{i1:1} อา โด นียาห์ ตั้ง ตน เป็น กษัตริย์ {1:1} เมื่อ กษัตริย์ ดา วิด ทรง ชรา มาก แล้ว แม้ จะ ห่ม ผ้า สัก กี่ ผืน ก็ ไม่ อุ่น {1:2} ข้า ราช บริพาร จึง กราบ ทูล ว่า“ ควร หา สาว พรหมจารี มา อยู่ งาน ถวาย การ ปรนนิบัติ ให้ นอน แนบ เคียง พระ วร กาย เพื่อ ฝ่าพระบาท จะ ทรง อบอุ่น” {1:3} พวก เขา จึง เฟ้น หา หญิง งาม ทั่ว อิสราเอล ใน ที่สุด ก็ เลือก อา บี ชา กชาวชูเนม จึง นำ ตัว นาง มา เข้า เฝ้า {1:4} หญิง สาว นั้น งดงาม มาก คอย ดูแล ถวาย การ ปรนนิบัติ แต่ กษัตริย์ ไม่ ได้ มี ความ สัมพันธ์ ใกล้ ชิด กับ นาง {1:5} ฝ่าย อา โด นียาห์ ราช โอรส ของ พระนาง ฮัก กี ทกำเริบเสิบ สาน และ กล่าว ว่า“ เรา จะ เป็น กษัตริย์” ดังนั้น จึง จัด รถม้า ศึก พลขับ และ เกณฑ์ คน ห้า สิบ คน ให้ วิ่ง นำ ขบวน {1:6} (ราช บิดา ของ เขา ไม่ เคย ห้ามปราม หรือ ถาม ว่า“ เหตุ ใด เจ้า จึง ทำ เช่น นั้น?” เขา ยัง เป็น คน หล่อ เหลา เกิด ถัด จาก อับ ซา โลม) {1:7} อา โด นียาห์ คบคิด กับ โย อาบ บุตร นาง เศรุยาห์ และ ปุโรหิต อา บี ยา ธาร์ ซึ่ง สนับสนุน ตน {1:8} แต่ ปุโรหิต ศาโดกเบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธัน ชิ เม อี เร อี และ ราชองครักษ์ ของ ดา วิด ไม่ ได้ ร่วม อยู่ ฝ่าย อา โด นียาห์ {1:9} อา โด นียาห์ ถวาย แกะ วัว กับ ลูก วัว ขุน ที่ ศิลา แห่ง โศเฮเลท ใกล้ เอน โร เก ล เขา ได้ เชิญ โอรส ทั้งปวง ของ ดา วิด และ บรรดา ข้า ราช บริพาร ของ ยูดาห์ มา ร่วม พิธี {1:10} แต่ ไม่ เชิญ ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธันเบไนยาห์ ราชองครักษ์ และ โซโลมอน พระ อนุชา {1:11} ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธัน จึง ไป ทูล ถาม พระนาง บัทเช บา พระ มารดา ของ โซโลมอน ว่า“ พระนาง ทรง ทราบ หรือ ไม่ ว่า อา โด นียาห์ โอรส ของ พระนาง ฮัก กี ท ตั้ง ตน เป็น กษัตริย์ แล้ว โดย ที่ กษัตริย์ ดา วิด ไม่ ทรง ทราบ เรื่อง เลย? {1:12} ข้า พระ บาท ขอ ถวาย คำ ปรึกษา เพื่อ พระนาง จะ ทรง สงวน ชีวิต ของ พระนาง กับ โอรส โซโลมอน ไว้ ได้ {1:13} คือ โปรด เสด็จ ไป เข้า เฝ้า กษัตริย์ และ ทูล ถาม ว่า‘ ฝ่าพระบาท ทรง ปฏิญาณ กับ หม่อมฉัน แล้ว ไม่ ใช่ หรือ ว่า“ โซโลมอน ลูก ของ เจ้า จะ ได้ เป็น กษัตริย์ ครอง ราชบัลลังก์ สืบ ต่อ จาก เรา” แล้ว ทำไม อา โด นียาห์ จึง ขึ้น เป็น กษัตริย์?’ {1:14} แล้ว ขณะ ที่ พระนาง กำลัง ทูล กษัตริย์ อยู่ ข้า พระ บาท จะ เข้า ไป กราบ ทูล ยืนยัน” {1:15} พระนาง บัทเช บา จึง เสด็จ เข้า ไป ใน ห้อง ประทับ ของ กษัตริย์ ซึ่ง ทรง ชรา มาก แล้ว อา บี ชา กชาวชูเนม กำลัง อยู่ งาน ถวาย การ ปรนนิบัติ {1:16} บัทเช บา คุกเข่า แล้ว กราบ ลง ต่อ หน้า กษัตริย์ กษัตริย์ ตรัส ถาม ว่า“ เจ้า ประสงค์ สิ่ง ใด?” {1:17} พระนาง ทูล ว่า“ ฝ่าพระบาท ทรง ปฏิญาณ ไว้ กับ หม่อมฉัน ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ใน พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ฝ่าพระบาท ว่า‘ โซโลมอน ลูก ของ เจ้า จะ ได้ เป็น กษัตริย์ ครอง ราชบัลลังก์ สืบ ต่อ จาก เรา’ {1:18} แต่ บัดนี้ กลับ กลาย เป็น ว่า อา โด นียาห์ ขึ้น เป็น กษัตริย์ องค์ ใหม่ โดย ที่ ฝ่าพระบาท ผู้ ทรง เป็น กษัตริย์ ไม่ ได้ ทรง ทราบ เรื่อง เลย {1:19} อา โด นียาห์ ได้ ถวาย วัว ลูก วัว ขุน กับ แกะ มากมาย ทั้ง ได้ เชิญ โอรส ทั้งปวง ของ ฝ่าพระบาท ปุโรหิต อา บี ยา ธาร์ แม่ทัพ โย อาบ แต่ ไม่ เชิญ โซโลมอน ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท {1:20} ข้า แต่ กษัตริย์ อิสราเอล ทั้งปวง กำลัง จับ ตา ดู ว่า จะ ทรง เลือก ใคร ขึ้น ครอง ราชย์ สืบ ต่อ จาก ฝ่าพระบาท {1:21} มิ ฉะนั้น แล้ว ทันที ที่ ฝ่าพระบาท ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ พวก เขา จะ ปฏิบัติ ต่อ หม่อมฉัน กับ ลูก โซโลมอน เหมือน เป็น อาชญากร” {1:22} ขณะ ที่ พระนาง กำลัง ทูล กษัตริย์ ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธัน ก็ มา ถึง {1:23} พวก เขา จึง ทูล กษัตริย์ ว่า“ ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธัน มา รอ เข้า เฝ้า” นา ธัน จึง เข้า มา หมอบ กราบ ลง ต่อ หน้า กษัตริย์ {1:24} และ กราบ ทูล ว่า“ ฝ่าพระบาท ทรง แต่งตั้ง อา โด นียาห์ เป็น กษัตริย์ ครอง ราชบัลลังก์ สืบ ต่อ จาก ฝ่าพระบาท แล้ว หรือ? {1:25} วัน นี้ เขา ได้ ถวาย วัว ลูก วัว ขุน กับ แกะ มากมาย และ เชิญ โอรส ทุก พระองค์ ของ ฝ่าพระบาท แม่ทัพ นาย กอง และ ปุโรหิต อา บี ยา ธาร์ ขณะ นี้ พวก เขา กำลัง เลี้ยง ฉลอง และ โห่ ร้อง ว่า‘ กษัตริย์ อา โด นียาห์ จง ทรง พระ เจริญ!’ {1:26} แต่ ข้า พระองค์ ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ปุโรหิต ศาโดกเบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา และ โซโลมอน ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ไม่ ได้ รับ เชิญ {1:27} ฝ่าพระบาท ทรง กระทำ การ ครั้ง นี้ ไป โดย ไม่ ทรง อนุญาต ให้ เหล่า ข้า พระ บาท ทราบ หรือ ว่า ใคร คือ ผู้ ที่ จะ ครอง ราชย์ สืบ ต่อ จาก ฝ่าพระบาท?” {i1:28} ดา วิด ตั้ง โซโลมอน เป็น กษัตริย์ (1 พศด.29:21-25) {1:28} กษัตริย์ ดา วิด ตรัส ว่า“ เรียก บัทเช บา มา นี่ สิ” พระนาง จึง เข้า มา ยืน อยู่ ต่อ หน้า {1:29} แล้ว กษัตริย์ ตรัส ปฏิญาณ ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ทรง ช่วยเหลือ เรา ให้ พ้น จาก ความ ยาก ลำบาก ทั้งปวง นั้น ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด {1:30} วัน นี้ เรา จะ ทำ ตาม ที่ ได้ ปฏิญาณ ไว้ กับ เจ้า ใน พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ฉัน นั้น คือ โซโลมอน ลูก ของ เจ้า จะ ได้ เป็น กษัตริย์ สืบ ต่อ จาก เรา และ จะ ครอง บัลลังก์ แทน เรา” {1:31} บัทเช บา จึง หมอบ ซบ ลง กับ พื้น และ คุกเข่า ทูล ว่า“ ขอ ให้ กษัตริย์ ดา วิด เจ้านาย ของ หม่อมฉัน ทรง พระ เจริญ เป็น นิตย์!” {1:32} กษัตริย์ ดา วิด ตรัส สั่ง ว่า“ จง เรียก ปุโรหิต ศาโดก ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธันและเบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา มา” เมื่อ พวก เขา มา ถึง {1:33} กษัตริย์ ตรัส กับ พวก เขา ว่า“ จง นำ ข้า ราช บริพาร ของ เรา ไป กับ เจ้า และ ให้ ลูก โซโลมอน ขี่ ล่อ ของ เรา ไป ที่ กี โฮ น {1:34} ให้ ปุโรหิต ศาโดก และ ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธัน เจิม ตั้ง เขา เป็น กษัตริย์ อิสราเอล ที่ นั่น จง เป่า แตร และ โห่ ร้อง ว่า‘ กษัตริย์ โซโลมอน จง ทรง พระ เจริญ!’ {1:35} จาก นั้น จง กลับ มา กับ เขา ให้ เขา นั่ง บน บัลลังก์ ครอง ราชย์ แทน เรา เรา ได้ แต่งตั้ง เขา เป็น กษัตริย์ อิสราเอล และ ยูดาห์” {1:36} เบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา ทูล ว่า“ อา เมน ขอ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ฝ่าพระบาท ทรง ประกาศ เช่น นั้น เถิด {1:37} ขอ องค์ พระผู้เป็นเจ้า สถิต กับ โซโลมอน เหมือน ที่ สถิต กับ ฝ่าพระบาท มา แล้ว เพื่อ กระทำ ให้ ราชบัลลังก์ ของ พระองค์ ยิ่งใหญ่ กว่า ของ กษัตริย์ ดา วิด เจ้านาย ของ ข้า พระ บาท!” {1:38} ฉะนั้น ปุโรหิต ศาโดก ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธันเบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา พวก เค เร ธีและเปเลท จึง ลง ไป เชิญ โซโลมอน ประทับ บน ล่อ ของ ดา วิด และ นำ เสด็จ ไป ยัง กี โฮ น {1:39} ปุโรหิต ศาโดก นำ น้ำมัน จาก พลับพลา ศักดิ์สิทธิ์ บรรจุ ใน เขา สัตว์ มา เจิม ตั้ง โซโลมอน แล้ว พวก เขา เป่า แตร และ คน ทั้งปวง โห่ ร้อง ว่า“ ขอ กษัตริย์ โซโลมอน จง ทรง พระ เจริญ!” {1:40} จาก นั้น เขา ทั้งปวง ตาม เสด็จ โซโลมอน กลับ มา มี การ เป่า ขลุ่ย ครึกครื้น รื่นเริง เป็น การ ใหญ่ เสียง สนั่น หวั่นไหว จน แผ่นดิน สะท้าน {1:41} อา โด นียาห์ และ แขก รับ เชิญ ทั้งปวง ได้ยิน เสียง กระหึ่ม ขณะ กำลัง จะ เสร็จสิ้น งาน เลี้ยง เมื่อ ได้ยิน เสียง แตร โย อาบ ถาม ว่า“ เหตุ ใด จึง มี เสียง อึกทึก ครึกโครม ทั่ว เมือง นี้?” {1:42} พูด ยัง ไม่ ทัน ขาด คำ โย นา ธาน บุตร ของ ปุโรหิต อา บี ยา ธาร์ ก็ เข้า มา อา โด นียาห์กล่าวว่า“ เข้า มา เถิด เจ้า เป็น คน ดี จะ ต้อง มี ข่าว ดี มาบ อก” {1:43} โย นา ธานเรียนว่า“ ไม่ เป็น เช่น นั้น! กษัตริย์ ดา วิด เจ้า เหนือ หัว ของ เรา ทรง ตั้ง โซโลมอน เป็น กษัตริย์ แล้ว {1:44} พระองค์ ทรง ให้ โซโลมอน ไป ยัง กี โฮ นพ ร้ อม ด้วย ปุโรหิต ศาโดก ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธันเบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา คน เค เร ธีและคนเปเลท โซโลมอน ทรง ประทับ บน ล่อ ของ กษัตริย์ {1:45} แล้ว ปุโรหิต ศาโดก กับ ผู้ เผย พระ วจนะ นา ธัน เจิม ตั้ง โซโลมอน เป็น กษัตริย์ ที่ กี โฮ นพ วก เขา ฉลอง ครื้นเครง มา ตลอด ทาง ทั่ว ทั้ง เมือง จึง พา กัน เอิกเกริก นี่ คือ เสียง ที่ ท่าน ได้ยิน {1:46} ยิ่ง กว่า นั้น โซโลมอน ขึ้น ประทับ เหนือ ราชบัลลังก์ {1:47} และ เหล่า ข้า ราช บริพาร เข้า เฝ้า ถวาย พระ พร แด่ กษัตริย์ ดา วิด และ กราบ ทูล ว่า‘ ขอ พระเจ้า ของ ฝ่าพระบาท ทรง ให้ พระ นาม ของ โซโลมอน เลื่องลือ ยิ่ง กว่า ฝ่าพระบาท และ ราชบัลลังก์ ของ พระองค์ ยิ่งใหญ่ กว่า ของ ฝ่าพระบาท เถิด!’ แล้ว กษัตริย์ ดา วิด ทรง โน้ม กราบ ลง นมัสการ บน แท่น ที่ บรรทม {1:48} แล้ว ตรัส ว่า‘ สรรเสริญ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ผู้ ทรง ให้ ข้า พระองค์ ได้ เห็น ทายาท ครอง บัลลังก์ ของ ข้า พระองค์ ใน วัน นี้’” {1:49} ถึง ตอน นี้ แขก รับ เชิญ ทั้งหลาย ของ อา โด นียาห์ ผุด ลุก ขึ้น ด้วย ความ ตกใจ และ หนี กัน ไป คน ละ ทิศ คน ละ ทาง {1:50} ส่วน อา โด นียาห์ หนี เข้า ไป จับ เชิง งอน ของ แท่น บูชา ไว้ ด้วย ความ กลัว โซโลมอน {1:51} เมื่อ มี ผู้ ไป ทูล โซโลมอน ว่า“ อา โด นียาห์ กลัว ฝ่าพระบาท จึง จับ เชิง งอน ของ แท่น บูชา ไว้ และ กล่าว ว่า‘ ขอ ให้ กษัตริย์ โซโลมอน ปฏิญาณ กับ เรา ใน วัน นี้ ว่า จะ ไม่ ประหาร ชีวิต ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ด้วย ดาบ’” {1:52} โซโลมอน ตรัส ตอบ ว่า“ ถ้า เขา ทำ ตัวดี ผม สัก เส้น ของ เขา ก็ จะ ไม่ ร่วง ลง พื้น แต่ หาก พบ สิ่ง ใด ไม่ ดี ใน ตัว เขา เขา จะ ต้อง ตาย” {1:53} กษัตริย์ โซโลมอน จึง ส่ง คน ไป นำ ตัว อา โด นียาห์ มา จาก แท่น บูชา อา โด นียาห์ เข้า มาก ราบ ลง ต่อ หน้า โซโลมอน ก็ ตรัส ว่า“ กลับ ไป บ้าน ของ ท่าน เถิด” {i2:1} ดา วิด กำชับ โซโลมอน (1 พศด.29:26-28) {2:1} เมื่อ ดา วิด ใกล้ จะ สิ้น พระ ชนม์ พระองค์ ทรง กำชับ โซโลมอน โอรส ของ พระองค์ ว่า {2:2} “ พ่อ กำลัง จะ จาก ไป ตาม ธรรมดา โลก ฉะนั้น เจ้า จง เข้มแข็ง และ เป็น ชายชาตรี {2:3} จง รักษา ข้อ กำหนด ที่ พระเจ้า พระ ยาห์เวห์ ทรง วาง ไว้ ดำเนิน ใน ทาง ของ พระองค์ และ ปฏิบัติ ตาม กฎหมาย พระ บัญชา บทบัญญัติ และ ข้อ กำหนด ของ พระองค์ ตาม ที่ บันทึก ไว้ ใน บทบัญญัติ ของ โมเสส เพื่อ เจ้า จะ เจริญ ก้าวหน้า ไม่ ว่า จะ ไป ที่ไหน หรือ ทำ สิ่ง ใด {2:4} และ เพื่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง ทำ ตาม พระ สัญญา ที่ พระองค์ ทรง ให้ ไว้ กับ พ่อ ว่า‘ หาก ลูกหลาน ของ เจ้า ระมัดระวัง วิถี การ ดำเนิน ชีวิต ของ ตน ซื่อสัตย์ ภักดี ต่อ เรา สุด ใจ สุด วิญญาณ แล้ว เจ้า จะ ไม่ ขาด คน ครอง บัลลังก์ อิสราเอล เลย’ {2:5} “ นี่แน่ะ! ลูก เอง ก็ รู้ สิ่ง ที่ โย อาบ บุตร นาง เศรุยาห์ ทำ กับ พ่อ ที่ เขา ได้ ฆ่า แม่ทัพ อิสราเอล สอง นาย คือ อับ เนอร์บุตรเนอร์ และ อา มา สา บุตร เย เธอร์ ทำให้ เขา ทั้ง สอง หลั่ง เลือด ใน ยาม สงบ ราว กับ ยาม ศึก โลหิต จึง แปดเปื้อน ผ้า คาด เอว และ รองเท้า ของ โย อาบ {2:6} ลูก จง ใช้ สติปัญญา จัดการ กับ เขา อย่า ปล่อย ให้ เขา แก่ ตาย อย่าง สงบ {2:7} “ แต่ จง แสดง ความ กรุณา แก่ ลูกๆ ของ บา รซิลลัยแห่งกิเล อาด และ ให้ เขา มา ร่วม โต๊ะ เสวย ด้วย พวก เขา อยู่ ฝ่าย พ่อ เมื่อ พ่อ หนี อับ ซา โลม พี่ ชาย ของ เจ้า ไป {2:8} “ และ ก็ อย่า ลืม ชิ เม อี บุตร เก รา คน เบน ยา มิ นจากบาฮู ริม ผู้ ซึ่ง แช่ง ด่า พ่อ อย่าง เจ็บ แสบ ตอน ที่ พ่อ ไป ยัง มา หะ นา อิม เมื่อ เขา ลง มา ต้อนรับ พ่อ ที่ จอร์แดน พ่อ ก็ ได้ สาบาน กับ เขา โดย อ้าง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ว่า‘ เรา จะ ไม่ ฆ่า เจ้า ด้วย ดาบ’ {2:9} แต่ บัดนี้ อย่า ถือ ว่า เขา พ้น ผิด ลูก เป็น คน ฉลาด ย่อม รู้ ว่า จะ จัดการ กับ เขา อย่างไร จง ประหาร เขา เสีย” {2:10} จาก นั้น ดา วิด ก็ ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ ถูก ฝัง ไว้ ใน เมือง ดา วิด {2:11} ดา วิด ทรง ปกครอง อิสราเอล เป็น เวลา 40 ปี ปกครอง ใน เมือง เฮ โบ รน 7 ปี และ ใน กรุง เยรูซาเล็ม อีก 33 ปี {2:12} โซโลมอน จึง ขึ้น ครอง บัลลังก์ ของ ดา วิด ราช บิดา และ รัชกาล ของ พระองค์ มั่นคง เป็น ปึกแผ่น {i2:13} บัลลังก์ ของ โซโลมอน มั่นคง {2:13} ฝ่าย อา โด นียาห์ โอรส ของ พระนาง ฮัก กี ท มา เข้า เฝ้า พระนาง บัทเช บา ราช มารดา ของ โซโลมอน พระนาง ตรัส ว่า“ เจ้า มา อย่าง สันติ หรือ?” อา โด นียาห์ทูลว่า“ ข้า พระ บาท มา อย่าง สันติ” {2:14} เขา กล่าว อีก ว่า“ ข้า พระ บาท มี เรื่อง มาก ราบ ทูล” พระนาง ตรัส ว่า“ พูด ไป เถิด” {2:15} อา โด นียาห์ทูลว่า“ ตาม ที่ ทรง ทราบ ดี ว่า ราช อาณาจักร เป็น ของ ข้า พระ บาท อิสราเอล ทั้งปวง ล้วน คาดหมาย ว่า ข้า พระ บาท จะ ได้ เป็น กษัตริย์ แต่ เหตุการณ์ กลับ ตาลปัตร ราช อาณาจักร ตก เป็น ของ น้อง ชาย แทน เพราะ การ นี้ เป็น มา จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า {2:16} บัดนี้ ข้า พระ บาท มี สิ่ง หนึ่ง จะ ทูล ขอ ขอ อย่า ทรง ปฏิเสธ เลย” พระนาง ตรัส ว่า“ พูด มา เถิด” {2:17} อา โด นียาห์ทูลว่า“ โปรด ทูล กษัตริย์ โซโลมอน เพราะ พระองค์ จะ ไม่ ทรง ปฏิเสธ พระนาง ขอ พระ ราช ทาน อา บี ชา กชาวชูเนม ให้ เป็น ภรรยา ของ ข้า พระ บาท ด้วย เถิด” {2:18} บัทเช บา ตรัส ว่า“ ตกลง เรา จะ ไป ขอ กษัตริย์ ให้” {2:19} เมื่อ บัทเช บา เข้า พบ กษัตริย์ โซโลมอน เพื่อ ทูล ขอ ให้ อา โด นียาห์ กษัตริย์ ก็ ทรง ยืน ขึ้น ต้อนรับ และ หมอบ คำนับ แล้ว ประทับ บน บัลลังก์ ทรง ให้ ยก พระ แท่น มา ถวาย ราช มารดา พระนาง จึง ประทับ เบื้อง ขวา พระ หัตถ์ {2:20} พระนาง ตรัส ว่า“ แม่ จะ ขอ อะไร สัก อย่าง หนึ่ง อย่า ปฏิเสธ แม่ เลย” กษัตริย์ ตรัส ตอบ ว่า“ เสด็จ แม่ บอก มา เถิด ลูก ไม่ ปฏิเสธ อยู่ แล้ว” {2:21} พระนาง จึง ตรัส ว่า“ ขอ ยก อา บี ชา กชาวชูเนม ให้ แต่งงาน กับ อา โด นียาห์ พี่ ชาย ของ ลูก” {2:22} กษัตริย์ โซโลมอน ตรัส ตอบ ราช มารดา ว่า“ ทำไม เสด็จ แม่ ขอ อา บี ชา กชาวชูเนม ให้ อา โด นียาห์? ขอ ราชบัลลังก์ ให้ เขา ด้วย สิ เพราะ เขา เป็น พี่ ชาย ของ ลูก ปุโรหิต อา บี ยา ธาร์ และ โย อาบ บุตร นาง เศรุยาห์ ก็ เป็น ฝ่าย เขา!” {2:23} แล้ว กษัตริย์ โซโลมอน ตรัส ปฏิญาณ โดย อ้าง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ว่า“ ขอ พระเจ้า ทรง จัดการ กับ เรา อย่าง รุนแรง ที่สุด หาก อา โด นียาห์ ไม่ ชดใช้ ด้วย ชีวิต ที่ บังอาจ ขอ เช่น นี้! {2:24} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง สถาปนา เรา ไว้ บน บัลลังก์ ของ เสด็จ พ่อ ดา วิด และ ทรง ตั้ง ราชวงศ์ ขึ้น เพื่อ เรา ตาม ที่ ทรง สัญญา ไว้ ดังนั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด อา โด นียาห์ จะ ต้อง ตาย ใน วัน นี้ ฉัน นั้น!” {2:25} กษัตริย์ โซโลมอน จึง ตรัส สั่ง เบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา เขา ก็ ไป ประหาร ชีวิต อา โด นียาห์ {2:26} กษัตริย์ ตรัส กับ ปุโรหิต อา บี ยา ธาร์ว่า“ จง กลับ ไป ยัง ที่ ของ ท่าน ใน อา นา โธท ท่าน สมควร ตาย แต่ เรา จะ ไม่ ประหาร ท่าน เวลา นี้ เพราะ ท่าน ได้ หาม หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระ ยาห์เวห์ องค์ เจ้า ชีวิต ใน รัชกาล เสด็จ พ่อ ของ เรา และ ท่าน ได้ ร่วม ทุกข์ ร่วม สุข กับ เสด็จ พ่อ มา โดย ตลอด” {2:27} โซโลมอน จึง ทรง ถอด อา บี ยา ธาร์ จาก ตำแหน่ง ปุโรหิต ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เป็น อัน สำเร็จ ตาม พระ บัญชา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ที่ ชิ โลห์ เกี่ยว กับ วงศ์วาน ของ เอ ลี {2:28} ครั้น ข่าว มา ถึง โย อาบ ผู้ สมคบ กับ อา โด นียาห์ แม้ เมื่อ ก่อน ไม่ ได้ คบคิด กับ อับ ซา โลม โย อาบ ก็ หนี ไป ที่ พลับพลา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ จับ เชิง งอน ของ แท่น บูชา ไว้ {2:29} มี ผู้ ไป ทูล โซโลมอน ว่า โย อาบ หนี ไป ยัง พลับพลา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ อยู่ ข้างๆ แท่น บูชา โซโลมอน จึง ตรัส สั่ง เบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา ว่า“ ไป ประหาร เขา!” {2:30} เบไนยาห์ ก็ เข้า ไป ใน พลับพลา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ กล่าว กับ โย อาบ ว่า“ กษัตริย์ ตรัส สั่ง ให้ ออก ไป!” แต่ โย อาบ ตอบ ว่า“ ไม่ เรา จะ ตาย ที่ นี่” เบไนยาห์ จึง กลับ ไป ทูล กษัตริย์ ตาม ที่ โย อาบ บอก {2:31} กษัตริย์ ตรัส สั่ง เบไนยาห์ว่า“ ทำ อย่าง ที่ เขา บอก ฆ่า เขา แล้ว เอา ไป ฝัง ตัว เรา และ วงศ์วาน ของ เสด็จ พ่อ จะ ได้ พ้น จาก มลทิน ที่ เขา ได้ ฆ่า ผู้ บริสุทธิ์ {2:32} องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ให้ เขา เอง รับผิดชอบ ที่ ใช้ ดาบ ฆ่า ชาย สอง คน ซึ่ง ดี กว่า และ ชอบธรรม กว่า เขา เพราะ เสด็จ พ่อ ของ เรา ไม่ ได้ มี ส่วนร่วม ใดๆ กับ ความ ตาย ของ อับ เนอร์บุตรเนอร์ แม่ทัพ อิสราเอล และ อา มา สา บุตร เย เธอร์ แม่ทัพ ยูดาห์ {2:33} ขอ ให้ โทษ ผิด จาก โลหิต นั้น ตก อยู่ แก่ โย อาบ กับ วงศ์วาน ตลอด ไป ส่วน ดา วิด กับ วงศ์วาน ราชวงศ์ และ ราชบัลลังก์ ขอ ให้ มี สันติสุข ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า สืบ ไป นิรันดร์” {2:34} เบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา จึง ไป ประหาร โย อาบ ศพ ของ โย อาบ ถูก ฝัง ไว้ ใน ที่ดิน ของ ตน ใน ถิ่น กันดาร {2:35} กษัตริย์ ทรง แต่งตั้ง เบไนยาห์ เป็น แม่ทัพ แทน โย อาบ และ ให้ ศาโดก เป็น ปุโรหิต แทน อา บี ยา ธาร์ {2:36} กษัตริย์ ทรง ให้ คน ไป ตาม ชิ เม อี มา และ ตรัส กับ เขา ว่า“ จง สร้าง บ้าน และ อาศัย อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม นี้ อย่า ไป ที่ อื่น ใด เลย {2:37} วัน ใด ที่ เจ้า ออก ไป พ้น หุบเขา ขิด โร น เจ้า ก็ แน่ใจ ได้ ว่า เจ้า จะ ต้อง ตาย และ ถือ เป็น ความ ผิด ของ เจ้า เอง” {2:38} ชิ เม อี ทูล ว่า“ ฝ่าพระบาท ตรัส ชอบ แล้ว ผู้ รับใช้ จะ ปฏิบัติ ตาม” ชิ เม อี จึง อาศัย อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม เป็น เวลา นาน {2:39} แต่ สาม ปี ต่อ มา ทาส ของ ชิ เม อี สอง คน หลบ หนี ไป เข้า เฝ้า กษัตริย์ อา คีช โอรส ของ มา อา คาห์แห่งเมืองกัท เมื่อ มี ผู้ มาบ อก ชิ เม อี ว่า“ ทาส ของ ท่าน อยู่ ที่ เมือง กัท” {2:40} เขา ก็ ขึ้น ลา ไป เข้า เฝ้า อา คีชที่เมืองกัท เพื่อ ตาม หา ทาส และ นำ ตัว ทาส กลับ มา จาก เมือง นั้น {2:41} เมื่อ โซโลมอน ทราบ ว่า ชิ เม อี ออก จาก กรุง เยรูซาเล็ม ไป ยัง เมือง กัท และ กลับ มา แล้ว {2:42} กษัตริย์ ก็ ให้ ตาม ชิ เม อี มา และ ตรัส กับ เขา ว่า“ เรา เตือน เจ้า และ ให้ เจ้า สาบาน ใน พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ แล้ว ไม่ ใช่ หรือ ว่า‘ วัน ใด ที่ เจ้า ออก ไป ที่ อื่น เจ้า จะ ต้อง ตาย’? เจ้า ก็ ตอบ ว่า‘ ฝ่าพระบาท ตรัส ชอบ แล้ว ข้า พระ บาท จะ ปฏิบัติ ตาม’ {2:43} แล้ว เหตุ ใด เจ้า จึง ไม่ ทำ ตาม ที่ ปฏิญาณ ไว้ ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ไม่ ทำ ตาม คำ สั่ง ของ เรา?” {2:44} กษัตริย์ ตรัส กับ ชิ เม อี ด้วย ว่า“ เจ้า รู้ อยู่ แก่ ใจ ถึง ความ เลว ร้าย ทั้งสิ้น ที่ เจ้า ทำ ไว้ กับ ดา วิด ราช บิดา ของ เรา บัดนี้ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง คืน สนอง ความ ผิด ที่ เจ้า ได้ ทำ {2:45} แต่ กษัตริย์ โซโลมอน จะ ได้ รับ พร และ ราชบัลลังก์ ของ ดา วิด จะ ยั่งยืน มั่นคง ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตลอด ไป” {2:46} จาก นั้น กษัตริย์ ตรัส สั่ง เบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา เขา ก็ ออก ไป ประหาร ชิ เม อี ราช อาณาจักร จึง มั่นคง เป็น ปึกแผ่น ใน พระ หัตถ์ ของ โซโลมอน {i3:1} โซโลมอน ทูล ขอ สติปัญญา (2 พศด.1:2-13) {3:1} โซโลมอน ทรง เจริญ พระ ราช ไมตรี กับ ฟาโรห์ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ และ อภิเษก กับ พระ ธิดา องค์ หนึ่ง ของ ฟาโรห์ พระองค์ ทรง พา พระนาง มา ประทับ ใน เมือง ดา วิด จน กระทั่ง การ ก่อสร้าง พระ ราช วัง พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ กำแพง รอบ กรุง เยรูซาเล็ม เสร็จ เรียบร้อย {3:2} แต่ว่า ประชาชน ยัง คง ถวาย เครื่องบูชา ที่ สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย เพราะ พระ วิหาร เพื่อ พระ นาม พระ ยาห์เวห์ ยัง ไม่ ได้ สร้าง ขึ้น {3:3} โซโลมอน ทรง รัก องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ปฏิบัติ ตาม กฎเกณฑ์ ของ ดา วิด ราช บิดา เว้น แต่ ยัง ทรง ถวาย เครื่องบูชา และ เผา เครื่อง หอม ที่ สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย {3:4} พระองค์ เสด็จ ไป ยัง กิเบ โอน เพื่อ ถวาย เครื่องบูชา เพราะ ที่ นั่น เป็น สถาน บูชา บน ที่ สูง ที่ สำคัญ ที่สุด ทรง ถวาย สัตว์ หนึ่ง พัน ตัว เป็น เครื่อง เผา บูชา บน แท่น นั้น {3:5} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ปรากฏ แก่ โซโลมอน ที่ กิเบ โอน ใน ความ ฝัน ยาม ค่ำ คืน พระเจ้า ตรัส ว่า“ จง ขอ สิ่ง ที่ เจ้า ต้องการ เถิด แล้ว เรา จะ ให้ เจ้า” {3:6} โซโลมอน กราบ ทูล ว่า“ พระองค์ ได้ ทรง สำแดง พระ กรุณา อย่าง ยิ่ง ต่อ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ คือ ดา วิด เสด็จ พ่อ ของ ข้า พระองค์ เนื่อง จาก เสด็จ พ่อ ทรง ซื่อสัตย์ ต่อ พระองค์ มี ใจ ชอบธรรม และ ซื่อตรง และ พระองค์ ยัง คง สำแดง พระ กรุณา เดียวกัน นี้ ต่อ เสด็จ พ่อ สืบ มา จน ถึง วัน นี้ โดย ให้ บุตร คน หนึ่ง ครอง ราชบัลลังก์ {3:7} “ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ บัดนี้ ทรง โปรด ให้ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ได้ เป็น กษัตริย์ สืบ ต่อ จาก เสด็จ พ่อ ดา วิด แต่ ข้า พระองค์ ยัง เป็น เพียง เด็ก เล็กๆ คน หนึ่ง ไม่ รู้ วิธี ปฏิบัติ ภาระ หน้าที่ {3:8} ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ อยู่ ท่ามกลาง ประชากร ที่ ทรง เลือกสรร ซึ่ง เป็น ชน ชาติ ที่ ยิ่งใหญ่ และ มากมาย เหลือ คณานับ {3:9} ฉะนั้น ขอ ทรง โปรด ให้ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ มี ความคิด ฉลาด หลักแหลม เพื่อ จะ ปกครอง ประชากร ของ พระองค์ และ รู้จัก แยกแยะ ผิด ชอบ ชั่ว ดี เพราะ ใคร เล่า จะ สามารถ ปกครอง ชน ชาติ ที่ ยิ่งใหญ่ ของ พระองค์ นี้ ได้?” {3:10} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง พอ พระทัย ที่ โซโลมอน ทูล ขอ เช่น นี้ {3:11} ดังนั้น พระเจ้า จึง ตรัส กับ โซโลมอน ว่า“ เนื่อง จาก เจ้า ขอ อย่าง นี้ ไม่ ได้ ขอ ชีวิต ยืน ยาว หรือ ทรัพย์ สมบัติ สำหรับ ตัวเอง หรือ ชีวิต ศัตรู ของ เจ้า แต่ ขอ ให้ มี ความ ฉลาด หลักแหลม เพื่อ ผดุง ความ ยุติธรรม {3:12} เรา จะ ให้ ตาม ที่ เจ้า ขอ เรา จะ ให้ เจ้า มี สติปัญญา และ ความ ฉลาด หลัด แหลม อย่าง ที่ ไม่ เคย มี และ จะ ไม่ มี ใคร เสมอเหมือน เจ้า {3:13} ยิ่ง กว่า นั้น เรา จะ ให้ สิ่ง ที่ เจ้า ไม่ ได้ ขอ อีก ด้วย คือ ทรัพย์ สมบัติ และ เกียรติ เพื่อ ที่ จะ ไม่ มี กษัตริย์ องค์ ใด เสมอเหมือน ตลอด ชีวิต ของ เจ้า {3:14} และ หาก เจ้า ดำเนิน ใน ทาง ของ เรา ปฏิบัติ ตาม คำ สั่ง และ กฎเกณฑ์ ของ เรา เหมือน ดา วิด บิดา ของ เจ้า เรา จะ ให้ เจ้า มี ชีวิต ยืน ยาว” {3:15} แล้ว โซโลมอน ก็ ตื่น บรรทม และ ตระหนัก ว่า ได้ ทรง ฝัน ไป พระองค์ เสด็จ กลับ มา ยัง กรุง เยรูซาเล็ม ทรง ยืน อยู่ หน้า หีบ พัน ธ สัญญา ของ พระเจ้า ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ เครื่อง สันติ บูชา จาก นั้น ทรง จัด งาน เลี้ยง ให้ ข้า ราช สำนัก ทั้งปวง {i3:16} การ ตัดสิน คดี อย่าง มี ปัญญา {3:16} มี หญิง โสเภณี สอง คน มา เข้า เฝ้า กษัตริย์ โซโลมอน {3:17} คน หนึ่ง ทูล ว่า“ ข้า แต่ กษัตริย์ หม่อมฉัน กับ หญิง คน นี้ อาศัย อยู่ ใน บ้าน เดียวกัน นาง อยู่ ด้วย เมื่อ หม่อมฉัน คลอด ลูก {3:18} พอ ลูก อายุ ได้ สาม วัน ผู้หญิง คน นี้ ก็ คลอด ลูก ด้วย เช่น กัน มี เพียง เรา สอง คน อยู่ ใน บ้าน ไม่ มี คน อื่น {3:19} “ ลูกชาย ของ หญิง คน นี้ ตาย ไป ตอน กลางคืน เพราะ ถูก นาง นอน ทับ {3:20} แล้ว นาง ตื่น ขึ้น มาก ลาง ดึก ขณะ ที่ หม่อมฉัน หลับ อยู่ นาง เอา ลูกชาย ของ หม่อมฉัน ออก ไป จาก ข้าง ตัว ไป นอน แนบ อก และ เอา ลูก ของ นาง ที่ ตาย แล้ว มา ไว้ แนบ อก ของ หม่อมฉัน {3:21} เช้า วัน รุ่งขึ้น หม่อมฉัน ตื่น ขึ้น จะ ให้ นม ลูก ก็ พบ ว่า ลูก ตาย แล้ว พอ สว่าง หม่อมฉัน เพ่ง ดู จึง เห็น ว่า ไม่ ใช่ ลูก ของ หม่อมฉัน” {3:22} หญิง อีก คน พูด ขึ้น ว่า“ นั่นแหละ เป็น ลูก ของ เธอ ส่วน เด็ก ที่ ยัง มี ชีวิต อยู่ เป็น ลูก ของ ฉัน” แต่ หญิง คน แรก ยืนยัน ว่า“ ไม่ ใช่ ลูก ที่ ตาย แล้ว เป็น ของ เธอ ลูก ที่ ยัง มี ชีวิต อยู่ เป็น ของ ฉัน” แล้ว ทั้ง สอง คน ก็ เถียง กัน ต่อ หน้า กษัตริย์ {3:23} กษัตริย์ ตรัส ว่า“ คน นี้ ก็ ว่า‘ ลูก ฉัน ยัง อยู่ ลูกเธอ ตาย แล้ว’ คน นั้น ก็ ว่า‘ ไม่ ใช่ ลูกเธอ ตาย แล้ว ลูก ฉัน สิ ยัง อยู่’” {3:24} แล้ว กษัตริย์ ตรัส ว่า“ เอา ดาบ มา ให้ เรา สัก เล่ม สิ” ก็ มี ผู้นำ ดาบ มา ถวาย {3:25} กษัตริย์ ตรัส สั่ง ว่า“ จง ฟัน เด็ก คน ที่ ยัง มี ชีวิต อยู่ ออก เป็น สอง ท่อน แบ่ง ให้ ผู้หญิง สอง คน นี้ คน ละ ท่อน” {3:26} หญิง ที่ เป็น แม่ ของ เด็ก นั้น จริงๆ สงสาร ลูก จับ ใจ จึง ทูล กษัตริย์ ว่า“ อย่า เลย พระองค์เจ้า ข้า ยก ลูก ให้ นาง ไป เถิด อย่า ฆ่า ลูก เลย!” แต่ อีก คน พูด ว่า“ ฟัน เป็น สอง ท่อน เลย จะ ได้ ไม่ ต้อง เป็น ของ เธอ หรือ ของ ฉัน!” {3:27} กษัตริย์ จึง ตรัส ว่า“ อย่า ฆ่า เด็ก นั้น เลย จง มอบ เขา ให้ กับ หญิง คน ที่ ต้องการ ให้ เด็ก มี ชีวิต อยู่ เพราะ เธอ นั่นแหละ เป็น แม่” {3:28} เมื่อ ชน ชาติ อิสราเอล ทั้งปวง ได้ รู้ ถึง คำ ตัดสิน ของ กษัตริย์ ก็ ยำเกรง พระองค์ เพราะ เห็น ว่า ทรง มี สติปัญญา จาก พระเจ้า เพื่อ ผดุง ความ ยุติธรรม {i4:1} ข้าราชการ ของ โซโลมอน {4:1} โซโลมอน ทรง ปกครอง เหนือ อิสราเอล ทั้งปวง {4:2} ข้าราชการ คน สำคัญ ของ โซโลมอน ได้แก่ อา ซา ริ ยาห์บุตรศาโดก เป็น ปุโรหิต {4:3} เอ ลี โฮ เร ฟและอาหิยาห์ บุตร ชิ ชา เป็น ราช เลขา เย โฮ ชา ฟัทบุตรอาหิลูด เป็น อาลักษณ์ {4:4} เบไนยาห์ บุตร เย โฮ ยาดา เป็น แม่ทัพ ศาโดก และ อา บี ยา ธาร์ เป็น ปุโรหิต {4:5} อา ซา ริ ยาห์บุตรนาธัน ดูแล ข้าหลวง ประจำ เขต ศาบุดบุตรนาธัน เป็น ปุโรหิต และ ราช มนตรี {4:6} อา หิชาร์ เป็น เจ้ากรม วัง อา โด นี รัม บุตร อับ ดา เป็น ผู้ ควบคุม แรงงาน โยธา {4:7} และ โซโลมอน ยัง มี ข้าหลวง ประจำ เขต สิบ สอง นาย ดูแล ทั่ว อิสราเอล รับผิดชอบ จัด หา เสบียง จาก ประชากร สำหรับ กษัตริย์ และ ข้า ราช บริพาร แต่ละ คน รับหน้า ที่ จัด หา เสบียง สำหรับ แต่ละ เดือน ใน รอบ ปี {4:8} ต่อ ไป นี้ เป็น รายชื่อ ของ พวก เขา เบน เฮอร์ ใน แดน เทือกเขา แห่ง เอฟ รา อิม {4:9} เบน เด เคอร์ ใน มา คาส ชา อัลบิมเบธเชเมช และ เอ โลน เบธฮานัน {4:10} เบน เฮ เสด ใน อา รุ บโบท (โสโคห์ และ ดินแดน เฮ เฟอร์ ทั้งหมด เป็น ของ เขา) {4:11} เบน อา บี นา ดับ (ผู้ ซึ่ง แต่งงาน กับ ทา ฟัท ราช ธิดา ของ โซโลมอน) ใน นา โฟทโดร์ {4:12} บา อา นา บุตร อา หิลูด ใน ทา อา นาค และ เม กิดโดเบธ ชาน ทั้งหมด ถัด จาก ศาเรธานใต้ยิสเรเอลจากเบธ ชาน จด อา เบลเมโหลาห์ ไป ถึง โยก เม อัม {4:13} เบน เก เบอร์ ใน รา โม ทกิเลอาด (ถิ่น ฐาน ของ ยา อีร์บุตรมนัสเสห์ในกิเล อาด รวม ทั้ง ภูมิภาค อา รโกบ ใน บา ชาน และ เมือง ป้อม ปราการ ของ บา ชาน หก สิบ เมือง ซึ่ง มี ลูกกรง ประตู ทองสัมฤทธิ์ ล้วน เป็น ของ เขา) {4:14} อา หิ นา ดับ บุตร อิด โด ใน มา หะ นา อิม {4:15} อา หิมาอัส (ซึ่ง แต่งงาน กับ บา เส มัท ราช ธิดา ของ โซโลมอน) ใน เขต นัฟทาลี {4:16} บา อา นา บุตร หุ ชัย ใน อา เชอร์ และ อา โลท {4:17} เย โฮ ชา ฟัท บุตร ปา รู อาห์ ใน อิสสา คาร์ {4:18} ชิ เม อี บุตร เอ ลา ใน เบน ยา มิ น {4:19} เก เบอร์ บุตร อุ รี ใน กิเลอาด (ดินแดน ของ กษัตริย์ สิ โหน แห่ง อา โม ไรต์ และ ดินแดน ของ กษัตริย์ โอก แห่ง บา ชาน) เขา เป็น ข้าหลวง ประจำ เขต คน เดียว ของ ที่ นั่น {i4:20} เสบียง ประจำ วัน ของ โซโลมอน {4:20} ประชากร ยูดาห์ และ อิสราเอล มี มากมาย ดั่ง เม็ด ทราย ที่ ชายทะเล พวก เขา ล้วน อิ่มหนำ สุข สำราญ กัน ทั่ว หน้า {4:21} และ โซโลมอน ทรง ครอบครอง ดินแดน ทั้งหมด จาก แม่น้ำ ยู เฟรติส จน ถึง ดินแดน ของ ชาว ฟีลิสเตีย จด พรมแดน ของ อียิปต์ ดินแดน เหล่า นี้ ต่าง นำ เครื่อง บรรณาการ มา ถวาย และ อยู่ ใต้ อำนาจ ของ โซโลมอน ตลอด พระ ชนม์ ชีพ {4:22} เสบียง ประจำ วัน ที่ โซโลมอน ต้องการ คือ แป้ง ละเอียด ประมาณ 6.6 กิโลลิตร แป้ง ขนม ประมาณ 13.2 กิโลลิตร {4:23} วัว ขุน 10 ตัว วัว จาก ทุ่ง หญ้า 20 ตัว แพะ แกะ รวม 100 ตัว นอกจาก นี้ ยัง มี กวาง เก้ง สมัน และ ไก่ ที่ คัด แล้ว {4:24} โซโลมอน ทรง ครอบครอง อาณาจักร ทั้งปวง ทาง ทิศ ตะวัน ตก ของ แม่น้ำ ยู เฟรติสจากทิฟสาห์ ไป ถึง กาซา และ มี ความ สงบสุข ทุกๆ ด้าน {4:25} ตลอด พระ ชนม์ ชีพ ของ โซโลมอน ยูดาห์ และ อิสราเอล จาก ดาน จด เบเออร์เช บา ล้วน ดำเนิน ชีวิต อย่าง ปลอดภัย แต่ละ คน อยู่ ใต้ เถา องุ่น และ ต้น มะเดื่อ ของ ตน {4:26} โซโลมอน ทรง มี คอก สำหรับ ม้า ที่ ใช้ เทียม รถ 4,000 แห่ง และ ม้า 12,000 ตัว {4:27} ใน แต่ละ เดือน จะ กำหนด ให้ ข้าหลวง เขต ส่ง เสบียง มา ให้ โซโลมอน และ ผู้ ร่วม โต๊ะ เสวย ไม่ ให้ มี สิ่ง ใด ขาด ตก บกพร่อง {4:28} อีก ทั้ง ยัง จัด หา ข้าว บาร์เลย์ และ ฟาง สำหรับ ม้า ศึก ที่ ใช้ เทียม รถ และ ม้า อื่นๆ ใน คอก ม้า หลวง ด้วย {i4:29} สติปัญญา ของ โซโลมอน {4:29} พระเจ้า ประทาน สติปัญญา กับ การ หยั่งรู้ อัน ลึกซึ้ง และ ความ เข้าใจ อัน กว้าง ขวาง สุด คะเน ดั่ง เม็ด ทราย ที่ ชายทะเล แก่ โซโลมอน {4:30} โซโลมอน ทรง เฉลียว ฉลาด ยิ่ง กว่า บรรดา นักปราชญ์ ของ ทิศ ตะวัน ออก และ ปราชญ์ ทั้งปวง ของ อียิปต์ {4:31} พระองค์ ทรง ฉลาด กว่า ใครๆ รวม ทั้ง เอ ธาน แห่ง วงศ์ เอส ราห์ เฮ มาน คา ลโคล์และดาร ดา บุตร ทั้งหลาย ของ มา โฮ ล และ พระ นาม ของ พระองค์ เลื่องลือ ไป ทั่ว ทุก ประชาชาติ ที่ อยู่ แวดล้อม {4:32} ทรง กล่าว สุภาษิต 3,000 ข้อ และ มี บทเพลง พระ ราช นิพนธ์ 1,005 บท {4:33} ทรง พรรณนา เรื่อง พฤกษชาติ ตั้งแต่ สน ซี ดาร์ แห่ง เลบานอน ลง ไป ถึง ต้น หุ สบ ซึ่ง งอก ออก มา จาก กำแพง พระองค์ ยัง ทรง ตรัส สอน เกี่ยว กับ สัตว์ และ นก สัตว์ เลื้อยคลาน และ ปลา {4:34} กษัตริย์ ทุก ชาติ ใน โลก ได้ยิน ถึง พระ ปัญญา ของ โซโลมอน ก็ ส่ง คน มา ฟัง พระ ปัญญา ของ พระองค์ {i5:1} การ เตรียม สร้าง พระ วิหาร (2 พศด.2:1-18) {5:1} กษัตริย์ ฮี ราม แห่ง เมือง ไท ระ ทรง มี สัมพันธไมตรี กับ กษัตริย์ ดา วิด เสมอ มา ฉะนั้น เมื่อ ทรง ทราบ ว่า โซโลมอน ได้ รับ การ เจิม ตั้ง เพื่อ ขึ้น ครอง ราชย์ สืบ ต่อ จาก ดา วิด ราช บิดา ก็ ส่ง ทูต มา เข้า เฝ้า {5:2} โซโลมอน มี พระ ราชสาส์น ตอบ ฮี ราม ความ ว่า {5:3} “ ท่าน ทราบ อยู่ ว่า ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า มี ศึก ติดพัน รอบ ด้าน จึง ไม่ สามารถ สร้าง พระ วิหาร เพื่อ พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ พระองค์ จน กระทั่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง สยบ ข้าศึก ทั้งหลาย ไว้ แทบ พระ บาท {5:4} บัดนี้ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า ประทาน การ พัก สงบ รอบ ด้าน แก่ ข้าพเจ้า ไม่ มี ข้าศึก หรือ ภัย พิบัติ ประการ ใด {5:5} ข้าพเจ้า จึง ตั้งใจ จะ สร้าง พระ วิหาร ถวาย เพื่อ พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ข้าพเจ้า ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง บัญชา ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า ไว้ ว่า‘ ลูก ของ เจ้า ซึ่ง เรา จะ ตั้ง ให้ ครอง ราชบัลลังก์ แทน เจ้า จะ สร้าง วิหาร เพื่อ นาม ของ เรา’ {5:6} “ ฉะนั้น ขอ ท่าน โปรด สั่ง ให้ คน ของ ท่าน ตัด ไม้ สน ซี ดาร์ จาก เลบานอน ให้ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จะ ส่ง คน ไป ทำงาน ด้วย และ จะ จ่าย ค่า จ้าง ให้ คน งาน ของ ท่าน ตาม ที่ ท่าน ตั้ง ไว้ ท่าน ทราบ อยู่ แล้ว ว่า ทาง ฝ่าย ข้าพเจ้า ไม่ มี ช่าง ที่ เชี่ยวชาญ การ ตัด ไม้ เหมือน ชาว ไซ ดอน” {5:7} เมื่อ กษัตริย์ ฮี ราม ได้ รับ สาส์น จาก โซโลมอน ก็ พอ พระทัย ยิ่งนัก และ ตรัส ว่า“ สรรเสริญ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ใน วัน นี้ ที่ พระองค์ ทรง โปรด ประทาน โอรส ที่ เฉลียว ฉลาด แก่ ดา วิด ให้ ปกครอง ชน ชาติ ที่ ยิ่งใหญ่ นี้” {5:8} จาก นั้น ฮี ราม ทรง ตอบ โซโลมอน กลับ มา ว่า“ เรา ได้ รับ สาส์น จาก ท่าน แล้ว และ จะ จัด ส่ง ท่อน ซุง ทั้ง ไม้ สน ซี ดาร์ และ ไม้ สน อื่นๆ ไป ตาม ที่ ท่าน ต้องการ ทั้งหมด {5:9} คน ของ เรา จะ นำ ไม้ ซุง จาก เลบานอน ไป ยัง ทะเล เมดิเตอร์เรเนียน แล้ว ผูก แพ ล่อง มา ตาม ทะเล สู่ จุด หมาย ที่ ท่าน กำหนด จาก นั้น จะ ถอด แพ มอบ ไม้ ซุง ให้ ท่าน ท่าน สามารถ จ่าย ค่า ตอบแทน เรา โดย ส่ง อาหาร มา ให้ ราช สำนัก ของ เรา” {5:10} ฮี ราม ก็ ส่ง ไม้ สน ซี ดาร์ และ ไม้ สน อื่นๆ มา ให้ โซโลมอน ตาม ความ ประสงค์ ด้วย วิธี ดัง กล่าว {5:11} และ เพื่อ เป็น การ ตอบแทน โซโลมอน จึง ส่ง ข้าว สาลี ไป ให้ ราช สำนัก ของ ฮี ราม ปี ละ ประมาณ 4,400 กิโลลิตร และ น้ำมัน มะกอก บริสุทธิ์ ปี ละ ประมาณ 440 กิโลลิตร โซโลมอน ทำ อย่าง นี้ ปี แล้ว ปี เล่า {5:12} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ประทาน สติปัญญา แก่ โซโลมอน ตาม ที่ ทรง สัญญา ไว้ ฮี ราม และ โซโลมอน ทรง เจริญ พระ ราช ไมตรี และ ทรง ทำ สนธิสัญญา ต่อ กัน {5:13} โซโลมอน ทรง เกณฑ์ แรงงาน 30,000 คน จาก ทั่ว แดน อิสราเอล {5:14} และ ส่ง พวก เขา หมุนเวียน ไป เลบานอน เดือน ละ 10,000 คน คน หนึ่ง จะ ไป อยู่ เลบานอน หนึ่ง เดือน และ กลับ มา อยู่ บ้าน สอง เดือน อา โด นี รัม เป็น ผู้บังคับบัญชา แรงงาน โยธา เหล่า นี้ {5:15} โซโลมอน ยัง ทรง มี กรรมกร แบก หาม อีก 70,000 คน และ ช่าง สกัด หิน 80,000 คน ใน แถบ เทือกเขา {5:16} โดย มี หัวหน้า คน งาน 3,300 คน ทำ หน้าที่ ควบคุม โครงการ และ ดูแล คน งาน {5:17} ตาม พระ บัญชา ของ โซโลมอน พวก เขา ขน หิน ก้อน มหึมา ที่ คัด แล้ว เพื่อ สกัด เป็น หิน ฐานราก ของ พระ วิหาร {5:18} ผู้คน จาก เก บาล มา ช่วย ช่าง ของ โซโลมอน และ ฮี ราม ใน การ เลื่อย ซุง ถาก ไม้ และ เตรียม หิน สำหรับ การ สร้าง พระ วิหาร {i6:1} โซโลมอน ทรง สร้าง พระ วิหาร (2 พศด.3:1-14) {6:1} ใน ปี ที่ สี่ ร้อย แปด สิบ หลัง จาก ที่ อิสราเอล ออก มา จาก อียิปต์ นับ เป็น ปี ที่ สี่ แห่ง รัชกาล โซโลมอน ตรง กับ เดือน ศิฟ ซึ่ง เป็น เดือน ที่ สอง พระองค์ ทรง เริ่ม การ สร้าง พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {6:2} พระ วิหาร ที่ กษัตริย์ โซโลมอน สร้าง ถวาย แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า นี้ ยาว 60 ศอก กว้าง 20 ศอก สูง 30 ศอก {6:3} มุข หน้า ห้องโถง ของ พระ วิหาร ยาว เท่ากับ ความ กว้าง ของ ตัว พระ วิหาร คือ 20 ศอก และ ลึก จาก ด้าน หน้า 10 ศอก {6:4} ทรง สร้าง ช่อง หน้าต่าง ด้าน บน ที่ เป็น ช่อง แสง ใน พระ วิหาร {6:5} พระองค์ ทรง สร้าง โครงสร้าง นอก อาคาร นี้ เพื่อ สร้าง เป็น ห้อง ต่างๆ ติด กำแพง ด้าน นอก ของ พระ วิหาร ไป โดย รอบ {6:6} ชั้น ล่าง สุด กว้าง 5 ศอก ชั้น ที่ สอง กว้าง 6 ศอก และ ชั้น ที่ สาม กว้าง 7 ศอก ใน แต่ละ ชั้น ของ ผนัง ด้าน นอก พระ วิหาร จะ หยัก เข้า เป็น บ่า เพื่อ ไม่ ให้ คาน ยื่น เข้า ไป ใน ผนัง พระ วิหาร {6:7} การ ก่อสร้าง พระ วิหาร ใช้ แต่ หิน ที่ สกัด มา เรียบร้อย แล้ว จาก เหมือง หิน จึง ไม่ มี เสียง ค้อน เหล็ก สกัด หรือ เครื่องมือ เหล็กใน บริเวณ พระ วิหาร ขณะ กำลัง ก่อสร้าง {6:8} ทาง เข้า ชั้น ล่าง สุด อยู่ ทาง ทิศ ใต้ ของ พระ วิหาร มี บันได ขึ้น ไป ยัง ชั้น สอง และ ชั้น สาม {6:9} เป็น อัน ว่า พระองค์ ทรง สร้าง พระ วิหาร เสร็จ ทำ หลังคา ด้วย คาน และ กระดาน ไม้ สน ซี ดาร์ {6:10} ทรง สร้าง ห้อง ข้าง รอบ พระ วิหาร สูง ชั้น ละ 5 ศอก เชื่อม ต่อ กับ พระ วิหาร โดย ใช้ คาน ไม้ สน ซี ดาร์ {6:11} พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ถึง โซโลมอน ว่า {6:12} “ เกี่ยว กับ วิหาร ที่ เจ้า กำลัง สร้าง อยู่ นี้ หาก เจ้า ทำ ตาม กฎหมาย ของ เรา รักษา และ ปฏิบัติ ตาม กฎ ระเบียบ และ คำ บัญชา ทั้งสิ้น ของ เรา เรา ก็ จะ กระทำ ให้ สัญญา ที่ เรา ให้ กับ ดา วิด ราช บิดา ของ เจ้า สำเร็จ ผ่าน ทาง เจ้า {6:13} และ เรา จะ สถิต กับ ชน ชาติ อิสราเอล ประชากร ของ เรา และ จะ ไม่ ทอดทิ้ง พวก เขา เลย” {6:14} ดังนั้น โซโลมอน ก็ ทรง สร้าง พระ วิหาร สำเร็จ เรียบร้อย {6:15} พระองค์ ทรง กรุ ฝา ผนัง ด้าน ใน ด้วย กระดาน ไม้ สน ซี ดาร์ ตั้งแต่ พื้น จด เพดาน และ ปู พื้น พระ วิหาร ด้วย กระดาน ไม้ สน {6:16} ทรง กั้น ห้อง ขนาด 20 ศอก ที่ ด้าน หลัง ของ พระ วิหาร โดย ใช้ กระดาน ไม้ สน ซี ดาร์ จาก พื้น จด เพดาน เพื่อ เป็น ห้อง ศักดิ์สิทธิ์ ชั้น ใน ของ พระ วิหาร คือ อภิ สุทธิ สถาน {6:17} ห้องโถง ที่ อยู่ หน้า ห้อง นี้ ยาว 40 ศอก {6:18} ด้าน ใน ของ พระ วิหาร เป็น ไม้ สน ซี ดาร์ สลัก ลวดลาย นูน เป็น ลาย เครือ เถา และ ดอกไม้ บาน ทุก อย่าง ทำ จาก ไม้ สน ซี ดาร์ เพื่อ ไม่ ให้ เห็น หิน ข้าง ใน {6:19} พระองค์ ทรง จัด ให้ ห้อง ศักดิ์สิทธิ์ ชั้น ใน เป็น ที่ วาง หีบ พัน ธ สัญญา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {6:20} ห้อง ศักดิ์สิทธิ์ ชั้น ใน นี้ กว้าง ยาว และ สูง ด้าน ละ 20 ศอก พระองค์ ทรง บุ ภายใน ห้อง นี้ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ และ บุ แท่น บูชา ด้วย ไม้ สน ซี ดาร์ {6:21} โซโลมอน ทรง บุ ด้าน ใน ของ พระ วิหาร ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ และ วาง โซ่ ทองคำ กั้น ทาง เข้า สู่ อภิ สุทธิ สถาน ซึ่ง บุ ด้วย ทองคำ {6:22} ดังนั้น พระองค์ ทรง บุ ด้าน ใน พระ วิหาร ทั้งหมด ด้วย ทองคำ รวม ทั้ง แท่น ใน อภิ สุทธิ สถาน {6:23} ภายใน อภิ สุทธิ สถาน ทรง ตั้ง เค รู บ สอง ตน ทำ จาก ไม้ มะกอก แต่ละ ตน สูง 10 ศอก {6:24} เค รู บ ตน แรก มี ปีก แต่ละ ข้าง ยาว 5 ศอก และ วัด ความ ยาว จาก ปลาย ปีก ข้าง หนึ่ง ถึง ปลาย ปีก อีก ข้าง หนึ่ง ได้ 10 ศอก {6:25} เค รู บ ตน ที่ สอง ก็ วัด ได้ 10 ศอก ด้วย เค รู บ ทั้ง สอง มี ขนาด และ รูปทรง เดียวกัน {6:26} เค รู บ แต่ละ ตน สูง 10 ศอก {6:27} พระองค์ ทรง ตั้ง เค รู บ ไว้ ใน ห้อง ชั้น ใน สุด ของ พระ วิหาร ปีก ทั้ง สอง ของ เค รู บ กาง ออก ปีก ด้าน นอก ของ เค รู บ ทั้ง สอง จด ผนัง ตน ละ ด้าน ส่วน ปีก ด้าน ใน จด กัน ตรง กึ่งกลาง ห้อง {6:28} พระองค์ ทรง หุ้ม เค รู บ ทั้ง สอง ด้วย ทองคำ {6:29} บน ผนัง รอบ พระ วิหาร ทั้ง ห้อง ชั้น ใน และ ห้อง ชั้น นอก สลัก เป็น รูป เค รู บ ต้น อินทผลัม และ ดอกไม้ บาน {6:30} พื้น ห้อง ทั้ง ห้อง ชั้น นอก และ ห้อง ชั้น ใน ของ พระ วิหาร บุ ด้วย ทองคำ {6:31} เสา ประตู ทาง เข้า สู่ สถาน นมัสการ ชั้น ใน เป็น เสา ห้า เหลี่ยม ทำ ด้วย ไม้ มะกอก {6:32} บาน ประตู ไม้ มะกอก ทั้ง สอง บาน สลัก เป็น รูป เค รู บ ต้น อินทผลัม และ ดอกไม้ บาน แล้ว หุ้ม เค รู บ กับ ต้น อินทผลัม ด้วย ทองคำ {6:33} พระองค์ ทรง ทำ เสา ประตู สี่เหลี่ยม แบบ เดียวกัน ด้วย ไม้ มะกอก สำหรับ ทาง เข้า ห้องโถง {6:34} พระองค์ ยัง ทรง สร้าง ประตู ไม้ สน สอง บาน แต่ละ บาน มี สอง ทบ ซึ่ง พับ ไป มา ได้ ด้วย เบ้า ต่อ {6:35} บน ประตู สลัก รูป เค รู บ ต้น อินทผลัม และ ดอกไม้ บาน แล้ว บุ ทองคำ บน ลาย สลัก นั้น อย่าง ประณีต {6:36} พระองค์ ทรง สร้าง ลาน ชั้น ใน ด้วย หิน สกัด สาม ชั้น สลับ ด้วย คาน ไม้ สน ซี ดาร์ ที่ ตกแต่ง แล้ว หนึ่ง ชั้น {6:37} วาง ฐานราก ของ พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ใน เดือน ศิฟ ของ ปี ที่ สี่ {6:38} และ สร้าง พระ วิหาร เสร็จ สมบูรณ์ ใน รายละเอียด ทุก อย่าง ตาม แบบ ที่ กำหนด ไว้ ใน เดือน บูล ซึ่ง เป็น เดือน ที่ แปด ของ ปี ที่ สิบ เอ็ด รวม เวลา ก่อสร้าง เจ็ด ปี {i7:1} โซโลมอน ทรง สร้าง พระ ราช วัง {7:1} แต่ กษัตริย์ โซโลมอน ทรง ใช้ เวลา ก่อสร้าง พระ ราช วัง ของ พระองค์ ทั้งสิ้น สิบ สาม ปี {7:2} พระองค์ ทรง สร้าง พระ ตำหนัก พนา เลบานอน ยาว 100 ศอก กว้าง 50 ศอก สูง 30 ศอก ใช้ เสา ไม้ สน ซี ดาร์ สี่ แถว รองรับ คาน ไม้ สน ซี ดาร์ไว้ {7:3} ทำ หลังคา ด้วย คาน ไม้ สน ซี ดาร์ 45 อัน ซึ่ง วาง อยู่ บน เสา โดย แบ่ง วาง เป็น แถว แถว ละ 15 อัน {7:4} มี หน้าต่าง อยู่ ด้าน บน เรียง เป็น ชุด ชุด ละ สาม ช่อง แต่ละ ชุด หัน หน้า เข้า หา กัน {7:5} ประตู ทุก บาน เป็น กรอบ ทรง สี่เหลี่ยม ผืน ผ้า อยู่ ด้าน หน้า ห้องโถง มี สาม ชุด ชุด ละ สาม บาน หัน หน้า เข้า หา กัน {7:6} พระองค์ ทรง สร้าง ระเบียง เสา หา นยาว 50 ศอก และ กว้าง 30 ศอก มี มุข ด้าน หน้า ซึ่ง มี เสา หา น และ หลังคา ด้วย {7:7} ทรง สร้าง ห้อง บัลลังก์ หรือ ท้อง พระ โรง วินิจฉัย เป็น ที่ ประทับ ตัดสิน ความ กรุ ด้วย ไม้ สน ซี ดาร์ ตั้งแต่ พื้น จน ถึง เพดาน {7:8} ถัด จาก ท้อง พระ โรง วินิจฉัย ไป ด้าน หลัง พระองค์ ทรง สร้าง วัง ที่ ประทับ ส่วนพระองค์ และ วัง ของ มเหสี ซึ่ง เป็น ธิดา ของ ฟาโรห์ ตาม แบบ ท้อง พระ โรง วินิจฉัย {7:9} ตัว อาคาร เหล่า นี้ ทั้งหมด จาก ด้าน นอก ถึง ลาน ใหญ่ และ จาก ฐานราก ถึง ชายคา สร้าง ด้วย หิน อย่าง ดี ซึ่ง วัด ให้ ได้ ขนาด ก่อน ที่ จะ สกัด และ ใช้ เลื่อย แต่ง ทั้ง ด้าน ใน และ ด้าน นอก {7:10} ฐานราก เป็น หิน ก้อน ใหญ่ คุณภาพ ดี มี ขนาด หน้า ตัด 8 ศอก บ้าง และ 10 ศอก บ้าง {7:11} บน ชั้น ฐานราก วาง ด้วย หิน อย่าง ดี ตัด ให้ ได้ ขนาด และ สลับ ด้วย คาน ไม้ สน ซี ดาร์ {7:12} ทรง สร้าง ผนัง ล้อม รอบ ลาน ใหญ่ จาก หิน ที่ ตัด แต่ง ไว้ แล้ว สาม ชั้น สลับ ด้วย ชั้น คาน ไม้ สน ซี ดาร์ ตาม แบบ ลาน ชั้น ใน และ มุข หน้า ของ พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {i7:13} การ ตกแต่ง พระ วิหาร (2 พศด.4:2-6,10— 5:1) {7:13} กษัตริย์ โซโลมอน ทรง ให้ นำ ชาย คน หนึ่ง ชื่อ หุ ราม มา จาก เมือง ไท ระ {7:14} มารดา ของ เขา เป็น หญิง ม่าย จาก เผ่า นัฟ ทา ลี ส่วน บิดา เป็น ชาว เมือง ไท ระ และ เป็น ช่าง ทองสัมฤทธิ์ หุ ราม เชี่ยวชาญ และ มี ฝีมือ ใน งาน ทองสัมฤทธิ์ ทุก ชนิด เขา มา เข้า เฝ้า โซโลมอน และ ทำงาน ทุก อย่าง ที่ ได้ รับ มอบหมาย {7:15} หุ ราม หล่อ เสา หา น ทองสัมฤทธิ์ สอง ต้น แต่ละ ต้น สูง 18 ศอก เส้น รอบ วง 12 ศอก {7:16} เขา หล่อ หัว เสา ทองสัมฤทธิ์ สูง 5 ศอก เพื่อ ติด บน ยอด เสา หา น {7:17} มี ตาข่าย โซ่ ระย้า ประดับ หัว เสา เสา ละ เจ็ด สาย {7:18} เขา ทำ ผล ทับทิม สอง แถว ติด รอบ โซ่ ระย้า ประดับ หัว เสา ทั้ง สอง ต้น {7:19} ส่วน หัว เสา หา น ที่ มุข หน้า ตกแต่ง เป็น รูป ดอก ลิ ลลี่สูง 4 ศอก {7:20} บน หัว เสา ทั้ง สอง ต้น เหนือ บัว คว่ำ ถัด จาก สร้อย ระย้า ขึ้น ไป เป็น แถว ผล ทับทิม สอง ร้อย ผล โดย รอบ {7:21} เขา ตั้ง เสา หา น ทั้ง สอง ไว้ ที่ มุข หน้า ของ พระ วิหาร เสา ทาง ใต้ ตั้ง ชื่อ ว่า ยา คีน เสา ทาง เหนือ ตั้ง ชื่อ ว่า โบ อา ส {7:22} หัว เสา มี รูปทรง เป็น ดอก ลิ ล ลี่ เป็น อัน ว่า งาน เสา หา น ก็ เสร็จ เรียบร้อย {7:23} หุ ราม หล่อ ขัน สาคร ทรง กลม ด้วย โลหะ สูง 5 ศอก เส้น ผ่า ศูนย์กลาง 10 ศอก และ เส้น รอบ วง 30 ศอก {7:24} ใต้ ขอบ ขัน ด้าน นอก ตกแต่ง เป็น ลาย เครือ เถา สอง แถว ศอก ละ สิบ รูป หล่อ เป็น เนื้อ เดียวกัน กับ ขัน สาคร {7:25} ขัน สาคร นี้ ตั้ง อยู่ บน วัว ทองสัมฤทธิ์ สิบ สอง ตัว หัน หลัง เข้า หา กัน ตรง กลาง หัน หน้า ไป ทาง ทิศ เหนือ ใต้ ตะวัน ออก และ ตะวัน ตก ทิศ ละ สาม ตัว {7:26} ขัน สาคร หนา หนึ่ง ฝ่า มือ ปาก ขัน เหมือน ขอบ ถ้วย ซึ่ง เหมือน กับ ดอก ลิ ล ลี่ บาน จุ น้ำ ได้ ประมาณ 44 กิโลลิตร {7:27} หุ ราม ยัง ทำ แท่น เคลื่อนที่ ด้วย ทองสัมฤทธิ์ สิบ แท่น แต่ละ แท่น กว้าง ยาว 4 ศอก สูง 3 ศอก {7:28} แท่น เหล่า นี้ สร้าง ขึ้น ใน ลักษณะ นี้ คือ มี ผนัง ที่ ยึด ติด อยู่ กับ กรอบ ใน แนว ตั้ง {7:29} เขา สลัก รูป สิงโต วัว และ เค รู บ ไว้ บน กรอบ และ บน ผนัง นั้น ด้าน บน และ ล่าง ของ สิงโต และ วัว เป็น ลวดลาย พวงมาลา ที่ สลัก ลาย ด้วย ค้อน {7:30} แต่ละ แท่น มี ล้อ ทองสัมฤทธิ์ สี่ ล้อ และ เพลา ทองสัมฤทธิ์ แต่ละ แท่น รองรับ อ่าง ซึ่ง ตั้ง อยู่ บน ที่ หนุน ทั้ง สี่ ซึ่ง หล่อ ขึ้น โดย มี พวงมาลา ประดับ แต่ละ ด้าน {7:31} ภายใน แท่น นี้ มี ช่อง เปิด เป็น รูปทรง กลม ลึก 1 ศอก วัด รอบ ช่อง เปิด ทรง กลม รวม ฐาน ได้ 1 ศอก ครึ่ง มี ลาย สลัก รอบ ช่อง เปิด ผนัง ของ แท่น ตั้ง เป็น ทรง สี่เหลี่ยม จัตุรัส ไม่ ใช่ วงกลม {7:32} ล้อ ทั้ง สี่ อยู่ ใต้ ผนัง และ เพลา ล้อ ติด เข้า กับ ตัว แท่น เส้น ผ่า ศูนย์กลาง ของ ล้อ 1 ศอก ครึ่ง {7:33} ล้อ ทำ ขึ้น คล้าย กับ ล้อ รถ รบ ทั้งเพ ลา ซี่ ล้อ ขอบ และ ดุม ล้อ ล้วน หล่อ ขึ้น จาก โลหะ {7:34} แต่ละ แท่น มี ที่ จับ ที่ มุม ทั้ง สี่ มุม ละ อัน ยื่น ออก มา จาก แท่น {7:35} ที่ ด้าน บน ของ แท่น มี ปลอก ทรง กลม ลึก ครึ่ง ศอก ทั้ง ที่ หนุน กับ ผนัง ยึด ติด เข้า กับ ด้าน บน ของ แท่น {7:36} เขา สลัก รูป เค รู บ สิงโต ต้น อินทผลัม บน พื้น ผิว ของ ที่ หนุน และ บน ผนัง ตลอด จน ที่ ว่าง ทุก แห่ง และ มี พวงมาลา อยู่ โดย รอบ {7:37} แท่น ทั้ง สิบ สร้าง ขึ้น ตาม นี้ โดย มี ขนาด และ รูปทรง เดียวกัน หล่อ จาก พิมพ์ เดียวกัน {7:38} จาก นั้น เขา ทำ อ่างทอง สัมฤทธิ์ สิบ ใบ เส้น ผ่า ศูนย์กลาง 4 ศอก ตั้ง ไว้ บน แท่น แท่น ละ ใบ แต่ละ ใบ จุ น้ำ ได้ ประมาณ 880 ลิตร {7:39} เขา ตั้ง แท่น เหล่า นี้ ไว้ ที่ ด้าน ใต้ ของ พระ วิหาร ห้า แท่น และ ด้าน เหนือ ห้า แท่น ส่วน ขัน สาคร นั้น อยู่ ทาง ด้าน ใต้ ที่ มุม ด้าน ตะวัน ออก เฉียง ใต้ ของ พระ วิหาร {7:40} เขา ยัง ได้ ทำ ชาม อ่าง ทัพพี และ ชาม ประพรม ด้วย ใน ที่สุด หุ ราม จึง ทำงาน ทั้งหมด ที่ กษัตริย์ โซโลมอน ทรง มอบหมาย ใน พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า สำเร็จ ครบถ้วน ได้แก่ {7:41} เสา หา น สอง ต้น หัว เสา รูป บัว คว่ำ สอง หัว ตาข่าย ประดับ หัว เสา สอง ชุด {7:42} ทับทิม สี่ ร้อย ผล สำหรับ ตาข่าย สอง ชุด (ตาข่าย แต่ละ ชุด มี ทับทิม สอง แถว ประดับ อยู่ บน หัว เสา รูป บัว คว่ำ) {7:43} แท่น ทองสัมฤทธิ์ สิบ แท่น พร้อม อ่าง {7:44} ขัน สาคร และ วัว สิบ สอง ตัว ซึ่ง รองรับ ขัน {7:45} หม้อ ทัพพี และ ชาม ประพรม หุ ราม ได้ ทำ สิ่ง เหล่า นี้ ถวาย กษัตริย์ โซโลมอน สำหรับ พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า โดย ใช้ ทองสัมฤทธิ์ ขัด เงา {7:46} กษัตริย์ ทรง ให้ หล่อ สิ่ง เหล่า นี้ ขึ้น ด้วย เบ้า ดิน เหนียว ใน ที่ราบ แห่ง แม่น้ำ จอร์แดน ระหว่าง เมือง สุ คคทและเมืองศาเรธาน {7:47} กษัตริย์ โซโลมอน ไม่ ได้ ให้ ชั่ง น้ำหนัก สิ่ง เหล่า นี้ เพราะ ว่า มี จำนวน มากมาย จึง ไม่ ทราบ น้ำหนัก ที่ แน่นอน ของ ทองสัมฤทธิ์ {7:48} โซโลมอน ยัง ได้ ทรง ทำ เครื่อง ใช้ ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้แก่ แท่น บูชา ทองคำ โต๊ะ ทองคำ สำหรับ วาง ขนม ปัง เบื้อง พระ พักตร์ {7:49} คัน ประทีป ทองคำ บริสุทธิ์ (วาง ไว้ ด้าน หน้า อภิ สุทธิ สถาน ทั้ง ด้าน ซ้าย และ ขวา ด้าน ละ ห้า คัน) ลวดลาย ดอกไม้ ตะเกียง และ คีม ทำ ด้วย ทองคำ {7:50} ขัน ทองคำ บริสุทธิ์ กรรไกร ตัด ไส้ ตะเกียง อ่าง ประพรม จาน ชาม และ กระถาง ไฟ เบ้า ทองคำ ของ ประตู ห้อง ชั้น ใน สุด คือ ประตู อภิ สุทธิ สถาน และ ของ ประตู ห้องโถง กลาง ของ พระ วิหาร {7:51} เมื่อ งาน ทั้งปวง สำหรับ พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เสร็จ เรียบร้อย แล้ว โซโลมอน ทรง นำ เงิน ทอง และ เครื่อง ใช้ ไม้ สอย ต่างๆ ซึ่ง ดา วิด ราช บิดา ถวาย ไว้ เพื่อ การ นี้ มา เก็บ ไว้ ใน คลัง พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {i8:1} อัญเชิญ หีบ พัน ธ สัญญา เข้า สู่ พระ วิหาร (2 พศด.5:2— 6:11) {8:1} จาก นั้น กษัตริย์ โซโลมอน ทรง เรียก บรรดา ผู้ อาวุโส ของ อิสราเอล หัวหน้า เผ่า ต่างๆ และ หัวหน้า ครอบครัว ทั้งหมด ของ ชน อิสราเอล มา เข้า เฝ้า ที่ กรุง เยรูซาเล็ม เพื่อ อัญเชิญ หีบ พัน ธ สัญญา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา จาก ศิ โยน เมือง ดา วิด {8:2} ผู้ชาย อิสราเอล ทุก คน ก็ พา กัน มา เข้า เฝ้า โซโลมอน ใน ช่วง เทศกาล ของ เดือน เอ ธานิม ซึ่ง เป็น เดือน ที่ เจ็ด {8:3} เมื่อ ผู้ อาวุโส ทั้งปวง ของ อิสราเอล มา ถึง แล้ว ปุโรหิต ก็ ยก หีบ พัน ธสัญญาขึ้น {8:4} และ หาม หีบ พัน ธ สัญญา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไป ส่วน เต็นท์ นัด พบ กับ เครื่อง ใช้ บริสุทธิ์ ทั้งปวง ใน นั้น ปุโรหิต และ ชน เล วี ช่วย กัน นำ ไป ยัง พระ วิหาร {8:5} กษัตริย์ โซโลมอน และ ชุมนุม ประชากร อิสราเอล ทั้งปวง ที่ มา ชุมนุม กัน หน้า หีบ พัน ธ สัญญา ได้ ถวาย แกะ และ วัว เป็น เครื่องบูชา จำนวน มาก จน นับ ไม่ ถ้วน {8:6} จาก นั้น ปุโรหิต อัญเชิญ หีบ พัน ธ สัญญา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เข้า สู่ สถาน นมัสการ ชั้น ใน ของ พระ วิหาร คือ อภิ สุทธิ สถาน และ ตั้ง ไว้ ใต้ ปีก ของ เค รู บ {8:7} เค รู บ ทั้ง สอง กาง ปีก เหนือ ที่ ตั้ง หีบ พัน ธ สัญญา และ ปก เหนือ หีบ กับ คานหาม {8:8} คานหาม นี้ ยาว มาก จน มอง เห็น ปลาย ได้ จาก ด้าน ใน ของ วิ สุทธิ สถาน ซึ่ง อยู่ หน้า สถาน นมัสการ ชั้น ใน แต่ มอง ไม่ เห็น จาก ด้าน นอก ของ วิ สุทธิ สถาน และ คาน นั้น ก็ ยัง คง อยู่ ที่ นั่น จน ถึง ทุก วัน นี้ {8:9} ใน หีบ นั้น ไม่ มี สิ่ง ใด นอกจาก ศิลา สอง แผ่น ซึ่ง โมเสส ได้ ใส่ ไว้ เมื่อ อยู่ ที่ ภูเขา โฮ เร บ ที่ ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง กระทำ พัน ธ สัญญา กับ ชน อิสราเอล หลัง จาก พวก เขา ออก มา จาก อียิปต์ {8:10} เมื่อ ปุโรหิต ออก มา จาก วิ สุทธิ สถาน ก็ มี เมฆ มา ปกคลุม ทั่ว พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {8:11} บรรดา ปุโรหิต ไม่ อาจ ปฏิบัติ หน้าที่ เพราะ เมฆ นั้น เนื่อง จาก พระ เกียรติ สิริ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ปกคลุม อยู่ ทั่ว ทั้ง พระ วิหาร ของ พระองค์ {8:12} แล้ว โซโลมอน ตรัส ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส ไว้ ว่า พระองค์ จะ ประทับ ใน เมฆ ทึบ {8:13} ข้า พระองค์ ได้ สร้าง พระ วิหาร อัน สง่างาม ถวาย เพื่อ พระองค์ จะ ประทับ อยู่ นิรันดร์” {8:14} กษัตริย์ ทรง หัน กลับ มา ตรัส อวยพร แก่ ประชากร อิสราเอล ทั้งปวง ซึ่ง ชุมนุม อยู่ ที่ นั่น {8:15} แล้ว ตรัส ว่า“ สรรเสริญ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ผู้ ทรง กระทำ ตาม พระ สัญญา ที่ ได้ ตรัส ไว้ กับ ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า ด้วย พระ หัตถ์ ของ พระองค์ เอง เพราะ พระองค์ ได้ ตรัส ว่า {8:16} ‘ นับ แต่ วัน ที่ เรา นำ อิสราเอล ประชากร ของ เรา ออก มา จาก อียิปต์ เรา ไม่ ได้ เลือก เมือง ของ เผ่า ใด เผ่า หนึ่ง ของ อิสราเอล เพื่อ สร้าง วิหาร ขึ้น สถาปนา นาม ของ เรา แต่ เรา ได้ เลือก ดา วิด ให้ ปกครอง อิสราเอล ประชากร ของ เรา’ {8:17} “ ดา วิด ราช บิดา ของ ข้าพเจ้า ตั้ง พระทัย จะ สร้าง พระ วิหาร ถวาย แด่ พระ นาม พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล {8:18} แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ ดา วิด ราช บิดา ว่า‘ ที่ เจ้า มี ใจ จะ สร้าง วิหาร เพื่อ นาม ของ เรา นั้น ก็ ดี อยู่ {8:19} ถึง กระนั้น เจ้า จะ ไม่ ได้ เป็น ผู้ สร้าง วิหาร แต่ บุตร ชาย ผู้ เป็น เลือดเนื้อ เชื้อ ไข ของ เจ้า จะ เป็น ผู้ สร้าง วิหาร เพื่อ นาม ของ เรา’ {8:20} “ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง กระทำ ตาม พระ สัญญา คือ ให้ ข้าพเจ้า ได้ ครอง ราชบัลลังก์ แห่ง อิสราเอล สืบ ต่อ จาก ดา วิด ราช บิดา ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง สัญญา ไว้ และ ข้าพเจ้า ได้ สร้าง พระ วิหาร นี้ เพื่อ พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล {8:21} ข้าพเจ้า ได้ จัด เตรียม ที่ แห่ง หนึ่ง ใน พระ วิหาร สำหรับ หีบ พัน ธ สัญญา ซึ่ง ภายใน บรรจุ พัน ธ สัญญา ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง ให้ ไว้ กับ บรรพบุรุษ ของ เรา เมื่อ ทรง นำ พวก เขา ออก มา จาก อียิปต์” {i8:22} โซโลมอน อธิษฐาน ถวาย พระ วิหาร (2 พศด.6:12-40) {8:22} จาก นั้น โซโลมอน ประทับ ยืน อยู่ หน้า แท่น บูชา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ต่อ หน้า ชุมนุม ประชากร อิสราเอล ทั้งหมด และ ทรง ชู พระ หัตถ์ ขึ้น ฟ้า สวรรค์ {8:23} และ ตรัส ว่า“ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ทั่ว ฟ้า สวรรค์ เบื้องบน และ แผ่นดิน โลก เบื้อง ล่าง ไม่ มี พระ อื่น ใด เสมอเหมือน พระองค์ ผู้ ทรง รักษา พัน ธ สัญญา แห่ง ความ รัก ต่อ เหล่า ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ซึ่ง ยัง คง ดำเนิน ใน ทาง ของ พระองค์ อย่าง สุด ใจ {8:24} พระองค์ ทรง รักษา คำ มั่น สัญญา ต่อ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ผู้ เป็น ราช บิดา ของ ข้า พระองค์ พระองค์ ทรง สัญญา ด้วย พระ โอษฐ์ และ ทรง กระทำ ให้ สำเร็จ ด้วย พระ หัตถ์ ดัง เช่น ทุก วัน นี้ {8:25} “ และ บัดนี้ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ขอ ทรง รักษา คำ มั่น สัญญา ที่ ทรง มี ต่อ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ผู้ เป็น ราช บิดา ของ ข้า พระองค์ ที่ ว่า‘ หาก วงศ์วาน ของ เจ้า ใส่ใจ ที่ จะ ทำ ทุก อย่าง และ ดำเนิน อยู่ ต่อ หน้า เรา เหมือน อย่าง ที่ เจ้า ได้ ทำ เจ้า ก็ จะ ไม่ ขาด คน ที่ จะ ขึ้น ครอง บัลลังก์ แห่ง อิสราเอล ต่อ หน้า เรา’ {8:26} ข้า แต่ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล บัดนี้ ขอ ทรง โปรด ให้ เป็น ไป ตาม คำ มั่น สัญญา ที่ ทรง ให้ ไว้ แก่ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ผู้ เป็น ราช บิดา ของ ข้า พระองค์ ด้วย เถิด {8:27} “ แต่ พระเจ้า จะ ประทับ ใน โลก นี้ จริงๆ หรือ? ใน เมื่อ ฟ้า สวรรค์ สูง สุด ยัง ไม่ อาจ รับ พระองค์ ไว้ ได้ พระ วิหาร แห่ง นี้ ซึ่ง ข้า พระองค์ สร้าง ขึ้น จะ ยิ่ง เล็กน้อย กว่า นั้น สัก เท่าใด! {8:28} ถึง กระนั้น ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ ขอ ทรง สดับ ฟัง คำ อธิษฐาน และ ตอบ คำ วิงวอน ขอ พระ เมตตา ซึ่ง ผู้ รับใช้ กำลัง กราบ ทูล อยู่ ต่อ หน้า พระองค์ ใน วัน นี้ {8:29} ขอ พระองค์ ทอด พระ เนตร พระ วิหาร แห่ง นี้ ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน พระ วิหาร ซึ่ง พระองค์ ตรัส ว่า‘ นาม ของ เรา จะ อยู่ ที่ นั่น’ เพื่อ จะ ได้ ทรง กรุณา สดับ ฟัง เมื่อ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ อธิษฐาน ตรง ต่อ ที่ แห่ง นี้ {8:30} เมื่อ ผู้ รับใช้ และ ประชากร อิสราเอล ของ พระองค์ อธิษฐาน วิงวอน ตรง ต่อ ที่ แห่ง นี้ ขอ ทรง สดับ ฟัง จาก ฟ้า สวรรค์ อัน เป็น ที่ ประทับ ของ พระองค์ และ เมื่อ ทรง สดับ แล้ว ขอ ทรง โปรด ยก โทษ {8:31} “ เมื่อ ผู้ ใด ทำ ผิด ต่อ เพื่อนบ้าน และ ต้อง สาบาน และ เขา มา สาบาน หน้า แท่น บูชา ใน พระ วิหาร นี้ {8:32} ขอ ทรง สดับ ฟัง จาก ฟ้า สวรรค์ และ วินิจฉัย ขอ ทรง ตัดสิน ความ ระหว่าง ผู้ รับใช้ ทั้งหลาย ของ พระองค์ ขอ ทรง ลงโทษ คน ผิด และ ให้ สิ่ง ที่ เขา ทำ ตก แก่ ตัว เขา เอง ส่วน ผู้ บริสุทธิ์ ขอ ทรง ประกาศ ว่า เขา ไม่ ผิด เป็น อัน พิสูจน์ ว่า เขา เป็น ผู้ บริสุทธิ์ {8:33} “ เมื่อ อิสราเอล ประชากร ของ พระองค์ ทำบาป ต่อ พระองค์ และ ถูก ศัตรู พิชิต หาก เขา หัน กลับ มา หา พระองค์ ร้อง ทูล ออก พระ นาม ของ พระองค์ อธิษฐาน และ ทูล วิงวอน ต่อ พระองค์ ใน วิหาร แห่ง นี้ {8:34} ขอ ทรง สดับ ฟัง จาก ฟ้า สวรรค์ และ อภัย บาป ของ เหล่า ประชากร อิสราเอล ของ พระองค์ และ นำ เขา กลับ มา ยัง ดินแดน ซึ่ง พระองค์ ประทาน แก่ บรรพบุรุษ ของ เขา {8:35} “ เมื่อ ท้อง ฟ้า ถูก ปิด และ ไม่ มี ฝน เพราะ ประชากร ของ พระองค์ ได้ ทำบาป ต่อ พระองค์ เมื่อ เขา อธิษฐาน ตรง ต่อ ที่ แห่ง นี้ ร้อง ทูล ออก พระ นาม ของ พระองค์ และ หัน จาก บาป ของ ตน เพราะ พระองค์ ได้ ทรง ลงโทษ เขา แล้ว {8:36} ขอ ทรง สดับ ฟัง จาก ฟ้า สวรรค์ และ อภัย บาป ของ ประชากร อิสราเอล ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ ขอ ทรง สอน หนทาง ดำเนิน ชีวิต ที่ ถูกต้อง และ ประทาน ฝน แก่ ดินแดน ซึ่ง ทรง ยก ให้ เป็น มรดก ของ เหล่า ประชากร {8:37} “ หาก เกิด การ กันดาร อาหาร หรือ โรค ระบาด ใน ดินแดน หรือ โรค พืช หรือ โรค รา น้ำค้าง หรือ ตั๊กแตน บุก มา ทำลาย หรือ เหล่า ศัตรู มา ล้อม เมือง ไม่ ว่า จะ เป็น โรค หรือ ภัย พิบัติ ใดๆ ก็ ตาม ที่ เกิด ขึ้น {8:38} เมื่อ มี คำ อธิษฐาน หรือ คำ ทูล วิงวอน จาก ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง ใน หมู่ ประชากร อิสราเอล ของ พระองค์ ซึ่ง แต่ละ คน ย่อม รู้ ถึง ความ ทุกข์ ใจ ของ ตน ดี และ ชู มือ ขึ้น ตรง ต่อ พระ วิหาร แห่ง นี้ {8:39} ขอ ทรง สดับ ฟัง จาก ฟ้า สวรรค์ ที่ ประทับ ของ พระองค์ ขอ ทรง อภัยโทษ และ ทรง จัดการ กับ แต่ละ คน ตาม การ กระทำ ของ เขา เนื่อง จาก พระองค์ ทรง รู้จัก จิตใจ ของ เขา (เพราะ พระองค์ เท่านั้น ทรง ทราบ จิตใจ ของ มนุษย์ ทั้งปวง) {8:40} เพื่อ เขา จะ ยำเกรง พระองค์ ตลอด เวลา ที่ เขา อาศัย อยู่ ใน แผ่นดิน ซึ่ง พระองค์ ประทาน แก่ บรรพบุรุษ ของ เรา {8:41} “ ส่วน คน ต่าง ชาติ ซึ่ง ไม่ ใช่ อิสราเอล ประชากร ของ พระองค์ แต่ ได้ มา จาก แดน ไกล เนื่อง ด้วย พระ นาม ของ พระองค์ {8:42} เพราะ ผู้คน จะ ได้ยิน ถึง พระ นาม อัน ยิ่งใหญ่ พระ หัตถ์ อัน ทรง ฤทธิ์ และ พระ กร ที่ เหยียด ออก ของ พระองค์ เมื่อ เขา มา อธิษฐาน ตรง ต่อ พระ วิหาร นี้ {8:43} ขอ ทรง สดับ ฟัง จาก ฟ้า สวรรค์ ที่ ประทับ ของ พระองค์ และ ขอ ทรง ตอบ คำ อธิษฐาน ที่ คน ต่าง ชาติ ผู้ นั้น ได้ ทูล ขอ พระองค์ เพื่อ มวล ประชาชาติ ใน โลก จะ รู้จัก พระ นาม ของ พระองค์ และ ยำเกรง พระองค์ เช่น เดียว กับ อิสราเอล ประชากร ของ พระองค์ เอง และ รู้ ว่า ข้า พระองค์ ได้ สร้าง พระ นิเวศ แห่ง นี้ เพื่อ พระ นาม ของ พระองค์ {8:44} “ เมื่อ พระองค์ ทรง ใช้ ประชากร ของ พระองค์ ออก ไป รบ กับ ศัตรู ไม่ ว่าที่ ใด และ เขา อธิษฐาน ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มุ่ง ตรง มา ยัง นคร นี้ ที่ ทรง เลือกสรร ไว้ และ ยัง พระ วิหาร แห่ง นี้ ซึ่ง ข้า พระองค์ สร้าง ขึ้น เพื่อ พระ นาม ของ พระองค์ {8:45} ขอ ทรง สดับ ฟัง คำ อธิษฐาน และ คำ ทูล วิงวอน ของ เขา จาก ฟ้า สวรรค์ และ ขอ ทรง ช่วยเหลือ เขา {8:46} “ เมื่อ พวก เขา ทำบาป ต่อ พระองค์ (เพราะ มี ใคร บ้าง ที่ ไม่ ทำบาป เลย) แล้ว พระองค์ ทรง พระ พิโรธ เขา และ ยอม ให้ ศัตรู พิชิต เขา นำ เขา ไป เป็น เชลย ใน ต่าง แดน ไม่ ว่า ใกล้ หรือ ไกล {8:47} และ ถ้า เขา กลับ ใจ ได้ ใน แดน เชลย สำนึก ผิด ทูล วิงวอน ต่อ พระองค์ ใน ดินแดน นั้น และ ทูล ว่า‘ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ได้ ทำบาป ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ผิด ไป แล้ว และ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ได้ ประพฤติ ชั่ว’ {8:48} และ หาก เขา หัน กลับ มา หา พระองค์ ด้วย สุด จิต สุด ใจ ใน แดน เชลย และ อธิษฐาน ตรง มา ยัง ดินแดน แห่ง นี้ ซึ่ง พระองค์ ประทาน แก่ บรรพบุรุษ ตรง มา ยัง นคร ซึ่ง พระองค์ ทรง เลือกสรร และ ยัง พระ วิหาร แห่ง นี้ ซึ่ง ข้า พระองค์ ได้ สร้าง ขึ้น เพื่อ พระ นาม ของ พระองค์ {8:49} ก็ ขอ ทรง สดับ ฟัง คำ อธิษฐาน และ คำ วิงวอน ของ เขา จาก ฟ้า สวรรค์ อัน เป็น ที่ ประทับ ของ พระองค์ และ ขอ ทรง ช่วยเหลือ เขา {8:50} แล้ว ขอ ทรง อภัยโทษ แก่ ประชากร ผู้ ได้ ทำบาป ต่อ พระองค์ และ ยก โทษ การ ล่วงละเมิด ของ พวก เขา ขอ ทรง กระทำ ให้ ผู้ ที่ มี ชัย เหนือ เขา นั้น เมตตา เขา {8:51} เพราะ เขา เป็น ประชากร ของ พระองค์ และ เป็น กรรมสิทธิ์ ของ พระองค์ ซึ่ง พระองค์ ทรง นำ เขา ออก มา จาก อียิปต์ ออก จาก เตา หลอม เหล็ก {8:52} “ ขอ ให้ พระ เนตร ของ พระองค์ เปิด อยู่ และ พระ กรรณ ของ พระองค์ สดับ ฟัง คำ ทูล วิงวอน ของ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ อิสราเอล ประชากร ของ พระองค์ ขอ ทรง สดับ ฟัง ทุกเมื่อ ที่ เขา ร้อง ทูล ต่อ พระองค์ {8:53} เพราะ พระองค์ ทรง แยก เขา ออก มา จาก ประชาชาติ ทั้งปวง ใน โลก เพื่อ เป็น กรรมสิทธิ์ ของ พระองค์ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ องค์ เจ้า ชีวิต ตาม ที่ ทรง ประกาศ ไว้ ผ่าน ทาง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ เมื่อ พระองค์ ทรง นำ บรรพบุรุษ ของ ข้า พระองค์ ทั้งหลาย ออก มา จาก อียิปต์” {8:54} เมื่อ โซโลมอน ทรง อธิษฐาน ทูล วิงวอน ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ดังนี้ แล้ว ก็ ทรง ลุก ขึ้น จาก หน้า แท่น บูชา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ที่ ทรง คุกเข่า และ ชู พระ หัตถ์ ขึ้น สู่ ฟ้า สวรรค์ {8:55} พระองค์ ประทับ ยืน และ อวยพร ประชากร อิสราเอล ทั้งปวง ด้วย พระ สุรเสียง อัน ดัง ว่า {8:56} “ สรรเสริญ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผู้ ประทาน การ หยุด พัก แก่ อิสราเอล ประชากร ของ พระองค์ ตาม ที่ ทรง สัญญา ไว้ คำ มั่น สัญญา ล้ำเลิศ ซึ่ง ประทาน ผ่าน ทาง โมเสส ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ นั้น ไม่ มี สัก คำ เดียว ที่ ล้มเหลว ไป {8:57} ขอ ให้ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ เรา สถิต กับ เรา เหมือน ที่ สถิต กับ เหล่า บรรพบุรุษ ของ เรา ขอ อย่า ได้ ทรง ทอดทิ้ง หรือ ละ จาก เรา เลย {8:58} ขอ ทรง หัน ใจ ของ เรา มา หา พระองค์ ให้ ดำเนิน ใน ทาง ทั้งปวง ของ พระองค์ และ ปฏิบัติ ตาม คำ บัญชา กฎหมาย และ กฎ ระเบียบ ที่ ทรง ให้ ไว้ แก่ เหล่า บรรพบุรุษ ของ เรา {8:59} และ ขอ ให้ คำ อธิษฐาน ที่ ข้าพเจ้า ได้ กล่าว ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า นี้ อยู่ ใกล้ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ เรา เสมอ ไป ทั้ง กลางวัน และ กลางคืน เพื่อ พระองค์ จะ ทรง ช่วยเหลือ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ อิสราเอล ประชากร ของ พระองค์ ตาม ความ จำเป็น ใน แต่ละ วัน ของ เรา {8:60} เพื่อ ชน ชาติ ทั้งหลาย ทั่ว โลก จะ ได้ ทราบ ว่า พระ ยาห์เวห์ ทรง เป็น พระเจ้า และ ไม่ มี พระเจ้า อื่น ใด เลย {8:61} แต่ จิตใจ ของ ท่าน จะ ต้อง ยอม จำนน อย่าง สิ้นเชิง ต่อ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ เรา ที่ จะ ดำเนิน ชีวิต ตาม กฎหมาย และ เชื่อฟัง พระ บัญชา ของ พระองค์ ดัง เช่น ขณะ นี้” {i8:62} การ ถวาย พระ วิหาร (2 พศด.7:1-10) {8:62} จาก นั้น กษัตริย์ และ อิสราเอล ทั้งปวง ที่ อยู่ กับ พระองค์ ถวาย เครื่องบูชา ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า {8:63} โซโลมอน ทรง ถวาย เครื่อง สันติ บูชา แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า คือ วัว ผู้ 22,000 ตัว แกะ และ แพะ 120,000 ตัว เป็น อัน ว่า กษัตริย์ และ ปวง ชน อิสราเอล ได้ ถวาย พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {8:64} ใน วัน นั้น กษัตริย์ ทรง ประกอบ พิธี ชำระ ส่วนกลาง ของ ลาน หน้า พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ถวาย เครื่อง เผา บูชา ธัญ บูชา และ ไขมัน ของ เครื่อง สันติ บูชา ที่ นั่น เพราะ แท่น ทองสัมฤทธิ์ ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า นั้น เล็ก เกิน ไป สำหรับ เครื่อง เผา บูชา ธัญ บูชา และ ไขมัน ของ เครื่อง สันติ บูชา {8:65} โซโลมอน ทรง ร่วม พิธี ฉลอง กับ ประชากร อิสราเอล ทั้งหมด ที่ นั่น ซึ่ง เป็น การ ชุมนุม ประชากร ครั้ง ใหญ่ ผู้คน จาก เลโบฮามัท จด ลำ น้ำ แห่ง อียิปต์ พา กัน มา เฉลิม ฉลอง ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า ของ เรา ตลอด เจ็ด วัน แล้ว ฉลอง ต่อ อีก เจ็ด วัน รวม เป็น สิบ สี่ วัน {8:66} ใน วัน รุ่งขึ้น โซโลมอน ทรง อำลา เหล่า ประชากร พวก เขา กล่าว ถวาย พระ พร แล้ว กลับ บ้าน ด้วย จิตใจ เบิกบาน ยินดี ใน สิ่ง ดี งาม ทั้งปวง ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง กระทำ เพื่อ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ อิสราเอล ประชากร ของ พระองค์ {i9:1} องค์ พระผู้เป็นเจ้า (2 พศด.7:11-22) {9:1} เมื่อ โซโลมอน ทรง สร้าง พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระ ราช วัง และ สิ่ง อื่นๆ ทั้งหมด เสร็จสิ้น ตาม ที่ ประสงค์ แล้ว {9:2} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ปรากฏ แก่ โซโลมอน เป็น ครั้ง ที่ สอง เหมือน ที่ ได้ ปรากฏ มา แล้ว ที่ กิเบโอน {9:3} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ โซโลมอน ว่า“ เรา ได้ยิน คำ อธิษฐาน และ คำ วิงวอน ของ เจ้า ต่อ เรา แล้ว เรา ได้ ชำระ วิหาร ที่ เจ้า สร้าง ขึ้น นี้ ให้ บริสุทธิ์ โดย สถาปนา นาม ของ เรา ไว้ ที่ นั่น ชั่ว นิรันดร์ ตา และ ใจ ของ เรา จะ อยู่ ที่ นั่น เสมอ ไป {9:4} “ ส่วน เจ้า หาก เจ้า ดำเนิน อยู่ ต่อ หน้า เรา ด้วย ใจ ซื่อสัตย์ สุจริต และ ชอบธรรม เหมือน อย่าง ดา วิด ราช บิดา ของ เจ้า ทำ ตาม คำ บัญชา ทั้งสิ้น ของ เรา และ รักษา กฎหมาย กับ บทบัญญัติ ของ เรา {9:5} เรา ก็ จะ สถาปนา ราชบัลลังก์ ของ เจ้า เหนือ อิสราเอล ตลอด ไป ตาม ที่ เรา ได้ สัญญา ไว้ กับ ดา วิด ราช บิดา ของ เจ้า ว่า‘ เจ้า จะ ไม่ ขาด คน ครอง บัลลังก์ อิสราเอล เลย’ {9:6} “ แต่ หาก เจ้า หรือ ลูกหลาน ของ เจ้า ละทิ้ง เรา ไม่ ได้ ปฏิบัติ ตาม คำ บัญชา และ กฎหมาย ที่ เรา ได้ ให้ แก่ เจ้า หัน ไป ปรนนิบัติ นมัสการ พระ อื่นๆ {9:7} เรา ก็ จะ ตัด อิสราเอล ออก จาก ดินแดน ซึ่ง เรา ได้ ยก ให้ เขา เรา จะ ทิ้ง วิหาร แห่ง นี้ ซึ่ง เรา ได้ ชำระ ให้ บริสุทธิ์ เพื่อ นาม ของ เรา อิสราเอล จะ กลาย เป็น ที่ เย้ยหยัน และ คำ เปรียบเปรย ใน หมู่ ประชาชาติ {9:8} ถึง แม้ ว่า บัดนี้ วิหาร จะ ตั้ง เด่น ตระหง่าน คน ทั้งปวง ที่ ผ่าน ไป มา ก็ จะ ตก ตะลึง และ จะ เยาะเย้ย ว่า‘ ทำไม หนอ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ทรง กระทำ ต่อ วิหาร และ ดินแดน นี้ ถึง เพียง นี้?’ {9:9} ผู้คน จะ ตอบ ว่า‘ เพราะ พวก เขา ได้ ละทิ้ง พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ พวก เขา ผู้ ทรง นำ บรรพบุรุษ ของ พวก เขา ออก จาก อียิปต์ หัน ไป ฝักใฝ่ ปรนนิบัติ นมัสการ พระ อื่นๆ แทน ดังนั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ทรง นำ เหตุ ร้าย ทั้งหมด นี้ มา สู่ พวก เขา’” {i9:10} พระ ราชกิจ อื่นๆ ของ โซโลมอน (2 พศด.8:1-18) {9:10} ใน ตอน ปลาย ของ ช่วง ยี่ สิบ ปี ที่ โซโลมอน ทรง ก่อสร้าง พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ พระ ราช วัง ของ พระองค์ เอง {9:11} กษัตริย์ โซโลมอน ทรง มอบ เมือง ยี่ สิบ แห่ง ใน กา ลิ ลี ให้ กษัตริย์ ฮี ราม แห่ง ไท ระ เป็น ค่า ตอบแทน สำหรับ ไม้ สน ซี ดาร์ ไม้ สน อื่นๆ และ ทองคำ ซึ่ง กษัตริย์ โซโลมอน ทรง ประสงค์ {9:12} แต่ เมื่อ ฮี ราม เสด็จ จาก ไท ระ มา ทอด พระ เนตร เมือง เหล่า นี้ ที่ โซโลมอน มอบ ให้ ก็ ไม่ พอ พระทัย เลย {9:13} ฮี ราม ตรัส ว่า“ น้อง เอ๋ย เอา เมือง อะไร มา ยก ให้ พี่ กัน นี่” เมือง เหล่า นั้น จึง ได้ ชื่อ ว่า ดินแดน คาบูล มา จน ทุก วัน นี้ {9:14} ฮี ราม ได้ ส่ง ทองคำ มา ให้ โซโลมอน ถึง ประมาณ 4 ตัน {9:15} โซโลมอน ทรง เกณฑ์ แรงงาน โยธา มา ก่อสร้าง พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระ ราช วัง ป้อม มิ ลโล กำแพง กรุง เยรูซาเล็ม เมือง ฮา โซร์เมกิด โด และ เก เซอร์ {9:16} (ฟาโรห์ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ ทรง โจมตี และ เข้า ยึด เก เซอร์ แล้ว เผา ทิ้ง ประหาร ชาว คา นา อัน ผู้ อาศัย อยู่ ใน เมือง ต่อ มา ได้ ประทาน เมือง นี้ เป็น สินสมรส แก่ ราช ธิดา ซึ่ง เป็น มเหสี ของ โซโลมอน {9:17} และ โซโลมอน ทรง ซ่อมแซม เมือง เก เซอร์) ทรง สร้าง เบธโฮโรนล่าง {9:18} บา อา ลัทและทัดโมร์ ใน ถิ่น กันดาร ใน ดินแดน ยูดาห์ {9:19} ทั้ง ยัง ทรง สร้าง เมือง ต่างๆ เพื่อ เป็น คลัง เสบียง ของ พระองค์ และ สร้าง เมือง สำหรับ รถม้า ศึก และ ม้า พระองค์ ทรง สร้าง ทุกๆ สิ่ง ที่ ทรง ประสงค์ ใน เยรูซาเล็ม เลบานอน และ ที่ ต่างๆ ทั่ว อาณาเขต ที่ พระองค์ ทรง ปกครอง {9:20} ส่วน บรรดา คน ที่ เหลือ อยู่ ที่ เป็น ชาว ฮิต ไทต์ ชาว อา โม ไรต์ชาวเปริสซีชาวฮีไวต์ และ ชาว เย บุ ส (คน เหล่า นี้ ไม่ ใช่ ชาว อิสราเอล) {9:21} คือ ลูกหลาน ที่ เหลือ อยู่ ของ คน เหล่า นี้ ซึ่ง ชน อิสราเอล ไม่ สามารถ ทำลาย ล้าง ให้ หมด สิ้น ได้ โซโลมอน ทรง เกณฑ์ คน เหล่า นี้ มา เป็น แรงงาน ทาส จน ถึง ทุก วัน นี้ {9:22} แต่ โซโลมอน ไม่ ได้ ทรง เกณฑ์ ให้ พลเมือง อิสราเอล คน ใด เป็น ทาส แต่ ให้ เป็น พลรบ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นาย ทัพ ผู้ บัญชาการ รถ รบ และ พล รถ รบ {9:23} และ มี เจ้าหน้าที่ 550 คน เป็น ผู้ ควบคุม ดูแล แรงงาน โยธา ใน โครงการ ต่างๆ ของ โซโลมอน {9:24} หลัง จาก ราช ธิดา ของ ฟาโรห์ เสด็จ จาก เมือง ดา วิด มา ยัง พระ ราช วัง ที่ โซโลมอน ทรง สร้าง ให้ โซโลมอน ก็ ทรง สร้าง ป้อม มิ ลโล {9:25} โซโลมอน ทรง ถวาย เครื่อง เผา บูชา และ เครื่อง สันติ บูชา ปี ละ สาม ครั้ง บน แท่น ซึ่ง ทรง สร้าง ขึ้น ถวาย แด่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ เผา เครื่อง หอม ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ด้วย ก็ เป็น อัน เรียบร้อย ตาม ภาระ หน้าที่ ซึ่ง มี ต่อ พระ วิหาร {9:26} กษัตริย์ โซโลมอน ยัง ได้ ทรง สร้าง กอง เรือ ขึ้น ที่ เอ ซี โอน เก เบอร์ ซึ่ง ใกล้ เอ ลัท ใน เอ โดม บน ชายฝั่ง ทะเล แดง ด้วย {9:27} และ กษัตริย์ ฮี ราม ประทาน กะลาสี ผู้ ช่ำชอง ให้ ร่วม ทำงาน ใน กอง เรือ กับ คน ของ โซโลมอน {9:28} พวก เขา เดิน เรือ ไป ที่ เมือง โอ ฟีร์ แล้ว นำ ทองคำ กลับ มา ถวาย กษัตริย์ โซโลมอน หนัก ถึง ประมาณ 14.5 ตัน {i10:1} ราชินี แห่ง เช บา มา เยือน โซโลมอน (2 พศด.9:1-12) {10:1} เมื่อ ราชินี แห่ง เช บาท รง ได้ยิน กิตติศัพท์ ของ โซโลมอน ซึ่ง ถวาย พระ เกียรติ แด่ พระ นาม ของ พระ ยาห์เวห์ ก็ เสด็จ มา ทดสอบ โดย ตั้ง ปัญหา ยากๆ {10:2} พระนาง ทรง มา ถึง กรุง เยรูซาเล็ม พร้อม กับ กอง คาราวาน ใหญ่ มี อูฐ บรรทุก เครื่องเทศ ทองคำ จำนวน มาก และ เพชร นิล จินดา พระนาง เข้า เฝ้า โซโลมอน และ ทรง สนทนา ทุก เรื่อง ที่ ทรง ดำริ ไว้ {10:3} โซโลมอน ทรง ตอบ ปัญหา ของ พระนาง ได้ ทุก ข้อ ไม่ มี สิ่ง ใด ยาก เกิน กว่า ที่ กษัตริย์ จะ ทรง อธิบาย แก่ พระนาง {10:4} เมื่อ ราชินี แห่ง เช บาท รง เห็น พระ สติปัญญา ทั้งสิ้น ของ โซโลมอน และ พระ ราช วัง ที่ ทรง สร้าง ขึ้น {10:5} อาหาร บน โต๊ะ เสวย ข้า ราช บริพาร ที่ เข้า เฝ้า มหาดเล็ก ใน เครื่องแบบ พนักงาน เชิญ จอก เสวย และ เครื่อง เผา บูชา มากมาย ซึ่ง ถวาย ที่ พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า พระนาง ก็ ประหลาด พระทัย เป็น ล้นพ้น {10:6} พระนาง ตรัส กับ กษัตริย์ ว่า“ ที่ หม่อมฉัน ได้ยิน ได้ ฟัง มา ใน ประเทศ ของ หม่อมฉัน เกี่ยว กับ ความ สำเร็จ และ พระ ปรีชา ญาณ ของ ฝ่าพระบาท ล้วน เป็น ความ จริง {10:7} แต่ หม่อมฉัน ไม่ เชื่อ มา ก่อน เลย จน กระทั่ง ได้ มา เห็น กับ ตา แท้ จริง แล้ว สิ่ง ที่ หม่อมฉัน ได้ยิน มา ก็ ยัง ไม่ ถึง ครึ่ง พระ ปรีชา ญาณ และ ความ มั่งคั่ง ของ ฝ่าพระบาท ยิ่งใหญ่ กว่า ที่ เขา ร่ำ ลือ กัน มาก นัก {10:8} ไพร่ฟ้า ของ ฝ่าพระบาท คง มี ความ สุข ยิ่งนัก! ข้า ราช บริพาร ของ ฝ่าพระบาท คง มี ความ สุข ที่ ได้ เข้า เฝ้า และ สดับ ฟัง พระ ปัญญา ของ ฝ่าพระบาท อยู่ เสมอ! {10:9} สรรเสริญ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ฝ่าพระบาท ที่ ทรง โปรดปราน และ ตั้ง ฝ่าพระบาท ขึ้น ครอง ราชบัลลังก์ แห่ง อิสราเอล เนื่อง ด้วย ความ รัก นิรันดร์ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ที่ ทรง มี ต่อ อิสราเอล จึง ทรง ตั้ง ฝ่าพระบาท เป็น กษัตริย์ เพื่อ ผดุง ความ ยุติธรรม และ ความ ชอบธรรม” {10:10} จาก นั้น พระนาง ถวาย เครื่อง บรรณาการ แด่ กษัตริย์ เป็น ทองคำ หนัก ประมาณ 4 ตัน เครื่องเทศ มากมาย และ อัญมณี ล้ำ ค่า ไม่ เคย มี ใคร นำ เครื่องเทศ มา ถวาย มาก เท่ากับ ที่ ราชินี แห่ง เช บาท รง นำ มา ถวาย แด่ กษัตริย์ โซโลมอน อีก เลย {10:11} (กอง เรือ ของ ฮี ราม นำ ทองคำ มา จาก โอ ฟีร์ พร้อม ด้วย ไม้ จันทน์ จำนวน มาก และ เพชร นิล จินดา ล้ำ ค่า {10:12} โซโลมอน ทรง ใช้ ไม้ จันทน์ ทำ เสา พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ราช วัง ทำ พิณ เขา คู่ และ พิณ ใหญ่ สำหรับ เหล่า นัก ดนตรี ไม่ เคย เห็น การ นำ เข้า ไม้ จันทน์ จำนวน มากมาย อย่าง นั้น มา ก่อน เลย) {10:13} กษัตริย์ โซโลมอน ประทาน ทุก สิ่ง ตาม ที่ ราชินี แห่ง เช บาท รง ประสงค์ และ ทูล ขอ นอกเหนือ จาก ของ กำนัล ที่ โซโลมอน ประทาน จาก ท้อง พระ คลัง จาก นั้น พระนาง และ ขบวน ตาม เสด็จ ก็ กลับ สู่ ประเทศ ของ ตน {i10:14} สง่าราศี ของ โซโลมอน (2 พศด.1:14-17;9:13-28) {10:14} ทุก ปี โซโลมอน ได้ รับ ทองคำ หนัก ประมาณ 23 ตัน {10:15} ยัง ไม่ รวม ภาษี อากร จาก พ่อค้า วาณิช และ เครื่อง บรรณาการ จาก บรรดา กษัตริย์ อาระเบีย และ เหล่า ผู้ปกครอง ของ ดินแดน นั้น {10:16} กษัตริย์ โซโลมอน ทรง ให้ นำ ทองคำ มา ตี เป็น โล่ ใหญ่ 200 อัน แต่ละ อัน ใช้ ทองคำ หนัก ประมาณ 3.5 กิโลกรัม {10:17} และ ทำ เป็น โล่ เล็ก 300 อัน แต่ละ อัน ใช้ ทองคำ หนัก ประมาณ 1.7 กิโลกรัม พระองค์ ทรง เก็บ โล่ เหล่า นี้ ไว้ ใน ตำหนัก พนา เลบานอน {10:18} แล้ว กษัตริย์ ยัง ได้ ทรง ทำ พระ ที่นั่ง ขนาด ใหญ่ ตกแต่ง ด้วย งาช้าง และ บุ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ {10:19} พระ ที่นั่ง นี้ มี บันได หก ขั้น ด้าน บน พนัก หลัง เป็น รูป วงกลม ที่ วาง พระ หัตถ์ ทั้ง สอง ข้าง มี สิงโต ขนาบ ข้าง ละ ตัว {10:20} ที่ บันได แต่ละ ขั้น มี สิงโต ยืน อยู่ ข้าง ละ ตัว รวม เป็น สิบ สอง ตัว ไม่ เคย มี เช่น นี้ ใน ราช อาณาจักร อื่น {10:21} ถ้วย เสวย ทุก ใบ ของ กษัตริย์ โซโลมอน ทำ ด้วย ทองคำ และ เครื่อง ใช้ ไม้ สอย ทั้งหมด ใน ตำหนัก พนา เลบานอน ล้วน ทำ ด้วย ทองคำ บริสุทธิ์ ไม่ มี สิ่ง ใด ทำ ด้วย เงิน เพราะ ใน สมัย โซโลมอน ถือ ว่า เงิน ด้อย ค่า {10:22} กษัตริย์ ทรง มี กอง เรือ พาณิชย์ ร่วม เดิน ทะเล กับ กอง เรือ ของ ฮี ราม เรือ จะ บรรทุก ทองคำ เงิน งาช้าง ลิง และ ลิง บาบูน กลับ มา ทุก สาม ปี {10:23} กษัตริย์ โซโลมอน ทรง มั่งคั่ง และ มี พระ ปรีชา ญาณ เหนือ กว่า กษัตริย์ ใดๆ ทั้งปวง ใน แผ่นดิน โลก {10:24} คน ทั่ว โลก ใคร่ จะ มาส ดับ ฟัง สติปัญญา ซึ่ง พระเจ้า ประทาน ไว้ ใน พระทัย ของ พระองค์ {10:25} ปี แล้ว ปี เล่า ทุก คน ที่ มา จะ นำ เครื่อง บรรณาการ มา ถวาย ได้แก่ เครื่องเงิน เครื่อง ทอง เสื้อ ผ้า อาภรณ์ อาวุธ เครื่องเทศ ม้า และ ล่อ {10:26} โซโลมอน ทรง สะสม รถม้า ศึก และ ม้า พระองค์ ทรง มี รถม้า ศึก 1,400 คัน และ ม้า 12,000 ตัว ซึ่ง พระองค์ ทรง เก็บ บาง ส่วน ไว้ ที่ หัว เมือง ซึ่ง ใช้ เก็บ รถม้า ศึก และ บาง ส่วน อยู่ กับ พระองค์ ที่ กรุง เยรูซาเล็ม {10:27} พระองค์ ทรง ทำให้ เงิน ใน กรุง เยรูซาเล็ม มี มากมาย เหมือน ก้อน หิน และ มี ไม้ สน ซี ดาร์ ดาษดื่น เหมือน ต้น มะเดื่อ แถบ เชิง เขา {10:28} ม้า ของ โซโลมอน นั้น นำ เข้า จาก อียิปต์ และ จาก คู เอ คือ พ่อค้า หลวง ซื้อ มา จาก คู เอ {10:29} รถม้า ศึก แต่ละ คัน ที่ นำ เข้า จาก อียิปต์ มี ราคา เท่ากับ เงิน หนัก 600 เชเขล ม้า ราคา ตัว ละ 150 เช เข ลพ วก เขา ยัง ส่ง ออก ไป ขาย ต่อ ให้ กษัตริย์ ทั้งปวง ของ ชาว ฮิต ไทต์ และ ของ ชาว อา รัม ด้วย {i11:1} มเหสี ของ โซโลมอน {11:1} นอกเหนือ จาก ธิดา ของ ฟาโรห์ แล้ว โซโลมอน ทรง รัก หญิง ต่าง ชาติ จำนวน มาก ได้แก่ ชาติ โม อับ อัมโมน เอ โดม ไซ ดอน และ ฮิต ไทต์ {11:2} พวก นาง มา จาก ชน ชาติ ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ห้าม ประชากร อิสราเอล ว่า“ เจ้า จง อย่า แต่งงาน กับ คน เหล่า นั้น เพราะ พวก เขา จะ ชักนำ เจ้า ให้ หัน ไป ฝักใฝ่ พระ ต่างๆ ของ เขา อย่าง แน่นอน” ถึง กระนั้น โซโลมอน ก็ ทรง ผูกพัน รักใคร่ หญิง เหล่า นั้น {11:3} โซโลมอน ทรง มี มเหสี เป็น เจ้า หญิง เจ็ด ร้อย คน และ นาง สนม สาม ร้อย คน หญิง เหล่า นี้ ทำให้ โซโลมอน หลง ไป {11:4} เมื่อ โซโลมอน ทรง ชราภาพ หญิง เหล่า นี้ โน้มน้าว พระทัย ให้ ไป ติดตาม พระ ต่างๆ โซโลมอน ไม่ ได้ ทรง ภักดี ต่อ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ พระองค์ อย่าง สุด ใจ เหมือน ดา วิด ราช บิดา {11:5} พระองค์ ทรง หัน ไป ติดตาม พระ อัชโทเรท เทวี ของ ชาว ไซ ดอน และ พระ โม เลค เทพเจ้า อัน น่า ชิงชัง ของ ชาว อัมโมน {11:6} ดังนั้น โซโลมอน ทรง ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ไม่ ได้ ทรง ติดตาม องค์ พระผู้เป็นเจ้า อย่าง สุด ใจ เหมือน ที่ ดา วิด ราช บิดา ได้ ทรง ทำ {11:7} โซโลมอน ถึง กับ สร้าง สถาน บูชา บน ที่ สูง บน เนิน เขา ทาง ตะวัน ออก ของ กรุง เยรูซาเล็ม อุทิศ แด่ พระ เค โม ช เทพเจ้า อัน น่า ชิงชัง ของ โม อับ และ สำหรับ พระ โม เลค เทพเจ้า อัน น่า ชิงชัง ของ ชาว อัมโมน {11:8} พระองค์ ทรง สร้าง สถาน บูชา บน ที่ สูง ต่างๆ ขึ้น เพื่อ ให้ มเหสี ต่าง ชาติ ทั้งหลาย เผา เครื่อง หอม และ ถวาย เครื่องบูชา แด่ เทพเจ้า ของ พวก นาง {11:9} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง พระ พิโรธ โซโลมอน ที่ หันเห พระทัย จาก พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ผู้ ทรง ปรากฏ แก่ โซโลมอน ถึง สอง ครั้ง สอง ครา {11:10} ทั้งๆ ที่ พระองค์ ทรง ห้าม โซโลมอน ไม่ ให้ ไป ติดตาม พระ อื่นๆ โซโลมอน ก็ ยัง ทรง ฝ่าฝืน พระ บัญชา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {11:11} ดังนั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ตรัส กับ โซโลมอน ว่า“ เนื่อง จาก เจ้า มี ท่าที เช่น นี้ และ ไม่ ได้ รักษา พัน ธ สัญญา และ กฎหมาย ซึ่ง เรา ได้ สั่ง เจ้า ไว้ เรา จะ ฉีก อาณาจักร ของ เจ้า อย่าง แน่นอน ที่สุด และ แบ่ง ให้ ผู้ ใต้ บังคับบัญชา คน หนึ่ง ของ เจ้า {11:12} แต่ เพื่อ เห็นแก่ ดา วิด ราช บิดา ของ เจ้า เรา จะ ยัง ไม่ ทำ เช่น นั้น ใน ชั่ว ชีวิต ของ เจ้า เรา จะ ริบ อาณาจักร จาก บุตร ชาย ของ เจ้า {11:13} แต่ เรา จะ ไม่ ริบ ไป หมด ทั้ง อาณาจักร เรา จะ เหลือ ชน เผ่า หนึ่ง ไว้ ให้ เพราะ เห็นแก่ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา และ เยรูซาเล็ม ที่ เรา ได้ เลือกสรร ไว้” {i11:14} ศัตรู ของ โซโลมอน {11:14} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง กระทำ ให้ ศัตรู คน หนึ่ง แข็งกร้าว ต่อ โซโลมอน คือ ฮา ดัด ซึ่ง เป็น เชื้อ พระ วงศ์ ผู้ หนึ่ง ของ เอ โดม {11:15} ก่อนหน้า นี้ เมื่อ ดา วิด รบ กับ เอ โดม แม่ทัพ โย อาบ ซึ่ง ขึ้น มา ฝัง ศพ ผู้ ตาย ใน สงคราม ได้ สังหาร ผู้ชาย ทั้งปวง ใน เอ โดม {11:16} โย อาบ และ ชน อิสราเอล ทั้งปวง อยู่ ที่ นั่น หก เดือน จน สังหาร ชาย ชาว เอ โดม ได้ ทั้งหมด {11:17} แต่ ฮา ดัด ซึ่ง ขณะ นั้น ยัง เป็น เด็ก พร้อม กับ ข้าราชการ เอ โดม บาง คน ที่ รับใช้ บิดา ของ เขา ได้ หนี ไป อียิปต์ {11:18} พวก เขา พา กัน เล็ดลอด ออก จาก มีเดีย น หนี ไป ยัง ปา ราน แล้ว มี คน จาก ปา ราน มา สมทบ ติดตาม กัน ไป ถึง อียิปต์ ฟาโรห์ กษัตริย์ แห่ง อียิปต์ ได้ ประทาน บ้าน ที่ดิน และ อาหาร ให้ ฮา ดัด {11:19} ฟาโรห์ โปรดปราน ฮา ดัด มาก จึง ยก น้อง สาว ของ มเหสี ทาห์เปเนส ให้ เป็น ภรรยา {11:20} นาง ได้ ให้ กำเนิด บุตร ชาย ชื่อ เก นูบัทซึ่ งม เห สี ทาห์เปเนส ได้ ชุบเลี้ยง ให้ เติบ โต ขึ้น ใน พระ ราช วัง ร่วม กับ โอรส ทั้งหลาย ของ ฟาโรห์ {11:21} เมื่อ ฮา ดัด ได้ ข่าว ว่า ดา วิด และ แม่ทัพ โย อาบ สิ้น ชีพ แล้ว ฮา ดัด ทูล ขอ อนุญาต ฟาโรห์ ว่า“ ขอ ให้ ข้า พระ บาท ได้ กลับ ไป บ้านเมือง ของ ข้า พระ บาท เถิด” {11:22} ฟาโรห์ ตรัส ถาม ว่า“ อยู่ ที่ นี่ เจ้า ขาดแคลน อะไร หรือ ถึง อยาก กลับ ไป บ้านเมือง ของ เจ้า?” ฮา ดัด ทูล ว่า“ ข้า พระ บาท ไม่ ขาด สิ่ง ใด เลย แต่ โปรด ให้ ข้า พระ บาท ไป เถิด!” {11:23} ศัตรู อีก คน หนึ่ง ของ โซโลมอน ซึ่ง พระเจ้า ทรง ยก ให้ มี อำนาจ ขึ้น คือ เร โซน บุตร เอ ลี ยาดา ซึ่ง หนี มา จาก ฮา ดัด เอเซอร์ กษัตริย์ แห่ง โศบาห์ ผู้ เป็น นาย {11:24} เมื่อ ดา วิด ทำลาย กอง กำลัง ของ เมือง โศบาห์ เร โซน ได้ รวบรวม ผู้คน และ ตั้ง ตน เป็น หัวหน้า กองโจร พา กัน หนี ไป ยัง ดา มัสกัส ที่ ซึ่ง เขา ตั้ง รกราก และ ยึดครอง ได้ {11:25} ตลอด พระ ชนม์ ชีพ ของ โซโลมอน เร โซน คือ ศัตรู ของ อิสราเอล นอกเหนือ จาก ความ ทุกข์ ร้อน อัน เนื่อง มา จาก ฮา ดัด เร โซน ปกครอง อยู่ ใน อา รัม และ เป็น ศัตรู ต่อ อิสราเอล {i11:26} เย โร โบ อัม กบฏ ต่อ โซโลมอน {11:26} เย โร โบ อัมบุตรเนบัท ก็ กบฏ ต่อ กษัตริย์ ด้วย เขา เป็น ข้าราชการ คน หนึ่ง ของ โซโลมอน เป็น คน เผ่า เอฟ รา อิมจากเศเรดาห์ มารดา เป็น หญิง ม่าย ชื่อ เศรุวาห์ {11:27} เรื่องราว การ กบฏ ของ เย โร โบ อัม มี ดังนี้ โซโลมอน ทรง ปฏิสังขรณ์ ป้อม มิ ลโล ซ่อมแซม กำแพง เมือง ของ ดา วิด ราช บิดา ของ พระองค์ {11:28} เย โร โบ อัม เป็น คน ที่ มี ความ สามารถ มาก เมื่อ โซโลมอน ทรง เห็น ว่า เป็น คน หนุ่ม หน่วยก้าน ดี ก็ ทรง แต่งตั้ง ให้ เป็น ผู้ บัญชาการ กอง โยธา จาก ตระกูล โย เซฟ {11:29} วัน หนึ่ง ขณะ ที่ เย โร โบ อัม กำลัง ออก จาก เมือง เยรูซาเล็ม ก็ พบ กับ ผู้ เผย พระ วจนะ อา หิยาห์ จาก เมือง ชิ โลห์ ซึ่ง สวม เสื้อ คลุม ตัว ใหม่ คน ทั้ง สอง อยู่ ตาม ลำพัง กลาง ทุ่ง {11:30} อา หิยาห์ ก็ ฉีก เสื้อ คลุม ของ ตน ออก เป็น สิบ สอง ชิ้น {11:31} แล้ว กล่าว กับ เย โร โบ อัมว่า“ จง รับ ไป สิบ ชิ้น เพราะ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ตรัส ว่า‘ ดู เถิด เรา จะ ฉีก อาณาจักร จาก มือ โซโลมอน และ ยก ให้ เจ้า สิบ เผ่า {11:32} แต่ เรา จะ เหลือ ไว้ ให้ เขา เผ่า หนึ่ง เพื่อ เห็นแก่ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา และ กรุง เยรูซาเล็ม ซึ่ง เรา ได้ เลือกสรร จาก เผ่า ทั้งปวง ของ อิสราเอล {11:33} ทั้งนี้ เพราะ พวก เขา ได้ ละทิ้ง เรา ไป กราบ ไหว้ พระ อัชโทเรท เทวี ของ ชาว ไซ ดอน พระ เค โม ช เทพเจ้า ของ ชาว โม อับ และ พระ โม เลค เทพเจ้า ของ ชาว อัมโมน เขา ไม่ ได้ ดำเนิน ใน ทาง ของ เรา ไม่ ได้ ทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สายตา ของ เรา และ ไม่ ได้ ปฏิบัติ ตาม กฎเกณฑ์ และ บทบัญญัติ ของ เรา เหมือน ดา วิด ราช บิดา ของ เขา {11:34} “‘ แต่ เรา จะ ไม่ ริบ ทั้ง อาณาจักร ไป จาก มือ ของ โซโลมอน เพื่อ เห็นแก่ ดา วิด ผู้ รับใช้ ที่ เรา ได้ เลือกสรร ผู้ ซึ่ง เชื่อฟัง คำ บัญชา และ กฎเกณฑ์ ของ เรา เรา จะ อนุญาต ให้ โซโลมอน ครอง ราชย์ ไป ตลอด ชีวิต {11:35} เรา จะ ริบ อาณาจักร จาก มือ ลูก ของ เขา และ ยก ให้ เจ้า สิบ เผ่า {11:36} เรา จะ ยก เผ่า หนึ่ง ให้ ลูก ของ เขา เพื่อ ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา จะ มีด วง ประทีป ดวง หนึ่ง ต่อ หน้า เรา เสมอ ใน เยรูซาเล็ม นคร ซึ่ง เรา ได้ เลือก ที่ จะ สถาปนา นาม ของ เรา {11:37} ส่วน เจ้า เรา จะ ตั้ง เจ้า ให้ ปกครอง เหนือ ทุก สิ่ง ที่ ใจ ของ เจ้า ปรารถนา เจ้า จะ เป็น กษัตริย์ เหนือ อิสราเอล {11:38} หาก เจ้า ทำ ทุก อย่าง ตาม ที่ เรา สั่ง ดำเนิน ใน ทาง ของ เรา และ ทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สายตา ของ เรา โดย ปฏิบัติ ตาม กฎเกณฑ์ และ คำ บัญชา ของ เรา เหมือน อย่าง ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา เรา จะ อยู่ กับ เจ้า และ จะ สร้าง ราชวงศ์ ที่มั่น คง ให้ แก่ เจ้า เหมือน ที่ เรา ได้ ทำ เพื่อ ดา วิด และ ยก อิสราเอล ให้ เจ้า ปกครอง {11:39} เรา จะ กำราบ วงศ์วาน ของ ดา วิด ด้วย เหตุ นี้ แต่ ไม่ ตลอด ไป’” {11:40} โซโลมอน ทรง พยายาม ที่ จะ สังหาร เย โร โบ อัม แต่ เย โร โบ อัม หนี ไป พึ่ง กษัตริย์ ชิ ชัก แห่ง อียิปต์ และ อยู่ ที่ นั่น จวบ จน โซโลมอน สิ้น พระ ชนม์ {i11:41} โซโลมอน สิ้น พระ ชนม์ (2 พศด.9:29-31) {11:41} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล โซโลมอน คือ พระ ราชกิจ และ พระ ปรีชา ญาณ ทั้งปวง ที่ ทรง สำแดง มี บันทึก ไว้ ใน จดหมายเหตุ ของ โซโลมอน ไม่ ใช่ หรือ? {11:42} โซโลมอน ทรง ครอง ราชย์ เหนือ อิสราเอล ใน กรุง เยรูซาเล็ม เป็น เวลา สี่ สิบ ปี {11:43} แล้ว ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ ถูก ฝัง ไว้ ใน เมือง ของ ดา วิด ราช บิดา ของ พระองค์ และ เร โหโบอัม ราช โอรส ของ พระองค์ ก็ ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {i12:1} อิสราเอล กบฏ ต่อ เร โหโบอัม (2 พศด.10:1— 11:4) {12:1} เร โหโบอัม เสด็จ ไป ที่ เชเคม เพราะ ชาว อิสราเอล ทั้งปวง พา กัน ไป ที่ นั่น เพื่อ ตั้ง เร โหโบอัม ขึ้น เป็น กษัตริย์ {12:2} เมื่อ เย โร โบ อัมบุตรเนบัท (ซึ่ง หนี กษัตริย์ โซโลมอน ไป อยู่ ใน อียิปต์) ทราบ ข่าว จึง กลับ มา จาก อียิปต์ {12:3} พวก เขา ก็ ส่ง คน ไป ตาม เย โร โบ อัม มา แล้ว เขา กับ ชุมนุม ประชากร อิสราเอล ทั้งปวง ก็ เข้า เฝ้า และ ทูล เร โหโบอัมว่า {12:4} “ ราช บิดา ของ ฝ่าพระบาท ทรง วาง แอก หนัก ให้ พวก ข้า พระ บาท บัดนี้ ขอ ทรง ผ่อน ภาระ และ บรรเทา แอก ที่ วาง ไว้ แล้ว พวก ข้า พระ บาท จะ รับใช้ ฝ่าพระบาท” {12:5} เร โหโบอัม ตรัส ตอบ ว่า“ ให้ เวลา เรา สาม วัน แล้ว พวก ท่าน ค่อย กลับ มา พบ เรา” ประชากร จึง กลับ ไป {12:6} กษัตริย์ เร โหโบอัม ทรง หารือ กับ บรรดา ผู้ อาวุโส ซึ่ง เคย ถวาย คำ ปรึกษา แด่ โซโลมอน ราช บิดา เมื่อ ครั้ง ยัง ทรง พระ ชนม์ อยู่ ว่า“ ท่าน ว่า เรา ควร จะ ตอบ ประชาชน เหล่า นี้ ว่า อย่างไร?” {12:7} พวก เขา ทูล ว่า“ หาก วัน นี้ ฝ่าพระบาท จะ ทรง เป็น ผู้ รับใช้ ประชาชน ปรนนิบัติ เขา และ ตอบ ตาม ที่ เขา ต้องการ พวก เขา ก็ จะ เป็น ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท เสมอ ไป” {12:8} แต่ เร โหโบอัม ไม่ ฟัง คำ แนะนำ ของ ผู้ อาวุโส กลับ ปรึกษา พระ สหาย หนุ่มๆ ซึ่ง เติบ โต มา ด้วย กัน และ รับใช้ พระองค์ อยู่ {12:9} พระองค์ ตรัส ถาม พวก เขา ว่า“ พวก เจ้า จะ แนะนำ อย่างไร? เรา ควร จะ ตอบ คน ที่ มา พูด กับ เรา ว่า‘ ขอ ทรง ผ่อนปรน แอก ที่ ราช บิดา ของ ฝ่าพระบาท วาง ไว้ บน เหล่า ข้า พระ บาท’ ว่า อย่างไร?” {12:10} พวก คน หนุ่ม ที่ เติบ โต ขึ้น มา กับ พระองค์ ก็ ทูล ตอบ ว่า“ ขอ ให้ ตรัส กับ บรรดา ผู้ ที่ มา ทูล ว่า‘ ราช บิดา ของ ฝ่าพระบาท ทรง วาง แอก หนัก บน เรา ขอ ทรง ทำให้ แอก ของ เรา เบา ลง’ นั้น ว่า‘ นิ้ว ก้อย ของ เรา ก็ หนา ยิ่ง กว่า เอว ของ เสด็จ พ่อ เสีย อีก {12:11} เสด็จ พ่อ ของ เรา วาง แอก หนัก บน พวก เจ้า เรา จะ ทำให้ หนัก ยิ่ง ขึ้น ไป อีก เสด็จ พ่อ ของ เรา เคย ใช้ แส้ เฆี่ยน พวก เจ้า ส่วน เรา จะ ใช้ แมง ป่อง เล่นงาน พวก เจ้า’” {12:12} สาม วัน ต่อ มา เย โร โบ อัม และ ประชากร ทั้งปวง กลับ มา เข้า เฝ้า กษัตริย์ เร โหโบอัม ตาม ที่ ตรัส ไว้ ว่า“ อีก สาม วัน ค่อย กลับ มา พบ เรา” {12:13} กษัตริย์ ตรัส ตอบ ประชาชน ด้วย ท่าที แข็งกร้าว ทรง ปฏิเสธ คำ แนะนำ ของ บรรดา ผู้ อาวุโส {12:14} พระองค์ ทรง ทำ ตาม คำ แนะนำ ของ พวก คน หนุ่ม และ ตรัส ว่า“ เสด็จ พ่อ ของ เรา วาง แอก หนัก ให้ พวก เจ้า เรา จะ ให้ หนัก ยิ่ง ขึ้น ไป อีก เสด็จ พ่อ ของ เรา เคย ใช้ แส้ เฆี่ยน เจ้า ส่วน เรา จะ ใช้ แมง ป่อง เล่นงาน เจ้า” {12:15} ดังนั้น กษัตริย์ ไม่ ทรง รับฟัง ประชาชน เหตุการณ์ นี้ มา จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า เพื่อ ให้ สำเร็จ ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ไว้ กับ เย โร โบ อัมบุตรเนบัท ผ่าน ทาง อา หิยาห์ชาวชิโลห์ {12:16} เมื่อ อิสราเอล ทั้งปวง เห็น ว่า กษัตริย์ ไม่ ทรง ฟัง พวก ตน พวก เขา ก็ ตอบ กษัตริย์ ว่า“ เรา เกี่ยวข้อง อะไร กับ ดา วิด? เรา มี ส่วน อัน ใด กับ บุตร เจ สซี? อิสราเอล เอ๋ย กลับ บ้าน กัน เถิด! ให้ ดา วิด ดูแล ปกครอง พวก ตัวเอง ไป ก็ แล้วกัน!” ดังนั้น ชน อิสราเอล จึง พา กัน กลับ บ้าน {12:17} แต่ เร โหโบอัม ยัง คง ปกครอง คน อิสราเอล ซึ่ง อยู่ ใน เมือง ต่างๆ ของ ยูดาห์ {12:18} กษัตริย์ เร โหโบอัม ทรง ใช้ อา โด นี รัม ไป เกณฑ์ แรงงาน โยธา ตาม หน้าที่ แต่ อิสราเอล ทั้งปวง รุม เอา ก้อน หิน ขว้าง เขา จน ตาย ส่วน กษัตริย์ เร โหโบอัม รีบ หลบ ขึ้น ราชรถ เสด็จ หนี กลับ กรุง เยรูซาเล็ม {12:19} ตั้งแต่ นั้น มา อิสราเอล ก็ กบฏ ต่อ ราชวงศ์ ของ ดา วิด จน ถึง ทุก วัน นี้ {12:20} เมื่อ ชน อิสราเอล ทั้งปวง ทราบ ว่า เย โร โบ อัม กลับ มา แล้ว ก็ ให้ คน ไป เชิญ เขา มา อยู่ ต่อ หน้า ชุมนุม ประชากร อิสราเอล และ แต่งตั้ง เป็น กษัตริย์ ปกครอง อิสราเอล มี เพียง เผ่า ยูดาห์ ที่ ยัง คง จงรัก ภักดี ต่อ ราชวงศ์ ของ ดา วิด {12:21} เมื่อ เร โหโบอัม เสด็จ มา ถึง เยรูซาเล็ม พระองค์ ทรง ระดม พลรบ จาก เผ่า ยูดาห์ ทั้งหมด และ เผ่า เบน ยา มิ น รวม ทั้งหมด 180,000 คน เพื่อ ทำ สงคราม กับ ชน อิสราเอล กอบ กู้ อาณาจักร คืน มา ให้ เร โหโบอัม โอรส ของ โซโลมอน {12:22} แต่ พระ ดำรัส ของ พระเจ้า มา ถึง เชไมอาห์ คน ของ พระเจ้า ดังนี้ {12:23} “ จง ไป บอก เร โหโบอัม โอรส ของ โซโลมอน กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ ชน เผ่า ยูดาห์ กับ เบน ยา มิ น ทั้งหมด และ ประชากร ที่ เหลือ ว่า {12:24} ‘ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ดังนี้ ว่า อย่า ไป รบ กับ อิสราเอล พี่น้อง ของ เจ้า ทุก คน จง กลับ บ้าน ไป เพราะ ทั้งหมด นี้ เรา เป็น ผู้ กระทำ’” พวก เขา ก็ เชื่อฟัง พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ พา กัน กลับ บ้าน ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง บัญชา {i12:25} ลูก วัว ทองคำ ที่ เบธเอลและดาน {12:25} ครั้ง นั้น เย โร โบ อัม ทรง สร้าง ป้อม ปราการ ที่ เมือง เชเคม ใน แดน เทือกเขา แห่ง เอฟ รา อิม และ ประทับ ที่ นั่น จาก ที่ นั่น ทรง ไป สร้าง เมือง เปนีเอล {12:26} เย โร โบ อัม ดำริ ว่า“ บัดนี้ ราช อาณาจักร อาจ จะ หวน กลับ ไป ยัง ราชวงศ์ ดา วิด ก็ ได้ {12:27} หาก ประชากร เหล่า นี้ ไป ถวาย เครื่องบูชา ที่ พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ใน เยรูซาเล็ม พวก เขา จะ กลับ ไป สวามิภักดิ์ ต่อ กษัตริย์ เร โหโบอัม แห่ง ยูดาห์ นาย ของ เขา เขา จะ ฆ่า เรา และ หัน กลับ ไป หา กษัตริย์ เร โหโบอัม” {12:28} หลัง จาก ขอ คำ แนะนำ ของ ที่ปรึกษา แล้ว กษัตริย์ เย โร โบ อัม จึง ทรง สร้าง ลูก วัว ทองคำ สอง ตัว และ แจ้ง ประชากร ว่า“ เป็น เรื่อง ยุ่งยาก เกิน ไป ที่ จะ ดั้น ด้น ไป ถึง กรุง เยรูซาเล็ม พี่น้อง อิสราเอล ทั้งหลาย นี่แหละ เทพเจ้า ของ ท่าน ซึ่ง ได้ นำ ท่าน ออก มา จาก อียิปต์” {12:29} พระองค์ ทรง ตั้ง ลูก วัว ทองคำ ตัว หนึ่ง ไว้ ที่ เบธเอล ส่วน อีก ตัว หนึ่ง อยู่ ที่ ดาน {12:30} สิ่ง นี้ ได้ กลาย เป็น บาป เพราะ เหล่า ประชากร ยัง อุตส่าห์ ไป ถึง เมือง ดาน เพื่อ นมัสการ ลูก วัว ทองคำ ที่ นั่น {12:31} เย โร โบ อัม ทรง สร้าง สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย และ ทรง แต่งตั้ง ปุโรหิต จาก คน ทุก ประเภท แม้ พวก เขา ไม่ ใช่ คน เลวี {12:32} พระองค์ ทรง กำหนด เทศกาล ฉลอง ใน วัน ที่ สิบ ห้า เดือน ที่ แปด คล้ายคลึง กับ เทศกาล ใน ยูดาห์ และ ถวาย เครื่องบูชา บน แท่น บูชา กษัตริย์ ทรง ทำ เช่น นี้ ใน เบธเอล คือ ถวาย บูชา แก่ ลูก วัว ที่ ทรง สร้าง ขึ้น พระองค์ ยัง ได้ ทรง แต่งตั้ง ปุโรหิต ประจำ สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย ที่ ทรง สร้าง ที่ เบธเอล {12:33} ใน วัน ที่ สิบ ห้า เดือน ที่ แปด เป็น วัน ที่ พระองค์ เอง ทรง กำหนด ไว้ เพื่อ ทรง ถวาย เครื่องบูชา บน แท่น บูชา ที่ สร้าง ขึ้น ใน เบธเอล ดังนั้น จึง ทรง กำหนด เทศกาล ฉลอง นี้ แก่ ชน อิสราเอล และ เสด็จ ขึ้น ไป ยัง แท่น บูชา เพื่อ ถวาย เครื่องบูชา {i13:1} คน ของ พระเจ้า จาก ยูดาห์ {13:1} โดย พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า คน ของ พระเจ้า คน หนึ่ง จาก ยูดาห์ มา ยัง เบธเอล ขณะ ที่ เย โร โบ อัม ทรง ยืน อยู่ ข้าง แท่น บูชา เพื่อ ถวาย เครื่องบูชา {13:2} คน ของ พระเจ้า นั้น ร้อง ออก มา โดย พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เกี่ยว กับ แท่น บูชา ว่า“ แท่น บูชา แท่น บูชา เอ๋ย! องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า‘ บุตร คน หนึ่ง นาม โย สิ ยาห์ จะ ถือ กำเนิด ใน วงศ์วาน ของ ดา วิด เขา ผู้ นั้น จะ เผา บรรดา ปุโรหิต ของ สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย ผู้ ซึ่ง บัดนี้ ถวาย เครื่องบูชา ที่ นี่ และ กระดูก มนุษย์ จะ ถูก นำ มา เผา บน เจ้า’” {13:3} ใน วัน เดียวกัน นั้น คน ของ พระเจ้า ก็ ให้ หมาย สำคัญ ว่า“ นี่ คือ หมาย สำคัญ ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ประกาศ ไว้ แท่น นี้ จะ แยก ออก และ เถ้า ถ่าน บน แท่น นี้ จะ ถูก เท ออก” {13:4} เมื่อ กษัตริย์ เย โร โบ อัม ทรง ได้ยิน ถ้อยคำ ที่ คน ของ พระเจ้า ประกาศ เกี่ยว กับ แท่น บูชา ที่ เบธเอล ก็ ยื่น พระ หัตถ์ ออก มา จาก แท่น และ ตรัส ว่า“ จับ ชาย คน นี้ ไว้!” แต่ พระ หัตถ์ ของ กษัตริย์ กลาย เป็น อัมพาต แข็ง อยู่ ใน ท่า นั้น ไม่ สามารถ ชักพระ หัตถ์ กลับ คืน ดัง เดิม {13:5} แล้ว แท่น บูชา ก็ แยก จาก กัน เถ้า ถ่าน ร่วง ลง มา สำเร็จ ตาม หมาย สำคัญ ที่ คน ของ พระเจ้า ให้ ไว้ โดย พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {13:6} กษัตริย์ ตรัส กับ คน ของ พระเจ้า ว่า“ ช่วย อธิษฐาน วิงวอน พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน ให้ มือ ของ เรา กลับ คืน สภาพ ปกติ ด้วย เถิด” คน ของ พระเจ้า จึง อธิษฐาน ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เพื่อ กษัตริย์ แล้ว พระ หัตถ์ ของ กษัตริย์ ก็ กลับ เป็น ปกติ {13:7} จาก นั้น กษัตริย์ ตรัส กับ คน ของ พระเจ้า ว่า“ มา ที่ วัง กับ เรา เถิด มา รับประทาน อะไร ด้วย กัน แล้ว เรา จะ ให้ รางวัล ท่าน” {13:8} แต่ คน ของ พระเจ้า ทูล กษัตริย์ ว่า“ แม้ ฝ่าพระบาท จะ ประทาน ราชสมบัติ ให้ ครึ่ง หนึ่ง ข้า พระ บาท ก็ จะ ไม่ ไป กับ ฝ่าพระบาท ทั้ง จะ ไม่ รับประทาน อาหาร หรือ ดื่ม น้ำ ใน สถานที่ นี้ {13:9} เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส บัญชา ข้าพเจ้า ว่า‘ ห้าม รับประทาน อาหาร หรือ ดื่ม น้ำ หรือ กลับ ไป ตาม เส้นทาง ที่ มา’” {13:10} แล้ว เขา จึง กลับ ไป อีก ทาง หนึ่ง ไม่ ใช่ เส้นทาง เดียว กับ ที่ มา ยัง เบธเอล {13:11} มี ผู้ เผย พระ วจนะ ชรา ผู้ หนึ่ง อาศัย อยู่ ใน เบธเอลลูกๆ ของ เขา กลับ มา บ้าน และ เล่า ทุก สิ่ง ที่ คน ของ พระเจ้า ได้ ทำ ที่ เบธเอล ใน วัน นั้น และ สิ่ง ที่ เขา ทูล กษัตริย์ {13:12} บิดา ของ พวก เขา ถาม ว่า“ เขา ไป ทาง ไหน?” ลูกๆ จึง บอก เส้นทาง ที่ คน ของ พระเจ้า จาก ยูดาห์ เดินทาง ไป {13:13} ดังนั้น เขา จึง บอก ลูกๆ ว่า“ ผูก อาน ลา ให้ ที” และ เมื่อ พวก ลูกๆ ผูก อาน ลา ให้ เสร็จ แล้ว เขา ก็ ขี่ ไป {13:14} และ ตาม คน ของ พระเจ้า ไป ทัน ขณะ ที่ เขา นั่ง อยู่ ใต้ ต้น โอ๊ก จึง เข้า ไป ถาม ว่า“ ท่าน คือ คน ของ พระเจ้า ที่ มา จาก ยูดาห์ หรือ?” เขา ตอบ ว่า“ ถูก แล้ว” {13:15} ผู้ เผย พระ วจนะ ชรา จึง พูด กับ เขา ว่า“ เชิญ มา รับประทาน อาหาร กับ ข้าพเจ้า ที่ บ้าน” {13:16} คน ของ พระเจ้า ตอบ ว่า“ ข้าพเจ้า ไม่ อาจ กลับ ไป กับ ท่าน หรือ กิน ดื่ม กับ ท่าน ที่ นี่ {13:17} พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า สั่ง ห้าม ว่า‘ เจ้า จง อย่า รับประทาน อาหาร หรือ ดื่ม น้ำ ที่ นั่น และ อย่า กลับ ไป เส้นทาง เดิม’” {13:18} แต่ ผู้ เผย พระ วจนะ ชรา นั้น ตอบ ว่า“ เรา ก็ เป็น ผู้ เผย พระ วจนะ เหมือน กัน และ ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง แจ้ง พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า แก่ เรา ว่า‘ ให้ พา เขา กลับ มา ที่ บ้าน ของ เจ้า เพื่อ เขา จะ ได้ รับประทาน อาหาร และ ดื่ม น้ำ’” (แต่ ผู้ เผย พระ วจนะ ชรา โกหก เขา) {13:19} ดังนั้น คน ของ พระเจ้า จึง กลับ ไป กับ ผู้ เผย พระ วจนะ ชรา และ กิน ดื่ม ใน บ้าน ของ เขา {13:20} ขณะ ที่ ทั้ง สอง นั่ง อยู่ ที่ โต๊ะ มี พระ ดำรัส จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ถึง ผู้ เผย พระ วจนะ ชรา ซึ่ง พา เขา กลับ มา {13:21} เขา ก็ กล่าว กับ คน ของ พระเจ้า ซึ่ง มา จาก ยูดาห์ ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า‘ เจ้า ได้ ฝ่าฝืน คำ ตรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ไม่ ทำ ตาม พระ บัญชา ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ เจ้า {13:22} เจ้า กลับ มา กิน ดื่ม ใน สถานที่ ซึ่ง พระองค์ ตรัส ห้าม ไว้ ฉะนั้น ร่าง ของ เจ้า จะ ไม่ ได้ ถูก ฝัง ใน อุโมงค์ ของ บรรพบุรุษ’” {13:23} เมื่อ คน ของ พระเจ้า กิน ดื่ม เสร็จ แล้ว ผู้ เผย พระ วจนะ ซึ่ง พา เขา กลับ มา ก็ ส่ง เขา ขึ้น ลาก ลับ ไป {13:24} ระหว่าง ทาง มี สิงโต ออก มา ฆ่า เขา ร่าง ของ เขา ถูก ทิ้ง ไว้ กลาง ทาง มี ลา และ สิงโต ยืน อยู่ ข้างๆ {13:25} คน ที่ ผ่าน ไป มา เห็น ศพ ทิ้ง อยู่ กลาง ทาง มี สิงโต ยืน อยู่ ข้างๆ ก็ ไป แจ้ง ข่าว ใน เมือง ซึ่ง ผู้ เผย พระ วจนะ ชรา อาศัย อยู่ {13:26} เมื่อ ผู้ เผย พระ วจนะ ที่ พา เขา กลับ มา ได้ยิน เหตุการณ์ ที่ เกิด ขึ้น ก็ กล่าว ว่า“ นี่แหละ คน ของ พระเจ้า ที่ ฝ่าฝืน พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ทรง ให้ สิงโต มา ฉีก ทึ้ง เขา จน สิ้น ชีวิต ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เตือน ไว้” {13:27} จาก นั้น เขา ก็ สั่ง ลูกๆ ว่า“ ผูก อาน ลา ให้ ที” พวก ลูกๆ ก็ ปฏิบัติ ตาม {13:28} เขา มา พบ ร่าง ที่ ถูก ทิ้ง อยู่ กลาง ทาง ลา และ สิงโต ยัง ยืน อยู่ ข้างๆ สิงโต ไม่ ได้ กิน ร่าง นั้น ทั้ง ไม่ ได้ ฉีก ทึ้ง ลา {13:29} ผู้ เผย พระ วจนะ จึง เอา ร่าง คน ของ พระเจ้า พาด บน ลา ตัว นั้น และ นำ กลับ มา ยัง เมือง ของ ตน เพื่อ ไว้อาลัย และ ฝัง {13:30} เขา วาง ศพ ไว้ ใน อุโมงค์ ฝัง ศพ ที่ เตรียม ไว้ สำหรับ เขา เอง และ คร่ำครวญ ว่า“ อนิจจา น้อง ชาย เอ๋ย!” {13:31} หลัง จาก ฝัง ศพ แล้ว เขา กล่าว กับ ลูกๆ ว่า“ เมื่อ พ่อ ตาย จง ฝัง พ่อ ไว้ ใน อุโมงค์ ฝัง ศพ เดียว กับ ที่ ฝัง คน ของ พระเจ้า ให้ กระดูก ของ พ่อ อยู่ เคียง ข้าง กระดูก ของ เขา {13:32} เพราะ ถ้อยคำ ที่ เขา ประกาศ ไว้ โดย พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เกี่ยว กับ แท่น บูชา ใน เบธเอล และ สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย ใน เมือง ต่างๆ ของ สะ มา เรีย จะ เป็น จริง อย่าง แน่นอน” {13:33} ถึง เพียง นี้ แล้ว เย โร โบ อัม ก็ ยัง ไม่ ทรง หันเห จาก วิถี อัน ชั่ว ร้าย ของ พระองค์ กลับ ตั้ง ปุโรหิต จาก คน ทุก ประเภท สำหรับ สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย ใคร ที่ อยาก เป็น ปุโรหิต ก็ ทรง แต่งตั้ง สำหรับ สถาน บูชา บน ที่ สูง เหล่า นั้น {13:34} นี่ เป็น บาป ของ ราชวงศ์ เย โร โบ อัม ซึ่ง นำ ราชวงศ์ ไป สู่ ความ เสื่อมถอย และ ล่มสลาย ไป จาก แผ่นดิน โลก {i14:1} คำ ทำนาย ของ อา หิยาห์ {14:1} ครั้ง นั้น อา บี ยาห์ โอรส ของ เย โร โบ อัมป่วยหนัก {14:2} เย โร โบ อัม จึง ตรัส กับ มเหสี ว่า“ จง ปลอม ตัว อย่า ให้ ใคร จำ ได้ ว่า เป็น มเหสี ของ เย โร โบ อัม ไป พบ ผู้ เผย พระ วจนะ อา หิยาห์ที่ชิโลห์ ผู้ ที่ บอก ว่า เรา จะ ได้ เป็น กษัตริย์ ของ ชน ชาติ นี้ {14:3} เอา ขนม ปัง สิบ ก้อน ขนม หวาน กับ น้ำผึ้ง หนึ่ง ไห ไป กำนัล เขา ด้วย เขา จะ บอก เจ้า ว่า จะ เกิด อะไร ขึ้น กับ ลูกชาย ของ เรา” {14:4} มเหสี ของ เย โร โบ อัม ก็ ทำ ตาม นั้น และ เสด็จ มา ยัง บ้าน ของ อา หิยาห์ที่ชิโลห์ฝ่ายอาหิยาห์ ก็ มอง อะไร ไม่ เห็น แล้ว เพราะ ชรา มาก {14:5} แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ อา หิยาห์ว่า“ มเหสี ของ เย โร โบ อัม ปลอม ตัว มา เพื่อ ถาม เจ้า เกี่ยว กับ ลูกชาย ของ นาง ซึ่ง ป่วย อยู่ เจ้า จง ตอบ ตาม นี้” {14:6} ฉะนั้น เมื่อ อา หิยาห์ ได้ยิน เสียง คน เดิน มา ที่ ประตู จึง ร้อง บอก ว่า“ เข้า มา เถิด มเหสี ของ เย โร โบ อัม ทำไม ต้อง ปลอม ตัว มา? เรา มี ข่าว ร้าย จะแจ้ง ให้ ทราบ {14:7} จง ไป บอก เย โร โบ อัมว่าพระยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ตรัส ว่า‘ เรา ได้ ยก เจ้า ขึ้น มา จาก หมู่ ประชาชน ตั้ง ให้ เป็น ผู้นำ ของ อิสราเอล ประชากร ของ เรา {14:8} เรา แบ่ง อาณาจักร จาก วงศ์วาน ดา วิด ยก ให้ เจ้า แต่ เจ้า ไม่ ได้ เป็น เหมือน ดา วิด ผู้ รับใช้ ของ เรา ซึ่ง ปฏิบัติ ตาม คำ สั่ง ของ เรา และ ติดตาม เรา อย่าง สุด หัวใจ ผู้ ซึ่ง ทำ แต่ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สายตา ของ เรา {14:9} เจ้า ทำ ชั่ว ยิ่ง กว่า ทุก คน ก่อนหน้า เจ้า เจ้า ได้ สร้าง พระ ต่างๆ ให้ ตัวเอง หล่อ รูป เคารพ โลหะ ทั้งหลาย ยั่วยุ ให้ เรา โกรธ และ หัน หลัง ให้ กับ เรา {14:10} “‘ ฉะนั้น เรา จะ นำ หายนะ มา สู่ วงศ์วาน เย โร โบ อัม และ ประหาร ชาย ทุก คน ไม่ ว่า เป็น ทาส หรือ เป็น ไท ซึ่ง เป็น เชื้อสาย ของ เย โร โบ อัม จาก อิสราเอล เรา จะ เผา วงศ์วาน ของ เย โร โบ อัม เหมือน เผา ขยะ จน กว่า จะ สิ้น ซาก ไป {14:11} คน ของ เย โร โบ อัม ที่ ตาย ใน เมือง จะ ถูก สุนัข แทะ กิน และ ผู้ ที่ ตาย ใน ทุ่ง นา จะ ถูก นก จิก กิน องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ลั่น วาจา ไว้!’ {14:12} “ สำหรับ เจ้า จง กลับ ไป เถิด และ เมื่อ เจ้า ย่าง เท้า เข้าตัว เมือง เด็ก นั้น จะ เสีย ชีวิต {14:13} ทั่ว ทั้ง อิสราเอล จะ ไว้อาลัย ให้ เขา และ ฝัง เขา ใน ครอบครัว ของ เย โร โบ อัม มี เขา เพียง คน เดียว ที่ มี คน ฝัง ศพ ให้ เพราะ ทั้ง ราชวงศ์ มี เขา คน เดียว เท่านั้น ที่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ อิสราเอล ทรง เห็น ว่า มี ดี อยู่ บ้าง {14:14} “ ใน วัน นี้ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง ตั้ง กษัตริย์ องค์ หนึ่ง เหนือ อิสราเอล เพื่อ พระองค์ เอง ผู้ ซึ่ง จะ กวาด ล้าง ราชวงศ์ เย โร โบ อัม ออก ไป ตั้งแต่ บัดนี้ {14:15} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง ฟาด อิสราเอล จน พวก เขา เป็น เหมือน ต้น อ้อ ที่ โอนเอน อยู่ ใน น้ำ พระองค์ จะ ทรง ขุด ราก ถอน โคน อิสราเอล จาก ดินแดน อัน อุดม สมบูรณ์ นี้ ซึ่ง ทรง โปรด ประทาน แก่ บรรพบุรุษ ของ เขา และ จะ ทรง ทำให้ พวก เขา กระจัด กระจาย ออก ไป ไกล กว่า แม่น้ำ ยู เฟรติส เพราะ พวก เขา ได้ ยั่วยุ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ให้ ทรง พระ พิโรธ โดย การ สร้าง เสา เจ้าแม่ อา เชราห์ {14:16} พระองค์ จะ ทรง ทอดทิ้ง อิสราเอล เพราะ บาป ซึ่ง เย โร โบ อัม ได้ ทำ และ ชักนำ อิสราเอล ให้ ทำ ตาม” {14:17} แล้ว มเหสี ของ เย โร โบ อัม จึง เสด็จ กลับ ไป ยัง ที รซาห์ ทันที ที่ พระนาง ทรง ก้าว ข้าม ธรณี ประตู วัง โอรส นั้น ก็ สิ้น ชีวิต {14:18} พวก เขา ฝัง ศพ และ ทั่ว ทั้ง อิสราเอล ไว้อาลัย ให้ โอรส นั้น ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส ผ่าน ทาง ผู้ เผย พระ วจนะ อา หิยาห์ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ {14:19} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล เย โร โบ อัม สงคราม ต่างๆ และ การ ปกครอง มี บันทึก ไว้ ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล {14:20} พระองค์ ทรง ครอง ราชย์ อยู่ 22 ปี จาก นั้น ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ นา ดับ โอรส ของ พระองค์ ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {i14:21} กษัตริย์ เร โหโบอัมแห่งยูดาห์ (2 พศด.12:9-16) {14:21} เร โหโบอัม โอรส ของ โซโลมอน ขึ้น เป็น กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ เมื่อ พระ ชนมายุ 41 พรรษา ทรง ครอง ราชย์ อยู่ 17 ปี ใน กรุง เยรูซาเล็ม นคร ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง เลือกสรร จาก ทุก เผ่า ของ อิสราเอล ให้ เป็น ที่ สถาปนา พระ นาม ของ พระองค์ ราช มารดา ของ เร โหโบอัม คือ นา อา มาห์ ชาว อัมโมน {14:22} ชน ยูดาห์ ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า บาป ที่ พวก เขา ทำ ยั่วยุ พระ พิโรธ ของ พระองค์ ยิ่ง กว่า ที่ บรรพบุรุษ เคย ทำ เสีย อีก {14:23} พวก เขา ได้ สร้าง สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย ศิลา ศักดิ์สิทธิ์ และ เสา เจ้าแม่ อา เชราห์ บน เนิน เขา สูง ทุก เนิน และ ใต้ ร่ม ไม้ ใหญ่ ทุก ต้น {14:24} ถึง กับ มี โสเภณี ชาย ประจำ สถาน บูชา เหล่า ประชากร เข้า ร่วม กิจกรรม อัน น่า ชิงชัง ของ ชน ชาติ ต่างๆ ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ทรง ขับ ไล่ ไป ให้ พ้น หน้า ชาว อิสราเอล {14:25} ใน ปี ที่ ห้า แห่ง รัชกาล ของ เร โหโบอัม กษัตริย์ ชิ ชัก แห่ง อียิปต์ มา โจมตี เยรูซาเล็ม {14:26} ชิ ชัก กวาด เอา ทรัพย์ สมบัติ ทั้งหมด ไป จาก พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ พระ ราช วัง รวม ทั้ง โล่ ทองคำ ทั้งหมด ซึ่ง โซโลมอน ทรง ทำ ขึ้น {14:27} ดังนั้น กษัตริย์ เร โหโบอัม จึง ทรง ทำ โล่ ทองสัมฤทธิ์ ขึ้น แทน และ มอบหมาย ให้ เหล่า ผู้ บัญชาการ ทหาร รักษา พระองค์ ซึ่ง ประจำการ อยู่ ที่ ทาง เข้า พระ ราช วัง ดูแล {14:28} เมื่อใด ก็ ตาม ที่ กษัตริย์ เสด็จ มา ยัง พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เหล่า ทหาร รักษา พระองค์ จะ ถือ โล่ หลัง จาก นั้น ก็ นำ โล่ กลับ ไป ไว้ ที่ กอง รักษาการณ์ {14:29} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล ของ เร โหโบอัม ตลอด จน พระ ราชกิจ ทั้งปวง มี บันทึก ไว้ ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ ไม่ ใช่ หรือ? {14:30} มี สงคราม รบ พุ่ง กัน ไม่ ขาด ระหว่าง เร โหโบอัม กับ เย โร โบ อัม {14:31} แล้ว เร โหโบอัม ก็ ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ ถูก ฝัง ไว้ ร่วม กัน ใน เมือง ดา วิด ราช มารดา ของ เร โหโบอัม คือ นา อา มาห์ ชาว อัมโมน แล้ว อา บี ยาห์ โอรส ของ พระองค์ ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {i15:1} กษัตริย์ อา บี ยาห์แห่งยูดาห์ (2 พศด.13:1-2,22— 14:1) {15:1} อา บี ยาห์ ขึ้น เป็น กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ ตรง กับ ปี ที่ สิบ แปด ของ รัชกาล เย โร โบ อัมบุตรเนบัท {15:2} พระองค์ ทรง ครอง ราชย์ อยู่ ใน กรุง เยรูซาเล็ม สาม ปี ราช มารดา คือ มา อา คาห์ ธิดา ของ อา บี ชา โลม {15:3} พระองค์ ทรง ทำบาป ทุก อย่าง เช่น เดียว กับ ราช บิดา และ ไม่ ได้ มี พระทัย ภักดี แน่วแน่ ต่อ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ พระองค์ เหมือน ดา วิด บรรพบุรุษ {15:4} แต่ เพื่อ เห็นแก่ ดา วิด พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ เขา ทรง โปรด ประทาน ดวง ประทีป ดวง หนึ่ง ใน เยรูซาเล็ม โดย ให้ โอรส องค์ หนึ่ง ขึ้น มา ครอง ราชย์ ต่อ และ ทำให้ เยรูซาเล็ม เข้มแข็ง {15:5} เพราะ ดา วิด ได้ ทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ปฏิบัติ ตาม พระ บัญชา ของ พระองค์ ทุก ประการ ตลอด ชีวิต ยกเว้น เรื่อง ที่ เกี่ยว กับ อุ รี ยาห์ชาวฮิตไทต์ {15:6} ตลอด พระ ชนม์ ชีพ ของ อา บี ยาห์ มี สงคราม ระหว่าง เร โหโบอัม กับ เย โร โบ อัม {15:7} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล อา บี ยาห์ และ พระ ราชกิจ ทั้งปวง มี บันทึก ไว้ ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ ไม่ ใช่ หรือ? และ มี สงคราม ระหว่าง อา บี ยาห์ กับ เย โร โบ อัม {15:8} และ อา บี ยาห์ ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ ถูก ฝัง ไว้ ใน เมือง ดา วิด แล้ว อาสา โอรส ของ พระองค์ ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {i15:9} กษัตริย์ อาสา แห่ง ยูดาห์ (2 พศด.14:2-3;15:16— 16:6;16:11— 17:1) {15:9} อาสา ขึ้น เป็น กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ ตรง กับ ปี ที่ ยี่ สิบ ของ รัชกาล เย โร โบ อัม แห่ง อิสราเอล {15:10} ทรง ครอง ราชย์ อยู่ 41 ปี ใน กรุง เยรูซาเล็ม เสด็จ ย่า ของ พระองค์ คือ มา อา คาห์ ธิดา ของ อา บี ชา โลม {15:11} อาสา ทรง ทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เหมือน ดา วิด บรรพบุรุษ {15:12} อาสา ทรง เนรเทศ โสเภณี ชาย ประจำ เทวสถาน ออก ไป จาก ดินแดน และ ทรง ขจัด เทวรูป ทั้งปวง ที่ บรรพบุรุษ สร้าง ขึ้น {15:13} พระองค์ ทรง ถอด พระนาง มา อา คาห์ เสด็จ ย่า ของ พระองค์ ออก จาก ตำแหน่ง พระ พัน ปี หลวง เพราะ พระนาง ได้ สร้าง เสา เจ้าแม่ อา เชราห์ อัน น่า รังเกียจ อาสา ทรง โค่น เสา นั้น และ เผา ทิ้ง ที่ หุบเขา ขิด โร น {15:14} แม้ พระองค์ ไม่ ได้ ทรง รื้อ สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย ทิ้ง แต่ พระทัย ของ อาสา ก็ ภักดี แน่วแน่ ต่อ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตลอด พระ ชนม์ ชีพ {15:15} พระองค์ ทรง นำ เงิน และ ทอง กับ เครื่อง ใช้ ไม้ สอย ต่างๆ ซึ่ง พระองค์ กับ ราช บิดา ได้ ถวาย แด่ พระเจ้า มา ไว้ ใน พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {15:16} มี สงคราม ระหว่าง อาสา กับ กษัตริย์ บา อาชา แห่ง อิสราเอล ตลอด รัชกาล {15:17} กษัตริย์ บา อาชา แห่ง อิสราเอล มา สู้ รบ กับ ยูดาห์ และ บา อาชา ทรง สร้าง ป้อม ปราการ ที่ เมือง รา มาห์ เพื่อ ปิด ทาง เข้า ออก สู่ เขต แดน ของ กษัตริย์ อาสา แห่ง ยูดาห์ {15:18} อาสา จึง ทรง นำ เงิน และ ทองคำ ที่ เหลือ ทั้งหมด จาก คลัง พระ วิหาร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ จาก ท้อง พระ คลัง ของ พระ ราช วัง ของ พระองค์ เอง มา มอบ ให้ ข้า ราช บริพาร นำ ไป ถวาย กษัตริย์ เบน ฮา ดัด แห่ง อา รัม ซึ่ง ปกครอง อยู่ ที่ เมือง ดา มัสกัส เบน ฮา ดัด นี้ เป็น โอรส ของ ทับ ริม โม น ซึ่ง เป็น โอรส ของ เฮ ซี โอน กษัตริย์ อาสา ทูล ว่า {15:19} “ ขอ ให้ เรา เป็น พันธมิตร กัน เหมือน ราช บิดา ของ เรา ทั้ง สอง ข้าพเจ้า ส่ง เงิน และ ทอง นี้ มา กำนัล แด่ ท่าน ขอ ให้ ท่าน ตัด สัมพันธไมตรี กับ กษัตริย์ บา อาชา แห่ง อิสราเอล เพื่อ เขา จะ ได้ ถอย ทัพ ไป จาก ข้าพเจ้า” {15:20} เบน ฮา ดัด ทรง เห็น ชอบ กับ กษัตริย์ อาสา และ ทรง ส่ง แม่ทัพ และ กอง กำลัง ไป โจมตี เมือง ต่างๆ ของ อิสราเอล ทรง พิชิต เมือง อิ โยน ดาน อา เบลเบธมาอาคาห์คินเนเรท ทั้งหมด รวม ทั้ง นัฟทาลี {15:21} เมื่อ บา อาชา ทราบ เรื่อง นี้ ก็ หยุด การ สร้าง เมือง รา มาห์ แล้ว ถอย ทัพ กลับ ไป ยัง ที รซาห์ {15:22} จาก นั้น กษัตริย์ อาสา ทรง เกณฑ์ ทุก คน ใน ยูดาห์ ไม่ เว้น ผู้ ใด เลย ให้ พวก เขา ช่วย กัน ขน หิน และ ไม้ ซึ่ง บา อาชา ทรง ใช้ อยู่ ที่ เมือง รา มาห์ นำ ไป สร้าง เมือง เก บา ใน แดน เบน ยา มิ น และ เมือง มิส ปาห์ {15:23} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล ของ อาสา ความ สำเร็จ ทั้งปวง พระ ราชกิจ ทั้งสิ้น และ เมือง ต่างๆ ที่ ทรง สร้าง ขึ้น มี บันทึก ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ ไม่ ใช่ หรือ? เมื่อ อาสา ทรง ชรา แล้ว ก็ ทรง ประชวร ด้วย โรค ที่ พระ บาท {15:24} แล้ว อาสา ก็ ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ ถูก ฝัง ไว้ ด้วย กัน ใน เมือง ดา วิด และ เย โฮ ชา ฟัท โอรส ของ พระองค์ ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {i15:25} นา ดับ แห่ง อิสราเอล {15:25} นา ดับ โอรส ของ เย โร โบ อัม ขึ้น เป็น กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตรง กับ ปี ที่ สอง ของ รัชกาล กษัตริย์ อาสา แห่ง ยูดาห์ ทรง ครอง ราชย์ เหนือ อิสราเอล อยู่ สอง ปี {15:26} ทรง ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ดำเนิน ตาม วิถี และ บาป ของ ราช บิดา ซึ่ง ชักนำ อิสราเอล ให้ ทำ ตาม {15:27} ฝ่าย บา อาชา บุตร อา หิยาห์ เผ่า อิสสา คาร์ วาง แผน และ ลงมือ สังหาร นา ดับ ขณะ ที่ ทรง ร่วม กับ กองทัพ อิสราเอล ล้อม เมือง กิบเบโธนของฟีลิสเตีย {15:28} บา อาชา ปลง พระ ชนม์ นา ดับ แล้ว ขึ้น ครอง ราชย์ แทน ตรง กับ ปี ที่ สาม ของ รัชกาล กษัตริย์ อาสา แห่ง ยูดาห์ {15:29} ทันที ที่ ขึ้น ครอง ราชย์ บา อาชา ก็ ประหาร วงศ์วาน ทั้งปวง ของ เย โร โบ อัม ไม่ ปล่อย ให้ ใคร รอดชีวิต เลย เป็น ไป ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส ไว้ ผ่าน ทาง อา หิยาห์ชาวชิโลห์ ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ {15:30} เพราะ บาป ที่ เย โร โบ อัม ได้ ทำ และ ชักนำ อิสราเอล ให้ ทำ ตาม และ เพราะ เขา ได้ ยั่วยุ พระ พิโรธ ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล {15:31} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล ของ นา ดับ และ พระ ราชกิจ ทั้งปวง มี บันทึก ไว้ ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ไม่ ใช่ หรือ? {15:32} มี สงคราม ระหว่าง อาสา กับ บา อาชา กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตลอด รัชกาล {i15:33} บา อาชา แห่ง อิสราเอล {15:33} บา อาชา บุตร อา หิยาห์ ขึ้น เป็น กษัตริย์ เหนือ ดินแดน อิสราเอล ทั้งหมด ที่ เมือง ที รซาห์ ตรง กับ ปี ที่ สาม ของ รัชกาล กษัตริย์ อาสา แห่ง ยูดาห์ ทรง ครอง ราชย์ อยู่ 24 ปี {15:34} บา อาชา ทรง ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ดำเนิน ตาม วิถี และ บาป ของ เย โร โบ อัม ซึ่ง ชักนำ ให้ อิสราเอล ทำ ตาม {16:1} แล้ว พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ถึง เย ฮู บุตร ฮา นา นี กล่าวโทษ บา อาชา ว่า {16:2} “ เรา ได้ ยก เจ้า ขึ้น มา จาก ฝุ่น ธุลี ให้ เป็น ผู้นำ ของ อิสราเอล ประชากร ของ เรา แต่ เจ้า กลับ ดำเนิน ตาม ทาง ของ เย โร โบ อัม เจ้า ชักนำ อิสราเอล ประชากร ของ เรา ให้ ทำบาป และ ยั่วยุ ให้ เรา โกรธ ด้วย บาป ของ พวก เขา {16:3} ฉะนั้น เรา จะ ทำลาย ล้าง บา อาชา กับ วงศ์วาน ทำให้ วงศ์วาน ของ เจ้า เป็น เช่น วงศ์วาน ของ เย โร โบ อัมบุตรเนบัท {16:4} คน ของ บา อาชา ที่ ตาย ใน เมือง จะ ถูก สุนัข กิน ส่วน คน ที่ ตาย ใน ท้อง ทุ่ง จะ ถูก นก จิก กิน” {16:5} สำหรับ เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล บา อาชา พระ ราชกิจ และ ความ สำเร็จ ต่างๆ มี บันทึก ไว้ ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ไม่ ใช่ หรือ? {16:6} บา อาชา ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ ถูก ฝัง ไว้ ใน ที รซาห์และเอลาห์ โอรส ของ พระองค์ ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {16:7} ยิ่ง กว่า นั้น พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผ่าน มา ทาง ผู้ เผย พระ วจนะ เย ฮู บุตร ฮา นา นี มา ถึง บา อาชา กับ ราชวงศ์ เพราะ ความ ชั่ว ทั้งปวง ที่ ได้ ทรง ทำ ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เพราะ สิ่ง ที่ พระองค์ ทรง ทำ ได้ ยั่วยุ พระ พิโรธ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เพราะ พระองค์ ทรง ประพฤติ ตน เหมือน ราชวงศ์ เย โร โบ อัม และ เพราะ พระองค์ ได้ ทรง ทำลาย ราชวงศ์ นั้น ด้วย {i16:8} กษัตริย์ เอ ลาห์ แห่ง อิสราเอล {16:8} เอ ลาห์ โอรส บา อาชา ขึ้น เป็น กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตรง กับ ปี ที่ ยี่ สิบ หก ของ รัชกาล กษัตริย์ อาสา แห่ง ยูดาห์ ทรง ครอง ราชย์ ใน ที รซาห์ อยู่ สอง ปี {16:9} ศิม รี ผู้ บัญชาการ กอง รถ รบ หลวง ครึ่ง กอง วาง แผน กบฏ ต่อ พระองค์ ครั้ง นั้น กษัตริย์ เอ ลาห์ ประทับ อยู่ ที่ ที รซาห์ ทรง เมามาย อยู่ ที่ บ้าน ของ อา ร ซา เจ้ากรม วัง ประจำ ที รซาห์ {16:10} ศิม รี ก็ เข้า มา ปลง พระ ชนม์ ตรง กับ ปี ที่ ยี่ สิบ เจ็ด ของ รัชกาล อาสา แห่ง ยูดาห์ จาก นั้น ศิม รี ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {16:11} ทันที ที่ ขึ้น ครอง ราชย์ ศิม รี ก็ ประหาร ครอบครัว ของ บา อาชา ทั้งหมด พระองค์ ไม่ ทรง ไว้ ชีวิต ชาย แม้ แต่ คน เดียว ทั้ง ญาติ และ มิตร {16:12} ดังนั้น ศิม รี ทำลาย ครอบครัว บา อาชา ทั้งหมด ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส ไว้ ผ่าน ทาง ผู้ เผย พระ วจนะ เย ฮู {16:13} เพราะ บาป ทั้งปวง ที่ บา อาชา และ โอรส เอ ลาห์ ได้ ทำ และ ชักนำ ให้ อิสราเอล ทำ ตาม พวก เขา ได้ ยั่วยุ พระ พิโรธ ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ด้วย รูป เคารพ อัน ไร้ ค่า {16:14} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล ของ เอ ลาห์ รวม ทั้ง พระ ราชกิจ ต่างๆ มี บันทึก ไว้ ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ไม่ ใช่ หรือ? {i16:15} กษัตริย์ ศิม รี แห่ง อิสราเอล {16:15} ใน ปี ที่ ยี่ สิบ เจ็ด ของ รัชกาล กษัตริย์ อาสา แห่ง ยูดาห์ ศิม รี ทรง ครอง ราชย์ ใน ที รซาห์ อยู่ เจ็ด วัน กองทัพ ตั้ง ค่าย อยู่ ใกล้ เมือง กิบเบโธนของฟีลิสเตีย {16:16} เมื่อ ชน อิสราเอล ใน ค่าย ได้ ข่าว ว่า ศิม รี วาง แผน กบฏ และ ปลง พระ ชนม์ กษัตริย์ แล้ว ก็ ประกาศ ให้ แม่ทัพ อม รี เป็น กษัตริย์ อิสราเอล ใน วัน นั้น เอง ที่ ค่าย {16:17} อม รี และ ชน อิสราเอล ทั้งหมด จึง ถอน ทัพ จาก กิบเบโธน มา ล้อม ที รซาห์ {16:18} เมื่อ ศิม รี เห็น ว่า เมือง ถูก ยึด ก็ เข้า ไป ใน ป้อม พระ ราช วัง จุด ไฟ เผา วัง และ คลอก ตัวเอง ตาย {16:19} นี่ เป็น เพราะ บาป ที่ ศิม รี ได้ ทำ คือ ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ดำเนิน ตาม วิถี และ ทำบาป แบบ เดียว กับ เย โร โบ อัม ทั้ง ยัง ชักนำ ให้ อิสราเอล ทำ ตาม ด้วย {16:20} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล ของ ศิม รี และ การ กบฏ ของ พระองค์ บันทึก อยู่ ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ไม่ ใช่ หรือ? {i16:21} กษัตริย์ อม รี แห่ง อิสราเอล {16:21} ครั้ง นั้น ประชากร อิสราเอล แตกแยก เป็น สอง ฝ่าย ฝ่าย หนึ่ง สนับสนุน อม รี อีก ฝ่าย สนับสนุน ทิบนีบุตรกินัท {16:22} แต่ ฝ่าย อม รี เข้มแข็ง กว่า ฝ่าย ทิบนีบุตรกินัทดังนั้นทิบนี จึง ถูก ฆ่า ตาย และ อม รี ขึ้น เป็น กษัตริย์ {16:23} อม รี ขึ้น เป็น กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ตรง กับ ปี ที่ สาม สิบ เอ็ด ของ รัชกาล กษัตริย์ อาสา แห่ง ยูดาห์ ทรง ครอง ราชย์ อยู่ สิบ สอง ปี โดย ปกครอง อยู่ ใน ที รซาห์หกปี {16:24} อม รี ทรง ซื้อ ภูเขา สะ มา เรียจากเชเมอร์ เป็น เงิน หนัก ประมาณ 70 กิโลกรัม แล้ว ทรง สร้าง เมืองขึ้น บน ภูเขา ขนาน นาม ว่า สะ มา เรียตามชื่อเชเมอร์ เจ้าของ เดิม {16:25} แต่ อม รี ทรง ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ ทรง ทำบาป ยิ่ง กว่า กษัตริย์ องค์ ก่อนๆ ทุก องค์ {16:26} อม รี ทรง ดำเนิน ตาม วิถี ทั้งสิ้น และ ทรง ทำบาป แบบ เดียว กับ เย โร โบ อัมบุตรเนบัท ทั้ง ยัง ชักนำ ให้ อิสราเอล ทำ ตาม ด้วย พวก เขา ได้ ยั่วยุ พระ พิโรธ ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ด้วย รูป เคารพ อัน ไร้ ค่า {16:27} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล ของ อม รี พระ ราชกิจ และ ความ สำเร็จ ทั้งปวง มี บันทึก ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ไม่ ใช่ หรือ? {16:28} อม รี ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ ถูก ฝัง ไว้ ที่ สะ มา เรีย และ อา หับ โอรส ของ พระองค์ ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {i16:29} กษัตริย์ อา หับ แห่ง อิสราเอล {16:29} อา หับ โอรส ของ อม รี ขึ้น เป็น กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ใน ปี ที่ สาม สิบ แปด ของ รัชกาล กษัตริย์ อาสา แห่ง ยูดาห์ ทรง ครอง ราชย์ อยู่ ใน สะ มา เรีย และ ทรง ปกครอง อิสราเอล อยู่ 22 ปี {16:30} อา หับ โอรส ของ อม รี ทรง ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ยิ่ง กว่า กษัตริย์ องค์ ก่อนๆ {16:31} อา หับ ไม่ เพียง เห็น ว่า เป็น เรื่อง เล็กน้อย ที่ จะ ทำบาป ต่างๆ ตาม เย โร โบ อัมบุตรเนบัท แต่ พระองค์ ยัง อภิเษก กับ เย เซ เบล ธิดา ของ กษัตริย์ เอ ทบาอัล แห่ง ไซ ดอน และ ทรง เริ่ม ปรนนิบัติ และ นมัสการ พระ บา อัล {16:32} อา หับ ทรง สร้าง แท่น บูชา สำหรับ พระ บา อัล ใน วิหาร ของ พระ บา อัล ที่ ทรง สร้าง ขึ้น ใน สะ มา เรีย {16:33} นอกจาก นี้ อา หับ ยัง ทรง สร้าง เสา เจ้าแม่ อา เชราห์ และ ยั่วยุ พระ พิโรธ ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ยิ่ง กว่า กษัตริย์ อิสราเอล องค์ ก่อนๆ ทุก องค์ {16:34} ใน รัชกาล ของ อา หับ ฮีเอลจากเบธเอล สร้าง เมือง เย รี โค ขึ้น ใหม่ เมื่อ วาง ฐานราก เขา ต้อง สูญเสีย อา บี รัม บุตร หัว ปี และ เมื่อ ติดตั้ง ประตู เมือง เขา ต้อง สูญเสีย เส กุบ บุตร คน สุด ท้อง ทั้งนี้ เป็น ไป ตาม พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ที่ ตรัส ผ่าน ทาง โย ชู วา บุตร นูน {i17:1} นก กา เลี้ยง เอ ลี ยาห์ {17:1} ครั้ง นั้น เอ ลี ยาห์ชาวทิชบีในกิเล อาด กล่าว กับ อา หับ ว่า“ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ซึ่ง ข้าพเจ้า ปรนนิบัติ รับใช้ อยู่ นั้น ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด จะ ไม่ มี น้ำค้าง หรือ ฝน ใน สอง สาม ปี ข้าง หน้า จน กว่า ข้าพเจ้า จะ บอก ให้ มี ฉัน นั้น” {17:2} แล้ว มี พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ถึง เอ ลี ยาห์ว่า {17:3} “ จง ไป ซ่อน ตัว ที่ ลำ ห้วย เค รี ท ทาง ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน {17:4} เจ้า จะ ดื่ม น้ำ จาก ลำ ห้วย และ เรา ได้ สั่ง ให้ นก กา นำ อาหาร มา เลี้ยง เจ้า” {17:5} เอ ลี ยาห์ ก็ ปฏิบัติ ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง บัญชา และ ไป อาศัย อยู่ ที่ ลำ ห้วย เค รี ท ทาง ตะวัน ออก ของ แม่น้ำ จอร์แดน {17:6} นก กา คาบ ขนม ปัง และ เนื้อ มา ให้ เขา ทุก เช้า และ ทุก เย็น และ เขา ดื่ม น้ำ จาก ลำธาร {i17:7} หญิง ม่าย ที่ ศาเรฟัท {17:7} ต่อ มา ลำ ห้วย นั้น ก็ แห้ง ผาก เพราะ ไม่ มี ฝน ตก เลย ทั่ว ดินแดน นั้น {17:8} แล้ว พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ถึง เอ ลี ยาห์ว่า {17:9} “ จง ไป อาศัย อยู่ ที่ เมือง ศาเรฟัท ใน ไซ ดอน เรา ได้ สั่ง หญิง ม่าย คน หนึ่ง ที่ นั่น ให้ เลี้ยงดู เจ้า” {17:10} เอ ลี ยาห์ จึง ไป ยัง ศาเรฟัท เมื่อ มา ถึง ประตู เมือง ก็ เห็น หญิง ม่าย คน หนึ่ง กำลัง เก็บ ฟืน เขา จึง เรียก นาง และ ร้องขอ ว่า“ ช่วย เอา น้ำ ใส่ เหยือก มา ให้ เรา ดื่ม สัก นิด ได้ ไหม?” {17:11} ขณะ ที่ หญิง นั้น จะ ไป เอา มา เขา บอก นาง ว่า“ โปรด ช่วย เอา ขนม ปัง มา ให้ สัก ชิ้น ด้วย” {17:12} หญิง นั้น ตอบ ว่า“ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ดิฉัน ไม่ มี ขนม ปัง เลย สัก ชิ้น ฉัน นั้น มี เพียง แป้ง หยิบมือ เดียว ใน หม้อ กับ น้ำมัน ก้น ไห นี่ ก็ กำลัง เก็บ ฟืน จะ เอา ไป ทำ อาหาร กิน กับ ลูกชาย จาก นั้น ก็ จะ ต้อง อด ตาย” {17:13} เอ ลี ยาห์ กล่าว กับ นาง ว่า“ อย่า กลัว เลย กลับ บ้าน ไป ทำ ตาม ที่ เจ้า ว่า เถิด แต่ ทำ ขนม ชิ้น เล็กๆ มา ให้ เรา ก่อน จาก นั้น จึง ทำ อาหาร ให้ ตัว เจ้า กับ ลูกชาย ของ เจ้า {17:14} เพราะ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล ตรัส ว่า‘ จะ มี แป้ง ไม่ ขาด หม้อน้ำ มัน ไม่ ขาด ไห จน ถึง วัน ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ให้ ฝน ตกลง มา บน ดินแดน นี้’” {17:15} หญิง ม่าย นั้น จึง ไป ทำ ตาม ที่ เอ ลี ยาห์ สั่ง แล้ว ก็ มี อาหาร ทุก วัน ไม่ ขาด สำหรับ เอ ลี ยาห์ และ นาง กับ ครอบครัว {17:16} เพราะ มี แป้ง ไม่ ขาด หม้อน้ำ มัน ไม่ ขาด ไห เป็น จริง ตาม พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ที่ ตรัส ผ่าน ทาง เอ ลี ยาห์ {17:17} ต่อ มา บุตร ชาย ของ หญิง นั้น ล้ม ป่วย อาการ ทรุด หนัก ลง เรื่อยๆ และ ใน ที่สุด ก็ สิ้น ลม {17:18} นาง จึง กล่าว กับ เอ ลี ยาห์ว่า“ โอ คน ของ พระเจ้า ทำไม ถึง ทำ กับ ดิฉัน อย่าง นี้? ท่าน มา ที่ นี่ เพื่อ จะ เตือน ให้ ระลึก ถึง บาป ของ ดิฉัน และ ประหาร ลูกชาย ของ ดิฉัน หรือ?” {17:19} เอ ลี ยาห์ตอบว่า“ ส่ง ลูก ของ เจ้า มา ให้ เรา สิ” แล้ว เขา ก็ รับ ตัว เด็ก นั้น จาก อ้อม แขน ของ แม่ อุ้ม ขึ้น ไป ใน ห้อง ชั้น บน ซึ่ง เขา พัก อาศัย อยู่ วาง เด็ก นั้น ลง บน เตียง ของ เขา {17:20} แล้ว ร้อง ทูล องค์ พระผู้เป็นเจ้า ว่า“ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ พระองค์ ทรง นำ ความ ทุกข์ โศก มา ยัง หญิง ม่าย ซึ่ง ข้า พระองค์ อาศัย อยู่ ด้วย นี้ โดย ทำให้ ลูก ของ นาง เสีย ชีวิต หรือ?” {17:21} แล้ว เขา เหยียด กาย ทับ ตัว เด็ก นั้น สาม ครั้ง และ ร้อง ทูล องค์ พระผู้เป็นเจ้า ว่า“ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ข้า พระองค์ ขอ โปรด ให้ เด็ก ชาย คน นี้ ฟื้น คืน ชีวิต ด้วย เถิด!” {17:22} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง สดับ ฟัง คำ ร้อง ทูล ของ เอ ลี ยาห์ เด็ก นั้น ก็ ฟื้น คืน ชีวิต {17:23} เอ ลี ยาห์ จึง อุ้ม เขา ลง มา ข้าง ล่าง มอบ ให้ แก่ มารดา และ กล่าว ว่า“ ดู เถิด ลูก ของ เจ้า ยัง มี ชีวิต อยู่!” {17:24} หญิง นั้น จึง กล่าว กับ เอ ลี ยาห์ว่า“ ตอน นี้ ดิฉัน ทราบ แล้ว ว่า ท่าน เป็น คน ของ พระเจ้า และ พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จาก ปาก ของ ท่าน เป็น ความ จริง” {i18:1} เอ ลี ยาห์ กับ โอ บา ดีห์ {18:1} หลัง จาก นั้น เป็น เวลา นาน พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ถึง เอ ลี ยาห์ ใน ปี ที่ สาม ว่า“ จง ไป แสดง ตัว ต่อ อา หับ เรา จะ ให้ ฝน ตกลง มา” {18:2} เอ ลี ยาห์ จึง ไป แสดง ตัว ต่อ อา หับ ใน เวลา นั้น การ กันดาร อาหาร ใน สะ มา เรีย รุนแรง มาก {18:3} อา หับ รับสั่ง ให้ เรียก โอ บา ดีห์ เจ้ากรม วัง มา หา (โอ บา ดีห์ เป็น ผู้ เชื่อ ที่ เข้มแข็ง ใน องค์ พระผู้เป็นเจ้า {18:4} เมื่อ ครั้ง พระนาง เย เซ เบล เข่น ฆ่า ผู้ เผย พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า โอ บา ดีห์ ช่วยเหลือ ผู้ เผย พระ วจนะ หนึ่ง ร้อย คน ให้ ไป หลบ ซ่อน ตัว อยู่ ใน ถ้ำ สอง แห่ง แห่ง ละ ห้า สิบ คน และ จัด ส่ง อาหาร กับ น้ำ ให้) {18:5} อา หับ ตรัส กับ โอ บา ดีห์ว่า“ จง ไป ยัง ตา น้ำ หุบเขา ทุก แห่ง ทั่ว ดินแดน เรา อาจ จะ พบ หญ้า พอ ประทัง ชีวิต ม้า และ ล่อ จะ ได้ ไม่ ต้อง ฆ่า สัตว์ ของ เรา” {18:6} ทั้ง สอง จึง แบ่ง กัน ออก ไป สำรวจ ดู อา หับ เสด็จ ไป ทาง หนึ่ง โอ บา ดีห์ ไป อีก ทาง หนึ่ง {18:7} ขณะ เดิน ไป ตาม ทาง เอ ลี ยาห์ ก็ มา พบ เขา โอ บา ดีห์ จำ เอ ลี ยาห์ ได้ จึง หมอบ คำนับ ลง กับ พื้น และ กล่าว ว่า“ นี่ เป็น ท่าน เอ ลี ยาห์ นาย ของ ข้าพเจ้า จริงๆ หรือ?” {18:8} เอ ลี ยาห์ตอบว่า“ ถูก แล้ว ไป ทูล กษัตริย์ เถิด ว่า‘ เอ ลี ยาห์ อยู่ ที่ นี่’” {18:9} โอ บา ดีห์ถามว่า“ ข้าพเจ้า ทำ อะไร ผิด หรือ ท่าน จึง จะ ส่ง ข้าพเจ้า ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ไป ให้ อา หับ ประหาร? {18:10} พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ ท่าน ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ก็ ไม่ มี ชาติ ใด หรือ อาณาจักร ใด ที่ นาย ของ ข้าพเจ้า ไม่ ได้ ส่ง คน ไป ค้น หา ตัว ท่าน ฉัน นั้น และ ทุก ครั้ง ที่ มี ชาติ ใด หรือ อาณาจักร ใด บอก ว่า ท่าน ไม่ ได้ อยู่ ที่ นั่น กษัตริย์ ก็ จะ ให้ พวก เขา สาบาน ว่า ไม่ พบ ท่าน {18:11} มา ตอน นี้ ท่าน บอก ให้ ข้าพเจ้า ไป ทูล เจ้านาย ว่า‘ เอ ลี ยาห์ อยู่ ที่ นี่’ {18:12} แต่ เมื่อ ข้าพเจ้า ไป แล้ว ก็ ไม่ รู้ ว่า พระ วิญญาณ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ มา รับ ตัว ท่าน ไป ไหน หาก ข้าพเจ้า ไป ทูล แล้ว อา หับ เสด็จ มา ไม่ พบ ท่าน ก็ จะ ทรง ประหาร ข้าพเจ้า ทั้งๆ ที่ ข้าพเจ้า ผู้ รับใช้ ของ ท่าน ได้ ปรนนิบัติ นมัสการ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ตั้งแต่ ยัง หนุ่มๆ {18:13} ท่าน ไม่ เคย ได้ยิน หรือ ว่า เมื่อ ครั้ง พระนาง เย เซ เบล เข่น ฆ่า ผู้ เผย พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า นั้น ข้าพเจ้า ได้ ซ่อน ตัวผู้ เผย พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ร้อย คน ใน ถ้ำ สอง แห่ง แห่ง ละ ห้า สิบ คน และ จัด ส่ง อาหาร กับ น้ำ ให้ {18:14} มา ตอน นี้ ท่าน บอก ให้ ไป ทูล ว่า‘ เอ ลี ยาห์ อยู่ ที่ นี่’ กษัตริย์ จะ ประหาร ชีวิต ข้าพเจ้า แน่!” {18:15} เอ ลี ยาห์กล่าวว่า“ พระ ยาห์เวห์ ผู้ ทรง ฤทธิ์ ที่ เรา รับใช้ ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด เรา ก็ จะ แสดง ตัว ต่อ อา หับ ใน วัน นี้ อย่าง แน่นอน ฉัน นั้น” {i18:16} เอ ลี ยาห์ บน ภูเขา คา รเมล {18:16} โอ บา ดีห์ จึง ไป เข้า เฝ้า อา หับ และ กราบ ทูล พระองค์ อา หับ ก็ เสด็จ ออก มา พบ เอ ลี ยาห์ {18:17} เมื่อ อา หับ เห็น เอ ลี ยาห์ ก็ ตรัส ว่า“ นี่ หรือ เจ้า คน ที่ นำ ความ เดือดร้อน มา สู่ อิสราเอล?” {18:18} เอ ลี ยาห์ตอบว่า“ ไม่ ใช่ ข้าพเจ้า ท่าน กับ วงศ์วาน ของ บิดา ของ ท่าน ต่างหาก ที่ นำ ความ เดือดร้อน มา สู่ อิสราเอล ท่าน ได้ ละทิ้ง พระ บัญชา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไป ติดตาม พระ บา อัล {18:19} บัดนี้ จง รวม ประชากร จาก ทั่ว อิสราเอล มา พบ ข้าพเจ้า บน ภูเขา คา ร เมล พร้อม ทั้ง ผู้ ทำนาย ของ พระ บา อัล 450 คน และ ผู้ ทำนาย ของ เจ้าแม่ อา เชราห์ 400 คน ซึ่ง ร่วม โต๊ะ เสวย ของ พระนาง เย เซ เบล” {18:20} อา หับ จึง ส่ง ข่าว ไป ทั่ว ทั้ง อิสราเอล และ เรียก บรรดา ผู้ ทำนาย มา ชุมนุม บน ภูเขา คา รเมล {18:21} เอ ลี ยาห์ มา อยู่ ต่อ หน้า ประชาชน และ กล่าว ว่า“ พวก ท่าน จะ เหยียบ เรือ สอง แคม ไป นาน สัก เท่าใด? หาก พระ ยาห์เวห์ ทรง เป็น พระเจ้า จง ติดตาม พระองค์ แต่ หาก บา อัล เป็น พระเจ้า ก็ ไป ติดตาม เขา เถิด” แต่ ประชาชน ไม่ พูด อะไร {18:22} เอ ลี ยาห์ จึง กล่าว ว่า“ เรา เป็น ผู้ เผย พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เพียง คน เดียว ที่ เหลือ อยู่ แต่ ฝ่าย บา อัล มี ผู้ ทำนาย ถึง 450 คน {18:23} จง นำ วัว หนุ่ม มา สอง ตัว ให้ ผู้ ทำนาย ของ พระ บา อัล เลือก ไป ตัว หนึ่ง สับ เป็น ท่อนๆ วาง บน ฟืน ที่ แท่น บูชา แต่ ไม่ ต้อง จุด ไฟ แล้ว เรา จะ เตรียม วัว อีก ตัว นำ มา วาง บน ฟืน โดย ไม่ จุด ไฟ เช่น กัน {18:24} จาก นั้น พวก เจ้า จง ร้อง ออก นาม พระ ของ พวก เจ้า ส่วน เรา จะ ร้อง ออก นาม พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า องค์ ที่ ตอบ โดย ส่ง ไฟ มา นั่นแหละ คือ พระเจ้า ที่ แท้ จริง” และ คน ทั้งปวง ก็ กล่าว ว่า“ สิ่ง ที่ ท่าน พูด นั้น ดี แล้ว” {18:25} เอ ลี ยาห์ กล่าว กับ ผู้ ทำนาย ของ พระ บา อัลว่า“ พวก เจ้า ลงมือ ก่อน สิ เพราะ มี กัน หลาย คน จง เลือก วัว ไป ตัว หนึ่ง จัด เตรียม แล้ว ร้อง เรียก พระ ของ เจ้า แต่ อย่า จุด ไฟ” {18:26} พวก เขา จึง รับ วัว ไป จัด เตรียม แล้ว พวก เขา ร้อง เรียก พระ บา อัล ตั้งแต่ เช้า จน เที่ยง ร้อง ตะโกน ว่า“ ข้า แต่ พระ บา อัล โปรด ตอบ เถิด!” แต่ ไม่ มี ใคร ตอบ อะไร เลย พวก เขา ก็ ร่ายรำ ไป รอบๆ แท่น ที่ สร้าง ขึ้น {18:27} ตอน เที่ยง เอ ลี ยาห์ ก็ เริ่ม ถากถาง พวก เขา ว่า“ ตะโกน ดัง ขึ้น อีก หน่อย! ก็ บา อัล เป็น พระเจ้า นี่! บางที อาจ จะ กำลัง เข้า สมาธิ หรือ เข้า ห้องน้ำ อยู่ หรือ กำลัง เดินทาง ไม่ ก็ หลับ ไป ต้อง ช่วย กัน ปลุก ให้ ตื่น” {18:28} ฉะนั้น พวก เขา ยิ่ง ร้อง ตะโกน ดัง ขึ้น เอา ดาบ และ หอก มา เชือด เนื้อตัว เอง ตาม พิธี จน เลือด ไหล {18:29} เที่ยงวัน ผ่าน ไป พวก เขา ส่งเสียง ตลอด บ่าย จน ถึง เวลา ถวาย เครื่องบูชา ใน ตอน เย็น แต่ ไม่ มี เสียง ตอบ รับ ไม่ มี คำ ตอบ อะไร เลย ไม่ มี ใคร สนใจ {18:30} เอ ลี ยาห์ จึง กล่าว แก่ เหล่า ประชากร ว่า“ มา ที่ นี่ เถิด” พวก เขา ก็ มา เอ ลี ยาห์ ซ่อม แท่น บูชา ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ซึ่ง อยู่ ใน สภาพ หัก พัง {18:31} เอ ลี ยาห์ นำ หิน มา สิบ สอง ก้อน แต่ละ ก้อน แทน แต่ละ เผ่า ซึ่ง สืบ เชื้อสาย มา จาก ยา โค บ ผู้ ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ได้ ตรัส ไว้ ว่า“ อิสราเอล จะ เป็น นาม ของ เจ้า” {18:32} เขา ใช้ หิน สร้าง แท่น บูชา ใน พระ นาม พระ ยาห์เวห์ และ ขุด ร่อง รอบ แท่น พอ ที่ จะ ใส่ เมล็ด พืช ได้ ประมาณ 15 ลิตร {18:33} เขา เรียง ฟืน บน แท่น และ สับ วัว หนุ่ม ตัว นั้น เป็น ท่อนๆ วาง บน ฟืน แล้ว สั่ง ว่า“ จง ตัก น้ำ ให้ เต็ม สี่ ถัง เท ลง บน เครื่องบูชา กับ ฟืน” {18:34} เขา กล่าว ว่า“ จง ทำ อีก ครั้ง” พวก เขา ก็ ปฏิบัติ ตาม แล้ว เขา สั่ง ว่า“ ทำ เป็น ครั้ง ที่ สาม” พวก เขา ก็ ทำ ตาม เป็น ครั้ง ที่ สาม {18:35} น้ำ นั้น ไหล รอบ แท่น เต็ม ร่อง ที่ ขุด ไว้ {18:36} พอ ถึง เวลา ถวาย เครื่องบูชา ผู้ เผย พระ วจนะ เอ ลี ยาห์ เดิน มา ข้าง หน้า และ อธิษฐาน ว่า“ ข้า แต่ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ของ อับราฮัม อิส อัค และ อิสราเอล ขอ ให้ เป็น ที่ ทราบ ทั่ว กัน ใน วัน นี้ ว่า พระองค์ ทรง เป็น พระเจ้า แห่ง อิสราเอล และ ข้า พระองค์ เป็น ผู้ รับใช้ ของ พระองค์ และ กระทำ ทั้งหมด นี้ ตาม พระ บัญชา ของ พระองค์ {18:37} ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ขอ ทรง ตอบ ข้า พระองค์ โปรด ตอบ เถิด เพื่อ ประชากร เหล่า นี้ จะ ได้ รู้ ว่า พระ ยาห์เวห์ เป็น พระเจ้า และ พระองค์ ทรง นำ จิตใจ ของ พวก เขา กลับ มา หา พระองค์” {18:38} ทันใด นั้น เอง ไฟ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ก็ ตกลง มา และ เผา เครื่องบูชา ฟืน หิน และ พื้น ดิน ตรง นั้น และ แม้ แต่ น้ำ ใน ร่อง รอบ แท่น ก็ แห้ง ไป หมด {18:39} เมื่อ ประชากร เห็น ดังนั้น ก็ ซบ หน้า ลง ร้อง ว่า“ พระ ยาห์เวห์ ทรง เป็น พระเจ้า! พระ ยาห์เวห์ ทรง เป็น พระเจ้า!” {18:40} แล้ว เอ ลี ยาห์ ก็ สั่ง พวก เขา ว่า“ จง จับกุม ตัวผู้ ทำนาย ของ บา อัล ไว้ อย่า ให้ หนี รอด ไป ได้ แม้ แต่ คน เดียว” แล้ว พวก เขา ก็ เข้า จับกุม เอ ลี ยาห์ นำ ตัว บรรดา ผู้ ทำนาย ไป ประหาร ที่ หุบเขา คีโชน {18:41} จาก นั้น เอ ลี ยาห์ ทูล อา หับ ว่า“ เชิญ ไป รับประทาน และ ดื่ม เถิด เพราะ มี เสียง ฝน ห่า ใหญ่” {18:42} อา หับ จึง เสด็จ ไป เสวย และ ดื่ม แต่ เอ ลี ยาห์ ปีน ขึ้น บน ยอด เขา คา ร เมล แล้ว เขา โน้ม ตัว ลง ถึง พื้น ดิน และ ซบ หน้า ลง ระหว่าง เข่า {18:43} เขา สั่ง คน รับใช้ ว่า“ จง ไป และ มอง ไป ทาง ทะเล” เขา ก็ ไป และ กลับ มาบ อก เอ ลี ยาห์ว่า“ ข้าพเจ้า ไม่ เห็น อะไร เลย” เอ ลี ยาห์ สั่ง ให้ เขา กลับ ไป ดู จน ครบ เจ็ด ครั้ง {18:44} ใน ครั้ง ที่ เจ็ด คนใช้ นั้น รายงาน ว่า“ มี เมฆ เล็กๆ ขนาด ราว ฝ่า มือ เคลื่อน ขึ้น มา จาก ทะเล” เอ ลี ยาห์ จึง กล่าว ว่า“ จง ไป บอก อา หับ ว่า‘ จง เตรียม ราชรถ แล้ว ลง จาก ภูเขา ไม่ อย่าง นั้น จะ ติด ฝน แล้ว ไป ไม่ ได้’” {18:45} ไม่ ช้า ท้อง ฟ้า ก็ มืด ทะมึน ด้วย เมฆ ลม กล้า พา พายุ ฝน โหม กระหน่ำ อา หับ รีบ เสด็จ ไป ยัง ยิสเรเอล {18:46} ฤทธิ์ อำนาจ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ลง มา เหนือ เอ ลี ยาห์ เขา ก็ คาด เอว ทับ เสื้อ คลุม ให้ กระชับ แล้ว วิ่ง นำ หน้า อา หับ มา ตลอด ทาง จน ถึง เมือง ยิสเรเอล {i19:1} เอ ลี ยาห์ หนี ไป ภูเขา โฮ เร บ {19:1} อา หับ ทรง เล่า ทุก สิ่ง ที่ เอ ลี ยาห์ ทำให้ พระนาง เย เซ เบล ฟัง และ เล่า ถึง การ ที่ เอ ลี ยาห์ ประหาร ผู้ ทำนาย ของ พระ บา อัล ทั้งหมด ด้วย ดาบ {19:2} ดังนั้น เย เซ เบล จึง ส่ง คน มา แจ้ง เอ ลี ยาห์ว่า“ ขอ ให้ พระ ทั้งหลาย จัดการ กับ เรา อย่าง สาหัส หาก ภายใน พรุ่งนี้ เวลา เดียวกัน นี้ เรา ยัง ไม่ ปลิด ชีวิต เจ้า เหมือน ที่ เจ้า ทำ กับ คน ของ เรา” {19:3} เอ ลี ยาห์ กลัว จึง หนี เอา ชีวิต รอด เขา ไป ยัง เบเออร์เช บา ใน ยูดาห์ และ ทิ้ง คน รับใช้ ของ เขา ไว้ ที่ นั่น {19:4} ส่วน เขา เอง เดินทาง เข้า ไป ใน ถิ่น กันดาร แต่ ลำพัง รอนแรม ตลอด วัน แล้ว เขา พบ ต้น ซาก ต้น หนึ่ง จึง นั่ง ลง ใต้ ต้น ซาก นั้น และ อธิษฐาน ให้ ตัวเอง ตาย เสีย เขา กล่าว ว่า“ ข้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ข้า พระองค์ ทน มา มาก พอ แล้ว ขอ ทรง เอา ชีวิต ของ ข้า พระองค์ ไป เถิด ข้า พระองค์ ก็ ไม่ ดี ไป กว่า บรรพบุรุษ ของ ข้า พระองค์” {19:5} แล้ว เขา ก็ นอน ลง ใต้ ต้น ซาก และ หลับ ไป ทันใด นั้น มี ทูต สวรรค์ องค์ หนึ่ง มา แตะ ต้อง ตัว เขา และ บอก ว่า“ จง ลุก ขึ้น และ รับประทาน อาหาร” {19:6} เอ ลี ยาห์ มอง ไป รอบๆ และ เห็น ว่า มี ขนม ปัง ผิง อยู่ บน ก้อน หิน ร้อนๆ และ มี น้ำ เหยือก หนึ่ง อยู่ ข้าง ศีรษะ เขา จึง รับประทาน ขนม ปัง ดื่ม น้ำ แล้ว ล้ม ตัว ลง นอน อีก {19:7} ทูต ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา อีก ครั้ง หนึ่ง แตะ ต้อง ตัว เขา และ บอก ว่า“ จง ลุก ขึ้น และ รับประทาน อาหาร เพราะ การ เดินทาง ครั้ง นี้ เกิน กำลัง ของ ท่าน” {19:8} เอ ลี ยาห์ จึง ลุก ขึ้น รับประทาน และ ดื่ม ทำให้ เขา มี กำลัง วังชา พอ ที่ จะ เดินทาง เป็น เวลา สี่ สิบ วัน สี่ สิบ คืน จน มา ถึง โฮ เร บ ภูเขา ของ พระเจ้า {19:9} เขา เข้า ไป พักแรม ค้างคืน ใน ถ้ำ แห่ง หนึ่ง ที่ นั่น แล้ว พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ถึง เขา ว่า“ เอ ลี ยาห์ เอ๋ย เจ้า ทำ อะไร อยู่ ที่ นี่?” {i19:10} องค์ พระผู้เป็นเจ้า {19:10} เอ ลี ยาห์ ทูล ตอบ ว่า“ ข้า พระองค์ กระตือรือร้น ทุ่มเท ทำงาน เพื่อ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธิ์ ชน อิสราเอล ได้ ละทิ้ง พัน ธ สัญญา ของ พระองค์ รื้อ แท่น บูชา ของ พระองค์ สังหาร ผู้ เผย พระ วจนะ ของ พระองค์ ด้วย คม ดาบ เหลือ ข้า พระองค์ เพียง คน เดียว และ บัดนี้ พวก เขา กำลัง พยายาม ฆ่า ข้า พระองค์ อีก ด้วย” {19:11} พระองค์ ตรัส ว่า“ จง ออก ไป ยืน ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า บน ภูเขา เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า กำลัง จะ เสด็จ ผ่าน” แล้ว มี ลม พายุ กล้า พัด ปะทะ ภูเขา อย่าง รุนแรง ทำให้ หิน แตก เป็น เสี่ยงๆ ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไม่ ได้ ประทับ อยู่ ใน ลม นั้น หลัง พายุ ก็ เกิด แผ่นดิน ไหว แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไม่ ได้ ประทับ อยู่ ใน แผ่นดิน ไหว นั้น {19:12} และ ภายหลัง แผ่นดิน ไหว ก็ เกิด ไฟ ลุก แต่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไม่ ได้ ประทับ อยู่ ใน ไฟ นั้น หลัง จาก ไฟ มี เสียง กระซิบ อัน อ่อนโยน {19:13} เมื่อ เอ ลี ยาห์ ได้ยิน เขา ก็ ยก เสื้อ คลุม ขึ้น ปิด หน้า และ ออก ไป ยืน อยู่ ตรง ปาก ถ้ำ มี เสียง หนึ่ง กล่าว กับ เขา ว่า“ เอ ลี ยาห์ เอ๋ย เจ้า มา ทำ อะไร อยู่ ที่ นี่?” {19:14} เขา ทูล ตอบ ว่า“ ข้า พระองค์ กระตือรือร้น ทุ่มเท ทำงาน เพื่อ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธิ์ ชน อิสราเอล ได้ ละทิ้ง พัน ธ สัญญา ของ พระองค์ รื้อ แท่น บูชา ของ พระองค์ สังหาร ผู้ เผย พระ วจนะ ของ พระองค์ ด้วย คม ดาบ เหลือ ข้า พระองค์ เพียง คน เดียว และ บัดนี้ พวก เขา กำลัง พยายาม ฆ่า ข้า พระองค์ อีก ด้วย” {19:15} องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส กับ เขา ว่า“ จง กลับ ไป ตาม ทาง ที่ เจ้า มา แล้ว ไป ยัง ถิ่น กันดาร แห่ง ดา มัสกัส เมื่อ เจ้า ไป ถึง ที่ นั่น จง เจิม ตั้ง ฮา ซา เอ ล ให้ เป็น กษัตริย์ แห่ง อา รัม {19:16} ทั้ง เจิม ตั้ง เย ฮูบุตรนิม ชี ให้ เป็น กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล แล้ว เจิม ตั้ง เอ ลี ชา บุตร ชา ฟัทจากอาเบลเมโหลาห์ ให้ เป็น ผู้ เผย พระ วจนะ สืบ ต่อ จาก เจ้า {19:17} ผู้ ใด หนี รอด จาก คม ดาบ ของ ฮา ซา เอ ล จะ ถูก เย ฮู ฆ่า และ ผู้ ใด หนี รอด จาก คม ดาบ ของ เย ฮู จะ ถูก เอ ลี ชา ฆ่า {19:18} แต่ เรา จะ เก็บ รักษา คน เจ็ด พัน คน ที่ ไม่ ได้ คุกเข่า กราบ ไหว้ หรือ จูบ พระ บา อัล ไว้ ใน อิสราเอล” {i19:19} ทรง เรียก เอ ลี ชา {19:19} เอ ลี ยาห์ จึง ไป จาก ที่ นั่น พบ เอ ลี ชา บุตร ชา ฟัท กำลัง ไถ นา โดย มี วัว เทียม ไถ สิบ สอง คู่ เขา อยู่ ที่ ปลายแถว กับ วัว คู่ ที่ สิบ สอง เอ ลี ยาห์ จึง ตรง เข้า ไป หา และ เหวี่ยง เสื้อ คลุม ห่ม ให้ เอ ลี ชา {19:20} เอ ลี ชา ปล่อย วัว ไว้ ตรง นั้น และ วิ่ง ตาม เอ ลี ยาห์ แล้ว กล่าว ว่า“ ขอ ให้ ข้าพเจ้า ไป จูบ ลา บิดา มารดา ก่อน แล้ว จะ ติดตาม ท่าน ไป” เอ ลี ยาห์ตอบว่า“ ไป เถิด แต่ อย่า ลืม ว่า เรา ได้ ทำ อะไร แก่ เจ้า?” {19:21} เอ ลี ชา จึง กลับ ไป ฆ่า วัว เอา เนื้อ มา ทำ อาหาร ใช้ คันไถ ทำ เป็น ฟืน และ แจกจ่าย เนื้อ ให้ คน ทั้งหลาย รับประทาน กัน จาก นั้น เอ ลี ชา ก็ ติดตาม เอ ลี ยาห์ ไป ใน ฐานะ ผู้ ช่วย ของ เขา {i20:1} เบน ฮา ดัด โจมตี สะ มา เรีย {20:1} ครั้ง นั้น กษัตริย์ เบน ฮา ดัด แห่ง อา รัม ยก กองทัพ มา สมทบ กับ กษัตริย์ 32 องค์ พร้อม รถม้า ศึก และ ม้า เข้า ล้อม และ โจมตี สะ มา เรีย {20:2} เบน ฮา ดัด ส่ง ทูต เข้า มา ใน เมือง แจ้ง กษัตริย์ อา หับ แห่ง อิสราเอล ว่า“ เบน ฮา ดัด ตรัส ว่า {20:3} ‘ เงิน และ ทอง ของ ท่าน เป็น ของ เรา มเหสี และ โอรส ธิดา ที่ ดี ที่สุด ของ ท่าน ก็ เป็น ของ เรา ด้วย’” {20:4} กษัตริย์ อิสราเอล ตอบ ว่า“ ข้า แต่ เจ้านาย ตกลง ตาม ที่ ท่าน ว่า ข้าพเจ้า และ ทั้งหมด ที่ ข้าพเจ้า มี เป็น ของ ท่าน” {20:5} แล้ว ทูต กลับ มา แจ้ง อีก ว่า“ เบน ฮา ดัด ตรัส ว่า‘ เรา ส่ง คน มา เรียกร้อง เอา เงิน และ ทอง มเหสี โอรส ธิดา ของ ท่าน {20:6} แต่ พรุ่งนี้ เวลา เดียวกัน นี้ เรา จะ ส่ง คน มา ตรวจ ดู ราช วัง ของ ท่าน และ บ้านเรือน ของ ข้าราชการ แล้ว จะ ริบ เอา ของ มี ค่า ทุก อย่าง ไป จาก ท่าน’” {20:7} กษัตริย์ อิสราเอล จึง เรียก ชุมนุม ผู้ อาวุโส ทั้งหมด และ ตรัส กับ พวก เขา ว่า“ ดู ชาย คน นี้ สิ เขา พาล หา เรื่อง เรา เมื่อ เขา มา เรียกร้อง เอา มเหสี โอรส ธิดา เงิน และ ทอง ของ เรา เรา ก็ ไม่ ขัดขืน” {20:8} ผู้ อาวุโส และ ประชากร ทั้งปวง ทูล ว่า“ ขอ อย่า ทรง ฟัง หรือ ยอม ตาม ข้อ เรียกร้อง ของ เขา เลย” {20:9} อา หับ จึง ตรัส แก่ ทูต ของ เบน ฮา ดัด ว่า“ ช่วย ไป ทูล กษัตริย์ เจ้านาย ของ ข้าพเจ้า เถิด ว่า‘ ผู้ รับใช้ ยอม ทุก อย่าง ตาม ที่ ทรง เรียกร้อง ใน ครั้ง แรก แต่ ข้อ เรียกร้อง ครั้ง หลัง นี้ ไม่ อาจ ทำ ตาม ได้’” ทูต จึง กลับ ไป รายงาน เบน ฮา ดัด {20:10} แล้ว เบน ฮา ดัด มี พระ ดำรัส มา ถึง อา หับ อีก ว่า“ ขอ ให้ เทพเจ้า ทั้งหลาย จัดการ กับ เรา อย่าง หนัก หาก ใน สะ มา เรีย ยัง เหลือ ฝุ่น พอ ให้ คน ของ เรา คน ละ กำมือ” {20:11} กษัตริย์ อิสราเอล ตอบ กลับ ไป ว่า“ จง ทูล พระองค์ ว่า‘ ยัง ไม่ รู้ แพ้ รู้ ชนะ อย่า เพิ่ง คุย โว’” {20:12} พระ ดำรัส ตอบ นี้ มา ถึง ขณะ ที่ เบน ฮา ดัด และ กษัตริย์ ทั้งหลาย กำลัง ดื่ม กัน อยู่ ใน พลับพลา ที่ ประทับ เบน ฮา ดัด ตรัส สั่ง คน ของ ตน ว่า“ เตรียม บุก โจมตี” พวก เขา ก็ เตรียม ทัพ เข้า โจมตี เมือง นั้น {i20:13} อา หับ รบ ชนะ เบน ฮา ดัด {20:13} ขณะ นั้น มี ผู้ เผย พระ วจนะ คน หนึ่ง มา เข้า เฝ้า กษัตริย์ อา หับ แห่ง อิสราเอล และ ประกาศ ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า‘ เจ้า เห็น กองทัพ มหึมา นี้ ไหม? วัน นี้ เรา จะ มอบ ไว้ ใน มือ ของ เจ้า แล้ว เจ้า จะ รู้ ว่า เรา คือ พระ ยาห์เวห์’” {20:14} อา หับ ตรัส ถาม ว่า“ แต่ ใคร จะ เป็น ผู้ ทำ การ ครั้ง นี้” ผู้ เผย พระ วจนะ ตอบ ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า‘ บรรดา ทหาร หนุ่ม จาก เหล่า ผู้ บัญชาการ ภูมิภาค ต่างๆ’” อา หับ ตรัส ถาม ว่า“ ใคร จะ เป็น ผู้ เริ่ม รบ?” ผู้ เผย พระ วจนะ ทูล ตอบ ว่า“ ฝ่าพระบาท นั่นแหละ” {20:15} อา หับ จึง ทรง รวบรวม บรรดา ทหาร หนุ่ม จาก เหล่า ผู้ บัญชาการ ภูมิภาค ต่างๆ ได้ 232 คน แล้ว ระดม กำลัง พล อิสราเอล ได้ ทั้งสิ้น 7,000 คน {20:16} ประมาณ เที่ยงวัน ขณะ ที่ เบน ฮา ดัด และ บรรดา กษัตริย์ พันธมิตร อีก 32 องค์ กำลัง มึนเมา อยู่ ใน ที่ ประทับ {20:17} บรรดา ทหาร หนุ่ม จาก เหล่า ผู้ บัญชาการ ภูมิภาค ก็ บุก ขึ้น หน้า ไป ก่อน พล รักษาการณ์ ที่ เบน ฮา ดัด วาง ไว้ ทูล รายงาน ว่า“ มี กอง ทหาร รุก มา จาก สะ มา เรีย” {20:18} เบน ฮา ดัด ตรัส สั่ง ว่า“ ไม่ ว่า พวก เขา มา อย่าง สันติ หรือ มา ทำ ศึก ก็ ให้ จับ เป็น” {20:19} บรรดา ทหาร หนุ่ม จาก เหล่า ผู้ บัญชาการ ภูมิภาค เคลื่อน พลอ อก จาก เมือง โดย มี กองทัพ ตาม ไป {20:20} แต่ละ คน ต่าง สังหาร ข้าศึก คน อา รัม พ่าย หนี และ คน อิสราเอล ก็ รุก ตาม ฝ่าย กษัตริย์ เบน ฮา ดัด แห่ง อา รัม และ พล ม้า บาง คน ขี่ ม้า หนี ไป ได้ {20:21} แต่ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ก็ รุก คืบ หน้า เข้า ยึด ม้า ศึก และ รถม้า ศึก ไว้ และ กอง ทหาร อา รัม ต้อง พ่าย แพ้ ยับเยิน {20:22} หลัง จาก นั้น ผู้ เผย พระ วจนะ มา เข้า เฝ้า กษัตริย์ อา หับ แห่ง อิสราเอล และ ทูล ว่า“ ขอ ทรง เสริม กำลัง ที่มั่น และ ตรวจตรา ดู ว่า จะ ต้อง ทำ อะไร อีก บ้าง เพราะ กษัตริย์ แห่ง อา รัม จะ กลับ มา โจมตี อีก ใน ฤดู ใบไม้ ผลิ ครั้ง ต่อ ไป” {20:23} ขณะ เดียวกัน บรรดา ข้าราชการ ของ กษัตริย์ แห่ง อา รัม ทูล แนะนำ ว่า“ พระเจ้า ของ พวก เขา เป็น เทพเจ้า แห่ง ขุน เขา พวก เขา จึง แข็งแกร่ง เกิน กำลัง ของ เรา แต่ หาก สู้ รบ กัน บน ที่ราบ เรา ย่อม จะ แข็งแกร่ง กว่า พวก เขา แน่นอน {20:24} ครั้ง นี้ ขอ ให้ พวก แม่ทัพ ไป แทน กษัตริย์ ทั้งหลาย {20:25} ฝ่าพระบาท ต้อง ระดม ทัพ ขึ้น มา ใหม่ เหมือน ทัพ ที่ สูญเสีย ไป นั้น พร้อม ด้วย ม้า ศึก และ รถม้า ศึก จำนวน เท่า เดิม แล้ว พวก ข้า พระ บาท จะ สู้ รบ กับ อิสราเอล ใน ที่ราบ ได้ เรา จะ แข็งแกร่ง กว่า พวก เขา อย่าง แน่นอน” เบน ฮา ดัด ทรง เห็นด้วย และ ทำ ตาม ที่ พวก เขา ทูล {20:26} ใน ฤดู ใบไม้ ผลิ ต่อ มา เบน ฮา ดัด ทรง เกณฑ์ ทัพ อา รัม ยก มา ที่ อา เฟค เพื่อ รบ กับ อิสราเอล {20:27} ฝ่าย อิสราเอล ก็ ระดม พล และ แจก เสบียง แล้ว เข้า สู่ สนาม รบ กองทัพ อิสราเอล ตั้ง ค่าย ประจันหน้า แล ดูเหมือน ฝูง แพะ เล็กๆ สอง ฝูง เมื่อ เทียบ กับ กอง กำลัง มืด ฟ้า มัว ดิน ของ อา รัม {20:28} คน ของ พระเจ้า มา เข้า เฝ้า และ ทูล กษัตริย์ อิสราเอล ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า‘ เนื่อง จาก คน อา รัม คิด ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า เป็น เทพเจ้า แห่ง ขุน เขา ไม่ ใช่ เทพเจ้า แห่ง ที่ราบ เรา จะ มอบ กองทัพ มหึมา นี้ ไว้ ใน มือ ของ เจ้า แล้ว เจ้า จะ ได้ รู้ ว่า เรา คือ พระ ยาห์เวห์’” {20:29} กองทัพ ทั้ง สอง ตั้ง ค่าย ประจันหน้า กัน เป็น เวลา เจ็ด วัน แล้ว ใน วัน ที่ เจ็ด ก็ เปิดฉาก รบ ใน วัน นั้น ชาว อิสราเอล ฆ่า ทหาร ราบ ของ ซีเรีย ไป 100,000 คน {20:30} ที่ เหลือ หนี เข้า เมือง อา เฟค ซึ่ง กำแพง เมือง ทลาย ลง มา ทับ พวก เขา 27,000 คน เบน ฮา ดัด หลบ หนี เข้า ไป ใน เมือง และ ซ่อน ตัว อยู่ ใน ห้อง ชั้น ใน แห่ง หนึ่ง {20:31} บรรดา ข้าราชการ ของ พระองค์ ทูล ว่า“ พวก ข้า พระ บาท ได้ยิน มา ว่า บรรดา กษัตริย์ อิสราเอล นั้น มี จิตใจ เมตตา ขอ ให้ พวก ข้า พระ บาท นุ่ง ผ้า กระสอบ เอา เชือก คาด ศีรษะ ไป เข้า เฝ้า กษัตริย์ อิสราเอล เผื่อ พระองค์ จะ ทรง ไว้ ชีวิต ฝ่าพระบาท” {20:32} แล้ว พวก เขา ก็ นุ่ง ผ้า กระสอบ เอา เชือก คาด ศีรษะ ไป เข้า เฝ้า กษัตริย์ อิสราเอล และ ทูล ว่า“ เบน ฮา ดัด ผู้ รับใช้ ของ ฝ่าพระบาท ทูล วิงวอน ว่า‘ ขอ โปรด ไว้ ชีวิต ข้าพเจ้า ด้วย เถิด’” กษัตริย์ ตรัส ว่า“ เขา ยัง มี ชีวิต อยู่ หรือ? เขา เป็น น้อง ของ เรา” {20:33} คน เหล่า นั้น รีบ ฉวย โอกาส ทูล ว่า“ พระเจ้า ข้า เบน ฮา ดัด พระ อนุชา ของ พระองค์!” กษัตริย์ ตรัส ว่า“ ไป รับ ตัว เขา มา” เมื่อ เบน ฮา ดัด มา ถึง อา หับ ก็ เชิญ ให้ ประทับ ร่วม กัน ใน ราชรถ {20:34} เบน ฮา ดัด ทูล เสนอ ว่า“ ข้าพเจ้า จะ คืน หัว เมือง ต่างๆ ที่ เสด็จ พ่อ ของ ข้าพเจ้า ยึด มา จาก เสด็จ พ่อ ของ ท่าน และ ท่าน จะ ตั้ง แหล่ง ค้า ขาย ใน เมือง ดา มัสกัส เหมือน ที่ บิดา ของ ข้าพเจ้า ตั้ง ใน เมือง สะ มา เรียก็ได้” อา หับ ตรัส ว่า“ เรา จะ ปล่อย ท่าน ไป ตาม เงื่อนไข ของ สนธิสัญญา นี้” ทั้ง สอง จึง ทำ สนธิสัญญา กัน แล้ว อา หับ ก็ ปล่อย เบน ฮา ดัด ไป {i20:35} อา หับ ถูก ตัดสิน โทษ {20:35} บุตร ของ ผู้ เผย พระ วจนะ คน หนึ่ง กล่าว กับ เพื่อน ตาม พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ว่า“ ทำร้าย ข้าพเจ้า เถิด” แต่ คน นั้น ปฏิเสธ {20:36} ผู้ เผย พระ วจนะ จึง กล่าว ว่า“ เพราะ ท่าน ไม่ ได้ เชื่อฟัง องค์ พระผู้เป็นเจ้า สิงโต ตัว หนึ่ง จะ ฆ่า ท่าน ทันที ที่ ท่าน จาก ข้าพเจ้า ไป” เมื่อ คน นั้น เดิน จาก ไป ก็ มี สิงโต ออก มา ทำร้าย เขา ถึง แก่ ชีวิต {20:37} แล้ว ผู้ เผย พระ วจนะ นั้น กล่าว กับ อีก คน หนึ่ง ว่า“ ทำร้าย ข้าพเจ้า เถิด” เขา ก็ ทำ ตาม และ ทำให้ ผู้ เผย พระ วจนะ นั้น บาดเจ็บ {20:38} ผู้ เผย พระ วจนะ นั้น เอา แถบ ผ้า ปิด ตา เพื่อ ปลอม ตัว แล้ว ไป ยืน คอย เฝ้า กษัตริย์ อยู่ ริม ทาง {20:39} ขณะ ที่ กษัตริย์ เสด็จ ผ่าน มา ผู้ เผย พระ วจนะ ทูล ว่า“ ข้า พระ บาท ไป รบ มี คน เอา ตัว เชลย มา ฝาก ข้า พระ บาท ไว้ บอก ว่า‘ คอย ดู คน นี้ ให้ ดี ถ้า เขา หนี ไป เจ้า จะ ต้อง ตาย หรือ ไม่ ก็ จ่าย เงิน มา ประมาณ 34 กิโลกรัม’ {20:40} ขณะ ที่ ข้า พระ บาท กำลัง ง่วน อยู่ กับ ธุระ อื่น เชลย คน นั้น ก็ หายตัว ไป แล้ว” กษัตริย์ อิสราเอล ตรัส ว่า“ ดี แล้ว นี่ เป็น ความ ผิด ของ เจ้า เอง เจ้า ต้อง ชดใช้” {20:41} แล้ว ผู้ เผย พระ วจนะ ดึง แถบ ผ้า ที่ ปิด ตา ออก กษัตริย์ อิสราเอล ก็ ทรง จำ ได้ ว่า เป็น ผู้ เผย พระ วจนะ คน หนึ่ง {20:42} ผู้ เผย พระ วจนะ จึง ทูล กษัตริย์ ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า‘ เนื่อง จาก เจ้า ไว้ ชีวิต ผู้ ที่ เรา กำหนด ให้ ตาย ฉะนั้น เจ้า จะ ต้อง ตาย แทน เขา และ ประชาชน ของ เจ้า จะ ต้อง พินาศ แทน ประชาชน ของ เขา’” {20:43} กษัตริย์ อิสราเอล จึง เสด็จ กลับ สู่ ที่ ประทับ ใน สะ มา เรีย ด้วย ความ กริ้ว และ ขุ่น เคือง พระทัย {i21:1} สวน องุ่น ของ นา โบ ท {21:1} ต่อ มา มี เหตุการณ์ เกี่ยวข้อง กับ สวน องุ่น ของ นา โบ ทชาวยิสเรเอล สวน องุ่น นี้ อยู่ ใน ยิสเรเอล ใกล้ กับ วัง ของ กษัตริย์ อา หับ แห่ง สะ มา เรีย {21:2} อา หับ ตรัส กับ นา โบ ทว่า“ จง ยก สวน องุ่น ของ เจ้า ให้ เรา ใช้ เป็น สวน ผัก เพราะ อยู่ ใกล้ วัง เรา เรา จะ ขอ แลก ด้วย สวน องุ่น ที่ ดี ยิ่ง กว่า นี้ หรือ ถ้า เจ้า อยาก ได้ เป็น เงิน เรา ก็ จะ จ่าย ให้ เต็ม ราคา” {21:3} แต่ นา โบ ททูลว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ห้าม ไม่ ให้ ข้า พระองค์ ยก มรดก ตกทอด จาก บรรพบุรุษ ถวาย แด่ ฝ่าพระบาท” {21:4} ดังนั้น อา หับ จึง เสด็จ กลับ วัง ด้วย ความ กริ้ว และ ขุ่น เคือง พระทัย ที่ นา โบ ทชาวยิสเรเอลทูลว่า“ ข้า พระ บาท จะ ไม่ ถวาย มรดก ของ บรรพบุรุษ ให้ ฝ่าพระบาท” อา หับ ทรง ทอด พระ กาย ลง บน พระ แท่น และ หัน พระ พักตร์ เข้า ข้าง ฝา ไม่ ยอม เสวย {21:5} พระนาง เย เซ เบ ลม เห สี ของ พระองค์ เข้า มา ทูล ถาม ว่า“ ทำไม ฝ่าพระบาท จึง ขุ่น เคือง พระทัย อย่าง นี้? เหตุ ใด ไม่ ยอม เสวย?” {21:6} อา หับ ตรัส ตอบ ว่า“ เพราะ เรา ได้ กล่าว กับ นา โบ ทคนยิสเรเอลว่า‘ จง ขาย สวน องุ่น ของ เจ้า ให้ เรา หรือ ถ้า เจ้า พอใจ เรา จะ แลก สวน องุ่น ของ เจ้า กับ อีก ที่ หนึ่ง’ แต่ เขา กล่าว ว่า‘ ข้า พระ บาท จะ ไม่ ถวาย สวน องุ่น ของ ข้า พระ บาท แก่ ฝ่าพระบาท’” {21:7} มเหสี เย เซ เบลตรัสว่า“ ฝ่าพระบาท ทรง เป็น กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ไม่ ใช่ หรือ? เสด็จ ขึ้น มา เสวย เถิด อย่า กังวล พระทัย ใน เรื่อง นั้น เลย หม่อมฉัน จะ จัดการ เอา สวน องุ่น ของ นา โบ ทแห่งยิสเรเอลมาถวาย” {21:8} แล้ว พระนาง จึง ร่าง สาส์น ลง พระ นาม อา หับ ประทับ ตรา ของ พระองค์ แล้ว ส่ง ไป ยัง ผู้ อาวุโส และ ขุนนาง ที่ อาศัย อยู่ ใน เมือง เดียว กับ นา โบ ท {21:9} สาส์น นั้น มี ใจความ ว่า“ จง ประกาศ วัน ถือ อด อาหาร แล้ว ให้ นา โบ ท นั่ง ใน ที่ สูง เด่น ท่ามกลาง ประชาชน {21:10} หา อันธพาล สอง คน มา นั่ง ตรง ข้าม และ ปรักปรำ นา โบ ทว่า เขา แช่ง ด่า พระเจ้า และ กษัตริย์ แล้ว เอา ตัว นา โบ ทอ อก ไป และ เอา หิน ขว้าง ให้ ตาย” {21:11} บรรดา ผู้ อาวุโส และ ขุนนาง ที่ อาศัย ใน เมือง เดียว กับ นา โบ ท จึง ทำ ตาม ที่ เย เซ เบล ตรัส สั่ง มา ใน สาส์น นั้น {21:12} พวก เขา ประกาศ ให้ ถือ อด อาหาร และ ให้ นา โบ ท นั่ง อยู่ ใน ที่ โดด เด่น กลาง ที่ ประชุม {21:13} จาก นั้น มี อันธพาล สอง คน มา นั่ง ตรง กัน ข้าม และ กล่าวหา นา โบ ท ต่อ หน้า ประชาชน ว่า“ นา โบ ท ได้ แช่ง ด่า พระเจ้า และ แช่ง ด่า กษัตริย์” พวก เขา จึง ลาก ตัว นา โบ ทอ อก ไป นอก เมือง และ เอา หิน ขว้าง เขา จน ตาย {21:14} แล้ว พวก เขา ก็ ส่ง รายงาน ไป ทูล พระนาง เย เซ เบลว่า“ นา โบ ท ถูก หิน ขว้าง ตาย แล้ว” {21:15} ทันที ที่ เย เซ เบล ทราบ ว่า นา โบ ท ถูก หิน ขว้าง ตาย แล้ว ก็ ทูล อา หับ ว่า“ ขอ ทรง ลุก ขึ้น ไป ยึดครอง สวน องุ่น ของ นา โบ ทชาวยิสเรเอล ที่ เขา ไม่ ยอม ขาย ให้ ฝ่าพระบาท เขา สิ้น ชีวิต แล้ว” {21:16} เมื่อ อา หับ ทรง ได้ยิน ว่า นา โบ ท ตาย แล้ว ก็ ทรง ลุก ขึ้น และ เสด็จ ไป ยึดครอง สวน องุ่น ของ นา โบ ท {21:17} แล้ว พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ถึง เอ ลี ยาห์ชาวทิชบีว่า {21:18} “ จง ไป พบ กษัตริย์ อา หับ แห่ง อิสราเอล ผู้ปกครอง อยู่ ใน สะ มา เรีย ขณะ นี้ เขา อยู่ ที่ สวน องุ่น ของ นา โบ ท ซึ่ง เขา ยึด มา {21:19} จง บอก เขา ว่า‘ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า เจ้า ฆ่า คน ชิง เอา ทรัพย์สิน ของ เขา มา หรือ?’ แล้ว บอก เขา ว่า‘ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ดังนี้ ว่า สุนัข จะ เลีย เลือด ของ เจ้า เอง ใน ที่ ซึ่ง สุนัข ได้ เลีย เลือด ของ นา โบ ท!’” {21:20} อา หับ ตรัส กับ เอ ลี ยาห์ว่า“ โอ ศัตรู ของ เรา เจ้า พบ เรา เข้า อีก แล้ว สิ!” เอ ลี ยาห์ ทูล ตอบ ว่า“ ข้าพเจ้า มา พบ ท่าน เพราะ ท่าน ได้ ขาย ตัวเอง ให้ กับ การ ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า {21:21} พระองค์ จึง ตรัส ว่า‘ เรา เอง จะ นำ ภัย พิบัติ มา ถึง เจ้า จะ ไม่ ให้ มี ผู้ชาย ใน วงศ์วาน ของ เจ้า ทั้ง ที่ เป็น ทาส และ เป็น ไท ใน อิสราเอล เหลือ ชีวิต รอด แม้ แต่ คน เดียว {21:22} เรา จะ ทำ แก่ วงศ์วาน ของ เจ้า เหมือน ที่ ทำ แก่ วงศ์วาน ของ เย โร โบ อัมบุตรเนบัท และ วงศ์วาน ของ บา อาชา บุตร อา หิยาห์ เพราะ เจ้า ยั่วยุ ให้ เรา โกรธ และ ชักนำ ให้ อิสราเอล ทำบาป’ {21:23} “ และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ยัง ตรัส เกี่ยว กับ พระนาง เย เซ เบลว่า‘ สุนัข จะ กัด กิน เย เซ เบล ข้าง กำแพง ของ ยิสเรเอล’ {21:24} “ คน ใน ตระกูล ของ อา หับ ที่ ตาย ใน เมือง จะ ถูก สุนัข กัด กิน ส่วน ผู้ ที่ ตาย ใน ท้อง ทุ่ง จะ ถูก นก จิก กิน” {21:25} (ไม่ เคย มี ใคร เหมือน อา หับ ผู้ ขาย ตัวเอง ให้ กับ การ ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตาม การ ชักนำ ของ มเหสี เย เซ เบล {21:26} อา หับ ทำบาป ที่ ร้ายแรง ที่สุด โดย หัน ไป ติดตาม รูป เคารพ ต่างๆ ตาม อย่าง ชาว อา โม ไรต์ ซึ่ง องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ขับ ไล่ออก ไป ให้ พ้น หน้า ชน อิสราเอล) {21:27} เมื่อ อา หับ ได้ สดับ ฟัง ถ้อยคำ เหล่า นี้ ก็ ทรง ฉีก ฉลอง พระองค์ สวม ผ้า กระสอบ อด พระ กระยาหาร บรรทม ใน ชุด นั้น และ ทรง สำรวม พระองค์ {21:28} จึง มี พระ ดำรัส จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า มา ถึง เอ ลี ยาห์ชาวทิชบีว่า {21:29} “ เจ้า เห็น หรือ ไม่ ว่า อา หับ ได้ ถ่อม ใจ ลง ต่อ หน้า เรา? เพราะ เขา ถ่อม ใจ ลง เรา จะ ไม่ ให้ เกิด ภัย พิบัติ นี้ ใน ชั่ว ชีวิต ของ เขา แต่ จะ ให้ เกิด แก่ วงศ์วาน ของ เขา ใน สมัย ลูก ของ เขา” {i22:1} มี คา ยาห์ พยากรณ์ เกี่ยว กับ อา หับ (2 พศด.18:1-27) {22:1} สงคราม ระหว่าง อา รัม กับ อิสราเอล ว่างเว้น ไป สาม ปี {22:2} แต่ ใน ปี ที่ สาม กษัตริย์ เย โฮ ชา ฟัท แห่ง ยูดาห์ เสด็จ มา เยือน กษัตริย์ อิสราเอล {22:3} กษัตริย์ อิสราเอล ตรัส กับ ข้า ราช บริพาร ว่า“ พวก เจ้า ก็ รู้ ไม่ ใช่ หรือ ว่า รา โม ทกิเล อาด เป็น ของ เรา แต่ เรา ก็ ไม่ ทำ อะไร เพื่อ ชิง คืน จาก กษัตริย์ อา รัม เลย?” {22:4} อา หับ จึง ตรัส ถาม เย โฮ ชา ฟัทว่า“ ท่าน จะ ช่วย ข้าพเจ้า รบ กับ รา โม ทกิเลอาดไหม?” เย โฮ ชา ฟัท ตรัส ตอบ กษัตริย์ อิสราเอล ว่า“ เรา สอง คน เป็น พวก เดียวกัน คน ของ ข้าพเจ้า ก็ เหมือน เป็น คน ของ ท่าน ม้า ของ ข้าพเจ้า ก็ เหมือน เป็น ม้า ของ ท่าน” {22:5} แต่ เย โฮ ชา ฟัท ตรัส กับ กษัตริย์ อิสราเอล อีก ว่า“ เรา ควร ทูล ถาม องค์ พระผู้เป็นเจ้า ก่อน” {22:6} กษัตริย์ อิสราเอล จึง ทรง เรียก ผู้ เผย พระ วจนะ ราว สี่ ร้อย คน มา เข้า เฝ้า และ ตรัส ถาม ว่า“ เรา ควร จะ ไป รบ กับ รา โม ทกิเล อาด หรือ เรา ควร จะ ยับยั้ง ไว้?” เขา เหล่า นั้น ทูล ว่า“ ไป เลย พระเจ้า ข้า เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง มอบ ดินแดน นั้น ไว้ ใน พระ หัตถ์ ของ ฝ่าพระบาท” {22:7} แต่ เย โฮ ชา ฟัท ตรัส ถาม ว่า“ ที่ นี่ ไม่ มี ผู้ เผย พระ วจนะ ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ให้ ถาม เลย หรือ?” {22:8} กษัตริย์ อิสราเอล ตรัส ตอบ เย โฮ ชา ฟัทว่า“ ยัง มี อยู่ คน หนึ่ง ซึ่ง เรา จะ ทูล ถาม องค์ พระผู้เป็นเจ้า ผ่าน ทาง เขา ได้ แต่ ข้าพเจ้า เกลียด เขา เพราะ เขา ไม่ เคย พยากรณ์ เรื่อง ดีๆ เกี่ยว กับ ข้าพเจ้า เลย มี แต่ เรื่อง ร้ายๆ เขา คือ มี คา ยาห์บุตรอิมลาห์” เย โฮ ชา ฟัทตรัสว่า“ พระองค์ อย่า ตรัส เช่น นั้น เลย” {22:9} ดังนั้น กษัตริย์ อิสราเอล จึง ทรง เรียก มหาดเล็ก คน หนึ่ง มา และ สั่ง ว่า“ จง นำ ตัว มี คา ยาห์บุตรอิมลาห์ มา เดี๋ยวนี้” {22:10} ทั้ง กษัตริย์ อิสราเอล และ กษัตริย์ เย โฮ ชา ฟัท แห่ง ยูดาห์ ทรง ฉลอง พระองค์ เต็ม ยศ ประทับ อยู่ บน พระ ที่นั่ง ใน ลาน นวด ข้าว ใกล้ ประตู เมือง สะ มา เรีย ใน ขณะ ที่ กลุ่ม ผู้ เผย พระ วจนะ ก็ กล่าว พยากรณ์ ไป ต่อ หน้า {22:11} ฝ่าย เศเดคียาห์ บุตร เค นา อะ นาห์ ได้ ทำ เขา เหล็ก ขึ้น มา และ ประกาศ ว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า‘ เจ้า จะ ขวิด พวก อา รัม ด้วย เขา เหล็ก นี้ จน พวก เขา ย่อยยับ ไป’” {22:12} ผู้ เผย พระ วจนะ คน อื่นๆ ทั้งหมด ก็ กำลัง พยากรณ์ อย่าง เดียวกัน ว่า“ จง บุก เข้า โจมตี รา โม ทกิเล อาด และ มี ชัย ชนะ เถิด เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง มอบ เมือง นั้น ไว้ ใน พระ หัตถ์ ของ ฝ่าพระบาท” {22:13} คน ที่ ไป ตาม ตัว มี คา ยาห์ ได้ กล่าว กับ เขา ว่า“ ดู เถิด ผู้ เผย พระ วจนะ คน อื่นๆ ล้วน แต่ ทำนาย เป็น เสียง เดียวกัน ว่า กษัตริย์ จะ ชนะ ขอ ให้ ท่าน กล่าว ไป ใน ทาง ที่ ดี เช่น เดียว กับ พวก เขา” {22:14} แต่ มี คา ยาห์กล่าวว่า“ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง พระ ชนม์ อยู่ แน่ ฉัน ใด ข้าพเจ้า จะ พูด แต่ สิ่ง ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ฉัน นั้น” {22:15} เมื่อ เขา มา ถึง กษัตริย์ ตรัส ถาม ว่า“ มี คา ยาห์ เอ๋ย เรา ควร จะ ไป รบ กับ รา โม ทกิเล อาด หรือ เรา ควร จะ ยับยั้ง ไว้?” มี คา ยาห์ทูลว่า“ จง บุก เข้า โจมตี รา โม ทกิเล อาด และ มี ชัย ชนะ เถิด เพราะ องค์ พระผู้เป็นเจ้า จะ ทรง มอบ เมือง นั้น ไว้ ใน พระ หัตถ์ ของ ฝ่าพระบาท” {22:16} กษัตริย์ ตรัส ว่า“ เรา จะ ต้อง ให้ เจ้า สาบาน กี่ ครั้ง กี่ หน ว่า จะ บอก แต่ ความ จริง แก่ เรา ใน พระ นาม พระ ยาห์เวห์?” {22:17} มี คา ยาห์ จึง ทูล ตอบ ว่า“ ข้าพเจ้า เห็น อิสราเอล ทั้งปวง กระจัด กระจาย ไป ตาม ภูเขา ต่างๆ เหมือน แกะ ที่ ไม่ มี คน เลี้ยง และ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า‘ คน เหล่า นี้ ไม่ มี นาย ให้ ทุก คน กลับ บ้าน โดย สวัสดิภาพ เถิด’” {22:18} กษัตริย์ อิสราเอล ตรัส กับ เย โฮ ชา ฟัทว่า“ ข้าพเจ้า บอก ท่าน แล้ว ไม่ ใช่ หรือ ว่า เขา ไม่ เคย พยากรณ์ เรื่อง ดีๆ เกี่ยว กับ ข้าพเจ้า เลย มี แต่ เรื่อง ร้าย ทั้งนั้น?” {22:19} มี คา ยาห์ กล่าว ต่อ ไป ว่า“ ฉะนั้น จง ฟัง พระ ดำรัส ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้า เห็น องค์ พระผู้เป็นเจ้า ประทับ บน พระ ที่นั่ง ของ พระองค์ ทูต สวรรค์ ทั้งปวง ยืน เฝ้า อยู่ รอบ พระองค์ ทั้ง ซ้าย และ ขวา {22:20} แล้ว องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ว่า‘ ใคร จะ หลอกล่อ อา หับ ให้ ไป โจมตี รา โม ทกิเล อาด และ ตาย ที่ นั่น?’“ มี ผู้ ทูล เสนอ ต่างๆ นานา {22:21} ใน ที่สุด มี วิญญาณ ดวง หนึ่ง ก้าว ออก มา ยืน ต่อ หน้า องค์ พระผู้เป็นเจ้า และ กราบ ทูล ว่า‘ ข้า พระองค์ จะ หลอกล่อ เขา’ {22:22} “ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ตรัส ถาม ว่า‘ ทำ อย่างไร?’“ วิญญาณ นั้น ทูล ว่า‘ ข้า พระองค์ จะ ไป เป็น วิญญาณ มุสา ใน ปาก ของ ผู้ เผย พระ วจนะ ทุก คน ของ อา หับ’“ พระองค์ จึง ตรัส ว่า‘ เจ้า จะ หลอกล่อ เขา สำเร็จ ไป ทำ ตาม นั้น เถิด’ {22:23} “ ดังนั้น องค์ พระผู้เป็นเจ้า จึง ทรง ใส่ วิญญาณ มุสา ใน ปาก ผู้ เผย พระ วจนะ เหล่า นี้ ของ ฝ่าพระบาท องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง มี ประกาศิต ให้ ฝ่าพระบาท ถึง แก่ หายนะ แล้ว” {22:24} แล้ว เศเดคียาห์ บุตร เค นา อะ นาห์ จึง เข้า มา ตบ หน้า มี คา ยาห์ และ ถาม ว่า“ พระ วิญญาณ จาก องค์ พระผู้เป็นเจ้า ออก จาก ข้า ไป พูด กับ เจ้า ได้ อย่างไร?” {22:25} มี คา ยาห์ตอบว่า“ ท่าน จะ รู้ คำ ตอบ ใน วัน ที่ ท่าน ไป หลบ ซ่อน ตัว อยู่ ใน ห้อง ชั้น ใน” {22:26} กษัตริย์ อิสราเอล จึง ตรัส สั่ง ว่า“ จง คุม ตัว มี คา ยาห์ กลับ ไป หา อา โม น ผู้ ว่า การ ของ เมือง นี้ และ โย อา ช บุตร ของ เรา {22:27} บอก สอง คน นั้น ว่า‘ กษัตริย์ ตรัส ดังนี้ ว่า จง ขัง ชาย ผู้ นี้ ไว้ ใน คุก ให้ แต่ ขนม ปัง กับ น้ำ ประทัง ชีวิต จน กว่า เรา จะ กลับ มา อย่าง ปลอดภัย’” {22:28} มี คา ยาห์ประกาศว่า“ หาก ฝ่าพระบาท กลับ มา อย่าง ปลอดภัย ก็ แสดง ว่า องค์ พระผู้เป็นเจ้า ไม่ ได้ ตรัส ผ่าน ทาง ข้าพเจ้า” แล้ว เขา กล่าว อีก ว่า“ ทุก คน จง จำ คำ พูด ของ ข้าพเจ้า ไว้!” {i22:29} อา หับ ถูก สังหาร ที่ รา โม ทกิเลอาด (2 พศด.18:28-34) {22:29} ดังนั้น กษัตริย์ อา หับ แห่ง อิสราเอล และ กษัตริย์ เย โฮ ชา ฟัท แห่ง ยูดาห์ จึง เสด็จ ไป ยัง รา โม ทกิเลอาด {22:30} กษัตริย์ อิสราเอล ตรัส กับ เย โฮ ชา ฟัทว่า“ ข้าพเจ้า จะ ปลอม ตัว ไป ออก รบ ส่วน ท่าน แต่ง เครื่อง ทรง กษัตริย์ ของ ท่าน เถิด” แล้ว กษัตริย์ อิสราเอล ก็ ทรง ปลอม พระองค์ และ เสด็จ ออก รบ {22:31} ฝ่าย กษัตริย์ อา รัม ได้ ทรง บัญชา ผู้ บัญชาการ รถ รบ 32 คน ของ พระองค์ ว่า“ อย่า ต่อสู้ กับ ใคร ไม่ ว่า ผู้ใหญ่ หรือ ผู้น้อย แต่ จง ต่อสู้ กับ กษัตริย์ อิสราเอล เพียง องค์ เดียว เท่านั้น” {22:32} เมื่อ ผู้ บัญชาการ รถ รบ เหล่า นั้น เห็น เย โฮ ชา ฟัท พวก เขา ก็ คิด ว่า“ นี่ เป็น กษัตริย์ อิสราเอล แน่ๆ” จึง หัน มา โจมตี แต่ เมื่อ เย โฮ ชา ฟัท ร้อง ตะโกน ออก มา {22:33} ผู้ บัญชาการ รถ รบ เหล่า นั้น เห็น ว่า ไม่ ใช่ กษัตริย์ อิสราเอล ก็ เลิก ไล่ ล่า พระองค์ {22:34} แต่ มี คน หนึ่ง ยิง ธนู สุ่ม ไป ถูก กษัตริย์ อิสราเอล ตรง ช่วง รอย ต่อ ของ เสื้อเกราะ พระองค์ จึง ตรัส กับ พลขับ ว่า“ จง กลับ รถ พา เรา ออก จาก สนาม รบ เรา บาดเจ็บ แล้ว” {22:35} สงคราม ดำเนิน ไป อย่าง ดุเดือด ตลอด ทั้ง วัน กษัตริย์ ทรง ประคอง ตัว ไว้ ใน รถม้า ศึก ให้ ประจันหน้า กับ ชาว อา รัม พระ โลหิต จาก บาดแผล ไหล นอง พื้น รถ ครั้น ตก เย็น ก็ สิ้น พระ ชนม์ {22:36} ขณะ ที่ ดวง อาทิตย์ กำลัง ลับ ไป มี เสียง ร้อง บอก ไป ทั่ว กองทัพ ว่า“ ทุก คน กลับ บ้านเมือง ของ ตน เถิด!” {22:37} ดังนั้น กษัตริย์ อา หับ ก็ สิ้น พระ ชนม์ และ พระ ศพ ถูก นำ กลับ มา ฝัง ไว้ ที่ สะ มา เรีย {22:38} เมื่อ พวก เขา ล้าง รถม้า ศึก ที่ สระ ใน สะ มา เรีย (ซึ่ง พวก หญิง โสเภณี มา อาบ น้ำ) สุนัข ก็ มา เลีย พระ โลหิต ของ กษัตริย์ ตาม ที่ องค์ พระผู้เป็นเจ้า ทรง ลั่น วาจา ไว้ แล้ว {22:39} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล ของ อา หับ พระ ราชกิจ ทุก อย่าง พระ ราช วัง ที่ ทรง สร้าง และ ตกแต่ง ด้วย งาช้าง และ เมือง ต่างๆ ที่ ทรง เสริม ปราการ มี บันทึก ไว้ ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง อิสราเอล ไม่ ใช่ หรือ? {22:40} อา หับ ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ อา หัส ยาห์ โอรส ของ พระองค์ ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {i22:41} กษัตริย์ เย โฮ ชา ฟัทแห่งยูดาห์ (2 พศด.20:31— 21:1) {22:41} เย โฮ ชา ฟัท โอรส ของ อาสา ขึ้น ครอง ราชย์ ใน ยูดาห์ ตรง กับ ปี ที่ สี่ ของ รัชกาล กษัตริย์ อา หับ แห่ง อิสราเอล {22:42} เย โฮ ชา ฟัท มี พระ ชนมายุ 35 พรรษา เมื่อ ขึ้น ครอง ราชย์ และ ทรง ปกครอง ใน กรุง เยรูซาเล็ม อยู่ 25 ปี ราช มารดา คือ อา ซูบาห์ ธิดา ของ ชิ ลหิ {22:43} เย โฮ ชา ฟัท ทรง ดำเนิน ตาม แบบอย่าง ของ อาสา ราช บิดา ทุก ประการ โดย ไม่ หันเห ทรง ทำ สิ่ง ที่ ถูกต้อง ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า แต่ ไม่ ได้ ทรง ทำลาย สถาน บูชา บน ที่ สูง ทั้งหลาย ประชากร จึง ยัง คง ถวาย เครื่องบูชา และ เผา เครื่อง หอม ที่ นั่น {22:44} เย โฮ ชา ฟัท ได้ ทรง มี สัมพันธไมตรี กับ กษัตริย์ อิสราเอล ด้วย {22:45} เหตุการณ์ อื่นๆ ใน รัชกาล เย โฮ ชา ฟัท พระ ราชกิจ และ วีรกรรม ใน การ สงคราม มี บันทึก ไว้ ใน จดหมายเหตุ กษัตริย์ แห่ง ยูดาห์ ไม่ ใช่ หรือ? {22:46} เย โฮ ชา ฟัท ทรง กำจัด โสเภณี ชาย ใน เทวสถาน ซึ่ง ยัง หลง เหลือ อยู่ จาก สมัย ของ อาสา ราช บิดา ให้ หมด ไป จาก แผ่นดิน {22:47} ใน สมัย นั้น เอ โดม ไม่ มี กษัตริย์ ปกครอง มี แต่ ผู้ สำเร็จ ราชการ {22:48} เย โฮ ชา ฟัท ทรง สร้าง กอง เรือ พาณิชย์ เพื่อ ไป ขน ทองคำ จาก เมือง โอ ฟีร์ แต่ เรือ เหล่า นั้น ไม่ ได้ ไป เพราะ อับปาง ลง ที่ เอ ซี โอน เก เบอร์ {22:49} ครั้ง นั้น อา หัส ยาห์ โอรส ของ อา หับ กล่าว กับ เย โฮ ชา ฟัทว่า“ ขอ ให้ คน ของ เรา แล่น เรือ ไป กับ คน ของ ท่าน” แต่ เย โฮ ชา ฟัททรงปฏิเสธ {22:50} แล้ว เย โฮ ชา ฟัท ทรง ล่วงลับ ไป อยู่ กับ บรรพบุรุษ และ ถูก ฝัง ไว้ ด้วย กัน ใน เมือง ดา วิด และ เย โฮ รัม โอรส ของ พระองค์ ขึ้น ครอง ราชย์ แทน {i22:51} กษัตริย์ อา หัส ยาห์ แห่ง อิสราเอล {22:51} อา หัส ยาห์ โอรส ของ อา หับ ขึ้น ครอง ราชย์ เป็น กษัตริย์ อิสราเอล ใน สะ มา เรีย ตรง กับ ปี ที่ สิบ เจ็ด ของ รัชกาล กษัตริย์ เย โฮ ชา ฟัท แห่ง ยูดาห์ ทรง ปกครอง อิสราเอล อยู่ สอง ปี {22:52} อา หัส ยาห์ ทรง ทำ สิ่ง ที่ ชั่ว ใน สาย พระ เนตร ของ องค์ พระผู้เป็นเจ้า เพราะ ทรง ดำเนิน ตาม วิถีทาง ของ ราช บิดา กับ ราช มารดา และ ตาม วิถีทาง ของ เย โร โบ อัมบุตรเนบัท ผู้ ได้ ชักนำ อิสราเอล ให้ ทำบาป {22:53} พระองค์ ทรง ปรนนิบัติ นมัสการ พระ บา อัล และ ยั่วยุ พระ พิโรธ ของ พระ ยาห์เวห์ พระเจ้า แห่ง อิสราเอล เหมือน ที่ ราช บิดา ได้ ทรง ทำ