน ตัว อยู่ แล้ว” {14:12} พวก กอง ทหาร จึง ร้อง บอก โย นา ธาน และ ผู้ ถือ เครื่อง อาวุธ ของ ท่าน ว่า“ จง ขึ้น มา หา เรา แล้ว เรา จะ บอก ให้ เจ้า รู้เรื่อง สัก เรื่อง หนึ่ง” และ โย นา ธาน จึง บอก ผู้ ถือ เครื่อง อาวุธ ของ ท่าน ว่า“ จง ขึ้น ตาม ข้า มา เพราะ พระ ยาห์เวห์ ได้ ทรง มอบ พวก เขา ไว้ ใน มือ อิสราเอล แล้ว” {14:13} แล้ว โย นา ธาน ก็ คลาน ขึ้น ไป และ ผู้ ถือ เครื่อง อาวุธ ของ ท่าน ก็ ตาม ไป ด้วย พวก นั้น ก็ ล้ม ลง ต่อ หน้า โย นา ธาน แล้ว ผู้ ถือ อาวุธ ก็ ฆ่า พวก เขา ตาม ท่าน ไป {14:14} การ ฆ่า ฟัน ครั้ง แรก ที่ โย นา ธาน และ ผู้ ถือ อาวุธ ของ ท่าน ฆ่า นั้น มี ประมาณ 20 คน ใน ระยะ ทาง ประมาณ ครึ่ง รอย ไถ ใน นา สัก สอง ไร่ ครึ่ง {14:15} และ เกิด การ สั่น สะท้าน ใน ค่าย ใน ทุ่ง นา และ ใน พวก ทหาร ทั้งหมด กอง ทหาร นั้น และ แม้ แต่ กอง ปล้น พวก นี้ ก็ หวาดกลัว ตัว สั่น และ แผ่นดิน ก็ ไหว คือ การ สั่น สะท้าน ที่ มา จาก พระเจ้า {14:16} พวก ยาม ของ ซา อู ลที่อยู่ณกิเบอาห์ แห่ง เผ่า เบน ยา มิ น ก็ มอง ดู อยู่ และ นี่แน่ะ กองทัพ ก็ สลาย ไป วิ่ง วุ่น ไป มา {14:17} แล้ว ซา อู ล จึง รับสั่ง แก่ ทหาร ที่ อยู่ กับ ท่าน ว่า“ จง นับ ดู ว่า ใคร ไป จาก พวก เรา บ้าง” และ เมื่อ พวก เขา นับ ดู แล้ว นี่แน่ะ โย นา ธาน และ ผู้ ถือ เครื่อง อาวุธ ของ ท่าน ไม่ อยู่ ที่ นั่น {14:18} และ ซา อู ล รับสั่ง กับ อา หิยาห์ว่า“ จง นำ หีบ ของ พระเจ้า มา ที่ นี่” เพราะ คราว นั้น หีบ ของ พระเจ้า อยู่ กับ พงศ์พันธุ์ อิสราเอล {14:19} เมื่อ ซา อู ล ตรัส กับ ปุโรหิต เสียง โกลาหล ที่ อยู่ ใน ค่าย พวก ฟีลิสเตีย ก็ เพิ่ม ขึ้น เรื่อยๆ ซา อู ล จึง ตรัส กับ ปุโรหิต ว่า“ หด มือ ไว้ ก่อน” {14:20} ซา อู ล กับ ทหาร ทั้งหมด ที่ อยู่ ด้วย ก็ เข้า ไป ทำ ศึก และ นี่แน่ะ ดาบ ของ ทุก คน ก็ ต่อสู้ เพื่อน ของ ตน มี ความ สับสน อลหม่าน อย่าง ยิ่ง {14:21} ส่วน พวก ฮีบรู ซึ่ง เคย อยู่ กับ พวก ฟีลิสเตีย ก่อน เวลา นั้น คือ คน ที่ ไป ใน ค่าย กับ พวก เขา แม้ แต่ คน เหล่า นั้น ก็ กลับ มา เข้า กับ คน อิสราเอล ที่ อยู่ ฝ่าย ซา อู ล และ โย นา ธาน {14:22} ใน ทำนอง เดียวกัน คน อิสราเอล ทั้งปวง ที่ ซ่อน ตัว อยู่ ใน แดน เทือกเขา เอฟ รา อิม ได้ยิน ว่า คน ฟีลิสเตีย กำลัง หนี พวก เหล่า นี้ ก็ ไล่ ตาม พวก เขา ใน สงคราม นั้น ด้วย {14:23} พระ ยาห์เวห์ ทรง ช่วย กู้ อิสราเอล ใน วัน นั้น และ สงคราม ก็ ผ่าน ตลอด เมือง เบธา เวน เลย ไป {i14:24} คำ สาบาน หุนหัน ของ ซา อู ล {14:24} แต่ คน อิสราเอล ต้อง ทุกข์ ยาก ใน วัน นั้น เพราะ ซา อู ล ทรง ให้ พวก ทหาร สาบาน ไว้ ว่า“ ถ้า ใคร รับประทาน อาหาร ก่อน เวลา เย็น วัน นี้ ก่อน เรา แก้ แค้น พวก ศัตรู แล้ว ให้ ผู้ นั้น ถูก สาปแช่ง” เพราะ ฉะนั้น พวก ทหาร ทั้งหมด จึง ไม่ ได้ รับประทาน อาหาร เลย {14:25} พวก ทหาร ทั้งหมด ก็ เข้า มา ใน ป่า มี น้ำผึ้ง อยู่ ตาม พื้น ทุ่ง {14:26} เมื่อ พวก ทหาร เข้า ไป ใน ป่า นั้น นี่แน่ะ น้ำผึ้ง ก็ กำลัง ย้อย อยู่ แต่ ไม่ มี คน ใด เอา มือ ใส่ ปาก เพราะ เขา กลัว คำ สาบาน {14:27} แต่ โย นา ธาน ไม่ ได้ยิน คำ สาบาน ของ พระ ราช บิดา ที่ ทรง ให้ พวก ทหาร สาบาน จึง แหย่ ปลาย ไม้ ที่ อยู่ ใน มือ ท่าน จุ่ม ที่ รังผึ้ง แล้ว ก็ เอา มือ ของ พระองค์ ใส่ ปาก ตา ก็ สว่าง ขึ้น {14:28} มี ชาย คน หนึ่ง ใน พวก ทหาร เรียน ว่า“ พระ ราช บิดา ของ พระองค์ ให้ พวก ทหาร สาบาน จริงๆ ว่า‘ ให้ ผู้ ที่ รับประทาน อาหาร ใน วัน นี้ ถูก สาปแช่ง’ พวก ทหาร จึง อ่อนเพลีย” {14:29} แล้ว โย นา ธาน จึง กล่าว ว่า“ บิดา ของ ข้า ทำให้ แผ่นดิน ลำบาก ดู ซิ ว่า ตา ของ ข้า สว่าง เพราะ ข้า ได้ รับประทาน น้ำผึ้ง นี้ เพียง นิดเดียว {14:30} ยิ่ง กว่า นั้น ถ้า วัน นี้ พวก ทหาร ได้ กิน ของ ที่ ริบ มา จาก พวก ศัตรู ซึ่ง พวก เขา หา มา ได้ อย่าง อิ่มหนำ จะ ดี กว่า นี้ สัก เท่าใด เพราะ ตอน นี้ การ ฆ่า ฟัน พวก ฟีลิสเตีย นั้น ไม่ มากมาย เลย” {14:31} ใน วัน นั้น พวก เขา ฆ่า พวก ฟีลิสเตีย จาก มิค มา ชถึงอัย ยา โลน และ พวก ทหาร ก็ อ่อนเพลีย ยิ่งนัก {14:32} พวก ทหาร วิ่ง เข้า หา ของ ที่ ริบ ได้ เอา แกะ และ วัว และ ลูก วัว มา ฆ่า บน พื้น ดิน และ พวก ทหาร ก็ กิน พร้อม กับ เลือด {14:33} แล้ว เขา ก็ ไป ทูล ซา อู ลว่า“ ดู เถิด พวก ทหาร กำลัง ทำบาป ต่อ พระ ยาห์เวห์ โดย รับประทาน พร้อม กับ เลือด” และ ซา อู ล จึง รับสั่ง ว่า“ พวก เจ้า ได้ ประพฤติ อย่าง ทรยศ แล้ว จง กลิ้ง ก้อน หิน ใหญ่ มา ให้ เรา วัน นี้” {14:34} และ ซา อู ลตรัสว่า“ พวก ท่าน จง กระจาย กัน ไป ท่ามกลาง พวก ทหาร และ บอก เขา ว่า‘ จง ให้ ทุก คน นำ วัว หรือ แกะ ของ ตัว มา ฆ่า เสีย ที่ นี่ แล้ว รับประทาน อย่า ทำบาป ต่อ พระ ยาห์เวห์ ด้วย รับประทาน พร้อม กับ เลือด’” คืน นั้น พวก ทหาร ทุก คน ก็ นำ วัว มา และ ฆ่า เสีย ที่ นั่น {14:35} และ ซา อู ล ก็ สร้าง แท่น บูชา ถวาย แด่ พระ ยาห์เวห์ เป็น แท่น บูชา แท่น แรก ซึ่ง ท่าน สร้าง ถวาย แด่ พระ ยาห์เวห์ {i14:36} โย นา ธาน รับ โทษ เกือบ ตาย {14:36} แล้ว ซา อู ล รับสั่ง ว่า“ ให้ เรา ลง ไป ตาม พวก ฟีลิสเตีย ตลอด คืน แล้ว ริบ ข้าวของ ของ เขา เสีย จน รุ่งเช้า อย่า ให้ พวก เขา เหลือ สัก คน เดียว เลย” และ พวก เขา ตอบ ว่า“ ทรง ทำ ตาม ที่ พระองค์ ทรง เห็น ชอบ ทุก ประการ เถิด” แต่ ปุโรหิต กล่าว ว่า“ ให้ เรา เข้า เฝ้า พระเจ้า ที่ นี่ เถิด” {14:37} และ ซา อู ล ก็ ทูล ถาม พระเจ้า ว่า“ สมควร ที่ ข้า พระองค์ จะ ติดตาม พวก ฟีลิสเตียหรือไม่? พระองค์ จะ ทรง มอบ พวก เขา ไว้ ใน มือ ของ อิสราเอล หรือ?” แต่ ใน วัน นั้น พระองค์ ไม่ ได้ ทรง ตอบ ท่าน {14:38} และ ซา อู ล จึง ตรัส ว่า“ มา ที่ นี่ พวก ท่าน ทั้งหมด ที่ เป็น ผู้นำ ของ พวก ทหาร พึง ทราบ และ เห็น ว่า บาป นี้ เกิด ขึ้น ได้ อย่างไร ใน วัน นี้ {14:39} เพราะ ว่า พระ ยาห์เวห์ ผู้ ทรง ช่วย กู้ อิสราเอล ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด แม้ ความ ผิด นั้น อยู่ ที่ โย นา ธาน บุตร ของ ข้า เขา ก็ จะ ต้อง ตาย เป็น แน่ ฉัน นั้น” แต่ ไม่ มี สัก คน หนึ่ง ใน พวก ทหาร ทั้งสิ้น ตอบ พระองค์ {14:40} แล้ว พระองค์ จึง ตรัส กับ อิสราเอล ทั้งปวง ว่า“ พวก ท่าน อยู่ ฝ่าย หนึ่ง เรา และ โย นา ธาน บุตร ของ เรา จะ อยู่ อีก ฝ่าย หนึ่ง” และ พวก ทหาร ทูล ซา อู ลว่า“ ทรง ทำ ตาม ที่ พระองค์ ทรง เห็น ชอบ เถิด” {14:41} ดังนั้น ซา อู ล จึง ทูล พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ว่า“ ขอ ทรง สำแดง ฝ่าย ถูก” โย นา ธาน และ ซา อู ล ถูก ฉลาก แต่ ฝ่าย พวก ทหาร รอด ไป {14:42} แล้ว ซา อู ล รับสั่ง ว่า“ จับ ฉลาก ระหว่าง เรา กับ โย นา ธาน บุตร ของ เรา” และ โย นา ธานถูกฉลาก {14:43} แล้ว ซา อู ล จึง ตรัส กับ โย นา ธานว่า“ เจ้า ได้ ทำ อะไร จง สารภาพ ต่อ เรา” โย นา ธาน ก็ สารภาพ และ ทูล ว่า“ ข้า พระ บาท ได้ ชิม น้ำผึ้ง ที่ ติด ปลาย ไม้เท้า ซึ่ง อยู่ ใน มือ ของ ข้า พระ บาท เล็กน้อย เท่านั้น ข้า พระ บาท อยู่ ที่ นี่ ข้า พระ บาท ยอม ตาย” {14:44} และ ซา อู ลตรัสว่า“ ขอ พระเจ้า ทรง ลงโทษ และ ทรง เพิ่ม โทษ นั้น โย นา ธาน เจ้า จะ ต้อง ตาย แน่” {14:45} แล้ว พวก ทหาร จึง ทูล ซา อู ลว่า“ โย นา ธาน ควร ตาย หรือ? เขา เป็น ผู้นำ การ ช่วย กู้ ยิ่งใหญ่ นี้ มา ใน อิสราเอล อย่า ให้ เป็น อย่าง นั้น เลย พระ ยาห์เวห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด เส้น ผม ของ ท่าน สัก เส้น หนึ่ง จะ ไม่ ตก ถึง ดิน เพราะ ใน วัน นี้ ท่าน ได้ ทำ ศึก ด้วย กัน กับ พระเจ้า” พวก ทหาร ไถ่ โย นา ธาน ไว้ ท่าน จึง ไม่ ตาย {14:46} แล้ว ซา อู ล ก็ เลิก ตาม พวก ฟีลิสเตียและพวกฟีลิสเตีย กลับ ไป ยัง ที่ อยู่ ของ ตน {i14:47} ซา อู ล กับ สงคราม ที่ ตาม มา {14:47} เมื่อ ซา อู ล ทรง ได้ รับ ตำแหน่ง พระ ราชา เหนือ อิสราเอล นั้น พระองค์ ได้ ทรง ต่อสู้ ศัตรู ทั้งหมด ทุก ด้าน ทรง ต่อสู้ กับ โม อับ กับ พงศ์พันธุ์ อัมโมน กับ เอ โดม กับ บรรดา พระ ราชา แห่ง โศบาห์ และ กับ พวก ฟีลิสเตีย ไม่ ว่า พระองค์ จะ ทรง หัน ไป ทาง ไหน พระองค์ ก็ ทรง ตี พวก เขา แตก พ่าย ไป {14:48} พระองค์ ทรง สู้ รบ อย่าง เข้มแข็ง และ ทรง โจมตี พวก อา มา เลข และ ทรง ช่วย กู้ อิสราเอล ให้ พ้น จาก มือ ของ พวก ที่ ปล้น เขา {14:49} ราช โอรส ของ ซา อู ล คือ โย นา ธานอิชวีมัลคี ชู วา และ ชื่อ ราช ธิดา ทั้ง สอง ของ พระองค์ คือ คน หัว ปี ชื่อ เม ราบ และ ชื่อ ผู้ น้อง คือ มี คา ล {14:50} ชื่อ มเหสี ของ ซา อู ลคืออาหิโนอัม บุตรี ของ อา หิมาอัส และ ชื่อ แม่ทัพ ของ พระองค์ คือ อับ เนอร์บุตรเนอร์ ลุง ของ ซา อู ล {14:51} คีช เป็น บิดา ของ ซา อู ลและเนอร์ ผู้ เป็น บิดา ของ อับ เนอร์ เป็น บุตร ของ อา บี เอ ล {14:52} ตลอด รัชกาล ของ ซา อู ล มี สงคราม อย่าง รุนแรง กับ พวก ฟีลิสเตีย อยู่ เสมอ เมื่อ ซา อู ล ทรง เห็น ชาย คน ไหน เป็น นักรบ เก่ง หรือ เป็น คน แกล้ว กล้า ก็ ทรง นำ มา รับใช้ พระองค์ {i15:1} ซา อู ล รบ ชนะ แต่ ไว้ ชีวิต กษัตริย์ อา มา เลข {15:1} ซา มูเอล ก็ ทูล ซา อู ลว่า“ พระ ยาห์เวห์ ทรง ใช้ ข้าพเจ้า มา เจิม ท่าน เป็น พระ ราชา เหนือ อิสราเอล ประชากร ของ พระองค์ เพราะ ฉะนั้น บัดนี้ จง ฟัง เสียง พระ ดำรัส ของ พระ ยาห์เวห์ {15:2} พระ ยาห์เวห์ จอมทัพ ตรัส ดังนี้ ว่า‘ เรา จะ ลงโทษ อา มา เลข ที่ สกัด ทาง อิสราเอล เมื่อ เขา ออก จาก อียิปต์ {15:3} บัดนี้ จง ไป โจมตี อา มา เลข และ ทำลาย ทุก อย่าง ที่ เขา มี ทั้งหมด อย่า ปรานี เขา เลย จง ฆ่า เสีย ทั้ง ผู้ชาย ผู้หญิง ทั้ง ทารก และ เด็ก ที่ กิน นม อยู่ ทั้ง โค แกะ อูฐ และ ลา’” {15:4} ดังนั้น ซา อู ล จึง ทรง เกณฑ์ ประชาชน และ ตรวจ พล ที่ ตำบล เท ลา อิม ได้ ทหาร ราบ 200,000 คน และ คน เผ่า ยูดาห์ 10,000 คน {15:5} ซา อู ล ก็ ทรง ยก กองทัพ มา ยัง เมือง อา มา เลข และ ตั้ง ซุ่ม อยู่ ใน หุบเขา {15:6} และ ซา อู ล ตรัส แก่ คน เค ไนต์ว่า“ ไป เถอะ จง แยก ไป เสีย ออก ไป จาก คน อา มา เลข เกรง ว่า เรา จะ ทำลาย พวก ท่าน ไป พร้อม กับ เขา เพราะ ท่าน ได้ แสดง ความ เมตตา ต่อ พงศ์พันธุ์ อิสราเอล ทั้งหมด เมื่อ พวก เขา ขึ้น มา จาก อียิปต์” ดังนั้น คน เค ไนต์ ก็ แยก ออก ไป จาก คน อา มา เลข {15:7} และ ซา อู ล ก็ ทรง ทำให้ คน อา มา เลข พ่าย แพ้ ตั้งแต่ เมือง ฮา วิลาห์ ไป จน ถึง ชูร์ ซึ่ง อยู่ ทาง ตะวัน ออก ของ อียิปต์ {15:8} ทรง จับ อา กัก พระ ราชา ของ คน อา มา เลข ได้ ทั้ง เป็น และ ฆ่า ฟัน ประชาชน ทั้งหมด ด้วย คม ดาบ {15:9} แต่ ซา อู ล และ พวก ทหาร ไว้ ชีวิต อา กัก และ ส่วน ที่ ดี ที่สุด มี ฝูง แกะ กับ ฝูง โค และ สัตว์ อ้วนพี กับ ลูก แกะ และ ไม่ ยอม ทำลาย สิ่ง ดีๆ ทั้งหมด อย่าง สิ้นเชิง ทุก สิ่ง ที่ พวก เขา ดูถูก และ เห็น ว่า ไร้ ค่า พวก เขา ก็ ทำลาย เสีย สิ้น {i15:10} ซา อู ล ถูก ถอด จาก การ เป็น กษัตริย์ {15:10} แล้ว พระ วจนะ ของ พระ ยาห์เวห์ มา ยัง ซา มูเอลว่า {15:11} “ เรา เสียใจ แล้ว ที่ เรา ได้ ตั้ง ซา อู ล เป็น กษัตริย์ เพราะ เขา ได้ หัน จาก การ ตาม เรา และ ไม่ ได้ ทำ ตาม บัญชา ของ เรา” และ ซา มูเอล ก็ โกรธ จึง ร้อง ทูล ต่อ พระ ยาห์เวห์ตลอดคืน {15:12} และ ซา มูเอล ลุก ขึ้น แต่ เช้าตรู่ เพื่อ ไป เฝ้า ซา อู ล ใน ตอน เช้า นั้น และ มี คน เรียน ซา มูเอลว่า“ ซา อู ล เสด็จ มา ที่ ภูเขา คา ร เมล และ นี่แน่ะ ทรง มาส ร้าง อนุสาวรีย์ ของ พระองค์ แล้ว ก็ หัน กลับ และ ผ่าน ลง ไป เรื่อย จน ถึง กิลกาล” {15:13} และ ซา มูเอล ก็ มา หา ซา อู ล และ ซา อู ล ตรัส กับ ท่าน ว่า“ ขอ พระ ยาห์เวห์ ทรง อวยพร ท่าน เถิด ข้าพเจ้า ได้ ปฏิบัติ ตาม พระ บัญชา ของ พระ ยาห์เวห์แล้ว” {15:14} และ ซา มูเอลทูลว่า“ ถ้า อย่าง นั้น เสียง แกะ นี้ ที่ ร้อง เข้า หู ข้าพเจ้า กับ เสียง วัว ที่ ข้าพเจ้า ได้ยิน หมายความ ว่า อะไร?” {15:15} ซา อู ล ทรง ตอบ ว่า“ พวก เขา นำ มา จาก คน อา มา เลข คือ พวก ทหาร ได้ ไว้ ชีวิต แกะ และ โค ที่ ดี ที่สุด เพื่อ เป็น เครื่อง สัต ว บูชา แด่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน นอกจาก นั้น พวก เรา ได้ ทำลาย เสีย สิ้น” {15:16} แล้ว ซา มูเอล จึง ทูล ซา อู ลว่า“ พอ ที ข้าพเจ้า จะ ขอ เรียน ท่าน ว่า พระ ยาห์เวห์ ตรัส กับ ข้าพเจ้า อย่างไร เมื่อ คืน นี้” และ ซา อู ล ก็ เรียน ท่าน ว่า“ จง กล่าว เถิด” {15:17} และ ซา มูเอลทูลว่า“ แม้ ท่าน เป็น แต่ ผู้ เล็กน้อย ใน สายตา ของ ท่าน ท่าน ไม่ ได้ ถูก แต่งตั้ง ให้ เป็น ผู้นำ ของ บรรดา เผ่า อิสราเอล หรือ? พระ ยาห์เวห์ ทรง เจิม ท่าน ไว้ เป็น พระ ราชา เหนือ อิสราเอล {15:18} และ พระ ยาห์เวห์ ทรง ใช้ ให้ท่า นอ อก ไป ประกอบ กิจ ตรัส ว่า‘ จง ไป จง ทำลาย คน อา มา เลข พวก คน บาป ให้ หมด สิ้น และ ต่อสู้ กับ พวก เขา จน กว่า พวก เขา จะ หมด สิ้น ไป’ {15:19} ทำไม ท่าน จึง ไม่ เชื่อฟัง พระ สุรเสียง ของ พระ ยาห์เวห์? แต่ ไป ฉกชิง ของ ริบ ต่างๆ และ ทำ สิ่ง ชั่ว ร้าย ใน สาย พระ เนตร พระ ยาห์เวห์” {15:20} และ ซา อู ล ตรัส กับ ซา มูเอลว่า“ ข้าพเจ้า ได้ เชื่อฟัง พระ สุรเสียง ของ พระ ยาห์เวห์ แล้ว ข้าพเจ้า ได้ ไป ประกอบ กิจ ตาม ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง ใช้ ข้าพเจ้า ไป ข้าพเจ้า ได้ คุม ตัว อา กัก พระ ราชา แห่ง คน อา มา เลข มา และ ข้าพเจ้า ก็ ได้ ทำลาย คน อา มา เลข หมด สิ้น {15:21} แต่ พวก ทหาร ได้ เก็บ ของ ริบ แกะ และ โค ที่ ดี ที่สุด จาก สิ่ง ที่ ต้อง ทำลาย ถวาย นั้น เพื่อ นำ มา เป็น เครื่อง สัต ว บูชา แด่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน ที่ ใน เมือง กิลกาล” {15:22} และ ซา มูเอลทูลว่า“ พระ ยาห์เวห์ พอ พระทัย ใน เครื่องบูชา เผา ทั้ง ตัว และ เครื่อง สัต ว บูชา มาก เท่ากับ การ ที่ จะ เชื่อฟัง พระ สุรเสียง ของ พระ ยาห์เวห์หรือ? ดู เถิด ที่ จะ เชื่อฟัง ก็ ดี กว่า เครื่อง สัต ว บูชา และ ซึ่ง จะ เอาใจ ใส่ ก็ ดี กว่า ไขมัน ของ บรรดา แกะ ผู้ {15:23} เพราะ การ กบฏ ก็ เป็น เหมือน บาป แห่ง การ ถือ ฤกษ์ ถือ ยาม และ ความ ดื้อดึง ก็ เป็น เหมือน บาป ชั่ว และ การ ไหว้ รูป เคารพ เพราะ เหตุ ที่ ท่าน ทอดทิ้ง พระ วจนะ ของ พระ ยาห์เวห์ พระองค์ จึง ทรง ถอด ท่าน ออก จาก ตำแหน่ง กษัตริย์” {15:24} และ ซา อู ล ตรัส กับ ซา มูเอลว่า“ ข้าพเจ้า ได้ ทำบาป แล้ว เพราะ ข้าพเจ้า ฝ่าฝืน พระ บัญญัติ ของ พระ ยาห์เวห์ และ ถ้อยคำ ของ ท่าน เพราะ ข้าพเจ้า กลัว พวก ทหาร และ ฟัง เสียง ของ พวก เขา {15:25} เพราะ ฉะนั้น ขอ ท่าน โปรด อภัย บาป ของ ข้าพเจ้า และ กลับ ไป กับ ข้าพเจ้า เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ได้ นมัสการ พระ ยาห์เวห์” {15:26} และ ซา มูเอล ทูล ซา อู ลว่า“ ข้าพเจ้า จะ ไม่ กลับ ไป กับ ท่าน เพราะ ท่าน ทอดทิ้ง พระ วจนะ ของ พระ ยาห์เวห์และพระยาห์เวห์ ทรง ถอด ท่าน จาก เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล” {15:27} พอ ซา มูเอล หัน จะ ไป ซา อู ล ก็ ยึด ชาย เสื้อ ของ ท่าน ไว้ และ เสื้อ นั้น ก็ ขาด {15:28} และ ซา มูเอล ทูล ท่าน ว่า“ ใน วัน นี้ พระ ยาห์เวห์ ได้ ทรง ฉีก ราช อาณาจักร อิสราเอล เสีย จาก ท่าน แล้ว และ ทรง มอบ ให้ แก่ ผู้ อื่น ที่ ดี กว่า ท่าน {15:29} ยิ่ง กว่า นั้น องค์ พระ สิริ แห่ง อิสราเอล จะ ไม่ ทรง มุสา หรือ เปลี่ยน พระทัย เพราะ ว่า พระองค์ ไม่ ได้ ทรง เป็น มนุษย์ ที่ เปลี่ยนใจ” {15:30} ส่วน ซา อู ลตรัสว่า“ ข้าพเจ้า ทำบาป แล้ว แต่ ตอน นี้ ขอ ท่าน ได้ โปรด ให้ เกียรติ แก่ ข้าพเจ้า ต่อ หน้า พวก ผู้ใหญ่ ของ ประชาชน ของ ข้าพเจ้า และ คน อิสราเอล ขอ กลับ ไป กับ ข้าพเจ้า เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ได้ นมัสการ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน” {15:31} ซา มูเอล จึง กลับ ตาม ซา อู ล ไป และ ซา อู ล ก็ นมัสการ พระ ยาห์เวห์ {15:32} แล้ว ซา มู เอ ลก ล่า วว่า“ พวก ท่าน จง นำ อา กัก กษัตริย์ ของ คน อา มา เลข มา ให้ ข้าพเจ้า” และ อา กัก ก็ เข้า มา หา ท่าน อย่าง สงบ อา กัก กล่าว ว่า“ ความ ขม ขื่น แห่ง ความ ตาย ก็ ผ่าน พ้น ไป แน่ แล้ว” {15:33} ซา มู เอ ลก ล่า วว่า“ ดาบ ของ ท่าน ได้ ทำให้ พวก ผู้หญิง ไร้ บุตร ฉัน ใด มารดา ของ ท่าน จะ ไร้ บุตร ใน หมู่ พวก ผู้หญิง ฉัน นั้น” และ ซา มูเอล ก็ ฟัน อา กัก เสีย เป็น ท่อนๆ เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ที่กิลกาล {15:34} ซา มูเอล ก็ ไป รา มาห์ และ ซา อู ล ก็ เสด็จ ขึ้น ไป ยัง วัง ของ พระองค์ ที่ กิเบอาห์ แห่ง ซา อู ล {15:35} และ ซา มูเอล ไม่ มา พบ ซา อู ล อีก จน วัน สิ้น ชีพ แต่ ซา มูเอล โศกเศร้า เพราะ ซา อู ลและพระยาห์เวห์ เสีย พระทัย ที่ ได้ ทรง ตั้ง ซา อู ล เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล {i16:1} ดา วิด รับ การ เจิม เป็น กษัตริย์ {16:1} พระ ยาห์เวห์ ตรัส กับ ซา มูเอลว่า“ เจ้า จะ เป็น ทุกข์ เรื่อง ซา อู ล นาน เท่าใด เล่า เรา ปลด เขา จาก การ เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล แล้ว จง เติม น้ำมัน ให้ เต็ม เขา สัตว์ ของ เจ้า แล้ว ก็ จง ไป เรา จะ ใช้ เจ้า ไป หา เจ สซีชาวเบธเลเฮม เพราะ ว่า ใน พวก บุตร ของ เขา เรา เลือก กษัตริย์ องค์ หนึ่ง แล้ว สำหรับ เรา” {16:2} ซา มูเอล ก็ กราบ ทูล ว่า“ ข้า พระองค์ จะ ไป อย่างไร ได้? ถ้า ซา อู ล ได้ยิน เขา จะ ฆ่า ข้า พระองค์ เสีย” พระ ยาห์เวห์ตรัสว่า“ จง นำ โค ตัวเมีย ไป กับ เจ้าตัว หนึ่ง และ กล่าว ว่า‘ ข้าพเจ้า มา เพื่อ ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระ ยาห์เวห์’ {16:3} จง เชิญ เจ ส ซี มา ที่ การ ถวาย สัต ว บูชา นั้น แล้ว เรา เอง จะ ให้ เจ้า รู้ ว่า เจ้า ควร จะ ทำ อะไร เจ้า จง เจิม ผู้ ซึ่ง เรา จะ บอก แก่ เจ้า” {16:4} ซา มูเอล ก็ ทำ ตาม ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง บัญชา และ มา ที่ เบธเลเฮม พวก ผู้ใหญ่ ของ เมือง นั้น ก็ ตัว สั่น ออก มา พบ ท่าน กล่าว ว่า“ ท่าน มา อย่าง สันติ หรือ?” {16:5} และ ซา มูเอลตอบว่า“ มา อย่าง สันติ ข้าพเจ้า มา ถวาย สัต ว บูชา แด่ พระ ยาห์เวห์ จง ชำระ ตัว ของ พวก ท่าน ให้ บริสุทธิ์ และ มา ที่ การ ถวาย สัต ว บูชา กับ ข้าพเจ้า” และ ซา มูเอล ก็ ชำระ ตัว เจ ส ซี และ พวก บุตร ของ ท่าน ให้ บริสุทธิ์ และ เชิญ พวก เขา ไป ยัง การ ถวาย สัต วบูชา {16:6} เมื่อ พวก เขา มา แล้ว ท่าน ก็ มอง เห็น เอ ลี อับ จึง คิด ว่า“ ผู้ ที่ ทรง ให้ เจิม ไว้ ก็ อยู่ เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์แน่แล้ว” {16:7} แต่ พระ ยาห์เวห์ ตรัส กับ ซา มูเอลว่า“ อย่า มอง ดู ที่ รูปร่าง ภายนอก หรือ ที่ ความ สูง แห่ง ร่างกาย ของ เขา เพราะ เรา ไม่ ยอมรับ เขา เพราะ พระ ยาห์เวห์ ไม่ ได้ ทอด พระ เนตร เหมือน ที่ มนุษย์ ดู เพราะ มนุษย์ ดู ที่ รูปร่าง ภายนอก แต่ พระ ยาห์เวห์ ทอด พระ เนตร จิตใจ” {16:8} แล้ว เจ ส ซี ก็ เรียก อา บี นา ดับ ให้ เดิน ผ่าน หน้า ซา มูเอล ท่าน กล่าว ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ไม่ ได้ ทรง เลือก ผู้ นี้ เหมือน กัน” {16:9} แล้ว เจ สซีให้ชัม มาห์ เดิน ผ่าน ไป และ ท่าน ก็ กล่าว ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ไม่ ได้ ทรง เลือก ผู้ นี้ เหมือน กัน” {16:10} แล้ว เจ ส ซี ให้ บุตร ทั้ง เจ็ด คน เดิน ผ่าน หน้า ซา มูเอลและซามู เอ ลบ อก กับ เจ สซีว่า“ พระ ยาห์เวห์ ไม่ ได้ ทรง เลือก คน เหล่า นี้” {16:11} แล้ว ซา มู เอล กล่าว แก่ เจ สซีว่า“ พวก นี้ เป็น บุตร ชาย ทั้งหมด ของ ท่าน หรือ?” เจ ส ซี ตอบ ว่า“ ยัง มี คน สุด ท้อง เหลือ อยู่ นี่แน่ะ เขา กำลัง เลี้ยง แกะ อยู่” และ ซา มู เอล กล่าว แก่ เจ สซีว่า“ จง ใช้ คน ไป นำ เขา มา เพราะ เรา จะ ไม่ ยอม นั่ง จน กว่า เขา จะ มา ที่ นี่” {16:12} เจ ส ซี ก็ ใช้ คน ไป นำ เขา มา เขา เป็น คน ผิว แดงๆ มี หน้าตา ดี และ รูปร่าง งาม และ พระ ยาห์เวห์ตรัสว่า“ จง ลุก ขึ้น เจิม เขา ไว้ เพราะ เป็น คน นี้” {16:13} ซา มูเอล จึง นำ เขา สัตว์ ที่ มี น้ำมัน เจิม เขา ไว้ ท่ามกลาง พวก พี่ ชาย ของ เขา และ พระ วิญญาณ ของ พระ ยาห์เวห์ ทรง สวม ทับ ดา วิด ตั้งแต่ วัน นั้น เป็นต้น ไป และ ซา มูเอล ก็ ลุก ขึ้น กลับ ไป รา มาห์ {i16:14} ดา วิด ดีด พิณ ถวาย ซา อู ล {16:14} พระ วิญญาณ ของ พระ ยาห์เวห์ ทรง ละ จาก ซา อู ล และ วิญญาณ ชั่ว จาก พระ ยาห์เวห์ ก็ ทรมาน ซา อู ล {16:15} และ พวก มหาดเล็ก ของ ซา อู ลทูลว่า“ ดู เถิด วิญญาณ ชั่ว จาก พระเจ้า กำลัง ทรมาน พระองค์ อยู่ {16:16} ขอ เจ้านาย ของ พวก ข้า พระ บาท จง บัญชา พวก ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ที่ อยู่ เฉพาะ พระ พักตร์ ฝ่าพระบาท ให้ หา คน ที่ มี ฝีมือ ใน การ ดีด พิณ และ เมื่อ วิญญาณ ชั่ว จาก พระเจ้า มา เหนือ ฝ่าพระบาท ก็ ให้ เขา ดีด พิณ แล้ว ฝ่าพระบาท จะ ดี ขึ้น” {16:17} ซา อู ล จึง รับสั่ง พวก ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ว่า“ จง ไป หา ชาย คน หนึ่ง ที่ ดีด พิณ ได้ ดี มา ให้ เรา นำ เขา มา หา เรา” {16:18} คน หนึ่ง ใน พวก ชาย หนุ่ม ทูล ว่า“ ดู เถิด ข้า พระ บาท เห็น บุตร คน หนึ่ง ของ เจ สซีชาวเบธเลเฮม เป็น ผู้ มี ฝีมือ ใน การ ดีด พิณ เป็น คน กล้า หาญ เป็น นักรบ พูด เก่ง และ เป็น คน มี หน้าตา ดี และ พระ ยาห์เวห์ สถิต กับ เขา” {16:19} เพราะ ฉะนั้น ซา อู ล จึง ทรง ส่ง พวก ผู้ สื่อสาร ไป ยัง เจ ส ซี กล่าว ว่า“ จง ส่ง ดา วิด บุตร ของ ท่าน ผู้ อยู่ กับ แกะ นั้น มา หา เรา” {16:20} และ เจ ส ซี ก็ จัด ลา ตัว หนึ่ง บรรทุก ขนม ปัง และ ถุง หนัง ใส่ เหล้า องุ่น ถุง หนึ่ง กับ ลูก แพะ ตัว หนึ่ง ส่ง ไป กับ ดา วิด บุตร ของ ท่าน ให้ ถวาย ซา อู ล {16:21} ดา วิด ก็ มา เฝ้า ซา อู ล และ เข้า รับ ราชการ ซา อู ล ก็ ทรง รัก ดา วิด มาก ดา วิด ก็ ได้ เป็น คน ถือ เครื่อง อาวุธ ของ ซา อู ล {16:22} และ ซา อู ล ทรง ส่ง ข่าว ไป ยัง เจ สซีว่า“ ขอ ให้ ดา วิด อยู่ รับ ราชการ กับ เรา เพราะ เขา เป็น ที่ โปรดปราน ของ เรา” {16:23} ต่อ มา เมื่อ วิญญาณ จาก พระเจ้า มา เหนือ ซา อู ล เมื่อไร ดา วิด ก็ หยิบ พิณ ใช้ มือ ดีด ถวาย ซา อู ล ก็ ทรง รู้สึก บรรเทา ลง และ ทรง ดี ขึ้น และ วิญญาณ ชั่ว ก็ ละ จาก พระองค์ ไป {i17:1} ดา วิด กับ โก ลิ อัท {17:1} ส่วน พวก ฟีลิสเตีย ก็ รวบรวม กองทัพ เพื่อ จะ ทำ สงคราม พวก เขา มา รวม กัน อยู่ ที่ ตำบล โสโคห์ ซึ่ง เป็น ของ ยูดาห์ และ ตั้ง ค่าย อยู่ ระหว่าง ตำบล โสโคห์ กับ ตำบล อา เซ คาห์ ที่ เอ เฟส ดัมมิม {17:2} และ ซา อู ล กับ คน อิสราเอล ก็ รวม กัน และ ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ หุบเขา เอ ลาห์ และ วาง แนวรบ เพื่อ ต่อสู้ กับ พวก ฟีลิสเตีย {17:3} พวก ฟีลิสเตีย ยืน อยู่ ที่ ภูเขา ข้าง หนึ่ง และ อิสราเอล ยืน อยู่ ที่ ภูเขา อีก ข้าง หนึ่ง มี หุบเขา คั่น ระหว่าง พวก เขา {17:4} มี ชาย คน หนึ่ง ชื่อ โก ลิ อัท เป็น ยอด ทหาร ออก มา จาก ค่าย พวก ฟีลิสเตีย เป็น ชาว เมือง กัทสูง 3 เมตร กว่า {17:5} เขา สวม หมวก ทองสัมฤทธิ์ ที่ ศีรษะ และ สวม เสื้อเกราะ ที่ ทำ เป็น เกล็ดๆ เสื้อเกราะ นั้น หนัก ประมาณ 57 กิโลกรัม เป็น ทองสัมฤทธิ์ {17:6} และ สวม สนับแข้ง ทองสัมฤทธิ์ และ มี ทวน ทองสัมฤทธิ์ แขวน ที่ บ่า {17:7} ส่วน ด้าม หอก ของ เขา นั้น เหมือน ไม้ กระพั่น ทอ ผ้า ปลาย หอก เป็น เหล็ก หนัก ประมาณ 7 กิโลกรัม มี คน ถือ โล่ นำ หน้า เขา {17:8} เขา ยืน ตะโกน ทาง แนวรบ ของ อิสราเอล ว่า“ พวก เจ้า ออก มา เพื่อ เตรียม ทำ สงคราม ทำไม เล่า? ข้า เป็น คน ฟีลิสเตีย ไม่ ใช่ หรือ? พวก เจ้า ก็ เป็น ข้า รับใช้ ของ ซา อู ล ไม่ ใช่ หรือ? จง เลือก ชาย คน หนึ่ง แทน พวก เจ้า ให้ เขา ลง มา หา ข้า {17:9} ถ้า เขา ชนะ ใน การ ต่อสู้ และ ฆ่า ข้า ได้ พวก เรา จะ เป็น ข้า รับใช้ ของ พวก เจ้า แต่ ถ้า ข้า ชนะ เขา และ ฆ่า เขา ตาย แล้ว พวก เจ้า จะ เป็น ข้า รับใช้ ของ พวก เรา และ รับใช้ พวก เรา” {17:10} และ คน ฟีลิสเตีย นั้น กล่าว ว่า“ วัน นี้ ข้า เอง ขอ ท้า กองทัพ อิสราเอล จง ส่ง ชาย คน หนึ่ง มา ต่อสู้ กัน” {17:11} เมื่อ ซา อู ล และ คน อิสราเอล ทั้งสิ้น ได้ยิน ถ้อยคำ เหล่า นี้ ของ คน ฟีลิสเตีย นั้น พวก เขา ก็ ตกใจ และ หวาดกลัว ยิ่งนัก {17:12} ดา วิด เป็น บุตร ของ ชาว เอฟ รา ธาห์ คน หนึ่ง แห่ง เมือง เบธเลเฮม ใน ยูดาห์ ชื่อ เจ ส ซี ผู้ มี บุตร แปด คน ใน รัชกาล ของ ซา อู ล ชาย คน นี้ เป็น คน มี อายุ มาก แล้ว {17:13} บุตร ชาย ใหญ่ สาม คน ของ เจ ส ซี ก็ ตาม ซา อู ล ไป ทำ สงคราม ชื่อ ของ บุตร ชาย สาม คน ที่ ไป ทำ สงคราม นั้น คือ บุตร หัว ปี เอ ลี อับ คน ที่ สอง อา บี นา ดับ และ คน ที่ สาม ชัมมาห์ {17:14} ดา วิด เป็น บุตร สุด ท้อง พี่ ชาย ทั้ง สาม คน ก็ ตาม ซา อู ลไป {17:15} แต่ ดา วิด ไป กลับ ระหว่าง ซา อู ล กับ การ เลี้ยง แกะ ของ บิดา ที่ เบธเลเฮม {17:16} คน ฟีลิสเตีย คน นั้น เข้า มา ใกล้ ยืน ท้า ทั้ง เช้าตรู่ และ เย็น 40 วัน {17:17} เจ ส ซี พูด กับ ดา วิด บุตร ของ ตน ว่า“ นำ ข้าว คั่ว นี้ 10 กิโลกรัม และ ขนม ปัง สิบ ก้อน นี้ ไป ให้ พวก พี่ ชาย ของ เจ้า จง ไป หา พวก พี่ ชาย ของ เจ้าที่ ค่าย เร็วๆ {17:18} และ จง นำ เนย แข็ง สิบ ชิ้น นี้ ไป ให้ ผู้ บังคับ กองพัน ของ พวก เขา ด้วย ดู ว่า พี่ ชาย ของ เจ้าทุกข์ สุข อย่างไร แล้ว รับ ของ ฝาก มา จาก พวก เขา บ้าง” {17:19} ส่วน ซา อู ล กับ พวก เขา และ คน อิสราเอล ทั้งปวง อยู่ ที่ หุบเขา เอ ลาห์ สู้ รบ กับ พวก ฟีลิสเตียอยู่ {17:20} ดา วิด จึง ลุก ขึ้น แต่ เช้ามืด และ ทิ้ง แกะ ไว้ กับ ผู้ ดูแล นำ เสบียง อาหาร ไป ตาม ที่ เจ ส ซี บัญชา เขา และ เขา ก็ มา ถึง เขต ค่าย ขณะ เมื่อ กองทัพ กำลัง ยก ออก ไป แนวรบ โห่ ร้อง เพื่อ ทำ สงคราม {17:21} อิสราเอล กับ พวก ฟีลิสเตีย ต่าง ก็ ตั้ง แนวรบ เผชิญหน้า กัน {17:22} ดา วิด ก็ ทิ้ง สัมภาระ ไว้ กับ ผู้ ดูแล กอง สัมภาระ และ วิ่ง ไป ที่ แนวรบ ไป ทักทาย พวก พี่ ชาย ของ ตน {17:23} เมื่อ เขา กำลัง พูด กับ พวก พี่ ชาย นี่แน่ะ ยอด ทหาร ฟีลิสเตียชาวเมืองกัท ที่ ชื่อ โก ลิ อัท ออก มา จาก แนวรบ ฟีลิสเตีย กล่าว ถ้อยคำ ท้า อย่าง แต่ ก่อน และ ดา วิด ก็ ได้ยิน {17:24} เมื่อ คน อิสราเอล ทั้งปวง เห็น ชาย คน นั้น ก็ วิ่ง หนี เขา ไป และ หวาดกลัว เขา มาก {17:25} คน อิสราเอล พูด ว่า“ พวก เจ้า เคย เห็น ชาย ที่ ออก มา นั้น หรือ เขา ออก มา ท้าทาย อิสราเอล ชาย ที่ ฆ่า เขา ได้ พระ ราชา จะ ประทาน ทรัพย์ ให้ เขา มากมาย และ จะ มอบ ราช ธิดา ให้ เขา และ ทำให้ ครอบครัว ของ บิดา ของ เขา รับ การ ยกเว้น ภาษี ใน อิสราเอล” {17:26} และ ดา วิด กล่าว แก่ พวก ทหาร ที่ ยืน อยู่ ข้าง เขา ว่า“ เขา จะ ทำ อย่างไร แก่ คน ที่ ฆ่า คน ฟีลิสเตีย คน นี้ ได้ และ นำ เอา ความ เหยียดหยาม ไป จาก อิสราเอล? คน ฟีลิสเตีย ผู้ ไม่ ได้ เข้า สุหนัต คน นี้ คือ ใคร จึง มา ท้าทาย กองทัพ ของ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่?” {17:27} พวก ทหาร ตอบ เขา เหมือน กัน ว่า“ ผู้ ที่ ฆ่า เขา ได้ ก็ จะ ได้ รับ ดัง ที่ กล่าว มา แล้ว นั้น” {17:28} เอ ลี อับ พี่ ชาย หัว ปี ได้ยิน ดา วิด พูด กับ พวก ผู้ชาย เอ ลี อับ ก็ โกรธ ดา วิด กล่าว ว่า“ เจ้า ลง มา ทำไม? เจ้า ทิ้ง แกะ ไม่ กี่ ตัว ที่ ถิ่น ทุรกันดาร ไว้ กับ ใคร? ข้า เอง รู้ ถึง ความ อวดดี ของ เจ้า และ ความคิด ชั่ว ของ เจ้า เพราะ เจ้า ลง มา เพื่อ จะ มา ดู สงคราม” {17:29} ดา วิด จึง ตอบ ว่า“ ตอน นี้ ข้า ได้ ทำ อะไร ไป แล้ว หรือ? ถาม เท่านั้น ไม่ ใช่ หรือ?” {17:30} เขา จึง หัน ไป หา คน อื่น เสีย และ พูด อย่าง เดียวกัน และ พวก ทหาร ก็ ตอบ เขา อย่าง คราว ก่อน {17:31} เมื่อ พวก เขา ได้ยิน ถ้อยคำ ที่ ดา วิด พูด พวก เขา ก็ ทูล ให้ ซา อู ล ทรง ทราบ ซา อู ล จึง ทรง ให้ นำ ดา วิด มา {17:32} ดา วิด ก็ ทูล ซา อู ลว่า“ อย่า ให้ จิตใจ ของ ใคร ฝ่อ ไป เพราะ ชาย คน นั้น เลย ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท จะ ไป สู้ รบ กับ คน ฟีลิสเตียคนนี้” {17:33} และ ซา อู ล ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ เจ้า ไม่ สามารถ ไป ต้าน คน ฟีลิสเตีย นี้ เพื่อ สู้ รบ กับ เขา เพราะ เจ้า เป็น แต่ เด็ก หนุ่ม และ ชาย คน นี้ ชำนาญ ศึก ตั้งแต่ หนุ่มๆ แล้ว” {17:34} แต่ ดา วิด ทูล ซา อู ลว่า“ ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท เคย เลี้ยง ฝูง แกะ ของ บิดา และ เมื่อ มี สิงโต หรือ หมี มา เอา ลูก แกะ ตัว หนึ่ง ไป จาก ฝูง {17:35} ข้า พระ บาท ก็ ตาม ไป ฆ่า มัน และ ช่วย กู้ ลูก แกะ นั้น มา จาก ปาก ของ มัน ถ้า มัน ลุก ขึ้น ต่อสู้ ข้า พระ บาท ข้า พระ บาท ก็ จับ คาง ของ มัน และ ทุบ ตี มัน จน ตาย {17:36} ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ได้ ฆ่า สิงโต และ หมี นั้น มา แล้ว คน ฟีลิสเตีย ผู้ ไม่ ได้ เข้า สุหนัต นี้ ก็ เป็น เหมือน สัตว์ เหล่า นั้น ตัว หนึ่ง ด้วย เขา ได้ ท้าทาย กองทัพ ของ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่” {17:37} และ ดา วิด ทูล ต่อ ไป ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ผู้ ทรง ช่วย กู้ ข้า พระ บาท จาก อุ้ง เท้า ของ สิงโต และ จาก อุ้ง เท้า ของ หมี จะ ทรง ช่วย กู้ ข้า พระ บาท จาก มือ ของ คน ฟีลิสเตียนี้” และ ซา อู ล จึง ตรัส แก่ ดา วิด ว่า“ จง ไป เถอะ และ พระ ยาห์เวห์ จะ สถิต อยู่ กับ เจ้า” {17:38} แล้ว ซา อู ล ก็ ทรง แต่ง ดา วิด ด้วย เครื่อง ทรง ของ พระองค์ ทรง สวม หมวก ทองสัมฤทธิ์ บน ศีรษะ ของ เขา และ ทรง สวม เสื้อเกราะ ให้ เขา {17:39} และ ดา วิด ก็ คาด ดาบ ทับ เครื่อง อาวุธ เขา พยายาม เดิน ดู เพราะ เขา ไม่ ชิน แล้ว ดา วิด จึง ทูล ซา อู ลว่า“ ข้า พระ บาท ไม่ สามารถ สวม เครื่อง เหล่า นี้ ออก ไป เพราะ ว่า ข้า พระ บาท ไม่ ชิน” ดา วิด จึง ปลด ออก จาก เขา {17:40} แล้ว จึง ถือ ไม้เท้า ไว้ ใน มือ และ เลือก ก้อน หิน เกลี้ยง จาก ลำธาร ได้ ห้า ก้อน จึง ใส่ ใน ย่าม ผู้ เลี้ยง แกะ ของ เขา ใน ถุง ของ เขา และ มือถือ ส ลิง อยู่ แล้ว เขา ก็ เข้า ไป ใกล้ คน ฟีลิสเตียคนนั้น {17:41} คน ฟีลิสเตีย นั้น ก็ ออก มา ใกล้ ดา วิด พร้อม กับ คน ถือ โล่ เดิน นำ หน้า {17:42} เมื่อ คน ฟีลิสเตีย มอง ดู และ เห็น ดา วิด ก็ ดูถูก เขา เพราะ เขา เป็น คน หนุ่ม ผิว แดงๆ รูปร่าง งาม น่า ดู {17:43} คน ฟีลิสเตีย จึง พูด กับ ดา วิด ว่า“ ข้า เป็น หมา หรือ? เจ้า จึง ถือ ไม้เท้า มา หา ข้า” และ คน ฟีลิสเตีย คน นั้น ก็ แช่ง ด่า ดา วิด โดย ใช้ นาม พวก พระ ของ ตน {17:44} คน ฟีลิสเตีย พูด กับ ดา วิด ว่า“ มา หา ข้า ข้า จะ เอา เนื้อ ของ เจ้า ให้ นก ใน อากาศ กับ สัตว์ ป่า กิน” {17:45} แล้ว ดา วิด ก็ พูด กับ คน ฟีลิสเตีย คน นั้น ว่า“ ท่าน มา หา ข้า ด้วย ดาบ ด้วย หอก และ ด้วย หอกซัด แต่ ข้า มา หา ท่าน ใน พระ นาม แห่ง พระ ยาห์เวห์ จอมทัพ พระเจ้า แห่ง กองทัพ อิสราเอล ผู้ ซึ่ง ท่าน ได้ ท้าทาย {17:46} ใน วัน นี้ พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง มอบ ท่าน ไว้ ใน มือ ข้า และ ข้า จะ ฆ่า ท่าน และ ตัด ศีรษะ ของ ท่าน ใน วัน นี้ ข้า จะ ให้ ศพ ของ กองทัพ ฟีลิสเตีย แก่ นก ใน อากาศ และ แก่ สัตว์ ป่า เพื่อ ทั้ง โลก นี้ จะ ทราบ ว่า มี พระเจ้า องค์ หนึ่ง ใน อิสราเอล {17:47} และ ชุมนุมชน นี้ ทั้งสิ้น จะ ทราบ ว่า พระ ยาห์เวห์ ไม่ ได้ ทรง ช่วย ด้วย ดาบ หรือ ด้วย หอก เพราะ ว่า การ รบ ครั้ง นี้ เป็น ของ พระ ยาห์เวห์ พระองค์ จะ ทรง มอบ พวก ท่าน ไว้ ใน มือ ของ พวก เรา” {17:48} ต่อ มา เมื่อ คน ฟีลิสเตีย นั้น ลุก ขึ้น เข้า มา ใกล้ เพื่อ ปะทะ ดา วิด ดา วิด ก็ วิ่ง เข้า หา แนวรบ เพื่อ ปะทะ กับ คน ฟีลิสเตีย นั้น อย่าง รวดเร็ว {17:49} และ ดา วิด เอา มือ ล้วง เข้า ไป ใน ย่าม หยิบ หิน ก้อน หนึ่ง ออก มา แล้ว เหวี่ยง ด้วย ส ลิง ถูก คน ฟีลิสเตีย คน นั้น ที่ หน้าผาก ก้อน หิน จม เข้า ไป ใน หน้าผาก เขา ก็ ล้ม หน้า คว่ำ ลง ที่ดิน {17:50} ดังนั้น ดา วิด ก็ ชนะ คน ฟีลิสเตีย คน นั้น ด้วย ส ลิง และ ก้อน หิน ก้อน หนึ่ง และ คว่ำ คน ฟีลิสเตีย คน นั้น ลง และ ฆ่า เขา เสีย แต่ ดา วิด ไม่ มี ดาบ อยู่ ใน มือ {17:51} ดา วิด จึง วิ่ง ไป ยืน อยู่ เหนือ คน ฟีลิสเตีย คน นั้น หยิบ ดาบ ของ เขา ชัก ออก จาก ฝัก ฆ่า เขา เสีย และ ตัด ศีรษะ ของ เขา ออก เสีย ด้วย ดาบ เมื่อ พวก ฟีลิสเตีย เห็น ว่าย อด ทหาร ของ เขา ตาย เสีย แล้ว ก็ พา กัน หนี ไป {17:52} คน อิสราเอล กับ คน ยูดาห์ ก็ ลุก ขึ้น โห่ ร้อง ไล่ ตาม พวก ฟีลิสเตีย ไกล ไป จน ถึง หุบเขา และ ถึง ประตู เมือง เอ โค รน ทหาร ฟีลิสเตีย ที่ บาดเจ็บ จึง ล้ม ลง ตาม ทาง จาก ชา อา รา อิม ไกล ไป จน ถึง เมือง กัท และ เมือง เอ โค รน {17:53} และ คน อิสราเอล ก็ กลับ มา จาก การ ไล่ ล่า ติดตาม พวก ฟีลิสเตีย และ ปล้น ค่าย ของ พวก เขา {17:54} ดา วิด ก็ นำ ศีรษะ ของ คน ฟีลิสเตีย นั้น มา ที่ เยรูซาเล็ม แต่ เอา เครื่อง อาวุธ ของ เขา ไว้ ที่ เต็นท์ ของ ตน {17:55} เมื่อ ซา อู ล ทรง เห็น ดา วิด ออก ไป ต่อสู้ กับ คน ฟีลิสเตีย คน นั้น จึง ตรัส ถาม อับ เนอร์ แม่ทัพ ของ พระองค์ ว่า“ อับ เนอร์ ชาย หนุ่ม คน นี้ เป็น ลูก ของ ใคร?” และ อับ เนอร์ทูลว่า“ ข้า แต่ พระ ราชา ฝ่าพระบาท ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ข้า พระ บาท ไม่ ทราบ” {17:56} พระ ราชา จึง รับสั่ง ว่า“ ไป สืบ ถาม ดู ว่า เจ้า หนุ่ม คน นี้ เป็น ลูก ของ ใคร?” {17:57} เมื่อ ดา วิด กลับ มา จาก การ ฆ่า พวก ฟีลิสเตียอับเนอร์ ก็ มา พา ตัว เขา เข้า ไป เฝ้า ซา อู ล ถือ ศีรษะ ของ คน ฟีลิสเตีย คน นั้น ไป ด้วย {17:58} ซา อู ล จึง ตรัส ถาม เขา ว่า“ เจ้า หนุ่ม เอ๋ย เจ้า เป็น ลูก ของ ใคร?” และ ดา วิด ทูล ว่า“ ข้า พระ บาท เป็น บุตร ของ เจ สซีชาวเบธเลเฮม ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท” {i18:1} พัน ธ สัญญา ของ โย นา ธาน กับ ดา วิด {18:1} เมื่อ ดา วิด ทูล ซา อู ล เสร็จ แล้ว พระทัย ของ โย นา ธาน ก็ ผูกพัน กับ จิตใจ ของ ดา วิด และ โย นา ธาน ทรง รัก ดา วิด อย่าง รัก ชีวิต ของ พระองค์ {18:2} และ วัน นั้น ซา อู ล ก็ ทรง กักตัว ดา วิด ไว้ ไม่ ยอม ให้ กลับ ไป บ้าน บิดา ของ เขา {18:3} แล้ว โย นา ธาน ก็ ทรง ทำ พัน ธ สัญญา กับ ดา วิด เพราะ พระองค์ ทรง รัก เขา อย่าง กับ รัก ชีวิต ของ พระองค์ {18:4} โย นา ธาน ก็ ทรง ถอด เสื้อ คลุม ที่ พระองค์ ทรง ใส่ พร้อม ทั้ง เครื่อง อาวุธ แม้ แต่ ดาบ คัน ธนู และ เข็มขัด ประทาน แก่ ดา วิด {18:5} และ ดา วิด ก็ ออก ไป ทุก แห่ง ที่ ซา อู ล ทรง ใช้ ไป เขา ประสบ ความ สำเร็จ ดังนั้น ซา อู ล จึง ทรง ตั้ง เขา ให้ อยู่ เหนือ พวก นักรบ สิ่ง นี้ เป็น ที่ ชอบ ใน สายตา ของ ประชาชน ทั้งปวง และ ใน สายตา ของ พวก ข้าราชการ ของ ซา อู ลด้วย {18:6} เมื่อ พวก เขา กำลัง กลับ เข้า มาดา วิด ก็ กลับ จาก การ ฆ่า คน ฟีลิสเตีย พวก ผู้หญิง ก็ ออก มา จาก เมือง ทั้งหมด ของ อิสราเอล ร้อง เพลง และ เต้นรำ ต้อนรับ พระ ราชา ซา อู ล ด้วย รำมะนา ด้วย เพลง ร่าเริง และ ด้วย เครื่องดนตรี {18:7} และ พวก ผู้หญิง ร้อง รับ เมื่อ เต้นรำ กัน ว่า“ ซา อู ล ฆ่า คน เป็น พันๆ และ ดา วิด ฆ่า คน เป็น หมื่นๆ” {18:8} ซา อู ลก ริ้ว ยิ่งนัก คำ ที่ ร้อง นี้ ไม่ เป็น ที่ พอ พระทัย พระองค์ เลย พระองค์ ตรัส ว่า“ พวก เขา ยกย่อง ดา วิด ว่า ฆ่า คน เป็น หมื่นๆ ส่วน เรา เขา ว่า ฆ่า แต่ เพียง เป็น พันๆ นอกจาก ราช อาณาจักร แล้ว ดา วิด จะ ได้ อะไร อีก เล่า” {18:9} ซา อู ล ก็ ทรง จับ ตา ดู ดา วิด ตั้งแต่ วัน นั้น เป็นต้น ไป {18:10} ใน วัน ต่อ มา วิญญาณ ชั่ว จาก พระเจ้า ก็ เข้า สิง ซา อู ลซาอูล ก็ ทรง เพ้อ อยู่ ใน วัง ของ พระองค์ ดา วิด ก็ กำลัง ดีด พิณ อย่าง ที่ เขา เคย ดีด ถวาย ทุก วัน มา ซา อู ล ทรง ถือ หอก อยู่ {18:11} และ ซา อู ล ก็ ทรง พุ่ง หอก ด้วย ทรง นึก ว่า“ ข้า จะ ปัก ดา วิด ให้ ติด กับ ผนัง เสีย” แต่ ดา วิด ก็ หนี ไป ได้ ถึง สอง ครั้ง {18:12} ซา อู ล ก็ ทรง กลัว ดา วิด เพราะ ว่า พระ ยาห์เวห์ สถิต กับ เขา แต่ ได้ ทรง ละ จาก ซา อู ลแล้ว {18:13} ดังนั้น ซา อู ล จึง รับสั่ง ให้ ย้าย ดา วิด ไป จาก พระองค์ ตั้ง เป็น ผู้ บังคับการ กองพัน และ ดา วิด ออก ไป รบ และ กลับ มา ต่อ หน้า พวก ทหาร {18:14} ดา วิด ประสบ ความ สำเร็จ ใน ทุก ทาง เพราะ พระ ยาห์เวห์ สถิต กับ เขา {18:15} ซา อู ล ทรง กลัว เมื่อ ทรง เห็น ดา วิด ประสบ ความ สำเร็จ มาก {18:16} แต่ คน อิสราเอล และ คน ยูดาห์ ทั้งสิ้น รัก ดา วิด เพราะ ดา วิด ออก ไป และ กลับ มา ต่อ หน้า พวก เขา {18:17} ซา อู ล จึง รับสั่ง กับ ดา วิด ว่า“ นี่ คือ บุตร สาว คน โต ของ เรา ชื่อ เม ราบ เรา จะ มอบ นาง ให้ เป็น ภรรยา ของ เจ้า ขอ แต่ เจ้า เป็น คน กล้า หาญ สำหรับ เรา และ จง สู้ ใน สงคราม ของ พระ ยาห์เวห์” เพราะ ซา อู ล ทรง ดำริ ว่า“ อย่า ให้ มือ ของ เรา ต่อสู้ เขา เลย แต่ ให้ มือ คน ฟีลิสเตีย ต่อสู้ เขา” {18:18} ดา วิด ทูล ซา อู ลว่า“ ใน อิสราเอล ข้า พระ บาท คือ ใคร? วงศ์ ญาติ ของ ข้า พระ บาท จาก ตระกูล บิดา ของ ข้า พระ บาท คือ ใคร ที่ ข้า พระ บาท จะ เป็น ราชบุตร เขย ของ พระ ราชา?” {18:19} แต่ เมื่อ ถึง เวลา ที่ จะ ทรง ยก เม ราบ ราช ธิดา ของ ซา อู ล ให้ ดา วิด นาง ถูก ยก ให้ เป็น ภรรยา ของ อาด รี เอ ลชาวเมโหลาห์ {18:20} มี คา ล ราช ธิดา ของ ซา อู ล นั้น รัก ดา วิด เมื่อ พวก เขา ทูล ซา อู ล เรื่อง นี้ เป็น ที่ พอ พระทัย พระองค์ {18:21} ซา อู ล ทรง ดำริ ว่า“ เรา จะ ยก นาง ให้ แก่ เขา เพื่อ นาง จะ เป็น กับดัก เขา และ มือ ของ พวก ฟีลิสเตีย จะ ได้ ต่อสู้ เขา” ดังนั้น ซา อู ล จึง รับสั่ง แก่ ดา วิด ครั้ง ที่ สอง ว่า“ ครั้ง นี้ เจ้า จะ เป็น บุตร เขย ของ เรา” {18:22} ซา อู ล ทรง บัญชา มหาดเล็ก ว่า“ จง พูด เป็น ส่วนตัว กับ ดา วิด ว่า‘ นี่แน่ะ พระ ราชา พอ พระทัย ใน เจ้า และ บรรดา มหาดเล็ก ของ พระองค์ ก็ รัก เจ้า ดังนั้น จง เป็น บุตร เขย ของ พระ ราชา เถิด’” {18:23} เมื่อ พวก มหาดเล็ก ของ ซา อู ล พูด ถ้อยคำ เหล่า นี้ ให้ ดา วิด ฟัง ดา วิด ก็ ถาม ว่า“ พวก ท่าน เห็น ว่าที่ จะ เป็น บุตร เขย ของ พระ ราชา นั้น เป็น เรื่อง เล็กน้อย อยู่ หรือ? ด้วย ข้าพเจ้า เป็น แต่ คน จน และ ไม่ มี ชื่อเสียง อะไร” {18:24} และ พวก มหาดเล็ก ของ ซา อู ล จึง ทูล ว่า“ นี่ เป็น ถ้อยคำ ของ ดา วิด” {18:25} ซา อู ล จึง รับสั่ง ว่า“ พวก เจ้า จง พูด ดังนี้ แก่ ดา วิด‘ พระ ราชา ไม่ พอ พระทัย อะไร สำหรับ สินสอด นอกจาก หนัง ปลาย องคชาต ของ พวก ฟีลิสเตีย สัก หนึ่ง ร้อย เพื่อ จะ ทรง แก้ แค้น พวก ศัตรู ของ พระ ราชา’” ซา อู ล ทรง ดำริ ว่า จะ ให้ ดา วิด ตาย ด้วย มือ ของ พวก ฟีลิสเตีย {18:26} และ เมื่อ พวก มหาดเล็ก เล่า ถ้อยคำ เหล่า นั้น ให้ ดา วิด ฟัง เรื่อง นี้ ก็ เป็น ที่ พอใจ ของ ดา วิด ที่ จะ เป็น บุตร เขย ของ พระ ราชา ก่อน เวลา ที่ กำหนด ไว้ จะ หมด ไป {18:27} ดา วิด ก็ ลุก ขึ้น ไป พร้อม กับ ทหาร ฆ่า พวก ฟีลิสเตียเสีย 200 คน และ ดา วิด ก็ นำ หนัง ปลาย องคชาต ของ พวก นั้น มา ถวาย แก่ พระ ราชา ครบ จำนวน เพื่อ เขา จะ เป็น บุตร เขย ของ พระ ราชา ซา อู ล จึง ยก มี คา ลพ ระ ราช ธิดา ของ พระองค์ ให้ เป็น ภรรยา ของ ดา วิด {18:28} ซา อู ล ทรง เห็น และ ทราบ ว่า พระ ยาห์เวห์ สถิต กับ ดา วิด และ มี คา ลพ ระ ราช ธิดา ของ ซา อู ล ทรง รัก เขา {18:29} ซา อู ล ทรง กลัว ดา วิด มาก ยิ่ง ขึ้น ดังนั้น ซา อู ล จึง ทรง เป็น ศัตรู ของ ดา วิด ตลอด เวลา {18:30} บรรดา เจ้านาย ของ พวก ฟีลิสเตีย ก็ ออก มา ทำ สงคราม พวก เขา จะ ออก มา กี่ ครั้ง ก็ ตาม ดา วิด ก็ ประสบ ความ สำเร็จ มาก กว่า บรรดา ข้าราชการ ทั้งสิ้น ของ ซา อู ล ชื่อเสียง ของ เขา จึง โด่งดัง มาก {i19:1} โย นา ธาน ทรง ขอร้อง เพื่อ ดา วิด {19:1} ซา อู ล ตรัส กับ โย นา ธาน ราชบุตร และ กับ บรรดา ข้าราชการ ทั้งหมด ของ พระองค์ ให้ ฆ่า ดา วิด เสีย แต่ โย นา ธาน ราชบุตร ของ ซา อู ลพ อ พระทัย ใน ดา วิด มาก {19:2} และ โย นา ธาน ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ ซา อู ล เสด็จ พ่อ ของ ฉัน หา ช่อง จะ ฆ่า ท่าน เพราะ ฉะนั้น พรุ่งนี้ เช้า ขอ จง ระวัง ให้ ดี จง อยู่ ใน ที่ ลับ ซ่อน ตัว ไว้ {19:3} และ ฉัน จะ ออก ไป ยืน อยู่ ข้างๆ เสด็จ พ่อ ใน ทุ่ง นา ที่ ท่าน อยู่ และ ฉัน จะ ทูล เสด็จ พ่อ ด้วย เรื่อง ของ ท่าน ถ้า ฉัน รู้เรื่อง อะไร จะ บอก ให้ ท่าน ทราบ” {19:4} โย นา ธาน ทรง กล่าว ชม ดา วิด ต่อ ซา อู ล ราช บิดา ทูล ว่า“ ขอ พระ ราชา อย่า ทรง ทำบาป ต่อ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เลย เพราะ ดา วิด ไม่ ได้ ทำบาป ต่อ ฝ่าพระบาท และ การ งาน ของ เขา เพื่อ ฝ่าพระบาท ก็ ดี ยิ่งนัก {19:5} เพราะ เขา เสี่ยง ชีวิต ของ ตน และ ฆ่า คน ฟีลิสเตีย นั้น และ พระ ยาห์เวห์ ประทาน ชัย ชนะ ที่ ยิ่งใหญ่ สู่ อิสราเอล ทั้งปวง ฝ่าพระบาท ทรง เห็น แล้ว และ ทรง ชื่นชม ยินดี แต่ ทำไม ฝ่าพระบาท จะ ทรง ทำบาป ต่อ โลหิต ที่ ไร้ ความ ผิด โดย ฆ่า ดา วิด เสีย อย่าง ไร้ สาเหตุ?” {19:6} ซา อู ล ก็ ทรง ฟัง เสียง ของ โย นา ธาน และ ซา อู ลปฏิญาณว่า“ พระ ยาห์เวห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ดา วิด จะ ไม่ ถูก ฆ่า” {19:7} และ โย นา ธาน ก็ ทรง เรียก ดา วิด ทรง เล่า ถ้อยคำ เหล่า นี้ ทั้งหมด ให้ เขา ฟัง ทรง นำ ดา วิด เข้า เฝ้า ซา อู ล และ ดา วิด ได้ อยู่ กับ ซา อู ล อย่าง แต่ ก่อน {i19:8} มี คา ล ช่วย ดา วิด หนี จาก ซา อู ล {19:8} สงคราม เกิด ขึ้น อีก ดา วิด ก็ ออก ไป ต่อสู้ กับ พวก ฟีลิสเตีย และ ฆ่า ฟัน พวก เขา จำนวน มาก พวก เขา จึง หนี ไป เสีย จาก ดา วิด {19:9} ต่อ มา วิญญาณ ชั่ว จาก พระ ยาห์เวห์ ก็ มา เหนือ ซา อู ล เมื่อ พระองค์ ประทับ ใน นิเวศ ของ พระองค์ ทรง มี หอก ใน พระ หัตถ์ และ ดา วิด กำลัง ดีด พิณ ถวาย {19:10} และ ซา อู ล ทรง พยายาม พุ่ง หอก หมาย ปัก ดา วิด ให้ ติด ฝา ผนัง แต่ เขา ก็ หลบ หนี ซา อู ล ไป ซา อู ล จึง ทรง พุ่ง หอก ติด ผนัง และ ดา วิด ก็ หลบ หนี รอด ไป ได้ ใน คืน นั้น {19:11} ซา อู ล ทรง ใช้ พวก ผู้ สื่อสาร ไป ที่ บ้าน ของ ดา วิด เพื่อ เฝ้า ดู เขา และ เพื่อ จะ ฆ่า เขา เสีย ใน เวลา เช้า แต่ มี คา ล ภรรยา ของ ดา วิด บอก ให้ ดา วิด รู้ ว่า“ ถ้า คืน นี้ เธอ ไม่ หนี เอา ตัว รอด พรุ่งนี้ เธอ จะ ถูก ฆ่า ตาย” {19:12} มี คา ล จึง หย่อน ดา วิด ลง ทาง หน้าต่าง และ เขา ก็ หนี รอด ไป {19:13} มี คา ล เอา รูป เคารพ มา วาง ไว้ บน เตียง นอน และ วาง หมอน ขน แพะ ไว้ ที่ ศีรษะ เอา ผ้าห่ม คลุม ไว้ {19:14} เมื่อ ซา อู ล ส่ง พวก ผู้ สื่อสาร ไป จับ ดา วิด มี คา ลตอบว่า“ เขา ไม่ สบาย” {19:15} แล้ว ซา อู ล ส่ง พวก ผู้ สื่อสาร นั้น ไป ดู ดา วิด บัญชา ว่า“ จง นำ เขา มา หา เรา ทั้ง เตียง เพื่อ เรา จะ ได้ ฆ่า เขา เสีย” {19:16} เมื่อ พวก ผู้ สื่อสาร เข้า มา นี่แน่ะ รูป เคารพ ก็ อยู่ ใน เตียง พร้อม กับ หมอน ขน แพะ อยู่ ที่ ศีรษะ {19:17} ซา อู ล รับสั่ง ถาม มี คา ลว่า“ ทำไม เจ้า จึง หลอกลวง ข้า อย่าง นี้ และ ปล่อย ศัตรู ของ ข้า ไป เสีย เขา จึง หนี ไป?” และ มี คา ล ทูล ตอบ ซา อู ลว่า“ เขา พูด กับ หม่อมฉัน ว่า‘ ปล่อย ฉัน ไป จะ ให้ ฉัน ฆ่า เธอ ทำไม เล่า?’” {19:18} ดา วิด ก็ หนี รอด ไป เขา มา หา ซา มูเอล ที่ เมือง รา มาห์ และ เล่า ทุก สิ่ง ที่ ซา อู ล ได้ ทรง ทำ ต่อ เขา ให้ ซา มูเอล ฟัง เขา และ ซา มูเอล ก็ ไป อยู่ ที่ นา โย ท {19:19} มี คน ไป ทูล ซา อู ลว่า“ ดู เถิด ดา วิด อยู่ ที่ นา โย ท ใน เมือง รา มาห์” {19:20} ซา อู ล ก็ ทรง ส่ง พวก ผู้ สื่อสาร ไป จับ ดา วิด และ เมื่อ เขา เห็น หมู่ ผู้ เผย พระ วจนะ กำลัง เผย พระ วจนะ อยู่ และ ซา มูเอล ยืน เป็น หัวหน้า พวก เขา พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า ก็ สวม ทับ พวก ผู้ สื่อสาร ของ ซา อู ล และ พวก เขา ก็ เผย พระ วจนะ ด้วย {19:21} เมื่อ มี คน ไป ทูล ซา อู ลพ ระ องค์ ก็ ทรง ส่ง พวก ผู้ สื่อสาร อื่น ไป และ คน เหล่า นั้น ก็ เผย พระ วจนะ ด้วย ซา อู ล ทรง ส่ง พวก ผู้ สื่อสาร ไป อีก ครั้ง ที่ สาม พวก เขา ก็ เผย พระ วจนะ ด้วย {19:22} ซา อู ล ก็ เสด็จ ไป ที่ รา มาห์ เอง มา ถึง บ่อ น้ำ ใหญ่ ที่ ใน เมือง เส คู และ รับสั่ง ถาม ว่า“ ซา มูเอล กับ ดา วิด อยู่ ที่ไหน?” มี คน ทูล ว่า“ ดู เถิด พวก เขา ทั้ง สอง อยู่ ที่ นา โย ท ใน เมือง รา มาห์” {19:23} พระองค์ จึง เสด็จ ไป ที่ นั่น ยัง นา โย ท ใน เมือง รา มาห์ และ พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า เสด็จ มา เหนือ พระองค์ ด้วย ทรง ดำเนิน เรื่อย ไป และ ทรง เผย พระ วจนะ จน เสด็จ ถึง นา โย ท ที่ เมือง รา มาห์ {19:24} พระองค์ ทรง ถอด ฉลอง พระองค์ ออก และ ก็ ทรง เผย พระ วจนะ ด้วย ต่อ หน้า ซา มูเอล และ บรรทม เปลือย กาย อยู่ ตลอด วัน นั้น และ ตลอด คืน นั้น ดังนั้น พวก เขา จึง พูด กัน ว่า“ ซา อู ล อยู่ ใน จำพวก ผู้ เผย พระ วจนะ ด้วย หรือ?” {i20:1} มิตรภาพ ระหว่าง ดา วิด และ โย นา ธาน {20:1} ดา วิด ก็ หนี จาก นา โย ท ใน เมือง รา มาห์ และ มา ทูล ต่อ หน้า โย นา ธานว่า“ ข้าพเจ้า ได้ ทำ สิ่ง ใด? อะไร เป็น ความ ผิด ของ ข้าพเจ้า? และ ข้าพเจ้า ได้ ทำบาป อะไร ต่อ เสด็จ พ่อ ของ ท่าน พระองค์ จึง ทรง ต้องการ เอา ชีวิต ของ ข้าพเจ้า?” {20:2} โย นา ธาน ตรัส ตอบ เขา ว่า“ ไม่ ใช่ อย่าง นั้น แน่ ท่าน จะ ไม่ ตาย นี่แน่ะ เสด็จ พ่อ ไม่ ได้ ทรง ทำ เรื่อง ใหญ่ หรือ เรื่อง เล็ก โดย ไม่ ให้ ฉัน รู้ ทำไม เสด็จ พ่อ จะ ปิดบัง เรื่อง นี้ จาก ฉัน เล่า? ไม่ เป็น ดังนั้น แน่” {20:3} แต่ ดา วิด สาบาน ว่า“ เสด็จ พ่อ ของ ท่าน ทรง ทราบ แน่ ว่า ข้าพเจ้า เป็น ที่ โปรดปราน ของ ท่าน และ พระองค์ คง ดำริ ว่า‘ อย่า ให้ โย นา ธาน รู้เรื่อง นี้ เลย เกรง ว่า เขา จะ เศร้าใจ’ แต่ ที่ จริง ก็ คือ พระ ยาห์เวห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด และ ท่าน มี ชีวิต แน่ ฉัน ใด ระหว่าง ข้าพเจ้า กับ ความ ตาย ก็ ยัง เหลือ อีก เพียง ก้าว เดียว” {20:4} โย นา ธาน จึง ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ ใจ ท่าน ว่า อย่างไร ฉัน จะ ทำ ตาม เพื่อ ท่าน” {20:5} ดา วิด จึง กล่าว กับ โย นา ธานว่า“ ดู เถิด พรุ่งนี้ เป็น วัน ขึ้น ค่ำ ข้าพเจ้า เอง จะ ต้อง นั่ง รับประทาน กับ พระ ราชา แต่ ขอ ทรง ปล่อย ให้ ข้าพเจ้า ไป ซ่อน ตัว อยู่ ที่ ใน ทุ่ง นา จน ถึง เย็น วัน ที่ สาม {20:6} ถ้า เสด็จ พ่อ ของ ท่าน ทรง สังเกต จริงๆ ว่า ข้าพเจ้า ขาด ไป ก็ ขอ ทูล พระองค์ ว่า‘ ดา วิด วิงวอน ขอ ลา ข้า พระ บาท รีบ กลับ ไป เบธเลเฮม เมือง ของ เขา เพราะ ทุก คน ใน ตระกูล ทำ การ ถวาย สัต ว บูชา ประจำ ปี ที่ นั่น’ {20:7} ถ้า พระองค์ รับสั่ง ว่า‘ ดี แล้ว’ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ก็ จะ ปลอดภัย แต่ ถ้า พระองค์ กริ้ว จริงๆ ก็ ทรง ทราบ ได้ ว่า พระองค์ ทรง ดำริ การ ร้าย {20:8} ขอ ท่าน แสดง ความ รัก มั่นคง แก่ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ตาม ที่ ท่าน ได้ นำ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน เข้า มา ใน พัน ธ สัญญา แห่ง พระ ยาห์เวห์ กับ ท่าน แต่ ถ้า ข้าพเจ้า มี ความ ผิด ท่าน จง ฆ่า ข้าพเจ้า ทำไม จะ นำ ข้าพเจ้า ไป ให้ เสด็จ พ่อ ของ ท่าน” {20:9} โย นา ธาน จึง ตรัส ว่า“ อย่า เป็น อย่าง นั้น สำหรับ ท่าน เลย เพราะ ถ้า ฉันท ราบ จริงๆ ว่า เสด็จ พ่อ ทรง ดำริ การ ร้าย ที่ จะ มา ถึง ท่าน ฉัน จะ ไม่ ไป บอก ท่าน หรือ?” {20:10} แล้ว ดา วิด ก็ ทูล โย นา ธานว่า“ ใคร จะ บอก ข้าพเจ้า ถ้า เสด็จ พ่อ ของ ท่าน ตอบ ท่าน อย่าง ดุดัน?” {20:11} และ โย นา ธาน ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ มา เถิด ให้ เรา ออก ไป ที่ ทุ่ง นา” ทั้ง สอง จึง ออก ไป ที่ ทุ่ง นา {20:12} และ โย นา ธาน ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ ขอ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ทรง เป็น พยาน เมื่อ ฉัน หยั่ง ดู เสด็จ พ่อ ของ ฉัน ใน วัน พรุ่งนี้ ประมาณ เวลา นี้ หรือ ใน วัน ที่ สาม ดู เถิด ถ้า มี อะไร ดี ต่อ ดา วิด แล้ว ฉัน จะ ไม่ ใช้ คน ไป แจ้ง ท่าน ที เดียว หรือ? {20:13} แต่ ถ้า เสด็จ พ่อ พอ พระทัย ที่ จะ ทำร้าย ท่าน ถ้า ฉัน ไม่ แจ้ง ให้ ท่าน ทราบ และ ไม่ ส่ง ท่าน ให้ ไป อย่าง ปลอดภัย แล้ว ก็ ขอ พระ ยาห์เวห์ ทรง ลงโทษ แก่ โย นา ธาน และ ทรง เพิ่ม โทษ นั้น ขอ พระ ยาห์เวห์ สถิต กับ ท่าน อย่าง ที่ พระองค์ สถิต กับ เสด็จ พ่อ ของ ฉัน {20:14} ถ้า ฉัน ยัง มี ชีวิต อยู่ ต่อ ไป ขอ ท่าน สำแดง ความ รัก มั่นคง แห่ง พระ ยาห์เวห์ ต่อ ฉัน แต่ ถ้า ฉัน ตาย {20:15} ขอ อย่า ตัด ความ รัก มั่นคง ของ ท่าน ที่ มี ต่อ พงศ์พันธุ์ ของ ฉัน นิรันดร และ อย่า หยุด แม้ เมื่อ พระ ยาห์เวห์ ทรง กำจัด ศัตรู ทั้งสิ้น ของ ดา วิด จาก พื้น พิภพ แล้ว” {20:16} โย นา ธาน จึง ทำ พัน ธ สัญญา กับ พงศ์พันธุ์ ของ ดา วิด ว่า“ ขอ พระ ยาห์เวห์ ทรง แก้ แค้น พวก ศัตรู ของ ดา วิด” {20:17} และ โย นา ธาน ทรง ให้ ดา วิด ปฏิญาณ อีก ครั้ง หนึ่ง โดย ความ รัก ของ ท่าน ที่ มี ต่อ เขา เพราะ ท่าน ทรง รัก เขา อย่าง กับ รัก ชีวิต ของ ท่าน เอง {20:18} แล้ว โย นา ธาน ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ พรุ่งนี้ เป็น วัน ขึ้น ค่ำ และ เขา จะ เห็น ว่า ท่าน ขาด ไป เพราะ ที่นั่ง ของ ท่าน จะ ว่าง อยู่ {20:19} เมื่อ ท่าน อยู่ สาม วัน แล้ว วัน มะรืน นี้ ให้ ท่าน ลง ไป โดย เร็ว ไป ที่ ที่ ท่าน เคย ซ่อน ตัว ใน วัน ที่ เกิด เรื่อง นี้ ขึ้น และ คอย อยู่ ข้าง ศิลา เอ เซ ล {20:20} ฉัน จะ ยิง ลูก ธนู สาม ลูก ไป ข้างๆ ที่ นั่น เหมือน กับ ว่า ฉัน ยิงเป้า {20:21} และ นี่แน่ะ ฉัน จะ ใช้ เด็ก หนุ่ม ไป สั่ง ว่า‘ จง ไป หา พวก ลูก ธนู’ ถ้า ฉัน พูด กับ เด็ก หนุ่ม นั้น จริงๆ ว่า‘ นี่แน่ะ พวก ลูก ธนู นั้น อยู่ ทาง ข้าง นี้ ของ เจ้า ไป เอา มา’ แล้ว ท่าน จง มา เพราะ พระ ยาห์เวห์ ทรง พระ ชนม์ แน่ ฉัน ใด ท่าน ก็ ปลอดภัย แล้ว ไม่ มี อันตราย อะไร {20:22} แต่ ถ้า ฉัน พูด กับ เด็ก หนุ่ม นั้น ว่า‘ นี่แน่ะ พวก ลูก ธนู อยู่ ข้าง หน้า เจ้า โน้น’ ท่าน จง ไป เพราะ ว่า พระ ยาห์เวห์ ทรง ส่ง ท่าน ไป {20:23} ส่วน เรื่อง ที่ เรา พูด กัน คือ ทั้ง ท่าน กับ ฉัน นั้น ดู เถิด พระ ยาห์เวห์ ทรง เป็น พยาน ระหว่าง ท่าน และ ฉัน นิรันดร” {20:24} ดา วิด จึง ซ่อน ตัว อยู่ ใน ทุ่ง นา และ เมื่อ ถึง วัน ขึ้น ค่ำ พระ ราชา ก็ ประทับ เสวย อาหาร {20:25} พระ ราชา ประทับ บน พระ ที่นั่ง ของ พระองค์ อย่าง ที่ เคย ทำ คือ ประทับ ที่ พระ ที่นั่ง ข้าง ฝา ผนัง โย นา ธาน ทรง ยืน อยู่ และ อับ เนอร์ นั่ง ข้าง ซา อู ล แต่ ที่ ของ ดา วิด ว่าง อยู่ {20:26} ใน วัน นั้น ซา อู ล ไม่ ได้ ตรัส อะไร เพราะ ทรง ดำริ ว่า“ ดา วิด คง มี เหตุ บาง อย่าง เขา มี มลทิน เขา มี มลทิน แน่” {20:27} แต่ รุ่งขึ้น จาก วัน ขึ้น ค่ำ คือ วัน ที่ สอง ที่ ของ ดา วิด ก็ ว่าง อยู่ และ ซา อู ล ก็ ตรัส กับ โย นา ธาน ราชบุตร ของ พระองค์ ว่า“ ทำไม บุตร เจ ส ซี ไม่ ได้ มา รับประทาน อาหาร ทั้ง วาน นี้ และ วัน นี้” {20:28} โย นา ธาน ทูล ตอบ ซา อู ลว่า“ ดา วิด วิงวอน ขอ ลา ข้า พระ บาท ไป ยัง บ้าน เบธเลเฮม {20:29} เขา ว่า‘ ขอ ปล่อย ข้าพเจ้า ไป เพราะ ตระกูล ของ ข้าพเจ้า มี การ ถวาย สัต ว บูชา ใน เมือง และ พี่ ชาย ของ ข้าพเจ้า สั่ง ข้าพเจ้า ให้ ไป ดังนั้น ถ้า ข้าพเจ้า ได้ รับ ความ โปรดปราน จาก ท่าน ก็ ขอ ให้ ข้าพเจ้า ลา ไป เยี่ยม พวก พี่ ชาย ของ ข้าพเจ้า’ ด้วย เหตุ นี้ เขา จึง ไม่ ได้ มา ที่ โต๊ะ ของ พระ ราชา” {20:30} แล้ว ความ กริ้ว ของ ซา อู ล ก็ พลุ่ง ขึ้น ต่อ โย นา ธานตรัสว่า“ เจ้า ลูก ของ หญิง กบฏ และ วิปลาส ข้า ไม่ รู้ หรือ ว่า เจ้า เลือก บุตร เจ ส ซี มา เป็น ความ อับอาย แก่ เจ้า และ แก่ แม่ ผู้ ให้ กำเนิด เจ้า? {20:31} ตราบ ใด ที่ บุตร เจ ส ซี มี ชีวิต อยู่ ใน โลก ตัว เจ้า หรือ ราช อาณาจักร ของ เจ้า ก็ จะ ตั้ง มั่น ไม่ ได้ เพราะ ฉะนั้น จง ใช้ คน ไป จับ เขา มา ให้ ข้า เพราะ เขา จะ ต้อง ตาย แน่” {20:32} โย นา ธาน จึง ทูล ตอบ พระ ราช บิดา ของ ท่าน ว่า“ ทำไม เขา จะ ต้อง ถูก ฆ่า? เขา ทำ อะไร บ้าง?” {20:33} แต่ ซา อู ล ทรง พุ่ง หอก ใส่ ท่าน เพื่อ จะ ฆ่า ท่าน ดังนั้น โย นา ธาน จึง ทราบ ว่า พระ ราช บิดา ของ ท่าน ทรง ตั้ง พระทัย ฆ่า ดา วิด {20:34} โย นา ธาน จึง ทรง ลุก ขึ้น จาก โต๊ะ ด้วย ความ โกรธ ยิ่งนัก ไม่ ได้ เสวย อาหาร ใน วัน ที่ สอง ของ เดือน นั้น เพราะ เศร้าใจ ด้วย เรื่อง ดา วิด เพราะ ว่า พระ ราช บิดา ของ ท่าน ทรง เหยียดหยาม ดา วิด {20:35} พอ รุ่งเช้า โย นา ธาน ก็ ทรง ออก ไป ที่ ทุ่ง นา ตาม ที่ นัดหมาย ไว้ กับ ดา วิด มี เด็ก ไป ด้วย คน หนึ่ง {20:36} และ ทรง รับสั่ง เด็ก นั้น ว่า“ จง วิ่ง ไป หา พวก ลูก ธนู ที่ ฉัน ยิง ไป” เมื่อ เด็ก นั้น วิ่ง ไป โย นา ธาน ก็ ทรง ยิง ธนู ลูก หนึ่ง ไป ข้าง หน้า เด็ก นั้น {20:37} และ เมื่อ เด็ก นั้น มา ถึง ที่ ที่ ลูก ธนู ซึ่ง โย นา ธาน ทรง ยิง ไป นั้น โย นา ธาน ก็ ทรง ร้อง ไล่หลัง เด็ก นั้น ว่า“ ลูก ธนู อยู่ ข้าง หน้า โน้น ไม่ ใช่ หรือ?” {20:38} และ โย นา ธาน ทรง ร้อง ไล่หลัง เด็ก นั้น ว่า“ จง รีบ ไป โดย เร็ว อย่า หยุด อยู่” เด็ก ของ โย นา ธาน ก็ ไป เก็บ ลูก ธนู และ กลับ มา หา นาย ของ เขา {20:39} แต่ เด็ก นั้น ไม่ รู้เรื่อง โย นา ธาน และ ดา วิด เท่านั้น ที่ รู้ {20:40} และ โย นา ธาน ก็ ทรง มอบ เครื่อง อาวุธ ของ ท่าน ให้ เด็ก นั้น และ ตรัส เขา ว่า“ จง ไป จง เข้า ไป ใน เมือง” {20:41} เมื่อ เด็ก นั้น ไป แล้ว ดา วิด ก็ ลุก ขึ้น มา จาก ทาง ด้าน ข้าง ของ กอง หิน ซบ หน้า ลง ถึง ดิน แล้ว ย่อ ตัว ลง สาม ครั้ง และ ทั้ง สอง ก็ จูบ กัน และ ร้องไห้ กัน แต่ ดา วิด ร้องไห้ มาก กว่า {20:42} โย นา ธาน จึง ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ จง ไป โดย สวัสดิภาพ เถิด เพราะ เรา ทั้ง สอง ได้ ปฏิญาณ ไว้ แล้ว ใน พระ นาม แห่ง พระ ยาห์เวห์ว่า‘ พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง เป็น พยาน ระหว่าง ฉัน กับ ท่าน และ ระหว่าง พงศ์พันธุ์ ของ ฉัน กับ พงศ์พันธุ์ ของ ท่าน สืบ ไป เป็น นิตย์’” ดา วิด ก็ ลุก ขึ้น จาก ไป และ โย นา ธาน ก็ ทรง เข้า ไป ใน เมือง {i21:1} ดา วิด กับ ขนม ปัง บริสุทธิ์ {21:1} แล้ว ดา วิด ก็ มา ที่ เมือง โน บ ไป หา อา หิเมเลค ปุโรหิต และ อา หิเมเลค ตัว สั่น มา หา ดา วิด พูด กับ ท่าน ว่า“ ทำไม ท่าน จึง มา คน เดียว และ ไม่ มี ใคร มา กับ ท่าน” {21:2} ดา วิด จึง พูด กับ อา หิเมเลค ปุโรหิต ว่า“ พระ ราชา ทรง บัญชา ข้าพเจ้า ให้ ทำ เรื่อง หนึ่ง ทรง รับสั่ง แก่ ข้าพเจ้า ว่า‘ อย่า ให้ ใคร รู้ อะไร ถึง เรื่อง ที่ เรา ใช้ เจ้า ไป ทำ นั้น และ ด้วย เรื่อง ซึ่ง เรา ได้ บัญชา เจ้า นั้น’ ข้าพเจ้า ได้ นัดหมาย ไว้ กับ พวก คน หนุ่ม ณ ที่ แห่ง หนึ่ง {21:3} เวลา นี้ ท่าน มี อะไร อยู่ บ้าง ให้ ขนม ปัง ข้าพเจ้า สัก ห้า ก้อน หรือ อะไร ที่ ท่าน หา ได้” {21:4} ปุโรหิต นั้น ตอบ ดา วิด ว่า“ ข้าพเจ้า ไม่ มี ขนม ปัง ธรรมดา เลย แต่ มี ขนม ปัง บริสุทธิ์ ขอ แต่ พวก คน หนุ่ม ได้ อยู่ ห่าง จาก ผู้หญิง มา ก็ แล้วกัน” {21:5} และ ดา วิด ตอบ ปุโรหิต ว่า“ ที่ จริง เมื่อ พวก เรา ออก ไป ปฏิบัติ งาน ผู้หญิง ก็ ถูก กัน ให้ ห่าง จาก พวก เรา เหมือน ครั้ง ก่อนๆ ที่ ข้าพเจ้า ออก ไป แม้ การ เดินทาง ธรรมดา กาย ของ พวก คน หนุ่ม ก็ บริสุทธิ์ อยู่ แล้ว ยิ่ง วัน นี้ กาย ของ พวก เขา ก็ ยิ่ง บริสุทธิ์ กว่า” {21:6} ดังนั้น ปุโรหิต จึง มอบ ขนม ปัง บริสุทธิ์ ให้ แก่ ดา วิด เพราะ ที่ นั่น ไม่ มี ขนม ปัง อื่น นอกจาก ขนม ปัง เฉพาะ พระ พักตร์ ซึ่ง เก็บ มา จาก เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ เพื่อ วาง ขนม ปัง ใหม่ ใน วัน ที่ เก็บ เอา ขนม ปัง เก่า นั้น ออก ไป {21:7} ใน วัน นั้น มี ชาย ที่ เป็น ผู้ รับใช้ คน หนึ่ง ของ ซา อู ล อยู่ ที่ นั่น ถูก จำกัด ให้ เฝ้า พระ ยาห์เวห์ อยู่ เขา ชื่อ โด เอก คน เอ โดม เป็น หัวหน้า คน เลี้ยง สัตว์ ของ ซา อู ล {21:8} และ ดา วิด พูด กับ อา หิเมเลคว่า“ ที่ นี่ ท่าน ไม่ มี หอก หรือ ดาบ ติด มือ อยู่ สัก เล่ม หนึ่ง หรือ? ด้วย ข้าพเจ้า ไม่ ได้ นำ ดาบ หรือ เครื่อง อาวุธ ติด มา เลย เพราะ ราชการ ของ พระ ราชา เป็น เรื่อง ด่วน” {21:9} ปุโรหิต นั้น จึง กล่าว ว่า“ ดาบ ของ โก ลิ อัทคนฟีลิสเตีย ซึ่ง ท่าน ฆ่า ที่ หุบเขา เอ ลาห์ นั้น ดู สิ ยัง ถูก ผ้า ห่อ อยู่ ที่ ข้าง หลัง เอ โฟด ถ้า ท่าน จะ เอา ดาบ นั้น จง เอา ไป เถิด นอกจาก เล่ม นี้ แล้ว ก็ ไม่ มี ดาบ อื่น อีก” และ ดา วิด พูด ว่า“ ไม่ มี ดาบ อื่น เหมือน ดาบ เล่ม นั้น แล้ว เอา ให้ ข้าพเจ้า เถิด” {i21:10} ดา วิด หนี ไป เมือง กัท {21:10} และ ดา วิด ก็ ลุก ขึ้น ใน วัน นั้น หนี จาก ซา อู ล ไป หา อา คีชกษัตริย์เมืองกัท {21:11} และ พวก มหาดเล็ก ของ อา คีชทูลว่า“ ดา วิด คน นี้ ไม่ ใช่ หรือ ที่ เป็น กษัตริย์ ของ แผ่นดิน นั้น? พวก เขา ไม่ ได้ ร้อง เพลง และ เต้นรำ หรือ ว่า‘ ซา อู ล ฆ่า คน เป็น พันๆ และ ดา วิด ฆ่า คน เป็น หมื่นๆ’?” {21:12} และ ดา วิด ก็ เก็บ ถ้อยคำ เหล่า นี้ ไว้ ใน ใจ และ กลัว อา คีชกษัตริย์เมืองกัทยิ่งนัก {21:13} ท่าน จึง เปลี่ยน อากัปกิริยา ต่อ หน้า พวก เขา และ ทำ ตน เป็น คน บ้า เมื่อ อยู่ ใน อำนาจ ของ พวก เขา เที่ยว กา ไว้ ที่ ประตู รั้ว และ ปล่อย ให้ น้ำลาย ไหล ลง เปรอะ เครา {21:14} อา คีช จึง รับสั่ง กับ พวก มหาดเล็ก ของ พระองค์ ว่า“ นี่แน่ะ พวก เจ้า เห็น ว่า คน นั้น บ้า แล้ว พวก เจ้า พา เขา มา หา เรา ทำไม? {21:15} เรา ขาด คน บ้า หรือ? เจ้า จึง พา คน นี้ มา ทำ บ้า ต่อ หน้า ข้า คน อย่าง นี้ ควร เข้า มา ใน วัง ของ ข้า หรือ?” {i22:1} ดา วิด กับ ผู้ ติดตาม ที่ อดุล ลัม {22:1} ดา วิด ก็ ไป จาก ที่ นั่น หนี ไป อยู่ ที่ ถ้ำ อดุล ลัม เมื่อ พวก พี่ ชาย ของ ท่าน และ พงศ์พันธุ์ ของ บิดา ท่าน ทั้งสิ้น ได้ยิน เรื่อง พวก เขา ก็ ลง ไป หา ท่าน ที่ นั่น {22:2} นอก นั้น ทุก คน ที่ มี ความ ทุกข์ ยาก และ ทุก คน ที่ มี หนี้สิน และ ทุก คน ที่ ไม่ พอใจ ก็ รวม กัน มา หา ท่าน และ ท่าน ก็ เป็น หัวหน้า ของ พวก เขา มี คน มา อยู่ กับ ท่าน ประมาณ 400 คน {22:3} ดา วิด ก็ ออก จาก ที่ นั่น ไป ยัง เมือง มิส ปาห์ ใน โม อับ และ ท่าน ทูล พระ ราชา แห่ง โม อับ ว่า“ ขอ โปรด ให้ บิดา มารดา ของ ข้าพเจ้า ออก มา อยู่ กับ พวก พระองค์ เถิด จน กว่า ข้าพเจ้า จะ ทราบ ว่า พระเจ้า จะ ทรง กระทำ ประการ ใด เพื่อ ข้าพเจ้า” {22:4} และ ท่าน ก็ นำ บิดา มารดา มา ฝาก ไว้ กับ พระ ราชา แห่ง โม อับ และ พวก ท่าน ก็ อาศัย อยู่ กับ พระ ราชา ตลอด เวลา ที่ ดา วิด อยู่ ใน ที่ กำบัง เข้มแข็ง {22:5} แล้ว ผู้ เผย พระ วจนะ กาด พูด กับ ดา วิด ว่า“ ท่าน อย่า อยู่ ใน ที่ กำบัง เข้มแข็ง นี้ เลย จง เข้า ไป ใน แผ่นดิน ยูดาห์ เถิด” ดา วิด ก็ ไป และ มา อยู่ ใน ป่า เฮ เร ท {i22:6} ซา อู ล ทรง ประหาร ปุโรหิต เมือง โน บ {22:6} ซา อู ล ทรง ทราบ ว่า มี ผู้ พบ ดา วิด และ พวก ที่ อยู่ กับ ท่าน เวลา นั้น ซา อู ล ประทับ ที่ เมือง กิเบอาห์ ใต้ ต้น สน หมอก ณ ที่ เนิน สูง ทรง ถือ หอก อยู่ และ พวก มหาดเล็ก ของ พระองค์ ก็ ยืน อยู่ รอบ พระองค์ {22:7} และ ซา อู ล ตรัส กับ พวก มหาดเล็ก ที่ ยืน อยู่ รอบ พระองค์ ว่า“ พวก เจ้า พงศ์พันธุ์ เบน ยา มิ น จง ฟัง เถิด บุตร ของ เจ ส ซี จะ ให้ นา และ สวน องุ่น แก่ พวก เจ้า ทั้งหลาย หรือ? จะ ตั้ง พวก เจ้า ให้ เป็น ผู้ บังคับการ กองพัน กองร้อย หรือ? {22:8} พวก เจ้า ทั้งหมด คิด กบฏ ต่อ เรา ไม่ มี ใคร แจ้ง แก่ เรา เลย เมื่อ ลูก ของ เรา ทำ พัน ธ สัญญา กับ บุตร ของ เจ ส ซี นั้น ไม่ มี ใคร ใน พวก เจ้า ร่วม ทุกข์ กับ เรา หรือ แจ้ง แก่ เรา ว่า ลูก ของ เรา ปลุกปั่น ผู้ รับใช้ ของ เรา ให้ ต่อสู้ เรา คอย ซุ่ม ดัก เรา อยู่ อย่าง ทุก วัน นี้” {22:9} โด เอก คน เอ โดม หัวหน้า พวก มหาดเล็ก ของ ซา อู ล จึง ทูล ตอบ ว่า“ ข้า พระ บาท เห็น บุตร เจ ส ซี มา ที่ เมือง โน บ มา หา อา หิเมเลคบุตรอาหิทูบ {22:10} แล้ว เขา ก็ ทูล ถาม พระ ยาห์เวห์ ให้ ท่าน และ ให้ เสบียง อาหาร และ ให้ ดาบ ของ โก ลิ อัทคนฟีลิสเตีย แก่ ท่าน ไป” {22:11} แล้ว พระ ราชา ก็ ใช้ ให้ ไป เรียก อา หิเมเลค ปุโรหิต บุตร อา หิ ทูบ และ พงศ์พันธุ์ บิดา ของ ท่าน ทั้งสิ้น ที่ เป็น พวก ปุโรหิต ที่ อยู่ เมือง โน บ ทุก คน ก็ มา หา พระ ราชา {22:12} และ ซา อู ลตรัสว่า“ บุตร อา หิ ทูบ เอ๋ย จง ฟัง เถิด” เขา ทูล ตอบ ว่า“ เจ้านาย ของ ข้า พระ บาท ข้า พระ บาท อยู่ ที่ นี่” {22:13} และ ซา อู ล ตรัส แก่ เขา ว่า“ ทำไม พวก เจ้า จึง ร่วม กัน กบฏ ต่อ เรา ทั้ง เจ้า และ บุตร ของ เจ ส ซี ใน การ ที่ เจ้า ให้ ขนม ปัง และ ดาบ แก่ เขา และ ทูล ถาม พระเจ้า ให้ เขา? เขา จึง ลุก ขึ้น ต่อสู้ เรา และ คอย ซุ่ม ดัก เรา อยู่ อย่าง ทุก วัน นี้” {22:14} และ อา หิเมเลค ทูล ตอบ พระ ราชา ว่า“ ใน บรรดา ข้าราชการ ของ ฝ่าพระบาท มี ใคร เล่า ที่ จะ ซื่อสัตย์ อย่าง ดา วิด ราชบุตร เขย ของ พระ ราชา ผู้บังคับบัญชา ทหาร ราชองครักษ์ และ เป็น ผู้ มี เกียรติ ใน พระ ราช สำนัก ของ ฝ่าพระบาท? {22:15} วัน นั้น ข้า พระ บาท ทูล ขอ พระเจ้า ครั้ง แรก เพื่อ เขา จริง หรือ? ไม่ เป็น เช่น นั้น แน่ ขอ พระ ราชา อย่า ทรง กล่าวโทษ สิ่ง ใด ต่อ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ หรือ พงศ์พันธุ์ ทั้งสิ้น ของ บิดา ของ ข้า พระ บาท เพราะ ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ไม่ ทราบ เรื่อง ทั้งหมด นี้ เลย ไม่ ว่า มาก หรือ น้อย” {22:16} พระ ราชา ตรัส ว่า“ อา หิเมเลค เจ้า จะ ต้อง ตาย แน่ ทั้ง เจ้า และ พงศ์พันธุ์ ทั้งสิ้น ของ บิดา เจ้า ด้วย” {22:17} และ พระ ราชา ก็ รับสั่ง แก่ ราชองครักษ์ ผู้ ยืน เฝ้า อยู่ ว่า“ จง หัน มา ฆ่า พวก ปุโรหิต ของ พระ ยาห์เวห์ เสีย เพราะ ว่า มือ ของ พวก เขา อยู่ กับ ดา วิด และ เพราะ พวก เขา รู้ แล้ว ว่า มัน หนี ไป แต่ ไม่ แจ้ง ให้ เรา รู้” แต่ พวก ข้าราชการ ของ พระ ราชา ไม่ ยอม ลงมือ ฆ่า พวก ปุโรหิต ของ พระ ยาห์เวห์ {22:18} แล้ว พระ ราชา จึง ตรัส กับ โด เอก ว่า“ เจ้า จง หัน ไป ฆ่า ปุโรหิต เหล่า นั้น” โด เอก คน เอ โดม ก็ หัน ไป ฟัน บรรดา ปุโรหิต ใน วัน นั้น เขา ฆ่า ชาย ที่ สวม เอ โฟด ผ้าป่าน เสีย 85 คน {22:19} และ เขา ประหาร ชาว เมือง โน บ ซึ่ง เป็น เมือง ของ ปุโรหิต เสีย ด้วย คม ดาบ ฆ่า ทั้ง ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก และ เด็ก กิน นม โค ลา และ แกะ ด้วย คม ดาบ {22:20} แต่ บุตร ชาย คน หนึ่ง ของ อา หิเมเลคบุตรอาหิ ทูบ ชื่อ อา บี ยา ธาร์ รอด พ้น และ หนี ตาม ดา วิด ไป {22:21} อา บี ยา ธาร์ ก็ บอก ดา วิด ว่า ซา อู ล ประหาร พวก ปุโรหิต ของ พระ ยาห์เวห์ {22:22} ดา วิด จึง พูด กับ อา บี ยา ธาร์ว่า“ ใน วัน นั้น เมื่อ โด เอก คน เอ โดม อยู่ ที่ นั่น เรา รู้ แล้ว ว่า เขา จะ ทูล ซา อู ล แน่ เรา เอง เป็น เหตุ แห่ง ความ ตาย ของ ทุก คน ใน พงศ์พันธุ์ บิดา ท่าน {22:23} จง อยู่ กับ เรา เถิด อย่า กลัว เลย เพราะ ผู้ ที่ แสวง หา ชีวิต ของ เรา ก็ แสวง หา ชีวิต ของ ท่าน ด้วย แต่ ท่าน จะ ปลอดภัย เมื่อ อยู่ กับ เรา” {i23:1} ดา วิด ช่วย กู้ เมือง เค อี ลาห์ {23:1} พวก เขา บอก ดา วิด ว่า“ ดู สิ พวก ฟีลิสเตีย กำลัง รบ เมือง เค อี ลาห์ อยู่ และ ปล้น เอา ข้าว ที่ ลาน” {23:2} ดา วิด จึง ทูล ถาม พระ ยาห์เวห์ว่า“ ควร ที่ ข้า พระองค์ จะ ไป ต่อสู้ กับ คน ฟีลิสเตีย เหล่า นี้ หรือ ไม่?” และ พระ ยาห์เวห์ ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ จง ไป ต่อสู้ พวก ฟีลิสเตีย และ ช่วย กู้ เมือง เค อี ลาห์ไว้” {23:3} แต่ พวก ของ ดา วิด เรียน ท่าน ว่า“ ดู สิ พวก เรา อยู่ ใน ยูดาห์ นี่ ก็ ยัง กลัว อยู่ ถ้า พวก เรา ขึ้น ไป ยัง เค อี ลาห์ สู้ รบ กับ กองทัพ ของ ฟีลิสเตีย เรา จะ ยิ่ง กลัว มาก ขึ้น เท่าใด?” {23:4} แล้ว ดา วิด ก็ ทูล ถาม พระ ยาห์เวห์ อีก และ พระเจ้า ตรัส ตอบ ท่าน ว่า“ จง ลุก ขึ้น ลง ไป ยัง เค อี ลาห์ เถิด เพราะ เรา จะ มอบ พวก ฟีลิสเตีย ไว้ ใน มือ ของ เจ้า” {23:5} และ ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน ก็ ไป ยัง เค อี ลาห์ ต่อสู้ กับ พวก ฟีลิสเตีย นำ เอา ฝูง ปศุสัตว์ ของ พวก เขา ไป และ ทำให้ พวก เขา สูญเสีย มาก ดังนั้น ดา วิด ก็ ได้ ช่วย กู้ ชาว เมือง เค อี ลาห์ไว้ {23:6} เมื่อ อา บี ยา ธาร์ บุตร ของ อา หิเมเลค หนี ไป หา ดา วิด ที่ เมือง เค อี ลาห์ นั้น เขา ถือ เอ โฟด ลง มา ด้วย {23:7} มี คน ไป ทูล ซา อู ล ว่า ดา วิด มา ที่ เค อี ลาห์ แล้ว ซา อู ล จึง ตรัส ว่า“ พระเจ้า ทรง มอบ เขา ไว้ ใน มือ เรา แล้ว เพราะ เขา ขัง ตัวเอง เมื่อ เขา เข้า ไป ใน เมือง ที่ มี ประตู และ ดาล” {23:8} และ ซา อู ล ทรง ให้ เรียก ทหาร ทั้งปวง เข้า สงคราม ให้ ลง ไป ยัง เค อี ลาห์ เพื่อ ล้อม ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน ไว้ {23:9} ดา วิด ทราบ ว่า ซา อู ล ทรง วาง แผน ทำร้าย ท่าน ท่าน จึง พูด กับ อา บี ยา ธาร์ ปุโรหิต ว่า“ จง นำ เอ โฟด มา ที่ นี่ เถิด” {23:10} ดา วิด กราบ ทูล ว่า“ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ได้ยิน แน่ ว่า ซา อู ล ทรง หา ช่อง ทาง ที่ จะ มา ยัง เค อี ลาห์ เพื่อ ทำลาย เมือง นี้ เพราะ ข้า พระองค์ เป็น เหตุ {23:11} ประชาชน ชาว เค อี ลาห์ จะ มอบ ข้า พระองค์ ไว้ ใน มือ ท่าน หรือ? ซา อู ล จะ เสด็จ ลง มา ดัง ที่ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ได้ยิน นั้น หรือ? ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ขอ พระองค์ ทรง บอก ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เถิด” และ พระ ยาห์เวห์ตรัสว่า“ เขา จะ ลง มา” {23:12} แล้ว ดา วิด จึง กราบ ทูล ว่า“ ประชาชน ชาว เค อี ลาห์ จะ มอบ ข้า พระองค์ และ พวก ของ ข้า พระองค์ ไว้ ใน มือ ของ ซา อู ลหรือ?” และ พระ ยาห์เวห์ตรัสว่า“ พวก เขา จะ มอบ” {23:13} แล้ว ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน ซึ่ง มี ประมาณ 600 คน ก็ ลุก ขึ้น ไป จาก เค อี ลาห์ และ พวก เขา ก็ ไป ตาม ที่ๆ เขา จะ ไป ได้ เมื่อ มี คน ไป ทูล ซา อู ล ว่า ดา วิด หนี ไป จาก เค อี ลาห์ แล้ว ซา อู ล ก็ ทรง เลิก การ ติดตาม {23:14} และ ดา วิด ก็ อยู่ ตาม ที่ กำบัง เข้มแข็ง ใน ถิ่น ทุรกันดาร และ อยู่ ใน แดน เทือกเขา แห่ง ถิ่น ทุรกันดาร ศิฟ และ ซา อู ล ก็ ทรง แสวง หา ท่าน ทุก วัน แต่ พระเจ้า ไม่ ได้ ทรง มอบ ท่าน ไว้ ใน มือ ของ ซา อู ล {23:15} และ ดา วิด เห็น ว่า ซา อู ล เสด็จ ออก มา เพื่อ ฆ่า ท่าน ดา วิด อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร ศิฟ ที่ โฮ เร ช {23:16} และ โย นา ธาน ราชบุตร ของ ซา อู ล ลุก ขึ้น ไป หา ดา วิด ที่ โฮ เร ช และ ทำให้ ท่าน เข้มแข็ง ขึ้น ใน พระเจ้า {23:17} โย นา ธาน พูด กับ ท่าน ว่า“ อย่า กลัว เลย เพราะ ว่า มือ ของ ซา อู ล เสด็จ พ่อ ของ ฉัน จะ หา ท่าน ไม่ พบ ท่าน จะ ได้ เป็น พระ ราชา เหนือ อิสราเอล และ ฉัน จะ เป็น ที่ สอง รอง จาก ท่าน ซา อู ล เสด็จ พ่อ ของ ฉัน ก็ ทราบ เรื่อง นี้ ด้วย” {23:18} และ ทั้ง สอง ก็ ทำ พัน ธ สัญญา เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ ดา วิด ยัง ค้าง อยู่ ที่ โฮ เร ช และ โย นา ธาน ก็ กลับ ไป วัง {23:19} ชาว ศิฟ ขึ้น ไป หา ซา อู ลที่กิเบอาห์ทูลว่า“ ดา วิด ได้ ซ่อน ตัว อยู่ ท่ามกลาง พวก ข้า พระ บาท ใน ที่ กำบัง เข้มแข็ง ที่ โฮ เร ช บน เนิน เขา ฮา คีลาห์ ซึ่ง อยู่ ใต้ เย ชิ โม น ไม่ ใช่ หรือ? {23:20} ข้า แต่ พระ ราชา เมื่อใด ที่ ปรารถนา เสด็จ ลง ไป ขอ เสด็จ ลง ไป ส่วน พวก ข้า พระ บาท จะ มอบ เขา ไว้ ใน พระ หัตถ์ ของ พระ ราชา” {23:21} และ ซา อู ลตรัสว่า“ ขอ พระ ยาห์เวห์ ทรง อวยพร แก่ พวก ท่าน เพราะ พวก ท่าน ปรานี เรา {23:22} ขอ จง ไป หา ดู ให้ แน่นอน ยิ่ง ขึ้น เกี่ยว กับ ที่ๆ เขา อยู่ ใคร เห็น เขา ที่ นั่น บ้าง? เพราะ มี คน บอก ข้า ว่า เขา เจ้า เล่ห์ จริงๆ {23:23} จง ดู ให้ รู้ ที่ ซุ่ม ทั้งหมด ที่ เขา ซ่อน ตัว ที่ นั่น และ กลับ มา หา เรา ด้วย ข้อความ ที่ แน่นอน แล้ว เรา จะ ไป กับ พวก ท่าน ถ้า เขา อยู่ ใน เขต แดน นั้น เรา จะ ค้น หา เขา ใน ตระกูล ยูดาห์ ทั้งหมด” {23:24} พวก เขา ก็ ลุก ขึ้น ไป ยัง ศิฟ ก่อน ซา อู ลดา วิด กับ พวก ของ ท่าน อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร มา โอน ใน อา รา บาห์ ใต้ เย ชิ โม น {23:25} ซา อู ล กับ พวก ของ พระองค์ ก็ ค้น หา ท่าน มี คน บอก ดา วิด ท่าน จึง ลง ไป ยัง ศิลา และ อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร มา โอน เมื่อ ซา อู ล ทรง ทราบ ก็ ทรง ติดตาม ดา วิด ไป ใน ถิ่น ทุรกันดาร มา โอน {23:26} ซา อู ล เสด็จ ไป ฟาก ภูเขา ข้าง หนึ่ง ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน อยู่ ที่ ภูเขา อีก ฟาก หนึ่ง ดา วิด ก็ รีบ หนี ไป จาก ซา อู ล เพราะ ซา อู ล กับ พวก ของ พระองค์ ล้อม เข้า มา ใกล้ ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน เพื่อ จะ จับ {23:27} แต่ มี ผู้ สื่อสาร คน หนึ่ง มา ทูล ซา อู ลว่า“ ขอ รีบ เสด็จ กลับ เพราะ พวก ฟีลิสเตีย มา ปล้น แผ่นดิน” {23:28} ซา อู ล จึง เสด็จ กลับ จาก การ ไล่ ตาม ดา วิด ไป รบ กับ พวก ฟีลิสเตีย เขา จึง เรียก ที่ นั้น ว่า ศิลา พ้น ภัย {23:29} ดา วิด ก็ ขึ้น ไป จาก ที่ นั่น ไป อาศัย ใน ที่ กำบัง เข้มแข็ง แห่ง เอน เก ดี {i24:1} ดา วิด ไว้ พระ ชนม์ ซา อู ล {24:1} ต่อ มา เมื่อ ซา อู ล เสด็จ กลับ จาก การ ไล่ ตาม พวก ฟีลิสเตีย แล้ว มี คน มา ทูล ว่า“ ดู เถิด ดา วิด อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร เอน เก ดี” {24:2} แล้ว ซา อู ล ก็ ทรง นำ พล 3,000 คน ที่ คัดเลือก จาก คน อิสราเอล ทั้งหมด ไป ค้น หา ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน ที่ หิน เลียงผา {24:3} และ พระองค์ เสด็จ มา ที่ คอก แกะ ริม ทาง ที่ นั่น มี ถ้ำ แห่ง หนึ่ง และ ซา อู ล ก็ เสด็จ เข้า ไป ปลดทุกข์ ส่วน ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน นั่ง อยู่ ที่ ส่วน ลึก ที่สุด ของ ถ้ำ {24:4} พวก ของ ดา วิด ก็ เรียน ท่าน ว่า“ ดู เถิด วัน นี้ เป็น วัน ที่ พระ ยาห์เวห์ ตรัส กับ ท่าน ว่า‘ ดู เถิด เรา จะ มอบ ศัตรู ของ เจ้า ไว้ ใน มือ ของ เจ้า และ เจ้า จะ ทำ กับ เขา ตาม ที่ เจ้า เห็น ควร’” แล้ว ดา วิด ก็ ลุก ขึ้น ย่อง เข้า ไป ตัด ชาย ฉลอง พระองค์ ของ ซา อู ล {24:5} หลัง จาก นั้น ดา วิด สำนึก ผิด เพราะ ท่าน ตัด ชาย ฉลอง พระองค์ ของ ซา อู ล {24:6} ท่าน พูด กับ พวก ของ ท่าน ว่า“ ขอ พระ ยาห์เวห์ ทรง ห้าม ข้าพเจ้า ไม่ ให้ ทำ สิ่ง นี้ ต่อ เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า ผู้ ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง เจิม ไว้ คือ ที่ จะ เหยียด มือ ออก ต่อสู้ กับ พระองค์ เพราะ พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง เจิม ไว้” {24:7} ดา วิด ตำหนิ คน ของ ท่าน ด้วย ถ้อยคำ เหล่า นี้ และ ไม่ ยอม ให้ พวก เขา ทำร้าย ซา อู ล และ ซา อู ล ก็ ทรง ลุก ขึ้น ออก จาก ถ้ำ เสด็จ ไป ตาม ทาง ของ พระองค์ {24:8} จาก นั้น ดา วิด ก็ ลุก ขึ้น ด้วย และ ออก ไป จาก ถ้ำ ร้อง ทูล ซา อู ลว่า“ ข้า แต่ พระ ราชา เจ้านาย ของ ข้า พระ บาท” และ เมื่อ ซา อู ล ทรง เหลียว ดู ด้าน หลัง ดา วิด ก็ ย่อ ตัว ลง ซบ หน้า ถึง ดิน {24:9} และ ดา วิด ทูล ซา อู ลว่า“ ทำไม พระองค์ ทรง ฟัง ถ้อยคำ ของ คน ที่ กล่าว ว่า‘ ดู เถิด ดา วิด แสวง หา ที่ จะ ทำร้าย พระองค์?’ {24:10} ดู เถิด วัน นี้ พระ เนตร ของ ฝ่าพระบาท ประจักษ์ แล้ว ว่า พระ ยาห์เวห์ ทรง มอบ ฝ่าพระบาท ใน วัน นี้ ไว้ ใน มือ ของ ข้า พระ บาท ที่ ใน ถ้ำ และ บาง คน ขอ ให้ ข้า พระ บาท ประหาร ฝ่าพระบาท เสีย แต่ ข้า พระ บาท ก็ ได้ ไว้ พระ ชนม์ ของ ฝ่าพระบาท ข้า พระ บาท พูด ว่า‘ ข้าพเจ้า จะ ไม่ ยื่น มือ ออก ทำร้าย เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า เพราะ พระองค์ เป็น ผู้ ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง เจิม ไว้’ {24:11} ทอด พระ เนตร เถิด เสด็จ พ่อ ของ ข้า พระ บาท ขอ ทอด พระ เนตร ชาย ฉลอง พระองค์ ใน มือ ของ ข้า พระ บาท เพราะ ข้า พระ บาท ตัด ชาย ฉลอง พระองค์ ออก และ ไม่ ได้ ประหาร ฝ่าพระบาท เสีย ขอ ฝ่าพระบาท ทรง ทราบ และ ทอด พระ เนตร เถิด ว่า ใน มือ ของ ข้า พระ บาท ไม่ มี ความ ผิด หรือ การ กบฏ ข้า พระ บาท ไม่ ได้ ทำบาป ต่อ ฝ่าพระบาท แม้ ว่า ฝ่าพระบาท กำลัง ทรง ล่า ชีวิต ของ ข้า พระ บาท เพื่อ จะ ทำลาย เสีย {24:12} ขอ พระ ยาห์เวห์ ทรง พิพากษา ระหว่าง ข้า พระ บาท และ ฝ่าพระบาท ขอ พระ ยาห์เวห์ ทรง แก้ แค้น แทน ข้า พระ บาท ต่อ ฝ่าพระบาท แต่ มือ ของ ข้า พระ บาท จะ ไม่ ทำ อะไร ต่อ ฝ่าพระบาท {24:13} ดัง สุภาษิต โบราณ ว่า‘ ความ อธรรม ก็ ออก มา จาก คน อธรรม’ แต่ มือ ของ ข้า พระ บาท จะ ไม่ ทำ อะไร ต่อ ฝ่าพระบาท {24:14} พระ ราชา แห่ง อิสราเอล ทรง ออก มา ตาม ใคร? ฝ่าพระบาท ทรง ตาม ใคร? ทรง ไล่ ตาม สุนัข ที่ ตาย แล้ว หรือ? ทรง ไล่ ตาม ตัว หมัด ตัว หนึ่ง หรือ? {24:15} เพราะ ฉะนั้น ขอ พระ ยาห์เวห์ ทรง เป็น ผู้พิพากษา ทรง พิพากษา ระหว่าง ข้า พระ บาท กับ ฝ่าพระบาท ขอ ทอด พระ เนตร ขอ ทรง ว่า ความ ฝ่าย ข้า พระ บาท และ ขอ ทรง ช่วย กู้ ข้า พระ บาท จาก หัตถ์ ของ ฝ่าพระบาท” {24:16} หลัง จาก ที่ ดา วิด ทูล ถ้อยคำ นี้ ต่อ ซา อู ล จบ แล้ว ซา อู ลตรัสว่า“ ดา วิด บุตร ของ ข้า เอ๋ย นั่น เป็น เสียง ของ เจ้า หรือ?” ซา อู ล ก็ ทรง ส่งเสียง กันแสง {24:17} พระองค์ ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ เจ้า ชอบธรรม ยิ่ง กว่า ข้า เพราะ เจ้า ตอบแทน ข้า ด้วย ความ ดี ใน เมื่อ ข้า เอง ตอบแทน เจ้า ด้วย ความ ร้าย {24:18} เจ้า แสดง ใน วัน นี้ แล้ว ว่า เจ้า ทำ ความ ดี ต่อ ข้า อย่างไร ใน การ ที่ เจ้า ไม่ ได้ ประหาร ข้า เสีย ใน เมื่อ พระ ยาห์เวห์ ทรง มอบ ข้า ไว้ ใน มือ ของ เจ้า แล้ว {24:19} เพราะ ว่า ใคร พบ ศัตรู ของ ตน เขา จะ ปล่อย ไป โดย ดี หรือ? ดังนั้น ขอ พระ ยาห์เวห์ ประทาน สิ่ง ที่ ดี แก่ เจ้า สนอง การ ที่ เจ้า ได้ ทำ แก่ ข้า ใน วัน นี้ {24:20} บัดนี้ ดู เถิด ข้า รู้ แล้ว ว่า เจ้า จะ เป็น พระ ราชา แน่ และ ราช อาณาจักร อิสราเอล จะ ตั้ง มั่น อยู่ ใน มือ ของ เจ้า {24:21} ดังนั้น บัดนี้ จง ปฏิญาณ ต่อ ข้า ใน พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ ว่า เจ้า จะ ไม่ ตัด พงศ์พันธุ์ ของ ข้า เสีย เมื่อ ข้า ตาย ไป และ จะ ไม่ ทำลาย ชื่อ ของ ข้า จาก พงศ์พันธุ์ บิดา ข้า” {24:22} ดา วิด ก็ ปฏิญาณ ให้ ต่อ ซา อู ล แล้ว ซา อู ล ก็ เสด็จ กลับ พระ ราช วัง และ ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน ก็ ขึ้น ไป ที่ กำบัง เข้มแข็ง {i25:1} ซา มูเอลสิ้นชีวิต {25:1} ซา มูเอล ก็ สิ้น ชีวิต และ คน อิสราเอล ทั้งปวง ก็ ประชุม กัน ไว้ทุกข์ ให้ ท่าน และ พวก เขา ฝัง ศพ ท่าน ไว้ ที่ บ้าน ของ ท่าน ใน รา มาห์ ส่วน ดา วิด ก็ ลุก ขึ้น ไป ยัง ถิ่น ทุรกันดาร ปา ราน {i25:2} ดา วิด กับ ภรรยา ของ นา บาล {25:2} มี ชาย คน หนึ่ง ใน มา โอน มี การ งาน อยู่ ใน คา ร เมล ชาย ผู้ นั้น มั่งมี มาก มี แกะ 3,000 ตัว และ แพะ 1,000 ตัว ต่อ มา วัน หนึ่ง เขา ตัด ขน แกะ ของ เขา อยู่ ที่ คา รเมล {25:3} ชาย คน นั้น ชื่อ นา บาล และ ภรรยา ของ ท่าน ชื่อ อา บี กา ยิล สตรี คน นั้น ฉลาด และ สวย งาม ด้วย แต่ ชาย คน นั้น เป็น คน หัว แข็ง และ ชั่ว ร้าย ใน การ กระทำ เป็น วงศ์วาน ของ คา เลบ {25:4} ดา วิด อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร ได้ยิน ว่า นา บาล กำลัง ตัด ขน แกะ ของ เขา อยู่ {25:5} ดา วิด จึง ใช้ ชาย หนุ่ม 10 คน และ ดา วิด พูด กับ ชาย หนุ่ม เหล่า นั้น ว่า“ จง ขึ้น ไป ที่ คา ร เมล ไป หา นา บาล และ คำนับ เขา ใน นาม ของ เรา {25:6} ให้ พวก ท่าน พูด เช่น นี้ ว่า‘ ชีวิต และ สวัสดิภาพ จง มี แก่ ท่าน สวัสดิภาพ จง มี แก่ ครอบครัว ของ ท่าน และ สวัสดิภาพ จง มี แก่ ทุก สิ่ง ที่ ท่าน มี {25:7} ขณะ นี้ ข้าพเจ้า ได้ยิน ว่า ท่าน มี คน ตัด ขน แกะ อยู่ เมื่อ พวก ผู้ เลี้ยง แกะ ของ ท่าน อยู่ กับ เรา เรา ไม่ ได้ ทำ อันตราย พวก เขา เลย และ พวก เขา ก็ ไม่ ได้ ขาด อะไร ไป ตลอด เวลา ที่ อยู่ ใน คา รเมล {25:8} ถาม พวก คน หนุ่ม ของ ท่าน พวก เขา จะ บอก ท่าน เพราะ ฉะนั้น ขอ ให้ พวก คน หนุ่ม ของ ข้าพเจ้า ได้ รับ ความ โปรดปราน จาก ท่าน เพราะ เรา มา ใน วัน มี การ เลี้ยง โปรด ให้ สิ่ง ที่ พอ หา ได้ ใน ตอน นี้ แก่ พวก ผู้ รับใช้ ของ ท่าน และ แก่ ดา วิด บุตร ของ ท่าน’” {25:9} เมื่อ พวก คน หนุ่ม ของ ดา วิด มา ถึง ก็ กล่าว คำ เหล่า นั้น แก่ นา บาล ใน นาม ของ ดา วิด และ พวก เขา ก็ คอย อยู่ {25:10} และ นา บาล ตอบ พวก คน รับใช้ ของ ดา วิด ว่า“ ดา วิด คือ ใคร? บุตร ของ เจ ส ซี คือ ใคร? สมัย นี้ มี คนใช้ เป็น อัน มาก ที่ หนี ไป จาก นาย ของ พวก เขา {25:11} ควร หรือ ที่ ข้า จะ นำ ขนม ปัง ของ ข้า และ น้ำ ของ ข้า และ เนื้อ ของ ข้า ซึ่ง ข้า ได้ ฆ่า เสีย สำหรับ พวก คน ตัด ขน แกะ ของ ข้าม อบ ให้ แก่ พวก ซึ่ง มา จาก ที่ไหน ข้า ก็ ไม่ รู้?” {25:12} พวก คน หนุ่ม ของ ดา วิด ก็ หัน กลับ ไป ตาม ทาง และ กลับ มาบ อก เรื่องราว ทั้งสิ้น นี้ แก่ ดา วิด {25:13} และ ดา วิด สั่ง พวก ของ ท่าน ว่า“ ทุก คน จง เอา ดาบ คาด เอว ไว้” และ ทุก คน ก็ เอา ดาบ คาด เอว ของ ตน และ ดา วิด ก็ เอา ดาบ คาด เอว ด้วย มี คน ตาม ดา วิด ขึ้น ไป ประมาณ 400 คน ส่วน อีก 200 คน อยู่ เฝ้า กอง สัมภาระ {25:14} แต่ มี คน หนึ่ง ใน พวก คน หนุ่ม บอก นาง อา บี กา ยิล ภรรยา ของ นา บาล ว่า“ ดู เถิด ดา วิด ส่ง พวก ผู้ สื่อสาร มา จาก ถิ่น ทุรกันดาร เพื่อ อวยพร นาย ของ พวก เรา แต่ นายก ลับ ด่า ว่า คน เหล่า นั้น {25:15} แต่ ชาย เหล่า นั้น ดี ต่อ เรา มาก เรา ไม่ ถูก ทำร้าย และ ไม่ ขาด สิ่ง ใด ตลอด เวลา ที่ เรา ไป กับ พวก เขา เมื่อ เรา อยู่ ใน ทุ่ง นา {25:16} พวก เขา เป็น เหมือน กำแพง ของ เรา ทั้ง กลางคืน และ กลางวัน ตลอด เวลา ที่ เรา เลี้ยง แกะ อยู่ กับ พวก เขา {25:17} ขณะ นี้ ขอ ท่าน ทราบ เรื่อง และ พิจารณา ว่า ท่าน ควร จะ ทำ ประการ ใด เพราะ การ ร้าย ถูก กำหนด ต่อ นาย ของ เรา แล้ว และ ต่อ ครัว เรือน ทั้งสิ้น ของ นาย นาย นั้น เป็น คน อันธพาล ใคร จะ พูด ด้วย ก็ ไม่ ได้” {25:18} แล้ว นาง อา บี กา ยิล ก็ รีบ จัด ขนม ปัง 200 ก้อน และ เหล้า องุ่น 2 ถุง หนัง และ แกะ ที่ ทำ เสร็จ แล้ว 5 ตัว และ ข้าว คั่ว 17 กิโลกรัม และ ลูกเกด 100 ช่อ และ ขนม มะเดื่อ 200 แผ่น บรรทุก หลัง ลา {25:19} นาง ก็ สั่ง พวก คน หนุ่ม ของ นาง ว่า“ จง รีบ ไป ก่อน เรา นี่แน่ะ เรา จะ ตาม เจ้า ไป” แต่ นาง ไม่ ได้ บอก นา บาล สามี ของ นาง {25:20} เมื่อ นาง ขี่ ลา ลง มา มี สันเขา บัง นาง อยู่ นี่แน่ะ ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน กำลัง ลง มา ทาง นาง และ นาง ก็ พบ พวก เขา {25:21} ดา วิด กล่าว ไว้ แล้ว ว่า“ ข้า เฝ้า ทุก สิ่ง ที่ คน นี้ มี อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร เสียเปล่า ไม่ มี สิ่ง ใด ของ เขา ขาด ไป เลย และ เขา ตอบแทน ความ ดี ของ ข้า ด้วย ความ ชั่ว {25:22} เช่น เดียว กับ ที่ พระเจ้า จะ ทรง ลงโทษ พวก ศัตรู ของ ดา วิด และ ทรง เพิ่ม โทษ นั้น ข้า จะ ไม่ ปล่อย ให้ ชาย สัก คน ใน บรรดา ที่ เขา มี เหลือ อยู่ ถึง พรุ่งนี้ เช้า” {25:23} เมื่อ นาง อา บี กา ยิล เห็น ดา วิด นาง ก็ รีบ ลง จาก หลัง ลา ทรุด ตัว ลง ต่อ หน้า ดา วิด ซบ หน้า ถึง ดิน และ {25:24} นาง ทรุด ตัว ลง ที่ เท้า ของ ดา วิด พูด ว่า“ เจ้านาย ของ ดิฉัน ความ ผิด นั้น อยู่ ที่ ดิฉัน แต่ ผู้ เดียว ขอ ให้ สาวใช้ ของ ท่าน พูด ให้ ท่าน ฟัง และ โปรด ฟัง ถ้อยคำ ของ สาวใช้ ของ ท่าน {25:25} ขอ เจ้านาย ของ ดิฉัน โปรด อย่า ได้ เอา ความ กับ นา บาล ชาย ร้ายกาจ คน นี้ เลย เพราะ เขา เป็น อย่าง ชื่อ ของ เขา คือ นา บาล และ ความ โง่เขลา ก็ อยู่ กับ เขา ส่วน ดิฉัน สาวใช้ ของ ท่าน ไม่ เห็น พวก คน หนุ่ม ของ เจ้านาย ซึ่ง ท่าน ใช้ ไป {25:26} ดังนั้น เจ้านาย ของ ดิฉัน พระ ยาห์เวห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด และ ท่าน มี ชีวิต อยู่ แน่ ฉัน ใด เพราะ ว่า พระ ยาห์เวห์ ทรง ทำให้ ท่าน ระงับ เสีย จาก ความ ผิด ที่ ทำให้ โลหิต ตก และ จาก การ แก้ แค้น ด้วย มือ ของ ท่าน เอง บัดนี้ ขอ ให้ พวก ศัตรู ของ ท่าน และ พวก ที่ จะ ปอง ร้าย ต่อ เจ้านาย ของ ดิฉัน เป็น อย่าง นา บาล {25:27} ของ กำนัล นี้ ซึ่ง สาวใช้ ของ ท่าน ได้ นำ มา ให้ เจ้านาย ของ ดิฉัน ขอม อบ แก่ พวก คน หนุ่ม ผู้ ติดตาม เจ้านาย ของ ดิฉัน {25:28} โปรด อภัย ความ ผิด ของ สาวใช้ ของ ท่าน เถิด เพราะ พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง ทำให้ เจ้านาย ของ ดิฉัน เป็น พงศ์พันธุ์ ที่มั่น คง แน่ เพราะ ว่า เจ้านาย ของ ดิฉัน ทำ สงคราม อยู่ ฝ่าย พระ ยาห์เวห์ และ จะ ไม่ พบ ความ ชั่ว ใน ตัว ท่าน ตลอด ชีวิต ของ ท่าน {25:29} แม้ มี คน ลุก ขึ้น ไล่ ตาม ท่าน และ ต้องการ ฆ่า ท่าน ชีวิต ของ เจ้านาย ของ ดิฉัน จะ ผูกมัด อยู่ กับ ความ สัมพันธ์ ระหว่าง กลุ่ม ชีวิต และ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน แต่ ชีวิต ศัตรู ของ ท่าน จะ ถูก เหวี่ยง ออก ไป ดั่ง ออก ไป จาก รัง สลิง {25:30} และ เมื่อ พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง ทำให้ สำเร็จ แก่ เจ้านาย ของ ดิฉัน แล้ว ตาม สิ่ง ดี ทั้งหมด ซึ่ง พระองค์ ตรัส เกี่ยว กับ ท่าน และ ทรง ตั้ง ท่าน เป็น เจ้านาย เหนือ อิสราเอล {25:31} เจ้านาย ของ ดิฉัน จะ ไม่ มี เหตุ ที่ เสียใจ หรือ มี จิต สำนึก ที่ รู้สึก ผิด เพราะ การ ฆ่า ด้วย ไม่ มี สาเหตุ เพราะ เจ้านาย ของ ดิฉัน แก้ แค้น ด้วย ตนเอง และ เมื่อ พระ ยาห์เวห์ ทรง ทำ ความ ดี แก่ เจ้านาย ของ ดิฉัน แล้ว ก็ ขอ ระลึก ถึง สาวใช้ ของ ท่าน” {25:32} ดา วิด พูด กับ นาง อา บี กา ยิลว่า“ สาธุการ แด่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ผู้ ทรง ใช้ เจ้า ให้ มา พบ เรา ใน วัน นี้ {25:33} ขอ ให้ ความ ฉลาด ของ เจ้า รับ พระ พร และ ขอ ให้ ตัว เจ้า รับ พระ พร เพราะ เจ้า ได้ ป้องกัน เรา ใน วัน นี้ ให้ พ้น จาก การ ฆ่า และ จาก การ แก้ แค้น ด้วย มือ ของ เรา เอง {25:34} เพราะ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ผู้ ทรง ระงับ เรา เสีย จาก การ ทำร้าย เจ้า ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ถ้า เจ้า ไม่ ได้ รีบ มา พบ เรา ถึง รุ่งสาง จะ ไม่ มี เหลือ แก่ นา บาล แม้ แต่ ชาย สัก คน” {25:35} แล้ว ดา วิด ก็ รับ บรรดา สิ่ง ที่ นาง นำ มา จาก มือ ของ นาง และ ดา วิด พูด กับ นาง ว่า“ จง กลับ ไป บ้าน ของ เจ้า ด้วย สวัสดิภาพ เถิด ดู สิ เรา ได้ ฟัง เสียง ของ เจ้า แล้ว และ เรา รับ คำ ขอร้อง ของ เจ้า” {25:36} และ อา บี กา ยิล ก็ กลับ ไป หา นา บาล และ นี่แน่ะ เขา กำลัง มี การ เลี้ยง ใหญ่ ใน บ้าน ของ เขา อย่าง การ เลี้ยง ของ พระ ราชา และ จิตใจ ของ นา บาล ก็ เบิกบาน เพราะ เขา มึนเมา มาก นาง จึง ไม่ ได้ บอก อะไร ให้ เขา ทราบ จน เวลา รุ่งสาง {25:37} และ ใน เวลา เช้า เมื่อ เหล้า องุ่น สร่าง จาก นา บาล ไป แล้ว ภรรยา ของ เขา ก็ เล่า เรื่องราว เหล่า นี้ ให้ ฟัง และ ใจ ของ เขา ก็ ตาย ข้าง ใน และ เขา กลาย เป็น ดัง ก้อน หิน {25:38} ต่อ มา อีก ประมาณ สิบ วันพระ ยาห์เวห์ ทรง ประหาร นา บาล และ เขา ก็ ตาย {25:39} เมื่อ ดา วิด ได้ยิน ว่า นา บาล สิ้น ชีวิต แล้ว ท่าน จึง พูด ว่า“ สาธุการ แด่ พระ ยาห์เวห์ ผู้ ทรง แก้ แค้น การ เหยียดหยาม ที่ ข้า พระองค์ ได้ รับ จาก มือ ของ นา บาล และ ทรง ป้องกัน ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ จาก ความ ชั่ว พระ ยาห์เวห์ ทรง ตอบแทน ความ ชั่ว ของ นา บาล ให้ ตก บน ศีรษะ ของ เขา เอง” แล้ว ดา วิด ก็ ส่ง คน ไป พูด กับ อา บี กา ยิล ให้ มา เป็น ภรรยา ของ ท่าน {25:40} และ เมื่อ ผู้ รับใช้ ของ ดา วิด มา ถึง อา บี กา ยิลที่คาร เมล พวก เขา พูด กับ นาง ว่า“ ดา วิด ส่ง พวก เรา มา หา ท่าน เพื่อ นำ ท่าน ไป เป็น ภรรยา” {25:41} และ นาง ก็ ลุก ขึ้น ซบ หน้า ลง ถึง ดิน พูด ว่า“ ดู เถิด สาวใช้ ของ ท่าน เป็น ทาส ที่ จะ ล้าง เท้า ให้ พวก ผู้ รับใช้ ของ เจ้านาย ของ ดิฉัน” {25:42} อา บี กา ยิล ก็ รีบ ลุก ขึ้น ขี่ ลา ไป พร้อม กับ สาวใช้ ปรนนิบัติ นาง อีก ห้า คน นาง ตาม พวก ผู้ สื่อสาร ของ ดา วิด ไป และ เป็น ภรรยา ของ ดา วิด {25:43} ดา วิด ยัง ได้ รับ นาง อา หิโนอัมชาวยิสเรเอล มา ด้วย และ ทั้ง สอง ก็ เป็น ภรรยา ของ ท่าน {25:44} ซา อู ล ทรง ยก มี คา ล ราช ธิดา ของ พระองค์ ผู้ เป็น ภรรยา ของ ดา วิด ให้ แก่ ปัล ที บุตร ลา อิชชาวกัลลิมแล้ว {i26:1} ดา วิด ไว้ พระ ชนม์ ซา อู ล ครั้ง ที่ สอง {26:1} ชาว ศิฟ มา หา ซา อู ลที่เมืองกิเบอาห์ทูลว่า“ ดา วิด ซ่อน ตัว อยู่ บน เนิน เขา ฮา คีลาห์ ซึ่ง อยู่ ด้าน หน้า ของ เย ชิ โม น ไม่ ใช่ หรือ?” {26:2} ซา อู ล จึง ทรง ลุก ขึ้น ลง ไป ที่ ถิ่น ทุรกันดาร ศิฟ พร้อม กับ ชาย อิสราเอล ที่ คัดเลือก แล้ว 3,000 คน เพื่อ ค้น หา ดา วิด ใน ถิ่น ทุรกันดาร ศิฟ {26:3} และ ซา อู ล ทรง ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ เขา ฮา คีลาห์ ซึ่ง อยู่ ถนน ด้าน หน้า ของ เย ชิ โม น แต่ ดา วิด ยัง คง อยู่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร และ ท่าน รู้ ว่า ซา อู ล เสด็จ มาตา มหา ท่าน ที่ ใน ถิ่น ทุรกันดาร {26:4} ดา วิด ก็ ส่ง พวก ผู้ สอดแนม ออก ไป จึง รู้ ว่า ซา อู ล เสด็จ มา แน่ {26:5} แล้ว ดา วิด ก็ ลุก ขึ้น มา ยัง ที่ ซึ่ง ซา อู ล ทรง ตั้ง ค่าย นั้น และ ดา วิด ก็ เห็น ที่ ที่ ซา อูล บรรทม พร้อม กับ อับ เนอร์บุตรเนอร์ แม่ทัพ ซา อู ลบ รร ทมอ ยู่ กลาง เขต ค่าย และ พวก ทหาร ก็ ตั้ง ค่าย รอบ พระองค์ {26:6} แล้ว ดา วิด ก็ พูด กับ อา หิเมเลคคนฮิตไทต์ และ กับ อา บี ชัย บุตร ของ นาง เศรุยาห์ น้อง ชาย ของ โย อาบ ว่า“ ใคร จะ ลง ไป ใน ค่าย ของ ซา อู ล กับ เรา บ้าง?” อา บี ชัย ตอบ ว่า“ ข้าพเจ้า เอง จะ ลง ไป กับ ท่าน” {26:7} ดา วิด และ อา บี ชัย จึง ลง ไป ที่ พวก ทหาร นั้น ใน เวลา กลางคืน และ ดู เถิด ซา อูล บรรทม หลับ อยู่ กลาง เขต ค่าย มี หอก ปัก อยู่ ที่ดิน ตรง พระ เศียร ของ พระองค์ อับ เนอร์ กับ พวก ทหาร ก็ นอน ล้อม พระองค์ อยู่ {26:8} อา บี ชัย พูด กับ ดา วิด ว่า“ วัน นี้ พระเจ้า ทรง มอบ ศัตรู ของ ท่าน ไว้ ใน มือ ของ ท่าน แล้ว บัดนี้ ขอ ให้ ข้าพเจ้า แทง เขา ด้วย หอก ให้ ติด ดิน ครั้ง เดียว ก็ พอ และ ข้าพเจ้า ไม่ ต้อง แทง เขา ครั้ง ที่ สอง” {26:9} แต่ ดา วิด บอก อา บี ชัย ว่า“ ขอ อย่า ทำลาย พระองค์ เลย เพราะ ใคร จะ เหยียด มือ ออก ต่อสู้ ผู้ ซึ่ง พระ ยาห์เวห์ ทรง เจิม ไว้ และ จะ ไม่ มี ความ ผิด?” {26:10} และ ดา วิด พูด ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง ฆ่า พระองค์ เอง หรือ จะ ถึง วัน กำหนด ที่ พระองค์ ต้อง สิ้น พระ ชนม์ หรือ พระองค์ จะ เสด็จ เข้า สงคราม และ ถูก ปลง พระ ชนม์ {26:11} ขอ พระ ยาห์เวห์ ทรง ห้ามปราม ข้าพเจ้า ไม่ ให้ เหยียด มือ ออก ต่อสู้ ผู้ ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง เจิม ไว้ บัดนี้ จง เอา หอก ที่ อยู่ ตรง พระ เศียร กับ เหยือก น้ำ และ ให้ เรา ไป กัน เถิด” {26:12} ดา วิด จึง เอา หอก และ เหยือก น้ำ จาก ที่ พระ เศียร ของ ซา อู ล และ พวก เขา ก็ ออก ไป ไม่ มี ใคร เห็น ไม่ มี ใคร รู้ และ ไม่ มี ใคร ตื่น เพราะ ทั้งหมด หลับ สนิท เพราะ พระ ยาห์เวห์ ทรง ทำให้ พวก เขา หลับ สนิท {26:13} และ ดา วิด ก็ ข้าม ไป อีก ฟาก หนึ่ง ไป ยืน อยู่ บน ยอด เขา ไกล ออก ไป มี ที่ ว่าง กว้าง ใหญ่ ระหว่าง ทั้ง สอง ฝ่าย {26:14} ดา วิด ก็ ตะโกน เรียก พวก ทหาร และ อับ เนอร์บุตรเนอร์ว่า“ อับ เนอร์ ท่าน ไม่ ตอบ หรือ?” แล้ว อับ เนอร์ตอบว่า“ เจ้า เป็น ใคร มา ร้อง เรียก พระ ราชา?” {26:15} และ ดา วิด ตอบ อับ เนอร์ว่า“ ท่าน ไม่ ใช่ ผู้ชาย หรือ? ใน อิสราเอล มี ใคร เสมอเหมือน ท่าน? ทำไม ท่าน ไม่ เฝ้า พระ ราชา เจ้านาย ของ ท่าน ไว้? เพราะ มี คน หนึ่ง เข้า ไป จะ ทำลาย พระ ราชา เจ้านาย ของ ท่าน {26:16} ที่ ท่าน ทำ เช่น นี้ ไม่ ดี พระ ยาห์เวห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด พวก ท่าน ควร ตาย เพราะ พวก ท่าน ไม่ ได้ เฝ้า เจ้านาย ของ พวก ท่าน ผู้ ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง เจิม ไว้ บัดนี้ ดู ซิ ว่า หอก ของ พระ ราชา อยู่ ที่ไหน? และ เหยือก น้ำ ที่ ตรง พระ เศียร นั้น อยู่ ที่ไหน?” {26:17} ซา อู ล ทรง จำ เสียง ของ ดา วิด ได้ จึง ตรัส ว่า“ ดา วิด บุตร ของ ข้า นี่ เป็น เสียง ของ เจ้า หรือ?” และ ดา วิด ทูล ว่า“ ข้า แต่ พระ ราชา เจ้านาย ของ ข้า พระ บาท เป็น เสียง ข้า พระ บาท พ่ะย่ะค่ะ” {26:18} และ ดา วิด ทูล ต่อ ไป ว่า“ ทำไม เจ้านาย ของ ข้า พระ บาท จึง ไล่ ตาม ผู้ รับใช้ ของ พระองค์? ข้า พระ บาท ได้ ทำ อะไร ไป มือ ข้า พระ บาท ทำ ชั่ว อะไร? {26:19} บัดนี้ ขอ พระ ราชา เจ้านาย ของ ข้า พระ บาท ทรง ฟัง ถ้อยคำ ของ ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ถ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง ปลุกปั่น ฝ่าพระบาท ให้ ต่อสู้ ข้า พระ บาท ขอ พระเจ้า ทรง ได้ รับ เครื่อง ถวาย ถ้า เป็น มนุษย์ ยุ ก็ ขอ ให้ พวก เขา เป็น ที่ สาปแช่ง เฉพาะ พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ เพราะ พวก เขา ได้ ขับ ไล่ ข้า พระ บาท ออก ไป ใน วัน นี้ จาก ส่วนแบ่ง ใน มรดก ของ พระ ยาห์เวห์ โดย กล่าว ว่า‘ จง ไป ปรนนิบัติ พวก พระ อื่น’ {26:20} บัดนี้ ขอ อย่า ให้ โลหิต ของ ข้า พระ บาท ตก ถึง ดิน ไกล จาก พระ พักตร์ พระ ยาห์เวห์ เพราะ พระ ราชา แห่ง อิสราเอล ได้ เสด็จ ออก มา เพื่อ ค้น หา หมัด ตัว เดียว ดัง ผู้ ไล่ ตาม นก กระทา อยู่ บน ภูเขา” {26:21} แล้ว ซา อู ลตรัสว่า“ ข้า ทำ ผิด แล้ว ดา วิด บุตร ของ ข้า จง กลับ ไป เถิด เรา จะ ไม่ ทำร้าย เจ้า อีก ต่อ ไป เพราะ ใน วัน นี้ ชีวิต ของ เรา ก็ ประเสริฐ ใน สายตา ของ เจ้า ดู เถิด เรา สำแดง ตัว เป็น คน เขลา และ ทำ ผิด มากมาย” {26:22} และ ดา วิด ทูล ว่า“ ข้า แต่ พระ ราชา ขอ ทรง ดู หอก นี้ ขอ ทรง ให้ คน หนุ่ม คน หนึ่ง ข้าม มา รับ ไป {26:23} พระ ยาห์เวห์ ทรง ตอบแทน แก่ ทุก คน ตาม ความ ชอบธรรม และ ความ ซื่อสัตย์ ของ เขา เพราะ ใน วัน นี้ พระ ยาห์เวห์ ทรง มอบ ฝ่าพระบาท ไว้ ใน มือ ของ ข้า พระ บาท แล้ว แต่ ข้า พระ บาท ไม่ ปรารถนา จะ เหยียด มือ ออก ต่อสู้ ผู้ ที่ พระ ยาห์เวห์ ทรง เจิม ไว้ {26:24} ดู เถิด ใน สายตา ของ ข้า พระ บาท พระ ชนม์ ของ ฝ่าพระบาท นั้น มี ค่า ฉัน ใด ขอ ให้ ชีวิต ของ ข้า พระ บาท มี ค่า ใน สาย พระ เนตร ของ พระ ยาห์เวห์ ฉัน นั้น และ ขอ พระองค์ ทรง ช่วย กู้ ข้า พระ บาท ให้ พ้น จาก ความ ทุกข์ ยาก ลำบาก ทั้งสิ้น” {26:25} แล้ว ซา อู ล จึง ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ ดา วิด บุตร ของ เรา เอ๋ย ขอ ให้ เจ้า ได้ รับ พร เจ้า จะ ได้ ทำ สิ่ง ต่างๆ แน่ และ จะ มี ชัย เป็น แน่” ดา วิด จึง ไป ตาม ทาง ของ ท่าน และ ซา อู ล ก็ เสด็จ กลับ สู่ ราช สำนัก ของ พระองค์ {i27:1} ดา วิด รับใช้ อา คีชกษัตริย์เมืองกัท {27:1} ดา วิด นึก ใน ใจ ว่า“ ข้า คง จะ พินาศ สัก วัน หนึ่ง ด้วย พระ หัตถ์ ของ ซา อู ล ไม่ มี สิ่ง ใด ดี กว่า ที่ ข้า จะ หนี จริงๆ ไป อยู่ ที่ แผ่นดิน คน ฟีลิสเตีย แล้ว ซา อู ล ก็ จะ ทรง หมด หวัง ที่ จะ ค้น หา ข้า อีก ภายใน พรมแดน อิสราเอล และ ข้า จะ รอด พ้น จาก พระ หัตถ์ ของ พระองค์ ได้” {27:2} ดา วิด จึง ลุก ขึ้น ยก ข้าม ไป ทั้ง ตัว ท่าน และ คน ที่ อยู่ กับ ท่าน 600 คน ไป หา อา คีช บุตร มา โอ คกษัตริย์เมืองกัท {27:3} และ ดา วิด ก็ อาศัย อยู่ กับ อา คีชที่เมืองกัท คือ ตัว ท่าน และ คน ของ ท่าน ทุก คน มี ครัว เรือน ไป ด้วย ทั้ง ดา วิด พร้อม กับ ภรรยา สอง คน คือ อา หิโนอัมชาวยิสเรเอล และ อา บี กา ยิลชาวคาร เมล แม่ม่าย ของ นา บาล {27:4} และ เมื่อ มี คน ไป ทูล ซา อู ล ว่า ดา วิด ได้ หนี ไป เมือง กัท แล้ว พระองค์ ก็ ไม่ ได้ ทรง เสาะ หา ท่าน อีก ต่อ ไป {27:5} แล้ว ดา วิด จึง ทูล อา คีชว่า“ ถ้า ข้า พระ บาท เป็น ที่ โปรดปราน ของ ฝ่าพระบาท ขอ ทรง ให้ พวก เขา มอบ ที่ ใน เมือง ชนบท แก่ ข้า พระ บาท สัก แห่ง หนึ่ง และ ข้า พระ บาท จะ ได้ อาศัย อยู่ ที่ นั่น ทำไม ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท จะ อยู่ ใน กรุง กับ ฝ่าพระบาท เล่า?” {27:6} ใน วัน นั้น อา คีชทรงมอบศิ กลาก ให้ ท่าน ดังนั้น ศิ กลาก จึง กลาย เป็น ของ บรรดา กษัตริย์ ยูดาห์ จน ถึง ทุก วัน นี้ {27:7} ระยะ เวลา ที่ ดา วิด เข้า ไป อยู่ ใน แผ่นดิน ฟีลิสเตียนั้นเป็น 1 ปี กับ 4 เดือน {27:8} ส่วน ดา วิด กับ คน ของ ท่าน ก็ ขึ้น ไป ปล้น คน เก ชูร์ คน เก เซอร์ คน อา มา เลข เพราะ คน เหล่า นี้ อาศัย อยู่ ใน ดินแดน นั้น ตั้งแต่ สมัย โบราณ ไกล ไป จน ถึง เมือง ชูร์ ถึง แผ่นดิน อียิปต์ {27:9} ดา วิด ก็ โจมตี แผ่นดิน นั้น ไม่ ไว้ ชีวิต ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง แต่ ริบ แกะ โค ลา อูฐ และ เสื้อ ผ้า แล้ว กลับ มา หา อา คีช {27:10} เมื่อไร อา คีช ตรัส ถาม ว่า“ วัน นี้ พวก ท่าน ไป ปล้น ที่ไหน มา?” ดา วิด ก็ ทูล ว่า“ ปล้น เนเกบ ที่ แผ่นดิน ยูดาห์” หรือ“ ปล้น เนเกบ ที่ ตระกูล เย รา เม เอ ล” หรือ“ ปล้น เนเกบ ของ คน เค ไนต์” {27:11} ดา วิด ไม่ ได้ ไว้ ชีวิต ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ที่ จะ นำ มา ที่ เมือง กัท โดย คิด ว่า“ เกรง ว่า พวก เขา จะ บอก เรื่อง ของ พวก เรา และ กล่าว ว่า‘ ดา วิด ทำ วิธี นั้น’” นี่ เป็น วิธี ปฏิบัติ ขณะ ที่ ท่าน อาศัย อยู่ ใน ดินแดน ฟีลิสเตีย {27:12} อา คีช วาง พระทัย ใน ดา วิด ด้วย ทรง ดำริ ว่า“ เขา ได้ ทำให้ อิสราเอล ชน ชาติ ของ เขา เกลียด เขา จริงๆ เพราะ ฉะนั้น เขา จึง เป็น ผู้ รับใช้ ของ เรา ตลอด ไป” {28:1} ต่อ มา ใน ครั้ง นั้น พวก ฟีลิสเตีย รวบรวม กองทัพ เพื่อ ทำ สงคราม สู้ รบ กับ อิสราเอล และ อา คีช ตรัส กับ ดา วิด ว่า“ จง รู้ แน่ ว่า ท่าน กับ คน ของ ท่าน จะ ออก ทัพ ไป กับ เรา” {28:2} ดา วิด ทูล อา คีชว่า“ ดี พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าพระบาท จะ ได้ ทรง ทราบ ว่า ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท จะ ทำ อะไร ได้ บ้าง” และ อา คีช รับสั่ง กับ ดา วิด ว่า“ ดี แล้ว เรา จะ ตั้ง ท่าน เป็น องครักษ์ ของ เรา ตลอด ไป” {i28:3} ซา อู ล ปรึกษา คนทรง {28:3} เมื่อ ซา มูเอล ตาย แล้ว คน อิสราเอล ทั้งปวง ก็ ไว้ทุกข์ ให้ ท่าน และ ฝัง ศพ ท่าน ไว้ ใน เมือง รา มาห์ ซึ่ง เป็น เมือง ของ ท่าน เอง และ ซา อู ล ทรง กำจัด พวก คนทรง และ พวก หมอดู เสีย จาก แผ่นดิน {28:4} พวก ฟีลิสเตีย ก็ ชุมนุม กัน และ มา ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ ชู เนม และ ซา อู ล ทรง รวบรวม อิสราเอล ทั้งสิ้น ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ กิลโบอา {28:5} เมื่อ ซา อู ล ทอด พระ เนตร กองทัพ ของ พวก ฟีลิสเตีย ก็ ทรง กลัว และ พระทัย ของ พระองค์ ก็ หวั่นไหว มาก {28:6} และ เมื่อ ซา อู ล ทูล ถาม พระ ยาห์เวห์พระยาห์เวห์ ไม่ ได้ ทรง ตอบ พระองค์ ไม่ ว่าด้วย ความ ฝัน หรือ ด้วย อู ริม หรือ ด้วย ผู้ เผย พระ วจนะ {28:7} ซา อู ล จึง รับสั่ง กับ พวก มหาดเล็ก ของ พระองค์ ว่า“ จง ไป ค้น หา หญิง คนทรง ให้ เรา เพื่อ เรา จะ ได้ ไป หา นาง และ ถาม นาง ดู” และ มหาดเล็ก ก็ กราบ ทูล ว่า“ ดู เถิด มี หญิง คนทรง คน หนึ่ง อยู่ ที่ บ้าน เอน โดร์” {28:8} ซา อู ล จึง ปลอม พระองค์ และ ทรง ฉลอง พระองค์ อย่าง อื่น เสด็จ ออก ไป พร้อม กับ ชาย สอง คน ไป หา หญิง คนทรง ใน เวลา กลางคืน พระองค์ ตรัส ว่า“ ขอ ทำนาย ให้ ฉัน โดย การ เข้าทรง และ จง เรียก คน นั้น ที่ ฉัน จะ บอก เธอ ขึ้น มา” {28:9} หญิง คน นั้น จึง ทูล ตอบ พระองค์ ว่า“ นี่แน่ะ ท่าน เอง รู้ แล้ว ว่า ซา อู ล ได้ ทรง ทำ อะไร ที่ ได้ ทรง กำจัด พวก คนทรง และ พวก หมอดู เสีย จาก แผ่นดิน ทำไม ท่าน จึง มา วาง กับดัก ชีวิต ของ ข้าพเจ้า ให้ ตาย เล่า?” {28:10} แต่ ซา อู ล ทรง ปฏิญาณ กับ หญิง นั้น ใน พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด เจ้า จะ ไม่ โดน ทำโทษ เพราะ เรื่อง นี้” {28:11} หญิง นั้น จึง ทูล ถาม ว่า“ ท่าน จะ ให้ ข้าพเจ้า เรียก ใคร ขึ้น มา ให้ ท่าน?” ซา อู ลตรัสว่า“ เรียก ซา มูเอล ขึ้น มา ให้ ฉัน” {28:12} และ เมื่อ หญิง คน นั้น เห็น ซา มูเอล นาง จึง ร้อง เสียง ดัง หญิง นั้น ทูล ซา อู ลว่า“ ไฉน พระองค์ จึง ทรง หลอกลวง หม่อมฉัน? พระองค์ คือ ซา อู ล” {28:13} พระ ราชา ตรัส แก่ นาง ว่า“ อย่า กลัว เลย เจ้า ได้ เห็น อะไร?” และ หญิง นั้น ทูล ซา อู ลว่า“ หม่อมฉัน เห็น เจ้า องค์ หนึ่ง เสด็จ ขึ้น มา จาก แผ่นดิน” {28:14} พระองค์ ถาม นาง ว่า“ รูปร่าง ของ เขา เป็น อย่างไร?” และ นาง ทูล ว่า“ เป็น ผู้ชาย แก่ ขึ้น มา มี เสื้อ คลุม กาย อยู่” ซา อู ล ก็ ทรง ทราบ ว่า เป็น ซา มู เอ ลพ ระ องค์ โน้ม พระ กาย ลง ซบ พระ พักตร์ ลง ถึง ดิน {28:15} แล้ว ซา มูเอล พูด กับ ซา อู ลว่า“ ท่าน รบกวน เรา ด้วย เรียก เรา ขึ้น มา ทำไม?” ซา อู ล ทรง ตอบ ว่า“ ข้าพเจ้า มี ความ ทุกข์ หนัก เพราะ พวก ฟีลิสเตีย กำลัง มา ทำ สงคราม กับ ข้าพเจ้า และ พระเจ้า ทรง หัน จาก ข้าพเจ้า เสีย แล้ว ไม่ ได้ ทรง ตอบ ข้าพเจ้า อีก เลย ไม่ ว่า โดย ผู้ เผย พระ วจนะ หรือ โดย ความ ฝัน เพราะ ฉะนั้น ข้าพเจ้า จึง ได้ เรียก ท่าน ขึ้น มา เพื่อ ท่าน จะ ได้ แจ้ง ข้าพเจ้า ว่า ข้าพเจ้า จะ ทำ ประการ ใด ดี” {28:16} และ ซา มูเอลตอบว่า“ ทำไม ท่าน ถาม ข้าพเจ้า ใน เมื่อ พระ ยาห์เวห์ ทรง หัน จาก ท่าน แล้ว และ ทรง เป็น ศัตรู ของ ท่าน? {28:17} พระ ยาห์เวห์ ได้ ทรง ทำ แก่ ท่าน ดัง ที่ พระองค์ ตรัส บอก ทาง ข้าพเจ้า แล้ว นั้น เพราะ พระ ยาห์เวห์ ทรง ฉีก ราช อาณาจักร นั้น จาก มือ ของ ท่าน และ ทรง มอบ ให้ แก่ คน อื่น คือ ดา วิด {28:18} เพราะ ท่าน ไม่ ได้ เชื่อฟัง พระ สุรเสียง ของ พระ ยาห์เวห์ ไม่ ได้ ทำ ตาม พระ พิโรธ ของ พระองค์ ที่ ทรง มี ต่อ อา มา เลข ฉะนั้น พระ ยาห์เวห์ จึง ทรง ทำ สิ่ง นี้ แก่ ท่าน ใน วัน นี้ {28:19} ยิ่ง กว่า นั้น พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง มอบ อิสราเอล พร้อม กับ ตัว ท่าน ไว้ ใน มือ ของ พวก ฟีลิสเตีย พรุ่งนี้ ตัว ท่าน พร้อม กับ บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ ท่าน จะ อยู่ กับ เรา และ พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง มอบ กองทัพ อิสราเอล ไว้ ใน มือ ของ พวก ฟีลิสเตียด้วย” {28:20} แล้ว ซา อู ล ก็ ทรง ล้ม ลง เหยียด ยาว บน พื้น ดิน ทันที กลัว ยิ่งนัก เพราะ ถ้อยคำ ของ ซา มูเอล และ ไม่ มี กำลัง เหลือ อยู่ ใน พระองค์ เพราะ ไม่ ได้ เสวย อาหาร ตลอด หนึ่ง วัน กับ หนึ่ง คืน {28:21} หญิง นั้น ก็ เข้า มา หา ซา อู ล เมื่อ นาง เห็น ว่า พระองค์ ตก พระทัย มาก จึง ทูล ว่า“ ดู เถิด สาวใช้ ของ ฝ่าพระบาท เชื่อฟัง ฝ่าพระบาท ยอม เสี่ยง ชีวิต และ ยอม ฟัง พระ ดำรัส ที่ พระองค์ ตรัส สั่ง ต่อ ข้า พระ บาท {28:22} เพราะ ฉะนั้น ขอ ฝ่าพระบาท ฟัง เสียง สาวใช้ ของ ฝ่าพระบาท บ้าง ขอ หม่อมฉัน ถวาย อาหาร เล็กน้อย แก่ พระองค์ ให้ เสวย เพื่อ จะ มี พระ กำลัง เมื่อ เสด็จ กลับ ตาม ทาง ของ พระองค์” {28:23} แต่ พระองค์ ทรง ปฏิเสธ รับสั่ง ว่า“ ไม่ กิน” แต่ พวก มหาดเล็ก กับ หญิง นั้น อ้อนวอน พระองค์ พระองค์ ก็ ทรง ฟัง เสียง ของ พวก เขา พระองค์ ทรง ลุก ขึ้น จาก พื้น ดิน และ ประทับ บน เตียง {28:24} หญิง นั้น มี ลูก โค อ้วน อยู่ ใน บ้าน ตัว หนึ่ง ก็ รีบ ฆ่า เสีย เอา แป้ง มา นวด ปิ้ง ทำ ขนม ปัง ไร้ เชื้อ {28:25} นาง ก็ นำ มา ถวาย ให้ ซา อู ล เสวย กับ ให้ พวก มหาดเล็ก รับประทาน แล้ว พวก เขา ลุก ขึ้น กลับ ไป ใน คืน นั้น {i29:1} คน ฟีลิสเตีย ปฏิเสธ ดา วิด {29:1} พวก ฟีลิสเตีย ชุมนุม กำลัง ทั้งสิ้น อยู่ ที่ อา เฟก และ อิสราเอล ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ น้ำพุ ซึ่ง อยู่ ใน ยิสเรเอล {29:2} เมื่อ พวก เจ้านาย ฟีลิสเตีย เดิน ผ่าน ไป ตาม กองร้อย และ กองพัน และ ดา วิด กับ คน ของ ท่าน ก็ ผ่าน ไป ข้าง หลัง กับ อา คีช {29:3} พวก แม่ทัพ ของ คน ฟีลิสเตียพูดว่า“ พวก ฮีบรู เหล่า นี้ มา ทำ อะไร?” และ อา คีช ก็ รับสั่ง แก่ พวก แม่ทัพ คน ฟีลิสเตียว่า“ นี่ คือ ดา วิด มหาดเล็ก ซา อูล กษัตริย์ อิสราเอล ไม่ ใช่ หรือ? เขา อยู่ กับ เรา มา หลาย วัน หลาย ปี แล้ว ข้าพเจ้า ยัง ไม่ พบ ความ ผิด ใน ตัว เขา เลย” ตั้งแต่ วัน ที่ เขา หนี มา จน ถึง วัน นี้ {29:4} แต่ พวก แม่ทัพ ฟีลิสเตีย โกรธ พระองค์ และ พวก แม่ทัพ ฟีลิสเตีย ทูล พระองค์ ว่า“ ขอ ส่ง ชาย คน นั้น กลับ ไป เพื่อ ให้ เขา กลับ ไป อยู่ ที่ ที่ พระองค์ กำหนด ให้ เขา อย่า ให้ เขา ลง ไป สนาม รบ กับ เรา เกรง ว่า ใน สงคราม พวก เขา จะ เป็น ศัตรู ของ เรา เพราะ ว่า ชาย คน นี้ จะ คืนดี กับ เจ้านาย ของ เขา ได้ ด้วย อะไร เล่า? ไม่ ใช่ ด้วย ศีรษะ ของ พวก คน เหล่า นี้ หรือ? {29:5} คน นี้ ไม่ ใช่ ดา วิด หรือ ซึ่ง พวก เขา ร้อง เพลง เต้นรำ กัน ว่า‘ ซา อู ล ฆ่า คน เป็น พันๆ และ ดา วิด ฆ่า คน เป็น หมื่นๆ’?” {29:6} อา คีช จึง ทรง เรียก ดา วิด เข้า มา รับสั่ง แก่ ท่าน ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ท่าน ได้ ปฏิบัติ ตน เป็น คน ซื่อสัตย์ มา แล้ว สำหรับ เรา เรา ก็ เห็น ดี ที่ ท่าน จะ ออก ทัพ ไป กับ เรา เพราะ เรา ไม่ พบ ความ ผิด ใน ท่าน ตั้งแต่ วัน ที่ ท่าน มา อยู่ กับ เรา จน ถึง วัน นี้ แต่ ใน สายตา ของ พวก เจ้านาย ไม่ เห็น ดี ด้วย ใน เรื่อง ท่าน {29:7} ฉะนั้น จง กลับ ไป อย่าง สันติ เถิด เพื่อ ไม่ ให้ เป็น ที่ ขัด ใจ พวก เจ้านาย ฟีลิสเตีย” {29:8} และ ดา วิด ก็ ทูล อา คีชว่า“ แต่ ข้า พระ บาท ได้ ทำ สิ่ง ใด? หรือ ฝ่าพระบาท ได้ พบ สิ่ง ใด ใน ตัว ของ ข้า พระ บาท ตั้งแต่ วัน ที่ ข้า พระ บาท มา อยู่ เฉพาะ พระ พักตร์ ฝ่าพระบาท จน ถึง วัน นี้ ว่า ข้า พระ บาท ไม่ ควร จะ ไป รบ กับ พวก ศัตรู ของ พระ ราชา เจ้านาย ของ ข้า พระ บาท?” {29:9} อา คีช ก็ รับสั่ง ตอบ ดา วิด ว่า“ เรา รู้ แล้ว ว่า เจ้า ดี ใน สายตา ของ เรา อย่าง ทูต สวรรค์ ของ พระเจ้า แต่ บรรดา แม่ทัพ แห่ง ฟีลิสเตียกล่าวว่า‘ อย่า ให้ เขา ขึ้น ไป ใน สงคราม กับ พวก เรา เลย’ {29:10} เมื่อ เป็น อย่าง นี้ จง ลุก ขึ้น แต่ เช้า พร้อม กับ พวก ทหาร แห่ง นาย ของ ท่าน คือ พวก ที่ มา กับ ท่าน เมื่อ พวก ท่าน ลุก ขึ้น ใน เวลา เช้ามืด พอ มี แสง ก็ จง ออก เดิน” {29:11} ดา วิด จึง ลุก ขึ้น ตั้งแต่ เช้ามืด คือ ตัว ท่าน พร้อม กับ พวก ของ ท่าน เพื่อ ออก เดิน ใน ตอน เช้า กลับ ไป ยัง แผ่นดิน ฟีลิสเตียแต่พวกฟีลิสเตีย ขึ้น ไป ยัง ยิสเรเอล {i30:1} ดา วิด แก้ แค้น คน อา มา เลข ที่ มา ปล้น {30:1} ใน วัน ที่ สาม เมื่อ ดา วิด กับ คน ของ ท่าน มา ถึง ศิ กลาก ปรากฏ ว่า คน อา มา เลข ได้ มา ปล้น เนเกบกับศิ กลาก แล้ว พวก เขา โจมตี ศิ กลาก และ เผา เสีย ด้วย ไฟ {30:2} และ จับ พวก ผู้หญิง กับ ทุก คน ที่ อยู่ ใน นั้น ไป เป็น เชลย ทั้ง เด็ก และ ผู้ใหญ่ ไม่ ได้ ฆ่า ใคร เลย แต่ กวาด ต้อน ไป ตาม ทาง ของ พวก เขา {30:3} เมื่อ ดา วิด กับ พวก ของ ท่าน มา ถึง เมือง นั้น และ ดู เถิด เมือง นั้น ถูก เผา ด้วย ไฟ และ ภรรยา กับ บุตร ชาย บุตร หญิง ของ พวก เขา ถูก จับ ไป เป็น เชลย {30:4} แล้ว ดา วิด กับ พวก ทหาร ที่ อยู่ กับ ท่าน ก็ ร้องไห้ เสียง ดัง จน เขา ไม่ มี กำลัง จะ ร้องไห้ อีก {30:5} นาง อา หิโนอัมชาวยิสเรเอล และ นาง อา บี กา ยิล แม่ม่าย ของ นา บาล ชาว คา ร เมล ภรรยา ทั้ง สอง ของ ดา วิด ก็ ถูก จับ ไป เป็น เชลย ด้วย {30:6} และ ดา วิด ก็ เป็น ทุกข์ หนัก เพราะ พวก ทหาร พูด กัน ว่า จะ ขว้าง ท่าน ให้ ตาย ด้วย ก้อน หิน เพราะ จิตใจ ของ พวก ทหาร ทุก คน ขม ขื่น เพราะ เรื่อง พวก บุตร ชาย และ บุตร หญิง ของ พวก เขา แต่ ดา วิด ก็ มี กำลัง ขึ้น ใน พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน {30:7} ดา วิด จึง พูด กับ อา บี ยา ธาร์ ปุโรหิต บุตร ของ อา หิเมเลคว่า“ นำ เอ โฟด มา ให้ ข้าพเจ้า” อา บี ยา ธาร์ ก็ นำ เอ โฟด มา ให้ ดา วิด {30:8} และ ดา วิด ทูล ถาม พระ ยาห์เวห์ว่า“ สมควร ที่ ข้า พระองค์ จะ ไล่ ตาม กอง ปล้น นี้ หรือ? ข้า พระองค์ จะ ไป ทัน พวก เขา หรือ?” พระองค์ ทรง ตอบ ท่าน ว่า“ จง ไล่ ตาม เถิด เพราะ เจ้า จะ ไป ทัน พวก เขา แน่ และ จะ ช่วย กู้ ได้ แน่” {30:9} ดา วิด ออก ไป พร้อม กับ ชาย ที่ อยู่ กับ ท่าน 600 คน นั้น และ เขา มา ถึง ลำธาร เบโสร์ คน ที่ ล้าหลัง ก็ หยุด อยู่ ที่ นั่น {30:10} แต่ ดา วิด ไล่ ตาม ต่อ ไป ทั้ง ตัว ท่าน และ ชาย 400 คน ส่วน ชาย 200 คน ที่ อ่อนเพลีย เกิน ที่ จะ ข้าม ลำธาร เบโสร์ ก็ หยุด พัก อยู่ {30:11} พวก เขา พบ ชาว อียิปต์ คน หนึ่ง อยู่ ใน ทุ่ง นา จึง นำ เขา มา หา ดา วิด พวก เขา ให้ ขนม ปัง และ เขา ก็ รับประทาน และ ให้ น้ำ เขา ดื่ม {30:12} และ ให้ ขนม มะเดื่อ ชิ้น หนึ่ง กับ ลูกเกด สอง พวง เมื่อ เขา รับประทาน แล้ว จิตใจ ของ เขา ก็ ฟื้น ขึ้น เพราะ เขา ไม่ ได้ รับประทาน ขนม ปัง หรือ ดื่ม น้ำ มา สาม วัน สาม คืน แล้ว {30:13} และ ดา วิด ถาม เขา ว่า“ เจ้า เป็น คน ของ ใคร? และ เจ้า มา จาก ไหน?” เขา ตอบ ว่า“ ข้าพเจ้า เป็น คน หนุ่ม ชาว อียิปต์ เป็น คนใช้ ของ คน อา มา เลข คน หนึ่ง เมื่อ สาม วัน มา แล้ว นาย ของ ข้าพเจ้า ทิ้ง ข้าพเจ้า เพราะ ข้าพเจ้า ป่วย {30:14} พวก เรา มา ปล้น ที่ เนเกบ ของ คน เค เร ธี และ ปล้น ที่ ของ ยูดาห์ และ ที่ เนเกบของคาเลบ และ พวก เรา เผา เมือง ศิ กลาก เสีย ด้วย ไฟ” {30:15} ดา วิด ถาม เขา ว่า“ เจ้า จะ พา เรา ลง ไป ถึง กอง ปล้น นี้ หรือ ไม่?” เขา ตอบ ว่า“ ขอ ปฏิญาณ แก่ ข้าพเจ้า ใน พระ นาม ของ พระเจ้า ว่า จะ ไม่ ฆ่า ข้าพเจ้า และ ท่าน จะ ไม่ มอบ ข้าพเจ้า ไว้ ใน มือ นาย ของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จึง จะ พา ท่าน ไป ที่ กอง ปล้น นั้น” {30:16} เมื่อ เขา พา ท่าน ลง ไป แล้ว ดู เถิด ก็ พบ พวก เขา กระจาย กัน อยู่ เต็ม ทั่ว พื้น ดิน ต่าง กิน และ ดื่ม และ เต้นรำ เพราะ ของ ที่ ปล้น ได้ มากมาย ซึ่ง พวก เขา เอา มา จาก แผ่นดิน ฟีลิสเตีย และ จาก แผ่นดิน ยูดาห์ {30:17} และ ดา วิด ก็ ฆ่า ฟัน เขา ตั้งแต่ โพล้เพล้ จน ถึง เวลา เย็น ของ วัน รุ่งขึ้น ไม่ มี ชาย คน ใด หนี รอด จาก พวก เขา ไป ได้ สัก คน ยกเว้น พวก คน หนุ่ม 400 คน ซึ่ง ขี่ อูฐ หนี ไป {30:18} ดา วิด กู้ สิ่งของ ที่ คน อา มา เลข นำ ไป มา ได้ ทั้งหมด และ ดา วิด ช่วย กู้ ภรรยา ทั้ง สอง ของ ท่าน มา ได้ {30:19} ไม่ มี อะไร ของ พวก เขา ที่ ขาด ไป เลย ไม่ ว่า เล็ก หรือ ใหญ่ บุตร ชาย หรือ บุตร หญิง ใน สิ่ง ที่ ถูก ปล้น ไป หรือ ทุก สิ่ง ที่ พวก เขา เหล่า นั้น เอา ไป เป็น ของ พวก เขา ดา วิด ได้ คืน มา หมด {30:20} ดา วิด ยัง ยึด ฝูง แพะ แกะ ฝูง โค ทั้งหมด ซึ่ง พวก เขา ไล่ ต้อน ไป ข้าง หน้า ฝูง สัตว์ ฝูง อื่น พวก เขา กล่าว ว่า“ นี่ เป็น สิ่ง ที่ ดา วิด ยึด มา” {30:21} แล้ว ดา วิด กลับ มา ยัง ชาย 200 คน ผู้ ที่ อ่อนเพลีย เกิน ที่ จะ ตาม ดา วิด ไป ซึ่ง ให้ พัก อยู่ ที่ ลำธาร เบโสร์ พวก เขา ออก ไป พบ ดา วิด และ พวก ทหาร ที่ อยู่ กับ ท่าน เมื่อ ดา วิด เข้า มา ใกล้ คน หมู่ นั้น ท่าน ก็ ทักทาย พวก เขา {30:22} คน อธรรม และ คน ก่อกวน ทั้งสิ้น ใน พวก คน ที่ ติดตาม ดา วิด ไป กล่าว ว่า“ เพราะ พวก เขา ไม่ ไป กับ เรา เรา จะ ไม่ ให้ สิ่ง ที่ เรา ยึด มา ได้แก่ พวก เขา นอกจาก ที่ เรา ช่วย กู้ มา ให้ ชาย ทุก คน คือ ภรรยา ของ เขา และ พวก บุตร ชาย ของ เขา ให้ พวก เขา ไป ได้” {30:23} แต่ ดา วิด กล่าว ว่า“ พวก พี่น้อง ของ ข้าพเจ้า พวก ท่าน อย่า ทำ อย่าง นั้น กับ สิ่ง ซึ่ง พระ ยาห์เวห์ ทรง มอบ แก่ พวก เรา ผู้ ได้ ทรง พิทักษ์ รักษา พวก เรา ไว้ และ ทรง มอบ กอง ปล้น ซึ่ง มา ต่อสู้ กับ พวก เรา ไว้ ใน มือ ของ พวก เรา {30:24} ใน เรื่อง นี้ ใคร จะ ฟัง พวก ท่าน เพราะ คน ที่ ลง ไป ใน สงคราม ได้ ส่วนแบ่ง ของ พวก เขา อย่างไร คน ที่ อยู่ กับ กอง สัมภาระ ก็ จะ ได้ รับ ส่วนแบ่ง อย่าง นั้น เหมือน กัน” {30:25} ตั้งแต่ นั้น เป็นต้น ไป ดา วิด ก็ ตั้ง ข้อ นี้ ให้ เป็น กฎ และ หลัก ปฏิบัติ แก่ อิสราเอล จน ทุก วัน นี้ {30:26} เมื่อ ดา วิด มา ถึง เมือง ศิ กลาก แล้ว ก็ ส่ง ของ ที่ ยึด ได้ นั้น ส่วน หนึ่ง ไป ให้ เพื่อนๆ ซึ่ง เป็น พวก ผู้ใหญ่ ใน ยูดาห์ กล่าว ว่า“ นี่ เป็น ของขวัญ สำหรับ พวก ท่าน จาก ของ ที่ ยึด จาก พวก ศัตรู ของ พระ ยาห์เวห์” {30:27} คือ แก่ คน ที่ อยู่ ใน เบธเอล ใน รา โม ทที่เนเกบในยาททีร์ {30:28} ใน อา โร เออร์ในสิฟโมท ใน เอช เท โม อา {30:29} ใน ราคา ล ใน บรรดา เมือง ของ คน เย รา เม เอ ล ใน บรรดา เมือง ของ คน เค ไนต์ {30:30} ใน โฮ เร มาห์ ใน โบ รา ชาน ใน อา ธาค {30:31} ใน เฮ โบ รน คือ ให้ แก่ ทุก ตำบล ที่ ดา วิด เอง กับ พวก ของ ท่าน เคย ไป {i31:1} การ สิ้น พระ ชนม์ ของ ซา อู ล และ ราช โอรส (1 พศด.10:1-12) {31:1} พวก ฟีลิสเตีย ก็ ต่อสู้ กับ อิสราเอล และ ชาว อิสราเอล ก็ หนี จาก พวก ฟีลิสเตีย ล้ม ตาย อยู่ ที่ บน ภูเขา กิลโบอา {31:2} และ พวก ฟีลิสเตีย ก็ ไล่ ทัน ซา อู ล กับ พวก ราช โอรส และ คน ฟีลิสเตีย ก็ ฆ่า เหล่า ราช โอรส ของ ซา อู ล คือ โย นา ธาน อา บี นา ดับ และ มัลคีชูวา {31:3} การ รบ ก็ หนัก ถึง ซา อู ลพ วก นัก ธนู พบ พระองค์ พระองค์ บาดเจ็บ สาหัส เพราะ พวก นัก ธนู {31:4} แล้ว ซา อู ล รับสั่ง คน ถือ อาวุธ ของ พระองค์ ว่า“ จง ชัก ดาบ ออก แทง เรา เสีย ให้ ทะลุ เถิด เกรง ว่า พวก ที่ ไม่ ได้ เข้า สุหนัต เหล่า นี้ จะ เข้า มา แทง เรา ทะลุ และ ทำ ป่าเถื่อน ต่อ เรา” แต่ ผู้ ถือ อาวุธ ไม่ ยอม ทำ ตาม เพราะ เขา กลัว มาก ซา อู ล จึง ทรง หยิบ ดาบ ของ พระองค์ และ ทรง ล้ม ทับ ดาบ นั้น {31:5} และ เมื่อ ผู้ ถือ อาวุธ เห็น ว่า ซา อู ล สิ้น พระ ชนม์ แล้ว เขา ก็ ล้ม ทับ ดาบ ของ เขา ตาย ด้วย กับ พระองค์ {31:6} ดังนั้น ซา อู ล และ ราช โอรส ทั้ง สาม ก็ สิ้น พระ ชนม์ และ ผู้ ถือ อาวุธ ของ พระองค์ ตลอด จน ทหาร ทั้งหมด ของ พระองค์ ก็ ตาย ด้วย กัน ใน วัน นั้น {31:7} เมื่อ ชน อิสราเอล ซึ่ง อยู่ อีก ฟาก ของ หุบเขา และ พวก ที่ อยู่ ฝั่ง ตรง ข้าม ของ แม่น้ำ จอร์แดน เห็น คน อิสราเอล หนี ไป และ เห็น ว่า ซา อู ล กับ ราช โอรส ของ พระองค์ สิ้น พระ ชนม์ แล้ว พวก เขา ก็ ทิ้ง บรรดา เมือง ของ พวก เขา หลบ หนี ไป พวก ฟีลิสเตีย ก็ เข้า มา อาศัย อยู่ ใน ที่ เหล่า นั้น {31:8} ต่อ มา ใน วัน รุ่งขึ้น เมื่อ พวก ฟีลิสเตีย มา ปลด สิ่งของ จาก คน ที่ ถูก ฆ่า ก็ พบ พระ ศพ ซา อู ล และ ราช โอรส ทั้ง สาม อยู่ บน ภูเขา กิลโบอา {31:9} พวก เขา จึง ตัด พระ เศียร ของ ซา อู ล และ ถอด เครื่อง อาวุธ ของ พระองค์ ออก ส่ง คน ออก ไป ทั่ว แผ่นดิน ฟีลิสเตีย นำ เอา ข่าว ดี ไป ยัง เรือน รูป เคารพ และ ยัง ประชาชน {31:10} พวก เขา เอา เครื่อง อาวุธ ของ พระองค์ ไว้ ที่ วิหาร ของ พระ อัช ทา โรท และ มัด พระ ศพ ของ พระองค์ ไว้ กับ กำแพง เมือง เบธชาน {31:11} แต่ เมื่อ ชาว ยา เบชกิเล อาด ได้ยิน ว่า คน ฟีลิสเตีย ทำ อย่าง นั้น กับ ซา อู ล {31:12} ชาย ที่ กล้า หาญ ทุก คน ก็ ลุก ขึ้น เดิน ตลอด คืน ไป ปลด พระ ศพ ของ ซา อู ล และ พระ ศพ ของ ราช โอรส ทั้ง สาม จาก กำแพง เมือง เบธ ชาน และ นำ มา ที่ เมือง ยา เบช ถวาย พระ เพลิง พระ ศพ ที่ นั่น {31:13} พวก เขา เก็บ พระ อัฐิ ไป ฝัง ไว้ ที่ ใต้ ต้น สน หมอก ใน ยา เบช และ อด อาหาร เจ็ด วัน