{i1:1} ใน ปฐม กาล {1:1} ใน ปฐม กาล พระเจ้า ทรง สร้าง ทุก สิ่ง ใน ฟ้า สวรรค์ และ โลก {1:2} ขณะ นั้น โลก ยัง ไม่ มี รูปทรง และ ว่างเปล่า ความ มืด ปกคลุม อยู่ เหนือ พื้น ผิว ของ ห้วงน้ำ พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า ทรง เคลื่อนไหว อยู่ เหนือ น้ำ นั้น {1:3} และ พระเจ้า ตรัส ว่า“ จง เกิด ความ สว่าง” ความ สว่าง ก็ เกิด ขึ้น {1:4} พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ความ สว่าง นั้น ดี และ ทรง แยก ความ สว่าง ออก จาก ความ มืด {1:5} พระเจ้า ทรง เรียก ความ สว่าง ว่า“ วัน” และ เรียก ความ มืด ว่า“ คืน” เวลา เย็น และ เวลา เช้า ผ่าน ไป นี่ เป็น วัน ที่ หนึ่ง {1:6} และ พระเจ้า ตรัส ว่า“ จง เกิด แผ่น ฟ้า ใน ระหว่าง น้ำ แยก น้ำ ออก จาก กัน” {1:7} พระเจ้า จึง ทรง สร้าง แผ่น ฟ้า แยก น้ำ ออก จาก กัน เป็น ส่วน บน และ ส่วน ล่าง ก็ เป็น ไป ตาม นั้น {1:8} พระเจ้า ทรง เรียก แผ่น ฟ้า นั้น ว่า“ ท้อง ฟ้า” เวลา เย็น และ เวลา เช้า ผ่าน ไป นี่ เป็น วัน ที่ สอง {1:9} และ พระเจ้า ตรัส ว่า“ ให้ น้ำ ใต้ ท้อง ฟ้า รวม เข้า ใน ที่ เดียวกัน และ ที่ แห้ง จง ปรากฏ ขึ้น” ก็ เป็น ไป ตาม นั้น {1:10} พระเจ้า ทรง เรียก ที่ แห้ง นั้น ว่า“ แผ่นดิน” และ ทรง เรียก ที่ น้ำ นั้น มา รวม กัน ว่า“ ทะเล” และ พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี {1:11} แล้ว พระเจ้า ตรัส ว่า“ จง เกิด พืชพันธุ์ บน แผ่นดิน เช่น พืช ที่ ให้ เมล็ด และ ต้นไม้ ที่ มี เมล็ด ใน ผล ของ มัน ตาม ชนิด ต่างๆ ของ มัน” ก็ เป็น ไป ตาม นั้น {1:12} แผ่นดิน ก็ เกิด พืชพันธุ์ คือ พืช ที่ ให้ เมล็ด และ ต้นไม้ ที่ มี เมล็ด ซึ่ง ให้ ผล ตาม ชนิด ของ มัน และ พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี {1:13} เวลา เย็น และ เวลา เช้า ผ่าน ไป นี่ เป็น วัน ที่ สาม {1:14} และ พระเจ้า ตรัส ว่า“ จง เกิด ดวง สว่าง ต่างๆ ขึ้น ใน แผ่น ฟ้า เพื่อ แยก กลางวัน จาก กลางคืน ให้ เป็น เครื่องหมาย บอก ฤดู บอก วัน บอก ปี {1:15} และ ให้ ดวง สว่าง เหล่า นั้น อยู่ บน แผ่น ฟ้า เพื่อ ให้ แสง สว่าง แก่ โลก” ก็ เป็น ไป ตาม นั้น {1:16} ฉะนั้น พระเจ้า ทรง สร้าง ดวง สว่าง ขนาด ใหญ่ สอง ดวง ให้ ดวง ที่ ใหญ่ กว่า ครอบครอง กลางวัน และ ดวง ที่ เล็ก กว่า ครอบครอง กลางคืน ทั้ง ทรง สร้าง ดวง ดาว ต่างๆ มากมาย {1:17} พระเจ้า ทรง กำหนด ตำแหน่ง ของ มัน ไว้ ใน แผ่น ฟ้า เพื่อ ให้ แสง สว่าง แก่ โลก {1:18} เพื่อ ครอบครอง กลางวัน และ กลางคืน เพื่อ แยก ความ สว่าง ออก จาก ความ มืด และ พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี {1:19} เวลา เย็น และ เวลา เช้า ผ่าน ไป นี่ เป็น วัน ที่ สี่ {1:20} และ พระเจ้า ตรัส ว่า“ จง ให้ น้ำ เต็ม ไป ด้วย สิ่ง มี ชีวิต ต่างๆ และ นก นานา ชนิด บิน ไป มา ใน ท้อง ฟ้า” {1:21} ฉะนั้น พระเจ้า ทรง สร้าง สัตว์ ทะเล ขนาด ใหญ่ และ สิ่ง มี ชีวิต ทุก ชนิด ที่ คลาคล่ำ อยู่ ใน น้ำ ตาม ชนิด ของ มัน และ นก ต่างๆ ที่ บิน ได้ ตาม ชนิด ของ มัน และ พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี {1:22} พระเจ้า ทรง อวยพร สรรพ สิ่ง เหล่า นั้น และ ตรัส ว่า“ จง ออก ลูก ออก หลาน และ ทวี จำนวน ขึ้น จน เต็ม ทะเล และ จง ให้ นก ทวี จำนวน ขึ้น บน โลก” {1:23} เวลา เย็น และ เวลา เช้า ผ่าน ไป นี่ เป็น วัน ที่ ห้า {1:24} และ พระเจ้า ตรัส ว่า“ จง เกิด สัตว์ ขึ้น บน แผ่นดิน ตาม ชนิด ของ มัน ได้แก่ สัตว์ ใช้งาน สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน และ สัตว์ ป่า ตาม ชนิด ของ มัน” ก็ เป็น ไป ตาม นั้น {1:25} ฉะนั้น พระเจ้า ทรง สร้าง สัตว์ ป่า ตาม ชนิด ของ มัน สัตว์ ใช้งาน ตาม ชนิด ของ มัน และ สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน ตาม ชนิด ของ มัน และ พระเจ้า ทรง เห็น ว่า ดี {1:26} แล้ว พระเจ้า ตรัส ว่า“ ให้ เรา สร้าง มนุษย์ ขึ้น ตาม แบบ เรา ตาม อย่าง เรา เพื่อ ให้ เขา ครอบครอง ปลา ใน ทะเล นก ใน อากาศ สัตว์ ใช้งาน สัตว์ ป่า ทั้งปวง และ สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน” {1:27} ดังนั้น พระเจ้า ได้ ทรง สร้าง มนุษย์ ตาม พระ ฉาย ของ พระองค์ ตาม พระ ฉาย ของ พระเจ้า นั้น พระองค์ ทรง สร้าง พวก เขา ขึ้น พระองค์ ทรง สร้าง ทั้ง ผู้ชาย และ ผู้หญิง {1:28} พระเจ้า ทรง อวยพร พวก เขา และ ตรัส ว่า“ จง มี ลูก เต็ม บ้าน มี หลาน เต็ม เมือง และ ทวี จำนวน ขึ้น จน เต็ม โลก และ จง มี อำนาจ เหนือ แผ่นดิน จง ครอบครอง ปลา ใน ทะเล นก ใน อากาศ และ สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน” {1:29} แล้ว พระเจ้า ตรัส ว่า“ เรา ให้ พืช ทั้งปวง ที่ ให้ เมล็ด ซึ่ง มี อยู่ ทั่ว แผ่นดิน และ ต้นไม้ ทั้งปวง ที่ มี เมล็ด ใน ผล ของ มัน เป็น อาหาร ของ เจ้า {1:30} ส่วน สัตว์ ทั้งปวง บน โลก นก ใน อากาศ สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน คือ ทุก สิ่ง ที่ มี ชีวิต เรา ให้ พืช สี เขียว ทุก ชนิด เป็น อาหาร” ก็ เป็น ไป ตาม นั้น {1:31} พระเจ้า ทอด พระ เนตร ทุก สิ่ง ที่ ทรง สร้าง ขึ้น ทรง เห็น ว่า ดี ยิ่งนัก เวลา เย็น และ เวลา เช้า ผ่าน ไป นี่ เป็น วัน ที่ หก {2:1} ดังนั้น สวรรค์ และ โลก พร้อม กับ สรรพ สิ่ง ทั้งปวง จึง ถูก สร้าง ขึ้น สำเร็จ ครบถ้วน {2:2} เมื่อ ถึง วัน ที่ เจ็ด พระเจ้า ก็ ทรง เสร็จสิ้น จาก พระ ราชกิจ ที่ ทรง กระทำ ดังนั้น ใน วัน ที่ เจ็ด พระองค์ ทรง หยุด พัก จาก พระ ราชกิจ ทั้งปวง ของ พระองค์ {2:3} และ พระเจ้า ทรง อวยพร วัน ที่ เจ็ด และ ทรง ตั้ง ขึ้น เป็น วัน บริสุทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ เพราะ ใน วัน นั้น พระองค์ ทรง หยุด พัก จาก พระ ราชกิจ ใน การ ทรง สร้าง ที่ พระองค์ ทรง กระทำ {i2:4} อา ดัม และ เอ วา {2:4} นี่ คือ เรื่องราว การ ทรง สร้าง สวรรค์ และ โลก เมื่อ พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง สร้าง โลก และ สวรรค์ {2:5} ขณะ นี้ ยัง ไม่ มี ต้นไม้ และ พืชพันธุ์ ใน ท้อง ทุ่ง ปรากฏ ขึ้น ใน โลก เลย เพราะ ว่า พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ยัง ไม่ ได้ ประทาน ฝน ลง มา ทั้ง ยัง ไม่ มี มนุษย์ ที่ จะ ไถ พรวน ดิน {2:6} แต่ ก็ มี น้ำ พลุ่ง ขึ้น จาก พื้น โลก และ ให้ ความ ชุ่มชื้น แก่ ผิว ดิน ทั้งหมด {2:7} แล้ว พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง ปั้น มนุษย์ จาก ธุลี ดิน และ ทรง ระบาย ลมหายใจ แห่ง ชีวิต เข้า ไป ทาง จมูก ของ เขา มนุษย์ จึง มี ชีวิต {2:8} พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ได้ ทรง สร้าง สวน แห่ง หนึ่ง ไว้ ใน เอ เดน ทาง ทิศ ตะวัน ออก และ ให้ ชาย ที่ ทรง สร้าง ขึ้น อาศัย อยู่ ใน สวน นั้น {2:9} พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง ให้ ต้นไม้ ทุก ชนิด ทั้ง ที่ งดงาม น่า ดู และ ที่ เหมาะ เป็น อาหาร งอก ขึ้น ใน สวน ที่ กลาง สวน นั้น มี ต้นไม้ แห่ง ชีวิต และ ต้นไม้ แห่ง การ รู้ ดี รู้ ชั่ว {2:10} มี แม่น้ำ สาย หนึ่ง จาก เอ เดน ไหล มา หล่อเลี้ยง สวน นั้น แล้ว แยก ออก เป็นต้น น้ำ สี่ สาย {2:11} สาย ที่ หนึ่ง ชื่อ ปิ โชน ไหล ผ่าน ดินแดน ฮา วิลาห์ ที่ ซึ่ง มี แร่ ทองคำ {2:12} (ดินแดน นี้ มี แร่ ทองคำ คุณภาพ ดี ยาง ไม้ หอม และ พลอย ด้วย) {2:13} สาย ที่ สอง ชื่อ กิโฮน ไหล ผ่าน ทั่ว ดินแดน คู ช {2:14} สาย ที่ สาม คือ ไท กริส ซึ่ง ไหล ไป ทาง ทิศ ตะวัน ออก ของ อัสชูร์ และ สาย ที่ สี่ คือ ยู เฟรติส {2:15} พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง กำหนด ให้ ชาย ผู้ นั้น อยู่ ใน สวน เอ เดน ให้ เขา ทำงาน และ ดูแล รักษา สวน แห่ง นั้น {2:16} และ พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง บัญชา เขา ไว้ ว่า“ เจ้า มี อิสระ ที่ จะ กิน ผล จาก ต้น ใดๆ ใน สวน ก็ ได้ {2:17} แต่ เจ้า ต้อง ไม่ กิน ผล จาก ต้น แห่ง การ รู้ ดี รู้ ชั่ว เพราะ ถ้า เจ้า กิน ผล ของ มัน เมื่อใด เจ้า จะ ตาย แน่นอน” {2:18} แล้ว พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ตรัสว่า“ ไม่ ควร ให้ ชาย ผู้ นี้ อยู่ คน เดียว เรา จะ สร้าง ผู้ อุปถัมภ์ ที่ เหมาะสม เท่าเทียม กับ เขา” {2:19} พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ได้ ทรง ปั้น สัตว์ และ นก ทุก ชนิด ขึ้น จาก ดิน พระองค์ ทรง นำ มา ยัง ชาย ผู้ นั้น เพื่อ ดู ว่า เขา จะ เรียก มัน ว่า อย่างไร สัตว์ เหล่า นั้น ก็ ได้ ชื่อ ตาม ที่ เขา เรียก {2:20} ดังนั้น ชาย ผู้ นั้น จึง ตั้ง ชื่อ ให้ กับ สัตว์ เลี้ยง ทั้งปวง นก ใน อากาศ และ สัตว์ ใน ท้อง ทุ่ง ทั้งสิ้น แต่ อา ดัม ยัง ไม่ พบ ผู้ อุปถัมภ์ ที่ เหมาะสม เท่าเทียม สำหรับ เขา {2:21} พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ จึง ทรง บันดาล ให้ ชาย นั้น หลับ สนิท จาก นั้น ทรง ชัก กระดูก ซี่โครง ของ เขา ออก มา ซี่ หนึ่ง และ ทรง ปิด เนื้อ ให้ สนิท เข้า ดัง เดิม {2:22} แล้ว พระเจ้า ทรง สร้าง ผู้หญิง ขึ้น จาก กระดูก ซี่โครง ที่ พระองค์ ทรง นำ ออก มา จาก ชาย นั้น และ พา นาง มา หา เขา {2:23} ชาย ผู้ นั้น กล่าว ว่า“ นี่ คือ กระดูก จาก กระดูก ของ เรา และ เนื้อ จาก เนื้อ ของ เรา นาง จะ ได้ ชื่อ ว่า‘ หญิง’ เพราะ นาง มา จาก ชาย” {2:24} เพราะ เหตุ นี้ ผู้ชาย จะ ละ จาก บิดา มารดา ของ ตน ไป ผูกพัน กับ ภรรยา และ พวก เขา จะ เป็น เนื้อ เดียวกัน {2:25} ชาย นั้น กับ ภรรยา ต่าง เปลือย กาย อยู่ และ พวก เขา ไม่ รู้สึก ละอาย เลย {i3:1} มนุษย์ ไม่ เชื่อฟัง พระเจ้า {3:1} งู นั้น เป็น สัตว์ ที่ มี เล่ห์เหลี่ยม มาก กว่า สัตว์ ป่า ทั้งหลาย ที่ พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง สร้าง ขึ้น มัน มา ถาม หญิง นั้น ว่า“ พระเจ้า ตรัส จริงๆ หรือ ว่า‘ เจ้า ต้อง ไม่ กิน ผล จาก ต้น ใดๆ ใน สวน นี้’?” {3:2} หญิง นั้น ตอบ งู ว่า“ พวก เรา กิน ผล ของ ทุก ต้น ใน สวน ได้ {3:3} แต่ พระเจ้า ตรัส จริงๆ ว่า‘ เจ้า ต้อง ไม่ กิน ผล ของ ต้นไม้ ที่ อยู่ กลาง สวน และ เจ้า ต้อง ไม่ แตะ ต้อง มัน มิ ฉะนั้น เจ้า จะ ตาย’” {3:4} งูบ อก หญิง นั้น ว่า“ เจ้า จะ ไม่ ตาย แน่นอน {3:5} เพราะ พระเจ้า ทรง ทราบ ว่า เมื่อใด ที่ เจ้า กิน ผลไม้ นั้น เจ้า จะ ตา สว่าง ขึ้น และ จะ เป็น เหมือน พระเจ้า คือ รู้ ผิด ชอบ ชั่ว ดี” {3:6} เมื่อ หญิง นั้น เห็น ว่า ผล นั้น ดี เหมาะ เป็น อาหาร และ ยัง งาม น่า ดู ทั้ง น่า พึง ปรารถนา เพราะ จะ ช่วย ให้ เกิด ปัญญา นาง จึง นำ ผลไม้ มา กิน และ ให้ สามี ที่ อยู่ กับ นาง และ เขา ก็ กิน {3:7} แล้ว เขา ทั้ง สอง ก็ ตา สว่าง และ ตระหนัก ว่า ตนเอง เปลือย กาย อยู่ จึง เอา ใบ มะเดื่อ มา เย็บ เป็น เครื่อง ปกปิด ร่างกาย {3:8} เย็น วัน นั้น เขา ทั้ง สอง ได้ยิน เสียง พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง ดำเนิน อยู่ ใน สวน จึง หลบ ซ่อน ตัว อยู่ ใน พุ่มไม้ ให้ พ้น จาก พระองค์ {3:9} พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ตรัส เรียกหา ชาย นั้น ว่า“ เจ้า อยู่ ที่ไหน?” {3:10} เขา ทูล ว่า“ ข้า พระองค์ ได้ยิน เสียง ของ พระองค์ อยู่ ใน สวน ก็ กลัว เพราะ ข้า พระองค์ เปลือย กาย อยู่ จึง หลบ ซ่อน ตัว เสีย” {3:11} พระองค์ ตรัส ถาม ว่า“ ใคร บอก ว่า เจ้า เปลือย กาย อยู่? เจ้า กิน ผล จาก ต้น ที่ เรา ห้าม เจ้า ไว้ แล้ว หรือ?” {3:12} ชาย นั้น ทูล ว่า“ หญิง ที่ พระองค์ ให้ อยู่ กับ ข้า พระองค์ นั่นแหละ ยื่น ผล จาก ต้นไม้ นั้น ให้ แก่ ข้า พระองค์ ข้า พระองค์ จึง กิน” {3:13} แล้ว พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ตรัส ถาม หญิง นั้น ว่า“ เจ้า ทำ อะไร ลง ไป?” หญิง นั้น ทูล ว่า“ งู นั้น ล่อลวง ข้า พระองค์ ข้า พระองค์ จึง กิน” {3:14} พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ จึง ตรัส แก่ งู นั้น ว่า“ เพราะ เจ้า ได้ ทำ เช่น นี้“ เจ้า จึง ถูก สาปแช่ง หนัก กว่า สัตว์ ใช้งาน ทั้งสิ้น และ สัตว์ ป่า ทั้งปวง! เจ้า จะ เลื้อย ไป ด้วย ท้อง และ เจ้า จะ กิน ธุลี ดิน ตราบ ชั่ว ชีวิต ของ เจ้า {3:15} เรา จะ ให้ เจ้า กับ หญิง นั้น เป็น ศัตรู กัน ทั้ง เผ่าพันธุ์ ของ เจ้า กับ ของ นาง ด้วย เขา จะ ฟาด ศีรษะ ของ เจ้า และ เจ้า จะ ฉก ส้น เท้า ของ เขา” {3:16} พระองค์ ตรัส กับ หญิง นั้น ว่า“ เรา จะ ให้ เจ้า เจ็บ ปวด แสน สาหัส เมื่อ เจ้า คลอด บุตร เจ้า จะ คลอด บุตร ด้วย ความ เจ็บ ปวด แต่ เจ้า ก็ ยัง ปรารถนา สามี และ เขา จะ ปกครอง เจ้า” {3:17} พระองค์ ตรัส กับ อา ดัมว่า“ เพราะ เจ้า ฟัง ภรรยา ของ เจ้า และ กิน ผลไม้ ซึ่ง เรา สั่ง เจ้า ว่า‘ เจ้า ต้อง ไม่ กิน ผล จาก ต้นไม้ นั้น’“ แผ่นดิน จึง ถูก สาปแช่ง เพราะ เจ้า เจ้า จะ หา เลี้ยงชีพ จาก แผ่นดิน ด้วย ความ ลำบาก ตรากตรำ ตลอด ชีวิต ของ เจ้า {3:18} ต้น หนาม น้อย ใหญ่ จะ งอก ขึ้น มา บน แผ่นดิน และ เจ้า จะ กิน พืชพันธุ์ จาก ท้อง ทุ่ง {3:19} เจ้า จะ ทำ มา หา กิน อาบ เหงื่อ ต่าง น้ำ ตราบ จน เจ้า กลับ คืน สู่ ดิน เพราะ เรา นำ เจ้า มา จาก ดิน เพราะ เจ้า เป็น ธุลี ดิน และ เจ้า จะ กลับ คืน สู่ ธุลี ดิน” {3:20} อา ดัม ตั้ง ชื่อ ภรรยา ของ ตน ว่า เอ วา เพราะ นาง เป็น มารดา ของ ผู้ มี ชีวิต ทั้งปวง {3:21} พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง ทำ เครื่อง นุ่งห่ม จาก หนัง สัตว์ ให้ อา ดัม กับ ภรรยา สวม {3:22} แล้ว พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ตรัสว่า“ บัดนี้ มนุษย์ ได้ กลาย เป็น เหมือน หนึ่ง ใน พวก เรา แล้ว คือ รู้ ผิด ชอบ ชั่ว ดี ดังนั้น ต้อง ไม่ ปล่อย ให้ เขา เก็บ ผลไม้ แห่ง ชีวิต มา กิน แล้ว มี ชีวิต อยู่ ตลอด ไป” {3:23} พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ จึง ทรง ขับ ไล่ เขา ออก จาก สวน เอ เดน ให้ ไป หา เลี้ยงชีพ บน ผืน ดิน ซึ่ง เขา ถือ กำเนิด มา นั้น {3:24} หลัง จาก ทรง ขับ ไล่ เขา ออก ไป จาก สวน แล้ว พระองค์ ทรง ตั้ง เหล่า เค รู บ ไว้ ที่ ด้าน ตะวัน ออก ของ สวน เอ เดน และ ตั้ง ดาบ เพลิง เล่ม หนึ่ง ที่ พุ่ง ไป มา เพื่อ คอย พิทักษ์ ทาง ซึ่ง นำ ไป สู่ ต้นไม้ แห่ง ชีวิต นั้น {i4:1} คา อิน กับ อา แบ ล {4:1} อา ดัม ได้ ร่วม หลับ นอน กับ เอ วา นาง ก็ ตั้ง ครรภ์ และ คลอด บุตร ชาย ชื่อ คา อิน นาง กล่าว ว่า“ ฉัน ได้ ลูกชาย คน นี้ มา โดย ความ ช่วยเหลือ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า” {4:2} ภายหลัง นาง ให้ กำเนิด น้อง ชาย ของ เขา คือ อา แบ ลอาแบล เลี้ยง สัตว์ ส่วน คา อิน ทำ ไร่ ไถ นา {4:3} เมื่อ ถึง ฤดู เก็บเกี่ยว คา อิน นำ พืช ผล จาก ไร่ นา มา ถวาย องค์ พระผู้เป็นเจ้า {4:4} ส่วน อา แบ ล นำ ไขมัน ของ ลูก สัตว์ หัว ปี ที่ ดี ที่สุด ใน ฝูง สัตว์ ของ เขา มา ถวาย แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง โปรดปราน อา แบ ล และ เครื่อง ถวาย ของ เขา {4:5} แต่ ไม่ ได้ ทรง โปรดปราน คา อิน และ เครื่อง ถวาย ของ เขา คา อิน จึง โกรธ นัก และ ชัก สีหน้า {4:6} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ คา อิน ว่า“ เจ้า โกรธ ทำไม? เจ้า ชัก สีหน้า ทำไม? {4:7} หาก เจ้า ทำ สิ่ง ที่ ถูก ที่ ควร เจ้า ก็ จะ เป็น ที่ ยอมรับ ไม่ ใช่ หรือ? แต่ หาก เจ้า ไม่ ทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง บาป ก็ หมอบ อยู่ ที่ ประตู คอย เล่นงาน เจ้า แต่ เจ้า จะ ต้อง ชนะ บาป ให้ ได้” {4:8} ฝ่าย คา อิน ชวน อา แบ ล น้อง ชาย ของ เขา ว่า“ เรา ไป ที่ ทุ่ง นา กัน เถอะ” ขณะ อยู่ ด้วย กัน ที่ นั่น คา อิน ก็ ทำร้าย และ ฆ่า อา แบ ล น้อง ชาย ของ เขา {4:9} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ถาม คา อิน ว่า“ อา แบ ล น้อง ชาย ของ เจ้า อยู่ ที่ไหน?” เขา ตอบ ว่า“ ข้า พระองค์ ไม่ ทราบ ข้า พระองค์ เป็น ผู้ ดูแล น้อง ชาย หรือ?” {4:10} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า“ เจ้า ทำ อะไร ลง ไป! ฟัง ให้ ดี โลหิต ของ น้อง ชาย เจ้า ร้อง ขึ้น จาก แผ่นดิน มา ถึง เรา {4:11} บัดนี้ เจ้า ถูก สาปแช่ง และ ขับ ออก จาก แผ่นดิน ซึ่ง รองรับ โลหิต ของ น้อง ชาย ของ เจ้า เพราะ น้ำมือ ของ เจ้า {4:12} เมื่อ เจ้า ไถ พรวน ดิน มัน จะ ไม่ ให้ ผล ผลิต แก่ เจ้า อีก ต่อ ไป เจ้า จะ เป็น คน ร่อนเร่ พเนจร ไป ใน โลก” {4:13} คา อิน ทูล องค์ พระผู้เป็นเจ้า ว่า“ โทษ ทัณฑ์ นี้ ใหญ่ หลวง เกิน กว่า ข้า พระองค์ จะ รับ ได้ {4:14} ใน วัน นี้ พระองค์ ทรง ขับ ไล่ ข้า พระองค์ ไป จาก แผ่นดิน นี้ และ ทรง ปิด กั้น ข้า พระองค์ จาก พระ พักตร์ ของ พระองค์ ข้า พระองค์ จะ เป็น คน ร่อนเร่ พเนจร ไป ใน โลก ใคร พบ เห็น ก็ จะ ฆ่า ข้า พระองค์” {4:15} แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ เขา ว่า“ ไม่ ใช่ เช่น นั้น ถ้า ผู้ ใด ฆ่า คา อิน จะ ถูก เอา คืน เจ็ด เท่า” แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ทำ เครื่องหมาย ไว้ ที่ ตัว คา อิน เพื่อ ไม่ ให้ ผู้ ที่ พบ เข้า ฆ่า เขา {4:16} ดังนั้น คา อิน จึง ออก ไป จาก เบื้องหน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ตั้ง ถิ่น ฐาน อยู่ ใน ดินแดน โน ด ทาง ทิศ ตะวัน ออก ของ เอ เดน {4:17} คา อิน ร่วม หลับ นอน กับ ภรรยา นาง ก็ ตั้ง ครรภ์ และ ให้ กำเนิด เอ โน ค ขณะ นั้น คา อิน กำลัง สร้าง เมือง เขา จึง ตั้ง ชื่อ เมือง นั้น ว่า เอ โน ค ตาม ชื่อ บุตร ชาย ของ ตน {4:18} เอ โน ค มี บุตร ชาย ชื่อ อิราดและอิ ราด เป็น บิดา ของ เม หุยาเอลเมหุยาเอล เป็น บิดา ของ เม ธูชาเอลและเมธูชาเอล เป็น บิดา ของ ลา เม ค {4:19} ลา เม ค มี ภรรยา สอง คน คน หนึ่ง ชื่อ อา ดาห์ อีก คน หนึ่ง ชื่อ ศิลลาห์ {4:20} อา ดาห์ มี บุตร ชาย ชื่อ ยา บาล ซึ่ง เป็น บิดา ของ คน เลี้ยง สัตว์ และ อาศัย ใน เต็นท์ {4:21} ยา บาล มี น้อง ชาย ชื่อ ยู บาล ซึ่ง เป็น บิดา ของ คน เล่น พิณ และ ขลุ่ย {4:22} ส่วน ศิลลาห์ ก็ มี บุตร ชาย คน หนึ่ง ด้วย ชื่อ ทู บัล คา อิน เขา ทำ เครื่องมือ เครื่อง ใช้ จาก ทองสัมฤทธิ์ และ เหล็ก ทู บัล คา อิน มี น้อง สาว ชื่อ นา อา มาห์ {4:23} ลา เม ค พูด กับ ภรรยา ทั้ง สอง ของ เขา ว่า“ อา ดาห์และศิลลาห์ จง ฟัง เรา ภรรยา ของ ลา เม ค เอ๋ย จง ฟัง คำ ของ เรา เรา ได้ ฆ่า ชาย คน หนึ่ง ที่ ทำร้าย เรา ฆ่า เด็ก หนุ่ม คน หนึ่ง ที่ ทำให้ เรา บาดเจ็บ {4:24} หาก ใคร ทำร้าย คา อิน จะ ถูก เอา คืน เจ็ด เท่า ส่วน คน ที่ ทำร้าย ลา เม ค จะ ถูก เอา คืน เจ็ด สิบ เจ็ด เท่า” {4:25} อา ดัม ร่วม หลับ นอน กับ ภรรยา ของ เขา อีก และ นาง ให้ กำเนิด บุตร ชาย อีก คน หนึ่ง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า เส ท นาง กล่าว ว่า“ พระเจ้า ประทาน ลูกชาย อีก คน หนึ่ง แทน อา แบ ล เพราะ คา อิน ได้ ฆ่า เขา” {4:26} เส ท ก็ มี บุตร ชาย คน หนึ่ง ชื่อ ว่า เอ โน ช ใน เวลา นั้น มนุษย์ เริ่ม นมัสการ โดย ออก พระ นาม พระ ยาห์เวห์ {i5:1} จาก อา ดัมถึงโนอาห์ {5:1} นี่ คือ บันทึก เรื่องราว เชื้อสาย ของ อา ดัม เมื่อ พระเจ้า ทรง สร้าง มนุษย์ พระองค์ ทรง สร้าง เขา ตาม อย่าง พระองค์ {5:2} พระองค์ ทรง สร้าง พวก เขา ทั้ง ผู้ชาย และ ผู้หญิง แล้ว ทรง อวยพร เขา และ ตรัส เรียก เขา ว่า“ มนุษย์” {5:3} เมื่อ อา ดัม อายุ ได้ 130 ปี ก็ มี บุตร ชาย ซึ่ง เหมือน อย่าง เขา ตาม ลักษณะ ของ เขา เขา ตั้ง ชื่อ บุตร นั้น ว่า เส ท {5:4} หลัง จาก ที่ เส ทเกิดอาดัม มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 800 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {5:5} อา ดัม มี ชีวิต อยู่ รวม ทั้งสิ้น 930 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย {5:6} เมื่อ เส ท อายุ ได้ 105 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เอ โน ช {5:7} หลัง จาก นั้น เส ท มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 807 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {5:8} เส ท มี ชีวิต อยู่ รวม ทั้งสิ้น 912 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย {5:9} เมื่อ เอ โน ช อายุ ได้ 90 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เค นัน {5:10} หลัง จาก นั้น เอ โน ช มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 815 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {5:11} เอ โน ช มี ชีวิต อยู่ รวม ทั้งสิ้น 905 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย {5:12} เมื่อ เค นัน อายุ ได้ 70 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ มา หะ ลา เลล {5:13} หลัง จาก นั้น มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 840 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {5:14} เค นัน มี ชีวิต อยู่ รวม ทั้งสิ้น 910 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย {5:15} เมื่อ มา หะ ลา เลล อายุ ได้ 65 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ ยา เร ด {5:16} หลัง จาก นั้น มา หะ ลา เลล มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 830 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {5:17} มา หะ ลา เลล มี ชีวิต อยู่ รวม ทั้งสิ้น 895 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย {5:18} เมื่อ ยา เร ด อายุ ได้ 162 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เอ โน ค {5:19} หลัง จาก นั้น ยา เร ด มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 800 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {5:20} ยา เร ด มี ชีวิต อยู่ รวม ทั้งสิ้น 962 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย {5:21} เมื่อ เอ โน ค อายุ ได้ 65 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เม ธูเสลาห์ {5:22} หลัง จาก นั้น เอ โน ค ก็ ดำเนิน ชีวิต ไป กับ พระเจ้า อีก 300 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {5:23} เอ โน ค มี อายุ รวม ทั้งสิ้น 365 ปี {5:24} เอ โน ค ดำเนิน ชีวิต ไป กับ พระเจ้า แล้ว ไม่ มี ใคร พบ เขา อีก เลย เพราะ พระเจ้า ทรง รับ เขา ไป {5:25} เมื่อ เม ธูเสลาห์ อายุ ได้ 187 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ ลา เม ค {5:26} หลัง จาก นั้น เม ธูเสลาห์ มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 782 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {5:27} เม ธูเสลาห์ มี ชีวิต รวม ทั้งสิ้น 969 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย {5:28} เมื่อ ลา เม ค อายุ ได้ 182 ปี ก็ มี บุตร ชาย คน หนึ่ง {5:29} เขา ตั้ง ชื่อ บุตร นั้น ว่า โน อาห์ และ กล่าว ว่า“ ลูก คน นี้ จะ ช่วย บรรเทา เรา จาก ความ เหนื่อย ยาก และ จาก การ ตรากตรำ ทำงาน หนัก ที่ เกิด ขึ้น บน แผ่นดิน นี้ ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง สาปแช่ง” {5:30} หลัง จาก โน อาห์ เกิด มาลา เม ค มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 595 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {5:31} ลา เม ค มี ชีวิต อยู่ รวม ทั้งสิ้น 777 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย {5:32} หลัง จาก โน อาห์ อายุ ได้ 500 ปี ก็ มี บุตร ชาย คือ เชม ฮาม และ ยา เฟท {i6:1} น้ำ ท่วม โลก {6:1} เมื่อ มนุษย์ เริ่ม ทวี จำนวน ขึ้น บน โลก และ ให้ กำเนิด บุตร สาว {6:2} บรรดา บุตร ชาย ของ พระเจ้า เห็น ว่า บรรดา บุตร สาว ของ มนุษย์ สวย งาม ก็ เลือก เอา มา เป็น ภรรยา ตามใจ ชอบ {6:3} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า“ จิต วิญญาณ ของ เรา จะ ไม่ คง อยู่ กับ มนุษย์ ตลอด ไป เพราะ เขา เป็น เพียง มนุษย์ ที่ ต้อง ตาย เขา จะ มี อายุขัย 120 ปี” {6:4} ใน สมัย นั้น และ สืบ ต่อ มา ภายหลัง มี คน เนฟิล อาศัย อยู่ ใน โลก คือ สมัย ที่ บุตร ชาย ของ พระเจ้า ไป อยู่ กิน กับ บุตร สาว ของ มนุษย์ และ มี ลูกหลาน กับ เขา คน เหล่า นี้ เป็น คน ใหญ่ คน โต ที่ มี ชื่อเสียง ใน ยุค โบราณ {6:5} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เห็น ว่า ความ ชั่ว ร้าย ของ มนุษย์ ใน โลก ทวี มาก ยิ่ง ขึ้น และ ความคิด จิตใจ ของ เขา ก็ โน้ม เอียง ไป ใน ทาง ชั่ว อยู่ เสมอ {6:6} องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ทรง เสีย พระทัย ยิ่งนัก ที่ ได้ ทรง สร้าง มนุษย์ ขึ้น มา ใน โลก และ พระองค์ ทรง ปวดร้าว พระทัย {6:7} ดังนั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ตรัส ว่า“ เรา จะ กวาด ล้าง มนุษยชาติ ที่ เรา ได้ สร้าง ขึ้น ออก จาก ผืน แผ่นดิน ทั้ง มนุษย์ และ สัตว์ ทั้งปวง สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน และ นก ใน อากาศ เพราะ เรา เสียใจ ที่ ได้ สร้าง พวก นี้ ขึ้น มา” {6:8} แต่ โน อาห์ เป็น ที่ โปรดปราน ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {6:9} นี่ คือ เรื่องราว เชื้อสาย ของ โน อาห์โนอาห์ เป็น คน ชอบธรรม เป็น คน ดี พร้อม เมื่อ เทียบ กับ คน ใน ยุค ของ เขา และ ดำเนิน ชีวิต ไป กับ พระเจ้า {6:10} โน อาห์ มี บุตร ชาย สาม คน คือ เชม ฮาม และ ยา เฟท {6:11} ใน ขณะ นั้น โลก เสื่อมทราม ใน สาย พระ เนตร ของ พระเจ้า และ เต็ม ไป ด้วย ความ โหดร้าย ทารุณ {6:12} พระเจ้า ทรง เห็น ว่า โลก เสื่อมทราม มาก เพราะ สิ่ง มี ชีวิต ทั้งปวง ล้วน ดำเนิน ชีวิต อย่าง เสื่อมทราม {6:13} พระเจ้า จึง ตรัส กับ โน อาห์ว่า“ เรา กำลัง จะ นำ จุด จบ มา ถึง คน ทั้งปวง เพราะ สิ่ง มี ชีวิต ทั้งปวง ทำให้ โลก เต็ม ไป ด้วย ความ โหดร้าย ทารุณ เรา จะ ทำลาย สิ่ง เหล่า นี้ และ โลก อย่าง แน่นอน {6:14} ดังนั้น จง ต่อ เรือ ขึ้น ลำ หนึ่ง ด้วย ไม้ ไซ เป รส และ กั้น เป็น ห้องๆ แล้ว ยา ด้วย ชัน ตลอด ทั้ง นอก และ ใน {6:15} เรือ นี้ ยาว 300 ศอก กว้าง 50 ศอก และ สูง 30 ศอก {6:16} จง ทำ หลังคา คลุม และ ระหว่าง หลังคา กับ ตัว เรือ ให้ เว้น ช่อง สูง 1 ศอก โดย รอบ จง ทำ ประตู บาน หนึ่ง ไว้ ด้าน ข้าง ของ เรือ และ ต่อ เรือ เป็น ชั้น ล่าง ชั้น กลาง ชั้น บน {6:17} เรา กำลัง จะ ให้ น้ำ ท่วม โลก เพื่อ ทำลาย สิ่ง มี ชีวิต ทั้งมวล ภาย ใต้ ฟ้า สวรรค์ คือ ทุก สิ่ง ที่ มี ลมหายใจ แห่ง ชีวิต ทุก สิ่ง บน แผ่นดิน โลก จะ พินาศ สิ้น {6:18} แต่ เรา จะ ทำ พัน ธ สัญญา อัน มั่นคง กับ เจ้า เจ้า จะ เข้า ไป ใน เรือ คือ ทั้ง ตัว เจ้า ภรรยา บุตร ชาย และ บุตร สะใภ้ ของ เจ้า {6:19} จง นำ สัตว์ ทุก ชนิด มา เป็น คู่ๆ ทั้ง ตัวผู้ และ ตัวเมีย เข้า มา ใน เรือ เพื่อ รักษา ชีวิต ของ มัน ให้ รอด ด้วย กัน กับ เจ้า {6:20} นก ทุก ชนิด สัตว์ ทุก ชนิด สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน ทุก ชนิด จะ มา หา เจ้า อย่าง ละ คู่ เพื่อ รักษา ชีวิต ของ พวก มัน ไว้ {6:21} จง สะสม เสบียง ทุก อย่าง เพื่อ เก็บ ไว้ เป็น อาหาร สำหรับ เจ้า และ สัตว์ เหล่า นั้น” {6:22} โน อาห์ ก็ ทำ ทุก สิ่ง ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา {7:1} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ โน อาห์ว่า“ จง เข้า ไป ใน เรือ พร้อม กับ ครอบครัว ของ เจ้า เพราะ เรา เห็น ว่า เจ้า เป็น คน ชอบธรรม คน เดียว ใน บรรดา คน ชั่ว อายุ นี้ {7:2} จง นำ สัตว์ เหล่า นี้ ไป กับ เจ้า ด้วย คือ สัตว์ ที่ ไม่ เป็น มลทิน ทุก ชนิด อย่าง ละ เจ็ด คู่ ทั้ง ตัวผู้ กับ คู่ ของ มัน สัตว์ ที่ เป็น มลทิน ทุก ชนิด อย่าง ละ คู่ ทั้ง ตัวผู้ กับ คู่ ของ มัน {7:3} และ นก ทุก ชนิด อย่าง ละ เจ็ด คู่ ทั้ง ตัวผู้ และ ตัวเมีย เพื่อ รักษา เผ่าพันธุ์ ของ สัตว์ ทุก ชนิด บน โลก {7:4} อีก เจ็ด วัน เรา จะ ให้ ฝน ตก บน โลก นี้ สี่ สิบ วัน สี่ สิบ คืน และ เรา จะ กวาด ล้าง สิ่ง มี ชีวิต ทั้งปวง ซึ่ง เรา สร้าง ขึ้น นั้น ไป จาก แผ่นดิน โลก” {7:5} โน อาห์ ก็ ทำ ทุก สิ่ง ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง บัญชา {7:6} โน อาห์ มี อายุ หก ร้อย ปี เมื่อ เกิด น้ำ ท่วม โลก {7:7} โน อาห์ และ บรรดา บุตร ชาย ของ เขา พร้อม ทั้ง ภรรยา ของ โน อาห์ และ บรรดา บุตร สะใภ้ ก็ เข้า ไป อยู่ ใน เรือ เพื่อ หลบ ภัย น้ำ ท่วม {7:8} สัตว์ ที่ เป็น มลทิน และ ไม่ เป็น มลทิน นก สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน สัตว์ ทุก ประเภท เป็น คู่ๆ {7:9} ทั้ง ตัวผู้ และ ตัวเมีย ก็ มา หา โน อาห์ และ เข้า ไป ใน เรือ ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา โน อาห์ไว้ {7:10} อีก เจ็ด วัน ต่อ มา น้ำ ก็ ท่วม โลก {7:11} ใน วัน ที่ สิบ เจ็ด ของ เดือน ที่ สอง ซึ่ง เป็น ปี ที่ โน อาห์ มี อายุ ได้ หก ร้อย ปี ตา น้ำบาดาล พลุ่ง ทะลัก ขึ้น มา และ ประตู น้ำ แห่ง ฟ้า สวรรค์ ก็ เปิด ออก {7:12} ฝน ก็ เท ลง มา บน โลก ตลอด สี่ สิบ วัน สี่ สิบ คืน {7:13} ใน วัน นั้น เอง โน อาห์ กับ ภรรยา และ บุตร ชาย ทั้ง สาม คือ เชม ฮาม และ ยา เฟท รวม ทั้ง บุตร สะใภ้ ของ เขา ก็ เข้า ไป ใน เรือ {7:14} พวก เขา ได้ นำ สัตว์ ทุก ชนิด จาก สัตว์ ป่า สัตว์ เลี้ยง สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน นก และ สัตว์ มี ปีก ไป ด้วย {7:15} บรรดา สัตว์ ทุก ชนิด ที่ มี ลมหายใจ แห่ง ชีวิต ได้ มา หา โน อาห์ และ เข้า ไป ใน เรือ เป็น คู่ๆ {7:16} สัตว์ ที่ เข้า ไป ใน เรือ คือ สัตว์ ตัวผู้ และ ตัวเมีย ของ สัตว์ ทุก ชนิด ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา โน อาห์ แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ปิด ประตู เรือ {7:17} ตลอด สี่ สิบ วัน น้ำ ก็ ท่วม สูง จน หนุน เรือ ให้ ลอย ขึ้น {7:18} ปริมาณ น้ำ บน โลก เพิ่ม ขึ้น มาก จน ยก เรือ ให้ ลอย ขึ้น เหนือ ผิว น้ำ {7:19} น้ำ ท่วม โลก รุนแรง มาก จน มิด ภูเขา สูง ทั้งหมด ที่ อยู่ ใต้ ฟ้า {7:20} ระดับ น้ำ สูง เหนือ ยอด เขา ต่างๆ ขึ้น ไป กว่า 15 ศอก {7:21} สิ่ง มี ชีวิต ทั้งหมด ที่ อยู่ ทั่ว โลก ก็ พินาศ ทั้ง นก สัตว์ เลี้ยง สัตว์ ป่า สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน และ มวล มนุษยชาติ {7:22} สรรพ สิ่ง ที่ มี ลมหายใจ แห่ง ชีวิต และ ดำรง ชีวิต อยู่ บน บก ก็ ตาย หมด {7:23} สิ่ง มี ชีวิต ทั้งปวง บน โลก ไม่ ว่า คน สัตว์ สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน และ นก ใน อากาศ ล้วน ถูก กวาด ล้าง ไป จาก โลก เหลือ รอด อยู่ แต่ โน อาห์ และ สิ่ง มี ชีวิต ที่ อยู่ กับ เขา ใน เรือ {7:24} น้ำ ท่วม โลก อยู่ นาน 150 วัน {8:1} แต่ พระเจ้า ทรง ระลึก ถึง โน อาห์ และ สัตว์ ป่า กับ สัตว์ ใช้งาน ทุก ชนิด ที่ อยู่ กับ เขา ใน เรือ พระองค์ ทรง บันดาล ให้ กระแสลม พัด เหนือ แผ่นดิน แล้ว น้ำ ก็ ลด ลง {8:2} ตา น้ำบาดาล และ ประตู น้ำ แห่ง ฟ้า สวรรค์ ก็ ถูก ปิด และ ฝน ก็ หยุด ตก จาก ฟ้า {8:3} น้ำ จึง ลด ลง เรื่อยๆ จน กระทั่ง 150 วัน ผ่าน ไป {8:4} และ ใน วัน ที่ สิบ เจ็ด ของ เดือน ที่ เจ็ด เรือ ก็ มา ค้าง อยู่ บน เทือกเขา อา รา รัต {8:5} น้ำ ลด ลง เรื่อยๆ จน กระทั่ง วัน ที่ หนึ่ง ของ เดือน ที่ สิบ ยอด เขา อื่นๆ ก็ ปรากฏ ให้ เห็น {8:6} หลัง จาก นั้น อีก สี่ สิบ วัน โน อาห์ เปิด หน้าต่าง เรือ {8:7} และ ปล่อย กา ตัว หนึ่ง ออก ไป มัน บิน วนเวียน ไป มา จน ถึง เวลา ที่ น้ำ แห้ง ไป จาก แผ่นดิน โลก {8:8} เขา จึง ปล่อย นก พิราบ ออก ไป ตัว หนึ่ง เพื่อ ดู ว่า น้ำ ลด จน ถึง ผิว ดิน แล้ว หรือ ไม่ {8:9} แต่ นก พิราบ ไม่ พบ ที่ ที่ จะ เกาะ เพราะ ว่า ระดับ น้ำ ยัง สูง อยู่ จึง กลับ มา หา โน อาห์ ที่ เรือ โน อาห์ ก็ ยื่น มือ ออก รับ นก พิราบ เข้า มา ใน เรือ ดัง เดิม {8:10} เขา คอย อีก เจ็ด วัน แล้ว ปล่อย นก พิราบ ออก ไป จาก เรือ อีก ครั้ง หนึ่ง {8:11} เมื่อ นก พิราบ กลับ มา หา เขา ใน ตอน เย็น มัน คาบ ใบ มะกอก เขียว สด มา ด้วย โน อาห์ จึง รู้ ว่า น้ำ ลด ลง จาก แผ่นดิน แล้ว {8:12} เขา คอย อีก เจ็ด วัน แล้ว ปล่อย นก พิราบ ออก ไป อีก แต่ คราว นี้ มัน ไม่ ได้ กลับ มา หา เขา {8:13} เมื่อ วัน ที่ หนึ่ง ของ เดือน ที่ หนึ่ง ใน ปี ที่ โน อาห์ มี อายุ 601 ปี น้ำ ก็ แห้ง โน อาห์ เปิด หลังคา เรือ ออก มา ดู ก็ เห็น ว่า พื้น ดิน แห้ง แล้ว {8:14} พอ ถึง วัน ที่ ยี่ สิบ เจ็ด เดือน ที่ สอง แผ่นดิน ก็ แห้ง สนิท {8:15} แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ โน อาห์ว่า {8:16} “ เจ้า ภรรยา ของ เจ้า บรรดา บุตร ชาย และ บุตร สะใภ้ ของ เจ้า จง ออก จาก เรือ {8:17} จง นำ สิ่ง มี ชีวิต ทุก ชนิด ที่ อยู่ กับ เจ้า ออก มา ด้วย ทั้ง นก สัตว์ ต่างๆ สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน เพื่อ พวก มัน จะ ได้ ออก ลูก ออก หลาน และ ทวี จำนวน ขึ้น ใน โลก” {8:18} ดังนั้น โน อาห์ จึง ออก มา พร้อม กับ บุตร ชาย รวม ทั้ง ภรรยา และ บุตร สะใภ้ ของ เขา {8:19} สัตว์ ทั้งปวง สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน ทั้งปวง นก ทั้งปวง คือ สิ่ง มี ชีวิต ทั้งหมด บน โลก ต่าง ทยอย ออก จาก เรือ ที ละ ชนิด {8:20} หลัง จาก นั้น โน อาห์ สร้าง แท่น บูชา แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ถวาย สัตว์ และ นก ที่ ไม่ เป็น มลทิน จำนวน หนึ่ง เป็น เครื่อง เผา บูชา บน แท่น นั้น {8:21} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ได้ กลิ่น อัน เป็น ที่ พอ พระทัย และ ทรง ดำริ ว่า“ เรา จะ ไม่ สาปแช่ง แผ่นดิน เพราะ มนุษย์ อีก ต่อ ไป ถึง แม้ ว่า จิตใจ ของ มนุษย์ จะ โน้ม เอียง ไป ใน ทาง ชั่ว ตั้งแต่ วัย เด็ก แต่ เรา จะ ไม่ ทำลาย ล้าง สิ่ง มี ชีวิต ทั้งปวง อย่าง ที่ เรา ได้ ทำ ใน คราว นี้ อีก {8:22} “ ตราบ ใด ที่ โลก ยัง คง อยู่ ตราบ นั้น จะ มี ฤดู หว่าน และ ฤดู เก็บเกี่ยว ความ หนาว เย็น และ ความ ร้อน ฤดู ร้อน และ ฤดู หนาว วัน และ คืน อยู่ เรื่อย ไป” {i9:1} พระเจ้า ทรง ทำ พัน ธ สัญญา กับ โน อาห์ {9:1} แล้ว พระเจ้า ทรง อวยพร โน อาห์ กับ บุตร ของ เขา และ ตรัส ว่า“ จง มี ลูก มี หลาน ทวี ขึ้น จน เต็ม แผ่นดิน โลก {9:2} สัตว์ ป่า ทั้งปวง บน โลก นก ทั้งปวง ใน อากาศ สัตว์ ที่ เลื้อยคลาน ทุก ชนิด และ ปลา ทั้งปวง ใน ทะเล จะ เกรงกลัว เจ้า เพราะ เรา มอบ มัน ไว้ ใน มือ ของ เจ้า {9:3} ทุก สิ่ง ที่ มี ชีวิต และ เคลื่อนไหว ไป มา ได้ จะ เป็น อาหาร ของ เจ้า เรา ได้ ยก พืช สี เขียว ให้ แก่ เจ้า แล้ว อย่างไร บัดนี้ เรา ก็ ให้ ทุก สิ่ง แก่ เจ้า อย่าง นั้น {9:4} “ แต่ เจ้า จะ ต้อง ไม่ กิน เนื้อ สัตว์ พร้อม ชีวิต ของ มัน คือ เลือด {9:5} สำหรับ เลือด อัน เป็น ชีวิต ของ พวก เจ้า เรา จะ ให้ มี การ ชดใช้ อย่าง แน่นอน เรา จะ ให้ สัตว์ ทุก ตัว ชดใช้ และ เรา จะ ให้ แต่ละ คน ชดใช้ ชีวิต ของ พี่น้อง เพื่อน มนุษย์ เช่น กัน {9:6} “ ใคร ก็ ตาม ที่ ฆ่า คน เขา ก็ จะ ถูก คน ฆ่า เพราะ พระเจ้า ทรง สร้าง คน ขึ้น ตาม พระ ฉาย ของ พระองค์ {9:7} ส่วน เจ้า จง มี ลูก มี หลาน มากมาย เพิ่ม จำนวน ทวี ขึ้น บน แผ่นดิน โลก” {9:8} แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ โน อาห์ และ บุตร ของ เขา ว่า {9:9} “ บัดนี้ เรา เอง เป็น ผู้ ทำ พัน ธ สัญญา กับ เจ้า และ กับ เชื้อสาย ของ เจ้า {9:10} ตลอด จน สัตว์ ทุก ตัว ที่ อยู่ กับ เจ้า คือ นก สัตว์ ใช้งาน และ สัตว์ ป่า และ สัตว์ ทั้งปวง ที่ ออก จาก เรือ คือ สิ่ง มี ชีวิต ทั้งหมด ใน โลก นี้ {9:11} เรา ทำ พัน ธ สัญญา กับ เจ้า ว่า จะ ไม่ ให้ น้ำ ท่วม ทำลาย ล้าง สิ่ง มี ชีวิต ทั้งปวง อีก เลย และ จะ ไม่ ให้ น้ำ ท่วม ทำลาย โลก อีก ต่อ ไป” {9:12} และ พระเจ้า ตรัส ว่า“ นี่ คือ เครื่องหมาย แห่ง พัน ธ สัญญา ที่ เรา กำลัง ทำ ระหว่าง เรา กับ เจ้า และ กับ สิ่ง มี ชีวิต ทั้งปวง ที่ อยู่ กับ เจ้า เป็น พัน ธ สัญญา ที่ ผูกพัน ตลอด ทุก ชั่ว อายุ คน {9:13} คือ เรา ได้ ตั้ง รุ้ง ของ เรา ไว้ ที่ หมู่ เมฆ เป็น เครื่องหมาย แห่ง พัน ธ สัญญา ของ เรา กับ โลก {9:14} ทุก ครั้ง ที่ เรา ส่ง เมฆ มา เหนือ โลก และ รุ้ง ปรากฏ ขึ้น ที่ เมฆ {9:15} เรา จะ ระลึก ถึง พัน ธ สัญญา ระหว่าง เรา กับ เจ้า และ กับ สรรพ สิ่ง ที่ มี ชีวิต ทุก ชนิด ว่า จะ ไม่ ให้ น้ำ ท่วม ทำลาย ล้าง สิ่ง มี ชีวิต ทั้งปวง อีก เลย {9:16} เมื่อใด ที่ รุ้ง ปรากฏ บน เมฆ รุ้ง จะ เตือน ให้ เรา ระลึก ถึง พัน ธ สัญญา นิรันดร์ ระหว่าง พระเจ้า กับ สรรพ สิ่ง ที่ มี ชีวิต ทุก ชนิด บน โลก” {9:17} พระเจ้า จึง ตรัส แก่ โน อาห์ว่า“ นี่ คือ เครื่องหมาย แห่ง พัน ธ สัญญา ที่ เรา ได้ ทำ ไว้ ระหว่าง เรา กับ ทุก ชีวิต บน โลก” {i9:18} บรรดา บุตร ของ โน อาห์ {9:18} บุตร ของ โน อาห์ ที่ ออก มา จาก เรือ คือ เชม ฮาม และ ยา เฟท (ฮาม เป็น บิดา ของ คา นา อัน) {9:19} นี่ คือ บุตร ทั้ง สาม ของ โน อาห์ ประชาชาติ ที่ กระจาย ไป ทั่ว โลก ถือ กำเนิด จาก พวก เขา {9:20} โน อาห์ เป็น ชาว ไร่ ชาว นา เขา เริ่ม ทำ สวน องุ่น {9:21} เมื่อ เขา ดื่ม เหล้า องุ่น แล้ว เขา ก็ เมา และ นอน เปลือย กาย อยู่ ใน เต็นท์ ของ เขา {9:22} ฮาม ผู้ เป็น บิดา ของ คา นา อัน เห็น บิดา เปลือย กาย จึง บอก พี่ ชาย ทั้ง สอง ของ เขา ที่ อยู่ ข้าง นอก {9:23} แต่ เชมกับยาเฟท เอา เสื้อ ผ้า พาด บ่า เดิน ถอย หลัง เข้า มา ใน เต็นท์ เอา ผ้า คลุม ปกปิด ร่าง อัน เปลือย เปล่า ของ บิดา เขา ทั้ง สอง หัน หน้า ไป ทาง อื่น เพื่อ จะ ได้ ไม่ เห็น ความ เปลือย เปล่า ของ บิดา {9:24} เมื่อ โน อาห์ สร่าง เมา และ รู้ ถึง สิ่ง ที่ บุตร คน สุด ท้อง ได้ ทำ ต่อ เขา {9:25} ก็ กล่าว ว่า“ เรา ขอ แช่ง คา นา อัน! ให้ เขา เป็น ทาส ต่ำต้อย ที่สุด ของ พวก พี่น้อง” {9:26} เขา กล่าว อีก ว่า“ สรรเสริญ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ เชม! ขอ ให้ คา นา อัน เป็น ทาส ของ เชม {9:27} ขอ พระเจ้า ทรง ขยาย พรมแดน ของ ยา เฟท ขอ ให้ ยา เฟท อาศัย ใน เต็นท์ ของ เชม และ ขอ ให้ คา นา อัน เป็น ทาส ของ ยา เฟท” {9:28} หลัง จาก น้ำ ท่วม โน อาห์ มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 350 ปี {9:29} โน อาห์ มี ชีวิต อยู่ รวม ทั้งสิ้น 950 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย {i10:1} รายชื่อ บรรดา ประชาชาติ {10:1} นี่ คือ เรื่องราว ของ บุตร ทั้ง สาม ของ โน อาห์คือเชม ฮาม และ ยา เฟท ลูกหลาน ของ พวก เขา เกิด มา ภายหลัง น้ำ ท่วม {i10:2} เผ่าพันธุ์ ของ ยา เฟท (1 พศด.1:5-7) {10:2} บุตร ของ ยา เฟท ได้แก่ โก เมอร์ มา โกก มา ดัย ยา วาน ทู บัล เม เชคและทิราส {10:3} บุตร ของ โก เมอร์ได้แก่อัชเคนัสรีฟาท และ โท การ มาห์ {10:4} บุตร ของ ยา วาน ได้แก่ เอ ลี ชาห์ทารชิชคิท ทิม และ โร ดา นิ ม {10:5} (คน เหล่า นี้ เป็น บรรพบุรุษ ของ ชาว ทะเล ที่ แยกย้าย ไป อาศัย ใน ดินแดน ต่างๆ ของ เขา ตาม ตระกูล ใน ชน ชาติ ของ เขา และ ต่าง ก็ มี ภาษา ของ ตนเอง) {i10:6} เผ่าพันธุ์ ของ ฮาม (1 พศด.1:8-16) {10:6} บุตร ของ ฮาม ได้แก่ คู ชมิสราอิมพูต และ คา นา อัน {10:7} บุตร ของ คู ช ได้แก่ เส บา ฮา วิลาห์สับทาห์ รา อา มาห์ และ สับ เท คา บุตร ของ รา อา มาห์ ได้แก่ เช บา และ เด ดาน {10:8} คู ช เป็น บิดา ของ นิ มโรด ซึ่ง เป็น นักรบ เกรียงไกร ผู้ หนึ่ง ของ โลก {10:9} เขา เป็น นายพราน ที่ เก่งกาจ ที่สุด ฉะนั้น จึง กล่าว กัน ว่า“ เป็น นายพราน เก่งกาจ เหมือน นิ มโรด” {10:10} ศูนย์กลาง อาณาจักร ยุค แรก ของ เขา คือ บาบิโลน เอ เร กอัค คัด และ คา ลเนห์ ใน ดินแดน ชิ นาร์ {10:11} จาก ที่ นั่น เขา ไป อัส ซีเรียส ร้าง เมือง นีนะเวห์เรโหโบทอีร์คาลาห์ {10:12} และ เร เสน ตั้ง อยู่ ระหว่าง นีนะเวห์และคาลาห์ นคร ใหญ่ นั้น {10:13} มิส รา อิม เป็น บิดา ของ ชาว ลูดิม ชาว อา นา มิ ม ชาวเล หะ บิ มชาวนัฟทูฮิม {10:14} ชาว ปัท รุ สิม ชาว คัสลูฮิม (ซึ่ง เป็น บรรพบุรุษ ของ ชาว ฟีลิสเตีย) และ ชาว คัฟโทริม {10:15} คา นา อัน เป็น บิดา ของ ไซ ดอน ซึ่ง เป็น บุตร หัว ปี ของ เขา และ เป็น บิดา ของ ชาว ฮิต ไทต์ {10:16} ชาว เย บุ ส ชาว อา โม ไรต์ชาวเกอร์กาชี {10:17} ชาว ฮีไวต์ชาวอารคีชาวสินี {10:18} ชาว อา รวัดชาวเศเมอร์ และ ชาว ฮา มัท ต่อ มา ผู้ สืบ เชื้อสาย จาก ตระกูล คา นา อัน ก็ กระจาย ออก ไป {10:19} พรมแดน ของ คา นา อัน ขยาย จาก ไซ ดอน ถึง เก ราร์ ไกล ถึง กาซา และ ไป ทาง โส โดม โก โม ราห์ อัด มาห์ และ เศ โบ ยิม ไป ไกล ถึง ลาชา {10:20} คน เหล่า นี้ เป็น บุตร ของ ฮาม ซึ่ง แบ่ง ตาม ตระกูล ตาม ภาษา ตาม เขต แดน และ ตาม ชน ชาติ ของ พวก เขา {i10:21} เผ่าพันธุ์ ของ เชม (ปฐก.11:10-27;1 พศด.1:17-27) {10:21} เชม ซึ่ง เป็น พี่น้อง กับ ยา เฟท ก็ มี บุตร หลาย คน เชม เป็น บรรพบุรุษ ของ เอ เบอร์ {10:22} บุตร ของ เชม ได้แก่ เอ ลาม อัสชูร์อารปัคชาดลูด และ อา รัม {10:23} บุตร ของ อา รัม ได้แก่ อู สฮูลเกเธอร์และเมเชค {10:24} อา รปัค ชาด เป็น บิดา ของ เชลาห์และเชลาห์ เป็น บิดา เอ เบอร์ {10:25} เอ เบอร์ มี บุตร ชาย สอง คน ได้แก่ คน หนึ่ง ชื่อ เป เลก เพราะ ใน สมัย ของ เขา โลก ถูก แบ่งแยก และ อีก คน หนึ่ง ชื่อ โยก ทาน {10:26} โยก ทาน เป็น บิดา ของ อัลโมดัดเชเลฟฮาซาร มา เวท เย ราห์ {10:27} ฮา โด รัม อุ ซา ลดิคลาห์ {10:28} โอ บาล อา บี มา เอ ลเชบา {10:29} โอ ฟีร์ฮาวิลาห์และโยบับ คน เหล่า นี้ ล้วน เป็น บุตร ของ โยก ทาน {10:30} ถิ่น อาศัย ของ พวก เขา เริ่ม จาก เม ชา ไป ถึง เส ฟาร์ ใน แดน เทือกเขา ด้าน ตะวัน ออก {10:31} คน เหล่า นี้ เป็น บุตร ของ เชม ซึ่ง แบ่ง ตาม ตระกูล ตาม ภาษา ตาม เขต แดน และ ตาม ชน ชาติ ของ พวก เขา {10:32} ทั้งหมด นี้ คือ ตระกูล ต่างๆ ของ บุตร โน อาห์ ตาม เชื้อสาย ใน ชน ชาติ ของ พวก เขา คน เหล่า นี้ เป็น บรรพบุรุษ ของ ชน ชาติ ต่างๆ ที่ แพร่ กระจาย ไป ทั่ว โลก หลัง น้ำ ท่วม {i11:1} หอ บา เบล {11:1} ครั้ง นั้น ทั้ง โลก ใช้ ภาษา เดียวกัน ใช้ ถ้อยคำ เหมือน กัน {11:2} เมื่อ มนุษย์ ย้าย ถิ่น ฐาน ไป ทาง ทิศ ตะวัน ออก พวก เขา พบ ที่ราบ ใน ดินแดน ชิ นาร์ จึง ตั้ง หลักแหล่ง อยู่ ที่ นั่น {11:3} พวก เขา พูด กัน ว่า“ มา เถิด ให้ เรา ทำ อิฐ และ เผา จน สุก” พวก เขา ใช้ อิฐ แทน หิน และ ใช้ ยางมะตอย แทน ปูน {11:4} แล้ว พวก เขา พูด ว่า“ มา เถิด ให้ เรา สร้าง เมือง ที่ มี หอ สูง ขึ้น ถึง ฟ้า สำหรับ พวก เรา เพื่อ เรา จะ ได้ สร้าง ชื่อ ให้ กับ ตนเอง และ ไม่ ต้อง กระจาย ไป ทั่ว ทั้ง โลก” {11:5} แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เสด็จ ลง มา เพื่อ ทอด พระ เนตร เมือง และ หอคอย ซึ่ง พวก เขา กำลัง สร้าง {11:6} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า“ คน เหล่า นี้ เป็น ชน ชาติ เดียวกัน พูด ภาษา เดียวกัน ยัง ริเริ่ม ทำงาน ได้ ถึง เพียง นี้ ต่อ ไป ถ้า เขา วาง แผน จะ ทำ อะไร ก็ จะ ทำ ได้ ทุก อย่าง {11:7} มา เถิด ให้ เรา ลง ไป ทำให้ เขา มี ภาษา สับสน แตก ต่าง กัน ออก ไป เพื่อ เขา จะ ได้ ไม่ เข้าใจ กัน” {11:8} ดังนั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ทรง ทำให้ พวก เขา กระจัด กระจาย จาก ที่ นั่น ออก ไป ทั่ว ทั้ง โลก และ พวก เขา ก็ หยุด สร้าง เมือง นั้น {11:9} ด้วย เหตุ นี้ เมือง นั้น จึง ได้ ชื่อ ว่า บา เบล เพราะ ที่ นั่น เป็น ที่ ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง กระทำ ให้ ภาษา ของ โลก สับสน แตก ต่าง กัน ออก ไป องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ทำให้ พวก เขา กระจัด กระจาย ไป อาศัย อยู่ ทั่ว ทั้ง โลก {i11:10} จาก เชม ถึง อับ ราม (ปฐก.10:21-31;1 พศด.1:17-27) {11:10} นี่ คือ เรื่องราว เชื้อสาย ของ เชม สอง ปี หลัง จาก น้ำ ท่วม เมื่อ เชม อายุ ได้ 100 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ อา รปัคชาด {11:11} หลัง จาก นั้น เชม มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 500 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {11:12} เมื่อ อา รปัค ชาด อายุ ได้ 35 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เชลาห์ {11:13} หลัง จาก นั้น เขา มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 403 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {11:14} เมื่อ เชลาห์ อายุ ได้ 30 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เอ เบอร์ {11:15} หลัง จาก นั้น เขา มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 403 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {11:16} เมื่อ เอ เบอร์ อายุ ได้ 34 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เปเลก {11:17} หลัง จาก นั้น เขา มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 430 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {11:18} เมื่อ เป เลก อายุ ได้ 30 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เร อู {11:19} หลัง จาก นั้น เขา มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 209 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {11:20} เมื่อ เร อู อายุ ได้ 32 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เส รุก {11:21} หลัง จาก นั้น เขา มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 207 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {11:22} เมื่อ เส รุก อายุ ได้ 30 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ นา โฮร์ {11:23} หลัง จาก นั้น เขา มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 200 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {11:24} เมื่อ นา โฮร์ อายุ ได้ 29 ปี ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ เท ราห์ {11:25} หลัง จาก นั้น เขา มี ชีวิต ต่อ ไป อีก 119 ปี และ มี บุตร ชาย หญิง อีก หลาย คน {11:26} หลัง จาก ที่ เท ราห์อายุ 70 ปี เขา ก็ มี บุตร ชาย ชื่อ อับ ราม นา โฮร์ และ ฮา ราน {11:27} นี่ คือ เรื่องราว เชื้อสาย ของ เท ราห์เทราห์ มี บุตร ชาย ชื่อ อับ ราม นา โฮร์ และ ฮา ราน ฮา ราน มี บุตร ชาย ชื่อ โลท {11:28} ขณะ ที่ เท ราห์ บิดา ของ เขา ยัง มี ชีวิต อยู่ ฮา ราน ได้ สิ้น ชีวิต ลง ที่ เมือง เออร์ ของ ชาว เค ลเดีย ซึ่ง เป็น บ้าน เกิด ของ เขา {11:29} ทั้ง อับ ราม และ นา โฮร์ แต่งงาน มี ครอบครัว ภรรยา ของ อับ ราม ชื่อ ซา ราย ภรรยา ของ นา โฮร์ชื่อมิลคาห์ ซึ่ง เป็น บุตรี ของ ฮา ราน ผู้ เป็น บิดา ของ ทั้ง มิ ลคาห์และอิสคาห์ {11:30} นาง ซา ราย นั้น ไม่ มี บุตร เพราะ เป็น หมัน {11:31} เท ราห์ พา บุตร ชาย ชื่อ อับ ราม หลาน ชาย ชื่อ โลท ซึ่ง เป็น บุตร ชาย ของ ฮา ราน และ บุตร สะใภ้ ชื่อ ซา ราย ซึ่ง เป็น ภรรยา ของ อับ ราม บุตร ชาย ของ เขา ออก จาก เมือง เออร์ ของ ชาว เค ลเดีย เพื่อ ไป คา นา อัน แต่ เมื่อ มา ถึง เมือง ฮา ราน ก็ ตั้ง ถิ่น ฐาน ที่ นั่น {11:32} เท ราห์ มี ชีวิต อยู่ 205 ปี แล้ว เขา ก็ ตาย ที่ เมือง ฮา ราน {i12:1} พระเจ้า ทรง เรียก อับ ราม {12:1} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ เคย ตรัส กับ อับ ราม ว่า“ จง ละ บ้านเมือง ของ เจ้า วงศ์ ตระกูล ของ เจ้า และ ครอบครัว บิดา ของ เจ้า เพื่อ ไป ยัง ดินแดน ที่ เรา จะ สำแดง แก่ เจ้า {12:2} “ เรา จะ ทำให้ เจ้า เป็น ชน ชาติ ใหญ่ และ เรา จะ อวยพร เจ้า เรา จะ ทำให้ ชื่อเสียง ของ เจ้า เลื่องลือ และ เจ้า จะ เป็น พร {12:3} เรา จะ อวยพร บรรดา ผู้ ที่ อวยพร เจ้า และ เรา จะ สาปแช่ง บรรดา ผู้ ที่ แช่ง เจ้า ทุก ชน ชาติ ทั่ว โลก จะ ได้ รับ พร ผ่าน ทาง เจ้า” {12:4} ดังนั้น อับ ราม จึง ไป ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง บัญชา โลท ก็ ไป ด้วย อับ ราม ออก จาก เมือง ฮา ราน เมื่อ อายุ 75 ปี {12:5} เขา นำ ซา ราย ผู้ เป็น ภรรยา และ โลท ผู้ เป็น หลาน ชาย พร้อม ด้วย ทรัพย์ สมบัติ ทั้งหมด และ บริวาร ที่ พวก เขา ได้ มา เมื่อ ยัง อยู่ ที่ เมือง ฮา ราน ออก เดินทาง มา จน ถึง ดินแดน คา นา อัน {12:6} อับ ราม เดินทาง อยู่ ใน ดินแดน นั้น ไป ไกล จน ถึง สถาน บูชา ต้นไม้ ใหญ่ แห่ง โม เรห์ในเมืองเชเคม ครั้ง นั้น ชาว คา นา อัน อาศัย อยู่ ที่ นั่น {12:7} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ปรากฏ แก่ อับ ราม และ ตรัส ว่า“ เรา จะ มอบ ดินแดน นี้ แก่ เชื้อสาย ของ เจ้า” ดังนั้น เขา จึง สร้าง แท่น บูชา ขึ้น ที่ นั่น ถวาย แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ทรง ปรากฏ แก่ เขา {12:8} จาก นั้น เขา เดินทาง ไป ยัง แถบ เนิน เขา ด้าน ตะวัน ออก ของ เมือง เบธเอล และ ตั้ง เต็นท์ ขึ้น โดย มี เบธเอล อยู่ ทาง ตะวัน ตก และ เมือง อัย อยู่ ทาง ตะวัน ออก เขา ได้ ก่อ แท่น บูชา ขึ้น ถวาย แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ นมัสการ ร้อง ออก พระ นาม พระ ยาห์เวห์ที่นั่น {12:9} จาก นั้น อับ ราม ก็ ออก เดินทาง ต่อ ไป ยัง เนเกบ {i12:10} อับ ราม ใน อียิปต์ (ปฐก.20:1-18;26:1-11) {12:10} เวลา นั้น เกิด การ กันดาร อาหาร ใน ดินแดน คา นา อัน อับ ราม จึง อพยพ ลง ไป อียิปต์ และ อาศัย อยู่ ที่ นั่น ระยะ หนึ่ง เพราะ การ กันดาร อาหาร รุนแรง มาก {12:11} ขณะ ที่ กำลัง จะ เข้า เขต แดน อียิปต์ อับ ราม พูด กับ ซา ราย ผู้ เป็น ภรรยา ว่า“ ฉัน รู้ ว่า เจ้า เป็น คน สวย มาก {12:12} เมื่อ ชาว อียิปต์ เห็น เจ้า เขา จะ พูด กัน ว่า นี่ คือ‘ ภรรยา ของ ชาย คน นี้’ แล้ว พวก เขา จะ ฆ่า ฉัน แต่ จะ ไว้ ชีวิต เจ้า {12:13} ขอ ให้ เจ้า บอก ว่า เจ้า เป็น น้อง สาว ของ ฉัน เพื่อ เขา จะ ปฏิบัติ ต่อ ฉัน อย่าง ดี เพราะ เห็นแก่ เจ้า และ เขา จะ ไว้ ชีวิต ฉัน เพราะ เจ้า” {12:14} เมื่อ อับ ราม มา ถึง อียิปต์ ชาว อียิปต์ ก็ เห็น ว่า ซา ราย สวย มาก {12:15} และ เมื่อ ข้า ราช สำนัก ของ ฟาโรห์ เห็น นาง ก็ ทูล ยกย่อง นาง ต่อ ฟาโรห์ นาง จึง ถูก พา ตัว ไป ยัง พระ ราช วัง {12:16} ฟาโรห์ ปฏิบัติ ต่อ อับ ราม อย่าง ดี เพราะ เห็นแก่ นาง และ ประทาน แพะ แกะ วัว ลา ตัวผู้ และ ตัวเมีย อูฐ และ ข้า ทาส ชาย หญิง แก่ อับ ราม {12:17} แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง บันดาล ให้ เกิด โรค ร้าย แก่ ฟาโรห์ และ ราชวงศ์ เพราะ เหตุ นาง ซา ราย ภรรยา ของ อับ ราม {12:18} ดังนั้น ฟาโรห์ จึง เรียก อับ ราม เข้า เฝ้า และ ตรัส ว่า“ ทำไม เจ้า ทำ กับ เรา อย่าง นี้? ทำไม เจ้า ไม่ บอก เรา ว่า นาง เป็น ภรรยา ของ เจ้า? {12:19} ทำไม เจ้า จึง พูด ว่า‘ นาง เป็น น้อง สาว ของ ข้า พระ บาท’? เรา จึง นำ นาง มา เพื่อ เป็น สนม นี่ ไง ภรรยา ของ เจ้า จง รับ นาง คืน แล้ว จง ไป เสีย!” {12:20} ฟาโรห์ จึง ตรัส สั่ง คน ของ พระองค์ เรื่อง ของ อับ ราม และ พวก เขา ส่ง อับ ราม ไป ตาม ทาง ของ เขา พร้อม กับ ภรรยา และ ทุก สิ่ง ที่ เขา มี {i13:1} อับ ราม แยก ทาง กับ โลท {13:1} อับ ราม จึง อพยพ จาก อียิปต์ ขึ้น ไป เนเกบ พร้อม ด้วย ภรรยา และ ทุก สิ่ง ที่ เขา มี โลท ก็ ไป ด้วย {13:2} อับ ราม กลาย เป็น คน ร่ำรวย มาก มี ทั้ง ฝูง สัตว์ และ เงิน ทอง มากมาย {13:3} เขา เดินทาง รอนแรม จาก เนเกบ ต่อ ไป ถึง เบธเอล จน มา ถึง สถาน บูชา ระหว่าง เมือง เบธเอลกับเมืองอัย ซึ่ง เขา เคย ตั้ง เต็นท์ {13:4} และ ได้ สร้าง แท่น บูชา เป็น ครั้ง แรก อับ ราม นมัสการ ร้อง ออก พระ นาม พระ ยาห์เวห์ที่นั่น {13:5} ฝ่าย โลท ซึ่ง มา กับ อับ ราม ก็ มี ฝูง แพะ แกะ ฝูง วัว และ เต็นท์ ด้วย {13:6} แต่ ที่ดิน นั้น ไม่ เพียงพอ ให้ อับ ราม กับ โลท อยู่ ร่วม กัน เพราะ ต่าง ก็ มี ทรัพย์สิน มากมาย {13:7} คน เลี้ยง สัตว์ ของ อับ ราม กับ คน เลี้ยง สัตว์ ของ โลท ก็ ทะเลาะ กัน เวลา นั้น ชาว คา นา อัน และ ชาว เปริส ซี ยัง อาศัย อยู่ ใน ดินแดน นั้น ด้วย {13:8} อับ ราม จึง กล่าว กับ โลท ว่า“ อย่า ให้ เรา กับ เจ้า หรือ คน ของ เรา กับ คน ของ เจ้า ทะเลาะ กัน เลย เพราะ เรา เป็น ญาติ พี่น้อง กัน {13:9} ที่ดิน ทั้งหมด อยู่ ตรง หน้า เจ้า ไม่ ใช่ หรือ? เรา แยก ทาง กัน เถอะ ถ้า เจ้า ไป ทาง ซ้าย เรา ก็ จะ ไป ทาง ขวา ถ้า เจ้า ไป ทาง ขวา เรา ก็ จะ ไป ทาง ซ้าย” {13:10} โลท เงย หน้า ขึ้น มอง ดู รอบๆ และ เห็น ว่าที่ ราบ ลุ่ม แม่น้ำ จอร์แดน ทั้งหมด ตาม ทิศ ที่ จะ ไป ยัง เมือง โศ อาร์ นั้น มี น้ำท่า อุดม สมบูรณ์ ดี ดั่ง สวน ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ดั่ง แผ่นดิน อียิปต์ (ขณะ นั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ยัง ไม่ ได้ ทรง ทำลาย เมือง โส โดม และ เมือง โก โม ราห์) {13:11} โลท จึง เลือก เอา บริเวณ ที่ราบ ลุ่ม แม่น้ำ จอร์แดน ทั้งหมด เป็น ของ ตน และ รอนแรม ไป ทาง ตะวัน ออก เขา ทั้ง สอง จึง แยก ทาง กัน {13:12} อับ ราม อาศัย อยู่ ใน ดินแดน คา นา อัน ส่วน โลท ไป อาศัย อยู่ ตาม เมือง ต่างๆ ใน ที่ราบ จอร์แดน และ ตั้ง เต็นท์ ของ เขา ใกล้ เมือง โสโดม {13:13} ชาว โส โดม นั้น ชั่ว ร้าย และ ทำบาป มหันต์ ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {13:14} เมื่อ โลท แยก ทาง ไป แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ อับ ราม ว่า“ จง เงย หน้า ขึ้น มอง ดู รอบๆ มอง ไป ทาง ทิศ เหนือ และ ทิศ ใต้ ทิศ ตะวัน ออก และ ทิศ ตะวัน ตก {13:15} เรา จะ มอบ ดินแดน ทั้งหมด ที่ เจ้า มอง เห็น ให้ แก่ เจ้า และ เชื้อสาย ของ เจ้า ตลอด ไป {13:16} เรา จะ ให้ เชื้อสาย ของ เจ้า มี จำนวน มากมาย นับ ไม่ ถ้วน ดุจ ผง ธุลี บน แผ่นดิน โลก ถ้า ใคร สามารถ นับ ผง ธุลี ได้ ก็ จะ สามารถ นับ เชื้อสาย ของ เจ้า ได้ {13:17} ไป เถิด เดิน ไป ให้ ตลอด ความ กว้าง ความ ยาว ของ ดินแดน นี้ เพราะ เรา จะ ยก ให้ เจ้า” {13:18} ดังนั้น อับ ราม จึง ย้าย เต็นท์ ไป อยู่ ใกล้ หมู่ ต้นไม้ ใหญ่ ของ มัม เร ที่ เมือง เฮ โบ รน และ ได้ สร้าง แท่น บูชา แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ที่ นั่น {i14:1} อับ ราม ช่วย โลท {14:1} ครั้ง นั้น กษัตริย์ อัมราเฟลแห่งชินาร์ กษัตริย์ อารี โอ คแห่งเอลลาสาร์กษัตริย์เคโดร์ลาโอเมอร์ แห่ง เอ ลาม และ กษัตริย์ ทิ ดาล แห่ง โก ยิม {14:2} รวม ทัพ ไป รบ กับ กษัตริย์ เบราแห่งโส โดม กษัตริย์ บิ ร ชา แห่ง โก โม ราห์ กษัตริย์ ชิ นาบ แห่ง อัด มาห์ กษัตริย์ เช เม เบอร์ แห่ง เศ โบ ยิม และ กษัตริย์ แห่ง เบลา (คือ เมือง โศอาร์) {14:3} กษัตริย์ ทั้ง ห้า องค์ หลัง นี้ รวม กำลัง กัน ที่ หุบเขา สิ ดดิม (คือ ทะเล ตาย) {14:4} กษัตริย์ ห้า องค์ นี้ ยอม ขึ้น กับ กษัตริย์ เค โดร์ลาโอเมอร์ เป็น เวลา สิบ สอง ปี แต่ ใน ปี ที่ สิบ สาม ก็ กบฏ {14:5} ใน ปี ที่ สิบ สี่ กษัตริย์ เค โดร์ลาโอเมอร์ กับ กษัตริย์ พันธมิตร จึง ยก ทัพ มา รบ และ ชนะ ชาว เร ฟา อิมในอัช เท โรท คา รนาอิมชาวศู ซิม ใน เขต ฮาม ชาว เอ มิ มในชาเวห์คีริยาธาอิม {14:6} ชาว โฮ รี ใน แถบ ภูเขา เส อีร์ ไกล ถึง เอ ล ปา ราน ใกล้ ทะเลทราย {14:7} แล้ว วก กลับ มา เอน มิ ชปัท (คือ คา เดช) พวก เขา พิชิต ดินแดน ทั้งหมด ของ ชาว อา มา เลข กับ ชาว อา โม ไรต์ ที่ อาศัย อยู่ ใน ฮา ซา โซน ทา มาร์ {14:8} แล้ว กษัตริย์ ทั้ง ห้า คือ กษัตริย์ แห่ง โส โดม กษัตริย์ แห่ง โก โม ราห์ กษัตริย์ แห่ง อัด มาห์ กษัตริย์ แห่ง เศ โบ ยิม และ กษัตริย์ แห่ง เบลา (คือ โศอาร์) ยก ออก ไป ตั้ง แนวรบ ที่ หุบเขา สิ ดดิม {14:9} สู้ กับ กษัตริย์ เค โดร์ลาโอเมอร์ แห่ง เอ ลาม กษัตริย์ ทิ ดาล แห่ง โก ยิม กษัตริย์ อัมราเฟลแห่งชินาร์ และ กษัตริย์ อารี โอ คแห่งเอลลาสาร์ กษัตริย์ สี่ องค์ รบ กับ กษัตริย์ ห้า องค์ {14:10} ขณะ นั้น หุบเขา สิ ดดิม มี บ่อ ยางมะตอย หลาย แห่ง เมื่อ กองทัพ ของ กษัตริย์ แห่ง โส โดม และ กษัตริย์ แห่ง โก โม ราห์ แตก หนี มา บาง คน ตกลง ไป ใน บ่อ นั้น และ ที่ เหลือ ก็ หนี ไป ยัง เนิน เขา {14:11} ฝ่าย กษัตริย์ ทั้ง สี่ ริบ เอา ทรัพย์ สมบัติ และ เสบียง ทั้งหมด ของ โส โดม และ โก โม ราห์ แล้ว ยก ทัพ กลับ ไป {14:12} พวก เขา จับ ตัว โลท หลาน ชาย ของ อับ ราม ซึ่ง อาศัย ใน โส โดม พร้อม ทั้ง ทรัพย์ สมบัติ ของ เขา ไป ด้วย {14:13} มี คน หนึ่ง หนี รอด มา ได้ และ นำ ความ มาบ อก อับ ราม ชาว ฮีบรู ขณะ นั้น เขา อาศัย อยู่ ใกล้ หมู่ ต้นไม้ ใหญ่ ของ มัม เร ชาว อา โม ไรต์ ผู้ เป็น พี่น้อง อับ ราม ได้ ร่วม เป็น พันธมิตร กับ มัม เร และ พี่น้อง ของ เขา คือ เอช โคล์และอาเนอร์ {14:14} เมื่อ อับ ราม ได้ยิน ว่า พี่น้อง ของ เขา ถูก จับ ไป เป็น เชลย จึง ระดม บ่าวไพร่ ชำนาญ ศึก ที่ เกิด ใน ครัว เรือน ของ เขา 318 คน ไล่ ตาม พวก เขา ไป ถึง เมือง ดาน {14:15} คืน วัน นั้น อับ ราม จึง แบ่ง บ่าวไพร่ เข้า โจมตี จน ได้ ชัย ชนะ และ รุกไล่ ข้าศึก ไป ถึง เมือง โฮ บาห์ ทาง เหนือ ของ เมือง ดา มัสกัส {14:16} เขา ตาม เอา ทุก สิ่ง ทุก อย่าง ที่ ถูก ริบ ไป กลับ คืน มา ได้ รวม ทั้ง นำ โลท ผู้ เป็น ญาติ ทรัพย์ สมบัติ ของ โลท พวก ผู้หญิง และ คน อื่นๆ กลับ มา ด้วย {14:17} เมื่อ อับ ราม กลับ จาก การ ทำ ศึก ชนะ เค โดร์ลาโอเมอร์ และ กษัตริย์ พันธมิตร กษัตริย์ แห่ง โส โดม ออก มา พบ เขา ที่ หุบเขา ชา เวห์ (คือ หุบเขา กษัตริย์) {14:18} และ กษัตริย์ เมล คีเซเดคแห่งซาเลม ผู้ เป็น ปุโรหิต ของ พระเจ้า สูง สุด ได้ นำ อาหาร และ เหล้า องุ่น ออก มา ให้ {14:19} แล้ว อวยพร อับ ราม ว่า“ ขอ ให้ อับ ราม ได้ รับ พร จาก พระเจ้า สูง สุด พระ ผู้ สร้าง สวรรค์ และ โลก {14:20} สาธุการ แด่ พระเจ้า ผู้ สูง สุด ผู้ ทรง มอบ ศัตรู ทั้งหลาย ไว้ ใน มือ ของ ท่าน” แล้ว อับ ราม จึง มอบ หนึ่ง ใน สิบ ของ ทุก สิ่ง ที่ ริบ มา แด่ เมล คีเซเดค {14:21} กษัตริย์ แห่ง โส โดม กล่าว กับ อับ ราม ว่า“ ขอม อบ ประชาชน คืน ให้ เรา ส่วน ข้าวของ นั้น ท่าน จง เก็บ ไว้ เอง เถิด” {14:22} แต่ อับ ราม ตอบ กษัตริย์ แห่ง โสโดมว่า“ ข้าพเจ้า ได้ ยก มือ ขึ้น สาบาน ต่อ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า สูง สุด พระ ผู้ สร้าง สวรรค์ และ โลก ไว้ ว่า {14:23} ข้าพเจ้า จะ ไม่ รับ สิ่ง ใดๆ ที่ เป็น ของ ท่าน แม้ แต่ ด้าย หรือ สาย รัด รองเท้า สัก เส้น เดียว เพื่อ ท่าน จะ ไม่ สามารถ พูด ได้ เลย ว่า‘ เรา ทำให้ อับ ราม ร่ำรวย’ {14:24} ข้าพเจ้า ไม่ ขอ รับ สิ่ง ใด เว้น แต่ เสบียง ที่ คน ของ ข้าพเจ้า ได้ รับประทาน ไป กับ ส่วนแบ่ง สำหรับ อา เนอร์เอชโคล์และมัม เร ซึ่ง ไป กับ ข้าพเจ้า ให้ เขา รับ ส่วนแบ่ง ของ เขา เถิด” {i15:1} พระเจ้า ทรง ทำ พัน ธ สัญญา กับ อับ ราม {15:1} ต่อ มา องค์ พระผู้เป็นเจ้า มี พระ ดำรัส มา ถึง อับ ราม ทาง นิมิต ว่า“ อย่า กลัว เลย อับ ราม เอ๋ย เรา เป็น โล่ ของ เจ้า เป็น บำเหน็จ ยิ่งใหญ่ ของ เจ้า” {15:2} แต่ อับ ราม ทูล ว่า“ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ องค์ เจ้า ชีวิต พระองค์ จะ ประทาน บำเหน็จ ให้ แก่ ข้า พระองค์ ไป ทำไม ใน เมื่อ ข้า พระองค์ ยัง ไม่ มี ลูก เลย และ ผู้ ที่ จะ รับ มรดก ของ ข้า พระองค์ ก็ คือ เอ ลี เย เซอร์ แห่ง ดา มัสกัส?” {15:3} และ อับ ราม ทูล ว่า“ พระองค์ ไม่ ได้ ประทาน ลูก ให้ ข้า พระองค์ เลย ฉะนั้น คน รับใช้ ใน ครัว เรือน จะ เป็น ผู้ รับ มรดก ของ ข้า พระองค์” {15:4} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า มี พระ ดำรัส มา ถึง อับ ราม ว่า“ ชาย ผู้ นี้ จะ ไม่ ได้ เป็น ผู้ รับ มรดก ของ เจ้า แต่ ลูก ที่ เกิด จาก ตัว เจ้า เอง จะ เป็น ผู้ รับ มรดก ของ เจ้า” {15:5} พระองค์ ทรง นำ เขา ออก มา ข้าง นอก และ ตรัส ว่า“ จง เงย หน้า ขึ้น ดู ฟ้า แล้ว นับ ดวง ดาว หาก เจ้า สามารถ นับ ได้” แล้ว พระองค์ ตรัส กับ เขา ว่า“ เผ่าพันธุ์ ของ เจ้า จะ เป็น เช่น นั้น แหละ” {15:6} อับ ราม เชื่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ พระองค์ ทรง นับ ว่า เขา เป็น คน ชอบธรรม เพราะ ความ เชื่อ นี้ {15:7} พระองค์ ตรัส กับ เขา ด้วย ว่า“ เรา คือ พระ ยาห์เวห์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้นำ เจ้า ออก จาก เมือง เออร์ ของ ชาว เค ลเดีย เพื่อ จะ ยก ดินแดน นี้ ให้ เป็น กรรมสิทธิ์ ของ เจ้า” {15:8} แต่ อับ ราม ทูล ว่า“ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ องค์ เจ้า ชีวิต ข้า พระองค์ จะ รู้ ได้ อย่างไร ว่า ดินแดน นี้ จะ เป็น กรรมสิทธิ์ ของ ข้า พระองค์?” {15:9} ดังนั้น พระ ยาห์เวห์ จึง ตรัส กับ เขา ว่า“ จง นำ วัว ตัวเมีย แพะ และ แกะ ผู้ ซึ่ง แต่ละ อย่าง มี อายุ สาม ปี พร้อม กับ นกเขา และ นก พิราบ รุ่น อย่าง ละ ตัว มา ให้ เรา” {15:10} อับ ราม นำ สัตว์ เหล่า นี้ มา ถวาย โดย ผ่า เป็น สอง ซีก แต่ละ ซีก วาง ไว้ ตรง ข้าม กัน ส่วน นก นั้น เขา ไม่ ได้ ผ่า {15:11} แล้ว ฝูง เหยี่ยว โฉบ มา ที่ ซาก สัตว์ เหล่า นั้น แต่ อับ ราม ไล่ มัน ไป เสีย {15:12} ขณะ ดวง อาทิตย์ กำลัง ลับ ขอบ ฟ้า อับ ราม หลับ สนิท ความ มืด ทึบ อัน น่า หวาดกลัว แผ่ ปกคลุม เขา {15:13} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ อับ ราม ว่า“ จง รู้ แน่ เถิด ว่า ลูกหลาน ของ เจ้า จะ เป็น คน ต่าง ด้าว ใน ต่าง แดน และ จะ ตก เป็น ทาส ถูก กดขี่ ข่มเหง สี่ ร้อย ปี {15:14} แต่ เรา จะ ลงโทษ ชน ชาติ ที่ เขา เป็น ทาส รับใช้ และ หลัง จาก นั้น เขา จะ ออก มา พร้อม ด้วย ทรัพย์ สมบัติ มากมาย {15:15} ส่วน เจ้า จะ ตาม บรรพบุรุษ ไป อย่าง สงบสุข และ ถูก ฝัง เมื่อ ชรา มาก แล้ว {15:16} ใน ชั่ว อายุ ที่ สี่ ลูกหลาน ของ เจ้า จะ กลับ มา ที่ นี่ เพราะ ขณะ นี้ บาป ของ ชาว อา โม ไรต์ ยัง ไม่ ถึง ที่สุด ที่ เรา จะ ลงโทษ พวก เขา” {15:17} เมื่อ ดวง อาทิตย์ ลับ ไป และ ความ มืด เข้า มา ปกคลุม ก็ มี กระถาง ไฟ ควัน โขมง และ คบเพลิง ที่ ลุก โชติช่วง ปรากฏ ขึ้น และ เคลื่อน ผ่าน สัตว์ เหล่า นั้น {15:18} ใน วัน นั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ทำ พัน ธ สัญญา กับ อับ ราม ว่า“ เรา จะ มอบ ดินแดน นี้ แก่ ลูกหลาน ของ เจ้า ตั้งแต่ ลำ น้ำ แห่ง อียิปต์ จด แม่น้ำ ใหญ่ คือ ยู เฟรติส {15:19} คือ ดินแดน ของ ชาว เค ไนต์ชาวเคนัส ชาว คัด โม ไนต์ {15:20} ชาว ฮิต ไทต์ชาวเปริส ซี ชาว เร ฟา อิม {15:21} ชาว อา โม ไรต์ ชาว คา นา อัน ชาว เกอร์ กา ชี และ ชาว เย บุ ส” {i16:1} ฮา การ์กับอิชมาเอล {16:1} นาง ซา ราย ภรรยา ของ อับ ราม ไม่ มี บุตร ให้ แก่ อับ ราม แต่ นาง มี สาวใช้ ชาว อียิปต์ ชื่อ ฮา การ์ {16:2} นาง จึง กล่าว กับ อับ ราม ว่า“ ดู สิ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไม่ ยอม ให้ ฉัน มี ลูก จง ไป นอน กับ สาวใช้ ของ ฉัน บางที ฉัน จะ มี ลูก ผ่าน ทาง นาง” อับ ราม ก็ ฟัง คำ ของ นาง ซา ราย {16:3} ฉะนั้น หลัง จาก ที่ อับ ราม อาศัย อยู่ ที่ คา นา อัน ได้ สิบ ปี นาง ซา ราย ภรรยา ของ เขา จึง นำ นาง ฮา การ์ สาวใช้ ชาว อียิปต์ มา ให้ สามี ของ นาง ให้ เป็น ภรรยา ของ เขา {16:4} เขา ก็ หลับ นอน กับ ฮา การ์ และ นาง ก็ ตั้ง ครรภ์ เมื่อ นาง รู้ ว่า ตน ตั้ง ครรภ์ แล้ว ก็ เริ่ม ดูถูก นาย หญิง {16:5} ซา ราย จึง พูด กับ อับ ราม ว่า“ ท่าน ต้อง รับผิดชอบ ต่อ เรื่อง แย่ๆ ที่ เกิด ขึ้น กับ ฉัน ฉัน มอบ สาวใช้ ของ ฉัน ไว้ ใน อ้อม อก ของ ท่าน พอ นาง ท้อง ท่าน ก็ ปล่อย ให้ นาง ดูถูก ฉัน ขอ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ตัดสิน ความ ระหว่าง ท่าน กับ ฉัน ว่า ใคร ผิด ใคร ถูก” {16:6} อับ ราม จึง ตอบ ว่า“ สาวใช้ ของ เจ้า ก็ อยู่ ใน มือ ของ เจ้า จง ทำ กับ นาง ตาม ที่ เจ้า เห็น ควร เถิด” นาง ซา ราย จึง กดขี่ ข่มเหง ฮา การ์ ดังนั้น นาง ฮา การ์ จึง หลบ ลี้ หนี หน้า ไป {16:7} ทูต ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พบ นาง ฮา การ์ ใน ทะเลทราย ใกล้ บ่อ น้ำพุ ซึ่ง อยู่ ริม ทาง ที่ จะ ไป เมือง ชูร์ {16:8} และ ทูต นั้น พูด ว่า“ ฮา การ์ สาวใช้ ของ ซา ราย เจ้า มา จาก ไหน และ กำลัง จะ ไป ที่ไหน?” นาง ตอบ ว่า“ ข้าพเจ้า กำลัง หนี นาง ซา ราย นาย หญิง ของ ข้าพเจ้า” {16:9} แล้ว ทูต ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า กล่าว กับ นาง ว่า“ จง กลับ ไป หา นาย หญิง ของ เจ้า และ ยอม อยู่ ใต้ อาณัติ ของ นาง” {16:10} ทูต ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า กล่าว อีก ว่า“ เรา จะ เพิ่ม ลูกหลาน ของ เจ้า ให้ มากมาย จน นับ ไม่ ถ้วน” {16:11} ทูต ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า กล่าว กับ นาง อีก ว่า“ บัดนี้ เจ้า กำลัง ตั้ง ครรภ์ และ เจ้า จะ มี บุตร ชาย เจ้า จะ ตั้ง ชื่อ เขา ว่า อิชมาเอล เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ได้ยิน ความ ทุกข์ ระทม ของ เจ้า {16:12} เขา จะ เป็น ดั่ง ลา ป่า ใน มือ มนุษย์ มือ ของ เขา จะ ต่อสู้ กับ ทุก คน และ มือ ของ ทุก คน ก็ จะ ต่อสู้ กับ เขา และ ชีวิต ของ เขา จะ ต้อง ประจันหน้า กับ พี่น้อง ทั้งปวง ของ เขา” {16:13} นาง เรียก พระ นาม องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ตรัส กับ นาง ว่า“ พระองค์ ทรง เป็น พระเจ้า ผู้ ทอด พระ เนตร เห็น ข้า พระองค์” และ นาง พูด ว่า“ บัดนี้ ฉัน ได้ เห็น พระองค์ ผู้ ทรง เห็น ฉัน” {16:14} บ่อ น้ำ นั้น จึง ได้ ชื่อ ว่า เบเออร์ ลา ไฮ รอย ตั้ง อยู่ ระหว่าง คา เดช กับ เบเรด {16:15} ฮา การ์ คลอด บุตร ชาย คน หนึ่ง ให้ แก่ อับ ราม และ อับ ราม ตั้ง ชื่อ บุตร ที่ นาง ให้ กำเนิด ว่า อิชมาเอล {16:16} อับ ราม อายุ 86 ปี เมื่อ ฮา การ์ให้กำเนิดอิชมาเอลแก่เขา {i17:1} พัน ธ สัญญา แห่ง การ เข้า สุหนัต {17:1} เมื่อ อับ ราม อายุ 99 ปี องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ปรากฏ แก่ เขา และ ตรัส ว่า“ เรา คือ พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธิ์ จง ดำเนิน ชีวิต อยู่ ใน ทาง ของ เรา และ เป็น คน ดี พร้อม {17:2} เรา จะ ทำ พัน ธ สัญญา ระหว่าง เรา กับ เจ้า และ จะ ทวี จำนวน พงศ์พันธุ์ ของ เจ้า อย่าง มากมาย” {17:3} อับ ราม จึง หมอบ กราบ ซบ หน้า ลง และ พระเจ้า ตรัส กับ เขา ว่า {17:4} “ สำหรับ เรา นี่ คือ พัน ธ สัญญา ของ เรา กับ เจ้า คือ เจ้า จะ เป็น บิดา ของ ชน ชาติ ต่างๆ {17:5} เขา จะ ไม่ เรียก เจ้า ว่า อับ ราม อีก ต่อ ไป เจ้า จะ มี ชื่อ ว่า อับราฮัม เพราะ เรา ได้ ให้ เจ้า เป็น บิดา ของ ชน ชาติ ต่างๆ {17:6} เรา จะ ให้ เจ้า มี ลูก มี หลาน มากมาย เรา จะ ให้ หลาย ชน ชาติ เกิด ขึ้น มา จาก เจ้า และ กษัตริย์ หลาย องค์ จะ สืบ เชื้อสาย จาก เจ้า {17:7} เรา จะ สถาปนา พัน ธ สัญญา ของ เรา ไว้ เป็น พัน ธ สัญญา นิรันดร์ ระหว่าง เรา กับ เจ้า และ กับ ลูกหลาน ของ เจ้า ทุก ชั่ว อายุ ที่ จะ ตาม มา เป็น พัน ธ สัญญา ว่า เรา จะ เป็น พระเจ้า ของ เจ้า และ จะ เป็น พระเจ้า ของ ลูกหลาน ของ เจ้าที่ จะ เกิด มา ภายหลัง {17:8} เรา จะ ยก ดินแดน คา นา อัน ทั้งหมด คือ ที่ เจ้า อาศัย อยู่ อย่าง คน ต่าง ด้าว ใน ขณะ นี้ ให้ เป็น กรรมสิทธิ์ นิรันดร์ ของ เจ้า กับ ลูกหลาน สืบ ไป และ เรา จะ เป็น พระเจ้า ของ พวก เขา” {17:9} แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ อับราฮัม ว่า“ สำหรับ เจ้า เจ้า ต้อง รักษา พัน ธ สัญญา ของ เรา คือ ทั้ง ตัว เจ้า และ ลูกหลาน ตลอด ทุก ชั่ว อายุ สืบ ไป {17:10} นี่ คือ พัน ธ สัญญา ของ เรา กับ เจ้า และ กับ ลูกหลาน ที่ จะ มา ภายหลัง เจ้า เป็น พัน ธ สัญญา ที่ เจ้า ต้อง รักษา คือ ชาย ทุก คน ใน พวก เจ้า จะ ต้อง เข้า สุหนัต {17:11} เจ้า ต้อง เข้า สุหนัต นี่ จะ เป็น เครื่องหมาย แห่ง พัน ธ สัญญา ระหว่าง เรา กับ เจ้า {17:12} ผู้ชาย ทุก คน ใน พวก เจ้า ทุก ชั่ว อายุ ที่ มี อายุ แปด วัน จะ ต้อง เข้า สุหนัต รวม ทั้งคน ที่ เกิด ใน ครัว เรือน ของ เจ้า หรือ ซื้อ มา จาก คน ต่าง ชาติ ซึ่ง ไม่ ใช่ วงศ์วาน ของ เจ้า {17:13} ไม่ ว่า จะ เป็น คน ที่ เกิด ใน ครัว เรือน ของ เจ้า หรือ เจ้า ซื้อ ตัว มา ก็ ต้อง เข้า สุหนัต พัน ธ สัญญา ของ เรา ที่ กาย ของ เจ้า จะ เป็น พัน ธสัญญานิรันดร์ {17:14} ชาย ใด ที่ ไม่ เข้า สุหนัต คือ ผู้ ที่ ไม่ ได้ เข้า สุหนัต ฝ่าย กาย จะ ถูก ตัด ออก จาก ชน ชาติ ของ ตน เพราะ เขา ได้ ละเมิด พัน ธ สัญญา ของ เรา” {17:15} พระเจ้า ตรัส กับ อับราฮัม ด้วย ว่า“ ส่วน ซา ราย ภรรยา ของ เจ้า เจ้า จะ ไม่ เรียก นาง ว่า ซา ราย อีก ต่อ ไป นาง จะ ชื่อ ว่า ซา ราห์ {17:16} เรา จะ อวยพร นาง และ จะ ให้ นาง กำเนิด ลูกชาย คน หนึ่ง แก่ เจ้า อย่าง แน่นอน เรา จะ อวยพร ให้ นาง เป็น มารดา ของ ชาติ ต่างๆ กษัตริย์ ของ ชน ชาติ ต่างๆ จะ มา จาก นาง” {17:17} อับราฮัม หมอบ กราบ ซบ หน้า ลง เขา หัวเราะ และ พูด กับ ตนเอง ว่า“ ชาย อายุ ร้อย ปี จะ มี ลูก ได้ หรือ? และ ซา ราห์ จะ ให้ กำเนิด ลูก เมื่อ อายุ เก้า สิบ หรือ?” {17:18} และ อับราฮัม ทูล พระเจ้า ว่า“ ขอ เพียง แต่ พระองค์ ทรง อวยพร ชีวิต ของ อิชมาเอล!” {17:19} แล้ว พระเจ้า ตรัส ว่า“ แต่ ซา ราห์ จะ คลอด ลูกชาย คน หนึ่ง ให้ เจ้า และ เจ้า จะ เรียก เขา ว่า อิส อัค เรา จะ สถาปนา พัน ธ สัญญา ของ เรา กับ เขา เป็น พัน ธ สัญญา นิรันดร์ แก่ ลูกหลาน ของ เขา ที่ จะ มา ภายหลัง {17:20} สำหรับ อิชมาเอล เรา ได้ ฟัง เจ้า เรา จะ อวยพร เขา อย่าง แน่นอน เรา จะ ทำให้ เขา มี ลูก มี หลาน และ จะ ให้ เขา ทวี จำนวน ขึ้น มากมาย เขา จะ เป็น บิดา ของ เจ้านาย สิบ สอง คน และ เรา จะ ทำให้ เขา เป็น ชน ชาติ ยิ่งใหญ่ {17:21} แต่ พัน ธ สัญญา ของ เรา นั้น เรา จะ ทำ กับ อิส อัคซึ่งซาราห์ จะ คลอด ให้ เจ้า ปี หน้า ใน ช่วง เวลา นี้” {17:22} เมื่อ ตรัส กับ อับราฮัม จบ แล้ว พระเจ้า ก็ เสด็จ ขึ้น ไป จาก เขา {17:23} วัน เดียวกัน นั้น เอง อับราฮัม ก็ นำ อิชมาเอล และ ชาย ทุก คน ทั้ง ที่ เกิด ใน ครัว เรือน หรือ ซื้อ มา ด้วย เงิน ของ เขา มา เข้า สุหนัต ตาม ที่ พระเจ้า ตรัส สั่ง ไว้ {17:24} เวลา นั้น อับราฮัม อายุ 99 ปี เมื่อ เข้า สุหนัต {17:25} และ อิชมาเอล บุตร ชาย ของ เขา อายุ 13 ปี {17:26} อับราฮัม กับ อิชมาเอล บุตร ชาย ของ เขา เข้า สุหนัต ใน วัน เดียวกัน {17:27} และ ผู้ชาย ทุก คน ใน ครัว เรือน ของ อับราฮัม ทั้งคน ที่ เกิด มา ใน ครัว เรือน หรือ ซื้อ มา จาก คน ต่าง ชาติ ได้ เข้า สุหนัต ด้วย กัน กับ เขา {i18:1} ผู้ มา เยือน ทั้ง สาม {18:1} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ปรากฏ แก่ อับราฮัม ใกล้ หมู่ ต้นไม้ ใหญ่ ของ มัม เร ขณะ เขา นั่ง อยู่ ที่ ประตู เต็นท์ ช่วง แดด ร้อน จัด {18:2} อับราฮัม เงย หน้า ขึ้น และ มอง เห็น ชาย สาม คน ยืน อยู่ ใกล้ๆ จึง รีบ ลุก ออก ไป ต้อนรับ และ ก้ม คำนับ จน ถึง พื้น {18:3} เขา กล่าว ว่า“ ท่าน เจ้าข้า หาก ท่าน จะ กรุณา โปรด อย่า ผ่าน ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ไป {18:4} ให้ ข้าพเจ้า เอา น้ำ มา สัก หน่อย เพื่อ พวก ท่าน จะ ได้ ล้าง เท้า และ พัก ใต้ ร่ม ไม้ นี้ {18:5} ข้าพเจ้า จะ ได้ หา อะไร มา ให้ พวก ท่าน รับประทาน เพื่อ พวก ท่าน จะ ได้ สดชื่น ขึ้น แล้ว ค่อย เดินทาง ต่อ ไป ใน เมื่อ พวก ท่าน ได้ มา หา ผู้ รับใช้ ของ พวก ท่าน แล้ว” พวก เขา ตอบ ว่า“ ดี แล้ว จง ไป ทำ อย่าง ที่ ท่าน พูด เถิด” {18:6} ดังนั้น อับราฮัม จึง รีบ กลับ เข้า ไป ใน เต็นท์ ไป หา ซา ราห์ และ กล่าว ว่า“ เร็ว เข้า เอา แป้ง ละเอียด 3 ถัง มา นวด และ ทำ ขนม ปัง” {18:7} จาก นั้น เขา วิ่ง ไป ที่ ฝูง สัตว์ คัดเลือก ลูก วัว เนื้อ นุ่ม รส ดี มา ตัว หนึ่ง และ บอก ให้ คนใช้ รีบ จัดแจง ปรุง เป็น อาหาร {18:8} แล้ว เขา ก็ ยก นม เนย กับ เนื้อ วัว ที่ ปรุง แล้ว มา ตั้ง ต่อ หน้า พวก เขา ขณะ ที่ พวก เขา รับประทาน อาหาร อับราฮัม ยืน อยู่ ใกล้ พวก เขา ใต้ ต้นไม้ นั้น {18:9} พวก เขา ถาม ว่า“ ซา ราห์ ภรรยา ของ เจ้า อยู่ ที่ไหน?” เขา ตอบ ว่า“ นาง อยู่ ใน เต็นท์” {18:10} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า“ เรา จะ กลับ มา หา เจ้า อีก อย่าง แน่นอน ใน ปี หน้า เวลา ราวๆ นี้ และ ซา ราห์ ภรรยา ของ เจ้า จะ ให้ กำเนิด บุตร ชาย คน หนึ่ง” ส่วน ซา ราห์ กำลัง ฟัง อยู่ ที่ ทาง เข้า ประตู เต็นท์ ข้าง หลัง เขา {18:11} ทั้ง อับราฮัม กับ ซา ราห์ มี อายุ มาก แล้ว และ ซา ราห์ ก็ ไม่ มี ประจำเดือน อีก แล้ว {18:12} ดังนั้น ซา ราห์ จึง หัวเราะ กับ ตนเอง ขณะ คิด อยู่ ใน ใจ ว่า“ ฉัน ก็ อายุ ปูน นี้ แล้ว และ นาย ของ ฉัน ก็ แก่ เฒ่า แล้ว ฉัน จะ ยัง มี เรื่อง ยินดี เช่น นี้ อีก หรือ?” {18:13} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ อับราฮัม ว่า“ ทำไม ซา ราห์ จึง หัวเราะ และ พูด ว่า‘ คน แก่ อย่าง ฉัน ยัง จะ มี ลูก ได้ จริงๆ หรือ?’ {18:14} มี อะไร ยาก เกิน ไป สำหรับ องค์ พระผู้เป็นเจ้า หรือ? เรา จะ กลับ มา หา เจ้า ตาม เวลา ที่ กำหนด ใน ปี หน้า และ ซา ราห์ จะ ให้ กำเนิด บุตร ชาย” {18:15} ซา ราห์ กลัว จึง โกหก ว่า“ ข้า พระองค์ ไม่ ได้ หัวเราะ” แต่ พระองค์ ตรัส ว่า“ เจ้า หัวเราะ จริงๆ” {i18:16} อับราฮัม วิงวอน เพื่อ เมือง โสโดม {18:16} แล้ว คน เหล่า นั้น ก็ ลุก ขึ้น จะ จาก ไป พวก เขา มอง ลง ไป ทาง เมือง โส โดม และ อับราฮัม เดิน ตาม ไป ส่ง พวก เขา {18:17} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า“ ควร หรือ ที่ เรา จะ ปิดบัง สิ่ง ที่ เรา จะ กระทำ ไม่ ให้ อับราฮัม รู้? {18:18} ใน เมื่อ อับราฮัม จะ เป็น ชน ชาติ ที่ ยิ่งใหญ่ และ ทรง อำนาจ อย่าง แน่นอน และ ทุก ประชาชาติ ทั่ว โลก จะ ได้ รับ พร ผ่าน ทาง เขา {18:19} เพราะ ว่า เรา ได้ เลือก เขา เพื่อ เขา จะ สั่งสอน ลูกหลาน และ ครัว เรือน ของ เขา ที่ จะ มี มา ภายหลัง ให้ รักษา วิถีทาง ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ด้วย การ ทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง และ ยุติธรรม เพื่อ ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทำให้ สิ่ง ที่ พระองค์ ทรง สัญญา ไว้ กับ อับราฮัม เป็น จริง” {18:20} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า“ เสียง ฟ้องร้อง เมือง โส โดม กับ โก โม ราห์ ก็ ดัง สนั่น และ พวก เขา ทำบาป มหันต์ {18:21} จน เรา ต้อง ลง ไป ดู ว่า สิ่ง ที่ พวก เขา ทำ นั้น เลว ร้าย อย่าง เสียง ฟ้องร้อง ที่ ขึ้น มา ถึง เรา หรือ ไม่ ถ้า ไม่ จริง เรา ก็ จะ ได้ รู้” {18:22} คน เหล่า นั้น จึง หัน หน้า เดิน ไป ยัง เมือง โส โดม แต่ อับราฮัม ยัง ยืน อยู่ ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า {18:23} แล้ว อับราฮัม เข้า ไป หา พระองค์ และ ทูล ว่า“ พระองค์ จะ ทรง กวาด ล้าง คน ชอบธรรม ไป พร้อม กับ คน ชั่ว หรือ? {18:24} พระองค์ จะ ทำ อย่างไร ถ้า หาก ว่า มี คน ชอบธรรม ห้า สิบ คน ใน เมือง นั้น? พระองค์ จะ ทรง กวาด ล้าง เมือง นั้น จริงๆ หรือ พระองค์ จะ ไม่ ทรง ละเว้น ชาว เมือง นั้น เพื่อ เห็นแก่ คน ชอบธรรม ห้า สิบ คน ใน นั้น หรือ? {18:25} พระองค์ จะ ไม่ ทรง ทำ อย่าง นั้น แน่ พระองค์ จะ ไม่ ทรง ประหาร คน ชอบธรรม ไป พร้อม กับ คน ชั่ว หรือ ปฏิบัติ ต่อ คน ชอบธรรม เช่น เดียว กับ คน อธรรม เลย พระองค์ จะ ไม่ ทรง ทำ อย่าง นั้น แน่ องค์ ตุลาการ แห่ง สากล โลก จะ ไม่ ธำรง ความ ยุติธรรม ไว้ หรือ?” {18:26} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า“ หาก เรา พบ คน ชอบธรรม ห้า สิบ คน ใน เมือง โส โดม เรา จะ ละเว้น คน ทั้ง เมือง นั้น เพราะ เห็นแก่ พวก เขา” {18:27} อับราฮัม ทูล อีก ว่า“ ข้า พระองค์ ซึ่ง เป็น เพียง ผง ธุลี และ ขี้เถ้า ไม่ ควร อาจ เอื้อม ทูล ขอ ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {18:28} แต่ หาก คน ชอบธรรม ขาด ไป ห้า คน จาก ห้า สิบ คน เล่า? พระองค์ จะ ยัง ทรง ทำลาย เมือง นั้น ทั้ง เมือง เพราะ คน ห้า คน หรือ?” พระองค์ ตรัส ว่า“ หาก เรา พบ สี่ สิบ ห้า คน ที่ นั่น เรา จะ ไม่ ทำลาย เมือง นั้น” {18:29} อับราฮัม จึง ทูล อีก ว่า“ หาก พบ เพียง สี่ สิบ คน เล่า พระเจ้า ข้า?” พระองค์ ตรัส ว่า“ เพื่อ เห็นแก่ สี่ สิบ คน นั้น เรา จะ ไม่ ทำลาย เมือง นั้น” {18:30} แล้ว อับราฮัม จึง ทูล ว่า“ ขอ องค์ พระผู้เป็นเจ้า อย่า ได้ ทรง พระ พิโรธ เลย ข้า พระองค์ ขอ กราบ ทูล อีก หาก พบ เพียง สาม สิบ คน ที่ นั่น เล่า?” พระองค์ ตรัส ตอบ ว่า“ เรา จะ ไม่ ทำลาย หาก เรา พบ สาม สิบ คน ที่ นั่น” {18:31} อับราฮัม ทูล ว่า“ ใน เมื่อ ข้า พระองค์ ก็ กล้า อาจ เอื้อม กราบ ทูล องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไป แล้ว หาก พบ เพียง ยี่ สิบ คน เท่านั้น เล่า?” พระองค์ ตรัส ว่า“ เพื่อ เห็นแก่ ยี่ สิบ คน เรา จะ ไม่ ทำลาย เมือง นั้น” {18:32} แล้ว อับราฮัม ทูล ว่า“ ขอ องค์ พระผู้เป็นเจ้า อย่า ทรง พระ พิโรธ เลย ข้า พระองค์ ขอ กราบ ทูล อีก เพียง ครั้ง เดียว หาก พบ แต่ เพียง สิบ คน เท่านั้น เล่า?” พระองค์ ตรัส ตอบ ว่า“ เพื่อ เห็นแก่ สิบ คน เรา จะ ไม่ ทำลาย เมือง นั้น” {18:33} เมื่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ อับราฮัม จบ แล้ว ก็ เสด็จ จาก ไป ส่วน อับราฮัม ก็ กลับ บ้าน {i19:1} เมือง โส โดม และ เมือง โก โม ราห์ ถูก ทำลาย {19:1} ทูต สวรรค์ ทั้ง สอง มา ถึง เมือง โส โดม ตอน พลบค่ำ และ โลท นั่ง อยู่ ที่ ประตู เมือง เมื่อ โลท เห็น ทูต นั้น จึง ลุก ขึ้น ไป ต้อนรับ ก้ม คำนับ จน หน้า จด พื้น {19:2} เขา กล่าว ว่า“ ท่าน เจ้าข้า เชิญ แวะ บ้าน ของ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ท่าน จะ ได้ ล้าง เท้า และ พัก สัก คืน หนึ่ง แล้ว พรุ่งนี้ เช้า จึง ค่อย เดินทาง ต่อ ไป” ชาย ทั้ง สอง ตอบ ว่า“ อย่า เลย เรา จะ ค้าง ที่ ลาน เมือง” {19:3} แต่ โลท รบเร้า หนัก เข้า จน ใน ที่สุด ทูต ทั้ง สอง จึง ได้ ไป บ้าน พร้อม เขา เขา ได้ จัด เตรียม อาหาร สำหรับ ทั้ง สอง โดย ปิ้ง ขนม ปัง ไม่ ใส่ เชื้อ และ พวก เขา ก็ รับประทาน {19:4} ก่อน ที่ พวก เขา จะ เข้า นอน ชาย ทุก คน จาก ทุก มุม เมือง โส โดม ทั้ง หนุ่ม ทั้ง แก่ ก็ พา กัน มา ล้อม บ้าน หลัง นั้น {19:5} คน เหล่า นั้น ตะโกน บอก โลท ว่า“ พวก ผู้ชาย ที่ มา หา เจ้า ค่ำ วัน นี้ อยู่ ที่ไหน? จง พา พวก เขา ออก มา เดี๋ยวนี้ เรา จะ ได้ หลับ นอน กับ พวก เขา” {19:6} โลท จึง ออก ไป ข้าง นอก ปิด ประตู แล้ว พูด กับ คน เหล่า นั้น ว่า {19:7} “ อย่า เลย พี่น้อง อย่า ทำ สิ่ง ชั่วช้า เช่น นี้ เลย {19:8} นี่แน่ะ เรา มี ลูกสาว สอง คน ยัง ไม่ เคย หลับ นอน กับ ผู้ชาย เลย เรา จะ ยก ให้ ท่าน ทำ อะไร ก็ ได้ ตามใจ ชอบ แต่ อย่า ทำ อะไร กับ ชาย เหล่า นี้ เลย เพราะ เขา ได้ มา พัก อยู่ ใต้ ชายคา ของ เรา ใต้ การ คุ้มครอง ของ เรา” {19:9} พวก นั้น เอ็ดตะโร ว่า“ ถอย ไป ให้ พ้น เจ้า หมอ นี่ มา อยู่ ใน ฐานะ คน ต่าง ด้าว แล้ว ยัง จะ มา ตั้ง ตัว เป็น ตุลาการ! เรา จะ จัดการ กับ เจ้า ให้ ยิ่ง กว่า สอง คน นั้น เสีย อีก” แล้ว พวก เขา ก็ กดดัน โลท มาก ขึ้น และ รุก เข้า มา เพื่อ จะ พัง ประตู {19:10} แต่ ชาย ทั้ง สอง ที่ อยู่ ข้าง ใน เอื้อม มือ มา ดึง โลท กลับ เข้า ไป ใน บ้าน แล้ว ปิด ประตู {19:11} จาก นั้น พวก เขา ทำให้ บรรดา ผู้ชาย ที่ ออ กัน อยู่ ที่ ประตู ทั้ง หนุ่ม ทั้ง แก่ นั้น ตา พร่า มัว คน เหล่า นั้น จึง หา ประตู ไม่ พบ {19:12} ชาย ทั้ง สอง กล่าว กับ โลท ว่า“ ท่าน มี ญาติ พี่น้อง อื่น อีก บ้าง หรือ ไม่ ใน เมือง นี้ ไม่ ว่า ลูกเขย ลูกชาย ลูกสาว หรือ คน ของ ท่าน ที่ อยู่ ใน เมือง นี้? จง พา พวก เขา ออก ไป จาก ที่ นี่ {19:13} เพราะ เรา จะ ทำลาย เมือง นี้ เสียง ที่ ชาว เมือง นี้ ฟ้องร้อง ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ดัง จน พระองค์ ทรง ส่ง เรา มา ทำลาย เมือง นี้” {19:14} โลท จึง ไป บอก บรรดา ลูกเขย ซึ่ง หมั้น หมาย กับ ลูกสาว ของ เขา ว่า“ เร็ว เข้า รีบ ออก จาก ที่ นี่ เถิด เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า กำลัง จะ ทรง ทำลาย เมือง นี้!” แต่ ลูกเขย คิด ว่า เขา พูด เล่น {19:15} พอ ใกล้ รุ่ง ทูต เหล่า นั้น จึง เร่งรัด โลท ว่า“ เร็ว เข้า! จง พา ภรรยา และ ลูกสาว ทั้ง สอง ของ เจ้า ออก ไป จาก ที่ นี่ มิ ฉะนั้น เมื่อ เมือง นี้ ถูก ลงโทษ เจ้า จะ ถูก กวาด ล้าง ไป ด้วย” {19:16} เมื่อ โลท ยัง รีรอ อยู่ ทูต เหล่า นั้น จึง คว้า มือ ของ เขา ทั้ง ภรรยา และ ลูกสาว ทั้ง สอง แล้ว พา ออก มาน อก เมือง โดย ปลอดภัย เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เมตตา พวก เขา {19:17} เมื่อ ออก มา แล้ว ทูต องค์ หนึ่ง จึง พูด ว่า“ จง หนี เอา ชีวิต รอด เถิด! อย่า หัน กลับ มา มอง อย่า หยุด อยู่ ใน ที่ราบ นี้ จง หนี ไป ที่ ภูเขา มิ ฉะนั้น เจ้า จะ ถูก กวาด ล้าง ไป ด้วย!” {19:18} แต่ โลท วิงวอน ว่า“ อย่า เลย นาย ข้า ได้ โปรด เถิด! {19:19} ท่าน ได้ กรุณา ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ท่าน ได้ สำแดง ความ เมตตา อย่าง ใหญ่ หลวง ต่อ ข้าพเจ้า โดย ไว้ ชีวิต ข้าพเจ้า แต่ ข้าพเจ้า ไม่ สามารถ หนี ไป ถึง ภูเขา ก่อน ที่ หายนะ นี้ จะ มา ถึง ข้าพเจ้า และ ข้าพเจ้า จะ ต้อง ตาย {19:20} ดู เถิด มี เมือง เล็กๆ แห่ง หนึ่ง ใกล้ พอ ที่ จะ วิ่ง ไป ที่ นั่น ได้ ทัน ให้ ข้าพเจ้า หนี ไป ที่ นั่น มัน เล็ก มาก ไม่ ใช่ หรือ? แล้ว ข้าพเจ้า จะ รอดชีวิต” {19:21} ทูต นั้น ตอบ ว่า“ ก็ ได้ เรา จะ ทำ ตาม ที่ เจ้า ร้องขอ เรา จะ ไม่ ทำลาย เมือง ที่ เจ้า พูด ถึง {19:22} แต่ จง รีบ หนี ไป เพราะ เรา ทำ อะไร ไม่ ได้ จน กว่า เจ้า จะ ไป ถึง ที่ นั่น” (นี่ คือ เหตุ ที่ เมือง นั้น ได้ ชื่อ ว่า โศอาร์) {19:23} เมื่อ โลท มา ถึง โศ อาร์ ดวง อาทิตย์ ก็ ขึ้น แล้ว {19:24} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ให้ ไฟ กำมะถัน ตกลง มา ใส่ เมือง โส โดม และ โก โม ราห์ ไฟ นี้ มา จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตกลง มา จาก ฟ้า สวรรค์ {19:25} ดังนั้น พระองค์ ทรง ทำลาย เมือง เหล่า นั้น และ ที่ราบ ลุ่ม ทั้งหมด รวม ทั้ง ทุก ชีวิต ที่ อาศัย อยู่ ใน เมือง เหล่า นั้น และ พืชพันธุ์ ทั้งสิ้น ด้วย {19:26} แต่ ภรรยา ของ โลท เหลียว กลับ ไป ดู นาง จึง กลาย เป็น เสา เกลือ {19:27} เช้าตรู่ วัน รุ่งขึ้น อับราฮัม ลุก ขึ้น และ กลับ ไป ยัง สถานที่ ซึ่ง เขา เคย ยืน อยู่ ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า {19:28} เขา มอง ลง ไป ยัง เมือง โส โดม และ เมือง โก โม ราห์ และ กวาด สายตา ไป ทั่ว ดินแดน ใน ที่ราบ เขา มอง เห็น ควัน หนา ทึบ พลุ่ง ขึ้น จาก ดินแดน นั้น เหมือน ควัน ที่ ออก จาก เตา หลอม {19:29} ดังนั้น เมื่อ พระเจ้า ทรง ทำลาย เมือง ต่างๆ ใน ที่ราบ นั้น พระองค์ ทรง ระลึก ถึง อับราฮัม และ ทรง นำ โลท ออก มา จาก ภัย พิบัติ ซึ่ง ทำลาย ล้าง เมือง ต่างๆ ที่ โลท ได้ เคย อาศัย อยู่ {i19:30} โลท กับ บุตร สาว ทั้ง สอง {19:30} โลท กับ บุตร สาว ทั้ง สอง ของ เขา ออก จาก เมือง โศ อาร์ ไป ตั้ง ถิ่น ฐาน ที่ ภูเขา เพราะ ไม่ กล้า อยู่ ที่ โศ อาร์ พวก เขา ไป อาศัย อยู่ ใน ถ้ำ {19:31} วัน หนึ่ง บุตร สาว คน โต พูด กับ น้อง สาว ว่า“ พ่อ ของ เรา ก็ แก่ แล้ว ไม่ มี ผู้ชาย คน ไหน ใน แถบ นี้ ที่ จะ มา แต่งงาน กับ เรา อย่าง ที่ ใครๆ ทั่ว โลก เขา ทำ กัน {19:32} ให้ เรา มอม เหล้า พ่อ แล้ว หลับ นอน กับ ท่าน เพื่อ เรา จะ รักษา เชื้อสาย ของ ครอบครัว เรา ไว้ ทาง พ่อ ของ เรา” {19:33} คืน วัน นั้น หญิง ทั้ง สอง จึง มอม เหล้า องุ่น บิดา แล้ว บุตร สาว คน โต ก็ เข้า ไป หลับ นอน กับ บิดา โลท ไม่ รู้สึก ตัว ว่า ลูก เข้า มา นอน ด้วย หรือ ลุก ออก ไป เมื่อใด {19:34} วัน รุ่งขึ้น บุตร สาว คน โต ก็ พูด กับ น้อง สาว ว่า“ เมื่อ คืน พี่ นอน กับ พ่อ แล้ว คืน นี้ เรา จะ มอม เหล้า ท่าน อีก และ น้อง จง เข้า ไป นอน กับ พ่อ เพื่อ เรา จะ สามารถ รักษา เชื้อสาย ของ ครอบครัว เรา ไว้ ทาง พ่อ ของ เรา” {19:35} คืน นั้น ทั้ง สอง ก็ ทำให้ บิดา เมามาย อีก แล้ว บุตร สาว คน เล็ก ก็ เข้า ไป นอน กับ บิดา ครั้ง นี้ ก็ เช่น กัน โลท ไม่ รู้สึก ตัว เลย ว่า ลูก ได้ เข้า มา นอน ด้วย หรือ ลุก ออก ไป เมื่อใด {19:36} ดังนั้น บุตร สาว ทั้ง สอง ของ โลท จึง ตั้ง ครรภ์ กับ บิดา {19:37} บุตร สาว คน โต มี บุตร ชาย และ นาง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า โม อับ เขา เป็น บรรพบุรุษ ของ ชาว โม อับ ใน ปัจจุบัน {19:38} บุตร สาว คน เล็ก ก็ มี บุตร ชาย คน หนึ่ง ด้วย นาง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า เบน อัม มี เขา เป็น บรรพบุรุษ ของ ชาว อัมโมนในปัจจุบัน {i20:1} อับราฮัม และ อา บี เม เลค (ปฐก.12:10-20;26:1-11) {20:1} อับราฮัม เดินทาง จาก ที่ นั่น เข้า ไป ใน เขต เนเกบ และ ตั้ง ถิ่น ฐาน อยู่ ระหว่าง เมือง คา เดช กับ เมือง ชูร์ เขา พัก ที่ เมือง เก ราร์ ชั่ว ระยะ หนึ่ง {20:2} ที่ นั่น อับราฮัม บอก ใคร ต่อ ใคร เกี่ยว กับ ซา ราห์ ภรรยา ของ เขา ว่า“ นาง คือ น้อง สาว ของ ข้าพเจ้า” กษัตริย์ อา บี เม เลคแห่งเกราร์ จึง ส่ง คน มา รับ นาง ไป {20:3} แต่ ใน คืน หนึ่ง พระเจ้า เสด็จ มา หา อา บี เม เลค ใน ความ ฝัน และ ตรัส กับ เขา ว่า“ เจ้า จะ ต้อง ตาย แน่! เพราะ หญิง คน นั้น ซึ่ง เจ้า พา มา มี สามี แล้ว” {20:4} แต่ อา บี เม เลค ยัง ไม่ ได้ เข้า หา นาง เลย เขา จึง ทูล ว่า“ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ จะ ทรง ทำลาย ชน ชาติ ที่ ไม่ ผิด หรือ? {20:5} เขา ไม่ ได้ บอก ข้า พระองค์ หรอก หรือ ว่า‘ นาง เป็น น้อง สาว ของ ข้าพเจ้า’ และ นาง เอง ก็ ไม่ ได้ พูด ด้วย หรอก หรือ ว่า‘ เขา เป็น พี่ ชาย ของ ข้าพเจ้า’? ข้า พระองค์ ทำ ไป ด้วย ใจ ซื่อ มือ สะอาด” {20:6} พระเจ้า ตรัส กับ เขา ใน ความ ฝัน ว่า“ ถูก แล้ว เรา รู้ ว่า เจ้า ทำ ไป ด้วย ใจ ซื่อ เหตุ นี้ แหละ เรา จึง ปกป้อง เจ้า ไว้ ไม่ ให้ ทำบาป ต่อ เรา นี่ เป็น เหตุ ที่ เรา ไม่ ปล่อย ให้ เจ้า แตะ ต้อง ตัว นาง {20:7} บัดนี้ จง คืน ภรรยา ของ ชาย ผู้ นั้น กลับ ไป เพราะ เขา เป็น ผู้ เผย พระ วจนะ แล้ว เขา จะ อธิษฐาน เผื่อ เจ้า แล้ว เจ้า จะ รอดชีวิต แต่ ถ้า เจ้า ไม่ ยอม คืน นาง เจ้า ก็ แน่ใจ ได้ เลย ว่า เจ้า กับ คน ของ เจ้า ทั้งหมด จะ ต้อง ตาย” {20:8} เช้าตรู่ วัน รุ่งขึ้น อา บี เม เลค เรียก ประชุม ข้า ราช สำนัก ทั้งหมด และ แจ้ง พวก เขา ให้ ทราบ ถึง เหตุการณ์ ที่ เกิด ขึ้น คน ทั้งปวง ก็ กลัว ยิ่งนัก {20:9} อา บี เม เลค จึง เรียก อับราฮัม มา ถาม ว่า“ ทำไม ท่าน ทำ กับ เรา อย่าง นี้? เรา ทำ ผิด อะไร ต่อ ท่าน หรือ? ท่าน จึง นำ ความ ผิด ใหญ่ หลวง มา ตก กับ เรา และ อาณาจักร ของ เรา? ท่าน ไม่ ควร ทำ กับ เรา เช่น นี้ เลย” {20:10} อา บี เม เลค ถาม อับราฮัม ว่า“ เหตุ ใด ท่าน จึง ทำ เช่น นี้?” {20:11} อับราฮัม ตอบ ว่า“ ข้าพเจ้า บอก ตัวเอง ว่า‘ ผู้คน ที่ นี่ ไม่ เกรงกลัว พระเจ้า แน่ๆ พวก เขา จะ ฆ่า เรา เพราะ อยาก ได้ ภรรยา ของ เรา’ {20:12} นอกจาก นี้ นาง ก็ เป็น น้อง สาว ของ ข้าพเจ้า จริงๆ นาง เป็น น้อง ต่าง มารดา ของ ข้าพเจ้า และ นาง ได้ มา เป็น ภรรยา ของ ข้าพเจ้า {20:13} เมื่อ พระเจ้า ให้ ข้าพเจ้า รอนแรม ออก จาก ครัว เรือน ของ บิดา ข้าพเจ้า บอก นาง ว่า‘ ถ้า เจ้า รัก เรา ไม่ ว่า ไป ที่ไหน ขอ ให้ เจ้า บอก ว่า“ เขา เป็น พี่ ชาย ของ ฉัน”’” {20:14} อา บี เม เลค จึง ยก ฝูง แกะ ฝูง วัว และ ข้า ทาส ชาย หญิง ให้ แก่ อับราฮัม และ คืน นาง ซา ราห์ ผู้ เป็น ภรรยา ให้ แก่ เขา {20:15} อา บี เม เลคกล่าวว่า“ ดินแดน ของ เรา อยู่ ตรง หน้า ท่าน จะ อาศัย อยู่ ที่ไหน ก็ ได้ ตามใจ ชอบ” {20:16} แล้ว เขา กล่าว กับ ซา ราห์ว่า“ เรา ขอม อบ เงิน หนึ่ง พัน เชเขล แก่ พี่ ชาย ของ เจ้า เป็น ค่า ทำ ขวัญ ต่อ หน้า ทุก คน ที่ อยู่ กับ เจ้า เจ้า ไม่ มี มลทิน ใดๆ เลย” {20:17} จาก นั้น อับราฮัม ก็ อธิษฐาน ต่อ พระเจ้า และ พระเจ้า ก็ ทรง รักษา อา บี เม เลค ชายา และ ทาส หญิง ของ เขา ให้ พวก เขา สามารถ มี บุตร ได้ อีก ครั้ง หนึ่ง {20:18} เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ให้ ผู้หญิง ทุก คน ใน ครัว เรือน ของ อา บี เม เลค เป็น หมัน ด้วย เหตุ จาก นาง ซา ราห์ ภรรยา ของ อับราฮัม {i21:1} กำเนิด อิส อัค {21:1} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เสด็จ มา โปรด ซา ราห์ ตาม ที่ ตรัส ไว้ และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ทำ ตาม สัญญา ที่ ให้ แก่ ซา ราห์ไว้ {21:2} ซา ราห์ ตั้ง ครรภ์ และ ให้ กำเนิด บุตร ชาย แก่ อับราฮัม เมื่อ เขา ชรา แล้ว ตรง ตาม เวลา ที่ พระเจ้า ได้ ทรง สัญญา ไว้ กับ เขา {21:3} อับราฮัม ตั้ง ชื่อ บุตร ที่ ซา ราห์ คลอด ให้ ว่า อิส อัค {21:4} เมื่อ อิส อัค บุตร ของ เขา อายุ ครบ แปด วัน อับราฮัม ให้ เขา เข้า สุหนัต ตาม ที่ พระเจ้า ทรง บัญชา ไว้ {21:5} เมื่อ อิส อัค บุตร ของ เขา เกิด มา อับราฮัม อายุ ได้ หนึ่ง ร้อย ปี {21:6} ซา ราห์กล่าวว่า“ พระเจ้า ทรง ทำให้ ฉัน หัวเราะ ทุก คน ที่ ได้ยิน เรื่อง นี้ จะ พลอย หัวเราะ ไป กับ ฉัน ด้วย” {21:7} และ นาง กล่าว อีก ว่า“ ใคร จะ คิด ว่า ซา ราห์ จะ มี ลูก ให้ กับ อับราฮัม? แต่ ฉัน ก็ ได้ คลอด ลูกชาย ให้ เขา เมื่อ เขา ชรา แล้ว” {i21:8} นาง ฮา การ์กับอิชมาเอล ถูก ขับ ไล่ออก จาก บ้าน {21:8} เด็ก นั้น ก็ เติบ โต ขึ้น และ หย่า นม ใน วัน ที่ อิส อัค หย่า นม อับราฮัม จัด งาน เลี้ยง ใหญ่ {21:9} แต่ ซา ราห์ เห็น บุตร ของ นาง ฮา การ์ ชาว อียิปต์ ที่ เกิด แก่ อับราฮัม กำลัง หัวเราะ เยาะ {21:10} นาง จึง พูด กับ อับราฮัม ว่า“ จง ไล่ เมีย ทาส กับ ลูก ของ นาง ไป เถิด เพราะ ลูก ของ เมีย ทาส คน นั้น จะ ไม่ มี วัน มี ส่วนร่วม ใน กอง มรดก กับ อิส อัค ลูกชาย ของ ฉัน” {21:11} เรื่อง นี้ ทำให้ อับราฮัม ทุกข์ ใจ มาก เพราะ เกี่ยวข้อง กับ บุตร ชาย ของ เขา {21:12} แต่ พระเจ้า ตรัส กับ เขา ว่า“ อย่า ทุกข์ ใจ เรื่อง เด็ก คน นั้น กับ เมีย ทาส ของ เจ้า เลย จง ทำ ตาม ที่ ซา ราห์ บอก เพราะ เชื้อสาย ของ เจ้า จะ นับ ทาง อิส อัค {21:13} และ เรา จะ ให้ ชน ชาติ หนึ่ง สืบ เชื้อสาย จาก ลูก ของ เมีย ทาส คน นี้ ด้วย เพราะ เขา ก็ เป็น เชื้อสาย ของ เจ้า เหมือน กัน” {21:14} เช้าตรู่ วัน รุ่งขึ้น อับราฮัม ก็ เอา อาหาร และ น้ำหนึ่ง ถุง หนัง ใส่ บ่า ของ ฮา การ์ แล้ว ส่ง นาง ออก ไป พร้อม กับ บุตร ชาย นาง ก็ ระ เห เร่ร่อน เข้า ไป ใน ถิ่น กันดาร เบเออร์เชบา {21:15} เมื่อ น้ำ ใน ถุง หนัง หมด แล้ว นาง จึง ทิ้ง ลูกชาย ไว้ ใต้ พุ่มไม้ {21:16} แล้ว เดิน หนี ไป นั่ง อยู่ ไม่ ไกล ห่าง ออก ไป ประมาณ ระยะ ยิง ธนู ตก เพราะ นาง คิด ว่า“ ฉัน ไม่ อาจ ทน ดู ลูก ตาย ไป” และ ขณะ นั่ง อยู่ ที่ นั่น นาง ก็ เริ่ม ร้องไห้ สะอึก สะอื้น {21:17} พระเจ้า ทรง ได้ยิน เสียง ร้อง ของ เด็ก หนุ่ม ทูต ของ พระเจ้า เรียก ฮา การ์ จาก ฟ้า สวรรค์ และ พูด กับ นาง ว่า“ ฮา การ์ เอ๋ย มี เรื่อง อะไร หรือ? อย่า กลัว เลย พระเจ้า ทรง ได้ยิน เสียง ร้อง ของ เด็ก ที่นอน อยู่ ตรง นั้น แล้ว {21:18} จง ไป ประคอง เขา ขึ้น และ จูง มือ เขา ไป เพราะ เรา จะ ทำให้ เขา เป็น ชาติ ใหญ่ ชาติ หนึ่ง” {21:19} แล้ว พระเจ้า ทรง เบิก ตา ของ นาง นาง ก็ เห็น บ่อ น้ำ แห่ง หนึ่ง จึง ไป เติม น้ำ เต็ม ถุง หนัง และ ให้ เด็ก หนุ่ม นั้น ดื่ม {21:20} พระเจ้า สถิต กับ เด็ก หนุ่ม คน นั้น ขณะ ที่ เขา เติบ โต ขึ้น เขา อาศัย ใน ถิ่น กันดาร และ กลาย เป็น นัก ยิง ธนู {21:21} ขณะ เขา อาศัย ใน ถิ่น กันดาร แห่ง ปา ราน มารดา ได้ หา หญิง สาว จาก อียิปต์ มา เป็น ภรรยา ของ เขา {i21:22} สนธิสัญญา ที่ เบเออร์เชบา {21:22} ครั้ง นั้น อา บี เม เลค กับ แม่ทัพ ฟีโคล์ กล่าว กับ อับราฮัม ว่า“ พระเจ้า สถิต กับ ท่าน ใน ทุก สิ่ง ที่ ท่าน ทำ {21:23} บัดนี้ ขอ ให้ ท่าน ปฏิญาณ ต่อ หน้า พระเจ้า เถิด ว่า ท่าน จะ ไม่ หลอก เรา ไม่ หลอก ลูกหลาน หรือ เชื้อสาย ของ เรา ให้ จงรัก ภักดี ต่อ เรา และ ต่อ บ้านเมือง ซึ่ง ท่าน มา อาศัย เป็น คน ต่าง ด้าว อยู่ นี้ เหมือน ที่ เรา จงรัก ภักดี ต่อ ท่าน” {21:24} อับราฮัม กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า ขอ ปฏิญาณ” {21:25} แล้ว อับราฮัม จึง ร้องทุกข์ ต่อ อา บี เม เลค เรื่อง บ่อ น้ำ แห่ง หนึ่ง ที่ บริวาร ของ อา บี เม เลคยึดไป {21:26} แต่ อา บี เม เลคตอบว่า“ เรา ไม่ รู้ ว่า ใคร ทำ เช่น นั้น ท่าน ไม่ ได้ บอก เรา และ เรา เพิ่ง ได้ยิน เรื่อง นี้ วัน นี้ เอง” {21:27} อับราฮัม จึง ยก แกะ และ วัว ให้ อา บี เม เลค และ ชาย ทั้ง สอง ก็ ทำ สนธิสัญญา กัน {21:28} อับราฮัม คัด ลูก แกะ ตัวเมีย เจ็ด ตัว ออก จาก ฝูง {21:29} และ อา บี เม เลค ก็ ถาม อับราฮัม ว่า“ ลูก แกะ ตัวเมีย เจ็ด ตัว ที่ ท่าน คัด ออก มา นี้ มี ความหมาย อะไร?” {21:30} เขา ตอบ ว่า“ ขอ จง รับ ลูก แกะ เจ็ด ตัว นี้ จาก มือ ข้าพเจ้า เพื่อ เป็น พยาน หลักฐาน ว่า ข้าพเจ้า เป็น ผู้ ขุด บ่อ น้ำ นี้” {21:31} ที่ แห่ง นั้น จึง ได้ ชื่อ ว่า เบเออร์เช บา เพราะ ทั้ง สอง ได้ ปฏิญาณ ร่วม กัน ที่ นั่น {21:32} หลัง จาก ทำ สนธิสัญญา ที่ เบเออร์เช บา แล้ว อา บี เม เลค กับ แม่ทัพ ฟีโคล์ ก็ กลับ สู่ ดินแดน ฟีลิสเตีย {21:33} อับราฮัม ได้ ปลูก ต้น สน หมอก ต้น หนึ่ง ใน เบเออร์เช บา และ นมัสการ ร้อง ออก พระ นาม พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า องค์ นิรันดร์ {21:34} และ อับราฮัม ก็ อาศัย อยู่ ใน ดินแดน ของ ชาว ฟีลิสเตีย เป็น เวลา นาน {i22:1} พระเจ้า ทรง ทดสอบ อับราฮัม {22:1} ต่อ มา พระเจ้า ทรง ทดสอบ อับราฮัม พระองค์ ตรัส กับ เขา ว่า“ อับราฮัม เอ๋ย!” เขา ทูล ตอบ ว่า“ ข้า พระองค์ อยู่ ที่ นี่” {22:2} แล้ว พระเจ้า ตรัส ว่า“ ขอ เจ้า จง พา ลูกชาย ของ เจ้า ลูกชาย เพียง คน เดียว ของ เจ้า ผู้ ที่ เจ้า รัก คือ อิส อัค ไป ยัง แคว้น โม ริ ยาห์ จง ถวาย เขา เป็น เครื่อง เผา บูชา บน ภูเขา แห่ง หนึ่ง ซึ่ง เรา จะ สำแดง แก่ เจ้า” {22:3} เช้าตรู่ วัน รุ่งขึ้น อับราฮัม ลุก ขึ้น และ ผูก อาน ลา ของ เขา เขา พา คน รับใช้ สอง คน กับ อิส อัค บุตร ชาย ไป ด้วย เมื่อ เขา ได้ ตัด ฟืน พอ สำหรับ เครื่อง เผา บูชา แล้ว จึง มุ่งหน้า ไป ยัง ที่ ซึ่ง พระเจ้า ตรัส บอก เขา ไว้ {22:4} เมื่อ ถึง วัน ที่ สาม อับราฮัม เงย หน้า ขึ้น และ เห็น สถานที่ นั้น แต่ ไกล {22:5} เขา พูด กับ คน รับใช้ ว่า“ จง อยู่ กับ ลา ที่ นี่ ขณะ ที่ เรา กับ เด็ก คน นี้ ไป ที่ โน่น พวก เรา จะ นมัสการ พระเจ้า แล้ว พวก เรา จะ กลับ มา หา เจ้า” {22:6} อับราฮัม จึง เอา ฟืน สำหรับ เครื่อง เผา บูชา ใส่ บ่า อิส อัค ตัว เขา เอง ถือ มีด และ ไฟ ขณะ ที่ ทั้ง สอง กำลัง เดิน ไป ด้วย กัน นั้น {22:7} อิส อัค พูด กับ อับราฮัม บิดา ของ เขา ขึ้น มา ว่า“ พ่อ” อับราฮัม ตอบ ว่า“ อะไร หรือ ลูก?” อิส อัคกล่าวว่า“ ไฟ กับ ฟืน ก็ มี อยู่ ที่ นี่ แล้ว แต่ ลูก แกะ สำหรับ เผา บูชา อยู่ ที่ไหน เล่า?” {22:8} อับราฮัม ตอบ ว่า“ ลูก เอ๋ย พระเจ้า จะ จัด เตรียม ลูก แกะ สำหรับ เผา บูชา ไว้ เอง” แล้ว ทั้ง สอง ก็ เดิน ต่อ ไป ด้วย กัน {22:9} เมื่อ พวก เขา มา ถึง สถานที่ ที่ พระเจ้า ทรง บอก ไว้ อับราฮัม ก็ สร้าง แท่น บูชา ขึ้น และ จัด ฟืน ไว้ บน แท่น นั้น เขา มัด อิส อัค ลูก ของ เขา แล้ว วาง บน ฟืน เหนือ แท่น บูชา {22:10} จาก นั้น เขา เอื้อม มือ หยิบ มีด จะ ฆ่า ลูกชาย ของ ตน {22:11} แต่ ทูต ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เรียก อับราฮัม จาก ฟ้า สวรรค์ ว่า“ อับราฮัม! อับราฮัม!” เขา ตอบ ว่า“ ข้า พระองค์ อยู่ ที่ นี่” {22:12} ทูต สวรรค์ กล่าว ว่า“ อย่า แตะ ต้อง เด็ก คน นั้น อย่า ทำ อะไร เขา เลย บัดนี้ เรา รู้ แล้ว ว่า เจ้า ยำเกรง พระเจ้า เพราะ เจ้า ไม่ ได้ หวง ลูกชาย ของ เจ้า จาก เรา แม้ เป็น ลูกชาย เพียง คน เดียว ของ เจ้า” {22:13} อับราฮัม เงย หน้า ขึ้น เห็น แกะ ผู้ ตัว หนึ่ง เขา ของ มัน เกี่ยว ติด อยู่ กับ พุ่มไม้ จึง ไป จับ แกะ นั้น มา ถวาย เป็น เครื่อง เผา บูชา แทน ลูกชาย ของ เขา {22:14} ดังนั้น อับราฮัม จึง เรียก สถานที่ นั้น ว่า“ พระ ยาห์เวห์ จะ ทรง จัด เตรียม ไว้” อย่าง ที่ พูด กัน ทุก วัน นี้ ว่า“ จะ จัด เตรียม ไว้ บน ภูเขา ของ พระ ยาห์เวห์” {22:15} แล้ว ทูต ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ร้อง เรียก อับราฮัม จาก ฟ้า สวรรค์ เป็น ครั้ง ที่ สอง {22:16} และ กล่าว ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ประกาศ ว่า เรา ปฏิญาณ โดย ตัว ของ เรา เอง ว่าด้วย เหตุ ที่ เจ้า ทำ เช่น นี้ และ ไม่ ได้ หวง แม้ กระทั่ง ลูกชาย ของ เจ้า คือ ลูกชาย เพียง คน เดียว ของ เจ้า {22:17} เรา จะ อวยพร เจ้า แน่นอน และ จะ ทำให้ ลูกหลาน ของ เจ้า มี จำนวน มากมาย เหมือน ดวง ดาว ใน ท้อง ฟ้า เหมือน เม็ด ทราย ที่ ชายทะเล ลูกหลาน ของ เจ้า จะ ครอบครอง เมือง ต่างๆ ของ เหล่า ศัตรู ของ พวก เขา {22:18} และ ทุก ประชาชาติ ทั่ว โลก จะ ได้ รับ พร ผ่าน ทาง เชื้อสาย ของ เจ้า เพราะ เจ้า ได้ เชื่อฟัง เรา” {22:19} แล้ว อับราฮัม ก็ กลับ มา หา คน รับใช้ และ พา กัน กลับ ไป ยัง เมือง เบเออร์เช บา อับราฮัม อาศัย อยู่ ที่ เมือง เบเออร์เชบา {i22:20} บรรดา บุตร ของ นา โฮร์ {22:20} ต่อ มา มี ผู้ แจ้ง อับราฮัม ว่า“ มิ ลคาห์ ได้ เป็น แม่ แล้ว นาง ได้ คลอด ลูกชาย หลาย คน ให้ แก่ นา โฮร์ น้อง ชาย ของ ท่าน คือ {22:21} อู ส บุตร หัว ปี บูส น้อง ชาย ของ เขา เค มูเอล (บิดา ของ อา รัม) {22:22} เค เสด ฮา โซ ปิลดาชยิดลาฟและเบธูเอล” {22:23} เบธูเอล เป็น บิดา ของ นาง เร เบคาห์มิลคาห์ ให้ กำเนิด บุตร ชาย แปด คน นี้ แก่ นา โฮร์ น้อง ชาย ของ อับราฮัม {22:24} นอกจาก นี้ นา โฮร์ ยัง มี บุตร ชาย อีก สี่ คน ซึ่ง เกิด จาก เร อู มาห์ ภรรยา น้อย ได้แก่ เท บาห์ กา ฮัม ทา หา ช และ มา อา คาห์ {i23:1} ซา ราห์สิ้นชีวิต {23:1} ซา ราห์ มี ชีวิต อยู่ จน อายุ 127 ปี นี่ คือ ช่วง ชีวิต ของ นาง ซา ราห์ {23:2} นาง ตาย ที่ คีริยาทอารบา (คือ เฮ โบ รน) ใน ดินแดน คา นา อัน อับราฮัม ไว้ทุกข์ ให้ ซา ราห์ และ คร่ำครวญ อาลัย ถึง นาง {23:3} แล้ว อับราฮัม ลุก ขึ้น จาก ข้าง ศพ ภรรยา และ กล่าว กับ คน ฮิต ไทต์ว่า {23:4} “ ข้าพเจ้า เป็น คน ต่าง ด้าว ต่าง แดน ใน หมู่ พวก ท่าน ขอ ที่ดิน ผืน หนึ่ง ของ ท่าน ให้ แก่ ข้าพเจ้า ไว้ ใช้ เป็น สุสาน เถิด เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ได้ ฝัง ผู้ ตาย ของ ข้าพเจ้า” {23:5} คน ฮิต ไทต์ ตอบ อับราฮัม ว่า {23:6} “ นาย เจ้าข้า ขอ ฟัง เรา เถิด ท่าน เป็น เจ้านาย ผู้ ทรง อำนาจ ใน หมู่ พวก เรา เชิญ ฝัง ผู้ ตาย ของ ท่าน ใน อุโมงค์ ฝัง ศพ ที่ ดี ที่สุด ของ เรา ไม่ มี ผู้ ใด ห้าม ท่าน ฝัง ผู้ ตาย ของ ท่าน ใน อุโมงค์ ฝัง ศพ ของ เขา” {23:7} อับราฮัม ลุก ขึ้น น้อม คำนับ ชาว แผ่นดิน ฮิต ไทต์ {23:8} เขา กล่าว กับ คน เหล่า นั้น ว่า“ ถ้า ท่าน เต็ม ใจ ให้ ข้าพเจ้า ฝัง ผู้ ตาย ของ ข้าพเจ้า ก็ ขอ ได้ โปรด ฟัง ข้าพเจ้า และ วิงวอน เอ โฟ รน บุตร ของ โศหาร์แทนข้าพเจ้า {23:9} เพื่อ เขา จะ ขาย ถ้ำ มัค เปลาห์ ซึ่ง อยู่ ตรง ปลาย ทุ่ง ของ เขา แก่ ข้าพเจ้า ขอ ให้ เขา ขาย ให้ ข้าพเจ้า เต็ม ราคา เพื่อ เป็น สุสาน ท่ามกลาง พวก ท่าน” {23:10} ฝ่าย เอ โฟ รน คน ฮิต ไทต์ ก็ นั่ง อยู่ ใน หมู่ ชน ของ เขา และ เขา ตอบ อับราฮัม ให้ คน ฮิต ไทต์ ทุก คน ซึ่ง มา ชุมนุม กัน ที่ ประตู เมือง นั้น ได้ยิน ด้วย {23:11} เขา กล่าว ว่า“ อย่า เลย นาย เจ้าข้า โปรด ฟัง ข้าพเจ้า เถิด ข้าพเจ้า ให้ ที่ดิน ผืน นี้ แก่ ท่าน และ ข้าพเจ้า ให้ ถ้ำ ใน ที่ดิน นั้น แก่ ท่าน ข้าพเจ้า ให้ ที่ แห่ง นี้ แก่ ท่าน ต่อ หน้า ประชาชน ของ ข้าพเจ้า จง ฝัง ผู้ ตาย ของ ท่าน เถิด” {23:12} อับราฮัม จึง น้อม คำนับ ชาว แผ่นดิน นั้น อีก ครั้ง {23:13} แล้ว ตอบ เอ โฟ รน ให้ คน อื่นๆ ได้ยิน ด้วย ว่า“ โปรด ฟัง ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จะ จ่าย เงิน ค่า ที่ดิน ผืน นี้ โปรด รับ ไว้ เถิด เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ได้ ฝัง ผู้ ตาย ของ ข้าพเจ้า ที่ นั่น” {23:14} เอ โฟ รน ตอบ อับราฮัม ว่า {23:15} “ นาย เจ้าข้า โปรด ฟัง ข้าพเจ้า ที่ดิน นั้น ราคา 400 เชเขล แต่ นั่น มี ความหมาย อะไร ระหว่าง เรา กับ ท่าน? เชิญ ฝัง ผู้ ตาย ของ ท่าน เถิด” {23:16} อับราฮัม ตกลง ตาม ข้อ เสนอ ของ เอ โฟ รน จึง ชั่ง เงิน จ่าย ให้ ตาม ราคา ที่ เขา บอก ต่อ หน้า คน ฮิต ไทต์คือเงิน 400 เชเขล ตาม น้ำหนัก ที่ พวก พ่อค้า ใช้ กัน ใน เวลา นั้น {23:17} ดังนั้น ที่ดิน ของ เอ โฟ รน ใน มัค เปลาห์ใกล้มัม เร คือ ทั้ง ท้อง ทุ่ง และ ถ้ำ ใน ที่ดิน ผืน นั้น และ ต้นไม้ ทั้งหมด ที่ อยู่ ริม ทุ่ง ได้ ถูก โอน กรรมสิทธิ์ {23:18} มา เป็น สมบัติ ของ อับราฮัม ต่อ หน้า คน ฮิต ไทต์ ทั้งหมด ที่ มา ชุมนุม กัน ที่ ประตู เมือง {23:19} จาก นั้น อับราฮัม จึง ฝัง ศพ ซา ราห์ ภรรยา ของ เขา ใน ถ้ำ ที่ อยู่ ใน ทุ่ง มัค เปลาห์ใกล้มัมเร (ซึ่ง อยู่ ที่ เมือง เฮ โบ รน) ใน ดินแดน คา นา อัน {23:20} ดังนั้น คน ฮิต ไทต์ ได้ โอน ทุ่ง และ ถ้ำ ใน ที่ดิน ผืน นั้น ให้ เป็น กรรมสิทธิ์ ของ อับราฮัม เพื่อ ใช้ เป็น สุสาน {i24:1} อิส อัคกับเรเบคาห์ {24:1} อับราฮัม ชรา มาก แล้ว และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อวยพร เขา ทุก ด้าน {24:2} วัน หนึ่ง อับราฮัม พูด กับ หัวหน้า คน รับใช้ ซึ่ง เป็น ผู้ ดูแล ทรัพย์ สมบัติ ทั้งหมด ของ เขา ว่า“ จง เอา มือ ของ เจ้า ไว้ ที่ หว่าง ขา ของ เรา {24:3} ขอ ให้ เจ้า สาบาน ต่อ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ผู้ สร้าง สวรรค์ และ โลก ว่า เจ้า จะ ไม่ หา ลูกสาว ของ ชาว คา นา อัน ซึ่ง เป็น หมู่ ชน ที่ เรา อาศัย อยู่ นี้ มา เป็น ภรรยา ลูกชาย ของ เรา {24:4} แต่ จะ ไป ยัง บ้าน เกิด และ ญาติ พี่น้อง ของ เรา เพื่อ หา ภรรยา ให้ อิส อัค ลูกชาย ของ เรา” {24:5} คน รับใช้ นั้น จึง ถาม เขา ว่า“ หาก หญิง สาว นั้น ไม่ ยอม จาก บ้าน ตาม ข้าพเจ้า มา ยัง ดินแดน นี้ เล่า? ข้าพเจ้า ควร จะ พา ลูกชาย ของ ท่าน กลับ ไป ยัง บ้านเมือง ที่ ท่าน จาก มา หรือ?” {24:6} อับราฮัม กล่าว ว่า“ อย่า พา ลูกชาย ของ เรา กลับ ไป ที่ นั่น เด็ดขาด {24:7} พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ผู้ สร้าง สวรรค์ ผู้ ทรง นำ เรา ออก มา จาก ครัว เรือน ของ บิดา และ จาก บ้าน เกิด เมือง นอน ของ เรา ผู้ ซึ่ง ได้ ตรัส และ สัญญา กับ เรา โดย คำ ปฏิญาณ ได้ ตรัส ว่า‘ เรา จะ มอบ ดินแดน นี้ แก่ เชื้อสาย ของ เจ้า’ พระองค์ จะ ทรง ให้ ทูต ของ พระองค์ นำ เจ้า ไป เพื่อ เจ้า จะ หา ภรรยา ให้ ลูกชาย ของ เรา จาก ที่ นั่น {24:8} ถ้า หญิง นั้น ไม่ เต็ม ใจ จะ กลับ มา กับ เจ้า เจ้า ก็ พ้น จาก คำ สาบาน นี้ แต่ อย่า พา ลูกชาย ของ เรา กลับ ไป ที่ นั่น เด็ดขาด” {24:9} ดังนั้น คน รับใช้ จึง เอา มือ ไว้ ที่ หว่าง ขา ของ อับราฮัม ผู้ เป็น นาย และ ให้ คำ สาบาน ต่อ เขา ใน เรื่อง นี้ {24:10} แล้ว คน รับใช้ นั้น จึง นำ อูฐ ของ นาย สิบ ตัว บรรทุก ของ มี ค่า ทุก ประเภท จาก นาย ของ เขา ออก เดินทาง ไป อา รัม นา หะ รา อิม และ มุ่งหน้า ไป ยัง เมือง ของ นา โฮร์ {24:11} เขา ให้ อูฐ หมอบ ลง พัก ใกล้ บ่อ น้ำ นอก เมือง ขณะ นั้น ใกล้ เวลา เย็น แล้ว ซึ่ง เป็น เวลา ที่ พวก ผู้หญิง พา กัน ออก มา ตัก น้ำ {24:12} แล้ว เขา อธิษฐาน ว่า“ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ อับราฮัม นาย ของ ข้า พระองค์ ขอ ประทาน ความ สำเร็จ แก่ ข้า พระองค์ ใน วัน นี้ และ ขอ ทรง เมตตา อับราฮัม นาย ของ ข้า พระองค์ ตาม ที่ ทรง สัญญา ไว้ {24:13} ดู เถิด ข้า พระองค์ ยืน อยู่ ที่ ข้าง บ่อ น้ำ นี้ และ สาวๆ ใน เมือง กำลัง ออก มา ตัก น้ำ {24:14} ถ้า หาก ข้า พระองค์ พูด กับ หญิง สาว คน ใด ว่า‘ ขอ น้ำ ใน ถัง ของ เธอ ให้ ฉัน ดื่ม หน่อย’ แล้ว นาง ตอบ ว่า‘ เชิญ ดื่ม เถิด และ ฉัน จะ ตัก น้ำ ให้ อูฐ ของ ท่าน ด้วย’ ก็ ถือ ว่า นาง เป็น ผู้ ที่ พระองค์ ทรง เลือกสรร ไว้ ให้ อิส อัค ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ หาก เป็น ไป ตาม นี้ ข้า พระองค์ ก็ จะ รู้ ว่า พระองค์ ได้ ทรง เมตตา นาย ของ ข้า พระองค์ แล้ว” {24:15} ขณะ ที่ เขา อธิษฐาน ยัง ไม่ ทัน จบ เร เบคาห์ ก็ แบก ถัง น้ำ ใส่ บ่า ออก มา นาง เป็น บุตร สาว ของ เบธูเอล ผู้ เป็น บุตร ชาย ของ มิ ลคาห์มิลคาห์ เป็น ภรรยา ของ นา โฮร์ น้อง ชาย ของ อับราฮัม {24:16} เร เบคาห์ เป็น หญิง งาม มาก เป็น สาว พรหมจารี ไม่ เคย หลับ นอน กับ ผู้ชาย เธอ ลง ไป ที่ บ่อ น้ำ เติม น้ำ เต็ม ถัง แล้ว ก็ ขึ้น มา {24:17} คน รับใช้ นั้น รีบ วิ่ง ไป หา นาง และ กล่าว ว่า“ ขอ น้ำ ใน ถัง ของ เธอ ให้ ฉัน หน่อย เถิด” {24:18} นาง ตอบ ว่า“ นาย เจ้าข้า เชิญ ดื่ม เถิด” แล้ว นาง ก็ รีบ ยก ถัง ลง ให้ เขา ดื่ม ทันที {24:19} หลัง จาก ให้ เขา ดื่ม น้ำ แล้ว นาง ก็ พูด ว่า“ ฉัน จะ ตัก น้ำ ให้ อูฐ ของ ท่าน กิน จน อิ่ม ด้วย” {24:20} เธอ จึง รีบ เท น้ำ ทั้งหมด จาก ถัง ลง ใน ราง แล้ว วิ่ง ไป ที่ บ่อ ตัก น้ำ ให้ อูฐ จน ทุก ตัว กิน อิ่ม {24:21} ชาย นั้น เฝ้า สังเกต ดู นาง อยู่ เงียบๆ เพื่อ ดู ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง ให้การ เดินทาง ของ เขา ประสบ ความ สำเร็จ แล้ว หรือ ไม่ {24:22} เมื่อ อูฐ ทุก ตัว กิน น้ำ อิ่ม แล้ว เขา ก็ หยิบ ห่วง จมูก ทองคำ หนัก ราว สอง สลึง และ กำไล ทอง คู่ หนึ่ง หนัก ราว 7 บาท ออก มา {24:23} และ เขา ถาม ว่า“ เธอ เป็น ลูกเต้า เหล่า ใคร กรุณา บอก ฉัน เถิด ว่าที่ บ้าน บิดา ของ เธอ มี ที่ ว่าง ให้ พวก เรา พัก ค้างคืน ได้ ไหม?” {24:24} นาง ตอบ เขา ว่า“ ฉัน เป็น ลูกสาว ของ เบธูเอล บุตร ชาย ของ มิ ลคาห์กับนาโฮร์” {24:25} และ นาง กล่าว ต่อ ไป ว่า“ เรา มี ฟาง กับ อาหาร สัตว์ มากมาย พร้อม ทั้ง ที่ ว่าง ให้ ท่าน พัก ค้างคืน ด้วย” {24:26} แล้ว เขา จึง ก้ม ลง กราบ นมัสการ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {24:27} และ กล่าว ว่า“ สรรเสริญ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ อับราฮัม นาย ของ ข้า พระองค์ ผู้ ไม่ ได้ ทรง ละทิ้ง ความ เมตตา และ ความ ซื่อสัตย์ ของ พระองค์ ต่อ นาย ของ ข้า พระองค์ ส่วน ข้า พระองค์ นั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง นำ ข้า พระองค์ ให้ เดินทาง มา ถึง บ้าน พี่น้อง นาย ของ ข้า พระองค์” {24:28} นาง จึง วิ่ง กลับ ไป บอก เรื่อง นี้ แก่ คน ที่ บ้าน ของ มารดา {24:29} เร เบคาห์ มี พี่ ชาย คน หนึ่ง ชื่อ ลา บัน แล้ว ลา บัน รีบรุด มา พบ ชาย นั้น ที่ บ่อ น้ำ {24:30} ทันที ที่ เขา เห็น ห่วง จมูก และ กำไล ที่ ข้อ มือ ของ น้อง สาว และ ได้ ฟัง เร เบคาห์ เล่า สิ่ง ที่ ชาย คน นั้น พูด กับ นาง แล้ว เขา ก็ ออก ไป หา ชาย คน นั้น และ พบ เขา ยืน อยู่ ข้าง บ่อ น้ำ กับ ฝูง อูฐ {24:31} ลา บัน กล่าว ว่า“ มา เถิด ท่าน ผู้ ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อวยพร ทำไม ท่าน จึง ยืน อยู่ ข้าง นอก ตรง นี้? เรา ได้ จัด บ้าน ไว้ และ เตรียม ที่ สำหรับ ฝูง อูฐ แล้ว” {24:32} ชาย นั้น จึง ไป ที่ บ้าน มี คน มา ปลด สัมภาระ ลง จาก ฝูง อูฐ ให้ ฟาง และ อาหาร แก่ พวก มัน และ จัด หา น้ำ มา ให้ เขา และ คน ของ เขา ล้าง เท้า {24:33} แล้ว ยก อาหาร มา ตั้ง ตรง หน้า ชาย นั้น แต่ เขา กล่าว ว่า“ ข้าพเจ้า จะ ยัง ไม่ รับประทาน จน กว่า จะ ได้ บอก ให้ ท่าน รู้ ถึง สิ่ง ที่ ข้าพเจ้า จำเป็น จะ ต้อง พูด” ลา บัน กล่าว ว่า“ ถ้า อย่าง นั้น จง บอก เรา เถิด” {24:34} เขา จึง พูด ว่า“ ข้าพเจ้า เป็น คน รับใช้ ของ อับราฮัม {24:35} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อวยพร นาย ของ ข้าพเจ้า อย่าง ล้นเหลือ จน ท่าน กลาย เป็น คน มั่งคั่ง พระองค์ ประทาน ฝูง แกะ ฝูง วัว อูฐ ลา เงิน และ ทอง ตลอด จน คน รับใช้ ชาย หญิง {24:36} ต่อ มา นาง ซา ราห์ ภรรยา ของ นาย คลอด ลูกชาย คน หนึ่ง ให้ นาย เมื่อ นาง อายุ มาก แล้ว และ นาย ยก ทรัพย์ สมบัติ ทั้งหมด ให้ ลูก คน นี้ {24:37} แล้ว นาย ก็ ให้ ข้าพเจ้า สาบาน และ กล่าว ว่า‘ เจ้า จะ ต้อง ไม่ หา ลูกสาว ของ ชาว คา นา อัน ซึ่ง เป็น เจ้าของ ดินแดน ที่ เรา อาศัย อยู่ นี้ มา เป็น ภรรยา ของ ลูกชาย เรา {24:38} แต่ จง ไป ยัง ครอบครัว บิดา ของ เรา ไป ยัง ญาติ พี่น้อง ของ เรา และ หา ภรรยา ให้ ลูกชาย ของ เรา’ {24:39} “ แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ถาม นาย ว่า‘ ถ้า หญิง นั้น ไม่ ยอม ตาม ข้าพเจ้า มา เล่า?’ {24:40} “ นาย ตอบ ว่า‘ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ที่ เรา ดำเนิน ชีวิต อยู่ ใน ทาง ของ พระองค์ นั้น จะ ทรง ส่ง ทูต ของ พระองค์ ไป กับ เจ้า และ จะ ทรง ทำให้ การ เดินทาง ของ เจ้า ประสบ ความ สำเร็จ เพื่อ เจ้า จะ สามารถ หา ภรรยา ให้ ลูกชาย ของ เรา จาก ญาติ พี่น้อง ของ เรา และ จาก ครอบครัว บิดา ของ เรา {24:41} เมื่อ เจ้า ไป หา ญาติ พี่น้อง ของ เรา แล้ว เจ้า ก็ พ้น จาก คำ สาบาน ที่ ให้ กับ เรา ถึง แม้ ว่า พวก เขา ไม่ ยอม ยก นาง ให้ เจ้า เจ้า ก็ จะ พ้น จาก คำ สาบาน’ {24:42} “ วัน นี้ เมื่อ ข้าพเจ้า มา ถึง บ่อ น้ำ ก็ อธิษฐาน ว่า‘ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ อับราฮัม นาย ของ ข้า พระองค์ ถ้า เป็น พระ ประสงค์ ของ พระองค์ โปรด ให้การ เดินทาง ของ ข้า พระองค์ ครั้ง นี้ ประสบ ความ สำเร็จ {24:43} ดู เถิด ข้า พระองค์ กำลัง ยืน อยู่ ข้าง บ่อ น้ำ ถ้า หญิง สาว คน หนึ่ง ออก มา ตัก น้ำ และ ข้า พระองค์ พูด กับ นาง ว่า“ กรุณา ให้ ฉัน ดื่ม น้ำ จาก ถัง ของ เธอ สัก หน่อย เถิด” {24:44} และ ถ้า นาง ตอบ ว่า“ เชิญ ดื่ม เถิด และ ฉัน จะ ตัก น้ำ ให้ อูฐ ของ ท่าน ด้วย” ก็ ขอ ให้ นาง เป็น ผู้ ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เลือกสรร ไว้ ให้ ลูกชาย ของ นาย ข้าพเจ้า’ {24:45} “ ก่อน ที่ ข้าพเจ้า จะ จบ คำ อธิษฐาน ใน ใจ เร เบคาห์ เดิน ออก มา พร้อม กับ แบก ถัง น้ำ บน บ่า นาง เดิน ไป ที่ บ่อ น้ำ และ ตัก น้ำ แล้ว ข้าพเจ้า ก็ พูด กับ นาง ว่า‘ ขอ น้ำ ให้ ฉัน ดื่ม หน่อย เถิด’ {24:46} “ นาง ก็ รีบ ยก ถัง ลง มา จาก บ่า และ บอก ว่า‘ เชิญ ดื่ม เถิด และ ฉัน จะ ตัก น้ำ ให้ ฝูง อูฐ ของ ท่าน ด้วย’ ดังนั้น ข้าพเจ้า จึง ดื่ม และ นาง ก็ ตัก น้ำ ให้ ฝูง อูฐ ด้วย {24:47} “ ข้าพเจ้า ถาม นาง ว่า‘ เธอ เป็น ลูกเต้า เหล่า ใคร?’“ นาง ก็ ตอบ ว่า‘ เป็น ลูกสาว ของ เบธูเอล ผู้ เป็น บุตร ของ นา โฮร์กับมิลคาห์’“ ข้าพเจ้า จึง สวม ห่วง ที่ จมูก ของ นาง และ สวม กำไล ที่ แขน ของ นาง {24:48} แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ก้ม ลง กราบ นมัสการ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้า สรรเสริญ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ อับราฮัม นาย ของ ข้าพเจ้า พระองค์ ทรง นำ ข้าพเจ้า มา ถูก ทาง เพื่อ จะ ได้ นำ หลาน สาว ของ น้อง ชาย นาย ข้าพเจ้า ไป ให้ แก่ ลูกชาย ของ เขา {24:49} บัดนี้ ถ้า ท่าน จะ กรุณา นาย ของ ข้าพเจ้า ขอบ อก ข้าพเจ้า และ ถ้า ท่าน จะ ปฏิเสธ ก็ โปรด บอก ข้าพเจ้า เถิด เพื่อ ข้าพเจ้า จะ ได้ รู้ ว่า ควร ทำ อย่างไร ต่อ ไป” {24:50} ลา บัน กับ เบธูเอล จึง ตอบ ว่า“ เรื่อง นี้ เป็น มา จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไม่ ว่า จะ ดี หรือ ร้าย ก็ ขอ ให้ เป็น ไป ตาม นั้น {24:51} เร เบคาห์ อยู่ นี่ พา นาง ไป เถิด ให้ นาง ไป เป็น ภรรยา ลูกชาย เจ้านาย ของ ท่าน ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง นำ” {24:52} เมื่อ คน รับใช้ ของ อับราฮัม ได้ยิน เช่น นั้น ก็ ก้ม กราบ ลง ถึง พื้น นมัสการ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {24:53} แล้ว คน รับใช้ หยิบ แก้ว แหวน เงิน ทอง และ เสื้อ ผ้า อาภรณ์ ให้ นาง เร เบคาห์ และ ให้ ของขวัญ ล้ำ ค่า ต่างๆ แก่ พี่ ชาย และ มารดา ของ นาง {24:54} แล้ว คน รับใช้ นั้น กับ คน ของ เขา ก็ กิน ดื่ม และ พัก ค้างคืน ที่ นั่น เมื่อ พวก เขา ตื่น ขึ้น ใน เช้า วัน ต่อ มา คน รับใช้ นั้น จึง กล่าว ว่า“ โปรด ส่ง ข้าพเจ้า กลับ ไป หา นาย ของ ข้าพเจ้า เถิด” {24:55} แต่ พี่ ชาย และ มารดา ของ เร เบคาห์ตอบว่า“ ขอ ให้ นาง อยู่ กับ เรา อีก สัก สิบ วัน แล้ว ท่าน ค่อย ไป” {24:56} แต่ คน รับใช้ นั้น กล่าว กับ พวก เขา ว่า“ อย่า รั้ง ข้าพเจ้า ไว้ เลย ใน เมื่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ประทาน ความ สำเร็จ แก่ การ เดินทาง ของ ข้าพเจ้า แล้ว ขอ ได้ ส่ง ข้าพเจ้า กลับ ไป หา นาย ของ ข้าพเจ้า เถิด” {24:57} แล้ว พวก เขา จึง กล่าว ว่า“ ให้ เรา เรียก นาง มา ถาม ดู” {24:58} ดังนั้น พวก เขา จึง เรียก เร เบคาห์ มา ถาม ว่า“ เจ้า จะ ไป กับ ชาย ผู้ นี้ หรือ ไม่?” นาง ตอบ ว่า“ ฉัน จะ ไป” {24:59} พวก เขา จึง ส่ง เร เบคาห์ น้อง สาว ของ เขา ไป พร้อม กับ พี่เลี้ยง ของ นาง และ คน รับใช้ ของ อับราฮัม กับ คน ของ เขา {24:60} พวก เขา อวยพร เร เบคาห์ และ กล่าว กับ นาง ว่า“ น้อง เอ๋ย ขอ ให้ ลูกหลาน ของ เจ้า ทวี ขึ้น เป็น แสน เป็น ล้าน ขอ ให้ วงศ์วาน ของ เจ้า ครอบครอง ประตู เมือง ของ ศัตรู” {24:61} จาก นั้น เร เบคาห์ กับ บรรดา สาวใช้ ของ นาง ก็ เตรียม ตัว ไว้ พร้อม และ ขึ้น อูฐ ออก เดินทาง กลับ ไป พร้อม กับ คน รับใช้ นั้น ดังนั้น คน รับใช้ ก็ พา เร เบคาห์จากไป {24:62} ฝ่าย อิส อัค กลับ มา จาก เบเออร์ ลา ไฮ รอย เพราะ เขา อยู่ ใน เนเกบ {24:63} เย็น วัน หนึ่ง เขา ออก ไป ที่ ท้อง ทุ่ง เดิน คิด ใคร่ครวญ อยู่ และ เมื่อ เขา เงย หน้า ขึ้น ก็ เห็น ขบวน อูฐ กำลัง เคลื่อน เข้า มา {24:64} เร เบคาห์ ก็ เงย หน้า ขึ้น มอง เห็น อิส อัค นาง ลง มา จาก อูฐ {24:65} และ ถาม คน รับใช้ นั้น ว่า“ ชาย คน ที่ เดิน ลัด ทุ่ง มา หา เรา นั้น คือ ใคร?” คน รับใช้ นั้น ตอบ ว่า“ ท่าน เป็น นาย ของ ข้าพเจ้า” นาง จึง หยิบ ผ้า มา คลุม หน้า {24:66} แล้ว คน รับใช้ นั้น ก็ เล่า ทุก สิ่ง ที่ เขา ทำให้ อิส อัคฟัง {24:67} อิส อัค ก็ นำ เร เบคาห์ เข้า ไป ใน เต็นท์ ที่ ซา ราห์ ผู้ เป็น มารดา ของ เขา เคย อาศัย และ แต่งงาน กับ เร เบคาห์ ดังนั้น นาง จึง มา เป็น ภรรยา ของ เขา และ เขา รัก นาง และ อิส อัค ก็ คลาย ความ เศร้าโศก ที่ มารดา ของ เขา เสีย ชีวิต {i25:1} อับราฮัม สิ้น ชีวิต (1 พศด.1:32-33) {25:1} อับราฮัม ได้ มี ภรรยา อีก คน หนึ่ง ชื่อ เค ทู ราห์ {25:2} นาง ให้ กำเนิด บุตร แก่ เขา คือ ศิม ราน โยก ชาน เม ดาน มีเดีย นอิช บาก และ ชู อาห์ {25:3} โยก ชาน มี บุตร ชาย ชื่อ เช บา และ เด ดาน ลูกหลาน ของ เด ดาน คือ พวก อัสชูริมเล ทู ชิม และ เลอุมมิม {25:4} บุตร ของ มีเดีย นคือเอฟาห์เอเฟอร์ฮาโนค อา บี ดา และ เอ ลดา อาห์ ทั้งหมด นี้ คือ ลูกหลาน ของ นาง เค ทู ราห์ {25:5} อับราฮัม ยก ทุก สิ่ง ที่ เขา มี ให้ อิส อัค {25:6} แต่ ขณะ ที่ ยัง มี ชีวิต อยู่ เขา ก็ ได้ ให้ ของ บาง อย่าง แก่ บุตร ทั้งหลาย ที่ เกิด จาก บรรดา ภรรยา น้อย และ ส่ง คน เหล่า นั้น ออก ไป ยัง ดินแดน ทาง ทิศ ตะวัน ออก แยก ไป จาก อิส อัค บุตร ของ เขา {25:7} อับราฮัม มี อายุ รวม ทั้งหมด 175 ปี {25:8} แล้ว อับราฮัม ก็ สิ้น ลมหายใจ เมื่อ ชรา มาก แล้ว เขา เป็น ชาย ชรา อายุ ยืน ยาว และ เขา ก็ ถูก รวม ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา {25:9} อิส อัคกับอิชมาเอล บุตร ของ อับราฮัม จึง ฝัง เขา ไว้ ใน ถ้ำ มัค เปลาห์ใกล้มัม เร ใน ทุ่ง ของ เอ โฟ รน บุตร ของ โศหาร์ชาวฮิตไทต์ {25:10} คือ ทุ่ง ที่ อับราฮัม ได้ ซื้อ จาก ชาว ฮิต ไทต์ อับราฮัม ถูก ฝัง ไว้ กับ ซา ราห์ ภรรยา ของ เขา ที่ นั่น {25:11} หลัง จาก ที่ อับราฮัม สิ้น ชีวิต แล้ว พระเจ้า ทรง อวยพร อิส อัค บุตร ชาย ของ เขา ขณะ นั้น อิส อัค อาศัย อยู่ ที่ เบเออร์ ลา ไฮ รอย {i25:12} เชื้อสาย ของ อิชมาเอล (1 พศด.1:29-31) {25:12} นี่ คือ เรื่องราว ของ อิชมาเอล บุตร ชาย ของ อับราฮัม ที่ เกิด จาก นาง ฮา การ์ สาวใช้ ชาว อียิปต์ ของ นาง ซา ราห์ {25:13} ต่อ ไป นี้ เป็น รายชื่อ บุตร ทั้งหลาย ของ อิชมาเอล เรียง ตาม ลำดับ อายุ ได้แก่ เนบาโยท บุตร หัว ปี ของ อิชมาเอลเคดาร์ อัด บี เอ ลมิบสัม {25:14} มิ ช มา ดู มาห์ มัสสา {25:15} ฮา ดัด เท มา เย ทูร์นาฟิช และ เค เด มาห์ {25:16} คน เหล่า นี้ คือ บุตร ของ อิชมาเอล เป็น ชื่อ ของ หัวหน้า เผ่า ทั้ง สิบ สอง เผ่า ตาม ถิ่น ฐาน และ ค่าย ของ เขา {25:17} อิชมาเอล มี อายุ รวม ทั้งหมด 137 ปี แล้ว ก็ สิ้น ลมหายใจ และ เขา ก็ ถูก รวม ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา {25:18} ลูกหลาน ของ เขา ตั้ง ถิ่น ฐาน อยู่ ทั่ว ดินแดน จาก เมือง ฮา วิลาห์ ไป ถึง เมือง ชูร์ ใกล้ ชาย แดน อียิปต์ บน เส้นทาง ไป ยัง เมือง อัสชูร์ และ พวก เขา อยู่ ประจันหน้า กับ พี่น้อง ทั้งปวง ของ เขา {i25:19} ยา โค บ และ เอ ซาว {25:19} นี่ คือ เรื่องราว ของ อิส อัค บุตร ชาย ของ อับราฮัม อับราฮัม ได้ เป็น บิดา ของ อิส อัค {25:20} อิส อัค อายุ ได้ สี่ สิบ ปี เมื่อ เขา แต่งงาน กับ เร เบคาห์ บุตร สาว ของ เบธูเอล ชาว อา รัม จาก ถิ่น ปัด ดาน อา รัม และ เป็น น้อง สาว ของ ลา บัน ชาว อา รัม {25:21} อิส อัค อธิษฐาน ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เพื่อ ภรรยา เพราะ นาง เป็น หมัน และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ตอบ คำ อธิษฐาน ของ เขา นาง เร เบคาห์ ผู้ เป็น ภรรยา ก็ ได้ ตั้ง ครรภ์ {25:22} ทารก ใน ท้อง เบียด ดัน กัน จน นาง ร้อง ว่า“ ทำไม ฉัน จึง ต้อง เจอ เรื่อง นี้?” ดังนั้น นาง จึง ไป ทูล ถาม องค์ พระผู้เป็นเจ้า {25:23} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ นาง ว่า“ สอง ชน ชาติ อยู่ ใน ครรภ์ ของ เจ้า สอง ชน ชาติ ที่ เกิด จาก ตัว เจ้า จะ แยก ออก จาก กันชน ชาติ หนึ่ง จะ แข็งแกร่ง กว่า อีก ชน ชาติ หนึ่ง และ พี่ จะ รับใช้ น้อง” {25:24} เมื่อ ถึง กำหนด คลอด ปรากฏ ว่า มี ลูก แฝด ชาย อยู่ ใน ครรภ์ ของ นาง {25:25} คน แรก ที่ เกิด มา ตัว แดง มี ขน ทั่ว ตัว เหมือน เสื้อ ขนสัตว์ ดังนั้น พวก เขา จึง ตั้ง ชื่อ ให้ ว่า เอ ซาว {25:26} หลัง จาก นั้น น้อง ชาย ของ เขา ก็ คลอด ออก มา มือ ของ เขา จับ ส้น เท้า ของ เอ ซาว ไว้ ดังนั้น เขา จึง ได้ ชื่อ ว่า ยา โค บอิสอัค อายุ หก สิบ ปี เมื่อ เร เบคาห์ ให้ กำเนิด บุตร ชาย ทั้ง สอง {25:27} เด็ก ชาย ทั้ง สอง คน เติบ โต ขึ้น เอ ซาว เป็น นายพราน ผู้ ช่ำชอง เป็น คน ที่ ชอบ ใช้ ชีวิต ใน ทุ่ง กว้าง ส่วน ยา โค บ เป็น คน ชอบ อยู่ กับ บ้าน อยู่ ตาม เต็นท์ ต่างๆ {25:28} อิส อัค ชอบ กิน เนื้อ สัตว์ ที่ ล่า มา ได้ เขา จึง รัก เอ ซาว แต่ เร เบคาห์ รัก ยา โค บ {25:29} ครั้ง หนึ่ง ขณะ ที่ ยา โค บ กำลัง ทำ อาหาร เอ ซาว กลับ มา จาก ทุ่ง กว้าง และ กำลัง หิว จัด {25:30} เขา กล่าว กับ ยา โค บว่า“ เร็ว เข้า ให้ ฉัน กิน อะไร แดงๆ ที่ ต้ม อยู่ นั่น สัก หน่อย! ฉัน หิว จะ ตาย อยู่ แล้ว!” (เขา จึง มี อีก ชื่อ หนึ่ง ว่า เอ โดม) {25:31} ยา โค บตอบว่า“ ขาย สิทธิ์ บุตร หัว ปี ของ พี่ ให้ ฉัน ก่อน” {25:32} เอ ซาว ตอบ ว่า“ ดู สิ ฉัน กำลัง จะ ตาย อยู่ แล้ว สิทธิ์ บุตร หัว ปี จะ มี ประโยชน์ อะไร ต่อ ฉัน?” {25:33} แต่ ยา โค บก ล่า วว่า“ สาบาน กับ ฉัน ก่อน” ดังนั้น เอ ซาว จึง สาบาน กับ เขา ขาย สิทธิ์ บุตร หัว ปี ให้ แก่ ยา โค บ {25:34} แล้ว ยา โค บ จึง แบ่ง ขนม ปัง และ ถั่ว แดง ต้ม ให้ เอ ซาว เขา ก็ กิน ดื่ม แล้ว ก็ ลุก จาก ไป เห็น ได้ ว่า เอ ซาว ได้ ดูถูก สิทธิ์ บุตร หัว ปี ของ ตน {i26:1} อิส อัค และ อา บี เม เลค (ปฐก.12:10-20;20:1-18) {26:1} ต่อ มา เกิด การ กันดาร อาหาร ใน ดินแดน นั้น อีก ครั้ง หนึ่ง นอกเหนือ จาก การ กันดาร อาหาร ที่ เคย เกิด ขึ้น ใน สมัย อับราฮัม อิส อัค จึง ไป หา กษัตริย์ อา บี เม เลคชาวฟีลิสเตีย ที่ เมือง เก ราร์ {26:2} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ปรากฏ แก่ อิส อัค และ ตรัส ว่า“ อย่า ลง ไป อียิปต์ จง อยู่ ใน แผ่นดิน นี้ อย่าง ที่ เรา บอก เจ้า {26:3} จง อาศัย ใน แผ่นดิน นี้ สัก ระยะ หนึ่ง เพื่อ เรา จะ อยู่ ช่วย เจ้า และ อวยพร เจ้า เพราะ เรา จะ ยก ดินแดน ทั้งหมด นี้ ให้ แก่ เจ้า กับ ลูกหลาน ของ เจ้า และ จะ ทำให้ คำ ปฏิญาณ ที่ เรา ได้ สาบาน ไว้ กับ อับราฮัม บิดา ของ เจ้า สำเร็จ {26:4} เรา จะ ทำให้ ลูกหลาน ของ เจ้า มี จำนวน มากมาย เหมือน ดวง ดาว ใน ท้อง ฟ้า และ จะ ยก ดินแดน ทั้งหมด นี้ ให้ แก่ พวก เขา และ ประชาชาติ ทั่ว โลก จะ ได้ รับ พร ผ่าน ทาง วงศ์วาน ของ เจ้า {26:5} ทั้งนี้ เพราะ อับราฮัม ได้ เชื่อฟัง เรา และ รักษา ข้อ กำหนด คำ บัญชา กฎหมาย และ บทบัญญัติ ของ เรา” {26:6} ฉะนั้น อิส อัค ยัง คง อยู่ ที่ เมือง เก ราร์ {26:7} เมื่อ ผู้คน ที่ นั่น ถาม เรื่อง ภรรยา ของ เขา เขา ก็ ตอบ ว่า“ นาง เป็น น้อง สาว ของ ข้าพเจ้า” เพราะ เขา ไม่ กล้า บอก ว่า“ นาง เป็น ภรรยา ของ ข้าพเจ้า” เขา คิด ว่า“ ผู้ชาย ถิ่น นี้ อาจ จะ ฆ่า ฉัน เพราะ เร เบคาห์ เป็น เหตุ เนื่อง จาก นาง เป็น คน สวย” {26:8} เมื่อ อิส อัค อยู่ ที่ นั่น เป็น เวลา นาน แล้ว กษัตริย์ อา บี เม เลคของชาวฟีลิสเตีย มอง ลง มา จาก หน้าต่าง และ เห็น อิส อัค คลอเคลีย อยู่ กับ เร เบคาห์ ภรรยา ของ เขา {26:9} อา บี เม เลค จึง บัญชา ให้ นำ ตัว อิส อัค มา และ กล่าว ว่า“ แท้ จริง นาง เป็น ภรรยา ของ ท่าน! ทำไม ท่าน จึง บอก ว่า‘ นาง เป็น น้อง สาว’?” อิส อัคตอบว่า“ เพราะ ข้าพเจ้า คิด ว่า ตนเอง อาจ จะ ต้อง ตาย เพราะ นาง” {26:10} อา บี เม เลค จึง กล่าว ว่า“ ทำไม ท่าน ทำ กับ เรา อย่าง นี้? ถ้า หาก ว่า มี ชาย ใด ไป นอน กับ ภรรยา ของ ท่าน ท่าน ก็ จะ นำ ความ ผิด มา ตก อยู่ กับ พวก เรา” {26:11} ดังนั้น อา บี เม เลค จึง ออก คำ สั่ง ถึง คน ทั้งปวง ว่า“ ผู้ ใด ก็ ตาม ที่ ล่วงเกิน ชาย คน นี้ หรือ ภรรยา ของ เขา จะ ถูก ประหาร ชีวิต อย่าง แน่นอน” {26:12} อิส อัค ปลูก พืช ผล ใน ดินแดน นั้น และ ใน ปี เดียวกัน ก็ เก็บเกี่ยว ได้ ร้อย เท่า เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อวยพร เขา {26:13} เขา ก็ มั่งมี ขึ้น ความ มั่งคั่ง ของ เขา ก็ เพิ่มพูน ขึ้น ทุกที จน เขา กลาย เป็น คน ใหญ่ คน โต {26:14} เขา มี ฝูง แพะ แกะ วัว และ คน รับใช้ มากมาย จน ชาว ฟีลิสเตียอิจฉา {26:15} ดังนั้น พวก ฟีลิสเตีย จึง เอา ดิน ถม บ่อ น้ำ ทั้งหมด ที่ คน รับใช้ ของ อับราฮัม บิดา ของ เขา ได้ ขุด ไว้ ตั้งแต่ สมัย ที่ อับราฮัม ยัง มี ชีวิต อยู่ {26:16} แล้ว อา บี เม เลค กล่าว กับ อิส อัคว่า“ ย้าย ไป อยู่ ที่ อื่น เถิด ตอน นี้ ท่าน มี กำลัง มาก กว่า พวก เรา แล้ว” {26:17} อิส อัค จึง ย้าย ไป จาก ที่ นั่น และ ตั้ง ถิ่น ฐาน ใน หุบเขา เก ราร์ {26:18} อิส อัค ขุด บ่อ น้ำ ต่างๆ ที่ ขุด ใน สมัย อับราฮัม บิดา ของ เขา ขึ้น มา ใหม่ พวก ฟีลิสเตีย ได้ ถม บ่อ น้ำ เหล่า นี้ หลัง จาก ที่ อับราฮัม ตาย ไป แล้ว อิส อัค ก็ ตั้ง ชื่อ ให้ บ่อ น้ำ ตาม ชื่อ เดิม ที่ บิดา เคย ตั้ง ไว้ {26:19} คน รับใช้ ของ อิส อัค ขุด พบ บ่อ น้ำ จืด แห่ง หนึ่ง ใน หุบเขา นั้น {26:20} แต่ คน เลี้ยง สัตว์ เมือง เก ราร์ ทะเลาะ กับ คน เลี้ยง สัตว์ ของ อิส อัค และ กล่าว ว่า“ น้ำ นี้ เป็น ของ เรา!” อิส อัค จึง ตั้ง ชื่อ บ่อ น้ำ นั้น ว่า เอ เสก เพราะ พวก เขา โต้เถียง กัน {26:21} คน ของ อิส อัค จึง ขุด บ่อ น้ำ ขึ้น อีก บ่อ หนึ่ง แต่ มี การ ทะเลาะ กัน เรื่อง บ่อ น้ำ นั้น ด้วย ดังนั้น เขา จึง ตั้ง ชื่อ ว่า สิ ตนาห์ {26:22} เขา ย้าย ไป จาก ที่ นั่น แล้ว ขุด บ่อ น้ำ อีก บ่อ หนึ่ง คราว นี้ ไม่ มี ใคร มาทะ เลาะ เรื่อง บ่อ น้ำ นั้น เขา จึง ตั้ง ชื่อ ว่า เร โหโบท เขา กล่าว ว่า“ บัดนี้ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ประทาน ที่ ให้ เรา และ เรา จะ เจริญ รุ่งเรือง ขึ้น ใน ดินแดน นี้” {26:23} จาก ที่ นั่น เขา ขึ้น ไป ยัง เบเออร์เชบา {26:24} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ปรากฏ แก่ เขา ใน คืน นั้น และ ตรัส ว่า“ เรา คือ พระเจ้า ของ อับราฮัม บิดา ของ เจ้า อย่า กลัว เลย เพราะ เรา อยู่ กับ เจ้า เรา จะ อวยพร เจ้า และ จะ ให้ ลูกหลาน ของ เจ้า ทวี จำนวน ขึ้น เพราะ เห็นแก่ อับราฮัม ผู้ รับใช้ ของ เรา” {26:25} อิส อัค จึง สร้าง แท่น บูชา ขึ้น ที่ นั่น และ นมัสการ ออก พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ เขา ตั้ง เต็นท์ ที่ นั่น และ คน รับใช้ ของ เขา ก็ ขุด บ่อ น้ำ บ่อ หนึ่ง ขึ้น ที่ นั่น ด้วย {26:26} ใน ระหว่าง นั้น กษัตริย์ อา บี เม เลคกับอาหุสซัท ที่ปรึกษา ส่วนพระองค์ และ แม่ทัพ ฟีโคล์ เดินทาง จาก เมือง เก ราร์ มา พบ อิส อัค {26:27} อิส อัค ถาม พวก เขา ว่า“ พวก ท่าน มา หา ข้าพเจ้า ทำไม ใน เมื่อ พวก ท่าน เห็น ว่า ข้าพเจ้า เป็น ศัตรู และ ขับ ไล่ ข้าพเจ้า ออก มา?” {26:28} พวก เขา ตอบ ว่า“ พวก เรา เห็น ชัด ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า สถิต อยู่ กับ ท่าน ดังนั้น พวก เรา จึง พูด ว่า‘ ควร จะ ทำ สัตย์ สาบาน ตกลง กัน ระหว่าง เรา’ คือ ระหว่าง พวก เรา กับ ท่าน ให้ พวก เรา ทำ สนธิสัญญา กับ ท่าน {26:29} ว่า ท่าน จะ ไม่ ทำ อันตราย พวก เรา เหมือน ที่ พวก เรา ไม่ ได้ ทำร้าย ท่าน แต่ ได้ ปฏิบัติ ต่อ ท่าน อย่าง ดี เสมอ มา และ ส่ง ท่าน จาก มา อย่าง สันติ และ บัดนี้ ท่าน ได้ รับ พร จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า” {26:30} อิส อัค จึง จัด งาน เลี้ยง ให้ พวก เขา คน เหล่า นั้น ก็ ได้ กิน ดื่ม {26:31} เช้าตรู่ วัน รุ่งขึ้น ต่าง ฝ่าย ก็ ให้ สัตย์ สาบาน ต่อ กัน จาก นั้น อิส อัค ก็ ส่ง พวก เขา ให้ เดินทาง ต่อ ไป และ พวก เขา ก็ จาก ไป อย่าง สันติ {26:32} ใน วัน นั้น เอง คน รับใช้ ของ อิส อัค มาบ อก เรื่อง บ่อ น้ำ ที่ ขุด ว่า“ เรา พบ น้ำ แล้ว!” {26:33} เขา จึง ตั้ง ชื่อ บ่อ นั้น ว่า ชิ บาห์ และ เมือง นั้น จึง ได้ ชื่อ ว่า เบเออร์เช บา มา จน ถึง ทุก วัน นี้ {i26:34} ยา โค บ ได้ พร จาก อิส อัค {26:34} เมื่อ เอ ซาว อายุ ได้ สี่ สิบ ปี เขา แต่งงาน กับ ยู ดิธ บุตร สาว ของ เบ เออ รี ชาว ฮิต ไทต์ และ กับ บา เส มัท บุตร สาว ของ เอ โลน ชาว ฮิต ไทต์ {26:35} พวก เขา ทำให้ อิส อัคกับเรเบคาห์ ขม ขื่น ใจ {27:1} เมื่อ อิส อัค ชรา แล้ว ดวงตา ของ เขา เสื่อม ลง จน มอง ไม่ เห็น เขา เรียกหา เอ ซาว บุตร ชาย คน โต ว่า“ ลูก เอ๋ย” เอ ซาว ตอบ ว่า“ ลูก อยู่ ที่ นี่” {27:2} อิส อัคกล่าวว่า“ ตอน นี้ พ่อ ก็ แก่ แล้ว จะ ตาย วัน ตาย พรุ่ง ก็ ไม่ รู้ {27:3} บัดนี้ เจ้า จง เอา อาวุธ ของ เจ้า คือ กระบอก ใส่ ลูก ธนู และ คัน ธนู ออก ไป ยัง ทุ่ง กว้าง ล่า สัตว์ ป่า มา ให้ พ่อ {27:4} แล้ว ทำ อาหาร รส ดี แบบ ที่ พ่อ โปรดปราน และ นำ มา ให้ พ่อ กิน พ่อ จะ ได้ ให้ พร ของ พ่อ แก่ เจ้า ก่อน พ่อ ตาย” {27:5} ขณะ ที่ อิส อัค พูด กับ เอ ซาว บุตร ของ เขา อยู่ นั้น นาง เร เบคาห์ ก็ ได้ยิน เมื่อ เอ ซาว ออก ไป ยัง ทุ่ง กว้าง เพื่อ ล่า สัตว์ และ นำ กลับ มา {27:6} เร เบคาห์ ก็ พูด กับ ยา โค บ บุตร ชาย ของ นาง ว่า“ ดู เถิด แม่ ได้ยิน พ่อ ของ เจ้า พูด กับ เอ ซาว พี่ ชาย ของ เจ้า ว่า {27:7} ‘ จง เอา เนื้อที่ ล่า มา ทำ อาหาร รส ดี ให้ กิน พ่อ จะ ได้ ให้ พร ของ พ่อ แก่ เจ้า ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ก่อน พ่อ ตาย’ {27:8} ลูก เอ๋ย ฟัง ให้ ดี และ จง ทำ ตาม ที่ แม่ สั่ง {27:9} ไป ที่ ฝูง สัตว์ คัด ลูก แพะ อย่าง ดี สอง ตัว มา ให้ แม่ แม่ จะ ได้ ทำ อาหาร รส ดี ให้ พ่อ ของ เจ้า อย่าง ที่ พ่อ เจ้า โปรดปราน {27:10} แล้ว เจ้า จง นำ ไป ให้ พ่อ ของ เจ้า กิน เพื่อ เขา จะ ได้ ให้ พร ของ เขา แก่ เจ้า ก่อน ที่ เขา จะ ตาย” {27:11} ยา โค บ พูด กับ นาง เร เบคาห์ มารดา ของ เขา ว่า“ แต่ เอ ซาว พี่ ชาย ของ ลูก นั้น ขน ดก ส่วน ลูก เป็น คน ผิว เกลี้ยง {27:12} ถ้า เกิด พ่อ จับ ต้อง ตัว ลูก เล่า? พ่อ ก็ จะ รู้ ว่า ลูก หลอกลวง ท่าน และ ลูก จะ ถูก สาปแช่ง แทน ที่ จะ ได้ รับ พร” {27:13} มารดา ของ เขา กล่าว ว่า“ ลูก เอ๋ย ขอ ให้ คำ สาปแช่ง นั้น ตก อยู่ กับ แม่ เถิด จง ทำ ตาม ที่ แม่ บอก ไป เอา ลูก แพะ มา ให้ แม่” {27:14} ยา โค บ จึง ออก ไป นำ ลูก แพะ มา ให้ มารดา ของ เขา และ นาง ก็ ทำ อาหาร รส ดี อย่าง ที่ บิดา ของ เขา โปรดปราน {27:15} แล้ว เร เบคาห์ หยิบ เสื้อ ผ้า ที่ ดี ที่สุด ของ เอ ซาว บุตร ชาย คน โต ของ นาง ซึ่ง มี อยู่ ใน บ้าน มา สวม ให้ ยา โค บ บุตร คน เล็ก ของ นาง {27:16} จาก นั้น นาง ยัง ได้ เอา หนัง แพะ หุ้ม แขน และ คอ ที่ เกลี้ยงเกลา ของ เขา {27:17} แล้ว นาง ก็ ยื่น อาหาร รส ดี นั้น และ ขนม ปัง ที่ นาง ทำให้ ยา โค บ บุตร ของ นาง {27:18} เขา เข้า ไป หา บิดา ของ เขา และ พูด ว่า“ พ่อ ขอ รับ” อิส อัคพูดว่า“ มี อะไร หรือ ลูก เจ้า คือ ใคร?” {27:19} ยา โค บก ล่า ว กับ บิดา ว่า“ ลูก คือ เอ ซาว ลูก หัว ปี ของ พ่อ ลูก ได้ ทำ ตาม ที่ พ่อ สั่ง แล้ว โปรด ลุก ขึ้น มา รับประทาน เนื้อที่ ลูก หา มา เพื่อ พ่อ จะ ได้ ให้ พร ของ พ่อ แก่ ลูก” {27:20} อิส อัค ถาม บุตร ชาย ของ เขา ว่า“ ทำไม หา ได้ เร็ว นัก ล่ะ ลูก?” ยา โค บตอบว่า“ ก็ เพราะ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ พ่อ ประทาน ความ สำเร็จ แก่ ลูก” {27:21} แล้ว อิส อัค จึง พูด กับ ยา โค บว่า“ ลูก เอ๋ย เข้า มา ใกล้ๆ ให้ พ่อ คลำ ตัว ลูก ดู จะ ได้ รู้ ว่า เจ้า เป็น เอ ซาว ลูก ของ พ่อ จริง หรือ ไม่?” {27:22} ยา โค บ เข้า ไป ใกล้ อิส อัค บิดา ของ เขา อิส อัค จับ ต้อง ตัว เขา แล้ว คิด ว่า“ เสียง เป็น เสียง ของ ยา โค บ แต่ มือ เป็น มือ ของ เอ ซาว” {27:23} อิส อัค ก็ จำ เขา ไม่ ได้ เพราะ มือ ของ เขา มี ขน ดก เหมือน มือ ของ เอ ซาว พี่ ชาย ของ เขา ดังนั้น อิส อัค จึง เตรียม อวยพร เขา {27:24} อิส อัคถามว่า“ เจ้า คือ เอ ซาว ลูกชาย ของ พ่อ จริงๆ หรือ?” ยา โค บตอบว่า“ ใช่ ขอ รับ” {27:25} แล้ว อิส อัคกล่าวว่า“ ลูก เอ๋ย เอา เนื้อ มา ให้ พ่อ กิน เพื่อ พ่อ จะ ได้ ให้ พร ของ พ่อ แก่ เจ้า” ยา โค บ ยก อาหาร มา ให้ อิส อัค ก็ รับประทาน ยา โค บ นำ เหล้า องุ่น ใหม่ มา ให้ และ อิส อัคก็ดื่ม {27:26} จาก นั้น อิส อัค บิดา ของ เขา ก็ พูด กับ เขา ว่า“ ลูก เอ๋ย มา นี่ สิ มา จูบ คำนับ พ่อ” {27:27} ดังนั้น ยา โค บ จึง เข้า ไป จูบ บิดา เมื่อ อิส อัค ได้ กลิ่น เสื้อ ผ้า ที่ เขา ใส่ อยู่ ก็ อวยพร เขา และ กล่าว ว่า“ ใช่ แล้ว กลิ่น ลูกชาย ของ เรา เหมือน กลิ่น ท้อง ทุ่ง ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อวยพร {27:28} ขอ พระเจ้า ประทาน น้ำค้าง จาก ฟ้า สวรรค์ และ ประทาน ฝน บน แผ่นดิน แก่ เจ้า คือ ให้ อุดม ด้วย ข้าว และ เหล้า องุ่น ใหม่ {27:29} ขอ ให้ ชาติ ทั้งหลาย รับใช้ เจ้า และ ชน ชาติ ต่างๆ น้อม คำนับ เจ้า จง เป็น นาย เหนือ พี่น้อง ของ เจ้า ขอ ให้ บรรดา บุตร ชาย ของ มารดา เจ้า น้อม คำนับ เจ้า ขอ ให้ ทุก คน ที่ แช่ง เจ้า ถูก สาปแช่ง และ ให้ ทุก คน ที่ ให้ พร เจ้า ได้ รับ พร” {27:30} หลัง จาก ที่ อิส อัค อวยพร ยา โค บ จบ แล้ว และ ยา โค บ เพิ่ง จะ ลา บิดา ของ เขา ออก ไป เอ ซาว พี่ ชาย ของ เขา ก็ กลับ มา จาก การ ล่า สัตว์ {27:31} เขา ก็ ทำ อาหาร รส ดี และ นำ มา ให้ บิดา ของ เขา ด้วย แล้ว เอ ซาว กล่าว กับ บิดา ว่า“ เชิญ พ่อ ลุก ขึ้น นั่ง รับประทาน เนื้อที่ ลูก ล่า มา เพื่อ พ่อ จะ ได้ ให้ พร ของ พ่อ แก่ ลูก” {27:32} อิส อัค บิดา ของ เขา ถาม ว่า“ เจ้า เป็น ใคร?” เขา ตอบ ว่า“ ลูกชาย ของ พ่อ เอ ซาว ลูก หัว ปี ของ พ่อ” {27:33} อิส อัค ก็ โกรธ จน ตัว สั่น และ กล่าว ว่า“ แล้ว ใคร กัน เล่า ที่ ได้ ล่า เนื้อ และ นำ มา ให้ พ่อ? พ่อ เพิ่ง กิน ไป ก่อน ที่ เจ้า จะ มา และ พ่อ ได้ อวยพร เขา และ เขา จะ ได้ รับ พร แน่!” {27:34} เมื่อ เอ ซาว ได้ยิน บิดา พูด เช่น นั้น ก็ ร้องไห้ เสียง ดัง ด้วย ความ ขม ขื่น และ พูด กับ บิดา ว่า“ อวยพร ลูก อวยพร ลูก ด้วย เถิด พ่อ” {27:35} แต่ อิส อัคกล่าวว่า“ น้อง ชาย ของ เจ้า มา หลอก เอา พร ของ เจ้า ไป แล้ว” {27:36} เอ ซาว พูด ว่า“ ที่ เขา มี ชื่อ ว่า ยา โค บ ก็ ถูก แล้ว ไม่ ใช่ หรือ? เขา ได้ หลอก ลูก มา สอง ครั้ง แล้ว เขา ได้ เอา สิทธิ์ บุตร หัว ปี ของ ลูก ไป และ คราว นี้ ยัง ได้ เอา พร ของ ลูก ไป อีก!” แล้ว เขา ถาม ว่า“ พ่อ ไม่ มี พร เหลือ ให้ ลูก บ้าง เลย หรือ?” {27:37} อิส อัค ตอบ เอ ซาว ว่า“ พ่อ ได้ ตั้ง ให้ เขา เป็น นาย เหนือ เจ้า และ ให้ ญาติ พี่น้อง ของ เขา ทั้งหมด เป็น คน รับใช้ เขา พ่อ ขอ ให้ พระเจ้า ค้ำ จุน เขา ด้วย ข้าว และ เหล้า องุ่น ใหม่ แล้ว พ่อ จะ ทำ อะไร เพื่อ เจ้า ได้ อีก เล่า ลูก ของ พ่อ เอ๋ย?” {27:38} เอ ซาว กล่าว กับ บิดา อีก ว่า“ พ่อ มี เพียง พร เดียว เท่านั้น หรือ? พ่อ ของ ลูก โปรด อวยพร ลูก ด้วย เถิด พ่อ ของ ลูก!” แล้ว เอ ซาว ก็ ร้องไห้ เสียง ดัง {27:39} อิส อัค บิดา ของ เขา ตอบ ว่า“ ที่ อาศัย ของ เจ้า จะ ห่าง ไกล จาก ฝน บน แผ่นดิน จาก น้ำค้าง แห่ง ฟ้า สวรรค์ เบื้องบน {27:40} เจ้า จะ มี ชีวิต อยู่ ด้วย ดาบ และ เจ้า จะ รับใช้ น้อง ของ เจ้า แต่ เมื่อ เจ้า ทน ไม่ ได้ เจ้า จะ สลัด แอก ของ เขา พ้น จาก คอ ของ เจ้า” {i27:41} ยา โค บ หนี ไป หา ลา บัน {27:41} เอ ซาว เก็บ ความ แค้น ที่ มี ต่อ ยา โค บ ไว้ เพราะ พร ที่ บิดา ได้ ให้ ยา โค บ เขา บอก กับ ตนเอง ว่า“ วัน ไว้ทุกข์ ให้ พ่อ ก็ ใกล้ เข้า มา แล้ว ตอน นั้น เรา จะ ฆ่า ยา โค บ น้อง ชาย ของ เรา” {27:42} เมื่อ มี คน มาบ อก เร เบคาห์ ว่า เอ ซาว บุตร ชาย คน โต ของ นาง พูด ว่า อย่างไร นาง จึง เรียก ยา โค บ บุตร ชาย คน เล็ก มา และ กล่าว กับ เขา ว่า“ เอ ซาว พี่ ชาย ของ เจ้า กำลัง วาง แผน จะ ฆ่า เจ้า เป็น การ ล้าง แค้น {27:43} ลูก เอ๋ย บัดนี้ จง ทำ ตาม ที่ แม่ สั่ง จง รีบ หนี ไป หา ลา บัน พี่ ชาย ของ แม่ ที่ เมือง ฮา ราน {27:44} ไป พัก กับ เขา สัก ระยะ หนึ่ง จน กว่า ความ โกรธเกรี้ยว ของ พี่ เจ้า จะ คลาย ลง {27:45} เมื่อ พี่ ชาย ของ เจ้า หาย โกรธ และ ลืม สิ่ง ที่ เจ้า ทำ ไว้ กับ เขา แม่ ก็ จะ ส่ง คน ไป ตาม ลูก กลับ มา จาก ที่ นั่น แม่ ไม่ อยาก เสีย ลูก ทั้ง สอง คน ไป ใน วัน เดียว” {27:46} แล้ว เร เบคาห์ พูด กับ อิส อัคว่า“ ฉัน จะ ทน อยู่ ต่อ ไป ไม่ ไหว แล้ว เพราะ ผู้หญิง ชาว ฮิต ไทต์ เหล่า นี้ ถ้า ยา โค บ หา ภรรยา จาก หญิง ใน ดินแดน นี้ จาก หญิง ชาว ฮิต ไทต์ อย่าง นี้ ชีวิต ของ ฉัน ก็ ไม่ มี ค่า ที่ จะ อยู่ ต่อ ไป” {28:1} ดังนั้น อิส อัค จึง เรียก ยา โค บ มา และ อวยพร เขา แล้ว สั่ง ว่า“ อย่า แต่งงาน กับ หญิง ชาว คา นา อัน {28:2} จง รีบ ไป ที่ ปัด ดาน อา รัม ไป ยัง บ้าน ของ เบธูเอล ผู้ เป็น บิดา ของ แม่เจ้า แล้ว หา ภรรยา ให้ ตัว เจ้า เอง จาก ที่ นั่น จาก บรรดา ลูกสาว ของ ลา บัน พี่ ชาย ของ แม่เจ้า {28:3} ขอ พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธิ์ อวยพร เจ้า และ ให้ เจ้า มี ลูกหลาน มากมาย ทวี ขึ้น จน เป็น ประชาคม ของ ชน ชาติ ทั้งหลาย {28:4} ขอ พระองค์ ประทาน พร ที่ ประทาน แก่ อับราฮัม ให้ กับ เจ้า และ ลูกหลาน ของ เจ้า เพื่อ เจ้า จะ ได้ กรรมสิทธิ์ ใน ดินแดน ที่ บัดนี้ เจ้า อาศัย อยู่ อย่าง คน ต่าง ด้าว ดินแดน ที่ พระเจ้า ได้ ประทาน แก่ อับราฮัม” {28:5} แล้ว อิส อัค ก็ ส่ง ยา โค บ ให้ ออก เดินทาง ไป และ เขา ก็ ไป ยัง ปัด ดาน อา รัม ไป หา ลา บัน บุตร ชาย ของ เบธูเอล ชาว อา รัม ลา บัน เป็น พี่ ชาย ของ เร เบคาห์ ผู้ เป็น มารดา ของ ยา โค บ และ เอ ซาว {28:6} ฝ่าย เอ ซาว รู้ ว่า อิส อัค ได้ อวยพร ยา โค บ และ ส่ง เขา ไป ที่ ปัด ดาน อา รัม ให้ ไป หา ภรรยา จาก ที่ นั่น และ เมื่อ อวยพร ยา โค บ แล้ว ก็ ได้ สั่ง เขา ว่า“ อย่า แต่งงาน กับ หญิง ชาว คา นา อัน” {28:7} ทั้ง ได้ยิน ว่า ยา โค บ ก็ เชื่อฟัง พ่อ แม่ และ ออก เดินทาง ไป ปัด ดาน อา รัม {28:8} เอ ซาว ก็ ตระหนัก ว่า อิส อัค ผู้ เป็น บิดา ของ เขา ไม่ ชอบ หญิง ชาว คา นา อัน มาก เพียง ใด {28:9} เอ ซาว จึง ไป หา อิชมาเอล แล้ว แต่งงาน กับ นาง มา หะ ลัท น้อง สาว ของ เนบาโยท บุตร สาว ของ อิชมาเอล บุตร ชาย ของ อับราฮัม นอกเหนือ จาก ภรรยา ที่ มี อยู่ แล้ว {i28:10} ความ ฝัน ของ ยา โค บที่เบธเอล {28:10} ยา โค บอ อก จาก เบเออร์เช บา เดินทาง ไป ยัง ฮา ราน {28:11} เขา หยุด พักแรม ใน ที่ แห่ง หนึ่ง เพราะ ดวง อาทิตย์ ลับ ฟ้า ไป แล้ว ยา โค บ เอา หิน ก้อน หนึ่ง จาก ที่ นั่น มา หนุน ศีรษะ และ นอน ที่ นั่น {28:12} เขา ฝัน เห็น บันได ทอด จาก โลก ขึ้น ไป ถึง สวรรค์ และ มี เหล่า ทูต ของ พระเจ้า กำลัง ขึ้น ลง บันได นั้น {28:13} เหนือ บันได นั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ประทับ ยืน อยู่ และ พระองค์ ตรัส ว่า“ เรา คือ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ อับราฮัม และ พระเจ้า ของ อิส อัค บิดา ของ เจ้า เรา จะ ยก แผ่นดิน ที่ เจ้า นอน อยู่ นี้ ให้ กับ เจ้า และ ลูกหลาน ของ เจ้า {28:14} และ ลูกหลาน ของ เจ้า จะ มากมาย เหมือน ธุลี ดิน ของ โลก นี้ และ ดินแดน ของ เจ้า จะ ขยาย ออก ไป ทั่ว ทุก สาร ทิศ ชน ชาติ ทั้งมวล ทั่ว โลก จะ ได้ รับ พร ผ่าน ทาง เจ้า และ วงศ์วาน ของ เจ้า {28:15} เรา อยู่ กับ เจ้า และ จะ ดูแล ปกป้อง เจ้า ไม่ ว่า เจ้า ไป ที่ไหน และ เรา จะ นำ เจ้า กลับ มา ยัง ดินแดน นี้ เรา จะ ไม่ ทิ้ง เจ้า จน กว่า เรา จะ ได้ ทำ สิ่ง ที่ เรา ได้ สัญญา ไว้ กับ เจ้า แล้ว” {28:16} เมื่อ ยา โค บ ตื่น ขึ้น เขา คิด ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อยู่ ที่ นี่ อย่าง แน่นอน แต่ เรา ไม่ รู้ เลย” {28:17} เขา ก็ กลัว และ กล่าว ว่า“ ที่ นี่ เป็น ที่ ศักดิ์สิทธิ์! เป็น พระ นิเวศ ของ พระเจ้า เป็น ประตู สวรรค์” {28:18} เช้าตรู่ วัน รุ่งขึ้น ยา โค บ เอา หิน ที่ หนุน ศีรษะ ตั้ง ขึ้น เป็น เสา และ เท น้ำมัน ลง บน ยอด ของ หิน นั้น {28:19} เขา จึง เรียก ที่ นั่น ว่า เบธเอล ถึง แม้ ว่า เมือง นั้น เคย มี ชื่อ อยู่ แล้ว ว่า ลูส {28:20} แล้ว ยา โค บ ก็ ปฏิญาณ ว่า“ ถ้า พระเจ้า สถิต กับ ข้า พระองค์ และ ดูแล ปกป้อง ข้า พระองค์ ตลอด การ เดินทาง ครั้ง นี้ ทั้ง ประทาน อาหาร ให้ ข้า พระองค์ รับประทาน และ ประทาน เสื้อ ผ้า ให้ ข้า พระองค์ สวม ใส่ {28:21} เพื่อ ข้า พระองค์ จะ กลับ มา บ้าน บิดา ของ ข้า พระองค์ อย่าง ปลอดภัย แล้ว พระ ยาห์เวห์ จะ เป็น พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ {28:22} และ หิน ที่ ข้า พระองค์ ตั้ง ขึ้น เป็น เสา นี้ จะ เป็น พระ นิเวศ ของ พระเจ้า และ ทุก สิ่ง ที่ พระองค์ ประทาน แก่ ข้า พระองค์ ข้า พระองค์ จะ ถวาย หนึ่ง ใน สิบ แก่ พระองค์” {i29:1} ยา โค บ มา ถึง ปัด ดาน อา รัม {29:1} แล้ว ยา โค บ เดินทาง ต่อ ไป จน ถึง ดินแดน ของ ชน ชาว ตะวัน ออก {29:2} ที่ นั่น เขา มอง เห็น บ่อ น้ำ บ่อ หนึ่ง ใน ท้อง ทุ่ง มี แกะ สาม ฝูง นอน อยู่ ใกล้ๆ บ่อ เพราะ ฝูง แกะ กิน น้ำ จาก บ่อ นี้ ก้อน หิน ที่ ปิด ปาก บ่อ นั้น ใหญ่ มาก {29:3} เมื่อ ฝูง แกะ ทั้งหมด มา พร้อม กัน แล้ว บรรดา คน เลี้ยง แกะ จะ ช่วย กัน เลื่อน ก้อน หิน ออก จาก ปาก บ่อ และ ตัก น้ำ ให้ ฝูง แกะ แล้ว พวก เขา ก็ จะ เอา หิน ปิด ปาก บ่อ ดัง เดิม {29:4} ยา โค บ ถาม คน เลี้ยง แกะ เหล่า นั้น ว่า“ พี่น้อง พวก ท่าน มา จาก ไหน?” พวก เขา ตอบ ว่า“ มา จาก ฮา ราน” {29:5} ยา โค บ จึง ถาม ว่า“ ท่าน รู้จัก ลา บัน หลาน ชาย ของ นา โฮร์หรือไม่?” พวก เขา ตอบ ว่า“ รู้จัก” {29:6} แล้ว ยา โค บ ถาม พวก เขา อีก ว่า“ ลา บัน สบาย ดี หรือ?” คน เลี้ยง แกะ ตอบ ว่า“ เขา สบาย ดี โน่น ไง รา เชล ลูกสาว ของ เขา กำลัง เดิน มา พร้อม กับ ฝูง แกะ” {29:7} ยา โค บก ล่า วว่า“ ดู สิ แดด ยัง จ้า อยู่ เลย ยัง ไม่ ถึง เวลา ที่ จะ รวม ฝูง แกะ จง ให้ น้ำ ฝูง แกะ ดื่ม แล้ว นำ กลับ ไป กิน หญ้า” {29:8} พวก เขา ตอบ ว่า“ ทำ ไม่ ได้ ต้อง รอ จน กว่า ฝูง แกะ ทั้งหมด มา ถึง ที่ นี่ เรา จึง จะ เลื่อน หิน จาก ปาก บ่อ แล้ว จึง ให้ น้ำ แก่ ฝูง แกะ” {29:9} ขณะ ที่ กำลัง พูด คุย กัน อยู่ รา เชล ก็ มา ถึง พร้อม กับ ฝูง แกะ ของ บิดา เพราะ ว่า นาง เป็น คน เลี้ยง แกะ {29:10} เมื่อ ยา โค บเห็นราเชล ลูกสาว ของ ลา บัน พี่ ชาย ของ แม่ และ เห็น ฝูง แกะ ของ ลา บัน เขา จึง ไป ที่ บ่อ น้ำ เลื่อน หิน ออก จาก ปาก บ่อ และ ให้ น้ำ แก่ ฝูง แกะ ของ ลุง {29:11} แล้ว ยา โค บ ก็ จูบ ทักทาย รา เชล และ เริ่ม ร้องไห้ เสียง ดัง {29:12} เขา บอก รา เชล ว่า เขา เป็น ญาติ ของ บิดา ของ นาง เป็น ลูกชาย ของ เร เบคาห์ ดังนั้น นาง จึง วิ่ง ไป บอก บิดา ของ นาง {29:13} ทันที ที่ ลา บัน ได้ยิน เรื่อง ยา โค บ บุตร ชาย ของ น้อง สาว ก็ รีบ ออก มา พบ ลา บัน สวมกอด และ จูบ ทักทาย ยา โค บ พา เขา ไป บ้าน และ ยา โค บ ก็ เล่า เรื่องราว ทั้งหมด ให้ ฟัง {29:14} ลา บัน กล่าว กับ ยา โค บว่า“ เจ้า เป็น เลือดเนื้อ เชื้อ ไข ของ เรา เอง” หลัง จาก ยา โค บ พัก อยู่ กับ ลา บัน ได้ หนึ่ง เดือน เต็ม {i29:15} ยา โค บ แต่งงาน กับ เลอาห์และราเชล {29:15} ลา บัน พูด กับ เขา ว่า“ ควร หรือ ที่ เจ้า จะ ทำงาน ให้ เรา โดย ไม่ มี ค่า ตอบแทน เพียง เพราะ เจ้า เป็น ญาติ ของ เรา? บอก มา เถิด ว่า เรา ควร จะ ให้ ค่า จ้าง เจ้า สัก เท่าไร” {29:16} ลา บัน มี บุตร สาว สอง คน คน พี่ ชื่อ เลอาห์ คน น้อง ชื่อ รา เชล {29:17} เลอาห์ มี นัยน์ตา หมอง ส่วน รา เชล มี รูปร่าง งาม เป็น คน สวย {29:18} ยา โค บ หลง รัก รา เชล จึง กล่าว ว่า“ ฉัน จะ ทำงาน ให้ ท่าน เจ็ด ปี เพื่อ แลก กับ รา เชล ลูกสาว คน เล็ก เป็น ค่า ตอบแทน” {29:19} ลา บัน จึง ว่า“ ที่ จะ ยก นาง ให้ เจ้า ก็ ดี กว่า ยก ให้ ชาย อื่น จง อยู่ กับ เรา ที่ นี่ เถิด” {29:20} ดังนั้น ยา โค บ จึง ทำงาน เจ็ด ปี เพื่อ จะ ได้ รา เชล แต่ ด้วย ความ รัก ที่ มี ต่อ นาง เขา จึง รู้สึก เหมือน ผ่าน ไป ไม่ กี่ วัน {29:21} แล้ว ยา โค บ พูด กับ ลา บัน ว่า“ ฉัน ทำงาน ครบ ตาม สัญญา แล้ว โปรด มอบ ภรรยา ของ ฉัน ให้ ฉัน เถิด ฉัน ต้องการ จะ ร่วม หลับ นอน กับ นาง” {29:22} ดังนั้น ลา บัน จึง เชิญ คน ใน ละแวก นั้น ทั้งหมด มา ร่วม กิน ดื่ม ใน งาน เลี้ยง {29:23} แต่ เมื่อ ค่ำ ลง แล้ว ลา บัน ก็ พา เลอาห์ บุตร สาว มา ให้ ยา โค บ เขา ก็ หลับ นอน กับ นาง {29:24} ลา บัน ได้ ยก สาวใช้ ชื่อ ศิลปาห์ ให้ เป็น สาวใช้ ของ เลอาห์ {29:25} เมื่อ สว่าง ก็ เห็น ว่า เป็น เลอาห์! ยา โค บ จึง กล่าว กับ ลา บัน ว่า“ ทำไม ท่าน ทำ กับ ฉัน อย่าง นี้? ฉัน รับใช้ ท่าน เพื่อ รา เชล ไม่ ใช่ หรือ? ทำไม ท่าน จึง หลอก ฉัน?” {29:26} ลา บัน จึง ตอบ ว่า“ มัน ผิด ธรรมเนียม ของ เรา ที่ จะ ให้ น้อง สาว ออก เรือน ไป ก่อน พี่ สาว {29:27} ขอ ให้ งาน เลี้ยง แต่งงาน ของ เลอาห์ สัปดาห์ นี้ จบ ลง ก่อน แล้ว เรา จะ ยก ลูกสาว คน เล็ก ให้ ด้วย แลก กับ การ ทำงาน อีก เจ็ด ปี” {29:28} และ ยา โค บ ก็ ยินยอม เขา รอ จน ครบ หนึ่ง สัปดาห์ ลา บัน ก็ ยก รา เชล บุตร สาว ของ เขา ให้ เป็น ภรรยา ยา โค บด้วย {29:29} ลา บัน ได้ ยก สาวใช้ ชื่อ บิล ฮาห์ ให้ เป็น สาวใช้ ของ รา เชล {29:30} ยา โค บ ได้ ร่วม หลับ นอน กับ รา เชล ด้วย เขา รัก รา เชล มาก กว่า เลอาห์ และ เขา ทำงาน ให้ ลา บัน ต่อ ไป อีก เจ็ด ปี {i29:31} บรรดา บุตร ของ ยา โค บ {29:31} เมื่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เห็น ว่า ยา โค บ ไม่ ได้ รัก เลอาห์ พระองค์ จึง ทรง ให้ นาง มี บุตร แต่ รา เชลเป็นหมัน {29:32} เลอาห์ ก็ ตั้ง ครรภ์ และ คลอด บุตร ชาย คน หนึ่ง นาง ตั้ง ชื่อ ให้ เขา ว่า รู เบน เนื่อง จาก นาง กล่าว ว่า“ เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เห็น ความ ทุกข์ ยาก ของ ฉัน บัดนี้ สามี จะ รัก ฉัน แน่” {29:33} แล้ว นาง ก็ ตั้ง ครรภ์ อีก และ เมื่อ นาง คลอด บุตร ชาย คน หนึ่ง นาง กล่าว ว่า“ เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ได้ยิน ว่า ฉัน ไม่ เป็น ที่ รัก พระองค์ จึง ประทาน ลูกชาย คน นี้ ให้ ฉัน ด้วย” ดังนั้น นาง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า สิ เม โอน {29:34} นาง ได้ ตั้ง ครรภ์ อีก และ เมื่อ นาง คลอด บุตร ชาย คน หนึ่ง นาง กล่าว ว่า“ ใน ที่สุด สามี จะ มา ผูกพัน อยู่ กับ ฉัน เพราะ ฉัน ได้ คลอด ลูกชาย สาม คน ให้ แก่ เขา” ดังนั้น นาง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า เลวี {29:35} นาง ได้ ตั้ง ครรภ์ อีก และ เมื่อ นาง คลอด บุตร ชาย คน หนึ่ง นาง กล่าว ว่า“ คราว นี้ ฉัน จะ สรรเสริญ องค์ พระผู้เป็นเจ้า” ดังนั้น นาง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า ยูดาห์ แล้ว นาง ก็ หยุด ให้ กำเนิด บุตร {30:1} เมื่อ รา เชล เห็น ว่า ตน ไม่ มี บุตร ให้ ยา โค บ ก็ อิจฉา พี่ สาว ดังนั้น นาง จึง กล่าว กับ ยา โค บว่า“ จง ให้ ลูก แก่ ฉัน ไม่ อย่าง นั้น ฉัน ตาย ดี กว่า!” {30:2} ยา โค บ จึง โกรธ นาง และ พูด ว่า“ ฉัน อยู่ ใน ฐานะ พระเจ้า ผู้ ทรง ไม่ ให้ เธอ มี ลูก หรือ?” {30:3} นาง จึง พูด ว่า“ นาง บิล ฮาห์ สาวใช้ ของ ฉัน อยู่ ที่ นี่ จง หลับ นอน กับ นาง เพื่อ ฉัน จะ ได้ รับ ลูก นาง มา เป็น ลูก ฉัน และ ฉัน เอง ก็ จะ สามารถ สร้าง ครอบครัว ขึ้น ได้ โดย อาศัย นาง” {30:4} ดังนั้น นาง จึง ยก บิล ฮาห์ สาวใช้ ของ นาง ให้ เป็น ภรรยา ของ ยา โค บ เขา ก็ หลับ นอน กับ บิล ฮาห์ {30:5} นาง ได้ ตั้ง ครรภ์ และ ให้ กำเนิด บุตร ชาย คน หนึ่ง แก่ เขา {30:6} แล้ว รา เชลกล่าวว่า“ พระเจ้า ทรง ตัดสิน ให้ ฉัน ชนะ พระองค์ ทรง สดับ ฟัง คำ วิงวอน ของ ฉัน และ ประทาน ลูกชาย แก่ ฉัน” เพราะ เหตุ นี้ นาง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า ดาน {30:7} แล้ว บิล ฮาห์ สาวใช้ ของ รา เชล ก็ ตั้ง ครรภ์ อีก ครั้ง หนึ่ง และ คลอด บุตร ชาย คน ที่ สอง ให้ แก่ ยา โค บ {30:8} แล้ว รา เชลกล่าวว่า“ ฉัน ได้ ต่อสู้ กับ พี่ สาว อย่าง หนัก มา ตลอด และ ฉัน ก็ ชนะ แล้ว” ดังนั้น นาง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า นัฟทาลี {30:9} เมื่อ เลอาห์ เห็น ว่า ตน ไม่ มี ลูก อีก จึง ยก ศิลปาห์ สาวใช้ ของ ตน ให้ เป็น ภรรยา ของ ยา โค บ {30:10} ศิลปาห์ ให้ กำเนิด บุตร ชาย คน หนึ่ง แก่ ยา โค บ {30:11} แล้ว เลอาห์กล่าวว่า“ โชค ดี อะไร อย่าง นี้!” ดังนั้น นาง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า กาด {30:12} แล้ว ศิลปาห์ สาวใช้ ของ เลอาห์ ก็ ให้ กำเนิด บุตร ชาย คน ที่ สอง แก่ ยา โค บ {30:13} แล้ว เลอาห์กล่าวว่า“ ฉัน สุข ใจ จริงๆ! พวก ผู้หญิง จะ เรียก ฉัน ว่า เป็น สุข” ดังนั้น นาง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า อา เชอร์ {30:14} วัน หนึ่ง ใน ฤดู เก็บเกี่ยว ข้าว สาลี รู เบน ออก ไป ที่ ทุ่ง นา และ พบ ต้น ดู ดา อิม จึง นำ มา ให้ เลอาห์ ผู้ เป็น มารดา รา เชลพูดกับเลอาห์ว่า“ ขอ ดู ดา อิม ของ ลูกชาย พี่ ให้ ฉัน บ้าง เถิด” {30:15} แต่ เลอาห์ ตอบ นาง ว่า“ เจ้า เอา สามี ของ ฉัน ไป ยัง ไม่ พอ อีก หรือ? แล้ว ยัง จะ มา เอา ดู ดา อิม ของ ลูก ฉัน อีก หรือ?” รา เชลกล่าวว่า“ เอา อย่าง นี้ ก็ แล้วกัน ให้ ยา โค บ ไป นอน กับ พี่ คืน นี้ ได้ แลก กับ ดู ดา อิม ของ ลูกชาย พี่” {30:16} เย็น วัน นั้น เมื่อ ยา โค บก ลับ มา จาก ทุ่ง นา เลอาห์ ก็ ออก ไป พบ และ พูด ว่า“ ท่าน ต้อง มา นอน กับ ฉัน เพราะ ฉัน เอา ดู ดา อิม ของ ลูก เป็น สินจ้าง แล้ว” คืน วัน นั้น ยา โค บ ก็ นอน กับ นาง {30:17} พระเจ้า ทรง ฟัง เลอาห์ นาง ก็ ตั้ง ครรภ์ และ ให้ กำเนิด บุตร ชาย คน ที่ ห้า {30:18} แล้ว เลอาห์กล่าวว่า“ พระเจ้า ประทาน รางวัล ให้ ฉัน เพราะ ฉัน ได้ ยก สาวใช้ ให้ สามี” ดังนั้น นาง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า อิสสา คาร์ {30:19} เลอาห์ ได้ ตั้ง ครรภ์ อีก และ คลอด บุตร ชาย คน ที่ หก ให้ แก่ ยา โค บ {30:20} แล้ว เลอาห์กล่าวว่า“ พระเจ้า ประทาน ของขวัญ ล้ำ ค่า แก่ ฉัน คราว นี้ สามี จะ ยกย่อง ฉัน เพราะ ฉัน คลอด ลูกชาย ให้ แก่ เขา ถึง หก คน” ดังนั้น นาง จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า เศบูลุน {30:21} ต่อ มา ภายหลัง นาง ได้ คลอด บุตร สาว คน หนึ่ง และ ตั้ง ชื่อ ว่า ดี นาห์ {30:22} แล้ว พระเจ้า ทรง ระลึก ถึง รา เช ลพ ระ องค์ ทรง ฟัง นาง และ ให้ นาง มี บุตร {30:23} นาง ตั้ง ครรภ์ และ ให้ กำเนิด บุตร ชาย คน หนึ่ง นาง กล่าว ว่า“ พระเจ้า ทรง ลบล้าง ความ อับอาย ของ ฉัน แล้ว” {30:24} นาง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า โย เซฟ และ กล่าว ว่า“ ขอ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เพิ่ม ลูกชาย ให้ ฉัน อีก คน หนึ่ง” {i30:25} ฝูง สัตว์ ของ ยา โค บ เพิ่ม จำนวน ขึ้น {30:25} หลัง จาก รา เชล ให้ กำเนิด โย เซฟ ยา โค บ พูด กับ ลา บัน ว่า“ อนุญาต ให้ ฉัน ไป ตาม ทาง ของ ฉัน เถิด เพื่อ ฉัน จะ ได้ กลับ ไป บ้าน เกิด เมือง นอน {30:26} จง มอบ ภรรยา และ ลูกๆ ทั้งหมด ให้ ฉัน ด้วย เพราะ ฉัน ได้ รับใช้ ท่าน แลก กับ พวก เขา แล้ว และ ฉัน ก็ จะ ได้ ไป ตาม ทาง ของ ฉัน ท่าน ก็ รู้ ว่า ฉัน ทำงาน ให้ ท่าน มาก เพียง ใด” {30:27} แต่ ลา บัน กล่าว กับ เขา ว่า“ หาก ท่าน จะ กรุณา เรา โปรด อยู่ ต่อ เถิด เรา รู้ จาก คำ ทำนาย ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อวยพร เรา เพราะ ท่าน” {30:28} เขา ยัง กล่าว เสริม อีก ว่า“ ท่าน จะ เรียก ค่า จ้าง เท่าไร ก็ บอก มา เถิด เรา จะ จ่าย ให้” {30:29} ยา โค บก ล่า ว กับ เขา ว่า“ ท่าน ก็ รู้ ว่า ฉัน ได้ รับใช้ ท่าน อย่างไร และ ฝูง แพะ แกะ ใน ความ ดูแล ของ ฉัน ได้ รับ การ เลี้ยงดู อย่าง ดี เพียง ไร {30:30} ที่ ท่าน มี อยู่ เล็กน้อย ก่อน ที่ ฉัน จะ มา เดี๋ยวนี้ เพิ่ม ขึ้น มหาศาล และ ไม่ ว่า ฉัน จะ ทำ อะไร องค์ พระผู้เป็นเจ้า ก็ ทรง อวยพร ท่าน แต่ เมื่อไร ฉัน จึง จะ ได้ ทำ อะไร เพื่อ ครัว เรือน ของ ตนเอง บ้าง?” {30:31} ลา บัน ถาม ว่า“ เรา ควร ให้ อะไร ท่าน ดี?” ยา โค บตอบว่า“ ไม่ ต้อง ให้ อะไร ฉัน หรอก ฉัน จะ เลี้ยง และ ดูแล ฝูง สัตว์ ให้ ท่าน ต่อ ไป ถ้า ท่าน จะ ตกลง กับ ฉัน สัก อย่าง หนึ่ง {30:32} คือ ใน วัน นี้ ให้ ฉัน ออก ไป สำรวจ ฝูง สัตว์ ของ ท่าน ดู แล้ว แยก แกะ ที่ มี ลาย ด่าง ลูก แกะ สี คล้ำ และ แพะ ที่ มี ลาย ด่าง ทุก ตัว ออก จาก ฝูง สัตว์ เหล่า นี้ ถือ เป็น ค่า จ้าง ของ ฉัน {30:33} และ นี่ จะ เป็น พยาน ถึง ความ ซื่อสัตย์ ของ ฉัน ใน อนาคต คือ ทุก ครั้ง ที่ ท่าน ตรวจ ดู ค่า จ้าง ที่ จ่าย ให้ ฉัน หาก พบ ว่า แพะ ตัว ใด ใน กรรมสิทธิ์ ของ ฉัน ไม่ มี ลาย ด่าง หรือ ลูก แกะ ตัว ใด ไม่ มี สี คล้ำ ก็ ให้ ถือ ว่า ฉัน ขโมย มา” {30:34} ลา บัน ตอบ ว่า“ ตกลง ให้ เป็น ตาม ที่ เจ้า ว่า ไว้” {30:35} ใน วัน นั้น เอง ลา บัน ก็ ออก ไป คัด แพะ ทั้ง ตัวผู้ และ ตัวเมีย ทุก ตัว ที่ มี ลาย ด่าง ออก มา (ทุก ตัว ที่ มี สี ขาว อยู่ ด้วย) ตลอด จน ลูก แกะ สี คล้ำ ทุก ตัว ออก จาก ฝูง แล้ว นำ ไป ให้ บรรดา บุตร ชาย ของ เขา เลี้ยง {30:36} แล้ว เขา ให้ ฝูง แพะ แกะ ของ เขา กับ ของ ยา โค บอ ยู่ ห่าง กัน เป็น ระยะ เวลา เดินทาง สาม วัน ใน ขณะ ที่ ยา โค บ ยัง เลี้ยง ฝูง สัตว์ ที่ เหลือ ให้ ลา บัน ต่อ ไป {30:37} อย่างไร ก็ ตาม ยา โค บ เอา กิ่ง ไม้ สดๆ จาก ต้น ปอ ปลาร์ ต้น อัลมอนด์ และ ต้น เปล น มา ลอก เปลือก ออก เป็น ริ้ว ให้ เห็น เนื้อไม้ สี ขาว ข้าง ใน {30:38} แล้ว เขา วาง กิ่ง ไม้ ที่ ลอก เปลือก ไว้ ที่ ราง น้ำ ทุก ราง เพื่อ ให้ อยู่ ตรง หน้า ฝูง แพะ แกะ เวลา ที่ มัน มา กิน น้ำ ทุก ครั้ง ที่ ฝูง แพะ แกะ เป็น สัด และ มา กิน น้ำ {30:39} มัน ก็ ผสมพันธุ์ กัน หน้า กิ่ง ไม้ นั้น ลูก ที่ เกิด มา จึง มี ลาย ริ้ว ลาย ด่าง หรือ ลาย จุด {30:40} ยา โค บ ก็ แยก ลูก สัตว์ เหล่า นั้น ไว้ ต่างหาก แล้ว ให้ ฝูง สัตว์ ที่ เหลือ หัน ไป ทาง สัตว์ ที่ มี ลาย ด่าง หรือ สัตว์ ที่ มี สี คล้ำ ของ ลา บัน โดย วิธี นี้ เอง เขา จึง สร้าง ฝูง แพะ แกะ ของ ตนเอง ขึ้น และ ไม่ ได้ รวม ไว้ กับ ฝูง สัตว์ ของ ลา บัน {30:41} เมื่อใด ก็ ตาม ที่ บรรดา ตัวเมีย ที่ แข็งแรง เป็น สัด ยา โค บ ก็ เอา กิ่ง ไม้ ที่ ลอก เปลือก ไป วาง ไว้ ใน ราง น้ำ ตรง หน้า สัตว์ นั้น ให้ มัน ผสมพันธุ์ กัน ใกล้ กิ่ง ไม้ นั้น {30:42} แต่ ถ้า สัตว์ ตัว ใด อ่อนแอ เขา ก็ ไม่ เอา กิ่ง ไม้ ไป วาง ไว้ ที่ นั่น ดังนั้น สัตว์ ที่ อ่อนแอ ก็ เป็น ของ ลา บัน ส่วนตัว ที่ แข็งแรง เป็น ของ ยา โค บ {30:43} ด้วย วิธี นี้ เอง เขา จึง ร่ำรวย ขึ้น อย่าง มาก และ กลาย เป็น เจ้าของ สัตว์ ฝูง ใหญ่ มี คน รับใช้ ชาย หญิง จำนวน มาก และ มี อูฐ มี ลา อีก มากมาย {i31:1} ยา โค บ หนี ไป จาก ลา บัน {31:1} ยา โค บ ได้ยิน ลูกๆ ของ ลา บัน พูด กัน ว่า“ ยา โค บ เอา ทุก สิ่ง ที่ เป็น ของ พ่อ เรา ไป ที่ เขา ร่ำรวย ขึ้น มา ทั้งหมด นี้ ก็ ได้ มา จาก สิ่ง ที่ เป็น ของ พ่อ ของ เรา แท้ๆ” {31:2} และ ยา โค บ สังเกต ว่า ลา บัน เมิน หน้า หนี ตน ซึ่ง ต่าง ไป จาก แต่ ก่อน {31:3} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ ยา โค บว่า“ จง กลับ ไป ยัง ดินแดน ของ บิดา ของ เจ้า ไป หา ญาติ พี่น้อง ของ เจ้า และ เรา จะ อยู่ กับ เจ้า” {31:4} ยา โค บ จึง ให้ คน ไป ตาม รา เชลกับเลอาห์ ออก มา พบ เขา ที่ ทุ่ง ซึ่ง เขา เลี้ยง สัตว์ อยู่ {31:5} เขา บอก นาง ทั้ง สอง ว่า“ ฉัน เห็น ว่า ท่าที ของ พ่อ เธอ ต่อ ตัว ฉัน เปลี่ยน ไป แต่ พระเจ้า ของ พ่อ ฉัน สถิต อยู่ กับ ฉัน {31:6} เธอ สอง คน ก็ รู้ ว่า ฉัน พากเพียร ทำงาน ให้ พ่อ ของ เธอ ด้วย สุด กำลัง {31:7} แต่ พ่อ ของ เธอ ก็ ยัง บิดพลิ้ว ผิด สัญญา ค่า จ้าง ของ ฉัน ถึง เป็น สิบ ครั้ง แต่ พระเจ้า ไม่ ทรง ยอม ให้ เขา ทำ อันตราย ฉัน {31:8} ถ้า เขา กล่าว ว่า‘ สัตว์ ลาย ด่าง จะ เป็น ค่า จ้าง ของ เจ้า’ สัตว์ ทุก ตัว ใน ฝูง ก็ จะ ตก ลูก เป็น ลาย ด่าง และ ถ้า เขา กล่าว ว่า‘ สัตว์ ลาย ริ้ว จะ เป็น ค่า จ้าง ของ เจ้า’ สัตว์ ทั้ง ฝูง ก็ จะ ตก ลูก เป็น ลาย ริ้ว {31:9} ดังนั้น พระเจ้า จึง ทรง ยึด เอา ฝูง สัตว์ จาก พ่อ ของ เธอ มา ประทาน แก่ ฉัน {31:10} “ ครั้ง หนึ่ง ใน ฤดู ผสมพันธุ์ ฉัน ฝัน ไป ว่า ฉัน เงย หน้า ขึ้น เห็น แพะ ตัวผู้ ที่ กำลัง ผสมพันธุ์ มี ลาย ริ้ว ลาย ด่าง หรือ ลาย จุด {31:11} ทูต ของ พระเจ้า กล่าว กับ ฉัน ใน ฝัน ว่า‘ ยา โค บเอ๋ย’ ฉัน ตอบ ว่า‘ ข้าพเจ้า อยู่ ที่ นี่’ {31:12} และ ทูต นั้น กล่าว ว่า‘ จง เงย หน้า ขึ้น ดู เถิด แพะ ผู้ ที่ กำลัง ผสมพันธุ์ นั้น ล้วน มี ลาย ริ้ว ลาย ด่าง หรือ ลาย จุด เพราะ เรา ได้ เห็น ทุก อย่าง ที่ ลา บัน ทำ กับ เจ้า {31:13} เรา คือ พระเจ้า แห่ง เบธเอล ที่ ซึ่ง เจ้า ได้ เจิม เสา และ ได้ กล่าว ปฏิญาณ ไว้ กับ เรา บัดนี้ เจ้า จง ออก จาก แผ่นดิน นี้ ทันที และ กลับ ไป ยัง บ้าน เกิด เมือง นอน ของ เจ้า’” {31:14} แล้ว รา เชลกับเลอาห์ตอบว่า“ เรา ยัง มี ส่วนแบ่ง ใน มรดก ของ พ่อ อีก หรือ? {31:15} พ่อ ไม่ ถือ ว่า เรา เป็น เหมือน คน ต่าง ชาติ หรอก หรือ? พ่อ ไม่ เพียง แต่ ขาย เรา แต่ ยัง ใช้ เงิน ส่วน ที่ เป็น ค่า ตัว ของ เรา จน หมด {31:16} แน่ ที เดียว ทรัพย์ สมบัติ ทั้งสิ้น ที่ พระเจ้า ทรง เอา มา จาก พ่อ เป็น ของ เรา กับ ลูกๆ ฉะนั้น เชิญ ท่าน ทำ ทุก อย่าง ตาม ที่ พระเจ้า ตรัส สั่ง เถิด” {31:17} แล้ว ยา โค บ จึง ให้ ลูกๆ กับ ภรรยา ขึ้น อูฐ {31:18} ตัว เขา ก็ ต้อน ฝูง สัตว์ ทั้งหมด ไป ข้าง หน้า เขา พร้อม กับ สิ่งของ ต่างๆ ซึ่ง เขา สะสม ไว้ ได้ ที่ ปัด ดาน อา รัม ออก เดินทาง กลับ ไป หา อิส อัค บิดา ของ เขา ใน แผ่นดิน คา นา อัน {31:19} เมื่อ ลา บัน ออก ไป ตัด ขน แกะ รา เชล ก็ ขโมย เหล่า เทวรูป ประจำ บ้าน ของ บิดา ติด ตัว ไป ด้วย {31:20} ยิ่ง กว่า นั้น ยา โค บ หลอกลวง ลา บัน ชาว อา รัม โดย การ ไม่ บอก ว่า เขา กำลัง จะ หนี ไป {31:21} เขา จึง ลอบ หนี ไป พร้อม กับข้าว ของ ทั้งหมด ที่ มี เมื่อ ข้าม แม่น้ำ ยู เฟรติส แล้ว เขา ก็ มุ่งหน้า ไป ยัง แดน เทือกเขา กิเลอาด {i31:22} ลา บัน ไล่ ตาม ยา โค บ {31:22} สาม วัน ต่อ มา มี คน บอก ลา บัน ให้ รู้ ว่า ยา โค บ หนี ไป แล้ว {31:23} เขา จึง พา ญาติ พี่น้อง ตาม ล่า ยา โค บ ไป เป็น เวลา เจ็ด วัน และ ตาม มา ทัน ที่ แดน เทือกเขา กิเลอาด {31:24} คืน นั้น พระเจ้า ทรง ปรากฏ แก่ ลา บัน คน อา รัม ใน ความ ฝัน และ ตรัส ว่า“ ไม่ ว่า อะไร ก็ ตาม จง ระวัง อย่า พูดจา คุกคาม ข่มขู่ ยา โค บ” {31:25} ขณะ ที่ ยา โค บ ตั้ง เต็นท์ อยู่ ที่ แดน เทือกเขา กิเล อาด ลา บัน ก็ ตาม มา ทัน และ ลา บัน กับ ญาติ พี่น้อง ก็ ตั้ง ค่าย ที่ นั่น ด้วย {31:26} แล้ว ลา บัน จึง กล่าว กับ ยา โค บว่า“ ทำไม เจ้า ทำ อย่าง นี้? เจ้า ได้ หลอกลวง เรา และ กวาด ต้อน ลูกสาว ของ เรา มา ราว กับ เป็น เชลยศึก {31:27} ทำไม เจ้า ต้อง แอบ หนี มา และ หลอกลวง เรา? ทำไม ไม่ บอก เรา เพื่อ เรา จะ ได้ ส่ง เจ้า มา ด้วย ความ ยินดี ด้วย การ ร้อง เพลง พร้อม กับ เล่น พิณ และ รำมะนา? {31:28} เจ้า ไม่ ยอม แม้ แต่ จะ ให้ เรา ได้ จูบ ลา ลูกหลาน บ้าง เลย เจ้า ได้ ทำ สิ่ง ที่ โง่เขลา {31:29} เรา มี อำนาจ ที่ จะ ทำร้าย พวก เจ้า แต่ เมื่อ คืน นี้ พระเจ้า ของ บิดา เจ้า กล่าว กับ เรา ว่า‘ ไม่ ว่า อะไร ก็ ตาม จง ระวัง อย่า พูดจา คุกคาม ข่มขู่ ยา โค บ’ {31:30} ที่ เจ้า จาก มา เพราะ อยาก จะ กลับ ไป บ้าน บิดา ของ เจ้า แต่ ทำไม เจ้า จึง ขโมย บรรดา เทวรูป ของ เรา ไป?” {31:31} ยา โค บ ตอบ ลา บัน ว่า“ ฉัน กลัว เพราะ ฉัน คิด ว่า ท่าน จะ ใช้ กำลัง พราก ลูกสาว ของ ท่าน คืน ไป จาก ฉัน {31:32} แต่ ถ้า ท่าน เจอ เทวรูป ของ ท่าน อยู่ กับ ใคร เขา จะ ต้อง ตาย ท่าน จง ค้น ดู ต่อ หน้า ญาติ พี่น้อง ของ เรา เอา เอง เถิด ว่า มี สิ่ง ใด ที่ เป็น ของ ท่าน อยู่ กับ ฉัน หรือ ไม่ ถ้า มี ก็ จง เอา ไป เถิด” ยา โค บ ไม่ รู้ ว่า รา เชล ได้ ขโมย เทวรูป มา {31:33} ดังนั้น ลา บัน จึง เข้า ไป ค้น ใน เต็นท์ ของ ยา โค บ แล้ว เข้า ไป ใน เต็นท์ ของ เลอาห์ และ เต็นท์ ของ สาวใช้ ทั้ง สอง แต่ เขา ไม่ พบ อะไร หลัง จาก ออก มา จาก เต็นท์ ของ เลอาห์ เขา เข้า ไป ใน เต็นท์ ของ รา เชล {31:34} ฝ่าย รา เชล ขโมย เทวรูป ประจำ บ้าน มา ไว้ ใต้ กูบ อูฐ แล้ว นั่ง ทับ ไว้ ลา บัน ค้น จน ทั่ว เต็นท์ แต่ ไม่ พบ อะไร {31:35} รา เชล พูด กับ บิดา ของ นาง ว่า“ ท่าน เจ้าข้า ขอ อย่า โกรธ ที่ ลูก ไม่ ได้ ยืน ขึ้น ต้อนรับ เพราะ ลูก กำลัง มี ประจำเดือน” ดังนั้น เขา จึง ค้น แต่ ไม่ พบ เทวรูป ประจำ บ้าน {31:36} ยา โค บ ก็ โกรธ และ ตำหนิ ลา บัน อย่าง รุนแรง เขา ถาม ลา บัน ว่า“ ฉัน ไป ก่อ เรื่อง อะไร ไว้ หรือ? ฉัน ไป ทำ ผิด อะไร มา ท่าน จึง ไล่ ล่า ฉัน อย่าง นี้? {31:37} เมื่อ ท่าน ค้น ข้าวของ ทุก อย่าง ของ ฉัน แล้ว ท่าน พบ อะไร ที่ เป็น ของ ท่าน บ้าง? จง เอา มา วาง ต่อ หน้า ญาติ ของ ท่าน และ ของ ฉัน เถิด ให้ พวก เขา ตัดสิน เรื่อง ระหว่าง เรา ทั้ง สอง {31:38} “ ฉัน อยู่ กับ ท่าน มา จน ถึง วัน นี้ ก็ ยี่ สิบ ปี แล้ว ฉัน ไม่ เคย ทำให้ แพะ แกะ ของ ท่าน แท้ง ลูก ทั้ง ฉัน ก็ ไม่ เคย กิน แกะ ของ ท่าน เลย {31:39} ตัว ไหน ถูก สัตว์ ร้าย กัด กิน ฉัน ก็ ไม่ ได้ เอา ไป ให้ ท่าน ฉัน รับผิดชอบ ความ สูญเสีย นั้น เอง และ ท่าน ก็ เรียกร้อง ให้ ฉัน ชดใช้ สัตว์ ทุก ตัว ที่ ถูก ขโมย ไป ไม่ ว่า จะ หาย ไป ตอน กลางวัน หรือ กลางคืน {31:40} ตอน กลางวัน ก็ ถูก ความ ร้อน แผดเผา ตอน กลางคืน ก็ ต้อง ทน เหน็บ หนาว จน หลับ ตา ไม่ ได้ {31:41} เป็น อย่าง นี้ ตลอด ยี่ สิบ ปี ที่ ฉัน อยู่ ใน ครอบครัว ของ ท่าน ฉัน ทำงาน ให้ ท่าน สิบ สี่ ปี เพื่อ จะ ได้ ลูกสาว สอง คน ของ ท่าน และ อีก หก ปี เพื่อ จะ ได้ ฝูง สัตว์ และ ท่าน ยัง เปลี่ยน ค่า จ้าง ของ ฉัน เป็น สิบ ครั้ง {31:42} ถ้า พระเจ้า ของ บรรพบุรุษ ของ ฉัน คือ พระเจ้า ของ อับราฮัม และ พระเจ้า ที่ อิส อัค ยำเกรง ไม่ ได้ อยู่ กับ ฉัน ท่าน ก็ คง จะ ให้ ฉัน มา มือเปล่า เป็น แน่ แต่ พระเจ้า ทอด พระ เนตร ความ ยาก ลำบาก และ การ ตรากตรำ ของ ฉัน พระองค์ จึง ทรง ว่ากล่าว ท่าน เมื่อ คืน นี้” {31:43} ลา บัน ตอบ ยา โค บว่า“ ผู้หญิง เหล่า นี้ เป็น ลูกสาว ของ เรา เด็กๆ ก็ เป็น ลูกหลาน ของ เรา ฝูง สัตว์ เหล่า นี้ ก็ เป็น ฝูง สัตว์ ของ เรา และ ทุก อย่าง ที่ เจ้า เห็น อยู่ นี้ ล้วน เป็น ของ เรา แต่ เรา จะ ทำ อะไร ลูกสาว ของ เรา และ ลูกๆ ที่ พวก นาง ให้ กำเนิด ได้ เล่า? {31:44} มา เถิด ให้ เรา ทำ สนธิสัญญา ระหว่าง เจ้า กับ เรา ให้ เป็น พยาน หลักฐาน ระหว่าง เรา ทั้ง สอง” {31:45} ดังนั้น ยา โค บ จึง เอา หิน ก้อน หนึ่ง ตั้ง ขึ้น เป็น เสา {31:46} แล้ว เขา บอก กับ ญาติ ว่า“ รวบรวม ก้อน หิน มา” ดังนั้น พวก เขา ก็ เอา หิน มา กอง รวม กัน เป็น พะเนิน และ พวก เขา ก็ รับประทาน อาหาร ด้วย กัน ข้าง กอง หิน นั้น {31:47} ลา บัน เรียก กอง หิน นั้น ว่า เย การ์สหดูธา และ ยา โค บ เรียก ว่า กา เลเอด {31:48} ลา บัน กล่าว ว่า“ ใน วัน นี้ กอง หิน นี้ จะ เป็น พยาน ระหว่าง เรา กับ เจ้า” นี่ เป็น เหตุ ที่ กอง หิน นั้น ได้ ชื่อ ว่า กา เลเอด {31:49} ทั้ง มี ชื่อ ว่า มิส ปาห์ ด้วย เพราะ เขา กล่าว ว่า“ ขอ ให้ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เฝ้า ดู เรา กับ เจ้า เมื่อ เรา จาก กัน ไป {31:50} ถ้า เจ้า ข่มเหง บรรดา ลูกสาว ของ เรา หรือ มี ภรรยา ใหม่ นอกจาก ลูกสาว ของ เรา ถึง แม้ ไม่ มี ใคร อยู่ กับ เรา ก็ ขอ ให้ จำ ไว้ ว่า พระเจ้า ทรง เป็น พยาน ระหว่าง เจ้า กับ เรา” {31:51} ลา บัน กล่าว กับ ยา โค บด้วยว่า“ นี่ เป็น กอง หิน และ เสา ซึ่ง เรา ตั้ง ไว้ ระหว่าง เรา กับ เจ้า {31:52} กอง หิน นี้ เป็น พยาน และ เสา นี้ เป็น พยาน ว่า เรา จะ ไม่ ล่วงล้ำ ผ่าน กอง หิน ไป ทาง เขต แดน ของ เจ้า เพื่อ ทำร้าย เจ้า และ เจ้า ก็ จะ ไม่ ล่วงล้ำ ผ่าน กอง หิน และ เสา นี้ มา ทาง เขต แดน ของ เรา เพื่อ ทำ อันตราย เรา {31:53} ขอ ให้ พระเจ้า ของ อับราฮัม และ เทพเจ้า ของ นา โฮร์ คือ บรรดา พระ ของ บรรพบุรุษ ของ พวก เขา ทรง ตัดสิน ระหว่าง เรา และ เจ้า” ดังนั้น ยา โค บ จึง กล่าว ปฏิญาณ ใน พระ นาม พระเจ้า ผู้ ซึ่ง อิส อัค บิดา ของ ตน ยำเกรง {31:54} เขา ถวาย เครื่องบูชา ที่ นั่น ที่ เทือกเขา นั้น และ เชิญ ญาติ พี่น้อง รับประทาน อาหาร หลัง จาก รับประทาน อาหาร แล้ว ก็ พัก ค้างคืน ที่ นั่น {31:55} เช้าตรู่ วัน รุ่งขึ้น ลา บัน จูบ อำลา และ ให้ พร ลูกหลาน แล้ว ก็ เดินทาง กลับ บ้าน {i32:1} ยา โค บ เตรียม พบ เอ ซาว {32:1} ส่วน ยา โค บ ก็ ออก เดินทาง ต่อ ไป ตาม ทาง ของ ตน ด้วย แล้ว เหล่า ทูต ของ พระเจ้า ก็ มา พบ เขา {32:2} เมื่อ ยา โค บ เห็น ทูต เหล่า นั้น จึง กล่าว ว่า“ นี่ คือ ค่าย ของ พระเจ้า!” ดังนั้น เขา จึง เรียก สถานที่ นั้น ว่า มา หะ นา อิม {32:3} ยา โค บ ส่ง คน กลุ่ม หนึ่ง ล่วงหน้า ไป หา เอ ซาว พี่ ชาย ของ เขา ที่ เส อีร์ ใน ดินแดน เอ โดม {32:4} เขา กำชับ คน เหล่า นั้น ว่า“ พวก ท่าน จง พูด กับ เอ ซาว นาย ของ ข้าพเจ้า ว่า‘ ยา โค บ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน กล่าว ดังนี้ ข้าพเจ้า ได้ ไป หา ลา บัน และ อยู่ ที่ นั่น จน ถึง บัดนี้ {32:5} ข้าพเจ้า มี วัว ลา แกะ แพะ และ คน รับใช้ ชาย หญิง บัดนี้ ข้าพเจ้า ส่ง ข่าว มา ยัง นาย ของ ข้าพเจ้า เพื่อ ท่าน จะ กรุณา ข้าพเจ้า’” {32:6} เมื่อ คน เหล่า นั้น กลับ มา หา ยา โค บ พวก เขา กล่าว ว่า“ เรา ได้ ไป หา เอ ซาว พี่ ชาย ของ ท่าน บัดนี้ เขา กำลัง มา หา ท่าน พร้อม กับ ชาย สี่ ร้อย คน” {32:7} ยา โค บ หวาด วิตก ยิ่งนัก เขา จึง แบ่ง คน ที่ อยู่ กับ เขา ออก เป็น สอง กลุ่ม รวม ทั้ง ฝูง แพะ แกะ ฝูง วัว และ อูฐ ด้วย {32:8} เขา คิด ว่า“ ถ้า เอ ซาว เข้า มา โจมตี กลุ่ม หนึ่ง กลุ่ม ที่ เหลือ จะ ได้ หนี ไป” {32:9} แล้ว ยา โค บอ ธิษฐานว่า“ ข้า แต่ พระเจ้า ของ อับราฮัม และ พระเจ้า ของ อิส อัค บิดา ของ ข้า พระองค์ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ได้ ตรัส กับ ข้า พระองค์ ว่า‘ จง กลับ ไป ยัง ประเทศ ของ เจ้า และ ญาติ พี่น้อง ของ เจ้า และ เรา จะ ทำให้ เจ้า เจริญ รุ่งเรือง’ {32:10} ข้า พระองค์ ไม่ คู่ควร เลย กับ ความ กรุณา และ ความ ซื่อสัตย์ ซึ่ง ทรง สำแดง แก่ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เมื่อ ข้า พระองค์ ข้าม แม่น้ำ จอร์แดน นี้ ไป ข้า พระองค์ มี เพียง ไม้เท้า อัน เดียว เท่านั้น แต่ เดี๋ยวนี้ ข้า พระองค์ มั่งคั่ง จน แบ่ง ทรัพย์สิน ผู้คน ได้ เป็น สอง ค่าย {32:11} โปรด ช่วย ข้า พระองค์ ด้วย ข้า พระองค์ อธิษฐาน ขอ ให้ ข้า พระองค์ รอด พ้น จาก เงื้อมมือ ของ เอ ซาว พี่ ชาย ของ ข้า พระองค์ เพราะ ข้า พระองค์ กลัว ว่า เขา จะ มา โจมตี ข้า พระองค์ และ ลูกๆ รวม ทั้ง บรรดา แม่ ของ เด็ก เหล่า นั้น {32:12} แต่ พระองค์ ได้ ตรัส ว่า‘ เรา จะ ทำให้ เจ้า เจริญ รุ่งเรือง อย่าง แน่นอน และ จะ ทำให้ ลูกหลาน ของ เจ้า มากมาย เหมือน เม็ด ทราย ที่ ชายทะเล ซึ่ง ไม่ อาจ นับ ได้’” {32:13} เขา พักแรม ที่ นั่น และ เลือก ของ กำนัล ให้ เอ ซาว พี่ ชาย ของ เขา จาก สิ่ง ที่ เขา มี อยู่ คือ {32:14} แพะ ตัวเมีย สอง ร้อย ตัว แพะ ตัวผู้ ยี่ สิบ ตัว แกะ ตัวเมีย สอง ร้อย ตัว แกะ ตัวผู้ ยี่ สิบ ตัว {32:15} แม่ อูฐ สาม สิบ ตัว กับ ลูก ของ มัน วัว ตัวเมีย สี่ สิบ ตัว วัว ตัวผู้ สิบ ตัว ลา ตัวเมีย ยี่ สิบ ตัว ลา ตัวผู้ สิบ ตัว {32:16} เขา มอบ สัตว์ เหล่า นี้ ให้ บรรดา คน รับใช้ ดูแล โดย แยก แต่ละ ฝูง ออก จาก กัน และ กล่าว กับ คน รับใช้ ว่า“ จง ล่วงหน้า เรา ไป และ รักษา ระยะ ห่าง ระหว่าง ฝูง สัตว์ ไว้” {32:17} เขา สั่ง คน ที่ นำ ฝูง สัตว์ ไป เป็น กลุ่ม แรก สุด ว่า“ เมื่อ เอ ซาว พี่ ชาย ของ เรา มา พบ เจ้า และ ถาม ว่า‘ พวก เจ้า เป็น คน ของ ใคร กำลัง จะ ไป ที่ไหน และ ใคร เป็น เจ้าของ สัตว์ ทั้งหมด ที่ อยู่ ข้าง หน้า เจ้า?’ {32:18} ก็ ให้ เจ้า ตอบ ว่า‘ สัตว์ เหล่า นี้ เป็น ของ ยา โค บ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ส่ง มา เป็น ของ กำนัล แก่ เอ ซาว นาย ของ ข้าพเจ้า และ ยา โค บ กำลัง ตาม มา ข้าง หลัง’” {32:19} ยา โค บ สั่ง คน ต้อน ฝูง สัตว์ คน ที่ สอง ที่ สาม และ คน อื่นๆ ทุก กลุ่ม ว่า“ พวก เจ้า ต้อง พูด อย่าง เดียวกัน นี้ กับ เอ ซาว เมื่อ พบ เขา {32:20} และ พวก เจ้า อย่า ลืม พูด ว่า‘ ยา โค บ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน กำลัง ตาม มา ข้าง หลัง เรา’” เพราะ ยา โค บคิดว่า“ เรา จะ ทำให้ เขา หาย โกรธ ด้วย ของ กำนัล เหล่า นี้ ที่ ส่ง ไป ล่วงหน้า ภายหลัง เมื่อ เรา พบ หน้า เขา บางที เขา อาจ จะ ยอมรับ เรา” {32:21} ดังนั้น ยา โค บ จึง ส่ง ของ กำนัล ไป ล่วงหน้า ส่วนตัว เขา เอง ค้าง แรม อยู่ ใน ค่าย {i32:22} ยา โค บ ปล้ำ สู้ กับ พระเจ้า {32:22} คืน นั้น ยา โค บ ลุก ขึ้น พา ภรรยา ทั้ง สอง เมีย ทาส ทั้ง สอง และ ลูกชาย สิบ เอ็ด คน ข้าม ลำ น้ำ ยับ บอก ตรง บริเวณ สันดอน {32:23} หลัง จาก ส่ง พวก เขา ข้าม ลำ น้ำ ไป แล้ว ก็ ส่ง ทรัพย์ สมบัติ ทั้งหมด ข้าม ตาม ไป {32:24} ดังนั้น จึง เหลือ ยา โค บอ ยู่ แต่ ลำพัง และ มี บุรุษ ผู้ หนึ่ง มา ปล้ำ สู้ กับ เขา จน รุ่งสาง {32:25} เมื่อ บุรุษ นั้น เห็น ว่า ไม่ สามารถ เอา ชนะ เขา ได้ จึง แตะ ที่ เบ้า ข้อ ต่อ สะโพก ของ ยา โค บ ขณะ ที่ ปล้ำ สู้ กัน ทำให้ สะโพก เคล็ด {32:26} แล้ว บุรุษ นั้น ก็ พูด ว่า“ ปล่อย เรา ไป เถิด ฟ้า สาง แล้ว” แต่ ยา โค บตอบว่า“ ข้าพเจ้า จะ ไม่ ปล่อย จน กว่า ท่าน จะ อวยพร ข้าพเจ้า” {32:27} บุรุษ นั้น ถาม เขา ว่า“ เจ้า ชื่อ อะไร?” เขา ตอบ ว่า“ ยา โค บ” {32:28} แล้ว บุรุษ นั้น จึง กล่าว ว่า“ เจ้า จะ ไม่ ชื่อ ว่า ยา โค บ อีก แต่ จะ ชื่อ ว่า อิสราเอล เพราะ เจ้า สู้ กับ พระเจ้า และ สู้ กับ มนุษย์ แล้ว เจ้า ก็ ชนะ” {32:29} ยา โค บพูดว่า“ โปรด บอก ชื่อ ของ ท่าน ให้ ข้าพเจ้า ทราบ” แต่ บุรุษ นั้น ตอบ ว่า“ เจ้า ถาม ชื่อ เรา ทำไม? เจ้า ไม่ รู้ หรือ ว่า เรา คือ ใคร?” แล้ว อวยพร เขา ที่ นั่น {32:30} ดังนั้น ยา โค บ จึง เรียก ที่ แห่ง นั้น ว่า เปนีเอล โดย กล่าว ว่า“ เรา ได้ เห็น พระเจ้า ต่อ หน้า ต่อ ตา กระนั้น พระองค์ ยัง ทรง ไว้ ชีวิต เรา” {32:31} ขณะ ที่ ยา โค บ เดินทาง ผ่าน เปนี เอ ลด วง อาทิตย์ ขึ้น แล้ว เขา เดิน โขยกเขยก เพราะ ยัง เจ็บ สะโพก อยู่ {32:32} ฉะนั้น ชาว อิสราเอล จึง ไม่ กิน เอ็น ที่ ติด กับ เบ้า ข้อ ต่อ สะโพก จน กระทั่ง ทุก วัน นี้ เพราะ พระเจ้า ได้ ทรง แตะ ต้อง เบ้า ข้อ ต่อ สะโพก บริเวณ ใกล้ เส้นเอ็น ของ ยา โค บ {i33:1} ยา โค บ พบ เอ ซาว {33:1} ยา โค บ เงย หน้า ขึ้น เห็น เอ ซาว มา กับ ชาย สี่ ร้อย คน เขา จึง แบ่ง ลูกๆ ระหว่าง เลอาห์ราเชล และ เมีย ทาส ทั้ง สอง {33:2} เขา ให้ เมีย ทาส ทั้ง สอง กับ ลูก ของ พวก นาง อยู่ ข้าง หน้า ถัด มา คือ เลอาห์กับลูกๆ ส่วน รา เชล กับ โย เซฟ อยู่ ท้าย สุด {33:3} ตัว ยา โค บ เอง เดิน ขึ้น ไป ข้าง หน้า และ ขณะ ที่ เข้า ไป ใกล้ พี่ ชาย เขา ก็ น้อม คำนับ จน หน้า ถึง พื้น เจ็ด ครั้ง {33:4} แต่ เอ ซาว วิ่ง เข้า มา หา และ กอด ยา โค บ ไว้ เขา โอบ คอ และ จูบ ยา โค บ พวก เขา ต่าง ร่ำไห้ {33:5} แล้ว เอ ซาว เงย หน้า ขึ้น เห็น พวก ผู้หญิง และ เด็ก เขา ถาม ว่า“ คน ที่ อยู่ กับ เจ้า นี้ เป็น ใคร?” ยา โค บตอบว่า“ เป็น ลูกๆ ที่ พระเจ้า ทรง เมตตา ประทาน ให้ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน” {33:6} จาก นั้น เมีย ทาส ทั้ง สอง พร้อม กับ ลูกๆ ก้าว มา ข้าง หน้า และ น้อม คำนับ {33:7} ต่อ มา เลอาห์และลูกๆ ของ นาง ก็ เข้า มา และ น้อม คำนับ และ ท้าย สุด โย เซฟ กับ รา เชล ก็ เข้า มา น้อม คำนับ ด้วย {33:8} เอ ซาว ถาม ว่า“ เจ้า ส่ง ฝูง สัตว์ ทั้งหลาย มา ให้ เรา ทำไม?” ยา โค บตอบว่า“ เพื่อ ให้ ท่าน เมตตา ข้าพเจ้า” {33:9} แต่ เอ ซาว กล่าว ว่า“ น้อง เอ๋ย เรา มี มากมาย อยู่ แล้ว เก็บ สิ่ง ที่ เจ้า มี เอา ไว้ เอง เถิด” {33:10} ยา โค บก ล่า วว่า“ อย่า ปฏิเสธ เลย ได้ โปรด เถิด ถ้า ท่าน เมตตา ข้าพเจ้า ขอ โปรด รับ ของขวัญ นี้ จาก ข้าพเจ้า เพราะ ที่ ได้ เห็น หน้า ท่าน ก็ เหมือน ได้ เห็น พระ พักตร์ ของ พระเจ้า ใน เมื่อ ท่าน ยอมรับ ข้าพเจ้า {33:11} โปรด รับ พร ที่ นำ มา ให้ ท่าน เถิด เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง กรุณา ต่อ ข้าพเจ้า และ ข้าพเจ้า มี ทุก สิ่ง ที่ จำเป็น” และ เพราะ ยา โค บ คะยั้นคะยอ เอ ซาว จึง รับ เอา ไว้ {33:12} แล้ว เอ ซาว กล่าว ว่า“ ให้ เรา ออก เดินทาง กัน เถิด ตัว เรา จะ ไป กับ เจ้า ด้วย” {33:13} แต่ ยา โค บก ล่า ว กับ เขา ว่า“ นาย ของ ข้าพเจ้า ก็ รู้ ว่า ลูกๆ ยัง เล็ก อยู่ และ ข้าพเจ้า ต้อง ดูแล แกะ และ วัว ตัวเมีย ที่ ให้ นม ลูก ถ้า ไล่ ต้อน มัน อย่าง หนัก ใน วัน เดียว สัตว์ ทั้งหมด นี้ ก็ จะ ตาย หมด {33:14} ฉะนั้น ขอ นาย ของ ข้าพเจ้า ล่วงหน้า คน รับใช้ ของ ท่าน ไป ก่อน ขณะ ที่ ข้าพเจ้า จะ ค่อยๆ เดินทาง ไป ตาม กำลัง ของ ฝูง สัตว์ และ ลูกๆ จน กว่า จะ ไป พบ นาย ของ ข้าพเจ้า ที่ เส อีร์” {33:15} เอ ซาว กล่าว ว่า“ ถ้า อย่าง นั้น ให้ เรา ทิ้ง คน ของ เรา บาง คน ไว้ กับ เจ้า” ยา โค บถามว่า“ ท่าน ไม่ จำเป็น ต้อง ทำ เช่น นั้น ขอ เพียง แค่ ท่าน เมตตา ข้าพเจ้า ก็ พอ แล้ว” {33:16} ดังนั้น ใน วัน นั้น เอง เอ ซาว จึง ออก เดินทาง กลับ ไป เส อีร์ {33:17} แต่ ยา โค บ เดินทาง ไป ถึง สุ คคท เขา สร้าง ที่ พัก สำหรับ ตนเอง และ ฝูง สัตว์ ขึ้น ที่ นั่น สถานที่ ตรง นั้น จึง ได้ ชื่อ ว่า สุ คคท {33:18} หลัง จาก ยา โค บ มา จาก ปัด ดาน อา รัม เขา มา ถึง เมือง เชเคม ใน แผ่นดิน คา นา อัน อย่าง ปลอดภัย และ ตั้ง ค่าย พัก อยู่ ใกล้ เมือง นั้น {33:19} เขา ซื้อ ที่ดิน ที่ ตั้ง เต็นท์ จาก บรรดา บุตร ของ ฮา โมร์ บิดา ของ เชเคม ใน ราคา 100 เค สิ ทาห์ {33:20} เขา ตั้ง แท่น บูชา ที่ นั่น และ ขนาน นาม ว่า เอ ลเอโล เฮ อิสราเอล {i34:1} ดี นาห์กับชาวเชเคม {34:1} ฝ่าย ดี นาห์ บุตร สาว ของ ยา โค บกับเลอาห์ ออก ไป เยี่ยมเยียน ผู้หญิง ชาว ท้องถิ่น นั้น {34:2} เมื่อ เชเคม บุตร ชาย ของ ฮา โมร์ชาวฮีไวต์ ซึ่ง เป็น ผู้ปกครอง เขต นั้น เห็น เธอ ก็ ฉุด เธอ ไป ข่มขืน {34:3} ใจ ของ เขา ก็ ผูกพัน กับ ดี นาห์ บุตร สาว ของ ยา โค บ เขา รัก นาง และ พูดจา อ่อนหวาน กับ นาง {34:4} และ เชเคม กล่าว กับ ฮา โมร์ บิดา ของ เขา ว่า“ ไป เอา ผู้หญิง คน นี้ มา เป็น เมีย ลูก” {34:5} เมื่อ ยา โค บ ได้ยิน ว่า ดี นาห์ บุตร สาว ถูก ย่ำยี บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ เขา กำลัง อยู่ ใน ท้อง ทุ่ง กับ ฝูง สัตว์ เลี้ยง ยา โค บ จึง เงียบ อยู่ คอย จน กว่า พวก เขา กลับ ถึง บ้าน {34:6} แล้ว ฮา โมร์ บิดา ของ เชเคม ก็ มา คุย กับ ยา โค บ {34:7} เมื่อ บุตร ชาย ของ ยา โค บก ลับ มา จาก ท้อง ทุ่ง ทันที ที่ ทราบ ว่า มี เรื่อง อะไร เกิด ขึ้น พวก เขา เศร้า เสียใจ และ เป็น เดือด เป็น แค้น ยิ่งนัก เพราะ เชเคม ได้ สร้าง ความ เสื่อมเสีย ขึ้น ใน อิสราเอล โดย การ หลับ นอน กับ ลูกสาว ของ ยา โค บ อัน เป็น สิ่ง ที่ ไม่ ควร ทำ {34:8} แต่ ฮา โมร์ บอก กับ พวก เขา ว่า“ เชเคม ลูกชาย ของ เรา ปักใจ อยู่ กับ ลูกสาว ของ ท่าน โปรด ยก นาง ให้ เป็น ภรรยา ของ เขา เถิด {34:9} และ ขอ เชิญ พวก ท่าน มา ร่วม สมรส กับ พวก เรา ยก บรรดา ลูกสาว ของ พวก ท่าน ให้ พวก เรา และ รับ บรรดา ลูกสาว ของ พวก เรา ไป เป็น ภรรยา ของ พวก ท่าน {34:10} ท่าน สามารถ จะ ตั้ง ถิ่น ฐาน อยู่ ท่ามกลาง พวก เรา แผ่นดิน นี้ เปิด กว้าง สำหรับ ท่าน เชิญ ท่าน อาศัย อยู่ ทำ มา ค้า ขาย และ ซื้อ หา ที่ดิน” {34:11} แล้ว เชเคม จึง เอ่ย กับ บิดา และ พี่ ชาย น้อง ชาย ของ ดี นาห์ว่า“ ขอ ท่าน เมตตา ข้าพเจ้า เถิด แล้ว ข้าพเจ้า จะ ให้ ทุก อย่าง ตาม ที่ ท่าน เรียกร้อง {34:12} เชิญ เรียก สินสอด และ ของ กำนัล มาก เท่าใด ก็ ได้ ตามใจ ชอบ ข้าพเจ้า จะ จ่าย ให้ ตาม ที่ ท่าน เรียกร้อง ขอ แต่ เพียง ยก หญิง สาว คน นี้ ให้ เป็น ภรรยา ของ ข้าพเจ้า” {34:13} เพราะ เหตุ ที่ ดี นาห์ น้อง สาว ของ พวก เขา ถูก ย่ำยี บุตร ชาย ของ ยา โค บ จึง หลอกลวง เชเคมและฮาโมร์ บิดา ของ เขา {34:14} พวก เขา บอก คน เหล่า นั้น ว่า“ เรา ทำ เช่น นั้น ไม่ ได้ เรา ไม่ อาจ ยก น้อง สาว ให้ แก่ ชาย ที่ ยัง ไม่ ได้ เข้า สุหนัต เพราะ ถือ เป็น เรื่อง เสื่อมเสีย แก่ เรา {34:15} เรา จะ ยินยอม ก็ ต่อ เมื่อ พวก ท่าน ทำ ตาม เงื่อนไข ข้อ นี้ ของ เรา เท่านั้น คือ พวก ท่าน ต้อง ให้ ผู้ชาย ทุก คน ใน พวก ท่าน เข้า สุหนัต เพื่อ พวก ท่าน จะ เป็น เหมือน พวก เรา {34:16} แล้ว เรา จึง จะ ยก บรรดา บุตร สาว ของ เรา ให้ พวก ท่าน และ เรา จะ รับ บรรดา บุตร สาว ของ พวก ท่าน มา เป็น ภรรยา เรา จะ ตั้ง ถิ่น ฐาน อยู่ ท่ามกลาง พวก ท่าน และ กลาย เป็น ชนก ลุ่ม เดียว กับ ท่าน {34:17} แต่ ถ้า ท่าน ไม่ ตกลง ที่ จะ เข้า สุหนัต เรา จะ เอา ตัว น้อง สาว ไป” {34:18} ฮา โมร์กับเชเคม พอใจ กับ ข้อ เสนอ ของ พวก เขา {34:19} เชเคม ซึ่ง เป็น ชาย หนุ่ม ผู้ ได้ รับ การ ยกย่อง มาก ที่สุด ใน ครอบครัว ของ บิดา ไม่ รีรอ ที่ จะ ทำ ตาม เพราะ เขา ชื่น ชอบ บุตร สาว ของ ยา โค บ {34:20} ฉะนั้น ฮา โมร์กับเชเคม บุตร ชาย จึง ไป ที่ ประตู เมือง และ พูด กับ ชาว เมือง ของ เขา ว่า {34:21} “ คน เหล่า นี้ เป็น มิตร กับ เรา ให้ เขา มา อาศัย และ ทำ มา ค้า ขาย ใน ดินแดน ของ เรา เถิด แผ่นดิน นี้ กว้าง ขวาง พอ ที่ จะ รับ เขา ไว้ พวก เรา ก็ สามารถ แต่งงาน กับ บุตร สาว ของ พวก เขา และ พวก เขา สามารถ แต่งงาน กับ บุตร สาว ของ เรา ได้ {34:22} แต่ มี เงื่อนไข ข้อ เดียว ที่ พวก เขา จะ ยอม มา อยู่ เป็น ชนก ลุ่ม เดียว กับ พวก เรา ก็ คือ ให้ พวก ผู้ชาย ของ เรา ทุก คน เข้า สุหนัต เหมือน พวก เขา {34:23} แล้ว ฝูง สัตว์ ทรัพย์สิน และ สัตว์ อื่นๆ ทั้งสิ้น ของ พวก เขา จะ ไม่ ตก เป็น ของ พวก เรา หรือ? ให้ เรา ตกลง ตาม เงื่อนไข ของ พวก เขา เถิด พวก เขา จะ ได้ มา ตั้ง ถิ่น ฐาน อยู่ ท่ามกลาง พวก เรา” {34:24} ชาย ทุก คน ที่ ออก ไป จาก ประตู เมือง เห็น พ้อง กับ ฮา โมร์และเชเคม บุตร ชาย ของ เขา ชาย ทุก คน ใน เมือง ก็ เข้า สุหนัต {34:25} สาม วัน ต่อ มา ขณะ ที่ พวก เขา ทุก คน ยัง เจ็บ อยู่ บุตร ชาย สอง คน ของ ยา โค บ คือ สิ เม โอน กับ เล วี ซึ่ง เป็น พี่ ชาย ของ ดี นาห์ ก็ ถือ ดาบ บุก เข้า ไป โจมตี เมือง ที่ ไม่ ทัน ระวัง ตัว พวก เขา ฆ่า ผู้ชาย ทุก คน {34:26} เขา ฆ่า ฮา โมร์และเชเคม ด้วย ดาบ แล้ว พา ดี นาห์ ออก มา จาก บ้าน ของ เชเคม {34:27} บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ ยา โค บ ข้าม ศพ เหล่า นั้น เข้า มา และ ปล้น เมือง ที่ น้อง สาว ของ ตน เคย ถูก ย่ำยี {34:28} พวก เขา ยึด ฝูง วัว ฝูง แพะ แกะ ฝูง ลา ตลอด จน ข้าวของ ทุก อย่าง ทั้ง ใน เมือง และ ใน ทุ่ง นา {34:29} พวก เขา กวาด เอา ทรัพย์ สมบัติ ข้าวของ ใน บ้าน ทุก อย่าง และ กวาด ต้อน ผู้หญิง กับ เด็ก มา {34:30} แล้ว ยา โค บ พูด กับ สิ เม โอน และ เลวีว่า“ เจ้า ทำให้ พ่อ เดือดร้อน และ เสื่อมเสีย ชื่อเสียง ใน หมู่ ชาว คา นา อัน และ ชาว เปริส ซี ซึ่ง อาศัย อยู่ ใน ดินแดน นี้ เรา มี กัน แค่ หยิบมือ เดียว ถ้า พวก เขา รวม กำลัง มา โจมตี เรา เรา กับ ครัว เรือน ของ เรา ก็ จะ ถูก ทำลาย” {34:31} แต่ พวก เขา ตอบ ว่า“ ควร หรือ ที่ เขา มา ทำ กับ น้อง สาว ของ เรา อย่าง กับ โสเภณี?” {i35:1} ยา โค บก ลับ ไป เบธเอล {35:1} แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ ยา โค บว่า“ จง ขึ้น ไป ยัง เบธเอล แล้ว ตั้ง ถิ่น ฐาน ที่ นั่น และ จง สร้าง แท่น บูชา ขึ้น ที่ นั่น ถวาย พระเจ้า ผู้ ทรง ปรากฏ แก่ เจ้า เมื่อ เจ้า หนี จาก เอ ซาว พี่ ชาย ของ เจ้า” {35:2} ดังนั้น ยา โค บ จึง กล่าว กับ ครอบครัว ของ เขา และ ทุก คน ที่ อยู่ กับ เขา ว่า“ จง กำจัด เทวรูป ทั้งหลาย ที่ พวก เจ้า มี อยู่ แล้ว ชำระ ตัว ให้ บริสุทธิ์ และ เปลี่ยน เสื้อ ผ้า {35:3} แล้ว ให้ เรา ขึ้น ไป ยัง เบธเอล ที่ เรา จะ สร้าง แท่น บูชา ขึ้น ถวาย แด่ พระเจ้า ผู้ ทรง ตอบ คำ อธิษฐาน ของ เรา ใน คราว ทุกข์ ยาก และ ได้ สถิต กับ เรา ตลอด มา ใน ทุก หน ทุก แห่ง ที่ เรา ไป” {35:4} คน เหล่า นั้น จึง เอา เทวรูป ทั้งหมด ของ ตน และ ตุ้มหู มา มอบ ให้ ยา โค บ และ ยา โค บ ก็ ฝัง มัน ไว้ ใต้ สถาน บูชา ต้นไม้ ใหญ่ ที่ เชเคม {35:5} จาก นั้น พวก เขา ก็ ออก เดินทาง ต่อ และ ชาว เมือง ที่ อยู่ รอบๆ พวก เขา ก็ เกิด หวาดกลัว พระเจ้า จึง ไม่ มี ใคร ไล่ ตาม พวก เขา ไป {35:6} ยา โค บ กับ คน ทั้งหมด ที่ ร่วม ทาง ได้ มา ถึง เมือง ลูส (คือ เบธเอล) ใน แผ่นดิน คา นา อัน {35:7} เขา สร้าง แท่น บูชา ขึ้น และ เรียก ที่ นั่น ว่า เอ ลเบธเอล เพราะ พระเจ้า ทรง เปิดเผย พระองค์ แก่ เขา ที่ นั่น เมื่อ ครั้ง ที่ เขา หนี จาก พี่ ชาย ของ เขา {35:8} ครั้ง นั้น เด โบ ราห์ พี่เลี้ยง ของ เร เบคาห์ สิ้น ชีวิต และ ถูก ฝัง ไว้ ใต้ ต้นไม้ ใหญ่ ที่ อยู่ ทาง ใต้ ของ เบธเอล ที่ นั่น จึง ได้ ชื่อ ว่า อัล โลน บา คู ท {35:9} หลัง จาก ยา โค บก ลับ มา จาก จาก ปัด ดาน อา รัม พระเจ้า ทรง ปรากฏ แก่ ยา โค บ อีก ครั้ง หนึ่ง และ ทรง อวยพร เขา {35:10} พระเจ้า ตรัส กับ เขา ว่า“ เจ้า ชื่อ ยา โค บ แต่ คน จะ ไม่ เรียก เจ้า ว่า ยา โค บ อีก ต่อ ไป เจ้า จะ ได้ ชื่อ ว่า อิสราเอล” ดังนั้น พระองค์ จึง ตั้ง ชื่อ เขา ว่า อิสราเอล {35:11} แล้ว พระเจ้า ตรัส กับ เขา ว่า“ เรา เป็น พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธิ์ เจ้า จง มี ลูก มี หลาน มากมาย และ ทวี จำนวน ขึ้น จะ มี ชน ชาติ หนึ่ง และ หมู่ ประชาชาติ เกิด มา จาก เจ้า และ กษัตริย์ หลาย องค์ จะ มา จาก กาย ของ เจ้า {35:12} ดินแดน นี้ ซึ่ง เรา ยก ให้ แก่ อับราฮัม และ อิส อัค เรา จะ ยก ให้ แก่ เจ้า ด้วย และ เรา จะ ให้ ดินแดน นี้ แก่ ลูกหลาน ของ เจ้าที่ จะ มา ภายหลัง” {35:13} แล้ว พระเจ้า เสด็จ ขึ้น ไป จาก สถานที่ ที่ พระองค์ ตรัส กับ เขา {35:14} ยา โค บ จึง ตั้ง เสา หิน ตรง สถานที่ ซึ่ง พระเจ้า ตรัส กับ เขา แล้ว เท เครื่อง ดื่ม บูชา ลง บน เสา และ เท น้ำมัน ลง บน นั้น ด้วย {35:15} ยา โค บ เรียก สถานที่ ซึ่ง พระเจ้า ตรัส กับ เขา ว่า เบธเอล {i35:16} รา เชลและอิสอัคสิ้นชีวิต (1 พศด.2:1-2) {35:16} จาก นั้น พวก เขา เดินทาง ออก จาก เบธเอล ขณะ ที่ พวก เขา ใกล้ จะ ถึง เอฟ รา ธาห์ราเชล เริ่ม เจ็บ ท้อง คลอด และ ทรมาน มาก {35:17} ขณะ ที่ กำลัง ทุรนทุราย อยู่ นั้น นาง ผดุงครรภ์ ก็ ปลอบ ว่า“ อย่า กลัว เลย เพราะ เธอ กำลัง จะ ได้ ลูกชาย อีก คน” {35:18} ขณะ ที่ รา เชล กำลัง จะ สิ้น ลมหายใจ นาง ตั้ง ชื่อ ลูก ว่า เบน โอ นี แต่ ยา โค บ เรียก เขา ว่า เบน ยา มิ น {35:19} รา เชล ก็ สิ้น ชีวิต และ ถูก ฝัง ไว้ บน เส้นทาง ที่ จะ ไป เอฟ รา ธาห์ (คือ เบธเลเฮม) {35:20} ยา โค บ ปัก เสา หิน เหนือ หลุม ฝัง ศพ ของ นาง เป็น อนุสรณ์ ซึ่ง ยัง คง อยู่ จน ทุก วัน นี้ {35:21} แล้ว อิสราเอล ก็ เดินทาง ต่อ ไป อีก ครั้ง และ ได้ ตั้ง เต็นท์ ถัด จาก มิ กดัลเอเดอร์ {35:22} ขณะ อิสราเอล พัก อยู่ ใน ละแวก นั้น รู เบน ก็ ไป หลับ นอน กับ บิล ฮาห์ ภรรยา น้อย ของ บิดา และ อิสราเอล ก็ ได้ ทราบ เรื่อง นี้ ยา โค บ มี บุตร ชาย สิบ สอง คน {35:23} บุตร ชาย ที่ เกิด จาก เลอาห์ ได้แก่ รู เบน บุตร ชาย หัว ปี ของ ยา โค บ สิ เม โอน เล วี ยูดาห์ อิสสา คาร์ และ เศบูลุน {35:24} บุตร ชาย ที่ เกิด จาก รา เชล ได้แก่ โย เซฟ และ เบน ยา มิ น {35:25} บุตร ชาย ที่ เกิด จาก บิล ฮาห์ สาวใช้ ของ รา เชล ได้แก่ ดาน และ นัฟทาลี {35:26} บุตร ชาย ที่ เกิด จาก ศิลปาห์ สาวใช้ ของ เลอาห์ ได้แก่ กาด และ อา เชอร์ ทั้งหมด นี้ คือ บุตร ชาย ของ ยา โค บ ที่ เกิด ใน ปัด ดาน อา รัม {35:27} ยา โค บก ลับ บ้าน มา หา อิส อัค บิดา ของ เขา ที่ มัมเรใกล้คีริยาทอารบา (คือ เมือง เฮ โบ รน) ที่ ซึ่ง อับราฮัม กับ อิส อัค ได้ อาศัย อยู่ {35:28} อิส อัค มี อายุ จน ถึง 180 ปี {35:29} แล้ว อิส อัค ก็ สิ้น ลมหายใจ และ ถูก รวม ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา เขา สิ้น ชีวิต เมื่อ ชรา มาก แล้ว เอ ซาว กับ ยา โค บ ผู้ เป็น บุตร ก็ จัดการ ฝัง ศพ บิดา {i36:1} วงศ์วาน ของ เอ ซาว (1 พศด.1:35-42) {36:1} นี่ คือ เรื่องราว เชื้อสาย ของ เอ ซาว (คือ เอ โดม) {36:2} เอ ซาว แต่งงาน กับ หญิง ชาว คา นา อัน คือ อา ดาห์ บุตร สาว ของ เอ โลน ชาว ฮิต ไทต์ และ โอ โฮ ลี บา มาห์ เป็น บุตร สาว ของ อา นาห์ และ เป็น หลาน สาว ของ ศิเบโอนชาวฮีไวต์ {36:3} และ บา เส มัท บุตร สาว ของ อิชมาเอล น้อง สาว ของ เนบาโยท {36:4} อา ดาห์ ให้ กำเนิด เอ ลี ฟัส แก่ เอ ซาว บา เส มัท ให้ กำเนิด เร อู เอ ล {36:5} และ โอ โฮ ลี บา มาห์ ให้ กำเนิด เย อู ชยา ลาม และ โค ราห์ ทั้งหมด นี้ คือ บุตร ชาย ของ เอ ซาว ที่ เกิด ใน ดินแดน คา นา อัน {36:6} เอ ซาว พา ภรรยา ทั้งหลาย บุตร ชาย หญิง คน ทั้งปวง ใน ครัว เรือน ฝูง สัตว์ สัตว์ อื่นๆ รวม ทั้ง ทรัพย์ สมบัติ ทั้งหมด ที่ หา มา ได้ ใน ดินแดน คา นา อัน ย้าย ไป ยัง อีก ดินแดน หนึ่ง ซึ่ง อยู่ ไกล จาก ยา โค บ น้อง ชาย ของ เขา {36:7} ทรัพย์ สมบัติ ที่ ทั้ง สอง ฝ่าย มี นั้น มาก เกิน กว่า ที่ เขา ทั้ง สอง จะ อาศัย อยู่ ร่วม กัน ได้ ดินแดน นั้น ไม่ สามารถ รองรับ ฝูง สัตว์ ของ เขา ทั้ง สอง {36:8} ดังนั้น เอ ซาว (คือ เอ โดม) จึง ไป ตั้ง ถิ่น ฐาน ใน แดน เทือกเขา เส อีร์ {36:9} นี่ คือ เรื่องราว เชื้อสาย ของ เอ ซาว บิดา ของ ชน ชาติ เอ โดม ใน แดน เทือกเขา เส อีร์ {36:10} ต่อ ไป นี้ เป็น รายชื่อ บุตร ชาย ของ เอ ซาว เอ ลี ฟัส ซึ่ง เกิด จาก นาง อา ดาห์ ภรรยา ของ เอ ซาว และ เร อู เอ ล ซึ่ง เกิด จาก บา เส มัท ภรรยา ของ เอ ซาว {36:11} บุตร ชาย ของ เอ ลี ฟัส ได้แก่ เท มาน โอ มาห์ เศโฟ กา ทาม และ เค นัส {36:12} เอ ลี ฟัส บุตร เอ ซาว มี ภรรยา น้อย ชื่อ ทิม นา ผู้ ให้ กำเนิด อา มา เลข แก่ เขา คน เหล่า นี้ เป็น หลาน ชาย ของ นาง อา ดาห์ ภรรยา ของ เอ ซาว {36:13} บุตร ชาย ของ เร อู เอ ล ได้แก่ นา หา ทเศราห์ชัม มาห์ และ มิส ซาห์ คน เหล่า นี้ เป็น หลาน ชาย ของ นาง บา เส มัท ภรรยา ของ เอ ซาว {36:14} บุตร ชาย ของ เอ ซาว ซึ่ง เกิด จาก นาง โอ โฮ ลี บา มาห์ ภรรยา ของ เอ ซาว ซึ่ง เป็น บุตร สาว ของ อา นาห์ และ เป็น หลาน สาว ของ ศิเบ โอน ได้แก่ เย อู ชยา ลาม และ โค ราห์ {36:15} ต่อ ไป นี้ เป็น รายชื่อ หัวหน้า ตระกูล ใน หมู่ ลูกหลาน ของ เอ ซาว บุตร ของ เอ ลี ฟัส ผู้ เป็น บุตร หัว ปี ของ เอ ซาว ได้แก่ หัวหน้า เท มาน โอ มาร์เศโฟเคนัส {36:16} โค ราห์ กา ทาม และ อา มา เลข คน เหล่า นี้ คือ หัวหน้า ซึ่ง สืบ เชื้อสาย จาก เอ ลี ฟัส แห่ง เอ โดม พวก เขา เป็น หลาน ชาย ของ นาง อา ดาห์ {36:17} บุตร ชาย ของ เร อู เอ ล ผู้ เป็น บุตร ของ เอ ซาว ได้แก่ หัวหน้า นา หา ทเศราห์ชัม มาห์ และ มิส ซาห์ คน เหล่า นี้ คือ หัวหน้า ซึ่ง สืบ เชื้อสาย จาก เร อู เอ ล แห่ง เอ โดม พวก เขา เป็น หลาน ชาย ของ นาง บา เส มัท ภรรยา ของ เอ ซาว {36:18} บุตร ชาย ของ นาง โอ โฮ ลี บา มาห์ ภรรยา ของ เอ ซาว ได้แก่ หัวหน้า เย อู ชยา ลาม และ โค ราห์ คน เหล่า นี้ คือ หัวหน้า ซึ่ง สืบ เชื้อสาย จาก นาง โอ โฮ ลี บา มาห์ บุตร สาว ของ อา นาห์ ภรรยา ของ เอ ซาว {36:19} คน เหล่า นี้ เป็น บุตร ชาย ของ เอ ซาว (คือ เอ โดม) และ คน เหล่า นี้ เป็น หัวหน้า ของ พวก เขา {36:20} ต่อ ไป นี้ เป็น บุตร ชาย ของ เส อีร์ ชาว โฮ รี ซึ่ง อาศัย อยู่ ใน ท้องถิ่น นั้น โลทานโชบาลศิเบโอนอานาห์ {36:21} ดี โชน เอเซอร์ และ ดี ชาน คน เหล่า นี้ เป็น บุตร ชาย ของ เส อีร์ แห่ง เอ โดม ซึ่ง เป็น หัวหน้า ของ ชาว โฮ รี {36:22} บุตร ชาย ของ โล ทาน ได้แก่ โฮ รี และ โฮ มา ม ทิม นา เป็น น้อง สาว ของ โลทาน {36:23} บุตร ชาย ของ โชบาลได้เแก่อัล วาน มา นา ฮา ทเอบาลเชโฟและโอนัม {36:24} บุตร ชาย ของ ศิเบ โอน ได้แก่ อัยยาห์และอานาห์อานาห์ คือ ผู้ ค้น พบ บ่อ น้ำพุ ร้อน ใน ทะเลทราย ขณะ ที่ เลี้ยง ฝูง ลา ของ ศิเบ โอน ผู้ เป็น บิดา {36:25} บุตร ของ อา นาห์ ได้แก่ ดี โชน และ โอ โฮ ลี บา มาห์ ซึ่ง เป็น บุตร สาว ของ อา นาห์ {36:26} บุตร ชาย ของ ดี โชน ได้แก่ เฮ ม ดาน เอช บาน อิธ ราน และ เค ราน {36:27} บุตร ชาย เอเซอร์ ได้แก่ บิล ฮา นศา อา วาน และ อา ขาน {36:28} บุตร ชาย ของ ดี ชาน ได้แก่ อู ศ และ อา รัน {36:29} ต่อ ไป นี้ เป็น หัวหน้า ของ ชาว โฮ รี ได้แก่ โลทานโชบาลศิเบโอนอานาห์ {36:30} ดี โชน เอเซอร์ และ ดี ชาน ซึ่ง แบ่ง ตาม ส่วน การ ปกครอง ของ พวก เขา ใน ดินแดน เส อีร์ {i36:31} กษัตริย์ ของ เอ โดม (1 พศด.1:43-54) {36:31} ต่อ ไป นี้ เป็น บรรดา กษัตริย์ ที่ ครอง ราชย์ ใน เอ โดม ก่อน ที่ ชน อิสราเอล จะ มี กษัตริย์ ปกครอง {36:32} เบลาบุตรเบโอร์ ได้ ขึ้น เป็น กษัตริย์ แห่ง เอ โดม เมือง ของ พระองค์ ชื่อ ดิน ฮา บาห์ {36:33} เมื่อ เบ ลา สิ้น พระ ชนม์ โย บับบุตรเศราห์จากโบสราห์ ได้ ขึ้น ปกครอง แทน {36:34} เมื่อ โย บับ สิ้น พระ ชนม์ หุ ชาม จาก ดินแดน ของ ชาว เท มาน ได้ ขึ้น ปกครอง แทน {36:35} เมื่อ หุ ชาม สิ้น พระ ชนม์ ฮา ดัด บุตร เบ ดัด ผู้ มี ชัย เหนือ กองทัพ มีเดีย น ใน ดินแดน โม อับ ได้ ขึ้น ปกครอง แทน เมือง ของ พระองค์ ชื่อ อา วี ท {36:36} เมื่อ ฮา ดัด สิ้น พระ ชนม์ สัมลาห์จากมัสเรคาห์ ได้ ขึ้น ปกครอง แทน {36:37} เมื่อ สัมลาห์ สิ้น พระ ชนม์ ชา อู ลจากเรโหโบท ที่ อยู่ ริม แม่น้ำ ได้ ขึ้น ปกครอง แทน {36:38} เมื่อ ชา อู ล สิ้น พระ ชนม์ บา อัลฮานันบุตรชายอัคโบร์ ได้ ขึ้น ปกครอง แทน {36:39} เมื่อ บา อัลฮานัน สิ้น พระ ชนม์ ฮา ดัด ได้ ขึ้น ปกครอง แทน เมือง ของ พระองค์ ชื่อ ปา อู มเหสี ของ พระองค์ ชื่อ เม เห ทา เบล บุตรี ของ มัทเรด ผู้ เป็น บุตรี ของ เม ซา หับ {36:40} ต่อ ไป นี้ เป็น รายชื่อ หัวหน้า ที่ สืบ เชื้อสาย จาก เอ ซาว แบ่ง ตาม ตระกูล และ ถิ่น ฐาน ที่ ปกครอง ได้แก่ ทิม นา อัลวาห์เยเธท {36:41} โอ โฮ ลี บา มาห์ เอ ลาห์ปิโนน {36:42} เค นัส เท มาน มิ บซาร์ {36:43} มัก ดี เอ ลและอิ ราม คน เหล่า นี้ คือ หัวหน้า ของ เอ โดม แบ่ง ตาม ถิ่น ฐาน ใน ดินแดน ที่ ปกครอง นี่ คือ เอ ซาว บิดา ของ ชาว เอ โดม {i37:1} ความ ฝัน ของ โย เซฟ {37:1} ยา โค บ ตั้ง ถิ่น ฐาน ใน ดินแดน ที่ บิดา ของ เขา เคย พัก อยู่ คือ ดินแดน คา นา อัน {37:2} นี่ คือ เรื่องราว เชื้อสาย ของ ยา โค บ ขณะ ที่ โย เซฟ อายุ สิบ เจ็ด ปี เขา ไป เลี้ยง สัตว์ กับ พวก พี่ ชาย ต่าง มารดา บุตร ของ นาง บิล ฮาห์และนางศิลปาห์ ผู้ เป็น ภรรยา ของ บิดา โย เซฟ เอา ความ ผิด ของ พี่ ชาย มา เล่า ให้ บิดา ฟัง {37:3} อิสราเอล นั้น รัก โย เซฟ มาก กว่า บุตร ชาย คน อื่นๆ เพราะ โย เซฟ เกิด เมื่อ เขา อายุ มาก แล้ว เขา ให้ เสื้อ คลุม ที่ ตกแต่ง อย่าง งดงาม แก่ โย เซฟ {37:4} เมื่อ พวก พี่ๆ เห็น ว่า พ่อ รัก โย เซฟ มาก กว่า พวก เขา จึง เกลียด ชัง โย เซฟ และ ไม่ ยอม พูด ดี ด้วย {37:5} โย เซฟ ฝัน และ เมื่อ เขา เล่า ความ ฝัน ให้ พี่น้อง ฟัง พวก เขา ก็ ยิ่ง เกลียด โย เซฟ มาก ขึ้น {37:6} โย เซฟ กล่าว ว่า“ มา ฉัน จะ เล่า ความ ฝัน ให้ ฟัง {37:7} ใน ฝัน นั้น พวก เรา กำลัง มัด ฟ่อน ข้าว อยู่ ด้วย กัน ใน ทุ่ง นา ทันใด นั้น ฟ่อน ข้าวของ ฉัน ก็ ตั้ง ขึ้น ส่วน ฟ่อน ข้าวของ พี่ๆ มา ห้อมล้อม คำนับ ฟ่อน ข้าวของ ฉัน” {37:8} พวก พี่ ชาย จึง พูด ว่า“ เจ้า คิด จะ ปกครอง พวก เรา อย่าง นั้น หรือ? เจ้า จะ ปกครอง พวก เรา จริงๆ หรือ?” พวก เขา จึง เกลียด ชัง โย เซฟ มาก ขึ้น เพราะ ความ ฝัน และ เพราะ คำ พูด ของ โย เซฟ {37:9} ต่อ มา โย เซฟ ก็ ฝัน อีก และ เล่า ให้ พี่น้อง ของ เขา ฟัง ว่า“ ฟัง สิ ฉัน ฝัน อีก แล้ว ฉัน ฝัน เห็น ดวง อาทิตย์ ดวง จันทร์ กับ ดาว สิบ เอ็ด ดวง มา น้อม คำนับ ฉัน” {37:10} เมื่อ เขา เล่า ให้ ทั้ง พ่อ และ พี่น้อง ฟัง พ่อ ตำหนิ เขา ว่า“ ที่ เจ้า ฝัน นั้น หมายความ ว่า อย่างไร? แม่ ของ เจ้าตัว ข้า และ พี่น้อง ของ เจ้า จะ ต้อง กราบ คำนับ เจ้า ถึง ดิน อย่าง นั้น หรือ?” {37:11} พวก พี่ ชาย อิจฉา โย เซฟ แต่ บิดา ของ เขา เก็บ เรื่อง นี้ ไว้ ใน ใจ {i37:12} พวก พี่ ชาย ขาย โย เซฟ {37:12} วัน หนึ่ง พี่ๆ ของ โย เซฟ ต้อน ฝูง สัตว์ ไป เลี้ยง ใกล้ เมือง เชเคม {37:13} อิสราเอล เรียก โย เซฟ มา สั่ง ว่า“ เจ้า ก็ รู้ แล้ว ว่า พวก พี่ ชาย ของ เจ้า ออก ไป เลี้ยง สัตว์ ใกล้ เมือง เชเคม มา เถิด เรา จะ ส่ง เจ้า ไป หา พวก เขา” เขา ตอบ ว่า“ ได้ ขอ รับ” {37:14} ดังนั้น อิสราเอล จึง กล่าว กับ โย เซฟ ว่า“ เจ้า จง ไป ดู ว่า พวก พี่ ชาย ของ เจ้า และ ฝูง สัตว์ เป็น อย่างไร กัน บ้าง แล้ว จง กลับ มาบ อก พ่อ” แล้ว อิสราเอล จึง ส่ง เขา ออก จาก หุบเขา เฮ โบ รน เมื่อ โย เซฟ มา ถึง เมือง เชเคม {37:15} ชาย คน หนึ่ง สังเกต เห็น เขา วนเวียน อยู่ ใน ท้อง ทุ่ง จึง ถาม ว่า“ เจ้า กำลัง หา อะไร?” {37:16} เขา ตอบ ว่า“ ฉัน กำลัง หา พวก พี่ ชาย ของ ฉัน ท่าน ทราบ ไหม ว่า พวก เขา เลี้ยง สัตว์ อยู่ ที่ไหน?” {37:17} ชาย คน นั้น ตอบ ว่า“ พวก เขา ไป จาก ที่ นี่ แล้ว ข้า ได้ยิน พวก เขา พูด กัน ว่า‘ ให้ เรา ไป เมือง โด ธานกันเถิด’” โย เซฟ จึง ตาม พวก พี่ ชาย ไป และ พบ พวก เขา ใกล้ เมือง โด ธาน {37:18} แต่ พวก เขา เห็น โย เซฟ แต่ ไกล และ ก่อน ที่ โย เซฟ จะ มา ถึง พวก พี่ ชาย ก็ คบคิด กัน จะ ฆ่า โย เซฟ {37:19} พวก พี่ๆ ก็ พูด กัน ว่า“ เจ้า คน ช่าง ฝัน มา นั่น แล้ว ไง! {37:20} เร็ว เข้า ให้ เรา ฆ่า มัน และ โยน ศพ มัน ทิ้ง ลง ไป ใน บ่อ สัก บ่อ หนึ่ง แล้ว บอก ว่า มัน ถูก สัตว์ ร้าย ขย้ำ กิน ไป แล้ว ทีนี้ เรา จะ ได้ เห็น กัน ว่า ฝัน ของ มัน จะ เป็น จริง ได้ อย่างไร” {37:21} เมื่อ รู เบน ได้ยิน เช่น นี้ ก็ พยายาม ช่วย โย เซฟ ให้ พ้น เงื้อมมือ ของ พวก เขา รู เบน จึง กล่าว ว่า“ อย่า เอา ชีวิต เขา เลย” {37:22} รู เบน กล่าว อีก ว่า“ อย่า ลงมือ ฆ่า เขา เลย ให้ เรา โยน เขา ลง ไป ใน บ่อ ทิ้ง ไว้ ใน ถิ่น กันดาร นี้ อย่า ลงมือ ทำ อะไร เขา เลย” รู เบน พูด เช่น นี้ เพราะ เขา ต้องการ ช่วย โย เซฟ และ พาก ลับ ไป หา พ่อ {37:23} ดังนั้น เมื่อ โย เซฟ มา ถึง พวก พี่ๆ จึง กระชาก เสื้อ คลุม ที่ ตกแต่ง อย่าง งดงาม ของ เขา ออก {37:24} แล้ว จับ เขา โยน ลง ไป ใน บ่อ ร้าง ซึ่ง ไม่ มี น้ำ {37:25} ขณะ ที่ พวก พี่ๆ นั่ง ลง กิน อาหาร อยู่ นั้น พวก เขา เงย หน้า ขึ้น มอง ไป เห็น ขบวน คาราวาน ของ คน อิชมาเอล ที่ มา จาก กิเล อาด ฝูง อูฐ ของ พวก เขา บรรทุก เครื่องเทศ ยาง ไม้ และ มดยอบ กำลัง มุ่งหน้า ไป ยัง อียิปต์ {37:26} ยูดาห์ จึง พูด กับ พี่น้อง ของ เขา ว่า“ เรา จะ ได้ ประโยชน์ อะไร ถ้า เรา ฆ่า น้อง ของ เรา แล้ว กลบเกลื่อน เรื่อง นี้? {37:27} ให้ เรา ขาย โย เซฟ ให้ พวก อิชมาเอล เถิด อย่า ทำ อะไร เขา เลย ถึง อย่างไร เขา ก็ เป็น พี่น้อง ของ เรา เป็น เลือดเนื้อ เชื้อ ไข เดียว กับ เรา” พี่น้อง ก็ เห็นด้วย {37:28} ฉะนั้น เมื่อ พวก พ่อค้า ชาว มีเดีย น มา ถึง พวก พี่ๆ จึง ดึง โย เซฟ ขึ้น จาก บ่อ แล้ว ขาย โย เซฟ ให้ คน อิชมาเอล ไป เป็น เงิน 20 เชเขล และ เขา ก็ พา โย เซฟ ไป อียิปต์ {37:29} ฝ่าย รู เบน กลับ มา ที่ บ่อ น้ำ แล้ว ไม่ พบ โย เซฟ จึง ฉีก เสื้อ ผ้า ของ ตน {37:30} เขา กลับ มา หา น้องๆ และ พูด ว่า“ เด็ก นั้น ไม่ อยู่ เสีย แล้ว! พี่ จะ ทำ อย่างไร ดี?” {37:31} พวก เขา จึง ฆ่า แพะ แล้ว เอา เสื้อ คลุม ของ โย เซฟ จุ่ม ลง ใน เลือด {37:32} จาก นั้น พวก เขา ก็ นำ เสื้อ คลุม ที่ ประดับประดา อย่าง สวย งาม ตัว นั้น กลับ ไป ให้ บิดา และ กล่าว ว่า“ พวก เรา พบ เสื้อ ตัว นี้ ขอ ให้ พ่อ ตรวจ ดู ว่า ใช่ เสื้อ คลุม ของ ลูกชาย ของ พ่อ หรือ ไม่” {37:33} ยา โค บ จำ เสื้อ ตัว นี้ ได้ จึง กล่าว ว่า“ นี่ เป็น เสื้อ คลุม ของ ลูก เรา! สัตว์ ร้าย ได้ ขย้ำ เขา เสีย แล้ว โย เซฟ ถูก ฉีก ออก เป็น ชิ้นๆ แน่” {37:34} ยา โค บ จึง ฉีก เสื้อ ผ้า ของ ตน นุ่งห่ม ผ้า กระสอบ และ คร่ำครวญ อาลัย ถึง บุตร ชาย ของ เขา อยู่ หลาย วัน {37:35} บุตร ชาย หญิง ทุก คน ได้ มา ปลอบโยน เขา แต่ เขา ก็ ไม่ ฟัง คำ ปลอบโยน และ กล่าว ว่า“ อย่า เลย เรา จะ คร่ำครวญ จน กว่า เรา จะ ลง ไป หา ลูก ของ เรา ใน แดน คน ตาย” ดังนั้น พ่อ ของ โย เซฟ ก็ ร้องไห้ อาลัย ถึง เขา {37:36} ใน ขณะ เดียวกัน ที่ อียิปต์ คน มีเดีย น ได้ ขาย โย เซฟ ให้ แก่ โป ทิฟาร์ ผู้ บัญชาการ ทหาร รักษา พระองค์ ซึ่ง เป็น ขุนนาง คน หนึ่ง ของ ฟาโรห์ {i38:1} ยูดาห์ กับ ทา มาร์ {38:1} ครั้ง นั้น ยูดาห์ แยก จาก พี่น้อง ของ เขา ไป อาศัย อยู่ กับ ชาย ชาว อดุล ลัม ผู้ หนึ่ง ชื่อ ฮีราห์ {38:2} ที่ นั่น ยูดาห์ พบ บุตร สาว ของ ชู อา ชาว คา นา อัน และ แต่งงาน และ หลับ นอน กับ นาง {38:3} นาง ตั้ง ครรภ์ คลอด บุตร ชาย และ ตั้ง ชื่อ เขา ว่า เอร์ {38:4} นาง ตั้ง ครรภ์ อีก ครั้ง หนึ่ง คลอด บุตร ชาย และ ตั้ง ชื่อ เขา ว่า โอ นัน {38:5} จาก นั้น นาง มี บุตร ชาย อีก และ ตั้ง ชื่อ เขา ว่า เชลาห์ นาง คลอด บุตร คน นี้ ที่ เค ซิบ {38:6} ยูดาห์ หา ภรรยา ให้ เอร์ บุตร หัว ปี นาง ชื่อ ว่า ทา มาร์ {38:7} แต่ เอร์ บุตร หัว ปี ของ ยูดาห์ เป็น คน ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ดังนั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ทรง ให้ เขา ถึง แก่ ความ ตาย {38:8} ยูดาห์ จึง บอก โอ นันว่า“ เจ้า จง หลับ นอน กับ ทา มาร์ พี่ สะใภ้ ทำ หน้าที่ แทน พี่ ชาย ที่ ล่วงลับ ไป ของ เจ้า เพื่อ ลูก ที่ เกิด มา จะ นับ เป็น วงศ์วาน ของ พี่ ชาย ของ เจ้า ต่อ ไป” {38:9} แต่ โอ นัน รู้ ว่า ลูก ที่ เกิด มา จะ ไม่ นับ เป็น ทายาท ของ เขา ฉะนั้น เมื่อ เขา ร่วม หลับ นอน กับ พี่ สะใภ้ คราว ใด เขา จะ ปล่อย น้ำ อสุจิ ตก ดิน ไป เพื่อ ไม่ ให้ พี่ ชาย มี ทายาท สืบ ตระกูล {38:10} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เห็น ว่า สิ่ง ที่ เขา ทำ เป็น เรื่อง ชั่ว ร้าย พระองค์ จึง ทรง ให้ เขา ตาย เช่น กัน {38:11} ยูดาห์ จึง กล่าว กับ ทา มาร์ ลูกสะใภ้ ของ ตน ว่า“ จง ไป อาศัย ใน เรือน ของ บิดา ของ เจ้า อย่าง หญิง ม่าย คน หนึ่ง จน กว่า เชลาห์ ลูกชาย ของ เรา จะ โต ขึ้น” เพราะ เขา คิด ว่า“ เชลาห์ อาจ จะ ตาย เช่น เดียว กับ พี่ ชาย ทั้ง สอง คน” ทา มาร์ จึง กลับ ไป อาศัย อยู่ ใน เรือน ของ บิดา {38:12} เวลา ผ่าน ไป นาน จน กระทั่ง ภรรยา ของ ยูดาห์ บุตรี ของ ชู อา ตาย ไป เมื่อ ยูดาห์ คลาย ความ โศกเศร้า แล้ว เขา กับ ฮีราห์ เพื่อน ชาว อดุล ลัม ของ เขา ไป ที่ ทิม นาห์ ไป หา ผู้คน ซึ่ง กำลัง ตัด ขน แกะ ของ เขา {38:13} มี คน ไป บอก ทา มาร์ว่า“ พ่อ สามี ของ เธอ กำลัง ไป ที่ ทิม นาห์ เพื่อ ตัด ขน แกะ ของ เขา” {38:14} ทา มาร์ จึง เปลี่ยน เครื่อง แต่ง กาย แม่ม่าย ออก เอา ผ้า คลุม หน้า ปลอม ตัว มา นั่ง อยู่ ริม ทาง เข้า หมู่บ้าน เอ นา อิม ซึ่ง เป็น ทาง ไป ทิม นาห์เพราะทามาร์ เห็น ว่า ยูดาห์ ไม่ ยอม ให้ ตน แต่งงาน กับ เชลาห์ แม้ ว่า เขา จะ โต แล้ว {38:15} เมื่อ ยูดาห์ เห็น นาง ก็ คิด ว่า เป็น ผู้หญิง หา กิน เนื่อง จาก นาง เอา ผ้า คลุม หน้า ไว้ {38:16} เขา จึง แวะ เข้า ไป หา นาง แล้ว พูด ว่า“ มา สิ ให้ ข้า ร่วม หลับ นอน กับ เจ้า” โดย ไม่ รู้ ว่า นาง คือ ลูกสะใภ้ นาง ถาม ว่า“ ท่าน จะ ให้ อะไร เป็น ค่า ตอบแทน?” {38:17} เขา ตอบ ว่า“ ข้า จะ ส่ง ลูก แพะ มา ให้ ตัว หนึ่ง” นาง ก็ ถาม ว่า“ ท่าน จะ ให้ อะไร เป็น มัดจำ จน กว่า ท่าน จะ ส่ง ลูก แพะ มา ให้?” {38:18} เขา ถาม ว่า“ เธอ อยาก ได้ อะไร เป็น ของ มัดจำ?” นาง ตอบ ว่า“ ขอ ตรา ประจำ ตัว กับ เชือก ร้อย ตรา และ ไม้เท้า ใน มือ ของ ท่าน” เขา จึง มอบ ให้ นาง นาง ก็ ยินยอม หลับ นอน กับ เขา และ นาง ก็ ตั้ง ครรภ์ กับ เขา {38:19} หลัง จาก นั้น นาง จึง เอา ผ้า คลุม หน้า ออก และ กลับ มา นุ่งห่ม เครื่อง แต่ง กาย แม่ม่าย ตาม เดิม {38:20} เมื่อ ยูดาห์ ขอ ให้ ฮีราห์ ชาว อดุล ลัม เพื่อน ของ เขา เอา ลูก แพะ ไป ให้ นาง เพื่อ แลก ของ มัดจำ คืน จาก หญิง คน นั้น ฮีราห์ กลับ หา นาง ไม่ พบ {38:21} เขา จึง เที่ยว ถาม บรรดา ผู้ชาย แถว นั้น ว่า“ หญิง โสเภณี ประจำ เทวสถาน ซึ่ง อยู่ ริม ทาง เอ นา อิม นั้น อยู่ ที่ไหน?” พวก เขา ตอบ ว่า“ ไม่ เคย มี หญิง โสเภณี ประจำ เทวสถาน คน ใด อยู่ ที่ นี่” {38:22} ฮีราห์ จึง กลับ มา หา ยูดาห์ แล้ว บอก เขา ว่า“ ข้า หา นาง ไม่ พบ นอกจาก นั้น บรรดา ผู้ชาย แถว นั้น ก็ บอก ว่า‘ ไม่ เคย มี หญิง โสเภณี ประจำ เทวสถาน คน ใด อยู่ ที่ นี่’” {38:23} ยูดาห์ จึง กล่าว ว่า“ ให้ นาง เก็บ ของ พวก นั้น ไว้ ก็ แล้วกัน มิ ฉะนั้น เรา จะ กลาย เป็น ตัว ตลก ให้ คน หัวเราะ อย่างไร เสีย เรา ก็ ได้ ส่ง ลูก แพะ ไป ให้ แล้ว แต่ หา นาง ไม่ พบ” {38:24} ราว สาม เดือน ต่อ มา มี คน มาบ อก ยูดาห์ ว่า“ ทา มาร์ ลูกสะใภ้ ของ ท่าน ทำ ผิด ด้วย การ คบ ชู้ สู่ ชาย จน ตั้ง ครรภ์ แล้ว” ยูดาห์ จึง สั่ง ว่า“ นำ ตัว นาง ออก มา และ เอา ไป เผา ให้ ตาย!” {38:25} แต่ ขณะ ที่ คน ทั้งหลาย กำลัง พา ตัว นาง ออก มา นาง ส่ง คน มาบ อก พ่อ สามี ว่า“ ฉัน ตั้ง ครรภ์ กับ ชาย ผู้ เป็น เจ้าของ สิ่ง เหล่า นี้ จง ดู เถิด ว่า ท่าน จำ ได้ ไหม ว่า ตรา ประจำ ตัว เชือก ร้อย ตรา และ ไม้เท้า นี้ เป็น ของ ใคร” {38:26} ยูดาห์ จำ ได้ ว่า ของ เหล่า นี้ เป็น ของ ตน จึง พูด ว่า“ นาง ชอบธรรม ยิ่ง กว่า เรา เสีย อีก เพราะ เรา ไม่ ยอม ให้ นาง เป็น ภรรยา ของ เชลาห์ ลูกชาย ของ เรา” และ ยูดาห์ ก็ ไม่ ได้ หลับ นอน กับ ทา มาร์อีกเลย {38:27} เมื่อ ถึง กำหนด คลอด นาง มี ลูก แฝด ชาย สอง คน อยู่ ใน ครรภ์ {38:28} ใน ขณะ ที่ นาง กำลัง คลอด ทารก คน หนึ่ง ยื่น มือ ออก มา นาง ผดุงครรภ์ จึง เอา ด้าย แดง ผูก ข้อ มือ และ พูด ว่า“ คน นี้ ออก มา ก่อน” {38:29} แต่ ทารก นั้น หด มือ กลับ และ อีก คน หนึ่ง คลอด ออก มา นาง จึง พูด ว่า“ อ้าว! แหวก ออก มา ได้ อย่างไร” เด็ก นั้น จึง ได้ ชื่อ ว่า เปเรศ {38:30} แล้ว ทารก คน ที่ มี ด้าย แดง ผูก ข้อ มือ ก็ คลอด ออก มา และ ได้ ชื่อ ว่า เศราห์ {i39:1} โย เซฟ กับ ภรรยา ของ โป ทิฟาร์ {39:1} บัดนี้ โย เซฟ ถูก นำ มา ถึง อียิปต์ คน อิชมาเอล ได้ ขาย เขา ให้ กับ โป ทิฟาร์ ผู้ บัญชาการ ทหาร รักษา พระองค์ ซึ่ง เป็น ขุนนาง คน หนึ่ง ของ ฟาโรห์ {39:2} องค์ พระผู้เป็นเจ้า สถิต กับ โย เซฟ และ ทรง อวยพร ให้ เขา เจริญ รุ่งเรือง ขึ้น ใน บ้าน ของ เจ้านาย ชาว อียิปต์ {39:3} เมื่อ นาย เห็น ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า สถิต กับ เขา และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ประทาน ความ สำเร็จ ใน ทุก สิ่ง ที่ เขา ทำ {39:4} โย เซฟ จึง เป็น ที่ โปรดปราน และ กลาย เป็น คน สนิท ของ นาย โป ทิฟาร์ จึง ตั้ง ให้ โย เซฟ ดูแล ครัว เรือน ของ เขา และ มอบ ทุก สิ่ง ที่ เขา มี อยู่ ไว้ ใน มือ ของ โย เซฟ {39:5} ตั้งแต่ นาย มอบหมาย ให้ โย เซฟ ดูแล ทุก สิ่ง ใน ครัว เรือน และ ทุก สิ่ง ที่ เขา มี องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อวยพร ครอบครัว ของ คน อียิปต์ นั้น เพราะ เห็นแก่ โย เซฟ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง อวยพร ทุก สิ่งของ โป ทิฟาร์ ทั้ง ใน บ้าน และ ใน ทุ่ง นา {39:6} ดังนั้น โป ทิฟาร์ จึง ไว้ใจ ให้ โย เซฟ ดูแล ทุก สิ่ง ที่ เขา มี เมื่อ มี โย เซฟ เป็น ผู้ ดูแล เขา ไม่ ต้อง รับรู้ เรื่อง ใด เลย เว้น แต่ อาหาร ที่ จะ รับประทาน โย เซฟ เป็น ชาย รูป หล่อ หุ่น ดี {39:7} จาก นั้น ไม่ นาน ภรรยา ของ เจ้านาย จ้อง มอง โย เซฟ ตา เป็น มัน นาง จึง ชวน เขา ว่า“ มา นอน กับ ฉัน สิ!” {39:8} แต่ โย เซฟ ปฏิเสธ และ กล่าว กับ นาง ว่า“ ภาย ใต้ การ ดูแล ของ ข้า นาย ไม่ ต้อง รับรู้ เรื่อง ใด ใน บ้าน เลย ทุก สิ่ง ที่ นาย มี อยู่ นาย ก็ มอบ ให้ ข้า จัดการ {39:9} ใน บ้าน นี้ ไม่ มี ใคร ใหญ่ เกิน ข้า เจ้านาย ของ ข้า ไม่ หวง สิ่ง ใด กับ ข้า นอกจาก ท่าน เพราะ ท่าน เป็น ภรรยา ของ นาย ข้า จะ ทำ สิ่ง ชั่ว ร้าย เช่น นี้ และ ทำบาป ต่อ พระเจ้า ได้ อย่างไร?” {39:10} แม้ นาง ชวน โย เซฟ วัน แล้ว วัน เล่า เขา ก็ ปฏิเสธ ที่ จะ หลับ นอน กับ นาง หรือ แม้ แต่ จะ อยู่ ใกล้ นาง {39:11} วัน หนึ่ง ขณะ ที่ โย เซฟ เข้า ไป ใน บ้าน เพื่อ ทำงาน ตาม หน้าที่ ของ เขา ขณะ นั้น ไม่ มี คน รับใช้ อื่นๆ อยู่ ใน บ้าน เลย {39:12} ภรรยา ของ โป ทิฟาร์ เข้า มา กระชาก เสื้อ ของ โย เซฟ ไว้ แล้ว บอก ว่า“ มา นอน กับ ฉัน เถิด!” แต่ เขา ทิ้ง เสื้อ ไว้ ใน มือ ของ นาง แล้ว วิ่ง หนี ออก ไป นอก บ้าน {39:13} เมื่อ นาง เห็น ว่า เสื้อ ของ โย เซฟ อยู่ ใน มือ และ ตัว เขา วิ่ง ออก ไป นอก บ้าน แล้ว {39:14} นาง จึง เรียก คน รับใช้ คน อื่นๆ ใน บ้าน มา และ กล่าว ว่า“ ดู สิ สามี ฉัน นำ เจ้า ฮีบรู คน นี้ มา หยาม พวก เรา มัน เข้า มา ที่ นี่ และ จะ หลับ นอน กับ ข้า แต่ ข้า กรีด ร้อง ขึ้น {39:15} เมื่อ มัน ได้ยิน ข้า ร้องขอ ความ ช่วยเหลือ มัน จึง ทิ้ง เสื้อ ไว้ ข้าง ตัว ข้า แล้ว วิ่ง หนี ออก จาก บ้าน ไป” {39:16} นาง เก็บ เสื้อ ตัว นั้น ไว้ จน กระทั่ง สามี กลับ มา บ้าน {39:17} แล้ว นาง จึง เล่า เรื่อง นี้ ให้ สามี ฟัง ว่า“ เจ้า ฮีบรู คน นั้น ที่ ท่าน นำ มา ให้ พวก เรา จะ เข้า มา หยาม ข้า {39:18} แต่ ทันที ที่ ข้า กรีด ร้องขอ ความ ช่วยเหลือ มัน จึง ทิ้ง เสื้อ ไว้ ข้าง ตัว ข้า แล้ว วิ่ง หนี ออก จาก บ้าน ไป” {39:19} เมื่อ เจ้านาย ของ โย เซฟ ได้ยิน เรื่อง นี้ จาก ภรรยา ของ เขา ซึ่ง กล่าว ว่า“ นี่ เป็น สิ่ง ที่ ทาส ของ ท่าน ทำ กับ ข้า” เขา จึง โกรธ จัด {39:20} และ เจ้านาย นำ โย เซฟ มา ขัง ไว้ ใน คุก หลวง แต่ ขณะ ที่ โย เซฟ ถูก ขัง อยู่ ใน คุก นั้น {39:21} องค์ พระผู้เป็นเจ้า สถิต กับ โย เซฟ ทรง กรุณา เขา และ ทำให้ โย เซฟ เป็น ที่ โปรดปราน ใน สายตา ของ พัศดี {39:22} ดังนั้น พัศดี จึง ตั้ง ให้ โย เซฟ เป็น ผู้ ดูแล นักโทษ ทุก คน และ ให้ เขา รับผิดชอบ งาน ทุก อย่าง ใน คุก {39:23} พัศดี ผู้ นั้น ไม่ ต้อง ใส่ใจ ต่อ สิ่ง ใดๆ ที่ อยู่ ภาย ใต้ การ ดูแล ของ โย เซฟ เพราะ ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า สถิต กับ โย เซฟ และ ประทาน ความ สำเร็จ ใน ทุก สิ่ง ที่ เขา ทำ {i40:1} หัวหน้า พนักงาน เชิญ จอก เสวย และ หัวหน้า พนักงาน ทำ ขนม ปัง {40:1} ต่อ มา พนักงาน เชิญ จอก เสวย และ พนักงาน ทำ ขนม ปัง ของ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ ทำ ผิด ต่อ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ ผู้ เป็น นาย {40:2} ฟาโรห์ กริ้ว เจ้าพนักงาน ทั้ง สอง คน นี้ คือ พนักงาน เชิญ จอก เสวย และ พนักงาน ทำ ขนม ปัง {40:3} จึง ทรง ให้ คุม ขัง คน ทั้ง สอง ไว้ ใน คุก ซึ่ง อยู่ ใน บ้าน ของ ผู้ บัญชาการ ทหาร รักษา พระองค์ เป็น คุก เดียวกัน กับ ที่ โย เซฟ ถูก คุม ขัง {40:4} ผู้ บัญชาการ ทหาร รักษา พระองค์ มอบหมาย ให้ โย เซฟ คอย ดูแล คน ทั้ง สอง หลัง จาก เขา ทั้ง สอง ถูก คุม ขัง อยู่ ระยะ หนึ่ง {40:5} คืน หนึ่ง พนักงาน สอง คน ที่ ถูก คุม ขัง คือ พนักงาน เชิญ จอก เสวย และ พนักงาน ทำ ขนม ปัง ต่าง ก็ ฝัน และ ความ ฝัน ของ แต่ละ คน นั้น ก็ มี ความหมาย แตก ต่าง กัน {40:6} เช้า วัน ต่อ มา เมื่อ โย เซฟ มา พบ พวก เขา ทั้ง สอง เขา สังเกต เห็น ว่า คน ทั้ง สอง มี สีหน้า เศร้าหมอง {40:7} ดังนั้น เขา จึง ถาม เจ้าพนักงาน ของ ฟาโรห์ ทั้ง สอง คน ที่ ถูก คุม ขัง ด้วย กัน กับ เขา ใน บ้าน ของ เจ้านาย ว่า“ เหตุ ใด วัน นี้ ท่าน จึง มี สีหน้า เศร้าหมอง?” {40:8} เขา ตอบ ว่า“ เรา ทั้ง สอง คน ฝัน แต่ ไม่ มี ใคร บอก ความหมาย ของ ความ ฝัน ให้ เรา” โย เซฟ จึง บอก ว่า“ มี แต่ พระเจ้า เท่านั้น ที่ รู้ความ หมาย ของ ความ ฝัน ไม่ ใช่ หรือ? จง เล่า ความ ฝัน ของ ท่าน ให้ ข้า ฟัง เถิด” {40:9} ดังนั้น พนักงาน เชิญ จอก เสวย จึง เล่า ความ ฝัน ของ เขา ให้ โย เซฟ ฟัง ว่า“ ใน ความ ฝัน ของ ข้า นั้น ข้า เห็น เถา องุ่น อยู่ เบื้องหน้า {40:10} และ เถา องุ่น นั้น มี สาม กิ่ง ทันที ที่ มัน ผลิ ดอก ออก ผล มัน ก็ มี พวง องุ่น สุก {40:11} จอก ของ ฟาโรห์ อยู่ ใน มือ ข้า ข้า จึง เด็ด องุ่น มา คั้น น้ำ ใส่ จอก แล้ว ยื่น ถวาย แด่ ฟาโรห์” {40:12} โย เซฟ กล่าว ว่า“ ความ ฝัน ของ ท่าน มี ความหมาย ดังนี้ กิ่ง สาม กิ่ง หมาย ถึง สาม วัน {40:13} ภายใน สาม วัน นี้ ฟาโรห์ จะ ทรง ปล่อย ท่าน และ คืน ตำแหน่ง ให้ ท่าน ท่าน จะ เชิญ จอก เสวย ของ ฟาโรห์ เหมือน ที่ ท่าน เคย รับใช้ พระองค์ มา {40:14} เมื่อ ท่าน ได้ ดี แล้ว โปรด ระลึก ถึง ข้า และ เมตตา สงสาร ข้า ด้วย โปรด ช่วย ทูล ฟาโรห์ เรื่อง ของ ข้า และ ช่วย ข้า ออก จาก คุก นี้ {40:15} เพราะ ข้า ถูก ลาก ตัว มา จาก ดินแดน ของ ชาว ฮีบรู และ บัดนี้ ต้อง มา อยู่ ใน คุก ทั้งๆ ที่ ไม่ ได้ ทำ ผิด อะไร” {40:16} เมื่อ พนักงาน ทำ ขนม ปัง เห็น ว่า โย เซฟ บอก ความหมาย ของ ความ ฝัน ไป ใน ทาง ที่ ดี จึง เล่า ความ ฝัน ของ ตน ให้ โย เซฟ ฟัง บ้าง ว่า“ ข้า ก็ ฝัน ด้วย ใน ฝัน นั้น มี ตะกร้า ขนม ปัง สาม ใบ อยู่ บน ศีรษะ ของ ข้า {40:17} ตะกร้า ใบ บน สุด มี ขนม ปัง สารพัด ชนิด สำหรับ ฟาโรห์ แต่ พวก นก กำลัง จิก กิน ขนม ปัง ใน ตะกร้า ใบ นั้น ที่ อยู่ บน ศีรษะ ของ ข้า” {40:18} โย เซฟ บอก เขา ว่า“ ความ ฝัน ของ ท่าน มี ความหมาย ดังนี้ ตะกร้า สาม ใบ หมาย ถึง สาม วัน {40:19} ภายใน สาม วัน ฟาโรห์ จะ ตัด ศีรษะ ของ ท่าน และ เสียบ ท่าน ไว้ บน เสา แล้ว พวก นก จะ จิก กิน เนื้อ ของ ท่าน” {40:20} ครั้น ถึง วัน ที่ สาม เป็น วัน เฉลิม พระ ชนมพรรษา ของ ฟาโรห์ พระองค์ ประทาน งาน เลี้ยง ฉลอง แก่ ข้าราชการ ทั้งปวง ทรง บัญชา ให้ นำ ตัว พนักงาน เชิญ จอก เสวย และ หัวหน้า พนักงาน ทำ ขนม ปัง มา เข้า เฝ้า ต่อ หน้า บรรดา ข้าราชการ ของ พระองค์ {40:21} พระองค์ ทรง คืน ตำแหน่ง ให้ พนักงาน เชิญ จอก เสวย เพื่อ เขา จะ ได้ เชิญ จอก เสวย แด่ ฟาโรห์ อีก ครั้ง หนึ่ง {40:22} แต่ พระองค์ ทรง ให้ เสียบ ประหาร พนักงาน ทำ ขนม ปัง ซึ่ง เป็น ไป ตาม ที่ โย เซฟ ได้ บอก ความหมาย ของ ความ ฝัน แก่ เขา ทั้ง สอง ไว้ {40:23} อย่างไร ก็ ดี พนักงาน เชิญ จอก เสวย ก็ ลืม โย เซฟ เสีย สนิท ไม่ ได้ ระลึก ถึง เขา เลย {i41:1} ความ ฝัน ของ ฟาโรห์ {41:1} เวลา ผ่าน ไป สอง ปี เต็ม คืน หนึ่ง ฟาโรห์ ทรง ฝัน ว่า พระองค์ ทรง ยืน อยู่ ที่ ริม ฝั่ง แม่น้ำ ไนล์ {41:2} มี วัว อ้วนพี แข็งแรง เจ็ด ตัว ขึ้น มา จาก แม่น้ำ ไนล์ กิน หญ้า อยู่ ริม ฝั่ง {41:3} แล้ว มี วัว อีก เจ็ด ตัว ขึ้น มา จาก แม่น้ำ ไนล์ แต่ พวก หลัง นี้ ตัว ผอมแห้ง จน น่า เกลียด พวก มัน เดิน มา หยุด ยืน อยู่ ข้าง วัว อ้วนพี แข็งแรง {41:4} วัว ผอมโซ น่า เกลียด เหล่า นั้น ก็ กิน วัว อ้วนพี แข็งแรง ทั้ง เจ็ด ตัว แล้ว ฟาโรห์ ทรง ตื่น จาก บรรทม {41:5} พระองค์ บรรทม หลับ ไป อีก และ ทรง ฝัน เป็น ครั้ง ที่ สอง คราว นี้ ทรง เห็น ข้าว ต้น หนึ่ง กำลัง ออก รวง เจ็ด รวง ซึ่ง มี เมล็ด เต่ง งาม ดี {41:6} หลัง จาก นั้น มี อีก เจ็ด รวง ผลิ ออก มา แต่ มี เมล็ด เหี่ยวแห้ง เพราะ ลม ตะวัน ออก {41:7} แล้ว รวง ข้าว ที่ เหี่ยวแห้ง ก็ กลืน กิน รวง ข้าว ที่ เต่ง งาม เจ็ด รวง นั้น จน หมด แล้ว ฟาโรห์ ตื่น จาก บรรทม และ ทรง ทราบ ว่า เป็น ความ ฝัน {41:8} เช้า วัน รุ่งขึ้น ฟาโรห์ ทรง กังวล พระทัย นัก จึง รับสั่ง ให้ บรรดา นัก เล่น อาคม และ ปราชญ์ ของ อียิปต์ มา เข้า เฝ้า พระองค์ ทรง เล่า ความ ฝัน ให้ ฟัง แต่ ไม่ มี ใคร บอก ได้ ว่า ความ ฝัน พวก นั้น หมาย ถึง อะไร {41:9} แล้ว หัวหน้า พนักงาน เชิญ จอก เสวย จึง กราบ ทูล ว่า“ วัน นี้ ข้า พระ บาท ระลึก ถึง ความ ผิดพลาด ของ ตน ได้ แล้ว {41:10} ครั้ง หนึ่ง ฟาโรห์ กริ้ว ข้า พระ บาท และ ทรง ให้ จำ คุก ข้า พระ บาท พร้อม กับ หัวหน้า พนักงาน ทำ ขนม ปัง ไว้ ใน บ้าน ของ ผู้ บัญชาการ ทหาร รักษา พระองค์ {41:11} คืน หนึ่ง ข้า พระ บาท ทั้ง สอง ต่าง ฝัน ไป และ ความ ฝัน ของ แต่ละ คน นั้น ก็ มี ความหมาย แตก ต่าง กัน {41:12} ขณะ นั้น ชาย หนุ่ม ฮีบรู คน หนึ่ง ซึ่ง เป็น ทาส รับใช้ ของ ท่าน ผู้ บัญชาการ ทหาร รักษา พระองค์ ได้ ถูก จำ คุก อยู่ กับ ข้า พระ บาท ทั้ง สอง ข้า พระ บาท จึง เล่า ความ ฝัน ให้ เขา ฟัง เขา ก็ บอก ความหมาย ของ ความ ฝัน ให้ กับ ข้า พระ บาท ทั้ง สอง {41:13} ทุก สิ่ง ก็ เป็น ไป ตาม ที่ เขา ได้ ทำนาย ให้ กับ ข้า พระ บาท ทุก ประการ คือ ข้า พระ บาท ได้ กลับ เข้า มา ประจำ หน้าที่ ดัง เดิม ส่วน อีก คน หนึ่ง ก็ ถูก เสียบ ประหาร” {41:14} ฟาโรห์ จึง รับสั่ง ให้ นำ โย เซฟ มา เข้า เฝ้า เขา จึง ถูก นำ ตัว ออก จาก คุก อย่าง เร่งด่วน เมื่อ โกน หนวด เครา และ เปลี่ยน เสื้อ ผ้า เสร็จ แล้ว ก็ เข้า เฝ้า ฟาโรห์ {41:15} ฟาโรห์ ตรัส กับ โย เซฟ ว่า“ เรา ฝัน ไป และ ไม่ มี ใคร บอก ความหมาย ของ ความ ฝัน ได้ แต่ เรา ได้ยิน มา ว่า เมื่อ ใคร เล่า ความ ฝัน ให้ เจ้า ฟัง เจ้า ก็ สามารถ บอก ความหมาย ของ ความ ฝัน นั้น ได้” {41:16} โย เซฟ ทูล ฟาโรห์ ว่า“ ข้า พระ บาท ทำ ไม่ ได้ แต่ พระเจ้า จะ ทรง แจ้ง ให้ ฟาโรห์ ทราบ คำ ตอบ ตาม ที่ ฟาโรห์ ต้องการ” {41:17} ฟาโรห์ จึง ตรัส กับ โย เซฟ ว่า“ ใน ฝัน เรา ยืน อยู่ ริม ฝั่ง แม่น้ำ ไนล์ {41:18} มี วัว อ้วนพี แข็งแรง เจ็ด ตัว ขึ้น มา จาก แม่น้ำ และ กิน หญ้า อยู่ ริม ฝั่ง {41:19} แล้ว ก็ มี วัว อีก เจ็ด ตัว ขึ้น มา จาก แม่น้ำ ตัว ผอมแห้ง น่า เกลียด มาก เรา ไม่ เคย เห็น วัว ตัว ไหน น่า เกลียด ขนาด นั้น มา ก่อน เลย ใน แผ่นดิน อียิปต์ {41:20} แล้ว วัว ผอมแห้ง น่า เกลียด เหล่า นั้น ก็ กิน วัว อ้วนพี ทั้ง เจ็ด ตัว ที่ ขึ้น มา ก่อน จน หมด {41:21} แม้ พวก มัน จะ กิน วัว เหล่า นั้น ไป หมด แล้ว ก็ ไม่ มี ใคร รู้ ได้ ว่า พวก มัน ได้ ทำ เช่น นั้น เพราะ พวก มัน ก็ ยัง ผอมแห้ง น่า เกลียด อยู่ เหมือน เดิม แล้ว เรา ก็ ตื่น {41:22} “ เรา ฝัน ไป อีก ว่า เห็น ต้น ข้าว ต้น หนึ่ง ออก รวง เจ็ด รวง ซึ่ง มี เมล็ด เต่ง งาม ดี {41:23} แล้ว มี รวง ข้าว อีก เจ็ด รวง งอก ขึ้น มา ซึ่ง มี เมล็ด เหี่ยวแห้ง เพราะ ลม ตะวัน ออก {41:24} รวง ข้าว ที่ เหี่ยวแห้ง นั้น ก็ กลืน กิน รวง ข้าว ที่ เต่ง งาม ทั้ง เจ็ด รวง เสีย หมด เรา เล่า เรื่อง นี้ ให้ บรรดา นัก เล่น อาคม ฟัง แต่ ไม่ มี ใคร อธิบาย ให้ เรา เข้าใจ ได้” {41:25} โย เซฟ ทูล ฟาโรห์ ว่า“ ความ ฝัน ทั้ง สอง นี้ หมายความ ถึง สิ่ง เดียวกัน พระเจ้า ทรง เปิดเผย แก่ ฟาโรห์ ถึง สิ่ง ที่ พระองค์ จะ ทรง กระทำ {41:26} วัว อ้วนพี เจ็ด ตัว หมาย ถึง เจ็ด ปี และ รวง ข้าว เต่ง งาม เจ็ด รวง ก็ หมาย ถึง เจ็ด ปี ความ ฝัน ทั้ง สอง นี้ หมายความ ถึง สิ่ง เดียวกัน {41:27} ส่วน วัว ผอม น่า เกลียด เจ็ด ตัว ที่ ขึ้น จาก แม่น้ำ มา ภายหลัง หมาย ถึง เจ็ด ปี และ รวง ข้าว ไร้ ค่า เจ็ด รวง ที่ เหี่ยวแห้ง ไป เพราะ ลม ตะวัน ออก นั้น ก็ หมาย ถึง เจ็ด ปี เช่น กัน เป็น เจ็ด ปี แห่ง การ กันดาร อาหาร {41:28} “ อย่าง ที่ ข้า พระ บาท ได้ ทูล ฟาโรห์ ไว้ แล้ว ว่า พระเจ้า ได้ ทรง สำแดง แก่ ฟาโรห์ ถึง สิ่ง ที่ พระองค์ จะ ทรง กระทำ {41:29} ตลอด เจ็ด ปี ต่อ ไป นี้ จะ เป็น ช่วง อุดม สมบูรณ์ ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ {41:30} แต่ เจ็ด ปี แห่ง การ กันดาร อาหาร จะ ตาม มา แล้ว ประชาชน จะ ลืม ความ อุดม สมบูรณ์ ทั้งสิ้น ของ ประเทศ อียิปต์ และ การ กันดาร อาหาร จะ ทำลาย แผ่นดิน นี้ {41:31} ความ อุดม สมบูรณ์ ของ แผ่นดิน ถูก ลบเลือน ไป จาก ความ ทรง จำ เพราะ การ กันดาร อาหาร จะ รุนแรง ยิ่งนัก {41:32} เหตุ ที่ พระเจ้า ทรง ประทาน ความ ฝัน ถึง สอง อย่าง แก่ ฟาโรห์ นั้น เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง ตัดสิน พระทัย แน่วแน่ แล้ว พระองค์ จะ ทรง ให้ สิ่ง นี้ เกิด ขึ้น ใน ไม่ ช้า {41:33} “ และ บัดนี้ ขอ ให้ ฟาโรห์ ทรง โปรด คัดเลือก คน ที่ ฉลาด หลักแหลม และ มี สติปัญญา และ ตั้ง ให้ เขา ให้ ดูแล แผ่นดิน อียิปต์ {41:34} ขอ ให้ ฟาโรห์ ทรง แต่งตั้ง ข้าราชการ ประจำ เขต ไว้ ทั่ว แผ่นดิน ทำ หน้าที่ เก็บ พืช ผล หนึ่ง ใน ห้า ของ ผล ผลิต ที่ ได้ ใน ตลอด เจ็ด ปี แห่ง ความ อุดม สมบูรณ์ {41:35} พวก เขา ควร รวบรวม อาหาร ทั้งหมด ที่ ได้ ใน ปี แห่ง ความ อุดม สมบูรณ์ ที่ กำลัง จะ มา ถึง และ ให้ ฟาโรห์ มอบ อำนาจ ให้ พวก เขา เก็บ สะสม เมล็ด ข้าว ไว้ เป็น คลัง อาหาร ตาม เมือง ต่างๆ {41:36} อาหาร เหล่า นี้ ควร เก็บ ไว้ เป็น เสบียง สำรอง ให้ กับ ประเทศ สำหรับ ช่วง เจ็ด ปี แห่ง การ กันดาร อาหาร ซึ่ง จะ เกิด ขึ้น กับ อียิปต์ เพื่อ ว่า ประเทศ ชาติ จะ ไม่ ย่อยยับ ไป เพราะ การ กันดาร อาหาร” {41:37} ฟาโรห์ และ ข้าราชการ ทั้งปวง ล้วน เห็น ชอบ กับ แผนงาน นี้ {41:38} ดังนั้น ฟาโรห์ จึง ตรัส ถาม พวก เขา ว่า“ เรา จะ หา ใคร ที่ มี พระ วิญญาณ ของ พระเจ้า อยู่ ภายใน เหมือน ชาย ผู้ นี้ ได้ หรือ?” {41:39} แล้ว ฟาโรห์ ตรัส กับ โย เซฟ ว่า“ เนื่อง จาก พระเจ้า ทรง เปิดเผย ความหมาย ของ ความ ฝัน ให้ เจ้า รู้ จึง ไม่ มี ผู้ ใด ฉลาด หลักแหลม และ มี สติปัญญา เหมือน เจ้า {41:40} เรา จะ แต่งตั้ง เจ้า ให้ ดูแล ราช สำนัก ของ เรา และ ราษฎร ทั้งหมด ของ เรา จะ ทำ ตาม คำ สั่ง ของ เจ้า เรา จะ เป็น ผู้ เดียว ที่ มี ฐานะ สูง กว่า เจ้า เพียง เพราะ ว่า เรา เป็น ผู้ ครอง ราชบัลลังก์” {i41:41} โย เซฟ ปกครอง ดูแล อียิปต์ {41:41} ดังนั้น ฟาโรห์ จึง ตรัส แก่ โย เซฟ ว่า“ บัดนี้ เรา ขอ ตั้ง เจ้า ให้ ดูแล ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์” {41:42} แล้ว ฟาโรห์ ทรง ถอด แหวน ตรา ประจำ พระองค์ จาก นิ้ว มา สวม ที่ นิ้ว ของ โย เซฟ พระองค์ ทรง ให้ เขา สวม เสื้อ คลุม ผ้า ลินิน เนื้อ ดี และ ประทาน สร้อย คอ ทองคำ แก่ เขา {41:43} ฟาโรห์ ให้ โย เซฟ นั่ง รถม้า ศึก ใน ฐานะ ผู้ มี อำนาจ รอง จาก พระองค์ ไม่ ว่า เขา จะ ไป ที่ไหน ก็ มี คน คอย ร้อง ประกาศ ว่า“ จง เปิด ทาง!” ดังนั้น ฟาโรห์ จึง ทรง แต่งตั้ง โย เซฟ ให้ ดูแล ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ {41:44} ฟาโรห์ ตรัส กับ โย เซฟ ว่า“ แม้ ว่า เรา คือ ฟาโรห์ แต่ ถ้า เจ้า ไม่ อนุญาต ก็ จะ ไม่ มี ผู้ ใด ใน แผ่นดิน อียิปต์ ยก มือ ยก เท้า ได้” {41:45} ฟาโรห์ ประทาน นาม แก่ โย เซฟ ว่า ศาเฟนาทปาเนอาห์ และ ประทาน อา เส นัท บุตรี ปุโรหิต โป ทิเฟ รา แห่ง เมือง โอน ให้ เป็น ภรรยา และ โย เซฟ ออก ตรวจตรา ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ {41:46} โย เซฟ มี อายุ ได้ สาม สิบ ปี เมื่อ เข้า รับ ราชการ กับ ฟาโรห์ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ โย เซฟ ได้ ทูล ลา ฟาโรห์ และ ออก เดินทาง ไป ปฏิบัติ ราชการ ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ {41:47} ตลอด เจ็ด ปี แห่ง ความ อุดม สมบูรณ์ แผ่นดิน ก็ ให้ ผล ผลิต มากมาย {41:48} โย เซฟ รวบรวม อาหาร ทั้งหมด ที่ ผลิต ได้ ใน เจ็ด ปี แห่ง ความ อุดม สมบูรณ์ ของ อียิปต์ และ เก็บ สะสม ไว้ ตาม เมือง ต่างๆ ผล ผลิต ที่ เก็บ ได้ จาก นา รอบ เมือง ใด เขา ก็ ให้ เก็บ ไว้ ใน เมือง นั้น {41:49} โย เซฟ เก็บ สะสม เมล็ด ข้าว ได้ มหาศาล เหมือน เม็ด ทราย ใน ทะเล จน เขา ต้อง เลิก ทำ บัญชี เพราะ ตรวจ นับ ไม่ ไหว {41:50} ก่อน ปี กันดาร อาหาร จะ มา ถึง โย เซฟ ได้ บุตร ชาย สอง คน ซึ่ง เกิด จาก นาง อา เส นัท บุตรี ของ ปุโรหิต โป ทิเฟ รา แห่ง เมือง โอน {41:51} โย เซฟ ตั้ง ชื่อ บุตร หัว ปี ว่า มนัส เสห์ เขา กล่าว ว่า“ เพราะ พระเจ้า ทรง ทำให้ ข้าพเจ้า ลืม ความ ทุกข์ ยาก ทั้งปวง และ ญาติ พี่น้อง ทั้งหมด ใน ครัว เรือน บิดา ของ ข้าพเจ้า” {41:52} เขา ตั้ง ชื่อ บุตร ชาย คน ที่ สอง ว่า เอฟ รา อิม เขา กล่าว ว่า“ เพราะ พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ ข้าพเจ้า มี ลูก มี หลาน มากมาย ใน ดินแดน ที่ ข้าพเจ้า ตก ทุกข์ ได้ ยาก” {41:53} ใน ที่สุด เจ็ด ปี แห่ง ความ อุดม สมบูรณ์ ก็ สิ้นสุด ลง {41:54} และ เจ็ด ปี แห่ง การ กันดาร อาหาร ก็ เริ่มต้น ขึ้น ตาม ที่ โย เซฟ ได้ กล่าว ไว้ เกิด การ กันดาร อาหาร ขึ้น ทั่ว ทุก ประเทศ แต่ ทั่ว แผ่นดิน อียิปต์ มี อาหาร {41:55} เมื่อ ชาว อียิปต์ เริ่ม ได้ รับ ผล กระทบ จาก การ กันดาร อาหาร ผู้คน ต่าง ก็ มา ทูล ขอ อาหาร จาก ฟาโรห์ ฟาโรห์ จึง สั่ง ชาว อียิปต์ ทุก คน ว่า“ จง ไป หา โย เซฟ และ ทำ ตาม สิ่ง ที่ เขา บอก” {41:56} เมื่อ การ กันดาร อาหาร ขยาย ไป ทั่ว ประเทศ โย เซฟ จึง เปิด คลัง ขาย ข้าว ให้ แก่ ชาว อียิปต์ เพราะ เกิด การ กันดาร อาหาร อย่าง รุนแรง ทั่ว ทั้ง อียิปต์ {41:57} ทุก ประเทศ ทั่ว โลก พา กัน มา ยัง อียิปต์ เพื่อ ซื้อ ข้าว จาก โย เซฟ เพราะ การ กันดาร อาหาร รุนแรง ทั่ว โลก {i42:1} พวก พี่ ชาย ของ โย เซฟ ไป อียิปต์ {42:1} ฝ่าย ยา โค บท ราบ มา ว่า มี ข้าว ที่ อียิปต์ จึง พูด กับ ลูกๆ ว่า“ มา นั่ง มอง หน้า กัน อยู่ ทำไม? {42:2} พ่อ ได้ยิน ว่าที่ อียิปต์ มี ข้าว พวก เจ้า จง ลง ไป ที่ นั่น และ ซื้อ มา ให้ พวก เรา เพื่อ เรา จะ ไม่ อด ตาย” {42:3} ดังนั้น พี่ ชาย ทั้ง สิบ คน ของ โย เซฟ จึง เดินทาง ลง ไป อียิปต์ เพื่อ ซื้อ ข้าว {42:4} แต่ ยา โค บ ไม่ ยอม ให้ เบน ยา มิ น น้อง ชาย ของ โย เซฟ ไป กับ คน อื่นๆ ด้วย เพราะ เกรง ว่า อาจ จะ เกิด อันตราย แก่ เขา {42:5} ดังนั้น บรรดา บุตร ชาย ของ อิสราเอล จึง ร่วม เดินทาง ไป ซื้อ ข้าว พร้อม กับ คน อื่นๆ เพราะ ที่ คา นา อัน ก็ กันดาร อาหาร เช่น กัน {42:6} ขณะ นั้น โย เซฟ เป็น ผู้ ว่า ราชการ แผ่นดิน มี หน้าที่ ขาย ข้าว ให้ กับ ประชาชน ทุก คน ดังนั้น เมื่อ พวก พี่ ชาย ของ โย เซฟ มา ถึง พวก เขา จึง น้อม คำนับ โย เซฟ ซบ หน้า ลง กับ ดิน {42:7} โย เซฟ เห็น พวก พี่ๆ ก็ จำ ได้ ทันที แต่ เขา แสร้ง ทำ เป็น ไม่ รู้จัก และ พูดจา หา เรื่อง พวก เขา เขา ถาม ว่า“ พวก เจ้า มา จาก ที่ไหน?” พวก เขา ตอบ ว่า“ จาก ดินแดน คา นา อัน เพื่อ ซื้อ ข้าว” {42:8} แม้ โย เซฟ จะ จำพวก พี่ ชาย ของ เขา ได้ แต่ พวก เขา จำ โย เซฟ ไม่ ได้ {42:9} แล้ว โย เซฟ ก็ หวน รำลึก ถึง ความ ฝัน ใน อดีต และ พูด กับ พวก เขา ว่า“ พวก เจ้า เป็น สายลับ! พวก เจ้า เข้า มา ดู ว่า ดินแดน ของ เรา มี จุด อ่อน ตรง ไหน” {42:10} พวก เขา ตอบ ว่า“ ไม่ ใช่ นาย ท่าน ผู้ รับใช้ ของ ท่าน มา เพื่อ ซื้อ อาหาร {42:11} เรา ทุก คน เป็น พี่น้อง พ่อ เดียวกัน ผู้ รับใช้ ของ ท่าน เป็น คน สุจริต ไม่ ใช่ สายลับ” {42:12} โย เซฟ ยืนกราน ว่า“ ไม่ จริง! พวก เจ้า เข้า มา ดู ว่า ดินแดน ของ เรา มี จุด อ่อน ตรง ไหน” {42:13} แต่ พวก เขา ตอบ ว่า“ ท่าน ขอ รับ เรา มี ด้วย กัน สิบ สอง คน พี่น้อง พ่อ เดียวกัน พ่อ ของ เรา อยู่ ใน ดินแดน คา นา อัน น้อง คน สุด ท้อง ก็ อยู่ กับ ท่าน ส่วน น้อง อีก คน หนึ่ง จาก ไป แล้ว” {42:14} โย เซฟ กล่าว กับ พวก เขา ว่า“ อย่าง ที่ เรา บอก เจ้า นั่นแหละ พวก เจ้า เป็น สายลับ! {42:15} นี่ เป็น วิธี ที่ จะ ทดสอบ คำ พูด ของ พวก เจ้า คือ ฟาโรห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด พวก เจ้า จะ กลับ ออก ไป จาก ที่ นี่ ไม่ ได้ ฉัน นั้น จน กว่า น้อง ชาย คน สุด ท้อง ของ พวก เจ้า จะ มา ที่ นี่ {42:16} ให้ คน หนึ่ง ใน พวก เจ้า กลับ ไป พา น้อง ชาย มา เรา จะ กัก พวก ที่ เหลือ ไว้ ใน คุก เพื่อ จะ ได้ พิสูจน์ ว่า เรื่อง ที่ เจ้า เล่า นั้น เป็น ความ จริง หรือ ไม่ ถ้า ไม่ จริง ฟาโรห์ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด พวก เจ้า ก็ เป็น สายลับ ฉัน นั้น!” {42:17} ฉะนั้น โย เซฟ จึง จับ พวก เขา ทั้งหมด ขัง คุก ไว้ เป็น เวลา สาม วัน {42:18} ใน วัน ที่ สาม โย เซฟ พูด กับ พวก เขา ว่า“ เพราะ เรา เป็น คน ยำเกรง พระเจ้า เจ้า จง ทำ ตาม นี้ เพื่อ เจ้า จะ มี ชีวิต รอด {42:19} หาก พวก เจ้า เป็น คน สุจริต จริง ก็ จง ให้ พี่น้อง ของ เจ้า คน หนึ่ง จำ คุก อยู่ ที่ นี่ ส่วน ที่ เหลือ ให้ นำ ข้าว กลับ ไป ให้ ครอบครัว ที่ อดอยาก ของ เจ้า {42:20} แต่ พวก เจ้า ต้อง พา น้อง คน สุด ท้อง ของ เจ้า กลับ มา หา เรา เพื่อ ว่า พวก เจ้า จะ ได้ พิสูจน์ คำ พูด ของ พวก เจ้า และ เพื่อ พวก เจ้า จะ ได้ ไม่ ตาย” พวก เขา ก็ ยอม ทำ ตาม นั้น {42:21} พวก เขา พูด กันเอง ว่า“ ที่ พวก เรา ต้อง ถูก ลงโทษ เช่น นี้ ต้อง เป็น เพราะ น้อง ชาย ของ เรา แน่ๆ เรา เห็น ตำ ตา ว่า เขา เป็น ทุกข์ แค่ ไหน เมื่อ เขา ร้อง อ้อนวอน ขอ ชีวิต จาก เรา แต่ เรา ก็ ไม่ ฟัง เขา เลย นี่ ต้อง เป็น สาเหตุ ที่ ทำให้ ความ ทุกข์ นี้ ตก อยู่ กับ พวก เรา” {42:22} รู เบน ตอบ ว่า“ เรา ห้าม พวก เจ้า แล้ว ไม่ ใช่ หรือ ว่า อย่า ทำบาป กับ เด็ก คน นั้น? แต่ พวก เจ้า ก็ ไม่ ฟัง! บัดนี้ พวก เรา จึง ต้อง ชดใช้ บาป ที่ ฆ่า น้อง แล้ว” {42:23} พวก เขา ไม่ รู้ ว่า โย เซฟ ฟัง ออก เนื่อง จาก โย เซฟ พูด กับ พวก เขา โดย มี ล่าม แปล {42:24} โย เซฟ จึง ออก ไป ร้องไห้ แล้ว กลับ เข้า มา อีก และ สั่ง ให้ มัด สิ เม โอน ต่อ หน้า พวก พี่น้อง {42:25} จาก นั้น โย เซฟ สั่ง ให้ บริวาร เอา ข้าว บรรจุ ลง เต็ม กระสอบ ของ พวก พี่ ชาย แล้ว เอา เงิน ค่า ข้าว ใส่ คืน ไว้ ใน กระสอบ ของ แต่ละ คน ด้วย ทั้ง ยัง ให้ เสบียง ไว้ กิน ตาม ทาง เมื่อ บริวาร ของ โย เซฟ ทำ ตาม คำ สั่ง เสร็จ แล้ว {42:26} พวก พี่ๆ จึง เอา กระสอบ ข้าว บรรทุก บน หลัง ลาออก เดินทาง กลับ บ้าน {42:27} แต่ เมื่อ แวะ พักแรม ใน คืน นั้น มี คน หนึ่ง เปิด กระสอบ จะ เอา ข้าว ให้ ลา กิน ก็ เห็น เงิน ของ เขา อยู่ ที่ ปาก กระสอบ {42:28} เขา บอก พวก พี่น้อง ว่า“ มี คน คืน เงิน ของ ข้า ใส่ ไว้ ใน กระสอบ” พวก เขา ใจ หาย วาบ กลัว จน ตัว สั่น หัน ไป พูด กัน ว่า“ ทำไม พระเจ้า ทำ กับ เรา อย่าง นี้?” {42:29} เมื่อ พวก เขา กลับ มา หา ยา โค บ ผู้ เป็น บิดา ใน คา นา อัน ก็ เล่า เรื่องราว ที่ เกิด ขึ้น ทั้งหมด ให้ ยา โค บฟังว่า {42:30} “ ชาย ผู้ เป็น เจ้านาย ปกครอง ดินแดน พูดจา หา เรื่อง เรา และ ทำ ต่อ เรา ราว กับ ว่า พวก เรา ไป สอดแนม ใน แผ่นดิน นั้น {42:31} แต่ พวก เรา บอก กับ เขา ว่า‘ พวก เรา เป็น คน สุจริต ไม่ ใช่ สายลับ {42:32} เรา มี กัน สิบ สอง คน พี่น้อง พ่อ เดียวกัน คน หนึ่ง จาก ไป แล้ว และ คน สุด ท้อง ยัง อยู่ กับ พ่อ ใน คา นา อัน’ {42:33} “ แล้ว ชาย คน นั้น ที่ เป็น เจ้านาย เหนือ แผ่นดิน พูด กับ เรา ว่า‘ วิธี นี้ จะ ทำให้ เรา รู้ ว่า พวก เจ้า เป็น คน ซื่อสัตย์ หรือ ไม่ คือ ทิ้ง พี่น้อง คน หนึ่ง ของ พวก เจ้า ไว้ กับ เรา ที่ นี่ นอก นั้น เอา ข้าว กลับ ไป ให้ ครอบครัว ที่ อดอยาก {42:34} แล้ว พา น้อง ชาย คน สุด ท้อง มา หา เรา เรา จะ ได้ รู้ ว่า เจ้า เป็น คน สุจริต ไม่ ใช่ คน สอดแนม แล้ว เรา จะ คืน พี่น้อง ของ เจ้าที่ ถูก ขัง ไว้ ให้ พวก เจ้า และ เจ้า สามารถ ติดต่อ ค้า ขาย ใน ดินแดน นี้ ด้วย’” {42:35} ขณะ ที่ พวก เขา ต่าง กำลัง เท ข้าว ออก จาก กระสอบ ก็ พบ ถุง เงิน อยู่ ใน กระสอบ ของ แต่ละ คน! เมื่อ พวก เขา และ บิดา ของ เขา เห็น ถุง เงิน เหล่า นั้น ก็ ตกใจ กลัว {42:36} ยา โค บ บิดา ของ พวก เขา พูด ว่า“ พวก เจ้า ช่าง พราก พ่อ พราก ลูก เสีย จริงๆ โย เซฟ ก็ จาก ไป แล้ว สิ เม โอน ก็ จาก ไป แล้ว ตอน นี้ พวก เจ้า ยัง จะ เอา ตัว เบน ยา มิ น ไป อีก ข้า ก็ รับ กรรม แต่ เพียง คน เดียว!” {42:37} รู เบน จึง พูด กับ บิดา ว่า“ พ่อ ก็ ฆ่า ลูกชาย ทั้ง สอง คน ของ ข้า ได้ เลย ถ้า ข้า ไม่ พา เบน ยา มิ นก ลับ มา หา ท่าน มอบ เขา ไว้ ใน ความ ดูแล ของ ข้า เถิด และ ข้า จะ นำ เขา กลับ มา” {42:38} แต่ ยา โค บตอบว่า“ ลูก ของ เรา จะ ไม่ เดินทาง ลง ไป กับ พวก เจ้า เด็ดขาด พี่ ชาย ของ เขา ก็ ตาย ไป แล้ว เหลือ เขา อยู่ คน เดียว ถ้า เกิด อันตราย ขึ้น กับ เขา ระหว่าง ทาง พวก เจ้า จะ พา ให้ หัว หงอก ของ พ่อ ลง ไป สู่ แดน คน ตาย ด้วย ความ โศกเศร้า” {i43:1} การ เดินทาง ไป อียิปต์ ครั้ง ที่ สอง {43:1} ขณะ นั้น การ กันดาร อาหาร ยัง คง รุนแรง อยู่ {43:2} เมื่อ ข้าว ที่ พวก เขา เอา มา จาก อียิปต์ หมด แล้ว บิดา ก็ พูด กับ พวก เขา ว่า“ จง กลับ ไป ซื้อ อาหาร มา ให้ เรา อีก หน่อย” {43:3} แต่ ยูดาห์ พูด กับ บิดา ว่า“ คนๆ นั้น กำชับ ไว้ ว่า‘ เจ้า จะ ไม่ ได้ รับ อนุญาต ให้ มา พบ เรา ถ้า ไม่ พา น้อง ชาย คน เล็ก มา ด้วย’ {43:4} ถ้า พ่อ ยอม ให้ น้อง ไป กับ พวก เรา พวก เรา ก็ จะ ลง ไป อียิปต์ เพื่อ ซื้อ อาหาร มา ให้ พ่อ {43:5} แต่ ถ้า พ่อ ไม่ ยอม ให้ น้อง ไป พวก เรา ก็ จะ ไม่ ไป เพราะ เจ้านาย คน นั้น สั่ง ไว้ ว่า‘ เจ้า จะ ไม่ ได้ รับ อนุญาต ให้ มา พบ เรา ถ้า ไม่ พา น้อง ชาย คน เล็ก มา ด้วย’” {43:6} อิสราเอล ผู้ เป็น บิดา จึง ถาม ว่า“ ทำไม เจ้า นำ ปัญหา มา ให้ เรา เช่น นี้ เจ้า ไป บอก เขา ทำไม ว่า มี น้อง ชาย อีก คน หนึ่ง?” {43:7} พวก เขา ตอบ ว่า“ ก็ เขา เจาะจง ถาม ถึง พวก เรา และ ครอบครัว ของ เรา เขา ถาม เรา ว่า‘ พ่อ ของ เจ้า ยัง มี ชีวิต อยู่ หรือ? เจ้า มี น้อง อีก คน หนึ่ง ไหม?’ เรา เพียง แต่ ตอบ ไป ตาม ที่ เขา ถาม เรา จะ ไป รู้ หรือ ว่า เขา จะ สั่ง ว่า‘ จง พา น้อง ชาย ของ พวก เจ้า ลง มา ที่ นี่’?” {43:8} แล้ว ยูดาห์ ก็ พูด กับ อิสราเอล บิดา ของ เขา ว่า“ ให้ น้อง ไป กับ เรา เถิด เรา จะ ได้ ออก เดินทาง ทันที เพื่อ ว่า พวก เรา ตัว พ่อ และ ลูกๆ ของ เรา จะ ไม่ ต้อง อด ตาย {43:9} ตัว ข้า เอง จะ รับประกัน ความ ปลอดภัย ของ เขา ให้ พ่อ ถือ ว่า ข้า เป็น ผู้ รับผิดชอบ เขา เอง ถ้า ข้า พา เขา กลับ มา ให้ พ่อ เห็น หน้า ไม่ ได้ ก็ ขอ ให้ เป็น ตราบาป ติด ตัว ข้า ไป ตลอด ชีวิต {43:10} ถ้า พวก เรา ไม่ มัว รีรอ อยู่ เช่น นี้ ป่านนี้ พวก เรา คง ไป และ กลับ มา เป็น ครั้ง ที่ สอง แล้ว” {43:11} ใน ที่สุด อิสราเอล ก็ พูด กับ พวก เขา ว่า“ หาก ต้อง เป็น เช่น นี้ ก็ ให้ ทำ ดังนี้ ก็ แล้วกัน คือ พวก เจ้า จง เอา ของ ดี ที่สุด ใน ดินแดน ของ เรา ได้แก่ ยาง ไม้ น้ำผึ้ง เครื่องเทศ มดยอบ ถั่ว พิส ทา ชิ โอ และ อัลมอนด์ ใส่ กระสอบ ไป เป็น ของ กำนัล แด่ ชาย ผู้ นั้น {43:12} เอา เงิน ไป สอง เท่า ด้วย จะ ได้ คืน เงิน ที่ ติด มา ใน กระสอบ นี่ อาจ จะ เป็น เรื่อง ผิดพลาด ก็ ได้ {43:13} จง พา น้อง ไป ด้วย ไป พบ ชาย ผู้ นั้น ทันที {43:14} ขอ พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธิ์ ทรง เมตตา พวก เจ้า เมื่อ อยู่ ต่อ หน้า ชาย ผู้ นั้น เขา จะ ได้ ปล่อย สิ เม โอน และ เบน ยา มิ นก ลับ มา พร้อม กับ พวก เจ้า ส่วน เรา ถ้า จะ ต้อง ไว้ทุกข์ ก็ ต้อง ยอม” {43:15} พวก เขา จึง นำ ของ กำนัล และ เงิน สอง เท่า พร้อม กับ เบน ยา มิ นรี บ เดินทาง ลง ไป อียิปต์ และ เข้า พบ โย เซฟ {43:16} เมื่อ โย เซฟ เห็น เบน ยา มิ น มา ด้วย จึง สั่ง คน ต้น เรือน ว่า“ จง พา ชาย เหล่า นี้ ไป ที่ บ้าน ของ ข้า แล้ว ฆ่า สัตว์ สัก ตัว หนึ่ง เตรียม อาหาร ไว้ พวก เขา จะ กิน อาหาร กลางวัน กับ ข้า” {43:17} เขา ก็ ทำ ตาม คำ สั่ง แล้ว พา ชาย เหล่า นั้น ไป ยัง บ้าน ของ โย เซฟ {43:18} พวก เขา ตกใจ กลัว มาก เมื่อ ถูก พา มา ที่ บ้าน ของ โย เซฟ พวก เขา ต่าง คิด ว่า“ พวก เรา ถูก พา มา ที่ นี่ เพราะ เงิน ที่ ถูก ใส่ คืน ให้ เรา ใน กระสอบ เมื่อ คราว ก่อน แน่ๆ เลย เขา ต้องการ จะ ใส่ความ เรา เล่นงาน เรา แล้ว ก็ จับ ตัว พวก เรา เป็น ทาส พร้อม ทั้ง ริบ ลา ของ พวก เรา” {43:19} ดังนั้น พวก เขา จึง ไป หา คน ต้น เรือน ของ โย เซฟ ที่ ประตู บ้าน และ พูด ว่า {43:20} “ ขอโทษ ขอ รับ ท่าน คราว ก่อน เมื่อ พวก เรา เดินทาง มา ซื้อ อาหาร ที่ นี่ {43:21} คืน แรก ที่ พวก เรา แวะ พักแรม พวก เรา ได้ เปิด กระสอบ ออก มา ดู ก็ เห็น เงิน ค่า ข้าว อยู่ ที่ ปาก กระสอบ ของ พวก เรา แต่ละ คน ตาม จำนวน ที่ พวก เรา จ่าย ไป พอดี ดังนั้น พวก เรา จึง เอา มา คืน {43:22} พวก เรา ได้ นำ เงิน มา เพิ่ม อีก เพื่อ ที่ จะ ซื้อ อาหาร พวก เรา ไม่ รู้ ว่า ใคร นำ เงิน เหล่า นี้ ใส่ เข้า ไป ใน กระสอบ ของ พวก เรา” {43:23} คน ต้น เรือน ตอบ ว่า“ ทำใจ ให้ สงบ เถิด อย่า กลัว เลย พระเจ้า ของ พวก ท่าน พระเจ้า ของ บิดา ท่าน ทรง ประทาน ทรัพย์สิน ที่ อยู่ ใน กระสอบ ให้ ท่าน เรา ได้ รับ เงิน จาก พวก ท่าน เรียบร้อย แล้ว” แล้ว คน ต้น เรือน ก็ พา สิ เม โอน ออก มา พบ พวก เขา {43:24} จาก นั้น คน ต้น เรือน พา พวก เขา เข้า ไป ใน บ้าน ของ โย เซฟ เอา น้ำ มา ให้ ล้าง เท้า และ ให้ อาหาร แก่ ลา ของ พวก เขา {43:25} พวก เขา ก็ เตรียม ของ กำนัล เพื่อ มอบ ให้ แก่ โย เซฟ ซึ่ง จะ มา ถึง ตอน เที่ยง เพราะ พวก เขา ได้ยิน ว่า จะ รับประทาน อาหาร ด้วย กัน ที่ นั่น {43:26} เมื่อ โย เซฟ มา ถึง บ้าน พวก พี่น้อง ก็ มอบ ของ กำนัล ให้ เขา และ หมอบ กราบ เขา ลง ถึง ดิน {43:27} โย เซฟ ถาม ถึง ทุกข์สุข ของ พวก เขา และ ถาม อีก ว่า“ พ่อ ผู้ ชรา ที่ พวก เจ้า พูด ถึง ยัง สุข สบาย ดี ไหม? ยัง มี ชีวิต อยู่ หรือ เปล่า?” {43:28} พวก เขา ตอบ ว่า“ พ่อ ของ เรา ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ยัง มี ชีวิต อยู่ และ สบาย ดี” และ พวก เขา ก็ หมอบ กราบ ราบ กับ พื้น ต่อ หน้า โย เซฟ {43:29} ขณะ ที่ โย เซฟ มอง ดู พวก เขา และ เห็น เบน ยา มิ น น้อง ชาย ร่วม มารดา จึง ถาม ว่า“ คน นี้ หรือ คือ น้อง ชาย คน สุด ท้องที่ พวก เจ้า พูด ถึง?” แล้ว พูด กับ เบน ยา มิ นว่า“ ลูก เอ๋ย ขอ พระเจ้า ทรง เมตตา เจ้า เถิด” {43:30} เมื่อ โย เซฟ ได้ พบ หน้า น้อง ชาย ก็ ตื้นตัน ใจ เหลือล้น จน ต้อง ผลุนผลัน ออก ไป หา ที่ ร้องไห้ เขา จึง เข้า ไป ร้องไห้ ใน ห้อง ส่วนตัว {43:31} จาก นั้น เขา ก็ ล้าง หน้า ล้าง ตา ควบคุม อารมณ์ และ กลับ ออก มา สั่ง ว่า“ ยก อาหาร มา เถิด” {43:32} พวก เขา จัด อาหาร ให้ โย เซฟ รับประทาน แต่ ลำพัง โต๊ะ ของ พี่น้อง แยก ต่างหาก ส่วน ชาว อียิปต์ ที่ ร่วม รับประทาน อาหาร กับ โย เซฟ ก็ อยู่ อีก โต๊ะ หนึ่ง คน อียิปต์ ไม่ นั่ง ร่วม โต๊ะ กับ คน ฮีบรู เพราะ ถือ ว่า เป็น สิ่ง น่า รังเกียจ สำหรับ ชาว อียิปต์ {43:33} โย เซฟ จัด ให้ ชาย เหล่า นั้น แต่ละ คน นั่ง เรียง กัน ตาม ลำดับ อายุ ตั้งแต่ คน โต สุด ถึง คน เล็ก สุด ทำให้ ชาย เหล่า นั้น มอง หน้า กัน ด้วย ความ สงสัย {43:34} เมื่อ อาหาร ส่วน ของ พวก เขา ถูก ส่ง มา จาก โต๊ะ ของ โย เซฟ เบน ยา มิ น ได้ มาก เป็น ห้า เท่า ของ คน อื่นๆ พวก เขา ก็ กิน ดื่ม ร่วม กับ โย เซฟ จน อิ่มหนำ สำราญ {i44:1} ถ้วย เงิน ใน กระสอบ {44:1} ต่อ มา โย เซฟ สั่ง คน ต้น เรือน ประจำ บ้าน ของ เขา ว่า“ จง เอา อาหาร ยัด ใส่ กระสอบ ของ พวก เขา ทุก คน มาก เท่า ที่ พวก เขา จะ ขน ไป ได้ และ จง ใส่ เงิน ของ พวก เขา แต่ละ คน ไว้ ที่ ปาก กระสอบ ของ พวก เขา ด้วย {44:2} แล้ว ใส่ ถ้วย เงิน ของ เรา ไว้ ที่ ปาก กระสอบ ของ น้อง คน เล็ก พร้อม เงิน ค่า ข้าวของ เขา” เขา ก็ ปฏิบัติ ตาม คำ สั่ง ของ โย เซฟ {44:3} ครั้น รุ่งเช้า คน ของ โย เซฟ ก็ ส่ง ชาย เหล่า นั้น พร้อม ฝูง ลาออก เดินทาง ไป {44:4} เมื่อ พวก เขา เดินทาง ไป ได้ ไม่ ไกล จาก เมือง นัก โย เซฟ ก็ สั่ง คน ต้น เรือน ว่า“ จง ตาม ชาย เหล่า นั้น ไป ทันที และ เมื่อ เจ้า ตาม ไป ทัน แล้ว ให้ ถาม พวก เขา ว่า‘ เหตุ ใด พวก ท่าน จึง ตอบแทน ความ ดี ด้วย ความ ชั่ว? {44:5} นี่ เป็น ถ้วย ซึ่ง นาย ของ เรา ใช้ ดื่ม และ ใช้ ทำนาย ไม่ ใช่ หรือ? พวก ท่าน ได้ ทำ สิ่ง ชั่วช้า ลง ไป แล้ว’” {44:6} เมื่อ คน ต้น เรือน ไล่ ตาม คน เหล่า นั้น ทัน เขา ก็ พูด ตาม ที่ โย เซฟ สั่ง {44:7} แต่ ชาย เหล่า นั้น พูด ว่า“ เหตุ ใด เจ้านาย ของ เรา จึง พูด เช่น นั้น? ไม่ มี ทาง ที่ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน จะ ทำ เช่น นั้น! {44:8} พวก เรา อุตส่าห์ นำ เงิน จาก ดินแดน คา นา อัน ที่ พบ ใน ปาก กระสอบ ของ เรา มา คืน ให้ ท่าน แล้ว ทำไม เรา จึง ต้อง ขโมย เงิน หรือ ทอง จาก บ้าน นาย ของ ท่าน ด้วย? {44:9} ถ้า พบ ถ้วย เงิน ของ นายท่า นอ ยู่ ที่ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน คน ใด ก็ ให้ ผู้ นั้น ตาย เสีย เถิด แล้ว พวก เรา ที่ เหลือ ทั้งหมด จะ ยอม เป็น ทาส นาย ของ ท่าน” {44:10} เขา จึง ว่า“ ดี ให้ เป็น ไป ตาม ที่ ท่าน ว่า ถ้า เรา พบ ของ นั้น ที่ ใคร เขา จะ กลาย เป็น ทาส ของ เรา แต่ พวก ที่ เหลือ จะ พ้น ผิด” {44:11} พวก เขา แต่ละ คน จึง รีบ ปลด กระสอบ ลง จาก หลัง ลา และ เปิด ออก {44:12} แล้ว คน ต้น เรือน จึง เริ่ม ค้น ดู ตั้งแต่ กระสอบ ของ พี่ ชาย คน โต ไป จน ถึง น้อง คน สุด ท้อง ก็ พบ ถ้วย เงิน ใน กระสอบ ของ เบน ยา มิ น {44:13} เมื่อ เห็น ดังนั้น พวก เขา จึง ฉีก เสื้อ ผ้า ของ ตน ด้วย ความ ทุกข์ ใจ เอา ของ ขึ้น ลา แล้ว กลับ เข้า มา ใน เมือง {44:14} โย เซฟ ยัง คง อยู่ ที่ บ้าน เมื่อ ยูดาห์ กับ พี่น้อง ของ เขา มา ถึง พวก เขา รีบ ทรุด ตัว ลง กับ พื้น ต่อ หน้า โย เซฟ {44:15} โย เซฟ ถาม ว่า“ พวก เจ้า ทำ อะไร ลง ไป? พวก เจ้า ไม่ รู้ หรือ ว่า คน อย่าง เรา สามารถ รู้เรื่อง ต่างๆ ได้ โดย การ ทำนาย?” {44:16} ยูดาห์ ตอบ ว่า“ พวก เรา จะ พูด อะไร ต่อ นาย ของ เรา ได้? จะ แก้ตัว ได้ อย่างไร? เรา จะ พิสูจน์ ได้ อย่างไร ว่า เรา เป็น ผู้ บริสุทธิ์? พระเจ้า ทรง เปิดโปง ความ ผิด ของ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน บัดนี้ พวก เรา และ คน ที่ ถูก จับ ได้ ว่า มี ถ้วย เงิน ของ ท่าน อยู่ ได้ เป็น ทาส รับใช้ เจ้านาย ของ เรา แล้ว” {44:17} แต่ โย เซฟ กล่าว ว่า“ เรา จะ ไม่ ทำ เช่น นั้น หรอก! คน ที่ ขโมย ถ้วย เงิน ไป เท่านั้น ที่ ต้อง เป็น ทาส ของ เรา! ส่วน คน ที่ เหลือ จง กลับ ไป หา พ่อ ของ เจ้า ด้วย สันติสุข เถิด” {44:18} แล้ว ยูดาห์ จึง เข้า ไป ใกล้ โย เซฟ และ พูด ว่า“ ได้ โปรด เถิด นาย ของ ข้า โปรด อนุญาต ให้ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ได้ พูด อะไร สัก คำ ขอ อย่า ได้ โกรธ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน เลย แม้ ว่า ท่าน จะ ยิ่งใหญ่ เสมือน ฟาโรห์ เอง {44:19} นาย ท่าน ได้ ถาม พวก เรา ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ว่า‘ พวก เจ้า มี พ่อ หรือ น้อง ชาย หรือ ไม่?’ {44:20} พวก เรา ก็ ตอบ ว่า‘ เรา มี พ่อ ผู้ ชรา และ มี น้อง สุด ท้อง คน หนึ่ง ซึ่ง เกิด มา ตอน ที่ พ่อ อายุ มาก แล้ว พี่ ชาย ของ เขา ตาย ไป แล้ว เขา เป็น ลูก ที่ เหลือ อยู่ เพียง คน เดียว ของ แม่ เขา และ พ่อ ก็ รัก เขา’ {44:21} “ แล้ว ท่าน ก็ สั่ง ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ว่า‘ จง พา เขา มา ที่ นี่ เพื่อ เรา จะ ได้ เห็น เขา กับ ตา’ {44:22} และ พวก เรา ก็ ได้ พูด กับ นาย ท่าน ว่า‘ เด็ก หนุ่ม คน นั้น จาก พ่อ มา ไม่ ได้ ถ้า เขา จาก มา พ่อ ของ เขา จะ ตรอมใจ ตาย’ {44:23} แต่ ท่าน ได้ บอก ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ว่า‘ เจ้า จะ ไม่ ได้ รับ อนุญาต ให้ มา พบ เรา ถ้า พวก เจ้า ไม่ พา น้อง คน สุด ท้อง ของ พวก เจ้า มา ด้วย’ {44:24} เมื่อ พวก เรา กลับ ไป หา พ่อ ของ เรา ผู้ รับใช้ ของ ท่าน เรา ก็ ได้ เล่า ให้ ท่าน ฟัง ตาม ที่ นาย ท่าน ได้ สั่ง ไว้ {44:25} “ ต่อ มา พ่อ ของ เรา กล่าว ว่า‘ จง กลับ ไป ซื้อ อาหาร มา อีก สัก หน่อย’ {44:26} แต่ พวก เรา กล่าว ว่า‘ เรา ลง ไป ไม่ ได้ หรอก นอกจาก น้อง คน เล็ก จะ ไป กับ เรา ด้วย เรา ไม่ สามารถ ไป พบ หน้า นาย ท่าน ได้ ถ้า น้อง คน สุด ท้อง ไม่ ได้ ไป กับ เรา’ {44:27} “ แล้ว พ่อ ของ เรา ผู้ รับใช้ ของ ท่าน จึง พูด กับ พวก เรา ว่า‘ เจ้า ก็ รู้ ว่า ภรรยา คน นี้ ของ พ่อ มี ลูกชาย ให้ พ่อ สอง คน {44:28} คน หนึ่ง ก็ จาก เรา ไป แล้ว เรา เข้าใจ ว่า“ เขา ถูก สัตว์ ร้าย ฉีก เป็น ชิ้นๆ แน่นอน” และ เรา ก็ ไม่ ได้ เห็น หน้า เขา อีก เลย {44:29} และ ถ้า เจ้า พา ลูก คน นี้ ไป จาก เรา อีก และ หาก เขา ต้อง มี อัน เป็น ไป พวก เจ้า จะ พา ให้ หัว หงอก ของ พ่อ ลง ไป สู่ แดน ผู้ ตาย ด้วย ความ ทุกข์ ระทม’ {44:30} “ แล้ว บัดนี้ หาก พวก เรา กลับ ไป หา พ่อ ของ เรา ผู้ รับใช้ ของ ท่าน โดย ไม่ มี เด็ก หนุ่ม คน นี้ ไป ด้วย แล้ว ถ้า พ่อ ของ เรา ผู้ ซึ่ง ชีวิต ของ ท่าน ผูกพัน กับ ชีวิต ของ เด็ก หนุ่ม คน นี้ อย่าง แน่นแฟ้น {44:31} เห็น ว่า เขา ไม่ ได้ กลับ ไป ท่าน ก็ จะ ตรอมใจ ตาย ผู้ รับใช้ ของ ท่าน จะ ทำให้ พ่อ ผู้ ผม หงอก แล้ว ลง สู่ แดน ผู้ ตาย ด้วย ความ ทุกข์ ระทม {44:32} ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ได้ รับประกัน ความ ปลอดภัย ของ น้อง คน นี้ กับ พ่อ ว่า‘ ถ้า ข้า ไม่ สามารถ พา เขา กลับ มา หา พ่อ ได้ ก็ ขอ ให้ เป็น ตราบาป ติด ตัว ข้า ไป ตลอด ชีวิต!’ {44:33} “ บัดนี้ โปรด ให้ ผู้ รับใช้ ของ ท่าน อยู่ เป็น ทาส ของ นาย ท่าน ที่ นี่ แทน เด็ก หนุ่ม คน นี้ เถิด และ โปรด ให้ เด็ก หนุ่ม คน นี้ ได้ กลับ ไป พร้อม กับ พวก พี่น้อง ของ เขา {44:34} ข้า จะ กลับ ไป พบ พ่อ ได้ อย่างไร ถ้า ไม่ มี เด็ก หนุ่ม คน นี้ ไป ด้วย? อย่า เลย! อย่า ให้ ข้า ได้ เห็น ความ ทุกข์ ระทม ที่ จะ เกิด กับ พ่อ ของ ข้า เลย” {i45:1} โย เซฟ แสดง ตัว กับ พี่น้อง {45:1} โย เซฟ ไม่ สามารถ ควบคุม ตนเอง ต่อ หน้า บรรดา คน ที่ ยืน อยู่ ได้ อีก ต่อ ไป จึง ร้อง สั่ง บริวาร ว่า“ จง ออก ไป ให้ พ้น หน้า เรา ให้ หมด ทุก คน!” ดังนั้น จึง ไม่ มี ผู้ อื่น อยู่ กับ โย เซฟ เมื่อ เขา แสดง ตัว กับ พี่น้อง ของ เขา {45:2} แล้ว เขา ก็ ร้องไห้ เสียง ดัง จน ชาว อียิปต์ ทั้งหลาย ได้ยิน และ ข่าว ก็ ไป ถึง ราช วัง ของ ฟาโรห์ {45:3} โย เซฟ บอก พวก พี่น้อง ว่า“ เรา คือ โย เซฟ! พ่อ ของ เรา ยัง มี ชีวิต อยู่ หรือ?” แต่ พวก พี่น้อง ก็ พูด อะไร ไม่ ออก เพราะ พวก เขา ต่าง ตกใจ กลัว ที่ ได้ เผชิญหน้า กับ โย เซฟ {45:4} แล้ว โย เซฟ จึง พูด กับ พี่น้อง ของ เขา ว่า“ เข้า มา ใกล้ๆ เรา เถิด” พวก เขา ก็ เดิน เข้า ไป ใกล้ เขา พูด อีก ว่า“ เรา คือ โย เซฟ พี่น้อง ของ ท่าน คน ที่ ท่าน ขาย เข้า มา ใน อียิปต์ {45:5} แต่ บัดนี้ อย่า เสียใจ และ อย่า โกรธ ตนเอง ที่ ได้ ขาย เรา มา ที่ นี่ เพราะ ว่า พระเจ้า ทรง ส่ง เรา มา ล่วงหน้า พวก พี่ เพื่อ ช่วย ชีวิต คน ทั้งหลาย {45:6} การ กันดาร อาหาร ใน แผ่นดิน นี้ เพิ่ง เกิด ขึ้น เพียง สอง ปี แล้ว อีก ห้า ปี ข้าง หน้า ก็ จะ เพาะปลูก หรือ เก็บเกี่ยว ไม่ ได้ {45:7} แต่ พระเจ้า ทรง ส่ง เรา มา ล่วงหน้า พวก พี่ เพื่อ ปกป้อง รักษา คน ที่ เหลือ บน แผ่นดิน โลก ไว้ และ ทรง ช่วย ชีวิต พวก พี่ ไว้ ด้วย การ ช่วย กู้ ยิ่งใหญ่ {45:8} “ ฉะนั้น จึง ไม่ ใช่ พวก พี่ ที่ ส่ง เรา มา ที่ นี่ แต่ เป็น พระเจ้า เอง พระองค์ ทรง โปรด ให้ เรา เป็น เหมือน บิดา แก่ ฟาโรห์ เป็น เจ้านาย เหนือ ข้า ราช สำนัก ทั้งสิ้น และ เป็น ผู้ปกครอง อียิปต์ ทั้ง ประเทศ {45:9} บัดนี้ จง รีบ กลับ ไป หา พ่อ ของ เรา เถิด และ บอก พ่อ ว่า‘ โย เซฟ ลูก ของ พ่อ กล่าว ดังนี้ ว่า พระเจ้า ทรง กระทำ ให้ เรา เป็น เจ้านาย เหนือ ดินแดน อียิปต์ เชิญ ลง มา หา เรา เถิด อย่า ชักช้า อยู่ เลย {45:10} พ่อ จะ ได้ มา อยู่ ใน ดินแดน โก เชน อยู่ ใกล้ๆ เรา ทั้ง ตัว พ่อ พร้อม ลูกหลาน ฝูง สัตว์ และ ทุก สิ่ง ทุก อย่าง ที่ ท่าน มี {45:11} เรา จะ ดูแล จัด หา สิ่ง ต่างๆ ให้ พ่อ ที่ นั่น เพราะ จะ กันดาร อาหาร อีก ห้า ปี มิ ฉะนั้น แล้ว ทั้ง ตัว พ่อครัว เรือน ของ พ่อ และ คน ของ พ่อ ทุก คน จะ ต้อง อดอยาก กัน หมด’ {45:12} “ พี่ๆ ก็ เห็น อยู่ กับ ตา น้อง เบน ยา มิ น ก็ เห็น ว่า เป็น เรา จริงๆ ที่ กำลัง พูด อยู่ กับ พวก ท่าน {45:13} จง เล่า ให้ พ่อ ของ เรา ฟัง ว่า เรา มี ยศ ถา บรรดาศักดิ์ ที่ ยิ่งใหญ่ ใน อียิปต์ และ จง เล่า ทุก อย่าง ตาม ที่ เห็น แล้ว พา พ่อ มา ที่ นี่ โดย เร็ว” {45:14} แล้ว โย เซฟ ก็ สวมกอด เบน ยา มิ น น้อง ชาย ของ เขา แล้ว ร้องไห้ เบน ยา มิ น ก็ กอด พี่ แล้ว ร้องไห้ {45:15} โย เซฟ จูบ พี่น้อง ทุก คน และ ร้องไห้ หลัง จาก นั้น พี่น้อง ของ เขา ก็ พูด คุย กับ โย เซฟ {45:16} เมื่อ ข่าว แพร่ ไป ถึง พระ ราช วัง ของ ฟาโรห์ ว่า พี่น้อง ของ โย เซฟ มา ฟาโรห์ กับ เหล่า ข้า ราช บริพาร ทั้งหมด ก็ พา กัน ยินดี {45:17} ฟาโรห์ รับสั่ง กับ โย เซฟ ว่า“ จง ไป บอก พี่น้อง ของ เจ้า ว่า‘ จง ทำ ตาม นี้ คือ นำ สัตว์ บรรทุก สิ่งของ กลับ ไป ยัง คา นา อัน {45:18} รับ ตัว บิดา ของ เจ้า กับ ทุก คน ใน ครอบครัว กลับ มา หา เรา เรา จะ ยก ดินแดน ที่ ดี ที่สุด ใน อียิปต์ ให้ พวก เจ้า และ พวก เจ้า จะ ได้ ชื่นชม กับ ผลิตผล อัน อุดม สมบูรณ์ ใน แผ่นดิน นี้’ {45:19} “ เจ้า จง บอก พวก เขา ด้วย ว่า‘ จง ทำ ตาม นี้ คือ จง นำ ขบวน เกวียน จาก อียิปต์ ไป รับ ลูกหลาน ของ พวก เจ้า บรรดา ภรรยา และ บิดา ของ เจ้า มา ที่ นี่ {45:20} อย่า ห่วง พะวง ถึง ทรัพย์ สมบัติ ของ พวก เจ้าที่ นั่น เลย เพราะ พวก เจ้า จะ ได้ รับ สิ่งของ ชั้น เยี่ยม ต่างๆ นานา ที่ มี อยู่ ใน อียิปต์’” {45:21} ดังนั้น บรรดา บุตร ชาย ของ อิสราเอล จึง ทำ ตาม นั้น โย เซฟ จึง ให้ ขบวน เกวียน ไป กับ พวก เขา ตาม รับสั่ง ของ ฟาโรห์ และ เขา ยัง ให้ เสบียง ไป กิน ตาม ทาง ด้วย {45:22} เขา ให้ เสื้อ ผ้า ใหม่ กับ พี่น้อง ทุก คน ส่วน เบน ยา มิ น ได้ รับ เงิน 300 เชเขล และ เสื้อ ผ้า ห้า ชุด {45:23} และ โย เซฟ ได้ ส่ง สิ่งของ ต่างๆ เหล่า นี้ ให้ แก่ บิดา ของ เขา คือ ลา สิบ ตัว บรรทุก สิ่งของ ชั้น เยี่ยม ที่ มี อยู่ ใน อียิปต์ และ ลา ตัวเมีย อีก สิบ ตัว บรรทุก ข้าว ขนม ปัง และ เสบียง อื่นๆ ให้ บิดา ไว้ กิน ตาม ทาง {45:24} โย เซฟ จึง ส่ง พวก พี่น้อง ออก เดินทาง ไป และ ก่อน จาก กัน โย เซฟ พูด กับ พวก เขา ว่า“ อย่า ทะเลาะ กัน ระหว่าง ทาง!” {45:25} ดังนั้น พวก เขา จึง เดินทาง ออก จาก อียิปต์ กลับ ไป หา ยา โค บ ผู้ เป็น บิดา ที่ คา นา อัน {45:26} พวก เขา บอก ยา โค บว่า“ โย เซฟ ยัง มี ชีวิต อยู่! จริงๆ แล้ว เขา ได้ เป็น ถึง ผู้ปกครอง อียิปต์ ทั้ง ประเทศ” ยา โค บ ตะลึง งัน และ ไม่ เชื่อ พวก เขา {45:27} แต่ เมื่อ พวก เขา ได้ เล่า ทุก สิ่ง ทุก อย่าง ที่ โย เซฟ ได้ พูด กับ พวก เขา ให้ บิดา ฟัง และ เมื่อ ยา โค บ เห็น ขบวน เกวียน ที่ โย เซฟ ส่ง มา รับ เขา กลับ ไป จิตใจ ของ ยา โค บ บิดา ของ พวก เขา ก็ ชุ่มชื่น ขึ้น {45:28} แล้ว อิสราเอล ก็ พูด ว่า“ พอ แล้ว! เรา เชื่อ แล้ว ว่า โย เซฟ ลูก ของ เรา ยัง มี ชีวิต อยู่ เรา จะ ไป พบ เขา ก่อน เรา ตาย” {i46:1} ยา โค บไปอียิปต์ {46:1} ดังนั้น อิสราเอล จึง ออก เดินทาง พร้อม ด้วย ทรัพย์ สมบัติ ทั้งหมด เมื่อ มา ถึง เมือง เบเออร์เช บา เขา ก็ ถวาย เครื่องบูชา แด่ พระเจ้า ของ อิส อัค บิดา ของ เขา {46:2} ใน ตอน กลางคืน พระเจ้า ตรัส กับ เขา ทาง นิมิต ว่า“ ยา โค บ! ยา โค บเอ๋ย!” ยา โค บทูลว่า“ ข้า พระองค์ อยู่ ที่ นี่” {46:3} พระองค์ ตรัส ว่า“ เรา คือ พระเจ้า พระเจ้า ของ บิดา เจ้า อย่า กลัว ที่ จะ ต้อง ลง ไป อียิปต์ เพราะ เรา จะ ให้ เจ้า เป็น ชน ชาติ ใหญ่ ที่ นั่น {46:4} เรา จะ ลง ไป อียิปต์ กับ เจ้า และ เรา จะ นำ เจ้า กลับ มา อีก อย่าง แน่นอน และ เมื่อ เจ้า ตาย โย เซฟ จะ เป็น ผู้ ปิด ตา เจ้า” {46:5} ยา โค บ จึง ตัดสิน ใจ ออก จาก เมือง เบเออร์เชบาลูกๆ ของ อิสราเอล ได้ พา ยา โค บ บิดา ของ พวก เขา พร้อม ด้วย บุตร หลาน และ ภรรยา ของ ตน เดินทาง มา กับ ขบวน เกวียน ซึ่ง ฟาโรห์ ส่ง มา รับ พวก เขา {46:6} ดังนั้น ยา โค บ และ ลูกหลาน ของ เขา เดินทาง มา ยัง อียิปต์ พร้อม ทั้ง ฝูง สัตว์ และ ทรัพย์ สมบัติ ที่ หา ได้ ใน แผ่นดิน คา นา อัน {46:7} ยา โค บ พา ลูกหลาน ทั้งหมด ของ เขา มา ยัง อียิปต์ คือ บุตร ชาย บุตร สาว และ หลาน ชาย หลาน สาว {46:8} ต่อ ไป นี้ เป็น รายชื่อ บุตร ชาย ของ อิสราเอล (ยา โค บ และ พงศ์พันธุ์ ของ เขา) ผู้ ไป อียิปต์ ได้แก่ รู เบน บุตร ชาย หัว ปี ของ ยา โค บ {46:9} บุตร ของ รู เบน ได้แก่ ฮา โน คปัลลูเฮสโรนและคารมี {46:10} บุตร ของ สิ เม โอน ได้แก่ เย มูเอล ยา มีน โอ หาด ยา คีนโศหาร์ และ ชา อู ล บุตร ชาย ที่ เกิด จาก หญิง ชาว คา นา อัน {46:11} บุตร ของ เล วี ได้แก่ เกอร์ โชน โค ฮา ท และ เม รา รี {46:12} บุตร ของ ยูดาห์ ได้แก่ เอร์โอนันเชลาห์เปเรศและเศราห์ (แต่ เอร์และโอนัน ได้ สิ้น ชีวิต แล้ว ใน คา นา อัน) บุตร ของ เปเรศ ได้แก่ เฮ สโรน และ ฮา มูล {46:13} บุตร ของ อิสสา คาร์ ได้แก่ โท ลา ปู อาห์ยาชูบ และ ชิม โร น {46:14} บุตร ของ เศบูลุน ได้แก่ เส เร ด เอ โลน และ ยา เลเอล {46:15} คน เหล่า นี้ เป็น บุตร ชาย ของ นาง เลอาห์ ซึ่ง ให้ กำเนิด แก่ ยา โค บ ใน ปัด ดาน อา รัม นอกเหนือ จาก ดี นาห์ บุตรี รวม บุตร ชาย หญิง ทั้งสิ้น 33 คน {46:16} บุตร ของ กาด ได้แก่ เซ โฟน ฮัก กี ชู นีเอสโบน เอ รี อา โร ดี และ อา เร ลี {46:17} บุตร ของ อา เชอร์ได้แก่อิมนาห์อิชวาห์อิชวีและเบรีอาห์กับเสราห์ น้อง สาว ของ พวก เขา บุตร ของ เบรีอาห์ คือ เฮ เบอร์ และ มัลคีเอล {46:18} คน เหล่า นี้ คือ ลูกหลาน ของ ยา โค บ ทาง สาย นาง ศิลปาห์ สาวใช้ ของ เลอาห์ ซึ่ง ลา บัน ผู้ เป็น บิดา ยก ให้ นาง รวม ทั้งสิ้น 16 คน {46:19} บุตร ของ รา เชล ภรรยา ของ ยา โค บ ได้แก่ โย เซฟ และ เบน ยา มิ น {46:20} โย เซฟ มี บุตร ชาย ใน อียิปต์ สอง คน คือ มนัส เสห์ และ เอฟ รา อิม ทั้ง คู่ เกิด จาก นาง อา เส นัท บุตร สาว ของ โป ทิเฟ รา ปุโรหิต แห่ง เมือง โอน {46:21} บุตร ชาย ของ เบน ยา มิ นได้แก่เบลาเบเคอร์อัชเบล เก รา นา อา มาน เอ ไฮ โร ชมัปปิมหุปปิมและอาร์ด {46:22} คน เหล่า นี้ เป็น บุตร ชาย ของ นาง รา เชล ซึ่ง ให้ กำเนิด แก่ ยา โค บ รวม ทั้งสิ้น 14 คน {46:23} บุตร ของ ดาน ได้แก่ หุชิม {46:24} บุตร ของ นัฟ ทา ลี ได้แก่ ยา ซี เอ ลกูนี เย เซอร์ และ ชิ ลเลม {46:25} คน เหล่า นี้ คือ ลูกหลาน ของ ยา โค บ ทาง สาย นาง บิล ฮาห์ ซึ่ง ลา บัน ยก ให้ แก่ รา เชล บุตรี รวม ทั้งสิ้น 7 คน {46:26} รวม จำนวน คน ที่ ไป อียิปต์ พร้อม กับ ยา โค บ เฉพาะ เลือดเนื้อ เชื้อ ไข แท้ๆ ของ เขา ไม่ รวม บุตร สะใภ้ นับ ได้ 66 คน {46:27} นับ บุตร ชาย ของ โย เซฟ อีก 2 คน ที่ อียิปต์ รวม คน ใน ครอบครัว ยา โค บ ที่ ไป อียิปต์ มี 70 คน {46:28} ยา โค บ ส่ง ยูดาห์ ล่วงหน้า ไป หา โย เซฟ เพื่อ ถาม ทาง ไป ยัง โก เชน เมื่อ พวก เขา มา ถึง ดินแดน โก เชน {46:29} โย เซฟ ก็ เตรียม รถม้า ศึก และ ขึ้น ไป ยัง โก เชน เพื่อ พบ บิดา ทันที ที่ โย เซฟ พบ บิดา เขา ก็ โผ เข้า กอด บิดา และ ร้องไห้ เป็น เวลา นาน {46:30} อิสราเอล พูด กับ โย เซฟ ว่า“ บัดนี้ ถ้า เรา จะ ตาย เรา ก็ ตาย ตา หลับ เพราะ เรา ได้ เห็น กับ ตา ว่า เจ้า ยัง มี ชีวิต อยู่” {46:31} โย เซฟ จึง บอก พวก พี่น้อง และ คน ใน ครัว เรือน ของ บิดา ว่า“ เรา จะ ขึ้น ไป ทูล ฟาโรห์ ว่า‘ บรรดา พี่น้อง และ คน ใน ครัว เรือน ของ บิดา ของ ข้า พระ บาท ที่ อาศัย อยู่ ใน คา นา อัน ได้ มา หา ข้า พระ บาท {46:32} พวก เขา เป็น คน เลี้ยง แกะ พวก เขา เฝ้า ดูแล ฝูง สัตว์ และ ได้ นำ ฝูง แพะ แกะ ฝูง สัตว์ และ ข้าวของ ทุก อย่าง มา ด้วย’ {46:33} เมื่อ ฟาโรห์ ทรง เรียก พวก ท่าน เข้า เฝ้า และ รับสั่ง ถาม ว่า‘ พวก เจ้า มี อาชีพ อะไร?’ {46:34} พวก ท่าน ควร ตอบ ว่า‘ ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท เลี้ยงดู ฝูง สัตว์ มา ตั้งแต่ เด็กๆ ตาม อย่าง บรรพบุรุษ ของ เรา’ แล้ว พวก ท่าน จะ ได้ รับ อนุญาต ให้ อาศัย อยู่ ใน ดินแดน โก เชน นี้ เพราะ ชาว อียิปต์ รังเกียจ คน เลี้ยง แกะ” {47:1} โย เซฟ จึง เข้า ไป ทูล ฟาโรห์ ว่า“ บิดา และ พี่น้อง ของ ข้า พระ บาท จาก คา นา อัน พร้อม ด้วย ฝูง สัตว์ และ ทรัพย์ สมบัติ ได้ มา ถึง โก เชน แล้ว” {47:2} โย เซฟ ได้ คัดเลือก พี่น้อง ของ เขา มา ห้า คน แล้ว เบิก ตัว เข้า เฝ้า ฟาโรห์ {47:3} ฟาโรห์ ตรัส ถาม ว่า“ พวก เจ้า มี อาชีพ อะไร?” พวก เขา ทูล ว่า“ ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท เป็น คน เลี้ยง แกะ ตาม อย่าง บรรพบุรุษ ของ ข้า พระ บาท ทั้งหลาย” {47:4} พวก เขา ยัง ทูล ฟาโรห์ อีก ว่า“ พวก ข้า พระ บาท ต้อง มา อาศัย อยู่ ที่ นี่ อย่าง คน ต่าง ด้าว สัก ระยะ หนึ่ง เนื่อง จาก เกิด การ กันดาร อาหาร อย่าง รุนแรง ใน คา นา อัน ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ไม่ มี ทุ่ง หญ้า สำหรับ เลี้ยง สัตว์ ดังนั้น ขอ โปรด อนุญาต ให้ ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ได้ อาศัย ใน โก เชน เถิด” {47:5} ฟาโรห์ ตรัส กับ โย เซฟ ว่า“ บิดา กับ พี่น้อง ของ เจ้า มา หา เจ้า แล้ว {47:6} และ เจ้า ก็ มี อำนาจ เหนือ แผ่นดิน อียิปต์ จง ให้ บิดา และ พี่น้อง ของ เจ้า ตั้ง ถิ่น ฐาน ใน ส่วน ที่ ดี ที่สุด ของ ดินแดน นี้ จง ให้ พวก เขา อาศัย อยู่ ใน โก เชน และ หาก เจ้า รู้ ว่า พี่น้อง ของ เจ้า คน ใด มี ความ สามารถ พิเศษ ก็ แต่งตั้ง เขา ให้ ดูแล ฝูง สัตว์ ของ เรา ด้วย” {47:7} จาก นั้น โย เซฟ ก็ นำ ตัว ยา โค บ ผู้ เป็น บิดา มา เข้า เฝ้า ฟาโรห์ หลัง จาก ยา โค บถ วาย พระ พร แด่ ฟาโรห์ แล้ว {47:8} ฟาโรห์ ตรัส ถาม ว่า“ ท่าน อายุ เท่าไร แล้ว?” {47:9} ยา โค บทูลว่า“ ข้าพเจ้า ร่อนเร่ มา 130 ปี แล้ว ปี เดือน ของ ข้า พระ บาท ก็ สั้น และ ลำเค็ญ ไม่ ยืน ยาว เหมือน บรรพบุรุษ ผู้ มี ชีวิต เร่ร่อน เช่น กัน” {47:10} แล้ว ยา โค บ ก็ ถวาย พระ พร แด่ ฟาโรห์ และ ออก ไป {47:11} โย เซฟ จึง ให้ บิดา และ พี่น้อง ของ เขา อาศัย อยู่ ใน อียิปต์ และ มอบ ที่ดิน ที่ ดี ที่สุด คือ เมือง รา เม เส ส ให้ แก่ พวก เขา ตาม รับสั่ง ของ ฟาโรห์ {47:12} โย เซฟ ยัง ได้ จัด หา อาหาร ให้ บิดา พี่น้อง และ ทุก คน ใน ครัว เรือน ของ บิดา ของ เขา รวม ทั้ง ลูกหลาน ของ พวก เขา ทุก คน ด้วย {i47:13} โย เซฟ และ การ กันดาร อาหาร {47:13} ครั้ง นั้น ทั่ว แผ่นดิน ไม่ มี อาหาร เพราะ การ กันดาร อาหาร รุนแรง จน ผู้คน ทั่ว อียิปต์ และ คา นา อัน ต่าง พา กัน อดอยาก หิว โหย {47:14} ชาว อียิปต์ และ ชาว คา นา อัน เอา เงิน ออก มา ซื้อ ข้าว จน หมด โย เซฟ รวบรวม เงิน เข้า วัง ของ ฟาโรห์ {47:15} เมื่อ ราษฎร ชาว อียิปต์ และ คา นา อัน หมด เงิน แล้ว ชาว อียิปต์ ทั้งสิ้น ต่าง พา กัน มา หา โย เซฟ พวก เขา พูด ว่า“ โปรด ให้ อาหาร แก่ พวก เรา เถิด เหตุ ใด เรา จึง ต้อง ตาย ไป ต่อ หน้า ต่อ ตา ท่าน? เงิน ของ เรา หมด แล้ว” {47:16} โย เซฟ ตอบ ว่า“ ถ้า เช่น นั้น จง นำ ฝูง สัตว์ มา ให้ เรา เรา จะ ขาย อาหาร ให้ เจ้า โดย การ แลกเปลี่ยน กับ ฝูง สัตว์ ของ เจ้า เพราะ เจ้า ไม่ มี เงิน แล้ว” {47:17} พวก เขา จึง นำ ฝูง สัตว์ ของ ตน ได้แก่ ม้า แกะ และ แพะ วัว และ ลา มา ให้ โย เซฟ เพื่อ แลก กับ อาหาร ตลอด ทั้ง ปี นั้น โย เซฟ ได้ แลก อาหาร กับ ฝูง สัตว์ ทั้งหมด ของ ประชาชน {47:18} เมื่อ ปี นั้น ผ่าน ไป ราษฎร ต่าง พา กัน มา หา โย เซฟ ใน ปี ต่อ มา และ พูด ว่า“ พวก เรา ไม่ สามารถ ปิดบัง ความ จริง กับ เจ้านาย ของ เรา ได้ พวก เรา ไม่ มี เงิน แล้ว และ ฝูง สัตว์ ก็ ตก เป็น ของ ท่าน บัดนี้ เรา เหลือ แต่ ตัว กับ ที่ดิน ของ เรา {47:19} เหตุ ใด ตัว เรา และ ดินแดน ของ เรา จะ ต้อง พินาศ ไป ต่อ หน้า ต่อ ตา ท่าน ด้วย? โปรด ซื้อ ตัว เรา กับ ที่ดิน ของ พวก เรา ไว้ เป็น ค่า อาหาร เถิด แล้ว พวก เรา กับ ดินแดน ของ เรา จะ เป็น ทาส ของ ฟาโรห์ โปรด ให้ เมล็ด พันธุ์ ข้าว แก่ พวก เรา เถิด เพื่อ พวก เรา จะ ไม่ อด ตาย แต่ มี ชีวิต อยู่ ได้ และ แผ่นดิน จะ ไม่ ถูก ปล่อย ให้ รกร้าง ว่างเปล่า” {47:20} ดังนั้น โย เซฟ จึง ซื้อ ที่ดิน ทั่ว อียิปต์ ให้ ฟาโรห์ ชาว อียิปต์ ทุก คน ขาย ที่ดิน ของ ตน แก่ เขา เพราะ การ กันดาร อาหาร นั้น รุนแรง ยิ่งนัก ที่ดิน ทั่ว ประเทศ ก็ ตก เป็น ของ ฟาโรห์ {47:21} และ โย เซฟ ก็ ลด ฐานะ ของ ชาว อียิปต์ ทั้งปวง ให้ อยู่ ใน ฐานะ ทาส {47:22} อย่างไร ก็ ตาม โย เซฟ ก็ ไม่ ได้ ซื้อ ที่ดิน ของ ปุโรหิต เพราะ พวก เขา ได้ รับ ปันส่วน จาก ฟาโรห์ พวก เขา มี อาหาร เพียงพอ เนื่อง จาก ได้ รับ ปันส่วน อาหาร จาก ฟาโรห์ เช่น กัน จึง ไม่ มี ความ จำเป็น ต้อง ขาย ที่ดิน {47:23} โย เซฟ กล่าว กับ บรรดา ราษฎร ว่า“ บัดนี้ เรา ได้ ซื้อ ตัว ท่าน กับ ที่ดิน ของ ท่าน ไว้ เป็น กรรมสิทธิ์ ของ ฟาโรห์ แล้ว นี่ เป็น เมล็ด พันธุ์ ข้าว ท่าน จง เอา ไป เพาะปลูก {47:24} เมื่อ เก็บเกี่ยว แล้ว จง ถวาย หนึ่ง ใน ห้า แก่ ฟาโรห์ อีก สี่ ส่วน ให้ เจ้า เก็บ ไว้ เป็น ของ ตนเอง เพื่อ ใช้ เป็น พันธุ์ สำหรับ เพาะปลูก และ เป็น อาหาร ของ ตัว เจ้าของ ครัว เรือน และ ลูกๆ ของ เจ้า” {47:25} พวก เขา กล่าว ว่า“ ท่าน ได้ ช่วย ชีวิต ของ พวก เรา ไว้ ขอ ให้ นาย ท่าน เมตตา เรา เถิด พวก เรา จะ เป็น ทาส ของ ฟาโรห์” {47:26} โย เซฟ จึง ตรา เป็น กฎหมาย เกี่ยว กับ ที่ดิน ขึ้น ใน ประเทศ อียิปต์ ซึ่ง ยัง ใช้ อยู่ จน ทุก วัน นี้ คือ หนึ่ง ใน ห้า ของ ผล ผลิต ทั้งหมด ต้อง ตก เป็น ของ ฟาโรห์ มี เฉพาะ ที่ดิน ของ ปุโรหิต เท่านั้น ที่ ไม่ ได้ กลาย เป็น ของ ฟาโรห์ {47:27} บัดนี้ ชน อิสราเอล ตั้ง ถิ่น ฐาน อยู่ ใน ดินแดน โก เชน ที่ อียิปต์ พวก เขา ครอบครอง กรรมสิทธิ์ ที่ นั่น และ มี ลูก มี หลาน ทวี จำนวน ขึ้น มากมาย {47:28} ยา โค บ มี ชีวิต อยู่ ใน อียิปต์ 17 ปี เขา มี อายุ รวม ทั้งสิ้น 147 ปี {47:29} เมื่อ อิสราเอล ใกล้ จะ ตาย เขา เรียก โย เซฟ ลูกชาย ของ เขา เข้า มา สั่ง ว่า“ หาก เจ้า จะ กรุณา เรา เจ้า จง เอา มือ ของ เจ้า ไว้ ที่ หว่าง ขา ของ เรา และ จง สัญญา ว่า เจ้า จะ สำแดง ความ เมตตา และ ความ ซื่อสัตย์ ต่อ เรา คือ อย่า ฝัง ศพ เรา ไว้ ที่ อียิปต์ {47:30} แต่ เมื่อ เรา ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ เรา แล้ว จง นำ ศพ เรา ออก จาก อียิปต์ ไป ฝัง ไว้ ที่ เดียว กับ บรรพบุรุษ ของ เรา” โย เซฟ ตอบ ว่า“ เรา จะ ทำ ตาม ที่ พ่อ สั่ง” {47:31} ยา โค บ บอก อีก ว่า“ จง สาบาน กับ พ่อ” โย เซฟ ก็ สาบาน แล้ว อิสราเอล ก็ นมัสการ และ ก้ม ลง ที่ หัว ไม้เท้า {i48:1} มนัส เสห์ และ เอฟ รา อิม {48:1} ต่อ มา มี คน มาบ อก โย เซฟ ว่า“ บิดา ของ ท่าน ป่วย” เขา จึง พา บุตร สอง คน คือ มนัส เสห์ และ เอฟ รา อิมไปเยี่ยม {48:2} เมื่อ มี คน มาบ อก ยา โค บว่า“ โย เซฟ บุตร ชาย ของ ท่าน มา หา” อิสราเอล จึง รวบรวม กำลัง พยุง กาย ขึ้น นั่ง บน เตียง {48:3} ยา โค บก ล่า ว กับ โย เซฟ ว่า“ พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธิ์ ได้ ปรากฏ แก่ เรา ที่ ลูส ใน ดินแดน คา นา อัน และ ที่ นั่น พระองค์ ทรง อวยพร เรา {48:4} ตรัส ว่า‘ เรา จะ ทำให้ เจ้า มี ลูก มี หลาน ทวี จำนวน ขึ้น มากมาย เรา จะ ทำให้ เจ้า เป็น ประชาคม ของ ชน ชาติ ทั้งหลาย และ จะ ยก ดินแดน นี้ ให้ เป็น กรรมสิทธิ์ นิรันดร์ แก่ วงศ์วาน ของ เจ้า สืบ ไป’ {48:5} “ บัดนี้ เอฟ รา อิมและมนัสเสห์ ลูก ทั้ง สอง คน ของ เจ้า ซึ่ง เกิด ใน อียิปต์ ก่อน ที่ เรา จะ มา ถึง เขา จะ ถูก นับ ว่า เป็น ลูก ของ เรา เขา ทั้ง สอง จะ เป็น ลูก ของ เรา เหมือน รู เบน และ สิ เม โอน {48:6} ส่วน ลูก คน อื่นๆ ของ เจ้าที่ เกิด มา ภายหลัง เขา ทั้ง สอง จะ เป็น ทายาท ของ เจ้า เอง และ จะ รับ มรดก ส่วน ของ เอฟ รา อิมและมนัสเสห์ {48:7} ที่ เรา ทำ เช่น นี้ ก็ เพราะ เมื่อ ครั้ง เรา กลับ มา จาก ปัด ดาน เรา เศร้า เสียใจ มาก ที่ รา เชล เสีย ชีวิต ใน ดินแดน คา นา อัน ขณะ เดินทาง ไม่ ไกล จาก เอฟ รา ธาห์ นัก เรา จึง ฝัง นาง ไว้ บน เส้นทาง ไป เอฟ รา ธาห์” (คือ เบธเลเฮม) {48:8} เมื่อ อิสราเอล เห็น บุตร ชาย ของ โย เซฟ ก็ ถาม ว่า“ นี่ ใคร?” {48:9} โย เซฟ ตอบ บิดา ของ เขา ว่า“ นี่ คือ ลูกชาย ที่ พระเจ้า ประทาน ให้ เรา ที่ นี่” แล้ว อิสราเอล จึง พูด ว่า“ จง นำ พวก เขา มา หา เรา เพื่อ เรา จะ ได้ อวยพร เขา” {48:10} บัดนี้ อิสราเอล ตา ฝ้าฟาง เพราะ อายุ มาก มอง อะไร แทบ ไม่ เห็น โย เซฟ จึง พา บุตร ชาย ทั้ง สอง คน เข้า ไป ใกล้ และ บิดา ของ โย เซฟ ก็ จูบ และ กอด พวก เขา {48:11} แล้ว อิสราเอล พูด กับ โย เซฟ ว่า“ เรา ไม่ เคย คิด เลย ว่า จะ ได้ เห็น หน้า เจ้า อีก ครั้ง หนึ่ง แล้ว เดี๋ยวนี้ พระเจ้า ยัง ทรง อนุญาต ให้ เรา ได้ เห็น ลูก ของ เจ้า อีก ด้วย” {48:12} โย เซฟ เอา บุตร ทั้ง สอง ออก จาก ตัก อิสราเอล แล้ว โย เซฟ หมอบ ซบ หน้า ลง กับ พื้น {48:13} แล้ว จูง บุตร ทั้ง สอง เข้า ไป ใกล้ บิดา มือ ขวา จับ เอฟ รา อิม ให้ อยู่ ทาง ซ้าย มือ ของ อิสราเอล ส่วน มือ ซ้าย จับ มนัส เสห์ ให้ อยู่ ทาง ขวา มือ ของ อิสราเอล {48:14} แต่ อิสราเอล ไขว้ แขน เอา มือ ขวา วาง บน ศีรษะ ของ เอฟ รา อิม ทั้ง ที่ เขา เป็น น้อง และ มือ ซ้าย วาง บน ศีรษะ ของ มนัส เสห์ทั้งๆ ที่ มนัส เสห์ เป็น บุตร หัว ปี {48:15} แล้ว เขา จึง อวยพร โย เซฟ ว่า“ ขอ พระเจ้า ของ บรรพบุรุษ ของ เรา ผู้ ที่ อับราฮัม และ อิส อัค ได้ ดำเนิน ชีวิต อย่าง ซื่อสัตย์ อยู่ ต่อ หน้า พระเจ้า ผู้ ทรง เป็น ผู้ เลี้ยง ของ เรา มา ตลอด ชีวิต จน ถึง ทุก วัน นี้ {48:16} พระองค์ ผู้ เป็น ทูต สวรรค์ ผู้ ทรง ช่วย ให้ เรา พ้น จาก อันตราย ทั้งสิ้น ขอ พระองค์ ทรง อวยพร เด็ก หนุ่ม ทั้ง สอง คน นี้ ขอ ให้ เขา ทั้ง สอง เป็น ผู้ สืบ สกุล ของ เรา และ สืบ สกุล ของ บรรพบุรุษ ของ เรา คือ อับราฮัม และ อิส อัค ขอ ให้ เขา เพิ่ม ทวี ขึ้น มากมาย บน แผ่นดิน เถิด” {48:17} เมื่อ โย เซฟ เห็น บิดา เอา มือ ขวา วาง บน ศีรษะ ของ เอฟ รา อิม ก็ เห็น ว่า เป็น เรื่อง ไม่ ถูก ไม่ ควร ดังนั้น เขา จึง เอา มือ ของ บิดา ออก จาก ศีรษะ ของ เอฟ รา อิม ไป วาง บน ศีรษะ ของ มนัส เสห์ {48:18} โย เซฟ กล่าว กับ บิดา ว่า“ ไม่ ใช่ พ่อ ขอ รับ คน นี้ ต่างหาก เป็น บุตร หัว ปี โปรด วางมือ ขวา ของ พ่อ ลง บน หัว คน นี้ เถิด” {48:19} แต่ อิสราเอล ปฏิเสธ ว่า“ พ่อ รู้ ลูก เอ๋ย พ่อ รู้ เขา ก็ จะ กลาย เป็น ชน ชาติ หนึ่ง และ จะ ยิ่งใหญ่ ด้วย แต่ น้อง ชาย จะ ยิ่งใหญ่ กว่า และ ลูกหลาน ของ เขา จะ เป็น กลุ่ม ประชาชาติ” {48:20} ยา โค บ จึง อวยพร พวก เขา ใน วัน นั้น ว่า“ อิสราเอล จะ ให้ พร กัน ใน นาม ของ เจ้า ว่า‘ ขอ พระเจ้า บันดาล ให้ ท่าน เป็น เหมือน เอฟ รา อิมและมนัสเสห์’” ดังนั้น ยา โค บ จึง เอ่ย ชื่อ เอฟ รา อิมก่อนมนัสเสห์ {48:21} แล้ว อิสราเอล จึง พูด กับ โย เซฟ ว่า“ พ่อ กำลัง จะ ตาย แล้ว แต่ พระเจ้า จะ สถิต กับ พวก เจ้า และ จะ นำ เจ้า ทั้งหลาย กลับ ไป ยัง คา นา อัน ดินแดน ของ บรรพบุรุษ ของ พวก เจ้า {48:22} และ สำหรับ เจ้า โย เซฟ ใน ฐานะ ที่ เจ้า เป็น ผู้ อยู่ เหนือ พี่น้อง ของ เจ้า เรา จะ ยก ดินแดน เชเคม ซึ่ง เรา ได้ มา จาก ชาว อา โม ไรต์ ด้วย ดาบ และ ธนู ของ เรา ให้ เจ้า” {i49:1} ยา โค บอ วย พร บรรดา บุตร ชาย (ฉธบ.33:1-29) {49:1} ยา โค บ จึง เรียก บุตร ชาย ทั้งหมด มา กล่าว ว่า“ ล้อมวง กัน เข้า มา เถิด เรา จะ บอก ถึง สิ่ง ที่ จะ เกิด ขึ้น กับ พวก เจ้า ใน ภาย ภาค หน้า {49:2} “ จง ล้อมวง กัน เข้า มา ฟัง เรา ลูกๆ ของ ยา โค บ เอ๋ย มา ฟัง อิสราเอล พ่อ ของ เจ้า เถิด {49:3} “ รู เบน เจ้า เป็น ลูก หัว ปี ของ เรา เจ้า เป็น อำนาจ และ เป็น ผล แรก แห่ง พละ กำลัง ของ เรา เจ้า เป็น ยอด แห่ง เกียรติยศ และ พลัง อำนาจ {49:4} แต่ เจ้า บ้าระห่ำ เหมือน น้ำ เชี่ยว เจ้า จะ ไม่ ได้ เป็น ยอด อีก ต่อ ไป เพราะ เจ้า ล่วงล้ำ เข้า ไป ถึง เตียง ของ พ่อ เข้า ไป ถึง ที่นอน ของ เรา และ ทำให้ ที่ นั่น แปดเปื้อน มลทิน {49:5} “ สิ เม โอน กับ เล วี เป็น พี่น้อง กัน ดาบ ของ พวก เขา เป็น อาวุธ เพื่อ ทำ การ อำมหิต {49:6} อย่า ให้ เรา เป็น พวก เดียวกัน กับ เขา อย่า ให้ เรา เข้า ร่วม ใน ที่ ชุมนุม ของ พวก เขา เพราะ พวก เขา ฆ่า คน เมื่อ พวก เขา โกรธ และ ตัด เอ็น ขา วัว ผู้ เล่น ตาม ความ พอใจ ของ เขา {49:7} คำ สาปแช่ง จะ ตก อยู่ แก่ ความ โกรธ กริ้ว อัน เหี้ยมเกรียม ของ เขา และ ตก อยู่ แก่ ความ เดือดดาล อัน โหดร้าย ของ เขา! เรา จะ ทำให้ พวก เขา ปะปน ไป ทั่ว ดินแดน ของ ยา โค บ และ ให้ พวก เขา กระจัด กระจาย ไป ทั่ว อิสราเอล {49:8} “ ยูดาห์ เอ๋ย พี่น้อง ของ เจ้า จะ สรรเสริญ เจ้ามือ ของ เจ้า จะ ขย้ำ ที่ คอ ของ ศัตรู พี่น้อง ร่วม สายโลหิต จะ ก้ม กราบ เจ้า {49:9} ยูดาห์ เอ๋ย เจ้า คือ ลูก สิงโต ลูก ของ เรา เอ๋ย เจ้า กลับ มา จาก กิน เหยื่อ เขา หมอบ ลง เหมือน ราชสีห์ เขา เอน ลง อย่าง นาง สิงห์ ใคร จะ กล้า ไป แหย่ เขา ได้? {49:10} คทา จะ ไม่ พ้น จาก มือ ของ ยูดาห์ อำนาจ ปกครอง จะ ไม่ ขาด ไป จาก เชื้อสาย ของ เขา จน กว่า บุคคล ผู้ เป็น เจ้าของ อำนาจ ที่ แท้ จริง จะ มา ถึง บรรดา ชน ชาติ จะ เชื่อฟัง ผู้ นั้น {49:11} เขา จะ ผูก ลา ไว้ ที่ เถา องุ่น ผูก ลูก ลา ไว้ ที่ กิ่ง ที่ ดี ที่สุด เขา จะ ซัก ล้าง อาภรณ์ ของ ตน ใน เหล้า องุ่น ซัก เสื้อ ผ้า ใน น้ำ องุ่น สี เลือด {49:12} ตา ของ เขา แวววาว กว่า เหล้า องุ่น ฟัน ของ เขา ขาว ยิ่ง กว่า น้ำนม {49:13} “ เศบูลุน จะ อาศัย อยู่ ริม ฝั่ง ทะเล และ กลาย เป็น ท่า เทียบ เรือ ชาย แดน ของ เขา จะ ขยาย ไป จน จด ไซ ดอน {49:14} “ อิสสา คาร์ เป็น เหมือน ลา ที่ แข็งแรง นอน ลง ทั้ง ที่ แบก ถุง สัมภาระ ทั้ง สอง อยู่ {49:15} เมื่อ เขา เห็น ว่าที่ พักพิง ดี และ แผ่นดิน น่า อภิรมย์ เพียง ไร เขา ก็ จะ ย่อ บ่า ของ ตน ลง แบก ภาระ และ ยอม เป็น ทาส รับใช้ {49:16} “ ดาน จะ ให้ ความ เป็น ธรรม แก่ พลเมือง ของ ตน เหมือน ให้ แก่ เผ่า อื่นๆ ใน อิสราเอล {49:17} เขา จะ เป็น เหมือน งู ตาม ริม ทาง เหมือน งู พิษ ที่ อยู่ ตาม ถนน มัน จะ ฉก ส้น เท้า ม้า ให้ คน ขี่ ตก จาก หลัง ม้า {49:18} “ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ข้า พระองค์ รอ คอย การ ช่วย กู้ ของ พระองค์ {49:19} “ กองโจร จะ เข้า โจมตี กาด แต่ กาด จะ โต้ตอบ และ ดัก ตี ส้น เท้า คน เหล่า นั้น {49:20} “ อาหาร ของ อา เชอร์ อุดม สมบูรณ์ เขา จะ เป็น แหล่ง อาหาร ชั้น เลิศ ที่ คู่ควร กับ กษัตริย์ {49:21} “ นัฟ ทา ลี เป็น กวาง ตัวเมีย ที่ ถูก ปล่อย เป็น อิสระ ตก ลูก อ่อน น่า รัก มากมาย {49:22} “ โย เซฟ เป็น เถา องุ่น ที่ ผลิ ดอก ออก ผล เป็น เถา องุ่น ที่ ผลิ ดอก ออก ผล อยู่ ใกล้ น้ำพุ กิ่ง เถา ของ มัน เลื้อย ข้าม กำแพง {49:23} พล ธนู โจมตี เขา ด้วย ความ เคียดแค้น ยิง เข้า ใส่ เขา ด้วย ใจ เกลียด ชัง {49:24} แต่ ธนู ของ เขา นิ่ง ไม่ สั่น ไหว แขน ของ เขา แข็งแรง ไม่ อ่อน ล้า เนื่อง ด้วย พระ หัตถ์ ของ องค์ ผู้ ทรง ฤทธิ์ ของ ยา โค บ เนื่อง ด้วย พระ ผู้ เลี้ยง พระ ศิลา ของ อิสราเอล {49:25} เนื่อง ด้วย พระเจ้า ของ บิดา เจ้า ผู้ ทรง ช่วย เจ้า เนื่อง ด้วย องค์ ทรง ฤทธิ์ ผู้ ทรง อวยพร เจ้า ด้วย พร แห่ง สวรรค์ เบื้องบน พร แห่ง ที่ ลึก เบื้อง ล่าง พร แห่ง อ้อม อก และ ครรภ์ {49:26} พร จาก บิดา ของ เจ้า ยิ่งใหญ่ กว่า พร แห่ง ภูเขา ดึกดำบรรพ์ กว่า ความ อุดม แห่ง เนิน เขา เก่า แก่ ขอ พระ พร เหล่า นี้ จง อยู่ บน ศีรษะ ของ โย เซฟ อยู่ บน กระหม่อม ของ เจ้า ผู้ ยิ่งใหญ่ ท่ามกลาง พี่น้อง ของ เจ้า {49:27} “ เบน ยา มิ น เป็น สุนัข ป่า ที่ หิว โซ ใน ตอน เช้า เขา ขย้ำ เหยื่อ ใน ตอน เย็น เขา แบ่ง ของ ที่ ยึด มา ได้” {49:28} ทั้งหมด นี้ คือ อิสราเอล สิบ สอง เผ่า และ นี่ เป็น คำ พูด ของ ยา โค บ บิดา ของ พวก เขา เมื่อ อวยพร ลูกๆ โดย ให้ พร แต่ละ คน ตาม ที่ เขา เห็น ควร {i49:29} ยา โค บสิ้นชีวิต {49:29} แล้ว ยา โค บ ก็ สั่ง พวก เขา ว่า“ เรา กำลัง จะ ถูก รวบ ไป อยู่ กับ คน ของ เรา จง ฝัง เรา ไว้ ร่วม กับ บรรพบุรุษ ใน ถ้ำ ซึ่ง อยู่ ใน ทุ่ง ของ เอ โฟ รน ชาว ฮิต ไทต์ {49:30} ถ้ำ นี้ อยู่ ใน ทุ่ง มัค เปลาห์ใกล้มัม เร ใน คา นา อัน ที่ อับราฮัม ได้ ซื้อ พร้อม กับ ทุ่ง นา จาก เอ โฟ รน ชาว ฮิต ไทต์ เพื่อ เป็น สุสาน {49:31} ที่ นั่น เป็น ที่ ฝัง อับราฮัม กับ ซา ราห์ ภรรยา ของ เขา เป็น ที่ ฝัง อิส อัคกับเรเบคาห์ ภรรยา ของ เขา และ เป็น ที่ ซึ่ง เรา ได้ ฝัง เลอาห์ไว้ {49:32} ทุ่ง นา และ ถ้ำ นั้น ซื้อ มา จาก คน ฮิต ไทต์” {49:33} เมื่อ ยา โค บ สั่งเสีย ลูกชาย ทั้งหลาย ของ เขา จบ แล้ว ก็ ยก เท้า ขึ้น นอน ลง บน ที่นอน แล้ว เขา ก็ สิ้น ใจ ถูก รวม ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ ของ เขา {50:1} โย เซฟ โผ เข้า ไป หา ร่าง ของ บิดา ร้องไห้ และ จูบ เขา {50:2} หลัง จาก นั้น โย เซฟ จึง สั่ง ให้ บรรดา หมอ ซึ่ง รับใช้ ตน อยู่ นั้น อาบ ยา รักษา ศพ อิสราเอล บิดา ของ เขา ไว้ พวก หมอ ก็ อาบ ยา รักษา ศพ อิสราเอล {50:3} การ อาบ ยา นี้ ใช้ เวลา สี่ สิบ วัน เต็ม และ ชาว อียิปต์ ก็ ไว้ทุกข์ ให้ อิสราเอล เจ็ด สิบ วัน {50:4} เมื่อ เวลา ไว้ทุกข์ สิ้นสุด ลง แล้ว โย เซฟ ก็ พูด กับ ข้า ราช สำนัก ของ ฟาโรห์ ว่า“ หาก เรา เป็น ที่ โปรดปราน ใน สายตา ของ ท่าน โปรด ทูล ฟาโรห์ แทน เรา ว่า {50:5} ‘ บิดา ของ โย เซฟ ให้ เขา สาบาน และ กล่าว กับ เขา ว่า“ เรา กำลัง จะ ตาย จง ฝัง เรา ไว้ ใน สุสาน ที่ เรา ขุด ไว้ เพื่อ ตนเอง ใน คา นา อัน” บัดนี้ เรา ขอ ประทาน อนุญาต ไป ฝัง ศพ บิดา แล้ว จะ กลับ มา’” {50:6} ฟาโรห์ ตรัส ว่า“ จง ไป ฝัง ศพ บิดา ตาม ที่ สาบาน ไว้ เถิด” {50:7} ดังนั้น โย เซฟ จึง ไป ฝัง ศพ บิดา พร้อม ข้า ราช บริพาร ทั้งสิ้น ของ ฟาโรห์ ได้แก่ ผู้ มี เกียรติ ของ ราช สำนัก และ ผู้ มี เกียรติ ทั้งปวง ของ อียิปต์ {50:8} รวม ทั้ง สมาชิก ทุก คน ใน ครัว เรือน ของ โย เซฟ พวก พี่น้อง และ คน ใน ครัว เรือน ของ บิดา มี เพียง เด็กๆ และ ฝูง สัตว์ ทั้งหลาย ยัง อยู่ ที่ โก เชน {50:9} ขบวน รถม้า ศึก และ พล ม้า ก็ ติดตาม โย เซฟ ไป ด้วย ขบวน ผู้ ติดตาม ใหญ่ โต เป็น กองทัพ {50:10} เมื่อ พวก เขา มา ถึง ลาน นวด ข้าว ที่ อา ทา ด ใกล้ แม่น้ำ จอร์แดน พวก เขา ก็ ร้องไห้ คร่ำครวญ อย่าง ขม ขื่น เสียง ดัง มาก โย เซฟ ไว้ทุกข์ ให้ บิดา เจ็ด วัน {50:11} เมื่อ ชาว คา นา อัน ผู้ อาศัย อยู่ ที่ นั่น เห็น การ ไว้ทุกข์ ที่ ลาน นวด ข้าว ที่ อา ทา ด พวก เขา พูด กัน ว่า“ ชาว อียิปต์ เหล่า นี้ กำลัง ประกอบ พิธี ไว้ทุกข์ ครั้ง ใหญ่” จึง เรียก ชื่อ สถานที่ ใกล้ แม่น้ำ จอร์แดน นั้น ว่า อา เบลมิสราอิม {50:12} ดังนั้น บุตร ชาย ทั้งหลาย ของ ยา โค บ จึง ได้ ปฏิบัติ ตาม คำ สั่ง ของ เขา {50:13} พวก เขา นำ ศพ ของ ยา โค บ มา ยัง ดินแดน คา นา อัน และ ฝัง ไว้ ใน ถ้ำ ที่ อยู่ ใน ทุ่ง นา ชื่อ มัค เปลาห์ใกล้มัม เร ซึ่ง อับราฮัม ซื้อ ไว้ เป็น ที่ ฝัง ศพ จาก เอ โฟ รน ชาว ฮิต ไทต์ พร้อม กับ ทุ่ง นา {50:14} หลัง จาก ฝัง ศพ บิดา แล้ว โย เซฟ จึง กลับ ไป ยัง อียิปต์ พร้อม พี่น้อง และ ทุก คน ที่ ติดตาม มา ร่วม พิธี ฝัง ศพ บิดา ของ เขา {i50:15} โย เซฟ ให้ ความ มั่นใจ แก่ พวก พี่ ชาย {50:15} เมื่อ บรรดา พี่ ชาย ของ โย เซฟ เห็น ว่า บิดา เสีย ชีวิต แล้ว พวก เขา จึง พูด กัน ว่า“ จะ ทำ อย่างไร ถ้า โย เซฟ ยัง ผูก ใจ เจ็บ และ จะ แก้ แค้น พวก เรา เพราะ สิ่ง เลว ร้าย ที่ พวก เรา ได้ ทำ กับ เขา ไว้” {50:16} เขา จึง ส่ง คน ไป บอก โย เซฟ ว่า“ บิดา ของ ท่าน ได้ สั่งเสีย ก่อน จะ ตาย ว่า {50:17} ‘ ขอ ให้ เจ้า ไป บอก โย เซฟ ว่า เรา ขอร้อง ให้ เจ้า อภัย บาป อัน เลว ร้าย ที่ พวก พี่ ได้ ทำ ไม่ ดี กับ เจ้า’ บัดนี้ ขอ ท่าน กรุณา ให้ อภัย บาป ของ ผู้ รับใช้ พระเจ้า ของ บิดา ของ ท่าน เถิด” เมื่อ โย เซฟ ได้ ฟัง ดังนั้น ก็ ร้องไห้ {50:18} แล้ว พวก พี่ ชาย ก็ เข้า มา คุกเข่า ต่อ หน้า โย เซฟ กล่าว ว่า“ พวก เรา เป็น ทาส ของ ท่าน” {50:19} แต่ โย เซฟ บอก พวก พี่ ชาย ว่า“ อย่า กลัว เลย เรา ไม่ ใช่ พระเจ้า {50:20} พวก ท่าน มุ่ง ร้าย ต่อ เรา ก็ จริง แต่ พระเจ้า ทรง ประสงค์ ให้ เกิด ผล ดี ดัง ที่ เป็นอยู่ นี้ คือ การ ช่วย ชีวิต คน เป็น อัน มาก ไว้ ได้ {50:21} ฉะนั้น อย่า กลัว ไป เลย เรา จะ เลี้ยงดู พวก ท่าน และ ลูกๆ ของ ท่าน” และ โย เซฟ ก็ ให้ ความ มั่นใจ และ พูด ให้ พวก เขา ใจ ชื้น {i50:22} โย เซฟ สิ้น ชีวิต {50:22} โย เซฟ และ ครอบครัว ของ บิดา ยัง คง อาศัย อยู่ ใน อียิปต์ ต่อ ไป เขา มี อายุ ถึง 110 ปี {50:23} ได้ เห็น หลานๆ ของ เอฟ รา อิม ซึ่ง เป็น รุ่น ที่ สาม และ ลูกๆ ของ มาร์คี ผู้ เป็น บุตร มนัส เสห์ โย เซฟ รับ ลูกๆ ของ มาร์คี เป็น ลูก บุญธรรม โดย อุ้ม มา วาง บน ตัก ของ โย เซฟ เมื่อ พวก เขา เกิด {50:24} โย เซฟ บอก พวก พี่น้อง ว่า“ เรา กำลัง จะ ตาย แต่ พระเจ้า จะ เสด็จ มา ช่วย พวก ท่าน อย่าง แน่นอน พระองค์ จะ พา พวก ท่าน ออก จาก ดินแดน นี้ ไป ยัง ดินแดน ซึ่ง ทรง สัญญา โดย ปฏิญาณ ไว้ กับ อับราฮัม อิส อัค และ ยา โค บ” {50:25} แล้ว โย เซฟ จึง ขอ ให้ ลูกหลาน อิสราเอล กล่าว ปฏิญาณ และ โย เซฟ กล่าว อีก ว่า“ พระเจ้า จะ เสด็จ มา ช่วย พวก ท่าน อย่าง แน่นอน แล้ว พวก ท่าน ต้อง นำ กระดูก ของ เรา ออก จาก ดินแดน นี้” {50:26} โย เซฟ สิ้น ชีวิต เมื่อ อายุ ได้ 110 ปี และ หลัง จาก พวก เขา อาบ ยา ศพ แล้ว ก็ บรรจุ ศพ ไว้ ใน โลง ที่ อียิปต์