{i1:1} พระ วาทะ แห่ง ชีวิต {1:1} เรา ขอ แจ้ง เกี่ยว กับ สิ่ง ที่ มี มา ตั้งแต่ ปฐม กาล ซึ่ง เรา ได้ยิน ได้ เห็น กับ ตา ได้ พินิจ ดู และ จับ ต้อง ด้วย มือ ของ เรา นั้น คือ พระ วาทะ แห่ง ชีวิต {1:2} (และ ชีวิต ที่ ว่า นี้ ปรากฏ ขึ้น เรา ได้ เห็น และ เป็น พยาน และ ประกาศ ชีวิต นิรันดร์ นี้ กับ พวก ท่าน เป็น ชีวิต ที่ ดำรง อยู่ กับ พระ บิดา และ มา ปรากฏ แก่ เรา) {1:3} สิ่ง ที่ เรา ได้ เห็น และ ได้ยิน นั้น เรา ก็ ประกาศ ให้ พวก ท่าน รู้ ด้วย เพื่อ ท่าน จะ ได้ มี สามัคคี ธรรม กับ เรา และ เรา ก็ มี สามัคคี ธรรม กับ พระ บิดา และ กับ พระ เยซู คริสต์ พระ บุตร ของ พระองค์ {1:4} และ เรา เขียน ข้อความ เหล่า นี้ เพื่อ ความ ชื่นชม ยินดี ของ เรา จะ ได้ เต็ม เปี่ยม {i1:5} พระเจ้า ทรง เป็น ความ สว่าง {1:5} นี่ เป็น ข้อความ ที่ เรา ได้ยิน จาก พระองค์ และ บอก กับ พวก ท่าน คือ ว่า พระเจ้า ทรง เป็น ความ สว่าง และ ความ มืด ใน พระองค์ ไม่ มี เลย {1:6} ถ้า เรา จะ ว่า เรา มี สามัคคี ธรรม กับ พระองค์ ขณะ ที่ ยัง เดิน อยู่ ใน ความ มืด เรา ก็ โกหก และ ไม่ ได้ ดำเนิน ชีวิต ตาม ความ จริง {1:7} แต่ ถ้า เรา เดิน อยู่ ใน ความ สว่าง เหมือน อย่าง ที่ พระองค์ สถิต ใน ความ สว่าง เรา ก็ มี สามัคคี ธรรม ซึ่ง กัน และ กัน และ พระ โลหิต ของ พระ เยซู คริสต์ พระ บุตร ของ พระองค์ ก็ ชำระ เรา ให้ ปราศจาก บาป ทั้งสิ้น {1:8} ถ้า เรา กล่าว ว่า เรา ไม่ มี บาป เรา ก็ หลอก ตัวเอง และ สัจจะ ไม่ ได้ อยู่ ใน ตัว เรา เลย {1:9} ถ้า เรา สารภาพ บาป ของ เรา พระองค์ ทรง ซื่อสัตย์ และ เที่ยงธรรม ก็ จะ ทรง โปรด ยก บาป ของ เรา และ จะ ทรง ชำระ เรา ให้ พ้น จาก การ อธรรม ทั้งสิ้น {1:10} ถ้า เรา กล่าว ว่า เรา ไม่ ได้ ทำบาป ก็ เท่ากับ เรา ทำให้ พระองค์ เป็น ผู้ ตรัส มุสา และ พระ ดำรัส ของ พระองค์ ก็ ไม่ ได้ อยู่ ใน ตัว เรา เลย {i2:1} พระ คริสต์ ผู้ ทูล ขอ เพื่อ เรา {2:1} ลูก ของ ข้าพเจ้า เอ๋ย ข้าพเจ้า เขียน ข้อความ เหล่า นี้ ถึง ท่าน ทั้งหลาย เพื่อ ท่าน จะ ได้ ไม่ ทำบาป และ ถ้า ใคร ทำบาป เรา ก็ มี ผู้ ช่วย ทูล ขอ พระ บิดา เพื่อ เรา คือ พระ เยซู คริสต์ ผู้ ทรง เที่ยงธรรม นั้น {2:2} และ พระองค์ ทรง เป็น เครื่องบูชา ลบ บาป ของ เรา และ ไม่ ใช่ แค่ บาป ของ เรา เท่านั้น แต่ ของ ทั้ง โลก ด้วย {2:3} ถ้า เรา ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ เรา จะ มั่นใจ ได้ ว่า เรา รู้จัก พระองค์ {2:4} ผู้ ที่ กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า รู้จัก พระองค์” แต่ ไม่ ได้ ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ คน นั้น เป็น คน พูด มุสา และ สัจจะ ไม่ ได้ อยู่ ใน เขา เลย {2:5} แต่ ผู้ ที่ ประพฤติ ตาม พระ วจนะ ของ พระองค์ ความ รัก ของ พระเจ้า ก็ บริบูรณ์ อยู่ ใน ผู้ นั้น อย่าง แท้ จริง เพราะ เหตุ นี้ แหละ เรา จึง รู้ ว่า เรา อยู่ ใน พระองค์ {2:6} ผู้ ที่ กล่าว ว่า ตน อยู่ ใน พระองค์ ผู้ นั้น ก็ ควร ดำเนิน ชีวิต เหมือน พระองค์ {i2:7} บัญญัติ ใหม่ {2:7} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย ข้าพเจ้า ไม่ ได้ เขียน บัญญัติ ใหม่ ถึง ท่าน เลย แต่ เป็น บัญญัติ เก่า ซึ่ง ท่าน เคย มี อยู่ ตั้งแต่ เริ่มแรก บัญญัติ เก่า นั้น คือ คำ ซึ่ง ท่าน ได้ยิน มา แล้ว {2:8} อีก นัย หนึ่ง ก็ กล่าว ได้ ว่า ข้าพเจ้า เขียน บัญญัติ ใหม่ ถึง พวก ท่าน ซึ่ง เป็น ความ จริง ทั้ง ใน พระองค์ และ ใน ท่าน เพราะ ว่า ความ มืด นั้น กำลัง จะ ผ่าน พ้น ไป และ ความ สว่าง แท้ กำลัง ส่อง อยู่ แล้ว {2:9} ผู้ ที่ กล่าว ว่า ตน อยู่ ใน ความ สว่าง ขณะ ที่ ยัง เกลียด ชัง พี่น้อง ของ ตน ผู้ นั้น ก็ ยัง อยู่ ใน ความ มืด {2:10} ผู้ ที่ รัก พี่น้อง ของ ตน ก็ อยู่ ใน ความ สว่าง และ ใน ตัว เขา นั้น ไม่ มี อะไร ทำให้ สะดุด {2:11} แต่ ผู้ ที่ เกลียด ชัง พี่น้อง ของ ตน ก็ อยู่ ใน ความ มืด และ เดิน ใน ความ มืด และ ไม่ รู้ ว่า ตน กำลัง ไป ไหน เพราะ ว่า ความ มืด ทำให้ ตา ของ เขา บอด ไป เสีย แล้ว {2:12} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ว่า บาป ของ ท่าน ได้ รับ การ อภัย แล้ว ด้วย เห็นแก่ พระ นาม ของ พระองค์ {2:13} ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น บิดา ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ท่าน รู้จัก พระองค์ ผู้ ทรง ดำรง อยู่ ตั้งแต่ ปฐม กาล ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น คน หนุ่ม ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ท่าน ได้ ชนะ มาร ร้าย นั้น {2:14} ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น ลูก ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ พวก ท่าน รู้จัก พระ บิดา ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น บิดา ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ ท่าน รู้จัก พระองค์ ผู้ ทรง ดำรง อยู่ ตั้งแต่ ปฐม กาล ท่าน ทั้งหลาย ที่ เป็น คน หนุ่ม ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง ท่าน เพราะ พวก ท่าน มี กำลัง มาก และ พระ วจนะ ของ พระเจ้า ดำรง อยู่ ใน พวก ท่าน และ ท่าน ชนะ มาร ร้าย นั้น แล้ว {2:15} อย่า รัก โลก หรือ สิ่งของ ใน โลก ถ้า ใคร รัก โลก ความ รัก ของ พระ บิดา ไม่ ได้ อยู่ ใน ผู้ นั้น {2:16} เพราะ ว่า ทุก สิ่ง ที่ อยู่ ใน โลก คือ ตัณหา ของ เนื้อ หนัง และ ตัณหา ของ ตา และ ความ ทะนง ใน ลาภ ยศ ไม่ ได้ มา จาก พระ บิดา แต่ มา จาก โลก {2:17} และ โลก กับ สิ่ง ยั่วยวน ของ โลก กำลัง ผ่าน พ้น ไป แต่ คน ที่ ประพฤติ ตาม พระทัย ของ พระเจ้า จะ ดำรง อยู่ เป็น นิตย์ {i2:18} ศัตรู ของ พระ คริสต์ {2:18} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย บัดนี้ เป็น วาระ สุดท้าย แล้ว และ ตาม ที่ พวก ท่าน ได้ยิน ได้ ฟัง มา ว่า ศัตรู ของ พระ คริสต์ จะ มา เดี๋ยวนี้ ศัตรู ของ พระ คริสต์ จำนวน มาก ก็ มา แล้ว เพราะ ฉะนั้น เรา จึง รู้ ว่า บัดนี้ เป็น วาระ สุดท้าย แล้ว {2:19} พวก เขา ได้ ออก ไป จาก เรา แต่ เขา ก็ ไม่ ได้ เป็น ของ เรา เพราะ ว่า ถ้า เขา เป็น ของ เรา เขา ก็ จะ อยู่ กับ เรา ต่อ ไป แต่ การ ที่ เขา ได้ ออก ไป นั้น แสดง ให้ เห็น ชัด ว่า เขา ไม่ ได้ เป็น ของ เรา {2:20} แต่ พวก ท่าน ได้ รับ การ ชโลม จาก พระองค์ ผู้ บริสุทธิ์ แล้ว และ ท่าน ทุก คน ก็ มี ความ รู้ {2:21} ข้าพเจ้า เขียน จดหมาย ถึง พวก ท่าน ไม่ ใช่ เพราะ ท่าน ไม่ รู้ความ จริง แต่ เพราะ ท่าน รู้ แล้ว และ รู้ ว่า คำ มุสา ไม่ ได้ มา จาก ความ จริง {2:22} ใคร ล่ะ เป็น คน ที่ โกหก ไม่ ใช่ ใคร อื่น นอกจาก คน ที่ ปฏิเสธ ว่า พระ เยซู ไม่ ใช่ พระ คริสต์ ผู้ ที่ ปฏิเสธ พระ บิดา และ พระ บุตร ผู้ นั้น แหละ เป็น ศัตรู ของ พระ คริสต์ {2:23} ทุก คน ที่ ปฏิเสธ พระ บุตร ไม่ มี พระ บิดา ผู้ ที่ ยอมรับ พระ บุตร ก็ มี พระ บิดา ด้วย {2:24} ท่าน ทั้งหลาย จง ให้ สิ่ง ที่ ท่าน ได้ยิน มา ตั้งแต่ ต้น นั้น ดำรง อยู่ กับ ท่าน เถิด ถ้า สิ่ง ที่ ท่าน ได้ยิน ตั้งแต่ ต้น นั้น ดำรง อยู่ กับ ท่าน ท่าน ก็ จะ อยู่ ใน พระ บุตร และ ใน พระ บิดา ด้วย {2:25} นี่แหละ เป็น สิ่ง ที่ พระองค์ ได้ ทรง สัญญา ไว้ กับ เรา คือ ชีวิต นิรันดร์ {2:26} ข้าพเจ้า เขียน ข้อความ นี้ ถึง พวก ท่าน กล่าว ถึง พวก ที่ พยายาม หลอกลวง ท่าน {2:27} ส่วน ท่าน ทั้งหลาย การ ชโลม ซึ่ง ท่าน ได้ รับ จาก พระองค์ นั้น ก็ ดำรง อยู่ กับ ท่าน และ ไม่ จำเป็น ต้อง มี ใคร สอน ท่าน เพราะ ว่า การ ชโลม ของ พระองค์ นั้น สอน ท่าน ให้ รู้ ทุก สิ่ง และ เป็น ความ จริง ไม่ ใช่ ความ เท็จ การ ชโลม นั้น สอน พวก ท่าน แล้ว อย่างไร ท่าน จง อยู่ ใน พระองค์ อย่าง นั้น {2:28} และ บัดนี้ ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย จง อยู่ ใน พระองค์ เพื่อ ว่า เมื่อ พระองค์ ทรง ปรากฏ เรา จะ ได้ มี ความ มั่นใจ และ ไม่ ต้อง หลบ พระ พักตร์ พระองค์ ด้วย ความ ละอาย เมื่อ พระองค์ เสด็จ มา {2:29} ถ้า พวก ท่าน รู้ ว่า พระองค์ ทรง เที่ยงธรรม ท่าน ก็ รู้ ว่า ทุก คน ที่ ประพฤติ ตาม ความ เที่ยงธรรม นั้น เกิด มา จาก พระองค์ ด้วย {i3:1} บรรดา บุตร ของ พระเจ้า {3:1} ลอง คิด ดู พระ บิดา ได้ ประทาน ความ รัก แก่ เรา เพียง ไร ที่ เรา ได้ ชื่อ ว่า เป็น ลูก ของ พระเจ้า และ เรา ก็ เป็น อย่าง นั้น เหตุ ที่ ชาว โลก ไม่ รู้จัก เรา ก็ เพราะ เขา ไม่ รู้จัก พระองค์ {3:2} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย เดี๋ยวนี้ เรา เป็น ลูก ของ พระเจ้า และ เรา จะ เป็น อย่างไร ต่อ ไป ข้าง หน้า นั้น เรา ยัง ไม่ รู้ แต่ เรา รู้ ว่า ใน เวลา ที่ พระองค์ จะ เสด็จ มา ปรากฏ นั้น เรา จะ เป็น เหมือน อย่าง พระองค์ เพราะ ว่า เรา จะ เห็น พระองค์ อย่าง ที่ พระองค์ ทรง เป็นอยู่ นั้น {3:3} และ ทุก คน ที่ มี ความ หวัง อย่าง นี้ ใน พระองค์ ก็ ชำระ ตน ให้ บริสุทธิ์ เหมือน ที่ พระองค์ ทรง บริสุทธิ์ {3:4} ทุก คน ที่ ทำบาป ก็ ประพฤติ ผิด ธรรม บัญญัติ บาป เป็น สิ่ง ที่ ผิด ธรรม บัญญัติ {3:5} พวก ท่าน รู้ อยู่ แล้ว ว่า พระองค์ ทรง ปรากฏ เพื่อ กำจัด บาป ของ เรา ให้ หมด ไป และ ไม่ มี บาป อยู่ ใน พระองค์ เลย {3:6} ผู้ ที่ อยู่ ใน พระองค์ ไม่ ทำบาป อีก ต่อ ไป ส่วน ผู้ ที่ ทำบาป อยู่ เรื่อยๆ คน นั้น ยัง ไม่ เห็น พระองค์ และ ยัง ไม่ รู้จัก พระองค์ {3:7} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย อย่า ให้ ใคร ชักจูง ท่าน ให้ หลง ผู้ ที่ ประพฤติ ชอบ ก็ ชอบธรรม เหมือน อย่าง ที่ พระองค์ ทรง ชอบธรรม {3:8} ผู้ ที่ ทำบาป ก็ มา จาก มาร เพราะ ว่า มาร ก็ ทำบาป ตั้งแต่ เริ่มแรก พระ บุตร ของ พระเจ้า ได้ เสด็จ มา ปรากฏ ก็ เพราะ เหตุ นี้ คือ เพื่อ ทำลาย กิจการ ของ มาร {3:9} ผู้ ที่ เกิด จาก พระเจ้า ไม่ ทำบาป เพราะ เชื้อ ของ พระเจ้า อยู่ ใน คน นั้น และ เขา ทำบาป ไม่ ได้ เพราะ เขา เกิด จาก พระเจ้า {3:10} เช่น นี้ แหละ จึง เห็น ได้ ว่า ใคร เป็น ลูก ของ พระเจ้า และ ใคร เป็น ลูก ของ มาร คือ ผู้ ที่ ไม่ ได้ ประพฤติ ชอบ และ ไม่ รัก พี่น้อง ของ ตน ก็ ไม่ ได้ มา จาก พระเจ้า {i3:11} จงรัก กัน และ กัน {3:11} นี่ เป็น คำ สั่งสอน ที่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ยิน ได้ ฟัง มา ตั้งแต่ เริ่มแรก คือ ให้ เรา รัก กัน และ กัน {3:12} อย่า เป็น เหมือน อย่าง คา อิน ที่ มา จาก มาร และ ฆ่า น้อง ของ ตนเอง ทำไม เขา ถึง ฆ่า น้อง? ก็ เพราะ การ กระทำ ของ เขา ชั่ว และ การ กระทำ ของ น้อง นั้น ชอบธรรม {3:13} พี่น้อง เอ๋ย อย่า ประหลาด ใจ ที่ โลก นี้ เกลียด ชัง ท่าน {3:14} เรา รู้ ว่า เรา ได้ พ้น จาก ความ ตาย ไป สู่ ชีวิต แล้ว ก็ เพราะ เรา รัก พี่น้อง ผู้ ที่ ไม่ รัก ก็ ยัง อยู่ ใน ความ ตาย {3:15} ผู้ ที่ เกลียด ชัง พี่น้อง ของ ตน ก็ เป็น ผู้ ฆ่า คน และ พวก ท่าน ก็ รู้ อยู่ แล้ว ว่า ผู้ ฆ่า คน นั้น ไม่ มี ชีวิต นิรันดร์ ดำรง อยู่ ใน ตัว เขา เลย {3:16} เช่น นี้ แหละ เรา จึง รู้จัก ความ รัก โดย ที่ พระองค์ ได้ ยอม สละ พระ ชนม์ ของ พระองค์ เพื่อ เรา และ เรา ก็ ควร จะ สละ ชีวิต ของ เรา เพื่อ พี่น้อง {3:17} แต่ ถ้า ใคร มี ทรัพย์ สมบัติ ใน โลก นี้ และ เห็น พี่น้อง ของ ตน ขัด สน แล้ว ยัง ไม่ เปิด ใจ ช่วย เขา ความ รัก ของ พระเจ้า จะ ดำรง อยู่ ใน คน นั้น ได้ อย่างไร? {3:18} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย อย่า ให้ เรา รัก กัน ด้วย คำ พูด และ ด้วย ปาก เท่านั้น แต่ จงรัก กัน ด้วย การ กระทำ และ ด้วย ความ จริง {i3:19} ความ มั่นใจ ที่ จะ เข้า เฝ้า พระเจ้า {3:19} เช่น นี้ แหละ เรา ก็ จะ รู้ ว่า เรา อยู่ ฝ่าย สัจจะ และ ใจ เรา จะ หมด กังวล เฉพาะ พระ พักตร์ พระองค์ {3:20} เมื่อ ใจ ของ เรา กล่าวโทษ ตัว เรา เอง พระเจ้า ทรง ยิ่งใหญ่ กว่า ใจ ของ เรา และ พระองค์ ทรง ทราบ ทุก สิ่ง {3:21} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย ถ้า ใจ ของ เรา ไม่ ได้ กล่าวโทษ เรา เรา ก็ มี ความ มั่นใจ ที่ จะ เข้า เฝ้า พระเจ้า {3:22} และ เมื่อ เรา ขอ สิ่ง ใด ก็ ได้ สิ่ง นั้น จาก พระองค์ เพราะ เรา ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ และ ปฏิบัติ ตาม ชอบ พระทัย พระองค์ {3:23} และ นี่ เป็น พระ บัญญัติ ของ พระองค์ คือ ให้ เรา วางใจ ใน พระ นาม ของ พระ เยซู คริสต์ พระ บุตร ของ พระองค์ และ ให้ เรา รัก กัน และ กัน ตาม ที่ พระองค์ ทรง บัญญัติ ไว้ แก่ เรา {3:24} ทุก คน ที่ ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ ก็ อยู่ ใน พระองค์ และ พระองค์ สถิต อยู่ ใน คน นั้น เช่น นี้ แหละ พวก เรา จึง รู้ ว่า พระองค์ สถิต อยู่ ใน เรา คือ โดย พระ วิญญาณ ที่ พระองค์ ประทาน แก่ เรา {i4:1} การ วินิจฉัย วิญญาณ ต่างๆ {4:1} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย อย่า เชื่อ ทุกๆ วิญญาณ แต่ จง พิสูจน์ วิญญาณ นั้นๆ ว่า มา จาก พระเจ้า หรือ ไม่ เพราะ ว่า มี ผู้ เผย พระ วจนะ เท็จ จำนวน มาก ได้ ออก มา ใน โลก {4:2} พวก ท่าน ก็ จะ รู้จัก พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า โดย ข้อ นี้ คือ วิญญาณ ทุก ดวง ที่ ยอมรับ ว่า พระ เยซู คริสต์ ได้ เสด็จ มา เป็น มนุษย์ วิญญาณ นั้น ก็ มา จาก พระเจ้า {4:3} และ วิญญาณ ทุก ดวง ที่ ไม่ ยอมรับ พระ เยซู วิญญาณ นั้น ก็ ไม่ ได้ มา จาก พระเจ้า วิญญาณ นั้น แหละ เป็น ศัตรู ของ พระ คริสต์ ซึ่ง พวก ท่าน ได้ยิน ว่า จะ มา และ ขณะ นี้ ก็ อยู่ ใน โลก แล้ว {4:4} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย ท่าน อยู่ ฝ่าย พระเจ้า และ ชนะ พวก เขา แล้ว เพราะ ว่า พระองค์ ผู้ ทรง อยู่ ใน พวก ท่าน ยิ่งใหญ่ กว่า ผู้ ที่ อยู่ ใน โลก {4:5} พวก เขา เป็น ฝ่าย โลก เพราะ เหตุ นี้ เขา จึง พูด ตาม โลก และ โลก ก็ เชื่อฟัง เขา {4:6} ส่วน เรา อยู่ ฝ่าย พระเจ้า ผู้ ที่ รู้จัก พระเจ้า ก็ ฟัง เรา และ ผู้ ที่ ไม่ ได้ อยู่ ฝ่าย พระเจ้า ก็ ไม่ ฟัง เรา ดังนั้น เรา จึง รู้จัก วิญญาณ ของ ความ จริง และ วิญญาณ ของ ความ เท็จ {i4:7} พระเจ้า ทรง เป็น ความ รัก {4:7} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย ขอ ให้ เรา รัก กัน และ กัน เพราะ ว่า ความ รัก มา จาก พระเจ้า และ ทุก คน ที่ รัก ก็ เกิด จาก พระเจ้า และ รู้จัก พระเจ้า {4:8} ผู้ ที่ ไม่ รัก ก็ ไม่ รู้จัก พระเจ้า เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง เป็น ความ รัก {4:9} ความ รัก ของ พระเจ้า ก็ เป็น ที่ ประจักษ์ แก่ เรา โดย ข้อ นี้ คือ พระเจ้า ทรง ใช้ พระ บุตร องค์ เดียว ของ พระองค์ เข้า มา ใน โลก เพื่อ เรา จะ ได้ ดำรง ชีวิต โดย พระ บุตร {4:10} ความ รัก ที่ ข้าพเจ้า พูด ถึง นี้ ไม่ ใช่ ที่ เรา รัก พระเจ้า แต่ ที่ พระองค์ ทรง รัก เรา และ ทรง ใช้ พระ บุตร ของ พระองค์ มา เพื่อ เป็น เครื่องบูชา ลบ บาป ของ เรา {4:11} ท่าน ที่ รัก ทั้งหลาย ถ้า พระเจ้า ทรง รัก เรา อย่าง นั้น เรา ก็ ควร จะ รัก กัน และ กัน ด้วย {4:12} ไม่ มี ใคร เคย เห็น พระเจ้า ถ้า เรา รัก กัน และ กัน พระเจ้า ก็ สถิต อยู่ ใน เรา และ ความ รัก ของ พระองค์ ก็ สมบูรณ์ อยู่ ใน เรา {4:13} เช่น นี้ แหละ เรา จึง รู้ ว่า เรา อยู่ ใน พระองค์ และ พระองค์ ทรง อยู่ ใน เรา เพราะ พระองค์ ประทาน พระ วิญญาณ ของ พระองค์ เอง แก่ เรา {4:14} และ เรา ได้ เห็น และ เป็น พยาน ว่า พระ บิดา ได้ ทรง ใช้ พระ บุตร มา เป็น พระ ผู้ ช่วย โลก ให้ รอด {4:15} ผู้ ที่ ยอมรับ ว่า พระ เยซู เป็น พระ บุตร ของ พระเจ้า พระเจ้า ทรง อยู่ ใน คน นั้น และ คน นั้น อยู่ ใน พระเจ้า {4:16} ฉะนั้น เรา จึง รู้ และ วางใจ ใน ความ รัก ที่ พระเจ้า ทรง มี ต่อ เรา พระเจ้า ทรง เป็น ความ รัก และ ผู้ ที่ อยู่ ใน ความ รัก ก็ อยู่ ใน พระเจ้า และ พระเจ้า ก็ ทรง อยู่ ใน คน นั้น {4:17} ความ รัก ของ เรา จึง สมบูรณ์ ใน ข้อ นี้ เพื่อ เรา จะ มี ความ มั่นใจ ใน วัน พิพากษา เพราะ ว่า พระองค์ ทรง เป็น เช่น ไร เรา ใน โลก นี้ ก็ เป็น เช่น นั้น {4:18} ใน ความ รัก นั้น ไม่ มี ความ กลัว แต่ ความ รัก ที่ สมบูรณ์ นั้น ก็ ขับ ไล่ ความ กลัว ออก ไป เสีย เพราะ ความ กลัว เกี่ยวข้อง กับ การ ลงโทษ และ ผู้ ที่ กลัว ก็ ยัง ไม่ มี ความ รัก ที่ สมบูรณ์ {4:19} เรา รัก ก็ เพราะ พระองค์ ทรง รัก เรา ก่อน {4:20} ถ้า ใคร กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า รัก พระเจ้า” แต่ ใจ ยัง เกลียด ชัง พี่น้อง ของ ตน เขา เป็น คน พูด มุสา เพราะ ว่า ผู้ ที่ ไม่ รัก พี่น้อง ของ ตน ที่ มอง เห็น แล้ว จะ รัก พระเจ้า ที่ มอง ไม่ เห็น ไม่ ได้ {4:21} พระ บัญญัติ นี้ เรา ได้ มา จาก พระองค์ คือ ให้ คน ที่ รัก พระเจ้า นั้น รัก พี่น้อง ของ ตน ด้วย {i5:1} ความ เชื่อ มี ชัย เหนือ โลก {5:1} คน ที่ เชื่อ ว่า พระ เยซู เป็น พระ คริสต์ ก็ เกิด จาก พระเจ้า และ คน ที่ รัก พระองค์ ผู้ ทรง ให้ กำเนิด ก็ รัก คน ที่ เกิด จาก พระองค์ ด้วย {5:2} โดย ข้อ นี้ เรา จึง รู้ ว่า เรา รัก คน ทั้งหลาย ที่ เป็น ลูก ของ พระเจ้า คือ เมื่อ เรา รัก พระเจ้า และ ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ {5:3} เพราะ ว่า ความ รัก ต่อ พระเจ้า เป็น อย่าง นี้ คือ เมื่อ เรา ประพฤติ ตาม พระ บัญญัติ ของ พระองค์ และ พระ บัญญัติ ของ พระองค์ นั้น ไม่ เป็น ภาระ หนัก เกิน ไป {5:4} เพราะ ทุก คน ที่ เกิด จาก พระเจ้า ก็ มี ชัย เหนือ โลก และ ความ เชื่อ ของ เรา นี่แหละ เป็น ชัย ชนะ ที่ มี ชัย เหนือ โลก {5:5} ใคร ล่ะ ที่ มี ชัย เหนือ โลก? ไม่ ใช่ ใคร อื่น คือ คน ที่ เชื่อ ว่า พระ เยซู เป็น พระ บุตร ของ พระเจ้า นั่นเอง {i5:6} พยาน เกี่ยว กับ พระ บุตร {5:6} นี่แหละ คือ ผู้ ที่ ได้ มา ด้วย น้ำ และ พระ โลหิต คือ พระ เยซู คริสต์ ไม่ ใช่ ด้วย น้ำ เพียง อย่าง เดียว แต่ ด้วย น้ำ และ พระ โลหิต และ พระ วิญญาณ ทรง เป็น พยาน เพราะ พระ วิญญาณ ทรง เป็น ความ จริง {5:7} มี พยาน อยู่ สาม อย่าง ด้วย กัน {5:8} คือ พระ วิญญาณ น้ำ และ พระ โลหิต และ พยาน ทั้ง สาม อย่าง นี้ สอดคล้อง กัน {5:9} ถ้า เรา ยอมรับ พยาน หลักฐาน ของ มนุษย์ พยาน หลักฐาน ของ พระเจ้า ก็ ยิ่งใหญ่ กว่า เพราะ ว่า เป็น พยาน หลักฐาน ที่ พระเจ้า ทรง เป็น พยาน อ้าง ถึง พระ บุตร ของ พระองค์ {5:10} คน ที่ เชื่อ พระ บุตร ของ พระเจ้า ก็ มี พยาน อยู่ ใน ตัว คน ที่ ไม่ เชื่อ พระเจ้า ก็ ทำให้ พระองค์ เป็น ผู้ ตรัส มุสา เพราะ เขา ไม่ ได้ เชื่อ คำ พยาน ที่ พระเจ้า ทรง เป็น พยาน อ้าง ถึง พระ บุตร ของ พระองค์ {5:11} และ พยาน หลักฐาน นั้น ก็ คือ พระเจ้า ประทาน ชีวิต นิรันดร์ แก่ เรา และ ชีวิต นี้ มี อยู่ ใน พระ บุตร ของ พระองค์ {5:12} คน ที่ มี พระ บุตร ก็ มี ชีวิต คน ที่ ไม่ มี พระ บุตร ก็ ไม่ มี ชีวิต {i5:13} ความ รู้เรื่อง ชีวิต นิรันดร์ {5:13} ข้อความ เหล่า นี้ ข้าพเจ้า เขียน ถึง ท่าน ทั้งหลาย ที่ วางใจ ใน พระ นาม ของ พระ บุตร ของ พระเจ้า เพื่อ ให้ ท่าน รู้ ว่า ท่าน มี ชีวิต นิรันดร์ {5:14} และ นี่ เป็น ความ มั่นใจ ที่ เรา มี ต่อ พระองค์ คือ ถ้า เรา ทูล ขอ สิ่ง ใด ที่ เป็น พระ ประสงค์ ของ พระองค์ พระองค์ ก็ ทรง ฟัง {5:15} และ ถ้า เรา รู้ ว่า พระองค์ ทรง ฟัง เมื่อ เรา ทูล ขอ สิ่ง ใด เรา ก็ รู้ ว่า เรา ได้ รับ สิ่ง ที่ ทูล ขอ นั้น จาก พระองค์ {5:16} ถ้า ใคร เห็น พี่น้อง ของ ตน ทำบาป ชนิด ที่ ไม่ นำ ไป สู่ ความ ตาย ก็ ให้ คน นั้น ทูล ขอ และ พระองค์ ก็ จะ ประทาน ชีวิต แก่ คน ที่ ทำบาป ซึ่ง ไม่ นำ ไป สู่ ความ ตาย บาป ที่ นำ ไป สู่ ความ ตาย ก็ มี ข้าพเจ้า ไม่ ได้ บอก ว่า ให้ อธิษฐาน ใน เรื่อง บาป อย่าง นั้น {5:17} การ อธรรม ทุก อย่าง เป็น บาป แต่ บาป ที่ ไม่ นำ ไป สู่ ความ ตาย ก็ มี อยู่ {5:18} เรา รู้ ว่า ทุก คน ที่ เกิด จาก พระเจ้า ไม่ ทำบาป แต่ พระองค์ ผู้ ทรง บังเกิด จาก พระเจ้า ทรง คุ้มครอง รักษา เขา และ มาร ร้าย ไม่ แตะ ต้อง เขา {5:19} เรา รู้ ว่า เรา เกิด จาก พระเจ้า แต่ โลก ทั้งหมด อยู่ ใน มือ ของ มาร ร้าย {5:20} และ เรา รู้ ว่า พระ บุตร ของ พระเจ้า เสด็จ มา แล้ว และ ประทาน สติปัญญา แก่ เรา เพื่อ ให้ เรา รู้จัก พระองค์ ผู้ ทรง สัตย์ จริง และ เรา อยู่ ใน พระองค์ นั้น โดย อยู่ ใน พระ เยซู คริสต์ พระ บุตร ของ พระองค์ พระองค์ นี่แหละ เป็น พระเจ้า แท้ และ เป็น ชีวิต นิรันดร์ {5:21} ลูก ทั้งหลาย เอ๋ย จง รักษา ตัว ให้ พ้น จาก รูป เคารพ