{i1:1} พระเจ้า ตรัส ทาง พระ บุตร ของ พระองค์ {1:1} นาน มา แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ บรรพบุรุษ ของ เรา หลาย ครั้ง และ หลาย วิธี ผ่าน ทาง พวก ผู้ เผย พระ วจนะ {1:2} แต่ ใน วาระ สุดท้าย นี้ พระองค์ ตรัส กับ เรา ทาง พระ บุตร ผู้ ที่ พระองค์ ทรง ตั้ง ให้ เป็น ทายาท รับ สิ่ง ทั้งปวง พระเจ้า ทรง สร้าง จักรวาล ทาง พระ บุตร {1:3} พระ บุตร ทรง เป็น แสง สว่าง แห่ง พระ สิริ ของ พระเจ้า ทรง มี แก่น แท้ เดียว กับ พระเจ้า ทรง ค้ำ จุน สิ่ง ทั้งปวง ไว้ ด้วย พระ วจนะ อัน ทรง ฤทธา นุ ภาพ ของ พระองค์ เมื่อ พระองค์ ทรง ชำระ บาป ทั้งหลาย แล้ว ก็ ประทับ เบื้อง ขวา ของ พระเจ้า สูง สุด {1:4} พระองค์ ทรง ยิ่งใหญ่ กว่า พวก ทูต สวรรค์ มาก นัก เช่น เดียว กับ ที่ พระองค์ ทรง ได้ รับ พระ นาม ที่ ประเสริฐ กว่า นาม ของ พวก ทูต สวรรค์ {i1:5} พระ บุตร ทรง ยิ่งใหญ่ กว่า พวก ทูต สวรรค์ {1:5} เพราะ ว่า มี ใคร บ้าง ใน พวก ทูต สวรรค์ ที่ พระเจ้า เคย ตรัส กับ เขา ว่า“ เจ้า เอง เป็น บุตร ของ เรา วัน นี้ เรา ให้ กำเนิด เจ้า” และ ยัง ตรัส อีก ว่า“ เรา เอง จะ เป็น บิดา ของ เขา และ เขา เอง จะ เป็น บุตร ของ เรา” {1:6} และ อีก ครั้ง หนึ่ง เมื่อ พระองค์ ทรง นำ พระ บุตร หัว ปี นั้น เข้า มา ใน โลก ก็ ตรัส ว่า“ ให้ ทูต สวรรค์ ทั้งหมด ของ พระเจ้า กราบ นมัสการ พระ บุตร” {1:7} ส่วน พวก ทูต สวรรค์ นั้น พระองค์ ตรัส ว่า“ พระองค์ ทรง สร้าง พวก ทูต สวรรค์ ของ พระองค์ ให้ เป็น ดุจ ลม และ ทรง สร้าง บรรดา ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ให้ เป็น ดุจ เปลว เพลิง” {1:8} แต่ ส่วน พระ บุตร นั้น พระองค์ ตรัส ว่า“ ข้า แต่ พระเจ้า พระ ที่นั่ง ของ พระองค์ ดำรง อยู่ เป็น นิตย์ พระ คทา แห่ง อาณาจักร ของ พระองค์ ก็ เป็น พระ คทา เที่ยงธรรม {1:9} พระองค์ ทรง รัก ความ ชอบธรรม และ ทรง เกลียด ความ อธรรม เพราะ เหตุ นี้ พระเจ้า ซึ่ง เป็น พระเจ้า ของ พระองค์ ทรง เจิม พระองค์ ไว้ ด้วย น้ำมัน แห่ง ความ ยินดี เหนือ บรรดา พระ สหาย ของ พระองค์” {1:10} และ“ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ใน ปฐม กาล พระองค์ ทรง สร้าง แผ่นดิน โลก และ ฟ้า สวรรค์ เป็น ผล งาน แห่ง พระ หัตถ์ ของ พระองค์ {1:11} สิ่ง เหล่า นี้ จะ พินาศ แต่ พระองค์ เอง ทรง ดำรง อยู่ ทุก สิ่ง จะ เก่า ไป เหมือน เครื่อง นุ่งห่ม {1:12} พระองค์ จะ ทรง ม้วน สิ่ง เหล่า นี้ เหมือน ม้วน ผ้า คลุม และ สิ่ง เหล่า นั้น จะ ถูก เปลี่ยน เหมือน เปลี่ยน เสื้อ ผ้า แต่ พระองค์ เอง ยัง ทรง เหมือน เดิม และ ปี เดือน ของ พระองค์ จะ ไม่ มี วัน สิ้นสุด” {1:13} แต่ กับ ทูต สวรรค์ องค์ ใด เล่า ที่ พระองค์ เคย ตรัส ว่า“ จง นั่ง ที่ เบื้อง ขวา ของ เรา จน กว่า เรา จะ ทำให้ ศัตรู ของ ท่าน เป็น ที่ รองเท้า ของ ท่าน” {1:14} ทูต สวรรค์ ทั้งปวง เป็น เพียง วิญญาณ ที่ รับใช้ พระเจ้า ที่ ทรง ส่ง ไป ปรนนิบัติ บรรดา คน ที่ จะ ได้ รับ ความ รอด ไม่ ใช่ หรือ? {i2:1} ความ รอด อัน ยิ่งใหญ่ {2:1} เพราะ เหตุ นี้ เรา จะ ต้อง เอาใจ ใส่ ใน สิ่ง ต่างๆ ที่ เรา ได้ยิน ให้ มาก ขึ้น อีก เพื่อ เรา จะ ไม่ ห่าง ไกล ไป จาก ข้อความ เหล่า นั้น {2:2} เพราะ หาก พระ ดำรัส ซึ่ง บรรดา ทูต สวรรค์ กล่าว ไว้ นั้น ปรากฏ เป็น ความ จริง และ การ ล่วงละเมิด กับ การ ไม่ เชื่อฟัง ทุก อย่าง ได้ รับ โทษ ตาม ที่ ควร แล้ว {2:3} เรา จะ รอด พ้น ได้ อย่างไร? ถ้า เรา ละเลย ความ รอด อัน ยิ่งใหญ่ เช่น นี้ ความ รอด นั้น ได้ เริ่ม ขึ้น โดย การ ประกาศ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ บรรดา ผู้ ที่ ได้ยิน พระองค์ ก็ รับรอง กับ เรา ว่า เป็น ความ จริง {2:4} ทั้งนี้ พระเจ้า ก็ ทรง เป็น พยาน ด้วย โดย หมาย สำคัญ การ อัศจรรย์ และ การ อิทธิฤทธิ์ ต่างๆ นานา และ โดย ของ ประทาน จาก พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ตาม พระ ประสงค์ ของ พระองค์ {i2:5} ผู้ เบิก ทาง ไป สู่ ความ รอด {2:5} พระองค์ ไม่ ได้ ทรง ให้ โลก ใหม่ ซึ่ง เรา กล่าว ถึง นั้น อยู่ ใต้ อำนาจ ของ พวก ทูต สวรรค์ {2:6} แต่ มี คน กล่าว เป็น พยาน ใน บาง แห่ง ว่า“ มนุษย์ เป็น ใคร เล่า ที่ พระองค์ ทรง ระลึก ถึง เขา และ บุตร มนุษย์ เป็น ใคร เล่า ที่ พระองค์ ทรง ห่วงใย เขา? {2:7} พระองค์ ทรง ทำให้ เขา ต่ำ กว่า เหล่า ทูต สวรรค์ เพียง ชั่ว ระยะ หนึ่ง และ พระองค์ ทรง สวม มงกุฎ แห่ง ศักดิ์ศรี และ เกียรติ ให้ แก่ เขา {2:8} พระองค์ ทรง ทำให้ ทุก สิ่ง อยู่ ใต้ ฝ่า เท้า ของ เขา” ใน เรื่อง ที่ พระองค์ ประทาน ทุก สิ่ง ให้ อยู่ ใต้ อำนาจ ของ เขา นั้น ไม่ มี สิ่ง ใด เลย ที่ ไม่ อยู่ ใต้ อำนาจ ของ เขา ที่ จริง ขณะ นี้ เรา ยัง ไม่ เห็น ว่า ทุก สิ่ง อยู่ ใต้ อำนาจ ของ เขา {2:9} แต่ เรา ก็ เห็น ว่า พระ เยซู ผู้ ทรง ถูก ทำให้ ต่ำ กว่า พวก ทูต สวรรค์ เพียง ชั่ว ระยะ หนึ่ง นั้น ทรง ได้ รับ พระ สิริ และ พระ เกียรติ เป็น มงกุฎ เพราะ พระองค์ สิ้น พระ ชนม์ ด้วย ความ ทุกข์ ทรมาน ทั้งนี้ โดย พระคุณ ของ พระเจ้า พระองค์ จึง ได้ วาย พระ ชนม์ เพื่อ ทุก คน {2:10} ใน เรื่อง ที่ พระเจ้า ทรง นำ บุตร จำนวน มาก ไป สู่ ศักดิ์ศรี นั้น ก็ เป็น การ เหมาะสม แล้ว ที่ พระเจ้า ผู้ ซึ่ง ทุก สิ่ง ดำรง อยู่ เพื่อ พระองค์ และ โดย พระองค์ จะ ทรง ทำให้ ผู้ เบิก ทาง สู่ ความ รอด ของ พวก เขา สมบูรณ์ โดย ความ ทุกข์ ทรมาน ต่างๆ {2:11} เพราะ ทั้ง ผู้ ชำระ ให้ บริสุทธิ์ และ คน เหล่า นั้น ที่ ได้ รับ การ ชำระ ก็ มี พระ บิดา องค์ เดียวกัน ด้วย เหตุ นี้ พระ เยซู จึง ไม่ ทรง ละอาย ที่ จะ เรียก เขา เหล่า นั้น ว่า พี่น้อง {2:12} ดัง ที่ พระองค์ ตรัส ว่า“ เรา จะ ประกาศ พระ นาม ของ พระองค์ แก่ พี่น้อง ของ เรา เรา จะ ร้อง เพลง สรรเสริญ พระองค์ ท่ามกลาง ชุมนุมชน” {2:13} และ ตรัส อีก ว่า“ เรา เอง จะ ไว้ วางใจ ใน พระองค์ ท่าน ทั้ง ยัง ตรัส อีก ว่า ตัว เรา กับ บรรดา บุตร ที่ พระเจ้า ประทาน แก่ เรา อยู่ นี่ แล้ว” {2:14} บุตร ทั้งหลาย มี เลือด และ เนื้อ เช่น กัน อย่างไร พระองค์ ก็ ทรง มี ส่วน เช่น นั้น ด้วย อย่าง นั้น เพื่อ โดย ทาง ความ ตาย นั้น พระองค์ จะ ทรง ทำลาย มาร ผู้ มี อำนาจ แห่ง ความ ตาย {2:15} และ จะ ทรง ปลดปล่อย บรรดา คน เหล่า นั้น ที่ ตก เป็น ทาส มา ตลอด ชีวิต เนื่อง จาก ความ กลัว ตาย {2:16} เพราะ ความ จริง พระองค์ ไม่ ได้ ทรง ช่วย บรรดา ทูต สวรรค์ แต่ ทรง ช่วย พงศ์พันธุ์ ของ อับราฮัม {2:17} เพราะ เหตุ นี้ พระองค์ จึง ต้อง เป็น เหมือน กับ พี่น้อง ทุก อย่าง เพื่อ จะ ได้ เป็น มหา ปุโรหิต ผู้ เปี่ยม ด้วย ความ เมตตา และ ความ ซื่อสัตย์ ใน การ กระทำ กิจ ต่อ พระเจ้า เพื่อ ลบล้าง บาป ของ ประชาชน {2:18} เพราะ พระองค์ เอง ได้ ทรง ทน ทุกข์ และ ถูก ทดลอง พระองค์ จึง ทรง สามารถ ช่วย ผู้ ที่ ถูก ทดลอง ได้ {i3:1} พระ เยซู ทรง ยิ่งใหญ่ กว่า โมเสส {3:1} เพราะ ฉะนั้น พี่น้อง ธรรมิก ชน ทั้งหลาย ผู้ มี ส่วนร่วม ใน การ ทรง เรียก จาก สวรรค์ จง พิจารณา ดู พระ เยซู ผู้ ที่ พระเจ้า ทรง ใช้ มา และ ผู้ เป็น มหา ปุโรหิต ที่ เรา ประกาศ ว่า เชื่อ {3:2} พระองค์ ทรง ซื่อสัตย์ ต่อ พระเจ้า ผู้ ทรง แต่งตั้ง พระองค์ ไว้ เหมือน อย่าง ที่ โมเสส ซื่อสัตย์ ใน ชุมนุมชน ของ พระเจ้า {3:3} แต่ ถึง กระนั้น พระ เยซู ก็ ทรง สมควร ได้ รับ พระ เกียรติ มาก กว่า โมเสส เช่น เดียว กับ ที่ ผู้ สร้าง บ้าน ย่อม มี เกียรติ ยิ่ง กว่า ตัว บ้าน {3:4} เพราะ ว่า บ้าน ทุก หลัง ต้อง มี คน สร้าง แต่ ผู้ ที่ สร้าง สิ่ง ทั้งปวง คือ พระเจ้า {3:5} โมเสส นั้น ซื่อสัตย์ ใน ชุมนุมชน ทั้งสิ้น ของ พระเจ้า ใน ฐานะ ผู้ รับใช้ เพื่อ เป็น พยาน ถึง เรื่อง ต่างๆ ที่ พระเจ้า จะ ตรัส ใน ภายหลัง {3:6} แต่ พระ คริสต์ นั้น ทรง ซื่อสัตย์ ใน ฐานะ พระ บุตร ผู้ อยู่ เหนือ ชุมนุมชน ของ พระเจ้า และ เรา ก็ เป็น ชุมนุมชน นั้น หาก เพียง แต่ เรา จะ ยึด ความ มั่นใจ และ ความ ภูมิใจ ใน ความ หวัง นั้น ไว้ {i3:7} การ หยุด พัก สำหรับ ประชากร ของ พระเจ้า {3:7} เพราะ ฉะนั้น ตาม ที่ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ตรัส ว่า“ วัน นี้ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน พระ สุรเสียง ของ พระองค์ {3:8} อย่า ให้ จิตใจ ของ ท่าน ดื้อรั้น เหมือน อย่าง ใน การ กบฏ ครั้ง นั้น ใน วัน ที่ ทดลอง ใน ถิ่น ทุรกันดาร {3:9} ที่ ที่ บรรพบุรุษ ของ ท่าน ทดลอง เรา โดย พิสูจน์ เรา แม้ ว่า พวก เขา เห็น กิจการ ต่างๆ ของ เรา ตลอด สี่ สิบ ปี {3:10} เพราะ ฉะนั้น เรา จึง โกรธ คน ใน ยุค นั้น และ ว่า‘ ใจ ของ พวก เขา หลงผิด อยู่ เสมอ พวก เขา ไม่ รู้จัก ทาง ของ เรา’ {3:11} ตาม ที่ เรา ปฏิญาณ ด้วย ความ โกรธ ว่า‘ พวก เขา จะ ไม่ ได้ เข้า สู่ การ หยุด พัก ของ เรา’” {3:12} นี่แน่ะ พี่น้อง ทั้งหลาย จง ระวัง ให้ ดี เพื่อ จะ ไม่ มี คน หนึ่ง คน ใด ใน พวก ท่าน มี ใจ ชั่ว และ ไม่ เชื่อ คือ ใจ ที่ พา ท่าน หลง ไป จาก พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ {3:13} แต่ จง หนุน ใจ กัน และ กัน ทุก วัน ตลอด เวลา ที่ เรียก กัน ว่า“ วัน นี้” เพื่อ จะ ไม่ มี ใคร ใน พวก ท่าน มี ใจ ดื้อรั้น ไป เพราะ การ ล่อลวง ของ บาป {3:14} เพราะ เรา มี ส่วนร่วม กับ พระ คริสต์ ถ้า เรา เพียง แต่ ยึด ความ มั่นใจ ที่ เรา มี อยู่ ใน ตอน ต้น ไว้ ให้ มั่นคง จน ถึง ที่สุด {3:15} ดัง คำ กล่าว ที่ ว่า“ วัน นี้ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน พระ สุรเสียง ของ พระองค์ อย่า ให้ จิตใจ ของ ท่าน ดื้อรั้น เหมือน อย่าง ใน การ กบฏ ครั้ง นั้น” {3:16} ใคร เล่า ที่ ได้ยิน แล้ว แต่ ยัง กบฏ? ก็ คือ ทุก คน ที่ โมเสส นำ ออก จาก อียิปต์ ไม่ ใช่ หรือ? {3:17} แล้ว ใคร เล่า ที่ พระองค์ ทรง พระ พิโรธ ตลอด สี่ สิบ ปี นั้น? คือ คน เหล่า นั้น ที่ ทำบาป และ ซากศพ ของ พวก เขา ถูก ทิ้ง ใน ถิ่น ทุรกันดาร ไม่ ใช่ หรือ? {3:18} และ กับ ใคร เล่า ที่ พระองค์ ทรง ปฏิญาณ ว่า จะ ไม่ ได้ เข้า สู่ การ หยุด พัก ของ พระองค์ ก็ คน เหล่า นั้น ที่ ไม่ เชื่อฟัง ไม่ ใช่ หรือ? {3:19} เพราะ ฉะนั้น เรา จึง เห็น ว่า การ ที่ พวก เขา ไม่ สามารถ เข้า ไป ได้ นั้น ก็ เพราะ พวก เขา ขาด ความ เชื่อ {4:1} ฉะนั้น เมื่อ พระ สัญญา ยัง มี อยู่ ว่า จะ ให้ เรา เข้า สู่ การ หยุด พัก ของ พระองค์ ก็ ให้ เรา ทั้งหลาย ระมัดระวัง มิ ฉะนั้น อาจ จะ มี บาง คน ใน พวก ท่าน ไป ไม่ ถึง {4:2} เพราะ ว่า แท้ ที่ จริง เรา ได้ รับ ข่าว อัน ประเสริฐ เช่น เดียว กับ พวก เขา แต่ ข่าว ที่ ได้ยิน นั้น ไม่ เป็น ประโยชน์ แก่ เขา เหล่า นั้น เพราะ พวก เขา ไม่ เชื่อ {4:3} ส่วน พวก เรา ผู้ ที่ เชื่อ แล้ว ก็ ได้ เข้า สู่ การ หยุด พัก ดัง ที่ พระองค์ ตรัส ว่า“ ตาม ที่ เรา ได้ ปฏิญาณ ด้วย ความ โกรธ ว่า‘ พวก เขา จะ ไม่ ได้ เข้า สู่ การ หยุด พัก ของ เรา’” แม้ ว่า งาน ของ พระองค์ จะ เสร็จสิ้น ตั้งแต่ การ สร้าง โลก {4:4} เพราะ มี ข้อ หนึ่ง กล่าว ถึง วัน ที่ เจ็ด อย่าง นี้ ว่า“ ใน วัน ที่ เจ็ด นั้น พระเจ้า ทรง หยุด พัก การ งาน ทั้งสิ้น ของ พระองค์” {4:5} และ ใน ข้อ นั้น ก็ กล่าว อีก ว่า“ พวก เขา จะ ไม่ ได้ เข้า สู่ การ หยุด พัก ของ เรา” {4:6} ที่ จริง ยัง มี ทาง ให้ บาง คน เข้า สู่ การ หยุด พัก นั้น ได้ แต่ คน เหล่า นั้น ที่ ได้ยิน ข่าว ประเสริฐ คราว ก่อน ไม่ ได้ เข้า เพราะ พวก เขา ไม่ เชื่อฟัง {4:7} ดังนั้น พระองค์ จึง ทรง กำหนด ไว้ อีก วัน หนึ่ง คือ“ วัน นี้” ตาม ที่ พระองค์ ตรัส ทาง ดา วิด ใน เวลา หลาย ปี ต่อ มา ถึง ข้อ ที่ เคย อ้าง มา แล้ว ว่า“ วัน นี้ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน พระ สุรเสียง ของ พระองค์ อย่า ให้ จิตใจ ของ ท่าน ดื้อรั้น” {4:8} เพราะ หาก โย ชู วา ให้ พวก เขา เข้า สู่ การ หยุด พัก นั้น แล้ว พระเจ้า ก็ คง ไม่ ตรัส ใน ภายหลัง ถึง วัน อื่น อีก {4:9} ฉะนั้น จึง ยัง มี การ หยุด พัก สะ บา โต สำหรับ ประชากร ของ พระเจ้า {4:10} เพราะ ว่า คน ใด ที่ ได้ เข้า สู่ การ หยุด พัก ของ พระองค์ แล้ว ก็ ได้ หยุด พัก จาก งาน ของ ตนเอง เหมือน อย่าง ที่ พระเจ้า ได้ ทรง หยุด พัก จาก พระ ราชกิจ ของ พระองค์ {4:11} เพราะ ฉะนั้น ขอ ให้ เรา พยายาม เข้า สู่ การ หยุด พัก นั้น เพื่อ จะ ไม่ มี คน หนึ่ง คน ใด พลาด ไป ทำ ตาม อย่าง คน ที่ ไม่ เชื่อฟัง เหล่า นั้น {4:12} เพราะ ว่า พระ วจนะ ของ พระเจ้า นั้น มี ชีวิต และ ทรง พลานุภาพ อยู่ เสมอ และ คม ยิ่ง กว่า ดาบ สอง คม ใดๆ แทง ทะลุ กระทั่ง แยก จิต และ วิญญาณ ทั้ง ข้อ กระดูก และ ไข ใน กระดูก และ สามารถ วินิจฉัย ความคิด และ ความ มุ่งหมาย ใน ใจ ด้วย {4:13} ไม่ มี สิ่ง ทรง สร้าง ใด ใด ถูก ปิด ซ่อน ไว้ จาก พระองค์ แต่ ตรง กัน ข้าม ทุก สิ่ง ก็ ปรากฏ แจ้ง ต่อ พระ เนตร ของ พระองค์ ผู้ ซึ่ง เรา จะ ต้อง ถวาย รายงาน ด้วย {i4:14} พระ เยซู มหา ปุโรหิต ผู้ ยิ่งใหญ่ {4:14} เพราะ ฉะนั้น เมื่อ เรา มี มหา ปุโรหิต ยิ่งใหญ่ ผู้ เสด็จ ผ่าน ฟ้า สวรรค์ แล้ว คือ พระ เยซู พระ บุตร ของ พระเจ้า ขอ ให้ เรา ยึดมั่น ใน หลัก ความ เชื่อ ที่ ประกาศ รับ ไว้ {4:15} เพราะ ว่า เรา ไม่ ได้ มี มหา ปุโรหิต ที่ ไม่ สามารถ จะ เห็นใจ ใน ความ อ่อนแอ ของ เรา แต่ ทรง เคย ถูก ทดลอง ใจ เหมือน เรา ทุก อย่าง ถึง กระนั้น พระองค์ ก็ ยัง ปราศจาก บาป {4:16} ฉะนั้น ขอ ให้ เรา เข้า มา ถึง พระ ที่นั่ง แห่ง พระคุณ ด้วย ความ กล้า เพื่อ เรา จะ ได้ รับ พระ เมตตา และ จะ พบ พระคุณ ที่ ช่วย เรา ใน ยาม ต้องการ {5:1} มหา ปุโรหิต ทุก คน ก็ เลือก มา จาก มนุษย์ และ แต่งตั้ง ให้ ทำ หน้าที่ แทน มนุษย์ ใน บรรดา การ ซึ่ง เกี่ยว กับ พระเจ้า คือ นำ ของ ถวาย และ เครื่องบูชา มา ถวาย เพื่อ ลบล้าง บาป {5:2} ท่าน สามารถ ปฏิบัติ อย่าง นุ่มนวล ต่อ คน ที่ รู้เท่า ไม่ ถึง การณ์ และ ที่ หลงผิด เพราะ ท่าน เอง ก็ มี ความ อ่อนแอ {5:3} เพราะ เหตุ นี้ ท่าน จึง ต้อง ถวาย เครื่องบูชา เพื่อ ลบล้าง บาป สำหรับ ตัวเอง และ สำหรับ ประชาชน ด้วย {5:4} อนึ่ง ไม่ มี ใคร รับ ตำแหน่ง อัน มี เกียรติ นี้ เอง ได้ เว้น แต่ พระเจ้า ทรง เรียก เขา เหมือน อย่าง ทรง เรียก อา โร น {5:5} ใน ทำนอง เดียวกัน พระ คริสต์ ก็ ไม่ ได้ ทรง ยกย่อง พระองค์ เอง ขึ้น เป็น มหา ปุโรหิต แต่ พระเจ้า ตรัส กับ พระองค์ ว่า“ เจ้า เอง เป็น บุตร ของ เรา วัน นี้ เรา ให้ กำเนิด เจ้า” {5:6} และ ตรัส อีก ตอน หนึ่ง ว่า“ เจ้า จะ เป็น ปุโรหิต ชั่ว นิรันดร์ ตาม แบบอย่าง ของ เมล คีเซเดค” {5:7} ใน ระหว่าง ที่ พระ คริสต์ ประทับ ใน โลก พระองค์ ทรง ถวาย คำ อธิษฐาน และ คำ ร้องขอ ด้วย เสียง ดัง และ น้ำ พระ เนตร ไหล ต่อ พระเจ้า ผู้ ทรง สามารถ ช่วย พระองค์ ให้ พ้น จาก ความ ตาย ได้ และ พระเจ้า ทรง สดับ เนื่อง จาก ความ ยำเกรง ของ พระ คริสต์ {5:8} ถึง แม้ ว่า พระองค์ เป็น พระ บุตร พระองค์ ก็ ทรง เรียนรู้ ที่ จะ เชื่อฟัง โดย การ ทน ทุกข์ ต่างๆ {5:9} เมื่อ พระเจ้า ทรง ทำให้ พระ เยซู เพียบพร้อม แล้ว พระ เยซู จึง ทรง เป็น แหล่ง กำเนิด แห่ง ความ รอด นิรันดร์ สำหรับ ทุก คน ที่ เชื่อฟัง พระองค์ {5:10} โดย พระเจ้า ทรง ตั้ง พระองค์ เป็น มหา ปุโรหิต ตาม แบบอย่าง ของ เมล คีเซเดค {i5:11} คำ เตือน ไม่ ให้ ละทิ้ง ความ เชื่อ {5:11} เรา มี หลาย อย่าง ที่ จะ กล่าว เกี่ยว กับ เรื่อง นี้ แต่ ยาก ที่ จะ อธิบาย เพราะ พวก ท่าน เรียนรู้ ได้ ช้า มาก {5:12} ถึง แม้ ว่า ขณะ นี้ ท่าน ทั้งหลาย ควร จะ เป็น ครู ได้ แล้ว แต่ ท่าน ก็ ต้อง ให้ คน อื่น สอน ท่าน อีก ใน เรื่อง หลัก ธรรม เบื้องต้น แห่ง พระ วจนะ ของ พระเจ้า ท่าน ต้องการ น้ำนม ไม่ ใช่ อาหาร แข็ง {5:13} เพราะ ว่า ทุก คน ที่ ยัง กิน น้ำนม นั้น ยัง ไม่ เข้าใจ ใน เรื่อง ความ ชอบธรรม เพราะ เขา ยัง เป็น ทารก อยู่ {5:14} อาหาร แข็ง นั้น สำหรับ ผู้ใหญ่ สำหรับ คน ที่ ฝึกฝน จน มี ความ สามารถ แยกแยะ ดี ชั่ว ได้ แล้ว {6:1} เพราะ ฉะนั้น ขอ ให้ เรา ผ่าน หลัก คำ สอน เบื้องต้น เกี่ยว กับ พระ คริสต์ ไป สู่ ความ เป็น ผู้ใหญ่ โดย ไม่ วาง รากฐาน ซ้ำ อีก คือ เรื่อง การ กลับ ใจ จาก การ ประพฤติ ที่ นำ ไป สู่ ความ ตาย และ เรื่อง ความ เชื่อ ใน พระเจ้า {6:2} และ คำ สอน เรื่อง พิธี ล้าง ชำระ ต่างๆ การ วางมือ การ เป็น ขึ้น จาก ความ ตาย และ การ ลงโทษ ชั่ว นิรันดร์ {6:3} ถ้า พระเจ้า ทรง อนุญาต เรา ก็ จะ ได้ เดิน หน้า ต่อ ไป {6:4} เพราะ ว่า คน เหล่า นั้น ที่ ได้ รับ ความ สว่าง มา ครั้ง หนึ่ง แล้ว และ ได้ ลิ้ม รส ของ ประทาน จาก สวรรค์ ได้ มี ส่วนร่วม ใน พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ {6:5} และ ได้ ลิ้ม รส ความ ดี งาม แห่ง พระ วจนะ ของ พระเจ้า และ ฤทธิ์ เดช แห่ง ยุค ที่ จะ มา ถึง นั้น {6:6} แล้ว ยัง หลง ไป ก็ เหลือ วิสัย ที่ จะ นำ พวก เขา มา สู่ การ กลับ ใจ อีก ได้ เพราะ พวก เขา เอง ได้ ตรึง พระ บุตร ของ พระเจ้า อีก และ ได้ ประจาน พระองค์ ให้ อับอาย ต่อ สาธารณชน {6:7} เพราะ ว่า พื้น ดิน ที่ ได้ รับ น้ำ ฝน อยู่ เสมอ และ ทำให้ เกิด พืช ผัก อัน เป็น ประโยชน์ แก่ คน ที่ เพาะปลูก ก็ ได้ รับ พระ พร จาก พระเจ้า {6:8} แต่ ถ้า พื้น ดิน นั้น ผลิต ต้น หนาม ใหญ่ และ หนาม ย่อย มัน ก็ ไร้ ค่า จน เกือบ จะ ถูก แช่ง สาป แล้ว ใน ที่สุด ก็ จะ ถูก เผา ไฟ {6:9} แต่ ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย แม้ พวก เรา จะ พูด อย่าง นั้น เรา ก็ เชื่อ แน่ ว่า ใน กรณี ของ พวก ท่าน นั้น มี สิ่ง ที่ ดี กว่า นั่น ก็ คือ สิ่ง ที่ เกี่ยว กับ ความ รอด {6:10} เพราะ ว่า พระเจ้า ไม่ ทรง อธรรม ที่ จะ ทรง ลืม การ งาน ของ พวก ท่าน และ ความ รัก ที่ พวก ท่าน แสดง ต่อ พระ นาม ของ พระองค์ คือ การ ปรนนิบัติ พวก ธรรมิก ชน นั้น ดัง ที่ พวก ท่าน ยัง ปรนนิบัติ อยู่ {6:11} และ เรา ปรารถนา ให้ ท่าน แต่ละ คน แสดง ความ กระตือรือร้น อย่าง เดียวกัน จน ถึง ที่สุด เพื่อ จะ พบ ความ สำเร็จ ตาม ที่ หวัง ไว้ {6:12} เพื่อ ไม่ ให้ พวก ท่าน เป็น คน เฉื่อย ช้า แต่ ให้ เลียน แบบ คน เหล่า นั้น ที่ โดย ทาง ความ เชื่อ และ ความ อดทน จึง ได้ รับ สิ่ง ที่ ทรง สัญญา ไว้ เป็น มรดก {i6:13} พระ สัญญา อัน แน่นอน {6:13} เพราะ เมื่อ พระเจ้า ทรง สัญญา กับ อับราฮัม นั้น โดย เหตุ ที่ ไม่ มี ใคร เป็น ใหญ่ กว่า พระองค์ ที่ พระองค์ จะ ทรง อ้าง ได้ ใน การ สาบาน พระองค์ ก็ ทรง สาบาน โดย อ้าง พระองค์ เอง {6:14} คือ ตรัส ว่า“ เรา จะ อวยพร เจ้า และ จะ ให้ เจ้า ทวี มาก ขึ้น อย่าง แน่นอน” {6:15} เช่น นั้น แหละ เมื่อ อับราฮัม ได้ อดทน คอย แล้ว ท่าน ก็ ได้ รับ สิ่ง ที่ ทรง สัญญา ไว้ นั้น {6:16} ส่วน มนุษย์ นั้น สาบาน โดย อ้าง ผู้ ที่ เป็น ใหญ่ กว่า ตน และ เมื่อ เกิด การ ทุ่มเถียง อะไร ก็ ตาม ก็ ต้อง ถือ คำ สาบาน นั้น เป็น คำ ยืนยัน ขั้น สุดท้าย {6:17} ฉะนั้น เมื่อ พระเจ้า ทรง ประสงค์ จะ แสดง ให้ บรรดา ผู้ ที่ ได้ รับ สิ่ง ที่ ทรง สัญญา ไว้ เป็น มรดก รู้ แน่ ยิ่ง ขึ้น ว่า พระ ดำริ ของ พระองค์ จะ ไม่ เปลี่ยนแปลง พระองค์ จึง ได้ ทรง ยืนยัน พระ สัญญา นั้น ด้วย คำ สาบาน {6:18} เพื่อ ว่า โดย พระ สัญญา และ คำ สาบาน ที่ เปลี่ยนแปลง ไม่ ได้ เพราะ พระเจ้า ตรัส มุสา ไม่ ได้ เรา ผู้ ที่ หนี ไป ยึด ความ หวัง ซึ่ง มี อยู่ ตรง หน้า จะ ได้ รับ การ ชู ใจ อย่าง มากมาย {6:19} ความ หวัง ที่ เรา ยึด นั้น เป็น เสมือน สมอ ที่ แน่นอน และ มั่นคง ของ จิตใจ เป็น ความ หวัง ที่ นำ ไป สู่ อภิ สุทธิ สถาน ข้าง หลัง ม่าน {6:20} ที่ ที่ พระ เยซู ผู้ ทรง นำ หน้า เสด็จ เข้า ไป ก่อน แล้ว เพื่อ เรา เพราะ พระองค์ ทรง เป็น มหา ปุโรหิต ชั่ว นิรันดร์ ตาม แบบอย่าง เมล คีเซเดคนั้น {i7:1} รูปแบบ ของ ปุโรหิต ตาม อย่าง เมล คีเซเดค {7:1} เมล คีเซเดค ผู้ นี้ คือ กษัตริย์ เมือง ซา เลม เป็น ปุโรหิต ของ พระเจ้า ผู้ สูง สุด มา พบ อับราฮัม ขณะ ที่ อับราฮัม กำลัง กลับ มา จาก การ รบ ชนะ กษัตริย์ ทั้งหลาย ท่าน ได้ อวยพร อับราฮัม {7:2} อับราฮัม ก็ ถวาย ทศางค์ จาก สิ่ง สารพัด แก่ เมล คีเซเดค ประการ แรก นาม ของ ท่าน แปล ว่า กษัตริย์ แห่ง ความ ชอบธรรม และ ประการ ต่อ มา ท่าน เป็น กษัตริย์ เมือง ซา เลม ด้วย ซึ่ง หมาย ถึง กษัตริย์ แห่ง สันติสุข {7:3} บิดา มารดา และ ตระกูล ของ ท่าน ไม่ มี กล่าว ไว้ วัน เกิด วัน ตาย ก็ เช่น กัน แต่ เป็น เหมือน พระ บุตร ของ พระเจ้า เมล คีเซเดค นั้น ดำรง อยู่ เป็น ปุโรหิต ตลอด ไป {7:4} จง คิด ดู เถิด ท่าน ผู้ นี้ ยิ่งใหญ่ เพียง ไร ที่ อับราฮัม ผู้ เป็น บรรพบุรุษ ของ เรา นั้น ยัง ได้ ถวาย ทศางค์ จาก สิ่ง ที่ ริบ ได้ นั้น แก่ ท่าน {7:5} และ บรรดา เชื้อสาย ของ เล วี ซึ่ง ได้ รับ ตำแหน่ง ปุโรหิต นั้น ก็ มี บัญญัติ สั่ง ให้ รับ ทศางค์ จาก ประชาชน ตาม ธรรม บัญญัติ นั้น คือ รับ จาก พวก พี่น้อง ของ ตน แม้ ว่า พี่น้อง เหล่า นั้น จะ สืบ เชื้อสาย จาก อับราฮัม เช่น กัน {7:6} แต่ เมล คีเซเดค ไม่ ใช่ เชื้อสาย ของ พวก เขา ก็ ยัง ได้ รับ ทศางค์ จาก อับราฮัม และ อวยพร แก่ อับราฮัม ผู้ ได้ รับ พระ สัญญา {7:7} สิ่ง ที่ ค้าน ไม่ ได้ คือ ผู้น้อย เป็น ผู้ รับ พร และ ผู้ใหญ่ เป็น ผู้ ให้ พร {7:8} ใน กรณี หนึ่ง ทศางค์ ก็ รับ โดย มนุษย์ ที่ ต้อง ตาย แต่ ใน อีก กรณี หนึ่ง ก็ รับ โดย ผู้ ที่ มี หลักฐาน ว่า ท่าน ยัง มี ชีวิต อยู่ {7:9} ถ้า จะ พูด อีก อย่าง หนึ่ง ก็ คือ เล วี ผู้ รับ ทศางค์ นั้น ก็ ได้ ถวาย ทศางค์ ทาง อับราฮัม {7:10} เพราะ ว่า ขณะ นั้น เล วี ยัง อยู่ ใน สายเลือด ของ บรรพบุรุษ คือ อับราฮัม ขณะ ที่ เมล คีเซเดค มา พบ อับราฮัม {7:11} ดังนั้น ถ้า ความ บริบูรณ์ บรรลุ ได้ ทาง ระบบ ปุโรหิต เผ่า เลวี (เพราะ ว่า ประชาชน ได้ รับ ธรรม บัญญัติ โดย ระบบ นี้) ทำไม จะ ต้อง มี ปุโรหิต อีก ตาม แบบอย่าง ของ เมล คีเซเดค ไม่ ใช่ ตาม แบบอย่าง ของ อา โร น? {7:12} เพราะ เมื่อ ระบบ ปุโรหิต เปลี่ยนแปลง แล้ว ธรรม บัญญัติ ก็ จำเป็น จะ ต้อง เปลี่ยน ไป ด้วย {7:13} เพราะ ว่า พระองค์ ที่ เรา กล่าว ถึง นั้น มา จาก เผ่า อื่น ซึ่ง เป็น เผ่า ที่ ยัง ไม่ มี ใคร เคย ทำ หน้าที่ ปรนนิบัติ ที่ แท่น บูชา เลย {7:14} เพราะ เป็น ที่ ประจักษ์ ชัด ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ เรา ทรง สืบ เชื้อสาย มา จาก เผ่า ยูดาห์ และ โมเสส ก็ ไม่ เคย กล่าว ว่า จะ มี ปุโรหิต มา จาก เผ่า นั้น เลย {7:15} ข้อ นี้ ประจักษ์ ชัด ยิ่ง ขึ้น อีก เมื่อ ปรากฏ ว่า มี ปุโรหิต อีก ผู้ หนึ่ง ตาม แบบอย่าง ของ เมล คีเซเดคเกิดขึ้น {7:16} ผู้ ซึ่ง เป็น ปุโรหิต โดย ไม่ ได้ รับ การ แต่งตั้ง ตาม ธรรม บัญญัติ เรื่อง เชื้อสาย แต่ โดย ฤทธิ์ เดช แห่ง ชีวิต อัน ไม่ สามารถ จะ ทำลาย ได้ {7:17} เพราะ มี พยาน กล่าว ถึง พระองค์ ว่า“ พระเจ้า ตรัส ว่า‘ เจ้า จะ เป็น ปุโรหิต ชั่ว นิรันดร์ ตาม แบบอย่าง ของ เมล คีเซเดค’” {7:18} ใน ด้าน หนึ่ง บัญญัติ เดิม นั้น ก็ ได้ ยกเลิก ไป เพราะ มี จุด อ่อน และ ไร้ ประสิทธิภาพ {7:19} ใน อีก ด้าน หนึ่ง เนื่อง จาก ธรรม บัญญัติ นั้น ไม่ สามารถ ทำ สิ่ง ใด ให้ สมบูรณ์ ได้ พระเจ้า จึง ทรง ให้ ความ หวัง ที่ ดี กว่า นั้น ซึ่ง โดย ความ หวัง นั้น เอง เรา จึง เข้า ใกล้ พระเจ้า ได้ {7:20} พระเจ้า ทรง ยืนยัน เรื่อง นี้ โดย คำ ปฏิญาณ ของ พระองค์ เพราะ ว่า คน อื่นๆ เข้า รับ ตำแหน่ง ปุโรหิต โดย ไม่ มี คำ ปฏิญาณ เลย {7:21} แต่ พระ เยซู ทรง เป็น ปุโรหิต โดย มี คำ ปฏิญาณ ตรัส ถึง พระองค์ ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ปฏิญาณ แล้ว และ จะ ไม่ ทรง เปลี่ยน พระทัย เจ้า จะ เป็น ปุโรหิต ชั่ว นิรันดร์” {7:22} โดย คำ ปฏิญาณ นี้ พระ เยซู จึง ทรง เป็น ผู้ ค้ำ ประกัน พัน ธ สัญญา ที่ ดี กว่า เก่า {7:23} ปุโรหิต เผ่า เล วี นั้น มี การ สืบ ตำแหน่ง กัน หลาย คน เพราะ ความ ตาย ขัด ขวาง ไม่ ให้ พวก เขา ปฏิบัติ งาน ได้ ตลอด ไป {7:24} แต่ พระ เยซู องค์ นี้ ทรง ดำรง ตำแหน่ง ปุโรหิต ตลอด กาล เพราะ พระองค์ ทรง ดำรง พระ ชนม์ อยู่ ชั่ว นิรันดร์ {7:25} เพราะ เหตุ นี้ พระองค์ จึง ทรง สามารถ ช่วย คน ทั้งหลาย ที่ เข้า มา ใกล้ พระเจ้า โดย ทาง พระองค์ นั้น อย่าง เต็ม ที่ เพราะ ว่า พระองค์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ ทุก เวลา เพื่อ ทูล ขอ เผื่อ คน เหล่า นั้น {7:26} มหา ปุโรหิต เช่น นี้ แหละ ที่ เหมาะ สำหรับ พวก เรา คือ เป็น ผู้ บริสุทธิ์ ปราศจาก อุบาย ไร้ มลทิน แยก จาก คน บาป ทั้งหลาย และ อยู่ สูง กว่า ฟ้า สวรรค์ {7:27} พระ เยซู ไม่ ต้อง นำ เครื่องบูชา มา ทุกๆ วัน (เหมือน อย่าง มหา ปุโรหิต คน อื่นๆ ที่ ตอน แรก ถวาย สำหรับ บาป ของ ตัวเอง แล้ว จึง ถวาย สำหรับ บาป ของ ประชาชน) เพราะ พระองค์ ทรง ถวาย เครื่องบูชา ครั้ง เดียว เป็น พอ เมื่อ พระองค์ ทรง ถวาย พระองค์ เอง {7:28} เพราะ ว่า ธรรม บัญญัติ แต่งตั้ง มนุษย์ ผู้ อ่อนแอ ให้ เป็น มหา ปุโรหิต แต่ ถ้อยคำ ปฏิญาณ ซึ่ง ตรัส ภายหลัง ธรรม บัญญัติ นั้น แต่งตั้ง พระ บุตร ขึ้น ผู้ ที่ พระเจ้า ทำให้ เพียบพร้อม ชั่ว นิรันดร์ {i8:1} มหา ปุโรหิต แห่ง พัน ธ สัญญา ใหม่ อัน ประเสริฐ กว่า {8:1} สรุป ประเด็น สำคัญ ของ เรื่อง ที่ เรา พูด อยู่ นี้ คือ เรา มี มหา ปุโรหิต อย่าง นี้ ผู้ ประทับ เบื้อง ขวา พระ ที่นั่ง ของ พระเจ้า ใน สวรรค์ {8:2} เป็น ผู้ ปฏิบัติ กิจ ใน สถาน ศักดิ์สิทธิ์ และ ใน พลับพลา แท้ ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ตั้ง ไว้ ไม่ ใช่ มนุษย์ ตั้ง {8:3} เพราะ ว่า มหา ปุโรหิต ทุก คน ได้ รับ การ แต่งตั้ง ขึ้น เพื่อ นำ ของ ถวาย และ เครื่องบูชา มา ถวาย เพราะ เหตุ นี้ มหา ปุโรหิต ผู้ นี้ จึง จำเป็น จะ ต้อง มี สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ถวาย ด้วย {8:4} ถ้า พระองค์ ทรง อยู่ ใน โลก พระองค์ ก็ คง ไม่ ได้ เป็น ปุโรหิต เพราะ ว่า มี ปุโรหิต ที่ นำ ของ มา ถวาย ตาม ธรรม บัญญัติ อยู่ แล้ว {8:5} ปุโรหิต เหล่า นั้น ปฏิบัติ กิจ ใน พลับพลา ที่ เป็น แต่ แบบ จำลอง และ เงา ของ สิ่ง ที่ อยู่ ใน สวรรค์ ดัง โมเสส เมื่อ ท่าน จะ ตั้ง พลับพลา นั้น พระเจ้า ก็ ตรัส สั่ง ว่า“ จง ระวัง ที่ จะ ทำ ทุก สิ่ง ตาม แบบ ที่ เรา แจ้ง แก่ เจ้า บน ภูเขา” {8:6} แต่ บัดนี้ พระ เยซู ทรง ได้ รับ พันธกิจ ที่ สูงส่ง กว่า ของ พวก เขา เช่น เดียว กับ ที่ พระองค์ ทรง เป็น คนกลาง แห่ง พัน ธ สัญญา อัน ประเสริฐ กว่า ซึ่ง ตั้ง อยู่ บน พระ สัญญา ที่ ประเสริฐ กว่า {8:7} เพราะ ว่า ถ้า พัน ธ สัญญา เดิม นั้น ไม่ มี ข้อ บกพร่อง แล้ว ก็ ไม่ จำเป็น ต้อง มี พัน ธ สัญญา ที่ สอง อีก {8:8} เพราะ พระเจ้า ทรง ติเตียน พวก เขา ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า นี่แน่ะ วัน เวลา จะ มา ถึง เมื่อ เรา จะ ทำ พัน ธ สัญญา ใหม่ กับ ชน ชาติ อิสราเอล และ กับ ชน ชาติ ยูดาห์ {8:9} ที่ ไม่ เหมือน กับ พัน ธ สัญญา ซึ่ง เรา เคย ทำ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา ทั้งหลาย ใน วัน ที่ เรา จูง มือ พวก เขา เพื่อ พา ออก จาก แผ่นดิน อียิปต์ เพราะ พวก เขา ไม่ ได้ ดำรง อยู่ ใน พัน ธ สัญญา ของ เรา เรา จึง ละทิ้ง พวก เขา ไว้ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ดังนี้ แหละ {8:10} นี่ คือ พัน ธ สัญญา ที่ เรา จะ ทำ กับ ชน ชาติ อิสราเอล ภายหลัง จาก สมัย นั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส เรา จะ บรรจุ ธรรม บัญญัติ ของ เรา ไว้ ใน จิตใจ ของ พวก เขา และ เรา จะ จารึก มัน ไว้ ใน ดวงใจ ของ พวก เขา และ เรา จะ เป็น พระเจ้า ของ พวก เขา และ พวก เขา จะ เป็น ประชากร ของ เรา {8:11} และ พวก เขา จะ ไม่ สอน เพื่อนบ้าน และ พี่น้อง ของ ตน แต่ละ คน ว่า‘ จง รู้จัก องค์ พระผู้เป็นเจ้า’ เพราะ เขา ทุก คน จะ รู้จัก เรา ตั้งแต่ คน ต่ำต้อย ที่สุด จน ถึง คน ใหญ่ โต ที่สุด {8:12} เพราะ เรา จะ เมตตา ต่อ การ อธรรม ของ พวก เขา และ จะ ไม่ จดจำ บรรดา บาป ของ พวก เขา ไว้ เลย” {8:13} เมื่อ พระองค์ ตรัส ถึง พัน ธ สัญญา ใหม่ พระองค์ ก็ ทรง ถือ ว่า พัน ธ สัญญา เดิม นั้น ล้าสมัย แล้ว สิ่ง ที่ กำลัง ล้าสมัย และ เก่า ไป นั้น ก็ ใกล้ จะ เสื่อมสูญ {i9:1} สถาน นมัสการ ใน โลก และ ใน สวรรค์ {9:1} แม้ แต่ พัน ธ สัญญา เดิม นั้น ก็ ยัง มี กฎเกณฑ์ ต่างๆ สำหรับ ศาสนพิธี และ สำหรับ สถาน นมัสการ ใน โลก {9:2} เพราะ ว่า พลับพลา จัด เตรียม เสร็จ แล้ว ใน ห้อง ชั้น นอก นั้น มี คัน ประทีป โต๊ะ และ ขนม ปัง เฉพาะ พระ พักตร์ ห้อง นี้ เรียก ว่า วิสุทธิสถาน {9:3} และ ข้าง หลัง ม่าน ชั้น ที่ สอง มี ห้อง ซึ่ง เรียก ว่า อภิ สุทธิ สถาน {9:4} ห้อง นั้น มี แท่น ทองคำ สำหรับ เผา เครื่อง หอม และ มี หีบ พัน ธ สัญญา หุ้ม ด้วย ทองคำ ทุก ด้าน ภายใน นั้น มี โถ ทองคำ บรรจุ มา นา มี ไม้เท้า ของ อา โร น ที่ ออก ดอก ตูม และ มี แผ่น ศิลา จารึก พัน ธสัญญา {9:5} เหนือ หีบ นั้น มี ตัว เค รู บ แห่ง พระ สิริ กาง ปีก คลุม พระ ที่นั่ง กรุณา นั้น สิ่ง เหล่า นี้ เรา ไม่ อาจ พรรณนา ให้ ละเอียด ตอน นี้ ได้ {9:6} เมื่อ จัด เตรียม สิ่ง เหล่า นี้ ไว้ อย่าง นั้น แล้ว พวก ปุโรหิต ก็ เข้า ไป ใน ห้อง ชั้น นอก นั้น ทุก ครั้ง ที่ ประกอบ ศาสนพิธี {9:7} แต่ ใน ห้อง ที่ สอง นั้น มี มหา ปุโรหิต ผู้ เดียว เท่านั้น ที่ เข้า ไป ได้ ปี ละ ครั้ง และ ต้อง นำ เลือด เข้า ไป ถวาย เพื่อ ตัวเอง และ เพื่อ บาป ที่ ประชาชน ทำ โดย ไม่ เจตนา ด้วย {9:8} โดย สิ่ง นี้ เอง พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ จึง ทรง สำแดง ว่า ทาง ที่ นำ เข้า สู่ สถาน ศักดิ์สิทธิ์ นั้น ยัง ไม่ เปิด ตราบ ใด ที่ ห้อง ชั้น นอก นั้น ตั้ง อยู่ {9:9} ซึ่ง เป็น เครื่องหมาย ของ ยุค ปัจจุบัน การ นำ ของ ถวาย และ เครื่องบูชา มา ถวาย ตาม แบบ นี้ ไม่ สามารถ ชำระ มโนธรรม ของ ผู้ ถวาย นั้น {9:10} เพราะ เป็น เรื่อง อาหาร และ เครื่อง ดื่ม และ พิธี ชำระ ล้าง ต่างๆ เท่านั้น เป็น เพียง กฎเกณฑ์ ต่างๆ ทาง กาย เกี่ยว กับ ชีวิต ภายนอก ที่ ได้ บัญญัติ ไว้ จน กว่า จะ ถึง เวลา ที่ ต้อง เปลี่ยนแปลง ใหม่ {9:11} แต่ เมื่อ พระ คริสต์ เสด็จ มา ใน ฐานะ มหา ปุโรหิต แห่ง บรรดา สิ่ง ประเสริฐ ซึ่ง มา ถึง แล้ว พระองค์ ก็ เสด็จ เข้า ไป สู่ พลับพลา ที่ ใหญ่ และ สมบูรณ์ ยิ่ง กว่า แต่ ก่อน (ที่ ไม่ ได้ สร้าง ขึ้น ด้วย มือ มนุษย์ คือ ไม่ ใช่ สิ่ง ปลูกสร้าง ของ โลก นี้) {9:12} คือ เสด็จ เข้า ไป ใน สถาน ศักดิ์สิทธิ์ ครั้ง เดียว เป็น พอ และ พระองค์ ไม่ ได้ ทรง นำ เลือด แพะ และ เลือด ลูก วัว เข้า ไป แต่ ทรง นำ พระ โลหิต ของ พระองค์ เอง เข้า ไป จึง ได้ มา ซึ่ง การ ไถ่ บาป ชั่ว นิรันดร์ {9:13} เพราะ ว่า ถ้า เลือด แพะ และ เลือด วัว ตัวผู้ และ เถ้า ของ ลูก วัว ตัวเมีย ที่ ประพรม ลง บน คน ที่ มี มลทิน สามารถ ชำระ เนื้อตัว ให้ บริสุทธิ์ ได้ {9:14} มาก ยิ่ง กว่า นั้น สัก เท่าใด พระ โลหิต ของ พระ คริสต์ ผู้ ทรง ถวาย พระองค์ เอง ที่ ปราศจาก ตำหนิ แด่ พระเจ้า โดย พระ วิญญาณ นิรันดร์ ก็ จะ ทรง ชำระ มโนธรรม ของ เรา จาก การ ประพฤติ ที่ เปล่า ประโยชน์ เพื่อ เรา จะ ปรนนิบัติ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่ {9:15} เพราะ เหตุ นี้ พระ คริสต์ จึง ทรง เป็น คนกลาง แห่ง พัน ธ สัญญา ใหม่ เพื่อ ให้ คน ทั้งหลาย ที่ พระองค์ ทรง เรียก มา ได้ รับ มรดก นิรันดร์ ตาม พระ สัญญา เพราะ ความ ตาย ที่ เกิด ขึ้น นั้น ไถ่ พวก เขา ให้ พ้น จาก บรรดา การ ล่วงละเมิด ที่ เกิด ภาย ใต้ พัน ธ สัญญา เดิม แล้ว {9:16} เพราะ ว่า ใน กรณี ที่ เกี่ยว กับ หนังสือ พินัยกรรม ก็ จะ ต้อง พิสูจน์ ว่า ผู้ ทำ หนังสือ นั้น ตาย แล้ว {9:17} คน นั้น ต้อง ตาย เสีย ก่อน หนังสือ พินัยกรรม จึง จะ มี ผล แต่ ถ้า ผู้ ทำ ยัง มี ชีวิต อยู่ พินัยกรรม นั้น ก็ ใช้ ไม่ ได้ {9:18} เหตุ ฉะนั้น แม้ แต่ พัน ธ สัญญา เดิม ก็ ไม่ ได้ ทรง ตั้ง ขึ้น โดย ปราศจาก เลือด {9:19} เพราะ เมื่อ โมเสส ประกาศ บัญญัติ ทุก ข้อ ใน ธรรม บัญญัติ แก่ บรรดา ประชาชน แล้ว ท่าน ก็ เอา เลือด ลูก วัว เลือด แพะ กับ น้ำ และ เอา ขน แกะ สี แดง และ ต้น หุ สบ มา ประพรม หนังสือ ม้วน นั้น รวม ทั้ง ประชาชน ทั้งปวง ด้วย {9:20} ท่าน กล่าว ว่า“ นี่ คือ โลหิต แห่ง พัน ธ สัญญา ซึ่ง พระเจ้า ทรง บัญญัติ ไว้ แก่ เจ้า ทั้งหลาย” {9:21} แล้ว ท่าน ก็ เอา เลือด ประพรม พลับพลา กับ เครื่อง ใช้ ทุก ชนิด ใน พิธี นมัสการ นั้น เช่น เดียวกัน {9:22} แท้ จริง ตาม ธรรม บัญญัติ นั้น ถือ ว่า เกือบ ทุก สิ่ง ได้ รับ การ ชำระ ให้ บริสุทธิ์ ได้ ด้วย เลือด และ ถ้า ไม่ มี โลหิต ไหล ออก แล้ว ก็ จะ ไม่ มี การ ยก โทษ บาป เลย {i9:23} บาป ถูก ขจัด โดย การ ถวาย บูชา ของ พระ คริสต์ {9:23} เพราะ ฉะนั้น แบบ จำลอง ของ สวรรค์ จึง จำเป็น ต้อง ถูก ชำระ ให้ บริสุทธิ์ โดย ใช้ เครื่องบูชา เช่น นี้ แต่ว่า ของ จริง จาก สวรรค์ นั้น ต้อง ชำระ ให้ บริสุทธิ์ ด้วย เครื่องบูชา อัน ประเสริฐ กว่า นั้น {9:24} เพราะ ว่า พระ คริสต์ ไม่ ได้ เสด็จ เข้า ไป ใน สถาน ศักดิ์สิทธิ์ ที่ สร้าง ขึ้น ด้วย มือ มนุษย์ ซึ่ง ถอด แบบ จาก ของ จริง แต่ พระองค์ เสด็จ เข้า ไป ใน สวรรค์ นั้น เอง เพื่อ ทรง ปรากฏ ตัว ต่อ พระ พักตร์ พระเจ้า เพื่อ พวก เรา {9:25} ไม่ ใช่ เพื่อ ทรง ถวาย พระองค์ เอง ซ้ำ อีก ไม่ เหมือน มหา ปุโรหิต ที่ เข้า ไป ใน สถาน ศักดิ์สิทธิ์ ทุก ปี โดย นำ เอา เลือด ซึ่ง ไม่ ใช่ ของ ตัวเอง เข้า ไป ด้วย {9:26} เพราะ ถ้า เป็น เช่น นั้น พระองค์ คง จะ ต้อง ทรง ทน ทุกข์ หลาย ครั้ง นับ ตั้งแต่ สร้าง โลก มา แต่ ความ จริง พระองค์ ทรง ปรากฏ ครั้ง เดียว เท่านั้น ใน ปลาย ยุค เพื่อ กำจัด บาป ให้ หมด สิ้น ไป โดย การ ถวาย พระองค์ เอง เป็น เครื่องบูชา {9:27} ตาม ที่ มี ข้อ กำหนด สำหรับ มนุษย์ ไว้ แล้ว ว่า จะ ตาย ครั้ง เดียว และ หลัง จาก นั้น ก็ จะ มี การ พิพากษา ฉัน ใด {9:28} พระ คริสต์ ก็ ฉัน นั้น คือ พระองค์ ทรง ถวาย พระองค์ เอง เป็น เครื่องบูชา ครั้ง เดียว เป็น พอ เพื่อ จะ ได้ ทรง แบก บาป ของ คน จำนวน มาก ไว้ แล้ว พระองค์ จะ ทรง ปรากฏ เป็น ครั้ง ที่ สอง ไม่ ใช่ เพื่อ กำจัด บาป แต่ เพื่อ นำ ความ รอด มา ให้ บรรดา ผู้ ที่ รอ คอย พระองค์ ด้วย ใจ จดจ่อ {10:1} เพราะ เหตุ ที่ ธรรม บัญญัติ เป็น เพียง เงา ของ สิ่ง ประเสริฐ ทั้งหลาย ที่ จะ มา ใน ภายหลัง ไม่ ใช่ ตัว จริง จึง ไม่ สามารถ ทำให้ ผู้ ที่ เข้า เฝ้า พระเจ้า พร้อม กับ เครื่องบูชา ที่ พวก เขา ถวาย เหมือน เดิม ทุก ปี เสมอ มา นั้น ถึง ความ สมบูรณ์ ได้ {10:2} เพราะ ถ้า ทำ ได้ พวก เขา คง หยุด การ ถวาย เครื่องบูชา แล้ว ไม่ ใช่ หรือ? เพราะ ถ้า ผู้ นมัสการ ได้ รับ การ ชำระ ให้ บริสุทธิ์ สัก ครั้ง หนึ่ง แล้ว คง จะ ไม่ รู้สึก ว่า มี บาป อีก ต่อ ไป {10:3} แต่ การ ถวาย เครื่องบูชา นั้น เป็น การ เตือน ให้ คิด ถึง บาป ทุก ปี {10:4} เพราะ เลือด วัว ผู้ และ เลือด แพะ ไม่ มี ทาง ชำระ บาป ให้ หมด สิ้น ไป ได้ เลย {10:5} เพราะ ฉะนั้น เมื่อ พระ คริสต์ เสด็จ เข้า มา ใน โลก แล้ว พระองค์ ตรัส ว่า“ พระองค์เจ้า ข้า เครื่อง สัต ว บูชา และ เครื่องบูชา อื่นๆ พระองค์ ไม่ ทรง ประสงค์ แต่ พระองค์ ทรง จัด เตรียม กาย สำหรับ ข้า พระองค์ {10:6} เครื่อง เผา บูชา และ เครื่องบูชา ลบ บาป นั้น พระองค์ ไม่ พอ พระทัย {10:7} แล้ว ข้า พระองค์ ทูล ว่า‘ ข้า แต่ พระเจ้า ข้า พระองค์ มา แล้ว เพื่อ จะ ทำ ตาม พระทัย ของ พระองค์’ ตาม ที่ มี เรื่อง ข้า พระองค์ เขียน ไว้ ใน หนังสือ ม้วน” {10:8} เมื่อ พระองค์ ตรัส ใน ตอน แรก ว่า“ เครื่อง สัต ว บูชา และ เครื่องบูชา อื่นๆ และ เครื่อง เผา บูชา และ เครื่องบูชา ลบ บาป (ที่ ได้ ถวาย ตาม ธรรม บัญญัติ นั้น) พระองค์ ไม่ ทรง ประสงค์ และ ไม่ พอ พระทัย” {10:9} แล้ว พระองค์ ท่าน ก็ ตรัส ด้วย ว่า“ ข้า พระองค์ มา แล้ว เพื่อ จะ ทำ ตาม พระทัย ของ พระองค์” พระองค์ ท่าน ทรง ยกเลิก ระบบ เดิม นั้น เสีย เพื่อ จะ ทรง ตั้ง ระบบ ใหม่ {10:10} และ โดย พระ ประสงค์ นั้น เอง เรา จึง ได้ รับ การ ชำระ ให้ บริสุทธิ์ โดย การ ถวาย พระ กาย ของ พระ เยซู คริสต์ ครั้ง เดียว เป็น พอ {10:11} ส่วน ปุโรหิต ทุก คน ก็ ยืน ปฏิบัติ กิจ อยู่ ทุก วัน โดย การ นำ เครื่องบูชา อย่าง เดียวกัน มา ถวาย เสมอๆ เครื่องบูชา เหล่า นั้น ไม่ มี วัน ลบล้าง บาป ได้ เลย {10:12} แต่ เมื่อ พระ คริสต์ ทรง ถวาย เครื่องบูชา เพื่อ ลบ บาป เพียง ครั้ง เดียว สำหรับ ตลอด ไป แล้ว พระองค์ ก็ ประทับ เบื้อง ขวา ของ พระเจ้า {10:13} เพื่อ ทรง คอย อยู่ จน กว่า ศัตรู ของ พระองค์ ถูก นำ มา เป็น ที่ รอง พระ บาท ของ พระองค์ {10:14} โดย การ ถวาย บูชา เพียง ครั้ง เดียว พระองค์ ก็ ทรง ทำให้ คน ทั้งหลาย ที่ ได้ รับ การ ชำระ ให้ บริสุทธิ์ แล้ว นั้น ถึง ความ สมบูรณ์ ตลอด ไป {10:15} และ พระ วิญญาณ บริสุทธิ์ ก็ ทรง เป็น พยาน แก่ เรา ด้วย เพราะ หลัง จาก ที่ พระองค์ ตรัส ว่า {10:16} “ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า นี่ คือ พัน ธ สัญญา ซึ่ง เรา จะ ทำ กับ เขา ทั้งหลาย หลัง จาก สมัย นั้น เรา จะ บรรจุ ธรรม บัญญัติ ของ เรา ไว้ ใน ใจ ของ พวก เขา และ เรา จะ จารึก มัน ไว้ ใน จิตใจ ของ พวก เขา” {10:17} “ และ เรา จะ ไม่ จดจำ บาป ของ พวก เขา และ การ อธรรม ของ พวก เขา อีก ต่อ ไป” {10:18} เมื่อ มี การ ยก โทษ บาป แล้ว ก็ ไม่ มี การ ถวาย เครื่องบูชา เพื่อ ลบ บาป อีก ต่อ ไป {i10:19} คำ กำชับ และ คำ เตือน {10:19} เพราะ ฉะนั้น พี่น้อง ทั้งหลาย เมื่อ เรา มี ใจ กล้า ที่ จะ เข้า ไป ใน สถาน ศักดิ์สิทธิ์ โดย พระ โลหิต ของ พระ เยซู {10:20} ตาม ทาง ใหม่ และ เป็น ทาง ที่ มี ชีวิต ซึ่ง พระองค์ ทรง เปิด ให้ เรา ผ่าน เข้า ไป ทาง ม่าน นั้น คือ ทาง พระ กาย ของ พระองค์ {10:21} และ เมื่อ เรา มี ปุโรหิต ใหญ่ เหนือ หมู่ คน ของ พระเจ้า แล้ว {10:22} ก็ ให้ เรา เข้า ไป ใกล้ ด้วย ใจ จริง ด้วย ความ ไว้ใจ เต็ม ที่ มี ใจ ที่ ได้ รับ การ ประพรม ให้ พ้น จาก มโนธรรม ที่ ไม่ ดี และ มี กาย ที่ ล้าง ชำระ ด้วย น้ำ สะอาด {10:23} ขอ ให้ เรา ยัง คง ยึดมั่น ใน ความ หวัง ที่ ประกาศ รับ ไว้ นั้น โดย ไม่ หวั่นไหว เพราะ ว่า พระองค์ ผู้ ประทาน พระ สัญญา นั้น ทรง ซื่อสัตย์ {10:24} และ ขอ ให้ เรา พิจารณา ดู เพื่อ จะ ปลุกใจ กัน และ กัน ให้ มี ความ รัก และ ทำ ความ ดี {10:25} อย่า ขาด การ ประชุม เหมือน อย่าง บาง คน ทำ เป็น นิสัย แต่ จง หนุน ใจ กัน ให้ มาก ยิ่ง ขึ้น เพราะ พวก ท่าน ก็ รู้ อยู่ ว่า วัน นั้น ใกล้ เข้า มา แล้ว {10:26} เพราะ ถ้า เรา ยัง จงใจ ทำบาป อยู่ เรื่อยๆ หลัง จาก ได้ รับ ความ รู้เรื่อง ความ จริง แล้ว ก็ จะ ไม่ มี เครื่องบูชา ลบ บาป เหลือ อยู่ เลย {10:27} แต่ จะ มี ความ หวาดกลัว ใน การ รอ คอย การ พิพากษา และ ไฟ อัน ร้ายแรง ซึ่ง จะ เผา ผลาญ บรรดา ศัตรู {10:28} ส่วน คน ที่ ละเมิด ธรรม บัญญัติ ของ โมเสส นั้น ถ้า มี พยาน สัก สอง หรือ สาม ปาก ก็ จะ ต้อง ตาย โดย ปราศจาก ความ ปรานี {10:29} แล้ว พวก ท่าน คิด ดู ซิ ว่า คน ที่ เหยียบ ย่ำ พระ บุตร ของ พระเจ้า และ ถือ ว่า พระ โลหิต แห่ง พัน ธ สัญญา ซึ่ง ชำระ เขา ให้ บริสุทธิ์ นั้น เป็น มลทิน และ ดูหมิ่น พระ วิญญาณ แห่ง พระคุณ สมควร จะ ถูก ลงโทษ หนัก กว่า สัก เท่าใด {10:30} เพราะ ว่า เรา รู้จัก พระองค์ ผู้ ตรัส ว่า“ การ แก้ แค้น เป็น ของ เรา เรา จะ ตอบ สนอง” และ ตรัส อีก ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง พิพากษา ประชากร ของ พระองค์” {10:31} การ ตก อยู่ ใน พระ หัตถ์ ของ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ นั้น เป็น สิ่ง ที่ น่า หวาดกลัว {10:32} แต่ ท่าน ทั้งหลาย จง ระลึก ถึง คราว ก่อน นั้น หลัง จาก ที่ ได้ รับ ความ สว่าง แล้ว พวก ท่าน ได้ สู้ ทน ต่อ ความ ยาก ลำบาก อย่าง ใหญ่ หลวง {10:33} บางที ท่าน ก็ ถูก ประจาน ให้ อับอาย ขายหน้า และ ถูก ข่มเหง บางที ท่าน ก็ ร่วม ทุกข์ กับ คน ที่ ถูก กระทำ เช่น นั้น {10:34} เพราะ ว่า ท่าน ทั้งหลาย มี ใจ เมตตา ต่อ ผู้ ที่ ถูก คุม ขัง เหล่า นั้น และ เมื่อ มี คน ปล้น ชิง เอา ทรัพย์ สิ่งของ ของ ท่าน ไป ท่าน ก็ ยอม ให้ ด้วย ใจ ยินดี เพราะ ท่าน รู้ แล้ว ว่า ท่าน มี ทรัพย์ สมบัติ ที่ ดี กว่า และ ถาวร กว่า นั้น อีก {10:35} เพราะ ฉะนั้น อย่า ละทิ้ง ความ ไว้ วางใจ ของ ท่าน อัน จะ นำ มา ซึ่ง บำเหน็จ ยิ่งใหญ่ {10:36} ท่าน ทั้งหลาย จำเป็น ต้อง มี ความ ทรหด อดทน เพื่อ ท่าน จะ สามารถ ทำ ตาม พระทัย ของ พระเจ้า ได้ แล้ว ท่าน ก็ จะ ได้ รับ สิ่ง ที่ ทรง สัญญา ไว้ นั้น {10:37} เพราะ อีก เพียง ไม่ นาน พระองค์ ผู้ จะ เสด็จ มา ก็ จะ เสด็จ มา และ จะ ไม่ ทรง ชักช้า {10:38} แต่ คน ชอบธรรม ของ เรา นั้น จะ ดำรง ชีวิต อยู่ ด้วย ความ เชื่อ และ ถ้า เขา หัน กลับ เรา จะ ไม่ มี ความ พอใจ ใน คน นั้น เลย {10:39} แต่ พวก เรา เอง ไม่ ใช่ พวก ที่ หัน กลับ และ ถึง ซึ่ง ความ พินาศ แต่ เป็น พวก ที่ เชื่อ มั่น จึง ทำให้ ชีวิต ปลอดภัย {i11:1} ความ เชื่อ {11:1} ความ เชื่อ คือ ความ มั่นใจ ใน สิ่ง ที่ หวัง ไว้ เป็น ความ แน่ใจ ใน สิ่ง ที่ มอง ไม่ เห็น {11:2} โดย ความ เชื่อ นี้ เอง คน สมัย ก่อน จึง ได้ รับ การ รับรอง จาก พระเจ้า {11:3} โดย ความ เชื่อ เรา จึง เข้าใจ ว่า พระเจ้า ได้ ทรง สร้าง จักรวาล ด้วย พระ ดำรัส ของ พระองค์ ดังนั้น สิ่ง ที่ มอง เห็น จึง เป็น สิ่ง ที่ เกิด จาก สิ่ง ที่ ไม่ ปรากฏ ให้ เห็น {11:4} โดย ความ เชื่อ อา เบล จึง นำ เครื่องบูชา ที่ ดี กว่า ของ คา อิน มา ถวาย แด่ พระเจ้า โดย ทาง ความ เชื่อ นั้น ท่าน ได้ รับ การ รับรอง ว่า เป็น คน ชอบธรรม พระเจ้า ทรง รับรอง ของ ถวาย ของ ท่าน แม้ ว่า อา เบล ตาย ไป แล้ว แต่ โดย ทาง ความ เชื่อ ท่าน จึง ยัง พูด อยู่ {11:5} โดย ความ เชื่อ เอ โน ค จึง ถูก รับ ขึ้น ไป เพื่อ ไม่ ให้ ท่าน ประสบ กับ ความ ตาย ไม่ มี ผู้ ใด พบ ท่าน เพราะ พระเจ้า ทรง รับ ท่าน ไป แล้ว เพราะ ก่อน ที่ จะ รับ ท่าน ขึ้น ไป นั้น ท่าน ได้ รับ การ รับรอง แล้ว ว่า ท่าน เป็น ที่ พอ พระทัย ของ พระเจ้า {11:6} แต่ ถ้า ไม่ มี ความ เชื่อ แล้ว จะ ไม่ เป็น ที่ พอ พระทัย เลย เพราะ ว่า ผู้ ที่ จะ มา เฝ้า พระเจ้า นั้น ต้อง เชื่อ ว่า พระองค์ ทรง ดำรง พระ ชนม์ อยู่ และ พระองค์ ทรง เป็น ผู้ ประทาน บำเหน็จ แก่ คน เหล่า นั้น ที่ แสวง หา พระองค์ {11:7} โดย ความ เชื่อ เมื่อ โน อาห์ ได้ รับ พระ ดำรัส เตือน เกี่ยว กับ เหตุการณ์ ที่ ยัง มอง ไม่ เห็น ท่าน จึง ยำเกรง และ ต่อ เรือ ใหญ่ เพื่อ ช่วย ครอบครัว ของ ตน ให้ ปลอดภัย และ โดย ทาง ความ เชื่อ นั้น ท่าน จึง กล่าวโทษ ชาว โลก และ กลาย เป็น ทายาท แห่ง ความ ชอบธรรม ซึ่ง มา โดย ความ เชื่อ {11:8} โดย ความ เชื่อ เมื่อ อับราฮัม ได้ รับ การ ทรง เรียก ให้ ออก เดินทาง ไป ยัง ที่ ที่ ท่าน จะ รับ เป็น มรดก ท่าน ก็ เชื่อฟัง และ เดินทาง ออก ไป โดย ไม่ รู้ ว่า จะ ไป ที่ไหน {11:9} โดย ความ เชื่อ ท่าน ได้ อาศัย ใน แผ่นดิน แห่ง พระ สัญญา เหมือน เป็น คน ต่าง ด้าว โดย พัก อยู่ ใน เต็นท์ ร่วม กับ อิส อัค และ ยา โค บ ผู้ เป็น ทายาท ตาม พระ สัญญา เดียวกัน นั้น {11:10} ท่าน เฝ้า คอย นคร ที่ ตั้ง อยู่ บน รากฐาน ซึ่ง พระเจ้า ทรง เป็น สถาปนิก และ ทรง เป็น ผู้ สร้าง {11:11} โดย ความ เชื่อ อับราฮัม ได้ รับ พลัง ที่ จะ มี บุตร แม้ ท่าน ชรา มาก แล้ว และ นาง ซา ราห์ เอง ก็ เป็น หมัน เพราะ ท่าน ถือ ว่า พระองค์ ผู้ ทรง สัญญา นั้น ซื่อสัตย์ {11:12} เหตุ ฉะนั้น จาก ชาย คน เดียว ซึ่ง เป็น เสมือน คน ตาย แล้ว นั้น ก็ ทำให้ มี ผู้ สืบ เชื้อสาย เกิด มา มากมาย ดัง ดวง ดาว ใน ท้อง ฟ้า และ ดัง เม็ด ทราย อัน นับ ไม่ ถ้วน ที่ ฝั่ง ทะเล {11:13} คน เหล่า นี้ ทั้งหมด ตาย ใน ขณะ ที่ ยัง มี ความ เชื่อ อยู่ และ ยัง ไม่ ได้ รับ สิ่ง ต่างๆ ที่ ทรง สัญญา ไว้ แต่ พวก เขา ก็ สังเกต เห็น แต่ ไกล และ รอ รับ ด้วย ใจ ยินดี และ ยอมรับ ว่า พวก เขา เป็น คน แปลก ถิ่น ที่ ท่องเที่ยว ไป ใน โลก {11:14} เพราะ คน ที่ พูด อย่าง นี้ ก็ แสดง ให้ เห็น ชัด แล้ว ว่า พวก เขา กำลัง แสวง หา เมือง ที่ จะ ได้ เป็น ของ ตนเอง {11:15} ถ้า พวก เขา คิด ถึง บ้านเมือง ที่ จาก มา นั้น พวก เขา ก็ คง จะ มี โอกาส กลับ ไป ได้ {11:16} แต่ ความ จริง พวก เขา ปรารถนา บ้านเมือง ที่ ประเสริฐ กว่า นั้น คือ เมือง สวรรค์ เพราะ ฉะนั้น พระเจ้า จึง ไม่ ได้ ทรง ละอาย ที่ จะ ได้ รับ การ เรียก ว่า เป็น พระเจ้า ของ พวก เขา เพราะ พระองค์ ทรง จัด เตรียม เมือง หนึ่ง ไว้ สำหรับ พวก เขา แล้ว {11:17} โดย ความ เชื่อ เมื่อ อับราฮัม ถูก ลอง ใจ จึง ได้ ถวาย อิส อัค เป็น เครื่องบูชา และ ท่าน ผู้ ได้ รับ พระ สัญญา ก็ พร้อม แล้ว ที่ จะ ถวาย บุตร ชาย คน เดียว ของ ท่าน {11:18} คือ บุตร คน ที่ มี พระ ดำรัส ว่า“ เขา จะ เรียก เชื้อสาย ของ ท่าน ทาง สาย อิส อัค” {11:19} ท่าน เชื่อ ว่า พระเจ้า ทรง สามารถ ทำให้ คน ตาย เป็น ขึ้น มา ได้ ฉะนั้น โดย อุปมา แล้ว ท่าน ได้ รับ บุตร คืน มา {11:20} โดย ความ เชื่อ อิส อัค จึง อวยพร ยา โค บ และ เอ ซาว สำหรับ เหตุการณ์ ที่ จะ เกิด ขึ้น ใน ภายหน้า {11:21} โดย ความ เชื่อ เมื่อ ยา โค บ ใกล้ จะ ตาย จึง อวยพร บุตร แต่ละ คน ของ โย เซฟ และ ได้ นมัสการ พระเจ้า ขณะ ยัน กาย บน หัว ไม้เท้า ของ ท่าน {11:22} โดย ความ เชื่อ เมื่อ โย เซฟ กำลัง จะ ตาย จึง กล่าว ถึง การ อพยพ ของ คน อิสราเอล และ สั่งเสีย เรื่อง กระดูก ของ ท่าน {11:23} โดย ความ เชื่อ เมื่อ โมเสส เกิด มา บิดา มารดา จึง ซ่อน ท่าน ไว้ ถึง สาม เดือน เพราะ เห็น ว่า ท่าน เป็น เด็ก น่า รัก และ บิดา มารดา ของ ท่าน ไม่ ได้ กลัว คำ สั่ง ของ กษัตริย์ เลย {11:24} โดย ความ เชื่อ เมื่อ โมเสส โต แล้ว ท่าน ไม่ ยอม ให้ ใคร เรียก ท่าน ว่า เป็น บุตร ของ ธิดา กษัตริย์ ฟาโรห์ {11:25} ท่าน เลือก การ ร่วม ทุกข์ กับ ประชากร ของ พระเจ้า แทน การ เริง สำราญ ชั่วคราว ใน บาป {11:26} ท่าน ถือ ว่า ความ อับอาย ขายหน้า เพื่อ พระ คริสต์ ล้ำ ค่า กว่า สมบัติ ทั้งหลาย ของ อียิปต์ เพราะ ท่าน เพ่ง ดู ที่ บำเหน็จ ที่ จะ ได้ รับ นั้น {11:27} โดย ความ เชื่อ ท่าน จึง ออก จาก อียิปต์ โดย ไม่ ได้ เกรงกลัว ความ กริ้ว ของ กษัตริย์ ท่าน สู้ ทน ประหนึ่ง ได้ เห็น พระองค์ ผู้ ไม่ ทรง ปรากฏ แก่ ตา {11:28} โดย ความ เชื่อ ท่าน ถือ ปัส กา และ พิธี ประพรม เลือด เพื่อ ไม่ ให้ ทูต มรณะ มา แตะ ต้อง บุตร หัว ปี ของ คน อิสราเอล {11:29} โดย ความ เชื่อ พวก อิสราเอล จึง เดิน ข้าม ทะเล แดง เหมือน กับ ว่า เดิน บน ดิน แห้ง แต่ เมื่อ พวก อียิปต์ ลอง เดิน ข้าม ดู บ้าง ก็ จม น้ำ ตาย หมด {11:30} โดย ความ เชื่อ กำแพง เมือง เย รี โค พัง ลง หลัง จาก คน อิสราเอล เดิน รอบ กำแพง ครบ เจ็ด วัน {11:31} โดย ความ เชื่อ รา หับ หญิง โสเภณี จึง ไม่ ได้ พินาศ ไป พร้อม กับ พวก ที่ ไม่ เชื่อฟัง เพราะ นาง ได้ ต้อนรับ คน สอดแนม เป็น อย่าง ดี {11:32} แล้ว จะ ให้ ข้าพเจ้า กล่าว อะไร ต่อ ไป อีก เพราะ ไม่ มี เวลา พอ ที่ จะ กล่าว ถึง กิ เด โอน บา รา ค แซม สัน เย ฟธาห์ ดา วิด และ ซา มูเอล และ ผู้ เผย พระ วจนะ ทั้งหลาย {11:33} ผู้ ซึ่ง อาศัย ความ เชื่อ จึง พิชิต อาณาจักร ต่างๆ ปกครอง ด้วย ความ เที่ยงธรรม ได้ รับ สิ่ง ต่างๆ ที่ ทรง สัญญา ไว้ ได้ ปิด ปาก สิงโต {11:34} ได้ ดับ ไฟ ที่ ไหม้ อย่าง รุนแรง ได้ พ้น จาก คม ดาบ ได้ เปลี่ยน จาก คน อ่อนแอ มา เป็น คน เข้มแข็ง มี กำลัง มาก ใน การ สงคราม ได้ ตี กองทัพ ของ ประเทศ อื่นๆ แตก พ่าย ไป {11:35} พวก ผู้หญิง ก็ ได้ คน ของ พวก นาง ที่ เป็น ขึ้น จาก ความ ตาย บาง คน ถูก ทรมาน แต่ ก็ ไม่ ยอมรับ การ ปลดปล่อย เพื่อ จะ ได้ เป็น ขึ้น มา สู่ ชีวิต ที่ ดี กว่า {11:36} บาง คน พบ กับ การ เยาะเย้ย และ การ โบย ตี และ ยัง ถูก ล่าม โซ่ และ ถูก ขัง คุก ด้วย {11:37} บาง คน ถูก ขว้าง ด้วย ก้อน หิน บาง คน ถูก เลื่อย เป็น สอง ท่อน บาง คน ถูก ฆ่า ด้วย คม ดาบ บาง คน ก็ นุ่งห่ม หนัง แกะ หนัง แพะ พเนจร ไป สิ้น เนื้อ ประดา ตัว ตก ระกำ ลำบาก และ ถูก ทำ ทารุณ {11:38} แผ่นดิน โลก ไม่ คู่ควร กับ คน เช่น นั้น เลย เขา พเนจร ไป ตาม ถิ่น ทุรกันดาร และ ตาม ภูเขา ใน ถ้ำ และ ใน โพรง ใต้ ดิน {11:39} แม้ คน เหล่า นี้ ทุก คน ได้ รับ การ รับรอง เพราะ ความ เชื่อ แต่ พวก เขา ก็ ยัง ไม่ ได้ รับ สิ่ง ที่ ทรง สัญญา ไว้ {11:40} เพราะ พระเจ้า ทรง จัด เตรียม สิ่ง ที่ ประเสริฐ ยิ่ง กว่า นั้น ไว้ สำหรับ พวก เรา เพื่อ พวก เขา จะ ถึง ความ สมบูรณ์ ด้วย กัน กับ พวก เรา {i12:1} การ ตี สอน ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {12:1} เพราะ ฉะนั้น เมื่อ เรา มี พยาน มากมาย อยู่ รอบ ข้าง อย่าง นี้ แล้ว ก็ ขอ ให้ เรา ละทิ้ง ทุก อย่าง ที่ ถ่วง อยู่ และ บาป ที่ เกาะ แน่น ขอ ให้ เรา ยัง คง ด้วย ความ ทรหด อดทน ใน การ แข่งขัน ที่ อยู่ ข้าง หน้า เรา {12:2} โดย จับ ตา มอง ที่ พระ เยซู ผู้ เบิก ทาง ความ เชื่อ และ ผู้ ทรง ทำให้ ความ เชื่อ นั้น สมบูรณ์ พระองค์ ทรง สู้ ทน ต่อ กางเขน เพื่อ ความ ยินดี ที่ อยู่ ต่อ หน้า พระองค์ ทรง ถือ ว่า ความ อับอาย นั้น ไม่ เป็น สิ่ง สำคัญ และ พระองค์ ประทับ เบื้อง ขวา พระ ที่นั่ง ของ พระเจ้า {12:3} ท่าน ทั้งหลาย จง คิด ถึง พระองค์ ผู้ ทรง ยอม ทน ต่อ การ คัดค้าน ของ คน บาป เพื่อ ท่าน จะ ไม่ อ่อน ล้า และ ไม่ ท้อ ใจ {12:4} ใน การ ต่อสู้ กับ บาป นั้น ท่าน ยัง ไม่ ได้ สู้ จน ถึง กับ ต้อง หลั่ง เลือด เลย {12:5} และ ท่าน ได้ ลืม คำ เตือน ที่ พระองค์ ทรง เตือน พวก ท่าน ใน ฐานะ ที่ เป็น บุตร ว่า“ บุตร ชาย ของ เรา เอ๋ย อย่า ละเลย ต่อ การ ตี สอน ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ อย่า ท้อ ใจ เมื่อ พระองค์ ทรง ตักเตือน {12:6} เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ตี สอน ผู้ ที่ พระองค์ ทรง รัก และ เมื่อ พระองค์ ทรง รับ ใคร เป็น บุตร พระองค์ ก็ ทรง เฆี่ยน ตี คน นั้น” {12:7} ท่าน ทั้งหลาย จง สู้ ทน เอา เถอะ เพราะ เป็น การ ตี สอน พระเจ้า ทรง ปฏิบัติ ต่อ ท่าน เหมือน ท่าน เป็น บุตร ของ พระองค์ เพราะ ว่า มี บุตร คน ไหน บ้าง ที่ บิดา ไม่ ตี สอน? {12:8} แต่ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ไม่ ได้ ถูก ตี สอน เช่น เดียว กับ คน อื่นๆ ท่าน ก็ ไม่ ใช่ บุตร แต่ เป็น ลูก นอก กฎหมาย {12:9} ยิ่ง ไป กว่า นั้น เรา ทั้งหลาย มี บิดา เป็น มนุษย์ ที่ ตี สอน เรา และ เรา ก็ นับถือ บิดา นั้น เรา จึง ยิ่ง ควร อยู่ ใต้ บังคับ ของ พระ บิดา แห่ง จิต วิญญาณ และ ดำรง ชีวิต อยู่ ไม่ ใช่ หรือ? {12:10} เพราะ บิดา ที่ เป็น มนุษย์ ตี สอน เรา เพียง ชั่ว เวลา เล็กน้อย ตาม ความเห็น ดี เห็น ชอบ ของ พวก เขา แต่ พระองค์ ทรง ตี สอน เพื่อ ประโยชน์ ของ เรา เพื่อ เรา จะ มี ส่วน ใน ความ บริสุทธิ์ ของ พระองค์ {12:11} การ ตี สอน ทุก อย่าง ดู ไม่ น่า ยินดี เลย ใน เวลา นั้น แต่ น่า เศร้าใจ แต่ ภายหลัง ก็ ก่อ ให้ เกิด ผล คือ สันติสุข และ ความ ชอบธรรม แก่ บรรดา คน ที่ ถูก ฝึกฝน โดย การ ตี สอน นั้น {12:12} เหตุ ฉะนั้น จง เสริม กำลัง มือ ที่ อ่อน แรง และ เข่า ที่ อ่อน ล้า {12:13} และ จง ทำ หนทาง ให้ ตรง เพื่อ เท้า ของ พวก ท่าน เพื่อ ว่า ขา ที่ เขยก นั้น จะ ได้ ไม่ เคล็ด แต่ จะ หาย เป็น ปกติ {i12:14} คำ เตือน ไม่ ให้ ปฏิเสธ พระคุณ พระเจ้า {12:14} จง มุ่งมั่น ที่ จะ ได้ อยู่ อย่าง สงบสุข กับ ทุก คน และ ที่ จะ ได้ ความ บริสุทธิ์ เพราะ ถ้า ปราศจาก ความ บริสุทธิ์ แล้ว ก็ จะ ไม่ มี ใคร ได้ เห็น องค์ พระผู้เป็นเจ้า เลย {12:15} จง ระวัง ให้ ดี อย่า ให้ ใคร ขาด จาก พระคุณ ของ พระเจ้า และ อย่า ให้ มี ราก ขม ขื่น งอก ขึ้น มา ก่อ ความ ยุ่งยาก ให้ และ ทำให้ หลาย คน เป็น มลทิน {12:16} อย่า ให้ ใคร เป็น คน ที่ ประพฤติ ผิด ทาง เพศ หรือ เป็น คน ไม่ นับถือ พระเจ้า เหมือน อย่าง เอ ซาว ผู้ ขาย สิทธิ ของ บุตร หัว ปี เพราะ เห็นแก่ อาหาร เพียง มื้อ เดียว {12:17} เพราะ พวก ท่าน ก็ รู้ อยู่ แล้ว ว่า ต่อ มา ภายหลัง เมื่อ เอ ซาว อยาก ได้ รับ พร นั้น เป็น มรดก เขา ก็ ถูก ปฏิเสธ และ ไม่ พบ หนทาง แก้ไข แม้ ว่า เขา ได้ แสวง หา พร นั้น จน น้ำตา ไหล {12:18} พวก ท่าน ไม่ ได้ มา ถึง ภูเขา ที่ จะ ถูกต้อง ด้วย มือ ได้ หรือ มา ถึง ไฟ ที่ ไหม้ หรือ มา ถึง ความ มืด หรือ มา ถึง ที่ มืด มิด หรือ มา ถึง ลม พายุ {12:19} หรือ มา ถึง เสียง แตร หรือ มา ถึง พระ สุรเสียง ตรัส ที่ คน เหล่า นั้น เมื่อ ได้ยิน แล้ว ก็ อ้อนวอน ขอ ไม่ ให้ ตรัส กับ พวก เขา อีก {12:20} เพราะ พวก เขา ทน ข้อความ ที่ ทรง บัญญัติ ไว้ นั้น ไม่ ได้ คือ ที่ ว่า“ แม้ แต่ สัตว์ ที่ แตะ ต้อง ภูเขา นั้น ก็ จะ ถูก ขว้าง ด้วย ก้อน หิน จน ตาย” {12:21} สิ่ง ที่ เห็น นั้น น่า กลัว จริงๆ จน โมเสส เอง ก็ กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า กลัว จน ตัว สั่น” {12:22} แต่ ไม่ ใช่ อย่าง นั้น ท่าน ทั้งหลาย มา ถึง ภูเขา ศิ โยน และ มา ถึง นคร ของ พระเจ้า ผู้ ทรง พระ ชนม์ อยู่ คือ นคร เยรูซาเล็ม แห่ง สวรรค์ และ มา ถึง ที่ ชุมนุม รื่นเริง ของ ทูต สวรรค์ มากมาย เหลือ ที่ จะ นับ ได้ {12:23} และ มา ถึง คริสตจักร ของ บรรดา บุตร หัว ปี ผู้ มี ชื่อ จารึก ไว้ ใน สวรรค์ แล้ว และ มา ถึง พระเจ้า ผู้ ทรง พิพากษา ทุก คน และ มา ถึง จิต วิญญาณ ของ คน ชอบธรรม ซึ่ง ถึง ความ สมบูรณ์ แล้ว {12:24} และ มา ถึง พระ เยซู คนกลาง แห่ง พัน ธ สัญญา ใหม่ และ มา ถึง พระ โลหิต ประพรม ที่ กล่าว ถึง สิ่ง ที่ ดี กว่า เสียง โลหิต ของ อา เบล {12:25} จง ระวัง ให้ ดี อย่า ปฏิเสธ พระองค์ ผู้ ตรัส อยู่ นั้น เพราะ ถ้า เขา เหล่า นั้น ไม่ พ้น โทษ เพราะ ปฏิเสธ พระองค์ ผู้ ทรง เตือน พวก เขา บน โลก พวก เรา ผู้ เมิน หน้า จาก พระองค์ ผู้ ทรง เตือน จาก สวรรค์ ก็ จะ ไม่ พ้น โทษ มาก กว่า นั้น อีก {12:26} พระ สุรเสียง ของ พระองค์ ใน เวลา นั้น ทำให้ แผ่นดิน สั่น สะเทือน แต่ บัดนี้ พระองค์ ตรัส สัญญา ว่า“ อีก ครั้ง หนึ่ง เรา จะ ทำให้ แผ่นดิน ไหว อีก ทั้ง ฟ้า สวรรค์ ด้วย” {12:27} และ พระ ดำรัส ที่ ตรัส ว่า“ อีก ครั้ง หนึ่ง” นั้น แสดง ว่า สิ่ง ที่ สั่น สะเทือน อัน ได้แก่ สิ่ง ที่ ทรง สร้าง แล้ว นั้น จะ ถูก เอา ออก ไป เพื่อ ให้ สิ่ง ที่ ไม่ สั่น สะเทือน ดำรง อยู่ {12:28} เหตุ ฉะนั้น เมื่อ เรา ได้ รับ อาณาจักร ที่ ไม่ สั่น สะเทือน แล้ว ก็ ให้ เรา มี ใจ ขอบพระคุณ โดย เหตุ นี้ เรา จึง นมัสการ อย่าง ที่ ชอบ พระทัย ของ พระเจ้า ด้วย ความ เคารพ และ ด้วย ความ ยำเกรง {12:29} เพราะ ว่า พระเจ้า ของ เรา นั้น ทรง เป็น เพลิง ที่ เผา ผลาญ {i13:1} การ ปรนนิบัติ ที่ พอ พระทัย พระเจ้า {13:1} จง ให้ ความ รัก ฉัน พี่น้อง มี อยู่ ต่อ กัน เสมอ ไป {13:2} อย่า ละเลย ที่ จะ ต้อนรับ แขก แปลก หน้า เพราะ ว่า โดย การ ทำ เช่น นั้น บาง คน ก็ ได้ ต้อนรับ ทูต สวรรค์ โดย ไม่ รู้ตัว {13:3} จง ระลึก ถึง คน เหล่า นั้น ที่ ถูก คุม ขัง อยู่ เหมือน หนึ่ง ว่า พวก ท่าน ก็ ถูก ขัง อยู่ กับ พวก เขา ด้วย จง ระลึก ถึง คน เหล่า นั้น ที่ ถูก ทำ ทารุณ เหมือน หนึ่ง ว่า ร่างกาย ของ พวก ท่าน ก็ ถูก กระทำ ด้วย {13:4} จง ให้การ สมรส เป็น ที่ นับถือ แก่ คน ทั้งปวง และ ให้ เตียง สมรส ปราศจาก มลทิน เพราะ คน ที่ ประพฤติ ผิด ทาง เพศ และ คน ที่ ล่วง ประเวณี นั้น พระเจ้า จะ ทรง พิพากษา {13:5} ท่าน อย่า เป็น คน เห็นแก่ เงิน จง พอใจ ใน สิ่ง ที่ ท่าน มี อยู่ เพราะ ว่า พระองค์ ได้ ตรัส ว่า“ เรา จะ ไม่ ละ ท่าน หรือ ทอดทิ้ง ท่าน เลย” {13:6} เพราะ ฉะนั้น เรา อาจ กล่าว ด้วย ความ มั่นใจ ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เป็น พระ ผู้ ช่วย ของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จะ ไม่ กลัว ใคร จะ ทำ อะไร กับ ข้าพเจ้า ได้ เล่า?” {13:7} จง ระลึก ถึง บรรดา ผู้นำ ของ พวก ท่าน ผู้ กล่าว พระ วจนะ ของ พระเจ้า กับ พวก ท่าน จง พิจารณา ดู ผล บั้นปลาย ชีวิต ของ พวก เขา แล้ว จง เลียน แบบ ความ เชื่อ ของ พวก เขา {13:8} พระ เยซู คริสต์ ทรง เหมือน เดิม ทั้ง วาน นี้ และ วัน นี้ และ ตลอด ไป เป็น นิตย์ {13:9} อย่า หลง ไป ตาม คำ สอน แปลกๆ ต่างๆ เพราะ ว่า เป็น การ ดี ที่ จะ ให้ ใจ เข้มแข็ง โดย พระคุณ ไม่ ใช่ โดย กฎเกณฑ์ เรื่อง อาหาร ซึ่ง ไม่ เป็น ประโยชน์ แก่ คน ที่ ดำเนิน ตาม เลย {13:10} เรา มี แท่น บูชา แท่น หนึ่ง และ คน ที่ ปรนนิบัติ ใน พลับพลา นั้น ไม่ มี สิทธิ์ รับประทาน ของ จาก แท่น นั้น {13:11} เพราะ ร่าง ของ สัตว์ เหล่า นั้น ที่ มหา ปุโรหิต ได้ เอา เลือด เข้า ไป ใน สถาน ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อ เป็น เครื่องบูชา ลบ บาป นั้น เขา เอา ไป เผา เสีย นอก ค่าย {13:12} เพราะ ฉะนั้น พระ เยซู จึง ได้ ทรง ทน ทุกข์ ภายนอก ประตู นคร เช่น เดียวกัน เพื่อ ทรง ชำระ ประชาชน ให้ บริสุทธิ์ ด้วย พระ โลหิต ของ พระองค์ เอง {13:13} เพราะ ฉะนั้น ให้ เรา ออก ไป หา พระองค์ ภายนอก ค่าย นั้น โดย แบก รับ คำ ดูหมิ่น เหยียดหยาม ที่ พระองค์ ทรง ทน {13:14} เพราะ ว่า เรา ไม่ มี นคร ที่ ถาวร อยู่ ที่ นี่ แต่ เรา แสวง หา นคร ที่ จะ มา ใน ภายหน้า {13:15} เพราะ ฉะนั้น ให้ เรา ถวาย คำ สรรเสริญ เป็น เครื่องบูชา แด่ พระเจ้า ตลอด ไป โดย ทาง พระองค์ นั้น คือ ถวาย ผล จาก ปาก ที่ ยอมรับ เชื่อ พระ นาม ของ พระองค์ {13:16} อย่า ละเลย ที่ จะ ทำ ความ ดี และ แบ่งปัน ข้าวของ ซึ่ง กัน และ กัน เพราะ เครื่องบูชา อย่าง นั้น เป็น ที่ พอ พระทัย พระเจ้า {13:17} จง นบนอบ เชื่อฟัง บรรดา ผู้นำ ของ ท่าน ทั้งหลาย เพราะ ว่า พวก เขา ดูแล รักษา จิต วิญญาณ ของ พวก ท่าน อยู่ อย่าง คน ที่ ต้อง ถวาย รายงาน จง ให้ พวก เขา ทำงาน นี้ ด้วย ความ ชื่นชม ยินดี ไม่ ใช่ ด้วย ความ เศร้าใจ ซึ่ง จะ ไม่ เป็น ประโยชน์ แก่ พวก ท่าน เลย {13:18} จง อธิษฐาน เผื่อ เรา เพราะ เรา แน่ใจ ว่า เรา มี มโนธรรม ที่ ดี และ ปรารถนา ที่ จะ ประพฤติ ตัวดี งาม ใน ทุก เรื่อง {13:19} ข้าพเจ้า ขอร้อง พวก ท่าน มาก ขึ้น ให้ อธิษฐาน เช่น นั้น เพื่อ ว่า ข้าพเจ้า จะ ได้ กลับ ไป อยู่ กับ ท่าน เร็ว ยิ่ง ขึ้น {i13:20} คำ อวยพร และ คำ อำลา {13:20} ขอ พระเจ้า แห่ง สันติสุข ผู้ ทรง นำ พระ ผู้ เลี้ยง แกะ ยิ่งใหญ่ คือ พระ เยซู องค์ พระผู้เป็นเจ้า ของ พวก เรา ขึ้น มา จาก ความ ตาย โดย โลหิต แห่ง พัน ธสัญญานิรันดร์ {13:21} ทรง ให้ พวก ท่าน เพียบพร้อม ด้วย สิ่ง ดี ทุก อย่าง เพื่อ ที่ จะ ทำ ตาม พระทัย ของ พระองค์ โดย ทรง ทำงาน ใน เรา ให้ เกิด ผล เป็น ที่ พอ พระทัย ใน สาย พระ เนตร ของ พระองค์ ทาง พระ เยซู คริสต์ ขอ พระ สิริ จง มี แด่ พระองค์ สืบๆ ไป เป็น นิตย์ อา เมน {13:22} พี่น้อง ทั้งหลาย ข้าพเจ้า ขอ วิงวอน พวก ท่าน ให้ อดทน ฟัง คำ เตือน สติ นี้ เพราะ ข้าพเจ้า เขียน มา ถึง พวก ท่าน แต่ เพียง ย่อๆ เท่านั้น {13:23} พวก ท่าน พึง ทราบ ว่า ทิโมธี น้อง ของ เรา ถูก ปล่อย เป็น อิสระ แล้ว ถ้า เขา มา ถึง เร็ว ข้าพเจ้า กับ เขา ก็ จะ ไป พบ พวก ท่าน {13:24} ข้าพเจ้า ขอ ฝาก คำ ทักทาย มา ยัง บรรดา ผู้นำ ของ พวก ท่าน และ ธรรมิก ชน ทั้งปวง พวก พี่น้อง ที่ มา จาก อิตาลี ก็ ฝาก คำ ทักทาย มา ยัง พวก ท่าน ด้วย {13:25} ขอ พระคุณ ดำรง อยู่ กับ ท่าน ทุก คน เถิด